©ººÑ »ÃºÑ »ÃاãËÁ‹ »‚ 2565
สงวนสิทธต์ิ ามพระราชบญั ญัตกิ ารพมิ พ
INFOGRAPHIC ป.วิอาญา เลม 2 (กระบวนการในชัน้ ศาล) ฉบับ LawDD
ผเู รยี บเรยี ง กฤษณ ฤทธธิ รรม , นริศรา ทุมมา
บรรณาธกิ าร นริศรา ทุมมา
รปู เลม นรศิ รา ทุมมา
จดั ทำโดย สำนักงานกฎหมายดีไซน ลอว
พมิ พครงั้ ท่ี 3 อินเตอรเ นช่ันแนล
จัดพมิ พ มนี าคม 2565
หางหนุ สว นจำกดั แคนนา กราฟฟค
เลขที่ 19/323 หมู 10 แขวงบางแวก
เขตภาษเี จรญิ กรุงเทพมหานคร 10160
โทรศัพท 0286584545
สำนกั งานกฎหมายดไี ซน ลอว อนิ เตอรเ นชั่นแนล
เลขท่ี 211/17 หมู 7 ถ.บา นกลว ย-ไทรนอ ย ตำบลพิมลราช อำเภอบางบวั ทอง
นนทบุรี 11110
ชอ งทางการติดตอ
FB : https://www.facebook.com/LawDD.info
email : [email protected]
เบอรโทร 061-0130532
หนังสือ Infographic ป.วิ.อาญา เลม 2 (กระบวนการฟองและวิธีพิจารณา
คดีอาญาในศาลชั้นตน) ฉบับ LawDD เลมนี้ เปนการจัดพิมพครั้งที่ 3 หลังจากที่
ไดมีกฎหมายแกไข ป.วิอาญา ทำใหหนังสือเลมนี้ไดมีการแกไขตามกฎหมายใหม
ที่เปนปจจุบันแลว ซึ่งหนังสือมีเนื้อหาตอจากหนังสือ INFOGRAPHIC ป.วิ.อาญา
เลม 1 (กระบวนการกอนชั้นศาล) มีวัตถุประสงคในการจัดทำเพื่อใหกระบวนการ
วิธีพิจารณาความอาญาสอดคลองและตอเนื่องกันใหครบกระบวนการของวิธี
พิจารณาความอาญา โดยในหนังสือเลมนี้ไดเริ่มตนกระบวนการในชั้นศาลตั้งแต
ผูมีอำนาจฟองคดีอาญา การนำคดีอาญามาฟองตอศาลที่มีเขตอำนาจ แบบของ
คำฟอง การตรวจคำฟอง ไตสวนมูลฟอง การพิจารณาคดีและการทำคำพิพากษา
หรือคำสั่งและเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวของในกระบวนการในศาลชั้นตน เพื่องายตอ
ความเขาใจ จดจำ และเขาถึงหลักตัวบทกฎหมายอยางมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทางผูจัดทำหวังเปนอยางยิ่งวา หนังสือ ป.วิ.อาญาเลมนี้ จะมีประโยชน
และสามารถชวยทานผูอานที่สนใจ และศึกษากฎหมายในทุกระดับชั้น เชน ผูที่
สนใจทั่วไปนักศึกษากฎหมาย และผูประกอบวิชาชีพกฎหมายใหไดรับความรู
และแนวทางของกระบวนการฟองและวิธีพิจารณาความอาญาในชั้นศาล เพื่อที่
จะนำไปใชประโยชนในชีวิตจริงตอไป
5
22
25
26
35
40
42
52
58
60
หลกั การพิจารณาและการสบื พยาน 97
98
การสบื พยาน 106
5. การเรียกสำนวนการสอบสวนจาก 113
พนกั งานอยั การมาเพ่อื ประกอบการพจิ ารณา 114
6. แถลงปด คดี 115
ทำคำพิพากษาและคำสง่ั 116
124
133
136
137
138
138
142
143
144
145
146
146
147
149
149
150
156
158
160
161
168
169
170
171
172
173
176
177
1. ผมู อี ำนาจฟอ งคดีอาญา
มาตรา 28 บัญญตั วิ า บคุ คลเหลาน้ีมีอำนาจฟองคดีอาญาตอ ศาล
1.1 พนกั งานอัยการ
1.2 ผูเสยี หาย
1.1 พนักงานอัยการ หมายถึง เจาพนักงานผูมีหนาที่ฟองผูตองหา
ตอศาล ทั้งนี้จะเปนขาราชการในกรมอัยการ (สำนักงานอัยการสูงสุด)
หรือ เจาพนักงานอื่นผูมีอำนาจเชนนั้นก็ได (ม.2 (5))
พนักงานอัยการ จะมีอำนาจฟองคดีตองอยูภายใต ป.วิ.อ.มาตรา 120 กลาวคือ
“หามมิใหพนักงานอัยการยื่นฟองคดีใดตอศาล โดยมิไดมีการสอบสวนในความผิด
นั้นกอน” แบงออกไดดังนี้
“คดีความผดิ อาญาแผน ดิน” “คดคี วามผิดตอ สว นตวั ”
พนักงานอัยการจะมีอำนาจฟอง ก็ตอเมื่อ พนักงานอัยการจะมีอำนาจฟอง ก็ตอเมื่อได
ไดมีการสอบสวนในความผิดนั้นกอน ตาม มกี ารสอบสวนในความผดิ นน้ั กอ น ตาม ป.ว.ิ อ.
