รัก รั การอ่าน E-BOOK Suphichaya Wattanajang Sarawittaya school midterm 2 2023
นิทนิานเรื่อ รื่ งนี้มี นี้ วั มี ต วั ถุป ถุ ระสงค์เพื่อ พื่ การ ศึกษาในการเสริมริสร้า ร้ งในการคิด สร้า ร้ งสรรค์ เกี่ยวกับนิทนิาน ภาพที่ให้ เรีย รี นรู้แ รู้ ละเข้า ข้ใจได้ง่ ด้ ง่ ายมีค มี ติสอนใจ หากผิดผิพลาดประการใดขออภัย ณ โอกาสนี้ด้ นี้ ว ด้ ยผู้จัผู้ ด จั ทำ จะต้องขอ ขอบคุณ คุ ครูธีร ธี วุฒิ เพ็ญ พ็ บุญ ผู้ใผู้ห้ ความรู้ และแนวทางการศึกษาเพื่อ พื่ น ๆ ทุก ทุ คนที่ให้ ความช่ว ช่ ยเหลือมาโดย ตลอด ผู้จัผู้ ด จั ทำ หวัง วั ว่า ว่ หนัง นั สือ สื เล่มนี้จ นี้ ะ ให้ค ห้ วามรู้ และเป็น ป็ ประโยชน์แ น์ ก่ผู้อ่ผู้ อ่ าน ทุก ทุ ๆ ท่าน คำ นำ ลงชื่อ ชื่ สุพิ สุ ชพิญา วัฒ วั นจัง จั
เป็น ป็ เรื่อ รื่ งราวของเจ้า จ้ ลิงตัวหนึ่ง นึ่ อาศัยอยู่ริ ยู่ มริลำ ธาร มันมัเก็บลูก ลู ไม้แ ม้ ถบนั้นนั้กินเป็น ป็ อาหารอยู่ เป็น ป็ ประจำ จนวันวัหนึ่ง นึ่ ลูก ลู ไม้ที่ ม้ ที่ มีใมี กล้หมวดลง จึง จึ วางแผนจะจะข้า ข้ มแม่น้ำ ม่ น้ำ ไปหากินฝั่งฝั่ตรงข้า ข้ มดู บ้า บ้ ง แต่ลิงว่า ว่ ยน้ำ ไม่เ ม่ ป็น ป็ จึง จึ นั่งนั่คิดหาวิธีวิข้ ธี า ข้ มแม่น้ำ ม่ น้ำ อยู่น ยู่ าน จนพบกับเต่าตัวหนึ่ง นึ่ ว่า ว่ ยน้ำ ผ่า ผ่ นมา ลิงจึง จึ ออกอุบายด้วยการออกปากชมเจ้า จ้ เต่าตัวโตว่า ว่ “ตั้งแต่เกิดมายังยั ไม่เ ม่ คยเห็นใครว่า ว่ ยน้ำ เร็ว ร็ เท่าเจ้า จ้ มาก่อนเลย” เจ้า จ้ เต่าจึง จึ ชวนลิงไปเที่ยวและ ให้ขี่ห ขี่ ลัง ลิงก็ชี้ท ชี้ างให้เต่าว่า ว่ ยไปฝั่งฝั่ตรงข้า ข้ ม เมื่อ มื่ ถึงจุดหมายสมใจก็กระโดดลงทันที แล้วหัน มาเยาะเย้ย ย้ เต่าว่า ว่ “จริงริๆ เจ้า จ้ หน่ะว่า ว่ ยน้ำ ไม่เ ม่ ร็ว ร็ สักสันิดนิแถมช้า ช้ เหมือ มื นคลาย ที่ข้า ข้ ชมไปนั่นนั่เพราะหวังวัจะให้เจ้า จ้ พา ข้า ข้ มฝั่งฝั่มาต่างหาก” พร้อ ร้ มกับหัวเราะเสีย สี งดัง เจ้า จ้ เต่าได้ฟังฟัก็ช้ำ ใจแต่ก็ทำ อะไรไม่ไม่ ด้ ลิงกับเต่า ผู้เขีย ขี น : บรายธ์, ธ์ อภิชาต เนตรวิศวิาล สำ นักพิมพิพ์ : BE KIDS ข้อ ข้ คิด : “อย่า ย่ ดูถู ดู ก ถู คนด้อยกว่า ว่ ควรหมั่น มั่ มีน้ำ มี น้ำ ใจและกตัญญูรู้คุ รู้ ณ คุ อยู่ เสมอ” สาระสำ คัญ
