The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

CRDC13 Poster Presentation
กลุ่ม PZ ด้านอื่นๆ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mmeang, 2021-05-09 09:10:10

กลุ่ม PZ ด้านอื่นๆ

CRDC13 Poster Presentation
กลุ่ม PZ ด้านอื่นๆ

Keywords: crdc13,poster presentation

การอนรุ กั ษเ์ ชอ้ื พนั ธกุ รรมเจตมลู เพลงิ แดงในสภาพปลอดเชอ้ื

In vitro conservation of Chettamuun Phloeng Daeng (Plumbago indica L.)

Sukunlaya Sirifongnukul1 สกุ ลั ยา ศริ ฟิ องนุกลู 1

1Biotechnology Research and Development Office (BangKhan), Chatuchack, Bangkok, 10900 1สานักวจิ ัยพัฒนาเทคโนโลยชี วี ภาพ (บางเขน) จตจุ ักร กรงุ เทพฯ 10900

Abstract บทคดั ยอ่

In vitro conservation of Chettamuun Phloeng Daeng (Plumbago indica L.) was การศกึ ษาการอนุรักษ์เชอื้ พันธพุ์ ชื เจตมลู เพลงิ แดง (Plumbago indica L.) ในสภาพ

explored for multiple shoot inductions, root regeneration and slow growth technique. For ปลอดเชอ้ื โดยทดสอบอาหารเพาะเลย้ี งทเ่ี หมาะสมในการชกั นาใหเ้ กดิ ยอดจานวนมากและ
shoot multiplication, the highest number of shoots occurred on MS medium containing 2 เกดิ ราก และการชะลอการเจรญิ เตบิ โตในขวดเพาะเลยี้ ง พบวา่ อาหารสตู ร MS ทเ่ี ตมิ BA
mg/L BA with average of 18.01 shoots per node. Shoots rooted on half-MS medium 2.0 มก./ล. สามารถชกั นาตน้ เจตมลู เพลงิ แดงใหเ้ กดิ ยอดจานวนมากทส่ี ดุ เฉลยี่ 18.01 ยอด
showed 100% of rooting rate. The average length of induced roots was 2.24 cm. The ตอ่ ตา และอาหารสตู ร half-MS ชกั นาใหเ้ กดิ รากไดด้ โี ดยมอี ตั ราการเกดิ ราก 100% และราก
slow growth technique was examined by culturing the shoot explants on MS medium มคี วามยาวเฉลย่ี 2.24 ซม. เมอ่ื ทดสอบสตู รอาหารเพอ่ื ชะลอการเจรญิ เตบิ โตในสภาพปลอด
supplemented with 2% or 3% sucrose and was found to extend the average storage เชอ้ื พบวา่ สามารถยดื อายกุ ารเพาะเลย้ี งไดน้ านทสี่ ดุ เฉลยี่ 10 เดอื น บนอาหารสตู ร MS ท่ี
period to 10 months. เตมิ Sucrose 2% หรอื 3%

Keywords: Red Plumbago, Plumbago indica L., In vitro conservation, Minimal growth คาสาคญั : เจตมลู เพลงิ แดง การอนุรักษ์เชอ้ื พันธพุ์ ชื ในสภาพปลอดเชอ้ื การชะลอการ
เจรญิ เตบิ โต

คานา

เจตมลู เพลงิ แดง (Plumbago indica L.) เป็ นพชื สมนุ ไพรอยใู่ นวงศ์ PLUMBAGINACEAE พบกระจายพันธอุ์ ยทู่ ่ัวไปในประเทศเขตรอ้ น มกี ารนารากเจตมลู เพลงิ แดงมาใชเ้ ป็ นยาโดยมสี รรพคณุ

รักษาโรคทางโลหติ ในสตรี กระตนุ ้ การทางานของลาไสแ้ ละกระเพาะอาหาร ชว่ ยระงับอาการปวดฟัน ทาแกก้ ลากเกลอ้ื น (วทิ ย,์ 2542) ในบัญชยี าหลักแหง่ ชาตไิ ดเ้ พมิ่ บัญชยี าจากสมุนไพร ท่ี
สามารถใชร้ ักษาไดใ้ นโรงพยาบาลต่างๆ มตี ารับยาไทยหลายขนานทต่ี อ้ งใชร้ ากเจตมูลเพลงิ แดงเป็ นส่วนประกอบสาคัญ (ประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ, 2563) ในรากของ
เจตมลู เพลงิ แดงมสี ารออกฤทธใิ์ นกลมุ่ naphthoquinone ชอื่ plumbagin มฤี ทธใ์ิ นการตา้ นเชอ้ื จลุ นิ ทรยี ห์ ลายชนดิ การนารากเจตมลู เพลงิ แดงมาใชเ้ ป็ นสว่ นประกอบในตวั ยาหรอื การนาไปผลติ สาร
plumbagin เพอ่ื เป็ นการคา้ ตอ้ งใชร้ ากทมี่ ขี นาดเหมาะสมและมคี ณุ ภาพดใี ชเ้ วลาในการปลกู หลายปี ทาใหม้ ผี นู ้ ยิ มขดุ เกบ็ รากออกมาจากป่ าโดยตรงกนั มากอาจทาใหเ้ กดิ การสญู พันธไุ์ ด ้ จงึ สมควร
หาทางอนุรักษ์พชื ชนดิ นี้ไวไ้ ม่ใหส้ ญู พันธุ์ เทคนคิ การเพาะเลยี้ งเนื้อเยอ่ื พชื เป็ นวธิ กี ารอนุรักษ์และขยายพันธุพ์ ชื ทม่ี ศี ักยภาพสงู วธิ หี นง่ึ ดังนัน้ การทดลองนี้จงึ มวี ัตถุประสงคเ์ พอ่ื หาสตู รอาหารที่
สามารถกระตนุ ้ ใหต้ น้ เจตมลู เพลงิ แดงสรา้ งยอดและรากจานวนมากไดใ้ นหลอดทดลอง รวมถงึ การชะลอการเจรญิ เตบิ โตซงึ่ เป็ นการอนุรักษ์เชอื้ พันธพุ์ ชื ในระยะปานกลาง (Medium term storage)
เพอื่ ควบคมุ ใหพ้ ชื เจรญิ ชา้ ลงสามารถเกบ็ รักษาพชื ในหลอดทดลองไดน้ านมากขนึ้ อนั จะชว่ ยลดขนาดพนื้ ทใ่ี นการเกบ็ รักษาและจานวนครัง้ ในการเปลยี่ นถา่ ยอาหารไดซ้ ง่ึ จะชว่ ยลดคา่ ใชจ้ า่ ยในการ
อนุรักษ์เชอ้ื พันธพุ์ ชื ไดม้ ากยงิ่ ขน้ึ

การชกั นาใหเ้ กดิ ยอด การชกั นาใหเ้ กดิ ราก การชะลอการเจรญิ เตบิ โต

Effect of the experimental medium Effect of the experimental medium Effect of the experimental medium
for shoots induction after 60 day for root induction after 60 days for minimal growth

1. ทุกสตู รสามารถชักนาใหเ้ กดิ ยอดไดม้ ากกว่าสูตรควบคุม 1. สตู ร T2 และสตู ร T6 ชกั นาใหเ้ กดิ รากได ้ 100% Chettamuun-Phloeng-Daeng were cultured on experimental
(T10:control) อย่างมีนัยสาคัญยง่ิ ทางสถติ ิ (Table 1) 2. รากที่เกดิ บนอาหารสูตรท่ีเตมิ IAA มลี ักษณะเป็ นเสน้ medium at 10 months
จ า น ว น ย อ ด เ ฉ ล่ี ย ใ น แ ต่ ล ะ สู ต ร ไ ม่ แ ต ก ต่ า ง กั น ท า ง ส ถ ิต ิ ยาวและแข็งแรง มรี ากแขนงพอสมควรทาใหม้ แี นวโนม้ ใน
สอดคลอ้ งกบั รายงานของ Sivanesan and Jeong (2009) ที่ การนาออกปลกู ทาไดง้ า่ ย เมอ่ื ความเขม้ ขน้ ของ sucrose และ mannitol เพมิ่ สงู ขนึ้ ซงึ่
เพาะเลย้ี งเจตมลู เพลงิ ขาว และรายงานของสภุ าภรณ์ (2546) 3. อาหารสูตรที่เตมิ NAA พบว่า ยอดเจตมูลเพลิงแดง มผี ลใหใ้ นอาหารเพาะเลย้ี งมแี รงดนั ออสโมซสิ สงู ขนึ้ ดว้ ยนัน้ ทา
รายงานผลการเพาะเลยี้ ง shoot tip และ node บนอาหาร เจริญเติบโตชา้ เกิดแคลลัสที่รอยตัด และเกิดรากนอ้ ย ใหเ้ จตมลู เพลงิ แดงมกี ารเจรญิ เตบิ โตลดลงจนถงึ กับหยดุ ชะงัก
สตู ร MS ทเ่ี ตมิ BA หรอื KN สามารถชกั นาใหเ้ กดิ ยอดได ้ ลักษณะรากเป็ นรากขนออ่ นขนาดสนั้ เกาะเป็ นกระจกุ และมี และอยู่ในสภาพปลอดเช้ือไดน้ านเพียง 2-4 เดือนเท่านั้น
มากกวา่ สตู ร MS ทไี่ มเ่ ตมิ สารควบคมุ การเจรญิ เตบิ โต ลกั ษณะฉ่าน้า สอดคลอ้ งกบั งานวจิ ัยของ สภุ าภรณ์ (2546) แตกต่างจากรายงานของ รมณีย์และศาลักษณ์ (2547) ซง่ึ
2. ลกั ษณะยอดเจตมลู เพลงิ แดงทเ่ี กดิ ขนึ้ บนอาหารทเ่ี ตมิ BA แ ล ะ ร ศ น า แ ล ะ สุภ ว ร ร ณ ( 2543) ซึ่ง เ พ า ะ เ ลี้ย ง ย อ ด ส า ม า ร ถ เ พ า ะ เ ลี้ย ง ต น้ เ จ ต มู ล เ พ ลิง แ ด ง ใ น อ า ห า ร สูต ร
และ KN มลี ักษณะเป็ นยอดสมบรู ณ์กวา่ อาหารทเี่ ตมิ TDZ เจตมลู เพลงิ แดงบนอาหารสตู ร MS ทเ่ี ตมิ NAA มักเกดิ MS+3%sucrose+2%manitol ไดน้ านถงึ 8-14 เดอื น โดยไมม่ ี
โดยลักษณะยอดทเี่ กดิ บนสตู รทเี่ ตมิ TDZ นัน้ มขี นาดเล็ก ใบ callus สเี ทา มลี ักษณะฉ่าน้า เกดิ รากจานวนนอ้ ยขนาดสนั้ การตาย และยังคงมลี ักษณะสมบูรณ์ อาจเน่ืองจากการทดลอง
เรยี วแหลม เกาะกันเป็ นกระจุก และเกดิ callus เป็ นปมกอ้ น มยี อดและรากงอกออกมาจาก callus ของ รมณียแ์ ละศาลักษณ์ นั้น เพาะเลี้ยงในสภาพใหแ้ สง 12
เกาะกันหนาแน่น แสดงว่าแมจ้ ะเป็ นสารในกลุ่ม cytokinin ชม.ตอ่ วัน ในขณะทก่ี ารทดลองน้ีเพาะเลยี้ งในสภาพใหแ้ สง 16
เชน่ เดยี วกนั แตก่ อ็ าจใหผ้ ลตอบสนองไดไ้ มเ่ หมอื นกนั สรปุ ผล ชม.ตอ่ วัน แสดงวา่ แสงมผี ลตอ่ การเจรญิ เตบิ โตบนอาหารที่เพมิ่
3. สตู รอาหารทไ่ี มเ่ ตมิ สารควบคมุ การเจรญิ เตบิ โต และสูตร แรงดนั ออสโมชสิ อยา่ งมนี ัยสาคญั
อาหารทเ่ี ตมิ BA และ KN ทค่ี วามเขม้ ขน้ ไมส่ งู มากสามารถ จากการทดลองนี้ สรปุ ไดว้ า่
ทาใหเ้ จตมลู เพลงิ แดงออกรากได ้ 1. อาหารสตู ร MS ทเี่ ตมิ BA 2.0 มก./ล. คอื สตู รอาหารที่ เอกสารอา้ งองิ
ประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแหง่ ชาติ ปี พ.ศ. 2563
ชกั นาใหเ้ กดิ ยอดจานวนมากไดด้ ที ส่ี ดุ
2. อาหารสตู ร MS และ half-MS เป็ นสตู รทช่ี กั นาใหเ้ กดิ ราก ทมี่ า:https://dpf.mod.go.th/pdf/บญั ชยี าหลักแหง่ ขาติ พ.ศ. 2563
(สบื คน้ วนั ที่ 28 เมษายน 2564)
ไดด้ ที ี่สดุ ไดร้ ากทม่ี ีลักษณะสมบูรณ์และทาใหก้ ารยา้ ย รมณยี ์ เจรญิ ทรัพย์ และศาลักษณ์ พรรณศริ .ิ 2547. การเกบ็ รักษาพันธเุ์ จตมลู เพลงิ แดงใน
ออกปลกู ในธรรมชาตไิ ดง้ า่ ย สภาพปลอดเชอ้ื : ผลของ mannitol ตอ่ การเจรญิ ของเนอื้ เยอ่ื ทเี่ กบ็ รักษา. การประชมุ ทาง
3. อาหารสตู ร MS ทเี่ ตมิ น้าตาล sucrose 2-3% เป็ นสตู รท่ี วชิ าการของมหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์
สามารถอนุรักษ์ตน้ เจตมลู เพลงิ แดงในสภาพปลอดเชอ้ื ได ้ ครัง้ ท่ี 42: สาขาพชื สาขาสง่ เสรมิ และนเิ ทศศาสตรเ์ กษตร, หนา้ 553-559
เป็ นเวลาอยา่ งนอ้ ย 7-10 เดอื น รศนา ชมุ แสง และสภุ วรรณ สขุ สวา่ ง. 2543. การคัดเลอื กตน้ เจตมลู เพลงิ แดงทม่ี กี ารสรา้ ง
สารในปรมิ าณสงู และการขยายพันธ.ุ์ โครงงานนักศกึ ษา. คณะเภสชั ศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร,์ สงขลา.
รังสฤษฏ์ กาวตี ะ๊ . 2540. การเพาะเลยี้ งเนอ้ื เยอื่ พชื หลกั การและเทคนคิ .
มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร,์ กรงุ เทพฯ. 219 หนา้ .
วทิ ย์ เทย่ี งบรู ณธรรม. 2542. พจนานุกรมสมนุ ไพรไทย. อกั ษรพทิ ยา. กรงุ เทพฯ. 233 น.
สภุ าภรณ์ ธาตรโี รจน.์ 2546. การขยายพนั ธเุ์ จตมลู เพลงิ แดงโดยการชกั นาใหเ้ กดิ ยอด
จานวนมากในสภาพปลอดเชอื้ . ปัญหาพเิ ศษปรญิ ญาโท. ภาควชิ าพชื สวน.
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร.์ 28 น.

Sivanesan, I. and B. R. Jeong. 2009. Micropropagation of Plumbago zeylanica L.

Afr. J. Biotechnol. Vol. 8(16): 3761-3768.

กำรอนุรกั ษพ์ ชื สกลุ Kaempferia

ดว้ ยเทคนคิ กำรชะลอกำรเจรญิ เตบิ โตในสภำพปลอดเชอื้

In vitro conservation of Kaempferia sp. via slow growth technique.

Sukunlaya Sirifongnukul1 สกุ ลั ยา ศริ ฟิ องนุกลู 1

1Biotechnology Research and Development Office (BangKhan), Chatuchack, Bangkok, 10900 1สานักวจิ ัยพัฒนาเทคโนโลยชี วี ภาพ (บางเขน) จตจุ ักร กรงุ เทพฯ 10900

Abstract บทคดั ยอ่
การศกึ ษาสูตรอาหารท่ีเหมาะสมในการเก็บรักษาเชอื้ พันธุกรรมพืชสมุนไพรสกุล
A study on an appropriate medium for in vitro conservation of 2 species of
Kaempferia L. (Wan-Kra-Chaea-Chan: K. marginata Carey ex Roscoe and Wan- Kaempferia L. 2 ชนดิ ไดแ้ ก่ วา่ นกระแจะจันทร์ (K. marginata Carey ex Rosceo) และ
Thipya-Nate: K. rotunda L.) via slow growth technique was carried out. Shoot tips วา่ นทพิ ยเนตร (K. rotunda L.) ดว้ ยเทคนคิ การชะลอการเจรญิ เตบิ โตในสภาพปลอดเชอ้ื

were cultured on 12 treatments with different medium concentrations of MS or โดยเพาะเลย้ี งปลายยอดบนอาหารทดลองจานวน 12 สตู ร ประกอบดว้ ยสตู ร MS หรอื half-
half-MS medium supplemented with sucrose 3-9% w/v and mannitol 0-2% w/v. MS ทเ่ี ตมิ sucrose 3% หรอื 9% รว่ มกับ mannitol 0-2% พบวา่ ในวา่ นกระแจะจันทร์
The results showed that Wan-Kra-Chaea-Chan was found to extend the storage อาหารสูตรทส่ี ามารถยดื อายุการเก็บรักษาในสภาพปลอดเชอ้ื ไดน้ านสงู สดุ เป็ นเวลาเฉลย่ี
period to 10.69 months on MS supplemented sucrose 3%w/v and mannitol 2% 10.69 เดอื น โดยไมต่ อ้ งเปลย่ี นถ่ายอาหาร ไดแ้ ก่ สตู ร MS ทเ่ี ตมิ sucrose 3% และ
w/v while Wan-Thipya-Nate was found to extend the storage period to 9 months mannitol 2% และในวา่ นทพิ ยเนตร สตู รอาหาร MS ทเ่ี ตมิ sucrose 3% สามารถยดื อายุ
on MS containing sucrose 3% w/v. The survival shoots were transferred to
recover medium. The plantlets were regenerated under normal growth conditions การเกบ็ รักษาไดน้ านทสี่ ดุ เป็ นเวลาเฉลยี่ 9 เดอื น เมอ่ื ยา้ ยพชื สกลุ Kaempferia ทัง้ 2 ชนดิ
which its survival rate of the plantlets in the green house was higher than 80%.
ทร่ี อดชวี ติ ไปเพาะเลยี้ งบนอาหารฟื้ นฟสู ภาพ พบวา่ สามารถฟื้นตัวและเจรญิ เตบิ โตตอ่ ไปได ้
ดี เมอ่ื นาออกปลกู ในโรงเรอื นมอี ตั ราการรอดชวี ติ สงู กวา่ รอ้ ยละ 80

Keywords: Kaempferia sp., Plant Conservation, In vitro, Slow growth คำสำคญั : พชื สกลุ Kaempferia การอนุรักษ์เชอ้ื พันธกุ รรมพชื การชะลอการเจรญิ เตบิ โตในสภาพปลอดเชอื้

คำนำ

พชื สกลุ Kaempferia sp. เป็ นพชื ในวงศ์ ZINGIBERACEAE หรอื พชื วงศข์ งิ ซง่ึ มนี ้ามันหอมระเหยสะสมอยมู่ ากในสว่ นของหัวหรอื เหงา้ และเป็ นสว่ นขยายพันธหุ์ ลัก มคี วามสาคัญทางดา้ น

