๔๗
โครงสร้างรายวชิ าเพิม่ เตมิ หน้าที่พลเมอื งช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6
หนว่ ย ช่ือหนว่ ยการ ผลการเรยี นรู้ สาระสำคญั จำนวน นำ้ หนกั
ท่ี เรยี นรู้ ชัว่ โมง คะแนน
๑ มารยาทงาม ๑. ปฏิบัตติ นและ การปฏิบัติตนและ ๘ ๑๕
ชกั ชวนผอู้ ื่นใหม้ ี ชกั ชวนผ้อู ืน่ ใหม้ มี ารยาท
มารยาทไทย ไทย ในเรอ่ื งการแสดง
ความเคารพ การสนทนา
การปฏบิ ัติตน ตาม
กาลเทศะ และการ
ตอ้ นรบั ผมู้ าเยอื น
๒ รกั ชาติย่ิงชวี ติ ๕. ปฏบิ ัติตนตามพระ ปฏิบัตติ นตามพระบรม ๘ ๑๕
บรมราโชวาท ราโชวาท ในเรื่องความ
หลักการทรงงาน และ เอ้ือเฟอ้ื เผ่อื แผ่และความ
หลักปรัชญา ของ สามัคคี หลักการทรง
เศรษฐกจิ พอเพยี ง งาน ในเรื่องการทำ
ตามลำดบั ข้ันและทำงาน
อย่างมีความสุข และ
หลักปรชั ญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง
๓ คนดสี ังคมดี ๗. เหน็ คณุ ค่าและ เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ัติตน ๘ ๑๕
ปฏบิ ตั ติ นตามบทบาท ตามบทบาทหนา้ ท่ขี อง
หน้าที่ มีส่วนร่วมและ การเปน็ สมาชกิ ท่ีดขี อง
รบั ผิดชอบในการ ห้องเรียนและโรงเรียน
ตดั สนิ ใจในกิจกรรม ดว้ ยการเปน็ ผนู้ ำและ
ของหอ้ งเรียน และ การเปน็ สมาชิกที่ดี การ
โรงเรียน ยดึ ถอื ประโยชนข์ อง
ส่วนรวมเป็นสำคัญ
๔ วิถีไทย ๘. ยอมรบั ความ การยอมรับความ ๑๐ ๒๐
หลากหลายทางสงั คม- หลากหลายทางสงั คม
วัฒนธรรมในประเทศ วฒั นธรรมในประเทศ
ไทย และอย่รู ว่ มกบั ไทย ในเร่ืองวถิ ชี วี ติ
ผอู้ น่ื อยา่ งสนั ตแิ ละ วัฒนธรรม ศาสนาและ
พ่งึ พาซึ่งกนั และกนั สิ่งแวดล้อม อย่รู ่วมกับ
ผอู้ ่ืนอย่างสนั ตแิ ละ
๔๘
หน่วย ชือ่ หนว่ ยการ ผลการเรยี นรู้ สาระสำคัญ จำนวน น้ำหนัก
ช่วั โมง คะแนน
ท่ี เรยี นรู้ การปฏบิ ัตติ นเป็นผูม้ ี
วนิ ัยในตนเอง ในเร่อื ง ๖ ๑๕
๕ ตัวอย่างทดี่ ีมีวินยั 9. ปฏิบตั ติ นเป็นผู้มี ความซ่ือสตั ยส์ ุจริต
อดทน และยอมรบั ผลท่ี
วินัยในตนเอง เกิดจากการกระทำของ
ตนเอง
รวม 40 100
๔๙
สว่ นที่ ๕
เกณฑก์ ารจบการศึกษา
หลกั สูตรโรงเรียนวัดบางกระเจ้า พทุ ธศักราช 256๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศกั ราช 2551 กำหนดเกณฑ์สำหรบั การจบการศกึ ษาดงั นี้
เกณฑ์การจบระดับประถมศกึ ษา
เกณฑ์การจบระดบั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 – 3
1. ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน จำนวน 8๔0 ชั่วโมง และรายวิชาเพิ่มเติมจำนวน ๘0
ช่ัวโมง และมผี ลการประเมนิ รายวชิ าพืน้ ฐานผา่ นทุกรายวชิ า
2. ผู้เรยี นต้องมผี ลการประเมินการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น ระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป
3. ผเู้ รยี นมีผลการประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ระดับ “ผ่าน” ขน้ึ ไป
4. ผ้เู รยี นต้องเข้ารว่ มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและไดร้ ับการตัดสินผลการเรียน “ผา่ น” ทุก
กิจกรรม
เกณฑก์ ารจบระดับประถมศกึ ษาปที ี่ 4 – 6
1. ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน จำนวน 840 ชั่วโมง และรายวิชาเพิ่มเติมจำนวน ๘0
ชวั่ โมง และมผี ลการประเมนิ รายวชิ าพื้นฐานผ่านทกุ รายวชิ า
2. ผเู้ รียนต้องมีผลการประเมินการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขยี น ระดบั “ผ่าน” ขน้ึ ไป
3. ผเู้ รยี นมผี ลการประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ระดบั “ผ่าน” ขึน้ ไป
