ร ร่ า ย ย า ว ม ห า
เ ว ส สั น ด ร ช า ด ก
มหา
เวสสันดร
ชาดก
พระมหาเวสสันดรยอดนักทาน
สู่โพธิญาณอันยิ่งใหญ่
ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก
พระเวสสันดรยอดนักทาน สู่โพธิอันยิ่งใหญ่
คณะผู้จัดทำ
1) นายธนพล บัวโสม เลขที่5
2) นายพงศ์พิพัฒน์ จอมแก้ว เลขที่6
3) นายเทอดพงศ์ กาจน์กุลพัฒน์ เลขที่ 9
4) นายปัญญพนต์ สุขปราณี เลขที่10
5) นายนวาระเสนาเหนือ เลขที่14
6) นายก้องกิดากร พันชนะ เลขที่15
7) นายกิตติพงษ์ต้นงาม เลขที่1 6
8)นายณัฐวุฒิ คำเพ็ญ เลขที่18
9)นายวิศรุต ทองเอม เลขที่24
10) นางสาวณิชาภัทร ทองไชย เลขที่27
วิชาภาษาไทย(ท31102) ภาคเรียนที่ 2 ปีกาศึกษา 2564
คำนำ
ห นั ง สื อ E - B O O K นี้ เ ป็ น ส่ ว น นึ ง ข อ ง ร า ย วิ ช า ภ า ษ า ไ ท ย เ พื่ อ ส รุ ป อ ง ค์
ค ว า ม รู้ เ กี่ ย ว กั บ พ ร ะ เ ว ส สั น ด ร ช า ด ก ซึ่ ง เ ป็ น ส า ร ะ ที่ สำ คั ญ แ ล ะ ค ว ร ศึ ก ษ า
เ ป็ น อ ย่ า ง ยิ่ ง จึ ง ไ ด้ จั ด ทำ ห นั ง สื อ E - B O O K นี้ ขึ้ น ม า
ก า ร จั ด ทำ ห นั ง สื อ E - B O O K นี้ ไ ด้ อ้ า ง อิ ง เ นื้ อ ห า ส่ ว น ใ ห ญ่ จ า ก ห นั ง สื อ
ว ร ร ณ ค ดี แ ล ะ ว ร ร ณ ก ร ร ม ข อ ง ชั้ น มั ธ ย ม ศึ ก ษ า ปี ที่ 4 ข อ ง ส ถ า บั น พั ฒ น า
คุ ณ ภ า พ วิ ช า ก า ร ( พ ว . )
แ ล ะ โ อ ก า ส นี้ ข อ ข อ บ พ ร ะ คุ ณ อ า จ า ร ย์ ( ชื่ อ ค รู ) ที่ ใ ห้ คำ ป รึ ก ษ า แ ล ะ ใ ห้ คำ
แ น ะ นำ เ กี่ ย ว กั บ ก า ร จั ด ทำ ห นั ง สื อ E - B O O K เ รื่ อ ง พ ร ะ ม ห า เ ว ส สั น ด ร
ช า ด ก แ ล ะ ข อ บ คุ ณ ผู้ จั ด ทำ เ นื้ อ ห า ใ น ห นั ง สื อ ว ร ร ณ ค ดี แ ล ะ ว ร ร ณ ก ร ร ม
ข อ ง ส ถ า บั น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ วิ ช า ก า ร ( พ ว . ) ที่ ไ ด้ นำ เ นื้ อ ห า ม า จั ด ทำ
ห นั ง สื อ
E - B O O K นี้ ขึ้ น ม า
ค ณ ะ ผู้ จั ด ค า ด ห วั ง ว่ า ห นั ง สื อ E - B O O K จ ะ เ ป็ น ป ร ะ โ ย ช น์ กั บ ผู้ ที่ อ่ า น
อ ย่ า ง ยิ่ ง
ห า ก ผิ ด พ ล า ด ป ร ะ ก า ร ใ ด ต้ อ ง ข อ อ ภั ย ม า ณ ที่ นี้ ด้ ว ย
คณะผู้จัดทำ
บทนำเรื่อง
ชาดกเป็นเรื่องราวของพระพุทธเจ้าในพระชาติต่าง ๆ เมื่อครั้งเป็น
พระโพธิสัตว์ ซึ่งพระพุทธองค์ทรงยกมาประกอบการแสดงธรรม เพื่อให้
เข้าใจในหลักธรรมคำสอนอย่างชัดเจน
ชาดกแบ่งเป็น นิบาตชาดกในพระไตรปิฎก และปัญญาชาดกซึ่งเป็น
ชาดกที่แต่งขึ้นจากนิทานพื้นบ้าน
