The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Thidarat27042548, 2021-11-12 19:27:48

F4E58494-7571-4F7F-A8AC-DCA340880834

F4E58494-7571-4F7F-A8AC-DCA340880834

COLD WAR

1947 - 1991

สงครามเย็น 1947 - 1991
โดย นางสาวธิดารัตน์ พรหมหนู
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/6 เลขที่ 1

ประวัติศาสตร์สากล
ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

สงครามเย็น : Cold War)

สงครามเย็น (อังกฤษ: Cold War) เป็นช่วงเวลาแห่งความตึงเครียด
ทางด้านภูมิศาสตร์ระหว่างสหภาพโซเวียตและสหรัฐอเมริกาและประเทศ
พันธมิตรจากทั้งกลุ่มตะวันออกและกลุ่มตะวันตก ภายหลังจากสงครามโลกครั้ง
ที่สอง นักประวัติศาสตร์ยังไม่ตกลงกันทั้งหมดว่าสงครามเย็นคือช่วงใดกันแน่
แต่ช่วงเวลาโดยทั่วไปดังกล่าวจะนับตั้งแต่การประกาศลัทธิทรูแมน ปี ค.ศ.
1947 จนกระทั่งการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี ค.ศ. 1991 ด้วยลัทธิ
อำนาจทำลายล้างซึ่งกันและกัน (mutually assured destruction, MAD)
ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการโจมตีล่วงหน้าโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง นอกเหนือจากการพัฒ
นาคลังเก็บอาวุธนิวเคลียร์และการใช้งานทางทหารตามแบบแผน การต่อสู้เพื่อ
ครอบงำได้ถูกแสดงออกโดยวิธีทางอ้อม เช่น สงครามทางจิตวิทยา การทัพ
โฆษณาชวนเชื่อ การจารกรรม การคว่ำบาตรระยะไกล การแข่งขันชิงดีชิงเด่นกัน
ในงานกีฬาและการแข่งขันทางเทคโนโลยี เช่น การแข่งขันอวกาศ

คำว่า "เย็น" ได้ถูกนำมาใช้ เนื่องจากไม่มีการสู้รบขนาดใหญ่โดยตรง
ระหว่างสองมหาอำนาจ แต่พวกเขาแต่ละฝ่ายต่างให้การสนับสนุนความขัดแย้งใน
ภูมิภาคที่สำคัญที่เรียกว่า สงครามตัวแทน (Proxy war) ความขัดแย้งนี้มีพื้นฐาน
มาจากการต่อสู้ทางอุดมการณ์และภูมิศาสตร์เพื่ออิทธิพลทั่วโลกโดยสอง
มหาอำนาจ ภายหลังจากพวกเขาได้ตกลงเป็นพันธมิตรชั่วคราวและมีชัยชนะเหนือ
นาซีเยอรมนีในปี ค.ศ. 1945 สงครามเย็นได้แบ่งแยกพันธมิตรในช่วงสงคราม
เหลือเพียงสหภาพโซเวียตและสหรัฐอเมริกาในฐานะที่เป็นสองมหาอำนาจที่มีความ
แตกต่างทางเศรษฐกิจและการเมืองอย่างลึกซึ้ง:

แต่เดิมเป็นรัฐนิยมลัทธิมากซ์–เลนินแบบพรรคการเมืองเดียวที่ดำเนิน
ตามแผนเศรษฐกิจและการควบคุมสื่อ และเป็นเจ้าของสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในการ
จัดตั้งและปกครองดูแลชุมชน และถัดมาเป็นรัฐทุนนิยมที่มีการเลือกตั้งเสรีโดย
ทั่วไปและสื่อโดยเสรี ซึ่งยังให้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพในการ
สมาคมแก่พลเมืองของตน กลุ่มที่เป็นกลางที่ประกาศด้วยตัวเองได้เกิดขึ้นพร้อม
กับขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดซึ่งถูกก่อตั้งโดยอียิปต์อินเดีย อินโดนีเซีย และ
ยูโกสลาเวีย กลุ่มฝ่ายนี้ได้ปฏิเสธความสัมพันธ์กับทั้งตะวันตกที่นำโดยสหรัฐหรือ
ตะวันออกที่นำโดยโซเวียต ในขณะที่รัฐอานานิคมเกือบทั้งหมดต่างได้รับเอกราช
ในช่วงเวลาปี ค.ศ. 1945-1960 พวกเขาได้กลายเป็นสมรภูมิของโลกที่สามใน
สงครามเย็น

ในช่วงระยะแรกของสงครามเย็นได้เริ่มต้นขึ้นในสองปีแรกหลัง
สงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1945 สหภาพโซเวียตได้
รวบรวมอำนาจการควบคุมเหนือรัฐของกลุ่มตะวันออก ในขณะที่
สหรัฐอเมริกาได้ริเริ่มใช้กลยุทธ์การจำกัดในการขยายตัวทั่วโลกเพื่อ
ท้าทายอำนาจของสหภาพโซเวียต การแผ่ขยายความช่วยเหลือทาง
ทหารและการเงินไปยังประเทศต่าง ๆ ในยุโรปตะวันตก (ตัวอย่างเช่น
การสนับสนุนฝ่ายต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ในสงครามกลางเมืองกรีซ)
และก่อตั้งพันธมิตรนาโต้ การปิดกั้นเบอร์ลิน (ค.ศ. 1948–49) เป็น
วิกฤตครั้งใหญ่ครั้งแรกของสงครามเย็น กับชัยชนะของฝ่าย
คอมมิวนิสต์ในสงครามกลางเมืองจีนและการปะทุของสงครามเกาหลี
(ค.ศ. 1950-53) ความขัดแย้งได้แผ่ขยายออกไป สหภาพโซเวียตและ
สหรัฐอเมริกาต่างแข่งขันกันเพื่อมีอิทธิพลในละตินอเมริกาและรัฐ
อาณานิคมที่ได้รับเอกราชจากแอฟริกา ตะวันออกกลาง และเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ ในขณะเดียวกัน