เศรษฐกจิ ทัง้ ดา้ นการนามาใชเ้ ป็ นเครอื่ งเทศ และพชื สมนุ ไพรทเี่ ป็ นสว่ นประกอบในยารักษาโรคทส่ี าคญั หลายขนาน ปัจจบุ นั มกี ระแสตน่ื ตวั เกยี่ วกบั การใชป้ ระโยชนจ์ ากพชื สมนุ ไพรกนั มากขนึ้
เชน่ การใชร้ ักษาโรค การใชเ้ พอื่ ความงาม การใชใ้ นสวุ คนธบาบดั และการนามารับประทานเพอ่ื สขุ ภาพ (คมสนั , 2549; วฒุ ,ิ 2552) รวมทัง้ ยังมกี ารนามาใชป้ ้องกนั กาจัดศัตรพู ชื และโรคพชื
ในการทาเกษตรกรรม (ต. ชาตร,ี 2553) เมอ่ื มกี ารนาไปใชป้ ระโยชน์มากขนึ้ ทาใหพ้ ชื เหลา่ นี้อย่ใู นสภาวะเสยี่ งตอ่ การสญู พันธุ์ จงึ ควรเก็บอนุรักษ์เชอื้ พันธไุ์ วเ้ พอื่ ไมใ่ หส้ ญู พันธไุ์ ป การเก็บ
รักษาเชอื้ พันธุพ์ ชื ในหลอดทดลองดว้ ยเทคนิคการเพาะเลย้ี งเนื้อเยอ่ื พชื ในสภาพปลอดเชอื้ จงึ เป็ นทางเลอื กหนง่ึ ทสี่ ามารถชว่ ยลดขนาดพนื้ ทก่ี ารเก็บรักษาเชอื้ พันธกุ รรมไดม้ ากขนึ้ การ
ทดลองน้ี เลอื กใชเ้ ทคนคิ การเกบ็ รักษาในระยะปานกลาง (Medium term storage) ซงึ่ เป็ นการเพาะเลย้ี งเนอ้ื เยอ่ื พชื โดยการชะลอหรอื การลดการเจรญิ เตบิ โตของเนอื้ เยอื่ ในหลอดทดลองให ้

เจรญิ ชา้ ลง (Slow growth, Minimal growth) (Shibli et al., 2006) ซงึ่ จะชว่ ยลดปรมิ าณงานหรอื จานวนครัง้ ของการเปลยี่ นถา่ ยอาหารสงั เคราะหใ์ นการเพาะเลย้ี งได ้ เพอื่ ศกึ ษาเทคนคิ และ
วธิ กี ารทเี่ หมาะสมในการเกบ็ รักษาเชอื้ พันธกุ รรมพชื สกลุ Kaempferia โดยการชะลอการเจรญิ เตบิ โตของเนอื้ เยอ่ื ในหลอดทดลอง

ผลกำรทดลอง

สตู รอาหารทสี่ ามารถชะลอการเจรญิ เตบิ โตในวา่ นกระแจะจันทรไ์ ดด้ ที ส่ี ดุ สตู รอาหารทส่ี ามารถชะลอการเจรญิ เตบิ โตในว่านทพิ ยเนตรไดด้ ที ี่สดุ
คอื อาหารสูตร Z2 (Table1) สามารถยดื อายุการเก็บรักษาไดเ้ ป็ นเวลา คอื อาหารสตู ร Z1 (Table1) สามารถยดื อายุการเก็บรักษาไดเ้ ป็ นเวลา
เฉลย่ี 10.69 เดอื น เฉลยี่ 9.00 เดอื น

ภายหลังจากการนายอด Kaempferia ทร่ี อดชวี ติ เกนิ รอ้ ยละ 50 ยา้ ยมาเพาะเลยี้ ง

บนอาหารฟื้ นฟู 6 ทรที เมนท์ (Table 2) พบวา่ มอี ตั ราการรอดชวี ติ รอ้ ยละ 90 บนอาหาร
สตู ร T2 และสตู ร T4 (Table 3) ทกุ ทรที เมนทส์ ามารถเกดิ รากได ้ แตบ่ นอาหารสตู ร T3
และอาหารสตู ร T6 นัน้ เกดิ รากไดน้ อ้ ยกวา่ อาหารสตู รอนื่ เมอ่ื ทดลองปรับสภาพแลว้ ยา้ ย
ออกปลกู ในถงุ ดาทใี่ สว่ สั ดปุ ลกู ในโรงเรอื น พบวา่ วา่ นกระแจะจันทรส์ ามารถรอดชวี ติ ได ้
คดิ เป็ น 83.33% และวา่ นทพิ ยเนตรสามารถรอดชวี ติ ได ้ 88.89%

วจิ ำรณผ์ ล month Wan-Kra-Chaea-Chan: K. marginata Carey ex Roscoe
Wan-Thipya-Nate: K. rotunda L.
การชะลอการเจรญิ เตบิ โตพชื ในสภาพปลอดเชอื้ เป็ นการควบคมุ อยา่ งเฉพาะเจาะจงโดยใชผ้ ลจากการเพมิ่ 12
แรงดันออสโมซสิ ในอาหารเพาะเลยี้ งดว้ ยการเตมิ สารตา่ งๆ เชน่ sugar alcohols (เชน่ mannitol, sorbitol)
หรอื sucrose อยา่ งไรก็ดี ระดับความเขม้ ขน้ ทแี่ ตกตา่ งกันนัน้ มผี ลตอ่ การเจรญิ เตบิ โตแตกตา่ งกนั ไปในพชื แต่ 10
ละชนดิ (Goncalves and Romano, 2007) จากการเพาะเลย้ี งวา่ นกระแจะจันทร์ และวา่ นทพิ ยเนตร ในอาหาร
ทดลองเพอื่ ชะลอการเจรญิ เตบิ โตทงั้ 12 ทรที เมนต์ พบวา่ ปัจจัยทส่ี ง่ ผลอยา่ งเห็นไดช้ ดั คอื ระดับของ sucrose 8
โดยระดบั sucrose 3% ใหผ้ ลในการชะลอการเจรญิ เตบิ โตไดด้ กี วา่ sucrose 9% (Figure 1) ใกลเ้ คยี งกบั ระดับ
ความเขม้ ขน้ ของ sucrose เพอ่ื การลดการเจรญิ เตบิ โตของ ขงิ ไพล และขมนิ้ ออ้ ยในสภาพปลอดเชอ้ื ซงึ่ อยู่ 6

ในชว่ ง 40-60 ก./ล. (4%-6%) (สนธชิ ยั , 2548) แตต่ า่ งจากการทดลองของ Tyagi et al. (2006) ซง่ึ รายงาน 4
วา่ Zingiber officinale Rosc. Cv. Rio de Janeiro สามารถรอดชวี ติ อยไู่ ดถ้ งึ 12-14 เดอื นบนอาหาร CM ซง่ึ มี
2
sucrose สงู ถงึ 9% โดยไมต่ อ้ งเปลย่ี นอาหาร ระดบั ความเขม้ ขน้ ของ sucrose และ mannitol ทส่ี งู ขนึ้ นอกจาก 0 treatment

จะสง่ ผลใหพ้ ชื มกี ารเจรญิ เตบิ โตลดลงแลว้ ยังสง่ ผลใหพ้ ชื สกลุ Kaempferia แสดงจานวนยอดทมี่ แี นวโนม้ Z1 Z2 Z3 Z4 Z5 Z6 Z7 Z8 Z9 Z10 Z11 Z12

ลดลงดว้ ย (Figure 2) เน่ืองจากการใช ้ mannitol ทม่ี คี วามเขม้ ขน้ สงู ขน้ึ รว่ มกบั sucrose ทรี่ ะดับความเขม้ ขน้ Figure 1 Average storage period of 2 species of Kaempferia on slow growth medium.
สงู ก็จะยง่ิ สง่ ผลใหก้ ารแพร่ของน้าเขา้ สเู่ ซลลพ์ ชื เป็ นไปไดย้ ากทาใหป้ ระสทิ ธภิ าพของการเกดิ ออสโมซสิ ใน
เซลลล์ ดลง พชื จงึ อยใู่ นภาวะขาดน้า ทาใหเ้ ซลลเ์ ขา้ สสู่ ภาวะเสอ่ื มถอย กลายเป็ นสเี หลอื งและสนี ้าตาล และ Average shoot Wan-Kra-Chaea-Chan: K. marginata Carey ex Roscoe

ตายในทส่ี ดุ (Guicherd et al., 1997) อยา่ งไรก็ตาม ชนดิ ของพชื ก็มสี ว่ นในการตอบสนองตอ่ ระดับแรงดัน 9 Wan-Thipya-Nate: K. rotunda L.
8
ออสโมตกิ ทแ่ี ตกตา่ งกนั ดว้ ย 7
6
สรปุ ผล 5
4
1. สตู รอาหารทเี่ หมาะสมในการชะลอการเจรญิ เตบิ โตในวา่ นกระแจะจันทร์ คอื สตู ร full-MS+ sucrose 3% 3
+mannitol 1% 2
1
2. สตู รอาหารทเี่ หมาะสมในการชะลอการเจรญิ เตบิ โตในวา่ นทพิ ยเนตร คอื สตู ร full-MS+ sucrose 3% 0 Treatment
3. วา่ นกระแจะจนั ทร์ และวา่ นทพิ ยเนตร สามารถฟื้นตวั และเจรญิ เตบิ โตไดด้ ภี ายหลงั จากเปลย่ี นเป็ นอาหาร
ฟ้ื นฟสู ตู ร full-MS + BA 2 มก./ล. หรอื Kinetin 2 มก./ล. รว่ มกบั NAA 0.5 มก./ล. หรอื ไมเ่ ตมิ NAA ก็ไดผ้ ล Z1 Z2 Z3 Z4 Z5 Z6 Z7 Z8 Z9 Z10 Z11 Z12
เชน่ เดยี วกนั
4. ว่านกระแจะจันทร์ และวา่ นทพิ ยเนตร ทผ่ี า่ นการปรับสภาพแลว้ ปลูกในโรงเรอื น สามารถรอดชวี ติ และ Figure 2 Average shoot of 2 species of Kaempferia on slow growth medium.
เจรญิ เตบิ โตตอ่ ไปไดเ้ ป็ นปกติ คดิ เป็ นรอ้ ยละ 83.33 และ 88.89 ตามลาดบั

เอกสำรอำ้ งองิ

คมสนั หตุ ะแพทย.์ 2549. การสกัดน้ามันหอมระเหย. ออฟเซท็ ครเี อชน่ั , กรงุ เทพฯ. 108 น. Guicherd, P., J.P. Peltier, E. Gout and R. Bligny. 1997. Osmotic adjustment in Fraxinus excelsior L. : malate and mannitol
ต. ชาตร.ี 2553. สมนุ ไพรเพอ่ื การเกษตร. พมิ พค์ รัง้ ที่ 5. นอี อนบคุ๊ มเี ดยี , กรงุ เทพฯ. 110 น.
วฒุ ิ วฒุ ธิ รรมเวช. 2552. ยอ่ เภสชั กรรมไทย และสรรพคณุ สมนุ ไพร. พมิ พค์ รัง้ ที่ 3. ศลิ ป์ สยามบรรจภุ ัณฑแ์ ละการพมิ พ,์ กรงุ เทพฯ. 223 น. accumulation in leaves under drought condition. Trees. 11: 155-161.
Murashige, T. and F. Skoog. 1962. A revised medium for rapid growth and bioassays with tobacco tissue cultures. Physiol.
สนธชิ ัย จันทรเ์ ปรม. 2548. การเก็บรักษาพชื วงศข์ งิ บางชนดิ โดยการลดการเจรญิ เตบิ โตในสภาพปลอดเชอื้ . ใน รายงานการประชมุ
Plant. 15: 473-497.
วชิ าการทรัพยากรไทย: สรรพสงิ่ ลว้ นพันเกย่ี ว. วันที่ 20-22 ตลุ าคม 2548. ณ ศนู ยอ์ นุรักษ์พันธกุ รรมพชื ฯ คลองไผ่, นครราชสมี า. หนา้
384-389. Shibli, R.A., M.A. Shatnawi, W.S. Subaih and M.M. Ajlouni. 2006. In vitro conservation and cryopreservation of Plant genetic

Gocalves, S. and A. Romano. 2007. In vitro minimum growth for conservation of Drosophyllum lusitanicum. Biologia resources: A review. World Journal of Agricultural Sciences 2 (4): 372-382.
Tyagi, R.K., A. Agrawal and A. Yusuf. 2006. Conservation of Zingiber germplasm through in vitro rhizome formation. Scientia
Plantarum 51: 795-798.
Horticulturae 108: 210-219.

การหาสภาวะทเ่ี หมาะสมตอการปรบั สภาพชานออยดวยไมโครเวฟรว มกับกรดซลั ฟูริกโดยวธิ พี นื้ ผิวตอบสนอง
Optimization of Sugarcane Bagasse Pretreatment by Microwave Assisted Sulfuric Acid
Using Response Surface Methodology

อรณชิ า รจู พี ันธ, จุฑามาศ ยมิ้ แยม , สชุ ีรา เหลาเจริญ* และ ปริญญพันธุ เพชรจรัส
สาขาวชิ าเทคโนโลยีชวี ภาพ คณะเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อดุ รธานี จังหวัดอดุ รธานี 41000

*Corresponding author: [email protected]

งานวจิ ัยนี้ศกึ ษาการเตรยี มชานออ ยดวยวิธไี มโครเวฟรว มกบั กรดซัลฟรู กิ เพื่อใหไ ดไ ฮโดรไลเสตทีม่ ีปริมาณนาํ้ ตาลสงู ท่สี ดุ โดยสว นแรกศกึ ษาผลของขนาดของชานออยตอการปรับสภาพ โดยชานออยท่ีนํามาใชมี 2 ขนาด
ปรับสภาพดวยกรดซัลฟูริก 0.2 โมลาร ใหค วามรอ นดวยไมโครเวฟเปนเวลา 5 นาที พบวาชานออยขนาด 40 mesh ใหปริมาณน้ําตาลท้ังหมด 13.56±0.99 กรัมตอลิตร ซึ่งมากกวาเมื่อใชชานออยขนาด 0.5 เซนติเมตร
และสวนที่ 2 เปนการหาสภาวะท่เี หมาะสมตอการปรับสภาพชานออ ย โดยอาศัยหลักการพื้นผิวตอบสนองและออกแบบการทดลองแบบสวนผสมกลาง ใหปริมาณน้ําตาลท้ังหมดเปนคาตอบสนอง และปจจัยที่ศึกษามี 2
ปจจัยคือ ความเขมขนของกรดซัลฟูริก (X1) และเวลาท่ีใหความรอนดวยไมโครเวฟ (X2) ผลการทดลองพบวาที่ความเขมขนของกรดซัลฟูริก 0.40 โมลาร และเวลาในการใหความรอนท่ี 12.10 นาที เปนสภาวะที่
เหมาะสมในการปรบั สภาพชานออ ย โดยในสภาวะทีเ่ หมาะสมนใ้ี หปรมิ าณนาํ้ ตาลทั้งหมดเทา กับ 18.92 กรมั ตอลิตร

บทนํา ชานออ ยเปน วสั ดเุ หลอื ทงิ้ จากอุตสาหกรรมการผลิตนา้ํ ตาลและการผลติ เอ ผลการทดลอง
ทานอลจากออย โดยออ ย 1 ตัน ผลิตนํ้าตาลได 100-110 kg แตเ กดิ ชานออ ย
สูงถึง 280-290 kg [1] ศกึ ษาเปรียบเทียบขนาดของชานออยตอประสทิ ธิภาพการปรับสภาพชานออยดวยไมโครเวฟรว มกับกรด
จากการศึกษาเปรียบเทียบขนาดของชานออย 2 ขนาด คือ 40 mesh และ 0.5 เซนติเมตร (Figure 1) ตอ
จึงมกี ารนาํ ชานออยเหลือทิง้ เหลาน้ีมาใชเ ปน วตั ถดุ บิ ในการผลิตเอทานอลเพือ่ ใชเ ปนพลงั งานทางเลือก ประสิทธิภาพการปรับสภาพชานออย พบวาเมื่อใชชานออยขนาด 40 mesh ไฮโดรไลเสตท่ีไดมีคาปริมาณน้ําตาล
ทั้งหมดที่ 13.56±0.99 g/L ซึ่งมคี า สูงกวาเมอ่ื ใชช านออยขนาด 0.5 เซนติเมตร (9.18±0.82 g/L)
อยางไรกต็ ามชานออยถือเปนวัสดปุ ระเภทลิกโนเซลลโู ลส (lignocellulosic material) ดงั น้นั การนาํ ชานออ ยมาใช
เปนวัตถุดบิ ในการผลติ เอทานอลจึงจาํ เปน ตองผานกระบวนการปรับสภาพกอ น aa bb
วธิ ีการปรับสภาพดว ยคลืน่ ไมโครเวฟรวมกบั กรด ซง่ึ เปนวิธีท่ีมีประสทิ ธิภาพสงู ในการปรบั สภาพ ใชเ วลาในการทํา
ปฏกิ ิรยิ านอ ยและไดป ริมาณน้ําตาลคอ นขา งสงู [2,3] Figure 1 Sugarcane bagasse
(a) 40 mesh, (b) 0.5 cm
วิธีการพ้ืนผิวตอบสนอง (Response surface methodology ; RSM) เปนวิธีการทางคณิตศาสตรและทางสถิติท่ีมี
ประโยชนสําหรับใชในการสรางแบบจําลองและการวิเคราะหเพื่อหาสภาวะท่ีเหมาะสม (Optimization) และวิธีการ ศกึ ษาหาสภาวะที่เหมาะสมตอการปรับสภาพชานออ ยดว ยวิธีไมโครเวฟรวมกับกรด
ออกแบบการทดลองที่นิยมนํามาสรางพ้ืนผิวผลตอบสนองคือการออกแบบแบบสวนประสมกลาง (Central จากการศึกษาผลของความเขมขนของกรดซัลฟูริก (X1) และเวลาที่ใหความรอนดวยไมโครเวฟ (X2) ตอปริมาณนํ้าตาล
Composite Design; CCD) [4] ท้ังหมดในไฮโดรไลเสตท่ีไดจากการปรับสภาพชานออยขนาด 40 mesh โดยใชวิธีพื้นผิวตอบสนองดวยการออกแบบ
แบบ CCD ผลการทดลองในแตละชุดการทดลองแสดงใน Table 1 และสามารถนํามาสรางสมการถดถอยไดดังสมการ
ดังนั้นงานวิจัยน้ีจึงสนใจท่ีจะนําชานออยมาผานกระบวนการปรับสภาพดวยวิธีไมโครเวฟรวมกับกรดซัลฟูริก โดยการหา ดานลาง และวิเคราะหคาความแปรปรวน (ANOVA) ซ่ึงเปนการตรวจสอบแหลงผันแปรของแบบจําลองดังแสดงใน
ขนาดของชานออยที่เหมาะสมระหวาง 2 ขนาด จากนั้นเม่ือไดขนาดที่เหมาะสมแลว จึงหาสภาวะที่เหมาะสมตอการ Table 2
ปรับสภาพชานออย ไดแกความเขมขนของกรดซัลฟูริกและเวลาที่ใหความรอนโดยเคร่ืองไมโครเวฟ ซึ่งจะใชวิธี RSM
ดวยการออกแบบแบบ CCD เพ่อื หาสภาวะท่ใี หคาปริมาณนาํ้ ตาลท้งั หมดสูงสดุ

