คำนำ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราชการ 2560 มาตรา 57 รัฐตอ้ ง (1) อนุรักษ์ ฟน้ื ฟู และ
ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมและจารีตประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นและของชาติ
และจัดให้มีพื้นที่สาธารณะ สำหรับกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชน ชุมชน และ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ใช้สิทธิและมีส่วน ร่วมในการดำเนินการด้วย ภูมิปัญญาไทยมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ช่วยสร้างชาติให้เป็นปึกแผ่นมั่นคง สร้างความภาคภูมิใจและศักดิ์ศรีเกียรติภูมิแก่คนไทย สามารถปรับประยุกต์
หลักธรรมคำสอนทางศาสนาใช้กับชีวิตได้อย่างเหมาะสม สร้างความสมดุลระหว่างคนกับสังคมและธรรมชาติได้
อยา่ งย่งั ยืน ช่วยเปล่ียนแปลงปรับปรุงวถิ ชี ีวิตของคนไทยให้เหมาะสมได้ตามยุคสมยั
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอปากพลี ได้เล็งเห็นความสำคัญของ
ภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงได้จัดทำโครงการสำรวจฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น ปราชญ์ชาวบ้าน หรือปราชญ์ท้องถ่ิน
เพื่อให้ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น ปราชญ์ชาวบ้าน หรือปราชญ์ ท้องถิ่น เพื่อสืบสานและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถ่ิน
ที่สำคัญและมีประโยชน์ไว้ไม่ให้สูญหายไปจากชุมชน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น ปราชญ์
ชาวบา้ น หรือปราชญ์ทอ้ งถิ่น เล่มนีจ้ ะเปน็ ประโยชนต์ อ่ สาธารณชนในการศึกษาภูมิปญั ญาท้องถ่นิ ปราชญช์ าวบ้าน
หรือ ปราชญท์ ้องถ่ิน ต่อไป
ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอำเภอปากพลี
๒๕๖๔
1
โครงการสำรวจฐานขอ้ มูลภมู ปิ ญั ญาท้องถนิ่ ปราชญช์ าวบา้ น หรือปราชญ์ทอ้ งถน่ิ
อำเภอปากพลี จังหวดั นครนายก
ภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น ถือว่าเปน็ ส่ิงสำคญั ที่จะช่วยพัฒนาประชาชน เด็กและเยาวชน ให้เกิดการเรียนรู้
และการสร้างอาชีพเพื่อให้เกิดรายได้ ดังจะเห็นได้จากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542
(กระทรวงศึกษาธิการ 2542 หน้า 2) บัญญัติไว้ว่า ในกระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของสังคมโดย
การถ่ายทอดความรู้ การฝึกอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้า มุ่งปลูกฝัง
จิตสำนึกที่ดี ส่งเสริมศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนการอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติ
และส่ิงแวดลอ้ มอยา่ งสมดุลและย่งั ยืน
ความสำคัญและการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในเรื่องการเรียนรู้ไม่ว่าจะเป็นในสถานศึกษา การเรียนรู้
ตามอัธยาศัยของผู้ที่สนใจ เป็นเรื่องที่รัฐบาลทุกสมัยได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และในแผนการศึกษาแห่งชาติ
มีนโยบายและเป้าหมายการดำเนินงานที่มุ่งเน้นวัตถุประสงค์ให้พัฒนาคนอย่างรอบด้าน สร้างสังคมไทยให้เป็น
สงั คมคุณธรรมภูมปิ ญั ญาและการเรียนรู้ การพฒั นาสภาพแวดล้อมของสงั คมเปน็ ฐานในการพัฒนาสงั คม คุณธรรม
ภมู ปิ ัญญาและการเรียนรู้
ประเภทของภมู ิปัญญาท้องถ่ิน
ภูมิปัญญาท้องถิ่น หมายร่วมถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ชาวบ้าน คิดค้นขึ้น แล้วนำมาปรับปรุง แก้ไขพัฒนา
แก้ปัญหา เป็นทั้งสติปัญญาและองค์ความรู้ทั้งหมดของชาวบ้าน ดังนั้นจึงมีความครอบคลุมเนื้อหาสาระและ
แนวทางดำเนินชีวิตในวงกว้าง ภูมิปัญญาท้องถิ่นประกอบไปด้วยองค์ความรู้ในหลายวิชา ดังที่สำนักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาแห่งชาติ (2541) ไดจ้ ำแนกไว้รวม 10 สาขา คอื
1. สาขาเกษตรกรรม
หมายถึง ความสามารถในการผสมผสานองค์ความรู้ ทักษะ และ เทคนิคด้านการเกษตรกับ
เทคโนโลยี โดยการพฒั นาบนพ้ืนฐาน คุณค่าดัง้ เดมิ ซ่งึ คนสามารถพึ่งพาตนเองในสภาวการณต์ า่ งๆ ได้ เช่น การ
ทำการเกษตรแบบผสมผสาน การแกป้ ัญญา การเกษตร เปน็ ตน้
2. สาขาอตุ สาหกรรมและหัตถกรรม (ด้านการผลติ และการบรโิ ภค)
หมายถึง การรู้จัก ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการแปรรูปผลผลิตเพื่อ ชะลอการน ำเข้า
ตลาด เพื่อแก้ปัญหาด้านการบริโภคอย่างปลอดภัย ประหยัด และเป็นธรรมอันเป็นกระบวนการให้ชุมชนท้องถิ่น
สามารถ พ่งึ ตนเองทาง เศรษฐกจิ ได้ ตลอดท้ังการผลิตและการจัดจำหน่ายผลผลิตทางหัตถกรรม เชน่ การรวมกลุ่ม
ของกลมุ่ โรงงานยางพารา กลมุ่ หตั ถกรรม และอน่ื ๆ เปน็ ตน้
2
3. สาขาการแพทย์ไทย
หมายถงึ ความสามารถในการจดั การปูองกนั และ รักษาสขุ ภาพ ของคนในชุมชนโดยเน้นให้ชุมชน
สามารถพึ่งพาตนเองทาง ด้านสขุ ภาพและอนามัยได้
4. สาขาการจัดการทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม
หมายถึง ความสามารถเกี่ยวกับ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งอนุรักษ์
การพฒั นา และใช้ประโยชนจ์ ากคณุ ค่าของทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มอย่างสมดลุ และย่งั ยืน
5. สาขากองทนุ และธุรกจิ ชมุ ชน
หมายถึง ความสามารถในด้านบรหิ ารจัดการคา้ การ สะสมและบริการกองทุนและธุรกิจในชุมชน
ทงั้ ทีเ่ ปน็ เงนิ ตราและโภคทรพั ยเ์ พ่อื เสริมชีวติ ความ เปน็ อย่ขู องสมาชิกในชุมชน
6. สาขาสวัสดิการ
หมายถึง ความสามารถในการจดั สวสั ดิการในการประกัน คณุ ภาพชวี ิต ของคนให้เกิดความมั่นคง
ทางเศรษฐกจิ สังคม และวฒั นธรรม
7. สาขาศลิ ปกรรม
หมายถงึ ความสามารถในการผลติ ผลงานทางดา้ นศิลปะ สาขาต่างๆ เชน่ จติ กรรม ประติมากรรม
วรรณกรรม ทศั นศิลป์ คตี ศลิ ป์ เป็นต้น
8. สาขาการจัดการ
หมายถงึ ความสามารถในการบรหิ ารการจัดการดำเนนิ งานดา้ นต่างๆ ท้ัง ขององคก์ รชุมชน
องคก์ รทางสงั คมอ่ืนๆ ในสังคมไทย เช่น การจดั การองค์กรของกลุม่ แมบ่ า้ น ระบบผูเ้ ฒา่ ผ้แู ก่ในชุมชน เป็นต้น กรณี
ของการจดั การศึกษาเรียนรู้ นับได้วา่ เปน็ ภมู ปิ ัญญาสาขาการจัดการทีม่ ีความสำคัญ เพราะการจัดการศึกษาเรียนรู้
ดี หมายถงึ กระบวนการเรยี นรู้พัฒนา และถ่ายทอดความรภู้ มู ปิ ญั ญาไทยท่ีมปี ระสิทธผิ ล
9. สาขาภาษาและวรรณกรรม
หมายถึง ความสามารถผลิตผลงาน เกี่ยวกับด้านภาษา ทั้ง ภาษาถิ่น ภาษา โบราณ ภาษาไทย
และการใช้ภาษา ตลอดท้ังดา้ นวรรณกรรมทุกประเภท
10. สาขาศาสนาและประเพณี
หมายถึง ความสามารถประยุกต์และ ปรับใช้หลักธรรม คำสอนทางศาสนา ความเชื่อ
และประเพณีดั้งเดิมที่มีคุณค่า ให้เหมาะสมต่อการประพฤติปฏิบัติให้ บังเกิดผลดีต่อบุคคลและสิ่งแวดล้อม เช่น
การถ่ายทอดหลกั ศาสนา การบวชป่า การประยุกต์ประเพณบี ุญประทายข้าว เปน็ ตน้
3
ขอ้ มลู พืน้ ฐาน
อำเภอปากพลี จังหวดั นครนายก
คำขวญั อำเภอปากพลี
“สบื สานวัฒนธรรม งามลำ้ ธรรมชาติ พระธาตุศักดสิ์ ทิ ธิ์ พิพิธภณั ฑ์
พ้ืนบ้าน ตำนานไทย-ลาว-พวน มากลว้ นอาหารปลา”
ภาพทวี่ ่าการอำเภอปากพลี
ทม่ี า http://pakplee.go.th/public/activity/data/detail/activity_id/77/menu/141
ประวัตคิ วามเปน็ มา
แต่เดิมอำเภอนีช้ ื่อวา่ อำเภอบุ่งไร่ ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2436 ต่อมาในปี พ.ศ. 2448 ได้เปลี่ยนช่ือมาเป็น
อำเภอหนองโพธิ์ โดยรวมบ้านหนองโพธิ์และบ้านหนองน้ำใหญ่มาตั้งเป็นชื่อสถานที่ราชการ แต่เอาเฉพาะคำว่า
"หนองโพธิ์" และในปีเดียวกันได้ย้ายท่ีวา่ การอำเภอไปตัง้ ที่บา้ นท่าแดง ตำบลปากพลี พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น
อำเภอเขาใหญ่ เพราะท้องที่ได้ครอบคลุมถึงเขาใหญ่ ต่อมาในปี พ.ศ. 2452 ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น อำเภอปากพลี
ตามชื่อตำบลที่ตง้ั
เหตทุ ่ีช่ือ "ปากพลี" นนั้ เดิมในสมยั โบราณประชาชนส่วนใหญ่สัญจรไปมาโดยทางเรือ เนื่องจากถนน
หนทางยังไม่ได้รับความสะดวกเช่นสมัยนี้ และบริเวณปากคลองยางในฤดูน้ำหลากน้ำจะหมุนวน เรือที่ผ่านไปมา
มักจะร่มได้รับอันตราย บางคนอาจถึงแก่ชีวิต ดังนั้นประชาชนจึงร่วมใจกันสร้างศาลขึ้นเพื่อทำ "พลี" หรือ "พลี
