The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by NumNam Ouanlum, 2024-03-30 11:01:02

การพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพสำหรับผู้บริหารทางการศึกษา

0 ปก_merged

รวบรวมผลงาน (E-BOOK) การพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพสำ หรับผู้บริหารทางการศึกษา วิชาการพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพ ชี สำ หรับผู้บริหารทางการศึกษา เสนอ รองศาสตราจารย์ ดร. สุชาดา นันทะไชย ป.โท ปี 1 ห้อง 2 เลขที่ 9


1 วิชาการพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพสำหรับผู้บริหารทางการศึกษา รุ่น31 ปีการศึกษา2566 รศ.ดร.สุชาดา นันทะไชย (ผู้สอน) ชื่อ นางสาว ปทิตตา นามสกุล อ้วนล่ำ ชื่อเล่น น้ำ วัน/เดือน/ปี 12 ตุลาคม 2537 อายุ29 ปี สถานภาพ โสด ตำแหน่ง/สถานที่ทำงานของภรรยา/สามี - มีบุตร/ธิดา - คน อายุ - ปี ที่อยู่อาศัย เดอะริคโค้ทาวน์ วงแหวน-หทัยราษฎร์ ถนนไทยรามัญ แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ - มือถือ 086-3040605 email [email protected] ที่ทำงาน โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๗๕ เฉลิมพระเกียรติ เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ตำแหน่ง ครู โทรศัพท์02-9940936 ประวัติการศึกษา ปีพ.ศ.2556 – 2560 คบ.ดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประสบการณ์ในหน้าที่การงาน ปีพ.ศ.2561 ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๗๕ เฉลิมพระเกียรติ ปีพ.ศ.2563 ตำแหน่ง ครูโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๗๕ เฉลิมพระเกียรติ ปีพ.ศ.2563-2564 ปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่การเงินโรงเรียน ปีพ.ศ.2565 ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้างานการเงินโรงเรียน ปีพ.ศ.2566 ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มงานบริหารแผนงานและงบประมาณ ปีพ.ศ.2566 ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ


2 สิ่งที่ยึดมั่นเป็นปรัชญาในการดำเนินชีวิต อยู่กับปัจจุบัน และทำทุกวันให้ดีที่สุด ความเชื่อเกี่ยวกับบาปบุญคุณโทษ บาปบุญคุณโทษ ไม่ใช่เรื่องงมงาย มีความเชื่อในเรื่องของผลของการกระทำ ทำดีได้ดี ทำไม่ดีก็ย่อมได้รับผลไม่ดี ความดีที่เป็นความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต การให้โอกาสและการแบ่งปันผู้อื่น การให้การศึกษาด้านดนตรีไทยกับเด็ก ๆ ในชุมชน และในโรงเรียน ทำให้หลายคนได้มีความภาคภูมิใจในตัวเองมากขึ้น ประสบการณ์ที่ได้กระทำเรื่องที่ไม่สบายใจที่สุดในชีวิต การที่ได้แยกจากครอบครัวมาอยู่อาศัยอีกสถานที่หนึ่ง ทำให้ไม่ค่อยได้พบท่าน ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติธรรม วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี ศูนย์ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏ์กรุงเทพมหานคร ประสบการณ์/สิ่งที่อยากได้จากการเรียนวิชานี้ จริยธรรมสำหรับการเป็นผู้บริหารการศึกษา รวมถึงการมีจิตใจและอารมณ์ที่มั่นคง สามารถรับมือกับการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี อื่นๆที่อยากบอกผู้สอน อยากเรียนรู้จากอาจารย์ทั้งด้านความรู้ที่เปิดกว้าง ทักษะการคิดแบบผู้บริหาร รวมถึง ด้านคุณธรรมจริยธรรมในการเป็นผู้บริหารการศึกษาที่ดี ดิฉันมีความพร้อมที่จะน้อมรับทุก คำแนะนำ


เสถีถี ถี ย ถี ยรธรรมสถาน 23 ถนน วัชวัรพล แขวงท่าท่แร้ง ร้ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10230


ภายในเสถียถีรธรรมสถาน มีคมีวามร่มร่รื่น รื่ ร่มร่เงาไปด้วด้ยต้นต้ ไม้ใม้หญ่ มีสิ่มีงสิ่ก่อก่สร้าร้ง ได้แด้ก่ ธรรมศาลา เป็นป็ ศาลาทรงกลม เปิดปิ โล่งล่เพื่อ พื่ รองรับรักิจกิกรรมทางธรรม ห้อห้งเกลือลืหรือรืถ้ำ เกลือลืหิมหิาลายัณยัเป็นป็ สถานที่สำ ที่ สำหรับรั ปฏิบัฏิติบัธติรรม พร้อร้ม ภาวนาสำ หรับรัผู้ที่ผู้ เ ที่ ข้าข้มาปฏิบัฏิติบัธติรรม แม่ชีม่ศัชีนศัสนีย์นี ไย์ด้แด้นวคิดคิการสร้าร้งห้อห้ง เกลือลืเมื่อ มื่ ครั้งรั้ ไปบรรยายธรรมที่ ประเทศปากีสกีถาน แล้วล้ ได้มีด้ โมีอกาสไปที่ภู ที่ เภูขา เกลือลืและได้เด้ห็นห็ว่าว่มีกมีารสร้าร้งมัสมัยิดยิอยู่ภยู่ ายในภูเภูขาเกลือลืจึงจึเกิดกิแนวคิดคิ ใน การนำ เกลือลืหิมหิาลายันยัมาสร้าร้งเป็นป็ห้อห้งปฏิบัฏิติบัธติรรมเพราะเห็นห็ว่าว่เป็นป็การใช้ ธรรมชาติบำติบำบัดบั ในอีกอีรูปรูแบบหนึ่ง นึ่ ข้อ ข้ มูล มู ทางกายภาพ เสถียถีรธรรมสถาน (Sathira Dhammasathan) ชุมชุชนแห่งห่การเรียรีนรู้ โอเอซิสซิธรรมกลางกรุงรุเป็นป็ สถานที่ ปฏิบัฏิติบัธติรรมที่ร่ ที่ มร่รื่น รื่ สงบเงียงีบ สงบเย็นย็ตั้งตั้อยู่ใยู่ จกลางของ กรุงรุเทพฯ สาธุชธุนทุกทุท่าท่นสามารถเข้าข้ไปปฏิบัฏิติบัธติรรมได้ ถือถื ได้ ว่าว่เป็นป็ธรรมสถานแห่งห่การฝึกฝึ ฝนเรียรีนรู้ที่รู้ เ ที่ หมาะอย่าย่งยิ่งยิ่ สำ หรับรัแม่ชีม่ ชีและผู้ปผู้ ฏิบัฏิติบัธติรรมที่เ ที่ ป็นป็ผู้หผู้ ญิงญิ ผู้ก่ผู้ อก่ตั้งตั้และผู้อำผู้ อำนวยการ คือคืแม่ชีม่ศัชีนศัสนีย์นี ย์เสถียถีรสุตสุ ธรรมศาลา ห้อห้งเกลือลื หรือรืถ้ำ เกลือลืหิมหิาลายัณยั ลานโพธิิ์


การบวชพุทธสาวิกวิาศิลศิ10 จัดจัขึ้น ขึ้ ประจำ ทุกทุเดือดืน การปฎิบัฎิติบัธติรรม นั่งนั่สมาธิ กิกิ กิ จ กิ จกรรมส่ส่ง ส่ ง ส่ เสริริม ริ ม ริ จริริย ริ ย ริ ธรรม


ความคิคิ คิ ด คิ ดเห็ห็น ห็ น ห็ ของสมาชิชิก ชิ ก ชิในกลุ่ลุ่ ลุ่ ม ลุ่ ลุ่ ม ลุ่ นางสาวพรศิริศิริสอนลิลลิา เลขที่ 13 รหัสหั 6614651510 นางสาวปาณิศณิา ถนอมทรัพรัย์ เลขที่ 11 รหัสหั 6614651463 นางสาวปทิตทิตา อ้วอ้นล่ำ เลขที่ 9 รหัสหั 6614651421 นางสาวชนนิกนิานต์ เชื้อ ชื้ ปั้นปั้เลขที่ 5 รหัสหั 6614651293 นางจิตจิชนา เชาวน์สัน์งสัเกต เลขที่ 4 รหัสหั 6614651269 ความสงบ = ความสุขสุ การเข้าข้มาในเสถียถีรสถานครั้งรั้นี้ ทำ ให้ทำห้ทำให้จิห้ตจิใจสงบและค่อค่ย ๆ ผ่อผ่นคลาย หลีกลีหนีจนีาก ความวุ่นวุ่ วาย และได้อด้ยู่กัยู่ บกัตนเองทำ ความเข้าข้ใจตัวตัเอง ซึ่ง ซึ่ ถือถืว่าว่เป็นป็จุดจุเริ่มริ่ต้นต้ ในการเยี่ย ยี่ วยาสุขสุภาพจิตจิแลัวลัสุขสุภาพใจได้เด้ป็นป็อย่าย่งดี การนำ ตัวตัเองเข้าข้ไปอยู่ใยู่ นสถานที่แ ที่ ห่งห่ธรรม จะได้พด้บกับกัผู้คผู้ นที่มี ที่ จิมีตจิใจ สะอาด สว่าว่ง สงบ อยู่รยู่ อบตัวตัทำ ให้จิห้ตจิใจของเราสงบร่มร่เย็นย็ ไปด้วด้ย เมื่อ มื่ จิตจิใจฟุ้งฟุ้ซ่าซ่น ธรรมสถานจะเป็นป็พื้น พื้ ที่สำ ที่ สำหรับรัเยียยีวยาจิตจิใจ ธรรมะคือคืความจริงริที่มี ที่ อมียู่ตยู่ ามธรรมชาติ บรรยากาศที่ร่ ที่ มร่รื่น รื่ สงบ เย็นย็ของ สถานปฏิบัฏิติบัเติสถียถีรธรรมสถาน เป็นป็ที่ใที่ ห้เห้ราได้เด้รียรีนรู้อรู้ ยู่กัยู่ บกั ปัจปัจุบัจุนบัขณะ และ เห็นห็ความเปลี่ย ลี่ นแปลงตามธรรมชาติ ทั้งทั้ยังยันำ หลักลัธรรมไปประยุกยุต์ใต์ช้ใช้นชีวิชีตวิ ประจำ วันวัเหมาะกับกัทุกทุเพศทุกทุวัยวัอีกอีด้วด้ย “ธรรมะ คือคืความธรรมดาไม่ต้ม่อต้งปรุงรุแต่งต่ ” การมาปฎิบัฎิติบัธติรรมในครั้งรั้นี้ถื นี้ อถืว่าว่เป็นป็เป็นป็บุญบุการทำ จิตจิใจให้สห้งบและเข้าข้ถึงถึความ ธรรมดาในชีวิชีตวิที่เ ที่ ป็นป็ความสุขสุเรียรีบง่าง่ยที่ห ที่ าได้ใด้นชีวิชีตวิ ประจำ วันวั “ธรรมะ ทำ ให้มีห้ สมีติ”ติ การเข้าข้ถึงถึธรรมะจะทำ ให้เห้รามีสมีติรู้ติคิรู้ ดคิว่าว่เรากำ ลังลัทำ อะไรอยู่แยู่ ละทำ ให้ การดำ เนินนิชีวิชีตวิในปัจปัจุบัจุนบัเป็นป็ ไปอย่าย่งราบรื่น รื่


นางสาวมานิตนิา ลาโภดม เลขที่ 14 รหัสหั 6614651544 นางสาวศศิชศิา ไชยศรี เลขที่ 19 รหัสหั 6614651676 เสถียถีรธรรมสถานรู้สึรู้ กสึถึงถึความร่มร่รื่นรื่สงบและผ่อผ่นคลาย บรรยากาศภายในเสถียถีรธรรมสถานนั้นนั้เต็มต็ ไปด้วด้ยต้นต้ ไม้ และดอกไม้นม้านาพันพัธุ์ อากาศบริสุริทสุธิ์ เงียงีบสงบ และเป็นป็ธรรมชาติ สิ่งสิ่นี้ช่นี้วช่ยให้รู้ห้สึรู้ กสึผ่อผ่นคลายจากความเครียรีดและ ความวุ่นวุ่ วายของชีวิชีตวิ ประจำ วันวันอกจากนี้ เสถียถีรธรรมสถานยังยัเป็นป็ สถานที่ที่ที่เที่ ปิดปิ โอกาสให้ผู้ห้ ผู้ มาเยือยืนได้เด้รียรีนรู้เรู้กี่ยกี่วกับกัธรรมะและปฏิบัฏิติบัธติรรม รวมถึงถึการแก้ไก้ขปัญปัหาต่าต่งๆ ในชีวิชีตวิอีกอีด้วด้ย นายนิธินิทัธิศทัน์ อักอัษร เลขที่ 23 รหัสหั 6614651391 นายรัชรัพล บุญบุสร้าร้ง เลขที่ 27 รหัสหั 6614651579 นายสิวสิริศริร ตรีชิรีตชิเลขที่ 28 รหัสหั 6614651706 “ธรรมะ ทำ ให้เห้กิดกิความสุขสุ” เสถียถีรธรรมสถาน เป็นป็ สถานที่ธ ที่ รรมดามี่ทำ มี่ ทำให้คห้นได้รด้ะลึกลึถึงถึกับกัความเป็นป็ ปัจปัจุบัจุนบั การอยู่กัยู่ บกัตัวตัเอง รู้ถึรู้ งถึการเป็นป็อยู่ทุยู่ กทุขณะจิตจิมุ่งมุ่ เน้นน้ ปรับรั ปรุงรุจิตจิของตนให้พ้ห้นพ้จาก ความทุกทุข์ หรือรืความขัดขัแย้งย้ในใจ รู้สึรู้ กสึโชคดีมดีาก ๆ ที่วั ที่ นวันี้ไนี้ ด้มีด้ โมีอกาสมาเสถียถีรธรรมสถานแห่งห่นี้ ได้เด้จอแม่ชีม่ ชีและหลวงพ่อ เมตตาให้คห้ติธติรรมกับกัพวกเรา ได้แด้ง่คิง่ดคิที่ส ที่ ามารถนำ ไปปรับรั ใช้เช้พื่อ พื่ ให้จิห้ตจิใจสงบเป็นป็แสงธรรม ส่อส่งชีวิชีตวิบรรยากาศร่มร่รื่น รื่ และร่มร่เย็นย็ทั้งทั้ทางกายภาพและจิตจิใจ ถ้าถ้มีโมีอกาสจะมาลองเข้าข้ครอสปฏิบัฏิติบัธติรรมที่นี่ ที่ ค่ นี่ ะค่ “สติ สงบ สบาย” “ แค่หค่าธรรมะในใจให้เห้จอ ใจเราก็จก็ะเป็นป็ สุขสุ” ความสงบที่แ ที่ ท้จท้ริงริเกิดกิขึ้น ขึ้ จากตัวตัเราเอง ไม่ใม่ช่สช่ถานที่ หรือรืผู้คผู้ น เราทุกทุคนล้วล้นปกติอติยู่แยู่ ล้วล้ จงอย่าย่แต่งต่เติมติให้ไห้ม่ปม่กติด้ติวด้ยกิเกิลส ตัณตัหา ต่าต่ง ๆ และเมื่อ มื่ จิตจิเราสงบ ความสุขสุก็จก็ะเกิดกิขึ้น ขึ้ เอง ความคิคิ คิ ด คิ ดเห็ห็น ห็ น ห็ ของสมาชิชิก ชิ ก ชิในกลุ่ลุ่ ลุ่ ม ลุ่ ลุ่ ม ลุ่ “ ธรรมมะ ชนะอธรรม ” การคิดคิดีทำดีทำดี ช่วช่ยเหลือลืผู้อื่ผู้ น อื่ ทำ จิตจิใจให้สห้งบ