วิจารณผ ล

การปรับสภาพชานออยขนาด 40 mesh ใหค า ปริมาณนํา้ ตาลทงั้ หมดสูงกวาเม่ือใชช านออยขนาด 0.5 cm อาจ Table 1 Central composite experiment design with two independent Table 2 Analysis of variance (ANOVA) for the model regression
เนือ่ งจากวัสดชุ ีวมวลท่มี ขี นาดใหญเกินไปอาจสง ผลกระทบตอ กระบวนการถา ยเทมวลและความรอนระหวา งกระบวน variables and results of total sugar. representing total sugar.
การปรบั สภาพทีใ่ ชส ารเคมแี ละความรอ น ทําใหพ ื้นผิววัสดุภายนอกเกดิ การไหมในขณะที่อนภุ าคถายในเกิดการปรับ
สภาพที่ไมสมบูรณไ ด [5]

เม่ือวิเคราะหการถZดhi-ถHอuaยLiขu,อLeงi แQiบn,บFeจngําPลanอg,งMiพngบ-Jiวe Jาinแ, Bบinบg-Zจhําi Lลi,อYoงngมKีนanัยg,สBําruคceัญE.ทDaาleง, สYinถg-ิตJinิ โYดuaยn,มีคา P-value < 0.0001
และคา Lack of fitEffects of biomass particle size on steam explosion pretreatment performance for improving the enzyme digestibility of corn stover,
(P<0.05)
ของแบบจําลองไมมีนัยสําคัญทางสถิติ (P= 0.0605) แสดงใหเห็นวาแบบจําลองมีความIndustrial Crops and Products,
เหมาะสมกบั ขอมลู การทดลองอยา งมีนัยสําคัญทางสถPaิตVgoิแels2uล01m17ะe36ส,-414า8,4ม, ารถนํามาทํานายหาคาปริมาณนํ้าตาลท้ังหมดที่ไดจาก

การปรบั สภาพชานออ ยดวยไมโครเวฟรวมกับกรดซลั ฟรู ิกไดอยางถกู ตอ งและเหมาะสม

จากการศึกษาการปรับสภาพวัสดุประเภทลิกโนเซลลูโลสจากงานวิจัยอ่ืน ๆ จะใหคาปริมาณนํ้าตาลสูงสุดตางกัน
ไปตง้ั แต 11-36 g/L [6-8] ทั้งน้ขี น้ึ กับชนดิ ของวัสดุ วธิ กี ารปรบั สภาพ และสภาวะในการปรบั สภาพ เปน ตน

วิธีการน้ีนอกจากจะเปนการเพ่ิมมูลคาใหกับชานออยในแงของการนําไปผลิตพลังงานทางเลือกแลว ยังเปนแนว เมื่อนําสมการถดถอยสําหรับทํานายปริมาณนํ้าตาลท้ังหมดที่ไดจากการปรับสภาพชานออยมาสรางกราฟพื้นผิวผล
ทางการแกป ญหาในการนําของเหลือใชจากภาคการเกษตรและอตุ สาหกรรมมาใชใ หเ กดิ ประโยชนอกี ดวย ตอบปริมาณนํ้าตาลท้ังหมดและกราฟโครงรางดังแสดงใน Figure 2 และ Figure 3 ตามลําดับ โดยสภาวะที่เหมาะ
สมทีส่ ดุ ในการปรบั สภาพชานออยดว ยไมโครเวฟรวมกับกรดซัลฟรู กิ ทไี่ ดจากโมเดล คือที่ความเขมขนของกรดซัลฟูริก
สรุปผลการทดลอง 0.40 M และ เวลาในการใหความรอนดว ยไมโครเวฟท่ี 12.10 นาที ซึ่งจะมปี ริมาณน้าํ ตาลท้งั หมดในไฮโดรไลเสตมาก
40 mesh ท่สี ดุ เทา กับ 18.92 g/L
Optimum condition Confirm test

ความเขมขน ของกรดซัลฟรู กิ =0.40 M ปริมาณนา้ํ ตาลทั้งหมด
เวลาท่ใี ชใ นไมโครเวฟ=12.10 นาที จากการทาํ นายของโมเดล=18.92 g/L
Total sugar ปริมาณนา้ํ ตาลทัง้ หมด=18.92 g/L จากการทดลองยนื ยนั ผล=20.58 g/L Total sugar conc. (g/L)
=13.56±0.99 g/L Reaction time (min)
แตกตา งเพยี ง 8.77%
แบบจาํ ลองท่ีใดส้ ามารถนาํ ไปใชเ้ พ่ือหาสภาวะท่ีเหมาะสมในการปรบั สภาพชานออ้ ยดว้ ยวิธีไมโครเวฟ
รวมกับกรดซัลฟรู กิ ท่ีใหป้ รมิ าณนา้ํ ตาลทงั้ หมดสงู สดุ ได้

เอกสารอางองิ [1] สาํ นักงานคณะกรรมการออยและน้ําตาล (2560 ). รายงานประจาํ ป 2560. Figure 2 Response surface plot showing the effects of sulfuric Figure 3 Contour plot oSfuslfuurlifcuarciicd acocnidc. (cMo)ncentration and
[2] Khamtib, S. and Reungsang, A. (2014). Co-digestion of oil palm trunk hydrolysate with slaughterhouse wastewater for thermophilic bio hydrogen production by acid concentration and reaction time on total sugar reaction time on total sugar production.
Thermoanaerobacterium thermosaccharolyticm KKU19. International Journal of Hydrogen Energy, 39(13), 6872–6880. production.
[3] Wang, Y., Duan, D., Liu, Y., Ruan, R.,, Fu, G., Dai, l.., Zhou, Y., Yu, Z., Wu, Q., Zeng, Z.. (2018). Properties and pyrolysis behavior of moso bamboo sawdust after
microwave assisted acid pretreatment,. Journal of Analytical and Applied Pyrolysis (129) pp. 86-92. ยืนยนั ผลแบบจําลองทางคณติ ศาสตร
[4] Giovanni, M. (1983). Response surface methodology and product optimization. Food Technology, 37, 41–45. ที่สภาวะทีเ่ หมาะสม (optimum) ทีไ่ ดจากโมเดล ใหคาปริมาณนํ้าตาลท้งั หมดเทา กบั 20.58 g/L ซึ่งตา งจากการ
คาดคะเนจากสมการทางคณิตศาสตรเ พียง 8.77% และการยนื ยันในสภาวะต่าํ สดุ สภาวะสูงสุด และสภาวะก่ึงกลาง ให
[5] Liu, Z.H., Qin, L., Pang, F., Jin, M.J., Li, B.Z., Kang, Y., Dale, B.E., Yuan, Y.J. (2013). Effects of biomass particle size on steam explosion pretreatment performance คาปริมาณนาํ้ ตาลท้ังหมดตางจากการคาดคะเนจากสมการทางคณิตศาสตร 6.64% 11.13% และ 3.01% ตามลาํ ดบั
for improving the enzyme digestibility of corn stover, Industrial Crops and Products, (44), pp. 176-184.

[6] Khamtib, S., Plangklang, P., Reungsang, A. (2011). Optimization of fermentative hydrogen production from hydrolysate of microwave assisted sulfuric acid pretreated
oil palm trunk by hot spring enriched culture, International Journal of Hydrogen Energy, Vol 36, pp. 14204-14216.

[7] Thungklin, P., Sittijunda, S. and Alissara Reungsang. (2018). Sequential fermentation of hydrogen and methane from steam-exploded sugarcane bagasse hydrolysate,
nternational Journal of Hydrogen Energy,. Vol 43, pp. 9924-9934.

[8] Fangkum, A. and Reungsang, A. (2011). Biohydrogen production from sugarcane bagasse hydrolysate by elephant dung: Effects of initial pH and substrate
concentration, International Journal of Hydrogen Energy, Vol 36, pp. 8687-8696.

การอนุรกั ษ์ดองดึงโดยวิธีการชะลอการเจริญเติบโตในสภาพปลอดเชื้อ

Conservation of Glorสioพุ ิsนaญาlilบyญุ (มGาlนoพr*ioSuspahsinuypa eBrubnma aLn.)opb*y Slow Growth Technique

*กล่มุ วิจยั พฒั นาธนาคารเชื้อพนั ธพ์ุ ืชและจลุ ินทรีย์ สานักวิจยั พฒั นาเทคโนโลยีชีวภาพ กรมวิชาการเกษตร

*Corresponding author, e-mail: [email protected]

บทคดั ย่อ คำนำ

ดองดึง (Gloriosa superba L.) อยใู่ นวงศ์ Liliaceae เป็นไม้พืน้ บา้ นในแถบเอเชีย เหง้าดองดึง ดองดึง Gloriosa superba L. เป็นพืชสมุนไพรที่สาคญั ชนิดหนึ่งและจดั อย่ใู นแพทยแ์ ผน
มีสารอลั คาลอยดห์ ลายชนิด ได้แก่ โคลชิซิน (colchicine) จึงเป็นที่ต้องการเน่ืองจากถกู นามาใช้ โบราณของไทย จดั เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวที่มีหวั /เหง้าอยู่ใต้ดิน (rhizome) เป็นไม้พืน้ บา้ นในแถบ
ประโยชน์ในทางการแพทย์ และในทางการเกษตร ทาให้ปริมาณท่ีมีในธรรมชาติลดน้อยลง เอเชีย ประเทศไทยพบเหน็ พืชชนิดนี้ตามข้างทาง โดยเฉพาะแถบชายทะเลจะพบมากกว่า
จึงเสี่ยงต่อการสญู พนั ธ์ุ และทาง IUCN จดั ดองดึงให้อย่ใู นบญั ชีแดง (red list) ดงั นัน้ จึงได้ทาการ แหล่งอื่นๆ (ทางภาคใต้และภาคตะวนั ออก และสภาพธรรมชาติทางภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
ศึกษา วิธีการอนุรกั ษ์ดองดึงโดยวิธีการชะลอการเจริญเติบโตในสภาพปลอดเชื้อ พบว่า การ ของประเทศไทย (รปู ที่ 3) เป็นพืชล้มลกุ ประเภทไมเ้ ลือ้ ย มีอายหุ ลายปี (หลายฤด)ู ดอกดองดึง มี
ขยายปริมาณเหงา้ ของดองดึงในสภาพปลอดเชื้อสามารถทาได้โดยใช้ชิ้นส่วนของยอดดองดึงใน สีสนั สวยงาม เด่น สะดุดตา และดอกทยอยบานจากล่างขึ้นสู่ยอด ช่วงการออกดอกใช้เวลา
อาหารสงั เคราะหส์ ตู ร MS + NAA 4 mg/l +BA 4 mg/l และการเกบ็ รกั ษาเหง้าดองดึงในสภาพ ประมาณ 2-3 เดือน จากคณุ สมบตั ิดงั กล่าว จึงถกู จดั เป็นไม้ดอกไม้ประดบั ได้ไม่แพ้ไม้ดอกชนิ ด
ปลอดเชื้อ (การชะลอการเจริญเติบโต) สามารถเกบ็ รกั ษาได้นานสงู สดุ 9 เดือนอย่างมีนัยสาคญั อ่ืนๆ และเป็ นพืชสมุนไพรที่ส่วนต่างๆ สามารถรกั ษาโรคได้หลายชนิ ด เนื่องจากในเมลด็ และ
ยิ่งทางสถิติ แม้ไม่มีการ subculture เมื่อเลี้ยงบนอาหารสตู รสงั เคราะห์ ½ MS + 20 m/l ในสภาพ เหง้าดองดึงมีสารอัลคาลอยด์หลายชนิ ด ชนิ ดท่ีพบว่ามีปริมาณมาก ได้แก่ โคลชิ ซิ น
ปลอดเชื้อ (colchicine) ที่ได้จากส่วนของเมลด็ ใช้รกั ษาโรคไขข้ออกั เสบ โรคมะเรง็ ทางด้านการเกษตรใช้
โคลชิซินในการปรบั ปรุงพนั ธ์ุพืช เพราะมีคุณสมบตั ิในการกระตุ้นเซลพืชให้เกิดโพลีพลอย์
คาสาคญั : ดองดึง การชะลอการเจริญเติบโต สภาพปลอดเชื้อ (polyploid) ดองดึง จึงจดั เป็ นพืชสมุนไพรเชิงพาณิ ชยท์ ่ีมีการใช้งานท่ีหลากหลายของยา เกิด
การแสวงหาผลประโยชน์ทงั้ ในด้านสมนุ ไพร และด้านไม้ดอกไม้ประดบั จึงทาให้พืชท้องถิ่นชนิด
Abstract นี้เสี่ยงต่อการสญู พนั ธ์ุ

Gloriosa superba L. is a native plant of Asia listed in the family ภำพที่ 1 : ดองดงึ ในสภาพธรรมชาติ
Liliaceae. Its rhizome contains many kinds of alkaloids: Colchicine,
which is popularly applied in medical and agricultural use. Since a
number of plants are taken from natural habitat, the population of G.
superba L. is decreasing, therefore, it is vulnerable to extinction. The
International Union for Conservation of Nature (IUCN) places G.
superba L. in IUCN Red List of Threatened Species. This research aims
to study the conservation of G. superba L. by slow growth storage in
the in vitro. The findings indicated that in vitro propagation of G.
superba L. can be done by culturing apical meristem in MS + NAA 4
mg/l + BA 4 mg/l. It was statistically significant revealed that when
cultured in ½ MS + 20 m/l without subculturing, rhizome can be
preserved for up to 9 months by using slow growth storage.
Keywords: Gloriosa superba L., slow growth storage, in vitro

ผลการทดลอง

ตารางท่ี 1 ระยะเวลาเฉลี่ยการเกบ็ รกั ษาเหง้าดองดึงก่อนเหงา้ มีสีน้าตาลเกินรอ้ ยละ50 ภาพท่ี 2 : เมลด็ และเหงา้ ดองดงึ

สูตรอาหาร Mannitol (g/l) ระยะเวลาเฉล่ียการเกบ็ รกั ษา MS full-strength+Mannitol (0, 10, 20g/L) MS half-strength+Mannitol (0, 10, 20g/L) MS half-strength+Mannitol (0, 10, 20g/L)
กอ่ นยอดเหลอื งรอ้ ยละ50
ภาพท่ี 3 : การชะลอการเจรญิ เตบิ โตเหงา้ ดองดงึ ในสภาพปลอดเชอ้ื ทอ่ี ายกุ ารเกบ็ รกั ษา 9 เดอื น
1. MS full-strength 0 7.22 d
2. MS full-strength 10 7.24 d วจิ ำรณผ์ ล
3. MS full-strength 20 7.20 d
4. MS half-strength 0 7.20 d เน่ืองด้วยดองดึงในสภาพธรรมชาตินัน้ จะชะงกั การเจริญเติบโตเมื่อยอดถกู ตดั หรือทาลาย ไม่มี
5. MS half-strength 10 7.53 bc การแตกยอดใหม่ และการติดเมลด็ ต่อต้นมีจานวนน้อย จึงทาให้เสี่ยงต่อการสูญพนั ธ์ุ รวมทงั้ การขึ้น
6. MS half-strength 20 9.10 a ในพืน้ ที่ธรรมชาติ และพืน้ ท่ีถกู นาไปใช้ประโยชน์ ทงั้ นี้การชะลอการเจริญเติบโตในสภาพปลอดเชื้อจึง
7. MS one fourth-strength 0 6.61 e เป็นวิธีท่ีเหมาะสม ด้วยการทดลองนี้ใช้ชิ้นส่วนเหง้าใหม่ท่ีเกิดจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเย่ือ ในการชกั นา
8. MS one fourth-strength 10 7.34 cd ให้เกิดต้นใหม่ใช้ระยะเวลานาน ซ่ึงควรศึกษาการชกั นาให้เกิดยอดต่อไป
9. MS one fourth-strength 20 7.58 b
สรุปผล
CV (%) 3.70

คา่ เฉลยี่ ท่ีตามด้วยตัวอักษรเหมือนกันในแต่ละทรีตเมน้ ต์ไม่แตกต่างกันทางสถิติเปรยี บเทียบ โดย DMRT ทร่ี ะดับความเชือ่ มนั่ 95%

การอนุรกั ษ์เหง้าดองดึงโดยวิธีการชะลอการเจริญเติบโตในสภาพปลอดเชื้อ สามารถเกบ็ รกั ษาได้

ภาพที่ 4 : ดองดงึ ในสภาพปลอดเชอ้ื ภาพท่ี 5 : การเจรญิ เตบิ โตของดองดงึ จากเหงา้ นาน 9 เดือน แมไ้ มม่ ีการ subculture เมือ่ เลีย้ งบนอาหารสตู รสงั เคราะห์ ½ MS + 20 m/l

เอกสารอ้างอิง

กิติกรรมประกาศ Bunyapraphatsara, N., S. Khongchuensin, C. Sagwansupayakorn, C. Sakulmeerit, T. Tipayasak and Y. Sri-ngen-

งานวิจยั นี้ได้รบั การสนับสนุนงานจากสานักงานคณะกรรมการวิจยั แห่งชาติ (วช.) และสานักวิจยั ngaam. 1991. Colchicine content of the seeds of Gloriosa superba L. Cultivated in Thailand, pp. 126-
พฒั นาเทคโนโยชีวภาพ กรมวิชาการเกษตร และขอขอบคุณ คุณสิริพนั ธ์ุ ศรีจกั รวาฬ คณุ ปราโมทย์ เกิดศิริ 134. In J.M. Pezzuto, A.D. Kingkorn, H.H. S. Fong, and G.A. Cordell (eds.). Progress on terrestrial and
marine natural products of medicinal and biological intersest. American Botanical Council, Chicago.
คณุ จิราพรรณ แพกาเนิด คณุ ชาญวฒุ ิ วิถี และคณุ ขวญั ฤทยั วงั สรุ ิย์ ท่ีได้ช่วยเหลือให้งานวิจยั ลลุ ่วงไปด้วยดี





การจาแนกหอมแดงจากแหล่งปลกู ตา่ งๆ ของประเทศไทย

Classification of Shallot (Allium ascalonicum Linn.) from Various Cultivation Areas of Thailand

Abstract

The diversity of shallots cultivated in the north, the north-east, and the west of Thailand and collected at the ‘Si Sa Ket’ Horticultural Research Center between 2012 - 2013 was studied. Twenty-three shallot samples from those collections were grown, and the agronomic
characteristics were investigated according to the descriptor list for allium plant (IPGRI) for future breeding proposes. The results showed that shallots from the northern and northeastern areas were not prominently classified by the agronomic characteristics. All samples were
classified into 2 groups. The first group was categorized by round bulb shape, the outer spathe shading red-violet to orange. The second was by Broad elliptic shape bulb and purple-red of the outer spathe.. Nevertheless, different agrological zones could affect differences in the
physical characteristics of growing plants, although using the same variety. The agronomic characteristics alone could not classify precisely. Thus, DNA fingerprints may be additionally used for better classification.
Keywords: shallot, diversity, identify shallot

