The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

สรุปผลการดำเนินงานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ

สรุปผลการดำเนินงาน ชุดที่ 24

สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๕๑ คิดเป็นร้อยละ ๘๐ แต่ของกลุ่มจังหวัดมีการเบิกจ่ายน้อยมากคือร้อยละ ๔๐ ปัญหาคือ ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มจังหวัดมีความอาวุโสน้อย กระบวนการแต่งตั้งบางครั้งไม่ได้ผู้อาวุโสสูงสุดมาเป็นหัวหน้ากลุ่ม ขาดการทํางานกันเป็นทีม ผู้แทนจากสํานักงบประมาณ ชี้แจงว่า ในการจัดทํางบประมาณรายจ่ายประจําปีสํานักงบประมาณ จะเป็นผู้กําหนดปฏิทิน โดยกําหนดให้ทุกส่วนราชการส่งคําขอภายในวันที่ ๑๖ มีนาคม กรณีการจัดทําปฏิทิน งบประมาณของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ทางคณะกรรมการ ก.น.จ. จะเป็นผู้กําหนดให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัด จัดแผนคําของบประมาณก่อนส่วนราชการอื่น ประมาณ ๑ เดือน เพื่อให้ ๔ หน่วยงานตรวจสอบแผนคําขอ เพื่อป้องกันการซ้ําซ้อนของการจัดคําของบประมาณของส่วนราชการ ผู้แทนจาก ก.พ.ร. กล่าวว่า สําหรับงบประมาณปี ๒๕๕๖ ทาง ก.พ.ร. ได้แจ้งหลักเกณฑ์ การพิจารณาและการจัดทําแผนปี ๒๕๕๖ ไปยังทุกจังหวัดและกลุ่มจังหวัดทราบตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๔ แล้ว และจังหวัดและกลุ่มจังหวัดก็จะมีเวลาจัดทําแผนตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนและจัดส่งแผนมายัง ก.น.จ. ภายในวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๕ แต่ขณะนี้ยังไม่มีจังหวัดใดได้จัดส่งมา เนื่องจากรอการบูรณาการร่วมการของกลุ่มจังหวัด ในเรื่องการเกษตรและท่องเที่ยว ดังนั้น ก.น.จ. จึงขอให้จังหวัดจัดส่งแผนพร้อมจัดลําดับความสําคัญของ โครงการที่จะดําเนินงาน ภายในวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๕ เพื่อนําเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมาธิการ ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ ก.น.จ. ครั้งที่ ๑๕ วันพุธที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ๑. พิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณ พระราชกําหนด ๔ ฉบับ ผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รายงานว่า รัฐบาล มีความจําเป็นเร่งด่วนที่จะต้องฟื้นฟูและบูรณะประเทศ เยียวยาความเสียหายให้แก่ประชาชนและธุรกิจที่ได้รับ ความเสียหาย ซ่อมแซมทรัพย์สิน และการเร่งฟื้นฟูกิจการให้กลับมาประกอบกิจกรรมการผลิตตามปกติ รวมทั้ง การวางระบบป้องกันน้ําท่วมลงทุนในระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ควบคู่ไปกับการลงทุน ในโครงสร้าง พื้นฐานที่เป็นภารกิจเดิม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและประชาชนเพื่อมิให้ผลกระทบต่อเนื่องถึงการ ขยายตัวของเศรษฐกิจในอนาคต ในการดําเนินการตามภารกิจดังกล่าวจะต้องใช้จ่ายเงินจํานวนมาก และดําเนินการอย่าง เร่งด่วนหลายแนวทาง ทั้งการจัดให้มีสินเชื่ออย่างเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนและเอกชน และมี ต้นทุนที่ไม่สูงเกินไปเพื่อลดภาระในการลงทุนฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ และฟื้นฟูธุรกิจ ในขณะเดียวกันมีความ จําเป็นต้องมีงบประมาณภาครัฐเพียงพอต่อการสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนว่าประเทศไทยสามารถลงทุนที่ จําเป็นสําหรับอนาคตได้โดยไม่สูญเสียความยั่งยืนทางการคลัง ซึ่งความสามารถในการลงทุนของไทยในปัจจุบันมี สภาพคล่องเพียงพอที่จะเป็นแหล่งเงินกู้เพื่อการลงทุน และในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลก็มีการลงทุนน้อยกว่าที่ควรจะ เป็นจนโครงสร้างพื้นฐานหลายด้านไม่สามารถสนับสนุนให้เกิดโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการ พัฒนาเป็นศูนย์กลางการขนส่งหรือการลงทุนในภูมิภาคได้เท่าที่ควร ดังนั้น รัฐบาลจึงมีความจําเป็นอย่างเร่งด่วน ในการกู้เงินเพื่อใช้ในการดังกล่าว เพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่เนื่องจากการกู้เงินของ


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๕๒ รัฐบาลตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันมีข้อจํากัดบางประการ จึงสมควรให้มีการออกพระราชกําหนด ๔ ฉบับ คณะกรรมาธิการได้สอบถามรายละเอียดการบริหารงบประมาณและตั้งข้อสังเกตว่า การ กําหนดอัตราเบี้ยประกันในอัตราเดียวกันกับเอกชนอาจทําให้ผู้ประกันภัยมุ่งที่จะประกันภัยกับกองทุนเนื่องจาก เป็นหน่วยงานของรัฐมีความมั่นคง ในกรณีที่กองทุนรับประกันภัยต้องจ่ายประกันก็อาจทําให้เกิดภาระหนี้ สาธารณะต่อไป ครั้งที่ ๑๖ วันพุธที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ พิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ของสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ๑. ควรให้มีการตรวจสอบและประเมินผลการใช้งบประมาณของท้องถิ่นที่เบิกจ่าย งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์และควบคุมการเบิกจ่ายงบประมาณในการอบรมอาสาสมัคร ต่างๆรวมทั้งงบ ประมาณในด้านการ ป้องกันมีมากกว่าการปราบปรามซึ่งควรให้มีความสมดุลกันทั้งสองด้าน และควรให้สํานักงาน ป.ป.ส. เป็นหน่วยงาน หลัก ในการกําหนดนโยบายและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็น ผู้ดําเนินการปฏิบัติ ซึ่งน่าจะมีประสิทธิภาพมากกว่า ๒. งบประมาณที่ได้รับมีไม่เพียงพอต่อความต้องการในการดําเนินงานของสํานักงาน ป.ป.ส ขอให้จัดทําแผนงาน/โครงการเสนอต่อคณะกรรมาธิการเพื่อคณะกรรมาธิการจะได้เสนอต่อคณะกรรมาธิการ วิสามัญงบประมาณรายจ่ายประจําปีในปีงบประมาณถัดไป ครั้งที่ ๑๗ วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ในการประชุมคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณโครงการ เร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกทําลายทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สรุปผลการประชุมได้ ดังนี้ เดิมกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รับอนุมัติให้ดําเนินโครงการปรับปรุง เขตพื้นที่ป่าไม้ (Reshape) ในการจัดทําแผนที่ประเทศไทย มาตราส่วน ๑:๔,๐๐๐ ในพื้นที่ ๖๘ จังหวัด ผล การดําเนินโครงการ ๕ จังหวัดผ่านการเห็นชอบคณะกรรมการพิจารณา ๖๐ จังหวัดผ่านการพิจารณา ของคณะกรรมการระดับจังหวัด และอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการระดับจังหวัด ๓ จังหวัด โดยมีการปักหมุดหมายแนวรังวัดใน ๓ จังหวัดต้นแบบ คือ นครพนม ตราด และเลย รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในขณะนั้น เห็นว่าการดําเนินโครงการโดยไม่มีการตรวจสอบ บริเวณที่กันออกมีการบุกรุกและออกเอกสารสิทธิ์หรือไม่ จะทําให้เกิดการบุกรุกมากขึ้น จึงได้มีคําสั่งให้ ยกเลิกโครงการ แล้วให้ดําเนินโครงการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกทําลายทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ แทน โดยการว่าจ้างเอกชนดําเนินการนําภาพถ่ายทางอากาศทั้งหมดมาทับซ้อนกันแล้วทําเป็นภาพสีแบบ