การปฏิวัติฮังการี ปี ค.ศ. 1956 ได้ถูกยับยั้งโดยโซเวียต การขยายตัว
และเพิ่มพูนมากขึ้นทำให้เกิดวิกฤตการณ์มากมาย เช่น วิกฤตการณ์คลองสุเอซ
(ค.ศ. 1956) วิกฤตการณ์เบอร์ลิน ปี ค.ศ. 1961 และวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา
ปี ค.ศ. 1962 ภายหลังจากวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา ระยะใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นซึ่ง
เห็นได้จากความแตกแยกระหว่างจีน-โซเวียตที่มีความสัมพันธ์อันซับซ้อนใน
วงการคอมมิวนิสต์ ในขณะที่พันมิตรของสหรัฐ โดยเฉพาะฝรั่งเศส ได้แสดงให้
เห็นถึงการมีอิสระในปฏิบัติการมากขึ้น สหภาพโซเวียตได้เข้ารุกรานเชโกสโลวา
เกียและบดขยี้ ปรากสปริง โครงการของการได้รับเอกราช ปี ค.ศ. 1968

ในขณะที่สงครามเวียดนาม (ค.ศ. 1955-75)
ได้จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของสาธารณรัฐ
เวียดนามใต้ที่มีสหรัฐคอยหนุนหลัง ทำให้มีการปรับ
เปลี่ยนแผนการมากขึ้น นอกเหนือจากนี้ สหรัฐยัง
ประสบกับความวุ่นวายภายในจากขบวนการเพื่อสิทธิ
พลเมืองและฝ่ายต่อต้านสงครามเวียดนาม ในปี ค.ศ.
1960-70 ขบวนการเพื่อสันติภาพระหว่างประเทศได้
เกิดขึ้นในท่ามกลางประชาชนทั่วโลก ขบวนการต่อ
ต้านการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์และเพื่อปลดอาวุธ
นิวเคลียร์ได้เกิดขึ้น พร้อมกับการประท้วงต่อต้าน
สงครามขนาดใหญ่

ในปี ค.ศ. 1970 ทั้งสองฝ่ายได้เริ่มเอาใจใส่ในความพยายามประนี
ประนามเพื่อสร้างระบบระหว่างประเทศที่มีเสถียรภาพและสามารถคาดการณ์ได้
มากขึ้น การเปิดฉากการผ่อนคลายความตึงเครียดซึ่งเห็นได้จากการเจรจาจำกัด
อาวุธทางยุทธศาสตร์และสหรัฐได้เปิดความสัมพันธ์กับสาธารณรัฐประชาชนจีน
ในฐานะที่เป็นตัวถ่วงดุลอำนาจทางยุทธศาสตร์ต่อสหภาพโซเวียต การผ่อน
คลายความตึงเครียดได้ยุติลงในช่วงปลายทศวรรษด้วยสงครามโซเวียตใน
อัฟกานิสถานได้เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1979

ช่วงต้นปี ค.ศ. 1980 เป็นช่วงเวลาแห่งความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง
ด้วยเครื่องบินโคเรียนแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 007 ถูกโซเวียตยิงตก (ค.ศ. 1983)
และการซ้อมรบทางทหารของนาโต้ "เอเบิล อาชเชอร์"(ค.ศ. 1983) สหรัฐอเมริกา
ได้เพิ่มแรงกดดันทางการทูต ทางทหารและทางเศรษฐกิจต่อสหภาพโซเวียต ใน
ช่วงเวลาที่รัฐคอมมิวนิสต์กำลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจที่กำลังซบเซา ในช่วง
กลางปี ค.ศ. 1980 ผู้นำโซเวียตคนใหม่อย่างมีฮาอิล กอร์บาชอฟได้แนะนำการ
ปฏิรูปแบบเสรีของเปเรสตรอยคา("การปรับโครงสร้าง", ค.ศ. 1987)และกลัสนอ
สต์("โปร่งใส", ค.ศ. 1987) และยุติการมีส่วนร่วมของโซเวียตในอัฟกานิสถาน แรง
กดดันเพื่อเอกราชของชาติได้เพิ่มมากขึ้นในยุโรปตะวันออกโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ
โปแลนด์ กอร์บาชอฟปฏิเสธที่จะใช้กองกำลังทหารโซเวียตเพื่อค้ำจุดระบอบสนธิ
สัญญาวอร์ซอที่ไม่มั่นคงดังที่เคยเป็นในอดีต

