แผนการจดั กระบวนการเรยี นรู้ ครัง้ ท่ี 14
รายวชิ า การเงินเพ่อื ชวี ิต2 สค22016
เนื้อหาการเรียนรู้ 1. ว่าด้วยเรอื่ งของเงนิ
2.การวางแผนการเงนิ
3.สินเชื่อ
วันท่ี.............เดอื น...................................พ.ศ. .................... เวลา 09.00น. – 16.00น.
1.มาตราฐานการเรยี นรู้ระดบั
มคี วามรู้ ความเข้าใจ ตระหนักเกย่ี วกับภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมอื ง การปกครองใน
ทวีปเอเชยี และนำมาปรบั ใช้ในการดำเนินชีวติ เพ่ือความมน่ั คงของชาติ
2.จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. ผู้เรียนสามารถอธบิ ายความหมายและประโยชน์ ประเภทของเงนิ การฝากเงนิ ประกันภยั และการ
ลงทนุ การชำระเงนิ ทางอิเล็กทรอนกิ ส์ ผู้ให้บรกิ ารทางการเงนิ ในประเทศไทย ไดถ้ ูกต้อง
2. ผู้เรียนสามารถฝึกปฏบิ ัติในเรื่องของการวิเคราะหฐ์ านะการเงนิ ของตนเอง และการทำบัญชรี บั -จ่ายได้
3.ผู้เรียนสามารถ ประเมนิ ความเหมาะสมกอ่ นกอ่ หน้ี การคำนวณดอกเบยี้ และหาวธิ ปี อ้ งกนั และแกไ้ ข
ปญั หาหนไี้ ด้ บอกถึงหนว่ ยงานท่เี กีย่ วข้องได้
3.สาระการเรียนรู้ สาระ การพฒั นาสังคม
4.ผลการเรียนรทู้ คี่ าดหวัง
1.ผเู้ รยี นมีความรู้ ความเขา้ ใจเก่ยี วกับ ความหมายและประโยชน์ ประเภทของเงนิ การฝากเงนิ
ประกนั ภยั และการลงทนุ การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ให้บริการทางการเงินในประเทศไทย
2.ผเู้ รยี นมีความรู้ ความเข้าใจและวเิ คราะหฐ์ านะการเงนิ ของตนเอง และการทำบัญชรี ับ-จา่ ย
3. .ผเู้ รียนมคี วามรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกบั การการคำนวณดอกเบ้ยี และหาวิธปี ้องกนั และแก้ไขปัญหาหน้ี
5.กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นท่ี 1 กำหนดสภาพปัญหาและความตอ้ งการเรยี นรู้ (O : Orientation)
1. ครูทักทายผเู้ รียนและเกรน่ิ เก่ยี วกบั เน้อื หาของเงิน
2. ครูใหผ้ ู้เรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน
3. ครใู หผ้ ู้เรียนตรวจสอบเงินสนในกระเป๋าตนเอง
4. ครชู วนคิดชวนคยุ ในเรือ่ งความต้องการของผูเ้ รยี นในอนาคต เช่นยากได้ อยากซอ้ื อะไร จัดซ้อื จัดหามาด้วยวธิ ี
ไหน ฯลฯ
5.ผูเ้ รียนบอกถึงความต้องการของตนเองตามหวั ข้อทค่ี รูกำหนด
ข้ันที่ 2 แสวงหาข้อมลู และการจัดการความรู้ (N : New ways of learning)
1. ครชู วนคิดชวนคุยในเร่อื งเงินตราในประเทศไทยต้ังแตอ่ ดีตจนถึงปัจจุบนั
2. ครสู ุ่มให้ผูเ้ รียนบอกความหมาย ประโยชน์ และประเภทของเงินตราและบอกถงึ หน้ี ทค่ี รอบครัว หรือตนเอง
เปน็ อยใู่ นขณะน้ีและวธิ ีการชำระหนึ้
3. ใหผ้ ู้เรียนแบง่ กล่มุ คน้ คว้าในหวั ขอ้ เรอื่ ง การฝากเงิน การประกนั ภัย การลงทนุ การคดิ ดอกเบีย้ ท่ถี ูกตอ้ งตาม
กฏหมาย และการชำระเงนิ ทางอิเลก็ ทรอนิกสแ์ ละนำเสนอในรปู แบบของบทบาทสมมุติกลมุ่ ละ 10 นาที
4. ครูแลกเปลีย่ นเรยี นรูใ้ นเรอ่ื งของการควบคุมค่าใช้จา่ ยและการเงนิ ของตนเอง พรอ้ มทง้ั แจกใบงาน
ขนั้ ท่ี 3 การฝกึ ปฏิบตั แิ ละนำไปใช้
(I : Implementation)
1. ครูใหผ้ ู้เรยี นบันทึกพฤตกิ รรมการใช้จา่ ยเงนิ ของตนเองในเดอื นท่ผี า่ นมาลงในใบงานเร่ือง การทำบญั ชี และให้
ฝึกวิเคราะห์ฐานะทางการเงินของตนเอง พรอ้ มทัง้ บอกถึงวนิ ัยในการใช้เงนิ ของตนเองอย่างเหมาะสม
2. ครสู ุ่มการบันทึกบัญชรี บั -จา่ ยของผเู้ รียนจำนวน 5 คน ออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน
3. ผู้เรียนรวบรวมผลงานใส่แฟ้มสะสมงาน
4. ครูตรวจรายงานและแกไ้ ขขอ้ บกพร่อง
ขัน้ ที่ 4 การประเมนิ ผลการเรียนรู้
(E : Evaluation)
1. สงั เกตการมีสว่ นร่วมของผ้เู รยี นในการสนทนา อภิปรายแสดงความคิดเหน็
2. ตรวจแฟ้มสะสมงาน
6.การวัดผลและประเมนิ ผล
1.การสังเกตพฤติกรรมการมสี ่วนรว่ มของผู้เรยี น
2.ผลการทดสอบก่อนเรียน
3.ผลงานกลุ่ม/แฟ้มสะสมงาน
4.การตงั้ -ตอบคำถาม
5.แบบประเมนิ
7.สอื่ การเรยี นรู้
1.หนังสอื แบบเรียนรายวิชาการเงินเพื่อชีวิต2 สค22016
2.ใบงาน/แบบฝึกหดั
3.ใบความรู้
4.คอมพิวเตอร์/อนิ เตอร์เน็ต
8.แหลง่ เรียนรู้
1.กศน.ตำบล
2.แหลง่ เรียนรใู้ นตำบล
3.อนิ เตอร์เน็ต
9.ตัวช้วี ัดการเรียนรู้
1.ร้อยละ 80 ผเู้ รยี นอธิบายความหมายและประโยชน์ ประเภทของเงิน การฝากเงิน ประกันภยั และการ
ลงทนุ การชำระเงนิ ทางอเิ ล็กทรอนิกส์ ผู้ให้บรกิ ารทางการเงนิ ในประเทศไทยไดถ้ กู ตอ้
2.รอ้ ยละ 80 ผเู้ รยี นสามารถวเิ คราะหฐ์ านะการเงนิ ของตนเอง และการทำบัญชีรับ-จ่าย ได้
3. รอ้ ยละ 80 ผู้เรียนสามารถประเมนิ ความเหมาะสมก่อนก่อหน้ี การคำนวณดอกเบย้ี และหาวธิ ปี อ้ งกนั
และแก้ไขปญั หาหนไี้ ด้ บอกถงึ หนว่ ยงานท่ีเก่ยี วขอ้ งได้
ลงช่ือ......................................................ครผู ้สู อน
( ......................................................)
ตำแหนง่ .........................................................