ชาดกมีองค์ประกอบ ดังนี้
๑. บทนำเรื่อง กล่าวถึงมูลเหตุหรือที่มาของชาดกเรื่องนั้น
๒. ชาดก คือ เรื่องราวนิทานที่พระพุทธองค์ตรัสเล่า
๓. ปรพชุมชาดก เป็นเนื้อความสุดท้าย กล่าวถึงการกลับชาติมาเกิด
ของบุคคลในชาดกเวสสันดรชาดกเป็นชาดกเรื่องสุดท้ายที่ปรากฏอยู่ใน
นิบาตชาดก มีคาถาจำนวน ๑,๐๐๐ คาถา* เรียกว่า คาถาพัน
กล่าวถึงการบำเพ็ญทานบรรมี
มหาเวสสันดรชาดก หรือมหาชาติ เป็นพระชาติที่ยิ่งใหญ่พระชาติสุดท้าย ก่อน
จะประสูติเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ ซึ่งต่อมาได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า คนไทยรู้จัก
มหาเวสสันดรชาดกเป็นอย่างดีทั้งจากการเล่าสู่กันฟัง การเทศน์ และการ
สวดในพิธีต่าง ๆ
รู ปแบบคำประพันธ์
*
ข้อบังคับ
วรรคละ ๖ คำ คำที่ ๑ กับคำที่ ๔, คำที่ ๒ กับคำที่ ๕ และคำที่ ๓ กับคำ
ที่ ๖ สัมผัสพยัญชนะกันและคำที่ ๓ กับคำที่ ๔ สัมผัสสระกัน ส่วน
สัมผัสนอกต้องให้คำสุดท้ายของวรรคต้นสัมผัสกับคำต้นของวรรค
ต่อๆ ไป และไม่จำเป็นต้องรับด้วยวรรณยุกต์เอกหรือโทตรงกัน
ที่ มาของมหาเวสสั นดรชาดก
เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว พระองค์เสด็จไปกรุงกบิลพัสดุ์เพื่อโปรดพระ
ราชบิดาและพระประยูรญาติเหล่าพระประยูรญาติไม่ทำำความเคารพ
พระพุทธองค์จึงทรงพระพุทธองค์จึงทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ เสด็จขึ้น
สู่ท้องฟ้าราวกับจะโปรยให้ธุลีพระบาทตกลงสู่เศียรของพระญาติทั้ง
หลาย พระญาติเหล่านั้นจึงละทิฐิ แสดงความเคารพพระพุทธองค์ ขณะ
นั้นมีผนโบกขรพรรษตกลงมา ผนมีลักษณะดังนี้
๑. น้ำผนมีสีแดงเหมือนสีมองแดง
๒. ผู้ใดต้องการให้เปียกก็ต้องเปียก ผู้ใดไม่ต้องการให้เปียกก็จะไม่ให้
เปียก
๓. น้ำฝนนี้เมื่อถึงพื้อก็จะซึมหายไป ไม่นองอยู่
พระสงฆ์สาวกทั้งหายเห็นเป็นอัศจรรย์จึงกราบทูลถามพระพุทธองค์
พระพุทธองค์จึงตรัสว่าฝนนี้เคยตกลงมาครั้งหนึ่งแล้ว ในสมัยที่
พระองค์เสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดร พระสงฆ์เหล่านั้นจึงอาราธนาให้
เล่า พระองค์จึงทรงแสดงเรื่อง มหาเวสสันดร
มหาเวสสันดรชาดก ๑๓ กัณฑ์
มหาเวสสันดรชาดกมีทั้งหมด ๑๓ กัณฑ์ เนื้อเรื่องย่อแต่ละกัณฑ์ มีดังนี้
๑. กัณฑ์ทศพร
อดีตชาติของพระนางผุสดเป็นมเหสีของพระอินทร์ เมื่อจะสิ้นพระชนมายุ พระอินทร์
จึงอนุญาติให้นางขอพรได้ ๑๐ ประการ พรที่นางขอมีดังนี้
๑. เป็นอัครมเหสีของพระราชาเห่งกรุงสีพี ๖. มีพระครร๓์แบนราบในเวลาทรงครรภ์
