The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by poonshup1234, 2022-09-06 02:30:21

หลักสูตรคณิตศาส-ปี65

หลักสูตรคณิต-ปี65

๔๗

หนว่ ยท่ี ช่ือหน่วย มาตรฐานการ สาระสำคัญ/สาระการเรยี นรู้ เวลา คะแนน

การเรียนรู้ เรียนร/ู้ ตวั ชว้ี ัด (ช่วั โมง)
100
๑๔ การนำเสนอข้อมลู ค๒.๑ ป ๑/๑ สาระสำคัญ ๕

แผนภูมิรปู ภาพเป็นวิธีการ

นำเสนอข้อมูลอย่างหนึ่ง เพื่อ

ความสะดวกในการอ่านข้อมูล

ส่วนการอ่านข้อมูลจาก

แผนภูมิรูปภาพเป็นการอ่าน

ข้อมูลเพื่อตอบคำถามของ

โจทย์ปัญหา

สาระการเรยี นรู้

- การอ่านแผนภมู ริ ปู ภาพ

รวม 160

ค๑๒๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๒ ๔๘
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒
โครงสร้างรายวชิ าพ้ืนฐาน
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
เวลา ๑๖๐ ชัว่ โมง

หนว่ ยท่ี ชอื่ หน่วยการ มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระสำคัญ/สาระการเรยี นรู้ เวลา น้ำหนกั
ชัว่ โมง (คะแนน )
เรียนรู้ ตัวชี้วัด สาระสำคญั
10 หน่วย คือ 1 สบิ , 10 ๑๐ ๑๐
๑ จำนวนนับไม่ ค 1.1 ป.2/1
สบิ คอื 1 รอ้ ย, 10 ร้อย
เกนิ 1,000 ป.2/2 คอื 1 พัน จำนวนคู่ คอื
จำนวนท่หี ารดว้ ยสองแลว้ เหลอื
ป.2/3 เศษศนู ย์ จำนวนค่ี คือ จำนวนที่
หารด้วยสองแล้วเหลือเศษหน่ึง
จำนวนนบั หนง่ึ พนั เขยี นแทน
ดว้ ยตัวเลขทม่ี สี ห่ี ลกั ตวั เลขทาง
ซา้ ยมอื สดุ หรือตวั เลขทางซ้าย
ของหลกั ร้อยเป็นตัวเลขในหลัก
พัน แสดงจำนวนหนงึ่ พนั การ
เขยี นตัวเลขแทนจำนวนนับใดๆ
ในรูปกระจายเป็นการเขียนใน
รปู การบวกค่าของตัวเลขในหลัก
ตา่ งๆของจำนวนนั้น การ
เปรียบเทียบจำนวนขัน้ แรกให้ดู
จำนวนของหลักถ้าหลกั เทา่ กันให้
เปรียบเทยี บตัวเลขในหลกั ทาง
ซ้ายมือสุดกอ่ น ถ้าตวั เลขในหลัก
ดังกลา่ วของจำนวนใดมากกว่า
จำนวนนั้นมากกวา่ ถ้าตวั เลขใน
หลกั ดังกลา่ วเท่ากัน ให้
เปรียบเทยี บตัวเลขในหลักถัดไป
การเรียงลำดบั ของจำนวนทำได้
โดยเปรยี บเทยี บจำนวนทลี ะคู่
แล้วเรยี งลำดับจำนวนจากน้อยไป
หามาก หรือจากมากไปหานอ้ ย
ก็ได้ การนบั เพ่ิมทลี ะ…..เป็นการ
นำจำนวน….มาบวกกับจำนวน

๔๙

หน่วยที่ ช่อื หน่วยการ มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระสำคัญ/สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนัก
ช่ัวโมง (คะแนน )
เรียนรู้ ตัวชว้ี ัด
๑๐ ๑๐
เร่มิ ต้น การนับลดทลี ะ…เป็น

การการนำจำนวน…..ลบกบั

จำนวนเร่ิมต้น แบบรปู จำนวน

นบั เปน็ ชุดจำนวนท่ีมี

ความสมั พนั ธก์ ันอย่างใดอย่าง

หนงึ่

สาระการเรยี นรู้

- การเขียนตวั เลขฮินดูอารบกิ

ตวั เลขไทย และตวั หนงั สือแสดง

จำนวน

- การอ่านตัวเลขฮินดูอารบิก

และตวั เลขไทย

- จำนวนคู่ จำนวนคี่

- หลักและค่าของเลขโดด

ในแต่ละหลัก และการใช้ ๐

เพือ่ ยดึ ตำแหน่งของหลัก

-การเขยี นตวั เลขแสดง

จำนวนในรปู กระจาย

-การเปรยี บเทยี บจำนวน

และการใชเ้ คร่ืองหมาย = 

><

-การเรยี งลำดบั จำนวนไม่

เกนิ จำนวนหา้ จำนวน

-การนบั เพ่ิมทลี ะ ๕ ทีละ

๑๐ และทีละ ๑๐๐

-การนบั ลดทีละ ๒ ทลี ะ

๑๐ และทีละ ๑๐๐

-แบบรูปของจำนวนที่

เพ่ิมข้ึนทลี ะ 1 ทีละ 2 แบบรูปของ

จำนวนที่ลดลงทีละ 1

๒ การบวก ค 1.1 ป.2/4 สาระสำคญั

จำนวนที่มี ป.2/5 การบวกจำนวนสองจำนวนท่ี

ผลลพั ธไ์ ม่เกิน ป.2/6 มีผลบวกไม่เกิน 1,๐๐๐ การหา

1,000 ป.2/7 ผลบวกทำไดโ้ ดยตงั้ หลักของตัว

ป.2/8 บวกใหต้ รงกบั หลกั ของตวั ต้ัง

๕๐

หนว่ ยที่ ชื่อหน่วยการ มาตรฐานการเรียนรู้/ สาระสำคญั /สาระการเรยี นรู้ เวลา น้ำหนัก
เรียนรู้ ตวั ชว้ี ัด ชว่ั โมง (คะแนน )
แลว้ นำจำนวนทอี่ ยใู่ นหลัก
เดยี วกนั บวกเข้าด้วยกนั โดยเร่ิม
บวกจากทางหลักหน่วยก่อน แล้ว
จงึ เรม่ิ บวกในหลกั สบิ หลักรอ้ ย
ตามลำดับ ถ้าหาผลบวกในหลกั
หน่วยเป็นสองหลัก จะมีการทด
จำนวนจากหลักหนว่ ยไปหลักสิบ
ตามลำดับ การวิเคราะหโ์ จทย์
ปญั หา อ่านโจทย์ใหเ้ ขา้ ใจ หาสง่ิ ท่ี
โจทย์กำหนดให้ หาส่งิ ทโี่ จทย์
ถาม และหาวธิ ีแกป้ ัญหาโจทย์
โดยนำสง่ิ ทโ่ี จทย์กำหนดและส่ิงที
โจทย์ถามนำมาเขยี นประโยค
สญั ลกั ษณแ์ สดงวิธีทำและหา
คำตอบ
สาระการเรยี นรู้

--การบวกจำนวนท่มี ผี ลลพั ธ์ไม่
เกิน ๑,๐๐๐

-โจทยป์ ัญหาการบวก
-การสรา้ งโจทยป์ ัญหาการ
บวก จากสิง่ แวดลอ้ มในท้องถ่ิน

๓ การลบจำนวน ค 1.1 ป.2/4 สาระสำคัญ ๑๐ ๑๐
การลบจำนวนทีม่ ตี วั ต้ังไม่
ท่ีมีตัวตั้งไม่ ป.2/5
เกิน 1,๐๐๐ สามารถหาคำตอบ
เกนิ 1,000 ป.2/6 ไดโ้ ดยการตั้งหลกั ตวั ลบใหต้ รงกับ
หลกั ตัวตง้ั แลว้ เริ่มลบจากหลัก
ป.2/7 หนว่ ยก่อน ถา้ ตัวเลขของตวั ตงั้
ในหลกั เดยี วกนั มีค่าน้อยกวา่ ตัว
ป.2/8 ลบ ให้กระจายหลักทางซ้ายมือ
มาเพิ่มในหลักนั้น วิธกี ารหา
คำตอบของโจทยป์ ัญหาการลบท่ี
มีตวั ต้งั ไม่เกิน 1,๐๐๐ ต้อง
วิเคราะหโ์ จทย์ใหเ้ ข้าใจและนำ
ความสมั พันธ์ที่ได้จากโจทยเ์ ขียน
เปน็ ประโยคสญั ลักษณ์ แล้วจึง
หาคำตอบ

๕๑

หน่วยที่ ชือ่ หน่วยการ มาตรฐานการเรียนรู้/ สาระสำคัญ/สาระการเรยี นรู้ เวลา น้ำหนกั
๔ เรียนรู้ ตวั ชี้วัด ชว่ั โมง (คะแนน )
สาระการเรยี นรู้
การวัดความ ค 2.1 ป.2/2 -การลบจำนวนทม่ี ีตัวตง้ั ไม่ ๕ ๕
ยาว ป.2/3
เกิน ๑,๐๐๐
-โจทย์ปญั หาการลบ
-การสรา้ งโจทย์ปญั หาการ

บวก การลบ จากสิง่ แวดลอ้ มใน
ทอ้ งถิน่
สาระสำคญั

การวดั ความยาวใหไ้ ดห้ น่วย
ความยาวท่ีถูกต้อง ควรใช้
เคร่อื งมอื วัดและหนว่ ยท่เี ป็น
มาตรฐาน เชน่ ไม้บรรทัด ไม้
เมตร ตลบั เมตร สายวดั เมตร
เซนติเมตร เปน็ หน่วมาตรฐาน
สำหรบั ใช้วดั ความยาวซึ่ง 100
เซนติเมตร เทา่ กับ 1 เมตร การ
เปรียบเทียบความยาว ความสงู
หรอื ระยะทาง เปรยี บเทยี บจาก
จำนวนหน่วยวดั ความยาวท่ีได้
การแก้โจทย์ปัญหาเก่ยี วกบั ความ
ยาว ความสงู หรือระยะทาง
ให้นำจำนวนหนว่ ยมาบวกหรอื
ลบกนั ตามความสัมพนั ธ์ท่ีไดจ้ าก
โจทย์โดยจะบวกลบกนั ได้ต้องมี
หนว่ ยเดยี วกนั
สาระการเรยี นรู้

-การวดั ความยาว (เมตร
เซนตเิ มตร)

-การเปรียบเทียบความยาว
(หนว่ ยเดียวกัน)

-โจทย์ปัญหาเกยี่ วกบั การ
วัดความยาว (บวก ลบ)

๕๒

หนว่ ยท่ี ช่ือหน่วยการ มาตรฐานการเรียนรู้/ สาระสำคญั /สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนัก
๕ เรยี นรู้ ตวั ชว้ี ดั ชั่วโมง (คะแนน )
สาระสำคญั
การช่งั ค 2.1 ป.2/4 การช่งั เปน็ การวัดน้ำหนักของ ๑๐ ๕
ป.2/5
สิง่ ของ ควรใช้เคร่ืองช่งั และหนว่ ย
ที่เป็นมาตรฐานเพ่ือที่จะได้
น้ำหนักท่ีถูกต้อง เคร่ืองชง่ั ท่ีเป็น
หน่วยมาตรฐาน เชน่ เคร่อื งชัง่ ยา
เครื่องชงั่ สปริง เครอ่ื งช่ังนำ้ หนัก
ตัว เครอ่ื งช่งั แบบตุ้มเล่อื น การ
ช่งั มีหน่วยเป็นกิโลกรัม กรัม และ
ขดี เป็นหน่วยทใี่ ช้สำหรบั บอก
น้ำหนักซง่ึ 1 กโิ ลกรัม เท่ากบั
10 ขดี การเปรียบเทยี บนำ้ หนัก
ให้เปรยี บเทียบจากจำนวนหน่วย
ทชี่ ัง่ ได้ โดยใหเ้ ริ่มเปรยี บเทียบใน
หนว่ ยกโิ ลกรมั ก่อน ถ้าหน่วย
กโิ ลกรัมเท่ากัน ใหเ้ ปรยี บเทียบ
นว่ ยทเ่ี ป็นกรัมหรือขดี การแก้
โจทย์ปัญหาเกี่ยวกบั การชงั่ ให้
นำจำนวนหนว่ ยมาบวกหรือลบ
กันตามความสัมพันธ์ที่ไดจ้ าก
โจทย์โดยจะบวกลบกนั ได้ตอ้ งมี
หนว่ ยเดยี วกนั
สาระการเรยี นรู้

-การช่ังนำ้ หนัก (กิโลกรัม
ขีด)

-การเปรียบเทียบน้ำหนกั
(หนว่ ยเดยี วกัน)

-โจทยป์ ัญหาเก่ียวกับการชงั่
(บวก ลบ)

๖ การคูณ ค ๑.1 ป.๒/5 สาระสำคญั ๒๐ ๑๕
ป.๒/7 การบวกจำนวนท่เี ทา่ กัน
ป.2/8
หลายๆจำนวนอาจแสดงได้ดว้ ย
การคณู จำนวนสองจำนวน คือ
จำนวนครัง้ ของจำนวนท่ีนำมา
รวมกนั กบั จำนวนทีเ่ ท่าๆ กนั

๕๓

หน่วยที่ ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระสำคญั /สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนกั
เรียนรู้ ตัวช้ีวดั ชว่ั โมง (คะแนน )
การคณู ต้องคูณตวั เลขใยหลกั
หน่วยกอ่ น เมอ่ื ผลคูณในหลกั
หนว่ ยเปน็ ตัวเลข 2 หลกั กใ็ ห้ทด
ไปหลกั สบิ แลว้ จงึ คณู ตวั เลขใน
หลกั สบิ ได้ผลคูณเท่าใดแลว้ นำไป
บวกกับจำนวนท่ีทดไว้ การทำ
โจทย์ปญั หาการคูณตอ้ งวเิ คราะห์
โจทย์เพ่อื สรุปวธิ ีหาคำตอบโดย
เขยี นเปน็ ประโยคสัญลักษณ์ แลว้
จงึ หาคำตอบ
สาระการเรียนรู้

-ความหมายของการหาร

และการใช้เครอื่ งหมาย 
-การหารทตี่ ัวหารและผลหาร

มีหน่งึ หลกั
-โจทยป์ ัญหาการหาร
-การสร้างโจทย์ปัญหาการ

หารจากส่ิงแวดล้อมในท้องถน่ิ

๗ เวลา ค 2.1 ป.2/1 สาระสำคัญ ๑๐ ๕

นาฬิกาเป็นเคร่ืองมือ

มาตรฐานทีใ่ ช้บอกเวลา หน้าปดั

นาฬิกาโดยทว่ั ไปมีเข็มสั้น เขม็

ยาว ตวั เลข ๑-๒ และขีดแบ่ง

เวลา เข็มส้ันบอกเวลาเปน็ ชว่ั โมง

เข็มยาวบอกเวลาเป็นนาที

สัปดาห์หน่งึ มี ๗ วัน การบอก

วนั เดอื น ปที ่เี ป็นมาตรฐาน

สามารถดไู ดจ้ ากปฎทิ ิน ๑ ปี มี

๑๒ เดอื น เดอื นที่ลงท้ายดว้ ย ยน

มี ๓๐ วัน เดอื นทล่ี งทา้ ยด้วย คม

มี ๓๑วนั เดือนกุมภาพนั ธ์มี ๒๘

วนั และทุกๆ ๔ ปี จะมี ๒๙ วนั

สาระการเรียนรู้

-การบอกเวลาเปน็ นาฬิกากบั

นาที (ช่วง ๕ นาท)ี

๕๔

หน่วยท่ี ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐานการเรียนรู้/ สาระสำคญั /สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนกั
๘ เรยี นรู้ ตวั ชวี้ ัด ชวั่ โมง (คะแนน )
-การอ่านปฏิทนิ เดือนและ
เงนิ บรูณาการให้รใู้ ช้จัก ๑๖ ๕
จา่ ยอยา่ งประหยดั อย่า อนั ดับที่ของเดือน
ใช้จา่ ยสุรุยสุรา่ ยตาม
หลักเศรษฐกิจพอเพยี ง สาระสำคญั

