เสาชงิ ช้า (จาลอง) ณ โรงเรียนวิชทู ิศ
เสาชิงชา้ (Giant Swing) เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างข้ึนโดยพระราชดารัสของรัชกาลที่ 1 เมื่อปี พ.ศ. 2327
ตามคติโบราณในการสร้างพระนครใหม่นั้นให้สร้างเทวดาและเสาชิงช้าเพื่อบูชาพระศิวะผู้ทรงประทานพร พระ
นารายณผ์ ู้ทรงรักษา และพระพรหมผู้สร้าง การสร้างเสาชิงช้าถือเป็นคติในการทาให้บ้านเมืองแช็งแรง จงึ ต้องมีพิธีโล้
ชงิ ชา้ ในพระราชพิธีตรยี มั พวาย-ตรีปวายของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เสาชิงช้าต้ังอยหู่ น้าวัดสทุ ศั น์เทพวราราม และลาน
หน้าศาลาวา่ การกรุงเทพมหานคร (ลานคนเมือง) ใกล้กับเทวสถานโบสถ์พราหมณ์ ในพนื้ ท่ีแขวงเสาชิงชา้ และแขวงวัด
ราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ซึง่ ถอื เปน็ สัญลักษณอ์ ยา่ งหน่ึงของกรุงเทพมหานคร
เสาชิงช้ามีขนาดใหญ่ ต้ังอยู่บนแท่นหินขนาดใหญ่ สูง 21.15 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางฐานกลมประมาณ
10.50 เมตร ฐานกลมก่อเป็นฐานปัทม์ทาด้วยหินล้างสีขาว พื้นบนปูกระเบื้องดินเผาสีแดง มีบันได 2 ข้ัน ท้ัง 2 ด้าน
ตามแนวโค้งของฐานตดิ แผน่ จารกึ ประวตั ิเสาชิงชา้ เสาไมแ้ กนกลางคแู่ ละเสาตะเกยี บ 2 คู่ เป็นเสาหัวเมด็ ล้วนทาดว้ ย
ไม้สักกลึงกลม โครงยึดหัวเสาทั้งคู่แกะสลักอย่างสวยงาม กระจังและหูช้างไม้เป็นลวดลายไทย ทั้งหมดทาสีแดงชาด
ติดสายล่อฟ้า จากลวดลายกระจังด้านบนลงดิน กรมศลิ ปากรได้ประกาศขึน้ ทะเบียนเสาชิงช้าเป็นโบราณสถานสาคัญ
ของชาติเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2492 การบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งล่าสุดเม่ือปี พ.ศ. 2549 ซ่ึงใช้ไม้สักทองจาก
จงั หวัดแพร่มาเปลยี่ นแทนเสาชงิ ช้าคู่เดิม
เสาชงิ ช้าในอดีต เสาชิงช้าในปัจจบุ นั