The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by LawDD, 2022-01-11 23:58:09

คดีมโนสาเร่

คดีมโนสาเร่

INFOGRAPHIC

สงวนสิทธต์ิ ามพระราชบญั ญัตกิ ารพมิ พ
INFOGRAPHIC กระบวนการคดมี โนสาเรแ ละคดไี มมขี อ ยงุ ยาก ฉบบั LawDD

ผเู รียบเรียง กฤษณ ฤทธิธรรม , นริศรา ทุมมา
ผูชว ยบรรณาธกิ าร (ศลิ ปกรรม) นริศรา ทมุ มา
รปู เลม นริศรา ทุมมา
พสิ ูจนอักษร นรศิ รา ทุมมา

จดั ทำโดย สำนกั งานกฎหมายดไี ซน ลอว
อินเตอรเนชั่นแนล

สำนักงานกฎหมายดไี ซน ลอว อินเตอรเนชั่นแนล
เลขที่ 211/17 หมู 7 ถ.บานกลวย-ไทรนอย ตำบลพมิ ลราช อำเภอบางบัวทอง
นนทบรุ ี 11110
ชอ งทางการติดตอ
FB : https://www.facebook.com/LawDD.info
email : [email protected]
เบอรโทร 061-0130532

คดีมโนสาเร‹ คือ ?

คดที ี่มคี ำขอใหŒปลดเปล้อื งทุกขอนั อาจคำนวณเปนš ราคาเงนิ ไดŒไม‹เกนิ

300,000 บาท หรอื ไมเ‹ กินจำนวนท่ีกำหนดในพระราชกฤษฎกี า

(ม.189 (1))

ทุนทรัพยอยู‹ในอำนาจศาลแขวง
(ตามพระธรรมนูญศาลฯ ม.17 ประกอบ ม.25)
คำฟอ ง

เสียค‹าขึ้นศาลรŒอยละ 2 ไม‹เกิน 1,000 บาท

การคำนวณทนุ ทรพั ยหรอื ราคาทรัพยพิพาท (ม.190)

(1) จำนวนทุนทรัพยหรือราคานั้นใหคำนวณตามคำเรียกรองของโจทก (สวนดอกผลอันมิถึง
กำหนดเกิดขึ้นในเวลายื่นคำฟองหรือคาธรรมเนียมศาลซึ่งอาจเปนอุปกรณรวมอยูใน
คำเรียกรอง หามไมใหคำนวณรวมเขาดวย (ม.190 (1))

(2) ในกรณีมีขอสงสัยหรือมีขอโตแยง จำนวนทุนทรัพยหรือราคานั้นใหศาลกะประมาณตาม
ที่เปนอยูในเวลายื่นฟองคดี (ม.190 (2))

(3) คดีอันเกี่ยวดวยทรัพยสินที่มีขอหาหลายขอใหรวมทุนทรัพยหรือราคาเหลานั้นเขาดวยกัน
และกรณีเรียกรองเอาจากจำเลยหลายคนใหถือเอาจำนวนที่เรียกรองเอาจากจำเลยแตละคน
เปนเกณฑ (ม.190 (3)) แบงออกเปน
3.1 กรณีเรียกใหจำเลยคนเดียว (หรือหลายคนกรณีจำเลยตองรวมกันรับผิดอยางลูกหนี้รวม)
ชำระหลายขอหาใหรวมจำนวนทุนทรัพยหรือราคาเหลานั้นเขาดวยกัน
3.2 กรณีเรียกรองใหจำเลยหลายคนรับผิดถึงแมวาถารวมความรับผิดของจำเลยหลายคน
นั้นเขาดวยกันแลวจะไมเปนคดีมโนสาเรก็ตาม ใหถือเอาจำนวนที่เรียกรองเอาจาก

2 จำเลยคนหนึ่ง ๆ นั้น เปนประมาณแกการที่จะถือวาคดีนั้นเปนคดีมโนสาเรหรือไม

คไดดŒในีฟข‡อณงะขยับน่ื ไคลำ‹บฟุคอ‡ คงลไมใดเ‹ กๆนิ อเดออื กนจลาะก3อส0ัง,ห0าร0ิม0ทรบัพาทยหอรันอื มไีคมเ‹‹ากเชนิ ‹าจหำรนืวอนอทาจก่ี ใำหหŒเนชด‹า

ในพระราชกฤษฎีกา (ม.189 (2))

คำฟอง เปšนคดีไมม‹ ที นุ ทรพั ย ไม‹อยู‹ในอำนาจศาลแขวง
(เปนš อำนาจศาลทม่ี ีอำนาจพจิ ารณาคดีสามญั )

โจทก
คา‹ ข้นึ ศาล 200 บาท

ในคดมี โนสาเร‹ ใหŒศาลมีอำนาจทจี่ ะออกคำสงั่ ขยายหรือยน‹ ระยะเวลาไดŒ
(ม.190 ตร)ี

คำฟอ ง คำฟอ ง

ระยะเวลาท่สี ามารถขยายหรือยน‹ ระยะเวลาไดŒคือ 3

(1) ระยะเวลาตามที่กำหนดไวŒในประมวลกฎหมายนี้ หรือ
(2) ตามทศี่ าลไดกŒ ำหนดไวŒ หรือ
(3) ระยะเวลาที่เกี่ยวดŒวยวิธีพิจารณาความแพ‹งอันกำหนดไวŒในกฎหมายอื่นเพื่อใหŒ

ดำเนินหรือมิใหŒดำเนินกระบวนพจิ ารณาใด ๆ กอ‹ นสน้ิ ระยะเวลานน้ั ไดŒ
เมือ่ มคี วามจำเปนš เพอ่ื ประโยชนแ ห‹งความยุตธิ รรม
เชน‹ ศาลช้ันตŒนจงึ อาจสั่งย‹นระยะเวลาการสง‹ หมายดŒวยการปด หมายและใหมŒ ผี ลทนั ทีไดŒ
(ฎ.1022/2555)

ตัวอย‹าง การคำนวณทุนทรพั ยห รือราคาทรัพยพิพาท

กรณีเรียกใหจำเลยคนเดียว (หรือหลายคนกรณีจำเลยตองรวมกันรับผิดอยางลูกหนี้รวม)
ชำระหลายขอหา ใหรวมจำนวนทุนทรัพยหรือราคาเหลานั้นเขาดวยกัน