4. ผู้เรยี นต้องเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและได้รับการตัดสินผลการเรียน “ผา่ น” ทุก
กิจกรรม
การจดั การเรยี นรู้
การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการสำคัญในการนำหลักสูตรสู่การปฏิบัติ หลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน เปน็ หลกั สตู รที่มีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ของผู้เรยี น เปน็ เป้าหมายสำหรบั พัฒนาเด็กและเยาวชน
ในการพฒั นาผูเ้ รียนใหม้ ีคุณสมบัติตามเป้าหมายหลักสตู ร ผสู้ อนพยายามคัดสรรกระบวนการ
เรียนรู้ จัดการเรียนรู้โดยช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านสาระที่กำหนดไว้ในหลักสูตร 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้
รวมทั้งปลูกฝังเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พัฒนาทักษะต่างๆ อันเป็นสมรรถนะสำคัญให้ผู้เรียน
บรรลตุ ามเป้าหมาย
1. หลกั การจัดการเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้สมรรถนะ
สำคัญและคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ตามท่ีกำหนดไว้ในหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน โดยยึดหลัก
วา่ ผเู้ รยี นมีความสำคัญที่สุด เชอื่ ว่าทกุ คนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชน์ท่ีเกิดกับ
๕๐
ผู้เรียน กระบวนการจดั การเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ
คำนงึ ถึงความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคลและพฒั นาการทางสมองเนน้ ใหค้ วามสำคญั ทั้งความรู้ และคณุ ธรรม
2. กระบวนการเรยี นรู้
การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ท่ี
หลากหลาย เป็นเครื่องมือที่จะนำพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตรกระบวนการเรียนรู้ที่จำเป็นสำหรับ
ผู้เรียน อาทิ กระบวนการเรียนรูแ้ บบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรูก้ ระบวนการคิด กระบวนการทาง
สังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแกป้ ัญหา กระบวนการเรยี นรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการ
ปฏิบัติ ลงมือทำจริงกระบวนการจัดการ กระบวนการวิจัย กระบวนการเรียนรู้การเรียนรู้ของตนเอง
กระบวนการพัฒนาลกั ษณะนิสัย
กระบวนการเหลา่ นเ้ี ปน็ แนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรยี นควรได้รับการฝึกฝน พัฒนา เพราะ
จะสามารถชว่ ยให้ผเู้ รียนเกิดการเรียนรไู้ ด้ดี บรรลเุ ป้าหมายของหลกั สูตร ดังนัน้ ผูส้ อน จึงจำเป็นต้องศึกษา
ทำความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเลือกใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ
3. การออกแบบการจดั การเรยี นรู้
ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนะ
สำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึงพิจารณา
ออกแบบการจัดการเรยี นรู้โดยเลือกใช้วธิ ีสอนและเทคนิคการสอน สอ่ื /แหล่งเรยี นรู้ การวัดและประเมินผล
เพ่อื ให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศกั ยภาพและบรรลุตามเปา้ หมายทกี่ ำหนด
4. บทบาทของผู้สอนและผ้เู รยี น
การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลักสูตร ทั้งผู้สอนและผู้เรียน
ควรมบี ทบาท ดังนี้
4.1 บทบาทของผู้สอน
1) ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล แล้วนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการจัดการ
เรียนรู้ ทีท่ า้ ทายความสามารถของผเู้ รยี น
2) กำหนดเปา้ หมายที่ต้องการให้เกดิ ขน้ึ กับผู้เรียน ด้านความรแู้ ละทกั ษะกระบวนการ ที่
เป็นความคดิ รวบยอด หลักการ และความสมั พนั ธ์ รวมทงั้ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
3) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรยี นรู้ทตี่ อบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและ
พฒั นาการทางสมอง เพอ่ื นำผู้เรียนไปสเู่ ปา้ หมาย
4) จดั บรรยากาศทเ่ี อื้อต่อการเรียนรู้ และดแู ลชว่ ยเหลอื ผเู้ รียนใหเ้ กดิ การเรยี นรู้
5) จัดเตรียมและเลอื กใชส้ ื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรม นำภูมปิ ัญญาท้องถิน่ เทคโนโลยีท่ี
เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรยี นการสอน
6) ประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติ
ของวชิ าและระดบั พัฒนาการของผู้เรยี น
๕๑
7) วิเคราะหผ์ ลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผเู้ รียน รวมท้ังปรับปรุงการ
จดั การเรยี นการสอนของตนเอง
4.2 บทบาทของผู้เรียน
1) กำหนดเป้าหมายวางแผนและรับผิดชอบการเรียนรูข้ องตนเอง
2) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหลง่ การเรียนรู้ วิเคราะห์ สงั เคราะหข์ ้อความรู้ ต้ังคำถาม คดิ
หาคำตอบหรือหาแนวทางแกป้ ัญหาด้วยวธิ ีการตา่ งๆ
3) ลงมือปฏิบัติจริง สรปุ สง่ิ ท่ีไดเ้ รยี นรู้และนำความรูไ้ ปประยกุ ต์ใช้ในสถาน การณ์ต่างๆ
4) มปี ฏสิ ัมพนั ธ์ ทำงาน ทำกจิ กรรมรว่ มกบั กล่มุ และครู
5) ประเมินและพัฒนากระบวนการเรยี นรู้ของตนเองอย่างตอ่ เนือ่ ง
ส่อื การเรยี นรู้
สื่อการเรียนรู้เป็นเครื่องมือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเข้าถึง
ความรู้ ทกั ษะกระบวนการ และคณุ ลักษณะตามมาตรฐานของหลักสตู รได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพสื่อการเรียนรู้มี
หลากหลายประเภท ทั้งสื่อธรรมชาติสื่อสิ่งพิมพ์สื่อเทคโนโลยี และเครือข่ายการเรียนรู้ต่างๆ ที่มีในท้องถ่นิ
การเลอื กใช้ส่อื ควรเลือกใหม้ คี วามเหมาะสมกบั ระดับพฒั นาการ และลลี าการเรียนร้ทู ่ีหลากหลายของผูเ้ รียน
การจดั หาส่ือการเรยี นรู้ ผู้เรียนและผสู้ อนสามารถจดั ทำและพัฒนาขนึ้ เองหรอื ปรับปรุงเลือกใช้
อย่างมีคุณภาพจากสื่อต่างๆ ที่มีอยู่รอบตัวเพ่ือนำมาใช้ประกอบในการจัดการเรียนรู้ที่สามารถส่งเสริมและ
สื่อสารให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้โดยสถานศึกษาควรจัดให้มีอย่างพอเพียง เพื่อพัฒนาให้ผู้เรยี นเกิดการเรียนรู้
อยา่ งแท้จรงิ สถานศึกษาเขตพนื้ ท่ีการศึกษา หน่วยงานที่เกย่ี วขอ้ งและผ้มู ีหน้าทจ่ี ัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐานควร
ดำเนนิ การดงั นี้
1.จัดให้มแี หลง่ การเรยี นร้ศู ูนย์สอื่ การเรยี นรูร้ ะบบสารสนเทศการเรยี นรู้ และเครือข่าย
การเรยี นรู้ทมี่ ปี ระสิทธิภาพทั้งในสถานศึกษาและในชุมชนเพื่อการศึกษาค้นควา้ และการแลกเปลย่ี น
ประสบการณ์การเรยี นรู้ ระหวา่ งสถานศกึ ษาท้องถิน่ ชุมชน สงั คมโลก
2.จัดทำและจัดหาสื่อการเรียนรู้สำหรับการศึกษาค้นคว้าของผู้เรียนเสริมความรู้ให้ผู้สอน
รวมทง้ั จัดหาส่งิ ท่มี อี ยใู่ นทอ้ งถิน่ มาประยุกต์ใช้เป็นสื่อการเรยี นรู้
