The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sirilak.puynoon, 2022-03-08 02:06:55

นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา

วิชานวัตกรรม

Keywords: นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา

92

คมู่ ือการใชง้ าน Google Apps for Education

การประยกุ ตใ์ ช้สื่อสังคมออนไลน์ในการเรยี นการสอน เป็นการนาแหล่งข้อมลู ภาพ เสียง และ
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในเครือข่ายสังคมมาเป็นส่ือ เคร่ืองมือ และใช้แหล่งความรู้ที่หลากหลายบน
เครือข่ายคอมพิวเตอร์เป็นสื่อกลางหรือช่องทางในการเรียนการสอนส่งผลให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ส่ิง
ต่างๆ มากมายตามความสนใจ ทาให้การเรียนรู้เกิดข้ึนได้ทุกเวลาทุกสถานที่ แต่ในปัจจุบันส่ือสังคม
ออนไลน์มีจานวนมากมาย ดังนั้น เมื่อจะนามาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนจะต้องคานึงถึง
องค์ประกอบของสอื่ สังคมออนไลนม์ าเป็นกรอบในการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน ดงั นี้

1) การร่วมมือ (Collaboration) เป็นการแบ่งกลุ่มผู้เรียนออกเป็นกลุ่มย่อยตามประเด็นหัวข้อที่
นักเรียนสนใจ มกี ารกาหนดบทบาท หน้าที่และความรบั ผิดชอบ โดยสมาชกิ ทุกคนในกลุ่มตอ้ งร่วมมอื กัน
ในการเรียนรู้หรือทากิจกรรมโดยใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือ เช่น Group (กลุ่มร่วมมือกันเรียนรู้
ตามหัวข้อทน่ี ักเรยี นสนใจ) และ Member (การเปน็ สมาชกิ ในกลมุ่ )

2) การ สื่อ สา ร (Communication) เป็นการใช้ช่องทางของสื่อสังคมออนไลน์ในการ
ติดต่อส่ือสาร พูดคุย แลกเปลี่ยน สอบถาม ติดตาม แสดงความคิดเห็นเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ใน
สถานที่และเวลาท่ีแตกต่างกัน เครื่องมือส่ือสารควรเลือกให้เหมาะสมกับความต้องการและสภาพการใช้
งานของผู้เรียนและสอดคล้องกับลักษณะกิจกรรม เช่น Facebook จดหมายอิเล็กทรอนิกส์(E-
mail) กระดานสนทนา(WebBoard) การพูดคุย(Chat)

3) บรบิ ททางสงั คม (Social Context) เปน็ องคป์ ระกอบด้าน
สภาพแวดลอ้ ม ความสมั พนั ธ์ ช่องทาง สถานที่ เวลา และสถานการณห์ รือเรื่องราวที่กาหนดให้ผู้เรยี น
เขา้ ไปร่วมทากิจกรรมการเรียนรโู้ ดยใช้พืน้ ที่ของสื่อสงั คมออนไลน์ท่ีมรี ะบบการจัดการเรยี นรทู้ ่ีพฒั นาขึน้
โดยสมาชกิ ทุกคนในห้องตอ้ งเข้ารว่ มกลุ่มจึงจะสามารถทากิจกรรมได้ และมกี ารเช่อื มโยงเพ่อื การสื่อสาร
กับกลุ่มในเฟซบุ๊ค (Facebook)

4) เทคโนโลยี (Technologies) เป็นการจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้หรือส่ิงอานวยความสะดวก
โดยอาศัยเทคโนโลยีเครือข่ายในรูปแบบของส่ือสังคมออนไลน์เป็นส่ือกลางในการติดต่อสื่อสารเพ่ือเพิ่ม
ศักยภาพในการเรียนรู้ การส่ือสารในลักษณะของการโต้ตอบ เช่น Facebook , Blog , YouTube , E-
mail (Disscusion , Web Board , Chat , Comment , Reply) แบบทดสอบออนไลน์ รวมถึงการ
เชื่อมโยงไปยังแหล่งทรพั ยากรสารสนเทศ อื่นๆ

5) การแบ่งปัน (Sharing) หรือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นกระบวนการสาคัญในการจัดการ
ความรู้ ข้อมูล แหล่งข้อมูล ภาพ เสียง เน้ือหาผ่านส่ือสังคมออนไลน์เพื่อแบ่งปันให้กับสมาชิกในกลุ่ม
โครงงานและในเครือข่าย เช่น การแบ่งปันโดยใช้ Google Drive , Google Docs , Google Forms ,
Google Sheets , Google Presentation อ่ืนๆ