เช็ค

เลขที่ วันที่

ขŒาพเจŒา
ที่อยู‹

เช็ค

เลขที่ วันที่

ขŒาพเจŒา
ที่อยู‹

โจทก เช็ค จำเลย

เลขที่ วันที่

ขŒาพเจŒา
ที่อยู‹

ฟองเรียกเงินตามสัญญากูยืมเงินหรือตามเช็คหลายฉบับ ทุนทรัพยคิดรวมจำนวน
เงินตามสัญญากูยืมเงินหรือตามเช็คเขาดวยกัน หากไมเกิน 300,000 บาทก็เปน
คดีมโนสาเร แตหากเกิน 300,000 บาท ก็เปนคดีสามัญ

กรณีเรียกรองใหจำเลยหลายคนรับผิด ถึงแมวาถารวมความรับผิดของจำเลยหลายคน
นั้นเขาดวยกันแลวจะไมเปนคดีมโนสาเรก็ตามใหถือเอาจำนวนที่เรียกรองเอาจาก
จำเลยคนหนึ่ง ๆ นั้นเปนประมาณแกการที่จะถือวาคดีนั้นเปนคดีมโนสาเรหรือไม เชน

จำเลย 5 คน แตละคนตางบุกรุกที่ดินของโจทก โจทกไดรับความเสียหายจากการ
กระทำของจำเลยคนละ 100,000 บาท ถือเปนคดีมโนสาเร แมรวมทุนทรัพยของ
4 จำเลยทุกคนแลวจะเกิน 300,000 บาทก็ตาม

การฟ(‡อมง.ค1ด9ีม1โ)นสาเร‹ สั่งใหŒ
แกŒฟ‡อง
วธิ ีการฟ‡องคดีมโนสาเร‹

คำฟอ ง

1. ฟ‡องเปšนหนังสือ

คำฟอง

หากศาลเห็นวาคำฟองดังกลาวไมถูกตองหรือขาดสาระสำคัญบางเรื่องศาลอาจมีคำสั่งให
โจทกแกไขคำฟองในสวนนั้นใหถูกตองหรือชัดเจนขึ้นก็ได (ม.191 ว.2)
ขอสังเกต : คดีมโนสาเร จึงไมมีประเด็นฟองเคลือบคลุม เวนแต ศาลสั่งใหโจทกแกฟอง

แลวโจทกไมแกจึงจะมีประเด็นฟองเคลือบคลุมได (ฎ.1616/2559)

“……” 2.ฟ‡องดŒวยวาจา บันทึก
และอ‹านใหŒ
โจทกฟ˜ง

ใหศาลบันทึกรายการแหงขอหาเหลานั้นไว อานใหโจทกฟงแลวใหโจทกลงลายมือชื่อไว 5
เปนสำคัญ (ม.191 ว.3)

ขอŒ สงั เกต : การฟอ‡ งคดมี โนสาเร‹

กรณีคดีมโนสาเร‹กลายเปšนคดีสามัญ (ม.192 ว.2,ว.4)

กรณีศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีสามัญ

1. กรณีเพิ่มเติมคำฟ‡อง (ม.192 ว.2)

300,000 บาท 300,000 บาท ใหศŒ าลดำเนินการพิจารณา
ไปอยา‹ งคดสี ามัญ
คำฟอ‡ ง เพ่มิ เตมิ กรณีศาลแขวง
คำฟอ‡ ง

รวมเปนš ทนุ ทรพั ย 600,000 บาท

ทำใหŒไม‹เปšนคดีมโนสาเร‹

ศาลแขวง

ใหศŒ าลคืนคำฟ‡องไปยัง
ศาลท่ีมอี ำนาจ

2. กรณีฟ‡องแยŒงที่ไม‹เปšนคดีมโนสาเร‹ (ม.192 ว.4)

300,000 บาท 400,000 บาท

คำฟ‡อง ฟ‡องแยงŒ

ฟค‡อดงีมเโดนิมสเาปเรšน‹ ไม‹เปฟšนค‡อดงีมแยโนŒงสาเร‹

กรณีศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีสามัญ กรณีศาลแขวง

ศาลแขวง

ศาลตŒองดำเนินคดที ัง้ ตามฟ‡องเดิม เกินอำนาจศาลแขวง ศาลแขวงรับเฉพาะ
6 และฟอ‡ งแยŒงไปอย‹างคดสี ามญั คำใหกŒ ารไม‹รบั ฟอ‡ งแยงŒ

3. กรณีรวมพิจารณาคดีสามัญกับคดีมโนสาเร‹เขŒาดŒวยกัน (ม.192 ว.4)

300,000 บาท

คำฟ‡อง

คดีเรื่อง 1 รวมพิจารณา
ศาลตŒองดำเนินคดที ั้งสองเรือ่ ง
400,000 บาท ไปอย‹างคดสี ามญั

คำฟ‡อง

คดีเรื่อง 2 สถานะของคู‹ความ
เหตุสมควรประการอื่น

คำฟอ‡ ง คำฟ‡อง คำฟ‡อง ฟ‡องแยŒง ลักษณะคดี

จำนวนทุนทรัพย การรวมพิจารณา การพิจารณาฟ‡องแยŒง

แตเมื่อศาลพิจารณาถึงจำนวนทุนทรัพย ลักษณะคดี สถานะของคูความ หรือเหตุสมควร
ประการอื่นแลวเห็นวา การนำบทบัญญัติในหมวดนี้ไปใชบังคับแกคดีในสวนของฟองแยง
หรือคดีสามัญเชนวานั้นจะทำใหการดำเนินคดีเปนไปดวยความรวดเร็วและเปนธรรมแก
คูความทุกฝายก็ใหศาลมีอำนาจพิจารณาคดีในสวนของฟองแยงหรือคดีสามัญนั้นอยาง
คดีมโนสาเรได 7

โครงสรŒางกระบวนพิจารณาคดีมโนสาเร‹

1. ศาลกำหนดวนั นัดพจิ ารณาโดยเร็ว
2. ออกหมายเรียกใหจŒ ำเลยทราบวนั นดั พิจารณา
3. สั่งใหโŒ จทกมาศาลในวันนัดพจิ ารณา