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๕๓ Auto Photo เพื่อเป็นฐานข้อมูล โดยใช้งบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อม วงเงิน ๒,๒๕๔ ล้านบาท โดยมี การเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณจากโครงการ Reshape มาดําเนินโครงการเร่งด่วนฯ จํานวน ๑๐๓ ล้านบาท ผลการดําเนินการดําเนินการเสร็จแล้ว ๙ งวดงาน เบิกจ่ายงบประมาณแล้ว ๓ งวดงาน อยู่ระหว่าง การตรวจรับ ๖ งวดงาน จากทั้งหมด ๑๐ งวดงาน ที่ประชุมได้มีมติให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดส่งรายละเอียดรายการ ที่ขอรับจัดสรรงบประมาณ รายละเอียดงบประมาณที่ได้รับจัดสรรแต่ละรายการ พร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง หากคณะกรรมาธิการยังมีข้อสงสัยจะได้เชิญรัฐมนตรีและหรือปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเข้าร่วมประชุมชี้แจงต่อไป ครั้งที่ ๑๘ วันพุธที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ พิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการพัฒนา ด่านชายแดนภาคใต้ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ และ พ.ศ. ๒๕๕๕ ผู้แทน กอ.รมน.ภาค ๔ สน. ชี้แจงในภาพรวมของกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายใน ราชอาณาจักรว่า ในปีงบประมาณประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้รับการจัดสรรงบประมาณในผลผลิตการแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ จํานวน ๖,๓๑๗ ล้านบาทเศษ ผลการเบิกจ่าย ในภาพรวมคิดเป็นร้อยละ ๙๒.๔๔ ได้มี การกันเงิน จํานวน ๔๖ ล้านบาทเศษ กันไว้เพื่อสร้างอาคารสํานักงานของตํารวจ ในปีงบประมาณประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ได้รับการจัดสรรงบประมาณในผลผลิตการแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ จํานวน ๖,๒๗๖ ล้านบาทเศษ ผลการเบิกจ่ายในภาพรวม ณ ปัจจุบัน จํานวน ๑,๙๒๙ ล้านบาทเศษ คิดเป็นร้อยละ ๓๐.๗๔ สําหรับในส่วนของกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า ซึ่งเป็นหน่วยงาน ย่อยของกองอํานวยการสังกัดความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกอง อํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในปีงบประมาณ ประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้รับ การจัดสรรงบประมาณทั้งสิ้น จํานวน ๔,๗๙๔ ล้านบาทเศษ คิดเป็นร้อยละ ๙๒.๒๒ โดยผลการดําเนินงาน เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ๑. การทํางานหน่วยงานต่างๆ ควรมีการบูรณาการงานร่วมกันเพื่อช่วยแก้ปัญหาในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ไม่ใช่ต่างหน่วยงานต่างดําเนินการ ๒. การเบิกจ่ายเงินงบประมาณต้องมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลกระจายเงินงบประมาณให้ ทั่วถึงโดยเฉพาะแก่ข้าราชการชั้นผู้น้อยหรือผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา ๓. การอบรมควรอบรมในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นการสร้าง งานสร้างรายได้ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาทิ ผู้เข่าอบรมอยู่จังหวัดยะลาให้มาอบรมจังหวัดปัตตานี และ การอบรมต้องขยายกลุ่มหรือเป้าหมายด้วย ไม่ใช่อบรมแต่เพียงกลุ่มเดิม


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๕๔ ผู้แทนศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ชี้แจงว่า ศูนย์อํานวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติในการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ให้ศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นส่วนราชการรูปแบบเฉพาะไม่สังกัดสํานัก นายกรัฐมนตรีและเป็นองค์กรหลักในการบูรณาการประสานการปฏิบัติของฝ่ายพลเรือน เพื่อให้เกิดความมั่นคง ของรัฐและความสงบสุขของจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีภารกิจหลักคือ การจัดทํายุทธศาสตร์ดูแลในมิติของ การพัฒนาการเสนอแนะบูรณาการแผนงานการพัฒนาของกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ รวมทั้งหน่วยงานที่ลงไป ปฏิบัติงานใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีทั้งหมด ๑๗ กระทรวง ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จํานวน ๑๐,๗๘๘.๖๘๗๒ ล้าน บาท ผลการเบิกจ่าย จํานวน ๘,๔๓๔.๑๖๐๗ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๗๘.๑๘ มีจํานวน ๖ แผนงาน ประกอบด้วยแผนการยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับหมู่บ้าน แผนการอํานวยความเป็น ธรรมและความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เป็นต้น เรื่องการให้เงินเยียวยารายละไม่เกิน ๗.๕ ล้านบาท ยังไม่มีข้อยุติกําลังพิจารณาเรื่องตัวเลข เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป ขณะนี้ได้มีการเร่งรัดกรรมการชุดต่างๆ เข้ามาดูแลจะ เป็น ๗.๕ ล้านบาท หรือไม่อย่างไรต้องดูความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่การเยียวยามิได้หมายถึงเงินเท่านั้น แต่ รวมถึงทางจิตใจดูแลในเรื่องสุขภาพด้วย กรมศุลกากร ผู้แทนกรมศุลกากร ชี้แจงว่า กรมศุลกากรมีหลายด่านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างกําลัง ดําเนินการเรื่องงบประมาณและให้ผู้อํานวยการสํานักบริหารกลางเป็นผู้ชี้แจงเกี่ยวกับความคืบหน้าเรื่องการ สร้างด่านและการบริหารงบประมาณ นายจําเริญ โพธิยอด ผู้อํานวยการสํานักบริหารกลาง ชี้แจงว่า งบดําเนินงานใน ๕ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีทั้งหมด ๗ ด่าน สรุปได้ดังนี้ ๑. ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จํานวน ๑๔,๗๖๖,๔๐๐ บาท ผล การเบิกจ่าย จํานวน ๑๔,๗๒๘,๙๔๒.๕๔ บาท คงเหลือเงิน ๓๗,๔๕๗.๔๖ บาท ๒. ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ๖,๘๘๔,๗๐๐ บาท ผลการ เบิกจ่าย จํานวน ๓,๓๐๘,๒๒๔.๖๙ บาท คงเหลือ ๓,๕๗๖,๔๗๕.๓๑ บาท ในส่วนของงบลงทุนเป็นงบผูกพัน ๒ โครงการ คือ โครงการก่อสร้างด่านพรมแดน บ้านประกอบ ๑ แห่ง งบประมาณทั้งสิ้น ๓๙๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท ขณะนี้ดําเนินการแล้วร้อยละ ๘๐ คาดว่างบประมาณปี พ.ศ. ๒๕๕๕ จะดําเนินการก่อสร้างเสร็จแน่นอน และ โครงการก่อสร้างด่านศุลกากรบูเก๊ะตง ระยะที่ ๓ จํานวน ๗๙ ไร่ ได้รับการจัดสรรงบประมาณทั้งสิ้น ๑๙๙,๙๐๐,๐๐๐ บาท เป็นงบผูกพัน ๔ ปี สาเหตุที่ล่าช้าเพราะในปี ๒๕๕๒ ปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างมีการซื้อ ประมูลล่าช้า ดังนั้น จึงได้ยกเลิกการประมูล และมีการประมูลใหม่เมื่อ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๓ ส่วนการก่อสร้าง ล่าช้าเพราะน้ําท่วม และคนงานหายากมากเพราะปัญหาเรื่องความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอดจนการ เคลื่อนย้ายอุปกรณ์ทําได้ยาก ขณะนี้ดําเนินการแล้วประมาณร้อยละ ๓๐ ในส่วนของความรับผิดชอบของกรม