93

6) ความสัมพันธ์ (Connections) โดยการให้สมาชิกทุกคนได้มีส่วนร่วมในการทากิจกรรมทั้งใน
สว่ นการแลกเปล่ียนเรียนรู้ช่วยเหลือซ่งึ กันและกันท้งั ภายในกลุ่ม ระหวา่ งกลุ่มทุกคนอย่างสม่าเสมอ โดย
กิจกรรมจะมุ่งเน้นการนาความรู้มาแลกเปล่ียนกัน ร่วมแสดงความคิดเห็น รวมถึงการต้ังประเด็น
การศึกษา คาถาม วัตถุประสงค์และหัวข้อน้ันๆ เช่น Group (กลุ่มตามหัวข้อโครงงานของนักเรียนแต่ละ
กลุ่ม และกลุม่ แต่ละห้องเรยี น)

7) การใช้เคร่ืองมือร่วมกันสร้างเนื้อหา (Content co-creation Tools) โดยการท่ีสมาชิกในกลุ่ม
นอกกลุ่มและในเครือข่ายมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ (Co-Creation) และนาเสนอข้อมูลเน้ือหา
(Content) แสดงความคิดเห็นด้วยการโพสต์คอมเม้นต์ โต้ตอบกันได้อย่างอิสระ ทาให้เกิดการ
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยนักเรยี นจะเปน็ ทง้ั ผรู้ บั และผู้ให้ เช่น การแบ่งปัน (Sharing) การแสดงความคดิ เห็น
(Comment) การโตต้ อบ(Reply) การนาเสนอ (YouTube) การทาแผนท่ีความคิด (Mind Map)

94

แบบทดสอบ บทที่ 1

นวตั กรรมทางการศกึ ษา

1. ขอ้ ใดคือความหมายท่ีถูกต้องทสี่ ุดของ"นวัตกรรม"
1.การกระทาท่ีไม่เคยมีมาก่อน
2.การกระทาทีร่ ้ือฟืน้ มาจากของเดิม
3.การกระทาท่ีเอาแบบอยา่ งมาจากท่ีอน่ื
4.การกระทาทีใ่ ชแ้ นวคิดหรอื วิธีปฏิบัติใหมๆ่ เพ่ือแก้ปัญหาและพฒั นางาน

2. ขอ้ ใด"ไมใ่ ช"่ แนวคิดพืน้ ฐานทีก่ ่อใหเ้ กิดนวัตกรรมการศึกษา
1.เวลาท่ีใช้ในการเรียน
2.ความพร้อมของผูเ้ รยี น
3.ความแตกต่างระหวา่ งบุคคล
4.ความทันสมัยของเทคโนโลยี

3. นวตั กรรมการศึกษามีความสาคญั ต่อการจัดการศึกษาอยา่ งไร
1.ลดความสาคัญในตัวผูส้ อน
2.เพิ่มความสาคัญในตวั ผูเ้ รยี น
3.เพิ่มความสาคญั ท้ังในตวั ผู้เรียนและผสู้ อน
4.ชว่ ยแกไ้ ขปัญหาและพัฒนาการจัดการศกึ ษา

4. ขอ้ ใดเปน็ นวตั กรรมการศกึ ษาทเ่ี กิดจากแนวคิดพ้นื ฐานที่ต้องการตอบสนองความแตกตา่ งระหวา่ ง
บุคคล

1.มหาวิทยาลัยเปิด
2.การเรยี นทางไปรษณีย์
3.การจดั ตารางเรียนแบบยืดหยุน่
4.บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยการสอน
5. ข้อใดไมใ่ ชน่ วตั กรรมการศึกษาทเี่ กดิ จากแนวคิดพ้นื ฐานด้านการตอบสนองอัตราการเพิม่ ของ
ประชากร
1.มหาวิทยาลัยเปิด
2.การศึกษาทางไกล
3.โรงเรียนไมแ่ บ่งชัน้
4.การจัดการศึกษาผ่านอินเทอรเ์ น็ต

95

6. ข้อใดไม่ใช่เกณฑ์ในการพจิ ารณาความเป็น"นวตั กรรม"
1.ต้องประดษิ ฐใ์ หมเ่ ท่าน้ัน
2.ตอ้ งมีการนาวิธีระบบมาใช้
3.ต้องมีการพิสจู น์ดว้ ยการวิจัย
4.ตอ้ งยังไมเ่ ป็นส่วนหนงึ่ ของงานปจั จบุ ัน