กรณีค‹คู วามมาศาล กรณคี ‹ูความไมม‹ าศาล

ตกลงกันไดŒ กรณีโจทกไมม‹ าศาล
ใหศŒ าลมีคำพิพากษาตามยอม ใหศŒ าลมีคำสั่งจำหนา‹ ยคดี
ออกจากสารบบความ
ตกลงกนั ไม‹ไดŒ

คำใหก าร กรณจี ำเลยไม‹มาศาล

กรณีจำเลย คำใหก าร คำใหการ คำใหการ
ยน่ื คำใหŒการ
ศาลพิจารณาไป กรณจี ำเลย กรณจี ำเลย กรณจี ำเลย
ตามบทบัญญัติ ไมย‹ ่นื คำใหกŒ าร ไม‹ยน่ื คำใหกŒ าร ย่นื คำใหกŒ ารไวŒแลŒว
ม.193 ตรี, ศาลพิจารณาไป
ม.193 จตั วา, ตามบทบัญญัติ ศาลพิจารณาไปตาม ศาลพิจารณาไปตาม
ม.193 เบญจ ม.198 ทวิ ประกอบ บทบัญญัติม.198 ทวิ บทบัญญัติม.204,
ม.193 ตรี, ประกอบ ม.193ตรี, 205,206,207
8 ม.193จัตวา, ม.193จัตวา, ประกอบ ม.193 ตรี,
ม.193 เบญจ

ม.193 เบญจ 193 จตั วา,193 เบญจ

พิจากรรณะบาควดนีมกโานรสาเร‹

1.ศาลกำหนดวันนดั

ใหศŒ าลกำหนดวันนัดพจิ ารณาโดยเร็ว
(ม.193 ว.1)
2.อไปอยกงั หจมำาเยลเยรียก หมายเรียก

หมายเรียก ในหมายน้นั ใหŒจดแจŒง
ประเด็นแห‹งคดี และ
จำนวนทนุ ทรัพย หรอื
ราคาที่เรียกรŒอง และ
ขŒอความว‹าใหŒจำเลยมาศาล
เพื่อการไกล‹เกลี่ย ใหŒการ
และสืบพยานในวันเดยี วกนั จำเลย

3.ใหศŒ าลส่งั ใหŒโจทกม าศาล
ในวันนัดพจิ ารณานั้น

โจทก

9

วันนัดพิจารณา

กรณคี ค‹ู วามมาศาล

หŒองพิจารณา

โจทก จำเลย

10

กระบวนกกราณรีคพู‹คิจวารามณมาาคศดาีลมโนสาเร‹
หŒองพิจารณา

ศาลไกลเ‹ กล่ียใหŒ
คู‹ความไดŒตกลงกนั

โจทก จำเลย

โจทกและจำเลยมาศาลพรŒอมกัน ใหŒศาลไกล‹เกลี่ยใหŒคู‹ความ
ไดŒตกลงกันหรือประนีประนอมยอมความกันในขŒอที่พิพาทนั้น

(ม.193 ว.2)

11

คู‹ความตกลงกันหรือประนีประนอม
ยอมความกันไม‹ไดŒ (ม.193 ว.3)

หŒองพิจารณา

ใหŒศาลสอบถาม
คำใหŒการจำเลย

โจทก จำเลย

1. กรณีจำเลยยื่นคำใหŒการ

การทำคำใหŒการคดีมโนสาเร‹

คำใหการ

ยื่นเปšนหนังสือ ยื่นดŒวยวาจา

12

การพิจารณาคดีมโนสาเร‹ (ม.193 ตรี)

(กรณีศาลรับคำใหŒการตาม ม.193 ว.3)

ใหศาลดำเนินการ หŒองพิจารณา
พิจารณาคดีตอไปโดยเร็ว
ใหศาลสอบถามคูความฝายที่จะ
(ม.193 ตรี) ตองนำพยานเขาสืบวาประสงค
จะอางอิงพยานหลักฐานใดแลว
บันทึกไว หรือสั่งใหคูความจัดทำ
บัญชีระบุพยานยื่นตอศาลภายใน
ระยะเวลาตามที่เห็นสมควรโดย
ในกรณีที่มิใชการพิจารณาคดี
ฝายเดียวศาลจะกำหนดใหคูความ
ฝายใดนำพยานหลักฐานมาสืบ
กอนหรือหลังก็ได (ม.193 ตรี)

การยื่นบญั ชรี ะบพุ ยานในคดีมโนสาเร‹ (ม.193 ตรี)

คำวา “ใหศาลสอบถามคูความฝายที่ตองนำพยานเขาสืบวาประสงคจะอางอิงพยานหลักฐานใด

แลวใหศาลบันทึกไว” หมายถึง ในการพิจารณาคดีมโนสาเร เปนหนาที่ของศาลที่จะตองบันทึก

เกี่ยวกับพยานหลักฐานที่จะเขาสืบไดเองไวในกระบวนพิจารณา โดยคูความไมจำตองยื่นบัญชี

ระบุพยานลวงหนา ตาม ป.วิ.พ.ม.88 (ฎ.13666/2558) 13

การสืบพยาน (ม.193 จัตวา,193 เบญจ)

(กรณีศาลรับคำใหŒการตาม ม.193 ว.3)

หŒองพิจารณา

ศาลมีอำนาจ ศาลเปšน
เมราียสกืบพเอยงานไดฯŒ ผูŒซักถาม
พยานก‹อน

ใหŒศาลนั่ง ศาลมีอำนาจ
พติจิดารตณ‹อกาคันดี ซักถามเกี่ยว
ศาลบันทึก กับขŒอเท็จจริง
คำเบิกความ
ใด ๆ

1. ในคดีมโนสาเร เพื่อประโยชนแหงความยุติธรรมใหศาลมีอำนาจเรียกพยานหลักฐาน
มาสืบไดเองตามที่เห็นสมควร (ม.193 จัตวา ว.1)

2. ในการสืบพยานไมวาจะเปนพยานที่คูความฝายใดอางหรือที่ศาลเรียกมาเอง ใหศาล
เปนผูซักถามพยานกอน (ม.193 จัตวา ว.2)