ป.วิ.อ.มาตรา 120 (คือ การสอบสวนตอง มาตรา 120 และเมื่อมีการรองทุกขตาม
ชอบดวยกฎหมาย เนอ้ื หาโดยละเอยี ดจะอยู ระเบยี บ ตาม ป.ว.ิ อ.มาตรา 121 ว.2 เนอ้ื หา
ในหนงั สอื LawDD ป.วอิ าญาเลม 1) โดยละเอยี ดจะอยใู นหนงั สอื LawDD
ป.วอิ าญาเลม 1)
“หากการสอบสวนไมช อบดวยกฎหมาย หรอื กรณคี วามผิดตอสวนตัวไมไ ด
มกี ารรองทกุ ขตามระเบยี บ พนักงานอยั การไมม อี ำนาจฟอ ง”
2
1. ผูมีอำนาจฟองคดอี าญา
1.2 ผูเสยี หาย หมายถึง บคุ คลผูไดรบั ความเสยี หายเน่ืองจากการ
กระทำผดิ ฐานใดฐานหนึง่ รวมทงั้ บคุ คลอื่นท่มี อี ำนาจจดั การแทนได
ดงั บญั ญัติไวในมาตรา 4,5 และ 6 (ม.2(4)) ดังน้นั ผูเ สียหายจึงมไี ด
2 กรณี
ผูเ สยี หายโดยตรง ผมู ีอำนาจจดั ก(ม.า4,ร5,6แ)ทนผเู สียหาย
(ม.2(4))
สามี-ภริยา ผชอูแบทธนรโรดมย ผูแทนเฉพาะคดี
ผูจัดการหรือ ผูอนุบาล บุพการี ผูสืบสันดาน
ผูแทนนิติบุคคล
“ผเู สียหาย จะมอี ำนาจฟอ งคดีอาญา”
กต็ อ เม่ือเปนผูเสียหายตามบทบญั ญัตขิ อง ป.วอิ าญามาตรา 2 (4)
และ ภายใตมาตรา 4,5,6 แลว แตก รณี
(ซ่งึ รายละเอียดเน้อื หาไดกลา วไวใ นหนังสือ ป.วิอาญาเลม 1)
ขอ สังเกตจากหลักกฎหมาย : หากผเู สียหายโดยตรงมไิ ดเ ปน ผูเ สยี หายโดยนติ ินยั แลว
บุคคลที่มีอำนาจจัดการแทนตามมาตรา 4,5,6 ก็ไมมีฐานะเปนผูมีอำนาจจัดการแทน
ผูเสียหาย และ ไมเปนผูเสียหายที่มีสิทธิฟองคดีอาญาไดตามมาตรา 28 (2) และไมมี
สทิ ธขิ อเขาเปนโจทกร ว มกบั พนกั งานอยั การตามมาตรา 30 ดว ย (ฎ.7640/2550)
3
2. เขตอำนาจศาล
ศาลใดมอี ำนาจพิจารณาพพิ ากษาคดอี าญา
แบงออกเปน 2 สว น ไดแก
ÈÒÅ·Á่Õ ÕÍÓ¹Ò¨ ¡ÒÃâ͹¤´Õ
¾¨Ô ÒóҾԾҡÉÒ¤´ÍÕ ÒÞÒ
แบง ออกเปน
แบงออกเปน
การโอนคดรี ะหวา งศาลท่มี ีอำนาจ
ความผิดเกดิ ขึ้นในเขตอำนาจศาล ชำระคดีดว ยกนั (ม.23)
ทอ งท่ีเดียว (ม.22 ว.1 , ม.22 (1)) การโอนคดใี นกรณีพิเศษ (ม.26)
ความผิดเกดิ ขน้ึ ในเขตอำนาจศาล
หลายทองที่เกี่ยวพนั กัน (ม.24)
ความผิดเกดิ ขึน้ นอกราชอาณาจักร
(ม.22(2))
4
2. เขตอำนาจศาล
ÈÒÅ·Õ่ÁÕÍÓ¹Ò¨¾Ô¨ÒóҾԾҡÉÒ¤´ÕÍÒÞÒ
1คทวอ างมทผี่เิดดเยี กวิดข(มึน้ .2ใน2เวข.ต1อ,ำมน.า2จ2ศ(1า)ล)
ÈÒÅ·ÕÁ่ ÍÕ Ó¹Ò¨ 2 อคำวเนกาา่ียมจวผศพดิ านัเลกกหิดันลขา้ึน(มยใ.ทน2อ4เข)งตที่
¾¨Ô ÒóҾԾҡÉÒ¤´Õ
3
นอกราคชวอาามณผาดิ จเกกั ิดรข(ม้ึน.22(2))
5
2. เขตอำนาจศาล
ÈÒÅ·Õ่ÁÕÍÓ¹Ò¨¾¨Ô ÒóҾԾҡÉÒ¤´ÍÕ ÒÞÒ
