รายงานการวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การพฒันาทกัษะการเขียนเติมคา ในช่องวา่ง ของนกัเรียนช้นัมธัยมศึกษาปีที่5/1 โรงเรียนภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ Development of Writing Skill in The Blank of Mattayom 5/1,Phukhieo School ผู้วิจัย : นางดาเรศ จันทรมณี Daret Chantaramanee ครู โรงเรียนภูเขียว Teacher, Phukhieo School *************************************************************************** บทคัดย่อ การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. พัฒนาทักษะการสร้างคา ภาษาองักฤษของนกัเรียนช้นัมธัยมศึกษาปีที่ 5/1 โรงเรียนภูเขียว อ าเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนและหลงั การฝึกทกัษะการเขียนเติมคา กา หนดร้อยละ80 (16/20) โดยมีกลุ่มตวัอยา่งในการวิจยัคร้ังน้ีคือ นกัเรียนช้นั มัธยมศึกษาปี ที่ 5/1 โรงเรียนภูเขียว ที่เรียนรายวิชาภาษาองักฤษพ้ืนฐาน ภาคเรียนที่2 ปีการศึกษา 2565 จ านวน 36 คน เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิระหวา่งก่อนเรียนและหลงัเรียนของนกัเรียน โดยวิเคราะห์ขอ้มูล จากการใชค้่าเฉลี่ยร้อยละในการคา นวณ ผลพบว่า การเปรี ยบเทียบผลการพัฒนาทักษะการเขียนเติมค าในช่องว่าง ของนักเรียนช้ัน มัธยมศึกษาปี ที่ 5/1 จ านวน 36 ท าแบบทดสอบการวดัผลการเติมคา ในช่องว่างชุดเดียวกนัท้งัก่อนและ หลังเรียนก่อนเรียนและฝึกทกัษะการเติมคา ในประโยคก่อนเรียน ไดค้ ่าเฉลี่ยคะแนนเท่ากบั 6.50 และท า แบบทดสอบหลงัเรียน ไดค้่าเฉลี่ยเท่ากบั17.97 ค าส าคัญ ชนิดและหน้าที่ของค าในภาษาอังกฤษ โครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษ Cloze Test
ที่มาและความส าคัญของปัญหา ในวิชาภาษาอังกฤษ มณีขัติ(2553) กล่าววา่การเรียนรู้ภาษาองักฤษไม่วา่ระดบัช้นั ใดก็ตามนกัเรียน เป็นตอ้งเรียนรู้เกี่ยวกบัตวัภาษาท้งัในดา้นเสียงคา ศพัทแ์ละโครงสร้างถึงแมก้ารเรียนการสอนภาษาองักฤษ ในประเทศไทยจะเริ่มตน้มีมานานเป็นระยะเวลาหลายสิบปีก็ตาม แต่การเรียนการสอนก็ไม่ประสบผลส าเร็จ เท่าที่ควรจากสภาพปัญหาในการเรียนวิชาภาษาองักฤษ พบวา่เรื่องคา ศพัท์เสียง โครงสร้างจะเป็นปัญหา ในการพฒันาความรู้และความเขา้ใจในภาษาองักฤษ ซ่ึงนกัเรียนไทยส่วนมากมกัมีความรู้เกี่ยวกบัคา ศพัท์ ค่อนขา้งนอ้ยและไม่เพียงพอ ดงัน้นัจึงอาจกล่าวไดว้า่ความรู้เกี่ยวกบัโครงสร้างของภาษาและความรู้เกี่ยวกบั คา ศพัทเ์ป็นสิ่งหน่ึงที่บ่งช้ีให้เห็นถึงความกา้วหนา้ในการเรียนภาษาคา ศพัทเ์ป็นพ้ืนฐานสา คญัที่จะส่งผลต่อ การพฒันาการเรียนภาษาในดา้นทกัษะการฟังการพูด การอ่าน และการเขียนไดด้ีดว้ยแต่ปัญหาในเรื่องการ เรียนรู้เกี่ยวกบัคา ศพัท์ภาษาองักฤษของนกัเรียนไทยยงัคงมีอยอู่ ีกมากมาย ซ่ึงมีความรู้เกี่ยวกบัคา ศพัท์ค่อน ค่อนขา้งอ่อนถึงปานกลาง แมจ้ะมีการท่องศพัท์ทุกวนัแต่ก็ไม่สามารถช่วยให้นักเรียนจดจา คา ศพัท์ได้ดี เนื่องจากความจา กดัของเวลาและปริมาณของคา ศพัท์ที่มีมากเกินไปดว้ยปัญหาที่กล่าวมาขา้งตน้ผูว้ิจยัจึง