แม่ปูม่ ปู นำ ขบวนลูก ลู ปูออกหาอาหารริมริชายหาด เมื่อ มื่ เห็นลูก ลู ๆ เดินเฉไปเฉมาก็สั่งสั่ ให้ลูก ลู เดินตรงๆ ลูก ลู ปูจึง จึ ย้อ ย้ นว่า ว่ “แม่ช่ ม่ ว ช่ ยเดินตรงๆ ให้เป็น ป็ ตัวอย่า ย่ งได้ไหมจ๊ะ จ๊” แต่แม่ปูม่ ปู ก็เดินเฉเหมือ มื นลูก ลู ๆ ตามธรรมชาติของปู สุด สุ ท้ายทั้งแม่ปูม่ ปู และลูก ลู ปูก็ไม่มี ม่ ใมี ครเดินตรงได้สักสัตัว แม่ปูม่ ปู กับลูก ลู ปู ผู้เขีย ขี น : ไพบูลย์ พัน พั ธ์เ ธ์ มือ มื ง สำ นักพิมพิพ์ : วรรณาบุ๊ค บุ๊ ส์, ส์ บจก. ข้อ ข้ คิด : “อย่า ย่ ละโมบจนเกินพอ” สาระสำ คัญ
ชายตัดไม้ค ม้ นหนึ่งทำ ขวานหลุด ลุ มือ มื ตกลงไปในบึง บึ เทพารัก รั ษ์ที่สถิตในบึง บึ แห่งนั้น นั้ รู้สึ รู้ ก สึ สงสารจึง จึ ช่ว ช่ ยงมขวานคืนให้เทพารัก รั ษ์งมขึ้น ขึ้ มาครั้ง รั้ แรกเป็น ป็ ขวานทอง ชายตัดฟืน ฟื ปฏิเสธ ว่า ว่ ไม่ใม่ ช่ข ช่ องตน เทพารัก รั ษ์งมขวานมาให้อีกครั้ง รั้ เป็น ป็ ขวานเงิน ชายตัดฟืน ฟื ก็ยัง ยั ปฏิเสธ สุด สุ ท้ายเทพารัก รั ษ์งมเอาขวานเหล็กเก่าๆ อันเดิมมาให้ ชายตัดฟืน ฟื บอกว่า ว่ นั่น นั่ แหละคือ ขวานของตน เทพารัก รั ษ์ชื่น ชื่ ชมความซื่อ ซื่ สัต สั ย์ข ย์ องชาวผู้นี้ผู้ นี้ จึง จึ มอบขวานทองและขวานเงินให้ด้วย เพื่อ พื่ น ของชายตัดฟืน ฟื รู้เ รู้ รื่อ รื่ งนี้เข้า ข้ จึง จึ แกล้งทำ ขวานหล่นน้ำ บ้า บ้ ง เมื่อ มื่ เทพารัก รั ษ์งมขวานทองขึ้น ขึ้ มาให้ เขารีบ รี บอกว่า ว่ ขวานทองเป็น ป็ ของตัวเองทันที เทพารัก รั ษ์เห็นว่า ว่ เขาเป็น ป็ คนโกหกจึง จึ หายตัวไป เขาจึง จึไม่ไม่ ด้ขวานมีค่ มี ค่ าแถมยัง ยั ต้องเสีย สี ขวานอันเดียที่มีไมีปด้วย เทพารัก รั ษ์กับชายตัดไม้ ผู้เขีย ขี น : พี่กุ พี่ ด กุ จี่ สำ นักพิมพิพ์ : BEST 4 KIDS ข้อ ข้ คิด : “ผู้มีค มี วามสัต สั ย์ ย่อ ย่ มได้รับ รั ผลดีตอบแทน” สาระสำ คัญ
ณ บึง บึน้ำ แห่งหนึ่ง มีต้ มี ต้ นโอ๊กสูง สู ใหญ่แ ญ่ ข็ง ข็ แรงริมริ ฝั่ง ฝั่ กับต้นอ้อบอบบางเอนลู่ไ ลู่ ปตามลมขึ้น ขึ้ อยู่ใยู่ กล้กัน ต้นโอ๊กเยาะต้นอ้อว่า ว่ “เจ้า จ้ ช่า ช่ งไม่มี ม่ ค มี วามแข็ง ข็ แรงเอาเสีย สี เลย แค่ลมพัด พั มาเบาๆ ก็โอนเอนตามเสีย สี แล้ว ไม่เ ม่ หมือ มื นต้นโอ๊กที่มั่น มั่ คงไม่ห ม่ วาดหวั่น วั่ ” พอตกค่ำ วัน วั นั้น นั้ เกิดมีล มี มพายุพัด พั แรง ต้นโอ๊กพยายามยืน ยื ต้านพายุ แต่ก็ต้านไม่ไม่ หวจนหัก โค่นไปในที่สุด สุ ส่ว ส่ นต้นอ้อนั้น นั้ ไหวเอนไปตามแรงลม และเมื่อ มื่ พายุสงบลง ใบของต้นอ้อก็ กลับมาปลิวไสวดังเดิม ต้นโอ๊กกับต้นอ้อ ผู้เขีย ขี น : อีสป สำ นักพิมพิพ์ : คนทอไหม ข้อ ข้ คิด : “ความสงบทำ ให้ชีวิ ชี ตวิมีค มี วามสุข สุ กว่า ว่ การผจญภัย” สาระสำ คัญ
