ศิลปะ อิสอิ ลาม (Islamic Art)
คำ นำ หนังสืออิเ อิ ล็ก ล็ ทรอนิกส์ e-book นี้จัด จั ทำ ขึ้น ขึ้ เพื่อประกอบ การเรีย รี นและศึกษา ผู้จั ผู้ ด จั ทำ ได้ร ด้ วบรวมข้อ ข้ มูล มู จากแหล่ง ล่ ข้อ ข้ มูล มู ที่ผู้ ที่ จั ผู้ ด จั ทำ ได้ศึด้ ศึ กษาแล้ว ล้ ว่า ว่ เชื่อ ชื่ ถือ ถื ในข้อ ข้ มูล มู ได้เ ด้ พื่อให้ได้ศึด้ ศึ กษา และทำ ความเข้า ข้ ใจในเนื้อหาในรูปแบบที่น่ ที่ น่ าสนใจมากขึ้น ขึ้ ผู้ จัด จั ทำ หวัง วั เป็นประโยชน์แก่นั ก่ นั กเรีย รี นและผู้ส ผู้ นใจไม่ม ม่ ากก็น้ ก็ น้ อย ผู้จั ผู้ ด จั ทำ นางสาวเทีย ที น พุท พุ ชิต ชิ และนางสาววรมน ฐิต ฐิ ะโลหะกุล กุ
สารบัญ บั 1. ศิลปะอิสอิ ลาม (Islamic Art) 2. จิต จิ รกรรม 3. สถาปัตยกรรม 4. ลวดลายประดับ ดั รูปแบบศิลปะอิสอิ ลาม 4.1 ลวดลายประดิษ ดิ ฐ์ (Calligraphy) 4.2 ลวดลายดอกไม้ (Floral Patterns) 4.3 ลวดลายเรขาคณิต (Islamic Geometry) 5. ลวดลายศิลปะบนผนัง 1 2 3 4 5-9 10-11 12-15 16-18 เรื่อ รื่ ง หน้า
ศิลปะอิสอิ ลาม (Islamic Art) ศิลปะอิสอิ ลาม (Islamic Art) คือ ศิลปะที่เ ที่ กิด กิ ขึ้น ขึ้ ภายใต้ แนวคิดของศาสนาอิสอิ ลาม จากองค์ประกอบ ด้า ด้ นความเชื่อ ชื่ สุน สุ ทรีย รีศาสตร์ และวัฒ วั นธรรมของ ชาวมุส มุ ลิม ลิ ศิลปะอิสอิ ลาม สามารถจำ แนกออกเป็น ศิลปกรรมอิสอิ ลามเพื่อศาสนา สร้า ร้ งสรรค์ขึ้น ขึ้ เพื่อ มุ่ง มุ่ สรรเสริญ ริ และระลึก ลึ ถึง ถึ คำ สอนพระผู้ เป็นเจ้า จ้ ได้แ ด้ ก่ อัก อั ษรประดิษ ดิ ฐ์ คือลายประดับ ดั ที่คั ที่ คั ดลอกบท โองการ หรือ รื ตีค ตี วามหมายจากพระมหาคัมภีร์ ภี อั ร์ ล อั กุร กุ อาน และ ศิลปกรรมอิสอิ ลามเพื่อวิถี วิ ชี ถี วิ ชี ต วิ ทั่ว ทั่ ไปซึ่ง ซึ่ ถูก ถู นทำ ไป รัง รั สรรค์บน ข้า ข้ วของเครื่อ รื่ งใช้ต่ ช้ า ต่ ง ๆ มากมาย
จิต จิ รกรรม จิตรกรรมฝาผนังในหมู่ถ้ำ โพวินต่อง ใกล้เมืองโม นยัว ประเทศพม่า แสดงเรื่อ รื่ งราวพุทธประวัติ พระพุทธเจ้า 28 พระองค์ การวาดภาพฝาผนังโดยเฉพาะ อย่า ย่ งยิ่ง ยิ่ในโลกเปอร์เ ร์ ซีย ซี รูปแบบภาพ วาดที่ยั ที่ ง ยั มีชี มี วิ ชี ต วิ รอดและพัฒนาสูง สู สุด สุ ในโลกอิสอิ ลามคือภาพขนาดเล็ก ล็ ใน ต้น ต้ ฉบับ บั ที่ส่ ที่ ส่ องสว่า ว่ งหรือ รื ต่อ ต่ มาเป็น หน้าเดีย ดี วสำ หรับ รั รวมไว้ใว้ นมูรั มู ค รั กา หรือ รื อัล อั บั้ม บั้ ผูก ผู พันของเพชรประดับ ดั และการประดิษ ดิ ฐ์ตั ฐ์ ว ตั อัก อั ษร แม้ว่ ม้ า ว่ ตัว ตั อย่า ย่ งในยุค ยุ แรก ๆ ที่ยัที่ง ยั มี ชีวิ ชี ต วิ อยู่จ ยู่ ะกลายเป็นเรื่อ รื่ งแปลก แต่ ศิลปะโดยเปรีย รี บเปรยของมนุษ นุ ย์ก็ ย์ เ ก็ป็น ประเพณีที่สืที่สื บต่อ ต่ กัน กั มาในดิน ดิ แดนของ ศาสนาอิสอิ ลามในบริบ ริ ททางโลกโดย เฉพาะอย่า ย่ งยิ่ง ยิ่ปราสาททะเลทราย
สถาปัตยกรรมอิสอิ ลามในสมัย มั ของท่า ท่ นศาสดามุฮั มุ ฮั มมัด มั (ซ็อ ซ็ ลฯ)หลัง ลั จากที่ท่ที่า ท่ นศาสดามุฮั มุ ฮั มมัด มั (ซ็อ ซ็ ลฯ) ได้ อพยพออกจากมัก มั กะฮฺเดิน ดิ ทางมาถึง ถึ ยัษ ยั ริบ ริ (มะดีน ดี ะฮฺ) ท่า ท่ นได้ห ด้ ยุด ยุ พักที่ ตำ บลกุบ กุ าอ์ ซึ่งซึ่ที่นั่ที่นั่ นท่า ท่ นได้สด้ ร้า ร้ ง มัสมั ยิด ยิ หลัง ลั แรกขึ้น ขึ้ "มัสมั ยิด ยิ ที่ถูที่ก ถู วาง รากฐาน(ถูก ถู สร้า ร้ ง)ของการสำ รวมตน จากความชั่ว ชั่(ตัก ตั วา)แต่วั ต่ น วั แรก" ด้ว ด้ ยเหตุนี้ ตุ นี้ มัสมั ยิด ยิ แห่งกุบ กุ าอ์จึ อ์ ง จึได้ถู ด้ ก ถู ขนานนามว่า ว่ "มัสมั ยิด ยิ แห่งการตัก ตั วา" หรือ รื อีก อี ชื่อ ชื่ หนึ่งว่า ว่ "มัสมั ยิด ยิ แห่งพลัง ลั อิสอิ ลาม" สถาปัตยกรรม เอเอฟพี - ยูเ ยู นสโก ประกาศให้กลุ่มลุ่เมือ มื ง โบราณในอาณาจัก จั รพะยูข ยู องพม่าม่ที่ ประกอบด้ว ด้ ย เมือ มื งเบกถาโน (Beikthano) เมือ มื งฮาลินลิ (Halin) และเมือ มื งศรีเ รี กษตร (Srikasetra)
ลวดลายประดับ ดั รูป แบบศิลปะอิสอิ ลาม เมื่อ มื่ กล่า ล่ วถึงศิลปะอิสอิ ลามมีจุ มี ด จุ เด่น ด่ เรื่อ รื่ ง ลวดลายประดับ ดั ซึ่งสามารถแบ่ง บ่ ออกได้เ ด้ป็น 3 ชนิด หลัก ลั ๆ ได้แ ด้ ก่ - ลายอัก อั ษรประดิษ ดิ ฐ์ (Calligraphy) - ลวดลายดอกไม้ (Floral Patterns) - ลายเรขาคณิต (Islamic Geometry)