1คทวอ างมทผ่ีเิดดเียกวดิ ข(มนึ้ .2ใน2เวข.ต1อ,ำมน.า2จ2ศ(1า)ล)
แบง ออกไดดงั น้ี
1.1 ศาลท่คี วามผดิ เกิดขน้ึ อาง หรอื เชอื่ วาเกดิ ขน้ึ ในเขตอำนาจของศาลนน้ั มอี ำนาจ
พิจารณาพพิ ากษาคดี (ม.22 ว.1)
ศาล A
A เขตอำนาจศาล A
6
2. เขตอำนาจศาล
1.2 ศาลที่จำเลยมที ่อี ยู ในเขตอำนาจของศาลน้ัน มีอำนาจพิจารณาพพิ ากษาคดี (ม.22(1))
ศาล B จบำเาลนย
B เขตอำนาจศาล B
ศาลแหง ทอ งทีท่ ี่ จำเลยมที อี่ ยู
คำวา “ที่อยู” หมายความถึง ถ่นิ อันบุคคลนนั้ มีสถานทีอ่ ยเู ปนหลกั แหลง สำคัญ
ตามป.พ.พ.ม.37 ซึ่งก็มนี ัยเชน เดียวกบั คำวา “ภมู ลิ ำเนา” (ฎ.2073/2536)
*** ใหรวมถึงภูมิลำเนาของผูที่ถูกจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด***
(เรือนจำหรือทณั ฑสถานท่ีถกู จำคุกอยจู นกวาจะไดรับการปลอยตัว)
(ฎ.2209/2540)
7
2. เขตอำนาจศาล
1.3 ศาลที่จำเลยถูกจับ มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี (ม.22(1))
ศาล C
C เขตอำนาจศาล C
ศาลแหงทองทีท่ ่ี จำเลยถูกจับ
คำวา “จำเลยถูกจับในทองที่หนึ่ง” หมายความถึง เจาพนักงานจับจำเลยจริง
ในเขตศาลนั้นตามที่ถูกกลาวหา เชน โจทกยื่นฟองคดีนี้ขอหาลักทรัพยหรือ
รับของโจรตอศาลจังหวัดกบินทรบุรี แตจำเลยถูกจับในเขตอำเภอสระแกว
(เดิมอยูในเขตอำนาจศาลจังหวัดกบินทรบุรี)ในขอหาพยายามฆาและตอสู
ขัดขวางเจาพนักงานซึ่งกระทำตามหนาที่ ฯ ซึ่งมิใชขอหาลักทรัพยหรือ
รับของโจรที่โจทกฟองคดีนี้ ดังนั้นจึงไมถือวาจำเลยถูกจับในเขตอำนาจ
ของศาลจังหวัดกบินทรบุรี โจทกฟองจำเลยตอศาลจังหวัดกบินทรบุรีไมได
(ฎ.8336/2538)
8
2. เขตอำนาจศาล
1.4 ศาลที่เจาพนักงานทำการสอบสวน ซึ่งอยูนอกเขตศาลตาม ขอ1-3
มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี (ม.22(1))
ศาล D ทำกสาร.นส.อDบสวน
D เขตอำนาจศาล D
ศาลแหง ทอ งทที่ เี่ จา พนักงานทำการสอบสวน
หมายความถึง ศาลที่พนักงานทำการสอบสวนนอกเขตศาลแหงทองที่ที่
ความผิดเกิดขึ้น อาง หรือเชื่อวาไดเกิดขึ้น หรือศาลแหงทองที่ที่จำเลยมี
ที่อยู หรือถูกจับ โดยหมายถึง เขตอำนาจสอบสวนของพนักงานสอบสวน
ในกรณีการกระทำผิดคาบเกี่ยวหลายทองที่ตาม ม.19 เทานั้น เพราะกฎหมาย
เปดชองใหพนักงานสอบสวนแหงทองที่ที่มิใชความผิดเกิดขึ้น อาง หรือ
เชื่อวาไดเกิดขึ้น หรือทองที่ที่ผูตองหามีที่อยูหรือถูกจับมีอำนาจสอบสวนได
