เป็นชาวเยอรมันมัที่เที่ป็นทั้งทั้ ศาสตราจารย์ด้านเทววิทยา นักบวช นัก เขียขีน คีตกวี นักบวชแห่งคณะออกัสกัติ เนียน และบุคคลที่สำที่สำคัญในการปฏิรูป ศาสนา ( นิกายโปรเตสแตนส์ ) การปฏิรูฏิปรูศาสนาเริ่มต้นในดินดิแดนเยอรมนีใน ค.ศ. 1517 เมื่อมื่มาร์ตินติลูเธอร์ นักบวชชาวเยอรมันมัและเป็นผู้สอนเทววิทยาสายคัมภีร์ภีร์ แห่งมหาวิทยาลัยวิทเทนบูร์ก ใน เยอรมนี ได้เขียขีนญัตติ 95 ข้อ คัดค้าน การขายใบไถ่บาปติดติไว้หน้ามหาวิหารแห่งเมือมืง วิทเทนบูร์ก ญัตติขติองเขาได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางในเยอรมนี แต่ผู้นำ ของ คริสตจักรได้ลงโทษเขา โดยประกาศให้เขาเป็นบุคคลนอกศาสนา ( การบัพบัพาชนียกรรม ) แต่เจ้าชายเฟรเดอริก ผู้ครองแคว้นแซกโซนี ได้ให้ความอุปอุถัมถัภ์เ ภ์ ขาไว้ และให้เขาแปลคัมภีร์ภีร์ ไบเบิลบิเป็นภาษาเยอรมันมัทำ ให้ความรู้ด้รู้ด้านศาสนาแพร่หลายไปทั่วทั่เขาได้ก่อตั้งตั้นิกายลูเธอ ร์/โปรเตสแตนต์ ซึ่งได้แพร่ขยายไปทั่วทั่เยอรมนีและสแกนดิเดินเวีย ซึ่งนิกายโปรแตสแทนท์ก็ ท์ ก็ ยังแยกเป็นอีกอีหลายย่อย นับถือถืในประเทศต่างๆ เช่น นิกายอังอักฤษ ( Church of England ) และ นิกายลูเธอร์รัน ( Lutheranism ) ในเยอรมันมั มาร์ติ ร์ ติน ลูเธอร์ 45
Chapter 8 “ศิลปกรรมส ศิ มัย มั ยุคฟื้นฟูศิลปศิ วิทยาการ”
ผลงานด้านจิตรกรรมและประติมติากรรมได้สืบสืทอดความ นิยมของศิลศิปะแบบคลาสสิกสิของกรีกและโรมันมัที่สที่ร้างศิลศิปะเป็น ธรรมชาติคืติคือ การให้ความสนใจต่อความสวยงามของสรีระของ มนุษย์ ส่วนใหญ่ยังคงใช้ศาสนาและเทพนิยายดั้งดั้เดิมดิเป็นเค้าเรื่อง แต่ได้บรรยายด้วยทัศทันะและวิธีกธีารของโลกสามัญมัธรรมดา สิ่งสิ่เหล่า นี้แสดงออกอย่างเด่นชัดมากในงานของจิตรกรชาวอิตอิาลี รวมถึงถึ การผ่านทางงานเขียขีน และศิลศิปการดนตรี 47
ผลงานสำ คัญ คั L e o n a r d o d i s e r P i e r o d a V i n c i L e o n a r d o d i s e r P i e r o d a V i n c i L e o n a r d o d i s e r P i e r o d a V i n c i Leonardo di ser Piero da Vinci 48
Monalisa โมนาลิซา ( ขวา ) และ ภาพอาหารมื้อมื้สุดสุท้าย ( ล่าง ) The Last Supper Leonardo di ser Piero da Vinci 49
Michelangelo di Lodovico Buonarroti Simoni Michelangelo 50
จิตรกรรม “ The last judgement ” การตัดตัสินสิใจครั้งสุดสุท้าย “ The Creation of Adam ” การสร้างอดัมดั 51