มองเห็นบทบาทส าคญัของคา ศพัท์มากมาย ไม่จา กดัเฉพาะในตา ราเรียนภาษาองักฤษ ฉะน้ันจึงได้ศึกษา วธิีการสอนคา ศพัทห์ลากหลายรูปแบบและเทคนิคต่างๆ เพื่อช่วยให้ผเู้รียนภาษาองักฤษเรียนรู้คา ศพัทอ์ยา่งมี ประสิทธิภาพมากที่สุดและไดศ้ึกษาวิธีการสอนที่อาจจะช่วยให้นกัเรียนเรียนภาษาองักฤษสามารถพัฒนา ความรู้ด้านค าศัพท์ได้ การท าแบบทดสอบแบบเติมคา ในช่องวา่งเป็นการทดสอบวดัความเขา้ใจในการอ่านและทดสอบว่า ผทู้า ใช้คา เติมใส่ช่องวา่งที่ถูกตดัทอนไปให้เหมาะสมกบัเงื่อน (Clues) ที่มีอยแู่ละยงัเป็นการใชท้ดสอบดา้น ค าศัพท์หรือ I.Q. ของผอู้่านดว้ย ซ่ึงการทา แบบฝึกหดัหรือแบบทดสอบแบบน้ีข้ึนอยกู่บัความสามารถความ เคยชิน หรือประสบการณ์ในการทา แบบฝึกหัดหรือข้อทดสอบ ปัญหาที่พบ นักเรียนส่วนใหญ่จะท า แบบฝึกหัดหรือแบบทดสอบแบบเติมคา ในช่องว่างไม่ได้เพราะขาดทกัษะในการ สร้างคา จดจา คา ศพัท์ ตลอดจนการเรียงค าเพื่อเขียนประโยค วตัถุประสงค์งานวจิัย 1 เพื่อพฒันาการเขียนเติมคา วชิาภาษาองักฤษของนกัเรียนช้นัมธัยมศึกษาปีที่5/1 โรงเรียนภูเขียว อ าเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ 2 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลงัการฝึกทกัษะการเขียนแบบเติมคา เกณฑก์า หนด ร้อยละ 80 สมมุติฐานการวจิัย 1. ผเู้รียนมีทกัษะในการเขียนเติมคา ในช่องวา่งในประโยคภาษาองักฤษ 2.ผเู้รียนมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนเพิ่มข้ึน
แนวคิด ทฤษฎี กรอบแนวคิด 1. โครงสร้างไวยากรณ์ Thornbury (1999) กล่าววา่ โครงสร้างเป็นคา อธิบายความหมายของภาษาทา ให้ผเู้รียนมีเคราองมือที่จะ สร้างประโยคใหม่อยา่งไม่มีขอ้จา กดัการสอนไวยากรณ์เปรียบเสมอนการจัดเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนไว้ ก่อนล่วงหน้า ท้งั Thornbury และนิธิดา อดิภทัรนันท์(2544)ให้ความส าคญัต่อไวยากรณ์ว่า ไวยากรณ์ เหมือนกระดูกสันหลงัที่เป็นพ้ืนฐานช่วยให้ผูเ้รียนภาษาต่างประเทศประสบความส าเร็จในการเรียนทกัษะ อย่างอื่น ฟัง พูด อ่าน เขียน จากการศึกษาดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความส าคัญของการเรียนการสอน ไวยากรณ์ตามสาระการเรียนรู้หลกัสูตรแกนกลางการศึกษาข้นัพ้ืนฐาน พุทธศกัราช 2551ความรู้ที่ไดจ้าการ เรียนการสอนโครงสร้างไวยากรณ์สามารถเปลี่ยนใหเ้ป็นความรู้ที่จา เป็นต่อการสื่อสารต่อไป 2. ทักษะการจดจ า Hunt and Love (1972) ไดใ้ห้ความหมายของ ความจา วา่เป็นคา ที่ใชอ้ธิบายวิธีการที่ขอ้มูล หรือสิ่งที่ เรียนรู้ถูกบนัทึกและเก็บไวถ้าวรในความจา ระยะยาวและสามารถที่จะคน้คืนหรือเรียกมาใช้(Retrieve) .ใน เวลาที่ตอ้งการได้การสอนเทคนิคในการช่วยความจา เพื่อผูเ้รียนจะไดเ้ก็บสิ่งที่เรียนรู้ไวใ้นความทรงจา ไว้ นานๆ 3. ทักษะการเขียน ดารีได้อ้างว่า วิดโดสัน (Widdowson.1987: 34-44) ได้กล่าวถึงทกัษะการเขียนว่าเป็นกิจกรรมการ สื่อสารชนิดหนึ่งโดยใช้ภาเป็ นเครื่องมือ สุมิตรา อังวัฒนกุล (2535: 185-195) กล่าวว่าการเขียนเพื่อการ สื่อสารเป็นการเขียนระดบัสูงกว่าการเขียนประโยคผูเ้รียนจะเริ่มตน้ ฝึกทกัษะการเขียนด้วยการวิเคราะห์ สังเคราะห์เน้ือหา ผเู้รียนควรไดร้่วมตรวจแกไ้ขงานดว้ยกระบวนการเขียนที่ผเู้รียนควรทราบ 4 ประการ 1. พยัญชนะและสระในภาษาอังกฤษ 2. วิธีการสะกดค าศัพท์ 3. โครงสร้างประโยคในภาษาอังกฤษ 4.