3. ศาลมีอำนาจซักถามเกี่ยวกับขอเท็จจริงใด ๆ ที่เกี่ยวกับคดีแมไมมีคูความฝายใด
ยกขึ้นอางก็ตาม (ม.193 จัตวา ว.3)

4. ศาลบันทึกคำเบิกความ (บันทึกโดยยอก็ได แลวใหพยานลงลายมือชื่อไว)
(ม.193 จัตวา ว.4)

5. ใหศาลนั่งพิจารณาคดีติดตอกันไปโดยไมตองเลื่อน เวนแตมีเหตุจำเปนศาลจะมี
คำสั่งใหเลื่อนครั้งละไมเกิน 7 วัน (ม.193 เบญจ)

โจทก จำเลย

ตัวความหรือทนายความซักถามเพิ่มเติมไดŒ
(ม.193 จัตวา ว.2)

14

2.กรณีจำเลยไม‹ยื่นคำใหŒการ (ม.193 ว.4)

คำใหก าร ถือว‹า จำเลยขาดนัดยื่นคำใหŒการในคดีมโนสาเร‹ การ
พิจารณาคดีเปšนไปตามกรณีดังต‹อไปนี้

ศาลตŒองมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดโดยนำ
บทบัญญัติ ม.198 ทวิ มาใชŒบังคับโดยอนุโลม

หŒองพิจารณา เพื่อประโยชนในการพิพากษา
หรือมีคำสั่งชี้ขาดคดีศาลอาจ
สืบพยานเกี่ยวกับขออางของ
โจทกหรือพยานหลักฐานอื่น
ไปฝายเดียวตามที่เห็นวาจำเปน
ก็ได

ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดใหโจทกชนะคดีโดยขาดนัดยื่นคำใหการได ถาศาลเห็นวา
คำฟองของโจทก มีมูล และ ไมขัดตอกฎหมาย ในการนี้ ศาลจะยกขึ้นอางโดยลำพังซึ่ง
ขอกฎหมายอันเกี่ยวดวยความสงบเรียบรอยของประชาชนก็ได (ม.198 ทวิ ว.1)

กรณีดังต‹อไปนี้ ศาลตŒองสืบพยานโจทกไปฝ†ายเดียว (ม.198 ทวิ ว.2)

คดีเกี่ยวดŒวยสิทธิ
แห‹งสภาพบุคคล

คดีพิพาทเกี่ยวดŒวยกรรมสิทธิ์ คำฟ‡อง คดีเกี่ยวกับสิทธิ
ในอสังหาริมทรัพย ในครอบครัว

ศาลตŒองสืบพยานของ
โจทก ไปฝ†ายเดียว

คำใหก าร

โจทก

15

ในการกำหนดจำนวนเงินตามคำขอบังคับของโจทก
(ม.198 ทวิ ว.3)

คำฟ‡อง

ในกรณีที่โจทกมีคำขอบังคับใหŒจำเลย
ชำระหนี้เปšนเงินจำนวนแน‹นอน
(ม.198 ทวิ ว.3(1))

ใหŒศาลมีคำสั่งใหŒโจทกส‹งพยาน
เอกสารตามที่ศาลเห็นว‹าจำเปšน
แทนการสืบพยาน

คำใหการ

โจทก

คำฟอ‡ ง

ในกรณีที่โจทกมีคำขอบังคับใหŒจำเลยชำระหนี้
เปšนเงินอันไม‹อาจกำหนดจำนวนไดŒโดยแน‹นอน

(ม.198 ทวิ ว.3(2))

ใหŒศาลสืบพยานหลักฐานโจทกไปฝ†ายเดียว
และศาลอาจเรยี กพยานหลกั ฐานอ่ืนมาสบื ไดŒ
เองตามที่เห็นว‹าจำเปšน

คำใหการ

โจทก

16

ในกรณีศาลสั่งใหŒสืบพยานตาม ม.198 ทวิ คือ กรณีศาลใชŒดุลพินิจใหŒสืบพยานโจทก
ไปฝ†ายเดียวตาม ม.198 ทวิ ว.1 หรือเปšนคดีที่กฎหมายบังคับใหŒสืบพยานโจทก
ไปฝ†ายเดียวตาม ม.198 ทวิ ว.2 และ ว.3(2) ใหŒดำเนินกระบวนพิจารณาไปตาม
ม.193 ตรี ,193 จัตตวา และ ม.193 เบญจ ดังนี้

การพิจารณาคดีมโนสาเร‹ (ม.193 ตรี)

(กรณีศาลสั่งใหŒสืบพยานโจทกไปฝ†ายเดียว
ตาม ม.198 ทวิ ว.1,ว.2 และ ว.3(2))

ใหศาลสอบถามคูความฝายที่จะตอง หŒองพิจารณา
นำพยานเขาสืบวาประสงคจะอางอิง ใหศาลดำเนินการ
พยานหลักฐานใดแลวบันทึกไว หรือ
สั่งใหคูความจัดทำบัญชีระบุพยาน พิจารณาคดีตอไปโดยเร็ว
ยื่นตอศาลภายในระยะเวลาตามที่เห็น (ม.193 ตรี)
สมควรโดยในกรณีที่มิใชการพิจารณา
คดีฝายเดียวศาลจะกำหนดใหคูความ คำใหการ
ฝายใดนำพยานหลักฐานมาสืบกอน
หรือหลังก็ได (ม.193 ตรี)

การย่นื บญั ชรี ะบพุ ยานในคดมี โนสาเร‹ (ม.193 ตร)ี

คำวา “ใหศาลสอบถามคูความฝายที่ตองนำพยานเขาสืบวาประสงคจะอางอิงพยานหลักฐานใด 17
แลวใหศาลบันทึกไว” หมายถึง ในการพิจารณาคดีมโนสาเร เปนหนาที่ของศาลที่จะตองบันทึก
เกี่ยวกับพยานหลักฐานที่จะเขาสืบไดเองไวในกระบวนพิจารณา โดยคูความไมจำตองยื่นบัญชี
ระบพุ ยานลว งหนา ตาม ป.วิ.พ.ม.88 (ฎ.13666/2558)

การสืบพยาน (ม.193 จัตวา,193 เบญจ)

(กรณีศาลสั่งใหŒสืบพยานโจทกไปฝ†ายเดียว
ตาม ม.198 ทวิ ว.1,ว.2 และ ว.3(2))