“ Sistine Chapel Ceiling ” เพดานหอสวดมนต์ซี ต์ ซีสทีนที “ David ” รูปรูชายหนุ่มเปลือยกาย ประติมากรรม “ La Pietá ” รูปรูพระแม่ประครองประเยซู 52
วิหารเซนต์ปีต์ปีเตอร์ วิหารเซนต์ปต์ อล สถาปัตยกรรม “ Basilica di San Pietro in Vaticano ” “ St. Paul’s Cathedral ” 53
R a f f a e l l o S a n t i Raphael R a f f a e l l o S a n t i
“ The School of Athens ” นักปราชญ์แห่งเอเธนส์ ภาพพระแม่ซีสทีนที “ Sistine Madonna ” 55
W i l l i a m S h a k e s p e a r e William Shakespeare Shakespeare “ The Bard of Avon ”
A midsummer night’s dream “ ฝืนกลางคืนฤดูร้อน ” Measure for Measure บทละครแห่งความ “ตลกร้าย” Romeo and Juliet โศกนาฏกรรมแห่งความรัก Sonnets ธรรมชาติแติห่งความรัก To be or not to be, that is the question. — William Shakespeare 57
Guido D’Arrezo
Guido d' Arezzo เป็น นักบวช ครู และนักทฤษฎีดฎีนตรีที่ สำ คัญคนหนึ่งในยุคกลาง เป็นผู้ริเริ่ม การบันบัทึกทึทำ นองโดยใช้สัญสัลักษณ์ ลงบนบรรทัดทัเพื่อกำ หนดระดับดัเสียสีง และใช้คำ แทนระดับดัเสียสีงเช่น โด เร มี ฟา โซ ลา เพื่อบันบัทึกทึบทเพลงสวด นอกจากนี้เขายังได้แต่งแบบฝึกหัด สำ หรับฝึกร้องสำ หรับสมัยมันั้นไว้เป็น จำ นวนมาก Guido ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้คิดค้นระบบบันบัทึกทึโน้ตดนตรี แบบสัญสัลักษณ์บ ณ์ รรทัดทัเส้นสมัยมัใหม่ ( 4 บรรทัดทั ) ซึ่งใช้แทนระบบการ บันบัทึกทึโน้ตแบบตัวตัอักอัษรกรีก (Neumatic notation) ของเดิมดิงานเขียขีน ของเขาที่ชื่ที่ชื่อ Micrologus มีอิมีทอิธิพธิลเป็นอย่างสูงสูต่อการพัฒนาการประสาน เสียสีงหลายเสียสีง (Polyphony) จังหวะที่เที่ป็นอิสอิระ (Rhythmic independence) ที่ปที่ระสานเข้ากับกัท่วท่งทำ นองที่เที่ป็นอิสอิระ (Melodic independence) และผนวกเสียสีงร้องหลายแนวตั้งตั้แต่ 2 ทำ นองหรือ มากกว่าในทำ นองเพลงเดิมดิๆ ที่เที่รียบง่าย นับเป็นทฤษฎีทฎีางดนตรีชิ้นที่ เป็นที่แที่พร่หลายมากที่สุที่ดสุชิ้นหนึ่งในยุคกลาง 59
วรรณกรรมสำ คัญ คั วรรณกรรมส่วนมากเน้นแนวความคิดมนุษยนิยม ใช้ภาษาท้องถิ่นถิ่แทนภาษาละตินติ วรรณกรรมสำ คัญ ได้แก่ เจ้าของนคร ( The Prince ) ของนิโคไล มาเคียเวลลี บรรยาย ถึงถึศิลศิปะการปกครองของเจ้านคร Utopia ของโทมัสมัมอร์ กล่าวถึงถึเมือมืงในอุดอุมคติที่ติที่ปที่ราศจากความเลวร้าย คัมภีร์ภีร์ไบเบิลบิใหม่ของ อีรัอีรัสมุส แห่งรอตเตอร์ดัมดั บทละครของวิลเลียม เชกสเปียร์ ได้แก่ ได้แก่ โรมีโมีอจูเลียต เวสวาณิชณิคิงเลียร์ แมคเบท ฝืนคืนกลางฤดูร้อน บทละครเหล่านี้ สะท้อนถึงถึอารมณ์แ ณ์ ละอุปอุนิสัยสัของมนุษย์ ในการตัดตัสินสิใจภาวการณ์ที่ ณ์ ที่ต่ที่ต่างกันกั Utopia - Thomas More “ มหานครในฝัน ” ฝั 60 The New Testament - Erasmus “ คัมภีร์ภีร์ไบเบิลให บิม่ ”