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๕๕ ศุลกากรเป็นงบปีเดียว ค่าปรับปรุงส่วนราชการขายแดนสุไหโกลกได้ขยายส่วนนี้ ๑๘ ล้านบาท ขณะนี้อยู่ ระหว่างการดําเนินการค่าก่อสร้างอาคารตากใบขณะนี้ดําเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ ๑. การสร้างด่านหรือการพัฒนาด่าน ทุกหน่วยงานต้องมีการบูรณาการงานร่วมกัน โดยเป็น ภารกิจหลักของศูนย์อํานวยการจังหวัดชายแดนภาคใต้ในการประสานงานบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อ สร้างเอกภาพในการดําเนินการต่อไป ๒. การเยียวยาต้องเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเป็นหลักเกณฑ์และต้องวางเงื่อนไข องค์ประกอบต่างๆ ให้ชัดเจนไม่เอาคนเป็นที่ตัวกําหนดเพราะจะให้เกิดปัญหา ๓. ด้านงบประมาณกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ควรมีการประสานนโยบาย ภารกิจซึ่งกัน และกัน เพื่อไม่ให้เกิดงบประมาณที่ซ้ําซ้อน เพื่อให้เกิดการบริหารงบประมาณในแต่ละหน่วยงานมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลยิ่งขึ้น ๔. เหตุการณ์ความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ควรนําปัญหาที่แท้จริงเสนอและแก้ไข ปัญหาอย่างจริงจังและต้องมีการวางแผนบริหารงานในระยะยาว ๒๐-๓๐ ปี เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าว ๕. ควรออกกฎหมายห้ามมิให้ประชาชนมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด โดยให้มีได้เฉพาะเจ้าหน้าที่ แต่การออกกฎหมายดังกล่าวมาใช้หน่วยงานผู้รับผิดชอบในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนต้องมีความพร้อม ด้านบุคคล งบประมาณรวมทั้งเทคโนโลยีต่างๆ ด้วย ๖. ศูนย์อํานวยการบริหารจัดหวัดชายแดนภาคใต้ควรประสานกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในพื้นที่เพื่อร่วมการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ครั้งที่ ๑๙ วันพุธที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ พิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และพัฒนาด่าน ชายแดนใต้ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ และ ๒๕๕๕ ที่ประชุมได้พิจารณา กรณีปลัดกระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้การส่งผู้ตรวจราชการของ สํานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยมาร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการ โดยคณะกรรมาธิการได้แสดงความคิดเห็น อย่างกว้างขวาง ว่าคณะกรรมาธิการได้เชิญหัวหน้าส่วนราชการของกระทรวง กรมต่างๆ มาร่วมประชุม โดยมี ความมุ่งหมายให้หัวหน้าส่วนราชการได้รับฟังสภาพปัญหา และต้องการรับทราบแนวทางการแก้ปัญหาในระดับ นโยบายของกระทรวงหรือกรมนั้นๆ ซึ่งคณะกรรมาธิการเข้าใจถึงอํานาจ หน้าที่ และภารกิจของหัวหน้าส่วน ราชการ แต่เนื่องด้วยคณะกรรมาธิการมีอํานาจตรวจสอบซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย ประกอบกับงบประมาณที่ใช้ใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ และ ๒๕๕๕ เป็นงบประมาณจํานวนมาก การจัดสรรงบประมาณกระจายในหลายหน่วยงาน และกรรมาธิการ


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๕๖ จึงมีมติเลื่อนการประชุมในส่วนของกระทรวงมหาดไทยและมีมติให้เชิญปลัดกระทรวงมหาดไทยเข้าร่วมประชุม อีกครั้งหนึ่ง ครั้งที่ ๒๐ วันพุธที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๕ คณะกรรมาธิการพิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ พัฒนาด่านชายแดนใต้ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ สรุปสาระสําคัญ ดังนี้ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงรายละเอียด การพัฒนาด่านชายแดนซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ เนื่องจากงบประมาณกระจุกตัวที่ส่วนกลาง กระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลด่านชายแดนทั่ว ประเทศ ยกเว้นด่านชายแดนภาคใต้ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) มีอํานาจหน้าที่จัดทํายุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้และขับเคลื่อนแผนบูรณาการพัฒนา พื้นที่พิเศษ ๕ จังหวัดชายแดนใต้ การพัฒนาด่านชายแดนใต้ จํานวน ๗ ด่าน ศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัด ชายแดนใต้ (ศอ.บต.) ต้องบูรณาการบริหารงานในพื้นที่และเป็นเจ้าภาพหลักในการบูรณาการงานร่วมกันกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จํานวน ๑๕ กระทรวง เป็นการบริหารมิติงานตามยุทธศาสตร์พื้นที่ (Area) ซึ่งเป็น เป้าหมายและยุทธศาสตร์ที่เป็นเฉพาะในพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนโครงการสําคัญอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงข่าย คมนาคมทางบก และโครงการก่อสร้างด่านชายแดน ตามพระราชบัญญัติกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจาย อํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๙ กําหนดให้องค์การบริหารส่วนตําบลมีอํานาจหน้าที่ในการ จัดระบบการบริการสาธารณะ เพื่อประโยชน์ของท้องถิ่นและการจัดทําผัง ซึ่งการจัดทําผังเมืองใน ๕ จังหวัด ชายแดนใต้จะต้องบูรณาการงานร่วมกันระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกรมโยธาธิการและผังเมือง การพัฒนาด่านชายแดนทั่วประเทศทั้งจุดผ่อนปรนและด่านถาวร สภาความมั่นคงแห่งชาติ มี หน้าที่ในการกําหนดนโยบายด้านความมั่นคง เมื่อเปิดด่านแล้วเป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย และการ ก่อสร้างด่านศุลกากรเป็นหน้าที่ของกรมศุลกากร โดยทั่วไปด่านชายแดนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า และราชอาณาจักรกัมพูชาในหลายพื้นที่ยังมีปัญหาค่อนข้างมาก การพัฒนาด่าน ชายแดนภาคใต้ เช่น ด่านวังประจัน จังหวัดสตูล ใช้ระยะเวลาในการดําเนินการก่อสร้างเป็นเวลานานและใช้ งบประมาณมากกว่า ๑๐๐ ล้านบาท แต่เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จไม่มีศักยภาพในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ผู้แทนสํานักงบประมาณ ชี้แจงว่าการดําเนินงานในการพัฒนาด่านจังหวัดชายแดนใต้ได้จัดสรร งบประมาณโดยพิจารณามิติงานตามยุทธศาสตร์กระทรวงและหน่วยงาน (Function) ให้กรมศุลกากรในส่วนการ ก่อสร้างด่านศุลกากร โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองดําเนินงานในการก่อสร้าง สําหรับการบูรณาการงานร่วมกัน กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเป็นหน้าที่ของศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) ครั้งที่ ๒๑ วันพุธที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๕


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๕๗ ในการประชุมคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณโครงการเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกทําลายทรัพยากรป่าไม้ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สรุปผล การประชุมได้ดังนี้ โครงการปรับปรุงเขตพื้นที่การใช้ป่าไม้ (Reshape) เริ่มดําเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ สมัยนายยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นรัฐมนตรี ได้มีการประกาศให้ดําเนินโครงการปรับปรุงเขตพื้นที่การใช้ป่าไม้ (Reshape) โดยให้หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงานเดินสํารวจ จัดทําแผนที่ มาตราส่วน ๑ : ๔,๐๐๐ เป็นการ ตรวจสอบเขตที่ดินในระดับพื้นที่ โดยหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้นต้องไปดําเนินการด้วยตนเอง ต่อมาได้ มีการปฏิวัติและเปลี่ยนรัฐบาลหลายชุด ต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขณะนั้นได้มีคําสั่งยกเลิกโครงการ Reshape กลายเป็นการดําเนินโครงการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุก ทําลายทรัพยากรป่าไม้ มีปัญหาการดําเนินโครงการ คือ ไม่สามารถตรวจรับงานได้ ปัจจุบันมีการประชุม คณะกรรมการเพื่อตรวจรับงานแล้ว ๑ ครั้ง ยังคงเหลืองวดงานที่ยังค้างอยู่ ๕ งวดงาน จาก ๑๐ งวดงาน การ เบิกจ่ายงบประมาณมีการเบิกจ่ายแล้ว ๔ งวดงาน เป็นเงิน ๖๔๒ ล้านบาท คงเหลือ ๑,๖๑๓ ล้านบาท โดย นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุขจะได้กําชับและมีคําสั่งให้คณะกรรมการประชุม เพื่อหาข้อสรุปของโครงการแล้วจะ รายงานต่อคณะกรรมาธิการ ภายใน ๑ เดือน และจะเป็นประธานคณะกรรมการด้วยตนเอง คณะกรรมาธิการได้มีมติแต่งตั้งนายนิยม เวชกามา , นายพายัพ ปั้นเกตุ และนายตุ่น จินตะเวช เป็นผู้แทนของคณะกรรมาธิการ เป็นผู้แทนเข้าไปร่วมสังเกตการณ์ในนามของคณะกรรมาธิการฯ ครั้งที่ ๒๒ วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๕ พิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณกรณีเรื่องร้องเรียนการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน เพื่อพัฒนาท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด ปี ๒๕๕๓-๒๕๕๔ จํานวน ๔๑๐ ล้านบาท ข้อสังเกตคณะกรรมาธิการ ๑. กรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดได้มีการชะลอการกู้เงินไว้ก่อนและภายหลังได้มีคําสั่งของ กระทรวง มหาดไทยให้ยกเลิกคําสั่งที่มอบอํานาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอนุมัติในการกู้ในภาคหลังที่การชะลอ การกู้เงิน จึงมีข้อพิจารณาว่าการที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดไปทําสัญญากู้เงินนั้น มีอํานาจใน การกู้หรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ๒. หลักเกณฑ์การบริหารท้องถิ่นที่ดีจะไม่ให้ท้องถิ่นดําเนินการใดๆในงบประมาณที่ทําให้ขาด ดุลของงบและเงินกู้ถือได้ว่าเป็นเงินนอกงบประมาณซึ่งเป็นความบกพร่องของระบบงบประมาณของประเทศไทย ทําให้ ผู้บริหารท้องถิ่นนําไปใช้อย่างไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เท่าที่ควรหากเอาแผนงาน/โครงการมาตรวจสอบก็ อาจจะมีความซ้ําซ้อนของโครงการกับท้องถิ่นอื่นๆ อย่างแน่นอน ๓. กรณีของสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินเห็นได้ว่าเป็นการปฏิบัติตามขั้นตอนและถูกต้อง กระบวนการแล้วซึ่งอาจะมีสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินภาคบางแห่งที่อาจกระทําตามข้อซักถามซึ่งหากจะให้ได้ ข้อมูลและข้อเท็จจริงควรที่จะเชิญกรมปกครองท้องถิ่นมาให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการด้วย ทําให้ได้รับ ข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านทุกมุม