1 2 3 4 5 6 ลงมือปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมาย การเปลี่ยนแปลง กลไกผลักดัน สร้างการรับรู้และการยอมรับ ด้านจริยธรรมในโรงเรียน สร้างครูแกนนำ ด้านจริยธรรม กำ หนดวิธีการ เพื่อบรรลุเป้าหมาย ติดตาม ให้คำ ปรึกษา กระบวนตรวจสอบ กำ หนดเป้าหมาย การเปลี่ยนแปลง กลไกบุคคล ระบบกลไกการส่งเสริม การบริหาร กํากับดูแล ให้คำ ปรึกษา และตรวจสอบด้านจริยธรรม ในองค์กร กลไกผลักดัน กลไกการตรวจสอบ กลไกผลักดัน กลไกผลักดัน รายชื่อสมาชิก 1.นางจิตชนา เชาวน์สังเกต เลขที่ 4 2.นางสาวชนนิกานต์ เชื้อปั้น เลขที่ 5 3.นางสาวปทิตตา อ้วนล่ำ เลขที่ 9 รหัส 6614651269 รหัส 6614651293 รหัส 6614651421 4.นางสาวปาณิศา ถนอมทรัพย์ เลขที่ 11 5.นางสาวพรศิริ สอนลิลา เลขที่ 13 6.นางสาวมานิตา ลาโภดม เลขที่ 14 รหัส 6614651463 รหัส 6614651510 รหัส 6614651544 7.นางสาวศศิชา ไชยศรี เลขที่ 19 8.นายนิธิทัศน์ อักษร เลขที่ 23 9.นายรัชพล บุญสร้าง เลขที่ 27 รหัส 6614651676 รหัส 6614651391 รหัส6614651579 10.นายสิวริศร ตรีชิต เลขที่ 28ท รหัส 6614651706


รายชื่อสมาชิก 1.นางจิตชนา เชาวน์สังเกต เลขที่ 4 2.นางสาวชนนิกานต์ เชื้อปั้น เลขที่ 5 3.นางสาวปทิตตา อ้วนล่ำ เลขที่ 9 รหัส 6614651269 รหัส 6614651293 รหัส 6614651421 4.นางสาวปาณิศา ถนอมทรัพย์ เลขที่ 11 5.นางสาวพรศิริ สอนลิลา เลขที่ 13 6.นางสาวมานิตา ลาโภดม เลขที่ 14 รหัส 6614651463 รหัส 6614651510 รหัส 6614651544 7.นางสาวศศิชา ไชยศรี เลขที่ 19 8.นายนิธิทัศน์ อักษร เลขที่ 23 9.นายรัชพล บุญสร้าง เลขที่ 27 รหัส 6614651676 รหัส 6614651391 รหัส6614651579 10.นายสิวริศร ตรีชิต เลขที่ 28ท รหัส 6614651706 สรุปผลการดำ เนินโครงการร่วมกับคณะ ครูและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ดำ เนินการ วิเคราะห์ SWOT ร่วมกันคิดแก้ปัญหา และวิธีการที่จะนำ ไปสู่การดำ เนินงานที่มี ประสิทธิภาพ การนิเทศ กำ กับและ ติดตามอย่างสม่ำ เสมอ สร้างกลไกการกำ กับดูแล ด้านจริยธรรม พัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ต่อต้านการให้สินบนและคอร์รัปชั่น เสริมสร้างอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ในการทำ งาน ให้ความสำ คัญกับสิ่งแวดล้อม สื่อสารจริยธรรมภายในและ ภายนอกองค์กร ปลูกฝังและย้ำ เตือนจริยธรรมแก่บุคคล ในองค์กร ผู้บริหารให้ความสำ คัญ มีคณะทำ งานติดตาม ดูแล ปลูกฝังจิตสำ นึกแก่คณะทำ งาน อบรม ถ่ายทอดความรู้ด้านจริยธรรม สร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจ แก่บุคคลในองค์กร ร่วมมือกับชุมชนในการพัฒนา คุณภาพการศึกษาและส่งเสริม คุณธรรมจริยธรรม นิเทศติดตามและประเมินผล


ความรู้ไรู้ม่ใม่ช่ปัช่จปัจัยจัเดียดีวที่ทำ ที่ ทำให้มห้นุษนุย์ปย์ระสบความสำ เร็จร็หากแต่ต้ต่อต้งประกอบไปด้วด้ยคุณคุธรรมและ จริยริธรรมในการดำ เนินนิชีวิชีตวิด้วด้ย หลักลัคำ สอนทางพระพุทธศาสนา สามารถนำ มาประยุกยุต์ใต์ช้เช้พื่อ พื่ ช่วช่ยพัฒพันาตัวตับุคบุคลในด้าด้นต่าต่ง ๆ และ เสริมริสร้าร้งให้เห้ราเป็นป็คนเก่งก่และดีไดีด้ การศึกศึษาหลักลัธรรมคำ สอนทางพระพุทธศาสนา ย่อย่มทำ ให้บุห้คบุคลสามารถปฏิบัฏิติบัตตินได้อด้ย่าย่งเหมาะสม ตามบทบาทและหน้าน้ที่ ซึ่ง ซึ่ จะนำ ไปสู่กสู่ารอยู่ร่ยู่ วร่มกับกัผู้อื่ผู้ น อื่ ในสังสัคมได้อด้ย่าย่งราบรื่น รื่ บุคบุคลที่ปที่ ระพฤติปติฏิบัฏิติบัดีติดีมีคมีวามคิดคิและการกระทำ ที่บ ที่ ริสุริทสุธิ์ ย่อย่มทำ ให้สห้ามารถกระทำ สิ่งสิ่ต่าต่ง ๆ ให้ เจริญริงอกงาม และประสบความสำ เร็จร็ตามที่ต ที่ นตั้งตั้เป้าป้หมาย อีกอีทั้งทั้สามารถพัฒพันาชีวิชีตวิของตนเอง และสังสัคมให้เห้จริญริยิ่งยิ่ขึ้น ขึ้ ไปได้ ศาสนามีคมีวามสำ คัญคัต่อต่การดำ รงชีวิชีตวิของมนุษนุย์ การปฏิบัฏิติบัตติามหลักลัคำ สอนของแต่ลต่ะศาสนาล้วล้น มีคมีวามแตกต่าต่งกันกัทั้งทั้นี้จุ นี้ ดจุมุ่งมุ่ หมายของทุกทุศาสนาย่อย่มต้อต้งการให้ศห้าสนิกนิชนปฏิบัฏิติบัตตินเป็นป็คนดี ละเว้นว้ความชั่วชั่ยอมรับรั ในความแตกต่าต่งซึ่ง ซึ่ กันกัและกันกัเพื่อ พื่ ความสงบในการอยู่ร่ยู่ วร่มกันกั ความสำ คัญจำ เป็นของจริยธรรม ที่มีต่อการดำ เนินชีวิต สมาชิกชิกลุ่มลุ่ สมานัตนัตตา นิสินิตสิ ปริญริญาโท ชั้นชั้ ปีที่ปี ที่1 ห้อห้ง 2 สรุปความคิดรวบยอด 1.นางสาวกุลกุจิรจิา การนา รหัสหั 6614651234 เลขที่ 1 2.นางสาวจุฑจุามาส นิมินิตมิร รหัสหั 6614651285 เลขที่ 3 3.นางสาวบุญบุฑริกริา สามคูเคูมือมืง รหัสหั 6614651412 เลขที่ 8 4.นางสาวปทิตทิตา อ้วอ้นล่ำ รหัสหั 6614651421 เลขที่ 9 5.นางสาวปาณิศณิา ถนอมทรัพรัย์ รหัสหั 6614651463 เลขที่ 11 6.นางสาววิภวิาภรณ์ พนมพงษ์ รหัสหั 6614651650 เลขที่ 18 (ประธาน) ความคิดเห็นต่อ พระราชหัตถเลขาล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 การจัดจัการศึกศึษานั้นนั้หากไม่มีม่กมีารสอดแทรกหลักลัธรรมทางพระพุทธศาสนา ย่อย่มทำ ให้คห้นขาด คุณคุธรรมจริยริธรรมในการดำ เนินนิชีวิชีตวิและหันหั ไปทำ ในสิ่งสิ่ที่ทุ ที่ จทุริตริได้ง่ด้าง่ย เนื่อ นื่ งจากขาดความยับยัยั้งยั้ชั่งชั่ ใจ เห็นห็แก่ปก่ระโยชน์ส่น์วส่นตนมากกว่าว่ ประโยชน์ส่น์วส่นรวม มองเห็นห็คุณคุค่าค่ของเงินงิมากกว่าว่ความผิดผิชอบชั่วชั่ดี การที่เ ที่ ราจัดจัการศึกศึษาที่เ ที่ น้นน้แต่ทต่างด้าด้นวิชวิาการ ย่อย่มส่งส่เสริมริให้คห้นกระทำ การทุจทุริตริได้ง่ด้าง่ยขึ้น ขึ้ เท่าท่นั้นนั้ เพราะมีคมีวามรู้มรู้ าก ดังดันั้นนั้การจัดจัการศึกศึษาจึงจึควรที่จ ที่ ะส่งส่เสริมริความรู้ทรู้ างวิชาวิการควบคู่ไคู่ ปกับกัการปลูกลูฝังฝัคุณคุธรรม จริยริธรรม เพื่อ พื่ ให้เห้ด็กด็ ไม่เม่ ป็นป็เพียพีงคนเก่งก่เท่าท่นั้นนั้แต่ยัต่งยัเป็นป็คนดีอีดีกอีด้วด้ย ซึ่ง ซึ่ จะส่งส่ผลให้รู้ห้จัรู้ กจั ใช้คช้วามรู้ไรู้ปใน ทางที่เ ที่ กิดกิ ประโยชน์ทั้น์งทั้ต่อต่ตนเอง สังสัคม และประเทศชาติ ประกอบกับกัมีคุมีณคุธรรมในการใช้ชีช้วิชีตวิอยู่ร่ยู่ วร่มกันกั ใน สังสัคมได้อด้ย่าย่งสันสัติสุติขสุ


ความสำ คัญจำ เป็นของจริยธรรม ที่มีต่อการดำ เนินชีวิต ตัวอย่างพฤติกรรม พฤติกรรมของคนในสังคมที่มีจริยธรรม ตัวอย่างพฤติกรรม พฤติกรรมของคนในสังคมที่ขาดจริยธรรม ความซื่อ ซื่ สัตสัย์สุย์จสุริตริ การทุจทุริตริ ความอกตัญตัญู ความกตัญตัญูกญูตเวที


หลักการตัดสินสิ ใจและใช้เช้หตุผตุลตามทฤษฎีของโคลเบิร์บิกร์ ทฤษฎีพัฒนาการการใช้ เหตุผลเชิงจริยธรรม ของโคลเบิร์ก ระดับตามกฎเกณฑ์ (CONVENTION) ระดับที่บุคคลจะกระทําตามกฎเกณฑ์ของกลุ่มลุ่ย่อย่ย ขั้นขั้ที่ 3 หลักการทําตามที่ผู้อื่ผู้ อื่น เห็นชอบ (การทําให้ผู้ห้อื่ผู้ อื่นพอใจและยอมรับรัเห็นห็ แก่พวกพ้อพ้งมากกว่าว่จะกระทําเพื่อพื่ ส่วส่นรวม) ขั้นขั้ที่ 4 การทำ ตามหน้าน้ที่กฎ ของสังสัคม (เห็นห็ความสําสํคัญของกฎเกณฑ์ ระเบียบีบต่างๆโดยไม่สม่นใจประโยชน์ ส่วส่นรวม) 1.นางสาวกุลกุจิรจิา การนา รหัสหั 6614651234 เลขที่ 1 2.นางสาวจุฑจุามาส นิมินิตมิร รหัสหั 6614651285 เลขที่ 3 3.นางสาวบุญบุฑริกริา สามคูเคูมือมืง รหัสหั 6614651412 เลขที่ 8 4.นางสาวปทิตทิตา อ้วอ้นล่ำ รหัสหั 6614651421 เลขที่ 9 5.นางสาวปาณิศณิา ถนอมทรัพรัย์ รหัสหั 6614651463 เลขที่ 11 6.นางสาววิภวิาภรณ์ พนมพงษ์ รหัสหั 6614651650 เลขที่ 18 สมาชิกชิกลุ่มลุ่ สมานัตนัตตา นิสินิตสิ ปริญริญาโท ชั้นชั้ ปีที่ปี ที่1 ห้อห้ง 2 บัณบัฑิตฑิศึกศึษาปีที่ปี ที่1 (ห้อห้ง 2) ภาคพิเพิศษ สาขาวิชวิาการบริหริารการศึกศึษา คณะศึกศึษาศาสตร์ มหาวิทวิยาลัยลัเกษตรศาสตร์ ขั้นขั้ที่ 1 หลักการเชื่อชื่ฟังฟัคำ สั่งสั่และ หลบหลีกการถูกถูลงโทษทางกาย (ตัดสินสิการกระทําว่าว่ถูกถู -ไม่ถูม่กถูจากผล ที่จะเกิดแก่ตน) ขั้นขั้ที่ 2 หลักการแสวงหารางวัลวั (ถือว่าว่การกระทําที่ถูกถูคือ การตอบ สนองความต้องการของตนและทําให้ คนเกิดความพอใจ) ระดับก่อนกฎเกณฑ์ (RECONVENTION) ระดับที่บุคคลยึดยึตัวเองเป็นป็ศูนย์กย์ลาง ระดับเหนือนืกฎเกณฑ์ (POST CONVENTION) ตัดสินสิ ใจตามความคิดและเหตุผตุลของตนเอง ขั้นขั้ที่ 5 การทำ เพื่อพื่ส่วส่นรวม การทำ ตามคำ มั่นมั่สัญสัญา (นำ กฎเกณฑ์ของสังสัคมมาร่วร่มในการ พิจพิารณาความด้วด้ยความเป็นป็กลาง) ขั้นขั้ที่ 6 การยึดยึมั่นมั่ ในอุดมคติ สากล (มีหมีลักธรรมประจำ ใจของตนเอง ยึดยึ ประโยชน์ส่น์วส่นรวมเป็นหลัก)