ผลลัพธ์ในปี ค.ศ. 1989 คือ คลื่นแห่งการปฏิวัติด้วยสันติวิธี(ยกเว้น
เพียงการปฏิวัติโรมาเนีย) ได้ล้มล้างระบอบคอมมิวนิสต์ทั้งหมดในยุโรปกลาง
และตะวันออก พรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหภาพโซเวียตได้สูญเสียการควบคุม
และถูกสั่งห้าม ภายหลังจากมีการพยายามก่อรัฐประหารซึ่งประสบผลไม่
สำเร็จในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1991 สิ่งนี้ได้นำไปสู่การล่มสลายของสหภาพ
โซเวียตอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1991 และการล่มสลายของ
ระบอบคอมมิวนิสต์ในประเทศอื่นๆ เช่น มองโกเลีย กัมพูชา และเยเมนใต้
สหรัฐอเมริกายังคงเป็นประเทศมหาอำนาจเพียงหนึ่งเดียวของโลกมาจนถึงทุก
วันนี้

สงครามเย็นและเหตุการณ์ต่างๆ ได้ทิ้งมรดกที่สำคัญเอาไว้ มักจะถูก
อ้างอิงถึงในวัฒนธรรมสมัยนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยประเด็นเรื่องของการจาร
กรรมและภัยคุกคามของการสงครามนิวเคลียร์ ในขณะดียวกัน สถานะความ
ตึงเครียดที่เกิดขึ้นใหม่อีกครั้งระหว่างหนึ่งในรัฐที่สืบทอดมาจากสหภาพโซเวียต
สหพันธรัฐรัสเซีย และสหรัฐอเมริกาในศตวรรษที่ 21 (รวมทั้งพันธมิตรตะวันตก)
เช่นเดียวกับความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างจีนกับสหรัฐและพันธมิตรตะวันตกซึ่ง
ทั้งสองฝ่ายต่างมีอำนาจมากขึ้น ซึ่งเรียกกันว่า สงครามเย็นครั้งที่สอง

การใช้คำ

สงครามเย็นเป็นภาวะอย่างหนึ่งที่ประเทศมหาอำนาจทั้ง 2 ฝ่ายต่าง
แข่งขันกัน โดยพยายามสร้างแสนยานุภาพทางการทหารของตนไว้ข่มขู่ฝ่ายตรง
ข้าม โดยประเทศมหาอำนาจจะไม่ทำสงครามกันโดยตรง แต่จะสนับสนุนให้
ประเทศพันธมิตรของตนเข้าทำสงครามแทน หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าสงคราม
ตัวแทน (proxy war) เหตุที่เรียก สงครามเย็นเนื่องจากเป็นการต่อสู้กัน
ระหว่างมหาอำนาจ โดยใช้จิตวิทยา

การกำเนิดค่ายตะวันออก

ในช่วงท้ายของสงครามโลกครั้งที่ 2 สหภาพ
โซเวียตได้ก่อตั้งค่ายตะวันออก (Eastern Bloc) โดย
การรวมรัฐที่ได้ยึดมาจากฝ่ายนาซี เช่น โปแลนด์ ลัตเวีย
ลิทัวเนีย ฟินแลนด์ เอสโตเนีย โรมาเนีย แล้วจึงเปลี่ยน
สถานะให้เป็นรัฐสังคมนิยมซึ่งอยู่ภายใต้การปกครอง
ของสหภาพโซเวียต

ลำดับเหตุการณ์

นโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตในช่วงเวลา
ดังกล่าว คำนึงถึงสงครามเย็นเป็นหลัก นับจากปี ค.ศ. 1947 (พ.ศ. 2490) จน
กระทั่งการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ใน ค.ศ. 1991 (พ.ศ. 2534) สมัยเริ่ม
ต้นสงครามเย็น น่าจะอยู่ในสมัยวิกฤตการณ์ทางการทูตในตอนกลางและปลาย
ค.ศ. 1947 เมื่อสหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียตเกิดขัดแย้งเรื่องการจัดตั้ง
องค์การสันติภาพในตุรกี ยุโรปตะวันออกและเยอรมนี

ความตึงเครียดเนื่องจากการเผชิญหน้ากันระหว่างอภิมหาอำนาจ แต่ยัง
ไม่มีการประกาศสงครามหรือใช้กำลัง เป็นสมัยลัทธิทรูแมน วันที่ 12 มีนาคม ค.ศ.
1947 กับประกาศแผนการมาร์แชลล์ เพื่อฟื้ นฟูบูรณะยุโรปตะวันตก ซึ่งได้รับความ
เสียหายจากสงครามโลกครั้งที่สอง การขยายอิทธิพลของโซเวียตในยุโรปตะวัน
ออก และการแบ่งแยกเยอรมนี

การวิจัยและพัฒนาโครงการทางการทหารทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่
จำนวนมาก เกิดขึ้นในในช่วงเวลานี้ รวมถึงการแข่งขันกันสำรวจอวกาศ และการ
สะสมอาวุธนิวเคลียร์ด้วย ทั้งหมดนี้เป็นไปเพื่อแสดงแสนยานุภาพของฝ่ายตน

เริ่มต้นของสงครามเย็น (ค.ศ. 1945-1950)

