The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Thanawat Ngaoda, 2019-06-17 11:19:31

พันธุศาสตร์ เล่ม 1 ลักษณะทางพันธุกรรม

ลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต

Keywords: ลักษณะทางพันธุกรรม

1

บทเรียนสำเร็จรปู เรือ่ ง การถ6ายทอดลักษณะทางพันธกุ รรม เล6ม 1 ลักษณะทางพนั ธกุ รรม 2

คำนำ

บทเรยี นสำเร็จรูป เรอ่ื ง การถ6ายทอดลกั ษณะทางพันธุกรรม เล6ม 1 ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมเล6มนี้
จดั ทำเพือ่ ใชเE ปนF ส่ือการเรียนการสอนในวชิ าวิทยาศาสตรพK นื้ ฐาน 6 รหสั ว23102 กำหนดใหเE รยี นในชั้น
มธั ยมศกึ ษาปSท่ี 3 มเี น้ือหาตลอดจนวธิ กี ารสอนท่เี ปFนระบบ โดยการอธิบายเนอื้ หาอยา6 งละเอียดและมแี บบฝWก
ใหEนกั เรยี นไดศE กึ ษา คนE พบขEอมูลดวE ยตนเองเพือ่ ประโยชนKสูงสดุ ต6อผูEเรียนน้นั ผูEเรยี นตอE งมีความซอ่ื สัตยK
และใหคE วามรว6 มมือปฏบิ ตั ติ ามขัน้ ตอนตามคำแนะนำ ในการใชบE ทเรยี นสำเร็จรปู น้อี ย6างเคร6งครัด

บทเรียนสำเรจ็ รปู นเี้ ปFนประโยชนKสำหรบั นกั เรียนทศี่ ึกษาและทำความเขEาใจ พรอE มท้งั ฝWกปฏิบัติดEวย
ตนเอง ผEูจัดทำไดEศึกษาเอกสาร ตำรา เพ่อื รวบรวมเปนF รูปเลม6 และผา6 นการตรวจจากผEเู ชย่ี วชาญทง้ั ดาE นการใชE
ภาษา และความถกู ตEองเรยี บรEอยแลEว

การจดั ทำบทเรียนสำเรจ็ รปู เล6มนี้ สำเรจ็ ลลุ ว6 งไดEดEวยดี เน่ืองจากไดEรับความรว6 มมอื ดEวยดี
จากคณะกรรมการทปี่ รกึ ษา ผEูบริหาร คณะครู นกั เรียน ผทEู รงคุณวฒุ ิ ผEูเชย่ี วชาญ ท6านผEเู ขียนตำรา เอกสาร
และสงิ่ พิมพKต6าง ๆ เกี่ยวกับลักษณะทางพนั ธุกรรม ซงึ่ เปนF สิง่ สำคญั ท่ีทำใหขE EาพเจาE ศกึ ษาคEนควาE อEางอิง และไดE
รวบรวมเนือ้ หามาเปนF บทเรียนสำเรจ็ รปู เรื่อง การถา6 ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม เล6ม 1 ลักษณะ
ทางพนั ธุกรรม จงึ ขอขอบคณุ มา ณ โอกาสน้ี

ธนวรรษน) เหงา- ดา
เมษายน 2559

ก นายธนวรรษนK เหงาE ดา ตำแหนง6 ครู วิทยฐานะครชู ำนาญการ โรงเรยี นศรีธาตุพทิ ยาคม

บทเรียนสำเรจ็ รูป เรือ่ ง การถ6ายทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม เลม6 1 ลักษณะทางพันธกุ รรม 3

สารบญั

เรอื่ ง หน-า

คำนำ ก
สารบญั ข
มาตรฐานการเรยี นรแEู ละตวั ชว้ี ดั 1
จดุ ประสงคกK ารเรยี นรEู 1
คำแนะนำสำหรบั ครู 2
คำแนะนำสำหรับนักเรยี น 3
แบบทดสอบก6อนเรียน 4
กระดาษคำตอบกอ6 นเรียน 6
เฉลยแบบทดสอบกอ6 นเรียน 7
กรอบท่ี 1 กรอบนำ 8
กรอบที่ 2 - กรอบท่ี 7 9-22
กรอบที่ 8 กรอบสรปุ 22
แบบทดสอบหลังเรยี น 25
กระดาษคำตอบหลังเรียน 27
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน 28
บรรณานุกรม 29

นายธนวรรษนK เหงาE ดา ตำแหนง6 ครู วิทยฐานะครูชำนาญการ โรงเรียนศรีธาตุพทิ ยาคม ข

บทเรียนสำเร็จรูป เรอ่ื ง การถา6 ยทอดลกั ษณะทางพันธุกรรม เลม6 1 ลกั ษณะทางพันธกุ รรม 4

มาตรฐานการเรียนรู-

มาตรฐาน ว1.2 เขEาใจกระบวนการและความสำคญั ของการถ6ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
ววิ ฒั นาการของส่ิงมีชวี ิต ความหลากหลายทางชวี ภาพ การใชเE ทคโนโลยีชวี ภาพที่มผี ลกระทบตอ6 มนุษยแK ละ
สิ่งแวดลEอม มกี ระบวนการสืบเสาะหาความรูEและจติ วทิ ยาศาสตรK สอื่ สารสงิ่ ที่เรียนรEแู ละนำความรูEไปใชE
ประโยชนK

ตวั ชีว้ ดั

ว1.2 ม.3/2 อธบิ ายความสำคัญของสารพนั ธุกรรมหรอื ดีเอ็นเอ และกระบวนการถ6ายทอด
ลักษณะทางพันธุกรรม

จุดประสงค)การเรยี นร-ู

เม่ือศึกษาบทเรียนสำเรจ็ รปู แลEว นกั เรียนสามารถ
1.บอกความหมายของลักษณะทางพนั ธกุ รรมไดE
2.จำแนกลกั ษณะทางพันธุกรรม และลักษณะท่ไี มใ6 ช6ลกั ษณะทางพนั ธุกรรมไดE
3.สำรวจและบอกลักษณะทางพันธุกรรมในร6างกายของตนเองไดE
4. บอกความหมายของการแปรผนั ไดE
5. บอกความแตกต6างของลักษณะทางพนั ธกุ รรมท่ีมคี วามแปรผนั ต6อเน่ืองกับลกั ษณะทางพันธุกรรมท่ี
มีความแปรผนั ไมต6 6อเนอ่ื งไดE
6. ระบลุ กั ษณะทเ่ี ปนF ความแปรผันตอ6 เนื่องและความแปรผันไม6ต6อเนอื่ งไดE

1 นายธนวรรษนK เหงาE ดา ตำแหน6ง ครู วทิ ยฐานะครชู ำนาญการ โรงเรยี นศรีธาตุพทิ ยาคม

บทเรยี นสำเร็จรปู เรอื่ ง การถ6ายทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม เลม6 1 ลักษณะทางพันธุกรรม 5

คำแนะนำสำหรบั ครู

1. ดำเนนิ การจดั กิจกรรมการเรียนรูE โดยใชบE ทเรียนสำเร็จรปู ควบคู6กับแผนการจัดการเรียนรูE
2. ศกึ ษาแผนจดั การเรยี นรEู ซ่งึ ประกอบดEวย มาตรฐานการเรียนรEู ตัวชี้วดั จุดประสงคKการเรยี นรูE

สาระสำคญั สาระการเรยี นรEู เทคนิค/วิธกี ารสอน คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคK กิจกรรมการเรียนรEู
การวดั ประเมินผล สอ่ื /แหล6งเรยี นรEู และขEอเสนอแนะใหEเขEาใจ
3. ศึกษาบทเรยี นสำเร็จรปู ตัง้ แต6กรอบแรกจนถงึ กรอบสุดทEายทง้ั เนื้อหาและกิจกรรม มกี ิจกรรมท่คี รูตEอง
เปนF ผแูE นะนำช6วยเหลือหรอื ใหคE ำปรกึ ษา
4. ชแ้ี จงใหEนักเรียนอา6 นคำแนะนำการใชEบทเรยี นอยา6 งละเอยี ดและปฏบิ ตั ติ ามข้ันตอนทกุ กรอบจนจบ
5. บทเรียนสำเรจ็ รูปนส้ี ามารถใชEเสรมิ สำหรบั นกั เรียนทเ่ี รียนดีและชว6 ยเหลือนักเรียนทเี่ รียนชาE ใหEเรียนไดE
ทันเพอ่ื น

ดูคำแนะนำสำหรับ
นักเรยี นหนาE ต6อไปไดE

เลยครบั

นายธนวรรษนK เหงาE ดา ตำแหนง6 ครู วิทยฐานะครชู ำนาญการ โรงเรยี นศรีธาตพุ ิทยาคม 2

บทเรยี นสำเร็จรปู เร่ือง การถ6ายทอดลกั ษณะทางพันธุกรรม เลม6 1 ลักษณะทางพนั ธุกรรม 6

คำแนะนำสำหรบั นักเรียน

1. บทเรียนเลม6 นี้ เรียกว6า บทเรียนสำเรจ็ รปู เรือ่ ง การถา6 ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม เล6ม 1
ลกั ษณะทางพันธุกรรม เปFนบทเรียนท่สี รEางขนึ้ เพอื่ ใหEนักเรยี นสามารถเรยี นรEูไดEดวE ยตนเองโดย
นักเรยี นอาจใชEในการเรียนบทเรียนใหม6 ใชทE บทวนส่ิงท่ีเรยี นมาแลEว หรอื ใชEเตมิ เต็มเพ่ือใหE
นกั เรียนมคี วามเขาE ใจในเน้อื หามากขนึ้

2. บทเรยี นสำเรจ็ รปู จะทำหนาE ทีเ่ สมือนเปFนผูสE อนประจำตัวนกั เรยี น ฉะน้นั นักเรยี นจะตอE งปฏบิ ัติ
ตามคำแนะนำในบทเรียนอยา6 งเคร6งครัด จงึ จะไดEผลดี