บทคดั ย่อ

การศึกษาความหลากหลายของหอมแดงจากแหลง่ ปลูกภาคเหนือ ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื และภาคตะวันตกของประเทศไทยท่ีรวบรวมไว้ ณ ศนู ย์วิจยั พชื สวนศรสี ะเกษ ระหวา่ งปี พ.ศ. 2555-2556 โดยทาการคัดเลือกตัวแทน จานวน 23 ตวั อยา่ ง นามาปลกู ทดสอบเพอ่ื บนั ทึกลักษณะสณั ฐานวิทยาตามระบบของ
International Plant Genetic Resources Institute (IPGRI) ของหอมแดง เพ่อื การปรับปรุงพันธ์ใุ นอนาคต พบวา่ ลกั ษณะสนั ฐานวทิ ยาทป่ี รากฏยังไมส่ ามารถจาแนกความแตกตา่ งของหอมแดงจากแหลง่ ปลูกภาคเหนอื และตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ไดอ้ ย่างชัดเจนได้ โดยสามารถแบง่ หอมแดงออก 2 กล่มุ คอื กลุ่มท่ี 1 มีลักษณะหวั
คอ่ นขา้ งกลม สเี ปลอื กแดงม่วง ถึงสีส้มออ่ น สว่ นกลมุ่ ที่ 2 เปน็ ทรงไขก่ ว้างและหัวคอ่ นขา้ งกลม เปลอื กสมี ว่ งแดง อยา่ งไรกต็ ามหอมแดงตวั อย่างเดียวกนั ทป่ี ลกู ในระบบนเิ วศทางการเกษตรและการจดั การในสภาพพื้นทต่ี ่างกนั จะแสดงลักษณะทางกายภาพที่ตา่ งกัน จงึ เปน็ การยากทีจ่ ะใชล้ ักษณะสนั ฐานวทิ ยาระบุแหล่งทม่ี าของ
หอมแดงอย่างแน่ชดั ได้ ดังนน้ั ควรมีการตรวจสอบลายพมิ พด์ ีเอ็นเอของหอมแดงเพือ่ เปน็ ข้อมลู เพ่ิมเตมิ ในการจาแนกตอ่ ไป
คาสาคัญ: หอมแดง ความหลากหลาย จาแนกหอมแดง

คานา สอดคลอ้ งกับ รชั ชนก (2542) และ Abbey L. and R. Fordham (1998) พบวา่ ในช่วงอากาศหนาวเยน็ หอมแดงมีอัตราการสะสม นา้ หนักแหง้ ตอ่ วนั
เพ่มิ ขนึ้ อย่างรวดเรว็ การเจรญิ เตบิ โตของลาตน้ หอมแดง และการสร้างหวั มคี วามสมั พนั ธ์โดยตรงกบั ปริมาณนา้ ในใบเม่ือปลกู ทีค่ วามยาวชว่ งแสง 12 ช่ัวโมงตอ่ วนั
หอมแดง (Allium ascalonicum Linn.) เป็นพืชเศรษฐกิจทส่ี าคัญของประเทศไทย ปลูกมากในภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ และภาคเหนอื ของไทย ไดแ้ ก่ นอกจากนี้ปริมาณน้ามีความสาคัญต่อการเจริญเติบโตของหอม ปริมาณทเี่ หมาะสมอยู่ในช่วง 350–600 มิลลเิ มตร แตส่ ามารถอยไู่ ด้ถงึ ระดบั น้าฝน 2,800 มิลลเิ มตร
จังหวัดศรสี ะเกษ บุรรี ัมย์ ชยั ภมู ิ ลาพูน พะเยา อุตรดิตถ์ เชียงใหม่ เปน็ ต้น ซง่ึ หอมแดงจังหวัดศรสี ะเกษมีชื่อเสียงเปน็ ที่รู้จักเน่อื งจากคณุ ลกั ษณะเฉพาะ เชน่ ในสภาพอากาศแหง้ แลง้ ทย่ี าวนานจะทาใหใ้ บของหอมเห่ียว สง่ ผลต่อการเจรญิ เตบิ โตและผลผลิตหอมแดงอยา่ งมาก (Hridaya,2007) อณุ หภูมสิ ูง นา้ ในใบไม่
มีกล่ินฉนุ สสี วย ผิวเปน็ มันเงา ผู้บรโิ ภคจึงนิยม ปัจจุบันมีการเคลื่อนย้ายหัวพันธ์รุ ะหวา่ งแหล่งปลูกภาคเหนอื และตะวนั ออกเฉยี งเหนือสลบั กันไปมา จงึ เกดิ ความ เพยี งพอจะทาให้ใบเหลอื ง ฟบุ ลง ไม่สามารถสร้างอาหารไปบารุงหัวได้ ทาให้ผลผลติ หัวหอมแดงไมส่ มบรู ณ์ ขนาดเลก็ หรือไมม่ ีหัวและหอมแดงพันธศ์ุ รีสะเกษ
ไมม่ ัน่ ใจในคณุ ลกั ษณะของหอมแดงที่จาหนา่ ยในท้องตลาดว่ามาจากแหล่งปลกู ทแ่ี ทจ้ ริงหรอื ไม่ เน่ืองจากหอมแดงเป็นพชื ทสี่ ามารถปรับตัวและเจริญเตบิ โตได้ดใี น มีการสะสมน้าหนักแห้งสูงสดุ ที่อายุ 40 วนั หลังดอกบาน (อายุ 80 วนั หลงั ปลูก) การสรา้ งหวั มีความสมั พนั ธก์ ับความยาวใบและจะเพิ่มข้ึนตามความยาวของชว่ งแสง
สภาพทีม่ อี ณุ หภมู ิสงู ทุกสภาพดิน แต่ในดนิ เหนยี วพัฒนาการของหวั จะชะงกั และการแก่ของหัวจะลา่ ช้าออกไป ซ่งึ จากลกั ษณะดังกลา่ วจึงไดศ้ ึกษาการจาแนก (Okporie E.O. and I.I. Ekpe, 2008) สภาพอากาศและการจดั การในแปลงปลกู จึงมีผลต่อการแสดงลกั ษณะขอการเจรญิ เตบิ โตและคุณลักษณะขอหวั หอมแดง แมจ้ ะ
ความแตกตา่ งของหอมแดงจากลักษณะภายนอก ตามลกั ษณะทางสัณฐานวทิ ยาของหอมแดง เพอ่ื การพสิ จู น์เอกลกั ษณข์ องหอมแดงจากแหล่งปลูกต่างๆ ตาม เป็นหอมแดงพันธ์เุ ดียวกัน ทาให้การจาแนกหอมแดงว่ามาจากแหลง่ ปลูกใดทาได้ยาก
ระบบของ International Plant Genetic Resources Institute (IPGRI) ของหอมแดง รวมท้งั คุณภาพผลผลติ เพื่อเปน็ แนวทางในการตรวจสอบแหล่งท่มี าหรอื
แหลง่ ปลูกหอมแดงตา่ งๆ เพื่อปอ้ งกนั การสวมสทิ ธิห์ รอื การลกั ลอบนาเขา้ หอมแดงจากประเทศเพอ่ื นบา้ นมาจาหน่ายเป็นหอมแดงในประเทศไทย รัชนี และคณะ (2556) ได้จาแนกหอมแดงดว้ ยเครือ่ งหมายโมเลกุล ชนิด Microsatellite จากหอมแดงทงั้ 23 ตวั อย่าง ณ ศนู ยว์ ิจัยพืชสวนศรีสะเกษ
มาสุ่มคัดเลือกตัวแทนแหล่งปลูก 10 ตวั อย่าง และนาหอมแดงจากตลาดค้าส่งหอมแดงในจงั หวีดศรีสะเกษ จานวน 2 ตัวอยา่ ง ท่รี ะบุ เปน็ หอมแดงจากจงั หวัด
อุปกรณ์และวธิ กี าร เชยี งใหม่ (SH550024) และหอมแดงอโิ ดนเี ซีย (SH55025) รวมเปน็ 12 ตัวอยา่ ง สามารถแบง่ หอมแดงได้ 3 กลุ่ม คอื กล่มุ ท่ี 1 ประกอบด้วยหอมแดง 3 สายพนั ธุ์
ไดแ้ ก่ sh54006 และ sh55015 มีแหล่งทีม่ าจากลาพูนและศรสี ะเกษ ตามลาดับ สว่ นสาย พันธ์ุ sh55025 เปน็ หอมแดงจาก ประเทศอินโดนเี ซีย จึงมีค่าความ
1. หอมแดง 23 ตวั อย่าง จากแหล่งปลูก จังหวัดศรีสะเกษ (SSK) นครราชสมี า (NRM) เชียงราย (CHR) อตุ รดิตถ์ (UTD) ลาพนู (LMP) และ สโุ ขทยั (SUK) ใกล้ชดิ ทางพนั ธุกรรมน้อยกับสายพนั ธอ์ุ ่ืนๆ ภายในกลมุ่ กลมุ่ ที่ 2 ประกอบดว้ ยหอมแดง 8 สายพนั ธ์ุ ไดแ้ ก่ sh55009 และ sh55018 จากลาพนู sh55010
จานวน 5 กโิ ลกรมั ต่อแหลง่ sh55013 และ sh55014 จากศรีสะเกษ sh55020 sh55023 และ sh55024 จากอุตรดิตถ์ สุโขทยั และเชียงใหม่ตามลาดบั ในกลุ่มนเ้ี ป็นสายพนั ธุท์ ม่ี าจาก
แหล่งเปลูกในภาคเหนือและภาคตะวนั ออกเฉียงหนอื ซ่ึงมคี วามหลากหลายทางพันธกุ รรมค่อนขา้ งมาก และกลุม่ ที่ 3 ประกอบดว้ ยหอมแดงเพียง 1 สายพนั ธุ์ คือ
2. วัสดกุ ารเกษตร ปยุ๋ คอก ป๋ยุ เคมีสูตร 15-15-15 และ 9-24-24 สารเคมกี าจัดวัชพชื โรคและแมลงศัตรูพชื เชน่ ออ๊ กซฟี ลอู อรเ์ ฟน อะบาเมคติน โปรคลอราจ sh55011 ซึง่ เปน็ สายพันธ์จุ ากนครราชสีมา
และชวี ภัณฑ์ เชน่ ไตรโครเดอมา บาซลิ ัส ทรู ิเยงซสิ
Table 1 Appearance of vegetative growth of shallot 45 days after planting and bulb quality after harvesting (85 days)
3. สายยางให้นา้ หวั บัวรดนา้ ถงั พ่นยาขนาด 20 ลิตร from 23 sample at SiSaKet horticultural research center in 2012
4. แบบบันทึกลกั ษณะตามระบบ IPGRI ไมบ้ รรทดั เวอร์เนยี hand reflectometer
source of Vegetative Growth (cm.) Bulb size (cm.) Bulb quality
บนั ทึกข้อมูลเกษตรกร สภาพพ้ืนที่ ขัน้ ตอนการปปฏิบตั ิในแปลง ทีท่ าการเก็บตัวอยา่ งหอมแดง ทัง้ 23 ตวั อย่าง ในแหล่งปลกู ตา่ งๆ sample
Sample plant High Pseudo steam Leaves length width Type of bulb peel color fresh color
ดาเนินการ ณ ศูนยว์ ิจัยพชื สวนศรสี ะเกษ ปี 2555-2556 ระยะเวลา 2 ปี โดยเลอื กตัวแทนหอมแดงท่รี วบรวมมาจากแหล่งต่างๆ (ต้งั แต่ธันวาคม 2554 – UTD
มนี าคม 2555) จานวน 23 ตัวอย่างๆ ละ 5 กโิ ลกรัม นามาเก็บรกั ษาในโรงเรือนมงุ หลงั คาท่ีอุณหภูมหิ ้อง ปลกู หอมแดง เดือนตุลาคม 2555 โดยไถตากดิน 1-2 sh 54001 UTD 30.8 length width length width 3.05 1.99 Globe R 51 B R-P 61 B
สัปดาห์ ใสป่ นู ขาวปรบั ปรุงคา่ ความเปน็ กรด 200 กโิ ลกรมั ตอ่ ไร่ ใสป่ ุ๋ยคอก 1 ตันตอ่ ไร่ จากนัน้ ไถปั่นดนิ ให้ละเอยี ด ข้ึนแปลงขนาด 1.5 x 8 เมตร ใช้ลกู กลิง้ เหล็ก sh 54002 UTD 42.0 3.25 2.45 27.6 0.50 3.26 1.93 Broad elliptic R-P 60 A R-P 60 D
ลากเพือ่ ทาระยะปลูกระหวา่ งต้นและระหวา่ งแถวปลกู 15x15 เซนติเมตร ดูแลรกั ษาตามคาแนะนาการเกษตรดที ่ีเหมาะสมของการปลูกหอมแดง (GAP) ของกรม sh 54003 UTD 46.7 3.95 3.73 38.1 0.70 3.28 1.99 Broad elliptic R-P 61 B P 76 B
วิชาการเกษตร บันทกึ ลกั ษณะสัณฐานวทิ ยาตามแบบบนั ทกึ IPGRI เชน่ การเจรญิ เตบิ โตทางลาตน้ และใบ เมอื่ อายุ 45 วนั คุณภาพหอมแดง ขนาด รูปทรง sh 54004 UTD 37.1 3.85 3.48 42.8 0.76 3.10 1.97 Broad elliptic R-P 60 A R-P 60 D
จานวนหวั ต่อนา้ หนกั 1 กิโลกรัม ปริมาณ Total soluble solids (TSS) เป็นต้น และบันทกึ การเขา้ ทาลายของโรคและแมลงระหว่างดาเนินการทดลอง sh 54005 LMP 46.2 3.65 3.24 33.4 0.56 3.20 1.97 Broad elliptic R-P 60 C R-P 64 A
sh 54006 UTD 41.7 2.98 3.31 43.2 0.78 2.98 1.90 Broad elliptic R-P 63 A R-P 14 B
sh 54007 CHR 34.7 3.07 3.29 38.6 0.62 2.56 1.54 R 51 C P 75 A
sh 54008 UTD 37.4 2.29 3.25 32.4 0.50 3.10 1.84 Globe R 51 C R-P 65 B
sh 55009 SSK 41.6 4.15 3.80 33.3 0.60 2.94 1.64 Broad elliptic R-P 59 A P 76 D
sh 55010 NRM 50.5 3.45 3.95 38.1 0.61 3.11 1.82 R-P 59 A P 76 D
sh 55011 SSK 47.1 3.95 2.74 46.6 0.86 2.90 1.78 Globe R-P 59 A P 76 D
sh 55012 SSK 46.5 4.35 3.18 42.7 0.69 2.85 1.75 Globe G-R 180 B Y-W 158 C
sh 55013 SSK 46.7 3.70 2.99 42.8 0.77 3.19 2.26 Spindle G-O 166 C O-W 159 C
sh 55014 SSK 45.6 3.40 3.12 43.3 0.79 3.29 2.46 Broad elliptic R-P 60 C P 76 D
sh 55015 LMP 41.5 3.45 3.20 42.2 0.78 2.93 1.76 Globe G-R 182 A P 76 D
sh 55018 UTD 43.4 3.33 2.81 38.2 0.63 2.71 1.63 Broad elliptic O-P 184 C R-P 69 C
sh 55022 SUK 45.0 3.10 2.86 40.3 0.79 2.62 1.63 Broad elliptic G-P 185 B R-P 69 D
sh 55023 45.6 4.75 2.66 40.3 0.57 2.97 1.73 Broad elliptic G-P 181 B R-P 69 C
3.75 2.92 41.8 0.59 Globe
Broad elliptic

* source of UTD and SSK for sample sh 55016, sh 55017, sh 55019, sh 55020 and sh 55021 are died on field