ธนบัตรและเงินเหรยี ญใช้เปน็

สอื่ กลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยน

ซ่ึงธนบตั รทใ่ี ชใ้ นปัจจุบนั มฉี บับ

ละสบิ บาท ยส่ี บิ บาท ห้าสบิ บาท

หน่ึงร้อยบาท หา้ ร้อยบาท และ

หนึง่ พันบาท ส่วนเงินเหรียญมี

ชนิดย่ีสบิ ห้าสตางค์ หา้ สิบสตางค์

หนึ่งบาท ห้าบาท และสิบบาท

ธนบตั รและเงินเหรียญแต่ละชนิด

มีคา่ ไมเ่ ทา่ กนั ดังน้นั การ

เปรียบเทียบค่าของเงนิ เหรยี ญ

และธนบัตร จงึ ต้องพิจารณาตาม

ชนิดของเงินเหรียญหรือธนบัตร

นน้ั ๆว่ามีค่าเทา่ ใด เงินเหรยี ญและ

ธนบัตร สามารถนำแลกเปลย่ี น

กันได้ โดยเงนิ ท่แี ลกเปล่ยี นกนั

ต้องมีคา่ เทา่ กนั การบอกจำนวน

เงิน เป็นการรวมจำนวนเงิน

ทง้ั หมด โดยบอกหนว่ ยเป็นบาท

และสตางค์ การแกโ้ จทยป์ ัญหา

เก่ียวกบั เงนิ เปน็ การนำจำนวน

เงินมาบวกหรอื ลบกนั โดยนำ

จำนวนในหน่วยเดยี วกนั มาบวก

หรอื ลบกนั ตามโจทย์ต้องการ

สาระการเรยี นรู้

- ชนดิ และคา่ ของเงินเหรียญ

และธนบัตร

-การเปรียบเทียบค่าของเงิน

เหรียญและธนบัตร

-การบอกจำนวนเงนิ ทัง้ หมด

(บาท สตางค์ )

๕๕

หนว่ ยที่ ช่ือหน่วยการ มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระสำคัญ/สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนกั
เรยี นรู้ ตัวชีว้ ัด ช่ัวโมง (คะแนน )
-โจทย์ปญั หาเกีย่ วกับเงิน
๙ การหาร ค 1.1 ป.2/6 (บวก ลบ หนว่ ยเปน็ บาท) ๒๔ ๑๕
ป.2/7 สาระสำคัญ
ป.2/8
การหาร เปน็ การแบง่ แสดง
จำนวนสงิ่ ของออกเป็นกลุ่ม กลุม่
ละเทา่ ๆกัน เพอื่ หาจำนวนกลมุ่
หรือจำนวนสิ่งของท่ี เทา่ ๆ กัน
ไดแ้ ตล่ ะกลมุ่ การหารเปน็ การ
ลบตวั ตงั้ ด้วยตวั หารซำ้ ๆ กัน
จนกระท่งั ไดผ้ ลลบเปน็ ศูนย์ จะ
เป็นการหารลงตัว ส่วนการหาร
โดยการลบตัวตง้ั ด้วยตัวหารซ้ำๆ
กนั จนกระทง่ั ไดผ้ ลลบน้อยกว่า
ตัวหารและไมเ่ ป็นศนู ย์ จะเป็น
การหารทไ่ี ม่ลงตัวหรือการหารที่
เหลือเศษการแก้โจทยป์ ญั หาการ
หาร ตอ้ งวเิ คราะห์โจทย์แลว้
เขียนประโยคสญั ลักษณใ์ ห้
ถูกต้อง เพ่ือหาคำตอบ
สาระการเรียนรู้

-ความหมายของการหาร

และการใช้เครื่องหมาย 
-การหารทต่ี ัวหารและ

ผลหารมีหน่ึงหลัก
-โจทย์ปัญหาการหาร
-การสร้างโจทย์ปญั หาการ

หารจากส่ิงแวดลอ้ มในท้องถ่นิ

๑๐ การตวง ค 2.1 ป.2/6 สาระสำคัญ ๑๕ ๕
การตวงเพ่ือหา

ปริมาตรสิ่งของหรือความจุของ
ภาชนะ ทำไดโ้ ดยใช้เครื่องตวงท่ี
เปน็ มาตรฐาน เช่น กระบอกตวง
ลิตร ถ้วยตวง ช้อนตวง และการ
ตวงใชห้ น่วยมาตรฐานเป็นลิตร
การเปรียบเทียบปริมาตรของ
สง่ิ ของหรือความจุของภาชนะ ดู

๕๖

หน่วยท่ี ชื่อหน่วยการ มาตรฐานการเรียนรู้/ สาระสำคญั /สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนกั
เรียนรู้ ตัวชีว้ ดั ชั่วโมง (คะแนน )
จากหน่วยที่ตวงได้ การแก้โจทย์
ปญั หาเกี่ยวกับการตวง ทำไดโ้ ดย
พจิ ารณาสิง่ ท่ีโจทย์กำหนดให้ สิ่งท่ี
โจทย์ถามและวเิ คราะห์
ความสัมพนั ธ์วา่ จะต้องหาคำตอบ
โดยวิธีใด
สาระการเรยี นรู้

-การตวง (ลติ ร)
-การเปรยี บเทียบปริมาตร
และความจุ (ลติ ร)
-โจทยป์ ญั หาเกยี่ วกบั การ
ตวง (บวก ลบ คณู หาร)

๑๑ รูปเรขาคณิต ค 2.2 ป.2/1 สาระสำคัญ ๑๐ ๕
การจำแนกชนิดรปู เรขาคณิต

ใหพ้ จิ ารณาจากขอบของรูป หรอื
ใชว้ ิธนี บั จำนวนด้านหรือมมุ ของ
รูป รปู สามเหล่ยี มมี 3 ดา้ น 3
มมุ รปู สเ่ี หลี่ยมมี 4 ดา้ น 4 มมุ
รปู วงกลม มเี ส้นรอบวงห่างจาก
จุดศนู ยก์ ลางเท่ากนั โดยรอบ ไม่
มมี มุ ไม่มีด้าน วงรี มีเสน้ รอบ
วง ไมม่ ดี ้าน ไม่มีมุม รูป
เรขาคณิตสามมติ ิ เปน็ รปู ที่มี
ความกวา้ ง ความยาว และ
ความหนา หรอื เรยี กว่า ทรง
เรขาคณติ การจำแนกรูป
เรขาคณติ สามมติ ิและรูป
เรขาคณติ สองมิตติ า่ งกัน รปู
เรขาคณิตสามมิติมีความหนา
สว่ นรูปเรขาคณติ สองมิตเิ ป็น
เพยี งหน้าหน่ึงของรูปเรขาคณิต
สามมติ ิ การเขยี นรูปสามเหลี่ยม
รปู ส่ีเหลยี่ ม รปู วงกลม และรปู
วงรีโดยใชแ้ บบของรปู เป็นการ
ลากเส้นไปตามขอบรปู เรขาคณิต
หรอื รูปอื่นๆ สามารถนำมา

๕๗

หนว่ ยท่ี ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระสำคัญ/สาระการเรยี นรู้ เวลา น้ำหนกั

เรยี นรู้ ตัวช้ีวัด ช่วั โมง (คะแนน )

แสดงความสัมพันธไ์ ด้ในลักษณะ

ของแบบรปู

สาระการเรียนรู้

-รปู สามเหล่ยี ม รูปส่เี หล่ียม

รูปวงกลม รูปวงรี

-ทรงสี่เหลี่ยมมมุ ฉาก ทรง

กลม ทรงกระบอก

-รูปเรขาคณิตสองมติ ิกับรูป

เรขาคณิตสามมติ ิ

-การเขยี นรูปสามเหล่ียม

รปู ส่ีเหลีย่ ม รปู วงกลม และรูป

วงรีโดยใช้แบบของรปู

-แบบรปู ของรปู ทมี่ รี ปู รา่ ง

ขนาด หรอื สที สี่ มั พนั ธ์กนั อย่าง

ใดอย่างหนึ่ง เช่น

๑๒ การบวก ลบ ค 1.1 ป.2/4 สาระสำคญั ๒๐ ๕
โจทยก์ ารบวก ลบ คณู 160 ๑๐๐
คูณ หารระคน ป.2/5
หารระคน เปน็ ประโยค
ป.2/6 สัญลักษณ์ท่ีมเี คร่ืองหมายบวก
ลบ คณู หรอื หาร อย่ใู นโจทย์ขอ้
ป.2/7 เดยี วกัน ซงึ่ การหาคำตอบให้เร่ิม
หาผลลัพธ์ในวงเล็บก่อนเสมอ
ป.2/8 การวิเคราะหโ์ จทย์ปญั หาการ
บวก ลบ คณู หารระคน ต้องใช้
การคดิ หลายข้ันตอน ซ่ึงแตล่ ะ
ขัน้ ตอนอาจใช้วิธีบวก ลบ คณู
หรอื หาร
สาระการเรียนรู้

-การบวก ลบ คูณ หารระคน
-โจทย์ปัญหาการบวก ลบ
คณู หารระคน

รวม

ค13101 คณติ ศาสตร์3 ๕๘
ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๓
โครงสร้างรายวิชาพื้นฐาน
กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง

หนว่ ยท่ี ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนร/ู้ สาระสำคัญ/สาระการเรียนรู้ เวลา คะแนน
๑ ตวั ชวี้ ดั 6
จำนวนนับไม่เกนิ (ช่ัวโมง)
๑๐๐,๐๐๐ ค ๑.๑ ป.๓/๑
ป.๓/๒ สาระสำคญั 9

จำนวนไม่เกิน100,000 เป็น

จำนวนที่มีไม่เกินหกหลัก คือ

หลักหน่วย หลักสิบ หลกั ร้อย หลัก

พัน หลักหมื่น และหลักแสนซ่ึง

สามารถเขียนแทนด้วยตัวเลขฮินดู

อารบิก ตัวเลขไทยและตัวหนังสือ

โดยใช้ทักษะการคำนวณ และ

สามารถนำมาเชื่อมโยงประยุกต์ใช้

ในชวี ิตประจำวันได้

สาระการเรียนรู้

- การเขียนตัวเลขฮินดอู ารบิก

ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดง

จำนวน

- การอ่านตัวเลขฮินดูอารบิก

และตัวเลขไทย

- หลักและค่าของเลขโดดใน

แต่ละหลัก และการใช้ ๐ เพื่อยึด

ตำแหน่งของหลกั

- การเขียนตัวเลขแสดง

จำนวนในรูปกระจาย

- เปรียบเทียบจำนวนและ

การใช้เครือ่ งหมาย =  > <

- การเรียงลำดับจำนวนไม่

เกนิ หา้ จำนวน

- การนับเพิ่มทลี ะ 3 ทลี ะ 4

ทีละ 25 และ ทลี ะ 50

- การนับลดทีละ 3ทีละ 4ที

ละ ๕ ทลี ะ ๒๕ และทลี ะ ๕๐

๕๙

หน่วยท่ี ชือ่ หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระสำคัญ/สาระการเรยี นรู้ เวลา คะแนน
ตวั ชี้วัด (ชวั่ โมง)

- แบบรปู ของจำนวนทีเ่ พ่มิ ข้ึน
ทีละ 3 ทีละ 4 ทีละ 25 ทีละ
50

- แบบรูปของจำนวนที่ลดลง
ทีละ 3 ทีละ 4 ทีละ 5 ทีละ
25 ทลี ะ 50 แบบรูปซ้ำ

๒ การบวกลบซ่ึงมี ค 1.1 ป.3/5 สาระสำคัญ ๑3 9
การบวกเป็นการนำจำนวน
ผลลัพธแ์ ละตวั ตง้ั ไม่ ป.3/9
ตั้งแต่สองจำนวนมารวมกัน การ
เกิน 100,000 ค 1.2 ป.3/1 บวกสามารถสลับที่กันได้โดยที่
ผลบวกยังคงเทา่ เดิม

การลบเป็นการนำจำนวน
ตั้งแต่สองจำนวนมาหักออกจาก
กัน โดยนำจำนวนที่มีค่ามากเป็น
ตัวตั้ง เราสามารถหาคำตอบโดย
ใช้ทักษะกระบวนการคิดคำนวณ
การวิเคราะห์โจทย์ปัญหา และ
สามารถนำมาเชือ่ มโยงประยุกต์ใช้
ในชวี ติ ประจำวันได้
สาระการเรียนรู้

- การบวก จำนวนสอง
จำนวนและสามจำนวนท่มี ผี ลบวก
ไม่เกนิ 100,000

- การลบจำนวนสองจำนวนท่ี
ตัวตั้งไมเ่ กิน 100,000

- โจทย์ปญั หาการบวก
- โจทย์ปญั หาการลบ
- การสรา้ งโจทยป์ ัญหาการ
บวก การลบจากสงิ่ แวดลอ้ มใน
ทอ้ งถนิ่

๖๐

หน่วยท่ี ช่ือหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู/้ สาระสำคญั /สาระการเรยี นรู้ เวลา คะแนน
3 9
ตวั ชีว้ ัด (ช่ัวโมง)

เวลา ค 2.1 ป.3/2 สาระสำคัญ ๑3

(บรู ณาการอาเซียน) การบอกเวลาบนหน้าปัดนาฬิกา

จะบอกเป็นนาฬิกากับนาที และ

สามารถบอกระยะเวลาเป็นชั่วโมง

เป็นนาที ซึ่งนำมาเปรียบเทียบได้

ส่วนการเขียนและการอ่านเวลา

สามารถใช้มหัพภาค (.) และทวิภาค

(:) ซึ่งนำไปใช้ในการอ่านและเขียน

บันทึกกิจกรรมทีระบุได้ การ

แก้ปัญหาเกี่ยวกับเวลาเป็นการนำ

เวลาในหน่วยเดียวกันมาบวก ลบ

คูณ หารกนั

สาระการเรียนรู้

- การบอกเวลาเป็นนาฬิกา

และนาที (ชว่ ง 5 นาท)ี

- การเขียนบอกเวลาโดยใช้จุด

และการอา่ น

- ความสัมพันธข์ องหน่วยเวลา

(นาทีกบั ชั่วโมง ช่ัวโมงกับวัน

วัน กบั สัปดาห์ วันกบั เดอื น

- โจทยป์ ัญหาเกี่ยวกบั เวลา

4 รปู เรขาคณติ ค 2.2 ป.3/1 สาระสำคญั 9 6
เมื่อพับกระดาษรูปเรขาคณิต

สองมิติตามแนวเส้นประแล้ว ทั้ง
สองส่วนทับกันสนิทพอดี เรียก
รอยพับนี้ว่า แกนสมมาตร และ
เรียกรูปเรขาคณิตสองมิติที่มีแกน
สมมาตรว่า รูปสมมาตร ซึ่งรูป
เรขาคณิตสองมิติบางรูปมีแกน
สมมาตรมากกวา่ 1 แกน
สาระการเรยี นรู้

- รปู ทมี่ แี กนสมมาตร
- การประยกุ ต์ใชร้ ูปที่มี
แกนสมมาตร

๖๑

หน่วยท่ี ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู/้ สาระสำคัญ/สาระการเรียนรู้ เวลา คะแนน
5 8
ตวั ชีว้ ดั (ช่ัวโมง)