3. นักเรียนควรเขาE ใจวา6 บทเรียนไมใ6 ชแ6 บบทดสอบ แต6เปนF บทเรียนทม่ี 6ุงใหนE กั เรยี นเรียนรดEู วE ยตนเอง
4. บทเรียนนีม้ ี 8 กรอบ ขอใหนE ักเรียนศกึ ษาบทเรียนไปเรื่อยๆ ทลี ะกรอบตามลำดับอยา6 ขาE มกรอบ

เมือ่ นกั เรยี นศึกษาในแตล6 ะกรอบเรยี บรอE ยแลวE ใหทE ำแบบฝWกหดั ของกรอบน้ันๆ
5. ถEานกั เรียนทำแบบฝกW หดั ในแตล6 ะกรอบไดถE กู ตอE งตามเกณฑทK รี่ ะบไุ วEในแบบฝWกหดั แต6ละกรอบ

แสดงว6านกั เรียนมคี วามเขาE ใจเนอ้ื หาในกรอบน้นั เปFนอย6างดี สามารถศกึ ษาในกรอบต6อไปไดE แต6
ถEานักเรียนทำไมไ6 ดEหรือมขี อE สงสัย นักเรยี นควรกลบั ไปศกึ ษาใหมจ6 นสามารถตอบคำถามไดE
6. ใหEนกั เรียน เรยี นตามสบายไมต6 Eองเคร6งเครียด ถาE รูEสกึ เหน่อื ย ใหEหยดุ พักสักคร6ูแลวE จึงเรียนต6อ
ไมจ6 ำเปนF ตEองจบพรEอมเพอ่ื น
7. ขอใหEนักเรยี นมคี วามซอ่ื สตั ยใK นตนเอง โดยนกั เรยี นไม6ตEองเปlดดเู ฉลยกอ6 น

หมายเหตุ พรอE มแลEวไปทำ
แบบทดสอบกนั ดกี วา6

1. ตงั้ ใจอา6 นบทเรยี นและทำความเขาE ใจโดยละเอยี ดทุกขนั้ ตอน
2. ทำแบบทดสอบดวE ยความซื่อสัตยK ไม6ดเู ฉลยก6อน
3. ขอE ความใดนา6 สนใจและมคี วามสำคญั ควรจดบันทกึ ลงในสมุดนักเรียน
4. มขี Eอสงสยั หรอื ไม6เขEาใจใหEถามครผู Eสู อน

3 นายธนวรรษนK เหงEาดา ตำแหน6ง ครู วิทยฐานะครชู ำนาญการ โรงเรยี นศรธี าตุพิทยาคม

บทเรยี นสำเรจ็ รูป เรื่อง การถ6ายทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม เล6ม 1 ลักษณะทางพนั ธกุ รรม 7

แบบทดสอบกอK นเรียน เรอ่ื ง ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม
ช้ันมธั ยมศึกษาปทQ ่ี 3

คำชีแ้ จง
1. ขอE สอบเปFนแบบปรนัย จำนวน 10 ขอE คะแนนเตม็ 10 คะแนน ใชเE วลาในการทำ 10 นาที
2. ใหEนกั เรยี นเลอื กคำตอบ ก , ข , ค หรือ ง ที่เห็นวา6 ถูกตอE งและเหมาะสมทีส่ ุดเพยี งคำตอบเดียว

แลEวใหนE กั เรียนทำเคร่ืองหมายกากบาท ( X ) ลงในกระดาษคำตอบ

1. พันธุกรรมคอื อะไร 4.นางสาว ก มีหนงั ตาชนั้ เดียว ไดEเขาE รับการ
ก. การสืบทอดทายาทของสิง่ มชี วี ติ ศัลยกรรมเพือ่ ใหEมีหนงั ตาสองช้ันกอ6 นทีจ่ ะแตง6 งาน
ข. การถา6 ยทอดลักษณะของสิ่งมีชวี ิตจาก และมีบตุ ร ลกั ษณะหนังตาแบบใดจากนางสาว ก
พอ6 แม6ไปส6ูลกู หลาน ทจ่ี ะถา6 ยทอดไปส6บู ตุ ร เพราะเหตใุ ด
ค. การกระจายเผ6าพันธKขุ องส่ิงมีชีวติ โดย
คงลกั ษณะเดมิ ไวE ก. หนังตาชัน้ เดียว เพราะเปFนลักษณะ
ง. การคัดเลือกพันธุขK องส่ิงมีชีวติ โดย ทางพนั ธกุ รรม
อาศยั ธรรมชาติหรอื มนษุ ยK
ข. หนงั ตาสองชัน้ เพราะเปนF ลกั ษณะ
2.ขอE ใดใหEความหมายของ “ลักษณะทาง ทางพันธุกรรม
พนั ธกุ รรม” ไดคE รอบคลุมทสี่ ุด
ค. หนงั ตาชัน้ เดยี วกึ่งสองชนั้ เพราะเปนF
ก. ลักษณะที่สามารถมองเห็นไดE ลกั ษณะผสมของหนังตานางสาว ก
ดวE ยตาเปล6า
ง. ลกั ษณะหนังตาสองชั้น เพราะเปนF
ข. ลกั ษณะท่สี ามารถถา6 ยทอดไปยัง ลักษณะใหม6ของนางสาว ก
รุน6 ตอ6 ไปไดE
5.ปจs จัยในขอE ใดมผี ลตอ6 การแสดงลักษณะต6างๆ
ค. ลักษณะทแ่ี สดงออกมากทส่ี ดุ ของส่งิ มีชีวิต
ในร6นุ น้นั ๆ
ก. พันธุกรรม ความหนาแนน6 ของส่ิงมชี ีวิต
ง. ลกั ษณะทแ่ี สดงออกมานอE ยท่สี ดุ ข. ส่งิ แวดลEอม อายุ
ในรุน6 นั้นๆ ค. ความสมั พันธKของส่งิ มีชีวิต แสงแดด
ง. พนั ธุกรรม สงิ่ แวดลอE ม
3.ขอE ใดเปFนลกั ษณะที่สามารถถา6 ยทอดไปยงั ร6นุ
ต6อไปไดEทง้ั หมด สูๆE นะครบั คนเกง6

ก. สีผิว รอยแผลเปFน สตี า
ข. ลักยิ้ม หนงั ตาสองช้ัน นิสยั รา6 เรงิ
ค. สีนัยนตK า หนงั ตาชั้นเดียว ต่งิ หู
ง. รวยขดี ขว6 น อารมณกK EาวรEาว สีผวิ

นายธนวรรษนK เหงEาดา ตำแหน6ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการ โรงเรยี นศรธี าตพุ ิทยาคม 4

บทเรียนสำเรจ็ รูป เรอื่ ง การถ6ายทอดลักษณะทางพนั ธุกรรม เล6ม 1 ลักษณะทางพันธกุ รรม 8

ใช-ลกั ษณะตKอไปน้ตี อบคำถามขอ- 6-7 8.ขอE ใดแสดงถงึ ความแปรผนั ทางพันธุกรรม
1) หนังตาช้ันเดยี ว 2) แผลเปนF จากอบุ ตั ิเหตุ ก. เมลด็ ขาE วในรวงขาE วเดยี วกันมีขนาด
3) นัยนKตาสีดำ 4) สันจมกู จากศลั ยกรรม ไมเ6 ทา6 กนั
5) นสิ ยั ร6าเรงิ 6) ลักย้มิ ข. ลกู มนี ัยนKตาสีฟาu เหมือนพ6อแม6
ค. ลกู สุนัขมขี นยาวเหมอื นพอ6 แม6
6.จากขEอมูลทก่ี ำหนดใหE มีลักษณะทางพันธกุ รรม ง. ทุกคนในเครือญาติมหี นังตาสองชน้ั
ทลี่ กั ษณะ
9.ลกั ษณะในขอE ใดมีความแปรผนั แบบตอ6 เนอื่ ง
ก. 6 ลกั ษณะ ก. ถนดั ซาE ย ถนดั ขวา
ข. 5 ลักษณะ ข. หอ6 ลิ้นไดE ห6อลิน้ ไมไ6 ดE
ค. 4 ลกั ษณะ ค. สว6 นสูง น้ำหนกั
ง. 3 ลกั ษณะ ง. มลี ักยมิ้ ไมม6 ลี ักยม้ิ
7.จากขEอมูลท่กี ำหนดใหE มลี กั ษณะทไ่ี มส6 ามารถ
ถา6 ยทอดทางพันธุกรรมกี่ลักษณะ 10.ลักษณะในขEอใดมีความแปรผันไมต6 อ6 เนือ่ ง
ก. 3 ลักษณะ ก. สผี วิ มีต่งิ หู
ข. 4 ลกั ษณะ ข. มลี กั ยมิ้ ไม6มีลกั ยมิ้
ค. 5 ลักษณะ ค. นำ้ หนัก หอ6 ลิน้ ไดE
ง. 6 ลกั ษณะ ง. สว6 นสงู ถนัดขวา

ขอใหEนักเรยี นตง้ั ใจ
ทำขอE สอบนะครับ

5 นายธนวรรษนK เหงEาดา ตำแหนง6 ครู วิทยฐานะครูชำนาญการ โรงเรยี นศรธี าตพุ ทิ ยาคม

บทเรยี นสำเร็จรูป เรอ่ื ง การถา6 ยทอดลักษณะทางพนั ธุกรรม เลม6 1 ลกั ษณะทางพนั ธุกรรม 9

กระดาษคำตอบ
แบบทดสอบกKอนเรียน เร่ือง ลกั ษณะทางพนั ธุกรรม

ชื่อ.......................................ชน้ั .....................เลขท่ี...........

ข้อ ก ข ค ง คะแนน
1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.
10.