เตรยี มหวั พนั ธุ์ เตรียมแปลปลกู ระยะปลูก 15x15 ซม. ปลูกหอมแดง ทงั้ 23 ตัวอย่าง

ดูแลรกั ษา บนั ทึกข้อมูล เกบ็ เก่ยี ว บันทกึ คณุ ภาพ บนั ทกึ ลกั ษณะสณั ฐานวทิ ยาตาม Figure 1 Characteristic of shallots plant and bulb after harvesting at SiSaKet horticultural research center in 2012
แบบบนั ทกึ IPGRI
สรปุ ผล
ผลและวจิ ารณผ์ ลการทดลอง
การจาแนกหัวหอมแดงโดยดลู กั ษณะทางกายภาพเพียงอยา่ งเดยี ว ไม่สามารถระบแุ หลง่ ทม่ี าของหอมแดงได้ เนื่องจากหอมแดงมีการเคลื่อนยา้ ยหัวพนั ธ์ุ
จากการบนั ทึกลกั ษณะตามระบบของ International Plant Genetic Resources Institute (IPGRI) ของหอมแดง ณ ศูนย์วจิ ัยพืชสวนศรสี ะเกษ เดือน จากแหลง่ ปลูกภาคตะวันออกเฉียงเหนอื ไปยงั ภาคเหนอื วนกนั เป็นวฏั จักร หวั พนั ธ์จุ งึ ขาดความหลากหลาย และทาให้การแสดงลักษณะประจาพันธ์ุของหอมแดง
ตลุ าคม 2555 มีการเจรญิ เตบิ โตทางลาตน้ แตกตา่ งกัน และมรี ปู ทรงหอมแดงคล้ายกนั ในแตล่ ะตัวอย่าง ดังน้ี มีทั้งเหมอื นและแตกต่างกนั แม้จะเปน็ พนั ธเุ์ ดียวและปลกู ในแหล่งเดยี วกนั ก็ตาม ดังนน้ั การขนึ้ ทะเบียนแหลง่ ผลติ จึงเป็นแนวทางในการจากัดจานวนผลผลิตแต่ละ
1. การเจริญเตบิ โตทางลาต้นของหอมแดง เมอื่ อายุ 45 วนั หลังปลกู มคี วามสงู ของตน้ ใกลเ้ คียงกัน โดยพันธจุ์ ากแหล่งปลกู ศรีสะเกษทีม่ ีความสูงต้นแตกตา่ งกัน แหลง่ ให้ชัดเจน เพือ่ ปอ้ งกนั การสวมสทิ ธ์ิหรือลักลอบนาผลผลติ จากแหล่งอื่นและจากประเทศเพ่อื บ้าน มาจาหนา่ ยในประเทศ โดยเฉพาะในตลาดหอมแดงจงั หวดั
ศรสี ะเกษ
มากท่ีสุด คอื ตัวอยา่ ง sh55010 มคี วามสูง 50.5 เซนตเิ มตร และ sh54001 มีความสงู พียง 30.8 เซนตเิ มตร ความยาวใบก็มแี นวโน้มเปน็ ไปทศิ ทางเดียว
กับความสูงต้นและความกว้างของใบมีขนาดใกล้เคยี งกนั คือ 0.50-0.86 เซนตเิ มตร (Table 1) เอกสารอา้ งองิ
2. ภายหลงั การเกบ็ เกี่ยว ทอี่ ายุ 85 วนั หลังปลูก ขนาดหัวใกล้เคยี งกนั คือ มคี วามสูงของหัว 2.56-3.29 เซนตเิ มตร และความกว้าง 1.63-2.46 เซนติเมตร
รูปทรงหัวหอมแดงมลี กั ษณะ 2 แบบ รูปทรงสว่ นใหญ่ คือ ทรงไขก่ ว้าง (Broad elliptic) หัวพพันธจุ์ าก อตุ รดติ ถ์ ศรสี ะเกษ เชียงราย ลาพนู และสโุ ขทัย รัชนก สมพร. 2542. ปจั จยั ท่มี ผี ลต่อการออกดอก ผลผลิตและคณุ ภาพเมล็ดพนั ธ์ุหอมแดง. วิทยานพิ นธ์ปริญญาโท. มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ , ขอนแกน่
รองลงมา คือ ทรงกลม (Globe) มีท้ังหวั พันธุจ์ าก ศรสี ะเกษ และอตุ รดติ ถ์ ยกเวน้ ตัวอยา่ ง SH55011 ที่มีรปู ทรงยาวเหมอื นกระสวย (Spindle) รชั นี ศิริยาน ศจุ ริ ัตน์ สงวนรงั ศิริกลุ จันทนา โชคพาชื่น เสาวนี เขตสกลุ อรรถพล รกุ ขพนั ธ์ และ จริ ภา ออสตนิ .2559. การจาแนกสายพันธ์ุหอมแดงและ
3. สเี ปลือกและเนื้อ เปน็ สมี ่วง ถึงมว่ งแดง บางตวั อยา่ ง เชน่ sh55012 sh55013 และ sh55015 มีเปลอื กมสีนา้ ตาลอมสม้ เนื้อมีสเี หลืองซีด ซง่ึ คลา้ ยกับพันธ์ุ
หอมขาวท่ีพบมากทางภาคเหนือ (Figure 1) โดยขนาดของหวั หอมแดงข้นึ อย่กู ับความสมบรู ณ์ของหวั พนั ธ์แุ ละสภาพอากาศเปน็ ปัจจัยหลัก และสีเปลือก กระเทียมด้วยเครื่องหมายโมเลกลุ . ว.พชื ศาสตรส์ งขลานครนิ ทร์, 3 (ฉบับพเิ ศษ): 1-11
หอมแดงจากแหลง่ ปลกู จงั หวัดศรสี ะเกษ มีสีเปลือกม่วงแดงและเข้มกว่าหอมแดงจากแหลง่ อื่น เช่น sh55012 sh55013 และ sh55015 เป็นต้น (Table 1) Hridaya Shrestha. 2007. A Plant Monograph on Onion (Allium cepa L.). Roll No. 11: 2004 Pokhara University, Nepal
International Plant Genetic Resources Institute (IPGRI); European Cooperative Programme for Crop Genetic Resources Networks (ECPGR);
เนื่องจากนิเวศวทิ ยาทางการเกษตร เชน่ สภาพอากาศ ความชน้ื อุณหภมู ิและการจัดการในแปลงปลูกหอมแดงทีแ่ ตกตา่ งกัน แม้จะใชห้ อมแดงพนั ธุ์
เดยี วกัน เม่ือนามาปลูกจะแสดงลกั ษระสณั ฐานแตกต่างกนั ทาใหก้ ารจาแนกหอมแดงจากแหลง่ ปลูกตา่ งๆทาไดย้ าก ไมอ่ าจระบุชัดเจนถงึ แหลง่ ที่มาของหอมแดง Asian Vegetable Research and Development Center (AVRDC). (2001). Descriptors for Allium (Allium spp.), Retrieved from:
http://www.bioversityinternational.org/nc/ publications/publication/issue/allium.html (September 18, 2010,)
Okporie E.O. and I.I. Ekpe. 2008. Effect of Photoperiod on the Growrth and Bulbing of Tropical Onion (Allium cepa L.) Varities. World
Journal of Agricultural Sciences 4(1): 36-39, Nigeria

1 ศูนยว์ ิจยั พืชสวนศรีสะเกษ ตาบลหนองไผ่ อาเภอเมอื ง จงั หวดั ศรีสะเกษ 33000 2.ศูนย์วจิ ัยและพฒั นาการเกษตรพังงา เลขท่ี 52 หมทู่ ่ี 1 ต.บางมว่ ง อ.ตะกว่ั ป่า จ.พงั งา 82110 1 SiSaKet Horticultural Research Center, Nong Phi, Muang SiSaKet, SiSaKet 33000 2 Phang Nga Agricultural Research and Development Center, No.52 Bang Moung, Takua Pa, Phang Nga 82110

การจาแนกกระเทียมจากแหล่งปลกู ต่างๆ ของประเทศไทย

Classification of Garlic (Allium sativum Linn.) from Various Cultivation Areas of Thailand

Abstract

The diversity of garlic cultivated in the north and the north-east of Thailand and collected at the ‘Si Sa Ket; Horticultural Research Center between 2012-2013 was studied. Eighteen garlic samples were grown and the agronomic characteristics were investigated according to the
descriptor list for allium plant (IPGRI) for future breeding proposes. The plant samples were classified into three by bulb size and bulb shape. Garlics derived from the north, garlics from the northeast, and big garlics with oval shape and big cloves from aboard were characteristically
sorted. Nonlocal garlics well grow and develop in the north where conduct cold weather for 90 days consecutively to allow clove separating. The cultivation in the northeast without continuous cold could fail due to undeveloped bulbs. As a result, continuous cold weather is
crucial for bulb development which makes different characteristics of garlics.
Keywords: garlic, diversity, Identify garlic

บทคดั ย่อ

การศกึ ษาความหลากหลายของกระเทียมจากแหลง่ ปลกู ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนอื ของประเทศไทย ทรี่ วบรวมไว้ ณ ศูนย์วจิ ัยพืชสวนศรสี ะเกษ ระหว่างปี 2555-2556 โดยคัดเลอื กตัวแทนจานวน 18 ตัวอย่าง ทาการปลกู และบันทึกลกั ษณะตามระบบของ International Plant Genetic Resources Institute
(IPGRI) ของกระเทียม สาหรับการปรบั ปรุงพนั ธ์ใุ นอนาคต สามารถจาแนกตามขนาดและรูปทรงของหวั กระเทยี ม ได้ 3 กลมุ่ คือ กลุม่ ที่ 1 กระเทียมภาคเหนือ กลุ่มท่ี 2 กระเทียมภาคตะวนั ออกฉยี งเหนอื และ กลุ่ม 3 กระเทียมตา่ งประเทศท่มี ีหวั ใหญ่และกลีบใหญ่ ทรงรีแคบ โดยกระเทียมต่างประเทศจะสามารถปลูกและเจรญิ เติบโต
ให้ผลผลิตได้ในพนื้ ท่ภี าคเหนอื ท่ีมีสภาพอากาศเย็นตอ่ เน่ืองตงั้ แต่ 90 วัน ขน้ึ ไป จึงจะทาให้กระเทยี มมกี ารแบ่งกลีบ การนามาปลกู ในภาคตะวันออกเฉียงเหนอื หากความหนาวเย็นไม่ต่อเนอ่ื งจะทาใหก้ ระเทียมไมพ่ ัฒนาหัวและไม่แบง่ กลีบ ทาใหม้ ีลกั ษณะเหมือนกระเทียมโทน ทง้ั นี้ปัจจัยสาคัญในการปลกู กระเทยี ม คอื อุณหภูมิต่าในช่วง
การพฒั นาหัว จงึ ทาให้การแสดงออกทางสัณฐานวิทยาของกระเทียมแตกตา่ งกนั
คาสาคญั : กระเทยี ม ความหลากหลาย จาแนกกระเทียม

คานา กล่มุ ท่ี 2. ลาตน้ และความยาวลาต้นเทียมสงู มากที่สดุ คอื 51.8-59.3 เซนติเมตร ลาต้นเทียมสงู 5.05-7.00 เซนตเิ มตร คอใบตั้งไมซ่ อ้ นกันเป็นกาบ ความ
กว้างของใบ 1.13-1.26 เซนติเมตร ขนาดหวั กระเทยี มและกลบี มีทัง้ ขนาดเล็กถึงปานกลาง โดยความยาวและเส้นรอบวงของหัวอยทู่ ่ี 2.34-2.39 เซนติเมตร และ
ประเทศไทยมีพืน้ ท่ีเพาะปลูกกระเทียมในปี 2554 จานวน 76,809 ไร่ มเี นอ้ื ทเี่ ก็บเก่ยี ว 74,680 ไร่ ผลผลติ ท่ีเกบ็ เก่ยี ว 75,589 ตัน คดิ เปน็ มลู ค่ากวา่ 2.86-2.99 เซนตเิ มตร ตามลาดับ (Figure 1) สเี ปลอื กหมุ้ กลบี กะเทยี มมสี ขี าว สคี รีม (W155A, G-P72B) และสีขาวปนมว่ งแดงถงึ ม่วงเขม้ (R-P69D,V84B) เชน่
3 ลา้ นบาท (ราคากิโลกรัมละ 50 บาท) และมกี ารนาเขา้ 2,093.85 ตนั สง่ ออกในรปู กระเทียมสดหรอื แช่เย็น 128.36 ตัน มูลคา่ 16,771,976 บาท (สานกั งาน ตัวอย่าง GA55009 สีเปลือกหุ้มกลีบมีสขี าวหรือสนี ้าตาลอ่อน (G-Y160C) ลักษณะหัวกระเทียมมที ้งั ทรงรีแคบ เชน่ GA55002 GA55004 GA55005 GA55006
เศรษฐกิจการเกษตร. 2554) ปัญหาท่สี าคญั ของการผลติ กระเทียมเพอ่ื การค้าและการส่งออก คือ ตน้ ทนุ การผลติ ท่สี ูงกว่าคู่แข่งอย่างจนี และกระเทียมจากประเทศ และ GA55007 เป็นตน้ และทรงคอ่ นขา้ งกลม เช่น GA55001 และ GA55003 กระเทยี มจากแหล่งปลูกศรีสะเกษจะมที รงหวั กระเทียมทง้ั 2 ลกั ษณะ ซง่ึ เกดิ จาก
เพ่ือบ้าน จึงมกี ารลักลอบนากระเทียมเขา้ มาในประเทศไทย เพือ่ นามาจาหนา่ ยในราคาแพง แตไ่ ม่มีคณุ ภาพ โดยเฉพาะการแอบอ้างวา่ เป็นกระเทยี มของจังหวดั สภาพพ้นื ทปี่ ลูกและการจัดการแปลงปลกู อายเุ กบ็ เกีย่ วสนั้ 90 วนั (Table 1)
ศรีสะเกษ ท่ีมีชอื่ เสียงในเร่ืองคณุ ภาพ และลักษณะเด่นกว่าทอ่ี นื่ คอื หวั แนน่ กลิน่ ฉุน รสจัด เกบ็ ไวไ้ ด้นาน ไม่เนา่ เสยี งา่ ย มสี ีขาวแกมม่วง ปลกู มากในเขตอาเภอ
ยางชมุ น้อย กนั ทรลักษ์ กันทรารมย์ วงั หิน และราษีไศล จงึ ทาให้เป็นทตี่ ้องการของตลาด เมือ่ นากระเทยี มจากแหล่งอืน่ มาสวมรอยจาหนา่ ยเป็นกระเทียมของ กล่มุ ที่ 3. ลักษณะทางลาต้นเต้ยี มีความสูงต้นนอ้ ยกว่า 50 เซนติเมตร ความยาวลาต้นเทียม 3.62-5.25 เซนตเิ มตร เสน้ ผ่านศนู ย์กลางลาต้นเทียม 0.29-
ศรสี ะเกษ จึงทาใหเ้ กิดปัญหาผลผลติ ราคาตกต่า เน่ืองจากผูบ้ ริโภคไม่มนั่ ใจในคุณภาพ เพอื่ ป้องกันปญั หาการลักลอบแอบอ้างแหล่งทม่ี าของผลผลิตกระเทียม 0.35 เซนติเมตร ความยาวใบ 36.6 เซนติเมตร ความกวา้ งใบ 1.34 เซนติเมตร คอใบมีท้งั ซ้อนกนั เปน็ กาบและยดื ยาว ขนาดหวั กระเทยี มและกลีบมีท้งั ขนาดเล็ก
จงึ ดาเนินการพิสจู น์เอกลกั ษณข์ องกระเทยี มโดยจาแนกความแตกต่างจากลักษณะทางสณั ฐานวทิ ยา ตามระบบของ International Plant Genetic Resources โดยความยาวและเสน้ รอบวงของหัวอยู่ท่ี 2.48-2.53 และ 2.57-2.85 เซนติเมตร ตามลาดบั (Figure 1) สีเปลอื กหัวกระเทยี มมีสขี าว (W155A) ตัวอย่างทเ่ี ดน่ ชัด
Institute (IPGRI) ของกระเทยี ม ซ่ึงเป็นวิธที ่สี ะดวก จงึ ทาการศกึ ษาหาวธิ ีการพสิ ูจนเ์ อกลกั ษณ์ของกระเทียมจากแหล่งปลูกต่างๆ พร้อมทาการศกึ ษาคุณภาพโดย คือ Sh55010 สเี ปลอื กสมี ว่ ง (V-B 95B) คือ Sh55016 สีเปลือกหมุ้ กลีบมสี นี า้ ตาลอ่อน (G-Y160C) เน่อื งจากเป็นกระเทียมจากแหล่งปลูกทางเหนือ มอี ายุการ
เปรียบเทียบลกั ษณะทางกายภาพ รวมทงั้ คุณภาพผลผลติ เพ่ือเป็นแนวทางในการตรวจสอบทีม่ าของกระเทียมจากแหลง่ ปลูกตา่ งๆ เก็บเกย่ี วนาน 85-115 วนั (Table 1)

อุปกรณ์และวิธีการ เนอื่ งจากกระเทียมเปน็ พชื ทีอ่ ายกุ ารเก็บเก่ียวนาน คือ ต้ังแต่ 80-120 วัน ในการพัฒนาการเจริญเติบโตจนกระท้ังหัวมกี ารแบ่งกลีบชดั เจน จาเปน็
ต้องการความเย็นหรืออุณหภูมติ า่ เป็นระยะเวลานานตอ่ เนื่อง ฤดปู ลกู และเก็บเกย่ี วกระเทียมของประเทศไทยจึงอยู่ในช่วงเดือน ตุลาคม - มีนาคม โดยกระเทียม
1. ตัวอยา่ งกระเทียม จานวน 18 ตัวอย่าง จากแหล่งปลกู จังหวัดศรสี ะเกษ (SSK) ลาพนู (LMP) เชยี งราย (CHR) ลาปาง (LPA) แม่ฮอ่ งสอน (MHS) และ พะเยา ทีป่ ลกู ในภาคเหนือจะมีอายกุ ารเก็บเกยี่ วนานกวา่ เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออานวย จงึ ทาให้การพฒั นาของตน้ และหวั กระเทียมยาวนานขึ้น ขนาดหัวกระเทยี ม
(PAY) จานวน 5 กิโลกรัมต่อตัวอยา่ ง ใหญก่ วา่ ผลผลติ ทีป่ ลกู ในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื จึงมลี กั ษณะะที่แตกตา่ งกันชดั เจน อกี ทัง้ เกษตรกรเกบ็ กระเทยี มในการทาพนั ธุ์เอง เพราะว่าราคาของหัวพนั ธ์ุ
กระเทียมแพง แตอ่ าจมีการแลกเปลย่ี นพันธ์กุ นั ระหว่างเกษตรกรผปู้ ลูกบ้าง ทาให้กระเทยี มมีการปะปนพันธุน์ ้อยและหลากหลายกว่าหอมแดง หากมีการ
2. วสั ดกุ ารเกษตร ปุย๋ คอก ปยุ๋ เคมสี ตู ร 15-15-15 และ 9-24-24 สารเคมีกาจัดวัชพืช โรคและแมลงศตั รพู ชื เช่น ออ๊ กซฟี ลอู อร์เฟน อะบาเมคติน โปรคลอราจ ตรวจสอบดีเอ็นเอดว้ ยเครือ่ งหมายโมเลกลุ Microsatellite เพอื่ ยืนยนั ความแตกตา่ งของกระเทียมอีกทางหน่งึ จากวิธีดังกลา่ ว สามารถหาได้เปน็ 2 กลุ่ม คอื
และชวี ภัณฑ์ เช่น ไตรโครเดอมา บาซิลสั ทูริเยงซสิ กลมุ่ ท่ี 1 ประกอบด้วยกระเทยี มจากศรสี ะเกษ และอกี 1 สายพนั ธ์เุ ปน็ กระเทยี มจีน กล่มุ ที่ 2 ประกอบดว้ ยกระเทยี มจากลาพนู พะเยา เชียงราย และลาปาง ซง่ึ เปน็
สายพนั ธุ์จากแหลง่ ปลกู ในภาคเหนอื ท้ังหมด (รัชนแี ละคณะ, 2559)
3. สายยางใหน้ า้ หัวบัวรดน้า ถังพ่นยาขนาด 20 ลติ ร
4. แบบบนั ทกึ ลกั ษณะตามระบบ IPGRI ไมบ้ รรทัด เวอรเ์ นีย hand reflectometer Table 1 Appearance of vegetative growth of garlic 60 days after planting, harvesting date, bulb size and bulb component
quality after harvesting from 18 sample at SiSaKet horticultural research center in 2012

Sample source Harvesting Plant Pseudo Leaves (cm.) Bulb size (cm.) Type of bulb Bulb color
of date High steam(cm.) length width peel fresh

sample length width length width

GA55001 SSK 81 59.3 7.00 0.46 52.3 1.13 2.34 2.39 Circular W 155A G-Y 160C
GA55002 SSK - 58.8 6.35 0.38 52.4 1.19 2.42 2.67 Narrow elliptic W 155B G-Y 160C
GA55003 - - - - - - - 2.49 2.55 Circular W 155D G-Y 160C
80 58.8 6.05 0.53 52.7 1.26 2.70 2.76 Narrow elliptic W 155D G-Y 160C
GA55004 SSK - 56.5 6.05 0.4 50.4 1.19 2.48 2.62 Narrow elliptic W 155D G-Y 160C

GA55005 SSK 86 57.9 5.70 0.48 52.2 1.13 2.41 2.52 Narrow elliptic W 155D G-Y 160C

GA55006 SSK - 57.6 5.60 0.44 51.95 1.23 2.40 2.66 Narrow elliptic W 155A G-Y 160C

GA55007 SSK 90 51.8 5.40 0.58 46.35 1.15 2.86 2.99 Narrow elliptic W 155A G-Y 160C

GA55008 SSK 80 59.2 5.05 0.3 54.15 1.23 2.58 2.83 Narrow elliptic R-P 69D G-Y 160C