ระยะแรกของสงครามเย็นเริ่มในสองปีให้หลังสงครามโลกครั้งที่สองยุติใน
ค.ศ. 1945 สหภาพโซเวียตรวบการควบคุมเหนือรัฐในกลุ่มตะวันออก โดยสหภาพ
โซเวียตได้นำกองทัพเข้ารัฐประหารประเทศต่าง ๆ กลุ่มตะวันออกและพยายามเข้า
แทรกแซงทางการเมืองในกรีซและตรุกี ขณะที่สหรัฐอเมริกาเริ่มได้เริ่มลัทธิทรูแมน
คือการจำกัดการขยายตัวของลัทธิที่ไม่พึงปรารถนาทั่วโลกเพื่อท้าทายโซเวียต โดย
แผนมาร์แชลล์ขยายความช่วยเหลือทางทหารและการเงินแก่ประเทศยุโรปตะวัน
ตก (ตัวอย่างเช่น การสนับสนุนฝ่ายต่อต้านคอมมิวนิสต์ในสงครามกลางเมือง
กรีซ) การตั้งพันธมิตรเนโท

จากนั้นสหภาพโซเวียตได้ปิดล้อมเบอร์ลิน ไม่ให้กลุ่มตะวันตกเข้าช่วย
เหลือชาวเบอร์ลินตะวันตก โดยหวังว่าจะให้ชาวเบอร์ลินตะวันตกจะมาร่วมกับ
เบอร์ลินตะวันออก แต่กลุ่มตะวันตกได้ส่งของทางอากาศช่วยเหลือชาวเบอร์ลิน
ตะวันตกโซเวียตเห็นว่าไม่ได้ผลจึงยกเลิกการปิดกั้นให้กลุ่มตะวันตกเข้ามา

วิกฤตการณ์ (ค.ศ. 1950-1975)

ด้วยชัยชนะของฝ่ายคอมมิวนิสต์ในสงครามกลางเมืองจีนและการอุบัติ
ของสงครามเกาหลี (ค.ศ. 1950–1953) ความขัดแย้งขยายตัว สหภาพโซเวียต
และสหรัฐอเมริกาแข่งขันชิงอิทธิพลในละตินอเมริกาและรัฐแอฟริกา
ตะวันออกกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับปลดปล่อยอาณานิคม ขณะ
เดียวกัน การปฏิวัติฮังการี ค.ศ. 1956 ถูกโซเวียตหยุดยั้ง การขยายและบาน
ปลายจุดประกายวิกฤตการณ์เพิ่มอีก เช่น วิกฤตการณ์สุเอซ (ค.ศ. 1956)
วิกฤตการณ์เบอร์ลิน ค.ศ. 1965 และวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา ค.ศ. 1962

หลังความขัดแย้งสุดท้ายนี้ก็เริ่มระยะใหม่ซึ่งมีความแตกแยกระหว่างจีน–
โซเวียตทำให้ความสัมพันธ์ภายในเขตคอมมิวนิสต์ซับซ้อนยิ่งขึ้น ขณะที่พันธมิตร
ของสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศฝรั่งเศส แสดงอิสระในการปฏิบัติมากขึ้น
สหภาพโซเวียตปราบปรามโครงการเปิดเสรีปรากสปริง ค.ศ. 1968 ในเชโกสโลวา
เกีย และสงครามเวียดนาม(ค.ศ. 1955–1975) ยุติลงด้วยความปราชัยของ
สาธารณรัฐเวียดนามใต้ที่สหรัฐหนุนหลัง ทำให้มีการปรับแก้เพิ่มขึ้น

การผ่อนคลายครั้งแรก (ค.ศ. 1974-1979)

ในคริสต์ทศวรรษ 1970 ทั้งสองฝ่ายต่างสนใจในการผ่อนปรนเพื่อ
สถาปนาระบบระหว่างประเทศที่เสถียรมั่นคงและทำนายได้มากขึ้น อันเริ่ม
ระยะการผ่อนคลายความตึงเครียดซึ่งมีการเจรจาจำกัดอาวุธยุทธศาสตร์และ
สหรัฐเปิดความสัมพันธ์กับสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเป็นการถ่วงดุล
ยุทธศาสตร์กับสหภาพโซเวียต และเจรญาสนธิสัญญาควบคุมอาวุธ SALT I
(ค.ศ. 1974) และ SALT II (ค.ศ.1979)

วิกฤตการณ์ครั้งที่สอง (ค.ศ. 1979-1989)

การผ่อนคลายความตึงเครียดทลายลงเมื่อสิ้นทศวรรษโดยสงคราม
โซเวียตในอัฟกานิสถานเริ่มใน ค.ศ. 1979 เป็นการพยายามให้อัฟกานิสถานยัง
เป็นฝ่ายคอมมิวนิสต์

ต้นคริสต์ทศวรรษ 1980 เป็นอีกช่วงหนึ่งที่มีความตึงเครียดเพิ่มขึ้น โดย
การที่โซเวียตยิงโคเรียนแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 007 ตก (ค.ศ. 1983) และการซ้อม
รบ "เอเบิลอาร์เชอร์" ของเนโท (ค.ศ. 1983) สหรัฐเพิ่มการกดดันทางการทูต
ทหารและเศรษฐกิจต่อสหภาพโซเวียต