ทำขEอสอบเรยี บรEอย
แลEว ไปตรวจคำตอบ

กันเลยครบั

นายธนวรรษนK เหงาE ดา ตำแหน6ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการ โรงเรยี นศรธี าตพุ ิทยาคม 6

บทเรียนสำเร็จรปู เรื่อง การถา6 ยทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรม เลม6 1 ลักษณะทางพนั ธกุ รรม 10

เฉลย
แบบทดสอบกKอนเรียน เรอื่ ง ลกั ษณะทางพันธกุ รรม

1. ข
2. ข
3. ค
4. ก
5. ง
6. ง
7. ก
8. ก
9. ค
10. ข

รผูE ลสอบกอ6 นเรยี นแลEว
เริ่มศึกษาเนือ้ หาเลยดกี ว6า

7 นายธนวรรษนK เหงาE ดา ตำแหน6ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการ โรงเรยี นศรีธาตพุ ิทยาคม

11

พันธกุ รรมหรอื กรรมพนั ธKุ (heredity) หมายถงึ การถ6ายทอดลักษณะของส่ิงมีชวี ิตจากรน6ุ หนง่ึ ไปยงั
อีกรุน6 หนึง่ หรือจากบรรพบรุ ษุ ไปสล6ู ูกหลาน เช6น ลักษณะสผี วิ สผี ม สขี องนยั นตK า ความสงู เปFนตนE
การศึกษาเก่ยี วกบั พันธกุ รรม เรยี กวา6 พนั ธุศาสตรK (genetics)

มนุษยK มลี กั ษณะทส่ี ามารถสังเกตไดEหลายลกั ษณะ นักเรียนคิดว6าลกั ษณะใด เปFนลกั ษณะทาง
พันธกุ รรม ลักษณะใดไม6ใช6ลักษณะทางพันธกุ รรม และลกั ษณะทางพันธกุ รรมตอE งเปนF อยา6 งไร นักเรยี นจะไดE
ศึกษาจากบทเรียนสำเรจ็ รปู เล6มนี้

ภาพที่ 1 ความแตกตา6 งทางพนั ธุกรรม ท่มี า : http://goo.gl/0n9Ttj 8
คำถามกรอบที่ 1 กรอบนำ
คำชแี้ จง : 1. ใหEนกั เรยี นตอบคำถามโดยเขยี นคำตอบลงในชอ6 งว6างทกี่ ำหนดใหE

2. เกณฑใK นการผา6 นเพ่ือศึกษาตอ6 ในกรอบที่ 2: สามารถตอบคำถามไดทE ุกขอE
3. ถEานักเรียนไมผ6 6านเกณฑKใหศE กึ ษาเนื้อหาในกรอบอกี คร้ังจนผ6านเกณฑK
1.พันธกุ รรม คืออะไร
ตอบ
2.พนั ธศุ าสตรK คืออะไร
ตอบ

นายธนวรรษนK เหงาE ดา ตำแหนง6 ครู วิทยฐานะครชู ำนาญการ โรงเรียนศรีธาตุพิทยาคม

บทเรียนสำเรจ็ รูป เรื่อง การถ6ายทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม เล6ม 1 ลักษณะทางพันธุกรรม 12

คำตอบกรอบท่ี 1 กรอบนำ

1.พนั ธกุ รรม คอื อะไร
ตอบ การถา6 ยทอดลกั ษณะของสิ่งมชี ีวิตจากร6ุนหนึ่งไปยังอีกรุ6นหนงึ่ หรือจากบรรพบรุ ุษไปสลู6 กู หลาน
2. พนั ธุศาสตรK คอื อะไร
ตอบ พันธุศาสตรKเปนF วิชาท่ศี กึ ษาเกี่ยวกับพนั ธุกรรม

ลกั ษณะทางพันธกุ รรม (genetic trait, genetic characteristic) คอื ลักษณะทส่ี ามารถถ6ายทอด
จากรนุ6 หนง่ึ ไปยังร6ุนตอ6 ๆไปไดE เชน6 สขี องนยั นKตา สีผม สผี วิ ความสูง การมหี รือไม6มีลกั ยิ้ม จำนวนชน้ั ของ
หนงั ตา สีของดอกไมE ฯลฯ ในการถา6 ยทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรมมียีน (gene) เปFนหน6วยควบคุมทำหนEาที่
ถา6 ยทอดลักษณะจากพ6อแม6ไปส6ูลูกหลาน ยนี มีตำแหนง6 อยู6บนโครโมโซม (chromosome)

นอกจากพนั ธกุ รรมแลวE สงิ่ แวดลอE มอาจมผี ลต6อลักษณะของสง่ิ มีชีวิต เช6น สารอาหาร สารเคมีอ่ืนๆที่
ไดEรับ ปริมาณแสงหรือปรมิ าณรังสที พ่ี ืชไดรE บั การไดรE บั อบุ ตั ิเหตุหรือการตอ6 สูE

ตัวอยา6 งเช6น นายเอ อายุ 25 ปS มพี 6อและแม6ทีส่ งู มากกว6า 175 เซนตเิ มตร แต6นายเอ สูงเพยี ง 160
เซนตเิ มตร เนื่องจากไดEรับสารอาหารไมเ6 พียงพอ

รปู ภาพแสดงลกั ษณะพันธุกรรมต6างๆ

ภาพที่ 2 สีนยั นKตา ทมี่ า : https://goo.gl/ZHhZTT ภาพที่ 3 สีผวิ ทีม่ า : http://goo.gl/ZeM8Uu

9 นายธนวรรษนK เหงEาดา ตำแหน6ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการ โรงเรียนศรธี าตุพทิ ยาคม

บทเรียนสำเร็จรปู เรอื่ ง การถา6 ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม เลม6 1 ลักษณะทางพนั ธุกรรม 13

ภาพที่ 4 ลกั ย้ิม ภาพที่ 5 หนงั ตาสองช้นั ภาพท่ี 6 หนงั ตาชัน้ เดยี ว
ท่มี า: http://goo.gl/7Dk9D9 ท่ีมา : http://goo.gl/nuzMoq ที่มา : http://goo.gl/6NPvAo

ภาพที่ 7 สีของดอกไมE ภาพที่ 8 สีขนสุนัข
ท่มี า : http://goo.gl/zsXBeX ที่มา : https://goo.gl/xfpXRk

คำถามกรอบท่ี 2 ลักษณะทางพนั ธุกรรม

คำชี้แจง : 1. ใหEนักเรียนตอบคำถามโดยเขียนคำตอบลงในช6องว6างท่กี ำหนดใหE
2. เกณฑใK นการผ6านเพอื่ ศึกษาต6อในกรอบท่ี 3: สามารถตอบคำถามขEอ 1-3 ไดถE กู ตอE ง
3. ถEานกั เรยี นไม6ผ6านเกณฑK ใหEศกึ ษาเนือ้ หาในกรอบอีกคร้งั จนผ6านเกณฑK

1.ลกั ษณะทางพันธกุ รรม มีความหมายวา6 อยา6 งไร
ตอบ
2.หนว6 ยทท่ี ำหนEาทีถ่ 6ายทอดลกั ษณะทางพันธกุ รรม คอื อะไร
ตอบ
3.การแสดงลักษณะของสิง่ มชี ีวิต ขึ้นอย6ูกบั ปsจจยั อะไรบาE ง
ตอบ
4.นกั เรียนคดิ วา6 สงิ่ มชี ีวติ มีลกั ษณะที่ไมส6 ามารถถ6ายทอดไปยังลูกหลาน หรอื ไม6 อยา6 งไร
ตอบ

นายธนวรรษนK เหงาE ดา ตำแหนง6 ครู วิทยฐานะครชู ำนาญการ โรงเรยี นศรีธาตุพิทยาคม 10

บทเรยี นสำเร็จรูป เรอ่ื ง การถา6 ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม เลม6 1 ลกั ษณะทางพนั ธุกรรม 14

คำตอบกรอบท่ี 2 ลักษณะทางพันธกุ รรม

1.ลักษณะทางพนั ธุกรรม มีความหมายวา6 อย6างไร
ตอบ ลกั ษณะทางพันธกุ รรมหมายถงึ ลักษณะที่สามารถถา6 ยทอดจากรุน6 หน่งึ ไปยังรุ6นตอ6 ๆไปไดE เช6น สขี อง
นัยนKตา สีผม สผี ิว ความสูง เปFนตEน
2.หน6วยทีท่ ำหนEาทถี่ า6 ยทอดลักษณะทางพนั ธุกรรม คอื อะไร
ตอบ ยนี
3.การแสดงลักษณะของสงิ่ มีชีวิต ขึ้นอย6กู บั ปจs จยั อะไรบEาง
ตอบ พนั ธุกรรมและส่ิงแวดลอE ม
4.นกั เรยี นคดิ วา6 ส่ิงมชี ีวิตมลี ักษณะทไ่ี มส6 ามารถถ6ายทอดไปยังลูกหลาน หรือไม6 อยา6 งไร
ตอบ ถEานกั เรยี นสามารถตอบคำถามขEอ 1-3 ถกู ตEอง ใหนE ักเรยี นคEนควาE หาคำตอบของขอE นีใ้ นกรอบที่ 3

ลกั ษณะทไี่ ม6ใช6ลกั ษณะทางพันธกุ รรม (non genetic characteristics) คือ ลกั ษณะทไ่ี มส6 ามารถ
ถ6ายทอดไปยังร6ุนตอ6 ไปไดE สว6 นมากเปนF ลักษณะทเ่ี กิดขึ้นใหม6กบั ร6างกาย ไดEแก6 รอยแผลเปนF ที่เกิดจากอบุ ัตเิ หตุ
การเปล่ียนแปลงของร6างกายจากการศัลยกรรม เชน6 ตาสองชนั้ สนั จมูก การศัลยกรรมหนาE ตาทั้งใบหนาE
เปFนตนE