7. ข้อใดอธิบายความนวตั กรรมการศึกษาได้ชัดเจนทสี่ ดุ
1.เป็นสิ่งใหม่ในวงการศึกษา
2.มกี ารนามาใช้อยา่ งเป็นระบบ
3.มีการดาเนินงานโดยใชก้ ระบวนการวิจยั
4.ไดร้ บั การพิสจู นจ์ นเป็นทยี่ อมรบั วา่ สามารถแก้ปญั หาและพัฒนาการศึกษาได้

8. นวัตกรรมและเทคโนโลยมี ีความคลา้ ยคลงึ กันในดา้ นใด
1.ความใหม่
2.ความทันสมัย
3.การไดร้ บั ความนิยมอยา่ งแพร่หลาย
4.มีเป้าหมายเพื่อแกป้ ญั หาและพัฒนางาน

9. นวัตกรรมและเทคโนโลยีมีความแตกต่างกนั ในด้านใด
1.ระบบการใช้งาน
2.ประสิทธิภาพและประสทิ ธผิ ล
3.การแกป้ ัญหาและพฒั นางาน
4.การยอมรบั ในฐานะเปน็ ส่วนหนงึ่ ของระบบการใช้งานปัจจุบนั

10. นวตั กรรมและเทคโนโลยีมสี ว่ นเกยี่ วข้องกนั อยา่ งไร
1.นวัตกรรมมักเกิดกอ่ นเทคโนโลยี
2.เทคโนโลยีมกั เกิดก่อนนวตั กรรม
3.นวตั กรรมจะประสบผลสาเร็จได้ต้องพ่ึงเทคโนโลยี
4.นวตั กรรมอาจแปรสภาพเปน็ เทคโนโลยีและเทคโนโลยอี าจแปรสภาพเป็นนวัตกรรมได้

96

แบบทดสอบ บทที่ 2

ความรเู้ บอ้ื งตน้ เกย่ี วกบั เทคโนโลยสี ารสนเทศ

1. ขอ้ ใดหมายถงึ เทคโนโลยี

ก. การใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์

ข. ข้อมูลที่มีสาระอยใู่ นตัว สามารถสื่อสารใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจได้