แผนภมู ิรปู ภาพและ ค 3.1 ป.3/1 สาระสำคญั ๑1

ตารางทางเดียว ป.3/2 การเก็บรวบรวมข้อมูลและ

จำแนกข ้ อม ู ล ม ี ว ิ ธ ี การท่ี

หลากหลายและใช้ทักษะ

กระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการ

หาคำตอบและตรวจสอบความ

สมเหตุสมผลของคำตอบโดยต้อง

เลือกใช้ให้เหมาะสม ส่วนการ

นำเสนอข้อมูลสามารถใช้ตารางทาง

เดียว และแผนภูมริ ูปภาพได้

สาระการเรยี นรู้

- การเก็บรวบรวมข้อมูลและ

การจำแนกขอ้ มูล

- การอ่านแผนภูมิรปู ภาพ

- การเขียนแผนภมู ริ ปู ภาพ

- การอ่านตารางทางเดยี ว

- การเขียนตารางทางเดียว

6 เศษส่วน ค 1.1 ป.3/3 สาระสำคัญ 11 8
ป.3/4 เศษส่วนแท้ สามารถเขียน

และอ่านโดยใช้ภาษา และ
สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ และ
เศษส่วนสามารถเปรียบเทียบและ
เรียงลำดับจากมากไปน้อย และ
จากนอ้ ยไปมาก
สาระการเรยี นรู้

- เศษสว่ นที่มตี ัวเศษน้อยกว่า
หรือเท่ากับตวั ส่วน

- การเปรยี บเทียบและ
เรียงลำดบั เศษสว่ น

๖๒

หนว่ ยท่ี ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู/้ สาระสำคัญ/สาระการเรยี นรู้ เวลา คะแนน
๗ 10
ตวั ชีว้ ัด (ช่วั โมง)

การคณู ค 1.1 ป.3/6 สาระสำคัญ ๑4

ป.3/9 หลักในการคูณจำนวนไม่เกิน

100,000 คือให้คูณจำนวนในหลัก

หนว่ ยของตัวตั้งก่อน แล้วจงึ คูณใน

หลักถัดไปทางซ้ายมือของหลัก

หน่วยตามลำดับ หรือจากหลักทาง

ขวามือไปทางซ้ายมือทีละหลัก

หากมีทด ให้ทดไปยังหลักถัดไป

ทางซ้ายมือการสร้างโจทย์ปัญหา

การคูณจะประกอบไปด้วยสอง

สว่ นคอื สว่ นทโ่ี จทยก์ ำหนดใหแ้ ละ

ส่วนที่โจทย์ถาม การแก้โจทย์

ปัญหาการคูณมีขั้นตอนสำคัญคือ

ทำความเข้าใจ และวเิ คราะห์โจทย์

ปัญหา วางแผนในการแก้โจทย์

ปัญหา แก้ปัญหา และตรวจสอบ

ความสมเหตุสมผลของคำตอบ

สาระการเรยี นรู้

- การคูณจำนวนหนึ่งหลกั กบั

จำนวนไมเ่ กนิ ส่ีหลกั

- การคูณจำนวนสองหลักกับ

จำนวนสองหลัก

- โจทย์ปัญหาการคูณการ

สร้างโจทย์ปัญหาการคูณ

๘ การหาร ค 1.1 ป.3/7 สาระสำคัญ 20 9
ป.3/9 การหารยาวและการหารสั้น

เป็นการตั้งหารโดยนำตัวหารไป
หารตัวตั้งทีละหลัก เริ่มหารจาก
หลักทางซ้ายมือก่อน แล้วจึงหาร
ในหลักถดั ไปทางขวามือ ซงึ่ ในการ
หารลงตัวจะมเี ศษของการหารเป็น
0 และในการหารไม่ลงตัวจะมีเศษ
ของการหารมากกว่า 0 ซึ่งผลคูณ
ของสองจำนวนใด ๆ เมื่อหารด้วย
จำนวนใดจำนวนหนึ่งในสอง
จำนวนน้นั จะได้ผลหารเท่ากบั อีก

๖๓

หน่วยที่ ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี นรู/้ สาระสำคัญ/สาระการเรียนรู้ เวลา คะแนน
ตวั ชว้ี ดั (ชัว่ โมง)

จำนวนหนึ่งเสมอ โจทย์ปัญหาการ
หารจะประกอบไปด้วยสองส่วน
คอื ส่วนทโ่ี จทยก์ ำหนดให้และสว่ น
ที่โจทย์ถาม การตรวจสอบความ
สมเหตุสมผลของคำตอบสามารถ
ทำได้โดยนำคำตอบที่ได้มาคูณกับ
ตัวหาร ซึ่งคำตอบต้องได้เท่ากับตัว
ตง้ั
สาระการเรียนรู้

- การหารที่ตัวตั้งไม่เกินสี่
หลักและตัวหารมีหนึ่งหลัก โดย
วธิ ีการหารยาวและการหารส้ัน

- โจทย์ปัญหาการหาร
การสร้างโจทย์ปญั หาการหาร

9 การวดั ความยาว ค 2.1 ป.3/3 สาระสำคัญ ๑0 6
ป.3/4 การวัดความยาวเป็นการหา
ป.3/5
ป.3/6 ความยาว ความสงู และระยะทาง
ควรเลือกเครือ่ งวัดใหเ้ หมาะสมกับ
สิ่งของที่ต้องการจะวัดและต้องวัด
ให้ถูกวิธี ใช้ทักษะการคาดคะเน
การคดิ คำนวณ สามารถนำความรู้
ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ใน
ชีวติ ประจำวนั
สาระการเรยี นรู้

- การวัดความยาว (เมตร
เซนตเิ มตร มิลลเิ มตร)

- การเลือกเครื่องมือวัดความ
ยาวที่เหมาะสม (ไม้เมตร ไม้
บรรทัด สายวัดตัว สายวัดชนิด
ตลับ)

- การเปรียบเทยี บความยาว
- การคาดคะเนความยาว (เมตร
เซนติเมตร)
- การแก้โจทย์ปญั หาความยาว

๖๔

หนว่ ยท่ี ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนร/ู้ สาระสำคญั /สาระการเรยี นรู้ เวลา คะแนน
10 6
ตวั ช้วี ัด (ช่วั โมง)

การวัดน้ำหนกั ค 2.1 ป.3/7 สาระสำคญั 10

ป.3/8 การวัดน้ำหนักโดยใช้หน่วย

ป.3/9 มาตรฐาน จะบอกน้ำหนักเป็นขีด

ป.3/10 กรัม กิโลกรมั ซ่งึ สามารถนำน้ำหนัก

ของสิ่งต่าง ๆ มาเปรียบเทียบกันได้

โดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่าง

กิโลกรัมกับกรัม เมตริกตันกับ

กิโลกรัม สามารถหาค่าของน้ำหนัก

ได ้ จ า กกา ร เ ล ื อ กใช ้ เ คร ื ่ อ ง ช ั ่ ง ที่

เหมาะสม ส่วนการแก้โจทย์ปัญหา

เกี่ยวกับการวัดน้ำหนักสามารถทำ

ได้หลายวิธีแต่ควรเลือกวิธีการ

แกป้ ัญหาท่ีเหมาะสม

สาระการเรยี นรู้

- การวัดน้ำหนักเป็นกิโลกรัม

กรัม และขดี

- การเลือกเครื่องชั่งที่

เหมาะสม

- การคาดคะเนน้ำหนักเป็น

กโิ ลกรัมและขดี

- ความสมั พันธร์ ะหวา่ งหนว่ ย

น้ำหนัก

- การเปรียบเทยี บน้ำหนกั

- โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับ

นำ้ หนกั

11 การวัดปริมาตร ค 2.1 ป.3/11 สาระสำคญั 10 6
ป.3/12 การวัดปริมาตรและความจุเน้น
ป.3/12
ลิตรและมิลลิลิตรจะบอกปริมาตร
และความจุ ซึ่งสามารถนำปริมาตร
หรือความจุในหน่วยเดียวกันมา
เปรียบเทียบกันได้ และสามารถ
คาดคะเนปริมาตรและความจุได้
ส่วนการแกโ้ จทย์ปัญหาเก่ียวกับการ
วัดปริมาตรและความจุสามารถทำ
ได้หลายวิธี แต่สามารถเลือกวิธีการ
แก้ปัญหาทเี่ หมาะสม

๖๕

หนว่ ยท่ี ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี นร/ู้ สาระสำคญั /สาระการเรียนรู้ เวลา คะแนน
ตัวชี้วัด (ชั่วโมง)
สาระการเรยี นรู้
- การวัดปริมาตรและความจุ

เป็นลติ รและมิลลิลติ ร
- การเลือกเครื่องตวงที่

เหมาะสม
- การคาดคะเนปริมาตรเป็น

ลิตร
- ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วย

ปริมาตร
- การเปรียบเทียบปริมาตร

และความจุ
- โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับ

ปริมาตรและความจุ

12 เงินและการบันทกึ ค 2.1 ป.3/1 สาระสำคญั ๑2 8
รายรบั รายจา่ ย เงินเหรียญและธนบัตรแต่ละ
(บูรณาการเศรษฐกิจ
พอเพียง,ขยะรีไซเคิล) ชนิดมีค่าแตกต่างกัน สามารถ
นำมาเปรียบเทียบกันได้ ส่วนการ
แก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเงิน ต้อง
วิเคราะห์โจทย์ และแสดงวิธีทำเพื่อ
หาคำตอบรวมทั้งตรวจสอบความ
สมเหตสุ มผลของคำตอบ
สาระการเรียนรู้

- การบอกจำนวนเงินและ
เขยี นแสดงจำนวนเงนิ แบบใช้จดุ

- การเปรียบเทียบจำนวนเงนิ
- การบวก ลบ คูณ หาร
จำนวนเงิน
- โจทยป์ ญั หาเก่ียวกับเงนิ
- การอ่านบันทึกรายรับ
รายจา่ ย
- การเขียนบันทึกรายรับ
รายจา่ ย

๖๖

หน่วยท่ี ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู/้ สาระสำคญั /สาระการเรยี นรู้ เวลา คะแนน
13 9
ตวั ชว้ี ัด (ชัว่ โมง)

การบวก ลบ คูณ ค 1.1 ป.3/8 สาระสำคญั 18

หารระคน ป.3/9 การบวก ลบ คูณ หารระคน มี

ว ิ ธ ี ก า ร ท ี ่ ห ล า ก ห ล า ย แ ล ะ ใ ช้

กระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการ

หาคำตอบและตรวจสอบความ

สมเหตุสมผลของคำตอบ ส่วนการ

แก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ

หารระคน ต้องวิเคราะห์โจทย์ และ

แสดงวิธีทำเพื่อหาคำตอบรวมทั้ง

ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของ

คำตอบ

สาระการเรียนรู้

- การหาผลลัพธ์การบวก ลบ

คูณ หารระคน

- โจทย์ปัญหาการบวกและ

การลบ 2 ข้นั ตอน

- โจทย์ปัญหาการคูณและ

การหาร 2 ขั้นตอน

- โจทย์ปัญหาการบวก การ

ลบ การคูณ และการหาร 2

ขนั้ ตอน

รวม ๑๖๐ ๑๐๐

๖๗

ค๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์ โครงสรา้ งรายวชิ าพื้นฐาน
ระดับประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง

หนว่ ยที่ ชอื่ หน่วย มาตรฐานการ สาระสำคัญ/สาระการเรียนรู้ เวลา คะแนน
การเรียนรู้ เรยี นรู้ / (ชั่วโมง)
ตวั ชีว้ ดั

๑ จำนวนนับท่ี ค๑.๑ ป.๔/๑ สาระสำคัญ ๑2 7

มากกว่า ป.๔/๒ จำนวนนบั ท่ีมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ สามารถ

๑๐๐,๐๐๐ เขยี นและอา่ นเปน็ ตวั เลขฮนิ ดูอารบกิ ตวั เลขไทย

และ ๐ และตวั หนงั สือ เขยี นแสดงจำนวนในรปู กระจาย

(รร. ต้าน ซง่ึ เปน็ การเขียนตามคา่ ของเลขโดในแตล่ ะหลัก

ทจุ รติ ) เปรียบเทยี บจำนวนทีเ่ ทา่ กันหรอื ไม่เทา่ กัน

มากกวา่ หรือน้อยกว่า และเรียงลำดบั จำนวน

จากมากไปน้อย และจากนอ้ ยไปมาก ตลอดจน

หาค่าประมาณเป็นจำนวนเต็มสิบ เต็มร้อย เตม็

พัน เตม็ หมื่น เต็มแสน และเต็มลา้ น

สาระการเรยี นรู้

- การอา่ นและเขียนตวั เลขฮินดูอารบกิ

ตัวเลขไทย และตัวหนังสอื แสดงจำนวนนับ

- หลกั ค่าประจำหลักของเลขโดด

- การเขยี นตัวเลขแสดงจำนวนในรูป

กระจาย

- การเปรยี บเทียบและเรียงลำดบั จำนวนนับ

- การหาคา่ ประมาณของจำนวนนบั

๒ การบวกและ ค๑.๑ ป.๔/๗ สาระสำคัญ ๑6 9

การลบ ป.๔/๘ การบวกและการลบจำนวน มีวธิ ีการท่ี

จำนวนนับท่ี ป.๔/๑๑ หลากหลายและใช้ทักษะกระบวนการทาง

มากกว่า ป.๔/๑๒ คณติ ศาสตร์ในการหาคำตอบ การหาตัวไม่ทราบ

๑๐๐,๐๐๐ ค่าในประโยคสัญลักษณต์ อ้ งใชค้ วามสัมพนั ธข์ อง

และ๐ การบวกและการลบหรือใช้ความสัมพันธแ์ บบ

ส่วนย่อย-ส่วนรวม และการประมาณผลลพั ธ์ของ

การบวกและการลบ ตรวจสอบความถูกตอ้ งของ

คำตอบ สว่ นการแกโ้ จทย์ปัญหาการบวกและการ

ลบ ตอ้ งวเิ คราะหโ์ จทย์ และแสดงวธิ ีทำ เพ่ือหา

คำตอบ รวมทั้งตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของ

คำตอบ สร้างโจทย์ปัญหาการบวก การลบ จาก

สถานการณ์ พร้อมทั้งหาคำตอบและแสดงวิธที ำ

๖๘

หน่วยที่ ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการ สาระสำคญั /สาระการเรยี นรู้ เวลา คะแนน
๒ (ตอ่ ) การเรียนรู้ เรียนรู้ / (ชัว่ โมง)
ตัวชวี้ ัด สาระการเรียนรู้
- การบวกและลบสองจำนวน
การบวกและ ค๑.๑ ป.๔/๗ - การประมาณผลลัพธข์ องการบวกและลบ
- การหาตัวไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลกั ษณ์
การลบ ป.๔/๘ แสดงการบวกและลบ
- การแก้โจทย์ปญั หาการบวกและลบ
จำนวนนบั ท่ี ป.๔/๑๑ - สร้างโจทยป์ ญั หาการบวกและลบ

มากกวา่ ป.๔/๑๒

๑๐๐,๐๐๐

และ๐

๓ การคูณ ค๑.๑ ป.๔/๗ สาระสำคัญ ๒๐ ๑๒

ป.๔/๙ การคูณจำนวนมวี ธิ ีการท่ีหลากหลาย และใช้

(บูรณาการ ป.๔/๑๑ ทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตรใ์ นการหา