ในสมัยมัเรอเนซองส์ วัดยังคงเป็นผู้อุปอุถัมถัภ์ที่ ภ์ ที่สำที่สำคัญของเหล่าศิลศิปินนอกจากนี้ยังมี พวกขุนขุนาง พ่อค้าผู้ร่ำ รวย ซึ่งเป็นชนชั้นสูงสูได้ว่าจ้าง และอุปอุถัมถัภ์เ ภ์ หล่าศิลศิปินต่างๆด้วย ตระกูลที่มีที่ชื่มีชื่อเสียสีงเหล่านั้น ได้แก่ ตระกูลวิสคอนตี และสฟอร์ซา ในนครมิลมิาน ตระกูล กอนซากา ในเมือมืงมานตูอตูา และตระกูลเมดิซีดิซีในนครฟลอเรนซ์ การอุปอุถัมถัภ์ศิ ภ์ ลศิปินนี้มีผมีล ในการกระตุ้นตุ้ให้ศิลศิปินใฝ่หาชื่อเสียสีง และความสำ เร็จ ร็ มาสู่ชีสู่ชีวิตมากขึ้นขึ้ การสนับ นั สนุนศิลปิน 61 ตระกูลวิสคอนตี ( Visconti ) ตระกูลเมดิซีดิซี ( Medici ) ตระกูลกอนกาซา ( Gonzaga ) ตระกูลสฟอร์ซา ( Sforza )
Epilogue “สิ้น สิ้ สุด สุ ยุคกลาง”
“ สิ้นสิ้สุดสุการเกิดกิและจบของยุคกลาง . เมื่อมื่มนุษย์มีคมีวามรู้เรู้พิ่มขึ้นขึ้ . . การปฏิวัฏิวัติ นำ มาซึ่งการเปลี่ยนแปลงของโลกา.. ” 63
เมื่อมื่เริ่มต้นสมัยมัใหม่ตอนต้น ชาว ยุโรปแสวงหาความรู้แรู้ละพัฒนาตนเอง ทำ ให้การศึกศึษาขยายตัวตัอย่างกว้างขวาง มีกมีารจัดตั้งตั้มหาวิทยาลัยขึ้นขึ้หลายแห่งใน ยุโรป มีกมีารประดิษดิฐ์คิดค้นสิ่งสิ่ใหม่ๆ ที่ สำ คัญ คือ การประดิษดิฐ์แท่นท่พิมพ์ทำ ให้ ความรู้ด้รู้ด้านต่างๆ รวมทั้งทั้แนวคิดด้าน การเมือมืงการปกครอง แพร่หลายไปทั่วทั่ ยุโรป การประดิษดิฐ์เข็ม ข็ ทิศทิและอาวุธ ยุทโธปกรณ์ โดยเฉพาะปืนใหญ่ ทำ ให้ ยุโรปก้าวเข้าสู่กสู่ารแสวงหาดินดิแดนใน ทวีปแอฟริกา เอเชีย และอเมริกาเป็น อาณานิคม รวมทั้งทั้ทำ ให้เกิดกิการปฏิวัฏิวัติ วิทยาศาสตร์ การปฏิวัฏิวัติอุติตอุสาหกรรมที่มีที่มี ความก้าวหน้าสืบสืต่อมาจนถึงถึปัจจุบันบั 64
1.) การฟื้นฟูศิลศิปะวิทยาการ ทำ ให้ยุโรป กลายเป็นสังสัคมแห่งการเรียนรู้ 2.) การสำ รวจเส้นทางเดินดิเรือ โดยมุ่งหมาย ทางการค้าและการเผยแผ่คริสต์ศ ต์ าสนา 3.) การเกิดกิชนชั้นกลาง( พ่อค้า ) เข้ามา ควบคุมเศรษฐกิจกิแทนพวกขุนขุนางในระบบ ฟิวดัลดัและสนับสนุนกษัตริย์ ในด้านการ ปกครอง ทำ ให้ฐานะกษัตริย์เข้มแข็ง ข็ 4.) ความก้าวหน้าทางด้านการพิมพ์ มีกมีาร ประดิษดิฐ์แท่นท่พิมพ์ได้สำ เร็จ ร็ ทำ ให้มีกมีาร พิมพ์หนังสือสืเผยแพร่ความรู้แรู้ละวิทยาการ ใหม่ๆออกไปอย่างรวดเร็ว ร็ ปัจจัยจัที่ทำที่ทำ ให้ยุห้โ ยุ รปในช่วง ประวัติวัติศาสตร์ส ร์ มัยมัใหม่ตอนต้นต้ รุ่งเรือง 56 65