ความคดิ เห็นผ้บู ริหารสถานศกึ ษา
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
วา่ ทร่ี อ้ ยโท...........................................ผบู้ รหิ ารสถานศึกษา
( ประวติ ร จินตประสาท)
ผูอ้ ำนวยการ กศน.อำเภอบาเจาะ
แผนการจดั กระบวนการเรียนรู้ ครง้ั ท่ี 15
รายวชิ า การเงินเพื่อชวี ติ 2 สค22016
เน้อื หาการเรยี นรู้ 1. สิทธแิ ละหน้าทีข่ องผ้ใู ชบ้ ริการทางการเงิน
2.ภยั ทางการเงิน
วันท่.ี ............เดอื น...................................พ.ศ. .................... เวลา 09.00น. – 16.00น.
1.มาตราฐานการเรียนรู้ระดบั
มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ตระหนักเกยี่ วกับภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง การปกครองใน
ทวปี เอเชีย และนำมาปรับใช้ในการดำเนินชีวติ เพื่อความม่นั คงของชาติ
2.จุดประสงค์การเรียนรู้
1. ผ้เู รียนสามารถอธิบายสทิ ธิ หนา้ ทข่ี องผู้ใชบ้ ริการทางการเงิน และ บทบาทของ ศคง.และหนว่ ยงานอื่น
ๆ ขั้นตอนและการรอ้ งเรยี น ได้ถกู ตอ้ ง
2. ผ้เู รียนสามารถอธิบายประเภท ลกั ษณะ ของภยั ทางการเงนิ และบอกวธิ กี ารแก้ปญั หาทเี่ กดิ หรือ
ป้องกนั ตนเอง จากภยั ทางการเงนิ
3.สาระการเรียนรู้ สาระ การพัฒนาสงั คม
4.ผลการเรยี นรู้ท่ีคาดหวัง
1.ผเู้ รยี นมีความรู้ ความเขา้ ใจเกยี่ วกับ สิทธิ หนา้ ท่ขี องผใู้ ช้บรกิ ารทางการเงิน และ บทบาทของ ศคง.และ
หน่วยงานอนื่ ๆ ขนั้ ตอนและการร้องเรียน
2.ผเู้ รียนมีความรู้ ความเข้าใจประเภท เกีย่ วกับลักษณะ ของภัยทางการเงิน และบอกวิธีการแกป้ ัญหาที่
เกดิ หรอื ป้องกนั ตนเอง จากภยั ทางการเงนิ
5.กิจกรรมการเรียนรู้
ข้ันที่ 1 กำหนดสภาพปัญหาและความต้องการเรียนรู้ (O : Orientation)
1. ครูทักทายผูเ้ รยี นทบทวนเนอ้ื หาในสัปดาห์ทผ่ี ่านมา
2. ครูชวนคิดชวนคยุ ในเรอ่ื งภยั ทางการเงนิ และทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น
ขนั้ ที่ 2 แสวงหาข้อมูลและการจดั การความรู้ (N : New ways of learning)
1. ครูอธิบายเก่ียวกบั เน้อื หาประเภทและลักษณะ ของภัยทางการเงนิ
2. ครูใหผ้ ู้เรยี นบอกวธิ กี ารป้องกันตนเอง จากภัยทางการเงนิ
3. ครยู กตัวอย่างกรณีศกึ ษาเร่อื งภยั ทางการเงิน ให้ผเู้ รียนคดิ วิเคราะห์ แยกแยะในประเด็นตา่ ง ๆ จำนวน 5 กรณี
4. ครูแบ่งกล่มุ ให้ผู้เรยี นคน้ คว้าภัยในรูปแบบตา่ ง ๆ ในหนงั สือพิมพ์ หรือขา่ วสารทางอนิ เตอร์เน็ต และอธบิ ายถึง
วิธกี ารป้องกันอยา่ งถกู ตอ้ ง พรอ้ มทัง้ วธิ ีการแกไ้ ขปญั หาตามสิทธขิ องผู้ใช้บริการทางการเงนิ อยา่ งถกู ตอ้ ง
ขั้นที่ 3 การฝกึ ปฏบิ ัติและนำไปใช้
(I : Implementation)
1. ผ้เู รียนนำความร้จู ากการเรยี นไปใชใ้ นชวี ิตประจำวนั
2. ผเู้ รียนรวบรวมผลงานใสแ่ ฟ้มสะสมงาน
3. ครูตรวจรายงานและแก้ไขข้อบกพรอ่ ง
ขนั้ ที่ 4 การประเมินผลการเรียนรู้
(E : Evaluation)
1. ครูใหผ้ ู้เรียนรว่ มกันสรปุ องคค์ วามรู้ในในรูปแบบของ Mind mapping
2. ครูต้งั คำถามให้ผูเ้ รียนตอบ เปน็ การทบทวนเน้ือหาทเี่ รยี นอีกครง้ั
3. ทดสอบหลงั เรียน
6.การวดั ผลและประเมนิ ผล
1.การสังเกตพฤติกรรมการมสี ่วนรว่ มของผู้เรยี น
2.ผลการทดสอบกอ่ นเรียน
3.ผลงานกลมุ่ /แฟม้ สะสมงาน
4.การตัง้ -ตอบคำถาม
5.แบบประเมนิ
7.สื่อการเรยี นรู้
1.หนงั สอื แบบเรียนรายวิชาการเงนิ เพือ่ ชวี ติ 2 สค22016
2.ใบงาน/แบบฝกึ หัด
3.ใบความรู้
4.คอมพวิ เตอร์/อนิ เตอรเ์ น็ต
5.หนงั สือพิมพ์
8.แหลง่ เรยี นรู้
1.กศน.ตำบล
2.แหล่งเรียนรู้ในตำบล
3.อนิ เตอร์เนต็
9.ตัวช้วี ัดการเรยี นรู้
1.ร้อยละ 80 ผเู้ รยี นอธิบายความหมายและประโยชน์ ประเภทของเงนิ การฝากเงิน ประกนั ภัย และการ
ลงทนุ การชำระเงนิ ทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์ ผู้ใหบ้ รกิ ารทางการเงินในประเทศไทยไดถ้ กู ตอ้
2.ร้อยละ 80 ผเู้ รียนสามารถวเิ คราะหฐ์ านะการเงินของตนเอง และการทำบัญชีรบั -จ่าย ได้
3. ร้อยละ 80 ผเู้ รียนสามารถประเมนิ ความเหมาะสมก่อนกอ่ หนี้ การคำนวณดอกเบี้ย และหาวิธปี อ้ งกัน
และแก้ไขปญั หาหน้ีได้ บอกถงึ หน่วยงานที่เกยี่ วขอ้ งได้
ลงชือ่ ......................................................ครผู ู้สอน
( ......................................................)
ตำแหน่ง.........................................................