ลกั ษณะนิสยั เปนF ลกั ษณะท่เี กดิ ขน้ึ จากการซมึ ซับและเรียนรูEจากสง่ิ แวดลอE ม จงึ ไมใ6 ช6ลกั ษณะทาง
พันธกุ รรม ไมส6 ามารถถา6 ยทอดไปยังร6นุ ตอ6 ไป เช6น นายบี มนี ิสัยไม6ร6าเริงเหมอื นพ6อแม6 เนือ่ งจากอย6ูในชุมชน
แออดั กับยายตั้งแต6เกิด

สถานการณตK ัวอยา6 ง นาง ก ทำศลั ยกรรมเปลี่ยนหนงั ตาช้นั เดียวเปFนสองชัน้ จากนนั้ ไดEแต6งงานละมี
บตุ ร ลกั ษณะหนงั ตาของนางบีแบบสองชน้ั ไม6สามารถถ6ายทอดไปยังบุตรไดE เน่อื งจากไม6ใชล6 กั ษณะทาง
พันธกุ รรม แต6ลกั ษณะหนังตาแบบ ชัน้ เดยี วซ่ึงนาง ก ไดรE บั การถ6ายทอดมาจากพอ6 แม6 จะถา6 ยทอดไปยังบตุ ร
ของนาง ก โดยลักษณะที่เกดิ กับบุตร จะมาจากนาง ก คร่งึ หน่งึ และสามขี องนาง ก คร่งึ หนงึ่

ภาพที่ 9 รอยแผลเปFน
ที่มา : http://goo.gl/JuiRJ2

11 นายธนวรรษนK เหงาE ดา ตำแหน6ง ครู วทิ ยฐานะครูชำนาญการ โรงเรียนศรีธาตุพิทยาคม

บทเรียนสำเร็จรปู เรื่อง การถ6ายทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม เลม6 1 ลักษณะทางพันธกุ รรม 15

กอK น หลัง กKอกนอK น

ภาพที่ 10 ลักษณะจากศลั ยกรรมท้งั ใบหนEา หหลลังัง
ที่มา : http://goo.gl/YkL05z
ภาพท่ี 11 ลกั ษณะหนังตาสองช้นั จากศลั ยกรรม
ท่มี า : http://goo.gl/fnFNK6

คำถามกรอบที่ 3 ลักษณะท่ีไมสK ามารถถKายทอดทางพนั ธกุ รรม

คำช้ีแจง : 1. ใหEนกั เรียนตอบคำถามโดยเขียนคำตอบลงในช6องวา6 งท่ีกำหนดใหE
2. เกณฑใK นการผา6 นเพ่อื ศึกษาต6อในกรอบที่ 4: สามารถตอบคำถามขอE 1-4 ไดEถูกตอE ง
3. ถาE นักเรยี นไมผ6 า6 นเกณฑK ใหEศึกษาเน้ือหาในกรอบอกี ครง้ั จนผ6านเกณฑK

1.สิ่งมชี ีวิตมีลกั ษณะท่ีไม6สามารถถา6 ยทอดไปยงั ลกู หลาน หรอื ไม6 ถEามีจงยกตวั อย6างมาอย6างนอE ย 2 ลกั ษณะ
ตอบ
2.ลกั ษณะท่ีไม6ใชล6 กั ษณะทางพันธุกรรม หมายถงึ อะไร
ตอบ
3.นาย ข ไดรE บั อบุ ัตเิ หตุจากการขบั รถจกั รยานยนตโK ดยประมาท ทำใหEเกดิ แผลเปนF ขนาดใหญ6บรเิ วณแขน
ดาE นขวา แผลเปนF ดังกล6าวสามารถถ6ายทอดไปยังบตุ รของ นาย ข ไดEหรือไม6 เพราะเหตุใด
ตอบ

4. จำแนกลกั ษณะต6อไปนีแ้ ลวE เขียนลงในตารางใหEถูกตอE ง
หนงั ตาช้ันเดยี ว แผลเปนF จากอุบตั เิ หตุ นัยนตK าสดี ำ
สันจมกู จากศลั ยกรรม ลักย้ิม นิสยั รา6 เรงิ
ไมใK ชKลักษณะทางพนั ธกุ รรม
ลกั ษณะทางพันธุกรรม

นายธนวรรษนK เหงาE ดา ตำแหน6ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการ โรงเรียนศรธี าตพุ ิทยาคม 12

บทเรียนสำเรจ็ รูป เรื่อง การถ6ายทอดลกั ษณะทางพันธุกรรม เลม6 1 ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม 16

คำตอบกรอบท่ี 3 ลักษณะทไ่ี มKสามารถถาK ยทอดทางพนั ธกุ รรม

1.สง่ิ มชี ีวิตมีลักษณะทีไ่ มส6 ามารถถา6 ยทอดไปยังลกู หลาน หรอื ไม6 ถาE มีจงยกตัวอยา6 งมาอย6างนEอย 2 ลกั ษณะ
ตอบ มี เชน6 ลกั ษณะนสิ ัย ลักษณะทไ่ี ดจE ากศัลยกรรม
2.ลกั ษณะทไ่ี มใ6 ชล6 ักษณะทางพนั ธกุ รรม หมายถงึ อะไร

ตอบ ลกั ษณะที่ไมส6 ามารถถา6 ยทอดไปยงั รุน6 ตอ6 ไป
3.นาย ข ไดรE บั อุบัติเหตจุ ากการขับรถจกั รยานยนตKโดยประมาท ทำใหเE กดิ แผลเปนF ขนาดใหญบ6 รเิ วณแขน
ดาE นขวา แผลเปFนดังกล6าวสามารถถ6ายทอดไปยังบุตรของ นาย ข ไดหE รือไม6 เพราะเหตใุ ด

ตอบ แผลเปนF ไม6สามารถถา6 ยทอดไปยังบตุ รของนาย ข เพราะไม6ใชล6 ักษณะทางพนั ธุกรรม
4. จำแนกลกั ษณะตอ6 ไปนแ้ี ลวE เขียนลงในตารางใหEถูกตอE ง
หนังตาชัน้ เดียว รอยแผลเปนF จากอุบตั ิเหตุ นัยนKตาสีดำ

นสิ ยั ร6าเริง สันจมูกจากศลั ยกรรม ลักยิ้ม

ลักษณะทางพนั ธุกรรม ไมKใชลK ักษณะทางพันธกุ รรม
หนงั ตาช้นั เดยี ว รอยแผลเปนF จากอบุ ัติเหตุ
นยั นKตาสดี ำ สนั จมกู จากศลั ยกรรม
ลักย้มิ นสิ ัยร6าเริง

นักเรียนเคยสงั เกตหรือไมว6 า6 สิ่งมีชวี ติ ชนิดเดียวกันจะมลี ักษณะคลาE ยคลงึ กันและมีความแตกต6างกนั
นEอยกว6าสงิ่ มีชวี ติ ตา6 งชนดิ กนั ความแตกตา6 งอันเนอ่ื งจากมลี ักษณะพนั ธุกรรมแตกต6างกัน เรยี กวา6 ความแปร
ผนั ทางพันธุกรรม (genetic variation) ความแตกตา6 งของสงิ่ มชี ีวติ จะมากหรอื นอE ยลดหลั่นกันไป ตามปรมิ าณ
ของการแปรผนั ทางพนั ธุกรรมท่สี ืบทอดไปในแตล6 ะรุน6 ลกั ษณะทงั้ หลายทถี่ า6 ยทอดจากรน6ุ หน่ึงไปยงั รุ6นหนง่ึ
เรียกว6าลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม ซ่ึงเราไดEศกึ ษาในกรอบทผ่ี 6านมาเรยี บรอE ยแลวE

ความแปรผนั ทางพนั ธุกรรม ของสิ่งมีชวี ติ แตล6 ะชนิดมีลักษณะเฉพาะตัว เช6น รูปแบบของสนุ ัขจะมี
ลักษณะเฉพาะ เราสามารถแยกสุนัขออกจากแมวหรือเสอื ไดE ในสงิ่ มีชวี ิตชนิดเดยี วกนั กม็ ีลักษณะเฉพาะตัว
เช6น การมีลกั ยิ้ม การมีตงิ่ หู การมีสีผิวที่แตกต6างกนั ลักษณะเหลา6 นจ้ี ะแตกต6างกันมากขึน้ เมอ่ื คนเราต6างพอ6 แม6
กนั หรือไมเ6 ปFนญาติกนั

13 นายธนวรรษนK เหงาE ดา ตำแหน6ง ครู วทิ ยฐานะครูชำนาญการ โรงเรยี นศรธี าตุพิทยาคม

บทเรยี นสำเรจ็ รปู เรื่อง การถ6ายทอดลกั ษณะทางพันธุกรรม เล6ม 1 ลักษณะทางพนั ธุกรรม 17

ภาพที่ 12 ภาพที่ 13

ภาพที่ 12 แมวมีบางลักษณะแตกตา6 งกันเนือ่ งจากมีความแปรผันทางพนั ธกุ รรม ท่มี า : http://goo.gl/fJyhr8
ภาพท่ี 13 คนมลี กั ษณะท่แี ตกต6างกนั เนอ่ื งจากมคี วามแปรผนั ทางพันธุกรรม ท่มี า : http://goo.gl/njy8nL

ลกั ษณะทางพนั ธุกรรมทใี่ ชคE วามแปรผันทางพนั ธกุ รรมเปFนเกณฑK สามารถจำแนกไดE 2 ประเภท ดังนี้
1. ลกั ษณะทางพันธุกรรมทมี่ ีความแปรผันไม6ตอ6 เนอื่ ง (discontinuous variation)

2. ลักษณะทางพันธุกรรมท่มี ีความแปรผันต6อเนือ่ ง (continuous variation)

คำถามกรอบท่ี 4 ความแปรผันทางพนั ธกุ รรม

คำช้แี จง : 1. ใหEนกั เรียนตอบคำถามโดยเขียนคำตอบลงในช6องวา6 งทีก่ ำหนดใหE
2. เกณฑใK นการผา6 นเพ่อื ศึกษาตอ6 ในกรอบที่ 5 : สามารถตอบคำถามขEอ 1-2 ไดEถูกตEอง
3. ถEานกั เรยี นไมผ6 า6 นเกณฑK ใหศE ึกษาเนอ้ื หาในกรอบอกี ครั้งจนผ6านเกณฑK