3.เลือกและใช้สื่อการเรยี นรู้ที่มีคุณภาพมีความเหมาะสมมีความหลากหลาย สอดคล้องกับ
วิธีการเรยี นรู้ ธรรมชาตขิ องสาระการเรยี นรู้ และความแตกตา่ งระหว่างบุคคลของผเู้ รียน
4.ประเมินคณุ ภาพของส่อื การเรยี นรู้ท่เี ลอื กใช้อยา่ งเป็นระบบ
5.ศกึ ษาค้นควา้ วิจยั เพ่อื พฒั นาสอื่ การเรยี นรู้ให้สอดคลอ้ งกับกระบวนการเรียนร้ขู องผู้เรยี น
6.จัดให้มีการกำกับติดตามประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเกี่ยวกับสื่อและการใช้ส่ือ
การเรียนรู้เปน็ ระยะๆ และสมำ่ เสมอ
ในการจดั ทำ การเลือกใช้ และการประเมินคณุ ภาพสื่อการเรียนรู้ที่ใชใ้ นสถานศึกษาควรคำนึงถึง
หลักการสำคัญของสื่อการเรียนรู้ เช่น ความสอดคล้องกับหลักสูตรวัตถุประสงค์การเรียนรู้การออกแบบ
๕๒
กิจกรรมการเรียนรู้ การจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนเนื้อหามีความถูกต้องและทันสมัยไม่กระทบความมั่นคง
ของชาติ ไมข่ ัดต่อศลี ธรรมมีการใชภ้ าษาท่ถี กู ตอ้ งรูปแบบการนำเสนอทเี่ ข้าใจง่ายและนา่ สนใจ
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการคือการ
ประเมินเพื่อพฒั นาผู้เรียนและเพื่อตัดสินผลการเรียนในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนให้ประสบ
ผลสำเร็จนั้น ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัดเพื่อให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้
สะท้อนสมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและ
ประเมนิ ผลการเรียนรู้ในทุกระดับไมว่ ่าจะเปน็ ระดับชนั้ เรียนระดับสถานศกึ ษาระดับเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษา และ
ระดับชาติ การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ เปน็ กระบวนการพัฒนาคณุ ภาพผู้เรยี นโดยใชผ้ ลการประเมนิ เป็น
ข้อมูลและสารสนเทศท่ีแสดงพัฒนาการ ความก้าวหนา้ และความสำเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจน
ข้อมลู ท่เี ปน็ ประโยชน์ต่อการสง่ เสริมให้ผูเ้ รียนเกิดการพัฒนาและเรียนรูอ้ ย่างเต็มตามศักยภาพ
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับชั้นเรียน ระดับ
สถานศกึ ษา ระดับเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษา และระดบั ชาติ มีรายละเอยี ด ดงั น้ี
1. การประเมินระดับชั้นเรียน เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการ
เรียนรู้ ผู้สอนดำเนินการเป็นปกติและสม่ำเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่าง
หลากหลาย เช่น การซกั ถาม การสังเกต การตรวจการบา้ น การประเมินโครงงาน การประเมนิ ชนิ้ งาน/ ภาระ
งาน แฟ้มสะสมงาน การใช้แบบทดสอบฯลฯโดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมิน
ตนเอง เพ่อื นประเมินเพื่อน ผู้ปกครองรว่ มประเมิน ในกรณีที่ไมผ่ ่านตวั ชี้วดั ให้มีการสอนซ่อมเสรมิ
การประเมินระดับชั้นเรียนเป็นการตรวจสอบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าในการ
เรยี นรู้อันเป็นผลมาจากการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนหรอื ไม่ และมากนอ้ ยเพียงใด มสี ง่ิ ท่ีจะต้องได้รบั การ
พัฒนาปรับปรุงและส่งเสริมในด้านใดนอกจากนี้ยังเป็นข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนของตน
ดว้ ย ทง้ั น้ีโดยสอดคล้องกบั มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชวี้ ดั