กรรม" เป็นการทำบุญเซ่นสรวงแก่เทวดาหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ปากคลอง จึงเรียกชื่อคลองบริเวณนั้นว่า "คลอง
ปากพลี" และใชเ้ ป็นชื่อเรียกหม่บู ้านและตำบลปากพลตี ั้งแตน่ ้นั เปน็ ต้นมา
4
ในปี พ.ศ. 2457 ได้มีกฎหมายลักษณะปกครองท้องที่ คำว่า "อำเภอปากพลี" จึงตั้งเป็นช่ือ
ทางราชการ เมื่อมีการปรับปรุงเขตตำบลใหม่ ได้มีการแยกเขตพื้นที่ตำบลปากพลีออกเป็น 2 ตำบล และตั้งตำบล
ใหม่ เรยี กว่าตำบลเกาะหวาย ทวี่ ่าการอำเภอจงึ ตงั้ อย่ใู นเขตตำบลเกาะหวาย
ภาพแสดงตำแหน่งที่ต้ัง อาณาเขตตดิ ต่อ และการแบง่ เขตการปกครองของอำเภอปากพลี
ทมี่ า http://r01.ldd.go.th/dinthai/%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%
B2%E0%B8%A2%E0%B8%81/MAIN/NY/NY_02.html
ทีต่ ัง้ และอาณาเขต
อำเภอปากพลีตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียง
ดังตอ่ ไปนี้
- ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอเมืองนครนายก อำเภอปากช่อง (จังหวัดนครราชสีมา) และอำเภอ
ประจนั ตคาม (จังหวัดปราจนี บรุ ี)
- ทศิ ตะวนั ออก ติดตอ่ กบั อำเภอประจันตคามและอำเภอเมอื งปราจีนบรุ ี (จงั หวัดปราจีนบุรี)
- ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอเมืองปราจีนบุรี อำเภอบ้านสร้าง (จังหวัดปราจีนบุรี) และอำเภอเมือง
นครนายก
- ทศิ ตะวนั ตก ตดิ ตอ่ กบั อำเภอเมืองนครนายก
การแบง่ เขตการปกครอง 5
อำเภอปากพลีแบง่ พื้นทก่ี ารปกครองออกเป็น 7 ตำบล 51 หมบู่ า้ น 6 หม่บู ้าน
7 หมู่บ้าน
1. ตำบลเกาะหวาย (Ko Wai) 8 หมู่บ้าน
7 หมู่บ้าน
2. ตำบลปากพลี (Pak Phli) 7 หมู่บา้ น
9 หมู่บ้าน
3. ตำบลเกาะโพธ์ิ (Ko Pho) 7 หมูบ่ ้าน
4. ตำบลท่าเรือ (Tha Ruea)
5. ตำบลโคกกรวด (Khok Kruat)
6. ตำบลหนองแสง (Nong Saeng)
7. ตำบลนาหินลาด (Na Hin Lat)
สถานทส่ี ำคญั และสถานทท่ี ่องเที่ยว
ที่ว่าการอำเภอปากพลี ตั้งอยู่ริมถนนสุวรรณศร ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 33 บ้านท่าแดง
หมู่ที่ 3 ตำบลเกาะหวาย อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก หมายเลขโทรศัพท์ 0-3739-9699, 0-3739-9652
และหมายเลขโทรสาร 0-3739-9699
น้ำตกวงั มว่ ง
ตั้งอยู่ที่ตำบลนาหินลาด มีทางแยกซ้ายมือจากถนนสุวรรณศร (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 33)
ที่อำเภอปากพลี ไปยังน้ำตกวังม่วง ระยะทาง 16 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ไหลผ่านแนวหินเป็นระยะ ๆ แล้วไหลลง
มายังอา่ งรบั น้ำสดุ ท้าย มคี วามสวยงามของธรรมชาติ
ธุดงคสถานถาวรนิมติ ิ
ตั้งอยู่ที่บ้านบุ่งเข้ ตำบลหนองแสง จากตัวเมืองแยกซ้ายมือจากถนนสุวรรณศรไปตามทางหลวง
แผ่นดินหมายเลข 3239 (ต่อเขตเทศบาลเมืองนครนายกควบคุม-ท่าด่าน) ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร มีทาง
แยกขวามือเข้าไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร บรเิ วณธุดงสถานถาวรนิมติ มเี นื้อทป่ี ระมาณ 500 ไร่ อยู่ติดกับเทือกเขา
ใหญ่ที่รายล้อมด้วยภูเขาขนาดเล็กและปานกลาง บริเวณมีไม้ยืนต้นร่มรื่นและเงียบสงบ มีกุฏิปฏิบัติธรรมนับร้อย
หลัง ธุดงคสถานถาวรนมิ ิตน้อี ยูใ่ นความอุปถมั ภ์ของมลู นธิ ภิ าวรจติ ตถาวรโรวงศ์มาลัย
น้ำตกเหวนรก
น้ำตกเหวนรก เป็นน้ำตกที่มีหน้าผาสูงชัน จำนวน 5 ชั้น ลึกประมาณ 200 เมตร ตลอดลำน้ำมีโขด
หินตลอดแนว ตั้งอย่ใู นเขตอทุ ยานแห่งชาติเขาใหญ่ ในบรเิ วณ กม.ท่ี 24 บนทางหลวงหมายเลข 3077 จากบริเวณ
ลานจอดรถต้องเดินเท้าตอ่ ไปอกี ประมาณ 1 กม. โดยข้ามห้วยสมอปูน จนถงึ จุดชมน้ำตกชัน้ ท่ี 1
6
อ่างเกบ็ น้ำวงั บอน
ตั้งอยู่ในเขตตำบลนาหินลาด เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นอ่างเก็บน้ำที่น่าสนใจ
เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ใช้เส้นทางไปอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทางเข้าอ่างเก็บน้ำฯ จะอยู่ก่อนถึงด่านเก็บ
ค่าผ่านอุทยานฯ อยู่ทางด้านซ้ายมือ (ทางเข้าวัดธรรมขันธ์)ประมาณ 3 กม. ภายในอ่างเก็บน้ำฯ บรรยากาศร่มรื่น
กิจกรรมโรยตัวจากหน้าผา ผ่านน้ำตก ลงสู่อ่างเก็บน้ำ ผ่านเรือคยัคภายในอ่างเก็บน้ำ ช่วงหน้าฝน จะสังเกตเห็น
น้ำตกท่ตี กลงสูอ่ ่างเก็บน้ำไดอ้ ย่างชดั เจน สามารถไปเลน่ ยังน้ำตก ทง้ั สองท่ไี ด้
ประเพณีและวัฒนธรรมในพืน้ ที่อำเภอปากพลี จังหวดั นครนายก
1. ประเพณสี ารทพวน
ตําบลเกาะหวาย อําเภอปากพลี จังหวัดนครนายก ช่วงเวลาท่จี ดั วันแรม 14 คำ่ เดอื น 9
ภาพประเพณีสารทพวน
ท่ีมา https://www.stou.ac.th/offices/rdec/nakornnayok/main/onlineexhibitions/Nakhon%20nayok
/Nakhon-NayokPage4.html
7
ประวตั คิ วามเปน็ มา
ประเพณสี ารทพวน เปน็ ประเพณีหน่ึงของชาวไทยพวนทอ่ี พยพมาอยใู่ นจังหวดั นครนายก ซ่ึงมีมากทส่ี ุด
ทีอ่ ําเภอปากพลี ชาวพวนเหล่านย้ี งั คงยึดถือประเพณี วฒั นธรรมที่ปฏบิ ัติต่อกนั มาแต่คร้ังยงั อยู่ ทีป่ ระเทศลาว
ชาวไทยพวนในอําเภอปากพลี นับถือพุทธศาสนาเชน่ เดียวกับคนไทย ประเพณพี ธิ ีกรรมต่างๆ ท่ีชาวพวนถอื ปฏิบัติ
กนั ใน 1 ปี ก็จะมีลกั ษณะคล้ายและต่างกับของคนไทย ซึง่ บางอยา่ งมคี วามเปน็ เอกลักษณ์ ของชาวไทยพวน
ประเพณีวนั สารทในอําเภอปากพลี จะทําบุญวนั สารท 3 ระยะ คือ สารทพวน จะทําในหม่บู ้านไทยพวน ในวันแรม
14 ค่ำ เดือน 9 สารทลาว จะทําในหมู่บา้ นไทยลาวทุกบา้ นในวนั ขนึ้ 15 ค่ำ เดือน 10 สารทไทย ในวันแรม 15 ค่ำ
เดือน 10 ทุกหมูบ่ า้ นจะทําบุญสารทไทย รวมท้ังไทยพวนและไทยลาว ซ่ึงได้ ทําสารทพวนหรือสารทลาวไปแล้ว
ประเพณสี ารทชาวบ้านจะนํากระยาสารทพร้อมอาหารคาวหวานไปทาํ บุญที่ วัด ทางวดั จะนมิ นต์พระวัดในหมบู่ า้ น
อ่ืนท่ไี มไ่ ด้ทาํ สารทนั้นๆ มารว่ มดว้ ย เมอ่ื เสรจ็ พธิ ีแล้ว จะแบ่งกระยาสารท ให้กบั พระวัดอ่ืนที่รับนมิ นต์สําหรบั ไป
ฉันท่วี ัดของตน
ความมงุ่ หมายของประเพณี
ประเพณีสารทพวน เป็นประเพณีหนึง่ ของชาวไทยพวนทยี่ ึดถือปฏิบตั ิ เปน็ แนวทาง วิถีทาง ทํานอง
คลองธรรม มาตัง้ แตบ่ รรพบรุ ษุ เพอ่ื ส่ังสอนลูกหลานด้วยความเลอ่ื มใสศรัทธา อาจจะเปลีย่ นแปลงบา้ ง ตามยคุ
สมยั ทัง้ น้ีข้ึนอยู่กับอทิ ธพิ ลของวัฒนธรรมอน่ื ทแ่ี ทรกเข้ามาบดบงั สภาพเศรษฐกจิ และการเปลย่ี นแปลง ของสงั คม
ประเพณสี ารทพวน แสดงใหเ้ หน็ ถึงความพถิ ีพถิ นั ในการทํางาน เร่มิ ต้ังแต่การเตรียมวตั ถุดบิ วัสดุ อปุ กรณส์ าํ หรับ
การทํากระยาสารท การแสดงความมีนำ้ ใจ ความสามคั ครี ่วมแรงรว่ มใจกัน มีการชว่ ยเหลอื กัน ผู้ทที่ าํ เสร็จแลว้
กช็ ว่ ยผ้ทู ย่ี งั ทาํ ไม่เสรจ็ การแสดงความกตัญญตู ่อพนื้ ดินทํากิน โดยมกี ารนาํ สํารบั คาวหวาน และทาํ ห่อข้าว ไปใสใ่ น
นา และทาํ หาบผยี ่ีผีเจียงไปสง่ ไวน้ อกบ้านดว้ ย เพื่อสง่ ผลใหพ้ ชื ผลในไร่ นาอดุ มสมบูรณ์ ได้ผลผลติ มีกนิ ตลอดปี
ขัน้ ตอนปฏิบตั งิ านหรือพิธกี รรม
ชาวบา้ น ประเพณีสารทพวนมีข้นั ตอนปฏิบัติเป็นระยะๆ กล่าวคอื เม่ือถึงวนั แรม 8 ค่ำ จะเร่มิ นํา
ข้าวเปลือก ข้าวเหนียวมาแชไ่ ว้ 2 – 3 คืน แลว้ นํามาคั่ว ในวนั แรม 9 ค่ำ 10 ค่ำ นาํ ข้าวมา ตาํ เป็นข้าวเมา่ และค่ัง
ข้าวตอก วนั แรม 11 คำ่ 12 ค่ำ จะเป็นวนั รางข้าวเมา่ รางถัว่ รางงา วันแรม 13 ค่ำ จะเปน็ วนั กวนขนมกระยา
สารท ทกุ ครัวเรอื นจะทาํ กนั เอง ผู้ทท่ี ําเสร็จแลว้ ก็ช่วยผู้ท่ียังไมเ่ สร็จ เป็นการแสดงน้ำใจไมตรตี ่อเพ่อื นบ้าน วนั แรม
14 คำ่ เป็นวนั พระ ตอนเชา้ ไปตักบาตรท่ีวัด มีการนาํ สาํ รับคาวหวาน และนาํ ห่อข้าวไปบา้ นละ 5 – 6 หอ่ เพื่อ
นาํ ไปใส่ในนา และทําหาบ ผีย่ีผเี จียงไปส่งไว้ นอกบา้ นดว้ ย โดยจะใชห้ ม้อตาลใสข่ นมจีน ขนมสารท กบั ข้าวคาว
หวาน ผลไม้ต่างๆ เช่น เผือกมันท่ี ตม้ แล้ว ใส่รวมๆ กนั ลงในหม้อตาล นําไปไวใ้ นทุ่งนา ในวันสารทพวน ซึง่ เปน็ วัน
แรม 14 ค่ำ ชาวบ้านจะนํากระยาสารทพร้อมอาหาร คาวหวานไปทําบญุ ที่วดั ทางวัดจะนิมนต์พระวดั อนื่ ท่ี
หมบู่ ้านไม่ไดท้ ําสารทน้ันๆ มารว่ มดว้ ย เมอื่ เสร็จ พิธีแล้วจะแบง่ กระยาสารทให้กับพระวดั อื่นท่ีรบั นิมนตส์ าํ หรับ