หŒองพิจารณา

ศาลมีอำนาจ ศาลเปšน
เมราียสกืบพเอยงานไดฯŒ ผูŒซักถาม
พยานก‹อน

พใิจหาŒศราณลนาคั่งดี ศาลบันทึก ศาลมีอำนาจ
ติดต‹อกัน คำเบิกความ ซักถามเกี่ยว
กับขŒอเท็จจริง

ใดๆ

1. ในคดีมโนสาเร เพื่อประโยชนแหงความยุติธรรมใหศาลมีอำนาจเรียกพยานหลักฐาน
มาสืบไดเองตามที่เห็นสมควร (ม.193 จัตวา ว.1)

2. ในการสืบพยานไมวาจะเปนพยานที่คูความฝายใดอางหรือที่ศาลเรียกมาเอง ใหศาล
เปนผูซักถามพยานกอน (ม.193 จัตวา ว.2)

3. ศาลมีอำนาจซักถามเกี่ยวกับขอเท็จจริงใด ๆ ที่เกี่ยวกับคดีแมไมมีคูความฝายใด
ยกขึ้นอางก็ตาม (ม.193 จัตวา ว.3)

4. ศาลบันทึกคำเบิกความ (บันทึกโดยยอก็ได แลวใหพยานลงลายมือชื่อไว)
(ม.193 จัตวา ว.4)

5. ใหศาลนั่งพิจารณาคดีติดตอกันไปโดยไมตองเลื่อน เวนแตมีเหตุจำเปนศาลจะมี
คำสั่งใหเลื่อนครั้งละไมเกิน 7 วัน (ม.193 เบญจ)

คำใหการ

โจทก

ตัวความหรือทนายความซักถามเพิ่มเติมไดŒ
18 (ม.193 จัตวา ว.2)

วันนัดพิจารณา

กรณีคู‹ความไมม‹ าศาล

หŒองพิจารณา

โจทก จำเลย

19

1. กรณีโจทกไม‹มาศาล และ ไม‹ไดŒรับอนุญาต
โจทก ใหŒเลื่อนคดี

(ม.193 ทวิ)

หŒองพิจารณา

ศาลมีคำสั่งจำหน‹ายคดี
ออกจากสารบบความ

(ม.193 ทวิ)

โจทกไม‹มาศาล

ทางแกŒของโจทก กรณีศาลมีคำสั่งจำหน‹ายคดี
ออกจากสารบบความ กรณีโจทกไม‹มาศาล

โจทกฟ‡องใหม‹ไดŒภายในอายุความ

(นำมาตรา 203 ประกอบมาตรา 195
มาบังคับใชŒโดยอนุโลม)

โจทก

20

2. กรณีจำเลยไม‹มาศาล และ
จำเลย ไม‹อนุญาตใหŒเลื่อนคดี

(ม.193 ทวิ ว.2)

กรณีจำเลยไม‹ ไดŒยื่นคำใหŒการไวŒ คำใหก าร
ถือว‹า จำเลยขาดนัดยื่นคำใหŒการ
ในคดีมโนสาเร‹ (ม.193 ทวิ ว.2)

ศาลตŒองมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดโดยนำ
บทบัญญัติ ม.198 ทวิ มาใชŒบังคับโดยอนุโลม

หŒองพิจารณา เพื่อประโยชนในการพิพากษา
หรือมีคำสั่งชี้ขาดคดีศาลอาจ
สืบพยานเกี่ยวกับขออางของ
โจทกหรือพยานหลักฐานอื่นไป
ฝายเดียวตามที่เห็นวาจำเปน
ก็ได

ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดใหโจทกชนะคดีโดยขาดนัดยื่นคำใหการได ถาศาลเห็น
วาคำฟองของโจทก มีมูล และ ไมขัดตอกฎหมาย ในการนี้ ศาลจะยกขึ้นอางโดยลำพัง
ซึ่งขอกฎหมายอันเกี่ยวดวยความสงบเรียบรอยของประชาชนก็ได (ม.198 ทวิ ว.1)

กรณีดังต‹อไปนี้ ศาลตŒองสืบพยานโจทกไปฝ†ายเดียว (ม.198 ทวิ ว.2)

คแดหีเ‹งกสี่ยภวาดพŒวบยุคสคิทลธิ

คดีพิพในาอทสเกังี่ยหวาดรŒวิมยทกรรัพรยม สิทธิ์ คำฟ‡อง คดในีเกคีร่ยอวบกคับรสัวิทธิ

ขศอาลงโตจอทงกสไืบปพฝยาายนเดียว จไมำไเลดยยไื่นมคมำาใศหากลาแรลไวะ

โจทก 21

ในการกำหนดจำนวนเงินตามคำขอบังคับของโจทก
(ม.198 ทวิ ว.3)

คำฟ‡อง

ในกรณีที่โจทกมีคำขอบังคับใหŒจำเลย
ชำระหนี้เปšนเงินจำนวนแน‹นอน
(ม.198 ทวิ ว.3 (1))

ใหศาลมีคำสั่งใหโจทกสงพยาน
เอกสารตามที่ศาลเห็นวาจำเปน
แทนการสืบพยาน

จำเลยไมมาศาลและ
ไมไดยื่นคำใหการไว

โจทก

คำฟ‡อง

ในกรณีที่โจทกมีคำขอบังคับใหŒจำเลยชำระหนี้
เปšนเงินอันไม‹อาจกำหนดจำนวนไดŒโดยแน‹นอน

(ม.198 ทวิ ว.3 (2))

ใหศาลสืบพยานหลักฐานโจทกไปฝายเดียว
และศาลอาจเรียกพยานหลักฐานอื่นมาสืบได
เองตามที่เห็นวาจำเปน

จำเลยไมมาศาลและ
ไมไดยื่นคำใหการไว

โจทก

22

ในกรณีศาลสั่งใหŒสืบพยานตาม ม.198 ทวิ คือ กรณีศาลใชŒดุลพินิจใหŒสืบพยานโจทก
ไปฝ†ายเดียวตาม ม.198 ทวิ ว.1 หรือเปšนคดีที่กฎหมายบังคับใหŒสืบพยานโจทก
ไปฝ†ายเดียวตาม ม.198 ทวิ ว.2 และ ว.3(2) ใหŒดำเนินกระบวนพิจารณาไปตาม
ม.193 ตรี ,193 จัตตวา และ ม.193 เบญจ ดังนี้