2. การประเมินระดบั สถานศึกษา เปน็ การประเมินท่ีสถานศึกษาดำเนินการเพื่อตัดสินผล
การเรียนของผูเ้ รียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนคณุ ลักษณะอนั พงึ
ประสงค์ และกจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น นอกจากนเี้ พ่ือให้ไดข้ อ้ มูลเกีย่ วกบั การจัดการศึกษาของสถานศึกษา ว่า
ส่งผลต่อการเรียนรู้ของผูเ้ รียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมทั้งสามารถนำผลการ
เรียนของผู้เรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็น
ข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน
ตลอดจนเพื่อการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาตามแนวทางการประกันคุณภาพ
การศึกษาและการรายงานผลการจัดการศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา
สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน ผู้ปกครองและชมุ ชน
3. การประเมนิ ระดบั เขตพืน้ ทกี่ ารศึกษาเปน็ การประเมินคุณภาพผู้เรยี นในระดับเขตพื้นท่ี
การศึกษาตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานใน
๕๓
การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดำเนินการโดย
ประเมินคุณภาพผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนด้วยข้อสอบมาตรฐานที่จัดทำและดำเนินการโดยเขตพื้นที่การศึกษา
หรือด้วยความร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัด ในการดำเนินการจัดสอบ นอกจากนี้ยังได้จากการตรวจสอบ
ทบทวนข้อมลู จากการประเมินระดบั สถานศกึ ษาในเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษา
4. การประเมินระดบั ชาติเปน็ การประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดบั ชาติตามมาตรฐานการ
เรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานสถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนที่เรียน ในชั้น
ประถมศึกษาปีที่3ชั้นประถมศึกษาปีท่ี6เข้ารับการประเมิน ผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมูลในการ
เทียบเคียงคุณภาพการศึกษาในระดับต่างๆ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา
ตลอดจนเปน็ ข้อมลู สนบั สนนุ การตดั สินใจในระดบั นโยบายของประเทศ
ข้อมูลการประเมนิ ในระดับตา่ งๆ ข้างตน้ เป็นประโยชน์ตอ่ สถานศึกษาในการตรวจสอบ
ทบทวนพฒั นาคุณภาพผูเ้ รียน ถอื เปน็ ภาระความรบั ผดิ ชอบของสถานศกึ ษาทีจ่ ะตอ้ งจัดระบบดูแลช่วยเหลอื
ปรับปรุงแกไ้ ข ส่งเสริมสนบั สนุนเพ่อื ใหผ้ ู้เรยี นได้พฒั นาเต็มตามศักยภาพบนพน้ื ฐานความแตกต่างระหว่าง
บุคคลท่จี ำแนกตามสภาพปัญหาและความตอ้ งการ ไดแ้ ก่ กลุ่มผู้เรยี นทว่ั ไป กล่มุ ผู้เรยี นทมี่ ีความสามารถ
พเิ ศษกลุ่มผู้เรียนท่มี ผี ลสัมฤทธ์ิทางการเรียนต่ำ กลุ่มผเู้ รยี นท่มี ปี ญั หาด้านวินัยและพฤตกิ รรมกลมุ่ ผเู้ รียนท่ี
ปฏเิ สธโรงเรียน กลมุ่ ผูเ้ รยี นท่ีมีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลมุ่ พิการทางร่างกายและสติปญั ญา เปน็ ตน้
ขอ้ มลู จากการประเมนิ จงึ เป็นหัวใจของสถานศึกษาในการดำเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทนั ทว่ งที ปิดโอกาส
ให้ผ้เู รยี นได้รบั การพัฒนาและประสบความสำเรจ็ ในการเรียน
สถานศกึ ษาในฐานะผ้รู ับผดิ ชอบจัดการศึกษาจะต้องจัดทำระเบียบว่าดว้ ยการวดั และ
ประเมนิ ผลการเรียนของสถานศกึ ษาให้สอดคลอ้ งและเปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์และแนวปฏิบัตทิ ่ีเป็นข้อกำหนด
ของหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน เพอ่ื ใหบ้ คุ ลากรท่ีเกยี่ วขอ้ งทุกฝ่ายถือปฏิบตั ิรว่ มกนั
เกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผลการเรยี น
1. การตัดสิน การให้ระดบั และการรายงานผลการเรยี น
1.1 การตัดสินผลการเรยี น
ในการตัดสนิ ผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรยี นรู้ การอา่ น คดิ วิเคราะห์และเขยี น
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และกจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี นนัน้ ผ้สู อนต้องคำนึงถงึ การพัฒนาผู้เรยี นแต่ละคนเปน็
หลัก และต้องเก็บขอ้ มูลของผเู้ รยี นทุกดา้ นอยา่ งสม่ำเสมอและต่อเน่ืองในแต่ละภาคเรยี น รวมทั้งสอนซ่อมเสริม
ผู้เรียนให้พัฒนาจนเต็มตามศักยภาพ
ระดบั ประถมศกึ ษา
(1) ผเู้ รยี นตอ้ งมีเวลาเรยี นไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ 80 ของเวลาเรยี นท้ังหมด
(2) ผู้เรยี นต้องไดร้ ับการประเมินทกุ ตวั ช้วี ัด และผา่ นตามเกณฑท์ ี่สถานศึกษากำหนด
(3) ผ้เู รียนต้องไดร้ ับการตดั สนิ ผลการเรยี นทกุ รายวิชา
(4) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา
กำหนด ในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น
๕๔
การพิจารณาเล่อื นชน้ั ถ้าผเู้ รียนมขี ้อบกพรอ่ งเพียงเลก็ นอ้ ย และสถานศกึ ษาพจิ ารณาเห็นว่า
สามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยู่ในดุลพินิจของสถานศึกษาที่จะผ่อนผันให้เลื่อนชั้นได้ แต่หาก
ผเู้ รยี นไม่ผ่านรายวิชาจำนวนมาก และมแี นวโน้มวา่ จะเป็นปญั หาตอ่ การเรียนในระดับชน้ั ที่สูงขึ้น สถานศึกษา
อาจต้งั คณะกรรมการพจิ ารณาให้เรียนซำ้ ชั้นได้ ท้งั นี้ให้คำนงึ ถงึ วุฒภิ าวะและความรู้ความสามารถของผู้เรียน
เป็นสำคัญ
1.2 การให้ระดบั ผลการเรียน
ระดับประถมศกึ ษาในการตดั สินเพอ่ื ใหร้ ะดับผลการเรยี นรายวชิ าสถานศึกษาสามารถให้
ระดับผลการเรียนหรือระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียน เป็นระบบตัวเลข ระบบตัวอักษรระบบร้อยละ
และระบบท่ีใชค้ ำสำคญั สะท้อนมาตรฐาน
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์น้ัน ให้
ระดับผล การประเมินเปน็ ดเี ย่ียม ดี และผา่ น
การประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน จะตอ้ งพิจารณาท้งั เวลาการเข้ารว่ มกิจกรรม การ
ปฏิบัติกิจกรรมและผลงานของผู้เรียน ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด และให้ผลการเข้าร่วมกิจกรรมเป็น
ผ่าน และไมผ่ ่าน
1.3 การรายงานผลการเรียน
การรายงานผลการเรยี นเป็นการสือ่ สารใหผ้ ูป้ กครองและผู้เรยี นทราบความก้าวหน้า
ในการเรียนร้ขู องผ้เู รียน ซึ่งสถานศกึ ษาต้องสรุปผลการประเมินและจัดทำเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบ
เปน็ ระยะๆ หรืออย่างนอ้ ยภาคเรยี นละ 1 คร้ัง
การรายงานผลการเรยี นสามารถรายงานเปน็ ระดับคณุ ภาพการปฏิบตั ิของผู้เรียนที่สะทอ้ น
มาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรยี นรู้
2. เกณฑก์ ารจบการศึกษา
หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐานกำหนดเกณฑ์กลางสำหรบั การจบการศึกษาเปน็ 1
ระดับ คอื ระดับประถมศึกษา
2.1 เกณฑก์ ารจบระดบั ประถมศกึ ษา