การผ่อนคลายครั้งสองและสิ้นสุดสงคราม
เย็น (ค.ศ. 1985-1991)

เป็นช่วงปลายสงครามเย็น สหภาพโซเวียตกำลังประสบภาวะเศรษฐกิจ
ซบเซาอยู่แล้ว ในกลางคริสต์ทศวรรษ 1980 ผู้นำโซเวียตคนใหม่ มีฮาอิล กอร์บา
ชอฟ ริเริ่มการปฏิรูปเปิดเสรีเปเรสตรอยคา (ค.ศ. 1987) และกลัสนอสต์
(ประมาณ ค.ศ. 1985) ยุติการเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในสงครามโซเวียตใน
อัฟกานิสถาน และการสนธิสัญญาควบคุมขีปนาวุธ INF

การกดดันเรียกร้องเอกราชของชาติยิ่งเติบโตขึ้นในยุโรปตะวันออก โดย
เฉพาะอย่างยิ่งประเทศโปแลนด์ ฝ่ายกอร์บาชอฟไม่ยอมใช้ทหารโซเวียตเพื่อค้ำ
จุดระบอบสนธิสัญญาวอร์ซอที่ไม่มั่นคงดังที่เคยเป็นในอดีต ผลลงเอยด้วยใน
ค.ศ. 1989 เกิดคลื่นปฏิวัติซึ่งโค่นระบอบคอมมิวนิสต์ทั้งหมดในยุโรปกลางและ
ยุโรปตะวันออก

พรรคคอมมมิวนิสต์แห่งสหภาพโซเวียตเองเสียการควบคุมและถูกห้ามหลัง
ความพยายามรัฐประหารอันไร้ผลในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1991 แล้วนำไปสู่การยุบ
สหภาพโซเวียตอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1991 และการล่มสลายของ
ระบอบคอมมิวนิสต์ในประเทศอื่นอย่างประเทศมองโกเลีย กัมพูชาและเยเมนใต้
สหรัฐเหลือเป็นประเทศอภิมหาอำนาจของโลกแต่ผู้เดียว

คู่สงคราม

เริ่มต้นของสงครามเย็น ค.ศ. 1947-1953 มีประเทศพันธมิตรของ
สหรัฐอเมริกาหลัก ๆ คือ สมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ มี
ประเทศพันธมิตรของโซเวียตหลัก ๆ คือสมาชิกสนธิสัญญาวอร์ซอและ
สาธารณรัฐประชาชนจีน

ค.ศ. 1950 ได้เกิดสงครามเกาหลี สหรัฐอเมริกาได้ช่วยเหลือเกาหลีใต้
ส่วนโซเวียตได้ช่วยเหลือเกาหลีเหนือ จนกระทั่งสงบศึกหลังจากเวียดมินห์ได้รับ
ชัยชนะ ฝรั่งเศสยอมรับความปราชัยและต้องสงบศึก ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการลง
นามใน "อนุสัญญาเจนีวา" (พ.ศ. 2497) ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มี
ผลให้เวียดนามถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ เวียดนามเหนือ และเวียดนามใต้ โดย
มีเส้นขนานที่ 17 องศาเหนือ โดยเวียดนามเหนือยึดถือการปกครองแบบ
สังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ภายใต้การนำของโฮจิมินห์ ส่วนเวียดนามใต้ยึดถือการ
ปกครองแบบประชาธิปไตย ภายใต้การนำของโง ดินห์ เสี่ยม ทำให้สหภาพ
โซเวียตเข้าควบคุมเวียดนามเหนือ สหรํฐอเมริกาเข้าควบคุมเวียดนามใต้ ใน
ตะวันออกกลาง อเมริกาได้สนับสนุนอิสราเอลในเรื่องอาวุธที่ไว้ใช้ป้องกันตัวเอง
ทำให้โซเวียตตอบโต้โดยสนับสนุนสันนิบาตอาหรับในต่อต้านอิสราเอล

ในปีค.ศ. 1959 ได้มีการปฏิวัติคิวบาและได้เข้า
เป็นพันธมิตรของโซเวียต ในปี ค.ศ.1960 สาธารณรัฐ
ประชาชนจีนได้มีความคิดคัดแย้งกัน ทำให้สาธารณรัฐ
ประชาชนจีน กลุ่มเขมรแดง และโซมาเลีย แยกออกมา
จากพันธมิตรของโซเวียต หลังจากสงครามยมคิปปูร์
เวียดนามได้เข้าเป็นพันธมิตรของโซเวียต ส่วนสันนิบาต
อาหรับตัดความสัมพันธ์จากโซเวียตไปเป็นพันธมิตรของ
อเมริกา
ในปี ค.ศ.1979 เกิดสงครามอัฟกานิสถานที่เป็นพันธมิตรของโซเวียตได้
ต่อสู้กับมุจญาฮิดีนซุนนีย์ที่อเมริกาสนับสนุน ในที่สุดมุจญาฮิดีนซุนนีย์ได้รับ
ชัยชนะ ทำให้โซเวียตเสียพันธมิตรไป ใน ค.ศ.1989 ได้มีการเรียกร้องความเป็น
ประชาธิปไตยในกลุ่มสนธิสัญญาวอร์ซอ ทำให้โซเวียตเสียพันธมิตรในกลุ่มสนธิ
สัญญาวอร์ซอ ทำให้รัฐในโซเวียตเรียกร้องอิสรภาพ ส่งผลให้สหภาพโซเวียตล่ม
สลายในเวลาต่อมา