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๕๘ ๔. โครงการตามแผนการใช้เงินกู้นั้นองค์การบริหารส่วนจังหวัดสามารถทําถนนได้เฉพาะตําบล สู่ ตําบลหากอยู่ในตําบลองค์การบริหารส่วนตําบลจะเป็นผู้ดําเนินการและมีโครงการบางโครงการไปซ้ําซ้อนกับ กรมทาง หลวงหรือทางหลวงชนบท ครั้งที่ ๒๓ วันพุธที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๕ คณะกรรมาธิการพิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณจังหวัดตาก ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ – ๒๕๕๖ โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ได้รายงานการบริหารงบประมาณจังหวัดตาก ประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ว่าจังหวัดตากได้รับงบประมาณในการดําเนินโครงการ เป็นเงิน ๑๖๙,๙๙๕,๕๐๐ บาท จํานวน ๔๓ โครงการ มีงบประมาณเหลือจ่าย ๒,๑๙๐,๒๙๒.๔๕ บาท โดยงบประมาณเหลือจ่ายได้นํามาดําเนิน โครงการก่อสร้างแบบคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมที่ระบายน้ํา อําเภอพบพระ จํานวน ๒ โครงการ งบประมาณจังหวัดตาก ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ จังหวัดตาก ได้รับงบประมาณ ในการดําเนินโครงการ เป็นเงิน ๑๗๓,๖๘๕,๕๐๐ บาท จํานวน ๒๘ โครงการ และในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ได้ขอตั้งงบประมาณ จํานวน ๖๑๘,๒๒๐,๖๐๐ บาท คณะกรรมาธิการฯ ตั้งข้อสังเกตว่า คณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่ม จังหวัดแบบบูรณาการ ควรจะกําหนดให้จังหวัดจัดเตรียมโครงการสํารองไว้ในกรณีมีงบประมาณเหลือจ่ายจะได้นํา โครงการสํารองดังกล่าวมาดําเนินการ ทั้งนี้ โครงการสํารองควรจะได้จัดลําดับความสําคัญโดยกําหนดเป็นวงเงิน จํานวนต่างกัน และมีการตั้งงบประมาณในการพัฒนาส่งเสริมเกษตรกรจํานวนน้อย ซึ่งเกษตรกรควรจะได้รับ การส่งเสริมอบรมความรู้ โดยเฉพาะการส่งเสริมการผลิตข้าว ส่วนโครงการพื้นที่เขตเศรษฐกิจแม่สอดจะต้องใช้งบประมาณจํานวนมาก ทั้งจะต้องประสบ ปัญหาพื้นที่ป่า และพื้นที่ชาวบ้าน ทั้งนี้ ยังมีงบประมาณที่ทําการดําเนินการของคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจ แม่สอดที่สามารถดําเนินการได้ จึงเห็นควรให้ยุติการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ครั้งที่ ๒๔ วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๕ พิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณกรณีเรื่องร้องเรียนการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน เพื่อพัฒนาท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด ปี ๒๕๕๓-๒๕๕๔ จํานวน ๔๑๐ ล้านบาท ข้อสังเกตคณะกรรมาธิการ ๑. โดยหลักทั่วไปของทางราชการเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบหรือคําสั่งของผู้ บังคับ บัญชาแต่หากไม่มีกฎหมายซึ่งกรณีนี้เมื่อผู้มีอํานาจแจ้งให้ปฏิบัติเช่นใดก็ต้องปฏิบัติตามนั้นหากผู้ได้ รับทราบคําสั่งเห็นว่าเรื่องดังกล่าวไม่สามารถปฏิบัติตามได้จะต้องนําเรียนผู้มีอํานาจเพื่อพิจารณาอนุมัติอีกครั้ง จะใช้คําว่าเพื่อทราบไม่ได้


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๕๙ จากกรณีนี้จะเห็นได้ว่าไม่ใช่เป็นเพียงการเพิ่มภาระหนี้ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดอย่าง เดียวแต่ เป็นการเพิ่มภาระหนี้ให้กับประเทศด้วยหากมีการขออนุมัติกู้เงินขององค์การบริหารส่วนจังหวัดทั่ว ประเทศจะเป็นการเพิ่มหนี้ขึ้นจํานวนมหาศาลและในภาพรวมรัฐบาลต้องรับภาระหนี้และต้องตั้งงบประมาณ ส่วนหนึ่งมาชําระหนี้เงินกู้หากมีการกู้เงินอย่างกรณีนี้ทั่วประเทศก็จะส่งผลให้ต้องมีการกู้เงินเพิ่มขึ้นเป็นจํานวน มากขึ้นเรื่อยๆและทุกครั้งที่ดําเนินการขออนุมัติเรื่องเงินกู้อาจส่งผลกระทบต่อสภาวะการเงินและการจัดทํา งบประมาณของประเทศ ๒. คณะกรรมาธิการต้องกลับมาพิจารณาแล้วว่าควรที่จะดําเนินการพิจารณาแนวทางการ ดําเนิน งานของคณะกรรมาธิการในการแก้กฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อมีมาตรการเกี่ยวกับการขอ อนุมัติเงินกู้ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและควรมีหน่วยงานราชการที่เข้ามากํากับดูแลอย่างจริงจังแม้การใช้ เงินกู้ขององค์กร ปกครองท้องถิ่นซึ่งถือเป็นเงินนอกงบประมาณก็ต้องให้กระทรวงการคลังเข้ามาดูแลหากไม่มี การกํากับดูแลก็เป็นสิ่งที่น่าเป็น ห่วงอย่างยิ่งสําหรับการเงินการคลังของประเทศ ๓. เห็นควรที่ให้กระทรวงการคลังนํากรณีนี้ไปศึกษาแนวทางแล้วเสนอต่อคณะกรรมาธิการ เพื่อผลักดันให้มีการควบคุมและกํากับดูแลอย่างเป็นระบบโดยให้เกิดความคุ้มค่าต่อเศรษฐกิจและสังคมรวมทั้ง ป้องกันผลกระ ทบต่อองค์กรปกครองท้องถิ่นในระยะสั้นและระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นจากการกู้เงินได้ ครั้งที่ ๒๕ วันพุธที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๕ ในการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องร้องเรียนขอให้ตรวจสอบการอนุมัติกู้เงินจากสถาบันการเงิน เพื่อพัฒนาท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด สรุปผลการประชุมได้ ดังนี้ เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๓ องค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดได้ขออนุมัติกู้ยืมวงเงิน ๖๓๐ ล้านบาทจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ต่อมาวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๓ มีการขอเปลี่ยนแปลงจากขอกู้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเป็นธนาคารกรุงไทย หรือสถาบัน การเงินอื่น ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดได้กลั่นกรองโครงการแล้วให้ดําเนินโครงการที่จําเป็นและเร่งด่วน โดยอนุมัติให้ กู้ยืมเงินจากธนาคารกรุงไทย ในวงเงิน ๔๑๐ ล้านบาท ตามหนังสืออนุมติให้กู้ระบุว่า “ตามที่องค์การบริหารส่วน จังหวัดร้อยเอ็ดได้ขออนุมัติกู้เงินจากธนาคารกรุงไทย จํากัด มหาชน สาขาร้อยเอ็ด” เท่านั้น มิได้กล่าวถึงสถาบัน การเงินอื่น เมื่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดได้กู้ยืมเงินจากธนาคารออมสิน องค์การบริหารส่วนจังหวัด ร้อยเอ็ดได้การรายงานผลการ ดําเนินการกู้เงินว่าจะกู้จากสถาบันการเงินที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการและ ดอกเบี้ยที่ต่ํากว่า ในการพิจารณาอนุมัติเงินกู้มีการพิจารณาถึงรายรับและรายจ่ายขององค์การบริหารส่วน จังหวัดว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ โดยพิจารณาจากความจําเป็นของโครงการและพิจารณาเงื่อนไขของธนาคาร คือ วงเงินที่ขอกู้ต้องอยู่ภายในกรอบวงเงินที่ส่งคืนรวมด้วยดอกเบี้ยของธนาคาร หากมีดอกเบี้ยสูงอาจเกินวงเงิน ที่ขออนุมัติตามหลักเกณฑ์ จึงจําเป็นต้องให้ระบุว่าจะกู้เงินจากธนาคารใด เพื่อสอบถามอัตราดอกเบี้ยและ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จากธนาคาร เมื่อการพิจารณาคําขอใช้หลักเกณฑ์ของธนาคารกรุงไทย จึงระบุธนาคารกรุงไทย