ราก จิตลักษณะ 3 ประการ สุขภาพจิต ลําต้น : จิตลักษณะ 5 ประการ ดอกและผล ความวิตกกังวล ตื่นเต้น ไม่สบายใจของ บุคคลอย่างเหมาะสมกับเหตุการณ์ ความเฉลียวฉลาด หรือสติปัญญา การรู้การคิดในขั้นรูปธรรมหลายด้าน และการคิดในขั้นนามธรรม ประสบการณ์ทางสังคม 1. พฤติกรรมของคนดี 4) ความเชื่ออํานาจในตน 2) เหตุผลเชิงจริยธรรม 3) ลักษณะมุ่งอนาคตควบคุมตน 5) แรงจูงใจใฝ่สัฝ่ สัมฤทธิ์ 1) ทัศนคติ ค่านิยม และคุณธรรม 2. พฤติกรรมของคนดีและเก่ง 1) ไม่เบียดเบียนตนเอง 2) ไม่เบียดเบียนผู้อื่น 1) พฤติกรรมรับผิดชอบ 2) พฤติกรรมพัฒนา การรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราความเอื้ออาทร เห็นอกเห็นใจ และสามารถคาดการณ์ หรือทํานายความรู้สึกของบุคคลอื่น ทัศนคติ : การเห็นประโยชน์ – โทษ คุณธรรม : สิ่งทีเห็นว่าดีงาม หลักศาสนา ค่านิยม : สิ่งที่คนส่วนใหญ่เห็นว่าสําคัญ เจตนาของการกระทําที่ทําเพื่อส่วนรวม มากกว่าส่วนตัวหรือพวกพ้อง ความสามารถในการคาดการณ์ว่า สิ่งที่กระทําลงไปจะส่งผลอย่างไร ความเชื่อว่าผลที่ตนได้รับ เกิดจากการกระทําของตน ความพยายามฝ่าฟันฟัอุปสรรค ในการทําสิ่งต่างๆโดยไม่ย่อท้อ


วัตถุประสงค์การวิจัย คุคุณ คุคุ ธรรมของผู้ผู้บผู้ผู้ ริริหริริาร คุณธรรมผู้บริหารสถานศึกษากับการบริหารงานบุคคลตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา และพนักงานครูในโรงเรียน สังกัดเทศบาลจังหวัดสระบุรี The Moral of School Administrator with Human Resources Management to the Opinions of School Administrators and Teachers under School Municipality Saraburi Provincial ความสำ คัญของปัญหา วิธีดำ เนินการวิจัย 1. เพื่อศึกษาคุณธรรมผู้บริหารสถานศึกษาตาม ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและพนักงานครู ในโรงเรียนสังกัดเทศบาลจังหวัดสระบุรี 2. เพื่อศึกษาการบริหารงานบุคคลตามความคิดเห็น ของผู้บริหารสถานศึกษาและพนักงานครูใน โรงเรียนสังกัดเทศบาลจังหวัดสระบุรี 3. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคุณธรรมของ ผู้บริหารสถานศึกษากับการบริหารงานบุคคลตาม ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและพนักงานครู ในโรงเรียนสังกัดเทศบาลจังหวัดสระบุรี กรอบแนวคิดการวิจัย สถานศึกษามีบทบาทและหน้าที่ที่สำ คัญในการพัฒนาและส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม ผู้บริหารจึงต้องมี คุณธรรมและนำ มาเป็นหลักในการประพฤติปฏิบัติในการทำ งานเพื่อเป็นหลักในการยึดเหนี่ยวจิตใจในการทำ งาน ในขณะ เดียวกัน การบริหารงานบุคคล นั้นก็นับเป็นกระบวนการที่มีความสำ คัญในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถาน ศึกษา และยังถือได้ว่าเป็นปัจจัยที่สำ คัญที่สุด เพราะเป็นส่วนสำ คัญที่ทำ ให้การดำ เนินงานภายในสถานศึกษาประสบความ สำ เร็จ หรือ ความล้มเหลวได้ หากสถานศึกษามีบุคลากรที่ดีมีคุณภาพ ก็จะทำ ให้สามารถพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล รวมถึงมีความเจริญก้าวหน้าต่อไป ประชากร : กลุ่มตัวอย่าง : วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง : เครื่องมือ : การหาคุณภาพเครื่องมือ : สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ : ผู้บริหารสถานศึกษาและพนักงานครูในโรงเรียนสังกัดเทศบาลจังหวัดสระบุรี เป็น ผู้บริหารสถานศึกษา จำ นวน 184 คน พนักงานครู จำ นวน 632 คน รวมทั้งสิ้น 816 คน ใช้ตารางสำ เร็จรูปของเครจซีและมอร์แกน ทำ การสุ่มตัวอย่างโดยอาศัยสัดส่วนและใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ ตามขนาดสถานศึกษา โดยในแต่ละขนาดสถานศึกษาทำ การสุ่มอย่างง่าย จำ นวน 265 คน ซึ่งแบ่งสัดส่วนผู้บริหาร ร้อยละ 30 ของกลุ่มตัวอย่าง จำ นวน 80 คน พนักงานครู ร้อย ละ 70 ของกลุ่ม ตัวอย่าง จำ นวน 185 คน แบบสอบถามประเภทปลายปิดปิ (closed form) ที่เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (rating scale) มี 5 ระดับ วิเคราะห์ค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาเท่ากับ 0.80 – 1.00 หลังจากนั้นนำ ไปทดลองใช้ (try out) เพื่อหา ค่าความเชื่อมั่นโดยหาค่าสัมประสิทธิ์ อัลฟาของครอนบาค ได้ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.902 ค่าความถี่, ค่าร้อยละ, ค่าเฉลี่ย, ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน, สัมประสิทธิ์สธิ์หสัมพันธ์อย่างง่าย สรุปผลการวิจัย ตามวัตถุประสงค์ 1) คุณธรรมผู้บริหารสถานศึกษา อยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยเรียงลำ ดับจากมากไปหา น้อย คือ ด้านการอดทน อดกลั้น ด้านความเสียสละ ด้านความสัตย์ และด้านการข่มใจตนเอง 2) การบริหารงานบุคคล อยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า แรงจูงใจอยู่ในระดับมากทุกด้าน เรียงลำ ดับจากมากไปหาน้อย คือ ด้านการวางแผนอัตรากำ ลังและการกำ หนดตำ แหน่ง ด้านวินัยและการรักษาวินัย ด้านการเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ด้านการสรรหาและการบรรจุแต่งตั้ง ด้านการออกจากราชการ 3) คุณธรรมผู้บริหารสถานศึกษากับการบริหารงานบุคคล มีความสัมพันธ์ในระดับปานกลางอย่างมีนัยสำ คัญทางสถิติที่ระดับ .05 กลุ่มสมานัตตตา ห้อง 2 นางสาววิภาภรณ์ พนมพงษ์ รหัส 6614651650 เลขที่ 18 นพวรรณ แก้วมั่น และคณะ (2562)


วัตถุประสงค์การวิจัย เพื่อศึกษาภาวะผู้นำ เชิงจริยธรรมของผู้บริหาร โรงเรียนเอกชน คุณธรรมจริยธรรมของครูและ นักเรียนโรงเรียนเอกชน 1. เพื่อศึกษาภาวะผู้นำ เชิงจริยธรรมของผู้บริหาร โรงเรียนเอกชนที่ส่งผลต่อคุณธรรมจริยธรรม ของครูและนักเรียนโรงเรียนเอกชน สังกัด สำ นักงานศึกษาธิการจังหวัดนครปฐม 2. วิธีดำ เนินการวิจัย สรุปผลการวิจัย ตามวัตถุประสงค์ ประชากร กลุ่มตัวอย่าง วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือ การหาคุณภาพเครื่องมือ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ความสำ คัญของปัญหา ภาวะผู้นำ ของผู้บริหารนับเป็นปัจจัยที่มีผลต่อความสำ เร็จหรือความล้มเหลวขององค์การ หากผู้ บริหารมีคุณธรรมจริยธรรม มีความรู้ความสามารถ องค์การนั้นก็จะสามารถแข่งขันกับผู้อื่นและประสบ ความสำ เร็จตามเป้าป้หมายที่กำ หนดไว้เป็นอย่างดี ผู้บริหารด้านจริยธรรมจะเกี่ยวข้องกับความยุติธรรม ความเสมอภาค ความรับผิดชอบ ความมั่งมั่นและพันธกิจ ผู้บริหารโรงเรียนเอกชนต้องการปรับเปลี่ยนและพัฒนาทุกด้านและสร้างจุดเด่นให้โรงเรียน ด้าน การเป็นแบบอย่างที่ดี มีคุณธรรมจริยธรรม(เนาวรัตน์ รอดเพียน, 2560) กรอบแนวคิดการวิจัย จริริยริริธรรมของผู้ผู้บผู้ผู้ ริริหริริาร กลุ่มสมานัตตตา ห้อง 2 นางสาวกุลจิรา การนา รหัส 6614651234 เลขที่ 1 ภาวะผู้นำ เชิงจริยธรรมของผู้บริหารที่ส่งผลต่อคุณธรรมจริยธรรมของครู และนักเรียนโรงเรียนเอกชน สังกัดสำ นักงานศึกษาธิการจังหวัดนครปฐม EXCUTIVE ETHICAL LEADERSHIP AFFECTING THE MORALITY TEACHERS ANDSTUDENTS IN PRIVATE SCHOOL UNDER NAKHONPATHOM PROVINCIAL EDUCATION OFFICE ครูโรงเรียนเอกชน สังกัดสำ นักงานศึกษาธิการจังหวัดนครปฐม 45 โรงเรียน รวมทั้งหมด 1,950 คน ครูโรงเรียนเอกชนในจังหวัดนครปฐม จำ นวน 322 คน กำ หนดด้วยตารางสำ เร็จรูปของ Krejcie&Morgan (1970) โดยคำ นวนสัดส่วน ครูแต่ละโรงเรียน แบบสอบถามความคิดเห็นของครูในโรงเรียนเอกชนในจังหวัดนครปฐม ผู้วิจัยดำ เนินการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ โดยใช้โปรแกรมสำ เร็จรูป หาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สมการถดถอยพหุคูณแบบเป็นขั้นตอน : : : : : : ภาวะผู้นำ เชิงจริยธรรมของผู้บริหารโรงเรียนเอกชน อยู่ในระดับมาก ได้แก่ เป็นบุคคลที่มีกฎเกณฑ์ การเป็นแบบอย่างที่ดีด้านจริยธรรม การสร้างแรงบันดาลใจ ความซื่อสัตย์และยุติธรรม และการผสานความ ร่วมมือ ส่งผลให้คุณธรรมจริยธรรมของครูและนักเรียนโรงเรียนเอกชน อยู่ในระดับมาก ได้แก่ มีคุณธรรม ความเป็นคนไทย คุณธรรมจริยธรรมตามหลักศาสนา และคุณธรรมจริยธรรมความเป็นมนุษย์


วัตถุประสงค์การวิจัย ตัวแปรต้น สถานที่ปฏิบัติงาน เพศ อายุ ระดับการศึกษา หน้าที่ สังกัด ค่ค่ ค่ค่ านินินินิยมสร้ร้า ร้ร้ งสรรค์ค์ ค์ค์ ค่านิยมผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน รศ. พ.ต.ท. ดร. ศิริพงษ์ เศาภายน ความสำ คัญของปัญหา ผู้บริหารสถานศึกษานับว่าเป็นผู้นำ ในองค์กรที่ต้องรับผิดชอบผลการปฎิบัติงานของสถานศึกษาผู้ที่เกี่ยวข้องทางการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นภายในสถานศึกษาหรือภายนอกสถานศึกษาดังนั้นผู้นำ ในสถานศึกษาจึงต้องประสบกับข้อ วิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ และ ถูกจับจ้องจากบุคคลทั้งภายในและภายนอก ผู้บริหารจึงควรแสดงออกในสิ่งที่ดีทั้งนี้มาจากค่านิยมเพราะค่านิยมเป็นส่วนประกอบ สำ คัญที่จะบ่งชี้ว่าบุคคลจะประพฤติหรือปฏิบัติต่อตนเองและสังคมอย่างไรขึ้นอยู่ค่านิยมที่เขายึดถือดังนั้นหากค่านิยมทั้งหมด สามารถนำ ออกมาวัดและจัดทำ เป็นแผนที่มีระบบแล้วก็จะเป็นภาพพื้นฐานที่จะนำ มาพิจารณาสภาพของบุคคลได้หลายแง่มุม 1. เพื่อศึกษาค่านิยมของผู้บริหารสถานศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. เพื่อเปรียบเทียบค่านิยมของผู้บริหารสถาน ศึกษาที่มีสถานภาพต่างกัน วิธีดำ เนินการวิจัย กรอบแนวคิดการวิจัย ประชากร : ผู้ับริหารสถานศึกษาประกอบด้วยผู้อำ นวยการรองผู้อำ นวยการและหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สถานศึกษาสังกัด สำ นักงานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษาเอกชนและสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มตัวอย่าง :ผู้บริหารสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานจำ นวน 400 คน วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง : เครื่องมือ : สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ : กำ หนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรทฤษฎีลิมิตกลางใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างตัวอย่างแบบชั้นภูมิโดยแบ่ง สัดส่วนตามภูมิภาคเป็นห้าภูมิภาคได้แก่ภาคกลางภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือภาคใต้และกรุงเทพมหานคร แล้วเลือกตามสังกัดได้แก่สังกัดสำ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานสำ นักงานคณะกรรมการการศึกษา เอกชนและสังกัดสำ นักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แบบวัดค่านิยมที่ผู้วิจัยได้สร้างขึ้นตามทฤษฎีค่านิยมของสแปรงเจอร์ประกอบด้วย2 ตอนตอนที่ 1 มีคำ ถาม 30 ข้อแต่ละข้อมี 2ตัวเลือก รวม 60 ตัวเลือก ตอนที่ 2 มีคำ ถามห้าข้อแต่ละข้อมีสี่ตัวเลือกรวม 60 ตัวเลือก การหาคุณภาพเครื่องมือ: การตรวจสอบค่าความเที่ยงตรงภายในภายในของแบบทดสอบและการหาค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ วัดค่านิยมทั้งหกด้าน ค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบแต่ละด้านใช้วิธี split-halvesและวิธี alfa-Coefficient ค่าสัมประสิทธิ์สธิ์หสัมพันธ์ภายในระหว่างค่านิยมแต่ละด้านใช้วิธี pearson Product Moment หาค่าเฉลี่ยและค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานของค่านิยมทั้ง 6 ด้าน ตัวแปรตาม ค่านิยมหลักตามทฤษฎี ของ สแปรงเจอร์ ด้านวิชาการ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสุนทรียภาพ ด้านสังคม ด้านการเมือง ด้านศาสนา สรุปผลการวิจัย ตามวัตถุประสงค์ 1.ผู้บริหารสถานศึกษามีค่านิยมเรียงตามลำ ดับดังนี้ค่านิยมด้านสังคมด้านเศรษฐกิจด้านศาสนาด้านวิชาการด้านสุนทรียภาพและด้านการเมืองมีความ แตกต่างโดยค่านิยมด้านการเมืองสูงสุดและค่านิยมด้านสังคมมีความแตกต่างกันน้อยที่สุด 2.การเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของค่านิยมกลุ่มตัวอย่างที่สถานภาพต่างกัน ผู้บริหารสังกัดสำ นักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานมีค่านิยมด้าน วิชาการสูงกว่าผู้บริหารสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่มีค่านิยมด้านเศรษฐกิจที่ต่ำ กว่าผู้บริหารสังกัด สำ นักงานการศึกษาเอกชน ผู้บริหารภาคเหนือมีค่านิยมด้านเศรษฐกิจสูงกว่าผู้บริหารภาคใต้ ผู้บริหารเพศหญิงมีค่านิยมด้านเศรษฐกิจและด้านสุนทรียภาพสูง กว่าผู้บริหารเพศชายแต่มีค่านิยมด้านการเมืองต่ำ กว่าเพศชาย ผู้บริหารที่มีอายุต่ำ กว่า 35 ปีมีปีมีค่านิยมด้านเศรษฐกิจและด้านสังคมสูงกว่า ผู้บริหารที่มีมีอายุระหว่าง 35 ถึง 45 ปีแปีต่มีค่านิยมด้านศาสนาต่ำ กว่าผู้ที่ มีอายุระหว่าง 35 ถึง 45 ปีแปีละผู้มีอายุ 46 ปีขึ้ปีขึ้นไปมีค่านิยมด้านการเมือง สูงกว่าผู้ที่มีอายุต่ำ กว่า 35 ปีแปีละอายุระหว่าง 35 ถึง 40 ปี กลุ่มสมานัตตตา ห้อง 2 นางสาวปาณิศา ถนอมทรัพย์ รหัส 6614651463 เลขที่ 11