นําไปฉันทวี่ ัดของตน หลงั จากเสรจ็ ส้ินการทาํ บญุ มีการรบั ประทานอาหารร่วมกันแลว้ ปจั จบุ นั ยังมีการ ประยกุ ต์
นาํ การละเล่นพื้นบา้ นของชาวพวน เชน่ ลําพวน ลาํ ตัด เปน็ ตน้ มาเล่นเพ่ือความสนกุ สนาน เพลดิ เพลิน และเป็น
8
การสบื ทอดการละเลน่ พนื้ บา้ นให้เยาวชนไดร้ ู้จกั และสบื สานตอ่ ไปดว้ ย ความเชื่อที่เกย่ี วข้อง การทํามาหากิน
ความเจรญิ รงุ่ เรืองแก่ครอบครัว
คณุ คา่ ของประเพณี
การแสดงความมีน้ำใจ ความสามคั คี ความร่วมมือรว่ มใจของคนในชมุ ชน
การสบื ทอดประเพณี
นอกจากชาวบา้ นในชมุ ชนทเ่ี ป็นเชื้อสายไทยพวนปฏบิ ตั ิตามประเพณีของตน เมือ่ ถึงวันสารทแล้ว ยงั มี
การจัดประเพณีสารทพวน โดยสภาวฒั นธรรมอาํ เภอปากพลี ศูนย์วฒั นธรรมไทย สายใยชมุ ชน วดั ฝั่งคลอง ตาํ บล
เกาะหวาย อําเภอปากพลี เป็นเจ้าภาพจัด และเชิญชวนชุมชนอืน่ ๆ เขา้ มามีส่วนร่วมในการจัด มีการเชิญชวน
สถานศึกษาในเขตตําบลเกาะหวาย ตําบลปากพลี ไดเ้ ข้ามา ศกึ ษา มีสว่ นรว่ มในการปฏิบตั ติ ามข้ันตอนของ
ประเพณี
สถานทจ่ี ดั
วัดที่เป็นศูนย์รวม ได้แก่ วัดเกาะหวาย และวัดฝั่งคลอง ตําบลเกาะหวาย อําเภอปากพลี จังหวัด
นครนายก วดั ในเขตตําบลอน่ื ๆ ท่ีเป็นชมุ ชนไทยพวน
2. ประเพณีกวนขา้ วทิพย์
ภาพประเพณกี วนขา้ วทพิ ย์
ท่มี า http://ww2.nakhonnayok.go.th/travel1
9
ประวัติความเป็นมา
เปน็ พิธีกรรมของศาสนา พราหมณท์ ่มี สี อดแทรกเข้ามาปะปนในพธิ ีกรรมทางพุทธศาสนา เพ่อื ถวาย
แด่พระภิกษุสงฆ์ และบชู าพระรัตนตรัยอุทิศสว่ นกุศล ให้แก่ผู้ตาย ประเพณีกวนขา้ วทิพย์ เปน็ พระราชพิธที ี่กระทำ
กนั ในเดือน 10 ซงึ่ มีมาตง้ั แต่สมัยสโุ ขทยั และกรุงศรีอยุธยา เป็นราชธานี และไดร้ บั การฟืน้ ฟคู ร้ังใหญ่ ในสมัย
รัชกาลที่ 1 และมาละเวน้ เลิกรา ไปในสมัยรชั กาล ที่ 2 และรชั กาลที่ 3 แล้วมาได้รบั การฟนื้ ฟู อกี คร้ังหนง่ึ ในสมยั
รัชกาลท่ี 4 เป็นตน้ มา
แต่ในปจั จุบนั น้ี สว่ นใหญจ่ ะจัดกันในเดือน 12 บางแห่งกเ็ ดือนหนง่ึ ซ่งึ คงจะถอื เอาระยะทีข่ ้าวกลา้
ในท้องนามรี วงขาวเปน็ น้ำนม ของแตล่ ะปี และชาวบา้ นก็มีความพร้อมเพรียงกัน ในจังหวัดสิงห์บรุ ีบริเวณท่ียังคง
รักษาประเพณีกวน ขา้ วทิพย์ มเี หลอื อยู่เพยี ง 3 หมบู่ ้าน คือหมู่บา้ นพัฒนา โภคาภิวฒั น์ หมู่บา้ นวัดกฎุ ที อง
หมู่บา้ นในอำเภอพรหมบรุ ี ยงั คงรูปเค้าโครง ของการรกั ษาประเพณี และมีความเชอ่ื ถือ อยา่ งม่ันคง เปน็ แบบอยา่ ง
ที่ดี ซง่ึ แฝงดว้ ยจริยธรรมและคติธรรมอยูม่ าก ที่สมควรนำมากล่าวถึงคือ ความพรอ้ มเพรียงของ ชาวบ้านท้งั ท่ีทำนา
และไมไ่ ด้ทำนาถึงเวลาก็มาร่วมจดั ทำและ ชว่ ยเหลือโดยยึดถอื ความสามัคคเี ป็นหลัก
ขน้ั ตอนการปฏบิ ัติหรือจดั พธิ กี รรม
เปน็ พิธที ่ีมีความยงุ่ ยากสลบั ซับซอ้ นมาก ต้องมีการตระเตรียมขา้ วของตา่ งๆ จำนวนมาก อาทิ นม
เนย ข้าวตอก น้ำนม นำ้ อ้อย น้ำผ้งึ มะพร้าว งา ถั่วตา่ งๆ แต่สงิ่ ของเครอ่ื งปรงุ ข้าวทิพย์ ไดเ้ ลอื ก คงไว้ 9 ส่ิง คอื ถั่ว
, งา , นม , นำ้ ตาล , น้ำผึง้ , น้ำออ้ ย เนย และน้ำนมทีค่ นั้ จากรวงข้าวและยังคงรักษารปู เดิมไว้ โดยมีพราหมณ์ เข้า
พธิ ี มีสาวพรหมจารซี ่ึงจะพิถีพิถนั คัดเลอื กจากหญิงสาว ที่ยังไม่มีดอกไม้ (ระดู) ดว้ ยต้องการบริสุทธ์ิสำหรบั สาว
พรหมจารีทจี่ ะเข้าร่วมพิธี ต้องสมาทานศลี 8 และต้องถือ ปฏบิ ตั ิตามองค์ศีลอยา่ งมน่ั คง แม้ที่พักกจ็ ดั ใหอ้ ยู่สว่ น
หน่งึ จนกระทัง่ ถึงเวลาถวายข้าวทิพย์แก่ พระสงฆ์ ในตอนเช้าจงึ จะหมดหนา้ ทว่ี ตั ถุท่กี วน ได้แก่ นำ้ นมโคสด
(ปจั จบุ ันใชน้ มขน้ หวานแทน) น้ำผ้ึง น้ำออ้ ย ชะเอมเทศ นำ้ ตาลกรวด นำ้ ตาลหม้อ ข้าวตอก ข้าวเม่า ธญั พชื ต่าง ๆ
ท่คี วั่ สกุ ถ่ัว งา ลูกเดือย เมล็ดแตง เผอื กมนั เมลด็ บวั มะพร้าวแก่ มะพรา้ วอ่อน ผลไม้สด ผลไม้แห้ง เช่น มะม่วง
กลว้ ย ทเุ รียน ละมดุ ลำไย ส้ม ขนุน เปน็ ตน้ ทง้ั นีแ้ ลว้ แต่ความเหมาะสมเทา่ ท่ีจะหาได้หรอื ปรบั ปรงุ ใหม้ รี สชาติ
หอมหวานอร่อย ตามความต้องการของผกู้ วนในแตล่ ะท้องถ่นิ บางท้องที่อาจใช้ผลไม้ชนิดต่างๆ
การจัดเตรียมการในพิธีกวนข้าวทพิ ย์ ตอ้ งจดั เตรียมส่งิ สำคัญดงั น้ี
- ตอ้ งปลกู โรงพธิ ขี น้ึ 1 หลัง ใหก้ วา้ งใหญ่พอสมควร เพ่ือต้งั โตะ๊ บชู าพระพุทธรปู อาสน์สงฆ์ โต๊ะ
บูชาเทวรูป และที่ซึง่ ผู้เข้ารว่ มพิธี คอื พราหมณ์ โหร (ผทู้ ่มี ีความรู้ในพิธกี รรมอย่างดี) เทพยดา นางฟ้า นางสุชาดา
สาวพรหมจารี และทายก ทายิกา ฯลฯ นั่งฟังพระสงฆเ์ จริญพระพทุ ธมนต์ และก่อเตาตั้งกะทะกวนภายในโรงพิธี
จัดหาพายสำหรับกวนกะทะละ 3 เล่ม จัดหาฟนื ให้เพียงพอและตากใหแ้ ห้งสนิท โรงพธิ ที าสีขาว เคร่อื งประดบั
ตกแต่งควรใชเ้ คร่ืองขาว ตั้งราชวัฏ ฉตั ร ธง ผกู ต้นกล้วย อ้อย ทัง้ 4 มมุ หรือครบ 8 ทิศยงิ่ ดี แล้วยกศาลเพยี งตา
ขน้ึ ไว้ในทิศทีเ่ ป็นศรีของวัน คือ ทิศที่เทวดาสถติ ในวนั กวน ต้งั เคร่อื งสังเวย คอื หวั หมู บายศรี เปด็ ไก่ ขนมตม้ แดง
10
ขนมตม้ ขาว มะพร้าวอ่อน กล้วย และมีการจดั ท่นี ั่ง การใหโ้ หร นั่ง 1 ท่ี และจัดใหเ้ ทวดาและนางฟา้ น่งั เรยี งแถว
หน้ากระดานดังนี้
แถวท่ี 1 จดั ให้ทา้ วมหาพรหมกบั พระอินทร์นง่ั ข้างหน้า
แถวที่ 2 มหาราชท้ังสี่
แถวท่ี 3 นางฟา้
แถวที่ 4 นางสุชาดา นง่ั ข้างหน้าสาวพรหมจารี
– จดั เตรียมตะลอมพอก หรือยอดเทวดา 6 ยอด ท่สี มมติวา่ เป็นทา้ วมหาพรหม พระอินทร์
(ท้าวสกั กะ) ท้าวธตรฐ ทา้ ววริ ุฬหก ทา้ ววริ ูปกั ข์ ท้าวเวสวัณ มงกฎุ นางฟ้า 4 และมงคลสวมศีรษะ สาวพรหมจารี
ใชม้ งคลด้ายแบบมงคล ตัดจุก หรอื ใชด้ อกมะลริ ้อยให้เปน็ วงกลม เรียก มงคลดอกไม้ ให้ครบจำนวนเตาละ 2 คน
สมมติวา่ เป็นบรวิ ารของนางสุชาดา
ศาสนพิธี
จัดทบ่ี ชู า 2 ที่ คือ
1. โต๊ะบูชาพระพุทธรูปหันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก หรือทิศเหนือ ถ้าสถานที่ไม่อำนวย มี
ไม้ มหาโพธ์ิใส่กระถางต้ังไว้ด้านหลงั พระพทุ ธรูป สว่ นประกอบอน่ื เหมือน การจดั ต้งั โตะ๊ หมบู่ ชู าท่วั ไป
2. โต๊ะบูชาเทวรูป มีพระพรหม พระอิศวร พระนารายณ์ เป็นต้น สุดแต่จะหาได้ พระฤาษี 5 ตน
ถา้ หายากก็ต้องใหไ้ ด้อย่างน้อย 1 ตน สมมติเปน็ ฤาษกี ไลยโกฏ มีเครือ่ งบชู าเช่นเดยี วกัน จัดต้งั อาสนะสงฆ์ ดา้ นซ้าย
ของโตะ๊ หมบู่ ูชาพระพุทธรูป ใหส้ ูงกว่าพื้นท่ี สปั บุรุษทายก ทายิกา และผเู้ ข้าร่วมพธิ นี ่ัง
อุปกรณใ์ นการกวนขา้ วทพิ ย์ ประกอบดว้ ย
1. เตา ทาํ จากถงั น้ำมนั ขนาด 500 ลิตร นาํ มาตัดใหม้ คี วามสูงประมาณ 2 ฟตุ
2. กระทะใบบัว
3. พายไม้
อุปกรณ์ในการปรงุ ประกอบด้วย
1. ข้าว ใชแ้ ปง้ ข้าวเหนยี ว และแปง้ ขา้ วเจา้
2. ถว่ั ลิสง
3. งาดํา งาขาว
4. น้ำผึง้
5. น้ำตาลทราย
6. นมขน้ หวาน
7. มะพรา้ ว คั้นเอาแต่กะทิ
8. เนย
11
ส่วนผสมท่ตี ้องเตรียมกอ่ นวนั ประกอบพิธใี นกวนข้าวทพิ ย์
1. ถ่วั ลสิ ง ค่ัวใหเ้ หลอื ง มีกล่นิ หอม หลงั จากน้นั นาํ มาทําการกะเทาะเปลือกท้งิ นาํ ไปเขา้
เครื่องบด
2. งาขาวและงาดํา ค่ัวใหเ้ หลอื ง มีกลนิ่ หอม ทิ้งไวใ้ หเ้ ย็นนําไปใส่ครกตําใหล้ ะเอียด
3. มะพร้าว นาํ ไปปลอกเปลอื กกะเทาะกะลาท้ิง เอาแต่เน้อื มะพรา้ ว จะนํามาใสเ่ คร่ืองขูดมะพร้าว
ในตอนเช้ามืดของวันที่จะประกอบพิธี เพื่อให้ได้กะทิสดมีกลิ่นหอม เครื่องปรุงที่เป็นส่วนประกอบดังกล่าวข้างตน้
นาํ ใสห่ มอ้ ปิดฝาให้เรียบร้อย เตรยี มทีจ่ ะประกอบพิธี กวนในวนั รุ่งข้ึน (วนั ข้นึ 15 ค่ำ เดอื น 6)
ขน้ั ตอนการดำเนนิ การกวนข้าวทพิ ย์
ช่วงเชา้ ชาวบา้ นมารว่ มทําบญุ ตกั บาตรที่ศาลาวัด หลังจากนั้นจึงมาเร่ิมพธิ ีกวนขา้ วทิพย์ โดยมี
รายละเอยี ดข้ันตอนดงั น้ี
1.นําเครอื่ งปรงุ เตรียมไว้ทุกอย่างเทใสก่ ระทะใบบวั คนใหเ้ ข้ากัน ไม่มีสตู รในการกาํ หนดอัตราส่วน
ของเคร่อื งท่แี น่นอน จาํ นวนขา้ วทพิ ย์จะมากน้อยขน้ึ อยกู่ บั วัตถดุ ิบทมี่ ี ดงั น้นั รสชาตใิ นแตล่ ะปจี ะไม่เหมอื นกนั
2. ก่อนเริ่มกวนข้าวทิพย์พระสงฆ์จะประกอบพิธีกรรมทางศาสนา โดยพระสงฆ์จะเป็นผู้ทําพิธี
บชู าพระรัตนตรยั จากนัน้ สวดเจริญพระพุทธมนตธ์ มั มจกั รกปั ปวตั นสตู ร
3. สาวพรหมจรรย์ จำนวน 4 – 5 คนนุ่งขาวห่มขาว เร่ิมกวนขา้ วทพิ ย์ เมื่อพระสงฆ์ เจรญิ พระ