วัน วั หนึ่งหนูนาชวนหนูเ นู มือ มื งเพื่อ พื่ นรัก รั มาเที่ยวบ้า บ้ นของตน หนูน นู าเตรีย รี มอาหารท้องทุ่ง ทุ่ ไว้ ต้อนรับ รั หนูเมือ มื ง แต่หนูเ นู มือ มื งเชิดชิ ใส่ แถมยัง ยั บอกว่า ว่ “เจ้า จ้ ทนกินอาหารแบบนี้ได้ยัง ยั ไง ย้า ย้ ย ไปอยู่ใยู่ นเมือ มื งกันดีกว่า ว่ มีข มี องอร่อ ร่ ยเพีย พี บ” เมื่อ มื่ หนูนาตามหนูเมือ มื งไปกินอาหารหรูเลิศตามบ้า บ้ นต่างๆอย่า ย่ งเอร็ด ร็ อร่อ ร่ ย ระหว่า ว่ งนั้น นั้ มี หมาตัวใหญ่น่ากลัวไล่ตะครุบหนูทั้ นู ทั้ งสองตัว จนเผ่น ผ่ หนีแทบไม่ทั ม่ ทั น หนูน นู าจึง จึ บอกว่า ว่ ถ้าอยู่ใยู่ น เมือ มื งได้กินอาหารดีๆ แต่ชีวิ ชี ตวิอันตรายแบบนี้ ขอกลับไปใช้ชี ช้ วิ ชี ตวิสโลไลฟ์ใฟ์ นท้องทุ่ง ทุ่ ดีกว่า ว่ หนูเ นู มือ มื งกับหนูน นู า ผู้เขีย ขี น : อีสป สำ นักพิมพิพ์ : ไลฟ์ บาลานซ์ / LIFE BALANCE ข้อ ข้ คิด : “คนพาลย่อ ย่ มหาแต่เรื่อ รื่ งทะเลาะเบาะแว้ง ว้ อยู่เ ยู่ สมอ” สาระสำ คัญ
ลมกับพระอาทิตย์ถ ย์ กเถียงกันว่า ว่ ใครมีอำ มี อำ นาจเหนือ นื กว่า ว่ กัน แต่ยัง ยั ไม่มี ม่ ข้ มี อ ข้ สรุปจึง จึ ตัดสินสิ ใจ แข่ง ข่ ขัน ขั กันว่า ว่ “ถ้าใครทำ ให้ชายคนที่เดินผ่า ผ่ นมาถอดเสื้อ สื้ คลุม ลุ ออกได้ก่อน คนนั้น นั้ เป็น ป็ ฝ่า ฝ่ ย ชนะ” ลมจึง จึ รวมกำ ลังพัด พั โหมกระหน่ำ หวัง วัให้เสื้อ สื้ปลิวหลุด ลุ ไปอย่า ย่ งรวดเร็ว ร็ แต่ชายคนนั้น นั้ กลับยิ่งยิ่จับ จั เสื้อ สื้ ไว้แ ว้ น่น ส่ว ส่ นพระอาทิตย์เ ย์ ลือกที่จะส่อ ส่ งแสงแดดอ่อนๆ แล้วค่อยแผดจ้า จ้ จน ชายผู้นั้ ผู้ น นั้ รู้สึ รู้ ก สึ ร้อ ร้ นและถอดเสื้อ สื้ คลุม ลุ ในที่สุด สุ พระอาทิตย์จึ ย์ ง จึ กลายเป็น ป็ ผู้ชผู้ นะโดยที่ใช้พ ช้ ละ กำ ลังน้อยกว่า ว่ ลมกับพระอาทิตย์ ผู้เขีย ขี น : อีสป สำ นักพิมพิพ์ : ชมรมเด็ก ข้อ ข้ คิด : “ความอ่อนโยนแก้ไขเรื่อ รื่ งคับขัน ขั ได้ดีกว่า ว่ ความแข็ง ข็ กร้า ร้ ว ” สาระสำ คัญ