GA55009 SSK
GA55010 LAM 85 40.3 3.62 0.34 36.64 1.13 2.48 2.57 Circular W 155A G-Y 160C
GA55011 CHR 120 52.3 4.27 0.29 48.03 1.60 3.43 3.32 Broad elliptic V-B 95B G-Y 160C
บนั ทึกข้อมลู เกษตรกร สภาพพ้นื ที่ ขัน้ ตอนการปปฏิบตั ิในแปลง ท่ที าการเกบ็ ตัวอยา่ งกระเทียม ทั้ง 18 ตวั อยา่ ง 93 52.3 4.42 0.26 47.86 1.34 3.14 3.74 Narrow elliptic V-B 95B G-Y 160C
GA55012 LPA
ดาเนนิ การที่ศูนยว์ ิจยั พชื สวนศรีสะเกษ ปี 2555-2556 ระยะเวลา 2 ปี รวบรวมตัวอย่างในฤดูกาลเกบ็ เก่ียวกระเทียม (ธนั วาคม 2554 -มีนาคม 2555) GA55013 MHS 120 43.4 4.41 0.34 39.00 1.34 2.56 2.73 Narrow elliptic W 155A G-P 72B
คดั เลอื กตัวแทน จานวน 18 ตัวอย่างๆละ 5 กิโลกรมั ปลกู ในเดอื นตุลาคม 2555 ทาการเตรียมแปลงปลูก โดยไถตากดิน 1-2 สัปดาห์ ใสป่ ูนขาวปรบั ปรุง GA55014 MHS 120 46.8 4.54 0.22 42.30 1.39 2.59 2.79 Broad elliptic V-B 95B G-Y 160C
คา่ ความเป็นกรด-ดา่ ง 200 กโิ ลกรมั ตอ่ ไร่ และใสป่ ุ๋ยคอก 1 ตัน ต่อไร่ จากนนั้ ไถปัน่ ดินให้ละเอยี ด แยกกลีบกระเทียมออก ทาการปลูกแต่ละตวั อยา่ งบนแปลง - 48.8 4.17 0.39 44.58 1.58 2.67 3.3 Narrow elliptic V-B 95B G-Y 160C
ขนาด 1.5x8 เมตร โดยใชล้ กู กล้ิงเหลก็ ลาก เพ่อื ทาระยะปลกู ระหวา่ งต้นและระหว่างแถว 15x15 เซนตเิ มตร ดแู ลรักษาตามคาแนะนาการเกษตรดีทีเ่ หมาะสม GA55015 - 95 48.3 4.27 0.29 44.06 1.53 2.53 2.75 Narrow elliptic V-B 95B G-Y 160C
ของการปลกู กระเทียม (GAP) ของกรมวิชาการเกษตร บันทกึ ลักษณะทางสัณฐานวิทยาตามแบบบนั ทกึ IPGRI เช่น การเจรญิ เติบโตทางลาต้นและใบ เมื่ออายุ
60 วัน เมื่อครบอายกุ ารเก็บเกี่ยว บันทึกคุณภาพหวั กระเทียม เช่น ขนาด รูปทรง สีเปลือก และเนือ้ จานวนหัวต่อน้าหนัก 1 กิโลกรมั เป็นตน้ และบนั ทกึ การเขา้ GA55016 PAY
ทาลายของโรคและแมลงระหว่างดาเนนิ การทดลอง GA55017 PAY 115 49.6 4.69 0.34 44.95 1.72 2.36 2.42 Narrow elliptic W 155A G-Y 160C
95 47.0 5.25 0.35 41.79 0.86 2.44 2.78 Narrow elliptic W 155D G-Y 160C
GA55018 PAY

Group 1 Group 2 Group 3

เตรยี มหัวพันธแุ์ ตล่ ะตัวอยา่ ง เตรียมแปลงปลกู ระยะปลูก 15x15 เซนติเมตร ดูแลรกั ษาและบันทึกขอ้ มลู

Figure 1 Characteristic of Garlic plant and bulb three group after harvesting at SiSaKet horticultural research center in 2012

เกบ็ เกย่ี ว บันทกึ คุณภาพ แบบันทกึ สณั ฐานวทิ ยา (IPGRI) สรปุ ผล

ผลและวิจารณ์ผลการทดลอง การจาแนกหัวกระเทยี มโดยดลู กั ษณะทางกายภาพเพยี งอยา่ งเดยี ว สามารถระบุแหลง่ ท่มี าของแหลง่ ปลูกทางภาคเหนือและตะวนั ออกเฉยี งเหนือ ออก
จากกระเทยี มต่างประเทศ โดยเฉพาะกระเทยี มตา่ งประเทศ (กระเทียมจนี ) แต่ทัง้ น้กี ารขึ้นทะเบยี นแหลง่ ผลติ จะเปน็ อกี วิธีการหนึ่ง ในการป้องกันการลักลอบ
จากการปลูกกระเทยี ม จานวน 18 ตัวอยา่ ง พรอ้ มบันทกึ ลกั ษณะตามระบบของ International Plant Genetic Resources Institute (IPGRI) พบว่า นาเขา้ กระเทยี มจากประเทศเพ่ือนบ้าน และจากแหลง่ ปลกู อน่ื ๆ มาสวมสทิ ธ์ิการคา้ ของกระเทียมในประเทศ รวมถงึ ในจังหวัดศรีสะเกษได้
จาแนกลกั ษณะของขนาดต้นและหัวกระเทียม ออกเปน็ 3 กลุม่ ดงั น้ี
เอกสารอา้ งอิง
กลมุ่ ที่ 1 ใบใหญ่ มีใบกวา้ งมากที่สุด 1.60 เซนตเิ มตร ทางลาต้นสงู 52.3 เซนติเมตร ความยาวลาต้นเทียมและเส้นผ่านศูนย์กลางลาต้นเทยี ม คอื 4.27
และ 0.29 เซนติเมตร ตามลาดบั หัวกระเทยี มและกลบี มขี นาดใหญ่ โดยความยาวและเส้นรอบวงของหวั อยู่ที่ 3.43 และ 3.32 เซนตเิ มตร ตามลาดับ ทรงผล รชั นี ศิรยิ าน ศจุ ิรตั น์ สงวนรงั ศิริกุล จันทนา โชคพาชนื่ เสาวนี เขตสกุล อรรถพล รกุ ขพันธ์ และ จริ ภา ออสติน.2559. การจาแนกสายพันธ์ุหอมแดงและ
ค่อนข้างกลม การแบง่ กลีบน้อยจนถึงไม่แบ่งกลีบ (Figure 1) สเี ปลือกช้ันนอกมสี ขี าวและสคี รมี (W155A, G-P72B) สเี ปลอื กหุม้ กลีบมสี ขี าวหรอื สนี า้ ตาลอ่อน กระเทยี มด้วยเคร่อื งหมายโมเลกลุ . ว.พืชศาสตร์สงขลานครินทร์, 3 (ฉบบั พิเศษ): 1-11
(G-Y160C) ลักษณะของหวั กระเทยี มมขี นาดความแตกต่างจากตวั อยา่ งอ่นื ๆ ชัดเจน และมอี ายกุ ารเกบ็ เก่ยี วนาน 120 วนั ขนาดของหวั กระเทยี มใหญก่ ว่าพนั ธุ์
พื้นเมอื งของไทยจึงสามารถแยกลักษณะดังกลา่ วได้ ตัวอยา่ งกระเทยี ม คือ GA55011 (Table 1) สานักงานเศรษฐกิจการเกษตร. 2554. กระเทียม. [6 กรกฎาคม 2554]. http://impexp.oae.go.th/service/report_product01.php? S_YEAR=
2554&i_type=2&PRODUCT_ID=1273&wf_search=&WF_SEARCH=Y#4472

International Plant Genetic Resources Institute (IPGRI); European Cooperative Programme for Crop Genetic Resources Networks (ECPGR);
Asian Vegetable Research and Development Center (AVRDC)., 2001, Descriptors for Allium (Allium spp.) [Online], Available:
http://www.bioversityinternational.org/nc/ publications/publication/issue/allium.html [March 2, 2015

1 ศูนย์วิจยั พืชสวนศรีสะเกษ ตาบลหนองไผ่ อาเภอเมอื ง จงั หวัดศรสี ะเกษ 33000 2.ศูนย์วิจยั และพฒั นาการเกษตรพงั งา เลขท่ี 52 หม่ทู ี่ 1 ต.บางม่วง อ.ตะกว่ั ปา่ จ.พงั งา 82110 1 SiSaKet Horticultural Research Center, Nong Phi, Muang SiSaKet,SiSaKet 33000 2 Phang Nga Agricultural Research and Development Center, No.52 Bang Moung, Takua Pa, Phang Nga 82110

บทคดั ยอ่ การIยnhบัibiเยtนioง้ั n่าเoชขf้ อือLaงรsมiาoMdงั Liapคnalogsดุdoiisoaดtedtว้ehinepยolbไboyrฮdoHmโiyaดadertรohagเeeจCnoaนPubesเrarปoolxmAอidgรeeeanอ์ tอสofกาFไเruหซitดตRโ์ุotรiคn ผล
นฤมล ปิ ยะเสถียรรตั น์1, ผ่องเพ็ญ จิตอารียร์ ตั น์1,2, วาริช ศรีละออง1,2 อภิรดี อุทยั รตั นกิจ1,2 กลั ยา ศรีพงษ์1 และ ธนะชยั พนั ธเ์ กษมสุข3
Piyasathianrat, N.1, Jitareerat, P.1,2, Srilaong, V.1,2, Uthairatanakij, U.1,2, Sripong, K.1 and Pankasemsuk, T.3
1คณะทรพั ยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยพี ระจอมเกลา้ ธนบุรี (บางขุนเทียน)
2ศูนยน์ วตั กรรมเทคโนโลยหี ลงั การเก็บเกี่ยว กระทรวงการอุดมศึกษา
3คณะเกษตรศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่

โรคผลเน่าจากเช้ ือรา Lasiodiplodia theobromae เป็ นปัญหาสาํ คญั ของมงั คุดหลงั การเก็บเกี่ยว งานน้ ีมีวตั ถุประสงคเ์ พ่ือศึกษาผลของไฮโดรเจนเปอรอ์ อกไซด์ (H2O2) ต่อการเจริญเสน้ ใยและ
การงอกสปอรเ์ ช้ ือรา โดยทาํ การจุม่ เสน้ ใยหรือสปอรเ์ ช้ ือราใน H2O2 เขม้ ขน้ 0, 0.1, 0.2, 0.3, 0.4 และ 0.5 % นาน 5, 10 และ 20 นาที พบวา่ ประสิทธิภาพการยบั ยง้ั เช้ ือราของ H2O2 เพมิ่ ข้ ึนตาม
ความเขน้ ขน้ และระยะเวลาในการจุม่ และท่ีความเขน้ ขน้ 0.5 % นาน 20 นาที สามารถยบั ยง้ั การเจริญเสน้ ใยและการงอกของสปอรไ์ ดส้ มบรู ณ์ และจากการทดสอบเบ้ ืองตน้ พบวา่ H2O2 ท่ีความเขม้ ขน้
0.5 % ไมม่ ีผลเสียต่อลกั ษณะปรากฏของมงั คุด ดงั น้ันจงึ มีความเป็ นไปไดท้ ี่จะใช้ H2O2 เพ่อื นําไปใชก้ ารควบคุมโรคผลเน่าของมงั คุดในการศึกษาต่อไป

บทนาํ อปุ กรณแ์ ละวิธีการ

เช้ ือสาเหตุโรคพืช เป็ นสาเหตุหนึ่งท่ีมีผลโดยตรงต่อคุณภาพและผลผลิตมงั คุด โดยเฉพาะเช้ ือรา Lasiodiplodia theobromae ซ่ึงเป็ นเช้ ือ o Mycelium growth o Spore germination
สาเหตุหลกั ท่ีทาํ ใหเ้ กิดโรคผลเน่าและเปลือกแข็ง ซึ่งเป็ นปัญหาสาํ คญั ของมงั คุดภายหลงั การเก็บเก่ียว การใชส้ ารเคมีกาํ จดั เช้ ือราทาํ ใหผ้ ูบ้ ริโภค
เกิดความกงั วลถึงอนั ตรายจากสารเคมีที่ตกคา้ ง ดงั น้ันการคน้ หาวธิ ีท่ีปลอดภยั ต่อผูบ้ ริโภคและส่ิงแวดลอ้ มจงึ เป็ นเรื่องสาํ คญั ปัจจุบนั มีการใช้ ใช้ cork borer ตดั เสน้ ใย Spore (102)
ไฮโดรเจนเปอรอ์ อกไซด์ (H2O2) เพอื่ ยบั ยง้ั เช้ ือจุลินทรียท์ ้งั ในดา้ นการแพทยแ์ ละอุตสาหกรรมอาหาร (Linley และคณะ, 2013) โดยมีฤทธ์ิยบั ยง้ั
การเจริญเติบโตของเช้ ือแบคทีเรีย และรา ได้ (ศศิลภสั และคณะ 2557) ซึ่ง H2O2 มีผลทาํ ลายเยอ่ื หุม้ เซลลแ์ ละโมเลกุลโปรตีนภายในเซลล์
นอกจากน้ ี H2O2 สามารถสลายตวั ไดเ้ ป็ นออกซิเจนกบั น้ําไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว จงึ ไมเ่ หลือสารเคมีตกคา้ งในอาหารและสิ่งแวดลอ้ ม (Aguirre และคณะ, 2006)

จากคุณสมบตั ิของ H2O2 ที่กล่าวมา งานวจิ ยั น้ ีจงึ มีวตั ถุประสงคเ์ พือ่ ศึกษาผลของ H2O2 ต่อการเจริญเสน้ ใยและการงอกสปอรเ์ ช้ ือรา
L. theobromae สาเหตุโรคผลเน่าของมงั คุด ซ่ึงผลการศึกษาท่ีไดจ้ ะสามารถนําไปศึกษาต่อยอดเพื่อควบคุมโรคผลเน่าของมงั คุดต่อไป

ผลและวิจารณผ์ ลการทดลอง H2O2 เขม้ ขน้ 0, 0.1, 0.2, H2O2 เขม้ ขน้ 0, 0.1, 0.2,
0.3, 0.4 และ 0.5 % 0.3, 0.4 และ 0.5 %
ผลของ H2O2 ต่อการเจริญของเสน้ ใย L. theobromae พบวา่ H2O2 มีผลทาํ ใหก้ ารเจริญเสน้ ใยเช้ ือราลดลง โดยพบวา่ น้ําหนักแหง้ ของเสน้ ใยเช้ ือราที่แชใ่ น นาน 5, 10 และ 20 นาที
H2O2 ลดลงตามความเขม้ ขน้ ของ H2O2 ท่ีเพ่ิมข้ ึน และการแชเ่ สน้ ใยใน H2O2 ที่ความเขม้ ขน้ 0.5 % นาน 5-20 นาที สามารถยบั ยง้ั การเจริญเสน้ ใยไดอ้ ยา่ ง นาน 5, 10 และ 20 นาที
สมบรู ณ์ (ยบั ยง้ั ได้ 100 เปอรเ์ ซ็นต)์ ซึ่งระยะเวลาในการแชเ่ สน้ ใยท่ีแตกต่างกนั ไมส่ ่งผลต่อการลดลงของปริมาณเสน้ ใยอยา่ งมีนัยสาํ คญั ทางสถิติ (Figure 1)
เล้ ียงใน *PDB
ผลของ H2O2 ต่อการงอกของสปอร์ L. theobromae พบวา่ เปอรเ์ ซ็นตก์ ารงอกของสปอรล์ ดลงตามความเขม้ ขน้ ของ H2O2 ท่ีเพ่ิมข้ ึนอยา่ งมี ปริมาตร 100 ml
นัยสาํ คญั ทางสถิติ (Figure 2) ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั งานวจิ ยั ของ Fallik และคณะ (1994) พบวา่ การใช้ 0.5% Sanosil-25 (มีสว่ นประกอบของ H2O2 เป็ น
หลกั ) สามารถยบั ยง้ั เช้ ือรา Botrytis cinerea และ Alternaria alternata ท่ีเป็ นสาเหตุโรคพืชของมะเขือยาวและพริกแดงหวานได้ ท้งั น้ ีเน่ืองจาก H2O2
สามารถแตกตวั ได้ Hydroxyl radical (-OH) และ -OH จดั เป็ นสารในกลุ่ม reactive oxygen species (ROS) (อาณตั ิ, 2562) ท่ีมีผลทาํ ใหผ้ นังเซลลเ์ สียหาย เกิด
การรวั่ ไหลของสว่ นประกอบภายในเซลล์ และมีผลไปออกซิไดซโ์ ปรตีน เอนไซม์ และกรดนิวคลีอิก ทาํ ใหเ้ ช้ ือจุลินทรียต์ าย (Aguirre และคณะ, 2006)

Spread plate บน *PDA

1.5 5 min 125 5 min บ่ม 100 rpm บ่ม อุณหภูมิหอ้ ง นาน 4 วนั
10 min 10 min 30 oC นาน 7 วนั
1.2 Aa Aa 20 min Aa Aa Aa 20 min
Mycelium growth 100
(mg dry W eight/100ml)Aa ABa
Spore germination (%) Ba Ba Ba
0.9 BCa 75

CDa DEa DEa DEa

0.6 EFa EFa 50 Ca Cb Ca
Da
FGa FGa FGa FGa 25 กรองดว้ ยกระดาษ นับจาํ นวนโคโลนี
Db กรอง No. 1
0.3 0 Dc

Ha Ha Ha l Ea Ea Ea Fa Fa Fa

0.0 0% l l 0.1% l l 0.2% l l 0.3% l l 0.4% l l 0.5% l อบ 60 oC จน คาํ นวณเป็ นเปอรเ์ ซ็นต์
น้ําหนักคงที่ การงอกของสปอร์
l 0% l l 0.1% l l 0.2% l l 0.3% l l 0.4% l l 0.5% l Hydrogen peroxide concentrate ชงั่ น้ําหนัก
(mg/100ml) * Potato dextrose agar (PDA)
Hydrogen peroxide concentrate * Potato dextrose broth (PDB

Figure1 Dry weight of L. theobromae mycelium treated with H2O2 at 0 (control), 0.1, 0.2, 0.3, Figure 2 Percentage of spore germination of L. theobromae when it was treated with H2O2 at 0
0.4 and 0.5% for 5, 10, and 20 min, afterward all samples were incubated at room (control), 0.1, 0.2, 0.3, 0.4 and 0.5% for 5, 10, and 20 min, afterward all samples were cultured
temperature under shaker at 100 rpm for 7 days. Capital letters correspond to comparison in PDA and incubated at room temperature for 4 days. Capital letters correspond to comparison
between the treatments and small letters correspond to comparison between the treated time. between the treatments and small letters correspond to comparison between the treated time period.