ยุโรปเข้าสู่ยสู่คการสำ รวจ “เส้นทางการเดินดิเรือ” ยุคกลาง มีกมีารค้าระหว่างยุโรป กับกัเอเชีย ผ่านทางทะเลเมดิเดิตอร์เรเนียนและตะวันออกกลาง โดยอิตอิาลีได้เปรียบประเทศ อื่นอื่สามารถควบคุมเส้นทางการค้าเกือกืบทั้งทั้หมด อิตอิาลีควบคุมการค้าทำ ให้อังอักฤษ ฝรั่งเศส โปรตุเตุกส สเปน ฮอลันดา พยายาม ทำ ลายการผูกขาดนี้ ประจวบกับกัชาวยุโรปส่วนหนึ่ง เบื่อบื่ชีวิตที่อที่ยู่ภายใต้อิทอิธิพธิลมืดมืของ สันสัตะปาปา จึงคิดอพยพไปตายเอาดาบหน้าเพื่ออิสอิระในการนับถือถืศาสนา 66 การขยายอิทธิพลของชาติตะวัน วั ออก เป็นเหตุหตุนึ่งในการออกสำ รวจแสวงหาเส้นทางการเดินดิเรือใหม่ และเส้นทางการ ค้าทางบกของชาวยุโรปตะวันออก ตกอยู่ในมือมืของพ่อค้าชาวมุสลิม ทำ ให้ชาวยุโรป ต้องการหาเส้นทางการค้าใหม่ ก็คื ก็คือ ค้าขายทางทะเลเท่าท่นั้น การติดติต่อของชาวยุโรปและ โลกตะวันออกจากการค้า ทำ ให้ชาวยุโรปมีโมีอกาสสัมสัผัสผักับกัอารยธรรมของโลกตะวันออก วิชาความรู้ต่รู้ต่างๆ ของกรีกและมุสลิม หลั่งไหลมาสู่สัสู่งสัคมตะวันตก ทำ ให้ปัญญาชน เริ่มทบทวนและตรวจสอบความรู้ขรู้องตน ตลอดจนเกิดกิการท้าทายคำ สอนศาสนาที่มีที่มี อิทอิธิพธิลต่อการศึกศึษาในสมัยมักลางถึงถึเรื่องโลกแบน ความรู้ทรู้างภูมิภูศมิาสตร์และแผนที่ขที่องเป โตเลมี(มี Ptolemy) นักดาราศาสตร์และนักคณิตณิศาสตร์ชาวกรีก ที่แที่สดงให้เห็น ห็ ดินดิแดนที่ กว้างใหญ่ ความต้องการสำ รวจ เส้นทาง โดยเฉพาะทางเรือ จึงเพิ่มขึ้นขึ้
67
การค้น ค้ พบดินแดนทางตะวัน วั ออกของชาติตะวัน วั ออก บาร์โธโลมิวมิ ไดแอส ชาวโปรตุเตุกส สามารถเดินดิเรือเลียบทวีปแอฟริกาจนเข้าแห ลมกู๊ดกู๊โฮปได้สำ เร็จ ร็ใน ค.ศ. 1488 68 เฟอร์ดินานดิด์ มาเจลแลน ชาว ด์ โปรตุเกสตุรับอาสากษัตริย์สเปน หาเส้น ทางเดินเดิรือมายังตะวันออกจนสามารถ เข้าฟิลิปปินส์ แ ส์ ต่เขาถูกชาวพื้นเมืองมืฆ่า ตาย แต่ลูกเรือสามารถนำ เรือกลับมา สเปนได้
69 วาสโก ดา กามา ใช้เส้นทางของได แอสจนถึงถึเอเชียและสามารถขึ้นขึ้ ฝั่งฝั่ที่เที่มือมืง คาลิกัตกัของอินอิเดียดีและสามารถซื้อเครื่อง เทศโดยตรงจากอินอิเดียดีนำ กลับไปขายใน ยุโรปได้กำ ไรมากมาย คริสโตเฟอร์ โคลัมบัสบัชาวอิตอิาลี รับใช้กษัตริย์สเปนในการสำ รวจเส้นทาง เดินดิเรือไปประเทศจีน เป็นผู้ค้นพบทวีป อเมริกา และเป็นผู้เชื่อว่าโลกมีสัมีณสัฐานกลม ไม่แบนตามคำ สอนของคริสต์ศ ต์ าสนาใน สมัยมักลาง