จรรยาบรรณวิวิชวิวิาชีชีพ ชีชี ของผู้ผู้บผู้ผู้ ริริหริริาร วัตถุประสงค์การวิจัย ความสำ คัญของปัญหา วิธีดำ เนินการวิจัย กรอบแนวคิดการวิจัย แนวทางการพัฒนางานตามจรรยาบรรณวิชาชีพของผู้บริหารสถานศึกษา ของโรงเรียนในอำ เภอกะปง จังหวัดพังงา GUIDELINES FOR WORKING DEVELOPMENT IN ACCORDING TOTHE PROFESSIONAL ETHICS OF THE SCHOOL ADMINISTRATORS IN KAPONG DISTRICT, PHANG NGA PROVINCEMS. สังสัคมไทยในปัจจุบันบัเกิดค่านิยนิมใหม่ ๆ ขึ้นขึ้มากมาย ท่ามกลางความเจริญริถึงขีดขีสุดสุทั้งทั้ทางด้าด้นวัตวัถุ เทคโนโลยี นวัตวักรรมต่าง ๆ ก็ยังยัมีคมีวามเสื่อสื่มโทรมแอบแฝงอยู่เยู่ช่นช่กัน รวมถึงในระบบการศึกษามักมัมีเมีหตุกตุารณ์ต่ณ์ ต่าง ๆ ที่สะท้อนให้ เห็นห็ถึงปัญหาทางด้าด้นจรรยาบรรณของผู้ปผู้ ระกอบวิชวิาชีพชีทางการศึกษาอยู่อยู่ย่าย่งต่อเนื่อนื่ง แม้ว่ม้าว่จะได้มีด้กมีารกำ หนด มาตรฐานและจรรยาบรรณวิชวิาชีพชีต่าง ๆ สำ หรับรัครู ผู้บผู้ ริหริารสถานศึกษา ผู้บผู้ ริหริารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษา อื่นไว้แว้ล้วก็ตาม จึงจึควรมีกมีารกำ หนดนโยบายเกี่ยวกับจรรยาบรรณวิชวิาชีพชีที่ชัดชัเจนเหมาะสม และควรมีกมีารประเมินมิและ ติดตามการปฏิบัติบั ติงานเน้นน้สภาพจริงริแบบเชิงชิประจักจัษ์ ผู้วิผู้ จัวิยจัจึงจึมีคมีวามสนใจวิจัวิยจัเรื่อรื่งแนวทางการพัฒพันางานตามจรรยา บรรณวิชวิาชีพชีของผู้บผู้ ริหริารสถานศึกษาของโรงเรียรีนในอำ เภอกะปง จังจัหวัดวัพังพังา 1) เพื่อพื่ศึกษาพฤติกรรมการปฏิบัติบั ตินตามจรรยาบรรณ วิชวิาชีพชีของผู้บผู้ ริหริารสถานศึกษา อำ เภอกะปง จังจัหวัดวัพังพังา 2) เปรียรีบเทียบพฤติกรรมการปฏิบัติบั ตินตามจรรยา บรรณวิชวิาชีพชีของผู้บผู้ ริหริารสถานศึกษา อำ เภอกะปง จังจัหวัดวัพังพังา ประชากรและกลุ่มลุ่ตัวอย่าย่ง ผู้บผู้ ริหริารสถานศึกษาและครูขรูองโรงเรียรีนในอำ เภอกะปง จังจัหวัดวัพังพังา ปีกปีารศึกษา 2563 จำ นวน 106 คน วิธีวิกธีารสุ่มสุ่ กลุ่มลุ่ตัวอย่าย่ง สุ่มสุ่ ตัวอย่าย่งด้วด้ยวิธีวิกธีารสุ่มสุ่ อย่าย่งง่าย (Simple Random Sampling) เพื่อพื่หาสัดสัส่วส่นของแต่ละโรงเรียรีน เครื่อรื่งมือมืและการหาคุณคุภาพเครื่อรื่งมือมื ใช้แช้บบสอบถามแบบมาตราส่วส่นประเมินมิค่า 5 ระดับดัของลิเคิร์ทร์จำ นวน 31 ข้อข้ นำ แบบสอบถามเสนอต่อผู้เผู้ชี่ยชี่วชาญ จำ นวน 3 ท่าน เพื่อพื่ตรวจสอบความเที่ยงตรงของเนื้อนื้หา ความถูกถูต้องของรูปรูแบบ และ ความถูกถูต้องของ ภาษา และวิเวิคราะห์โห์ดยใช้วิช้ธีวิหธีาดัชดันีคนีวาม สอดคล้องได้ค่ด้ ค่า OIC อยู่ใยู่นช่วช่ง 0.67 ถึง 1.00 นำ แบบสอบถามไปทดลองใช้กัช้ กับครูผู้รูปผู้ ฏิบัติบั ติหน้าน้ที่ ผู้สผู้ อนซึ่งซึ่เป็นป็กลุ่มลุ่ที่ไม่ใม่ช่ตัช่ ตัวอย่าย่ง จำ นวน 30 คน เพื่อพื่หาค่าความเชื่อชื่มั่นมั่ (Cronbach’s Alpha Coefficient) ซึ่งซึ่มีค่มี ค่าตั้งตั้แต่ 0.94 ขึ้นขึ้ ไป สถิติที่ใช้ใช้นการวิเวิคราะห์ข้อข้มูล วิธีวิกธีารวิเวิคราะห์ข้ห์อข้มูล โดยการแจกแจงความถี่ และค่าร้อร้ยละ วิธีวิสธีถิติพื้นพื้ฐาน ค่าเฉลี่ย และส่วส่นเบี่ยบี่งเบน มาตรฐาน (S.D.) โปรแกรมคอมพิวพิเตอร์สำร์สำเร็จร็รูปรูโดยใช้ t-test แบบ Independent สรุปผลการวิจัย ตามวัตถุประสงค์ 1. พฤติกรรมการปฏิบัติบั ตินตามจรรยาบรรณวิชวิาชีพชี ของผู้บผู้ ริหริารสถานศึกษา อำ เภอกะปง จังจัหวัดวัพังพังา โดย รวมและรายด้าด้นอยู่ใยู่นระดับดัมาก 1.1 ด้าด้นจรรยาบรรณต่อตนเอง โดยรวมอยู่ใยู่นระดับดัมาก และอยู่ใยู่นระดับดัมากทุกทุข้อข้ 1.2 ด้าด้นจรรยาบรรณต่อวิชวิาชีพชี โดยรวมอยู่ใยู่นระดับดัมาก และอยู่ใยู่นระดับดัมากทุกทุข้อข้ 1.3 ด้าด้นจรรยาบรรณต่อผู้รัผู้ บรับริกริาร โดยรวมอยู่ใยู่นระดับดั มากและอยู่ใยู่นระดับดัมากทุกทุข้อข้ 1.4 ด้าด้นจรรยาบรรณต่อผู้ร่ผู้ วร่มประกอบอาชีพชี โดยรวมอยู่ ในระดับดัมากและอยู่ใยู่นระดับดัมากทุกทุข้อข้ 1.5 ด้าด้นจรรยาบรรณต่อสังสัคม โดยรวมอยู่ใยู่นระดับดัมาก และอยู่ใยู่นระดับดัมากทุกทุข้อข้ 2. การเปรียรีบเทียบพฤติกรรมการปฏิบัติบั ติามจรรยา บรรณวิชวิาชีพชีของผู้บผู้ ริหริารสถานศึกษา อำ เภอกะปง จังจัหวัดวัพังพังา จำ แนกตามเพศ ระดับดัการศึกษา และ ประสบการณ์กณ์ารทำ งาน พบว่าว่ โดยรวมและรายด้าด้นแตก ต่างกันอย่าย่งไม่มีม่นัมียนัสำ คัญ ซึ่งซึ่เป็นป็ ไม่ไม่ ปตามสมมติฐานที่ กำ หนด ปัณณภัสร์ มีศรีจันทร์ และดร.สาลินี มีเจริญ (2565)


วัตถุประสงค์การวิจัย ผู้ผู้นำนำผู้ผู้ นำนำ นำนำเชิชิงชิชิจริริยริริธรรม ภาวะผู้นำ เชิงจริยธรรมที่ส่งผลต่อการบริหารเชิงพุทธของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียน สังกัด สำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 ETHICAL LEADERSHIP INFLUENCING BUDDHIST ADMINISTRATION OF EDUCATIONAL ADMINISTRATOR OF SCHOOLS UNDER THE SECONDARY EDUCATIONAL SERVICE AREA OFFICE 2 IN BANGKOK. ความสำ คัญของปัญหา วิธีดำ เนินการวิจัย 1) ศึกษาระดับภาวะผู้นำ เชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษา 2) ศึกษาระดับการบริหารเชิงพุทธของผู้บริหารสถานศึกษา 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำ เชิงจริยธรรมกับ การบริหารเชิงพุทธของผู้บริหารสถานศึกษา 4) ศึกษาปัจจัยทางชีวสังคมและภาวะผู้นำ เชิงจริยธรรมที่ ส่งผลต่อการบริหารเชิงพุทธของผู้บริหารสถานศึกษา กรอบแนวคิดการวิจัย การบริหารสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาควรตระหนักและยึดถือเป็นแนวปฏิบัติอยู่ในกรอบการบริหารจัดการที่มี คุณธรรมจริยธรรม โดยยึดหลักการบริหารจัดการเชิงพุทธซึ่งการบริหารเชิงพุทธนั้นเป็นความพยายามในการนำ เอาหลักธรรม ของพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการบริหารสถานศึกษาเพราะพระพุทธศาสนาเป็นนามธรรมสูงกว่าความรู้ สมัยใหม่ใด ๆ พระพุทธศาสนาครอบคลุมทั้งหลักการวิทยาศาสตร์และทางสังคมศาสตร์ ผู้บริหารสถานศึกษาที่ดีควรมีธรรมะ ต่อการทำ หน้าที่ ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาภาวะผู้นำ เชิงจริยธรรมส่งผลต่อการบริหารเชิงพุทธของผู้บริหารสถานศึกษา ในโรงเรียน สังกัดสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 เพื่อนำ ไปใช้ในการพัฒนาและการบริหาร งานของสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ครูในสถาน ศึกษาสังกัดสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 ปีกปีารศึกษา 2564 จำ นวน5,329คน จากทั้งหมด 52 โรงเรียน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ครูในสถานศึกษาสังกัด สำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาเขต 2 ปีกปีารศึกษา 2564 รวมทั้งสิ้น 357คน วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง กำ หนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง จากตารางเทียบกลุ่มตัวอย่างของเครจซี่ และมอร์แกนระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 จากนั้นสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือและการหาคุณภาพเครื่องมือ เป็นแบบสอบถาม โดยให้ผู้เชี่ยวชาญจำ นวน 5 ท่าน เพื่อตรวจสอบความเที่ยงตรงด้านเนื้อหา สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน การวิเคราะห์หาค่า สัมประสิทธิ์สธิ์หสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบ วิธีการคัดเลือกเข้า สรุปผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ 1) ระดับภาวะผู้นำ เชิงจริยธรรมโดยรวมอยู่ในระดับมาก 2) ระดับการบริหารเชิงพุทธของผู้บริหารสถานศึกษาโดยรวม และรายด้านอยู่ในระดับมาก 3) ภาวะผู้นำ เชิงจริยธรรมมีความสัมพันธ์กับการบริหาร เชิงพุทธของผู้บริหารสถานศึกษาในระดับสูงมาก อย่างมีนัย สำ คัญที่ระดับ .05 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สธิ์หสัมพันธ์ (r) = .916 แสดงว่าตัวแปรทั้งสอง มีความสัมพันธ์ในระดับ สูงมาก 4) ปัจจัยทางชีวสังคมและภาวะผู้นำ เชิงจริยธรรมส่งผล ต่อการบริหารเชิงพุทธของผู้บริหารสถานศึกษาอย่างมี นัยสำ คัญทางสถิติ .05 วิรัตน์ ธรรมโหร (2565) กลุ่มสมานัตตตา ห้อง 2 นางสาวจุฑามาส นิมิตร รหัส 6614651285 เลขที่ 3