สรุปผลการทดลอง

• H2O2 มีประสิทธิภาพยบั ยง้ั เสน้ ใยและสปอรเ์ ช้ ือรา L. theobromea
• ประสิทธิภาพการยบั ยง้ั เช้ ือราของ H2O2 เพ่มิ ข้ ึนตามความเขม้ ขน้ และระยะเวลาที่เช้ ือไดร้ บั
• H2O2 ความเขม้ ขน้ 0.5% นาน 5-20 นาที ยบั ยง้ั การเจริญเสน้ ใยและการงอกสปอรเ์ ช้ ือราได้ 100%
• การจุม่ มงั คุดใน H2O2 ความเขม้ ขน้ 0.5 % นาน 20 นาที ไมม่ ีผลเสียต่อลกั ษณะปรากฏของมงั คุด (สีเปลือก สีกลีบเล้ ียง และสีเน้ ือ)

อาณตั ิ ดีพฒั นา, 2562, การพฒั นานวตั กรรมโถปัสสาวะชายปลอดเช้ ือโรค ปราศจากกลิ่น ไมท่ าํ ใหเ้ กดิ การกระจายคราบปัสสาวะและเกิดภาระในบ่อบาํ บดั น้ําเสียสาํ หรบั โรงงานอาหาร สถานพยาบาลและสถานพกั ฟ้ ื นผูส้ ูงอายุ, รายงานโครรงการวจิ ยั ประจาปี 2562, คณะวศิ วกรรมศาสตร,์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา, 74 หนา้
ศศิลภสั เพชรชู เฉลิมชยั ชยั กติ ติภรณ์ วชิ ยั พฤกษ์ธาราธิกุล พิพฒั น์ ลกั ษมจี รลั กุล วชิระ สิงหะคเชนทร์ และ ธีระ กลลดาเกรียงไกรคเชนทร,์ 2557, การศึกษาประสิทธิผลไอไฮโดรเจนเปอรอ์ อกไซดห์ ลงั จากการอบฆา่ เช้ ือจุลินทรียใ์ นอากาศของหอ้ งผ่าตดั , การประชุมวชิ าการเสนอผลงานวจิ ยั ระดบั บณั ฑิตศึกษา คร้งั ท่ี 12, มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ , หนา้ 1399-1470.
Aguirre, J., Hansberg, W. and Navarro, R., 2006, Fungal responses to reactive oxygen species, Medical Mycology, 44(1): 101–107.
Fallik, E., Aharoni, Y., Grinberg, S., Copel, A. and Klein, J. D., 1994, Postharvest hydrogen peroxide treatment inhibits decay in eggplant and sweet red pepper, Crop Protection. 13(6): 451–454.
Linley, E., Denyer, S. P., McDonnell, G., Simons, C. and Maillard, J. Y., 2012, Use of hydrogen peroxide as a biocide: new consideration of its mechanisms of biocidal action, Antimicrobial Chemotherapy, 67: 1589–1596.

การลดคารบ์ อนไดออกไซดใ์ นแกส็ ชวี ภาพ โดยใช้ Sodalime แบบหน่ึงขัน้ ตอน และ 2 ขัน้ ตอน

The reductวiาoรnุณีoลfม่ิ Cม่ันO12 from biogas using sodalime by one-step and two step
รัตนชัย ไพรินทร2์ Limmun W.1 and Pairintra R.2
1 ภาควชิ าวศิ วกรรมศาสตร์ สถาบนั เทคโนโลยพี ระจอมเกล้าเจา้ คุณทหารลาดกระบงั วทิ ยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ 17/1 หมู่ 6 ต.ชุมโค อ.ปะทวิ จ. ชุมพร 86160
2 คณะทรัพยากรชวี ภาพและเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยพี ระจอมเกล้าธนบุรี (บางขุนเทยี น) 49 ซ. เทยี นทะเล 25 ถ. บางขุนเทยี น-ชายทะเล แขวงทา่ ข้าม เขต
บางขุนเทยี บ กรุงเทพ 10150

การประชุมวิชาการและเสนอผลงานวจิ ยั พชื เขตรอ นและกง่ึ เขตรอ น คร้งั ที่ 13 มหาวทิ ายาลยั หอการคา ไทย (13 พฤษภาคม 2021)

บทคัดยอ : ปริมาณ CH4 ในแกส็ ชีวภาพหาก> 85% จะสามารถนาํ ไปใชส ําหรับเครอ่ื งยนตส ันดาปภายในได วัตถุประสงคของงานวจิ ัยนค้ี อื การเพ่มิ CH4 โดยใชโ ซดา
ไลมด ูดซับ CO2 จากการหมกั มูลโค Parameter ทส่ี ําคัญคือ นํา้ หนกั โซดาไลมซ ่งึ ใชท่ี 2, 4 กรัมบรรจลุ งในหลอดแกว เพอ่ื ดูดซบั CO2 แบบขนั้ ตอนเดยี วและสอง
ข้นั ตอน ผลการทดลองแสดงใหเ หน็ วามลู โคสามารถผลิต Biogas ทม่ี ี CH4 65% เม่ือใชโ ซดาไลมท มี่ นี ้าํ หนัก 2 กรมั แบบหนึ่งและสองขนั้ ตอน ได CH4 Yield ท่ี
86.6% และ 80.9% สว นโซดาไลม ทมี่ ีนาํ้ หนัก 4 กรมั แบบหนึ่งและสองข้ันตอนได CH4 ที่ 90.9% และ 80.1% CO2 ใน biogas ซึง่ มฤี ทธเิ์ ปน กรดจะทําปฏิกริ ยิ ากบั
โซดาไลม ซึ่งเปนดางได Calcium Carbonate น้าํ และความรอน การเพิ่มปริมาณโซดาไลมสามารถลด CO2 ไดมากข้ึน แตความแตกตา งระหวางความดนั ตกครอ ม
ตอ ความยาวแบบสองข้นั ตอนมมี ากกวาหนง่ึ ข้นั ตอน จงึ ทาํ ใหการลด CO2 ไดน อยกวา อยางไรกต็ ามปรมิ าณ CH4 ท่ีไดจ ากการลดแบบชน้ั ตอนเดียวก็สูงพอทจี่ ะ
นาํ ไปใชเ ปน เช้ือเพลงิ ในรถยนตไ ด

Highlight : After reducing CO2 by soda lime, CH4 yield > 90%

Keywords : Cow Dung, Methane Yield, Soda Lime, Internal Combustion Engine

วตั ถปุ ระสงค : เพิ่มปรมิ าณความเขม ขนของ CH4 ใน Biogas โดยใชโ ซดาไลมในการดดู ซับ CO2 แบบหนึง่ และสองขน้ั ตอน

วธิ ิการทดลอง : ใชม ูลโคเปนวตั ถุดบิ ในการหมักแบบ Batch ในถังหมกั ขนาด 5 ลติ ร โดยหมกั ใน
สภาวะไรอากาศ ที่อุณหภมู ิหองปรกติ ถังหมกั จะมีการปรบั pH เรมิ่ ตน ใหเปน 10 โดยใช NaOH
เปรยี บเทยี บกับถังท่ไี มมีการปรับ pH การเกบ็ Biogas โดยใชหลกั การแทนที่นํา้ ทําการหมกั เปน
ระยะเวลา 90 วัน ทําการลด CO2 โดยใช โซดาไลมจ ํานวน 2 และ 4 กรัม บรรจุลงในหลอดแกวให
Biogas ไหลผานเพอื่ ดดู ซบั CO2 แบบหนงึ่ ขัน้ ตอน และสองขั้นตอน ทําการตรวจวดั คา pH ของถงั
หมกั , ตรวจวดั สดั สว น CH4 และ CO2 ดว ยเครือ่ ง GC และตรวจวดั ปรมิ าณของ Biogas ทีเ่ กิดข้ึน

ผลการทดลองและการวิเคราะหผล : ถงั หมักท่ไี มมีการปรับ pH มคี า pH เรม่ิ ตนท่ี 7.45 ภายหลงั จากน้ัน 15 วัน คา
pH ของท้งั สองถังหมักจะเขา สภู าวะคงท่ี ประมาณ 7.55-7.8 ถงั หมักทม่ี ีการปรับ pH เริ่มตน เปน 10 จะใหปริมาณ
Biogas ไดเ ร็วกวาและมากกวาใชชวงแรกเพราะระบบเขาสสู ภาวะสมดลุ ยไ ดด กี วา CH4 สงู สดุ อยทู ี่ 72.14% คา pH
ต่าํ สุดคือ 6.87 แตค าเฉลย่ี ของปริมาณ Biogas ท่ีเกิดขนึ้ จะนอ ยกวา โดยถังท่ีไมม ีการปรับ pH มคี า pH ตา่ํ สดุ ที่ 6.67
ได CH4 สูงสุดที่ 65.72 % แตส ามารถผลิต Biogas ไดนานกวา เพราะจลุ นิ ทรยี ส ามารถคอ ยๆยอ ยสลายสารอนิ ทรีย
ไดอ ยา งชา ๆ โดยอุณหภูมิเฉลีย่ ในการทดลองอยูท่ี 33.5 C ดังนัน้ จึงนาํ biogas จากทั้งหมักทม่ี ีการปรับคา pH ไปทํา
การลด CO2 ผลการทดลองแสดงใหเ ห็นวา การลด CO2 แบบขัน้ ตอนเดยี วโดยใชโซดาไลมท่ี 2, 4 กรัม สามารถทาํ ให
สดั สวนของ CH4 เพิ่มเปน 86.28%, 90.68 % หรอื เพิม่ ขนึ้ ราว 14, 18% ตามลาํ ดบั ดงั แสดงตัวอยางในรปู CO2
ซงึ่ เปน กรดคารบ อนกิ (Carbonic Acid) จะทําปฏิกริ ิยากบั โซดาไลมซ ึ่งเปน ดาง เกดิ เปน Calcium Carbonate และ
นาํ้ และเมื่อทําการลด CO2 แบบสองขัน้ ตอนโดยนาํ หลอดแกวทีบ่ รรจโุ ซดาไลมมาตอ แบบอนกุ รมเขากนั กลบั ทาํ ให
ลดปรมิ าณ CO2 ไดน อ ยลง กลาวคือไดปรมิ าณ CH4 ที่ 80.88% เมื่อใชโซดาไลม 2 กรัม และได CH4 ท่ี 79.42%
เม่ือใชโ ซดาไลม 4 กรมั สาเหตุหลักท่ีทาํ ใหล ด CO2 ไดนอ ยลงเน่อื งมาจาก ความดันในถังหมักคงท่ี เสนผาศูนยก ลาง
ของหลอดแกวท่ใี ชคงท่ี แตความยาวของหลอดแกวในการลด CO2 แบบ 2 ขนั้ ตอนสงู กวา จงึ ทําใหการสญู เสยี ความ
ดนั ตกครอ มตอความยาว (Pressure gradient) ของการลดแบบ 2 ขน้ั ตอนมีมากกวา แบบข้นั ตอนเดียว ดังน้ันหาก
ตอ งการการลดปริมาณ CO2 ใหไดดียงิ่ ข้ึนจาํ เปน ทจี่ ะตอ งเพิม่ ความดนั ในถงั หมกั ใหส งู ขึน้ หรือเปล่ียนขนาด
หลอดแกว ท่ีบรรจโุ ซดาไลมใหมเี สน ผาศูนยก ลางที่ใหญข ึ้น แตหากพิจารณาทางดานพลังงานแลว ปริมาณ CH4 จาก
การลดแบบขนั้ ตอนเดยี วกส็ งู พอทจ่ี ะนาํ ไปใชเปน มเี ทนอัด Compressed bio-methane เพอ่ื ใชเ ปนเชอื้ เพลงิ ใน
รถยนตไ ด ในการนาํ ไปประยกุ ตใ ชสาํ หรับเกษตรสามารถใชขเ้ี ถาจากฟางขา ว หรือขเี้ ถาจากการเผาชวี มวลท่ัวไปแทน
โซดาไลมในการลด CO2 ได

สรปุ ผลการทดลอง : การใชโซดาไลมลด CO2 แบบขัน้ ตอนเดียว สามารถเพมิ่ ปรมิ าณสัดสว นของ CH4 ใน Biogas จาก 72.14% ใหเ ปน 91.20% สาํ หรบั เกษตรกรทั่วไป
สามารถขี้เถา จากชวี มวลสามารถดูดซับ CO2 แทนโซดาไลมไ ด Biogas ทไ่ี ดส ามารถนาํ ไปใชอ ัดเปน Compressed Bio-methane เพอ่ื ใชในยานพาหนะตอไปได

กติ ตกิ รรมประกาศ : ขอขอบคุณสถาบันพฒั นาและฝก อบรมโรงงานตน แบบวิทยาเขตบางขุนเทยี นทเ่ี ออ้ื เฟอ สถานที่และเครือ่ ง GC ในการตรวจวดั Biogas และคณุ ศริ มิ าส ขันธวงศ

เอกสารอา งอิง : 1) ชยั ยทุ ธ ไชยงาม, รัตนชยั ไพรินทร์ และณฎั ฐ์ กาศยปนนั ทน์ (2561) “การศึกษาผลการผลิตแก๊สชีวภาพจากการหมกั ผสมระหวา่ งมูลโคหมกั ร่วมกบั เปลือกหวั หอม โดยใชถ้ งั หมกั กลิ้งในแนวต้งั ” การประชุมสมั มนาวชิ าการ รูปแบบพลงั งาน
ทดแทนสู่ชุมชนแห่งประเทศไทยคร้ังท่ี 11 มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั ชยั ภูมิ หนา้ 200-207
2) ธวัลรัตน ผโลทยั สทิ ธ์ิ (2562) การแกส็ ชวี ภาพจากมูลแพะในสภาวะเมโซฟล กิ , วิทยานพิ นธมหาบณั ฑิต มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาธนบุรี
3) ธนัชพร ธานี รัตนชยั ไพรนิ ทร (2559), การลด CO2 ใน Biogas ทีไ่ ดจากการหมกั มูลนกกระทา โดยใช KOH(aq) และ NaOH(aq) การประชุมวิชาการและเสนอผลงาน CRDC 10



การผลติ ไบโอดเี ซลในประเทศไทย : A Review

Biodiesel production in Thailand : A Review

วารุณี ลม่ิ ม่ัน1 รัตนชัย ไพรินทร2์ Limmun W.1 and Pairintra R.2

1 ภาควชิ าวศิ วกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยพี ระจอมเกล้าเจา้ คุณทหารลาดกระบงั วทิ ยาเขตชุมพรเขตอุดมศักดิ์ 17/1 หมู่ 6 ต.ชุมโค อ.ปะทวิ จ. ชุมพร 86160
2 คณะทรัพยากรชวี ภาพและเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยพี ระจอมเกล้าธนบุรี (บางขุนเทยี น) 49 ซ. เทยี นทะเล 25 ถ. บางขุนเทยี น-ชายทะเล แขวงทา่ ข้าม เขต
บางขุนเทยี บ กรุงเทพ 10150

การประชมุ วชิ าการและเสนอผลงานวจิ ัยพืชเขตรอ นและกง่ึ เขตรอ น ครง้ั ที่ 13 มหาวิทายาลยั หอการคา ไทย (13 พฤษภาคม 2021)
บทคดั ยอ : การผลิตไบโอดีเซล นา้ํ มันพชื มกั จะถกู ใชเ ปนวตั ถดุ บิ เพราะมกี รดไขมนั อมิ่ ตวั นอ ยกวา ไขสตั ว แตก ารสกัดจะใชเ วลานาน ไขมันจากปลาทเ่ี หลือ
ทง้ิ สามารถสกัดน้ํามนั โดยความรอ นใชเ วลาส้นั ได yield ทสี่ ูงถงึ 85% นา้ํ มนั ท่ไี ดจ ากพชื และสตั วท กุ ชนดิ ที่ใหมจ ะมคี า กรดไขมนั อสิ ระ <1% ซ่งึ สามารถใช
ปฏกิ ริ ยิ า Tranesterification ในการผลิตไบโอดีเซลได แอลกอฮอลท ่ีเหมาะสมคอื เมทานอล แมน จะเปน พษิ แตจะทาํ ปฏกิ ริ ยิ าไดเ รว็ สว น Molar ratio ที่
เหมาะสมอยทู ี่ 1:9 ตัวเรง ปฏิกิริยาในกระบวนการแบบ Homogeneous ทเ่ี หมาะสมคือ NaOH สว นในกระบวนการ Heterogeneous คอื CaO อณุ หภมู ิ
ทเ่ี หมาะสมคือ 50-55 C โดยใชเวลาราว 45-60 นาที การใชความรอนจากไมโครเวฟ สามารถผลิตไบโอดเี ซลไดภ ายในเวลา 60 วนิ าที แลอกอฮอลส วนเกิน
ที่อยูในกลีดซอรนี สามารถกลั่นและนํากลับมาใชใหมไ ด ทาํ ใหกลีเซอรีนมคี วามบริสทุ ธ์ิขึ้น ตวั เรงปฏกิ ิรยิ าแบบ Heterogeneous สามารถนาํ กลับมาใชซา้ํ
ได คา ความรอนของไบโอดเี ซลจะตาํ่ กวา นาํ้ มันดเี ซล 10-15% Emission ยกเวน NOx จะสูงกวา

Highlight : All fresh animal tallow/oil and vegetable oil can be used as raw material for biodiesel production..