เศรษฐกจิ ป.๔/๑๒ คำตอบ การหาตัวไม่ทราบคา่ ในประโยค

พอเพยี ง) สัญลกั ษณ์ ต้องใชค้ วามสัมพนั ธ์ของการคณู และ

การหาร และการประมาณผลลัพธ์ของการคูณ

ชว่ ยตรวจสอบความถกู ต้องของคำตอบ ส่วนการ

แกโ้ จทยป์ ญั หาการคูณ ต้องวเิ คราะหโ์ จทยแ์ ละ

แสดงวิธที ำเพือ่ หาคำตอบ รวมทัง้ ต้องตรวจสอบ

ความสมเหตุสมผลจองคำตอบ

สาระการเรยี นรู้

- การคณู จำนวนท่มี หี นึง่ หลกั กบั จำนวนที่

มากกว่าสหี่ ลัก

- การคูณจำนวนทม่ี สี องหลกั กบั จำนวนทม่ี ี

สามหลกั

- การคณู จำนวนท่ีมหี ลายหลกั

- การประมาณผลลัพธ์ของการคณู

- การหาตัวไม่ทราบคา่ ในประโยค

สัญลกั ษณแ์ สดงการคูณ

- การแกโ้ จทย์ปัญหาการคณู

- สร้างโจทยป์ ัญหาการคูณ

๔ การหาร ค๑.๑ ป.๔/๗ สาระสำคญั 20 12
ป.๔/๙
ป.๔/๑๑ การหารจำนวนมีวิธีการท่หี ลากหลาย และใชท้ ักษะ
ป.๔/๑๒ กระบวนการทางคณติ ศาสตรใ์ นการหาคำตอบ การหาตัว
ไม่ทราบคา่ ในประโยคสญั ลักษณ์ ต้องใชค้ วามสัมพันธ์
ของการคณู และการหาร และการประมาณผลลพั ธ์ของ
การคณู ช่วยตรวจสอบ ความถูกตอ้ งของคำตอบ และการ
แก้โจทย์ปัญหาการหาร ต้องวิเคราะห์โจทย์ และแสดงวิธี
ทำเพ่อื หาคำตอบ

๖๙

หนว่ ยที่ ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการ สาระสำคัญ/สาระการเรยี นรู้ เวลา คะแนน
๔ (ตอ่ ) การเรยี นรู้ เรยี นรู้ / (ชวั่ โมง) 4
ตวั ชี้วัด ๗
5 การหาร รวมทงั้ ตอ้ งตรวจสอบความสมเหตุสมผลของ
ค๑.๑ ป.๔/๗
6 ป.๔/๙ คำตอบ สรา้ งโจทย์ปัญหาการบวก การลบ จาก
ป.๔/๑๑
ป.๔/๑๒ สถานการณ์ พรอ้ มท้ังหาคำตอบและแสดงวิธที ำ

แบบรูปของ - สาระการเรยี นรู้ 4
จำนวน - การหารท่ตี วั หารมีหนงึ่ หลัก 8

การบวก ลบ ค๑.๑ ป.๔/๑๐ - การหารท่ตี วั หารมสี องหลกั

คณู หาร ป.๔/๑๑ - การหารท่ีตัวหารมสี ามหลกั

ระคน ป.๔/๑๒ - การประมาณผลลัพธข์ องการหาร

(บรู ณาการ - การหาตัวไม่ทราบคา่ ในประโยคสัญลักษณ์
แสดงการหาร
ยาเสพตดิ )
- การแก้โจทยป์ ญั หาการหาร
- สร้างโจทยป์ ญั หาการหาร

สาระสำคญั
แบบรูปของจำนวนท่ีมคี วามสมั พนั ธแ์ บบ
เพม่ิ ขน้ึ และลดลง ที่เกดิ จากการคณู หรอื การหาร
ด้วยจำนวนเดยี วกนั เป็นชุดของจำนวนทม่ี ี
ความสัมพันธก์ ัน สามารถบอกจำนวนตอ่ ไปหรอื
จำนวนที่หายไปได้
สาระการเรยี นรู้
- แบบรูปของจำนวนท่เี กดิ จากการคูณด้วย
จำนวนเดยี วกนั
- แบบรปู ของจำนวนท่ีเกิดจากการหารด้วย
จำนวนเดียวกนั
สาระสำคญั
การบวก ลบ คูณ หารระคน เป็นการ
ดำเนินการที่มากกว่าหนึ่งขัน้ ตอน และการ
แก้ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน สามารถทำ
ไดห้ ลายวีธี ซ่ึงข้อตกลงการคำนวณที่มหี ลาย
ขน้ั ตอนถา้ มีวงเล็บ ให้คำนวณในวงเลบ็ กอ่ น แต่
ถา้ ไม่มวี งเล็บ มีข้อตกลงลำดับข้ันการคำนวณดงั น้ี
- คูณ หรอื หาร โดยคำนวณจากซา้ ยไปขวา
- บวก หรอื ลบ โดยคำนวณจากซ้ายไปขวา
การแก้โจทยป์ ัญหาการบวกและการลบ ต้อง
วเิ คราะหโ์ จทย์ และแสดงวิธีทำเพ่อื หาคำตอบ
รวมทัง้ ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบ

๗๐

หนว่ ยท่ี ชอื่ หน่วย มาตรฐานการ สาระสำคญั /สาระการเรียนรู้ เวลา คะแนน
6 (ต่อ) การเรยี นรู้ เรยี นรู้ / (ชัว่ โมง) 12
ตัวช้ีวดั
๗ 7
การบวก ลบ ค๑.๑ ป.๔/๑๐ สาระการเรียนรู้

คูณ หาร ป.๔/๑๑ - การบวก ลบ คูณ หารระคนแบบมวี งเลบ็

ระคน ป.๔/๑๒ - การบวก ลบ คูณ หารระคนแบบไม่มี

(บรู ณาการ วงเลบ็

ยาเสพติด) - การบวก ลบ คณู หารระคนที่มีและไม่มี

รูปส่เี หลยี่ ม ค๒.๑ ป.๔/๓ วงเล็บ 20
มุมฉาก ค๒.๒ ป.๔/๒ ๑๐
- โจทยป์ ญั หา
(บูรณาการ
รร. ปลอด - การสร้างโจทย์ปญั หา
ขยะ)
- คา่ เฉลีย่
เศษส่วน ค๑.๑ ป.๔/๓
ป.๔/๔ สาระสำคญั
รูปสเ่ี หลยี่ มจตั รุ สั และรูปส่เี หลี่ยมผืนผา้ เป็น
รปู สีเ่ หล่ยี มมมุ ฉาก การสรา้ งรูปสเี่ หลย่ี มมมุ ฉาก
อาจใชไ้ ม้ฉากหรือโพรแทรกเตอร์ สร้างการหา
พ้ืนท่ขี องรูปสเ่ี หล่ยี มมุมฉาก หาได้จากสูตรความ
กว้างคูณความยาวรอบรปู ให้นำความยาวของ
ด้านทัง้ ส่ดี ้านมาบวกกนั การแกโ้ จทยป์ ญั หา
เกี่ยวกบั พื้นทแี่ ละความยาวรอบรูปของรปู
สเ่ี หล่ียมมุมฉาก สามารถทำไดห้ ลายวธิ ี แตค่ วร
เลือกวธิ แี กป้ ญั หาท่ีเหมาะสม
สาระการเรยี นรู้
- ชนดิ และสมบตั ิของรูปส่เี หล่ียมมุมฉาก
- การสรา้ งรูปสี่เหลีย่ มมมุ ฉากเมื่อกำหนด
ความยาวของด้าน
- ความยาวรอบรูปของรปู ส่ีเหลีย่ มมุมฉาก
- พน้ื ทีข่ องรูปสีเ่ หลยี่ มมุมฉาก
- โจทย์ปญั หาเก่ยี วกับความยาวรอบรูปและ
พนื้ ที่ของรปู สเ่ี หลยี่ มมุมฉาก
สาระสำคญั
เศษสว่ นแท้ เศษเกิน และจำนวนคละ
สามารถเขยี นและอ่านโดยใชภ้ าษา และ
สัญลกั ษณท์ างคณิตศาสตร์ เศษเกินสามารถเขียน
ในรูปของจำนวนคละ และจำนวนคละสามารถ
เขียนในรูปเศษเกนิ ได้ การหาเศษสว่ นที่เทา่ กัน
เศษส่วนอยา่ งต่ำ และเศษสว่ นทเ่ี ท่ากับจำนวนนบั
สามารถทำไดโ้ ดยใช้การคณู หรอื การหารจำนวน
และเศษสว่ นสามารถเปรยี บเทยี บและเรยี งลำดับ
จากมากไปน้อย และจากนอ้ ยไปมาก

๗๑

หนว่ ยที่ ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการ สาระสำคญั /สาระการเรียนรู้ เวลา คะแนน
๘ (ตอ่ ) การเรยี นรู้ เรียนรู้ / (ชว่ั โมง) 5
ตวั ชวี้ ัด 6
๙ เศษส่วน สาระการเรียนรู้
ค๑.๑ ป.๔/๓
๑๐ ป.๔/๔ - เศษส่วนแท้ เศษเกนิ

การบวกและ ค๑.๑ ป.๔/๑๓ - จำนวนคละ 12
การลบ ป.๔/๑๔ 9
เศษส่วน - เศษส่วนทเี่ ทา่ กับจำนวนนบั

ทศนยิ ม ค๑.๑ ป.๔/๕ - เศษสว่ นทเี่ ท่ากัน
ป.๔/๖
(บรู ณาการ - เศษส่วนอยา่ งต่ำ
ต้านทุจริต)
- การเปรยี บเทียบและเรียงลำดับเศษส่วน

สาระสำคญั
การบวก การลบเศษส่วนและจำนวนคละที่
ตวั ส่วนตวั หนงึ่ เป็นพหคุ ณู ของตัวสว่ นอกี ตวั หน่ึง
มีวิธกี ารทห่ี ลากหลายและใช้ทกั ษะกระบวนการ
ทางคณิตศาสตร์ในการหาคำตอบและตรวจสอบ
ความสมเหตสุ มผลของคำตอบ สว่ นการแก้โจทย์
ปัญหาการบวก การลบเศษสว่ นและจำนวนคละ
ต้องวเิ คราะห์โจทย์และแสดงวิธีทำเพ่อื หาคำตอบ
รวมทัง้ ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบ
สาระการเรยี นรู้
- การบวกและการลบเศษส่วน
- การแก้โจทย์ปัญหาเศษส่วน
สาระสำคัญ
การเขียน การอา่ น การเปรียบเทียบและการ
เรยี งลำดบั ทศนยิ มไม่เกนิ สามตำแหนง่ พิจารณา
จากค่าของเลขโดดหนา้ จุดทศนิยมและหลงั จดุ
ทศนิยม การเขียนแสดงทศนิยมในรปู กระจายให้
เขียนตามค่าของเลขโดดในแต่ละหลัก และ
ทศนยิ มสามารถเปรยี บเทียบและเรียงลำดบั จาก
มากไปนอ้ ย และจากน้อยไปมาก
สาระการเรยี นรู้
- การอ่านและการเขยี นทศนยิ มไมเ่ กนิ 3
ตำแหนง่
- การเปรียบเทยี บและเรียงลำดับทศนิยม

๗๒

หนว่ ยที่ ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการ สาระสำคัญ/สาระการเรียนรู้ เวลา คะแนน
๑๑ การเรยี นรู้ เรยี นรู้ / (ชว่ั โมง) 7
ตวั ช้ีวดั
12 6
13 การบวกและ ค๑.๑ ป.๔/๑๕ สาระสำคญั 10 6

การลบ ป.๔/๑๖ การบวกและการลบทศนิยมไม่เกนิ สาม ๑1 100
8
ทศนยิ มไม่ ตำแหน่ง การบวก การลบทศนยิ ม 2 ขั้นตอน 160

เกนิ สาม มีวิธีการท่หี ลากหลายและใช้ทกั ษะกระบวนการ
ตำแหนง่ ทางคณิตศาสตรใ์ นการหาคำตอบและตรวจสอบ
ความสมเหตสุ มผลของคำตอบ สว่ นการแก้โจทย์

ปญั หาการบวกและการลบทศนยิ มไมเ่ กินสาม
ตำแหนง่ ต้องวเิ คราะหโ์ จทย์ และแสดงวธิ ที ำเพอ่ื
หาคำตอบ รวมท้ังตรวจสอบความสมเหตสุ มผล

ของคำตอบ
สาระการเรียนรู้
- การบวกและการลบทศนยิ มไม่เกนิ 3

เวลา ค๒.๑ ป.๔/๑ ตำแหนง่
(บูรณาการ - การแก้โจทยป์ ญั หาเศษส่วน

สาระสำคญั
การบอกระยะเวลา ต้องใชค้ วามสัมพนั ธข์ อง

อาเซียน) หนว่ ยเวลาและการดำเนนิ การของจำนวน
ตารางเวลาจะช่วยใหอ้ า่ นข้อมูลได้สะดวกและ
ชดั เจนขึ้น และนำไปแกป้ ญั หาเกยี่ วกับเวลา

สาระการเรยี นรู้
- การบอกระยะเวลา
- การเปรียบเทยี บระยะเวลา

- การอา่ นตารางเวลา
- การแกโ้ จทยป์ ัญหา

ขอ้ มูลและ ค๓.๑ ป.๔/๑ สาระสำคัญ
การนำเสนอ แผนภมู แิ ทง่ แผนภูมิแทง่ เปรยี บเทยี บและ
ข้อมลู ตารางสองทางเป็นวธิ ีการนำเสนอขอ้ มูลอย่างหนึง่

(บูรณาการ เพ่อื ความสะดวกในการอา่ นข้อมลู ส่วนการอา่ น
เศรษฐกจิ ข้อมลู จากแผนภมู ิแท่ง แผนภมู แิ ทง่ เปรยี บเทียบ
พอเพยี ง) และตารางสองทาง เปน็ การอ่านและการเขียน

จากข้อมูลทกี่ ำหนดให้ สามารถนำไปปรับใชใ้ น
ชีวิตประจำวนั

สาระการเรียนรู้

- การเกบ็ รวบรวมข้อมลู และจำแนกขอ้ มูล
- การนำเสนอข้อมลู

รวม

ค๑5๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๗๓
ระดับประถมศกึ ษาปที ่ี 5
โครงสรา้ งรายวิชาพื้นฐาน
กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
เวลา ๑๖๐ ชวั่ โมง

หนว่ ยท่ี ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการ สาระสำคญั /สาระการเรยี นรู้ เวลา คะแนน
การเรียนรู้ เรียนรู้ / (ชว่ั โมง) 9
ตวั ชวี้ ัด สาระสำคญั
การเปรียบเทียบเศษสว่ นใหท้ ำตวั ส่วนให้ 19
1 เศษส่วน และ ค 1.1 ป.5/3
เท่ากนั ก่อน จากนัน้ ใชว้ ิธีนำตัวเศษมา
การบวก การ ป.5/5 เปรียบเทียบกัน ตัวเศษของเศษสว่ นใดมากกวา่
เศษส่วนน้ันจะมีค่ามากกว่าหรือตัวเศษของ
ลบเศษสว่ น เศษสว่ นใดนอ้ ยกวา่ เศษส่วนนนั้ จะมีคา่ น้อยกวา่
และอีกหนึ่งวิธคี อื การคูณไขวร้ ะหว่างตัวเศษกับ
ตัวสว่ น สำหรบั การบวกและการลบเศษส่วน
ต้องทำตวั สว่ นให้เทา่ กันก่อน โดยคูณตวั เศษและ
ตัวสว่ นด้วยจำนวนเดยี วกนั แลว้ จึงนำตวั เศษมา
บวกและลบกัน สว่ นการบวกและการลบจำนวน
คละ ใหน้ ำจำนวนเตม็ มาบวกและลบกันก่อน
ส่วนเศษส่วนให้ใชว้ ิธเี ดียวกับการบวกและการ
ลบเศษสว่ นแท้ โดยการทำตัวส่วนใหเ้ ท่ากนั
จากนัน้ จงึ นำตวั เศษมาบวกและลบกนั การแสดง
วิธีทำและหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวก
การลบเศษส่วนและ จำนวนคละ ต้องเริม่ จาก
การวเิ คราะห์ โจทย์ปญั หา วางแผนแก้
โจทย์ปัญหา โดยเขียนเปน็ ประโยคสญั ลกั ษณ์
แสดงวิธที ำเป็นลำดับขน้ั ตอน แล้วจงึ หาคำตอบ
พรอ้ มท้ังตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของ
คำตอบ
สาระการเรียนรู้