ผู้ผู้บผู้ผู้ ริริหริริารมืมือมืมือาชีชีพชีชี ในบริริบริริทสัสังสัสัคมไทย ปิยปิพจน์ ตุลตุาชม ดร.ชาญชัยชัวงศ์สิ ดร.ผดุงดุชัยชัภู่พัภู่ฒพัน วัตวัถุปถุระสงค์กค์ารวิจัวิยจั ความสำ คัญของปัญหา วิธีวิดำธี ดำเนินนิการวิจัวิยจั กรอบแนวคิดคิการวิจัวิยจั การพัฒพันาผู้บผู้ ริหริารสถานศึกศึษาให้มีห้คุมีณคุลักลัษณะผู้บผู้ ริหริารมือมือาชีพชีมืคมืวามสําสํคัญคัเป็นป็อันอัดับดัแรก ๆ อันอัจะก่อก่ ให้เห้กิดกิแกนนํานํ ในการเปลี่ยลี่นแปลง ปฏิรูฏิปรูการศึกศึษา และพัฒพันาคุณคุภาพการศึกศึษาให้บห้รรลุเลุป้าป้หมายในบริบริทของประเทศไทยท่าท่มกลางการ เปลี่ยลี่นแปลงของสังสัคมปัจปัจุบันบั ในการบริหริารจัดจัการศึกศึษาจึงจึต้อต้งมีกมีารปรับรัเปลี่ยลี่นและพัฒพันาให้สห้อดคล้อล้งกับกักระแสดังดักล่าล่ว ผู้บผู้ ริหริารสถานศึกศึษาจะต้อต้งสนใจใฝ่เรียรีนรู้แรู้ละต้อต้งพัฒพันาตนเองอย่าย่งต่อต่เนื่อนื่งอยู่ตยู่ลอดเวลา ดังดันั้นนั้การบริหริารจัดจัการศึกศึษา ของไทยควรมีกมีารพัฒพันาผู้บผู้ ริหริารสถานศึกศึษาให้มีห้คุมีณคุลักลัษณะของการเป็นป็ผู้นํผู้ านํที่มีที่ ปมีระสิทสิธิผธิลหรือรืผู้บผู้ ริหริารสถานศึกศึษามีอมีอา ชีพชีทําทํ ให้ผู้ห้วิผู้ จัวิยจัมีคมีวามสนใจทำ วิจัวิยจัเรื่อรื่งนี้ ซึ่งซึ่จะเป็นป็ ประโยชน์ต่น์อต่การพัฒพันาการศึกศึษาให้เห้ป็นป็ ไปตามเกณฑ์มฑ์าตรฐานการศึกศึษา ของชาติแติละล่งล่ผลต่อต่การพัฒพันาการศึกศึษาให้มีห้คุมีณคุภาพอย่าย่งต่อต่เนื่อนื่งต่อต่ ไป 1.เพื่อพื่วิเวิคราะห์อห์งค์ปค์ระกอบคุณคุลักลัษณะผู้บผู้ ริหริารมือมือาชีพชี 2. เพื่อพื่วิเวิคราะห์ตัห์วตัแปรที่ล่ที่งล่ผลต่อต่คุณคุลักลัษณะผู้บผู้ ริหริารมือมื อาชีพชีของผู้บผู้ ริหริารสถานศึกศึษา 3. เพื่อพื่พัฒพันารูปรูแบบการพัฒพันาคุณคุลักลัษณะผู้บผู้ ริหริารมือมื อาชีพชีและศึกศึษาความคิดคิเห็นห็ของผู้บผู้ ริหริารสถานศึกศึษา ประชากรและกลุ่มลุ่ตัวตัอย่าย่ง ผู้บผู้ ริหริารสถานศึกศึษาระดับดัมัธมัยมศึกศึษา 342 คน วิธีวิกธีารสุ่มสุ่ กลุ่มลุ่ตัวตัอย่าย่ง การสุ่มสุ่ อย่าย่งง่าง่ย เครื่อรื่งมือมืและการหาคุณคุภาพเครื่อรื่งมือมื การวิเวิคราะห์อห์งค์ปค์ระกอบคุณคุลักลัษณะผู้บผู้ ริหริารมือมื อาชีพชี โดยใช้แช้บบสอบถาม โดยใช้กช้ารวิเวิคราะห อ ์งค์ ประกอบ โดยใช้เช้ทคนิคนิการวิเวิคราะห์อห์งค์ปค์ระกอบแบบ ยืนยืยันยั (CFA) การวิเวิคราะห์ตัห์วตัแปรที่ส่ที่งส่ผลต่อต่คุณคุลักลัษณะผู้บผู้ ริหริาร มือมือาชีพชีของผู้บผู้ ริหริาร ใช้เช้ทคนิคนิการวิเวิคราะห์ เอกสาร (Document Analysis) นำ มาสร้าร้งแบบสอบถาม และทําทํการวิเวิคราะห์โห์ดยใช้ การทําทํนายพหุคูหุณคูแบบขั้นขั้ บันบั ได การพัฒพันารูปรูแบบการพัฒพันาคุณคุลักลัษณะผู้บผู้ ริหริารมือมื อาชีพชีของผู้บผู้ ริหริาร โดยใช้กช้ารสนทนากลุ่มลุ่ ปรับรั ปรุงรุ แล้วล้ทําทํการศึกศึษาความคิดคิเห็นห็ของผู้บผู้ ริหริารโดยใช้ แบบสอบถาม สถิติถิที่ติ ที่ใช้ใช้นการวิเวิคราะห์ข้ห์อข้มูลมู การวิเวิคราะห องค์ปค์ระกอบ โดยใช้เช้ทคนิคนิการวิเวิคราะห์ องค์ปค์ระกอบแบบยืนยืยันยั (CFA) การวิเวิคราะห์โห์ดยใช้กช้ารทําทํนายพหุคูหุณคูแบบขั้นขั้บันบั ได ค่าค่ร้อร้ยละ ค่าค่เฉลี่ยลี่ค่าค่ส่วส่นเบี่ยบี่งเบนมาตรฐาน 1. คุณคุลักลัษณะผู้บผู้ ริหริารมือมือาชีพชีของผู้บผู้ ริหริารสถานศึกษา ระดับดัมัธมัยมศึกษา ประกอบด้วด้ย 10 องค์ปค์ระกอบ ได้แด้ก่ วิสัวิยสัทัศทัน์ ความคิดคิสร้าร้งสรรค์ คุณคุธรรมจริยริธรรม บุคบุลิกลิภาพ และมนษยสัมสัพันพัธ์ ความสามารถทางการบริหริาร ผู้นํผู้ านํทาง วิชวิาการ การวางแผนองค์กค์ร การบริหริารบุคบุคล การบริหริารงบ ประมาณ และการจัดจัการเทคโนโลยีสยีารสนเทศ ผลการวิจัวิยจั 2. ตัวตัแปรที่ล ง ่ผลต่อต่คุณคุลักลัษณะผู้บผู้ ริหริารมือมือาชีพชีของผู้ บริหริารสถานศึกษาระดับดัมัธมัยมศึกษา สามารถพยากรณ์ คุณคุลักลัษณะผู้บผู้ ริหริารมือมือาชีพชี ได้อด้ย่าย่งมีนัมียนัสําสํคัญคัทางสถิติถิที่ติ ที่ ระดับดั .01 จําจํนวน 4 ตัวตัแปร ได แ ้ก่ 1) ด้าด้นพฤติกติรรมผู้นํผู้ านํการ เปลี่ยลี่นแปลง 2) ด้าด้นการบริหริารแบบมีส่มีวส่นร่วร่ม 3) ด้าด้นการ บริหริารเวลา และ 4) ด้าด้นวัฒวันธรรมองค์กค์ร โดยตัวตัแปรทั้งทั้ 4 ตัวตั สามารถพยากรณ์คุณ์ณคุลักลัษณะผู้บผู้ ริหริารมีอมีอาชีพชี ได้ร้ด้อร้ยละ 51 3. รูปรูแบบการพัฒพันาคุณคุลักลัษณะผู้บผู้ ริหริารมnออาชีพชีของผู้ บริหริารสถานศึกษาระดับดัมัธมัยมศึกษา ได้แด้ก่ ส่วส่นที่ 1 คุณคุลักลัษณะผู้บผู้ ริหริารสถานศึกศึษามีอมีอาชีพชีส่วส่นที่ 2 เส้นส้ทางการ พัฒพันาคุณคุลักลัษณะ ผู้บผู้ ริหริารสถานศึกศึษามีอมีอาชีพชี ประกอบด้วด้ย ขั้นขั้ตอนการพัฒพันา 5 ขั้นขั้ตอน คือคื 1) การประเมินมิคุณคุลักลัษณะผู้ บริหริารสถานศึกศึษามีอมีอาชีพชี 2) การกํากํหนดคุณคุลักลัษณะที่ต้ที่อต้ง พัฒพันา 3) การวางเส้นส้ทางการพัฒพันา 4) การดําดํเนินนิการพัฒพันา และ 5) การ ประเมินมิผล ส่วส่นที่ 3 เงื่องื่นไขความสําสํเร็จร็ของการ พัฒพันาคุณคุลักลัษณะผู้บผู้ ริหริารมnออาชีพชี กลุ่มลุ่สมานัตนัตตา ห้อง 2 นางสาวบุญฑริกริา สามคูเคูมือมืง เลขที่ 8 รหัสหั 6614651412 รูปรูแบบการพัฒพันาคุณคุลักลัษณะผู้บผู้ ริหริารมือมือาชีพชีของผู้บผู้ ริหริารสถานศึกษาระดับดัมัธมัยมศึกษา The model for the development of the characteristics of professional administrators in secondary schools


พระราชบัญ บั ญัติสติ ภาครูและบุค บุ ลากรทางการมาตรฐานวิช วิ าชีพ จรรยาบรรณวิช วิ าชีพ พระราชบัญ บั ญัติร ติ ะเบีย บี บข้าราชการครูและบุค บุ ลากรทางกค ว า ม ห ม า ย กฎหมายที่กำที่กำหนดหลักลัเกณฑ์ วิธีวิก ธี ารบริหริารงานบุค บุ คล พัฒนาปข้าข้ราชการครูและบุค บุ ลากรทางการศึกษาปฏิบัฏิติบัหติน้าที่ด้ที่วด้ยความวิริวิยริะอุตสาความรับรัผิดผิชอบ เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา เช่นช่การบรรจุแ จุ ละแต่งต่ตั้งตั้กเงินงิเดือ ดื นและค่าจ้าจ้ง การลา การรักรัษาพยาบาล การพัฒนา วินัวิ นัย การสิ้นสุดสุครูและบุค บุ ลากรทางการศึกษา (ที่มที่า : กระทรวงศึกษาธิกธิาร) คือ ข้อข้กำ หนดเกี่ย กี่ วกับกัคุณลักลัษณะ และคุณภาพที่พึที่พึงประสงค์ในทางการศึกษา ซึ่งซึ่ผู้ป ผู้ ระกอบวิชวิาชีพ ชี ทางการศึกษาต้อต้งประพฤติปติฏิบัฏิติบัตติามมาตรฐานความรู้แรู้ละประสบการณ์วิชวิาชีพ ชี มาตรฐานการปฏิบัฏิติบังติานและมาต(ที่มที่า : ราชกิจกิจา นุเ นุ บกษา, 2556) คือ กฎหมายที่ตที่ราขึ้นขึ้เพื่อควบคุมการแต่งต่ตั้งตั้การจ้าจ้งงาน และกและบุค บุ ลากรทางการศึกษาในเขตอำ นาจศาลเฉพาะ พระราชบัญบัญัติญัดัติงดักล่าล่จัดจัตั้งตั้ สภาที่รัที่บรัผิดผิชอบในการกำ กับกัดูแ ดู ลกิจกิการของครูและบุค บุ ลากรทางกาเกี่ย กี่ วข้อข้งกับกัการสรรหา การฝึกอบรม การเลื่อ ลื่ นตำ แหน่ง และการลงโทษทสำ คัญในการรับรั ประกันกัคุณภาพการศึกษาโดยการรักรัษามาตรฐานระดับดั สูงสู(ที่มที่า : กระทรวงศึกษาธิกธิาร) คือกฎแห่งความประพฤติที่ติอที่งค์กรวิชวิาชีพ ชี ครูกำ หนดขึ้นขึ้ ให้ครูปรถูก ถู ต้อต้ง เพื่อรักรัษาและส่งเสริมริเกีย กี รติคุติคุ ณ ชื่อ ชื่ เสียง และฐานะของสมาชิกชิครู1. นางสาวกุลกุจิรจิา การนา เลขที่ 1 2. นางสาวจุฑจุามาส3. นางสาวบุญบุฑริกริา สามคูเมือ มื ง เลขที่ 8 4. นางสาวปทิตทิตา อ้5. นางสาวปาณิศา ถนอมทรัพรัย์ เลขที่ 11 6. นางสาววิภวิาภรณ์ กลุ่ม ลุ่ สมานัตตตา ห้อง 2 บัณบัฑิตฑิ ศึกษาปีที่ 1 (ห้อง 2) สาขาวิชวิากคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทวิยาลัยลัเกษต


รศึกษา 2546 การศึกษา 2547 ผู้บ ผู้ ริห ริ ารสถานศึกษา ผู้บ ผู้ ริห ริ ารการศึกษา ศึกษานิเทศก์ ครูจะต้อต้งมีกมีฏหมายทางจรรยาบรรณเพื่อพื่ให้สห้ามารถสร้าร้ง บรรยากาศการเรียรีนรู้ที่รู้เที่หมาะสมและปลอดภัยภั สำ หรับรั นักเรียรีน ในด้าด้นความเป็น ป็ ธรรมและความเท่าท่เทียทีมใน การจัดจัการศึกษา ส่งเสริมริพฤติกติรรมที่ถูที่กถูต้อต้ง ทำ ให้นัห้ นักเรียรีน มีคมีวามเคารพ และรับรัผิดผิชอบในชีวิชีตวิ ประจำ วันวัรวมถึงถึช่วช่ย ป้อป้งกันกั ปัญปัหาและข้อข้ขัดขัแย้งย้ระหว่าว่งครูและนักเรียรีน และสร้าร้ง ฐานการเรียรีนรู้ที่รู้ยั่ที่งยั่ยืนยื ประสิทธิภธิาพ ส่งเสริมริ ให้ าหะ รักรัษาจริยริธรรมและ การกำ หนดตำ แหน่ง ด ความเป็นข้าข้ราชการ ครู น การประกอบวิชวิาชีพ ชี ประกอบด้วด้ย ตรฐานการปฏิบัฏิติบัตติน ารพัฒนาวิชวิาชีพ ชี ของครู าวเป็นแนวทางในการ ารศึกษา รวมถึงถึเรื่อ รื่ งที่ ทางวินัวิ นัย สภามีบ มี ทบาท ง สำ หรับรัวิชวิาชีพ ชี ครู ระพฤติ ปฏิบัฏิติบัตติามในแนวทางที่ รู (ที่มที่า : สมหมาย ปวบุต บุ ร, มปป) มีกมีารกำ หนดกฏเกณฑ์เฑ์กี่ยกี่วกับกัความเคารพต่อต่ผู้อื่ผู้นอื่ ส่งเสริมริ คุณธรรม พฤติกติรรมที่ดีที่ดีและให้การพึ่งพาทางจริยริธรรม ป้องกันกัความเสี่ยงและปัญหาทางจรรยาบรรณอย่าย่ง เคร่งร่ครัดรัและช่วช่ยสร้าร้งระบบที่มีที่คมีวามเป็นระเบียบีบ ทำ ให้ ทุกทุคนรู้สึรู้ สึกมั่นมั่ ใจในการเรียรีนรู้แรู้ละทำ งานในโรงเรียรีน ศึกษานิเทศก์ มีคมีวามสำ คัญคั ในการพัฒพันาและส่งเสริมริคุณคุภาพ การศึกษา ดังดันั้นจึงจึมีกมีฏหมายทางจรรยาบรรณ เพื่อพื่ ให้ปห้ฏิบัฏิติบัตติามหลักลั และมาตรฐานที่ถูที่กถูต้อต้งในการปฏิบัฏิติบังติาน ได้แด้ก่ การรักรัษาความซื่อซื่สัตย์ และความเชื่อชื่ถือถืช่วช่ยป้อป้งกันกัการละเมิดมิและการเสี่ยง สร้าร้งบรรยากาศ ทำ งานที่เที่ชื่อชื่ถือถื ได้ ส่งเสริมริความเป็น ป็ ธรรมและความยุติยุธติรรมใน การดำ เนินงาน และรักรัษาความเอียอีงทางการเมือมืง ผู้บผู้ริหริารการศึกษาเกี่ยกี่วข้อข้งกับกัการกำ กับกัดูแดูลการปฏิบัฏิติบังติานและ การจัดจัการของสถานศึกษา จึงจึต้อต้งมีคมีวามรู้แรู้ละปฏิบัฏิติบัตตินเป็น แบบอย่าย่งในการปฏิบัฏิติบัตติามกฏหมายทางจรรยาบรรณ เพื่อทำ ให้ บุคบุลากรในองค์กรมีคมีวามมั่นมั่ ใจและเชื่อชื่ถือถื ในการบริหริารจัดจัการ รวมถึงถึมีหมีน้าที่ส่ที่ส่งเสริมริและรักรัษาความยุติยุธติรรมในการตัดตั สินใจและ การกระทำ ต่าต่ง ๆ ป้องกันกัการละเมิดมิและปัญหาทางจรรยาบรรณที่ อาจเกิดกิขึ้นขึ้ ในหน่วยงาน โดยใช้พช้ระราชบัญบัญัติญัมติาตรฐานวิชวิาชีพชีและ จรรยาบรรณเป็นแบบแผน นิมิตมิร เลขที่ 3 อ้วอ้นล่ำ เลขที่ 9 ณ์พนมพงษ์ เลขที่ 18 การบริหริารการศึกษา ภาคพิเศษ ตศาสตร์ ค ว า ม เ กี่ ย ว ข้ อ ง


ความดีที่ข้ ที่ า ข้ พเจ้า จ้ ภูมิ ภู ใจ ทาน ศีล ภาวนา โครงการบริหารจัดการความดี ในชีวิ ชีวิตประจำ วัน โดย นางสาวปทิตทิตา อ้ว อ้ นล่ำ ป.โท ปี 1 ห้อ ห้ ง 2 วิชาการพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพ ชี สำ หรับ ผู้บริหารทางการศึกษา เสนอ รองศาสตราจารย์ ดร. สุชาดา นันทะไชย อกิลาสุ วินฺเท หทยสฺส สนฺตึ. คนไม่เกียจคร้าน พึงได้ความสงบใจ.


ความดีที่ข้ ที่ า ข้ พเจ้า จ้ ภูมิ ภู ใจ ในสัปสั ดาห์นี้ ห์ ทาน ศีล ภาวนา สัปดาห์ที่ : 1 โครงการบริหารจัดการความดีในชีวิ ชีวิตประจำ วัน โดย นางสาวปทิตทิตา อ้ว อ้ นล่ำ ป.โท ปี 1 ห้อ ห้ ง 2 วิชาการพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพ ชี สำ หรับ ผู้บริหารทางการศึกษา เสนอ รองศาสตราจารย์ ดร. สุชาดา นันทะไชย วัน วั ที่ 25 พฤศจิกจิายน 2566 ให้อ ห้ ามิส มิ ทานแก่เ ก่ พื่อ พื่ น โดยแบ่ง บ่ ปัน ปั ของใช้ที่จำ ที่ จำเป็น ป็ แก่เ ก่ พื่อ พื่ นครูที่ รู โที่ รงเรีย รี น ตั้ง ตั้ใจ และยึด ยึ ถือ ถื แบบปฏิบัติ บั ต ติ ามศีล ศี 5 สวดมนต์ก่ ต์ อ ก่ นนอน เพื่อ พื่ ให้มี ห้ ส มี มาธิแ ธิ ละสติใติ นการดำ เนินชีวิต วิ เป็น ป็ สัปสั ดาห์แ ห์ รกที่ตั้ ที่ ง ตั้ใจทบทวนการทำ ความดี โดยเริ่ม ริ่ ที่จิ ที่ ต จิ ใจ


ความดีที่ข้ ที่ า ข้ พเจ้า จ้ ภูมิ ภู ใจ ในสัปสั ดาห์นี้ ห์ ทาน ศีล ภาวนา สัปดาห์ที่ : 2 โครงการบริหารจัดการความดีในชีวิ ชีวิตประจำ วัน โดย นางสาวปทิตทิตา อ้ว อ้ นล่ำ ป.โท ปี 1 ห้อ ห้ ง 2 วิชาการพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพ ชี สำ หรับ ผู้บริหารทางการศึกษา เสนอ รองศาสตราจารย์ ดร. สุชาดา นันทะไชย วัน วั ที่ 2 ธัน ธั วาคม 2566 ให้ค ห้ วามรู้เ รู้ กี่ย กี่ วกับ กั การร้อ ร้ งเพลงแก่นั ก่ นั กเรีย รี นที่ศึ ที่ ก ศึ ษาต่อ ต่ ด้า ด้ นดนตรี เพื่อ พื่ เป็น ป็ ธรรมทานให้กั ห้ บ กั ผู้ต้อ ต้ งการความรู้ สำ รวมและปิด ปิ กั้น กั้ วาจา ไม่ร่ ม่ ว ร่ มวงสนทนาที่ใที่ ห้ร้ ห้ า ร้ ยแก่ผู้ ก่ อื่ผู้ น อื่ อ่า อ่ นหนังสือ สื พุท พุ ธวจน ฉบับ บั ที่ 3 ก้า ก้ วย่า ย่ งอย่า ย่ งพุท พุ ธะ ในบทที่ 4 ให้พึ่ ห้ ง พึ่ ตน พึ่ง พึ่ ธรรม การทำ ความดี สามารถเริ่ม ริ่ ต้น ต้ ด้ว ด้ ยการสร้า ร้ งคุณ คุ งามความดี ให้เ ห้ กิด กิ ในจิต จิ ใจ


ความดีที่ข้ ที่ า ข้ พเจ้า จ้ ภูมิ ภู ใจ ในสัปสั ดาห์นี้ ห์ ทาน ศีล ภาวนา สัปดาห์ที่ : 3 โครงการบริหารจัดการความดีในชีวิ ชีวิตประจำ วัน โดย นางสาวปทิตทิตา อ้ว อ้ นล่ำ ป.โท ปี 1 ห้อ ห้ ง 2 วิชาการพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพ ชี สำ หรับ ผู้บริหารทางการศึกษา เสนอ รองศาสตราจารย์ ดร. สุชาดา นันทะไชย วัน วั ที่ 9 ธัน ธั วาคม 2566 ให้อ ห้ ภัย ภั ทานแก่ผู้ ก่ เคยก่อ ก่ กรรมแก่กั ก่ น กั เพื่อ พื่ เป็น ป็ ทานและอโหสิก สิ รรมแก่ผู้ ก่ ที่ผู้ จ ที่ ะ อุป อุ สมบท เข้า ข้ ร่ว ร่ มงานแต่ง ต่ งานเพื่อ พื่ น โดยมีก มี ารเชิญให้ดื่ ห้ ม ดื่ สุร สุ าร่ว ร่ มกัน กั จึง จึ ของดเว้น ว้ การดื่ม ดื่ สุร สุ า เพื่อ พื่ ยึด ยึ ถือ ถื ตามศีล ศี 5 ข้อ ข้ ที่ 5 เพื่อ พื่ ประคองสติใติ นการเดิน ดิ ทาง กลับ ลั ไม่ใม่ ห้เ ห้ป็น ป็ ภัย ภั แก่เ ก่ พื่อ พื่ นร่ว ร่ มทาง สวดมนต์ก่ ต์ อ ก่ นนอน เพื่อ พื่ ให้ส ห้ มาธิใธิ นการใข้ชี ข้ ชี วิต วิ การละเว้นการกระทำ ความชั่ว สามารถทำ ได้โด้ ดยการรู้จั รู้ ก จั ปฏิเสธในบางสถานการณ์


ความดีที่ข้ ที่ า ข้ พเจ้า จ้ ภูมิ ภู ใจ ในสัปสั ดาห์นี้ ห์ ทาน ศีล ภาวนา สัปดาห์ที่ : 4 โครงการบริหารจัดการความดีในชีวิ ชีวิตประจำ วัน โดย นางสาวปทิตทิตา อ้ว อ้ นล่ำ ป.โท ปี 1 ห้อ ห้ ง 2 วิชาการพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพ ชี สำ หรับ ผู้บริหารทางการศึกษา เสนอ รองศาสตราจารย์ ดร. สุชาดา นันทะไชย วัน วั ที่ 16 ธัน ธั วาคม 2566 ร่ว ร่ มบริจ ริ าคและสมทบทุน ทุ แก่โก่ รงพยาบาลจุฬ จุ าลงกรณ์ สภากาชาดไทย สำ รวมวาจา มีส มี ติใติ นการพูด พู คุย คุ กับ กั ผู้อื่น อื่ พูด พู คำ หยาบน้อยลง และงดเว้น ว้ การพูด พู เพ้อ พ้ เจ้อ จ้ ฟัง ฟั พระธรรมเทศนา เรื่อ รื่ ง ปราบจิต จิ ฟุ้ง ฟุ้ ซ่าน ของหลวงพ่อ พ่ ฤาษีลิ ษี ง ลิ ดำ ผ่านช่องทาง youtube การทำ ความดีล ดี ะเว้นความชั่วในสถานการณ์ใดทำ ได้ย ด้ าก อาจเริ่ม ริ่ ต้น ต้ จากการค่อ ค่ ย ๆ ปรับ รั ลดลง


ความดีที่ข้ ที่ า ข้ พเจ้า จ้ ภูมิ ภู ใจ ในสัปสั ดาห์นี้ ห์ ทาน ศีล ภาวนา สัปดาห์ที่ : 5 โครงการบริหารจัดการความดีในชีวิ ชีวิตประจำ วัน โดย นางสาวปทิตทิตา อ้ว อ้ นล่ำ ป.โท ปี 1 ห้อ ห้ ง 2 วิชาการพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพ ชี สำ หรับ ผู้บริหารทางการศึกษา เสนอ รองศาสตราจารย์ ดร. สุชาดา นันทะไชย วัน วั ที่ 23 ธัน ธั วาคม 2566 ให้ค ห้ วามรู้ด้ รู้ า ด้ นการร้อ ร้ งเพลงแก่ผู้ ก่ เรีย รี นเพื่อ พื่ เป็น ป็ ธรรมทานให้แ ห้ ก่เ ก่ พื่อ พื่ นครูที่ รู อ ที่ ยู่ ต่า ต่ งโรงเรีย รี น งดเว้นการพูด พู ตำ หนิเพื่อ พื่ นร่ว ร่ มงานที่ก ที่ ระทำ ผิด ผิ ด้ว ด้ ยโทสะ สนทนาธรรมะกับ กั เพื่อ พื่ น ในเรื่อ รื่ งการละ ลด เลิก ลิ กิเ กิ ลสต่า ต่ ง ๆ ในชีวิต วิ เพื่อ พื่ หาความสุข สุ ในชีวิต สติก่ ติ อ ก่ ให้เ ห้ กิด กิ ปัญ ปั ญา


ความดีที่ข้ ที่ า ข้ พเจ้า จ้ ภูมิ ภู ใจ ในสัปสั ดาห์นี้ ห์ ทาน ศีล ภาวนา สัปดาห์ที่ : 6 โครงการบริหารจัดการความดีในชีวิ ชีวิตประจำ วัน โดย นางสาวปทิตทิตา อ้ว อ้ นล่ำ ป.โท ปี 1 ห้อ ห้ ง 2 วิชาการพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพ ชี สำ หรับ ผู้บริหารทางการศึกษา เสนอ รองศาสตราจารย์ ดร. สุชาดา นันทะไชย วัน วั ที่ 30 ธัน ธั วาคม 2566 ซื้ออุป อุ กรณ์การเรีย รี นให้แ ห้ ก่น้ ก่ น้ องชาย เพื่อ พื่ อำ นวยความสะดวกแก่ก ก่ ารเรีย รี น ซึ่งเป็น ป็ อามิส มิ ทานแก่ผู้ ก่ อื่น อื่ ยึด ยึ หลัก ลั ศีล ศี 5 ในการดำ เนินชีวิต วิ เพื่อ พื่ ไม่ก่ ม่ อ ก่ กรรมให้กั ห้ บ กั ผู้อื่ผู้ น อื่ อ่า อ่ นหนังสือ สื พุท พุ ธวจน ฉบับ บั ที่ 3 ก้า ก้ วย่า ย่ งอย่า ย่ งพุท พุ ธะ ในบทที่ 12 บทอธิษ ธิ ฐานจิต จิ เพื่อ พื่ ทำ ความเพีย พี ร การให้ท ห้ านแก่ผู้ ก่ อื่น อื่ เป็น ป็ การเสีย สี สละส่ว ส่ นตัว ตั ที่ไที่ ม่ไม่ ด้ทำ ด้ ทำให้ ตนเองลำ บาก เมื่อ มื่ ทำ ทานแล้ว ล้ รู้สึ รู้ ก สึ อิ่ม อิ่ เอมใจ