สงครามตัวแทน

• สงครามกลางเมืองกรีซ (ค.ศ. 1946-1949) • สงครามหกวัน

• สงครามเกาหลี (ค.ศ. 1950 - 1953) • สงครามโซเวียต–อัฟกานิสถาน

• ความขัดแย้งระหว่างอาหรับ-อิสราเอล • สงครามเวียดนาม (ค.ศ. 1957 - 1975)

• สงครามล้างผลาญ (ค.ศ. 1967 - 1970) • สงครามยมคิปปูร์ (ค.ศ. 1973)

ผลของการสู้รบ

1.ทวีปยุโรปแล้ว สองอภิมหาอำนาจยังแข่งขันกันในภูมิภาคต่างๆ

ส่งผลให้สงครามเย็นเพิ่มความตึงเครียด ทวีปเอเซียเป็นอีกเวทีหนึ่งของ
สงครามเย็น ในแถบตะวันออกไก จีนเป็นดินแดนที่ลัทธิคอมมิวนิสต์ที่
ประสบความสำเร็จที่สุดแต่ เมื่อจีนคอมมิวนิสต์นำโดยเหมาเจ๋อตุง เป็นฝ่าย
มีชัยชนะในสงครามกลางเมือง ยึดครองแผ่นดินใหญ่ของจีนได้

รัฐบาลจีนคณะชาติซึ่งเป็นฝ่ายโลกเสรีและได้รับความสนับสนุนอย่างเต็ม
ที่จากสหรัฐอเมริกา ต้องหนีไปตั้งรัฐบาลที่เกาะฟอร์โมซาชัยชนะของจีน
คอมมิวนิสต์มีผลกระทบต่อดุลอำนาจทางการเมืองระหว่างประเทศ ถือเป็นการ
พ่ายแพ้ที่สำคัญของสหรัฐอเมริกาและเป็นการเสียดุลอำนาจครั้งสำคัญ ของโลก
เสรีสหภาพโซเวียตแล จีนเป็นสองประเทศคอมมิวนิสต์ที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่มี
ทรัพยากรมาก และมีจำนวนประชากรมหาศาล ความสัมพันธ์ระหว่าง
สหรัฐอเมริกาและจีนจึงตึงเครียดมานับตั้งแต่นั้น

2. ความขัดแย้งของสงครามเย็นส่งผลให้ประเทศเกาหลีถูกแบ่งออก

เป็น 2 ประเทศ ที่มีอุดมการณ์ต่างกัน กองทัพของประเทศเกาหลีเหนือซึ่ง
ปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์ได้ยกข้ามเส้นขนานที่ 38 องศาเหนือเข้า
รุกรานประเทศเกาหลีใต้อย่างฉับพลัน สหประชาติจึงมีมติให้สหรัฐอเมริกา
และกองกำลังทหารของสหประชาชาติจาก 18 ประเทศสมาชิกเข้าช่วย
เกาหลีใต้จากการรุกรานครั้งนี้ จีนส่งกองทัพช่วยเกาหลีเหนือ ก่อให้เกิดการ
เผชิญหน้ากันจนกระทั่ง ค.ศ.1953

มีการทำสนธิสัญญาสงบศึกสงครามเกาหลีก่อให้เกิดความตื่นตัวต่อการ
ขยายอิทธิพของลัทธิคอมมิวนิสต์ในเอเซีย สหรัฐอเมริกาเห็นความจำเป็นของการ
ต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ใเอเซียอย่างจริงจัง สำหรับประเทศญี่ปุ่น ลัทธิ
คอมมิวนิสต์ประสบความสำเร็จในวงแคบ
เสถียรภาพทางการเมืองความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและมาตรฐานสังคมในระดับ
สูงของประเทศญี่ปุ่นอันเป็นผลงานส่วนหนึ่งของสหรัฐอเมริกาส่งผลให้ประเทศ
ญี่ปุ่นเป็นกำลังสำคัญของโลกเสรีในทวีปเอเชีย

3. การขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์เข้ามาในอินโดจีน

ทำให้สหรัฐอเมริกานำนโยบายล้อมกรอบการขยายตัวของลัทธิ
คอมมิวนิสต์มาใช้ในเอเซียด้วย นายจอห์น ฟอสเตอร์ ดัลเลส
รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาขณะนั้นประกาศอย่างแข็ง
ขันว่าจะไม่ยอมให้ลัทธิคอมมิวนิสต์ขยายตัวต่อไป

เชื่อมั่นในทฤษฏีโดมิโนว่าถ้าประเทศใดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ตกอยู่
ภายใต้อิทธิพลของคอมมิวนิสต์แล้วประเทศใกล้เคียงอื่นๆ ก็จะพลอยเป็น
คอมมิวนิสต์ไปด้วย ในวันที่ 8 กันยายน ค.ศ.1954 จึงได้มีการสนธิสัญญาที่กรุง
มะนิลาเพื่อจัดตั้งองค์การสนธิสัญญาเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (Seato) ประกอบ
ด้วย 8 ประเทศได้แก่ สหรัฐอเมริกา ไทย ฟิลิปปินส์ ปากีสถาน สหราชอาณาจักร
ฝรั่งเศสออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ด้วยวัตถุประสงค์ทำนองเดียวกับนาโต