ความคดิ เห็นผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ว่าทรี่ ้อยโท...........................................ผู้บรหิ ารสถานศึกษา
( ประวติ ร จินตประสาท)
ผอู้ ำนวยการ กศน.อำเภอบาเจาะ
คำอธบิ ายรายวชิ า สค 22016 การเงนิ เพ่ือชวี ิต 2
ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น
จำนวน 3 หนว่ ยกติ (120 ชั่วโมง)
มาตรฐานการเรยี นร้รู ะดบั
มคี วามรู้ ความเข้าใจ ตระหนกั เก่ียวกบั ภมู ศิ าสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมอื ง การปกครองใน
ทวปี เอเชียและนาํ มาปรับใช้ในการดำเนนิ ชวี ติ เพื่อความมันคงของชาติ
ศกึ ษาและฝกึ ทกั ษะเกี่ยวกับเรือ่ งดงั ต่อไปน้ี
1. วา่ ด้วยเรือ่ งของเงิน
ความหมายและประโยชน์ ประเภทของเงิน เงินฝากและการประกันภัย การชําระเงิน ทาง
อเิ ล็กทรอนกิ ส์ โครงสร้างระบบสถาบันการเงินของประเทศไทย
2. การวางแผนทางการเงนิ
การรจู้ ักฐานะการเงินของตนเอง บนั ทกึ รายรับ-รายจ่าย เป้าหมายการเงนิ ในชีวิต การออม
3. สนิ เช่ือ
ความหมายของสินเชื่อ ลักษณะของสินเชื่อรายย่อย ประเภทและการคํานวณดอกเบี้ยเงินกู้ วิธีการ
ป้องกันปญั หาหนี้ เครดิตบโู ร วธิ ีการแก้ไขปัญหาหนี้ หนว่ ยงานทใ่ี หค้ ำปรกึ ษาเร่ืองวิธีแกไ้ ขปัญหาหน้ี
4. สิทธิและหน้าทข่ี องผู้ใช้บรกิ ารทางการเงนิ
สิทธิของผู้ใช้บริการทางการเงิน 4 ประการ หน้าที่ของผู้ใช้บริการทางการเงิน 5 ประการ รู้จักศูนย์
คุ้มครองผใู้ ชบ้ ริการทางการเงิน (ศคง.) และหนว่ ยงานทีรับทีรับเร่ืองร้องเรียนอืน่ ๆ การเขียน หนงั สือรอ้ งเรียนและ
ขน้ั ตอนทเี กี่ยวข้อง
5. ภยั ทางการเงิน
ลกั ษณะ การปอ้ งกันตนเอง และการแกป้ ัญหาภัยทางการเงิน
การจัดประสบการณ์การเรียนรู้
1. จัดกลมุ่ อภปิ รายในเนื้อหาทีเกยี่ วขอ้ ง
2. ศึกษาจากเอกสารและสื่อทุกประเภททีเกี่ยวข้อง เว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย และเว็บไซต์
ของ ศคง.
3. จดั ทำโครงการนทิ รรศการฐานการเรยี นรู้
4. เชิญวิทยากรผรู้ ู้มาใหค้ วามรูเ้ กี่ยวกับการกอ่ หนอี ยา่ งเหมาะสม และการวางแผนการเงิน ในชวี ติ
การวดั และประเมินผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมระหว่างการเรยี นรู้
2. วดั ความร้จู ากการทำกิจกรรมใบงาน
3. การวัดผลสมั ฤทธ์ปิ ลายภาค
ใบงานที่ 1
วชิ า การเงนิ เพื่อชวี ิต 2 (สค22016) ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้
1. ให้ผเู้ รียนอธิบายความหมายและประโยชน์ของเงนิ (5 คะแนน)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. จากจุดสังเกตบนธนบตั รแต่ละข้อต่อไปน้ี ใหห้ าวา่ เป็นการสมั ผัส ยกส่อง หรือพลิก เอียง โดยเขียนคำตอบลงใน
ช่องว่างให้ถกู ตอ้ ง
ยกสอ่ ง พลกิ เอยี ง สมั ผสั
1. เนอ้ื กระดาษธนบัตร ....................................
2. ลายพิมพเ์ สน้ นนู ....................................
3. ลายน้ำ ....................................
4. แถบสีและแถบส่ีเหล่ยี มเคลื่อนไหวสลับสี ....................................
5. ภาพซ้อนทบั ....................................
6. ตัวเลขแฝง ....................................
7. หมึกพมิ พ์พิเศษสลับสี ....................................
ช่ือ – สกุล...........................................................................รหัสนักศึกษา................................................
ใบงานท่ี 2
วิชา การเงนิ เพอ่ื ชีวิต 2 (สค22016) ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น
1. จงบอกความหมายการชาระเงนิ ทางอเิ ล็กทรอนิกส์ มาพอเขา้ ใจ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..……….
2. จงประโยชน์ของการชาระเงินทางอิเล็กทรอนกิ ส์ มาพอเข้าใจ
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
3. จงบอกลกั ษณะของบตั ร ATM บตั รเดบิต บตั รเครดิต และเปรยี บเทยี บความแตกตา่ งบตั ร ATM บตั รเดบติ บตั ร
เครดติ มาพอเขา้ ใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….……
4. จงบอกประเภทของสถาบันการเงินและหน่วยงานอื่นภายใต้การกากับของธนาคาร แห่งประเทศไทย มาพอ
เข้าใจ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. จงอธบิ ายบทบาทหน้าที่ของสถาบันการเงนิ และหน่วยงานอื่นภายใต้การกากับของธนาคารแห่งประเทศไทย มา
พอเขา้ ใจ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ใบงานที่ 3
วิชา การเงินเพือ่ ชวี ิต 2 (สค22016) ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้
1. จงบอกประโยชนข์ องบันทึกรายรบั -รายจา่ ย มาพอเขา้ ใจ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. จงบอกความหมายการมีสุขภาพการเงนิ ที่ดี มาพอเขา้ ใจ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. จงบอกลกั ษณะการมสี ุขภาพการเงนิ ทดี่ ี ประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. หลกั การประเมนิ ฐานะทางการเงินของตนเองโดยคานวณจานวนและอตั ราสว่ นประกอบด้วยอะไรบ้าง จงอธิบาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ชือ่ – สกุล...........................................................................รหัสนกั ศึกษา................................................
ใบงานท่ี 4
วิชา การเงินเพอ่ื ชีวิต 2 (สค22016) ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้
1. จงบอกความหมายของการออมเงิน มาพอเขา้ ใจ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. จงบอกเป้าหมายการออมเงนิ ของตนเอง มาอยา่ งละเอยี ด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. จงบอกประโยชน์ของการออม มาพอเข้าใจ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. จงบอกบทบาทหนา้ ทีแ่ ละหลกั การของกองทนุ การออมแหง่ ชาติ (กอช.) มาพอเข้าใจ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5.จงบอกประเภทของเปา้ หมายการเงนิ มีกีร่ ะยะอะไรบ้างจงอธิบายมาพอเขา้ ใจ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ชอื่ – สกุล...........................................................................รหสั นกั ศกึ ษา................................................
ใบงานท่ี 5
วิชา การเงินเพ่อื ชีวิต 2 (สค22016) ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น
1. หน้ดี ี และ หนีพ้ งึ ระวงั หมายความว่าอยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. สนิ เชอื่ รายยอ่ ย คืออะไร จงอธบิ ายมาพอเขา้ ใจ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. จงบอกประเภทดอกเบี้ยเงินกู้ มาพอเขา้ ใจ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. อตั ราดอกเบย้ี คงที่ (Fixed Rate) คืออะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. อัตราดอกเบย้ี อ้างอิง (Reference Rate) คอื อะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ชอ่ื – สกุล...........................................................................รหัสนกั ศึกษา................................................
ใบงานท่ี 6
วชิ า การเงนิ เพอื่ ชวี ติ 2 (สค22016) ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้
1. จงบอกวิธีการแก้ไขปญั หาของภยั ทางการเงิน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. หนน้ี อกระบบ คืออะไรจงอธบิ าย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. แชรล์ ูกโซ่ คืออะไรจงอธิบาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. จงบอกภยั ทมี่ าจากส่อื ออนไลน์ทีเ่ กีย่ วกับการเงิน คืออะไรจงอธิบาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ชื่อ – สกุล...........................................................................รหสั นกั ศึกษา...........................................
