ประเพณีชกั พระ
ดว้ ยจิตอนั ศรัทธายงิ่ ต่องาน เม่ือถึงวนั ชกั พระ ชาวบา้ นตา่ งร่วมกนั ทาบุญตกั บาตร อนั เชิญพระพุทธรูปประดิษฐานบนบุษบกบนเรือพระ รถพระ ซ่ึงตกแตง่ อยา่ งงดงาม
จากน้นั จึงออกแรงชกั พระ เรือพระ ออกจากวดั สมโภชไปตามถนน ลาคลอง ผคู้ นหนาตาดว้ ยจิตศรัทธาเป็นหน่ึงเดียวกนั
51
ประเพณีแห่ผา้ ข้ึนธาตุ
ประเพณีแห่ผา้ ข้ึนธาตุ คอื ประเพณีแห่ผา้ ข้ึนโอบฐานเจดียพ์ ระบรมธาตุเมืองนคร จงั หวดั นครศรีธรรมราช สมยั โบราณเรียกประเพณีน้ีว่า ประเพณีแห่พระบฏข้นึ ธาตุ (ผา้ พระบฏ คือ
ผา้ ผนื ยาวและใหญ่และมีการเขียนรูปพทุ ธประวตั ิลงบนฝืนผา้ น้นั )
52
ประเพณีชิงเปรต
ชิงเปรต เป็นประเพณีของภาคใตท้ ่ีทากนั ในวนั สารทเดือนสิบ
เป็นประเพณีท่ีดารงอยบู่ นความเชื่อของการนบั ถือผบี รรพบรุ ุษผลู้ ว่ งลบั ไปแลว้ หากยงั มีบาปอยจู่ ะกลายเป็นเปรตในภมู ินรกปี หน่ึง จะถกู ปล่อยใหม้ าเมืองมนุษย์ 15 วนั โดยมาในวนั แรม 1
ค่า เดือน 10 ซ่ึงถือว่าเป็น วนั “รับเปรต” หรือ วนั สารทเลก็ ลกู หลานตอ้ งเตรียมขนมมาเล้ียงดใู หอ้ ่มิ หมีพีมนั และฝากกลบั เมืองเปรต ในวนั แรม 15 ค่า เดือน 10
นนั่ คอื วนั ส่งเปรตกลบั คนื เมือง เรียกกนั ว่าวนั สารทใหญ่
53
ถือศีลกินเจ
เป็นการบาเพญ็ ศีล สมาทานกินเจ บริโภคแต่อาหารผกั และผลไม้ เป็นการละเวน้ การทาบาป ไม่ฆา่ สตั วต์ ดั ชีวติ รักษาศีลทาจิตใจใหบ้ ริสุทธ์ิ งดการเที่ยวเตร่ ไมด่ ่ืมของมึนเมา
ผศู้ รัทธาที่กนิ เจจะสวมเส้ือผา้ สีขาวและสวดมนตท์ าสมาธิภาวนาแผเ่ มตตาจิต ขอพรใหต้ นเองและครอบครัว เป็นการสะเดาะเคราะหป์ ัดเป่ าความชว่ั ร้าย
โรคภยั ไขเ้ จบ็ ใหอ้ อกไปจากตวั ผทู้ ่ีถือศีลกินเจ เกิดความสามคั คใี นหมผู่ ทู้ ีศ่ รัทธาที่เขา้ ร่วมพธิ ีถือศีลกินเจ ต่างกย็ ิม้ แยม้ เป็นมิตรมีไมตรีตอ่ กนั
มีการบริจาคทรัพยส์ าหรับเป็นคา่ อาหารและคา่ ใชจ้ า่ ยในโรงครัว เพ่อื ให้มีอาหารเพยี งพอ มีอาสาสมคั รมาช่วยงานทางานครัวเป็นจานวนมาก
54
โนราหรือมโนห์รา
โนรา หรือ มโนห์รา เขียนเป็นมโนราหรือมโนราหก์ ็ได้ เป็นการละเลน่ พ้ืนเมืองที่สืบ ทอดกนั มานานและนิยมกนั อยา่ งแพร่หลายใน ภาคใต้ เป็นการละเล่นที่มีท้งั การร้อง การรา