4.ในตะวันออกลาง หรือเอเซียตะวันตกเฉียงใติเป็นภูมิภาคที่มี

ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มประเทศอาหรับด้วยกันเองและระหว่างกลุ่ม
ประเทศอาหรับกับประเทศอิสราเอลสหภาพโซเวียตฉวยโอกาสขยายอิทธิพล
ของตนด้วยวิธีการต่างๆ เช่นเสนอให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจและการ
ทหารแก่ประเทศอิยิปต์ในการปฏิรูปประเทศในสมัยประธานาธิบดีนัสเซอร์
ด้วยการให้เงินสร้างเขื่อนอัสวาน

อืยิปต์เป็นผู้นำของกลุ่มประเทศอาหรับที่สหภาพโซเวียตต้องการส่งเสริม
อิทธิพลของลัทธิคอมมิวนิสต์ให้แพร่หลายในภูมิภาคตะวันออกลางฝ่ายโลกเสรีจึง
หาทางสกัดกั้นด้วยการจัดตั้งองค์การสนธิสัญญาเซ็นโตหรือองค์การสนธิสัญญา
กลาง (Central Treaty Organization:CENTO) ซึ่งมีสมาชิก 5 ประเทศคือ
สหราชอาณาจักร ตุรกี อิรัก อิหร่าน และปากีสถานโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
ป้องกันการแทรกแซงและขยายอำนาจของลัทธิคอมมิวนิสต์ในภูมิภาคนี้

มรดกตกทอด

มรดกทางการเมืองจากสงครามเย็นที่ยังตกค้างในเวียดนาม
ทุกวันนี้เป็นสิ่งที่ซับซ้อน วิธีคิดแบบสองขั้วจากยุคสงครามเย็นยังคง
เห็นได้ชัดในเอกสารและข้อบังคับของพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งเรียกผู้
คัดค้านด้วยสันติวิธีว่า “กลุ่มพลังปฏิกิริยา” และตั้งข้อสงสัยว่าได้รับ
การหนุนหลังจากกลุ่มพลังต่างชาติ มรดกตกทอดโดยตรงยิ่งกว่านั้นคือ
ข้อเท็จจริงที่ว่า

ในเดือนมกราคม 2018 กรมตำรวจของประชาชนเฉลิมฉลองการตั้ง
อนุสาวรีย์ในกรุงฮานอยที่อุทิศแด่เฟลิกซ์ เจียร์ซินสกี ผู้ก่อตั้ง Cheka หรือ
องค์กรตำรวจลับโซเวียต ซึ่งเป็นหน่วยงานบรรพบุรุษของเคจีบี ก่อนหน้าและ
พร้อมกับงานฉลองนี้ มีการเผยแพร่บทความสรรเสริญตีพิมพ์ลงในวารสารของ
กรมตำรวจและวารสารอื่นๆ ของพรรค-รัฐ ในภาพกว้างกว่านั้น มรดกของ
สงครามเย็นเห็นได้ชัดทั้งในอุดมการณ์และสถาบันที่คอยปกป้องคุ้มครองระบอบ
การเมืองอำนาจนิยมและพรรคที่ครองอำนาจ รวมทั้งจำกัดพื้นที่ทางการเมืองที่
เป็นปากเป็นเสียงในเวียดนามยุคปัจจุบัน แต่สงครามเย็นยังทิ้งร่องรอยอื่นๆ ไว้ใน
ภาคประชาสังคม เห็นได้ชัดจากลักษณะที่องค์กรและขบวนการด้านสิทธิและ
ความยุติธรรมหลายองค์กร รวมทั้งกลุ่มผู้สนับสนุนประชาธิปไตย ยังวางตำแหน่

บทสรุป

สงครามเย็นยุติลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 ธันวาคม 1991 พร้อม
กับการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ภายหลังจากการใช้นโยบายปรับโครงสร้าง
ทางการเมือง การทหารและเศรษฐกิจ กลัสนอสต์ (Glasnost) และเปเรสตรอย
คา (Perestroika) ประธานาธิบดีกอร์บาชอฟลาออกจากตำแหน่งและ
ประธานาธิบดีบอริส เยลต์ซิน เปลี่ยนธงชาติสหภาพโซเวียตเป็นธงชาติรัสเซียใน
ปัจจุบัน สงครามเย็นความเสียหายและรอยบาดแผลจากด้านมืดของมนุษย์ ใน
ขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด เช่น การพัฒนา
เทคโนโลยีอวกาศ เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งกลายเป็นพื้น
ฐานของเทคโนโลยีที่สำคัญในยุคปัจจุบัน อย่างไรก็ตามสงครามเย็นเป็นบทเรียน
ครั้งสำคัญที่ควรป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นไม่ว่าในยุคนี้หรืออนาคต