แบบทดสอบกอ่ นเรียน
วิชา การเงินเพอื่ ชวี ิต 2 (สค22016) ระดับ มธั ยมศกึ ษาตอนต้น
คำชี้แจง เลือกคำตอบท่ถี กู ทีส่ ดุ เพียงข้อเดยี ว
1. การให้ยมื เงนิ หมายถึงขอ้ ใด
ก) การใหเ้ งินโดยคาดหวังใหม้ กี ารจา่ ยคนื ข) การให้เงินโดยไม่ไดห้ วังผลตอบแทน
ค) การให้เงนิ โดยไม่ตอ้ งจ่ายคืน ง) ผิดทุกข้อ
2. ข้อใดตอ่ ไปน้ีคือวธิ ีตรวจสอบธนบัตร
ก) สมั ผัสเนื้อกระดาษ และลวดลายเสน้ นูน ข) ยกสอ่ งดลู ายน้ำ
ค) พลิกเอียงสังเกตแถบฟอยล์สามมติ ิ ง) ถกู ทุกขอ้
3. ข้อใดต่อไปน้กี ล่าวถกู ตอ้ ง
ก) บญั ชีเงินฝากที่ควรเปิดเพ่อื ไวร้ บั เงินเดอื นหรือค่าจา้ ง คือ บญั ชีเงินฝากประจำ
ข) บัญชีเงินฝากในสหกรณ์จะไดร้ บั ความค้มุ ครองจากสถาบนั คุ้มครองเงินฝากหากสหกรณป์ ดิ กิจการลง
ค) ดอกเบ้ียทไ่ี ด้จากการฝากเงนิ ในบญั ชเี งนิ ฝากออมทรัพยไ์ มเ่ กนิ 30,000 บาท ไม่ต้องเสยี ภาษี
ง) กรมธรรม์ประกนั ภยั 200 สำหรบั รายย่อย ซอื้ ไดไ้ มเ่ กินคนละ 2 กรมธรรม
4. ขอ้ ใดต่อไปนีก้ ล่าวถกู ต้อง
ก) ใชบ้ ัตรเอทีเอม็ ซอื้ สินค้าไดท้ ่ีรา้ นคา้ ข) ใช้บตั รเดบติ เบกิ เงินกไู้ ด้ทีเ่ คร่อื งเอทเี อ็ม
ค) ใช้บัตรเดบิตซ้ือของ จะไม่ต้องจา่ ยดอกเบย้ี ง) เม่ือซอื้ ของด้วยบตั รเครดิต ยอดเงินฝากในบญั ชี
จะถูกตดั ทนั ที
5. ธนาคารพาณิชย์อย่ภู ายใต้การกำกบั ดูแลของหน่วยงานใด
ก) คณะกรรมการกำกบั หลกั ทรัพยแ์ ละตลาดหลักทรัพย์ ข) กระทรวงการคลงั
ค) ธนาคารแห่งประเทศไทย ง) กระทรวงพาณิชย์
6. ข้อใดคอื สกุลเงนิ ของประเทศมาเลเซีย
ก) กบี ข) ดอง ค) ดอลลารม์ าเลเซยี ง) รงิ กิต
7. ข้อใดกล่าวถกู ต้องเก่ียวกบั การประเมินฐานะการเงนิ
ก) มูลค่าของบ้านทใ่ี ชใ้ นการคำนวณมูลคา่ สนิ ทรพั ยใ์ ห้ใช้ราคาตลาด
ข) ความมงั่ คัง่ สุทธคิ ำนวณมาจากทรพั ย์สนิ + หน้ีสิน
ค) รายได้ตอ่ เดอื นและทรพั ย์สินทม่ี ี ใช้บอกความมั่งคั่งของบคุ คลได้
ง) ควรมเี งนิ ออมเผ่อื ฉกุ เฉินไมเ่ กิน 2 เท่าของคา่ ใช้จ่ายจำเปน็ ต่อเดือน
8. ขอ้ ใดคอื ขนั้ ตอนการวางแผนการเงิน
ก) ประเมนิ ฐานะการเงนิ > ตงั้ เป้าหมายทางการเงิน > จัดทำแผนสู่เปา้ หมาย > ปฏิบัตติ าม แผน > ทบทวนและ
ปรบั ปรุงแผน
ข) ต้ังเปา้ หมายทางการเงนิ > ประเมินฐานะการเงิน > จัดทำแผนสเู่ ปา้ หมาย > ปฏิบตั ติ าม แผน > ทบทวนและ
ปรบั ปรงุ แผน
ค) ประเมนิ ฐานะการเงิน > ตั้งเปา้ หมายทางการเงนิ > จดั ทำแผนสู่เป้าหมาย > ปฏิบตั ติ าม แผน
ง) ไม่มีขอ้ ใดถู
9. ข้อใดเปน็ รายจ่ายไม่จำเป็น
ก) คา่ เชา่ ท่อี ย่อู าศยั ข) ค่าสลากกนิ แบง่ ลนุ้ โชค
ค) ค่ารกั ษาพยาบาล ง) ค่าเทอมลกู
10.ขอ้ ใดกล่าวถกู ต้องเก่ียวกับเปา้ หมายทางการเงินที่ดีและควรทำเป็นลำดับแรก
ก) เงนิ ออมเพอ่ื ใช้ในยามฉุกเฉนิ ข) เงินออมเพื่อใชจ้ า่ ยในยามชรา
ค) เงินออมเพอ่ื การลงทุน ง) เงนิ ออมเพือ่ ปลดหน้ี
11.ขอ้ ใดกลา่ วถูกตอ้ งเกย่ี วกบั หลกั การออมเงินของกองทนุ การออมแหง่ ชาติ (กอช.)
ก) เป็นกองทนุ สำหรับประชาชนทม่ี อี ายุตั้งแต่ 1 ปขี ้นึ ไป และออมไดจ้ นถงึ อายุ 99 ปี
ข) สมาชิกจำเปน็ ตอ้ งสง่ เงินสะสมทกุ เดือน
ค) สมาชิกจะสง่ เงินสะสมคร้ังละกี่บาทก็ได้ ไม่จำกัดจำนวนเงิน
ง) หากสมาชิกไม่สง่ เงินเข้ากองทุน รฐั ก็จะไม่จา่ ยเงนิ สมทบ
12.ขอ้ ใดไม่ใช่หนา้ ที่ของลกู หน้ี
ก) กอ่ หนเ้ี มอื่ จำเป็น ข) อ่านและถามกอ่ นเซน็ สญั ญา
ค) จ่ายหนีต้ รงตามเวลา ง) ดา่ เจ้าหนีเ้ ม่ือมาทวงเงนิ
13.ขอ้ ใดกล่าวไม่ถกู ตอ้ งเกีย่ วกบั การกอ่ หนี้
ก) ก้เู งนิ เพื่อมาซื้อโทรศพั ท์มอื ถอื ร่นุ ใหมล่ ่าสุด เป็นหนพี้ งึ ระวงั
ข) กู้เงนิ เพอื่ ไปเทย่ี วเมืองนอก เป็นหน้ีพงึ ระวงั
ค) กเู้ งินเพ่ือขยายกจิ การอรู่ บั ซ่อมรถยนต์เปน็ หน้ดี ี
ง) กเู้ งินซอ้ื บา้ นเพ่อื หวงั ขายทำกำไร เป็นหนดี้ ี
14.ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการคิดดอกเบ้ียแบบลดต้นลดดอก
ก) เงินตน้ ลด ดอกเบ้ยี ก็จะลด ข) เงินต้นลด ดอกเบ้ียก็จะเพม่ิ
ค) เงนิ ต้นและดอกเบ้ียไม่เปลยี่ นแปลง ง) ถกู ทกุ ขอ้
15.ขอ้ ใดกล่าวไม่ถูกต้องเกยี่ วกับการป้องกนั ปัญหาหน้ี
ก) ชำระหนเ้ี ตม็ จำนวนภายในเวลาท่กี ำหนด
ข) แจ้งให้เจ้าหน้ที ราบเม่ือมีการเปล่ยี นแปลงทอ่ี ยู่
ค) เมอ่ื มหี นสี้ ินหลายกอ้ น ให้หยุดชำระหนบี้ างก้อนได้
ง) ตรวจสอบภาระหน้ีทีต่ อ้ งผ่อนตอ่ เดอื นไม่ให้เกิน 1 ใน 3 ของรายได้
ชื่อ – สกุล...........................................................................รหัสนกั ศกึ ษา................................................