ค. วสั ดุอปุ กรณ์ทีเ่ ป็นผลมาจากการใช้กระบวนการทางเทคโนโลยี

ง. สงิ่ ที่มนุษยพ์ ัฒนาขน้ึ เพื่อช่วยในการทางานหรือแกไ้ ขปญั หาตา่ ง ๆ

2. ลกั ษณะของเทคโนโลยจี าแนกออกเปน็ ก่ีลักษณะ

ก. 4 ลักษณะ ข. 3 ลักษณะ

ค. 2 ลกั ษณะ ง. 1 ลกั ษณะ

3. ข้อใดหมายถึงสารสนเทศ

ก. การใช้วิธกี ารทางวิทยาศาสตร์อยา่ งเป็นระบบ

ข. ขอ้ มลู ที่มสี าระอยใู่ นตัว สามารถส่อื สารให้เกิดความเขา้ ใจได้

ค. วสั ดุอปุ กรณท์ ่ีเป็นผลมาจากการใช้กระบวนการทางเทคโนโลยี

ง. สงิ่ ทมี่ นษุ ย์พัฒนาขนึ้ เพ่ือช่วยในการทางานหรือแกไ้ ขปญั หาตา่ ง ๆ

4. ระบบสารสนเทศสามารถจาแนกได้ทงั้ หมดก่ีประเภท

ก. 6 ประเภท ข. 5 ประเภท

ค. 4 ประเภท ง. 3 ประเภท

5. การกอ่ ต้ังโครงการเพ่ือพฒั นา e–Thailand มขี ้นึ เม่ือใด

ก. 19 กันยายน 2543 ข. 18 กันยายน 2534

ค. 19 กนั ยายน 2534 ง. 18 กันยายน 2543

97

6. ICT ย่อมาจากอะไร

ก. Internet and Communication Topology

ข. International and Communication Traditional

ค. Information and Communication Technology

ง. Infographer and Communication Technical

7. ระบบสารสนเทศที่กาลังได้รับความสนใจอยา่ งมากคอื ขอ้ ใด

ก. เทคโนโลยสี ารสนเทศ ข. เทคโนโลยีสอื่ ประสม

ค. เทคโนโลยีกราฟกิ ง. เทคโนโลยีอนิ เทอรเ์ นต็

8. รปู แบบการทาธุรกิจแบบ E–Commerce แบง่ ออกเปน็ กีป่ ระเภท

ก. 4 ประเภท ข. 3 ประเภท

ค 2 ประเภท ง. 1 ประเภท

9. Internet Service Provider คอื ข้อใด

ก. องค์กรที่ทาธุรกจิ ระหวา่ งผู้บริโภคกับผู้บรโิ ภค

ข. องคก์ รผ้บู รหิ ารและพัฒนาโปรแกรมการประมวลผลการชาระค่าสินค้า

ค. องค์กรทท่ี าธรุ กจิ บรหิ ารการค้าของประเทศ

ง. องคก์ รผใู้ หบ้ ริการเช่อื มตอ่ ระบบการสื่อสารทางอนิ เทอร์เน็ต

10. CAL ย่อมาจากอะไร

ก. Communication Aided Learning ข. Computer Aided Learning

ค. Cooperate Aided Learning ง. Control Aided Learning

98

แบบทดสอบ บทที่ 3
คอมพิวเตอรแ์ ละอนิ เทอร์เนต็ กบั เทคโนโลยีสารสนเทศ

1. ข้อใดคือคาท่ปี ระกอบกันแลว้ มคี วามหมายเหมือนคาว่า "ไอที"
1.ข้อมลู สารสนเทศ
2. เทคโนโลยี สารสนเทศ
3. การประมวลผล เทคโนโลยี
4. ข้อมลู การประมวลผล สารสนเทศ

2. ข้อใดไมใ่ ชผ่ ลกระบททางต้านบวกของเทคโนโลยีสารสนเทศทสี่ ่งผลต่อคุณภาพชีวิต
1. สง่ เสรมิ การเรยี นรู้
2. ช่วยรกั ษาสภาพแวดลอ้ ม
3. เพิ่มรายได้ใหแ้ ก่ประชาชน
4. สร้างความเสมอภาคในสังคม

3. ข้อใดคือผลกระทบทางด้านบวกจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศท่ีมตี ่อสังคม
1. ลดปญั หาการละเมิดลิขสิทธิ์
2. ลดปัญหาอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์
3. ทาใหเ้ ข้าถึงข้อมลู ของผู้อื่นโตยไมต่ ้องไต้รับอนญุ าต
4. ทาให้รับร้ขู า่ วสารและตดิ ต่อสือ่ สารกันไดส้ ะดวกยงิ่ ข้นึ

4.ไวรฐั คอมพวิ เตอร์ส่งผลกระทบอย่างไรต่อสงั คม
1. เกิดความไมเ่ สมอภาค
2. เพิ่มปัญหาสิง่ แวดล้อม
3. เกดิ ความเสยี หายแกข่ ้อมลู

99

4. เพมิ่ จานวนผูใ้ ชค้ อมพวิ เตอร์
5. ขอ้ ใดไม่ใชร่ ูปแบบการป้องกันภัยคกุ คาม

1. ตรวจสอบจากส่งิ ทีผ่ ใู้ ชร้ ู้
2. ตรวจสอบจากสงิ่ ทผ่ี ้ใู ช้มี
3. ตรวจสอบจากสง่ิ ทเี่ ป็นสว่ นหนง่ึ ของผ้ใู ช้
4. ตรวจสอบจากสง่ิ ทีผ่ ใู้ ช้ทา
6. ขอ้ ใดไมใ่ ชผ่ ลกระทบทางลบของอนิ เตอร์เนต็
1. การพฒั นาประสิทธิภาพการทางาน
2. เกิดการแลกเปล่ียนวัฒนธรรมจากสังคมหนึง่ ไปสู่อกี สังคมหน่ึง
3. เกิดช่องว่างระหวา่ งคนในสังคม
4. กอ่ ให้เปดิ ความเครียดของคนในสังคม
7. ขอ้ ใดไม่ใช่มารยาทในการใช้อินเตอรเ์ น็ต
1. ไม่ใชข้ ้อความหยาบคายในการส่งข้อความ
2. ไม่ใชภ้ าพที่ไม่เหมาะสม
3. ไมค่ วรใช้ตวั อกั ษรตวั พิมพใ์ หญท่ งั้ หมด
4. ควรเคารพในสทิ ธิสว่ นบคุ คลของผู้อืน่
8. ข้อใดกล่าวถึงโทษของอนิ เตอรเ์ น็ตไดถ้ ูกตอ้ ง
1. สามารถติดต่อส่ือสารกันได้ทัว่ ถงึ
2. สะดวกสบาย
3. แลกเปลย่ี นเรียนรูก้ บั ผอู้ ื่นได้
4. เกดิ ปัญหาของลิขสทิ ธ์ิ