การประดิษ ดิ ฐ์ตั ฐ์ ว ตั อัก อั ษรเป็นศิลปะการเขีย ขี นที่ส ที่ ร้า ร้ งขึ้น ขึ้ เพื่อความ สวยงามและเพื่อถ่า ถ่ ยทอดความคิดเป็นศิลปะโบราณและเป็นงาน ประดับ ดั ที่วิ ที่ จิ วิ ต จิ รบรรจงและยัง ยั ใช้ง ช้ านได้จ ด้ ริง ริ อีก อี ด้ว ด้ ย ลายอัก อั ษรประดิษ ดิ ฐ์ (Calligraphy) อิสอิ ลามมีก มี ารเติบ ติ โตรูปแบบศิลปะที่แ ที่ ตกต่า ต่ งได้รั ด้ บ รั การพัฒนาโดย อาศัยการประดิษ ดิ ฐ์ตั ฐ์ ว ตั อัก อั ษร นอกจากนี้ศิลปะอิสอิ ลามไม่ใม่ ห้แสดงภาพ สัตว์ห ว์ รือ รื คนด้ว ด้ ยเหตุผ ตุ ลทางศาสนาการประดิษ ดิ ฐ์ตั ฐ์ ว ตั อัก อั ษรจึง จึ กลาย เป็นวิธี วิ ก ธี ารตกแต่ง ต่ ที่สำ ที่ สำ คัญและเป็นรูปแบบศิลปะที่มี ที่ ค มี วามคิด สร้า ร้ งสรรค์สูง การประดิษ ดิ ฐ์ตั ฐ์ ว ตั อัก อั ษรภาษาอาหรับ รั มีบ มี ทบาทสำ คัญใน ศิลปะอิสอิ ลามและได้รั ด้ บ รั การผสมผสานเข้า ข้ กับ กั รูปแบบการ ตกแต่ง ต่ ทุก ทุ ประเภทในศิปละอิสอิ ลาม ไม่ว่ ม่ า ว่ จะ กระดาษ กระเบื้อ บื้ ง ภาชนะ พรมและหิน ตัว ตั อย่าย่งอัก อั ษรอิสอิลาม Photo : https://en.wikipedia.org/wiki/Islamic_calligraphy
ตัว ตั อย่า ย่ ง REEM KUFI แบบอัก อั ษรปกติ
ตัว ตั อย่า ย่ ง REEM KUFI แบบอัก อั ษรปกติ
ง า น อ อ ก แ บ บ ที่ เ ที่ ขี ย น ด้ ว ด้ ย ล า ย มื อ มื เ ป็ น สิ่ ง ที่ พ บไ ด้ ทุ ด้ ก ทุ ห น แ ห่ ง ใ น ศิ ล ป ะ อิ ส อิ ล า ม ป ก ติ แ ล้ ว ล้ ไ ด้ รั ด้ บ รั ก า ร แ ส ด ง อ อ ก ใ น ก า ร ผ ส ม ผ ส า น กั บ กั ข้ อ ค ว า ม สั้ น ๆ ที่ นำ ที่ นำ ม า จ า ก พ ร ะ คั ม ภี ร์ ภี อั ร์ ล อั - กุ ร กุ อ่ าอ่น แ ล ะ คำ ป ร ะ ก า ศ ต่ าต่ง ๆ ท า ง ป ร ะ วั ติ วั ศ ติ า ส ต ร์ มี ส อ ง รู ป แ บ บ ห ลั ก ลั ๆ ไ ด้ แ ด้ ก่ K u f i c แ ล ะ N a s k h ซึ่ ง ส า ม า ร ถ พ บ ไ ด้ ใ ด้ น ก า ร ต ก แ ต่ งต่กระเบื้อบื้งสี่เหลี่ยลี่ม kufic ใน Yazd ประเทศอิหอิร่าร่น
กระเบื้อ บื้ งที่มีที่ก มี ารประดิษ ดิ ฐ์ตั ฐ์ ว ตั อัก อั ษรในลานของมัสมั ยิด ยิ Süleymaniye ในอิสอิ ตัน ตั บูล บู (ตุร ตุ กี)กี ชามที่มีที่กมีารประดิษดิฐ์ตัฐ์วตัอักอัษร Kufic
ลวดลายดอกไม้ (Floral Patterns) ศิลปินชาวอิสอิ ลามมัก มั ใช้ด ช้ อกไม้ (พืชที่มี ที่ รู มี รู ปทรงเรขาคณิต) และต้น ต้ ไม้เ ม้ป็นลวดลายตกแต่ง ต่ ลำ หรับ รั สิ่งของเครื่อ รื่ งใช้ส่ช้ ส่ วนตัว ตั และอาคาร รูปแบบของ ศิลปะที่ห ที่ รูหราและ ซับ ซั ซ้อ ซ้ นมัก มั ใช้ล ช้ ายดอกไม้เ ม้ป็น พื้นฐาน ซึ่ง ซึ่ ลวดลายเหล่า ล่ นี้จะ ทำ ให้เกิด กิ “รูปแบบที่ไที่ ม่สิ้ม่ สิ้ นสุด สุ ” กล่า ล่ วนี้มัน มั สามารถวาดได้อ ด้ ย่า ย่ ง เรื่อ รื่ ย ๆ ด้ว ด้ ยเส้นโค้งที่ซ้ำ ที่ ซ้ำกัน กั จน ครอบคลุม ลุ ไปทั่ว ทั่ พื้นผิว ผิ ทั้ง ทั้ หมด Photo : https://www.instagram.com/p/Bfq0vqbBV_H/