๒. มีดวงเนตรคมงาม ๗ .มีพระถันงดงาม ไม่หย่อนคล้อย
๓. มีคิ้วดำงาม ๘. เส้นพระเกศาดำขลับอยู่เสมอ
๔. มีพระนามว่าผุสดี ๙. มีผิวพรรณงาม
๕. มีโอรสที่มีชื่อเสียง ๑๐. มีโอกาสช่วยนักโทษที่ต้อง
ต่อมาพระนางผุสดีจุติลงมาเกิดในโลกมนูษย์ ได้อภิเษกกับพระเจ้ากรุงสญชัย และ
เป็นพระมารดาของพระเวสสันดร
กัณฑ์หิมพานต์
พระนางผุสดีได้จุติลงมาเป็นพระราชธิดาพระเจ้ามัททราช เมื่อ
เจริญชนม์ได้ ๑๖ ชันษาจึงได้อภิเษกสมรสกับพระเจ้ากรุงสญ
ชัย แห่งสีวิรัฐนคร ต่อมาได้ประสูติพระโอรสนามว่า
“เวสสันดร”ในวันที่ประสูตินั้นได้มีนางช้างฉัททันต์ตกลูกเป็น
ช้างเผือกขาวบริสุทธิ์จึงนำมาไว้ในโรงช้างต้นคู่บารมีให้มีนามว่า
“ปัจจัยนาค” เมื่อพระเวสสันดรเจริญชนม์ ๑๖ พรรษา พระราช
บิดาก็ยกสมบัติให้ครอบครองและทรงอภิเษกกับนางมัทรี พระ
ราชบิดาราชวงศ์มัททราช มีพระโอรส ๑ องค์ชื่อ ชาลี ราชธิดา
ชื่อ กัณหา พระองค์ได้สร้างโรงทาน บริจาคทานแก่ผู้เข็ญใจ
ต่อพระเจ้ากาลิงคะแห่งนครกาลิงครัฐได้ส่งพราหมณ์มาขอ
พระราชทานช้างปัจจัยนาค พระองค์จึงพระราชทานช้างปัจจัย
นาค พระองค์จึงพระราชทานช้างปัจจัยนาคแก่พระเจ้ากาลิงคะ
ชาวกรุงสัญชัย จึงเนรเทศพระเวสสันดรออกนอกพระนคร
กัณฑ์ทานกัณฑ์
ก่อนที่พระเวสสันดรพร้อมด้วยพระนางมัทรี ชาลี และ
กัณหาออกจากพระนคร จึงทูลขอพระราชทานโอกาส
บำเพ็ญมหาสัตสดกทาน คือ การให้ทานครั้งยิ่งใหญ่
อันได้แก่ ช้าง ม้า โคนม นารี ทาสี
ทาสาสรรพวัตถาภรณ์ต่างๆ รวมทั้งสุราบานอย่างละ
๗๐๐
กัณฑ์วนประเวศน์
พระเวสสันดร มัทรี ชาลี กัณหา เสด็จมุ่งสู่ป่า
เขาคีรีวงกต โดยอาศัยไมตรีจิตมิตรกษัตริย์
เมืองเจตราชทูลระยะทาง จนกระทั่งถึง ทั้งสี่
พระองค์ทรงบำเพ็ญพรตอยู่ในนั้นเป็นเวลา ๗
เดือน กษัตริย์เจตราชแต่งตั้งพรานเจตบุตร
เป็นผู้อยู่คอยพิทักษ์รักษาสวัสดิภาพของพระ
เวสสันดร
กัณฑ์ ชู ชก
กล่าวถึงเฒ่าชราตาชูชก ได้เร่ร่อนขอทาบแล้วนำเงิน
ไปฝากเพื่อนไว้ แต่เพื่อนก็นำเงินไปใช้จนหมด เมื่อชู
ชกไปทวงจึงไม่มีจะให้ จึงยกนางอมิตตดาธิดาสาว
ให้แทน นางปฏิบัติต่อสามีดี จนเป็นเหตุให้พราหมณี
เพื่อนบ้านพากันอิจฉาด่าว่าตบตี เลยไม่ยอมทำงาน
นอก และแนะให้เฒ่าชูชกไปทูลขอสองกุมารมาเป็น
ข้าทาสรับใช้
กัณฑ์จุลพน
ชูชกเดินทางไปเขาวงกต พบพรานเจตบุตร
ชุชกใช้กลอุบายหลอกว่าเป็นราชทูตของพระ
เจ้ากรุงสัญชัย พร้อมชูกลักพริก กลักขิง
เสบียงกรังที่นางอมิตตดาจัดหาให้ ว่าเป็น
พระราชสาส์นของพระเจ้ากรุงสัญชัย จน
