คำนำ กระบวนการผลิตประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญคือ ข้อมูล/วัตถุ (Input), กระบวนการผลิต(Prosesses) และการผลิต (Output) ซึ่งในส่วนของข้อมูลประกอบด้วย วัตถุ (Row Materials), แบบการ สั่งงาน (Drawing) และเครื่องจักร (Machine) ดังนั้นแบบสั่งงานจึงมีความสำคัญต่อเวลาในการผลิต และความถูกต้องของผลิตภัณฑ์สำเร็จ ด้วยสาเหตุนี้การเขียนแบบสั่งงานจึงต้องกำหนดให้ถูกต้อง และ เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อให้ง่ายต่อการนำแบบนำแบบสั่งงานไปผลิตชิ้นส่วนในกระบวนการผลิต ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว อนึ่ง ผู้เขียนขอขอบคุณคณะภาควิชาวิศวกรรมการออกแบบ คณะวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเทคโนโนยีอาเค่น ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ที่ได้ให้คำนะนำด้านเนื้อหาสาระของ หนังสือ โดยมีคุณทวีชัย จิระกังวาน และคุณอนุพงษ์ ปัทมศรีรัตนา ที่ได้ช่วยเหลือให้หนังสือเล่มนี้เสร็จ สมบรูณ์ หากมีข้อผิดพลาดประการใด ผู้เขียนขอน้อมรับข้อเสนอแนะจากผู้อ่านทุกท่าน เพื่อให้หนังสือ เล่มนี้มีความสมบรูณ์ยิ่ง ๆ ขึ้นไป
สารบัญ เรื่อง หน้า บทที่ 1 บทนำและอุปกรณ์สำหรับการเขียน 1 บทที่ 2 การเขียนแบบ 2 บทที่ 3 การเขียนภาพฉาย และเทคนิคการมองภาพ 3 บทที่ 4 การกำหนด 4 บทที่ 5 แบบภาพตัดและแผ่นคลี่ 5 บทที่ 6 พิกัดความเผื่อ 6
บทที่ 1 บทนำและสำหรับอุปกรณ์ บทนำ งานเขียนแบบวิศวกรรมเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับวิศวกรปัจจุบัน แต่จุดเริ่มต้นจริงๆของเทคนิคการ เรียนแบบนั้นต้องยกให้กับเลโอนาร์โด ดา วินซี ผู้มีความรู้ความสามารถหลากหลาย ซึ่งที่เราคุ้นเคยกัน มากที่สุดคือ ศิลปะภาพวาดที่มีคุณค่าอย่างโมนาลิซ่า ที่ได้รวมเทคนิคการวาดภาพวัตถุชั้นสูงไว้ โดยเฉพาะการลงลายเส้น อุปกรณ์ช่วยในการเขียนแบบ 1. ดินสอ : ดินสอเปลือกไม้ และดินสอกดหรือดินสอเปลี่ยนไส้ 2. ยางลบ : ซากุระ ตราม้า โมนามิ ฯลฯ 3. ปากกาเขียนแบบ : นิยมมาก ๆ 0.5 0.25 และ 0.35 มิลลิเมตร 4. ฉากปรับมุมหรือไม้เซ็ต 5. วงเวียน 6. ไม้ทีและทีสไลด์ 7. โต๊ะเขียนแบบ : 40*60 , 60*100 , 80*120 เซนติเมตร 8. เพลตต่าง : วงกลม วงรี หัวนอต เส้นโค้ง วัดมุม ฯลฯ 9. บรรทัดสเกล 10. บรรทัดโค้ง 11.กระเป๋าแบบและกระบอกใส่แบบ : A4 ถึง A2 12.กระดาษเขียนแบบ
บทที่ 2 การเขียนแบบ ประเภทงานเขียนแบบ สามารถแบ่งประเภทงานเขียนแบบตามมาตรฐาน DIN 199-1 ออกได้ ดังนี้ 1. ประเภทกระบวนการผลิต • การวาดด้วยดินสอ • การวาดด้วยน้ำหมึก • การวาดด้วย CAD 2. ประเภทการนำเสนอ • ภาพสเก็ตช์ • ภาพเขียน • กราฟิก 3. ประเภทหัวข้อ • ภาพชิ้นส่วนย่อย • ภาพประกอบรวม • ภาพรวมกลุ่ม • ภาพแผนผัง 4.ประเภทวัตถุ • ภาพการผลิต • ภาพการประกอบ
บทที่ 3 การเขียนภาพฉาก และเทคนิคการมองภาพ การเขียนภาพฉาย เทคนิคการเขียนภาพ (Projection Drawing) คือการวาดรูปทรงวัตถุลงบนระนาบ ทั้งวัตถุ รูปทรง 2 มิติ และ 3 มิติ แต่สำหรับหน้าที่หลักของภาพฉายคือ การวาดรูปโดยการตัดขนาดของวัตถุใน มิติที่สามออก โดยให้แบบที่วาดออกมาสมบรูณ์ของภาพมากที่สุด การเขียนภาพไดเมริก (ทำมุมเอียง 7 องศา และ 42 องศา) การเขียนภาพไอโซเมตริก (วางภาพทำมุม 30 องศา)