ตัว ตั อย่า ย่ ง งานลวดลายดอกไม้ Photo : https://nyuad.nyu.edu/en/
ลายเรขาคณิต (Islamic Geometry) เป็นเสมือ มื นโครงสร้า ร้ งหลัก ลั ของลวดลาย ประดับ ดั การคำ นวณทางคณิตศาสตร์เ ร์ ข้า ข้ มามีบ มี ทบาทในการ คิดค้นพัฒนาฐาน สูต สู รความรู้เ รู้ ดิม ดิ จากชาวอียิ อี ปยิ ต์ กรีก รี โรมัน มั และศาสตร์ท ร์ างตะวัน วั ออกอย่า ย่ งจีน จี และ ชมพูท พู วีปวี เป็นต้น ต้ ชาวมุส มุ ลิม ลิ ได้พั ด้ พั ฒนา เรื่อ รื่ งพื้นฐาน ที่ว่ที่า ว่ ด้ว ด้ ยเรื่อ รื่ งจุด จุ และเส้นสู่ กระบวนการแบ่ง บ่ รูป หลายเหลี่ย ลี่ มจากรูป วงกลมสู่ร สู่ ากฐานของความ สัมพันธ์ใธ์ น ระบบโครงสร้า ร้ งลวดลาย วิธี วิ คิ ธี คิ ดระบบ โครงสร้า ร้ งดัง ดั กล่า ล่ วยัง ยั นำ ไปสู่ก สู่ ารต่อ ต่ ยอด ในศาสตร์ แขนงต่า ต่ งๆ เช่น ช่ ดาราศาสตร์ พีชคณิต วิท วิ ยาศาสตร์ รวมถึง ถึ งาน สถาปัตยกรรมศาสตร์เ ร์ ช่น ช่ กัน กั Photo : https://nyuad.nyu.edu/en/
ตัว ตั อย่า ย่ งสิ่งทอที่มี ที่ อ มี งค์ประกอบหลัก ลั ของศิลปะอิสอิ ลาม พรมเปอร์เ ร์ ซีย ซี ทำ ด้ว ด้ ยมือ มื แบบดั้ง ดั้ เดิมดิ ไม่มี ม่ สิ่มี สิ่ งทอไหนของอิสอิ ลามที่เ ที่ ป็นที่รู้ ที่ รู้ จั รู้ ก จั เท่า ท่ พรม เนื่องจากพรมใช้ใช้ นกิจ กิ กรรมต่า ต่ งๆ ถูก ถู นำ ไปใช้ใช้ นชีวิ ชี ต วิ ประจำ วัน วั ของอิสอิ ลามและมุส มุ ลิม ลิ ตั้ง ตั้ แต่ก ต่ ารปูพื้ ปู พื้ นไปจนถึง ถึ การตกแต่ง ต่ สถาปัตยกรรมตั้ง ตั้ แต่ห ต่ มอนอิง อิไปจนถึง ถึ หมอนข้า ข้ งไปจนถึง ถึ กระเป๋าและกระสอบทุก ทุ รูปทรงและ ขนาดและวัต วั ถุท ถุ างศาสนา
พ ร ม U s h a k ข อ ง ตุ ร ตุ กี
พ ร ม U s h a k ข อ ง ตุ ร ตุ กี