พทุ ธมนตร์จบนักเรยี นก็จะเปลย่ี นให้ประชาชนที่มารว่ มกจิ กรรมเป็นผ้กู วนต่อไปจนกวา่ จะเสรจ็ ใช้เวลากวน
ประมาณ 3 ชวั่ โมงเมือ่ เสรจ็ แลว้ กจ็ ะแบ่งปันขา้ วทิพยห์ รือขา้ วมธปุ ายาส ไปรับประทาน ถือว่าเป็นของดี ก่อให้เกิด
ความเป็นสริ มิ งคลแก่ตน และนาํ ไปฝากบุคคลในครอบครวั หรอื ผทู้ ตี่ นเคารพนบั ถือ ก่อนกลับบา้ นทุกคนชว่ ยกนั
เกบ็ อุปกรณ์ ลา้ งทําความสะอาด จดั เก็บสถานที่ใหเ้ รียบร้อย ซงึ่ สะท้อนใหเ้ ห็นความรัก ความสามัคคใี นหมู่คณะ
ชาวบ้าน ซึง่ น่าจะต้องร่วมกันอนรุ ักษ์ สบื ทอดประเพณีอันทรงคุณคา่ อยู่คกู่ ับชาวลานกระบือสบื ไป
12
3. ประเพณสี ารทไทยและแขง่ เรอื
ภาพประเพณสี ารทไทยและแข่งเรือ
ทม่ี า https://nut2nutyou.wordpress.com/%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%
98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%
E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%93%E0%
B8%B5/
ประวัตคิ วามเปน็ มา
ประเพณสี ารทไทย คำวา่ “สารทไทย” หมายถงึ เทศกาลทำบญุ สน้ิ เดอื นสบิ ของไทย จะตรงกับ
วนั แรม 15 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี ซ่ึงมักจะตกราว ๆ ปลายเดอื นกันยายนถึงเดือนตุลาคม วันสารทไทย ก็คอื
13
ประเพณที ำบุญกลางปเี พอื่ ให้เกิดความเปน็ สิริมงคลแก่ตนเองทมี่ ีชวี ติ ผา่ นพน้ เวลามาได้ถึงกง่ึ ปี ในขณะเดียวกันก็
ถอื โอกาสทำบญุ อทุ ิศสว่ นกุศลให้แกบ่ รรพชน เพ่ือแสดงความกตญั ญรู ู้คุณไปดว้ ย โดยขนม ท่นี ิยมใช้ทำบุญในช่วงนี้
คอื กระยาสารท ข้าวยาคู หรือขา้ วทิพยห์ รอื ขา้ วมธุปายาส หนงั สือพระราชพิธีสิบสองเดือนได้กล่าวไว้ ว่า สารท
ซงึ่ เปน็ นักขัตฤกษ์ (งานรน่ื เริงตามธรรมเนียมตามฤดูกาล) เปน็ ทีน่ ยิ มของคนทงั้ ปวงทัว่ ไปว่าเปน็ สมยั ท่ีได้ทำบญุ
เมอ่ื ปีเดือนวนั คนื ล่วงมาถึงกง่ึ กลางรอบ ด้วยเหตวุ ่า เราถือเอากำหนด พระอาทิตย์ลงไปท่ีสุดทางใต้ กลบั มาเหนือ
ถึงกง่ึ กลางปีเปน็ ต้นปี ครัน้ เม่ือพระอาทติ ย์ขน้ึ ไปเหนือจนสดุ ทางจะกลบั ลงใต้ มาถึงก่ึงกลางกเ็ ปน็ พอบรรจบ
กึง่ กลางปี” พูดง่ายๆ กค็ ือ วันสารทไทย ถือเป็นวันทำบญุ กลางปี ด้วยว่าสมัยก่อนเราถือเอาวันสงกรานต์ ซึง่ อยู่
ในชว่ งเดอื นเมษายน เปน็ วนั ขึ้นปใี หม่ ดังนนั้ ช่วงเดือนสบิ จึงตกราวกลางปีพอดี คนท่ัวไปจงึ นิยมทำบุญเพื่อความ
เปน็ สริ มิ งคลแก่ชวี ิต เสมอื นเปน็ การเตอื นใจตวั เองวา่ ชวี ิตได้ดำเนินผ่านมาถึงกงึ่ ปแี ลว้ ชวี ติ ข้างหนา้ ทเ่ี หลือควรจะ
ไดส้ ร้างบญุ กุศลไวเ้ พ่อื ความไม่ประมาท ซึง่ นอกจากการทำบุญดังกล่าวแล้ว ยงั มีการทำบุญอทุ ิศส่วนกศุ ลไปให้แก่
บรรพบรุ ุษผลู้ ว่ งลบั อีกดว้ ย พระยาอนุมานราชธนได้เขยี นเล่าในหนังสอื เทศกาลและประเพณีไทยว่า คำว่า “สารท”
เป็นคำอินเดีย หมายถึง “ฤด”ู ตรงกับฤดูในภาษาอังกฤษท่เี รยี กว่า “ออตอม” อันแปลว่า ฤดูใบไมร้ ่วง ซง่ึ จะมี
เฉพาะบางเขตของโลกอย่างยุโรป จีน และอนิ เดียตอนเหนือเท่านัน้ ชว่ งน้ันเป็นระยะที่พืชพันธ์ุธญั ชาติและผลไม้
เรม่ิ สุก และให้ พชื ผลครงั้ แรกในฤดู ดังนัน้ ประชาชนจึงรูส้ ึกยนิ ดี และถือเป็นเทศกาลแห่งความรนื่ เริง จึงมักทำพิธี
ตามความเชอ่ื และเลี้ยงดูกนั อยา่ งทเ่ี รยี กวา่ “Seasonal Festival” โดยบางแห่งก็จะมีการนำพืชผลทเี่ กบ็ เกี่ยวได้
คร้ัง แรกทเี่ รยี กวา่ “ผลแรกได”้ น้ไี ปสังเวยหรอื บชู าส่ิงศักดส์ิ ทิ ธ์ิทีต่ นนบั ถือ เพื่อความเปน็ สิรมิ งคล และแสดง
ความเคารพทีท่ า่ นชว่ ยบันดาลให้พืชพนั ธ์ุธญั หารอดุ มสมบูรณ์จนเก็บ เกี่ยวได้ เช่น พิธีปงคลั ในอินเดียตอนใต้
ท่ีมพี ิธีตม้ ขา้ วกับนำ้ นมทำเปน็ ขนม เรียกว่า ข้าวทิพย์ข้าวปายาสถวายพระคเณศ เปน็ ตน้ สว่ น สารทเดอื นสบิ
อนั หมายถึงการทำบญุ เดือนสิบ หรอื วันสารทไทยของเราน้ัน พระยาอนุมานราชธนได้สนั นิษฐานว่า น่าจะนำมาจาก
คตขิ องอนิ เดีย เกยี่ วกับความเช่ือเร่อื ง ผลแรกได้ อยา่ งทก่ี ล่าวขา้ งตน้ เช่นกนั แตช่ ว่ งเกบ็ เกย่ี วขา้ วในฤดูสารทหรือ
ช่วงฤดูใบไมร้ ว่ งของบางประเทศทว่ี า่ จะตกอยู่ในราว ๆ เดอื น 10 ทางจันทรคติของไทย ซึ่งโดยความจริงข้าวของ
เราจะยงั ไมส่ ุก มีเพียงผลไม้บางชนิดเท่านั้นท่ีสุก ครน้ั เรารับความเชื่อนี้มา จงึ มีปรบั เปล่ียนใชข้ า้ วเก่าทำเปน็
ข้าวเม่า ผสมกบั ถ่วั งาและสงิ่ อ่ืนกลายเปน็ ขนมกระยาสารท ขน้ึ มา ซงึ่ เมือ่ แรกๆก็คงมีการนำไปสังเวยเทวดา และ
ผสี างต่างๆ ตามความเชื่อดั้งเดิมด้วย ต่อมา เม่ือเรานับถอื ศาสนาพทุ ธ จึงไดเ้ ปล่ียนมาเป็นการทำบุญถวายพระ
และมกั มกี ารกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลแดบ่ รรพบรุ ุษผลู้ ว่ งลบั ตามความเชอื่ เดมิ ที่ ว่าหากไม่ ไดท้ ำบุญตักบาตรกระยา
สารท ผปี ่ยู ่าตายายจะไดร้ บั ความเดอื นรอ้ นอดๆอยากๆ เท่ากบั ลูกหลานไมก่ ตัญญู นอกจากนี้ ระยะเวลาดงั กลา่ ว
ยังเปน็ ช่วงกล้วยไขส่ ุกพอดี จึงมกั ถวายไปพร้อม ๆ กัน การทำบญุ เดือนสิบนีม้ ีในหลายภูมิภาค เช่น ทางอีสาน
เรียกวา่ บญุ ขา้ วสาก หรือสลากภัต เป็นหน่งึ ในฮีตสบิ สอง อันเปน็ การทำบญุ อทุ ิศใหผ้ ตู้ ายหรือเปรต โดยข้าวสากจะ
ทำด้วยข้าวเมา่ ข้าวพอง ขา้ วตอกคลุกเขา้ กันผสมกบั น้ำตาล น้ำออ้ ย ถ่ัว งา มะพร้าวคล้ายๆ กระยาสารทของภาค
กลาง โดยมักจะทำราวกลางเดอื นสิบ หา่ งจากการทำบุญข้าวประดับดิน ที่ทำในช่วงสนิ้ เดอื น 9
14
ขั้นตอนปฏิบตั งิ านหรือพิธกี รรม ดงั นี้
– ประชุมคณะกรรมการจัดงานประเพณีสารทไทยและแข่งเรือจังหวัดนครนายก เพ่อื รับทราบผล
การดำเนนิ การในปีท่ีผา่ นมา และกำหนดการจัดงานในปีต่อไป
– ขอพระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศ การแข่งขันเรอื ยาวประเพณีสารทไทย ประเภท 30 ฝีพาย
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี
– เชิญชวนเรอื ยาวจากจงั หวดั นครนายก และจังหวัดใกล้เคียงเขา้ ร่วมการแขง่ ขนั
– ประชาสมั พันธง์ าน และตดิ ตอ่ ประสานงานผ้เู ก่ยี วข้อง
– ออกกฎ ระเบยี บ กติกาการแข่งขนั จบั สลากแบ่งสายจัดทำโปรแกรมการแขง่ ขันเรือยาว
– ประกอบพธิ ีทำบญุ ตักบาตร เนื่องในประเพณีสารทไทย
– ดำเนินการแข่งขันเรือยาวประเพณี ประเภท 30, 12 และ 7 ฝีพาย
– สรุป ประเมินผล รายงาน การจัดงานโครงการ
4. ประเพณเี อาะเฮือน (ขึน้ บา้ นใหมข่ องชาวไทยพวน)
ภาพประเพณีเอาะเฮอื น (ขึ้นบ้านใหม่ของชาวไทยพวน)
ทม่ี า https://www.stou.ac.th/offices/rdec/nakornnayok/main/onlineexhibitions/Nakhon%20
nayok/Nakhon-NayokPage3.html
ประเพณีเอาะเฮือน (ขึ้นบ้านใหม่ของชาวไทยพวน) เมื่อได้ฤกษ์ได้วันแล้วจะมีการขึ้นบ้านใหม่ ส่วน
ใหญ่จะนิยมขึ้นบ้านใหม่ในช่วงเวลากลางวัน ตั้งแต่เวลาเช้า พระอาทิตย์ขึ้นรุ่งอรุณ ไปจนถึงเวลาบ่ายและเย็น
แล้วแต่ฤกษ์
15
ประวตั คิ วามเป็นมา
ประเพณเี อาะเฮอื น เป็นประเพณีขนึ้ บ้านใหม่ของไทยพวนทส่ี ืบทอดประเพณีต่อเนื่องกันมาต้ังแต่
ครั้งโบราณ จนกลายเปน็ วฒั นธรรมที่ยังคงปฏิบัติสืบทอดกนั มาจนถึงสมยั ปัจจุบนั วถิ ชี ีวติ ของชาวชนบท ไทยพวน
นัน้ สังคมครอบครัวมีความเป็นอยทู่ ผ่ี กู พันกนั ในหมู่เครือญาติ เมอ่ื มีครอบครวั กจ็ ะอยรู่ วมกันใน เรอื นหลังเดียวกนั
เมอื่ มสี มาชกิ ในครอบครวั เพิ่มมากขน้ึ ก็จะแยกตัวออกไปปลูกสรา้ งเรอื นใหม่ แตห่ ากแต่งงานแล้วยังไมม่ สี มาชิก
มาก หรอื ผทู้ ี่แต่งงานใหม่ ก็อาจยงั คงอยู่รวมกันกบั พ่อแม่ และเมื่อเห็นว่าในครัวเรอื นนั้นมสี มาชิกมากเกินไปแลว้
หรือมีความพรอ้ มทีจ่ ะสรา้ งบ้านเรือนขน้ึ ใหม่ ก็จะแยกตัวออกไปปลกู สรา้ งเรือนทเี่ รยี กว่าเรือนหอ แต่ยังคงปลูก
เรอื นใกล้กบั เรือนของพ่อแมน่ ั้นเอง เมื่อสร้างบ้านเรือนเสรจ็ แลว้ ก็ จะต้องทําบญุ ข้นึ บ้านใหม่ ประกอบพิธีตามท่ี
เช่อื ถอื กันว่าเป็นสริ มิ งคล นาํ ความสุขความเจริญมาสคู่ นในครอบครัว
ความมงุ่ หมายของประเพณี
ประเพณีเอาะเฮือน ของไทยพวน ตาํ บลเกาะหวาย อําเภอปากพลี จงั หวัดนครนายก ได้จดั ให้มี
ประเพณเี อาะเฮอื นขนึ้ เป็นการประกอบพิธตี ามทเ่ี ช่ือถอื กันวา่ เปน็ สริ ิมงคล นาํ ความสุขความเจริญมาสคู่ น
ในครอบครัว และยังเป็นการสบื ทอดประเพณีของชาวไทยพวน ซึง่ ได้ยึดถือปฏิบตั ิมาชา้ นาน