พรานเจตบุตรหลงเชื่อ จึงชี้บอกทางให้ไป
จนถึงอาศรมบทของพระอัจจุตฤาษี
กัณฑ์มหาพน
เป็นกัณฑ์ป่าใหญ่ ชูชกหลอกหล่อจุ
ตฤๅษีให้บอกทางสู่อาศรมพระ
เวสสันดรแล้วก็รอนแรมเดินไพรไป
หา
เมื่อถึงอาศรมฤๅษี ชูชกได้พบกับจุ
ตฤๅษี ชูชกใช้คารมหลอกหล่อนจนอ
จุตฤๅษี ให้ที่พักหนึ่งคืนและบอกเส้น
ทางไปยังอาศรมพระเวสสันดร
กัณฑ์กุมาร
เป็นกัณฑ์ที่พระเวสสันดรทรงได้ทานสองโอรสแก่
เฒ่าชูชก
พระนางมัทรีฝันร้ายเหมือนบอกเหตุแห่งการ
พลัดพรากรุ่งเช้าเมื่อนางมัทรีเข้าป่าหาอาหารแล้วชู
ชกจึงเข้าเฝ้าทูลขอสองกุมาร สองกุมารจึงพา
กันลงไปซ่อนตัวอยู่ที่สระพระเวสสันดรจึงลงเสด็จ
ติดตามสองกุมาร แล้วจึงมอบให้แก่ชูชก
กัณฑ์มัทรี
เป็นกัณฑ์ที่พระนางมัทรีทรงได้ตัดความห่วงหาอาลัยใน
สายเลือด อนุโมทนาทานโอรสทั้งสองแก่ชูชก
พระนางมัทรีเดินเข้าไปหาผลไม้ในป่าลึกจนคล้อยเย็นจึง
เดินทางกลับอาศรม แต่มีเทวดาแปลงกายเป็นเสือนอน
ขวางทางจนค่ำ เมื่อกลับถึงอาศรมไม่พบโอรส พระ
เวสสันดรได้กล่าวว่านางนอกใจ จึงออกเที่ยวหาโอรสและ
กลับมาสิ้นสติต่อเบื้องพระพักตร์ พระองค์ทรงตกพระทัย
ลืมตนว่าเป็นดาบส จึงทรงเข้าอุ้มพระนางมัทรีและทรง
กันแสง เมื่อนางมัทรีฟื้ นจึงถวายบังคมประทานโทษพระ
เวสสันดรจึงบอกความจริงว่าได้ประทานโอรสแก่ชูชกแล้ว
หากชีวิตไม่สิ้นคงจะได้พบนางจึงได้ทรงอนุโมทนา
กัณฑ์สั กกบรรพ
เป็นกรรณที่พระอินทร์เจ้าจำแลงกายเป็นพราหมณ์มาขอ
พระนางมัทรี แล้วสลบลงเมื่อได้พบ
ท้าวสักกะเทวราชเสด็จแปลงเป็นพราหมณ์เพื่อทูลขอนา
งมัทรีพระเวสสันดรจึงพระราชทานให้พระนางมัทรีก็ยินดี
อนุโมทนาเพื่อร่วมทานบารมีให้สำเร็จพระสัมโพธิญาณ
เป็นเหตุให้เกิดแผ่นดินไหวสะท้าน ท้าวสักกะเทวราชใน
ร่างพราหมณ์จึงฝากนางมัทรีไว้ยังไม่รับไป ตรัสบอก
ความจริงและถวายคืนพร้อมถวายพระพร ๘ ประการ
กัณฑ์มหาราช
เป็นกัณฑ์ที่เทพเจ้าจำแลงองค์องค์ทำนุบำรุงขวัญสองกุมาร
ก่อนเสด็จนิวัติถึงมหานครสีพี
เมื่อเดินทางผ่านป่าใหญ่ชูชกจะผูกสองกุมารไว้ที่โคนต้นไม้
ส่วนตนปีนขึ้นไปนอนบนต้นไม้เหล่าเทวดาจึงแปลงร่างลง
มาปกป้องสองกุมาร จนเดินทางถึงกรุงสีพีเกิดนิมิตฝันตาม
คำทำนายยังความปีติปราโมทย์ เมื่อเสด็จลงหน้าลานหลวง
ตอนรุ่งเช้าทอดพระเนตรเห็นชูชกพากุมารน้อยสองพระองค์
ทรงทราบความจริงจึงพระราชทานค่าไถ่คืน ต่อมาชูชกก็
ดับชีพตักษัยด้วยเพราะเดโชธาตุไม่ย่อย ชาลีจูงได้ทูลขอให้ไป
รับพระบิดาพระมารดานิวัติพระนคร ในขณะเดียวกันเจ้านคร
กลิงคะได้โปรดคืนช้างปัจจัยนาคแก่นครสีพี
กัณฑ์ฉกษัตริย์