1. ความแปรผันทางพันธกุ รรม คืออะไร
ตอบ
2.ถาE จำแนกลกั ษณะทางพนั ธุกรรมโดยใชEความแปรผนั เปFนเกณฑK สามารถจำแนกไดกE ป่ี ระเภท อะไรบาE ง
ตอบ
3.ลกั ษณะทางพันธุกรรมทีม่ ีความแปรผนั ไม6ตอ6 เน่ือง มลี ักษณะเปนF อยา6 งไร
ตอบ

นายธนวรรษนK เหงาE ดา ตำแหน6ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการ โรงเรยี นศรธี าตุพทิ ยาคม 14

บทเรียนสำเร็จรปู เร่อื ง การถา6 ยทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรม เลม6 1 ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม 18

คำตอบกรอบที่ 4 ความแปรผนั ทางพนั ธุกรรม

1. ความแปรผันทางพันธกุ รรม คืออะไร
ตอบ ความแตกตา6 งอันเนอ่ื งมาจากลกั ษณะทางพันธุกรรมทแ่ี ตกตา6 งกัน
2.ถEาจำแนกลักษณะทางพนั ธุกรรมโดยใชคE วามแปรผนั เปนF เกณฑK สามารถจำแนกไดกE ีป่ ระเภท อะไรบEาง
ตอบ 2 ประเภท คือ ลักษณะทางพนั ธุกรรมทีม่ คี วามแปรผนั ไมต6 6อเน่อื ง และ ลักษณะทางพนั ธุกรรมทมี่ ี
ความแปรผันต6อเน่อื ง
3.ลกั ษณะทางพันธกุ รรมท่ีมีความแปรผนั ไม6ตอ6 เนอื่ ง มีลักษณะเปFนอย6างไร
ตอบ ถาE นักเรยี นสามารถตอบคำถามขอE 1-2 ถูกตEอง ใหนE กั เรียนคนE ควEาหาคำตอบของขEอนใ้ี นกรอบที่ 5

ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมท่ีมคี วามแปรผนั ไมต6 6อเน่ือง (discontinuous variation) เปนF ลักษณะทาง
พนั ธกุ รรมที่สามารถแยกความแตกตา6 งไดอE ยา6 งชัดเจน สามารถระบลุ กั ษณะดังกลา6 วไดวE 6า มี หรอื ไม6มี สามารถ
ทำไดE หรือไม6สามารถทำไดE เกิดจากอิทธิพลของกรรมพันธเKุ พียงอยา6 งเดยี ว เชน6 มีลกั ย้มิ - ไมม6 ีลกั ยิ้ม ห6อลิ้นไดE
หอ6 ล้ินไมไ6 ดE มตี งิ่ หู ไม6มีตงิ่ หู กระดูกโคนนว้ิ หัวแม6มือกระดกไปมาไดEหรอื กระดกไปมาไมไ6 ดE จำนวนชั้นของหนงั
ตา เปFนตนE

ภาพท่ี 14 มีลักยิม้ ที่มา : http://goo.gl/YoEJEO ภาพท่ี 15 ไมม6 ลี กั ยม้ิ ทีม่ า : https://goo.gl/YKX24T

ภาพที่ 16 ห6อล้นิ ไดE (ซาE ย), ห6อลนิ้ ไมไ6 ดE (ขวา) ทมี่ า : http://goo.gl/hRqnKR

15 นายธนวรรษนK เหงาE ดา ตำแหน6ง ครู วทิ ยฐานะครชู ำนาญการ โรงเรยี นศรีธาตพุ ทิ ยาคม

บทเรยี นสำเรจ็ รูป เรื่อง การถ6ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม เลม6 1 ลกั ษณะทางพันธกุ รรม 19

ภาพท่ี 17 มีต่ิงหู (ซEาย), ไม6มีติ่งหู (ขวา) ภาพท่ี 18 ตาชนั้ เดียว (บน), ตาสองชน้ั (ลา6 ง)
ทีม่ า : http://goo.gl/XYyWCZ ทม่ี า : http://goo.gl/DPXZaU (บน)
ทีม่ า : http://goo.gl/vvjzje (ลา6 ง)

คำถามกรอบที่ 5 ลักษณะทางพนั ธกุ รรมที่มีความแปรผนั ไมKตอK เนื่อง

คำช้ีแจง : 1. ใหนE ักเรยี นตอบคำถามโดยเขยี นคำตอบลงในช6องว6างที่กำหนดใหE
2. เกณฑใK นการผา6 นเพื่อศึกษาต6อในกรอบที่ 6 : สามารถตอบคำถามขEอ 1-2 ไดEถกู ตEอง
3. ถEานกั เรียนไมผ6 6านเกณฑK ใหEศึกษาเนอื้ หาในกรอบอีกครั้งจนผ6านเกณฑK

1. ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทม่ี ีความแปรผันไมต6 อ6 เนอ่ื ง มีลักษณะเปนF อย6างไร
ตอบ
2.ลักษณะทางพนั ธุกรรมใดบEางมคี วามแปรผนั ทีไ่ ม6ต6อเนอ่ื ง ใหนE ักเรียนยกตัวอย6าง 3 ลักษณะ
ตอบ
3.ลักษณะทางพันธกุ รรมทม่ี ีความแปรผนั แบบตอ6 เน่อื ง มลี กั ษณะเปFนอย6างไร
ตอบ

นายธนวรรษนK เหงEาดา ตำแหน6ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการ โรงเรียนศรีธาตุพิทยาคม 16

บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง การถา6 ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม เลม6 1 ลกั ษณะทางพันธกุ รรม 20

คำตอบกรอบที่ 5 การแปรผนั ลกั ษณะทางพันธกุ รรมทไี่ มKตKอเนอ่ื ง

1. ลักษณะทางพนั ธุกรรมท่ีมีความแปรผนั ไม6ต6อเนือ่ ง มลี กั ษณะเปFนอยา6 งไร
ตอบ เปFนลกั ษณะทางพันธกุ รรมทสี่ ามารถแยกความแตกตา6 งไดอE ย6างชัดเจน สามารถระบุลักษณะดังกลา6 วไดE
ว6า มี หรอื ไมม6 ี สามารถทำไดE หรือไม6สามารถทำไดE
2.ลกั ษณะทางพันธกุ รรมใดบาE งมคี วามแปรผนั ท่ีไม6ต6อเนอื่ ง ใหนE ักเรียนยกตัวอย6าง 3 ลกั ษณะ
ตอบ. ลกั ษณะที่มีความแปรผนั ไมต6 6อเนือ่ ง มหี ลายลกั ษณะ ตวั อย6างเชน6 มลี ักย้ิม ไม6มลี ักยิม้ หอ6 ลิ้นไดE หอ6 ล้ิน
ไม6ไดE มีติง่ หู ไม6มตี งิ่ หู กระดกู โคนนว้ิ หัวแมม6 อื กระดกไปมาไดEหรือกระดกไปมาไมไ6 ดE จำนวนชัน้ ของหนังตา 1
ชัน้ จำนวนช้นั ของหนังตา 2 ช้ัน ฯลฯ
3.ลักษณะทางพนั ธกุ รรมท่มี ีความแปรผนั แบบตอ6 เนอื่ ง มลี กั ษณะเปFนอยา6 งไร
ตอบ. ถEานักเรียนสามารถตอบคำถามขEอ 1-2 ถกู ตอE ง ใหEนกั เรียนคนE ควาE หาคำตอบของขอE นใ้ี นกรอบท่ี 6

ลักษณะทางพนั ธกุ รรมทม่ี ีความแปรผนั แบบต6อเน่อื ง (continuous variation) เปFนลักษณะ
ทางพนั ธกุ รรมท่ีไม6สามารถแยกความแตกต6างไดEอยา6 งเดน6 ชดั เช6น ความสูง น้ำหนัก โครงรา6 ง สีผวิ ซงึ่ เกิดจาก
อิทธิพลของกรรมพนั ธKแุ ละสง่ิ แวดลEอมรว6 มกัน เชน6 ความสงู ถาE ไดรE ับสารอาหารถกู ตอE งตามหลักโภชนาการ
และมีการออกกำลังกายก็จะทำใหมE ีร6างกายสูงไดE

ภาพที่ 19 สีผิว ท่มี า : http://goo.gl/QTsRbS ภาพท่ี 20 ความสงู ท่มี า : http://goo.gl/XjcKhW

17 นายธนวรรษนK เหงาE ดา ตำแหนง6 ครู วิทยฐานะครูชำนาญการ โรงเรียนศรีธาตพุ ิทยาคม

บทเรยี นสำเร็จรูป เร่อื ง การถ6ายทอดลกั ษณะทางพันธกุ รรม เลม6 1 ลักษณะทางพันธุกรรม 21

ภาพท่ี 21 ความยาวของเมล็ดขาE ว ภาพที่ 22 ความแปรผนั แบบตอ6 เนื่องของดอกกลวE ยไมE
ท่มี า : http://goo.gl/0Dbh5d ท่ีมา : http://goo.gl/Y74z2q

คำถามกรอบที่ 6 ลักษณะทางพันธุกรรมทม่ี คี วามแปรผันแบบตKอเนอื่ ง

คำชแี้ จง : 1.ใหEนกั เรียนตอบคำถามโดยเขียนคำตอบลงในชอ6 งว6างท่กี ำหนดใหE
2. เกณฑใK นการผ6านเพ่อื ศกึ ษาตอ6 ในกรอบท่ี 7: สามารถตอบคำถามขEอ 1-3 ไดEถกู ตอE ง