ชาเขีย ขี วสามารถแก้โรคปวดศีรษะ โรคซึม ซึ เศร้า ร้ และลดอัตราการเสี่ย สี่ งจากโรคมะเร็ง ร็ หลอดอาหาร ยับ ยั ยั้ง ยั้ การเจริญริเติบโตของเซลล์มะเร็ง ร็ได้ และสามารถลดคอเลสเตอรอลได้ ชาเขีย ขี วจะมีปมี ระโยชน์ต่ น์ ต่ อร่า ร่ งกายในขณะที่ร้อ ร้ นอยู่เ ยู่ ท่านั้น นั้ ดื่มชาเขีย ขี วให้ถูก ถู วิธี วิธี ถึงจะ ดีจริง ริ ผู้เขีย ขี น : วาวินวิซ์ อินทรวิรัวิต รั น์ สำ นักพิมพิพ์ : กันยาวีร์ วีร์ ข้อ ข้ คิด : “อะไรที่เป็น ป็ คุณ คุ อนัน นั ต์ก็สามารถเป็น ป็ โทษมหันต์เช่น ช่ กันหากทำ ไม่ถู ม่ ก ถู วิธีวิ"ธี สาระสำ คัญ
ระบบ (SYSTEM) คือ กลุ่ม ลุ่ ของส่ว ส่ นต่างๆตั้งแต่สองส่ว ส่ นขึ้น ขึ้ ไป ประกอบเข้า ข้ ด้วยกันและ ทำ งานร่ว ร่ มกัน เพื่อ พื่ ให้บรรจุวัต วั ถุป ถุ ระสงค์เดียวกัน ระบบอาจจำ แนกได้เป็น ป็ 2 ประเภท ได้แก่ ระบบที่พบในธรรมชาติ กับ ระบบที่มนุษ นุ ย์ส ย์ ร้า ร้ งขึ้น ขึ้ ระบบทางเทคโนโลยี ผู้เขีย ขี น : นายบุญรัก รั ษ์ ยอดเพชน สำ นักพิมพิพ์ : โรงพิมพิพ์แ พ์ ห่งจุฬาลงกรณ์ม ณ์ หาวิทวิยาลัย ข้อ ข้ คิด : “ความหมายของระบบเทคโนโลยี"ยี สาระสำ คัญ
กาพย์พ ย์ ระไชยสุริ สุ ยริา เป็น ป็ งานสำ คัญของสุน สุ ทรภู่ ประพัน พั ธ์ขึ ธ์ เ ขึ นประมาณ พ.ศ. 2382 - 2385 ในรัช รั สมัย มั พระบาทสมเด็จพระนั่ง นั่ เกล้าเจ้า จ้ อยู่หั ยู่ หั ว ขณะที่สุน สุ ทรภู่บ ภู่ วชอยู่ที่ ยู่ ที่ วัด วั เทพธิดธิาราม จุดมุ่ง มุ่ หมายขอบผู้ปผู้ ระพัน พั ธ์คื ธ์ คื อ ใช้เ ช้ป็น ป็ แบบสอนอ่านคำ เทียบ อ่านประสมคำ ในมาตราต่างๆ เริ่มริ่ตั้งแต่แม่ ก.กา ไปจนจบ แม่เ ม่ กอว กาพย์พ ย์ ระไชยสุริ สุ ย ริ า ผู้เขีย ขี น : วิศัวิ ศั ลย์ศ ย์ ยา รุดดิษฐ์ สำ นักพิมพิพ์ : บริษัริ ษั ทพัฒ พั นาคุณ คุ ภาพวิชวิาการ (พว.) จำ กัด ข้อ ข้ คิด : “ประวัติ วั ติต่างๆของผู้แผู้ ต่ง (สุน สุ ทรภู่)ภู่ " สาระสำ คัญ
เริ่มริ่จากการฟัง ฟั การพูด การอ่านและการเขีย ขี น โดยทุก ทุ เรื่อ รื่ งเริ่มริ่จากสิ่งสิ่ที่เราชอบ เราสนใจ ก่อนเสมอ เช่น ช่ ฟัง ฟั ในสิ่งสิ่ที่ชอบ สิ่งสิ่ที่สนใจ พูดในสิ่งสิ่ที่ชอบที่สนใจก่อน เพราะจะเป็น ป็ สิ่งสิ่ที่ เราสนใจและมีข้ มี อ ข้ มูลมากที่สุด สุ เทคนิค นิ พัฒ พั นาไอคิว ผู้เขีย ขี น : ขวัญ วั กมล สำ นักพิมพิพ์ : ไพลิน ข้อ ข้ คิด : “ทำ อะไรให้เริ่มริ่จากสิ่งสิ่ที่ชอบก่อนเสมอแล้วจะดี” สาระสำ คัญ