การพิจารณาคดีมโนสาเร‹ (ม.193 ตรี)

(กรณีศาลสั่งใหŒสืบพยานฝ†ายเดียว
กรณีจำเลยไม‹มาศาลและไม‹ไดŒยื่นคำใหŒการไวŒ)

หŒองพิจารณา ใหศาลสอบถามคูความฝายที่จะ
ตองนำพยานเขาสืบวาประสงค
ใหศาลดำเนินการ จะอางอิงพยานหลักฐานใดแลว
พิจารณาคดีตอไปโดยเร็ว บันทึกไว หรือสั่งใหคูความจัดทำ
บัญชีระบุพยานยื่นตอศาลภายใน
(ม.193 ตรี) ระยะเวลาตามที่เห็นสมควรโดย
ในกรณีที่มิใชการพิจารณาคดี
ฝายเดียวศาลจะกำหนดใหคูความ
ฝายใดนำพยานหลักฐานมาสืบ
กอนหรือหลังก็ได (ม.193 ตรี)

จำเลยไมมาศาลและ
ไมไดยื่นคำใหการไว

การย่ืนบัญชรี ะบพุ ยานในคดมี โนสาเร‹ (ม.193 ตร)ี 23
คำวา “ใหศาลสอบถามคูความฝายที่ตองนำพยานเขาสืบวาประสงคจะอางอิงพยาน
หลักฐานใด แลวใหศาลบันทึกไว” หมายถึง ในการพิจารณาคดีมโนสาเร เปนหนาที่
ของศาลที่จะตองบันทึกเกี่ยวกับพยานหลักฐานที่จะเขาสืบไดเองไวในกระบวน
พิจารณา โดยคูความไมจำตองยื่นบัญชีระบุพยานลวงหนา ตาม ป.วิ.พ.ม.88
(ฎ.13666/2558)

การสืบพยาน (ม.193 จัตวา,193 เบญจ)

(กรณีศาลสั่งใหŒสืบพยานฝ†ายเดียว
กรณีจำเลยไม‹มาศาลและไม‹ไดŒยื่นคำใหŒการไวŒ)

หŒองพิจารณา

1. ในคดีมโนสาเร เพื่อประโยชนแหงความยุติธรรมใหศาลมีอำนาจเรียก
พยานหลักฐานมาสืบไดเองตามที่เห็นสมควร (ม.193 จัตวา ว.1)

2. ในการสืบพยานไมวาจะเปนพยานที่คูความฝายใดอางหรือที่ศาลเรียก
มาเอง ใหศาลเปนผูซักถามพยานกอน (ม.193 จัตวา ว.2)

3. ศาลมีอำนาจซักถามเกี่ยวกับขอเท็จจริงใด ๆ ที่เกี่ยวกับคดีแมไมมี
คูความฝายใดยกขึ้นอางก็ตาม (ม.193 จัตวา ว.3)

4. ศาลบันทึกคำเบิกความ (บันทึกโดยยอก็ได แลวใหพยานลงลายมือชื่อไว)
(ม.193 จัตวา ว.4)

5. ใหศาลนั่งพิจารณาคดีติดตอกันไปโดยไมตองเลื่อน เวนแตมีเหตุจำเปน
ศาลจะมีคำสั่งใหเลื่อนครั้งละไมเกิน 7 วัน (ม.193 เบญจ)

จำเลยไมมาศาลและ
ไมไดยื่นคำใหการไว

โจทก

24 ตัวความหรือทนายความซักถามเพิ่มเติมไดŒ
(ม.193 จัตวา ว.2)

กรณีจำเลยไดŒ‹ยื่นคำใหŒการไวŒแลŒว คำใหก าร
(ม.193 ทวิ ว.2)

ถือว‹า จำเลยขาดนัดพิจารณา
และใหŒบังคับตาม ม.204,205,206 และ ม.207

ศาลตŒองพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ†ายเดียวตามม.204

หŒองพิจารณา

ศาลจะวินิจฉัยชี้ขาดคดีใหโจทกเปนฝายชนะโดยจำเลยขาดนัดพิจารณาไมได
ศาลจะวินิจฉัยชี้ขาดคดีใหโจทกเปนฝายชนะคดีตอเมื่อศาลเห็นวาขออางของ
โจทกมีมูลและไมขัดตอกฎหมาย (ม.206 ว.1)

ใหŒนำบทบัญญัติ ม.198 ทวิ ว.2 และ ว.3 มาใชŒบังคับแก‹คดีของโจทกโดยอนุโลม
(ม.206 ว.2) กล‹าวคือ ศาลตŒองสืบพยานโจทกไปฝ†ายเดียว (ม.198 ทวิ ว.2)

คดีเกี่ยวดŒวยสิทธิ
แห‹งสภาพบุคคล

คดีพิพาทเกี่ยวดŒวยกรรมสิทธิ์ คำฟอ‡ ง คดีเกี่ยวกับสิทธิ
ในอสังหาริมทรัพย ในครอบครัว

ศาลตองสืบพยานของ
โจทกไปฝายเดียว

จำเลยขาดนัด
พิจารณา

โจทก

25

ในการกำหนดจำนวนเงินตามคำขอบังคับของโจทก
(ม.198 ทวิ ว.3)

คำฟอ‡ ง

ในกรณีที่โจทกมีคำขอบังคับใหŒจำเลย
ชำระหนี้เปšนเงินจำนวนแน‹นอน
(ม.198 ทวิ ว.3(1))

ใหศาลมีคำสั่งใหโจทกสงพยาน
เอกสารตามที่ศาลเห็นวาจำเปน
แทนการสืบพยาน

จำเลยขาดนัด
พิจารณา

โจทก

คำฟอ‡ ง

ในกรณีที่โจทกมีคำขอบังคับใหŒจำเลยชำระหนี้
เปšนเงินอันไม‹อาจกำหนดจำนวนไดŒโดยแน‹นอน

(ม.198 ทวิ ว.3(2))

ใหศาลสืบพยานหลักฐานโจทกไปฝายเดียว
และศาลอาจเรียกพยานหลักฐานอื่นมาสืบได
เองตามที่เห็นวาจำเปน