- การเปรยี บเทยี บเศษส่วนและจำนวนคละ
- การบวก การลบของเศษสว่ นและจำนวน
คละ
- โจทย์ปญั หาเก่ียวกบั การบวก ลบของ
เศษส่วนและจำนวนคละ

๗๔

หนว่ ยที่ ชื่อหน่วย มาตรฐานการ สาระสำคญั /สาระการเรียนรู้ เวลา คะแนน
การเรยี นรู้ เรยี นรู้ / (ช่ัวโมง) 10
ตัวช้วี ัด

2 การคณู การ ค 1.1 ป.5/4 สาระสำคญั 16
การคณู จำนวนนับกับเศษส่วน ใหน้ ำจำนวน
หาร และการ ป.5/5
นบั คูณกับตัวเศษ โดยตัวสว่ นคงเดมิ การคูณ
บวก ลบ คูณ เศษสว่ นกบั เศษสว่ น ใหน้ ำตัวเศษคูณกบั ตวั เศษ
และตัวส่วนคูณกับตวั ส่วน การคูณจำนวนคละ
หารระคนของ ใหเ้ ขยี นจำนวนคละเป็นเศษเกินก่อน แล้วจงึ หา
ผลคณู ผลคูณที่ไดค้ วรทำให้เปน็ เศษส่วนอยา่ ง
เศษส่วน ตำ่ จำนวนคละ หรอื จำนวนนับ ส่วนการหาร
เศษส่วนด้วยจำนวนนบั หาผลหารโดยคูณ
เศษสว่ นท่ีเปน็ ตวั ตัง้ กับสว่ นกลบั ของจำนวนนบั
น้นั และการหารเศษสว่ นด้วยเศษส่วน หา
ผลหารโดยคณู เศษส่วนทีเ่ ป็นตัวตงั้ กบั สว่ นกลบั
ของเศษส่วนที่เปน็ ตวั หาร ส่วนการหารจำนวน
คละต้องทำจำนวนคละใหเ้ ป็นเศษเกินกอ่ นแลว้
จงึ ทำเหมือนการหารเศษสว่ นด้วยเศษส่วน การ
หาผลลัพธข์ องการบวก ลบ คูณ หารระคนของ
เศษสว่ นและจำนวนคละ ถา้ มีวงเลบ็ ให้หา
ผลลัพธ์ในวงเลบ็ กอ่ น แต่ถ้าไม่มีวงเล็บและมีการ
ดำเนนิ การทัง้ การบวก ลบ คูณ และหาร ให้หา
ผลคณู หรือผลหารจากซา้ ยไปขวากอ่ น แลว้ จึงหา
ผลบวกหรือผลลบจากซา้ ยไปขวา การแกโ้ จทย์
ปัญหาการคูณ การหารเศษส่วนและจำนวนคละ
ต้องเร่ิมจากการวิเคราะห์ โจทย์ปญั หา การ
วางแผนแก้โจทย์ปัญหา การแก้ปญั หาโดยเขียน
เปน็ ประโยคสัญลักษณ์ แสดงวิธที ำเปน็ ลำดับ
ขนั้ ตอน แลว้ จึงหาคำตอบ พร้อมท้งั ตรวจสอบ
ความสมเหตสุ มผลของคำตอบ การแก้โจทย์
ปัญหา การบวก ลบ คณู หารระคนของเศษสว่ น
และจำนวนคละ มีหลักการเช่นเดียวกันกบั การ
แกโ้ จทยป์ ัญหาการคณู การหารเศษสว่ นและ
จำนวนคละ
สาระการเรียนรู้

- การคณู การหารของเศษสว่ นและจำนวน
คละ

- การบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วน
และจำนวนคละ

- โจทย์ปญั หาเกีย่ วกบั การบวก ลบของ
เศษสว่ นและจำนวนคละ

๗๕

หน่วยที่ ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการ สาระสำคัญ/สาระการเรยี นรู้ เวลา คะแนน
การเรียนรู้ เรยี นรู้ / (ชั่วโมง) 9
ตัวชีว้ ัด

3 ทศนิยม และ ค 1.1 ป.5/1 สาระสำคัญ 15
เศษส่วนและทศนยิ มมีความสมั พันธ์กนั ซ่ึง
การบวก ลบ ป.5/6
ทศนิยมสามารถเขียนในรูปเศษสว่ นและเศษส่วน
คณู หาร ป.5/7 สามารถเขยี นในรูปทศนยิ มได้ ทศนยิ มไม่เกิน 3
ตำแหน่งสามารถประมาณเป็นจำนวนเตม็
ทศนิยม ป.5/8 ทศนิยม 1 ตำแหนง่ หรือทศนิยม 2 ตำแหน่งได้
การบวกและการลบทศนยิ มมีวธิ ีการเหมือนกบั
ป.5/8 การบวกและการลบจำนวนนับ โดยตง้ั หลักเลข
และจดุ ทศนิยมใหต้ รงกนั แล้วบวกหรอื ลบกนั
(บูรณาการ เหมือนจำนวนนบั และสามารถตรวจสอบคำตอบ
โดยใช้การประมาณได้ สว่ นการแกโ้ จทยป์ ญั หา
ต้านทุจริต) การบวกและการลบทศนิยมต้องเร่ิมจากการ
วเิ คราะห์โจทย์ปัญหา เขยี นประโยคสญั ลักษณ์
แสดงวิธที ำ พรอ้ มทง้ั ตรวจสอบความ
สมเหตสุ มผลของคำตอบ

การคณู ทศนิยมใชห้ ลักการเดยี วกับการคูณ
จำนวนนบั แต่ผลลพั ธท์ ่ไี ดจ้ ะเปน็ ทศนิยมที่มี
จำนวนตำแหน่งเท่ากับจำนวนตำแหน่งของตวั ต้งั
และตวั คณู รวมกัน ซงึ่ การประมาณผลคณู
สามารถใช้คา่ ประมาณในการตรวจสอบความ
สมเหตสุ มผลของคำตอบ สว่ นการหารทศนยิ ม
ด้วยจำนวนนับ ใชห้ ลักการเดยี วกับการหาร
จำนวนนับดว้ ยจำนวนนบั ผลหารท่ีได้อาจมี
จำนวนตำแหน่งเท่ากับหรือมากกว่าจำนวน
ตำแหน่งทศนิยมของตัวตั้ง ส่วนการประมาณ
ผลหาร สามารถใช้ค่าประมาณในการตรวจสอบ
ความสมเหตุสมผลของคำตอบ การแสดงวิธีทำ
และหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการคูณและการ
หารทศนิยม ต้องเริ่มจากการวิเคราะห์โจทย์
ปญั หา การวางแผนแก้โจทย์ปญั หา การแก้โจทย์
ปัญหาโดยเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ แสดงวิธี
ทำเป็นลำดับขนั้ ตอน แล้วจึงหาคำตอบ พร้อมท้ัง
ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบ

๗๖

หน่วยที่ ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการ สาระสำคญั /สาระการเรียนรู้ เวลา คะแนน
3 (ตอ่ ) การเรยี นรู้ เรยี นรู้ / (ชั่วโมง)
ตัวชว้ี ัด

ทศนิยม และ ค 1.1 ป.5/6 สาระการเรียนรู้
- ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งเศษสว่ นและทศนยิ ม
การบวก ลบ ป.5/7 - ค่าประมาณของทศนิยมไม่เกนิ 3 ตำแหนง่ ที่

คูณ หาร ป.5/8 เปน็ จำนวนเต็ม
- ทศนยิ ม 1 ตำแหนง่ และ 2 ตำแหน่ง การใช้
ทศนยิ ม
เครือ่ งหมาย ≈
(บูรณาการ - การประมาณผลลัพธข์ องการบวก การลบ การ
ตา้ นทจุ รติ )
คูณ การหารทศนยิ ม
- การคูณทศนิยม
-การหารทศนยิ ม
- การแก้โจทยป์ ัญหาเกี่ยวกับทศนิยม

4 การวดั ความ ค 2.1 ป.5/1 สาระสำคัญ 7 7

ยาวและ ป.5/2 การวัดความยาวและการวัดน้ำหนักใช้

การวดั ความร้เู รอ่ื งทศนิยม และความสมั พันธ์ระหวา่ ง

น้ำหนัก หน่วยความยาวและความสัมพันธ์ระหว่างหนว่ ย

นำ้ หนกั เพ่ือเปลย่ี นหน่วย เซนติเมตรกบั

(บรู ณาการ มลิ ลเิ มตร เมตรกับเซนตเิ มตร กโิ ลเมตรกบั เมตร

อาเซียน) กิโลกรมั กับกรมั รวมถึงการแกโ้ จทยป์ ัญหา

เกยี่ วกับความยาวและนำ้ หนกั ที่ใช้ความรเู้ รอ่ื ง

การเปลีย่ นหนว่ ยและทศนิยม ตอ้ งวิเคราะห์

โจทย์ และแสดงวธิ ีทำเพื่อหาคำตอบ

สาระการเรยี นรู้

- ความสัมพันธ์ระหวา่ งหนว่ ยความยาว

เซนติเมตรกับมิลลเิ มตร เมตรกับเซนตเิ มตร

กโิ ลเมตรกบั เมตร โดยใช้ความรู้เรือ่ งทศนิยม

- การแกโ้ จทย์ปัญหาเกีย่ วกับความยาวโดยใช้

ความร้เู รือ่ งการเปลย่ี นหนว่ ยและทศนยิ ม

- ความสมั พันธ์ระหวา่ งหนว่ ยนำ้ หนกั กิโลกรัม

กบั กรมั โดยใชค้ วามรเู้ รื่องทศนยิ ม

- การแก้โจทย์ปัญหาเกีย่ วกับน้ำหนกั โดยใช้

ความรเู้ รอื่ งการเปลีย่ นหนว่ ยและทศนยิ ม

๗๗

หน่วยที่ ช่อื หน่วย มาตรฐานการ สาระสำคญั /สาระการเรยี นรู้ เวลา คะแนน
5 การเรียนรู้ เรยี นรู้ / (ช่ัวโมง) 8
ตวั ชี้วดั สาระสำคัญ
เส้นขนาน เส้นตรงสองเสน้ บรรจบกันทมี่ มุ ฉากทำให้ 14 8
ค 2.2 ป.5/1
เกดิ เสน้ ต้งั ฉาก เส้นตรงสองเส้นอยู่บนระนาบ 15
6 รูปเรขาคณิต ค 2.2 เดียวกนั มีระยะห่างเทา่ กันเสมอ เสน้ ตรงสองเสน้
สองมติ ิและ ป.5/2 นั้น ขนานกัน การสร้างเสน้ ขนานต้องอาศยั
รูปเรขาคณิต ป.5/3 สมบตั ิของเส้นขนานมาช่วยในการสร้าง เสน้ ตรง
สามมติ ิ ป.5/4 เส้นหน่งึ ตัดกบั เสน้ ขนานค่หู นึ่ง จะทำใหเ้ กดิ มุม
แย้งมมุ ภายในและมุมภายนอกท่อี ยู่บนขา้ ง
(บูรณาการ เดยี วกันของเสน้ ตดั ขวาง
รร. ปลอด สาระการเรียนรู้
ขยะ)
- เสน้ ตั้งฉากและสัญลกั ษณ์แสดงการตั้งฉาก
- เส้นขนานและสญั ลกั ษณ์แสดงการขนาน
- การสรา้ งเสน้ ขนาน
- มุมแยง้ มุมภายในและมุมภายนอกที่อย่บู น
ข้างเดยี วกนั ของเสน้ ตดั ขวาง (Transversal)
สาระสำคญั
รปู สเี่ หลย่ี มชนิดตา่ ง ๆ มีสมบัตทิ แี่ ตกต่างกนั
พิจารณาจากลกั ษณะและความสมั พันธข์ องดา้ น
มุม และเส้นทแยงมุม การสร้างรปู สี่เหลี่ยมอาจ
ใชต้ าราง ไม้ฉากหรือโพรแทรกเตอรใ์ นการสรา้ ง
รูปสเ่ี หล่ียมตามทตี่ ้องการ ปริซมึ เปน็ ทรงที่มีหนา้
ตดั หรือฐานท้ังสองเปน็ รูปหลายเหลี่ยมทเี่ ท่ากนั
ทกุ ประการและอยู่ในระนาบทข่ี นานกัน มหี น้า
ขา้ งเป็นรปู ส่ีเหลยี่ มมุมฉาก
สาระการเรียนรู้
- ชนดิ และสมบัติของรปู สีเ่ หลี่ยม
- การสรา้ งรูปส่ีเหลีย่ ม
- ลักษณะและส่วนต่าง ๆ ของปริซึม

7 ความยาว ค 2.1 ป.5/4 สาระสำคัญ 16 8

รอบรูปและ การหาความยาวรอบรปู ของรูปสเ่ี หล่ียมให้

พนื้ ท่ีของรปู นำความยาวของด้านท้ังสีด่ า้ นมาบวกกัน การหา

ส่เี หลีย่ ม พื้นทีข่ องรูปสีเ่ หลีย่ มขนมเปียกปูนและ

รูปส่ีเหลี่ยมด้านขนานหาได้จากสตู รความยาว

ฐาน คูณความสงู

๗๘

หนว่ ยที่ ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการ สาระสำคญั /สาระการเรยี นรู้ เวลา คะแนน
7 (ต่อ) การเรียนรู้ เรียนรู้ / (ชว่ั โมง)
ตวั ช้วี ัด การแกโ้ จทย์ปัญหาเกีย่ วกบั ความยาวรอบ
ความยาว รปู ของรูปส่เี หล่ยี มและพนื้ ที่ของ รูปสเ่ี หล่ยี ม
รอบรูปและ ค 2.1 ป.5/4 ขนมเปียกปูนและรูปส่เี หลีย่ ม ด้านขนาน
พนื้ ท่ขี องรูป สามารถทำได้หลายวธิ ี แต่ควรเลือกวิธแี กป้ ญั หา
ส่เี หลี่ยม ทเี่ หมาะสม
สาระการเรียนรู้
(บูรณาการ
เศรษฐกิจ - ความยาวรอบรปู ของรูปสี่เหลีย่ ม
พอเพียง) - พื้นทข่ี องรปู สี่เหลย่ี มดา้ นขนานและรูป
ส่เี หลยี่ มขนมเปียกปนู
- การแก้โจทยป์ ัญหาเก่ียวกับความยาวรอบ
รูปของรูปส่เี หลีย่ มและพื้นท่ีของรปู สีเ่ หลย่ี ม
ดา้ นขนานและรปู สีเ่ หล่ียมขนมเปียกปนู

8 ปริมาตรและ ค 2.1 ป.5/3 สาระสำคัญ 15 9
15
ความจุ การหาปริมาตรของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากและ

ความจุของภาชนะทรงสี่เหลี่ยมมมุ ฉากหาได้จาก

ความกว้าง คูณ ความยาว คูณ ความสูง การแก้

โจทย์ปัญหาสามารถทำได้หลายวิธี แต่ควรเลือก

วิธที เี่ หมาะสมและดำเนนิ ตามขน้ั ตอนทีว่ างไว้

สาระการเรยี นรู้

- ปรมิ าตรของทรงส่ีเหลีย่ มมุมฉากและความจุ

ของภาชนะทรงสี่เหล่ยี มมุมฉาก

- ความสัมพนั ธร์ ะหว่างมลิ ลิลิตร ลิตร ลูกบาศก์

เซนตเิ มตร และลูกบาศก์เมตร

- การแกโ้ จทยป์ ญั หาเกี่ยวกับปริมาตรของทรง

สี่เหลย่ี มมมุ ฉากและความจุของภาชนะทรง

สเี่ หลี่ยมมุมฉาก

9 ร้อยละและ ค 1.1 ป.5/2 สาระสำคญั 20

เปอรเ์ ซน็ ต์ ป.5/9 ร้อยละสามารถเขียนแสดงในรูปเศษส่วนที่มี

ตัวสว่ นเปน็ 100 หรือทศนยิ มสองตำแหน่ง การ

(บรู ณาการ แก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับร้อยละ สามารถทำได้

เพศวิถ)ี หลายวิธี แต่ควรเลือกวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสม

และดำเนินการตามขน้ั ตอนของการแก้ปัญหา

สาระการเรียนรู้

- การแก้โจทย์ปญั หาโดยใช้บญั ญตั ไิ ตรยางศ์

- การอ่านและการเขียนร้อยละหรอื เปอรเ์ ซ็นต์

- การแก้โจทย์ปัญหารอ้ ยละ

๗๙

หน่วยท่ี ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการ สาระสำคัญ/สาระการเรียนรู้ เวลา คะแนน
การเรยี นรู้ เรยี นรู้ / (ช่ัวโมง) 7
ตวั ชีว้ ดั
14 100
10 การนำเสนอ ค 3.1 ป.5/1 สาระสำคญั
ข้อมูล ป.5/2 การเขยี นแผนภมู ิแทง่ และกราฟเส้นทมี่ ีการ 160
ยน่ ระยะของเสน้ แสดงจำนวนเปน็ การนำเสนอ
(บรู ณาการ ขอ้ มลู ที่มคี ่ามากหรือข้อมูลท่ีมีค่าใกล้เคยี งกัน
ยาเสพตดิ ) ส่วนการอา่ นข้อมลู จากแผนภมู แิ ท่งเปรยี บเทยี บ
เป็นการอา่ นขอ้ มูลสองชนดิ ท่เี ขยี นไว้ชดิ กัน เพื่อ
เปรียบเทียบข้อมูล
สาระการเรยี นรู้
1) การอา่ นและการเขียนแผนภมู ิแทง่
2) การอา่ นกราฟเส้น

รวม

ค๑6๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๘๐
ระดบั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6
โครงสร้างรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลมุ่ สาระการเรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์
เวลา ๑๖๐ ชัว่ โมง

หน่วยที่ ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการ สาระสำคญั /สาระการเรยี นรู้ เวลา คะแนน
1 การเรยี นรู้ เรยี นรู้ / (ชวั่ โมง) 17
ตวั ชี้วดั
2 จำนวนนับ สาระสำคัญ 21 17
และ 0 ค 1.1 ป.6/4 24
ป.6/5 ตัวประกอบของจำนวนนับคือการหารทไ่ี มม่ ี
ป.6/6 เศษ หรอื เศษเป็น 0 เรยี กว่าการหารลงตวั ดงั นน้ั
ตวั ประกอบของจำนวนใดๆ คือจำนวนนบั ท่หี าร
เศษสว่ นและ ค 1.1 ป.6/1 จำนวนนบั น้ันได้ลงตวั การหา ห.ร.ม. และ
ค.ร.น. ของจำนวนนบั โดยใชว้ ิธีการท่ีหลาก
การบวก ป.6/7 หลาย ใชภ้ าษาสญั ลักษณ์ และทักษะกระบวน
การทางคณติ ศาสตรใ์ หเ้ หตุผล สว่ นการแก้โจทย์
การลบและ ป.6/8 ปญั หาเกี่ยวกบั ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ต้องเริ่มจาก
การวิเคราะหโ์ จทยป์ ัญหา วางแผน แสดงวิธีทำ
การหาร พร้อมทั้งตรวจสอบความสมเหตุสมผลของ
คำตอบ และใชว้ ิธกี ารที่หลากหลายแกป้ ญั หา
เศษสว่ น เก่ยี วกบั แบบรปู
สาระการเรยี นรู้
(บรู ณาการ
- ตวั ประกอบ จำนวนเฉพาะ ตวั ประกอบ
เศรษฐกิจ เฉพาะ และการแยกตวั ประกอบ

พอเพยี ง) - ห.ร.ม และ ค.ร.น.
- การแกโ้ จทยป์ ัญหาเก่ียวกบั ห.ร.ม. และ
ค.ร.น.
- การแก้ปัญหาเกี่ยวกับแบบรปู
สาระสำคญั

การเปรียบเทยี บ การบวก การลบเศษส่วน

และจำนวนคละทำตัวสว่ นใหเ้ ทา่ กนั ก่อน โดยใช้

ความรู้เร่ือง ค.ร.น. เม่ือสว่ นเทา่ กนั เปรียบเทียบ

กนั ตวั เศษของเศษสว่ นใดมากกว่า เศษสว่ น

นน้ั จะมคี ่ามากกวา่ หรอื ตัวเศษของเศษสว่ นใด

น้อยกวา่ เศษสว่ นนั้นจะมคี า่ น้อยกว่า สำหรับ

การบวกและลบ นำตวั เศษบวกหรือลบกนั การ

หาผลลพั ธ์ของการบวก ลบ คูณ หารระคนของ

เศษส่วนและจำนวนคละ

๘๑

หนว่ ยที่ ช่อื หน่วย มาตรฐานการ สาระสำคัญ/สาระการเรยี นรู้ เวลา คะแนน
2 (ตอ่ ) การเรียนรู้ เรยี นรู้ / (ชว่ั โมง)
ตัวชวี้ ดั ถา้ มวี งเลบ็ ให้หาผลลัพธใ์ นวงเล็บก่อน แต่ถ้าไมม่ ี
วงเล็บและมีการดำเนินการทั้งการบวก ลบ คณู
เศษส่วนและ ค 1.1 ป.6/1 และหาร ใหห้ าผลคูณหรือผลหารจากซ้ายไปขวา
กอ่ น แล้วจึงหาผลบวกหรอื ผลลบจากซ้ายไปขวา
การบวก ป.6/7 การแสดงวิธที ำและหาคำตอบของโจทยป์ ญั หา
การบวก การลบ คูณ หารเศษสว่ นและจำนวน
การลบและ ป.6/8 คละ และการแก้โจทยป์ ัญหาเศษสว่ นจำนวน
คละ 2-3 ขนั้ ตอน ต้องเร่ิมจากการวิเคราะห์
การหาร โจทยป์ ัญหา วางแผนแก้โจทย์ปญั หา โดยเขยี น
เป็นประโยคสญั ลกั ษณ์ แสดงวธิ ีทำเปน็ ลำดบั
เศษสว่ น ขัน้ ตอน แล้วจงึ หาคำตอบ พร้อมทงั้ ตรวจสอบ
ความสมเหตสุ มผลของคำตอบ
สาระการเรียนรู้

- การเปรยี บเทียบและเรยี งลำดับเศษสว่ น
และจำนวนคละโดยใช้ความรู้เรอ่ื ง ค.ร.น.

- การบวก การลบเศษสว่ นและจำนวนคละ
โดยใชค้ วามรเู้ รอ่ื ง ค.ร.น.

- การบวก ลบ คูณ หารระคน ของเศษส่วน
และจำนวนคละ

- การแกโ้ จทยป์ ัญหาเศษส่วนและจำนวนคละ

3 ทศนิยม ค 1.1 ป.6/9 สาระสำคัญ 12 14

และการบวก ป.6/10 เศษสว่ นและทศนิยมมีความสมั พนั ธ์กัน ซง่ึ

การลบ การ ทศนิยมสามารถเขียนในรูปเศษส่วนและเศษสว่ น

คณู การหาร สามารถเขยี นในรูปทศนิยมได้ ส่วนการหาร

ทศนิยมด้วยจำนวนนับ และทศนยิ มดว้ ยทศนิยม

(บรู ณาการ ใช้หลกั การเดียวกบั การหารจำนวนนับด้วย

ต้านทจุ รติ ) จำนวนนับ ผลหารท่ีไดอ้ าจมีจำนวนตำแหน่ง

เท่ากบั หรือมากกว่าจำนวนตำแหน่งทศนยิ มของ

ตัวต้ังการแสดงวิธที ำและหาคำตอบของโจทย์

ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารทศนยิ ม ต้องเร่ิม

จากการวิเคราะห์ โจทยป์ ัญหา การวางแผนแก้

โจทย์ปัญหา การแก้โจทยป์ ญั หาโดยเขียนเปน็

ประโยคสญั ลักษณ์ แสดงวธิ ีทำเปน็ ลำดับขั้นตอน

๘๒

หนว่ ยท่ี ชื่อหน่วย มาตรฐานการ สาระสำคญั /สาระการเรียนรู้ เวลา คะแนน
3 (ตอ่ ) การเรียนรู้ เรยี นรู้ / (ชัว่ โมง) 13
ตัวชีว้ ัด
4
ทศนิยม ค 1.1 ป.6/9 แล้วจึงหาคำตอบ พร้อมทั้งตรวจสอบความ

และการบวก ป.6/10 สมเหตสุ มผลของคำตอบ

การลบ การ สาระการเรียนรู้

คูณ การหาร - ความสมั พันธร์ ะหว่างเศษสว่ นและทศนิยม

- การหารทศนยิ ม

- การแกโ้ จทย์ปญั หาเกีย่ วกับทศนยิ ม (รวม

การแลกเงินต่างประเทศ)

อัตราส่วน ค 1.1 ป.6/2 สาระสำคญั 23

และร้อยละ ป.6/3 อตั ราสว่ นและรอ้ ยละมีความสัมพันธก์ ัน ซงึ่

(บูรณาการ ป.6/11 อตั ราสว่ นสามารถเขยี นเป็นร้อยละ และร้อยละ
ยาเสพติด) ป.6/12 สามารถเขียนเป็นอัตราส่วนได้ การทำอตั ราส่วน

ท่ีเทา่ กนั คอื อตั ราสว่ นท่ถี กู คูณหรือหารทงั้ สว่ น
แรกและส่วนที่สองดว้ ยจำนวนท่ีเท่ากนั แลว้

อตั ราสว่ นนนั้ ยงั คงเทา่ เดมิ หาคำตอบของโจทย์

ปญั หาอตั ราสว่ น มาตราสว่ นและรอ้ ยละ ต้อง

เรมิ่ จากการวเิ คราะห์ โจทย์ปัญหา การวางแผน

แก้โจทยป์ ญั หา การแกโ้ จทย์ปญั หาโดยเขยี นเปน็

ประโยคสญั ลักษณ์ แสดงวธิ ที ำเป็นลำดบั ขนั้ ตอน

แล้วจึงหาคำตอบ พร้อมท้ังตรวจสอบความ

สมเหตุสมผลของคำตอบ

สาระการเรียนรู้

- อตั ราส่วน อัตราส่วนที่เทา่ กนั และมาตรา

สว่ น

- การแกโ้ จทยป์ ัญหาอัตรส่วนและมาตราสว่ น

- การแกโ้ จทย์ปญั หารอ้ ยละ

5 รปู เรขาคณติ ค 2.1 ป.6/2 สาระสำคญั 35 15

สองมิติ ป.6/3 รูปสามเหลย่ี ม(triangle)คือ รปู ระนาบซ่ึง

ค 2.2 ป.6/1 ลอ้ มรอบด้วยเส้นตรง 3 เส้น หรอื 3 ด้าน จดุ ที่
ป.6/2 เสน้ ตรงพบกนั เรยี กว่า จดุ ยอด (หรอื จดุ มมุ ) ดา้ น
ทีอ่ ยใู่ นแนวราบเรียกว่า ฐาน มุมที่อย่ตู รงข้ามกบั

ฐานเรยี กว่า มมุ ยอด ซ่ึงรูปสามเหลีย่ มแต่ละชนิด

มีลักษณะและสมบัตติ า่ งกนั

๘๓

หนว่ ยที่ ชื่อหน่วย มาตรฐานการ สาระสำคญั /สาระการเรียนรู้ เวลา คะแนน
5 (ต่อ) การเรียนรู้ เรียนรู้ / (ชั่วโมง)
ตวั ชีว้ ัด

รูปเรขาคณติ ค 2.1 ป.6/2 รวมท้งั ส่วนประกอบตา่ งๆของวงกลม ซงึ่ การ
สร้างรูปสามเหล่ยี ม โดยอาศยั สมบัติของรปู
สองมติ ิ ป.6/3 สามเหลีย่ ม สว่ นการสรา้ งรูปวงกลมโดยอาศยั
ความยาวของรัศมีและเสน้ ผ่านศนู ย์กลางของ
(บรู ณาการ ค 2.2 ป.6/1 วงกลม การหาความยาวรอบรปู ของรูป
สามเหลีย่ มนำความยาวทุกด้านมาบวกกนั ส่วน
รร. ปลอด ป.6/2 วงกลมหาไดจ้ าก ความยาวรอบรปู วงกลม หรือ
ความยาวรอบวงหาได้จาก p คณู กบั สองเท่า
ขยะ , ของความยาวของรัศมี นนั่ คอื 2¶r พืน้ ท่ีของรปู

อาเซียน) สามเหลี่ยมเปน็ ครึ่งหนึง่ ของพื้นท่ีของรูปสเ่ี หลี่ยม

มุมฉากทีม่ ฐี านเดียวกันและสูงเท่ากนั นนั่ คือ 1

2

คณู ฐาน คณู สงู การหาพน้ื ที่วงกลมหาไดจ้ าก
¶r2 ใช้วิธีการคิดเช่อื มโยงหามุมภายในของรปู

หลายเหลีย่ มรวมถงึ การหาความยาวรอบรปู และ
พ้ืนที่ของรปู หลายเหลี่ยม มีวิธีการที่หลากหลาย
ในการแก้โจทย์ปญั หา โดยเริม่ จากการวิเคราะห์
โจทยป์ ัญหา การวางแผนแก้โจทยป์ ัญหา การแก้
โจทย์ปญั หาโดยเขียนเปน็ ประโยคสัญลกั ษณ์
แสดงวธิ ีทำเปน็ ลำดบั ขนั้ ตอน แลว้ จงึ หาคำตอบ
พรอ้ มทงั้ ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของ
คำตอบ
สาระการเรียนรู้

- ชนิดและสมบัติของรปู สามเหลีย่ ม
- การสร้างรปู สามเหลี่ยม
- สว่ นตา่ งๆของวงกลม
- การสร้างวงกลม
- ความยาวรอบรปู ของรูปสามเหลี่ยม วงกลม
และรูปหลายเหลีย่ ม
- พืน้ ท่ขี องรูปสามเหลีย่ ม วงกลม และรปู
หลายเหล่ยี ม
- มมุ ภายในของรูปหลายเหลยี่ ม
- การแกโ้ จทยป์ ัญหาเกยี่ วกับความยาวรอบ
รูปและพน้ื ท่ีรปู หลายเหล่ียมและวงกลม

๘๔

หน่วยที่ ช่ือหน่วย มาตรฐานการ สาระสำคัญ/สาระการเรียนรู้ เวลา คะแนน
6 การเรยี นรู้ เรียนรู้ / (ชว่ั โมง) 15
ตวั ช้ีวัด