ขนั้ ตอนปฏิบตั งิ านหรือพธิ ีกรรม
ประเพณเี อาะเฮอื น ท่ีชาวไทยพวน ตําบลเกาะหวาย อําเภอปากพลี จังหวดั นครนายก ได้ปฏิบัติ
สบื ทอดกันมาจากบรรพบรุ ุษจนถงึ ปัจจุบนั กล่าวคือ เมอื่ ได้ฤกษย์ าม สิง่ ที่ต้องเตรียม มีดังนี้
การเตรียมอปุ กรณ์ ในพิธีเอาะเฮอื น
มีการเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ 2 ฝา่ ย คอื
ฝา่ ยที่ 1 อุปกรณท์ ี่จัดเตรียมไว้ทเ่ี รือนหลังใหม่
ฝา่ ยที่ 2 อุปกรณ์ทเ่ี ตรยี มไว้ในขบวนแห่
ฝา่ ยเรอื นหลงั ใหม่ จะต้องเตรียมการดังน้ี
– ทําความสะอาดภายในเรอื น
– หาต้นกลว้ ยกบั ต้นออ้ ยทส่ี ด อยา่ งละ 2 ตน้ มที ้งั ใบและราก พร้อมทจี่ ะนําไปปลกู ได้เลย
– นาํ ตน้ กลว้ ย ต้นอ้อยผูกไวท้ ่ีมมุ ห้องท้ังสดี่ า้ น (มีความหมายว่าผู้ท่ีมาอยู่อาศยั จะได้เจริญ
งอกงามแตกลกู แตกหลานดุจกลว้ ยออกหน่อและ อยู่อย่างสขุ สบายสดชื่น รนื่ รมยห์ อมหวานดจุ รสหวานของอ้อย)
– เตรยี มทีป่ ักเทียน (เมื่อขบวนแหไ่ ด้รบั อนุญาตให้ขนึ้ เรือนได้ ผู้ร่วมขบวนไดน้ าํ เทยี นไปปักที่
เดยี วกนั )
– เตรยี มก้อนเสา้ 4 ก้อน (มชี ือ่ วา่ กอ้ นแก้ว,กอ้ นคํา,กอ้ นเงิน และกอ้ นเสา้ )
– หม้อตม้ และหวด อย่างละ 1 ลกู
– ฟนื หลัว 3 - 4 ดนุ้
16
– ไมข้ ีดไฟ 1 กลดั
– แผน่ ไมผ้ กู ตดิ ไว้ท่ีเสาเอก (ถ้าบ้านก่ออิฐถือปูน)
– บายศรีสขู่ วญั 1 คู่ (ถา้ เจา้ บา้ น 2 คน) หรือพ่มุ เดยี ว (ถา้ เจ้าบา้ นคนเดียว)
– ไกต่ ม้ 1 ตัว
– ข้าวสวย 2 ถ้วย
– ไขต่ ม้ 2 ฟอง
– นำ้ 2 แก้ว
– ดอกไม้ ธูป เทียน (ขันธ์ 5)
– ฝา้ ยผูกแขน (รบั ขวญั เจา้ บา้ น) ตัดไว้เรยี บรอ้ ย
– อาหาร และเครอ่ื งด่ืมไวร้ บั รองแขกมารว่ มงาน (ภายหลังเสร็จพิธกี จ็ ะเลี้ยงดูกนั ตามสมควร)
ฝ่ายขบวนแห่ ในขบวนแห่จะประกอบไปดว้ ยผ้ถู ืออปุ กรณ์ต่าง ๆ อาทิ
– เครื่องนอน
– เสื้อผา้ (หบี หรือ กระเปา๋ )
– เครอื่ งครวั เชน่ ขา้ วสาร หอม กระเทยี ม พรกิ แห้ง หมอ้ ถ้วย จาน ชาม ช้อน เขียง
มีด หม้อ ไห ฯลฯ
– เครื่องมือทํามาหาเลี้ยงชพี เช่น สุ่ม แห ฉมวก ลอบ ไซ มีด พร้า เสียม ขวาน (สมัยนี้
อาจจะมรี ถจักรยานยนต์,โน้ตบคุ๊ ) ฯลฯ
ผนู้ ําขบวน (พ่อเซอ้ ), เจ้าของบา้ น, บุคคลมารว่ มขบวน จุดเทียนสว่าง เมือ่ ได้ฤกษ์จะโห่สามลา
สมยั ก่อนดนตรีใช้ประกอบมีเพียงฆ้องลูกเดียว เม่ือโหแ่ ล้วก็จะตฆี ้องเปน็ จังหวะ ให้เร่ิมเคลื่อนขบวน แต่สมยั นี้
อาจจะประยกุ ต์กลองยาว มีผฟู้ ้อนรํานาํ หนา้ ขบวนแห่ก็ได้ ไปต้งั หลักปักฐานใหม่ทีเ่ รือนหลังใหมค่ วามมุ่งหมายก็คือ
จดั หาอุปกรณเ์ พ่ือควรแต่งกายอย่างสุภาพสวยงามทุกคน ขบวนจะเรมิ่ ตน้ ควรแต่งกายอย่างสุภาพสวยงามทุกคน
ขบวนจะเริม่ ตน้ ห่างจากเรือนหลงั ใหมป่ ระมาณ 100 เมตร ขณะขบวนเริม่ เคล่ือนไป เสียงโห่จะมีเป็นระยะๆ
เสียงฆ้องจะ ดงั เปน็ จังหวะเรือ่ ยไปๆ แต่ถ้ามีกลองยาวนาํ ขบวนด้วยกจ็ ะครึกคร้ืนย่ิงข้นึ บคุ คลในขบวนมีไม่ต่ำกว่า
20 คน ท่ีสำคัญต้องมีเจ้าบ้านและผู้นํา (พ่อเซ้อ) เมื่อ ขบวนแห่ไปถงึ หน้าบนั ไดบ้าน กจ็ ะหยดุ รวมตัวกนั ท่ี
หนา้ บนั ได หรอื บรเิ วณหน้าบ้านน้ัน
ทางประตูเขา้ หรอื บันไดขนึ้ เรือนจะมีผนู้ าํ อกี คนหน่ึงรออยู่ก่อนแลว้ จะร้องทกั และถามความประสงค์
ทีพ่ าขบวนมาน้ี ผ้นู าํ ทัง้ สองฝ่ายจะกลา่ วโตต้ อบกนั โดยฝา่ ยขบวนแห่ขออนุญาตขึ้นบนเรอื นเพื่อขอ อยู่อาศยั
ครัน้ ฝา่ ยทอี่ ยู่บนเรือนอนญุ าตฝ่ายขบวนแหก่ ็จะนาํ เอาสง่ิ ของตา่ ง ๆ ที่นํามาในขบวนขึ้นไปบนเรอื น หลังจากน้นั ก็
จะเป็นหนา้ ท่ีของผ้นู ําทั้งสองคนดําเนินการเข้าสู่พิธกี รรม
17
พธิ กี รรมภายในเรอื น มีดงั ตอ่ ไปนี้
– จัดวางอุปกรณต์ ่าง ๆ ทนี่ ํามาไปไวย้ ังท่ีจดั เตรยี มไว้
– ผู้รว่ มมาในขบวนปักเทยี นใหเ้ ป็นท่ี ตามทจ่ี ัดไว้
– ตอกสวิ่ บนเสาเอก (พอ่ เซอ้ ผนู้ ําขบวนแห)่
– แขวนไซไวท้ ่สี ่ิว
– พาเจา้ บ้านไปไหวผ้ ีพอ่ เล้ียง (ผีเรือน) (ถ้ามี)
– พาเจ้าบ้านไปไหวเ้ ตาไฟในครวั ท่มี ีอุปกรณเ์ ตรยี มไวแ้ ล้ว
– จดั พิธีเลือกก้อนเสา้ (โดยพอ่ เซอ้ ท้ัง 2 คน โดยคัดกอ้ นเส้าทงิ้ 1 ก้อน)
– หุงตม้ เป็นปฐมฤกษ์ (ทําพอเป็นพธิ เี ทา่ นั้น)
– พาเจา้ บา้ นไปไหวบ้ ันได (ถา้ มี)
หลังจากนั้นก็จะพาเจา้ บ้านเข้าสู่พธิ สี ขู่ วญั หรือเรยี กขวญั ท่ียังหลงอย่ทู ีใ่ ดกข็ อให้กลับมาอยู่ บ้านหลงั
น้กี ารประกอบพธิ ีสู่ขวญั จะกระทาํ กัน ณ บริเวณใกล้ ๆ กับเสาเอก หรือตามทผ่ี ู้นํากาํ หนดและอวยพรให้หลังเสรจ็
พธิ เี รียกขวัญแลว้ บรรดาญาติผูกแขนให้เจา้ บ้านรับประทานอาหาร และเจ้าบ้านจะเชิญแขกร่วมรบั ประทาน
อาหาร หลงั จากผู้ร่วมพิธรี บั ประทานอาหารแล้ว จะมีการฉลองร้องลาํ พวน โดยการนาํ ของพ่อเซ้อ และผูร้ ่วม พธิ ี
พธิ กี รรม เครื่องดนตรีและเพลงทีใ่ ช้ในการประกอบพิธีกรรมและบุคคลากร เครอื่ งดนตรีท่ีใช้ในการประกอบ
1. ฆอ้ ง ใช้ตีเปน็ จังหวะ นําขบวนผเู้ ข้าร่วมพธิ ี
2. กลองยาว และนางรําประกอบ สว่ นมากเป็นเพลงรําวงท่วั ไป
3. แคน ใชป้ ระกอบการร้องลาํ พวน เม่อื เสร็จพธิ กี รรมภายในเรือนแล้ว
4.หมอลํา ชายและหญิง
5.หมอแคน (เปา่ แคน)
6. คํารอ้ ง
“………สาวหมอลาํ คืองามเด่น พระจนั ทรว์ ันเพ็ญใสส่องแสง อา้ ยแยงแล้วอ้ายอม่ิ บเ่ ป็น
ฝนตกฮินยงั ฮเู้ ฮื้อนนอนกลางคืน ยงั ฮู้อิม่ อ้ายฮักมักน้องฮู้เฮื้อน
บ่เป็นน้อง ผู้แนวคนโก๊ จักขอไปโสบ้านแม่ เอาข้นึ รถแห่ผ้ายกายไปบ้านย่าเฮา
เจ้าผู้คํานายแกว้ จะขอแนวไปอวดพ่อ ฮูปหล่อๆ
คอื จงั่ น้องเห็นแล้วก็ชอบเลยอ้ายกอ็ ยากไปเป็นเขยฮ่วมอย่นู ําทังพู้น…ฮกั แท้นอ้ ……”
18
หมายเหตุ เปน็ เพียงตวั อย่างคาํ รอ้ ง ซึง่ ในแตล่ ะครัง้ จะมีคาํ รอ้ งไม่เหมอื นกนั บางครั้งส้ัน บางครงั้ ยาว
ขึ้นอยกู่ บั สถานการณ์ และผรู้ ว่ มพิธกี รรม และร้องลาํ พวน
ความเชื่อทเ่ี ก่ียวข้อง
ประเพณเี อาะเฮอื น ตาํ บลเกาะหวาย อาํ เภอปากพลี จงั หวดั นครนายก พบวา่ ไดแ้ ฝงความเช่ือใน
เร่อื งต่างๆ ดังน้ี
– ความเช่ือเกี่ยวกบั การตอกสิ่วทีเ่ สาเอก เพอ่ื จะเร่มิ ปรบั ปรุงเรอื นหลงั นใี้ หด้ แี ละสมบรู ณ์ย่ิงข้นึ
– ความเช่อื เกย่ี วกบั การตอกสิ่วแล้วเอาไซมาแขวน เพื่อดกั เอาโชคเอาลาภให้ทํามาหากนิ ขึน้ อยูด่ ี
มสี ขุ
– ในทางปฏิบตั นิ ั้นผ้ทู ีมาชว่ ยงานจะนําเอาซองธนบัตร ของมีค่าต่าง ๆ ใส่ไปในไซชว่ ยเหลือ
เจ้าบ้าน
– ความเชอ่ื เก่ียวกบั การไปไหว้พอ่ เลีย้ งนัน้ เช่ือกันวา่ บา้ นเรือนตอ้ งมผี ีเรอื น ปกปกั รักษาอยู่
จงึ ต้องมาขออยู่อาศยั เพอื่ ให้ชว่ ยดูแลและบนั ดาลใหอ้ ยู่เย็นเป็นสุข
– ความเชื่อเก่ยี วกบั การไหว้เตาไฟนั้น ถอื กนั ว่า การมีครวั เรอื นนั้นตอ้ งอาศัยการกนิ จึงจะอยู่ได้
จงึ ตอ้ งมา กราบขอให้เตาไฟน้ีจงมีอาหารกนิ ตลอดไปอย่าได้ขาดเลย
– ความเชอ่ื เกย่ี วกับการไหว้บันไดน้นั เพ่ืออนญุ าตเหยียบข้นึ ลง เรือนนีต้ ลอดที่อาศยั อย่ใู นเรือน
หลังนี้ จงอย่าได้มีอนั เป็นไปในทางท่ีไม่ดีไมง่ าม ขอใหข้ น้ึ ลงราบรื่นตลอดไป
คณุ ค่าของประเพณี
การศกึ ษาประเพณีเอาะเฮอื น ตาํ บลเกาะหวาย อําเภอปากพลี จังหวัดนครนายกเปน็ การศกึ ษา
ท่ีมุง่ สบื สานประเพณีดั้งเดมิ ของไทยพวน และเป็นการอนุรกั ษป์ ระเพณีทอ้ งถิน่ ประโยชน์ตอ่ ชนรุ่นหลงั อนั จะเกิด
การสบื ทอดประเพณีประเพณีเอาะเฮือนเป็นประเพณีขนึ้ บ้านใหมข่ องไทยพวนทีส่ ืบทอดประเพณตี อ่ เนื่องกนั มา
ตงั้ แตค่ รงั้ โบราณ จนถงึ ปจั จบุ ันและชาวไทยพวนยงั คง อนุรักษ์สืบทอดประเพณีน้ี โดยมกี ารถา่ ยทอดองค์ ความรู้
ใหก้ ับนกั เรยี น ลกู หลานและเยาวชนผสู้ นใจ และให้เขา้ รว่ มพิธีกรรม ณ หม่บู า้ นไทยพวน ตําบลเกาะหวาย อําเภอ
ปากพลี จังหวัดนครนายก ท่ีไดม้ กี ารประกอบพธิ ดี ังกลา่ ว สถานที่จัด ประเพณีเอาะเฮอื น ตําบลเกาะหวาย อําเภอ
ปากพลี จงั หวดั นครนายก จะจดั เมอ่ื สรา้ งบ้านเรือนเสร็จแล้วก็จะต้องทําบญุ ขึน้ บ้านใหม่ ประกอบพธิ ตี ามท่ีเชอื่ ถอื
กัน
อา้ งอิง
19
ขอ้ มูลทำเนียบปราชญ์ชุมชนและภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่นิ
อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก
ลำดบั ชื่อ-นามสกุล ประเภทของ รายละเอดี ยความรู้ เบอร์โทรศพั ท์
ท่ี ภูมปิ ญั ญาท้องถนิ่ ความสามารถ