การเลือกคา วลีเพื่อใชถ้่ายทอดความคิด ความรู้สึก 4. ข้อทดสอบแบบโคลซ (Cloze Test) อ้อยทิพย์ กรมกูล (............:71 -80) โคลซ (Cloze) เป็ นวิธีการทดสอบที่ วิลสัน แอล เทเลอร์ (Wilson L. Taylor) คิดข้ึนในปี1963 โดยยึดหลกัจิตวิทยาของ เกลดัลท์ (Gestalt) ผูใ้ชท้ฤษฎีที่เรียกวา่ Closure (การ เติมสิ่งที่ขาดไปให้สมบูรณ์เช่นเราคุน้เคยกบัภาพใดภาพหน่ึง เมื่อเรามาพบภาพที่เคยเห็นขาดตอนไปเราก็ สามารถเติมให้สมบูรณ์ได้) Taylot ไดน้า เอาหลกัน้ีมาใชท้า แบบทดสอบเพื่อวดัความเขา้ใจในการอ่าน และ
ทดสอบว่าผูท้า สามารถใช้คา เติมใส่ในช่องว่างที่ถูกตดัทอนไปให้เหมาะสมกับเน้ือหาโดยการใช้เงื่อน (Clues) ที่มีอยู่นอกจากน้ียงัใชท้ดสอบความรู้ดา้นศพัท์หรือแมแ้ต่ I.Q. ของผอู้่าน วิธีด าเนินการวิจัย การวิจัยเรื่องการพฒันาทกัษะการเขียนเติมคา ในช่องวา่ง ของนกัเรียนช้นัมธัยมศึกษาปีที่5 /8 โรงเรียนภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ผวู้จิยัไดม้ีข้นัตอนการดา เนินงานดงัต่อไปน้ี 1. ประชากรกลุ่มตวัอยา่ง 2. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา 3. ข้นัตอนที่การสร้างเครื่องมือที่ใชใ้นการวิจยั 4. วธิีการเก็บรวบรวมขอ้มูล 5. การวิเคราะห์ข้อมูล ประชากรที่ใช้ในการวิจัย นักเรียนช้นัมธัยมศึกษาปีที่5/1 โรงเรียนภูเขียว อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2565 นักเรียนท้งัหมด 36 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา 1. ใบงานเรื่องชนิดและหน้าที่ของค าในภาษาอังกฤษ 2. ใบงานโครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษ 3. แผนการจัดการเรียนรู้ 4. แบบฝึ กหัดการเติมคา ศพัทใ์นช่องวา่งโดยใชค้า ที่กา หนดให้ 5.แบบทดสอบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือในการวิจัย สร้างใบงาน 1. นิทานภาษาอังกฤษที่สอนความหมายชนิดของค าและท าความเข้าใจ ความหมายของคา แต่ละชนิด 2. โครงสร้างการเขียนประโยคภาษาอังกฤษ โดยมีข้นัตอนดงัน้ี 1.ศึกษาหลกัสูตรเอกสารขอบข่าย สาระกลุ่มภาษาองักฤษ ช้นัมธัยมศึกษาปีที่5 2.กา หนดจุดประสงคก์ารเรียนรู้ใหส้อดคลอ้งกบัคา อธิบายรายวชิา หลกัสูตรเน้ือหา ตวัช้ีวดั 3. ด าเนินการสร้างใบงานเพื่อการเรียนรู้ สร้างแผนการจัดการเรียนรู้โดยมีข้นัตอนดงัน้ี 1.ศึกษาหลกัสูตรเอกสารขอบข่าย สาระกลุ่มภาษาองักฤษ ช้นัมธัยมศึกษาปีที่5จุดประสงค์การ