ใบความรู้
วชิ า การเงินเพ่อื ชีวิต 2 (สค22016) ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น
เรื่องท่ี 1 ความหมายและประโยชนข์ องเงนิ
ความหมายและประโยชนข์ องเงนิ
พจนานุกรมฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. 2554 ให้ความหมายของ “เงนิ ” คอื วัตถุท่กี ำหนดใหใ้ ช้เป็น
ส่ือกลางในการแลกเปลย่ี นหรอื ชำระหน้ี ปัจจบุ นั สว่ นใหญ่ คือ ธนบตั รและเหรยี ญกษาปณ์ อยา่ งไรก็ดี เงินอาจไม่ได้
จำกัดอยูใ่ นรปู ธนบัตรและเหรียญกษาปณเ์ ทา่ นน้ั แต่อาจอยใู่ นรปู แบบอืน่ ๆ อกี เช่น เงินอิเล็กทรอนกิ ส์
“เงิน” เป็นสิ่งสำคัญท่ีมีผลต่อการดารงชีวิตในยคุ ปัจจุบนั เพราะเป็นสิ่งที่ใช้ในการซื้อหาสิ่งของหรอื
บริการเพ่ือใหส้ ามารถดารงชีพได้ หรอื เพือ่ ความสะดวกสบาย เช่น การซอ้ื หาอาหาร สงิ่ ของจำเป็น การศกึ ษา การ
รักษาพยาบาล ค่าใช้จา่ ยเดินทาง ดังนัน้ ทุกคนจึงจำเปน็ ต้องประกอบอาชพี สร้างอาชีพให้ตนเองเพ่อื ให้มเี งนิ หรอื มี
รายไดเ้ ลยี้ งตนเองและคนในครอบครัว
เม่อื ได้เงินมาแลว้ กค็ วรรู้จกั วางแผนการเงินของตนเอง เพอ่ื ให้ใชเ้ งนิ อย่างรูค้ ณุ ค่าและมีเงินเพียงพอต่อ
การดำรงชีพ เชน่ เมื่อมีรายได้ใหน้ ำไปเก็บออมส่วนหนึ่งก่อน โดยลำดบั แรกควรออมเผอื่ ฉกุ เฉนิ เมื่อเกิดเหตุการณ์
ไม่คาดฝนั จะได้ดงึ เงนิ ท่ีออมมาใช้จ่ายได้ หรอื การรจู้ กั วางแผนการใชจ้ า่ ย โดยใชจ้ ่ายในสิ่งทจี่ ำเป็นกอ่ น หรือหากมี
เงนิ ออมเพียงพอแลว้ อาจนำเงินออมบางส่วนไปสร้างผลตอบแทนเพิ่มขน้ึ เช่น การฝากเงินในบญั ชเี งินฝากประจำ
เพ่อื รับดอกเบ้ีย ที่สงู ขึ้น หรอื การลงทุนภายใต้ความเสย่ี งทย่ี อมรับได้ เพ่ือให้เงนิ ทหี่ ามาได้สร้างมลู ค่าทเ่ี พม่ิ ขน้ึ
การให้เงนิ และการให้ยมื เงิน
การใหเ้ งนิ หมายถึง การให้เงนิ โดยไมไ่ ดห้ วงั ผลตอบแทน และไม่ได้หวังใหม้ ีการนำเงนิ ดังกลา่ วมาจา่ ยคืนให้
เช่น พอ่ แมใ่ ห้ค่าขนมแก่ลูก การบรจิ าคเงนิ เพอ่ื การกุศล
การให้ยมื เงนิ หมายถงึ การให้เงินโดยคาดหวังให้มกี ารจ่ายคนื ภายในระยะเวลาที่กำหนด และมีการกำหนด
อัตราผลตอบแทนของการให้ยืมเงินน้นั ด้วย ซึ่งเรียกว่า “ดอกเบี้ย” เช่น สมชายให้สมหญิงกู้ยมื 10,000 บาท คิด
ดอกเบี้ย 2% ต่อปแี ละใหใ้ ชค้ นื เมอื่ ครบ 1 ปี หมายความวา่ สมหญงิ ตอ้ งจ่ายเงินคืนสมชาย 10,200 บาท เม่ือครบ
1 ปี
จะเห็นวา่ การใหเ้ งินเปน็ การใหเ้ ปลา่ ไมต่ อ้ งคืน แต่สาหรบั การใหย้ มื เงนิ เป็นการคาดหวงั ใหม้ ีการจ่ายเงินคืน
ซึ่งผูใ้ ห้ยมื อาจต้องการดอกเบี้ยหรอื ไมต่ อ้ งการดอกเบย้ี ก็ได้ ดงั นน้ั กอ่ นทีจ่ ะใหเ้ งนิ หรอื ให้ยืมเงนิ ผู้ให้ยมื ควรอธบิ าย
ให้ชดั เจนและเข้าใจตรงกนั วา่ ตอ้ งการใหเ้ งนิ
เรื่อง 2 ประเภทของเงนิ
เงนิ ตราไทย
เงินตราทใ่ี ชใ้ นประเทศไทย ปัจจบุ ันมี 2 ชนดิ คือ ธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ โดยมีรายละเอยี ด ดงั นี้
ธนบัตร
ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นหน่วยงานทีท่ ำหน้าที่บริหารจัดการธนบัตรภายในประเทศทุกขั้นตอน เริ่ม
ตั้งแตก่ ารผลิต นำธนบตั รใหมอ่ อกใชห้ มุนเวียนและทำลายธนบัตรเก่า รวมทงั้ ประเมินความตอ้ งการใช้ธนบัตรใหม่
ในแต่ละปีว่าควรจะผลิตธนบัตรชนิดราคาใดออกมาจำนวนมากน้อยเพียงใด เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการใช้
จ่ายของประชาชนในประเทศ ซึ่งในแต่ละปีปริมาณการผลิตธนบัตรจะผันแปรไปตามความต้องการใช้ธนบัตร ท่ี
เพมิ่ ข้นึ หรอื ลดลงตามภาวะเศรษฐกจิ ของประเทศ
ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้มีสิทธิ์พิมพ์และออกใช้ธนบัตรในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว โดยปฏิบัติ
ตามที่พระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501 กาหนดไว้วา่ การนำธนบัตรออกใชห้ มุนเวียนในระบบเศรษฐกิจสามารถ
ทาได้ 2 กรณี คือ
1. แลกเปลี่ยนทันทีกับธนบัตรที่ออกใช้หมุนเวียนอยู่แล้วในมูลค่าที่เทา่ กัน เช่น ธนบัตรชนิดราคา 1000
บาท 10 ฉบบั มูลคา่ 10,000 บาท แลกเปลยี่ นกบั ธนบตั รใหม่ชนดิ ราคาเดยี วกันหรือชนิดราคาอนื่ ในมูลค่าท่ีเท่ากัน
อาทิ ธนบตั รชนิดราคา 500 บาท จานวน 20 ฉบับ
2. แลกเปลี่ยนทันทีกับสินทรัพย์ที่กฎหมายกำหนดให้เป็นทุนสารองเงินตรา ในมูลค่าที่เท่ากัน เช่น นำ
ทองคำมูลค่า 100 ล้านบาทมาเข้าบัญชีทุนสารองเงินตรา แลกเปลี่ยนกับธนบัตรเพื่อนาออกใช้มูลค่า 100 ล้าน
บาทเท่ากัน
ทำไมธนบัตรจงึ มคี า่
การที่ธนบัตรได้รับความเช่ือถอื และมีมูลคา่ ตามราคาท่รี ะบไุ วไ้ ดน้ ้ัน เน่อื งจากกฎหมายกำหนดให้ต้องนำ
สินทรัพย์ เช่น ทองคำ เงนิ ตราต่างประเทศ หลกั ทรัพย์ต่างประเทศ มาแลกเปลย่ี นเท่ากับจานวนมูลค่าของธนบัตร
ท่ีจะนาออกใช้ ซงึ่ สนิ ทรัพยด์ ังกล่าวจะโอนเขา้ ไว้ในบัญชีทนุ สำรองเงินตรา โดยธนาคารแหง่ ประเทศไทยเป็นผู้ดูแล