3. ถาE นกั เรยี นไมผ6 า6 นเกณฑK ใหEศกึ ษาเน้อื หาในกรอบอกี ครง้ั จนผา6 นเกณฑK
1. ลักษณะทางพันธกุ รรมท่มี คี วามแปรผนั แบบต6อเนือ่ ง เปนF อยา6 งไร
ตอบ

2. ลกั ษณะใดบEางเปFนลกั ษณะทีม่ ีความแปรผนั แบบต6อเนื่อง ใหEนกั เรียนยกตัวอยา6 งมาอยา6 งนEอย 3 ลกั ษณะ
ตอบ
3. ใหนE ักเรียนจำแนกลกั ษณะต6อไปน้ีวา6 ลกั ษณะใดเปFนลักษณะท่มี คี วามแปรผนั แบบตอ6 เนอื่ ง หรือความแปรผนั

แบบไมต6 6อเน่อื ง โดยเขียนลงในตารางที่กำหนดใหE
ต่งิ หู จำนวนชั้นของหนงั ตา สีผิว ขนาดของดอกกุหลาบแตล6 ะดอก
ความสูง การห6อลิ้น ความสูง ลักย้มิ

ลักษณะท่ีมคี วามแปรผนั แบบตKอเน่ือง ลักษณะท่มี คี วามแปรผนั แบบไมKตอK เน่ือง

4. นักเรยี นมีลักษณะทางพันธุกรรมใดทเ่ี หมือนเพอื่ นในกลุ6ม ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมใดที่ไม6เหมอื น 18
ตอบ

นายธนวรรษนK เหงาE ดา ตำแหน6ง ครู วิทยฐานะครชู ำนาญการ โรงเรียนศรีธาตพุ ทิ ยาคม

บทเรียนสำเร็จรปู เรอื่ ง การถา6 ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม เลม6 1 ลกั ษณะทางพันธกุ รรม 22

คำตอบกรอบที่ 6 ลักษณะทางพันธกุ รรมทีม่ คี วามแปรผันแบบตอK เนอื่ ง

1. ลกั ษณะทางพนั ธุกรรมท่มี ีความแปรผันแบบต6อเน่อื ง เปFนอย6างไร
ตอบ ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมท่ีไมส6 ามารถแยกความแตกตา6 งไดEอย6างเดน6 ชัด ซ่งึ เกดิ จากอิทธิพลของกรรมพันธKุ

และสิ่งแวดลอE มรว6 มกัน
2. ลักษณะใดบEางเปนF ลกั ษณะทีม่ ีความแปรผันแบบต6อเน่อื ง ใหนE กั เรยี นยกตัวอย6างมาอยา6 งนอE ย 3 ลกั ษณะ
ตอบ ความสูง สผี ิว นำ้ หนัก โครงร6าง ฯลฯ

3. ใหEนกั เรยี นจำแนกลกั ษณะต6อไปนีว้ 6าลกั ษณะใดเปนF ลกั ษณะท่มี คี วามแปรผนั แบบตอ6 เน่อื ง หรือความแปรผัน
แบบไมต6 อ6 เนื่อง โดยเขียนลงในตารางทก่ี ำหนดใหE
ต่ิงหู จำนวนชั้นของหนังตา สผี วิ ขนาดของดอกกหุ ลาบแตล6 ะดอก

ความสงู การห6อลิ้น ขนาดของรา6 งกาย ลักย้มิ

ลกั ษณะท่มี คี วามแปรผันแบบตKอเนอ่ื ง ลกั ษณะท่ีมคี วามแปรผนั แบบไมKตKอเนอ่ื ง
สีผิว ตง่ิ หู

ขนาดของดอกกหุ ลาบแตล6 ะดอก จำนวนช้นั ของหนงั ตา
ความสูง ลักยม้ิ
ขนาดของรา6 งกาย การห6อลิน้

4. นกั เรยี นมีลกั ษณะทางพันธุกรรมใดทเ่ี หมอื นเพ่ือนในกลุม6 ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมใดที่ไม6เหมือน
ตอบ ถEานักเรยี นสามารถตอบคำถามขอE 1-3 ถกู ตอE ง ใหนE ักเรียนคEนควEาหาคำตอบของขEอนใ้ี นกรอบท่ี 7

ใครทีผ่ า6 นเกณฑK ศึกษา
กรอบต6อไปไดEเลยครับ สEูๆ

19 นายธนวรรษนK เหงาE ดา ตำแหน6ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการ โรงเรยี นศรธี าตุพิทยาคม

23

หลังจากทีท่ ราบความหมายและประเภทของลักษณะทางพันธกุ รรมอยา6 งดีแลวE นกั เรียนจะไดสE ังเกต
และสำรวจลกั ษณะทางพันธกุ รรมของตนเองและเพื่อนในกลุ6ม โดย

1) ใหEเขียน ü ลงในคอลัมนKสำรวจตวั เอง ถาE นกั เรยี นมีหรอื สามารถทำลักษณะดงั กลา6 วไดE
2) เขยี น û ลงในคอลัมนKสำรวจตวั เอง ถEานกั เรยี นไม6มีหรือไม6สามารถทำลกั ษณะดังกลา6 วไดE

3) เขยี นตัวเลข ลงในคอลัมนKจำนวนสมาชิกกล6ุมทีม่ ี ตามจำนวนสมาชกิ ในกลุ6มจรงิ
ตัวอยา6 ง ช่อื กลม6ุ กล6ุมดาวเรือง สมาชิกกลม6ุ 6 คน

ลกั ษณะทางพันธกุ รรม สำรวจตวั เอง ผลการสำรวจ
จำนวนสมาชกิ ในกล6มุ ท่ีมี

1.ตาชั้นเดียว ü 5

2.ตาสองชน้ั û 1

ตารางสำรวจลกั ษณะทางพันธกุ รรม
ชือ่ กลมุ6 จำนนสมาชิก คน

ลักษณะทางพันธุกรรม ผลการสำรวจ

1.ตาชั้นเดียว สำรวจตัวเอง จำนวนสมาชิกในกล6ุมทม่ี ี
2.ตาสองชน้ั
3.ตงิ่ หู

4.ไมKมตี ิ่งหู
5.นัยนต) าสีนำ้ ตาล
6.นยั นต) าสดี ำ
7.หKอลิน้ ได-
8.หKอล้ินไมไK ด-
9.มลี กั ยิ้ม
10.ไมKมีลักยิม้
11.ถนัดขวา
12. ถนัดซา- ย
13. ผมตรง
14.ผมพยักศก
15 ผมหยิก

นายธนวรรษนK เหงาE ดา ตำแหน6ง ครู วทิ ยฐานะครูชำนาญการ โรงเรยี นศรีธาตุพิทยาคม 20

บทเรียนสำเรจ็ รูป เรือ่ ง การถา6 ยทอดลกั ษณะทางพันธุกรรม เลม6 1 ลักษณะทางพนั ธุกรรม 24

คำถามกรอบที่ 7 สำรวจลักษณะทางพนั ธกุ รรม

คำช้แี จง : 1. ใหEนักเรยี นตอบคำถามโดยเขยี นคำตอบลงในช6องวา6 งที่กำหนดใหE
2. เกณฑKในการผ6านเพือ่ ศึกษาต6อในกรอบท่ี 8: สามารถตอบคำถามขอE 1-2 ไดEถูกตEอง
3. ถาE นักเรยี นไม6ผา6 นเกณฑK ใหEศกึ ษาเน้อื หาในกรอบอีกครง้ั จนผา6 นเกณฑK

1. จากการสำรวจ ลกั ษณะทางพันธุกรรมของสมาชิกในกลุ6มของนกั เรยี น สมาชกิ ทุกคนมีลักษณะทาง
พันธกุ รรมเหมือนหรือแตกต6างกนั อย6างไร
ตอบ
2. นกั เรยี นคิดวา6 ถาE เราสำรวจลกั ษณะเดยี วกันในครอบครวั ของนกั เรียน จะมีไดผE ลการสำรวจเหมือนหรอื
แตกตา6 งกันกบั การสำรวจในกลุ6ม เพราะเหตใุ ด
ตอบ

ใครผา6 นเกณฑKแลวE สามารถ
ศึกษากรอบสรุปไดEเลยครบั

21 นายธนวรรษนK เหงาE ดา ตำแหน6ง ครู วิทยฐานะครชู ำนาญการ โรงเรียนศรีธาตพุ ทิ ยาคม

บทเรียนสำเรจ็ รปู เรอื่ ง การถ6ายทอดลักษณะทางพันธกุ รรม เลม6 1 ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม 25

คำตอบกรอบท่ี 7 สำรวจลกั ษณะทางพนั ธุกรรม

1. จากการสำรวจ ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมของสมาชิกในกลมุ6 ของนกั เรียน สมาชิกทุกคนมลี ักษณะทาง
พันธกุ รรมเหมอื นหรือแตกต6างจากนักเรยี น นักเรยี นคดิ ว6าเปนF เพราะเหตใุ ด
ตอบ บางลกั ษณะเหมือน บางลกั ษณะแตกตา6 งกัน เพราะสมาชิกในกลุม6 มพี ันธกุ รรมทแ่ี ตกต6างกนั
2. นักเรยี นคดิ ว6า ถEาเราสำรวจลกั ษณะเดียวกันในครอบครัวของนกั เรยี น จะมไี ดผE ลการสำรวจเหมอื นหรือ
แตกต6างกันกบั การสำรวจในกล6ุม เพราะเหตใุ ด
ตอบ ไดEผลแตกต6างจากสำรวจในกลม6ุ โดยลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมของนักเรยี นมแี นวโนEมจะเหมือนลักษณะทาง
พันธุกรรมของครอบครวั เนือ่ งจากนกั เรียนไดรE ับการถา6 ยทอดทางพนั ธกุ รรมจากพอ6 และแม6