รปู เรขาคณติ ค 2.1 ป.6/1 สาระสำคัญ 30

สามมติ ิ ค 2.2 ป.6/3 รูปเรขาคณติ สามมิติทม่ี หี นา้ ตัด (ฐาน) ท้งั
สองเปน็ รปู หลายเหลีย่ มท่ีเท่ากนั ทุกประการและ
ปริมาตรและ ป.6/4 อยใู่ นระนาบที่ขนานกัน มหี น้าขา้ งเปน็ รูป
สี่เหล่ยี มดา้ นขนาน เรยี กวา่ ปริซึม ปรซิ ึมท่ีมี
ความจุ หนา้ ทกุ หนา้ เป็นรปู สเ่ี หลย่ี มมุมฉากเรียกวา่ ทรง
สี่เหล่ยี มมุมฉาก รปู เรขาคณิตสามมติ ิท่ีมีหนา้ ตดั
(บรู ณาการ (ฐาน) ท้งั สองเปน็ รูปวงกลมที่เท่ากนั ทุกประการ
และอยู่ในระนาบทขี่ นานกนั มีผิวโค้งเรยี กวา่
รร. ปลอด ทรงกระบอก รปู เรขาคณิตสามมติ ิท่ีมีฐานเป็น
รปู หลายเหลีย่ ม มยี อดแหลมซง่ึ ไม่อยบู่ นระนาบ
ขยะ) เดียวกนั กับฐาน และมีหน้าข้างเปน็ รปู
สามเหล่ียมเรยี กวา่ พีระมิด รูปเรขาคณิตสามมติ ิ
ที่มฐี านเปน็ รูปวงกลม มียอดแหลมซึง่ ไม่อยูบ่ น
ระนาบเดียวกันกับฐาน และมีผิวโคง้ เรียกว่า
กรวย รูปเรขาคณิตสามมิติที่มีผิวโค้งเรียบ
ลักษณะเช่นเดียวกับลูกปิงปอง ลูกบอล ลูกแก้ว
เรยี กว่า ทรงกลม

การหาปริมาตรของรปู เรขาคณิตสมมิติที่
ประกอบด้วยทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก และความจุ
ของภาชนะทรงสีเ่ หล่ยี มมุมฉากหาไดจ้ ากความ
กวา้ ง คณู ความยาว คูณ ความสูง การแกโ้ จทย์
ปญั หาสามารถทำไดห้ ลายวิธี แต่ควรเลอื กวธิ ที ี่
เหมาะสมและดำเนนิ ตามขน้ั ตอนท่วี างไว้
สาระการเรยี นรู้

- ทรงกลม ทรงกระบอก กรวย พรี ะมิด
- รูปคล่ขี องทรงกระบอก กรวย ปริซมึ
พรี ะมิด
- การหาปริมาตรและความจทุ รงส่เี หล่ียมมุม
ฉาก
- การแก้โจทยป์ ญั หาเกย่ี วกับปริมาตรและ
ความจุทรงสีเ่ หลย่ี มมุมฉาก

๘๕

หน่วยท่ี ชื่อหน่วย มาตรฐานการ สาระสำคญั /สาระการเรียนรู้ เวลา คะแนน
7 การเรียนรู้ เรยี นรู้ / (ช่ัวโมง) 9
ตวั ชวี้ ดั
การนำเสนอ 15
ข้อมูล ค 3.1 ป.6/1 สาระสำคญั
แผนภูมิรูปวงกลม เปน็ การนำเสนอข้อมลู
(บูรณาการ
เพศวิถ)ี โดยใช้พน้ื ท่ีภายในรูปวงกลมแทนจำนวนหรอื
ปริมาณของข้อมูล แต่ละรายการ การแบ่งพ้ืนที่
รูปวงกลมแบ่งที่จดุ ศูนย์กลางโดยแบ่งออกเปน็
ส่วนๆ ตามจำนวนรายการของขอ้ มลู ซึ่งสว่ น
แบง่ ของรูปวงกลมจะมีพน้ื ทม่ี ากหรือน้อยขน้ึ อยู่
กับปรมิ าณของข้อมลู แต่ละรายการ อาจจะใช้
วธิ ีการเชื่อมโยงความคดิ เพื่อหาคำตอบ

สาระการเรยี นรู้

- การอา่ นแผนภูมิวงกลม

รวม 160 100

๘๖

ส่วนท่ี ๕

เกณฑ์การจบการศกึ ษา

หลกั สตู รโรงเรียนวดั บางกระเจ้า พทุ ธศักราช 256๒ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551 กำหนดเกณฑส์ ำหรับการจบการศึกษาดงั นี้

เกณฑก์ ารจบระดับประถมศึกษา

เกณฑ์การจบระดับประถมศึกษาปที ี่ 1 – 3
1. ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน จำนวน 8๔0 ชั่วโมง และรายวิชาเพิ่มเติมจำนวน ๘0

ช่ัวโมง และมีผลการประเมนิ รายวิชาพ้นื ฐานผ่านทุกรายวิชา
2. ผ้เู รยี นตอ้ งมีผลการประเมินการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขยี น ระดับ “ผา่ น” ขึน้ ไป
3. ผูเ้ รยี นมผี ลการประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั “ผ่าน” ขน้ึ ไป
4. ผู้เรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและได้รับการตัดสินผลการเรียน “ผ่าน” ทุก

กิจกรรม

เกณฑ์การจบระดับประถมศึกษาปีที่ 4 – 6
1. ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน จำนวน 840 ชั่วโมง และรายวิชาเพิ่มเติมจำนวน ๘0

ช่วั โมง และมผี ลการประเมนิ รายวชิ าพน้ื ฐานผ่านทกุ รายวิชา
2. ผู้เรียนตอ้ งมีผลการประเมนิ การอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขยี น ระดบั “ผ่าน” ขึ้นไป
3. ผเู้ รียนมีผลการประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดับ “ผา่ น” ข้ึนไป
4. ผู้เรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและได้รับการตัดสินผลการเรียน “ผ่าน” ทุก

กิจกรรม

การจดั การเรียนรู้

การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการสำคัญในการนำหลักสูตรสู่การปฏิบัติ หลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ของผูเ้ รียน เปน็ เป้าหมายสำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชน

ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณสมบัติตามเป้าหมายหลักสูตร ผู้สอนพยายามคัดสรรกระบวนการ
เรยี นรู้ จัดการเรียนรโู้ ดยช่วยให้ผเู้ รียนเรยี นรู้ผ่านสาระที่กำหนดไว้ในหลักสูตร 8 กล่มุ สาระการเรียนรู้ รวมท้ัง
ปลูกฝังเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พัฒนาทักษะต่างๆ อันเป็นสมรรถนะสำคัญให้ผู้เรียนบรรลุตาม
เป้าหมาย

๘๗

1. หลกั การจดั การเรยี นรู้
การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้สมรรถนะ

สำคัญและคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ตามทีก่ ำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน โดยยดึ หลักว่า
ผู้เรยี นมีความสำคญั ท่ีสดุ เช่อื วา่ ทุกคนมีความสามารถเรยี นรแู้ ละพฒั นาตนเองได้ ยึดประโยชนท์ เ่ี กิดกับผ้เู รยี น
กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ คำนึงถึง
ความแตกต่างระหวา่ งบคุ คลและพฒั นาการทางสมองเนน้ ให้ความสำคญั ทั้งความรู้ และคุณธรรม

2. กระบวนการเรยี นรู้
การจัดการเรียนรทู้ ี่เนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญผเู้ รียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย

เป็นเครื่องมือที่จะนำพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตรกระบวนการเรียนรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้เรียน อาทิ
กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม
กระบวนการเผชิญสถานการณแ์ ละแกป้ ัญหา กระบวนการเรยี นรูจ้ ากประสบการณจ์ ริง กระบวนการปฏิบัติ ลง
มอื ทำจริงกระบวนการจดั การ กระบวนการวิจัย กระบวนการเรยี นรู้การเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการพัฒนา
ลกั ษณะนสิ ยั

กระบวนการเหลา่ น้ีเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ทีผ่ ู้เรียนควรได้รับการฝึกฝน พัฒนา เพราะ
จะสามารถช่วยใหผ้ ูเ้ รียนเกดิ การเรยี นร้ไู ดด้ ี บรรลเุ ปา้ หมายของหลกั สูตร ดังนน้ั ผสู้ อน จงึ จำเปน็ ตอ้ งศึกษาทำ
ความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเลือกใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ

3. การออกแบบการจัดการเรียนรู้
ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนะ

สำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึงพิจารณา
ออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยเลือกใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน สื่อ/แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล
เพือ่ ให้ผเู้ รยี นไดพ้ ัฒนาเต็มตามศกั ยภาพและบรรลตุ ามเป้าหมายที่กำหนด

4. บทบาทของผสู้ อนและผูเ้ รียน
การจดั การเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรยี นมีคุณภาพตามเปา้ หมายของหลักสตู ร ทัง้ ผ้สู อนและผเู้ รียนควร

มีบทบาท ดังน้ี
4.1 บทบาทของผูส้ อน
1) ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล แล้วนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการจัดการ

เรียนรู้ ท่ีทา้ ทายความสามารถของผเู้ รยี น
2) กำหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ด้านความรู้และทักษะกระบวนการ ที่

เป็นความคดิ รวบยอด หลักการ และความสมั พันธ์ รวมทงั้ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
3) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและ

พฒั นาการทางสมอง เพ่อื นำผูเ้ รียนไปสู่เป้าหมาย
4) จัดบรรยากาศทเี่ อ้อื ต่อการเรียนรู้ และดูแลช่วยเหลือผู้เรยี นให้เกิดการเรียนรู้
5) จัดเตรียมและเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรม นำภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยีท่ี

เหมาะสมมาประยกุ ต์ใช้ในการจดั การเรยี นการสอน

๘๘

6) ประเมินความกา้ วหนา้ ของผูเ้ รยี นดว้ ยวิธกี ารที่หลากหลาย เหมาะสมกบั ธรรมชาติของ
วชิ าและระดบั พัฒนาการของผูเ้ รียน

7) วิเคราะห์ผลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน รวมทั้งปรับปรุงการ
จัดการเรยี นการสอนของตนเอง

4.2 บทบาทของผู้เรยี น
1) กำหนดเป้าหมายวางแผนและรับผิดชอบการเรียนรู้ของตนเอง
2) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถงึ แหลง่ การเรียนรู้ วิเคราะห์ สงั เคราะห์ข้อความรู้ ตง้ั คำถาม คดิ

หาคำตอบหรอื หาแนวทางแกป้ ญั หาดว้ ยวิธกี ารตา่ งๆ
3) ลงมอื ปฏบิ ัตจิ รงิ สรุปสง่ิ ทไ่ี ด้เรยี นรู้และนำความรไู้ ปประยกุ ต์ใชใ้ นสถาน การณต์ า่ งๆ
4) มีปฏสิ ัมพนั ธ์ ทำงาน ทำกิจกรรมร่วมกับกลุม่ และครู
5) ประเมนิ และพฒั นากระบวนการเรยี นรู้ของตนเองอย่างต่อเนอ่ื ง

สือ่ การเรียนรู้

สื่อการเรียนรู้เป็นเครื่องมือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเข้าถึง
ความรู้ ทกั ษะกระบวนการ และคณุ ลักษณะตามมาตรฐานของหลักสูตรได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพสื่อการเรียนรู้มี
หลากหลายประเภท ท้งั ส่อื ธรรมชาตสิ อื่ สิ่งพิมพส์ ื่อเทคโนโลยี และเครอื ข่ายการเรยี นรู้ต่างๆ ที่มีในท้องถิ่นการ
เลอื กใช้สือ่ ควรเลือกให้มีความเหมาะสมกับระดับพฒั นาการ และลลี าการเรียนรทู้ ีห่ ลากหลายของผู้เรยี น

การจัดหาสื่อการเรียนรู้ ผู้เรียนและผู้สอนสามารถจัดทำและพัฒนาขึ้นเองหรือปรับปรุงเลือกใช้
อย่างมีคุณภาพจากสื่อต่างๆ ที่มีอยู่รอบตัวเพื่อนำมาใช้ประกอบในการจัดการเรียนรู้ที่สามารถส่งเสริมและ
สื่อสารให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้โดยสถานศึกษาควรจัดให้มีอย่างพอเพียง เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้
อย่างแท้จริง สถานศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีหน้าทีจ่ ัดการศึกษาขั้นพื้นฐานควร
ดำเนนิ การดังน้ี

1.จดั ใหม้ ีแหล่งการเรยี นรศู้ นู ย์ส่อื การเรยี นร้รู ะบบสารสนเทศการเรียนรู้ และเครือข่าย
การเรียนรทู้ ่มี ปี ระสิทธิภาพทั้งในสถานศกึ ษาและในชมุ ชนเพ่ือการศึกษาค้นคว้าและการแลกเปลีย่ น
ประสบการณ์การเรียนรู้ ระหว่างสถานศกึ ษาท้องถน่ิ ชมุ ชน สังคมโลก

2.จัดทำและจัดหาสื่อการเรียนรู้สำหรับการศึกษาค้นคว้าของผู้เรียนเสริมความรู้ให้ผู้สอน
รวมทัง้ จัดหาสงิ่ ท่ีมีอยู่ในทอ้ งถิ่นมาประยกุ ต์ใชเ้ ป็นส่ือการเรียนรู้

3.เลือกและใช้สื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพมีความเหมาะสมมีความหลากหลาย สอดคล้องกับ
วธิ กี ารเรยี นรู้ ธรรมชาตขิ องสาระการเรียนรู้ และความแตกต่างระหว่างบคุ คลของผูเ้ รียน

4.ประเมนิ คณุ ภาพของส่อื การเรียนร้ทู ี่เลอื กใชอ้ ย่างเปน็ ระบบ
5.ศึกษาค้นคว้า วิจัย เพ่ือพฒั นาสอื่ การเรียนรใู้ หส้ อดคลอ้ งกับกระบวนการเรยี นรู้ของผู้เรยี น
6.จัดให้มีการกำกับติดตามประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเกี่ยวกับสื่อและการใช้สื่อ
การเรียนรู้เป็นระยะๆ และสม่ำเสมอ
ในการจัดทำ การเลือกใช้ และการประเมินคุณภาพสื่อการเรียนรูท้ ี่ใช้ในสถานศึกษาควรคำนงึ ถึง
หลักการสำคัญของสื่อการเรียนรู้ เช่น ความสอดคล้องกับหลักสูตรวัตถุประสงค์การเรียนรู้การออกแบบ

๘๙

กิจกรรมการเรยี นรู้ การจัดประสบการณใ์ หผ้ ู้เรียนเนื้อหามคี วามถกู ต้องและทันสมยั ไม่กระทบความม่ันคงของ
ชาติ ไม่ขัดตอ่ ศลี ธรรมมีการใช้ภาษาทถี่ ูกตอ้ งรูปแบบการนำเสนอที่เข้าใจง่ายและนา่ สนใจ

การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการคือการ
ประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียนและเพื่อตัดสินผลการเรียนในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนให้ประสบ
ผลสำเร็จนั้น ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัดเพื่อให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้
สะท้อนสมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและ
ประเมินผลการเรียนรู้ในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นระดับชั้นเรียนระดับสถานศึกษาระดับเขตพื้นที่การศึกษา และ
ระดับชาติ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้ผลการประเมินเป็น
ข้อมูลและสารสนเทศที่แสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสำเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจน
ข้อมลู ทเี่ ป็นประโยชนต์ ่อการสง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรยี นเกดิ การพฒั นาและเรยี นรู้อยา่ งเต็มตามศักยภาพ

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น 4 ระดบั ไดแ้ ก่ ระดบั ช้ันเรียน ระดบั สถานศึกษา
ระดบั เขตพืน้ ทกี่ ารศึกษา และระดบั ชาติ มีรายละเอยี ด ดังน้ี

1. การประเมินระดับชั้นเรียน เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการ
เรียนรู้ ผู้สอนดำเนินการเป็นปกติและสม่ำเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่าง
หลากหลาย เช่น การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินชิน้ งาน/ ภาระ
งาน แฟ้มสะสมงาน การใช้แบบทดสอบฯลฯโดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมิน
ตนเอง เพ่ือนประเมินเพื่อน ผูป้ กครองรว่ มประเมิน ในกรณที ไ่ี มผ่ ่านตวั ชี้วดั ใหม้ กี ารสอนซอ่ มเสรมิ