(1) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน และรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติมตามโครงสร้างเวลา
เรียนท่ีหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐานกำหนด
(2) ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐาน ผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี
สถานศึกษากำหนด
(3) ผู้เรียนมีผลการประเมนิ การอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนในระดบั ผ่านเกณฑก์ าร
ประเมินตามทส่ี ถานศกึ ษากำหนด
(4) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ ตามท่ีสถานศกึ ษากำหนด
๕๕
(5) ผู้เรยี นเขา้ ร่วมกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี นและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมิน
ตามทีส่ ถานศึกษากำหนด
สำหรับการจบการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น การศึกษาเฉพาะทาง
การศึกษาสำหรับผู้มคี วามสามารถพิเศษ การศึกษาทางเลือก การศึกษาสำหรบั ผู้ด้อยโอกาส การศึกษาตาม
อธั ยาศัยใหค้ ณะกรรมการของสถานศึกษาเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษาและผู้ท่ีเกย่ี วขอ้ ง ดำเนินการวัดและประเมินผล
การเรยี นรูต้ ามหลักเกณฑ์ในแนวปฏบิ ัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ข้ันพ้ืนฐานสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ
เอกสารหลักฐานการศึกษา
เอกสารหลักฐานการศึกษาเป็นเอกสารสำคัญที่บันทึกผลการเรียน ข้อมูลและสารสนเทศท่ี
เกย่ี วขอ้ งกบั พฒั นาการของผเู้ รียนในด้านตา่ ง ๆ แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
1. เอกสารหลักฐานการศกึ ษาทีก่ ระทรวงศึกษาธิการกำหนด
1.1 ระเบียนแสดงผลการเรียน เปน็ เอกสารแสดงผลการเรียนและรับรองผลการเรียนของ
ผู้เรยี นตามรายวิชา ผลการประเมนิ การอา่ น คิดวิเคราะหแ์ ละเขยี น ผลการประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
ของสถานศกึ ษา และผลการประเมินกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน สถานศึกษาจะตอ้ งบันทกึ ข้อมูลและออกเอกสารน้ี
ให้ผเู้ รียนเปน็ รายบุคคล เม่อื ผูเ้ รยี นจบการศกึ ษาระดับประถมศึกษา (ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6)
1.๒ แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา เป็นเอกสารอนุมัตกิ ารจบหลักสูตรโดยบันทึกรายช่อื
และขอ้ มลู ของผู้จบการศกึ ษาระดบั ประถมศกึ ษา (ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 6)
2. เอกสารหลักฐานการศึกษาทสี่ ถานศกึ ษากำหนด
เป็นเอกสารที่สถานศึกษาจัดทำขึ้นเพื่อบันทึกพัฒนาการ ผลการเรียนรู้ และข้อมูลสำคัญ
เกี่ยวกับผูเ้ รียน เช่น แบบรายงานประจำตัวนักเรียน แบบบันทึกผลการเรียนประจำรายวิชา ระเบียนสะสม
ใบรบั รองผลการเรยี น และ เอกสารอ่นื ๆ ตามวตั ถปุ ระสงคข์ องการนำเอกสารไปใช้
การเทยี บโอนผลการเรยี น
สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียนในกรณีต่างๆได้แก่ การย้ายสถานศึกษา
การเปลย่ี นรูปแบบการศึกษา การยา้ ยหลกั สูตร การออกกลางคนั และขอกลับเข้ารับการศึกษาต่อ การศึกษา
จากต่างประเทศและขอเขา้ ศกึ ษาตอ่ ในประเทศ นอกจากนี้ ยังสามารถเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์
จากแหล่งการเรียนรู้อื่นๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบันศาสนา สถาบันการฝึกอบรมอาชีพ การจัดการ
ศึกษาโดยครอบครวั