เรียนรู้ใหส้อดคลอ้งกบัคา อธิบายรายวชิา หลกัสูตรเน้ือหา ตวัช้ีวดั 2. ศึกษาการสร้างแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง ชนิดของค าและโครงสร้างการเขียนประโยค ภาษาอังกฤษ 3. สร้างแผนการจัดการเรียนรู้เรื่องชนิดของค าและโครงสร้างการเขียนประโยคภาษาอังกฤษ 4. จัดการเรียนการสอนชนิดของค าและโครงสร้างการเขียนประโยคภาษาอังกฤษ สร้างแบบฝี กหัดเรื่องการเติมคา ศพัทใ์นช่องวา่ง โดยใชค้า ที่กา หนดให้ สร้างแบบฝึ กหัด จากเน้ือหาชนิดของคา และโครงสร้างประโยคภาษาองักฤษ สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (Cloze Test ) โดย 1. ศึกษาหลักการและเทคนิคในการสร้างแบบทดสอบจากเอการวัดและประเมินผล 2. สร้างแบบทดสอบให้สอดคลอ้งกบัวตัถุประสงคท์ ี่ต้งัไว้เป็นแบบอตันยัเขียนเติมคา ลงในช่องวา่ง จา นวน 20ขอ้กา หนดการใหค้ ่าคะแนน ตอบถูกได้1คะแนน ตอบผิดได้0คะแนน วธิีการเกบ็รวบรวมข้อมูล น าแบบทดสอบวดัผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนมาใช้ทดสอบนักเรียนก่อนการเรียน เก็บคะแนน จดั กระบวนการเรียนการสอนตามแผนที่วางไว้ โดยใช้ใบงาน แบบฝักหัด น าแบบทดสอบชุดเดิมมาใช้ทดสอบ นกัเรียนหลงัการเรียนการสอน เก็บคะแนนอีกคร้ัง การวเิคราะห์ข้อมูล หาค่าเฉลี่ยร้อยละเพื่อเปรียบเทียบผลการพฒันาดา้นการเขียนภาษาองักฤษท้งัก่อนเรียนและหลงัเรียน ผลการวิจัย ผลการเปรียบเทียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนกัเรียนระหวา่งคะแนนการทดสอบก่อนและ หลงัเรียนโดยใชแ้บบฝึกทกัษะการเขียนเติมคา ในช่องวา่ง สา หรับนกัเรียนช้นัมธยมศึกษาปี ที่ 5 ั การทดสอบ นักเรียน (คน) คะแนนเต็ม ค่าเฉลี่ย ร้อยละ คะแนนก่อนเรียน 36 20 6.50 32.5 คะแนนหลังเรียน 36 20 17.97 89.85 ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนคะแนนก่อนและหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะฯ ใช้ค่าเฉลี่ยร้อยละเพื่อ เปรียบเทียบผลการพัฒนาด้านการเขียนภาษาอังกฤษท้ังก่อนเรียนและหลังเรียน ปรากฏผลดังน้ี จาก แบบทดสอบจ านวน 20ข้อ 20คะแนน นักเรียนช้นัมธัยมศึกษาปีที่5/1จ านวน 36คน ท าแบบทดสอบวัดผล
ก่อนเรียนไดค้ะแนนเฉลี่ย 6.5 คิดเป็ นร้อยละ 32.50 หลังเรียนได้คะแนนเฉลี่ย 17.97คิดเป็ นร้อยละ 89.85 ซ่ึงผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนกัเรียนหลงัเรียนสูงกวา่ก่อนเรียน สรุปผลอภิปรายผล จากการวจิยัคร้ังน้ีนกัเรียนมีเทคนิคในการทา ขอ้ทดสอบแบบเติมคา ไดด้ีข้ึน สามารถอภิปรายผลไดว้า่ เมื่อนา วิธีการพฒันาทกัษะการเขียนเติมคา ในช่องว่างมาสอนไปทีละข้นัตอน ส่งผลให้นักเรียนไดพ้ฒันา ความสามารถในการเติมคา ในช่องวา่งดว้ยตนเอง ข้อเสนอแนะ 1.ครูผูส้อน และผูท้ี่เกี่ยวขอ้งในการจดัการศึกษาควรนา แบบฝึกทกัษะการสร้างค าภาษาอังกฤษของ นักเรียนช้นัมธัยมปีที่5ไปใชพ้ฒันากิจกรรมการเรียนการสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ 2.ผมู้ีส่วนเกี่ยวขอ้งกบัการจดัอบรมและเผยแพร่นวตักรรมทางการศึกษาควรมีการจดัอบรม และนิเทศ ติดตาม นา ผลการวิจยัคร้ังน้ีเสนอต่อกลุ่ม PLC ควรมีการพัฒนาการเรียนรู้การสร้างค าศัพท์และกลวิธีการ จา คา แต่ละชนิดให้ถูกต้อง เพื่อให้นักเรียนได้เติมคา ในช่องว่างและเป็นพ้ืนฐานในการเขียนประโยค ขอ้ความ และการเขียนในข้นัสูงต่อไป 3.ควรศึกษาผลการสอนโดยใชแ้บบฝึกทกัษะกบัตวัแปรอื่น เช่น เจตคติความคงทนในการเรียนรู้เป็ น ต้น