รักษาบญั ชี และมีสำนกั งานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบเปน็ ประจำทุกปี ดงั น้นั จึงมน่ั ใจได้ว่าธนบัตรทุกฉบับมี
มูลคา่ ตามราคาทตี่ ราไวอ้ ยา่ งแท้จรงิ
ธนบตั รท่ีใชห้ มนุ เวยี นในปัจจุบนั
นับจากปี พ.ศ. 2445 ท่ีเริ่มนำธนบตั รแบบแรกออกใช้ จนถงึ ปจั จบุ นั ปี พ.ศ. 2559 ประเทศไทยมีธนบัตร
ออกใชห้ มนุ เวยี นรวมจำนวน 16 แบบ โดยธนบตั รแบบปจั จุบัน คอื ธนบัตรแบบสบิ หก 1 มี 5 ชนดิ ราคา ไดแ้ ก่ 20
บาท 50 บาท 100 บาท 500 บาท และ 1000 บาท
เร่อื งที่ 3 การฝากเงนิ และการประกันภยั
เมื่อไดร้ ับเงินจากแหล่งต่าง ๆ เช่น รายไดจ้ ากการประกอบอาชพี ส่ิงทค่ี วรทำ คอื แบ่งเงินบางส่วนไปเก็บ
ออมเพอื่ วัตถปุ ระสงค์ต่าง ๆ เชน่ ไว้ใชย้ ามฉกุ เฉิน เป็นค่าใช้จ่ายหลงั เกษยี ณหรอื เลิกทำงาน การมองหาสถานท่ีเก็บ
รกั ษาเงนิ จงึ เป็นเรื่องจำเป็น โดยแหลง่ เก็บเงิน ทีน่ ยิ มกนั คอื การฝากเงนิ ไวก้ บั ธนาคาร ซงึ่ นอกจากมคี วามปลอดภัย
กว่าการเก็บเงินสดไว้กับตัวหรือไว้ที่บ้านแล้ว การฝากเงินไว้กับธนาคารยังทำให้ได้รับผลตอบแทนในรูปของ
ดอกเบี้ย เงินฝากดว้ ย
อย่างไรก็ดี การจะไดร้ ับดอกเบยี้ มากหรือน้อยข้ึนอยูก่ ับว่าเป็นบัญชีเงนิ ฝากประเภทใด มีเง่อื นไขอย่างไร
เราจึงจำเปน็ ตอ้ งรู้จักบัญชีเงนิ ฝากแต่ละประเภท เพอื่ เลอื กบัญชี ทีเ่ หมาะสมและตรงกบั ความต้องการของเรามาก
ท่ีสดุ โดยปจั จุบันบัญชีเงนิ ฝากทรี่ จู้ กั และใชก้ ันมาก เช่น บัญชเี งนิ ฝากออมทรัพย์ บัญชเี งนิ ฝากประจำ
ประเภทของบัญชเี งินฝาก
1. บัญชเี งินฝากออมทรพั ย์
ลกั ษณะ
- สามารถฝากหรอื ถอนเงนิ เมื่อไหร่กไ็ ด้
- กำหนดจานวนเงนิ ฝากข้นั ต่ำไวไ้ ม่สงู นัก เช่น 100 - 1,000 บาท
- จ่ายดอกเบย้ี ปีละ 2 ครงั้ ในเดือนมิถุนายนและธันวาคมของทุกปี
ประโยชน์
- ถ้าดอกเบี้ยรับไม่เกิน 20,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษี 15% ของดอกเบี้ย ที่ได้รับ (รวมรับจากทุก
สถาบันการเงินใน 1 ป)ี ถา้ เกนิ 20,000 บาท ธนาคารจะหกั ภาษี ณ ทจ่ี า่ ยไว้เลยจากบัญชีเงินฝาก
- มีบรกิ ารบตั รเอทเี อ็มหรือบัตรเดบิต สาหรบั ใช้ถอนหรือโอนเงินท่ีเครอ่ื งเอทีเอ็มได้สะดวก (บัตรเดบิต
ยังสามารถใช้ชำระค่าสินค้าและบริการได้ด้วย) แต่หากต้องการเปิดบัญชีเพียงอย่างเดียวก็สามารถทาได้โดยไม่
จำเปน็ ต้องทาบัตรใด ๆ
ขอ้ จำกัด
- อัตราดอกเบี้ยคอ่ นขา้ งต่าง
- มีค่าธรรมเนียมกรณีบัญชีเงินฝากไมเ่ คลื่อนไหวและมียอดเงนิ ฝากคงเหลือน้อยกวา่ ท่กี าหนด
- กรณีทาบตั รเอทเี อม็ และบัตรเดบิตมกั จะตอ้ งเสยี คา่ ทำบตั รและค่าธรรมเนียมรายปี
บญั ชีนเี้ หมาะกับใคร :
- ผ้ทู ่ีใชบ้ รกิ ารรบั โอนเงนิ เดือนหรอื คา่ จา้ ง หรือค่าสนิ คา้
- ผู้ที่เบิกถอนบ่อยครั้ง หรือใช้บริการหกั บัญชีเพือ่ ชาระค่าใช้จา่ ยรายเดือน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบัตร
เครดิต และคา่ ใชจ้ า่ ยอ่นื ๆ
- ผู้ท่ีต้องการออมเงนิ ไว้ใชย้ ามฉุกเฉนิ เน่ืองจากถอนได้สะดวก (ถอนได้หลายช่องทางและถอนเม่ือไหร่
กไ็ ด)้
นอกจากนี้ บางธนาคารมีบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษ ซึ่งให้อัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าบัญชีเงินฝากออม
ทรพั ย์ แตจ่ ะมเี งื่อนไขทเี่ พ่มิ ข้นึ ด้วย เชน่ เงินฝากขั้นต่ำ 10,000 บาท ถอนได้ไมเ่ กนิ 2 ครง้ั ต่อเดอื น หากถอนตง้ั แต่
ครง้ั ท่ี 3 เปน็ ต้นไปในเดอื นนน้ั จะถูกคิดค่าธรรมเนียมคร้ังละ 500 บาท ซึ่งบัญชใี นลกั ษณะน้เี หมาะกับการออมเงิน
มากกวา่ ท่จี ะใชเ้ ป็นบัญชีเพ่ือชำระค่าใช้จ่าย
เร่ืองที่ 4 การชำระเงนิ ทางอิเลก็ ทรอนิกส์
ความหมายและประโยชนข์ องการชำระเงินทางอเิ ล็กทรอนิกส์
การชำระเงิน (payment) คือ การส่งมอบเงินหรือโอนเงินผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อซื้อสินค้าและบริการ
หรือใช้ชาระหน้ี โดยสามารถใช้สอื่ การชำระเงนิ ทีเ่ ป็นได้ทั้งเงนิ สดและไม่ใช่เงินสด ในบางครง้ั การชาระเงินอาจทำ
ผ่านคนกลางท่ีเป็นผใู้ ห้บริการเพือ่ อำนวยความสะดวกและรกั ษาความปลอดภยั ของการทารายการ ซึ่งผใู้ ห้บรกิ ารมี
ทัง้ ทเี่ ปน็ สถาบนั การเงนิ และมใิ ชส่ ถาบันการเงนิ (non-bank)
เงินสดเป็นส่งิ ทเี่ ราคุ้นเคยในการใชจ้ ่ายมากที่สุด จนนึกไม่ถงึ วา่ ท่ีจรงิ แลว้ การใช้เงินสดนั้นไม่สะดวกหลาย
ประการ เช่น ต้องเตรียมเงินสดให้เพียงพอในการซื้อสินค้า และหากยิ่งพกพาจานวนมากก็เส่ียงต่อการถูกปล้น
ขโมย หรือหากมองในมุมเจ้าของกิจการ การรับชำระด้วยเงินสดอาจถูกยักยอกหรือขโมยได้ง่ายและตรวจสอบได้
ยาก รวมถึงเสียโอกาสในการขายสนิ คา้ หากมชี อ่ งทางให้ลกู ค้าชำระค่าสนิ ค้าเป็นเงินสดเพยี งอย่างเดียว สำหรับมุม