ตำบลเกาะหวาย สาขาอตุ สาหกรรม การทำไขเ่ ค็มใบเตย 081-6524772
1. นางเยาวลักษณ์ ตนั แดง และหตั ถกรรม หอม
ตำบลปากพลี สาขาอุตสาหกรรม การทำขนมไทย 081-4355771
2. นางบุญเสริม ทบั คง และหัตถกรรม
ตำบลเกาะโพธ์ิ สาขาศิลปกรรม การทำปูนป้นั 090-387887
3. นายสวง เทยี นงาม
สาขาอตุ สาหกรรม การทำน้ำเตา้ หู้- 086-4788223
ตำบลท่าเรอื และหัตถกรรม ปลาทอ่ งโก๋
4. นางรุ่งฤดี ศรีโภคิโยปกรณ์
สาขาอุตสาหกรรม การทำขนมไทย 084-9096622
ตำบลโคกกรวด และหัตถกรรม
5. นางอ่อนศรี ภมู เิ จริญ
สาขาเกษตรกรรม การถ่ายทอดองค์ 086-3268476
ตำบลหนองแสง ความรูด้ า้ น
6. นางสาวนฤมล บุญเคลิม้ เศรษฐกจิ พอเพียง
ตำบลนาหินลาด สาขาเกษตรกรรม การขยายพนั ธ์ุพชื 081-6524772
7. นายณรงค์ รกั ษาศลิ ป์
20
ประวัตปิ ราชญช์ าวบ้าน
เร่ือง การทำไขเ่ คม็ ใบเตยหอม
สาขา อตุ สาหกรรมและหัตถกรรม
ประวตั สิ ่วนตวั
ชื่อ-สกลุ นางเยาวลกั ษณ์ ตนั แดง อายุ 57 ปี
เกดิ วนั ที่ 16 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ 2507
เชอื้ ชาติ ไทย สัญชาติ ไทย วุฒิการศึกษา ม.ตน้
ทอ่ี ยปู่ ัจจุบัน บ้านเลขท่ี 296 หมู่ที่ 4 ตำบลเกาะหวาย อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก
โทรศพั ทบ์ า้ น - เบอร์โทรศัพทเ์ ลื่อนที่ 081 - 6524772
ช่องทางการตดิ ต่ออน่ื ๆ ระบุ (ถา้ มี) -
ขอ้ มูลการประกอบอาชพี
มีอาชีพค้าขาย และตำแหน่ง แพทย์ประจำตำบล โดยรับทำอาหารประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะ เชน่
ไข่เค็มใบเตยหอม นำ้ พรกิ ประเภทต่าง ๆ อาหารพน้ื บ้าน เปน็ วิทยากรสอนหลกั สูตรการทำไขเ่ ค็มใบเตยหอม
นำ้ พริกเผากากหมู ปลาดทู รงเครอ่ื ง ไดร้ ับมาตรฐานผลิตภัณฑช์ ุมชน จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
โดยมปี ระสบการณ์ในการทำไขเ่ ค็มไม่น้อยกวา่ 20 ปี
แนวคิด/แรงบนั ดาลใจในการประกอบอาชพี ทีเ่ ชยี่ วชาญในปัจจบุ ัน (ประสบการณ์ 20 ปี)
แรงบันดาลใจจากทเ่ี คยทำขายเปน็ อาชีพเสริม และไดร้ ับคำชมเรอ่ื งความอร่อย สะอาด ทำแบบ
ไข่แดงไม่คาว ไข่ขาวนม่ิ ไมเ่ ค็มมาก รวมถึงมีลกู คา้ ประจำสั่งซื้ออยูเ่ สมอตลาดระยะเวลา 20 ปี จนสามารถ
ถ่ายทอดความรูแ้ ละประสบการณ์การทำไขเ่ คม็ และอาหารประเภทตา่ ง ๆ ให้กบั เยาวชน และประชาชนท่สี นใจ
โดยได้ร่วมมอื วัดฝ่ังคลองในนามของกลมุ่ แมบ่ า้ นชุมชนวดั ฝ่งั คลอง กับหน่วยงานราชการต่าง ๆ เปน็ วิทยากร
ให้ความรูจ้ นถงึ ปจั จบุ ัน
ความสำเร็จและความภาคภมู ใิ จ
เคยได้รบั ไดร้ ับมาตรฐานผลิตภณั ฑ์ชุมชน จากสำนกั งานมาตรฐานผลติ ภณั ฑ์อุตสาหกรรม และมี
ลูกค้าประจำส่ังทำเสมอ
ผลงานทผี่ ่านมา
เปน็ วทิ ยากรสอนการทำไขเ่ ค็มใบเตยให้กับ กศน.ตำบลเกาะหวาย เป็นวิทยากรสอนการทำ
น้ำพรกิ เผากากหมู นำ้ พรกิ เผาปลาย่าง ปลาดูสมุนไพรทรงเคร่ือง ให้กับกศน.ตำบลเกาะหวาย และ กศน.ตำบล
เกาะโพธ์ิ
21
วธิ กี าร/กระบวนการถา่ ยทอดความรู้
ใช้กระบวนการแลกเปล่ยี นเรียนรู้ ฝึกทักษะการปฏิบัติ คอยกำกบั ดูแลใหท้ ุกคนสามารถปฏิบตั ิ
ใหไ้ ดม้ ากทสี่ ดุ
หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทถ่ี ือยดึ ปฏบิ ัติ
พงึ่ พาตนเอง พอประมาณ เดินสายกลาง มภี มู ิคมุ้ กัน มเี หตุผล เปน็ คนดี และรูร้ กั สามัคคี ด้วยความ
ระมัดระวังและรอบคอบ รจู้ กั ปรบั ปรุงพัฒนาตัวเองให้รอบรู้อย่เู สมอและท่ีสำคญั คือ ต้องมคี วามซ่ือสตั ย์สจุ ริต
หลกั คุณธรรมทีย่ ดึ ถือปฏิบัติ
การทำงาน... เมอ่ื มโี อกาสและมงี านทำ ควรเต็มใจทำ โดยไม่จำเปน็ ตอ้ งตัง้ ข้อแม้ หรือเง่ือนไขอนั ใด
ไวใ้ ห้เป็นเคร่ืองกีดขวาง คนท่ีทำงานได้จริงน้ัน ไมว่ า่ จะจบั งานสิ่งใด ยอ่ มทำได้เสมอ ถ้าย่ิงมีความเอาใจใส่
มคี วามขยัน และความซื่อสตั ยส์ จุ รติ กย็ ่ิงจะชว่ ยให้ประสบผลสำเรจ็ ในงานทที่ ำสูงขน้ึ
ภาพนางเยาวลักษณ์ ตันแดง ภาพกจิ กรรมการเรยี นรูว้ ิธีทำไข่เคม็ ใบเตยหอม
ภาพกจิ กรรมการเรยี นร้วู ิธีทำไข่เคม็ ใบเตยหอม
22
ภาพแผ่นพับส่ือประชาสมั พันธ์ไขเ่ คม็ ใบเตย
ภาพผลิตภัณฑ์ไขเ่ คม็ ใบเตยหอม ได้รบั มาตรฐานผลติ ภัณฑ์ชมุ ชน
23
ประวตั ิปราชญช์ าวบ้าน
เรือ่ ง การทำขนมไทย
สาขา อตุ สาหกรรมและหัตถกรรม
ประวตั ิส่วนตวั
ชื่อ-สกุล นางบุญเสริม ทบั คง อายุ 60 ปี
เกดิ วันท่ี 14 เดอื นสงิ หาคม พ.ศ. 2504
เช้อื ชาติ ไทย สญั ชาติ ไทย วฒุ กิ ารศึกษา ปวส.
ท่ีอยู่ปัจจุบนั บา้ นเลขท่ี 2/1 หมูท่ ่ี 6 ตำบลปากพลี อำเภอปากพลี จงั หวดั นครนายก
โทรศพั ทบ์ ้าน - เบอรโ์ ทรศัพท์เลื่อนที่ 081 – 4355771
ชอ่ งทางการตดิ ต่ออ่นื ๆ ระบุ (ถา้ มี) -
ข้อมูลการประกอบอาชีพ
มีอาชีพค้าขาย และเปน็ วทิ ยากรการทำขนมกง ขนมชะมดงาดำ กระยาสารท กาละแม ขนมเมด็ ขนุน
เปยี กปูนกะทสิ ด
แนวคดิ /แรงบันดาลใจในการประกอบอาชพี ที่เชี่ยวชาญในปจั จุบัน (ประสบการณ์ 15 ปี)
แรงบันดาลใจจากท่เี คยทำขายเป็นอาชีพหลกั และไดร้ ับคำชมเร่อื งความอรอ่ ย สะอาด รวมถึง
มลี ูกค้าประจำสง่ั ซ้ืออย่เู สมอตลาดระยะเวลา 15 ปี จนสามารถถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์การทำขนม
ตา่ ง ๆ ให้กบั ประชาชนทส่ี นใจ โดนได้รว่ มมอื กับหน่วยงานราชการตา่ ง ๆ เปน็ วทิ ยากรให้ความรู้จึงถงึ ปจั จบุ ัน
ความสำเรจ็ และความภาคภมู ิใจ
เคยได้รับประกาศเกียรติคณุ เป็นผู้สูงอายทุ ่ีสร้างสรรคผ์ ลติ ภณั ฑใ์ นระดับชมเชย ประเภทอาหาร
สำเรจ็ รูป และมีลูกค้าประจำส่ังทำขนมเสมอ
ผลงานทผี่ า่ นมา
- เปน็ วทิ ยากรสอนการทำขนม
- เป็นวทิ ยากรสอนการทำขนมครองแครงกรอบของหน่วยงานพัฒนาฝีมือแรงงาน
วิธีการ/กระบวนการถ่ายทอดความรู้
ใชก้ ระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนร้จู ากประสบการณ์ตรง ฝึกทกั ษะการปฏบิ ตั ิ และถา่ ยทอดความรู้
ใหเ้ กิดประโยชนส์ งู สดุ
24
หลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงท่ถี ือยึดปฏิบตั ิ
พงึ่ พาตนเอง พอประมาณ เดินสายกลาง มีภูมคิ ้มุ กนั มีเหตุผล เปน็ คนดี และรู้รักสามัคคี ดว้ ยความ
ระมัดระวงั และรอบคอบ รู้จักปรบั ปรุงพัฒนาตัวเองให้รอบรู้อยูเ่ สมอและทสี่ ำคญั คือ ตอ้ งมีความซ่ือสัตยส์ ุจรติ
หลกั คุณธรรมท่ยี ดึ ถือปฏบิ ตั ิ
การรกั ษาความสัจ ความจริงใจต่อตวั เอง ทจ่ี ะประพฤติสงิ่ ที่มปี ระโยชน์ และเปน็ ธรรม มีความอดทน
อดกลน้ั และอดออม
ภาพนางบุญเสรมิ ทับคง
ภาพกจิ กรรมการเรียนรู้วิธีทำขนมไทย
25
ภาพกิจกรรมการเรียนรวู้ ิธีทำขนมไทย
ภาพผลิตภณั ฑ์ขนมไทย
ภาพผลิตภณั ฑข์ นมไทย
26
ประวัติปราชญ์ชาวบา้ น
เรื่อง การทำปนู ปั้น
สาขา ศิลปกรรม
ประวัตสิ ่วนตัว
ชือ่ -สกลุ นายสวง เทยี นงาม อายุ 57 ปี
เชอื้ ชาติ ไทย สัญชาติ ไทย วุฒิการศกึ ษา ปริญญาตรี เอกพัฒนาชุมชน
ท่ีอยู่ปจั จบุ ัน บ้านเลขที่ 22 หมทู่ ่ี 4 ตำบลเกาะโพธ์ิ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก
โทรศพั ทบ์ ้าน - เบอรโ์ ทรศัพทเ์ ลอื่ นที่ 090 - 8378870
ช่องทางการติดต่ออ่ืนๆ ระบุ (ถา้ ม)ี Facebook สวง เทียนงาม
ข้อมูลการประกอบอาชพี
มอี าชีพธุรกิจสว่ นตัว และตำแหนง่ ผู้ใหญ่บา้ น โดยรบั เหมากอ่ สร้างงานประเภทโบสถ์ วิหาร ซุม้
ประตวู ดั งานปูนป้นั ไดเ้ ร่ิมประกอบอาชีพรบั จา้ งทำงานตัง้ แต่ อายุ 15 ปี พร้อมกบั พอ่ และพช่ี าย จากนน้ั จึงได้
ฝกึ ฝนการทำปูนปนั้ ดว้ ยตวั เองจากประสบการณ์ จากนน้ั จึงเรม่ิ เข้าสกู่ ารทำธรุ กิจของครอบครัว โดยเร่มิ รับเหมา
จากงานเลก็ เมอ่ื มปี ระสบการณม์ ากข้นึ จงึ รบั เหมาะทำงานใหญ่ ปัจจบุ ันจงึ ทำงานรบั เหมาก่อสร้างงานประเภท
โบสถ์ วิหาร ซุม้ ประตวู ดั งานปนู ปัน้ ตามสถานท่ีตา่ ง ๆ อีกมาก
แนวคิด/แรงบันดาลใจในการประกอบอาชพี ท่เี ช่ียวชาญในปัจจบุ ัน (ประสบการณ์ 42 ปี)
ได้เร่ิมประกอบอาชีพรับจา้ งทำงานตง้ั แต่ อายุ 15 ปี พร้อมกับพ่อและพีช่ าย จากน้ันจงึ ไดฝ้ กึ ฝน
การทำปนู ป้นั ด้วยตัวเองจากประสบการณ์ จากน้ัน จึงเรม่ิ เข้าสูก่ ารทำธุรกจิ ของครอบครวั โดยเริ่มรับเหมา
จากงานเลก็ เม่อื มีประสบการณ์มากขึ้น จงึ รบั เหมาะทำงานใหญ่ ปจั จบุ ันจงึ ทำงานรับเหมาก่อสรา้ งงานประเภท
โบสถ์ วหิ าร ซุ้มประตูวัด งานปนู ปั้นตามสถานที่ตา่ ง ๆ อีกมาก