เป็นกัณฑ์ที่ทั้งหกกษัตริย์ถึงวิสัญญีภาพสลบลงเมื่อได้พบหน้า ณ
อาศรมดาบสที่เขาวงกต
พระเจ้ากรุงสญชัยใช้เวลา ๑ เดือน กับ ๒๓ วัน จึงเดินถึงเขาวงกต
เสียงโห่ ร้องของทหารทั้ง ๔ เหล่า พระเวสสันดรทรงคิดว่าเป็น
ข้าศึกมารบนนครสีพี จึงชวนนางมัทรีขึ้นไปแอบดูที่ยอดเขาพระนา
งมัทรีทรงมองเห็นกองทัพพระราชบิดา ได้ทรงตรัสทูลพระ
เวสสันดรและเมื่อหกกษัตริย์ได้พบหน้ากันทรงกันแสงสุดประมาณ
รวมทั้งทหารเหล่าทัพ ทำให้ป่าใหญ่สนั่นครั่นครืน ท้าวสักกะเทวราช
จึงได้ทรงบันดาลให้ฝนตกประพรมหกกษัตริย์และหวยหาญได้หาย
เศร้าโศก
กัณฑ์นครกัณฑ์
เป็นกัณฑ์ที่หกกษัตริย์นำพยุหโยธาเสด็จนิวัติพระนครทท
พระเวสสันดรขึ้นครองราชย์แทนพระราชบิดา
พระเจ้ากรุงสัญชัยตรัสสารภาพผิด พระเวสสันดรจึงทรง
ลาผนวชพร้อมทั้งพระนางมัทรีและเสด็จกลับสู่สีพีนคร
เมื่อเสด็จถึงจึงรับสั่งให้ชาวเมืองปล่อยสัตว์ที่กักขัง ครั้น
ยามราตรีพระเวสสันดรทรงปริวิตกว่า รุ่งเช้าประชาชนจะ
แตกตื่นมารับบริจาคทาน พระองค์จะประทานสิ่งใดแก่
ประชาชนท้าวโกสีห์ได้ทราบจึงบันดาลให้มีฝนแก้ว ๗
ประการ ตกลงมาในนครสีพีสูงถึงหน้าแข้ง พระเวสสันดร
จึงทรงประกาศให้ประชาชนขนเอาตามปรารถนา ที่เหลือให้
ขนเข้าคลังหลวง ในการต่อมาพระเวสสันดรเถลิงราช
สมบัติปกครองนครสีพีโดยทศพิธราชธรรมบ้านเมือง
ร่มเย็นเป็นสุขตลอดพระชนมายุ
ช่วง ถามเองตอบเอง
คำถามข้อที่ 1
1) พระเวสสันดรทรงบำเพ็ญมหาทานเรียกว่าอะไรและการทำทานครั้ง
นั้ นได้บริจาคอะไรบ้าง
ตอบ เรียกว่า"สัตตสดกมหาทาน" บริจาคสิ่ งของ7อย่างอย่างละ
700 ได้แก่ช้าง, ม้า, รถ, นางกษัตริย์, โคนม, ทาสหญิง
และทาสชาย
คำถามข้อที่ 2
2) พระมหาชนก เป็ นการบำเพ็ญบารมีประเภทใด
ตอบ วิริยบารมี
คำถามข้อที่ 3
3) พระเวสสันดรมีพระชนม์ไ ด้กี่พรรษาก่อนจะสวรรคต
และอุบัติเป็ นใครต่อมา
ตอบ 120 พรรษา อุบัติเป็ นท้าวสันดุสิต
คำถามข้อที่ 4
4) มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์สักกบรรพ พระอินทร์ทรง
แปลงกายเป็ นพราหมณ์ม าขอพระนางมัทรี เพราะเหตุ
ใดและประทานพร กี่ประการแก่พระเวสสันดร
ตอบ เพราะเกรงว่าพระเวสสันดรจะพระราชทานนางแก่
ผู้อื่น และได้รับพรมา8ประการ
คำถามข้อที่ 5
5) พระอินทร์ส่งเทพบริวาร 3 องค์ มาขวางทางเพื่อให้
พระเวสสันดรได้บำเพ็ญทานบารมี คือ สัตว์ 3 ชนิ ด มี
อะไรบ้าง
ตอบ ราชสีห์ เสือโคร่ง เสือเหลือง
คำถามข้อที่ 6
6) สถานที่เป้ าหมายที่พระเวสสันดรจะออกไปบำเพ็ญพรตออกผนวช
คือที่ใด
ตอบ เขาวงกต