จำเลยขาดนัด
พิจารณา

โจทก

26

ในกรณีศาลสั่งใหŒสืบพยานตาม ม.206 คือ กรณีศาลใชŒดุลพินิจใหŒสืบพยานโจทกไป
ฝ†ายเดียวตาม ม.204 หรือเปšนคดีที่กฎหมายบังคับใหŒสืบพยานโจทกไปฝ†ายเดียว
ตาม ม.206 ประกอบ ม.198 ทวิ ว.2 และ ว.3(2) ใหŒดำเนินกระบวนพิจารณา
ไปตาม ม.193 ตรี ,193 จัตตวา และ ม.193 เบญจ ดังนี้

การพิจารณาคดีมโนสาเร‹ (ม.193 ตรี)

(กรณีจำเลยขาดนัดพิจารณาตามม.193 ทวิ ว.2)

หŒองพิจารณา ใหศาลสอบถามคูความฝายที่จะ
ตองนำพยานเขาสืบวาประสงค
ใหศาลดำเนินการ จะอางอิงพยานหลักฐานใดแลว
พิจารณาคดีตอไปโดยเร็ว บันทึกไว หรือสั่งใหคูความจัดทำ
บัญชีระบุพยานยื่นตอศาลภายใน
(ม.193 ตรี) ระยะเวลาตามที่เห็นสมควรโดย
ในกรณีที่มิใชการพิจารณาคดี
ฝายเดียวศาลจะกำหนดใหคูความ
ฝายใดนำพยานหลักฐานมาสืบ
กอนหรือหลังก็ได (ม.193 ตรี)

จำเลยขาดนัด
พิจารณา

การยืน่ บญั ชรี ะบพุ ยานในคดีมโนสาเร‹ (ม.193 ตร)ี

คำวา “ใหศาลสอบถามคูความฝายที่ตองนำพยานเขาสืบวาประสงคจะอางอิงพยาน
หลักฐานใด แลวใหศาลบันทึกไว” หมายถึง ในการพิจารณาคดีมโนสาเร เปนหนาที่
ของศาลที่จะตองบันทึกเกี่ยวกับพยานหลักฐานที่จะเขาสืบไดเองไวในกระบวน
พิจารณา โดยคูความไมจำตองยื่นบัญชีระบุพยานลวงหนา ตาม ป.วิ.พ.ม.88 27

(ฎ.13666/2558)

การสืบพยาน (ม.193 จัตวา,193 เบญจ)

(กรณีจำเลยขาดนัดพิจารณาตามม.193 ทวิ ว.2)

หŒองพิจารณา

1. ในคดีมโนสาเร เพื่อประโยชนแหงความยุติธรรมใหศาลมีอำนาจเรียกพยาน
หลักฐานมาสืบไดเองตามที่เห็นสมควร (ม.193 จัตวา ว.1)

2. ในการสืบพยานไมวาจะเปนพยานที่คูความฝายใดอางหรือที่ศาลเรียกมาเอง
ใหศาลเปนผูซักถามพยานกอน (ม.193 จัตวา ว.2)

3. ศาลมีอำนาจซักถามเกี่ยวกับขอเท็จจริงใด ๆ ที่เกี่ยวกับคดีแมไมมีคูความ
ฝายใดยกขึ้นอางก็ตาม (ม.193 จัตวา ว.3)

4. ศาลบันทึกคำเบิกความ (บันทึกโดยยอก็ได แลวใหพยานลงลายมือชื่อไว)
(ม.193 จัตวา ว.4)

5. ใหศาลนั่งพิจารณาคดีติดตอกันไปโดยไมตองเลื่อน เวนแตมีเหตุจำเปน
ศาลจะมีคำสั่งใหเลื่อนครั้งละไมเกิน 7 วัน (ม.193 เบญจ)

จำเลยขาดนัด
พิจารณา

โจทก

28 ตัวความหรือทนายความซักถามเพิ่มเติมไดŒ
(ม.193 จัตวา ว.2)

ทางแกŒของจำเลยไดŒ‹ยื่นคำใหŒการไวŒแลŒว แต‹ไม‹มา
ศาลในวันนัดพจิ ารณา ถอื ว‹าขาดนัดพิจารณา
(ม.193 ทวิ ว.2)

คำใหการ จำเลยมีสิทธิขอพิจารณาคดีใหม‹ไดŒ คือ
(1) ขอพิจารณาคดีใหม‹ระหว‹างการพิจารณาคดี

ฝ†ายเดียว (ม.206 ว.3 และ ว.4)
(2) ขอพิจารณาใหม‹ภายหลังศาลมีคำพิพากษา

(ม.207)

การทำคำพิพากษาคดีมโนสาเร‹

แตเมื่อคูความฝายใดแจงความ หŒองพิจารณา
จำนงที่จะอุทธรณหรือไดยื่น ศาลมีอำนาจออกคำสั่งหรือ
อุทธรณขึ้นมาใหศาลมีอำนาจทำ คำพิพากษาดวยวาจาตาม
คำชี้แจงแสดงรายการขอสำคัญ ม.141 (ไมจำตองจดแจง
หรือเหตุผลแหงคำวินิจฉัยกลัดไว รายการคดีหรือเหตุผลแหง
กับบันทึกนั้นภายในเวลาอันสมควร คำวินิจฉัย) (ม.194)
(อยางไรก็ตามถาจำเลยไดยกขอตอสู
เปนประเด็นขอพิพาทแลวศาลตอง
มีคำวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นนั้นดวย
ตาม ม.141(5))

29

30

1.ลักษณะคดีไม‹มีขŒอยุ‹งยาก (ม.196)

ในคดีสามัญซึ่งโจทกฟ‡องเพียงขอใหŒชำระเงินจำนวนแน‹นอน คือ

คคยดำุง‹ ีไฟมยม‹‡อากขี งŒอ

1.คดีฟ‡องขอใหŒชำระเงินแน‹นอนตามตั๋วเงิน (ม.196 ว.1)