(ฎ.456/2522)
9
2. เขตอำนาจศาล
¼Å ¢Í§¡Ò÷Õ่⨷¡Â ×¹่ ¿‡Í§µÍ‹ ÈÒÅ
ศาล A ศาล B
ศาล C
ศาล D
ศาลที่ ศาลที่
มีความผิดเกดิ ขึ้น จำเลยมีท่ีอยู (ตามตวั อยา ง ศาล B ในหนา ท่ี 7)
อางวา ความผดิ เกดิ ขึ้น จำเลยถูกจบั (ตามตวั อยา ง ศาล C ในหนาท่ี 8)
เช่ือวา ความผิดเกดิ ขนึ้ เจาพนักงานทำการสอบสวน
(ม.22 ว.1) (ตามตวั อยาง ศาล D ในหนา ที่ 9)
(ตามตัวอยา ง ศาล A ในหนาที่ 6)
(ม.22 (1))
¼Å : เปนบทบังคบั ศาล ตอง ¼Å : เปนดลุ พินิจศาล
รับฟอ งเสมอเนือ่ งจากเปน ที่จะส่งั รบั ฟอ งหรือไมก ไ็ ด
(ฎ.830/2561)
“ÈÒÅËÅ¡Ñ ”
10
2. เขตอำนาจศาล
2ÈÒÅ·่ÕÁÕÍÓ¹Ò¨¾¨Ô ÒóҾ¾Ô Ò¡ÉÒ¤´ÍÕ ÒÞÒ
หควลาามยผทดิอ เงกทิด่ีเกขี่ยึน้ วในพเันขกตนัอำ(นม.า2จ4ศ) าล
ความผดิ หลายฐาน กรคคะววทาาำมมลผผงดิิดโหดหลยลาผายกู ยฐรคาะนนทำ กรคคะววทาาำมมลผผงดิ ิดโดฐหยาลผนาูกหยรนคะ่งึนทำ
กระทำลง
โดยมีเจตนาชวยผูก ระทำ
โดยผูก ระทำความผิด ผสู มโดรูย(หมเปร.2ือน 4รต(ับ1ัวข)ก)อางรโจร ความผดิ อื่นใหพ นโทษใน
คนเดยี วกัน (ม.24 (1)) ความผดิ อยางอ่ืนซึง่ เขา
ไดกระทำไว (ม.24 (3))
โเดดียยวมกีเจนั ตน(มา.2อ4ย(า2)ง) โดยคบ(มค.2ดิ 4กนั(2ม))ากอน
3โดยเป(น มต.2วั 4ก(า1ร))ผสู มรู
1 2
11
2. เขตอำนาจศาล
2 หควลาามยผทดิอ เงกทดิ ่ีเกขี่ยึ้นวในพเันขกตันอำ(นม.า2จ4ศ) าล
1
ความผดิ หลายฐานกระทำลงโดยผูกระทำความผิด คนเดยี วกนั (ม.24 (1))
ศาล A ผูกระทำความผิด ศาล B
คนเดียวกัน (ม.24 (1))
นาย ก นาย ก
ชงิ ทรพั ย มีอาวธุ ปน และระเบดิ
กฎหมายมุงที่ตัวผูกระทำความผิดเปนสำคัญ
ผูกระทำความผิดคนเดียวกระทำความผิดหลายฐานแตละฐานความผิดอาจไมมีความเกี่ยวพันกันหรือ
ขาดตอนไปแลว เชน นาย ก. ปลนทรัพยในเขตศาล A และถูกจับในความผิดฐานมีอาวุธปนและลูกระเบิด
ในเขตศาลอีกศาล B (ฎ.680/2500) เปนตน
12 *** สวนศาลใดจะเปนศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีใหพิจารณาดูที่หนา 18
2. เขตอำนาจศาล
2 หควลาามยผทิดอ เงกทดิ ีเ่ กข่ยี้ึนวในพเันขกตันอำ(นม.า2จ4ศ) าล
2
ความผิดหลายฐานกระทำลงโดยผกู ระทำความผดิ คนเดยี วกัน(ม.24 (2))
ผกมู รีเจะตทนำาคเวดายี มวผดิ
ศาล A ศาล B
นาย ข น.ส. ค
นาย ก
ª‹Ç´ŒÇÂ! นาย ก
ÁÍàµÍÃä«´¼Á¶Ù¡¢âÁÂ
ลกั ทรัพยเพือ่ นำไปใชเปน ยานพาหนะในการชงิ ทรพั ย ชิงทรพั ย