ความดีที่ข้ ที่ า ข้ พเจ้า จ้ ภูมิ ภู ใจ ในสัปสั ดาห์นี้ ห์ ทาน ศีล ภาวนา สัปดาห์ที่ : 7 โครงการบริหารจัดการความดีในชีวิ ชีวิตประจำ วัน โดย นางสาวปทิตทิตา อ้ว อ้ นล่ำ ป.โท ปี 1 ห้อ ห้ ง 2 วิชาการพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพ ชี สำ หรับ ผู้บริหารทางการศึกษา เสนอ รองศาสตราจารย์ ดร. สุชาดา นันทะไชย วัน วั ที่ 6 มกราคม 2567 ถ่า ถ่ ยทอดให้ค ห้ วามรู้ด้ รู้ า ด้ นการร้อ ร้ งเพลงไทยแก่ผู้ ก่ เผู้รีย รี น เพื่อ พื่ เป็น ป็ วิท วิ ยาทานแก่ ผู้เรีย รี น สำ รวมและปิด ปิ กั้น กั้ วาจา ไม่ร่ ม่ ว ร่ มวงสนทนาที่ใที่ ห้ร้ ห้ า ร้ ยแก่ผู้ ก่ อื่ผู้ น อื่ สวดมนต์ก่ ต์ อ ก่ นนอน และแผ่เมตตาให้แ ห้ ก่เ ก่ จ้า จ้ กรรมนายเวร การภาวนาสวดมนต์ก่ ต์ อ ก่ นนอน เป็น ป็ การสำ รวมจิต จิ ใจก่อ ก่ นเข้า ข้ นอน ทำ ให้รู้ ห้ สึ รู้ ก สึ นอนหลับ ลั สบายไม่ฟุ้ม่ ง ฟุ้ ซ่าน


ความดีที่ข้ ที่ า ข้ พเจ้า จ้ ภูมิ ภู ใจ ในสัปสั ดาห์นี้ ห์ ทาน ศีล ภาวนา สัปดาห์ที่ : 8 โครงการบริหารจัดการความดีในชีวิ ชีวิตประจำ วัน โดย นางสาวปทิตทิตา อ้ว อ้ นล่ำ ป.โท ปี 1 ห้อ ห้ ง 2 วิชาการพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพ ชี สำ หรับ ผู้บริหารทางการศึกษา เสนอ รองศาสตราจารย์ ดร. สุชาดา นันทะไชย วัน วั ที่ 13 มกราคม 2567 ร่ว ร่ มทำ บุญบุ ถวายสัง สั ฆทาน ที่วั ที่ ด วั ศรีเ รี รือ รื งบุญบุ ร่ว ร่ มกับ กั บิด บิ า มารดาและ เพื่อ พื่ นรัก รั ยึด ยึ หลัก ลั ศีล ศี 5 ในการดำ เนินชีวิต วิ เพื่อ พื่ ไม่ก่ ม่ อ ก่ กรรมให้กั ห้ บ กั ผู้อื่ผู้ น อื่ อ่า อ่ นหนังสือ สื พุท พุ ธวจน ฉบับ บั ที่ 3 ก้า ก้ วย่า ย่ งอย่า ย่ งพุท พุ ธ ในบทที่ 13 ลำ ดับ ดั การปฏิบัติ บั เ ติ พื่อ พื่ รู้ต รู้ ามซึ่งสัจ สั ธรรม การรัก รั ษาศีล ศี 5 ทำ ให้ชี ห้ ชี วิต วิ ห่า ห่ งไกลจากความไม่ดี ม่ ง ดี าม ถึง ถึ แม้จ ม้ ะไม่ สามารถปฏิบัติ บั ไติ ด้อ ด้ ย่า ย่ งสมบูร บู ณ์แบบ แต่ส ต่ ามารถพัฒ พั นาได้


ความดีที่ข้ ที่ า ข้ พเจ้า จ้ ภูมิ ภู ใจ ในสัปสั ดาห์นี้ ห์ ทาน ศีล ภาวนา สัปดาห์ที่ : 9 โครงการบริหารจัดการความดีในชีวิ ชีวิตประจำ วัน โดย นางสาวปทิตทิตา อ้ว อ้ นล่ำ ป.โท ปี 1 ห้อ ห้ ง 2 วิชาการพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพ ชี สำ หรับ ผู้บริหารทางการศึกษา เสนอ รองศาสตราจารย์ ดร. สุชาดา นันทะไชย วัน วั ที่ 20 มกราคม 2567 ร่ว ร่ มบริจ ริ าคเงิน งิ สนับสนุน นุ แก่โก่ รงพยาบาลคลองสามวา สำ รวมวาจา มีส มี ติใติ นการพูด พู คุย คุ กับ กั ผู้อื่น อื่ ไม่พู ม่ ด พู คำ หยาบ และงดเว้น ว้ การพูด พู เพ้อ พ้ เจ้อ จ้ สวดมนต์ก่ ต์ อ ก่ นนอน และแผ่เมตตาให้แ ห้ ก่เ ก่ จ้า จ้ กรรมนายเวร ในช่วงที่ง ที่ านและภารกิจ กิ ล้น ล้ มือ มื มาก การสวดมนต์ภ ต์ าวนาก่อ ก่ น นอน ทำ ให้จิ ห้ ต จิ ใจสงบสุข สุ ไม่ฟุ้ม่ ง ฟุ้ ซ่าน


ความดีที่ข้ ที่ า ข้ พเจ้า จ้ ภูมิ ภู ใจ ในสัปสั ดาห์นี้ ห์ ทาน ศีล ภาวนา สัปดาห์ที่ : 10 โครงการบริหารจัดการความดีในชีวิ ชีวิตประจำ วัน โดย นางสาวปทิตทิตา อ้ว อ้ นล่ำ ป.โท ปี 1 ห้อ ห้ ง 2 วิชาการพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพ ชี สำ หรับ ผู้บริหารทางการศึกษา เสนอ รองศาสตราจารย์ ดร. สุชาดา นันทะไชย วัน วั ที่ 27 มกราคม 2567 บริจ ริ าคเงิน งิ แก่ผู้ ก่ พิก พิ ารที่ม ที่ าร้อ ร้ งเพลงที่ร้ ที่ า ร้ นอาหารแห่ง ห่ หนึ่ง มีส มี ติใติ นการสนทนากับ กั ผู้อื่น อื่ ไม่พู ม่ ด พู โกหกหรือ รื เพ้อ พ้ เจ้อ จ้ สวดมนต์ก่ ต์ อ ก่ นนอน และแผ่เมตตาให้แ ห้ ก่เ ก่ จ้า จ้ กรรมนายเวร ในช่วงที่ง ที่ านและภารกิจ กิ ล้น ล้ มือ มื มาก การสวดมนต์ภ ต์ าวนาก่อ ก่ น นอน ทำ ให้จิ ห้ ต จิ ใจสงบสุข สุ ไม่ฟุ้ม่ ง ฟุ้ ซ่าน


ความดีที่ข้ ที่ า ข้ พเจ้า จ้ ภูมิ ภู ใจ ในสัปสั ดาห์นี้ ห์ ทาน ศีล ภาวนา สัปดาห์ที่ : 11 โครงการบริหารจัดการความดีในชีวิ ชีวิตประจำ วัน โดย นางสาวปทิตทิตา อ้ว อ้ นล่ำ ป.โท ปี 1 ห้อ ห้ ง 2 วิชาการพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพ ชี สำ หรับ ผู้บริหารทางการศึกษา เสนอ รองศาสตราจารย์ ดร. สุชาดา นันทะไชย วัน วั ที่ 3 กุมภาพัน พั ธ์ 2567 ถ่า ถ่ ยทอดให้ค ห้ วามรู้ด้ รู้ า ด้ นดนตรีไรี ทยแก่ผู้ ก่ เรีย รี น นอกเวลาเรีย รี น เพื่อ พื่ เป็น ป็ วิทยาทาน สำ รวมและปิด ปิ กั้น กั้ วาจา ไม่ร่ ม่ ว ร่ มวงสนทนาที่ใที่ ห้ร้ ห้ า ร้ ยแก่ผู้ ก่ อื่ผู้ น อื่ สวดมนต์ก่ ต์ อ ก่ นนอน และแผ่เมตตาให้แ ห้ ก่เ ก่ จ้า จ้ กรรมนายเวร ในช่วงที่ง ที่ านและภารกิจ กิ ล้น ล้ มือ มื มาก การสวดมนต์ภ ต์ าวนาก่อ ก่ น นอน ทำ ให้จิ ห้ ต จิ ใจสงบสุข สุ ไม่ฟุ้ม่ ง ฟุ้ ซ่าน


ความดีที่ข้ ที่ า ข้ พเจ้า จ้ ภูมิ ภู ใจ ในสัปสั ดาห์นี้ ห์ ทาน ศีล ภาวนา สัปดาห์ที่ : 12 โครงการบริหารจัดการความดีในชีวิ ชีวิตประจำ วัน โดย นางสาวปทิตทิตา อ้ว อ้ นล่ำ ป.โท ปี 1 ห้อ ห้ ง 2 วิชาการพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพ ชี สำ หรับ ผู้บริหารทางการศึกษา เสนอ รองศาสตราจารย์ ดร. สุชาดา นันทะไชย วัน วั ที่ 10 กุมภาพัน พั ธ์ 2567 ทำ บุญบุ ใส่บ ส่ าตรแก่พ ก่ ระสงฆ์ที่ ฆ์ บิ ที่ ณ บิ ฑบาตรช่วงเช้าก่อ ก่ นไปทำ งาน ไม่ร่ ม่ ว ร่ มดื่ม ดื่ สุร สุ าในขณะที่เ ที่ พื่อ พื่ นร่ว ร่ มวงสนทนาดื่ม ดื่ สุร สุ า สวดมนต์ก่ ต์ อ ก่ นนอน และแผ่เมตตาให้แ ห้ ก่เ ก่ จ้า จ้ กรรมนายเวร ในช่วงที่ง ที่ านและภารกิจ กิ ล้น ล้ มือ มื มาก การสวดมนต์ภ ต์ าวนาก่อ ก่ น นอน ทำ ให้จิ ห้ ต จิ ใจสงบสุข สุ ไม่ฟุ้ม่ ง ฟุ้ ซ่าน


ความดีที่ข้ ที่ า ข้ พเจ้า จ้ ภูมิ ภู ใจ ในสัปสั ดาห์นี้ ห์ ทาน ศีล ภาวนา สัปดาห์ที่ : 13 โครงการบริหารจัดการความดีในชีวิ ชีวิตประจำ วัน โดย นางสาวปทิตทิตา อ้ว อ้ นล่ำ ป.โท ปี 1 ห้อ ห้ ง 2 วิชาการพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพ ชี สำ หรับ ผู้บริหารทางการศึกษา เสนอ รองศาสตราจารย์ ดร. สุชาดา นันทะไชย วัน วั ที่ 17 กุมภาพัน พั ธ์ 2567 ร่ว ร่ มทำ บุญบุ บริจ ริ าคเงิน งิ ในการร่ว ร่ มสร้า ร้ งกำ แพงวัด วั ณ วัด วั ศรีเ รี รือ รื งบุญบุ สำ รวมและปิด ปิ กั้น กั้ วาจา ไม่ร่ ม่ ว ร่ มวงสนทนาที่ใที่ ห้ร้ ห้ า ร้ ยแก่ผู้ ก่ อื่ผู้ น อื่ สวดมนต์ก่ ต์ อ ก่ นนอน และแผ่เมตตาให้แ ห้ ก่เ ก่ จ้า จ้ กรรมนายเวร ในช่วงที่ง ที่ านและภารกิจ กิ ล้น ล้ มือ มื มาก การสวดมนต์ภ ต์ าวนาก่อ ก่ น นอน ทำ ให้จิ ห้ ต จิ ใจสงบสุข สุ ไม่ฟุ้ม่ ง ฟุ้ ซ่าน


ความดีที่ข้ ที่ า ข้ พเจ้า จ้ ภูมิ ภู ใจ ในสัปสั ดาห์นี้ ห์ ทาน ศีล ภาวนา สัปดาห์ที่ : 14 โครงการบริหารจัดการความดีในชีวิ ชีวิตประจำ วัน โดย นางสาวปทิตทิตา อ้ว อ้ นล่ำ ป.โท ปี 1 ห้อ ห้ ง 2 วิชาการพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพ ชี สำ หรับ ผู้บริหารทางการศึกษา เสนอ รองศาสตราจารย์ ดร. สุชาดา นันทะไชย วัน วั ที่ 24 กุมภาพัน พั ธ์ 2567 ร่ว ร่ มอนุโ นุ มทนาบุญบุ และทำ บุญบุ กับ กั น้องชายที่เ ที่ ข้า ข้ ร่ว ร่ มบรรพชาสามเณร ภาคฤดูร้ ดู อ ร้ น สำ รวมและปิด ปิ กั้น กั้ วาจา ไม่ร่ ม่ ว ร่ มวงสนทนาที่ใที่ ห้ร้ ห้ า ร้ ยแก่ผู้ ก่ อื่ผู้ น อื่ สวดมนต์ก่ ต์ อ ก่ นนอน และแผ่เมตตาให้แ ห้ ก่เ ก่ จ้า จ้ กรรมนายเวร การสวดมนต์ภ ต์ าวนาก่อ ก่ นนอน ทำ ให้จิ ห้ ต จิ ใจสงบสุข สุ ไม่ฟุ้ม่ ง ฟุ้ ซ่าน


ความดีที่ข้ ที่ า ข้ พเจ้า จ้ ภูมิ ภู ใจ ในสัปสั ดาห์นี้ ห์ ทาน ศีล ภาวนา สัปดาห์ที่ : 15 โครงการบริหารจัดการความดีในชีวิ ชีวิตประจำ วัน โดย นางสาวปทิตทิตา อ้ว อ้ นล่ำ ป.โท ปี 1 ห้อ ห้ ง 2 วิชาการพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพ ชี สำ หรับ ผู้บริหารทางการศึกษา เสนอ รองศาสตราจารย์ ดร. สุชาดา นันทะไชย วัน วั ที่ 2 มีน มี าคม 2567 ให้ค ห้ วามรู้ด้ รู้ า ด้ นการร้อ ร้ งเพลงแก่ผู้ ก่ เรีย รี น นอกเวลาเรีย รี น เพื่อ พื่ เป็น ป็ วิท วิ ยาทาน ไม่ดื่ ม่ ม ดื่ สุร สุ า แม้เ ม้ พื่อ พื่ นจะชักชวนให้ร่ ห้ ว ร่ มดื่ม ดื่ ฉลอง สวดมนต์ก่ ต์ อ ก่ นนอน และแผ่เมตตาให้แ ห้ ก่เ ก่ จ้า จ้ กรรมนายเวร การสวดมนต์ภ ต์ าวนาก่อ ก่ นนอน ทำ ให้จิ ห้ ต จิ ใจสงบสุข สุ ไม่ฟุ้ม่ ง ฟุ้ ซ่าน