ตั๋วเงิน ตั๋วเงิน

เลขที่ วันที่ เลขที่ วันที่

ขŒาพเจŒา ขŒาพเจŒา ถูกปฏิเสธการจ‹ายเงิน
ที่อยู‹ ที่อยู‹

รับรอง การชำระเงินตามตั๋วเงินนั้น
ไดถูกปฏิเสธ
ตามตั๋วเงินซึ่งการรับรอง

2. คดีฟ‡องขอใหŒชำระเงินแน‹นอนตามสัญญาเปšนหนังสือ ซึ่งปรากฏในเบื้องตŒนว‹า
เปšนสัญญาอันแทŒจริงมีความสมบูรณและบังคับไดŒตามกฎหมาย (ม.196 ว.1)
เช‹น

สญั ญา
กเูŒ งนิ

หมายเหตุ : แตการฟองเรียกคาเสียหายที่เกิดขึ้นเนื่องจากการผิดสัญญา แมเปน
สัญญาที่ทำเปนหนังสือ ก็ไมเปนการแนนอนวาคาเสียหายมีเพียงใด ไมใชคดีไมมี
ขอยุงยาก

31

2.การเริ่มคดีไม‹มีขŒอยุ‹งยาก

การเริ่มคดีไม‹มีขŒอยุ‹งยาก มีไดŒ 2 กรณี คือ

1 โจทกจะยื่นคำขอโดยทำเปšนคำรŒองต‹อศาลพรŒอมกับคำฟ‡อง
ขอใหŒศาลพิจารณาคดีนั้นโดยรวบรัดก็ไดŒ (ม.196 ว.1)

ค‹าขึ้นศาลเสียอย‹างคดีสามัญ

คำรอŒ ง คำฟอ‡ ง

2 ศาลเห็นว‹าคดีนั้นปรากฏในเบื้องตŒนว‹าเปšนคดีไม‹มีขŒอยุ‹งยาก
(ม.196 ว.2)

คำฟอ‡ ง

ศาลพิจารณาจากตัวคำฟ‡องและ
เห็นว‹าเปšนคดีไม‹มีขŒอยุ‹งยาก

3.การพิจารณาคดีไม‹มีขŒอยุ‹งยาก

ใหศาลมีคำสั่งใหนำบทบัญญัติในหมวดนี้
วาดวยวิธีพิจารณาคดีมโนสาเร เวนแต
ม.190 จัตวา มาใชบังคับแกคดีเชนวานั้นได

ถŒาในระหว‹างการพิจารณาปรากฏว‹าคดีไม‹ตกอยู‹ภายใตŒบังคับแห‹งมาตรานี้
ศาลอาจมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งเดิมแลŒวดำเนินการพิจารณาต‹อไปตามขŒอ
32 บังคับแห‹งคดีสามัญไดŒ (ม.196 ว.3)



สจไำตหลน าIยNหนFังสOือGกฎRหมAายPแนHวใIหCม

อานงาย เขาใจงาย

ป.วิ.อาญา ( กระบวนการกอนชั้นศาล) ฉบับ LawDD ล‹าสุด F(พO Gมิ RพAค PรHง้ั IทC่ี 3)
LawDD เปนทีมงานที่ทำเรื่องเกี่ยวกับระบบสืบคน รวบรวมกฎหมายของไทยมากวา 10 ป IN

ดวยประสบการณที่สะสมมาอยางยาวนาน ทำให LawDD มีความเขาใจถึงความตองการและปญหา (กระบวนการกอ่ นชั้นศาล) ฉบับ LawDD
ของนักกฎหมาย จึงพัฒนาหนังสือเลมนี้ออกมาในรูปแบบการสื่อความดวยภาพ (infographic)
ป.วิ.อาญา ( กระบวนการกอนชั้นศาล) ฉบับ LawDD เพื่อใหนักเรียน นักศึกษาและบุคคลทั่วไป ©ººÑ »ÃѺ»Ãا »‚ 2565
ไดใชเปนแนวทางใชงานในชีวิตจริงไดอยางถูกตองและชวยใหเขาใจถึงกระบวนการกอนชั้นศาล
ในคดีอาญาของไทยและรูสึกวาไมไดยากอยางที่คิดอีกตอไป รปู แบบใหม่

อยาซื้อ อา่ นง่าย เข้าใจงา่ ย
หนังสือเลมนี้ เพราะคิดวาเปนหนังสือการตูน แตถาตองการเรียนรูกระบวนการกอนชั้นศาล
สำหรับ ป.วิ.อาญา ใหเขาใจวิธีการปฏิบัติอยางถูกตองและจดจำไดอยางแมนยำ หนังสือเลมนี้
จะเปนประโยชนอยางยิ่งสำหรับคุณ

มารุต ศิริโก
ผูบริหารสูงสุดในองคกรภาคธุรกิจดานการออกแบบและติดตั้งระบบสื่อสารโทรคมนานาคม

อาจารยพิเศษของมหาลัยชั้นนำของทั้งภาครัฐและเอกชน
ที่ปรึกษาการพัฒนาสื่อการเรียนรูดานกฎหมายและภาษา

มารุตศิรโก
ผูบริหารสูงสุดในองคกรภาคธุรกิจดานการออกแบบและติดตั้งระบบสื่อสารโทรคมนานาคม

อาจารยพิเศษของมหาลัยชั้นนำของทั้งภาครัฐและเอกชน
ที่ปรึกษาการพัฒนาสื่อการเรียนรูดานกฎหมายและภาษา

ISBN 978-616-92136-0-4
ราคา 350 บาท

1ISBN978-616-93871-1-4

ราคา350บาท

ใจเร็ว” ป.ว.ิ แพ่ง ป.ว.ิ แพง่ เล่ม 2
ฉบับ LawDD
ับ LawDD เรอ่ื งสำคัญในกระบวนการพจิ ารณาความแพ่ง
D ชวยกันสรางสรรคหนังสือที่ดีดวยใจที่มุงมั่นออกสู
ทีเ่ ขา ใจยาก จะรูว าไมใชเ รอื่ งยากอยา งที่คดิ อกี ตอ ไป...

มารุต ศิริโก
ดานการออกแบบและติดตั้งระบบสื่อสารโทรคมนาคม
เศษของมหาวิทยาลัยชั้นนำของทั้งภาครัฐและเอกชน
รึกษาการพัฒนาสื่อการเรียนรูดานกฎหมายและภาษา

2ISBN

การศึกษาแนวใหมที่กำลังมาแรง


Click to View FlipBook Version