ลกั ษณะทางพันธกุ รรม (genetic trait, genetic characteristic) หมายถงึ ลักษณะท่ีสามารถถ6ายทอด
จากรุน6 หน่ึงไปยงั ร6ุนต6อๆไปไดE เชน6 สขี องนยั นKตา สผี ม สีผวิ ความสูง การมีหรือไม6มลี กั ยิม้ จำนวนช้ันของหนัง
ตา สีของดอกไมE ฯลฯ ส6วนลักษณะทไ่ี ม6สามารถถ6ายทอดไปยังร6นุ ต6อไปไดE ไม6เปนF ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม

ส6วนมากเปนF ลกั ษณะท่เี กดิ ข้นึ ใหมก6 ับรา6 งกาย ไดแE ก6 รอยแผลเปนF ท่ีเกิดจากอบุ ัติเหตุ การเปล่ยี นแปลงของ
รา6 งกายจากการศลั ยกรรม เช6น ตาสองชั้น สนั จมูก การศลั ยกรรมหนาE ตาท้ังใบหนาE เปนF ตนE
ส่งิ มชี วี ติ มีลกั ษณะทางพันธกุ รรมท่แี ตกตา6 งกนั แมแE ต6สง่ิ มีชีวติ ชนิดเดียวกนั เน่ืองจากมีความแปรผนั

ทางพนั ธุกรรม ลักษณะทางพันธุกรรมสามารถจำแนกไดE 2 ประเภทตามความแปรผนั ทางพนั ธกุ รรม คือ
ลกั ษณะทางพันธุกรรมทีม่ ีความแปรผันไม6ตอ6 เนอ่ื ง และลกั ษณะทางพนั ธุกรรมทม่ี ีความแปรผนั แบบตอ6 เนื่อง
ลักษณะทางพนั ธกุ รรมท่ีมีความแปรผันไมต6 6อเนื่อง เปนF ลกั ษณะทางพันธุกรรมท่ีสามารถแยกความ

แตกต6างไดEอยา6 งชดั เจน สามารถระบลุ ักษณะดงั กลา6 วไดEว6า มี หรือไม6มี สามารถทำไดE หรอื ไมส6 ามารถทำไดE
เกดิ จากอิทธพิ ลของกรรมพันธุเK พียงอยา6 งเดียว เชน6 มลี กั ย้มิ - ไม6มลี ักย้ิม หอ6 ล้นิ ไดE หอ6 ล้นิ ไมไ6 ดE

นายธนวรรษนK เหงาE ดา ตำแหนง6 ครู วทิ ยฐานะครชู ำนาญการ โรงเรียนศรีธาตพุ ทิ ยาคม 22

บทเรียนสำเรจ็ รปู เร่อื ง การถ6ายทอดลกั ษณะทางพันธุกรรม เล6ม 1 ลักษณะทางพนั ธกุ รรม 26

ลักษณะทางพนั ธกุ รรมทมี่ ีความแปรผนั แบบตอ6 เน่อื ง เปFนลักษณะทางพันธกุ รรมทไ่ี ม6สามารถแยก
ความแตกตา6 งไดอE ย6างเดน6 ชดั เชน6 ความสงู น้ำหนัก โครงร6าง สีผิว ซึ่งเกดิ จากอทิ ธิพลของกรรมพันธแุK ละ
สง่ิ แวดลEอมรว6 มกนั

นกั เรยี นสงสัยหรือไม6ว6าองคปK ระกอบใดของรา6 งกายท่ีควบคมุ ใหสE ง่ิ มชี ีวติ แตล6 ะชนดิ มีความแตกต6างกนั
แมแE ตส6 ง่ิ มชี วี ติ ชนิดเดียวกัน หรือคนทเ่ี ปFนเครอื ญาติกนั นักเรียนจะไดEคนE พบคำตอบน้ีดวE ยตนเอง ในแบบเรยี น
สำเรจ็ รปู เร่ือง การถ6ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม เล6ม 2 โครโมโซม ในชวั่ โมงต6อไป

คำถามกรอบท่ี 8 กรอบสรุป

คำชแ้ี จง : 1. ใหEนกั เรยี นตอบคำถามโดยเขียนคำตอบลงในช6องว6างท่ีกำหนดใหE
2. เกณฑใK นการผา6 นเพื่อทำแบบทดสอบหลังเรยี น: สามารถตอบคำถามขอE 1-4 ไดถE กู ตอE ง
3. ถEานกั เรยี นไมผ6 6านเกณฑK ใหศE ึกษาเนอ้ื หาในกรอบอกี ครัง้ จนผา6 นเกณฑK

1. ลกั ษณะทางพันธกุ รรม คืออะไร
ตอบ
2.ลกั ษณะทีไ่ ม6ใช6ลักษณะทางพันธุกรรม มลี กั ษณะเปFนอยา6 งไร

ตอบ
3. ลกั ษณะท่ีมีความแปรผันต6อเนือ่ ง กับลักษณะท่มี คี วามแปรผนั ไมต6 อ6 เนอ่ื ง แตกตา6 งกันอย6างไร
ตอบ

4. ใหนE ักเรยี นจำแนกลกั ษณะต6อไปนวี้ า6 ลกั ษณะใดเปนF ลักษณะทีม่ ีความแปรผันแบบต6อเน่ือง หรือความแปรผนั
แบบไมต6 อ6 เน่อื ง โดยเขียนลงในตารางที่กำหนดใหE
ลักย้ิม จำนวนชัน้ ของหนงั ตา สผี ิว ขนาดของเมล็ดขาE ว

นำ้ หนัก การหอ6 ล้ิน ความสงู ต่ิงหู

ลกั ษณะทม่ี คี วามแปรผันแบบไมตK อK เนื่อง ลักษณะทีม่ ีความแปรผนั แบบตอK เนอ่ื ง

23 นายธนวรรษนK เหงEาดา ตำแหน6ง ครู วทิ ยฐานะครชู ำนาญการ โรงเรยี นศรีธาตพุ ทิ ยาคม

บทเรยี นสำเร็จรปู เรอ่ื ง การถา6 ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม เลม6 1 ลกั ษณะทางพนั ธุกรรม 27

คำตอบกรอบที่ 8 กรอบสรุป

1. ลกั ษณะทางพันธุกรรม คอื อะไร
ตอบ ลักษณะทางพันธกุ รรมคอื ลกั ษณะท่ีสามารถถา6 ยทอดจากร6นุ หนึง่ ไปยงั ร6ุนตอ6 ๆไปไดE

2.ลักษณะทีไ่ ม6ใชล6 ักษณะทางพันธุกรรม มีลกั ษณะเปนF อย6างไร
ตอบ ลักษณะทไ่ี มส6 ามารถถา6 ยทอดไปยังรนุ6 ต6อๆไปไดE ส6วนมากเปFนลักษณะทีเ่ กดิ ขึน้ ใหมก6 บั รา6 งกาย
3. ลักษณะที่มีความแปรผนั ตอ6 เนื่อง กับลกั ษณะทีม่ คี วามแปรผันไม6ต6อเนื่อง แตกตา6 งกนั อยา6 งไร

ตอบ ลักษณะที่แปรผนั ตอK เน่อื งเปนF ลกั ษณะทางพนั ธุกรรมทไี่ มKสามารถแยกความแตกตKางได-อยาK งเดนK ชัด
ส6วนลกั ษณะท่ีมีการแปรผนั ไมKตอK เน่ืองเปFนลักษณะทางพนั ธุกรรมทส่ี ามารถแยกความแตกตาK งไดอ- ยาK งชัดเจน
สามารถระบลุ ักษณะดังกล6าวไดEวา6 มี หรอื ไมม6 ี สามารถทำไดE

4. ใหEนกั เรียนจำแนกลกั ษณะตอ6 ไปนวี้ 6าลกั ษณะใดเปนF ลักษณะท่ีมีความแปรผันแบบตอ6 เน่ือง หรอื ความแปรผัน
แบบไมต6 อ6 เน่อื ง โดยเขยี นลงในตารางทก่ี ำหนดใหE
ลกั ยมิ้ จำนวนชัน้ ของหนังตา สผี วิ ขนาดของเมลด็ ขาE ว

นำ้ หนัก การห6อล้นิ ความสงู ต่งิ หู

ลกั ษณะท่ีมคี วามแปรผันแบบไมตK Kอเนอื่ ง ลักษณะท่ีมีความแปรผนั แบบตอK เน่อื ง
ลักยม้ิ สีผวิ

จำนวนช้ันของหนงั ตา ขนาดของเมลด็ ขาE ว
การหอ6 ลิ้น นำ้ หนกั
ต่ิงหู ความสงู

ใครไมผ6 6านเกณฑKอย6าทอE นะ ใครทผี่ 6านเกณฑK ไปทำ
ศกึ ษากรอบสรุปอีกคร้งั นะครบั แบบทดสอบหลังเรยี นไดเE ลย

ครับ

นายธนวรรษนK เหงาE ดา ตำแหน6ง ครู วทิ ยฐานะครูชำนาญการ โรงเรียนศรธี าตพุ ทิ ยาคม 24

บทเรียนสำเรจ็ รปู เรื่อง การถ6ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม เลม6 1 ลักษณะทางพนั ธกุ รรม 28

แบบทดสอบหลังเรยี น เรอ่ื ง ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปQที่ 3

คำชี้แจง
1. ขอE สอบเปนF แบบปรนยั จำนวน 10 ขอE คะแนนเต็ม 10 คะแนน ใชเE วลาในการทำ 10 นาที
2. ใหEนักเรียนเลือกคำตอบ ก , ข , ค หรือ ง ทีเ่ ห็นวา6 ถูกตอE งและเหมาะสมทส่ี ดุ เพยี งคำตอบเดยี ว