ความดีที่ข้ ที่ า ข้ พเจ้า จ้ ภูมิ ภู ใจ ในสัปสั ดาห์นี้ ห์ ทาน ศีล ภาวนา สัปดาห์ที่ : 16 โครงการบริหารจัดการความดีในชีวิ ชีวิตประจำ วัน โดย นางสาวปทิตทิตา อ้ว อ้ นล่ำ ป.โท ปี 1 ห้อ ห้ ง 2 วิชาการพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพ ชี สำ หรับ ผู้บริหารทางการศึกษา เสนอ รองศาสตราจารย์ ดร. สุชาดา นันทะไชย วัน วั ที่ 9 มีน มี าคม 2567 สละเวลาส่ว ส่ นตัว ตัในการขับ ขั รถเพื่อ พื่ เดิน ดิ ทางไปส่ง ส่ เพื่อ พื่ นร่ว ร่ มชั้นเรีย รี นหลัง ลั เรีย รี นเสร็จ ร็ ไม่ร่ ม่ ว ร่ มสนทนาพูด พู เพ้อ พ้ เจ้อ จ้ ส่อ ส่ เสีย สี ดผู้อื่น อื่ สวดมนต์ก่ ต์ อ ก่ นนอน และแผ่เมตตาให้แ ห้ ก่เ ก่ จ้า จ้ กรรมนายเวร การสวดมนต์ภ ต์ าวนาก่อ ก่ นนอน ทำ ให้จิ ห้ ต จิ ใจสงบสุข สุ ไม่ฟุ้ม่ ง ฟุ้ ซ่าน


ความดีที่ข้ ที่ า ข้ พเจ้า จ้ ภูมิ ภู ใจ ในสัปสั ดาห์นี้ ห์ ทาน ศีล ภาวนา สัปดาห์ที่ : 17 โครงการบริหารจัดการความดีในชีวิ ชีวิตประจำ วัน โดย นางสาวปทิตทิตา อ้ว อ้ นล่ำ ป.โท ปี 1 ห้อ ห้ ง 2 วิชาการพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพ ชี สำ หรับ ผู้บริหารทางการศึกษา เสนอ รองศาสตราจารย์ ดร. สุชาดา นันทะไชย วัน วั ที่ 16 มีน มี าคม 2567 บริจ ริ าคให้นั ห้ นั กเรีย รี นที่มี ที่ ผ มี ลการเรีย รี นดีม ดี าก ลำ ดับ ดั ที่ 1 ในชั้นเรีย รี น เพื่อ พื่ เป็น ป็ การแสดงความยิน ยิ ดีใดี นความสำ เร็จ ร็ให้นั ห้ นั กเรีย รี น ตั้ง ตั้ใจ สำ รวมใจ ให้อ ห้ ยู่ใยู่ นศีล ศี 5 อยู่เยู่ สมอ สวดมนต์ก่ ต์ อ ก่ นนอน และแผ่เมตตาให้แ ห้ ก่เ ก่ จ้า จ้ กรรมนายเวร การสวดมนต์ภ ต์ าวนาก่อ ก่ นนอน ทำ ให้จิ ห้ ต จิ ใจสงบสุข สุ ไม่ฟุ้ม่ ง ฟุ้ ซ่าน


ความดีที่ข้ ที่ า ข้ พเจ้า จ้ ภูมิ ภู ใจ ในสัปสั ดาห์นี้ ห์ ทาน ศีล ภาวนา สัปดาห์ที่ : 18 โครงการบริหารจัดการความดีในชีวิ ชีวิตประจำ วัน โดย นางสาวปทิตทิตา อ้ว อ้ นล่ำ ป.โท ปี 1 ห้อ ห้ ง 2 วิชาการพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพ ชี สำ หรับ ผู้บริหารทางการศึกษา เสนอ รองศาสตราจารย์ ดร. สุชาดา นันทะไชย วัน วั ที่ 23 มีน มี าคม 2567 บริจ ริ าคเงิน งิ บางส่ว ส่ นเพิ่ม พิ่ เติม ติ ให้นั ห้ นั กเรีย รี นที่อ ที่ อมเงิน งิ ไว้จ ว้ นเรีย รี นจบการศึก ศึ ษา ตั้ง ตั้ใจ สำ รวมใจ ให้อ ห้ ยู่ใยู่ นศีล ศี 5 อยู่เยู่ สมอ สวดมนต์ก่ ต์ อ ก่ นนอน และแผ่เมตตาให้แ ห้ ก่เ ก่ จ้า จ้ กรรมนายเวร การสวดมนต์ภ ต์ าวนาก่อ ก่ นนอน ทำ ให้จิ ห้ ต จิ ใจสงบสุข สุ ไม่ฟุ้ม่ ง ฟุ้ ซ่าน


ความดีที่ข้ ที่ า ข้ พเจ้า จ้ ภูมิ ภู ใจ ในสัปสั ดาห์นี้ ห์ ทาน ศีล ภาวนา สัปดาห์ที่ : 19 โครงการบริหารจัดการความดีในชีวิ ชีวิตประจำ วัน โดย นางสาวปทิตทิตา อ้ว อ้ นล่ำ ป.โท ปี 1 ห้อ ห้ ง 2 วิชาการพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพ ชี สำ หรับ ผู้บริหารทางการศึกษา เสนอ รองศาสตราจารย์ ดร. สุชาดา นันทะไชย วัน วั ที่ 30 มีน มี าคม 2567 ซื้อกาแฟและขนมให้เ ห้ พื่อ พื่ นเป็น ป็ การขอบคุณ คุ ที่ขั ที่ บ ขั รถมาส่ง ส่ ยัง ยั เป้า ป้ หมาย ตั้ง ตั้ใจ สำ รวมใจ ให้อ ห้ ยู่ใยู่ นศีล ศี 5 อย่า ย่ งเคร่ง ร่ ครัด รั มากขึ้น ขึ้ ร่ว ร่ มฝึก ฝึ สมถะวิปัส ปั สนา ณ วัด วั โตนด จ.นนทบุรี บุ รี การวางใจจากสิ่ง สิ่ ต่า ต่ ง ๆ เพื่อ พื่ ค้น ค้ พบความสงบในจิต จิ ใจในวัน วั นี้ เหมือ มื นเป็น ป็ การฟื้น ฟื้ ฟูจิ ฟู ต จิ ใจ ให้พ ห้ ร้อ ร้ มดำ เนินชีวิต วิ ต่อ ต่ ไป


ผู้รับผิดชอบโครงการ (ห้อง 2) เพื่อพัฒนาทักษะการตะหนักรู้ในตนเอง (Self-Awareness) Leading with Heart and Mind: Self-Development for Ethical Leadership Mastery ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ ในเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเรา ทั้งความคิด อารมณ์ ความรู้สึก สิ่งที่เราให้คุณค่า รวมไปถึงการตระหนักถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นว่ามีผล ต่อตัวเราอย่างไร แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท 1. การตระหนักรู้ภายใน (Internal self-awareness) คือ การรู้จักตัวเองผ่าน การตั้งคำ ถามกับตัวเอง เป็นการตระหนักรู้ที่เกิดจากการมองตัวเราเองเป็นหลัก ว่าเรานั้นมีตัวตนอย่างไร มีความคิดอย่างไร มีความรู้สึกอย่างไร ตลอดจนเราเห็น คุณค่ากับสิ่งใด 2. การตระหนักรู้ภายนอก (External self-awareness) คือ การรู้จักตัวเองผ่าน มุมมองของผู้อื่น เช่น เพื่อนสนิทมองเราเป็นคนอย่างไร พ่อแม่ผู้ปกครองเห็นเรา เป็นอย่างไร คุณครูเห็นเราเป็นอย่างไร ข้อดี ข้อเสียของตัวเอง ซึ่งมีส่วนสำ คัญใน การช่วยในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นข้อเสียจะช่วยให้สามารถปรับตัวกับผู้ อื่นในสังคมได้เป็นอย่างดี 1.เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการเห็นความสำ คัญของการตระหนักรู้ในตนเอง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถวิเคราะห์ตนเองได้จากการรู้จักข้อดี ข้อเสีย อารมณ์ ความคิด และสิ่งที่ตนเองให้คุณค่า 2. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถค้นพบเป้าหมายและจัดลำ ดับความ สำ คัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถวางแผนแนวทางสู่ความสำ เร็จตาม เป้าหมายได้ 4. การฝึกสติ เช่น นั่งสมาธิ หรือ เดินจงกรม ช่วยให้เรารับรู้ถึงอารมณ์ และความรู้สึกของ เราได้เร็วขึ้น 1. 2.การทบทวนตัวเองในทุก ๆ วัน ว่าวันนี้ทำ อะไรได้ดี อะไรที่ควรปรับเปลี่ยน 3.การถามตนเองว่ารู้สึกอะไร เช่น รู้สึกมีความสุข เศร้า ผิดหวัง เสียใจ การฝึกฟังและสังเกต เพื่อฟังเสียงตนเองระหว่างที่เราพูด จะช่วยให้สังเกตกิริยาของ ตนเองได้ ในการแสดงออก 4. การเขียนบันทึก โดยการเขียนเหตุการณ์ต่าง ๆ รวมถึงความคิด ความรู้สึกที่เกิดขึ้น การ เขียนจะช่วยให้เรารับรู้ความรู้สึกได้ดีขึ้นอย่างช้า ๆ ซึ่งจะช่วยระบายความรู้สึกที่ดี และยัง สามารถย้อนดูพัฒนาการของตนเองได้ 5. การถาม feedback จากผู้อื่น เพื่อให้ได้ทราบมุมมองตัวเราจากผู้อื่น เพราะในการ พิจารณาการตระหนักรู้จากผู้อื่นจะช่วยเราพัฒนาตนเองได้หลากหลายมุมมองมากยิ่งขึ้น 6. การตระหนักรู้ตนเอง (Self-awareness) สำ คัญอย่างไร หากเรารับรู้และเข้าใจความรู้สึก อารมณ์ และความต้องการของตนเองอย่างเท่าทัน หรือหากเราสังเกตเห็นผล (จากที่เราแสดงออก) ว่าส่งผลต่อบุคคลอื่นอย่างไร ก็จะเป็น จุดเริ่มต้นที่ดีของการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) โดยเมื่อตระหนักรู้แล้ว ก็จะนำ ไปสู่การบริหารตนเอง (Self-management) เพื่อให้ เราเป็นเราคนใหม่ที่ควบคุมอารมณ์ได้ อารมณ์ดีมากขึ้น หรืออารมณ์คงที่มากขึ้น ใน อีกมิติหนึ่งของการเข้าใจตนเอง หากเรารู้จุดแข็ง และจุดอ่อนที่ควรพัฒนา ก็จะช่วยให้ เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น และรู้ว่าจะบริหารตนเอง (หรือพัฒนาตนเอง) อย่างไร เช่น ฝึกในจุดอ่อน หากจุดอ่อนนั้นเป็นสิ่งที่สำ คัญต่อเป้าหมายของเรา หรือแค่ยอมรับ และ ให้คนอื่นทำ ในเรื่องที่เป็นจุดอ่อนหรือเราไม่ถนัดแทน 1. เพื่อน ๆ จะนั่งวาดรูปโดยไม่เห็นงานกัน (อย่า ให้เพื่อนเห็นนะ เดี๋ยวเราจะมาเล่นทายภาพกัน) 2. เพื่อน ๆ จะเลือกสีที่รู้สึกบ่งบอกความเป็นตัว เองคนละ1สี 3. เพื่อน ๆ จะต้องหลับตาวาด โดยโจทย์คือ “วาดรูปตัวเอง” โดยลองนึกถึงจุดเด่นของตัวเอง ที่ทำ ให้เพื่อนนึกออก โดยให้เวลา 1 นาที 4. จากนั้นลืมตา แล้วเลือกอีกสี เพื่อวาด “สิ่งของที่บอกความเป็นตัวเองลงไป” การตระหนักรู้ตนเองช่วยทำ ให้เราสามารถเท่าทันเสียงความคิด อารมณ์ความ รู้สึก และทัศนคติที่เรามีต่อสิ่งต่าง ๆ ได้ โดยการเท่าทันสิ่งเหล่านี้สามารถทำ ให้เรา รู้ตัวและสามารถเลือกกระทำ สิ่งต่าง ๆ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาตามที่ต้องการได้ 1.นางจิตชนา เชาวน์สังเกต เลขที่ 4 3.นางสาวปทิตตา อ้วนล่ำ เลขที่ 9 5.นางสาวพรศิริ สอนลิลา เลขที่ 13 7.นางสาวศศิชา ไชยศรี เลขที่ 19 9.นายรัชพล บุญสร้าง เลขที่ 27 2.นางสาวชนนิกานต์ เชื้อปั้น เลขที่ 5 4.นางสาวปาณิศา ถนอมทรัพย์ เลขที่ 11 6.นางสาวมานิตา ลาโภดม เลขที่ 14 8.นายนิธิทัศน์ อักษร เลขที่ 23 10.นายสิวริศร ตรีชิต เลขที่ 28 โครงการ รู้รู้รู้จัรู้จั จั ก จั กใคร ช่ช่ ช่ า ช่ างเขา รู้รู้รู้จัรู้จั จั ก จั กเรา ช่ช่ ช่ า ช่ างเริ่ริ่ ริ่ ด ริ่ ด


“Self-Leading wiSelf-DeveLeade


awareness” ith Heart and Mind: lopment for Ethical ership Mastery


กิกิกิ กิ จ กิ จ กิ จกรรม ระฆัฆัฆัHere and n


ฆัฆัฆั ฆั ง ฆั ง ฆั งสติติติ ติติติ now 3 นาที


Self“ความสามารถในการคิด อารมณ์ ความรู้สึสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นว่ามีแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท1. การตระหนักรู้ภายใน (Inตั้งคำ ถามกับตัวเอง เป็นกานั้นมีตัวตนอย่างไร มีความกับสิ่งใด 2. การตระหนักรู้ภายนอก (มุมมองของผู้อื่น เช่น เพื่อนเป็นอย่างไร คุณครูเห็นเราเการช่วยในการปรับเปลี่ยนพในสังคมได้เป็นอย่างดี


f-awareness รรับรู้ เข้าใจ ในเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเรา ทั้งความ สึก สิ่งที่เราให้คุณค่า รวมไปถึงการตระหนักถึง มีผลต่อตัวเราอย่างไร” nternal self-awareness) คือ การรู้จักตัวเองผ่านการ ารตระหนักรู้ที่เกิดจากการมองตัวเราเองเป็นหลักว่าเรา มคิดอย่างไร มีความรู้สึกอย่างไร ตลอดจนเราเห็นคุณค่า (External self-awareness) คือ การรู้จักตัวเองผ่าน นสนิทมองเราเป็นคนอย่างไร พ่อแม่ผู้ปกครองเห็นเรา เป็นอย่างไร ข้อดี ข้อเสียของตัวเอง ซึ่งมีส่วนสำ คัญใน พฤติกรรมที่เป็นข้อเสียจะช่วยให้สามารถปรับตัวกับผู้อื่น


Selfการตระหนักรู้ในตน1. การรู้อารมณ์ตนเองและผลที่อาจตามมา สและลบที่เกิดขึ้นกับตนเ2. การประเมินตนเองไและประเมินตนเอง ได้ถูตนเอง โดยไม่หาข้อแก้ตัรับฟังการประเมินจากผู้3. ความมั่นใจในตนเอตนเอง สามารถตัดสินใให้ส าเร็จตามเป้า ป้ หมายเกิดขึ้น


Click to View FlipBook Version