ความสำเรจ็ และความภาคภมู ิใจ
กล่มุ ปูนปน้ั บา้ นดงข่า หมทู่ ่ี 4 ตำบลเกาะโพธ์ิ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก ตง้ั อยู่ท่บี ้านเลขท่ี
22 หมทู่ ี่ 4 บ้านดงขา่ เรม่ิ ต้นดำเนินการรวมกลุ่มขึน้ เมื่อปี พ.ศ. 2543 โดยเกิดจากการว่างงานของกลุ่มอาชีพ
รบั จา้ ง เนือ่ งจากปญั หาเศรษฐกิจตกตำ่ ทำให้มีรายได้ไมเ่ พียงพอตอ่ การยงั จึงรวมตวั กันระหวา่ งกลมุ่ พีน่ อ้ ง
และประชาชนท่ีมีอาชพี รับจ้าง เพื่อทำใหม้ ีอำนาจต่อรองในการทำงานปูนปั้นและงานลวดลายตา่ งๆ จึงทำให้รบั
งานทำได้อยา่ งต่อเนื่อง สง่ ผลใหส้ มาชิกกลมุ่ มีงานทำและมีรายไดพ้ อเลี้ยงชพี ในครอบครัว
กลุ่มปนู ปนั้ ได้มกี ารพฒั นาฝมี ือของสมาชิกอยา่ งต่อเน่ือง มีการสอบฝมี ือแรงงานกับศูนย์พฒั นาฝมี ือ
แรงงานจงั หวัดนครนายกหลายครั้ง ได้รบั รางวลั ชนะเลิศที่ 1 ในการประกวดครง้ั ท่ี 19 ระดบั ประเทศและได้
27
ใบรับรองผ่านการสอบมาตรฐานผลติ ภณั ฑ์อตุ สาหกรรม รวมถึงไดร้ บั อนญุ าตใหแ้ สดงเครื่องหมายมาตรฐาน
ผลติ ภัณฑช์ ุมชนกบั งานปูนปั้น เมื่อวนั ที่ 31 กรกฎาคม 2549
ผลงานทผ่ี า่ นมา
ใบรบั รองผ่านการสอบมาตรฐานผลิตภัณฑอ์ ตุ สาหกรรม รวมถงึ ไดร้ ับอนุญาตใหแ้ สดงเคร่ืองหมาย
มาตรฐานผลิตภณั ฑช์ มุ ชนกบั งานปูนปั้น เมอื่ วันที่ 31 กรกฎาคม 2549 ไดร้ บั การจดทะเบยี นเปน็ กล่มุ OTOP
กล่มุ หัตถกรรมปนู ปน้ั เกาะโพธ์ิ เป็นวิทยากรสาธิตการทำปูนป้ัน ให้กบั กศน.ตำบลเกาะโพธิ์
วิธกี าร/กระบวนการถา่ ยทอดความรู้
ใช้กระบวนการแลกเปล่ียนเรียนรู้ ฝกึ ทกั ษะการปฏบิ ัติ คอยกำกบั ดูแลให้ทกุ คนสามารถปฏิบตั ิให้
ได้มากท่ีสุด
หลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงที่ถือยดึ ปฏิบัติ
พ่งึ พาตนเอง พอประมาณ เดินสายกลาง มภี ูมิคุ้มกัน มเี หตุผล เป็นคนดี และรรู้ ักสามัคคี ด้วยความ
ระมัดระวังและรอบคอบ ร้จู ักปรบั ปรงุ พัฒนาตวั เองให้รอบรู้อยู่เสมอและทสี่ ำคญั คือ ต้องมีความซื่อสตั ย์สุจรติ
หลกั คุณธรรมที่ยึดถือปฏิบตั ิ
การทำงานให้ประสบความสำเร็จ จดุ เริ่มตน้ ทงี่ า่ ยๆ แตส่ ำคัญอยา่ งมาก คือการมีความสุขกบั งาน
ทท่ี ำอยู่ และการจะมีความสุขกับงานได้นน้ั ก่อนอน่ื คือคุณต้องช่นื ชอบในส่ิงท่ีทำ และพงึ พอใจกับหน้าที่ทไ่ี ด้รับ
ลองเปล่ียนมาทำอะไรท่ีคณุ ชอบแบบที่เราไมส่ ามารถขาดส่ิงนีไ้ ปได้น่ันคือปัญญา หรือความรู้ ความสามารถ ต่อให้
เรารกั ในงานที่ทำอยู่ ขยันหม่ันเพียร ใจจดจ่อขนาดที่ว่าทุ่มเททัง้ แรงกายแรงใจใหง้ านเพียงอยา่ งเดียว แต่หากขาด
การพนิ ิจพเิ คราะห์ ไตร่ตรอง ใชส้ มองคดิ งานก็อาจจะผดิ พลาดได้ และหลังจากท่ที ำงานสำเร็จลลุ ว่ งแลว้ กค็ วรมี
การตดิ ตามผลหลงั จากนนั้ เช่นกัน หากมีข้อผดิ พลาดก็เรยี นรจู้ ากส่งิ นนั้ และปรับปรุงในครัง้ ตอ่ ๆ ไป ให้ดขี ้ึน
กว่าเดมิ
ภาพนายสวง เทียนงาม
28
ภาพกจิ กรรมการทำปนู ปน้ั
ภาพกิจกรรมการทำปูนปน้ั
ภาพกิจกรรมปนู ป้นั ที่ประดับตกแต่งประตวู ดั และไดจ้ ดทะเบยี นกลุ่ม OTOP กลุ่มหตั ถกรรมปูนปนั้ เกาะโพธิ์
29
ประวตั ิปราชญ์ชาวบ้าน
เรื่อง การทำนำ้ เต้าหู้ - ปลาทอ่ งโก๋
สาขา อุตสาหกรรมและหัตถกรรม
ประวตั ิส่วนตวั
ช่อื -สกลุ นางรุง่ ฤดี ศรีโภคโิ ยปกรณ์ อายุ 52 ปี
เกิดวนั ที่ 21 เดือนกนั ยายน พ.ศ. 2512
เชอ้ื ชาติ ไทย สญั ชาติ ไทย วฒุ ิการศึกษา มัธยมศึกษาตอนปลาย
ทอี่ ยู่ปจั จุบนั บ้านเลขที่ 73 หมทู่ ่ี 1 ตำบลทา่ เรือ อำเภอปากพลี จังหวดั นครนายก
โทรศพั ท์บ้าน - เบอรโ์ ทรศัพทเ์ ล่อื นที่ 086 - 4788223
ชอ่ งทางการติดต่ออน่ื ๆ ระบุ (ถ้ามี) -
ข้อมูลการประกอบอาชีพ
มอี าชีพคา้ ขาย โดยทำขนมตามออเดอร์ โดยเฉพาะ เชน่ ขนมเทยี น ขนมครองแครงกรอบ
เป็นวทิ ยากรสอนหลักสูตรการทำขนมครองแครงกรอบ หน่วยงานพัฒนาฝมี อื แรงงาน ได้รบั ประกาศเกยี รติคณุ เป็น
ผู้สงู อายุท่สี รา้ งสรรคผ์ ลติ ภณั ฑใ์ นระดับชมเชย ประเภทอาหารสำเรจ็ รปู โดยมปี ระสบการณ์ในการทำขนมไมน่ ้อย
กว่า 18 ปี
แนวคิด/แรงบนั ดาลใจในการประกอบอาชพี ที่เชย่ี วชาญในปจั จบุ ัน (ประสบการณ์ 18 ป)ี
แรงบนั ดาลใจจากท่เี คยทำงานบริษัทไมค่ ่อยมเี วลาทวี า่ งให้กับครอบครัว จงึ คิดอาอาชพี อิสระเพื่อจะ
ได้มเี วลาอยู่กับครอบครัวมากขึน้ จงึ ศกึ ษาวิธกี ารทำนำ้ เต้าหู้และปลาท่องโก๋ ต่อมาได้ทำขายเร่ือยมาได้รับคำชม
เรอ่ื งความอรอ่ ย และสะอาดรวมถึงมีลกู คา้ ส่ังซ้ือประจำตลอดมาเป็นระยะเวลา 18 ปี จนสามารถถ่ายทอดความรู้
และประสบการณ์การทำให้ประชาชนที่สนใจ โดนได้ร่วมมือกบั หนว่ ยงานราชการต่างๆ เป็นวิทยากรใหค้ วามรู้จงึ
ถงึ ปจั จุบัน
ความสำเร็จและความภาคภูมใิ จ
เปน็ วิทยากรถา่ ยทอดความรู้ให้แก่ประชาชนทต่ี ้องการมีอาชีพ และมีลูกคา้ ประจำสง่ั น้ำเตา้ หธู้ ัญพชื
ปลาท่องโก๋ และเตา้ ฮวยนำ้ ขงิ ในทกุ ๆ เช้า
ผลงานทผ่ี ่านมา
เป็นวิทยากรสอนการทำนำ้ เต้าหธู้ ัญพชื -ปลาท่องโก๋ – เตา้ ฮวยน้ำขิง ให้กับ กศน.อำเภอปากพลี
30
วิธีการ/กระบวนการถ่ายทอดความรู้
ใชก้ ระบวนการแลกเปล่ียนเรียนรู้ ฝกึ ทกั ษะการปฏิบตั ิ และให้ความชว่ ยเหลือ อำนวยความสะดวก
ให้ทุกคนสามารถปฏิบตั ิได้
หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงทถี่ ือยดึ ปฏิบัติ
พ่ึงพาตนเอง พอประมาณ มีภูมคิ มุ้ กัน มเี หตุผล เปน็ คนดี เอ้ือเฟ้ือเผื่อแผ่ ปรบั ปรุงพัฒนาตวั เองใหม้ ี
ความรอู้ ยู่เสมอ มคี วามซ่อื สตั ย์สุจรติ
หลกั คุณธรรมที่ยดึ ถือปฏบิ ัติ
มีความตัง้ ใจ ขยันทำหนา้ ทก่ี ารงานอยา่ งจริงจัง มคี วามพยายามไม่ทอ้ ถอย รักในงานที่ทำ เสียสละ
ทำประโยชนใ์ หเ้ กิดแกช่ ุมชนและสังคม
ภาพนางรุง่ ฤดี ศรโี ภคิโยปกรณ์ ภาพกจิ กรรมการเรียนรู้การทำน้ำเต้าหู้ - ปลาทอ่ งโก๋
ภาพกิจกรรมการเรียนรู้การทำนำ้ เตา้ หู้ - ปลาท่องโก๋
31
ประวัติปราชญ์ชาวบ้าน
เร่ือง การทำขนมไทย
สาขา อุตสาหกรรมและหตั ถกรรม
ประวัตสิ ่วนตวั
ช่ือ-สกุล นางอ่อนศรี ภูมิเจรญิ อายุ 52 ปี
เกดิ วนั ท่ี 30 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2511
เชอ้ื ชาติ ไทย สญั ชาติ ไทย วุฒกิ ารศึกษา ปรญิ ญาตรี
ที่อยูป่ จั จบุ นั บา้ นเลขที่ 38 หมทู่ ่ี 5 ตำบลโคกกรวด อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก
โทรศัพท์บ้าน - เบอร์โทรศัพท์เลื่อนท่ี 084-9096622
ช่องทางการติดต่ออืน่ ๆ ระบุ (ถ้าม)ี -
ขอ้ มูลการประกอบอาชพี
มอี าชพี เกษตรกร คือ ทำไร่ ทำนา พอวา่ งจากทำนา ก็อยากหาอาชีพเสรมิ โดยหาข้อมูล เรยี นรู้การ
ทำขนมไทยตา่ งๆ เช่น ขนมขาหมู ขนมสาคูไส้หมู เป็นต้น รจู้ กั คดิ วิเคราะห์ ปญั หา โดยใช้ภมู ปิ ัญญาท้องถน่ิ และ
ทรพั ยากร ทมี่ อี ย่ใู นชุมชน ศึกษา ค้นคว้า แสวงหาความรู้ เพื่อความพอมี พอกิน พอใชใ้ นการดำรงชีวิต
แนวคดิ /แรงบนั ดาลใจในการประกอบอาชพี ท่เี ช่ียวชาญในปจั จุบัน (ประสบการณ์ 15 ปี)
แรงบนั ดาลใจจากท่เี คยทำขายเปน็ อาชพี หลกั และไดร้ ับคำชมเรอ่ื งความอรอ่ ย สะอาด รวมถึงมี
ลูกค้าประจำสั่งซอื้ อยู่เสมอตลอดระยะเวลา 15 ปี จนสามารถถ่ายทอดความรแู้ ละประสบการณก์ ารทำขนมต่างๆ
ให้กับประชาชนทส่ี นใจ โดนได้ร่วมมอื กับหน่วยงานราชการต่างๆ เป็นวิทยากรให้ความรู้จนถึงปจั จุบัน
ความสำเรจ็ และความภาคภูมิใจ
เคยได้รับประกาศเกียรติคุณเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมูบ่ ้าน (อสม.) ทีส่ รา้ งสรรค์
ผลิตภัณฑใ์ นระดบั ชมเชย ประเภทแปรรูปขนม
ผลงานที่ผา่ นมา
เปน็ วทิ ยากรสอนการทำขนมไทย ใหก้ ับ กศน.อำเภอปากพลี
วธิ กี าร/กระบวนการถ่ายทอดความรู้
ใช้กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ฝกึ ทักษะการปฏิบัติ คอยกำกับดูแลใหท้ กุ คนสามารถปฏบิ ตั ิ
ใหไ้ ดม้ ากทีส่ ดุ
32
หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทถี่ ือยึดปฏิบตั ิ
พ่ึงพาตนเอง พอประมาณ เดินสายกลาง มีภูมิคุ้มกัน มเี หตุผล มคี วามระมัดระวังและรอบคอบ
รู้จกั ปรบั ปรุงพัฒนาตวั เองให้รอบรอู้ ย่เู สมอ
หลกั คณุ ธรรมทยี่ ดึ ถือปฏบิ ัติ
ขยัน ซื่อสัตย์ เสยี สละ
ภาพนางอ่อนศรี ภูมิเจรญิ
ภาพกจิ กรรมการเรียนรู้การทำขนมไทย
ภาพกิจกรรมการอบรมเสรมิ สร้างและพัฒนาศักยภาพเครือขา่ ยประชาสังคม (อพม.)