กฎหมายถือเอาความมุงประสงคหรือเจตนาอยางเดียวกันของความผิดทั้งหลายเปนสำคัญ
มีเจตนาเดียวแตกอการกระทำความผิดหลายฐาน หลายกรรมในเจตนาเดียวกันนั้น เชน นาย ก มีเจตนา
ชิงทรัพย จึงไปลักรถจักรยานยนตของ นาย ข เพื่อใชเปนยานพาหนะในการชิงทรัพยซึ่งอยูในเขตอำนาจ
ศาล A แลวตอมาไดไปชิงทรัพย นางสาว ค ที่เขตอำนาจศาล B
13
*** สวนศาลใดจะเปนศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีใหพิจารณาดูที่หนา 18
2. เขตอำนาจศาล
2 หควลาามยผทิดอ เงกทดิ ่ีเกขีย่้ึนวในพเันขกตันอำ(นม.า2จ4ศ) าล
ความผิดหลายฐานกระทำลงโดยผกู ระทำความผดิ หลายคน (ม.24 (1))
ผูสมโดรูยหเปรอืน รตบั วั ขกอางรโจร
ศาล A ศาล B
นาย ก ราน นาย ข.
ชงิ ทรัพย รบั ของโจร
กฎหมายถือเอามูลเหตทบ่ี คุ คลหลายคนเกีย่ วพันกนั ในความผดิ หลายฐาน
ความเก่ียวพันกันระหวา งการกระทำความผิด เชน ฐานลกั ทรพั ย วง่ิ ราวทรพั ย กรรโชก รีดเอาทรพั ย ชิงทรพั ย
ปลนทรัพย ฉอโกง ยักยอก หรือเจาพนักงานยักยอกทรัพยกับความผิดฐานรับของโจร ดังที่บัญญัติเปน
องคประกอบความผิดไวในป.อาญา ม.357 ว.1 ดวย เชน นาย ก ชิงทรัพย นางสาว ข ในเขตอำนาจ ศาล A
และนำไปขายให นาย ค ซึ่งรูวาทรัพยดังกลาวไดมาจากการชิงทรัพย อันเปนความผิดฐานรับของโจร ซึ่งเกิด
ในเขตอำนาจศาล B ตอเนอื่ งจากความผิดฐานชิงทรพั ย ซงึ่ เกิดในเขตอำนาจศาล A เปน ตน (ฎ.2455/2550)
14
*** สวนศาลใดจะเปนศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีใหพิจารณาดูที่หนา 18
2. เขตอำนาจศาล
2 คหวลาามยผทดิอเงกทิด่ีเกขี่ย้ึนวในพเนัขกตนัอำ(นม.า2จ4ศ) าล
ความผดิ หลายฐานกระทำลงโดยผูกระทำความผดิ หลายคน (ม.24 (2))
โดยคบคดิ กันมากอน
ศาล A ศาล B
นาย ก นาย ข ฆาคนตาย
ลักทรัพย นาย ค
กฎหมายมงุ เอาความผิดหลายฐานทผ่ี ูกระทำผดิ หลายคนคบคดิ กนั มาแตก อ นแลว
ความผิดแตละฐานท่ผี กู ระทำผิดหลายคนคบคิดกนั มากอนตามมาตรา 24(2) น้ัน ผูกระทำความผดิ ตางกระทำ
โดยลำพัง มิไดตองรวมรับผิดในฐานเปนตัวการ หรือผูสมรู เหมือนเชนกรณีมาตรา 24(1) เชน นาย ก และ
นาย ข ไดค บคดิ กนั การวางแผนฆา นาย ค โดยตกลงกนั วา ใหน าย ก ไปลกั รถจกั รยานยนต เพอ่ื นำมาให นาย ข
ใชเ ปน พาหนะขบั ข่ไี ปยงิ นาย ค ท่เี ขตอำนาจศาล B เปน ตน
*** สวนศาลใดจะเปนศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีใหพิจารณาดูที่หนา 18 15