ของประเทศนั้น เงินสดมีคา่ ใช้จา่ ยในการจัดการคอ่ นขา้ งสูง เช่น ค่าใช้จ่ายที่เกดิ จากการผลิต การขนส่ง การเก็บ
รักษา การตรวจนับ การคัดแยก และการทำลาย ถ้าเราหันมาช่วยกันใช้การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-
Payment) จะช่วยลดภาระค่าใชจ้ ่ายในการจัดการได้ 2-3 เทา่ เลยทีเดียว
ความหมายการชาระเงนิ ทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์
การชำระเงินทางอิเล็กทรอนกิ ส์ หมายถึง การสง่ มอบหรือโอนเงนิ เพ่ือซ้ือสินค้าและบริการ หรือชำระหนี้
ผ่านช่องทางต่าง ๆ ท่ีมีความสะดวกและรวดเร็วโดยใช้ส่ืออเิ ล็กทรอนิกส์มาช่วย ท้งั ดา้ นส่อื ทใี่ ชช้ ำระเงนิ แทนเงินสด
เช่น บัตรเอทีเอ็ม บัตรเดบิต บัตรเครดิต เงินอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงช่องทางการชำระเงินทีใ่ ช้งานง่ายและรวดเรว็
เช่น ผา่ นอินเทอร์เน็ต โดยใชอ้ ุปกรณ์ประเภทต่าง ๆ อาทิ คอมพวิ เตอร์ โทรศพั ท์มือถือ
ลกั ษณะของบตั รเอทเี อ็ม บตั รเดบติ บตั รเครดิต และเงนิ อเิ ล็กทรอนกิ ส์
บัตรอิเล็กทรอนกิ ส์เปน็ สื่อการชาระเงนิ ที่ถูกพัฒนาเพ่ือนามาใช้แทนเงินสด ปัจจุบันมีด้วยกัน 4 ประเภท
คือ บัตรเอทีเอม็ บัตรเดบิต บัตรเครดติ และเงินอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
เทคโนโลยีของบัตรอิเลก็ ทรอนิกส์
บัตรอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์มีการนำเทคโนโลยมี าใช้ ซงึ่ จะทำให้เราสามารถใชง้ านได้อย่างปลอดภยั และหายกังวล
โดยแบบดั้งเดมิ เป็นบัตรแถบแมเ่ หล็ก (magnetic stripe) มีลักษณะเป็นแถบสดี าคาดอยู่หลังบัตร กว้างประมาณ
1 เซนติเมตร ซึ่งข้อมูลของผู้ถือบัตรจะ ถูกบันทึกอยู่ที่แถบแม่เหล็ก อย่างไรก็ดี ยังมีช่องโหว่ของการรักษาความ
ปลอดภยั โดยอาจถูกมิจฉาชพี คดั ลอกข้อมูลในบัตรผา่ นเครอ่ื งสกิมเมอร์ (skimmer) ได้ (หากเปน็ บัตรเอทีเอ็มหรือ
บัตรเดบิตจะต้องได้รหสั ผ่านส่วนตัวของผู้ถือบัตร (PIN: personal identification number) 4 หรือ 6 หลักด้วย
จึงจะใช้ได้) ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาบัตรแบบชิป (chip) ซึ่งข้อมูลจะถูกฝังอยู่ในชิปด้านหน้าของบัตร โดยบัตร
แบบนี้จะป้องกนั การขโมยข้อมูลได้ดกี ว่า เพราะมีการเข้ารหัสข้อมูลที่ทำให้ยากต่อการคดั ลอกหรือขโมยข้อมูลใน
บตั ร
1. บัตรเอทีเอ็ม เป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ธนาคารพาณิชย์ออกให้แก่ลูกค้า โดยผูกกับบัญชีเงินฝากของ
เจ้าของบัตร เพอ่ื ใช้ทำธุรกรรมทางการเงินผ่านเคร่ืองทารายการอัตโนมัตแิ ทนการเดินทางไปทำธรุ กรรมที่ธนาคาร
เช่น เครื่องเอทีเอม็ (ATM : automated teller machine)
ลักษณะเด่น
- ใช้บัตรเอทีเอ็มทำธุรกรรมการเงิน เช่น ฝาก/ถอน/โอน/ชาระเงิน/ สอบถามยอดเงินในบัญชีทีเ่ ครื่องทำ
รายการอตั โนมัติ
- การทาธุรกรรมจะมผี ลกับยอดเงินในบัญชีเงนิ ฝากทนั ที
- ใช้บัตรเอทีเอ็มควบคู่กับรหัสผ่านส่วนตัว (PIN) 4 หรือ 6 หลัก เพื่อทำธุรกรรมทางการเงินที่เครื่องทำ
รายการอตั โนมตั ิ ซึ่งธนาคารพาณชิ ยจ์ ะให้ผู้ถอื บัตรกาหนดรหัสผ่านสว่ นตวั หรอื มอบรหัสผ่านสว่ นตวั ใหแ้ กผ่ ู้ถือบัตร
(ผู้ถอื บตั รสามารถเปล่ียนรหสั ผ่านสว่ นตวั ได้เองในภายหลัง)
2. บัตรเดบติ (debit card) เป็นบัตรอเิ ล็กทรอนกิ ส์ทีธ่ นาคารพาณิชย์ออกให้แก่ลกู ค้าโดยผูกกับบัญชีเงิน
ฝากของเจ้าของบัตรและสามารถใชง้ านได้เชน่ เดยี วกับบัตรเอทีเอ็ม แต่มีคุณสมบัติทเ่ี พ่ิมขน้ึ จากบัตรเอทีเอ็มตรงท่ี
สามารถใช้ซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ ณ จุดขายและทางออนไลน์ได้ โดยผู้ถือบัตรสามารถสังเกตจุดทีร่ ับบตั รได้
จากตราหรือ โลโก้ ทร่ี ้านค้าตดิ หรือแสดงไว้ เชน่ VISA, MasterCard, UnionPay
ลกั ษณะเดน่
- สามารถนาไปทาธรุ กรรมทางการเงนิ ไมว่ ่าจะเปน็ ฝาก/ถอน/โอน/ ชาระเงนิ ทเ่ี ครอื่ งทารายการอัตโนมัติ
ไดเ้ หมือนบตั รเอทีเอ็ม
- ใช้ซ้ือสนิ คา้ และบริการ ณ จุดขายและออนไลนไ์ ด้ โดยเมื่อใชแ้ ลว้ ยอดเงินที่ใช้จ่ายจะถกู ตดั จากบัญชีเงิน
ฝากทนั ที
- การใช้บัตรเดบิต มีทั้งแบบใชล้ ายเซน็ และแบบกดรหัสผ่านส่วนตัวของ ผู้ถือบัตร (PIN) ขึ้นอยู่กับระบบ
การให้บริการ
- การใชจ้ ่ายผา่ นบัตรเดบิตเป็นการใชเ้ งนิ ของเราทม่ี อี ยูใ่ นบญั ชี จึงไมส่ ร้างภาระหนี้
เร่ือง 5 ผ้ใู หบ้ ริการทางการเงนิ ในประเทศไทย
ระบบการเงินเป็นกลไกสำคัญยิ่งในการจัดสรรทรัพยากรระหว่างภาคเศรษฐกิจจากผู้ที่มีเงินออมไปยังผู้
ต้องการเงินทุน ซง่ึ จะก่อใหเ้ กิดการลงทุน การผลติ และการจา้ งงาน อนั เป็นแรงขับเคลอ่ื นสำคัญท่ีทาให้เศรษฐกิจ
ของประเทศเติบโต ซึ่งสถาบันการเงินมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเติบโตทาง
เศรษฐกจิ
ผู้ให้บริการทางการเงินในประเทศไทย มีทั้งที่เป็นสถาบันการเงินทีร่ ับฝากเงิน สถาบันการเงินที่ไม่ได้รับ