33
ประวัติปราชญช์ าวบา้ น
เร่อื ง การถ่ายทอดองค์ความรูด้ า้ นเศรษฐกจิ พอเพยี ง
สาขา เกษตรกรรม
ประวตั สิ ่วนตวั
ชอื่ -สกลุ นางสาวนฤมล บญุ เคลิ้ม อายุ 53 ปี
เกิดวันท่ี 9 เดือน มนี าคม พ.ศ 2512
เชื้อชาติ ไทย สัญชาติ ไทย วฒุ ิการศกึ ษา ปริญญาตรี
ท่ีอย่ปู ัจจุบนั บ้านเลขที่ 190 หมู่ 3 ตำบลหนองแสง อำเภอปากพลี จงั หวดั นครนายก
โทรศัพทบ์ า้ น - เบอร์โทรศัพท์เลือ่ นที่ 086 - 3268476
ชอ่ งทางการติดต่ออื่นๆ ระบุ (ถา้ มี) -
ข้อมูลการประกอบอาชีพ
อดตี เป็นพนักงานบรษิ ทั เข้า-สง่ ออกเสอ้ื ผ้าสำเร็จรูป บรษิ ัทไดป้ ิดกิจการ ก็กลบั มาดูแลพอ่ แม่
และสวน ก็ไดม้ ีโอกาสไปเรียนรูท้ ่ศี นู ย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ อำเภอเมอื ง ได้นำความรมู้ าทำปุ๋ยหมกั และปุ๋ยนำ้ หมกั
ใช้เอง เม่ือปี 2568 ได้เข้ารว่ มโครงการคนกล้าคืนถนิ่ โครงการเกษตรทฤษฏีใหม่ หลังจากน้ันกไ็ ด้ทำเกษตรทฤษฏี
ใหมม่ าโดยตลอด และไดจ้ ัดตั้งเป็นศนู ยเ์ รียนรูช้ มุ ชนดา้ นสงิ่ แวดล้อม เพ่ือเปน็ การขยายผล
แนวคิด/แรงบนั ดาลใจในการประกอบอาชพี ท่ีเชี่ยวชาญในปจั จบุ ัน (ประสบการณ์ 10 ป)ี
จากการท่ีได้เขา้ ร่วมโครงการคนกลา้ คืนถนิ่ ก็ได้ต้ังใจไว้ว่าจะนำความรู้มาทำเปน็ ตวั อย่างและขยาย
ผลใหก้ บั ผูท้ ส่ี นใจ จึงได้ทำฐานการเรียนรเู้ ช่นฐานการทำปุ๋ยหมักไมก่ ลบั กอง ฐานปยุ๋ ชวี ภาพ ฐานการเรียนรู้
ไกห่ ลุม ฐานการผลติ กา๊ ซชีวมวลจากใบไม้ กงิ่ ไม้ เปลือกไม้ และมีการแปรรูปถ่านท่ีเกิดจากเผาไหม้ไปทำเปน็ ถ่าน
ถ่านดูดกลิ่น สบ่ถู ่าน ฐานการเลีย้ งผึง้ ชันโรง และแปลงผกั ปลอดสาร ฐานต่างๆ ก็ทำให้เกิดรายไดเ้ ล้ียงตนเองและ
ครอบครวั อยู่ได้อยา่ งมีความสุข
ความสำเรจ็ และความภาคภมู ิใจ
- ไดผ้ า่ นการอบรมผนู้ ำเศรษฐกิจพอเพียงจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- ได้รบั รางวัล 1 จังหวัด 1 ศูนยเ์ รียนรู้ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบ ระดับ
จงั หวัด ประจำปี 2564
ผลงานทผี่ า่ นมา
เป็นวทิ ยากรใหก้ ับหน่วยงานของรัฐ และเอกชน และเป็นวทิ ยากรให้กับผู้ท่สี นใจมาเรยี นรู้
34
วิธีการ/กระบวนการถา่ ยทอดความรู้
ใชก้ ระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ฝกึ ทกั ษะการปฏิบตั ิ คอยกำกับดูแลใหท้ กุ คนสามารถปฏบิ ตั ิ
ให้ได้มากท่ีสุด
หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงทีถ่ ือยึดปฏิบัติ
ความซ่อื สัตย์สุจรติ มคี ุณธรรม มเี หตุผล พอประมาณ และเดนิ สายกลาง
หลักคุณธรรมที่ยดึ ถือปฏิบัติ
ความซ่ือสตั ย์ มีคณุ ธรรม โปรง่ ใส
ภาพนางสาวนฤมล บญุ เคลิ้ม
ภาพกิจกรรมการถ่ายทอดองคค์ วามรู้ดา้ นเศรษฐกิจพอเพียง
35
ภาพกจิ กรรมการถา่ ยทอดองคค์ วามรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง
ภาพกจิ กรรมการถา่ ยทอดองคค์ วามร้ดู า้ นเศรษฐกจิ พอเพียง
ภาพกจิ กรรมการถ่ายทอดองค์ความรูด้ ้านเศรษฐกจิ พอเพียง
36
ประวตั ิปราชญ์ชาวบา้ น
เร่ือง การขยายพนั ธพุ์ ชื
สาขา เกษตรกรรม
ประวัตสิ ่วนตวั
ชือ่ -สกุล นายณรงค์ รกั ษาศิลป์ อายุ 68 ปี
เกิดวนั ท่ี - เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2496
เชือ้ ชาติ ไทย สัญชาติ ไทย วุฒิการศึกษา ปวช.
ที่อยู่ปัจจบุ ัน บ้านเลขท่ี 129 หมู่ 2 ตำบลนาหนิ ลาด อำเภอปากพลี จงั หวดั นครนายก
โทรศพั ท์บ้าน - เบอรโ์ ทรศัพทเ์ ลื่อนที่ 084 - 7667380
ช่องทางการตดิ ต่ออื่นๆ ระบุ (ถา้ มี) -
ข้อมูลการประกอบอาชีพ
ก่อนท่ีจะมาทำการเกษตร เคยทำงานบริษัท แต่ไมป่ ระสบความสำเรจ็ จงึ หันมาดำเนนิ ชีวิตตามแนว
เศรษฐกจิ พอเพยี งมาเปน็ ระยะเวลา 10 ปี เคยปลกู ไม้ไผ่แต่ไม่ไดผ้ ล จากน้นั จึงเรยี นรกู้ ารปลูกผลไมต้ า่ งๆ กระทอ้ น
มะม่วง ทเุ รยี น ฝร่งั และสามารถเป็นแบบอย่างใหผ้ ู้อน่ื ใช้ชีวิตแบบพอเพียง พอดี พอประมาณ ทำการเกษตรแบบ
พอเพียง ใช้แรงงานจากสมาชิกในครอบครวั รจู้ กั คดิ วิเคราะห์ หาเหตุผล หาสาเหตุ เพ่ือแก้ปัญหา โดยใชภ้ ูมปิ ัญญา
ท้องถนิ่ และทรัพยากร ที่มีอยใู่ นชุมชน ศึกษา คน้ ควา้ แสวงหาความรู้
แนวคิด/แรงบนั ดาลใจในการประกอบอาชพี ทีเ่ ชย่ี วชาญในปจั จุบนั (ประสบการณ์ 10 ป)ี
มใี จรกั ในการทำงานเกีย่ วกับเกษตรจึงได้ศึกษาเกี่ยวกบั การขยายพนั ธ์ุพชื ลองผดิ ลองถูกเรยี นรู้
ทดลองมาโดยตลอด ทำให้มีความเชย่ี วชาญในการขยายพันธพุ์ ืชต่าง ๆ มผี สู้ นใจและสั่งซื้อ ทำให้ มรี ายได้สำหรับ
ตนเองและครอบครัว
ความสำเรจ็ และความภาคภูมิใจ
-
ผลงานทผี่ า่ นมา
เป็นวิทยากรใหเ้ กษตรอำเภอปากพลี และเป็นวทิ ยากรให้ กอ.รมน.
วิธกี าร/กระบวนการถา่ ยทอดความรู้
ใชก้ ระบวนการแลกเปลย่ี นเรียนรู้ ฝกึ ทกั ษะการปฏิบตั ิ คอยกำกับดูแลใหท้ ุกคนสามารถปฏบิ ัตใิ ห้
ได้มากท่สี ุด
37
หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงท่ถี ือยึดปฏบิ ัติ
ความซื่อสตั ย์สุจรติ สามัคคี เปน็ คนดี มีเหตผุ ล พอประมาณ และเดนิ สายกลาง
หลักคณุ ธรรมทย่ี ึดถือปฏิบัติ
ความซ่อื สตั ย์ โปรง่ ใส
ภาพนายณรงค์ รกั ษาศลิ ป์
ภาพกิจกรรมการเผยแพรค่ วามรดู้ า้ นการขยายพันธุพ์ ชื
38
ภาพกิจกรรมการเผยแพรค่ วามรู้ดา้ นการขยายพนั ธ์ุพืช
ภาพกจิ กรรมการเผยแพร่ความรู้ดา้ นการขยายพันธุพ์ ืช
39
คณะผจู้ ดั ทำ
ที่ปรกึ ษา ผอู้ ำนวยการ กศน.อำเภอเมอื งนครนายก รักษาการในตำแหนง่
นายธวชั ชยั มณีมาตร ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอปากพลี
ครู (ครูชำนาญการพิเศษ)
นายชาญ ครี วี ัน ครู (ครูชำนาญการพเิ ศษ)
นางขนษิ ฐา จนั ทะโชติ ครู (ครชู ำนาญการพิเศษ)
นางณัฐญา คีรีวัน ครู (ครชู ำนาญการพเิ ศษ)
นางธรรศกรณ์ อัญญโพธ์ิ ครู (ครูชำนาญการพิเศษ)
นางนำสุข วังเวชช์
ครผู ู้ชว่ ย
ผเู้ รยี บเรยี งและจัดพิมพ์
นางสาวพรพชั ร ปิ่นทอง ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรยี น
ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรยี น
คณะทำงาน ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน
นางรัตนาภรณ์ แช่มชอ้ ย ครู กศน.ตำบล
นายยพุ ราช คนเสงี่ยม ครู กศน.ตำบล
นายสุทัศน์ แสงมณี ครู กศน.ตำบล
นางสาวิตรี แสงมณี ครู กศน.ตำบล
นางสาวณฐั กฤตา ดีกล้า ครู กศน.ตำบล
นางสาววันทนยี ์ มะลิวลั ย์ บรรณารกั ษ์
นายอำนาจ ชาหอม
นางรตั ตพิ ร ภาษี
นางสาวสิริกัลยา ช่อรักษ์