The End “ อิสระจากศาสนา ม อิ นุษย์ผู้แสวงหา และ การมาถึงของ ถึ ยุคเรืองปัญญา ”
1.1. ทำ ไมต้องเป็นอีกา? อี เนื่องด้วยการรักษากาฬโรคนั้น หมอ ผู้ซึ่งใกล้ชิดกับกัผู้ป่วย สามารถติดเติชื้อโรคได้โดย ง่าย สมัยมันั้น วิทยาการทางการแพทย์ยังไม่ทันสทัมัยเหมัมือนใน มื ปัจจุบันบั จึงมีการออกแบบมีชุด เพื่อป้องกันเกัชื้อโรค ประกอบด้วย เสื้อคสื้ลุมที่เคที่ลือบด้วยขี้ผึ้ขี้ผึ้ง สวมผึ้ทับกางเกงขายาวทัที่เที่ชื่อม กับรองเกัท้าบูท เสื้อสื้ด้านในเองก็ต้ก็ต้องใส่ทับใน ทัถุงมือมืปิดมิดมิชิด ส่วนหัวมีฮู้มีฮู้ดและหมวกใส่ทับทั จากหนังแกะ หน้ากากคล้ายนกที่มีที่แมีว่นป้องกันดวงตา พกัร้อมไม้เท้าในมือ มืส่วนที่เที่ห็นเห็ ป็นจง อยปากนกนั้น เพื่อใส่ตัวยาและสตัมุนไพรบางอย่าง เช่น ผงสกัดจากกัพิษงู อบเชย มดยอบงู หรือยางไม้หอม น้ำ ผึ้ง เผึ้ ป็นต้น โดยเชื่อว่ามันจะมัดักเอาอากาศดัที่เที่ป็นพิษ (ที่เที่ชื่อว่าเป็นต้นตอ ของโรค) และป้องกันสารกัคัดหลั่งจากผู้ป่วยก่อนที่หมอจะที่สูดลมหายใจเสูข้าไป ? รู้ห รู้ รือไม่ ? 1.) จริงๆแล้ว เครื่องแบบของ Plague Doctor ไม่ได้ดูดี อย่างที่ไที่ด้อ่านในนวนิยายหรือ ได้เห็น ห็ เสื้อสื้ผ้าที่อที่อกแบบ มาในสมัยมัปัจจุบันบัแต่จริงๆแล้ว เป็นแบบนี้ 2.) ในสงคราม 100 ปี กลยุทธ์ที่ ธ์ ที่พที่ระเจ้าเอ็ด อ็ เวิร์ดที่ 3 แห่งอังอักฤษ ได้ใช้เพื่อต่อสู้ กับกักองทัพทัของฝรั่งเศส เรียก "Chevauchées" หรือยุทธวิธีปธีล้นสะดมเผาทำ ลาย ยุทธวิธีดัธีงกดัล่าวไม่ใช่การใช้กำ ลังทหารในการบุกเข้ายึดครองดินแดนของฝ ดิรั่งเศสโดยตรง แต่จะเป็นการใช้กำ ลังทหารม้า ในการบุกปล้นสะดมตามหัวเมืองมืต่าง ๆ และทำ การเผา ทำ ลายไร่นา รวมไปถึงเสถึบียงของฝ บีรั่งเศสซึ่งมีผลกระทบอมีย่างมากต่อความเป็นอยู่ของทหาร รวมถึงถึยังทำ ให้เสียขสีวัญกำ ลังใจอีกอีด้วย 71
ขอขอบคุณ ม.ศุภชัย แซ่ตัน ครูที่ปรึกษาและให้คำ แนะนำ ผู้จัดทำ หวังว่าหนังสือเสืล่มนี้จะช่วยให้ผู้อ่านได้เพิ่มเติมความติรู้ของตนเองรู้ที่มีที่อมียู่ และเกิดแรงกิบันดาลใจห บัรือแนวความคิดใหม่ๆ เพื่อนำ ไปใช้ประโยชน์ต่อไป คณะผู้จัดทำ
คณะผู้จัผู้ ดจั ทำ 1. อิสอิ ริยา 2. ณภัทภั รา 3. ฐิตารีย์4. ชนัญชิดา5. จิดาภา6. อรกัญกัญา เลขที่ 1เลขที่ 11เลขที่ 14เลขที่ 15เลขที่ 16เลขที่ 17 ปัญญาเมธีกุธีกุลเจริญชัยกรคล้ายมากกุลธอุทัอุยทัโชตธนวัตน์สดใส6/1