แสกนคิวอาร์โค้ดด้านล่างนี้ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม

สงครามเย็น

เรื่องเล่า
สงครามเย็น

แบบทดสอบ

จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง

1.อะไรเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สหภาพโซเวียตล่มสลาย
1.การแก่งแย่งอำนาจในหมู่ผู้นำของสหภาพโซเวียต
2.การเรียกร้องประชาธิปไตยในสหภาพโซเวียต
3.วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจของสหภาพโซเวียต
4.การเรียกร้องเอกราชของรัฐต่างๆ ในสหภาพโซเวียต

2.ข้อใดเป็นกลุ่มประเทศความตกลงไตรภาคีที่เกิดขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษ
ที่ ๑๙

1.ฝรั่งเศส อิตาลี โปแลนด์
2.อิตาลี อังกฤษ สหรัฐอเมริกา
3.ฝรั่งเศส รัสเซีย อังกฤษ
4.ออสเตรีย-ฮังการี ฝรั่งเศส อิตาลี
3.ปัจจัยใดที่ทำให้บรรดาประเทศมหาอำนาจมั่นใจกล้าที่จะตัดสินใจเปิดฉาก
สงครามโลกครั่งที่ ๑
1.เศรษฐกิจ 2.ระบบพันธมิตร
3.ความมีอำนาจ 4.อุดมการณ์
4.เหตุการณ์ใดถือเป็นการสิ้นสุดสงครามเย็น
1.การล่มสลายของสหภาพโซเวียตคริสศตศักราช 1991
2.สหรัฐอเมริกาเปิดความสัมพันธ์กับสหภาพโซเวียต
3.จีนเปิดประเทศและเปิดความสัมพันธ์กับ สหรัฐอเมริกา
4.กอร์บาซอฟ ประกาศนโยบายกลาสนอสและเปเรสทรอยกา
5.การทำลายกำแพงเบอร์ลิน ใน ค.ศ. 1989 แสดงให้เห็นเรื่องอะไร
1.ชัยชนะของเยอรมนีตะวันตกต่อเยอรมนีตะวันออก
2.เป็นการใช้นโยบายผ่อนคลายความตึงเครียดของประเทศมหาอำนาจ
3.การขยายตัวของลัทธินาซีใหม่ในเยอรมนี
4.การสิ้นสุดลงของสงครามเย็น

6.การคลี่คลายของสงครามเย็น เป็นผลมาจากเหตุการณ์ใด
1.การล่มสลายของสหภาพโซเวียต
2.ชัยชนะของสหรัฐอเมริกาต่ออิรักในสงครามอ่าวเปอร์เซีย
3.การถอนทหารของสหรัฐอเมริกาออกจากอินโดจีน
4.การถอนขีปนาวุธของสหภาพโซเวียตออกจากคิวบา

7. SALT คืออะไร
1.ชื่อขีปนาวุธชนิดใหม่ของสหภาพโซเวียต
2.การเจรจาลดกำลังอาวุธยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับสหภาพ

โซเวียต
3.ระบบการป้องกันการโจมตีทางอากาศของสหรัฐอเมริกา
4.ข้อตกลงแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยีระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา

8. สงครามเย็นเกิดขึ้นเมื่อใด
1.ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1
2.หลังสงครามโลกครั้งที่ 1
3.ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2
4.หลังสงครามโลกครั้งที่ 2

9.เหตุการณ์ใดถือเป็นการยุติสงครามเย็นที่ดำเนินมานานถึง 45 ปี
1.การรัฐประหารโค่นล้มกอร์บาซอฟ ในปีคริสตศักราช 1991
2.ชาวเยอรมันตะวันออกเรียกร้องเสรีภาพการเมืองในปี คริสศักราช 1988
3.สาธารณรัฐต่างๆในสหภาพโซเวียตได้ร่วมกันจัดตั้งเครือรัฐเอกราช คริสต

ศักราช 1991
4.กำแพงเบอร์ลินซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการแบ่งแยกฝ่ายเสรี

ประชาธิปไตยและฝ่ายคอมมิวนิสต์ถูกทำลายลงในปีคริสตศักราช 1990
10. การต่อสู้ทางจิตวิทยา คืออไร

1.การสะสมอาวุธ กองกำลังทหาร และโฆษณาชวนเชื่อ
2.ภาวะที่ทหารมีอาการหวาดกลัวต้องพบจิตแพทย์
3.มหาอำนาจใช้อาวุธที่มีกำลังทำลายล้างสูงสู้รบกัน
4.การติดต่อทางการฑูตเพื่อยุติสงคราม

สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อ
ทำแบบทดสอบ

(ขอให้ผ่านไป
ด้วยดีนะคะ)

บรรณานุกรม

วิกิพีเดีย. (ม.ป.ป.). สงครามเย็น. [ออนไลน์].
เข้าถึงได้จาก : https://th.m.wikipedia.org/wiki/สงครามเย็น.
(วันที่ค้นข้อมูล : 3 พฤศจิกายน 2564).

Point of View. (2561 , 22 ธันวาคม). เรื่องเล่า สงครามเย็น | Point of View.
[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://youtu.be/2SZs7ZYIvmM.
(วันที่ค้นข้อมูล : 3 พฤศจิกายน 2564).

MinuteVideos Thailand. (2562 , 9 ตุลาคม). สงครามเย็น.
[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://youtu.be/Nbms-fNN-CM.
(วันที่ค้นข้อมูล : 3 พฤศจิกายน 2564).


Click to View FlipBook Version