แลEวใหนE ักเรยี นทำเครอื่ งหมายกากบาท ( X ) ลงในกระดาษคำตอบ

1. พันธกุ รรมคืออะไร 4.นางสาว ก มีหนังตาช้ันเดียว ไดเE ขาE รับการ
ก. การกระจายเผ6าพนั ธุขK องส่ิงมชี วี ติ โดย ศลั ยกรรมเพื่อใหมE หี นงั ตาสองช้นั กอ6 นทจ่ี ะแตง6 งาน
คงลักษณะเดิมไวE และมบี ตุ ร ลกั ษณะหนังตาแบบใดจากนางสาว ก
ข. การสบื ทอดทายาทของสิง่ มีชีวิต ท่ีจะถ6ายทอดไปสูบ6 ุตร เพราะเหตใุ ด
ค. การถา6 ยทอดลกั ษณะของสง่ิ มชี วี ิตจาก
พ6อแมไ6 ปส6ลู ูกหลาน ก. หนงั ตาสองช้ัน เพราะเปFนลักษณะ
ง. การคัดเลอื กพันธKขุ องสงิ่ มีชีวิตโดย ทางพนั ธกุ รรม
อาศยั ธรรมชาตหิ รือมนษุ ยK
ข. หนังตาชั้นเดียว เพราะเปFนลักษณะ
2.ขEอใดใหคE วามหมายของ “ลกั ษณะทาง ทางพนั ธกุ รรม
พันธกุ รรม” ไดEครอบคลุมทสี่ ุด
ค. ลกั ษณะหนังตาสองชน้ั เพราะเปFน
ก. ลักษณะทส่ี ามารถถา6 ยทอดไปยัง ลักษณะใหมข6 องนางสาว ก
รน6ุ ต6อไปไดE
ง. หนงั ตาชั้นเดียวก่งึ สองชัน้ เพราะเปนF
ข. ลักษณะท่ีแสดงออกมากทสี่ ดุ ลกั ษณะผสมของหนงั ตานางสาว ก
ในร6นุ น้นั ๆ
5.ปจs จยั ในขอE ใดมผี ลต6อการแสดงลักษณะตา6 งๆ
ค. ลักษณะท่แี สดงออกมานอE ยท่ีสุด ของสิ่งมีชวี ติ
ในร6นุ นัน้ ๆ
ก. พันธกุ รรม สง่ิ แวดลอE ม
ง. ลักษณะท่ีสามารถมองเหน็ ไดE ข. พนั ธุกรรม ความหนาแน6นของส่ิงมีชวี ติ
ดEวยตาเปล6า ค. สงิ่ แวดลอE ม อายุ
ง. ความสัมพันธKของส่งิ มชี ีวติ แสงแดด
3.ขอE ใดเปFนลกั ษณะท่สี ามารถถ6ายทอดไปยังรนุ6
ตอ6 ไปไดEทั้งหมด

ก. ลักย้มิ หนังตาสองช้นั นสิ ยั ร6าเรงิ
ข. สีผิว รอยแผลเปนF สีตา
ค. รวยขดี ขว6 น อารมณKกาE วรEาว สผี ิว
ง. สนี ยั นตK า หนงั ตาชั้นเดียว ตง่ิ หู

25 นายธนวรรษนK เหงEาดา ตำแหนง6 ครู วทิ ยฐานะครชู ำนาญการ โรงเรียนศรีธาตพุ ิทยาคม

บทเรยี นสำเรจ็ รูป เรื่อง การถ6ายทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรม เลม6 1 ลักษณะทางพนั ธกุ รรม 29

ใชล- กั ษณะตอK ไปนตี้ อบคำถามข-อ 6-7 8.ขอE ใดแสดงถึงความแปรผันทางพันธุกรรม
1) หนงั ตาชั้นเดยี ว 2) แผลเปนF จากอบุ ตั เิ หตุ ก. ลูกมีนัยนตK าสฟี าu เหมือนพ6อแม6
3) นยั นตK าสีดำ 4) สันจมูกจากศัลยกรรม ข. ลูกสุนขั มีขนยาวเหมือนพอ6 แม6
5) นิสยั รา6 เรงิ 6) ลักยิ้ม ค. เมล็ดขาE วในรวงขEาวเดียวกันมขี นาด
ไม6เท6ากัน
6.จากขอE มูลทีก่ ำหนดใหE มีลักษณะทางพันธุกรรม ง. ทุกคนในเครือญาติมหี นงั ตาสองช้ัน
ทลี่ ักษณะ
9.ลักษณะในขEอใดมีความแปรผันแบบตอ6 เนอ่ื ง
ก. 3 ลกั ษณะ ก. หอ6 ลน้ิ ไดE หอ6 ลิน้ ไมไ6 ดE
ข. 4 ลักษณะ ข. สว6 นสงู นำ้ หนกั
ค. 5 ลกั ษณะ ค. มลี ักยิ้ม ไมม6 ีลักย้มิ
ง. 6 ลกั ษณะ ง. ถนัดซาE ย ถนดั ขวา
7.จากขอE มลู ทกี่ ำหนดใหE มลี ักษณะทไ่ี ม6สามารถ
ถ6ายทอดทางพนั ธกุ รรมก่ีลักษณะ 10.ลักษณะในขอE ใดมคี วามแปรผนั ไม6ตอ6 เน่ือง
ก. 6 ลักษณะ ก. น้ำหนกั หอ6 ลิ้นไดE
ข. 5 ลกั ษณะ ข. สีผวิ มีติง่ หู
ค. 4 ลักษณะ ค. สว6 นสงู ถนดั ขวา
ง. 3 ลักษณะ ง. มีลกั ย้มิ ไม6มลี ักยมิ้

ขอใหนE กั เรียนมคี วามรอบคอบ
ในการทำขอE สอบนะครับ

นายธนวรรษนK เหงาE ดา ตำแหน6ง ครู วิทยฐานะครชู ำนาญการ โรงเรียนศรธี าตุพิทยาคม 26

บทเรียนสำเรจ็ รูป เรื่อง การถ6ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม เลม6 1 ลักษณะทางพันธุกรรม 30

กระดาษคำตอบ
แบบทดสอบหลังเรยี น เรื่อง ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม

ชอ่ื .......................................ช้นั .....................เลขที่...........

ข้อ ก ข ค ง

1. คะแนนกอK นเรียน

2.

3.
4. คะแนนหลงั เรยี น

5.

6. คะแนนพฒั นาการ
7.

8.

9.

10.

ขอใหEนกั เรยี นตง้ั ใจ
ทำขอE สอบนะครบั

27 นายธนวรรษนK เหงาE ดา ตำแหนง6 ครู วทิ ยฐานะครชู ำนาญการ โรงเรียนศรีธาตุพิทยาคม

บทเรียนสำเรจ็ รูป เรอื่ ง การถา6 ยทอดลกั ษณะทางพันธุกรรม เลม6 1 ลักษณะทางพันธุกรรม 31

เฉลย
แบบทดสอบหลังเรยี น เรอ่ื ง ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม

1. ค
2. ก
3. ง
4. ข
5. ก
6. ก
7. ง
8. ค
9. ข
10. ง

เยE! จบเนือ้ หาแลEวนะครับ
นักเรียนคนเก6ง เจอกันเลม6

ตอ6 ไปครับ

นายธนวรรษนK เหงาE ดา ตำแหนง6 ครู วิทยฐานะครชู ำนาญการ โรงเรียนศรธี าตพุ ทิ ยาคม 28

บทเรยี นสำเรจ็ รปู เรื่อง การถา6 ยทอดลกั ษณะทางพันธุกรรม เลม6 1 ลักษณะทางพนั ธุกรรม 32

เอกสารอ-างอิง

นภาภรณK ธัญญา. (2553). ขยันกKอนสอบ วิทยาศาสตร) ม.3. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพKแมค จำกัด
ฝ¨ายวชิ าการสำนักพิมพKภูมิบัณฑติ . (2558). คKมู ือ-เตรียมสอบ วิทยาศาสตร) ม.3. กรุงเทพฯ : บรษิ ัทภูมบิ ัณฑิต

การพมิ พK.
ศรลี ักษณK ผลวัฒนะและคณะ. (2555). สอ่ื การเรยี นรเ-ู สรมิ สรา- งทกั ษะตามมาตรฐานและตัวชวี้ ดั ช้นั ปQ

กลุมK สาระการเรยี นรูว- ทิ ยาศาสตร) ชั้นมัธยมศกึ ษาปQท่ี 3 เลมK 2. กรงุ เทพฯ : สำนกั พิมพKนยิ มวทิ ยา
ศุภณัฐ ไพโรหกลุ . (2555). Essential Biology. นนทบรุ .ี : บรษิ ัทธนาเพลส จำกัด.
สถาบนั สง6 เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรKและเทคโนโลยี. (2555). หนังสอื เรียนรายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตร)

วทิ ยาศาสตร) 6. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พK สกสค.ลาดพราE ว
สถาบันส6งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแK ละเทคโนโลยี. (2556). คKมู อื ครู รายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตร)

วทิ ยาศาสตร) 6. กรุงเทพฯ : โรงพิมพK สกสค.ลาดพรEาว

แหลKงอา- งองิ ออนไลน)

รูปภาพกรอบคำถาม [ออนไลน]K . เขEาถึงไดEจาก URL : http://goo.gl/xqCzg9
(วันท่ีคEนขอE มลู 20 กนั ยายน 2557)

รูปภาพกรอบคำตอบ. [ออนไลน]K . เขาE ถงึ ไดจE าก URL : http://goo.gl/y750ED
(วนั ท่ีคนE ขอE มูล 20 กนั ยายน 2557)

รปู ภาพ DNA หัวขEอ [ออนไลน]K . เขาE ถงึ ไดEจาก URL : http://goo.gl/xDIIXN
(วนั ทค่ี นE ขอE มลู 20 กนั ยายน 2557)

รูปภาพ DNA หนาE ปก [ออนไลน]K . เขาE ถงึ ไดจE าก URL : http://goo.gl/QiPp4m
(วันทค่ี EนขEอมูล 20 กันยายน 2557)

29 นายธนวรรษนK เหงาE ดา ตำแหนง6 ครู วทิ ยฐานะครูชำนาญการ โรงเรยี นศรีธาตพุ ทิ ยาคม

33


Click to View FlipBook Version