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๖๐ ในหนังสืออนุมัติ แต่ตามระเบียบที่กระทรวงมหาดไทยกําหนดก็มิได้ระบุชัดแจ้งว่าการขออนุมัติจะต้องระบุ ธนาคารที่จะขอกู้ด้วย ในการวิเคราะห์สินเชื่อของธนาคารออมสิน ธนาคารสาขาไม่มีอํานาจอนุมัติจะต้องส่งข้อมูล เอกสารมายังสํานักงานใหญ่ ส่วนขั้นตอนการอนุมัติ คือ การขอกู้เงินขององค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด จะต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดและความเห็นของผู้ว่าราชการจังหวัด ประกอบ จึงจําเป็นต้องใช้เอกสารขององค์การบริหารส่วนจังหวัดและผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาประกอบกัน ซึ่งหนังสืออนุมัติของผู้ว่าราชการจังหวัดไม่มีอนุมัติให้กู้เงินจากธนาคารออมสินโดยตรง คณะกรรมาธิการตั้งข้อสังเกตว่าหากปล่อยให้มีการอนุมัติและการกู้ยืมเงินขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เช่นนี้ต่อไปจะก่อให้เกิดหนี้สาธารณะของประเทศจํานวนมหาศาล เงินที่จะนําไปชดใช้หนี้เงินกู้ยืม ส่วนใหญ่เป็นงบประมาณแผ่นดิน จึงควรมีการหามาตรการในการป้องกันและกําหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจน ที่ประชุมจึงได้มีมติให้ตั้งคณะทํางานหรือพิจารณาสรุปเรื่องร้องเรียนเพื่อรายงานต่อคณะกรรมาธิการต่อไป ครั้งที่ ๒๖ วันพุธที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๕ พิจารณาเรื่องร้องเรียนกรณีการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินเพื่อพัฒนาท้องถิ่นขององค์การ บริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด พ.ศ. ๒๕๕๓-๒๕๕๕ จํานวน ๔๑๐ ล้านบาท ผู้แทนจากธนาคารออมสิน ชี้แจงว่า เรื่องการอนุมัติให้องค์กรปกครองท้องถิ่นกู้ยืมเงินนั้น เป็นไปตามที่พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๐ เพื่อนําเงินไปพัฒนาท้องถิ่น กรณีการที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดอนุมัติให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดกู้ยืมเงินจากธนาคารกรุงไทย แต่ธนาคารออมสิน ได้พิจารณาอนุมัติการกู้ยืมเงินให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด การปล่อยเงินกู้กรณีนี้เป็นการปล่อยเงินกู้ ระหว่างภาครัฐ และเป็นการปล่อยเงินกู้ให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดโดยตรงโดยมิได้ผ่านผู้ใด และ ในหนังสือขออนุมัติเงินกู้ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดระบุขออนุมัติกู้ เงินจากธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) และสถาบันการเงินอื่นมาด้วย ก็มิได้หมายความว่าองค์การบริหารส่วน จังหวัดร้อยเอ็ดกู้เงินจากธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) เท่านั้น หากองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดเห็นว่า เป็นประโยชน์กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดก็สามารถดําเนินการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินอื่นได้ ผู้แทนจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ชี้แจงว่า การกู้ยืมเงินขององค์การบริหาร ส่วนจังหวัดต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีการมอบอํานาจให้ผู้ว่าราชการ จังหวัดเป็นผู้มีอํานาจพิจารณาอนุมัติ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๑ และมีหลักเกณฑ์กําหนดว่าการที่ผู้ว่าราชการจังหวัด จะให้ความเห็นชอบการกู้ยืมเงินขององค์การบริหารส่วนจังหวัดจะต้องมีการนําเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมสภาองค์การ บริหารส่วนจังหวัดก่อน เพื่อให้มีมติเห็นชอบ ข้อสังเกตคณะกรรมาธิการ


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๖๑ ๑. การที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขออนุมัติกู้เงินก่อนที่สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด มีมติเห็นชอบ โดยเสนอขอกู้เงินกับผู้ว่าราชการจังหวัด ในวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๓ และมีการประชุมสภา องค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด ในวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๓ ๒. การที่ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดอนุมัติการกู้ยืมเงินให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด จํานวน ๔๑๐ ล้านบาท จากธนาคารกรุงไทย แต่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดได้ขออนุมัติเงินกู้ กับธนาคารออมสิน โดยอ้างว่ามีดอกเบี้ยต่ํากว่า โดยไม่มีการขออนุมัติการกู้เงินใหม่ ถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ ซึ่งทั้งประเด็น ข้อ ๑ และข้อ ๒ ตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ เห็นควรเชิญอธิบดี กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมาชี้แจงด้วยตนเอง ครั้งที่ ๒๗ วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ในการประชุมคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาการกู้เงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนตําบล กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยาสรุปผลการประชุมได้ดังนี้ การกู้ยืมเงินขององค์การบริหารส่วนจังหวัดจะต้องดําเนินการตามมาตรา ๗๓(๗) แห่งพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๐ ซึ่งกําหนดให้ต้องได้รับความเห็นชอบ จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยไม่มีการออกกฎระเบียบเพิ่มเติมว่าจะต้องได้รับอนุมัติจากสภา องค์การบริหารส่วนจังหวัดด้วยกรอบในการอนุมัติของผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ได้มีการกําหนดกรอบวงเงินไว้ แต่การพิจารณาวงเงินกู้เพื่ออนุมัติจะต้องมีภาระชําระหนี้ไม่เกินร้อยละ ๓๕ ของรายจ่ายเพื่อการลงทุน โดย กระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้กําหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุมัติว่าจะต้องพิจารณาอย่างไรบ้าง ตาม หนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุดที่ มท ๐๘๐๘.๓/ว ๔๗๑๕ ลงวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ การวิเคราะห์สินเชื่อและอนุมัติสินเชื่อของธนาคารกรุงไทยในปี ๒๕๕๔ ได้เสนออัตรา ดอกเบี้ยที่ต่ํากว่ามาตรฐาน ร้อยละ ๒.๕ ซึ่งการของธนาคารได้มีมติอนุมัติให้กู้ ในวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ซึ่งหลักเกณฑ์ของธนาคารหากไม่มาทําสัญญาภายใน ๙๐ วัน ถือว่าเป็นโมฆะ แต่เนื่องจากการกู้เงิน ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นการนําไปทําสัญญาก่อสร้างในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ อาจเป็นสาเหตุให้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดไปกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินอื่น การวิเคราะห์สินเชื่อและอนุมัติสินเชื่อของธนาคารออมสินมีนโยบายของธนาคารออมสินจะ เน้นไปในการพัฒนาท้องถิ่นไม่ได้ทําในเชิงธุรกิจ แบ่งเป็น โครงการที่ก่อให้เกิดรายได้ คือ สถานธนานุบาล ตลาดสด โรงฆ่าสัตว์ และโครงการที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ในการคิดอัตราดอกเบี้ยคิดในอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ประจํา บวกร้อยละ ๑.๕ กรณีองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดได้รับเอกสารคําเสนอขอกู้ในวันที่ ๒๒ กันยายน แต่คําขอกู้ยังไม่มา โดยได้รับหนังสือคําขอกู้ในเดือนตุลาคม มีการพิจารณาวิเคราะห์สินเชื่อในเดือน พฤศจิกายน ในส่วนเอกสารประกอบกรณีคําขอกู้ไม่ได้ผ่านสภาก็ได้แจ้งเงื่อนไขว่าจะต้องให้ผ่านสภาก่อน และหนังสืออนุมัติของผู้ว่าราชการจังหวัด นั้น ใช้ประกอบกับหนังสือขออนุมัติกู้ที่ระบุว่า “ธนาคารกรุงไทย และสถาบันการเงิน” ถือว่าเอกสารครบองค์ประกอบแล้ว