100

9.ปัญหาการหมกมุน่ ของเยาวชนทเ่ี ข้าไปในเวบ็ ไซต์ เรียกว่า
1. คั้นหาข้อมลู
2. เศรษฐกิจในระดับประเทศรงุ่ เรอื ง
3. ก่อให้เกิดการรับวัฒนธรรม
4. เกดิ ความบันเทิง

10. บุคคลใดปฏบิ ัตถิ ูกต้องเกี่ยวกับการใช้อินเตอรเ์ น็ต
1.โป้งใช้อนิ เตอร์เน็ตขายสนิ ค้าผิดกฎหมาย
2.ชาลใี หอ้ ินเตอรเ์ นต็ ติดตอ่ ส่ือสารกับเพ่ือน
3.จ๋ิวใช้อนิ เตอรเ์ น็ตโหลดเพลงมาขาย
4.ก้อยใชอ้ ินเตอร์เน็ตล่อลวงบคุ คลอื่น

101

บรรณานุกรม
กนกวรรณ สุขทา. (2557). พฒั นาแนวปฏิบตั ทิ ่ดี ดี ้านการจัดการสารสนเทศเพอ่ื การจัดทารายงาน

เพอื่ การบริหารงานวิชาการในโรงเรยี นประถมศกึ ษาของกลุ่มงานสง่ เสริมกจิ การนักเรยี น
และกลุ่มสง่ เสรมิ กจิ การพเิ ศษสงั กัดสานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสรุ าษฎรธั านี
เขต 2. วิทยานิพนธส์ ารสนเทศศาสตร์ สาขาวิชาศลิ ปศาสตร์ มหาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมมาธิ
ราช.
กนกวรรณ สทุ ธิอาจ. (2556). สภาพและปญั หาการดาเนนิ งานจดั ทาระบบสารสนเทศงานวชิ าการ
โรงเรยี นเอกชนในจงั หวดั สกลนคร. ภาคนิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวชิ าการบริหาร
การศึกษา มหาวทิ ยาลัยราชภัฏสกลนคร.
กรมสง่ เสรมิ การปกครองสว่ นท้องถ่ิน. (2550), รวมกฎหมายทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั องค์กรปกครองสว่ น
หหหหหหท้องถน่ิ สานกั พฒั นาระบบรปู แบบโครงสรา้ ง. กรงุ เทพฯ : กรมสง่ เสริมการปกครองท้องถิ่น.
กรรณิกา ทิตาราม. (2555). การวเิ คราะหแ์ ละการตีความหมายขอ้ มลู [Online]. เขา้ ได้ถึงจาก
ddddddhttp://guru.sanook.com/encyclopedia [2555, กมุ ภาพันธ์ 20].
กรรณกิ าร์ ล่ิมศิลา. (2550). สภาพการใชค้ อมพวิ เตอรเ์ พอ่ื การเรยี นการสอนในสถานศกึ ษาชนั้
พื้นฐานอาเภอกระบรุ ี สงั กัดสานกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาระนอง. ภาคนพิ นธ์ครุศาสตรมหา
บณั ฑติ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภฎั สรุ าษฎร์ธาน.ี
กดิ านนั ท์ มลทิ อง. (2540). เทคโนโลยกี ารศึกษาและนวตั กรรม. กรงุ เทพฯ:
ไชยยศ เรอื งสวุ รรณ (2521). ระเบยี บการออกแบบนวตั กรรม กรงุ เทพฯ:
ทิศนา แขมมณ.ี (2547). ศาสตรก์ ารสอน. (พมิ พค์ รงั้ ที่ 3). กรงุ เทพฯ :
ทศิ นา แขมมณ.ี (2548). รปู แบบการเรยี นการสอน: ทางเลอื กทห่ี ลากหลาย. กรุงเทพฯ:
ธารงค์ บัวศร.ี (2527). เทคโนโลยกี ารศึกษาและนวตั กรรม. กรุงเทพฯ:
นพดล แก้ววิเศษ. (2554). การประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ. สบื ค้นเมื่อ 31 ตลุ าคม 2558,
จาก https://sites.google.com/site/krunoptechno/kar-prayukt/kar-prayukt-dan-
kar-suksa.
พิชิต ฤทธ์จิ รูญ. (2550). การวจิ ยั และพฒั นานวัตกรรม. กรงุ เทพฯ. เอกสารอดั สาเนา.
พนิดา พานชิ กลุ . (2548). เทคโนโลยีสารสนเทศ(Information Technology). กรงุ เทพฯ : เคทีพี
คอมพ์อแนด์คอนซัลท.์