บางส่วนเลน่ เป็นเร่ือง และบางโอกาสมีบางส่วน แสดงตามคติความเชื่อที่เป็นพิธีกรรมโนรา เป็นศิลปะพ้นื เมืองภาคใตเ้ รียกว่า โนรา แต่ คาว่า มโนราห์ หรือ มโนหร์ า น้นั เป็นคาทีเ่ กิด
ข้ึนมาเม่ือสมยั กรุงศรีอยธุ ยาโดยการนาเอา เร่ือง พระสุธน-มโนราห์ มาแสดงเป็นละครชาตรี จึงมีคาเรียกว่า มโนราห์ ส่วนกาเนิดของโนราน้นั สนั นิษฐานกนั ว่าไดร้ ับอทิ ธิพลจากการ ร่ายรา
55
ประเพณีลอยเรือชาวเล
เป็นงานประเพณีเก่าแก่ท่ีหาดูไดย้ ากของชาวเลเกาะลนั ตา งานน้ีจดั ข้นึ ตรงกบั วนั เพญ็ เดือน 6 และเดอื น 11 โดยกลมุ่ ชาวเลท่ีเกาะลนั ตาและเกาะใกลเ้ คยี ง จะมาชุมนุมกนั ทาพิธีลอยเรือ
เพ่อื สะเดาะเคราะห์ บริเวณชายหาดใกลก้ บั บา้ นศาลาดา่ น มีการร้องราทาเพลง และการร่ายรารอบลาเรือดว้ ยจงั หวะและทานองเพลงรองเง็ง
56
เช้ือชาติของชาวใต้
57
กลุ่มเช้ือสายจีน – มาลายู
เรียกชนกล่มุ น้ีวา่ ยะหยา หรือ ยอนยา่ เป็นกล่มุ ชาวจีน เช้ือสายฮกเก้ียนท่ีมาสมรสกบั ชนพ้ืนเมืองเช้ือสายมลายู
ชาวยะหยาจึงมีการแต่งกายอนั สวยงามท่ีผสมผสานรูปแบบของชาวจีนและมลายเู ขา้ ดว้ ยกนั อยา่ งงดงาม ฝ่ ายหญิงใส่เส้ือฉลุลายดอกไม้ รอบคอ, เอว และปลายแขนอยา่ งงดงาม
นิยมนุ่งผา้ ซิ่นปาเตะ๊ ฝ่ ายชายยงั คงแต่งกาย คลา้ ยรูปแบบจีนด้งั เดิมอยู่
58
กลุ่มชาวไทยพทุ ธ
ชนพ้ืนบา้ น แต่งกายคลา้ ยชาวไทยภาคกลาง ฝ่ ายหญิงนิยมนุ่งโจงกระเบน หรือผา้ ซิ่นดว้ ย ผา้ ยกอนั สวยงาม ใส่เส้ือสีอ่อนคอกลม แขนสามส่วน ส่วนฝ่ ายชายนุ่งกางเกงชาวเล หรือ
โจงกระเบนเช่นกนั สวมเส้ือผา้ ฝา้ ยและมีผา้ ขาวมา้ ผกู เอวหรือพาดบา่ เวลาออกนอกบา้ นหรือไปงานพธิ ีกลบั หนา้
59
กลุ่มชาวไทยมสุ ลิม
ชนด้งั เดิมของดินแดนน้ีนบั ถือศาสนาอสิ ลาม และมีเช้ือสายมลายู ยงั คงแตง่ กายตามประเพณี อนั เกา่ แก่ฝ่ ายหญิงมีผา้ คลมุ ศีรษะ ใส่เส้ือผา้ มสั ลิน
หรือลูกไมต้ วั ยาวแบบมลายนู ุ่งซิ่นปาเต๊ะหรือซิ่นทอแบบมลายู ฝ่ ายชายใส่เส้ือคอต้งั สวมกางเกงขายาว และมีผา้ โสร่งผืนส้ัน ท่ีเรียกว่า ผา้ ซองเก็ต พนั รอบเอวถา้ อยู่ บา้ นหรือลาลองจะใส่โสร่ง
ลายตารางทอดว้ ยฝ้าย และสวมหมวกถกั หรือเยบ็ ดว้ ยผา้ กามะหยี่
60