Keywords : Biodiesel, Free fatty acid, Tranesterification, Diesel

วตั ถปุ ระสงค: เสนอเงือ่ นไขการผลติ ไบโอดเี ซลดว ยเงอื่ นไขที่เหมาะสมเพอื่ ใหไ ดyieldที่สูงท่สี ุด
ตลอดจนการ recycle แอลกอฮอลท ีอ่ ยใู นกลีเซอรนี ทเี่ ปน by product กลบั มาใชใหม

การผลติ ไบโอดเี ซล: วธิ กี ารผลติ ทใ่ี ชก ันมากท่ีสุดคอื Tranesterification Process ดงั ทแี่ สดงในรปู ท่ี 1 เพราะสามารถ
ผลิตไบโอดีเซลไดเรว็ กวากระบวนการ Esterification มคี วามปลอดภยั สูงกวา การใชเอนไซม (ไลเปซ) หรอื ใช
กระบวนการ Supercritical Alcohol Tranesterification แมน จะไมข องเสยี แตมตี น ทนุ ในการผลติ ท่ีสูงมาก
Alcohol: ท่เี หมาะสมคอื เมทนานอล แมนจะมีความเปน พษิ แตเ ปนแอลกอฮอลสายส้ันจึงสามารถทาํ ปฏกิ ริ ยิ าไดเ ร็ว
กวาแอลกอฮอลอนื่ ๆ อีกท้งั ยงั มรี าคาถูก ขอดีของเอทานอลคือมคี วามเปน พษิ นอ ยกวา ผลิตจากชวี มวล และกลเี ซอรนี
ทRี่ไaดwจ ะMมaีคtณุ erภiaาlพ: ททดี่ ี่เหกี มวาา ะสมคือเศษไขมันเหลอื ท้งิ จากปลา เนือ่ งจากมกี รดไขมันไมอ ่มิ ตัวมากกวา กรดไขมนั อ่ิมตัวจึงทําใหเปนของเหลวทอ่ี ุณหภมู หิ อง สามารถสกัดไดงา ยโดยใชค วามรอ นให
Yield สงู ถึง 85% ไขมนั จากสัตวอ่นื เชน แพะกใ็ ห Yield ทส่ี งู ถงึ 80% แตจ ะเปน ไข (Wax) ทอ่ี ณุ หภมู หิ อ ง แตส ามารถนาํ ไปผลติ ไบโอดีเซลไดโ ดยใช Co-solvent เชน Hexane หรอื Toluene
ในอตั ราสว น 1:1 เขาชว ย น้ํามันจากพชื สวนมากจะเปนของเหลวทอี่ ณุ หภูมหิ อ งแตวิธกี ารสกัดทางเคมจี ะยงุ ยากและใชเ วลานานมาก ได yield ต่าํ กวา เชน น้ํามนั จากเมลด็ ยางพารา สกัดโดยการ
หีบ ไดน ้าํ มนั ราว 35% หากสกัดทางเคมีจะไดน้าํ มนั ราว 45-50% น้ํามนั จากเมล็ดยางพาราซง่ึ เปน วตั ถุดิบแบบ non-edible เหมาะสมในการนาํ ไปผลติ ไบโอดีเซล
Free Fatty acid: กรดไขมนั อสิ ระจากวัตถดุ บิ ทสี่ ดใหมไ มวาจะเปนน้าํ มนั จากสตั ว หรอื น้าํ มนั จากพชื จะมคี า FFA <1 สามารถใชก ระบวนการ Tranesterification ในผลติ ไดเ ลย แตห ากทงิ้ ไว
นานจนเกิดปฏิกริ ิยา Oxidation จะทาํ ใหคา FFA เพิ่มข้นึ จาํ เปนตอ งใชก รดลด คา FFA ใหต่าํ ลง นํา้ มนั พืชทใ่ี ชแ ลวจะมีคา FFA ทีส่ ูง
Water contain: วตั ถดุ ิบโดยท่ัวไปจะมปี รมิ าณนํ้านอ ยมาก ยกเวนวัตคดุ ิบทเี่ ปน น้ํามันใชแ ลว หากมีปรมิ าณนํา้ ที่มากกวา 0.5% น้ําจะยับย้งั ปฏิกิริยาและทําใหเ กดิ สบูขนึ้
Molar Ratio: อัตราสวนทางทฤษฏีอยทู ี่น้ํามนั ตอแอลกอฮอล ท่ี 1:3 แตเนอ่ื งจากเปน ปฏกิ ริ ิยาแบบ Reversible เพอ่ื ใหปฺฏิกิรยิ าไปดา นขวามอื มากขน้ึ จงึ ตองใชท่อี ัตราสวน 1:6 หรอื 1:9 ขึ้นไป
หรอื จะลดอัตราสว นลงแตทาํ แบบ two step transesterification ก็ได แตจ ะใชเวลาท่ีนานข้นึ
Catalyst: ในกระบวนการแบบ Homogeneous นยิ มใช NaOH หรือ KOH ในกระบวนการแบบ Heterogeneous นิยมใช CaO, Sr ซง่ึ สามารถ Recycle นํากลบั มาใชใหมได แต biodiesel
yield ที่ไดจ ะนอ ยลง CaO ในธรรมชาติท่เี หมาะสมทีจ่ ะนําไปใชเปนตวั เรงปฏกิ ิรยิ าคอื CaO ท่ไี ดจ ากการเผาเปลือกไข และกระดูกสตั ว แตสาํ หรบั กางปลาไมเ หมาะสม
Reaction Time: ในกระบวนการแบบ Homogeneous จะใชเ วลาราว 45-60 นาที ในกระบวนการแบบ Heterogeneous จะใชเ วลาราว 150-180 นาที โดยใช Hot Plate แตหากเปล่ยี น
แหลง ความรอ นเปน การใช Microwave ในการใหค วามรอนจะสามารถผลติ Biodiesel ไดภ ายในระยะเวลา 60 วินาที
Reaction Temperature: แมนวาการใชอุณหภูมิสูงจะทาํ ใหเ กดิ ปฏิกิริยาท่ีดกี วา แตหากเกดิ จุดเดอื ดของแอลกอฮอลจ ะทําใหแอลกอฮอลระเหยกลายเปนไอ ดังน้นั อณุ หภมู ทิ ีเ่ หมาะสมในการทาํ
ปฏิกริ ยิ าเมื่อใชเ มทานอลคือ 50-55 C และสําหรบั เอทานอลคือ 60-65 C ซงึ่ ต่าํ กวา จุดเดือด
Glycerin: ความบรสิ ุทธิข์ องกลีเซอรีนทไ่ี ดซ ่งึ เปน Byproduct จะอยูที่ 30-40% ไมสามารถนาํ ไปใชประโยชนโ ดยตรงได กลีเซอรีนมคี วามเปน พษิ สูง (high Toxic) แตใ นกลีเซอรีนจะมี
แอลกอฮอลสว นเกนิ ท่ีใชใ นการทําปฏิกริ ิยาอยู สามารถนาํ ไปกลั่น และนาํ แอลกอฮอลน้นั กลบั มาใชในกระบวนการผลติ ไบโอดีเซลไดใหมเปนการลดตนทุนไดดว ย
Engine Test : เนอ่ื งจากไบโอดีเซลเปนเช้อื เพลิงทม่ี ี O2 เปน สว นประกอบจงึ ทาํ ใหคาความรอ นจะตํา่ กวานนั้ มนั ดีเซล (43,000 kJ/liters) ประมาณ 10-15% คา Fuel consumption และ คา
Specific fuel consumption ของไบโอดีเซลจะสูงกวา O2 ทม่ี ีอยูในไบโอดีเซลจะชว ยทําให CO และ hydrocarbon จาก Emission gas ตาํ่ กวา 30% แต O2 สว นเกนิ ทีอ่ ยูในไบโอดเี ซลจะ
ทาํ ใหเกดิ การเผาไหมท อี่ ุณหภูมสิ งู สงผลให NOx ใน Emission gas สูงกวา นาํ้ มนั ดเี ซล
Cost: กวา 60% ของตน ทุนในการผลิตไบโอดีเซลจะเปนคา ใชจายสาํ หรบั วตั ถดุ ิบ หากสามารถหาแหลงวตั ถุดบิ ท่รี าคาถูก จะทาํ ใหไ บโอดีเซลสามารถแขงขันกบั น้าํ มันดเี ซลได หากคาํ นวณจาก
สมการของกรมธุรกิจพลังงาน B100=0.97cpo(ราคานํา้ มนั ปาลม ดบิ ) + 0.15 MtOH + 3.32 น้ํามันดีเซลหากมรี าคา > 36 บาท/ลติ ร การผลิตไบโอดเี ซลเชิงชุมชนจะสามารถแขง ขันได

สรปุ ผลการทดลอง : การการผลติ ไบโอดเี ซลจากเศษไขมนั ปลาทีใ่ หมสด ดว ยกระบวนการ transesterification สามารถได biodiesel yield ท่สี ูงกวา 96% เปน การชว ย
กําจดั ของเสีย และลดตนทนุ ดา นวัตถดุ บิ ลง แอลกอฮอลสวนเกินในกลีเซอรีนสามารถ recycle ไดโดยการกลั่น การใช biodiesel เปนเชอื้ เพลิงสามารถชวยลด Green
house gas ลงได อปุ สรรคสาํ คญั ในปจจุบันคือ ตน ทนุ ของวตั ถดุ ิบ และการจัดการกลเี ซอรีนใหเหมาะสม

กิตติกรรมประกาศ : ขอขอบคุณหองปฏิบัติการไขมัน KMUTT ทีเ่ ออื้ เฟอ สถานทแี่ ละเครอ่ื ง HPLC ในการทาํ งานวจิ ัย

เอกสารอา งอิง : 1) Fangrui Ma and Milford a Hanna (1998) Biodiesel Production : a review, Bioresource Technology Volume 70 Issue 1 p.1-15

2) พจนา บางแสง, รัตนชยั ไพรินทร์ (2558) ; “การผลิตไบโอดีเซลจากไขจระเข้ โดยใชแ้ คลเซียมออกไซดจ์ ากเปลือกไขจ่ ระเขเ้ ป็นตวั เร่งปฏิกิริยา” การประชุมวชิ าการ ระดบั ชาติ วทิ ยาลยั เทคโนโลยภี าคใตว้ จิ ยั คร้ังท่ี 5, วารสารเทคโนโลยภี าคใต,้ ฉบบั ที่ 7
3) อธิยา คงเซ็ง , รัตนชยั ไพรินทร์ (2558) ; “การผลิตไบโอดีเซลจากน้าํ มนั เมลด็ ยางพาราที่มีกรดไขมนั อิสระสูงโดยปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอร์ริฟิ เคชน่ั : การประชุมวชิ าการ ระดบั ชาติ วทิ ยาลยั เทคโนโลยภี าคใตว้ จิ ยั คร้ังท่ี 5, วารสารเทคโนโลยภี าคใต,้ ฉบบั ที่ 7





ปริมาณไขอ้อยทไี่ ด้จากวสั ดุเหลือทงิ้ ในกระบวนการผลติ นา้ ตาล

Sugarcane wax contents obtained from byproducts in the sugar production process

ณฐั หทยั สุทธิวงษ์ เพญ็ นภา ชลปฐมพกิ ลุ เลศิ และ ปิ ยดา สุขดี
ศูนย์เชี่ยวชาญนวตั กรรมอาหารสุขภาพ สถาบันวจิ ัยวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยแี หงประเทศไทย ปทุมธานี 12120

บทคดั ย่อ ผลการทดลอง

กระบวนการผลิตน้าตาลจากอ้อยก่อให้เกิดวัสดุเหลือทิง้ เช่น ใบอ้อย กากตะกอน จากการสกัดวัตถุดิบท่ีเป็ นผลติ ภัณฑ์พลอยได้จากกระบวนการผลติ น้าตาลจากอ้อย
หม้อกรอง กากนา้ ตาล และชานอ้อย ปริมาณมาก ปัจจุบันการสกดั ไขจากกากตะกอนหม้อ และวัสดุเหลือทิง้ หลังการเก็บเก่ียว พบว่ากากน้าตาลให้ปริมาณไขซ่ึงเป็ นสารสกัดหยาบ
กรองเป็ นที่สนใจของนักวิจัย อย่างไรก็ตามไขอ้อยเป็ นสารประกอบท่ีพบที่ผิวของลาต้น (crude wax) สมงทสี่ ุด คดิ เป็ นร้อยละต่อปริมาตรของกากนา้ ตาล คือ 15.24 รองลงมาได้แก่
ของอ้อย ดังน้ันจึงอาจตกค้างได้ในวัสดุเหลือทิง้ อ่ืนๆ ที่เกิดจากกระบวนการผลิตน้าตาล กากตะกอนหม้อกรอง (5.37%) ชานอ้อย (2.72%) และใบอ้อย (2.65%) ตามลาดับ
การวิจัยนี้ทาการศึ กษาปริ มาณไขอ้ อยของผลพลอยได้ จากกระบวนการผลิตน้า ตาล (Figure 1) อย่างไรก็ตามจากการวิเคราะห์เพมิ่ เติมของวัตถุดิบ 2 ชนิด คือ กากน้าตาล
รวมท้ังใบอ้อยซ่ึงเป็ นวสั ดุเหลือทิง้ ที่เกดิ จากการเกบ็ เก่ยี วด้วย ผลการวเิ คราะห์ปริมาณไข และกากตะกอนหม้อกรอง จากแหล่งท่ีมา (โรงงานน้าตาลท่ีผลติ ) แตกต่างกัน พบว่า
อ้อยหลังการสกัดแบบ solid/liquid extraction และ liquid/liquid extraction ซ่ึงขนึ้ อย่ม ปริมาณสารสกดั หยาบทไี่ ด้แตกต่างกนั อย่างมีนัยสาคญั
กบั ชนิดของผลพลอยได้ พบว่ากากน้าตาลมีปริมาณไขอ้อยสมงท่ีสุด (15.24%) รองลงมา
ได้แก่ กากตะกอนหม้อกรอง (5.37%) ชานอ้อย (2.72%) และใบอ้อย (2.65%) ตามลาดับ % Yield 15.24±0.75
จากน้ันวเิ คราะห์ไขอ้อยทีไ่ ด้จากกากนา้ ตาลด้วยเทคนิคแก๊สโครมาโทกราฟี พบกลุ่มสารท่ี 16
เป็ นองค์ประกอบหลกั 5 กลุ่ม ได้แก่ แอลเคน (alkanes) เอสเทอร์ (ester) กรดไขมัน
(fatty acid) แอลดไี ฮด์ (aldehyde) และแอลกอฮอล์ (alcohol) เมื่อทดสอบฤทธ์ิของสาร 14
สกัดในการยับย้ังการทางานของเอนไซม์ HMG-CoA reductase ระดับหลอดทดลอง
พบว่ามคี ่าใกล้เคยี งกบั Pravastatin 12

บทนา 10

อุตสาหกรรมอ้อยและน้าตาลเป็ นอุตสาหกรรมท่ีมีความสาคัญอย่างมากต่อภาค 8
เกษตรกรรมและภาคอุตสาหกรรม เน่ืองจากสร้างรายได้จากการส่งออกเข้าส่มประเทศ
หลายหม่ืนล้านบาทต่อปี กระบวนการผลิตน้าตาลจากอ้อยก่อให้เกิดวัสดุเหลือทิง้ ทาง 6 5.37±0.13
การเกษตรและผลิตภัณฑ์พลอยได้หลากชนิด ได้แก่ ใบอ้อย ชานอ้อย (bagasse)
กากนา้ ตาล (molasses) และกากตะกอนหม้อกรอง (press mud) ปัจจุบันการสกดั ไขจาก 4 2.72±0.61
กากตะกอนหม้อกรองเป็ นท่ีสนใจของนักวิจัย เนื่องจากไขอ้อยเป็ นสารต้งั ต้นธรรมชาตทิ ี่
สาคัญของสารที่มีคุณสมบัติลดคอเลสเตอรอลและต้านอนุมมลอิสระหลายชนิด อย่างไรก็ 2.65±1.51
ตามไขอ้อยเป็ นสารประกอบที่พบที่ผิวของลาต้นของอ้อย ดงั น้ันจึงอาจตกค้างได้ในวัสดุ
เหลือทิ้งอ่ืนๆ ท่ีเกิดจากกระบวนการผลิตน้าตาล การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษา 2
ปริมาณไขอ้อยของผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตน้าตาล รวมท้ังใบอ้อยซ่ึงเป็ นวัสดุ
เหลือทิง้ ที่เกิดจากการเก็บเกี่ยว รวมท้ังองค์ประกอบทางเคมี และคุณสมบัติเบื้องต้นต่อ 0 Bagasse Press mud Molasses
การย้งั ย้งั การทางานของเอนไซม์ทีเ่ กย่ี วข้องกบั การสังเคราะห์คอเลสเตอรอล Leaves

อปุ กรณ์และวธิ ีการ Figure 1. Yield of crude wax extracted from by-products and waste from sugar manufacturing.

สกดั ไขจากวตั ถุดบิ ทเี่ ป็ นของแขง็ ได้แก่ ใบอ้อย ชานอ้อย และกากตะกอนหม้อกรอง ด้วย เม่ือนา crude wax ท่ีได้มาวเิ คราะห์ด้วยเทคนิคแก๊สโครมาโทรกราฟี พบกลุ่มสารที่
ตวั ทาละลายเฮกเซน อตั ราส่วน 1:30 (วตั ถุดบิ /ตัวทาละลาย; w/v) เป็ นเวลา 6 ช่ัวโมง โดย เป็ นองค์ประกอบหลัก 5 กลุ่ม ได้แก่ แอลเคน (alkane) เอสเทอร์ (ester) กรดไขมัน (fatty
ใช้ชุดสกดั ไขมนั Soxhlet apparatus ขณะทว่ี ตั ถุดบิ ทเี่ ป็ นของเหลว คือ กากนา้ ตาล สกดั acid) แอลดไี ฮด์ (aldehyde) และแอลกอฮอล์ (alcohol) (Table 1)
ด้วยวธิ ีการแยกส่วนโดยใช้นา้ และเฮกเซนเป็ นตัวทาละลาย อตั ราส่วนของกากนา้ ตาล นา้
และเฮกเซน คือ 1:10:2 (v/v/v) ร่วมกบั การให้ความร้อน นาสารสกดั ช้ันเฮกเซนของแต่ละ Table 1. Main compounds found in crude wax.
การสกดั ทไ่ี ด้ไประเหยตัวทาละลายออก จากน้ันนาภาชนะทใี่ ส่สารสกดั อบท่ีอณุ หภมมิ 105
องศาเซลเซียส ทงิ้ ให้เยน็ ใน Desiccator จนนา้ หนักคงท่ี แล้วนาไปช่ังหานา้ หนักที่ Class of compounds % Composition
แน่นอน วเิ คราะห์องค์ประกอบทางเคมขี องไขทส่ี กดั ได้ด้วยเทคนิคแก๊สโครมาโทรกราฟี Alkane 26.82
และทดสอบฤทธ์ิยบั ย้งั เอนไซม์ HMG-CoA reductase ในระดบั in vitro Ester 68.06
Fatty acid 5.12
Aldehyde 0.15
Alcohol 0.18

ผลการทดสอบฤทธ์ิยบั ย้งั การทางานของเอนไซม์ HMG-CoA reductase ของ crude
wax ท่ีไดจ้ ากการสกดั กากน้าตาล เปรียบเทียบกบั ยามาตรฐาน Pravastatin ซ่ึงเป็นยาใน
กลุ่ม statin หรือ HMG-CoA reductase inhibitors พบวา่ สารสกดั กากน้าตาลมีฤทธ์ิในการ
ยบั ย้งั การทางานของเอนไซม์ HMG-CoA reductase เท่ากบั -0.1056 ยนู ิตต่อมิลลิกรัม
โปรตีน คิดเป็น 84.34% เม่ือเปรียบเทียบกบั ยา Pravastatinซ่ึงมีค่าเท่ากบั -0.1252 ยนู ิตต่อ
มิลลิกรัมโปรตีน

สรุปผลการทดลอง Figure 2. Comparison of the inhibitory Figure 3. Comparison of absorbance at 340
effect on HMG-CoA reductase of the nm of the molasses extract and Pravastatin.
การวเิ คราะห์ปริมาณไข (crude wax) ของผลพลอยได้และวสั ดุเหลือทิง้ จากกระบวนการ molasses extract and Pravastatin.
ผลติ นา้ ตาลจากอ้อย พบว่ากากน้าตาลมีปริมาณไขสมงท่สี ุด (15.24%) รองลงมาได้แก่ กาก
ตะกอนหม้อกรอง (5.37%) ชานอ้อย (2.72%) และใบอ้อย (2.65%) ซึ่งการวิเคราะห์
องค์ประกอบหลกั ของ crude wax ทส่ี กัดจากกากนา้ ตาล พบสารแอลเคน (alkanes) เอส
เทอร์ (ester) กรดไขมัน (fatty acid) แอลดไี ฮด์ (aldehyde) และแอลกอฮอล์ (alcohol)
เมื่อทดสอบฤทธ์ิของสารสกัดในการยับย้ังการทางานของเอนไซม์ HMG-CoA
reductase ระดบั หลอดทดลองพบว่ามคี ่าใกล้เคยี งกบั Pravastatin (84.34%)

เอกสารอ้างองิ
1. Chakhathanbordee, R.; Khotavivattana, S.; Sriroth, K. Development of sugarcane wax extraction methods from sugarcane filter cake for value creation. VRU Res. Dev. J. Sci. Technol. 2016, 3, 95-105.
2. Gnanaraj, R. A. Applications of sugarcane wax and its products: a review. Int. J. ChemTech Res. 2012, 4, 705-712.
3. Asikin, Y.; Takahashi, M.; Hirose, N.; Hou, D.-X.; Takara, K.; Wada, K. Wax, policosanol, and long-chain aldehydes of different sugarcane (Saccharum officinarum L.) cultivars. Eur. J. Lipid Sci. Technol. 2012. http://www.org.doi/10.1002/ejlt.201100300.


Click to View FlipBook Version