ฝากเงิน รวมท้งั ผใู้ หบ้ ริการทไ่ี ม่ใชส่ ถาบันการเงนิ สามารถจำแนก ผ้ใู หบ้ รกิ ารทางการเงนิ ได้ตามหน่วยงานท่ีกากับ
ดแู ล
ผใู้ หบ้ ริการทางการเงนิ ภายใต้การกากบั ดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
ธนาคารแหง่ ประเทศไทย (ธปท.) หรอื แบงกช์ าติ เปน็ ธนาคารกลางของ ประเทศไทย มีหนา้ ท่ีหลกั ดงั นี้
1. รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจการเงินของประเทศ ซึ่งครอบคลุมหนา้ ที่ในการรักษาค่าเงิน เช่น ดูแล
อตั ราเงนิ เฟ้อ อตั ราดอกเบย้ี อตั ราแลกเปลีย่ น และสภาพคล่องของเมด็ เงินในระบบเศรษฐกจิ
2. กำกับดูแลสถาบันการเงินทีก่ ฎหมายให้อำนาจไว้ ให้มีความมัน่ คงและมเี สถียรภาพ เพื่อลดผลกระทบ
ต่อผฝู้ ากเงนิ และสนบั สนนุ การเจรญิ เติบโตของเศรษฐกจิ อย่างย่ังยืน
3. ดูแลและพัฒนาให้ระบบการชำระเงินของประเทศมีประสิทธิภาพ มั่นคงและปลอดภัย เพื่อเป็นกลไก
สนับสนนุ การทำธรุ กิจและการพัฒนาเศรษฐกจิ การเงิน
4. หนา้ ทีอ่ น่ื ๆ เชน่ การออกธนบตั รและบรหิ ารจดั การใหม้ ีธนบตั รหมนุ เวยี นอยา่ งเพยี งพอ การบรหิ ารเงิน
สำรองทางการของประเทศ การเป็นนายธนาคารให้แก่รัฐบาลในการรับฝากเงิน โอนเงิน และเป็นแหล่งกู้ยืมเงนิ
สุดทา้ ยแกส่ ถาบนั การเงินท่ีขาดเงินทุนหมุนเวียน รวมถงึ การใหค้ วามรู้และคมุ้ ครองผใู้ ชบ้ ริการทางการเงินให้ได้รับ
ความเปน็ ธรรม
ธปท. กากับดูแลผ้ใู หบ้ ริการทางการเงนิ แบง่ ได้ดงั นี้
1. สถาบันการเงนิ ตามพระราชบญั ญัตธิ รุ กิจสถาบนั การเงนิ พ.ศ. 2551 คือ สถาบนั ทีท่ าหน้าที่ให้บริการ
ด้านการเงิน เช่น การรับฝากเงิน การรับชำระเงิน การให้สินเชือ่ และธุรกรรมทางการเงินอื่นตามที่ได้รับอนุญาต
ได้แก่
1) ธนาคารพาณชิ ย์ (ธพ.) คือ บรษิ ัทที่ไดร้ ับอนุญาตให้ประกอบธรุ กิจธนาคารพาณชิ ย์ เช่น การรบั ฝาก
เงิน การโอนและรับชำระเงิน และการให้สินเชื่อ รวมถึงบริการทางการเงินอื่น ๆ เช่น การค้าประกัน บริการ
เกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศ ธุรกิจต่างประเทศ เช่น สนิ เชื่อเพ่อื การส่งออกนำเขา้ ตลอดจนบรกิ ารทางการเงินเพื่อ
การบริหารความเสี่ยงให้แก่ลูกค้า เช่น สัญญาซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้า ในปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ไดร้ บั
อนุญาตให้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์และประกันภัยบางประเภทเพิ่มขึ้น เช่น การเป็นนายหน้าซ้อื
ขายหนว่ ยลงทนุ นายหนา้ ประกันภัย การแนะนำบริการของบริษทั ประกนั ภัยใหล้ กู คา้
2) ธนาคารพาณิชยเ์ พอ่ื รายย่อย (ธย.) คอื บริษทั ทไ่ี ดร้ บั อนญุ าตใหป้ ระกอบธุรกจิ ธนาคารพาณชิ ย์ โดย
มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้บริการแก่ประชาชนรายย่อยและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และสามารถ
ให้บริการทางการเงินพื้นฐานอื่น เช่น การรับฝากเงิน การโอนและรับชำระเงินได้ด้วย แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้
ประกอบธุรกิจทม่ี ีความซับซอ้ นและมีความเสยี่ งสงู เช่น ธุรกิจเก่ยี วกบั เงนิ ตราต่างประเทศ และตราสารอนุพนั ธ์
3) ธนาคารพาณิชย์ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคารต่างประเทศ คือ บริษัท ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
และไดร้ บั อนุญาตใหป้ ระกอบธรุ กิจธนาคารพาณิชย์ โดยมีธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 95% ของ
หนุ้ ที่จาหนา่ ยได้แล้วทัง้ หมด
4) สาขาของธนาคารพาณชิ ย์ต่างประเทศ คอื สาขาของธนาคารพาณชิ ย์ต่างประเทศทไ่ี ด้รับอนุญาตให้
ประกอบธรุ กจิ ธนาคารพาณชิ ย์ในประเทศไทย
5) บริษัทเงินทุน (บง.) คือ บริษัทที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเงินทุน โดยรับฝากเงินหรือรับเงนิ
จากประชาชนที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถาม หรือเมื่อส้ินระยะเวลา ที่กำหนดไว้ และสามารถให้กูย้ ืมเงินตามประเภท
ของธุรกิจเงินทุนที่ได้รับอนุญาต เช่น การให้กู้ยืมเงินระยะปานกลางและระยะยาวแก่กิจการอุตสาหกรรม
เกษตรกรรม หรือพาณิชยกรรม การให้เช่าซื้อบางประเภท แต่ไม่สามารถประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเงินตรา
ตา่ งประเทศได้
6) บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ (บค.) คือ บริษัทที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ โดย
สามารถรบั ฝากเงนิ หรือรับเงนิ จากประชาชนที่จะจ่ายคนื เมือ่ สน้ิ ระยะเวลาท่ีกาหนดไว้ เช่น ไมน่ ้อยกวา่ หน่ึงปี และ
ต้องฝากเงินไม่น้อยกว่าหนึ่งพันบาท โดยสามารถให้กู้ยืมเงินโดยวิธีรับจานองอสังหาริมทรัพย์ การรั บซ้ือ
อสังหาริมทรพั ยโ์ ดยวธิ ขี ายฝาก