การเทยี บโอนผลการเรียนควรดำเนนิ การในชว่ งก่อนเปิดภาคเรยี นแรก หรือตน้ ภาคเรียนแรกที่
สถานศึกษารับผู้ขอเทียบโอนเป็นผู้เรียน ทั้งนี้ ผู้เรียนทีไ่ ด้รับการเทียบโอนผลการเรียนต้องศึกษาต่อเน่อื งใน
สถานศึกษาที่รบั เทียบโอนอย่างน้อย 1 ภาคเรียน โดยสถานศึกษาที่รบั ผู้เรียนจากการเทียบโอนควรกำหนด
รายวชิ า/จำนวนหน่วยกิตท่ีจะรบั เทียบโอนตามความเหมาะสม
๕๖
การพิจารณาการเทียบโอน สามารถดำเนินการได้ ดงั นี้
1. พิจารณาจากหลักฐานการศกึ ษา และเอกสารอนื่ ๆ ทีใ่ ห้ขอ้ มูลแสดงความรู้
ความสามารถของผูเ้ รียน
2. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผู้เรียนโดยการทดสอบดว้ ยวธิ ีการต่างๆ ทั้งภาค
ความรูแ้ ละภาคปฏบิ ัติ
3. พิจารณาจากความสามารถและการปฏิบตั ิในสภาพจริง
การเทียบโอนผลการเรียนใหเ้ ป็นไปตาม ประกาศ หรอื แนวปฏิบตั ิ ของกระทรวงศึกษาธกิ าร
การบรหิ ารจดั การหลักสูตร
ในระบบการศึกษาที่มีการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นและสถานศึกษามีบทบาทในการพัฒนา
หลักสูตรนั้น หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในแต่ละระดับ ตั้งแต่ระดับชาติ ระดับท้องถิ่น จนถึงระดับ
สถานศึกษา มบี ทบาทหน้าท่ี และความรับผดิ ชอบในการพฒั นาสนบั สนนุ ส่งเสรมิ การใช้และพัฒนาหลักสูตร
ให้เปน็ ไปอย่างมีประสทิ ธิภาพ เพ่อื ใหก้ ารดำเนินการจัดทำหลักสตู รสถานศกึ ษาและการจัดการเรียนการสอน
ของสถานศึกษามีประสิทธิภาพสูงสดุ อนั จะสง่ ผลใหก้ ารพัฒนาคุณภาพผู้เรยี นบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้
ทก่ี ำหนดไวใ้ นระดบั ชาติ
ระดับท้องถิ่น ได้แก่ สำนักงานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษา หน่วยงานต้นสงั กดั อื่น ๆ เป็นหน่วยงานท่มี ี
บทบาทในการขับเคลื่อนคุณภาพการจดั การศึกษา เป็นตัวกลางท่ีจะเช่ือมโยงหลกั สูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐานที่กำหนดในระดับชาติให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของทอ้ งถิน่ เพื่อนำไปสูก่ ารจัดทำ
หลักสูตรของสถานศกึ ษา สง่ เสริมการใชแ้ ละพฒั นาหลักสตู รในระดบั สถานศกึ ษา ใหป้ ระสบความสำเรจ็ โดย
มภี ารกจิ สำคัญ คอื กำหนดเป้าหมายและจุดเนน้ การพฒั นาคณุ ภาพผ้เู รียน ในระดับทอ้ งถิ่นโดยพิจารณาให้
สอดคล้องกบั สงิ่ ท่ีเป็นความต้องการในระดับชาติ พฒั นาสาระการเรียนร้ทู อ้ งถนิ่ ประเมนิ คณุ ภาพการศึกษาใน
ระดับท้องถิ่น รวมทั้งเพิ่มพูนคุณภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจยั และพัฒนาการพฒั นาบุคลากร สนับสนนุ
สง่ เสรมิ ตดิ ตามผล ประเมนิ ผล วเิ คราะห์ และรายงานผลคุณภาพของผู้เรยี น
สถานศึกษามีหน้าที่สำคัญในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาการวางแผนและดำเนินการใช้
หลักสตู ร การเพ่มิ พนู คณุ ภาพการใช้หลักสูตรดว้ ยการวิจยั และพฒั นาการปรับปรุงและพฒั นาหลักสูตรจัดทำ
ระเบียบการวัดและประเมินผลในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และรายละเอียดที่เขตพื้นที่การศึกษา หรือหน่วยงานสังกัดอื่นๆ ในระดับ
ทอ้ งถนิ่ ไดจ้ ดั ทำเพ่มิ เติม รวมท้งั สถานศึกษาสามารถเพ่มิ เตมิ ในส่วนทีเ่ ก่ยี วกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม
ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความต้องการของผู้เรียน โดยทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร
สถานศึกษา