บทที่ 4 การกำหนดขนาด การเขียนแบบที่สมบรูณ์จำเป็นต้องมีการกำหนด เพื่อให้เข้าใจขนาดมิติของภาพ และสามารถ นำไปสู่ขั้นตอนการผลิตได้ การกำหนดขนาดนั้น จำเป็นต้องมีมาตรฐานรองรับตามหลักสากล เช่น DIN , JIS , ISO และ EN เป็นต้น สำหรับในบทนี้ จะนำเสนอการกำหนดขนาดตามมาตรฐาน DIN 406-11 ซึ้งมีเกฏเกณฑ์ดังนี้ • การกำหนดขนาดต้องกำหนดเพียงครั้งเดียวโดยไม่ซ้ำซ้อน • การกำหนดขนาดต้องกำหนดไว้ที่ขอบเส้นชิ้นงาน ที่ซี่งสามารถมองเห็นได้ชัดเจนและเข้าใจ ง่าย • หลีกเลี่ยงการกำหนดขนาดบริเวณขอบเส้นชิ้นงานที่ซ้อนไว้ (เว้นแต่กรณีจำเป็น) • สำหรับขนาดแบบที่มีความต่อเนื่องควรอยู่ด้วยกัน • เส้นบอกขนาดต้องไม่รกจนเกินไป • ควรบอกขนาดวิวภาพที่หรายละเอียดมากที่สุด
บทที่ 5 แบบภาพตัด การเขียนชิ้นส่วนของเครื่องจักรกล บางครั้งจำเป็นต้องดูรายละเอียดภายในชิ้นส่วนที่ไม่ สามารถมองเห็นจากภายนอกได้ เพื่อให้สามารถนำแบบไปทำการผลิตได้อย่างถูกต้อง ซึ่งวิธีการเขียน ภาพตัดชิ้นงานถือเป็นการแสดงรายระเอียดภายในชิ้นงาน สามารถเขียนภาพตัดโดยใช้เส้นเต็มหนา การเขียนภาพตัดส่วนใหญ่เป็นชิ้นส่วนประเภทงานเจาะรู งานคว้านรู หรืองานเกลียว ระนาบตัดและพื้นที่ภาพตัด การเขียนภาพตัดจำเป็นต้องกำหนดระนาบตัด เพื่อใช้อ้างอิงแนวการตัดชิ้นงานระนาบตัด กำหนดแนวการตัดของชิ้นงาน ซึ่งส่วนที่ถูกตัดจะได้พื้นที่ภาพตัด และพื้นที่ภาพตัดจะแสดงด้วย เส้นลายตัด ภาพตัดเต็ม • การเขียนภาพวัตถุโดยการตัดเต็มตลอดชิ้นงาน • ระนาบตัดวางตั้งฉากไปในทิศทางแนวแกนยาว ภาพตัดครึ่ง • แสดงชิ้นงานสมมาตรโดยแสดงภาพตัดเพียงครึ่งเดียว ซึ่งมีเส้นศูนย์กลางแบ่งแนวพื้นที่ภาพตัด • เส้นศูนย์กลางชิ้นงานแบ่งส่วนระหว่างชิ้นงานเต็มกับชิ้นงานถูกตัดครึ่ง • ไม่มีเส้นขอบชิ้นงานที่ซ้อนไว้แสดงบนพื้นที่ภาพตัดครึ่ง • ภาพตัดครึ่งแนวนอนพื้นที่ภาพตัดต้องอยู่ส่วนล่างของชิ้นงาน • ภาพตัดครึ่งแนวตั้งพื้นที่ภาพตัดต้องอยู่ทางซ้ายมือ การเขียนพื้นที่ภาพตัดผิวขนาดเล็ก • ชิ้นงานที่มีพื้นที่ขนาดเล็กให้ระบายสีดำทึบ
บทที่ 6 พิกัดความเผื่อ การออกแบบชิ้นส่วนเครื่องจักรกลโดยทั่วไปนั้น ประกอบขึ้นด้วยจำนวนชิ้นงานหลาย ๆ ชิ้นส่วน ซึ่งแต่ละส่วนจะมีการจับยึดกันด้วยสกรู การเชื่อม หรือการสวมเข้าด้วยกัน สำหรับการสวม ชิ้นงานเข้าด้วยกันก็ขึ้นอยู่กับลักษณะการสวม เช่น การสวมอัด การสวมพอดี และการสวมคลอน ดังนั้นผู้เขียนแบบจำเป็นต้องทราบเรื่องพิกัดความเผื่อสำหรับงานสวม กฎเกณฑ์สำหรับพิกัดความเผื่อคือ เนื่องจากในกระบวนการผลิตไม่สามารถผลิตชิ้นส่วนให้มี ความเที่ยงตรงได้ ดังนั้นจึงต้องอาศัยพิกัดความเผื่อ ประเภทงานสวม • งานสวมคลอน • งานสวมอัด • งานสวมพอดี ระบบงานสวม ตามระบบแบบสากล ขนาดของพิกัดความเผื่อจะกำหนดด้วยตัวเลข โดยตำแหน่งของพิกัด ความเผื่อสำหรับรูจะกำหนดตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่ A -Z สำหับกรณีของเพลาจะกำหนด ด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก a – z • ระบบรูคว้านคงที่ • ระบบเพลาคงที่