ลวดลายศิลปะบนผนัง อาคารอิสอิ ลามที่เที่ก่า ก่ แก่ที่ ก่ สุที่ด สุ เช่น ช่ โดมออฟเดอะร็อ ร็ ค ในกรุง เยรูซาเล็ม ล็ มีผ มี นัภายในตกแต่ง ต่ ด้ว ด้ ยกระเบื้อ บื้ งโมเสคในสไตล์ไล์ บ แซนไทน์ แต่ไต่ ม่มี ม่ รู มี รู ปมนุษ นุ ย์ ตั้ง ตั้ แต่ศต่ ตวรรษที่ 9 เป็นต้น ต้ มา อิสอิ ลามที่โที่ดดเด่น ด่ ในการปู กระเบื้อ บื้ งเคลือ ลื บสีสดใสสำ หรับ รั ผนังภายในและภายนอก โดยใช้ การผสมผสานของกระเบื้อ บื้ ง แต่ล ต่ ะสี ตัด ตั ให้มีรู มี รู ปร่า ร่ งหรือ รื มี ขนาดเล็ก ล็ และมีรู มี รู ปทรงไม่กี่ ม่กี่รู กี่ รู ป แบบใช้เ ช้ พื่อสร้า ร้ งลวดลาย เรขาคณิต อีก อี ทั้ง ทั้ ยัง ยั มีอ มี งค์ ประกอบบางส่วนที่เที่ป็นตัว ตั อัก อั ษรจารึก รึ ไว้ Chttps://smarthistory.org/the-dome-of-the-rock
ตัว ตั อย่า ย่ งงานเซรามิค มิ ศิลปะอิสอิ ลามมีผ มี ลงานที่โที่ดดเด่น ด่ มากในงาน เซรามิก มิ ทั้ง ทั้ ในเครื่อ รื่ งปั้นดิน ดิ เผาและกระเบื้อ บื้ ง สำ หรับ รั ผนัง ซึ่งซึ่แต่ล ต่ ะสมัย มั จะมีรู มี รู ปแบบเซรามิค มิ ที่แที่ตกต่า ต่ งกัน กั ไม่ว่ ม่ า ว่ สไตล์ฮิ ล์ ฮิสปาโน – มอเรสก์เ ก์ กิด กิ ขึ้น ขึ้ ในอัล อั – อัน อั ดาลุซ ลุ หรือ รื
อาคารอิสอิ ลามที่เ ที่ ก่า ก่ แก่ที่ ก่ สุ ที่ ด สุ เช่น ช่ โดมออฟเดอะร็อ ร็ ค ในกรุง เยรูซาเล็ม ล็ มีผ มี นังภายในตกแต่ง ต่ ด้ว ด้ ยกระเบื้อ บื้ งโมเสคในสไตล์ไล์ บแซน ไทน์ แต่ไต่ ม่มี ม่ รู มี รู ปมนุษ นุ ย์ ตั้ง ตั้ แต่ศต่ ตวรรษที่ 9 เป็นต้น ต้ มา อิสอิ ลามที่โ ที่ ดดเด่น ด่ ในการปูก ปู ระเบื้อ บื้ งเคลือ ลื บสีสดใสสำ หรับ รั ผนังภายในและภายนอก โดย ใช้ก ช้ ารผสมผสานของกระเบื้อ บื้ งแต่ล ต่ ะสี ตัด ตั ให้มีรู มี รู ปร่า ร่ งหรือ รื มีข มี นาดเล็ก ล็ และมีรู มี รู ปทรงไม่กี่ ม่ กี่ รู กี่ รู ปแบบใช้เ ช้ พื่อสร้า ร้ งลวดลายเรขาคณิต อีก อี ทั้ง ทั้ ยัง ยั มี องค์ประกอบบางส่วนที่เ ที่ ป็นตัว ตั อัก อั ษรจารึก รึ ไว้ แค่นี้เราก็จ ก็ ะเห็นคร่า ร่ ๆ กัน กั แล้ว ล้ ว่า ว่ ศิลปะอิสอิ ลามมัก มั จะกระจายเป็น แนวกว้า ว้ ง แต่ที่ ต่ เ ที่ ราสามารถสังเกตได้เ ด้ ลยคือ การเลือ ลื กใช้ล ช้ วดลาย ดอกไม้ ต้น ต้ ไม้ เถาวัล วั ย์สย์ ลับ ลั คดเคี้ยวไปมา อีก อี ทั้ง ทั้ ยัง ยั มีก มี ารใช้อั ช้ ก อั ษรมา เป็นส่วนหนึ่งของศิลปะเหล่า ล่ นั้น
นางสาวเทียทีน พุ ทพุชิ ตชิ1010 นางสาววร ม น ฐิ ตฐิะโ ล หะกุ ลกุ1027