102

มหาสารคาม, มหาวิทยาลยั . คณาจารยส์ าขาบรรณารักศาสตรแ์ ละสารสนเทศศาสตร์. เทคโนโลยะ
พดดดดสารสนเทศและการสอ่ื สารเพอื่ การเรยี นรูต้ ลอดชวี ติ = ICT for life-long. พิมพ์คร้งั ท่ี 3. ดดด
ดดม มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2549

ลัดดา ศขุ ปรดี ี. (2523). การวจิ ยั และพฒั นานวตั กรรม. กรงุ เทพฯ:

วรวิทย์ นิเทศศลิ ป์. (2551). สอื่ และนวตั กรรมแหง่ การเรยี นร.ู้ ปทุมธานี: สกายบุ๊กส์.

คเชนทร์ กองพิลา. (2558). แบบจาลองการเรียนการสอนโครงงานโดยใชส้ ่ือสงั คมออนไลน์
เปน็ ฐานเพอ่ื พฒั นาการคดิ วเิ คราะห.์ วทิ ยานิพนธ์ปรญิ ญาปรัชญาดษุ ฎีบัณฑิตสาขาวชิ า
เทคโนโลยกี ารศกึ ษาบัณฑติ วิทยาลยั มหาวิทยาลยั ขอนแก่น.

วิโรจน์ ชัยมลู และสุพรรษา ยวงทอง. (2552). ความรู้เบอ้ื งตน้ เกีย่ วกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี
สารสนเทศ.กรงุ เทพฯ : โปรวชิ น่ั .

วรี ะยทุ ธ ชาตะกาญจน์,ปัญญา เลิศไกร. แนวทางในการบรหิ ารจัดการเทคโนโลยสี ารสนเทศและการห
หรรรรรสอื่ สารเพ่อื เป็นองค์การแหง่ การเรยี นรู้ โรงเรยี นเทศบาลวดั ชยั ชมุ พลเทศบาลเมอื งทงุ่ สง กกกก
กกกกกจั งั หวดั นครศรธี รรมราช, 2557

วาสนา สุขกระสานติ. (2541). โลกของคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ(คู่มือเรยี นรู้คอมพวิ เตอร์ฉบบั
สมบูรณ์ (พิมพ์ครง้ั ที่2). กรงุ เทพฯ : จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย.

ศึกษาธิการ, กระทรวง. เทคโนโลยสี ารสนเทศเพอ่ื การศกึ ษาและการสอ่ื สาร ICT. กรุงเทพฯ : ปปปปป
หหหหหกระทรวงศึกษาธิการ, 2548

ศกึ ษาธิการ, กระทรวง. กองวิจยั ทางการศึกษา. รายงานการวจิ ยั เร่ือง สภาพการใชเ้ ทคโนโลยี กก
กกกกทสารสนเทศการศกึ ษาเพ่ือพฒั นาการเรยี นรู้ของนกั เรยี นระดับมธั ยมศกึ ษา.กรงุ เทพฯ:อททื

ทืออออวจิ ัยทางการศกึ ษา กระทรวงศึกษาธกิ าร, 2544

สาลี ทองธิว (2526 ). นวตั กรรมการศึกษา. (พมิ พค์ ร้งั ที่ 5). นนทบรุ ี: SR Printing.

อภชิ ัย นาคศรี. บทเรยี นคอมพวิ เตอรช์ ว่ ยสอนผา่ นเครอื ขา่ ยอนิ เทอรเ์ นต็ เรอ่ื งเทคโนโลยสี ารสนเทศ
เพอ่ื การเรยี นรู้ (อนิ เทอรเ์ น็ต), 2545

อิทธเิ ชษฐ์ ศรลี านนท.์ ประเภทของระบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์. สืบคน้ เม่อื 1 พฤศจกิ ายน 2558,
จาก http://home.kku.ac.th/samnat/network_system_02.html.




Click to View FlipBook Version