การประเมินระดับชั้นเรียนเป็นการตรวจสอบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าในการ
เรยี นร้อู นั เป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มสี ิ่งท่ีจะต้องได้รับการ
พัฒนาปรบั ปรงุ และส่งเสริมในด้านใดนอกจากน้ียงั เปน็ ข้อมลู ใหผ้ ู้สอนใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนของตนด้วย
ทัง้ นีโ้ ดยสอดคล้องกับมาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชี้วดั

2. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินที่สถานศึกษาดำเนินการเพื่อตัดสินผล
การเรียนของผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น นอกจากนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศกึ ษาของสถานศึกษา ว่า
ส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมทั้งสามารถนำผลการ
เรยี นของผเู้ รียนในสถานศกึ ษาเปรยี บเทียบกับเกณฑร์ ะดับชาติ ผลการประเมนิ ระดบั สถานศกึ ษาจะเป็นข้อมูล
และสารสนเทศเพื่อการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจดั การเรียนการสอน ตลอดจนเพ่ือ
การจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการ
รายงานผลการจัดการศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน ผู้ปกครองและชุมชน

3. การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษาเป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพื้นท่ี
การศกึ ษาตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน เพื่อใชเ้ ปน็ ข้อมูลพ้นื ฐานในการ
พัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดำเนินการโดยประเมิน

๙๐

คุณภาพผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนด้วยข้อสอบมาตรฐานที่จัดทำและดำเนินการโดยเขตพื้นที่การศึกษา หรือด้วย
ความร่วมมอื กบั หน่วยงานตน้ สงั กัด ในการดำเนนิ การจัดสอบ นอกจากนีย้ ังได้จากการตรวจสอบทบทวนข้อมูล
จากการประเมินระดับสถานศกึ ษาในเขตพื้นท่ีการศึกษา

4. การประเมินระดับชาติเป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐานการ
เรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานสถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนที่เรียน ในช้ัน
ประถมศกึ ษาปีท่ี3ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่6เข้ารบั การประเมิน ผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมลู ในการเทียบเคียง
คุณภาพการศึกษาในระดับต่างๆ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาตลอดจนเป็น
ขอ้ มูลสนับสนนุ การตดั สินใจในระดบั นโยบายของประเทศ

ขอ้ มลู การประเมนิ ในระดบั ตา่ งๆ ข้างตน้ เป็นประโยชน์ต่อสถานศกึ ษาในการตรวจสอบ
ทบทวนพัฒนาคุณภาพผูเ้ รยี น ถอื เป็นภาระความรบั ผดิ ชอบของสถานศึกษาทจ่ี ะต้องจัดระบบดแู ลชว่ ยเหลือ
ปรบั ปรุงแก้ไข สง่ เสริมสนบั สนนุ เพื่อให้ผู้เรยี นได้พฒั นาเต็มตามศกั ยภาพบนพ้นื ฐานความแตกต่างระหวา่ ง
บคุ คลทจี่ ำแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผูเ้ รียนทัว่ ไป กลมุ่ ผ้เู รยี นที่มคี วามสามารถพเิ ศษ
กลุ่มผเู้ รยี นทีม่ ผี ลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นตำ่ กลุม่ ผู้เรียนที่มปี ัญหาด้านวินัยและพฤติกรรมกลมุ่ ผเู้ รียนท่ีปฏเิ สธ
โรงเรียน กลมุ่ ผ้เู รียนทมี่ ีปญั หาทางเศรษฐกจิ และสงั คม กลุ่มพิการทางรา่ งกายและสติปัญญา เป็นตน้ ขอ้ มลู
จากการประเมนิ จึงเป็นหัวใจของสถานศึกษาในการดำเนนิ การชว่ ยเหลอื ผู้เรียนไดท้ นั ท่วงที ปิดโอกาสให้
ผเู้ รยี นได้รบั การพฒั นาและประสบความสำเรจ็ ในการเรียน

สถานศกึ ษาในฐานะผ้รู บั ผดิ ชอบจดั การศึกษาจะต้องจัดทำระเบียบวา่ ด้วยการวัดและ
ประเมินผลการเรียนของสถานศึกษาใหส้ อดคล้องและเปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์และแนวปฏิบัติทเี่ ป็นข้อกำหนด
ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน เพ่ือใหบ้ ุคลากรทเ่ี ก่ยี วข้องทุกฝา่ ยถือปฏบิ ัติร่วมกนั
เกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผลการเรียน

1. การตัดสนิ การให้ระดบั และการรายงานผลการเรียน
1.1 การตัดสนิ ผลการเรยี น
ในการตัดสินผลการเรียนของกล่มุ สาระการเรยี นรู้ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขยี น

คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียนน้นั ผสู้ อนตอ้ งคำนงึ ถึงการพฒั นาผู้เรยี นแตล่ ะคนเป็น
หลัก และตอ้ งเก็บข้อมูลของผู้เรียนทุกด้านอย่างสมำ่ เสมอและต่อเนื่องในแตล่ ะภาคเรียน รวมท้ังสอนซ่อมเสริม
ผูเ้ รียนให้พัฒนาจนเต็มตามศักยภาพ

ระดับประถมศึกษา
(1) ผเู้ รยี นต้องมีเวลาเรียนไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทงั้ หมด
(2) ผูเ้ รียนตอ้ งไดร้ บั การประเมินทุกตวั ช้วี ัด และผา่ นตามเกณฑท์ สี่ ถานศกึ ษากำหนด
(3) ผเู้ รียนต้องไดร้ ับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา
(4) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา

กำหนด ในการอา่ น คดิ วิเคราะหแ์ ละเขียน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียน
การพิจารณาเลื่อนชัน้ ถ้าผู้เรียนมีขอ้ บกพร่องเพียงเล็กน้อย และสถานศึกษาพิจารณาเห็นวา่

สามารถพฒั นาและสอนซ่อมเสรมิ ได้ ใหอ้ ยู่ในดลุ พินิจของสถานศึกษาทีจ่ ะผ่อนผันให้เล่อื นชนั้ ได้ แตห่ ากผู้เรียน
ไม่ผ่านรายวิชาจำนวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปญั หาต่อการเรียนในระดับช้ันทีส่ ูงขึ้น สถานศึกษาอาจตงั้

๙๑

คณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้ำชั้นได้ ทั้งนี้ให้คำนึงถึงวุฒิภาวะและความรู้ความสามารถของผู้เรียนเป็น
สำคัญ

1.2 การให้ระดับผลการเรียน
ระดับประถมศึกษาในการตัดสินเพื่อให้ระดับผลการเรียนรายวิชาสถานศึกษาสามารถให้

ระดับผลการเรียนหรือระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียน เป็นระบบตัวเลข ระบบตัวอักษรระบบร้อยละ
และระบบทีใ่ ชค้ ำสำคญั สะท้อนมาตรฐาน

การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์น้ัน ให้
ระดับผล การประเมนิ เป็น ดเี ย่ียม ดี และผา่ น

การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การ
ปฏิบัตกิ จิ กรรมและผลงานของผู้เรียน ตามเกณฑ์ท่สี ถานศึกษากำหนด และใหผ้ ลการเขา้ รว่ มกิจกรรมเป็นผ่าน
และไมผ่ า่ น

1.3 การรายงานผลการเรยี น
การรายงานผลการเรียนเปน็ การสื่อสารให้ผปู้ กครองและผู้เรียนทราบความกา้ วหน้าใน

การเรียนรขู้ องผู้เรียน ซ่ึงสถานศกึ ษาต้องสรุปผลการประเมินและจัดทำเอกสารรายงานให้ผปู้ กครองทราบเป็น
ระยะๆ หรืออยา่ งนอ้ ยภาคเรยี นละ 1 ครง้ั

การรายงานผลการเรยี นสามารถรายงานเป็นระดับคุณภาพการปฏิบตั ิของผู้เรยี นท่สี ะท้อน
มาตรฐานการเรยี นร้กู ลุ่มสาระการเรยี นรู้

2. เกณฑก์ ารจบการศึกษา
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดเกณฑ์กลางสำหรับการจบการศึกษาเป็น 1

ระดบั คือ ระดบั ประถมศกึ ษา
2.1 เกณฑ์การจบระดับประถมศึกษา
(1) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน และรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติมตามโครงสร้างเวลา

เรยี นท่หี ลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานกำหนด
(2) ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐาน ผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี

สถานศกึ ษากำหนด
(3) ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนในระดับผ่านเกณฑ์การ

ประเมนิ ตามที่สถานศกึ ษากำหนด
(4) ผเู้ รียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ในระดบั ผ่านเกณฑ์การประเมิน

ตามท่ีสถานศกึ ษากำหนด
(5) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมนิ

ตามทสี่ ถานศกึ ษากำหนด
สำหรับการจบการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น การศึกษาเฉพาะทาง

การศึกษาสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ การศึกษาทางเลือก การศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส การศึกษาตาม
อัธยาศัยให้คณะกรรมการของสถานศึกษาเขตพื้นที่การศึกษาและผู้ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการวัดและประเมินผล

๙๒

การเรียนรู้ตามหลักเกณฑ์ในแนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐานสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ

เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษา
เอกสารหลักฐานการศึกษาเป็นเอกสารสำคัญที่บันทึกผลการเรียน ข้อมูลและสารสนเทศที่

เกี่ยวข้องกบั พัฒนาการของผเู้ รียนในดา้ นต่าง ๆ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังน้ี
1. เอกสารหลักฐานการศึกษาทกี่ ระทรวงศึกษาธกิ ารกำหนด
1.1 ระเบียนแสดงผลการเรียน เป็นเอกสารแสดงผลการเรียนและรับรองผลการเรียนของ

ผูเ้ รยี นตามรายวิชา ผลการประเมินการอ่าน คดิ วเิ คราะห์และเขยี น ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ของสถานศึกษา และผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สถานศึกษาจะต้องบันทึกข้อมูลและออกเอกสารน้ี
ใหผ้ เู้ รียนเป็นรายบคุ คล เม่ือผ้เู รยี นจบการศกึ ษาระดับประถมศกึ ษา (ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 6)

1.๒ แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา เป็นเอกสารอนุมัติการจบหลักสูตรโดยบันทึกรายช่ือ
และข้อมลู ของผู้จบการศึกษาระดบั ประถมศึกษา (ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 6)

2. เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษาท่ีสถานศกึ ษากำหนด
เป็นเอกสารที่สถานศึกษาจัดทำขึ้นเพื่อบันทึกพัฒนาการ ผลการเรียนรู้ และข้อมูลสำคัญ

เกี่ยวกับผู้เรียน เช่น แบบรายงานประจำตัวนักเรียน แบบบันทึกผลการเรียนประจำรายวิชา ระเบียนสะสม
ใบรบั รองผลการเรียน และ เอกสารอ่ืนๆ ตามวตั ถุประสงค์ของการนำเอกสารไปใช้

การเทยี บโอนผลการเรยี น
สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียนในกรณีต่างๆได้แก่ การย้ายสถานศึกษา

การเปลี่ยนรูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลับเข้ารับการศึกษาต่อ การศึกษา
จากต่างประเทศและขอเข้าศึกษาต่อในประเทศ นอกจากนี้ ยังสามารถเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์
จากแหล่งการเรียนรูอ้ ืน่ ๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบันศาสนา สถาบันการฝกึ อบรมอาชพี การจดั การศกึ ษา
โดยครอบครวั

การเทียบโอนผลการเรียนควรดำเนินการในช่วงก่อนเปิดภาคเรียนแรก หรือต้นภาคเรียนแรกที่
สถานศึกษารับผู้ขอเทียบโอนเป็นผู้เรียน ทั้งนี้ ผู้เรียนที่ได้รับการเทียบโอนผลการเรียนต้องศึกษาต่อเนื่องใน
สถานศึกษาที่รับเทียบโอนอย่างน้อย 1 ภาคเรียน โดยสถานศึกษาที่รับผู้เรียนจากการเทียบโอนควรกำหนด
รายวชิ า/จำนวนหน่วยกติ ที่จะรับเทยี บโอนตามความเหมาะสม

การพจิ ารณาการเทียบโอน สามารถดำเนนิ การได้ ดงั น้ี
1. พิจารณาจากหลักฐานการศกึ ษา และเอกสารอ่ืนๆ ทใ่ี ห้ข้อมลู แสดงความรู้ ความสามารถ

ของผเู้ รียน
2. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผู้เรียนโดยการทดสอบด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งภาค

ความรแู้ ละภาคปฏบิ ัติ
3. พิจารณาจากความสามารถและการปฏบิ ัติในสภาพจริง

การเทียบโอนผลการเรยี นให้เป็นไปตาม ประกาศ หรอื แนวปฏิบตั ิ ของกระทรวงศึกษาธิการ

๙๓

การบรหิ ารจัดการหลกั สตู ร
ในระบบการศึกษาที่มีการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นและสถานศึกษามีบทบาทในการพัฒนา

หลักสตู รน้นั หนว่ ยงานตา่ งๆ ท่เี กีย่ วขอ้ งในแตล่ ะระดับ ตั้งแต่ระดบั ชาติ ระดับทอ้ งถ่ิน จนถงึ ระดบั สถานศึกษา
มีบทบาทหนา้ ท่ี และความรับผิดชอบในการพัฒนาสนบั สนุนสง่ เสริม การใชแ้ ละพฒั นาหลกั สตู รใหเ้ ป็นไปอย่าง
มีประสทิ ธิภาพ เพอ่ื ใหก้ ารดำเนินการจดั ทำหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษา
มีประสิทธิภาพสูงสุด อันจะส่งผลให้การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ใน
ระดบั ชาติ

ระดับท้องถิ่น ได้แก่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หน่วยงานต้นสังกัดอื่น ๆ เป็นหน่วยงานที่มี
บทบาทในการขบั เคล่ือนคุณภาพการจดั การศกึ ษา เปน็ ตวั กลางทจี่ ะเช่ือมโยงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พื้นฐานที่กำหนดในระดับชาติให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น เพื่อนำไปสู่การจัดทำ
หลักสูตรของสถานศกึ ษา สง่ เสริมการใชแ้ ละพัฒนาหลกั สตู รในระดบั สถานศึกษา ให้ประสบความสำเรจ็ โดยมี
ภารกิจสำคัญ คือ กำหนดเป้าหมายและจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ในระดับท้องถิ่นโดยพิจารณาให้
สอดคล้องกับสิ่งที่เป็นความต้องการในระดับชาติ พัฒนาสาระการเรยี นรู้ท้องถิ่นประเมินคุณภาพการศึกษาใน
ระดับท้องถิ่น รวมทั้งเพิ่มพูนคุณภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและพัฒนาการพัฒนาบุคลากร สนับสนุน
สง่ เสรมิ ตดิ ตามผล ประเมนิ ผล วิเคราะห์ และรายงานผลคณุ ภาพของผู้เรยี น

สถานศึกษามีหน้าที่สำคัญในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาการวางแผนและดำเนินการใช้
หลักสูตร การเพิ่มพูนคุณภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและพัฒนาการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรจัดทำ
ระเบียบการวัดและประเมินผลในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และรายละเอียดที่เขตพื้นที่การศึกษา หรือหน่วยงานสังกัดอื่นๆ ในระดับ
ท้องถนิ่ ได้จัดทำเพ่มิ เติม รวมทงั้ สถานศึกษาสามารถเพิ่มเติมในสว่ นทเ่ี กี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม
ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความต้องการของผู้เรียน โดยทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร
สถานศึกษา

๙๔


Click to View FlipBook Version