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๖๒ คณะกรรมาธิการได้มีมติแต่งตั้งคณะทํางานสรุปข้อมูลและรวบรวมเอกสารเสนอต่อ คณะกรรมาธิการต่อไป ครั้งที่ ๒๘ วันพุธที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๕ พิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณในการจัดทําแผนที่ฐานในการกําหนดแนวทางการ ใช้ประโยชน์ ละอนุรักษ์ที่ดิน (Reshape) ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ชี้แจงเกี่ยวกับการจัดทําโครงการ จัดทําแผนที่ฐานในการกําหนดแนวเขตการใช้ประโยชน์และอนุรักษ์ที่ดิน (Reshape) เพื่อแก้ไขปัญหาการบุก รุกทําลายทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ โดยมีหลักของการดําเนินการคือ นําภาพถ่ายทางอากาศในประเทศ จํานวน๕ ครั้ง มาจัดให้อยู่ในฐานข้อมูลเกี่ยวกัน เพื่อดําเนินการเสร็จสิ้นเป็นฐานแผนที่เดียวกันแล้วจะมีการ เดินสํารวจพื้นที่ที่ชาวบ้านมีการอยู่อาศัยอยู่ก่อน พื้นที่ไหนที่มีการบุกรุกพื้นที่และมีสภาพป่าที่เสื่อมโทรมแล้ว ส่วนพื้นที่ไหนที่ชาวบ้าน มีการอาศัยอยู่ก่อนแล้ว มีแนวทางการแก้ไขปัญหา คือ รับรองสิทธิให้กับประชาชน ในพื้นที่อยู่ระหว่าง ๖-๑๐ ไร่ โดยโครงการนี้ได้ดําเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ จนถึงปัจจุบัน ได้มีการ ตรวจรับงานแล้ว ๓ งวด ในขณะที่ทางบริษัทได้ส่งมอบงานมาแล้ว ๙ งวด สาเหตุที่ดําเนินงานล่าช้า เนื่องจากส่วนราชการส่งฟิล์มต้นฉบับให้ทางบริษัทช้า และการ ลาออกของคณะกรรมการฯ ทําให้ไม่มีการต่อเนื่องในการพิจารณา ในฐานะปลัดกระทรวงทรัพย์ฯ ได้พยายาม เร่งรัดการดําเนินงานแก้ไขคําสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการฯ ให้มีความต่อเนื่องในการพิจารณาและขอความ ร่วมมือจากคณะกรรมการ (ชุดปัจจุบัน) ให้สรุปการพิจารณาเสนอความเห็นในการขยายระยะเวลาโครงการฯ และตรวจรับงาน โดยเฉพาะงวดงานที่ ๔ และ ๕ และคาดว่าจะใช้เวลาไม่มากสําหรับงวดงานที่เหลือ ทั้งนี้ ได้ประมาณระยะเวลาในการตรวจรับงานแต่ละงวด ประมาณ ๑ เดือน โดยในงวดงานที่ ๔ มีกําหนดประชุม ในวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๕ หลังจากตรวจรับงานในงวดที่ ๔ แล้ว ก็จะมีการตรวจรับงวดอื่นๆ ได้รวดเร็ว ปัญหาติดอยู่ในงวดงานที่ ๔ เท่านั้น ครั้งที่ ๒๙ วันอังคารที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๕ ในการประชุมคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณากรอบในการดําเนินงานของคณะกรรมาธิการ ติดตามการบริหารงบประมาณในการศึกษาดูงานต่างประเทศ สรุปผลการประชุมได้ดังนี้ ตามที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้อนุมัติให้คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ เดินทางไปศึกษาดูงานด้านกระบวนการจัดทํางบประมาณ การบริหารงบประมาณ และการติดตามตรวจสอบ การบริหารงบประมาณของต่างประเทศ และเพื่อกระชับสัมพันธไมตรี ณ ราชอาณาจักรเบลเยียม ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ราชรัฐลักเซมเบิร์ก และสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีระหว่างวันที่ ๑๓ – ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๕ เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยนิติบัญญัติ จึงจําเป็นต้อง เลื่อนกําหนดการเดินทางออกไปก่อน และที่ประชุมได้มีมติกําหนดการเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ สหพันธ์


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๖๓ สาธารณรัฐเยอรมนี ราชรัฐลักเซมเบิร์ก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ราชอาณาจักรเบลเยียม และสาธารณรัฐ อิตาลี ราชระหว่างวันที่ ๔ – ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ครั้งที่ ๓๐ วันอังคารที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๕ ในการประชุมคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณจังหวัดและกลุ่ม จังหวัดแบบบูรณาการ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ สรุปผลการประชุมได้ดังนี้ กระบวนการพิจารณาโครงการของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด จะเริ่มต้นจากการจัดทํา แผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดซึ่งเป็นแผน ๔ ปี ในการขอรับจัดสรรงบประมาณจะต้องจัดทําแผนปฏิบัติ ราชการประจําปีให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ซึ่งการจัดทําแผนพัฒนานี้จะต้องคํานึงถึง นโยบายรัฐบาล แผนการบริหารราชการแผ่นดิน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรอบยุทธศาสตร์ การพัฒนารายสาขา และผลการศึกษาของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้จะต้องมีภาคส่วนต่างๆ เข้ามา เกี่ยวข้อง มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และให้ความสําคัญกับกลุ่มจังหวัดมากขึ้น สําหรับ แผนพัฒนากลุ่มจังหวัดจะมุ่งการเพิ่มศักยภาพด้านเศรษฐกิจ สังคม โดยส่งเสริมให้มีการแข่งขันกันในการ พัฒนากลุ่มจังหวัดมากขึ้น ขั้นตอนการพิจารณานั้น จะพิจารณาว่าโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจําปี จะต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์จังหวัดและกลุ่มจังหวัด เป็นโครงการที่มีความจําเป็นหากไม่ดําเนินการจะ ก่อให้เกิดความเสียหาย และด้านวัตถุประสงค์จะต้องมีความเหมาะสมและเป็นไปได้ทั้งด้านเทคนิค งบประมาณ เวลา และความคุ้มค่าของงบประมาณตามหลักเกณฑ์กําหนด การพิจารณาอนุมัติจัดสรรงบประมาณจะอนุมัติโครงการให้เกินกรอบวงเงินที่ได้รับ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ กรอบในการจัดสรร ๑๘,๑๗๐ ล้านบาท ได้มีการอนุมัติโครงการ ๒๒,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อโครงการใดถูกตัดหรือระหว่างดําเนินโครงการไปแล้วไม่สามารถดําเนินโครงการให้บรรลุผลก็นํา โครงการสํารองมาดําเนินการได้ การเสนอขอโครงการใหม่ ในระหว่างปีงบประมาณจังหวัดสามารถขอเสนอ ได้แต่จะต้องผ่านการพิจารณาของ กบจ. กบก. และ กนจ โดยหลักโครงการที่เข้าสู่การพิจารณาของ คณะกรรมาธิการวิสามัญแล้ว จะเปลี่ยนไม่ได้ แต่เมื่อผ่านเป็นพระราชบัญญัติแล้วสามารถเปลี่ยนแปลง โครงการได้ตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ กนจ.กําหนด การโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณแบ่งพิจารณาเป็น ๒ กรณี คือ กรณีกระทบแผนต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารงานจังหวัด (กบจ.) หรือคณะกรรมการ บริหารงานกลุ่มจังหวัด (กบจ.) และคณะอนุกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัด และกลุ่มจังหวัดแบบ บูรณาการ (อ.ก.น.จ.) ด้านแผนและด้านงบประมาณ กรณีไม่กระทบแผนสามารถดําเนินการได้เอง โดยผ่าน การพิจารณาของ กบจ.และเสนอ กนจ.เพื่อทราบ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ มีการเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้าน่าจะเกิดจากหน่วยงาน จะต้องทํางานในภารกิจหลักของตัวเองก่อน แล้วจึงมาดําเนินการในส่วนของงบจังหวัดและกลุ่มจังหวัด และ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ มีการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีจํานวนมาก และมีงบประมาณในการแก้ไขปัญหา อุทกภัยก็มีจํานวนมาก ซึ่งหน่วยงานก็จะดําเนินการในโครงการที่เร่งด่วนก่อนในการเร่งรัดติดตามการเบิกจ่าย งบประมาณ สํานักงบประมาณให้หน่วยงานจัดทําแผนงบประมาณ และให้รายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณ


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๖๔ ในแต่ละไตรมาส สําหรับในส่วนของ กนจ.ก็จะมีผู้ตรวจราชการสํานักนายกรัฐมนตรีและผู้ตรวจราชการ กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รับผิดชอบในการติดตามผลการดําเนินงาน ครั้งที่ ๓๑ วันพุธที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๕ พิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณ ในการจัดทําแผนที่ฐานในการกําหนดแนว ทางการใช้ประโยชน์และอนุรักษ์ที่ดิน (Reshape) ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้แทนสํานักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ชี้แจง เกี่ยวกับการ จัดทําโครงการจัดทําแผนที่ฐานในการกําหนดแนวเขตการใช้ประโยชน์และอนุรักษ์ที่ดิน (Reshape) เพื่อ แก้ไขปัญหาการบุกรุกทําลายทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ โดยมีหลักของการดําเนินการคือ นําภาพถ่ายทาง อากาศในประเทศ จํานวน ๕ ครั้ง มาจัดให้อยู่ในฐานข้อมูลเกี่ยวกัน เพื่อดําเนินการเสร็จสิ้นเป็นฐานแผนที่ เดียวกันแล้วจะมีการเดินสํารวจพื้นที่ที่ชาวบ้านมีการอยู่อาศัยอยู่ก่อน พื้นที่ไหนที่มีการบุกรุกพื้นที่และมี สภาพป่าที่เสื่อมโทรมแล้ว ส่วนพื้นที่ไหนที่ชาวบ้าน มีการอาศัยอยู่ก่อนแล้ว มีแนวทางการแก้ไขปัญหา คือ รับรองสิทธิให้กับประชาชนในพื้นที่อยู่ระหว่าง ๖-๑๐ ไร่ โดยโครงการนี้ได้ดําเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ จนถึงปัจจุบัน ได้มีการตรวจรับงานแล้ว ๓ งวด ในขณะที่ทางบริษัทได้ส่งมอบงานมาแล้ว ๙ งวด สาเหตุที่ดําเนินงานล่าช้า เนื่องจากส่วนราชการส่งฟิล์มต้นฉบับให้ทางบริษัทช้า และการ ลาออกของคณะกรรมการฯ ทําให้ไม่มีการต่อเนื่องในการพิจารณา ในฐานะปลัดกระทรวงทรัพย์ฯ ได้พยายาม เร่งรัดการดําเนินงานแก้ไขคําสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการฯ ให้มีความต่อเนื่องในการพิจารณาและขอความ ร่วมมือจากคณะกรรมการ (ชุดปัจจุบัน) ให้สรุปการพิจารณาเสนอความเห็นในการขยายระยะเวลาโครงการฯ และตรวจรับงาน โดยเฉพาะงวดงานที่ ๔ และ ๕ และคาดว่าจะใช้เวลาไม่มากสําหรับงวดงานที่เหลือ ทั้งนี้ ได้ ประมาณระยะเวลาในการตรวจรับงานแต่ละงวด ประมาณ ๑ เดือน โดยในงวดงานที่ ๔ มีกําหนดประชุมใน วันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๕ หลังจากตรวจรับงานในงวดที่ ๔ แล้ว ก็จะมีการตรวจรับงวดอื่นๆ ได้รวดเร็ว ปัญหาติดอยู่ในงวดงานที่ ๔ เท่านั้น เรื่องการแบ่งสัดส่วนปริมาณงานเพื่อให้ทราบว่าเป็นจํานวนเท่าไหร่ที่จะจ่ายให้บริษัท ขณะนี้อยู่ระหว่างรอความเห็นจากที่ปรึกษาอิสระ คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครั้งที่ ๓๒ วันพุธที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๕ ๓.๑ พิจารณาติดตามมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัด แบบบูรณาการ (กนจ.) ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ โดยการดําเนินการประชุมผ่านจอภาพและเสียง (TV Conference) ของกระทรวงมหาดไทยไปยังทุกจังหวัด เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕ ได้มีการเร่งรัดให้จังหวัดใช้งบประมาณ แต่จากผลของการเกิดมหาอุทกภัยใน ปลายปี ๒๕๕๕ บางจังหวัดเกิดปัญหาอุทกภัยทําให้ต้องดําเนินการแก้ไขปัญหาอุทกภัยเป็นเหตุให้ การดําเนินงานล่าช้า ๑ ไตรมาส อีกทั้งมีการจัดสรรงบกลางรายการค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟู เยียวยา และ


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๖๕ ป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยแบบบูรณาการ ๑.๒ แสนล้านบาท งบประมาณตามพระราชกําหนดเงินกู้ ๓.๕ แสนล้านบาท จึงมีงบประมาณ ลงมาสู่จังหวัดเป็นจํานวนมาก อีกทั้งบุคลากรของจังหวัดก็มีจํากัดจึงทํา ให้เกิดความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ๑. มีความขัดแย้งเกี่ยวกับงบประมาณระหว่างจังหวัดภายในกลุ่มจังหวัด เนื่องจากไม่ยอมรับ จังหวัดที่มีผู้ว่าราชการอาวุโสมากจะไม่ยอมรับจังหวัดที่มีผู้ว่าฯอาวุโสน้อยเป็นประธานกลุ่ม และจะเสนอให้ กระทรวงมหาดไทยพิจารณาการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นหัวหน้ากลุ่มจังหวัดให้มาจากผู้อาวุโสนั้น หลักการนี้ไม่มีกฎเกณฑ์ใดรองรับและไม่น่าจะเป็นการแก้ปัญหาเรื่องงบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัดได้เลย ดังนั้นถ้าเรื่องนี้เป็นอํานาจของ ก.พ.ร. ก็ขอให้ชี้แจงรายละเอียดต่อคณะกรรมาธิการต่อไป ๒. งบประมาณส่วนใหญ่ของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดส่วนมากเป็นงบประมาณด้านก่อสร้าง หลักเกณฑ์และการจัดสรรงบประมาณยังไม่เข้าถึงประชาชนในการนําเสนอโครงการ ๓. บุคลากรในจังหวัดมักจะดําเนินการงบของส่วนกลางก่อนแล้ว ถึงจะดําเนินการงบของ จังหวัด ทําให้การเบิกเงินล่าช้า ๔. บุคลากรในต่างจังหวัดมีน้อย แต่มีงบประมาณลงไปมาก ทั้งงบกลาง ๑.๒ แสนล้านบาทและ งบประมาณตามพระราชกําหนดเงินกู้ ๓.๕ แสนล้านบาท ๕. ควรทบทวนบทบาทหน้าที่ของ ก.พ.ร. เรื่องการงบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัดโดยให้ สํานักงบประมาณมีบทบาทในเรื่องนี้เป็นหลัก เนื่องจากสํานักงบประมาณมีข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณใน ภาพรวมของประเทศทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นครบถ้วนอยู่แล้ว นอกจากนี้ขอให้ยกเลิกงบประมาณของ กลุ่มจังหวัด และนํางบประมาณที่จัดสรรให้แก่กลุ่มจังหวัดมาดําเนินการในแต่ละจังหวัดแทน และควร พิจารณาไม่ให้การใช้งบประมาณจังหวัดเกิดขึ้นโดยกําหนดเป้าหมายซ้ําซ้อนกับองค์การปกครองท้องถิ่นใน จังหวัดด้วย ๖. การดําเนินงานในงบกลาง ๑.๒ แสนล้านบาท อาจจะมีการทุจริต ผลอันเนื่องมาจากการ เร่งรัด แต่ขาดการตรวจสอบที่ดี ๗. ควรจะมีการลงโทษที่เด็ดขาด และมาตรการเร่งรัดที่เป็นรูปธรรมสามารถดําเนินการได้รวดเร็ว ๘. ควรมีเป้าหมาย เพื่อให้จังหวัดไว้ปฏิบัติตาม และถ้าไม่สามารถปฏิบัติได้ตามเป้าหมาย ก็ไม่ต้องจัดสรรงบประมาณในปีต่อไป ๓.๒ พิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ เพื่อวาง ระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา (กยน.) ผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ชี้แจงว่า ได้รับ มอบหมายเป็นผู้แทนประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการน้ํา และในฐานะเป็น เลขาธิการคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการน้ํา สรุปสาระสําคัญได้ดังนี้ สถานการณ์อุทกภัยปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ไทย โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เติบโตแค่ ๐.๑% กระทบต่อความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๖๖ โดยแนวทางการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เพื่อการ แก้ไขปัญหาอุทกภัยและได้แต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการน้ํา (กยน.) เพื่อ แก้ไขปัญหาในระยะยาว โดยการเตรียมความพร้อมในการรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นมีอํานาจหน้าที่ เช่น ทบทวนนโยบายและแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ําระดมความคิดเห็นและความรู้เพื่อ จัดทําเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการแก้ปัญหาและวางระบบการบริหารจัดการน้ําของประเทศ รวมทั้ง จัดทําแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ําอย่างเป็นระบบ และวางกรอบการลงทุนด้านการบริหารทรัพยากรน้ํา ของประเทศเสนอแก่รัฐบาล ทั้งนี้ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ เป็นต้น ครั้งที่ ๓๓ วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๕ ๑. คณะกรรมาธิการพิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณการใช้จ่ายงบประมาณ ด้านการศึกษา สรุปสาระสําคัญ ดังนี้ ๑. ผู้แทนสํานักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ชี้แจงว่า ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเงิน ๔๑,๑๕๐.๓๒ ล้านบาท ผลการเบิกจ่าย ณ วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๕ เป็นเงิน ๓๘,๙๙๑.๘๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๙๔.๗๕ และการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๔ เป็นเงิน ๑,๙๖๙.๔๐ ล้านบาท ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นเงิน ๔๓,๒๓๔.๔๒ ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว ณ วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๕ เป็นเงิน ๒๘,๕๙๒.๒๔ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๖๖.๑๓ ๒. ผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ชี้แจงว่า ได้รับจัดสรรงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเงิน ๙,๑๑๕ ล้านบาท ผล การเบิกจ่าย เป็นเงิน ๘,๐๑๒ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๘๘.๐๑ กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี เป็นเงิน ๑,๐๗๗ ล้าน บาท เบิกจ่าย ณ วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เป็นเงิน ๕๙๐,๕๗๑ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๕๕ เพื่อเป็นค่า ก่อสร้างศูนย์การเรียนชุมชน กศน.ตําบล ก่อสร้างห้องสมุดประชาชน ครุภัณฑ์เพื่อพัฒนาสถานีโทรทัศน์เพื่อ การศึกษา ก่อสร้างภูมิสถาปัตย์โครงการศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด คอมพิวเตอร์สําหรับศูนย์ การเรียนชุมชน กศน.ตําบล และจัดจ้างนิทรรศการเปิดโลกธรรมชาติ ปัญหาและอุปสรรคในการดําเนินงาน ก่อสร้างศูนย์การเรียนชุมชน กศน.ตําบล เนื่องจากกรรมสิทธิ์ในที่ดินและผู้รับจ้างทิ้งงาน และครุภัณฑ์ เพื่อ พัฒนาสถานีโทรทัศน์อยู่ระหว่างรอเบิกจ่ายงวดที่ ๑ ๓. ผู้แทนสํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ชี้แจงว่าได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ผลผลิตที่ ๖ มาตรฐานการบริหารงานบุคคลของราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา เป็นเงิน ๒๑๐.๗๔ ล้านบาท เบิกจ่ายงบประมาณแล้ว เป็นเงิน ๑๙๔.๒๖ ล้านบาท คิดเป็นร้อย


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๖๗ ละ ๙๒.๓๕ ได้รับจัดสรรงบประมาณประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในผลผลิตที่ ๖ เป็นเงิน ๒๙๔.๘๔ ล้านบาท เบิกจ่ายงบประมาณแล้ว เป็นเงิน ๑๒๓.๓๘ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๔๑.๘๔ การกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเงิน ๗๐.๘๖ ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว เป็นเงิน ๖๗.๔๕ ล้านบาท คงเหลือเป็นเงิน ๓.๔๑ ล้านบาท เพื่อจัดจ้างทําคู่มือประเมินวิทยฐานะ ค่าจ้าง จัดทําสมุดภาพเฉลิมพระเกียรติ และจ้างที่ปรึกษางานวิจัย ๔. ผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ช.) ชี้แจงว่า การกันเงิน ไว้เบิกเหลื่อมปี ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ จํานวน ๓ แผนงาน ดังนี้ ๑) แผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเงิน ๗๑ ล้านบาท (เงินอุดหนุนค่าก่อสร้างปอเน๊าะต้นแบบ) อยู่ระหว่างการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ๒) แผนงานสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน (๑๕ ปี) เป็นเงิน ๙๐.๒๖ ล้านบาท (เงินอุดหนุนรายบุคคลแก่นักเรียนโรงเรียนเอกชน) ๓) แผนงานฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากภัยพิบัติ เป็นเงิน ๑๐ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้แก่โรงเรียนที่ประสบภัยพิบัติอยู่ระหว่างการเบิกจ่าย การโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นเงิน ๑๐๓ ล้าน บาท เพื่อโครงการจัดการเรียนการสอน โดยใช้คอมพิวเตอร์พกพา ซึ่งเป็นโครงการตามนโยบายของรัฐบาล เนื่องจากตั้งงบประมาณประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๕ เพียงร้อยละ ๗๕ ไม่เพียงพอสําหรับจํานวนนักเรียนใน โรงเรียนเอกชน จํานวน ๑๘๓,๐๐๐ คน ๕. ผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชี้แจงว่า ได้รับจัดสรรงบประมาณ รายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเงิน ๒๔๕.๖๒ ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว เป็นเงิน ๒๕๙,๒๓๒ ล้านบาท ติดลบเป็นเงิน ๗,๒๒๗ ล้านบาท เนื่องจากงบบุคลากรที่เพิ่มขึ้นโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ เป็นเงิน ๑๑.๖๑ ล้านบาท เพื่อเป็นเงินเดือนและเงินเพิ่มอื่นๆ ที่จ่ายควบกับเงินเดือนของข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา และกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี ๘,๐๐๗ ล้านบาท เนื่องจากเป็นค่าสิ่งก่อสร้างที่ล่าช้าจาก สถานการณ์อุทกภัย ๖. ผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา ชี้แจงต่อว่า ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเงิน ๒๒,๓๔๖ ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว ๑๘,๖๖๒ ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ ๘๓.๕๒ และได้รับจัดสรรงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นเงิน ๒๑,๕๔๘ ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว ๑๒,๔๗๒ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๕๗.๘๘ กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี เป็นเงิน ๔,๒๙๒ ล้านบาท จํานวน ๑๖ รายการงบลงทุนยังไม่ได้เบิกจ่าย เป็นเงิน ๓,๐๐๐ ล้านบาท ข้อสังเกตคณะกรรมาธิการ


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๖๘ ๑ . สํ า นั ก งา น ส่ งเส ริม ก า รศึ ก ษ าน อ ก ระ บ บ แ ล ะ ก า รศึ ก ษ าต าม อั ธ ย าศั ย โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณในหลายรายการเป็นจํานวนมาก โดยบางรายการได้มีการแจ้งเหตุผลและความ จําเป็น เช่น การจัดซื้อหนังสือ จํานวน ๑๔ ล้านบาท และการเดินทางไปต่างประเทศชั่วคราว ๒. การโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณของสํานักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษา เอกชน โดยนํางบประมาณตามแผนงานขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษา โครงการขับเคลื่อนการปฏิรูป การศึกษาในทศวรรษที่สอง นําไปเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศชั่วคราว และการจัดซื้อรถยนต์ เป็นการดําเนินงานที่ไม่เหมาะสม เพราะขาดแผนการบริหารรองรับการใช้งบประมาณ กระทรวงศึกษาธิการ ควรควบคุมการบริหารงบประมาณในเรื่องดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ๒. คณะกรรมาธิการพิจารณาติดตามความคืบหน้าในการบริหารงบประมาณตามพระ ราชกําหนดเงินกู้ วงเงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ําและอุทกภัย (กบอ.) สรุปสาระสําคัญ ดังนี้ ผู้แทนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการบริหารจัดการ น้ําและอุทกภัย ชี้แจงว่า นโยบายและยุทธศาสตร์ในการบริหารงานตามพระราชกําหนดเงินกู้ วงเงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มีวัตถุประสงค์เพื่อการบริหารจัดการน้ําอย่างยั่งยืนและเพื่อป้องกันบรรเทาลดความเสียหายที่เกิด จากปัญหาอุทกภัย ปรับปรุงประสิทธิภาพการเตือนภัย โดยมีเป้าหมายที่จะดําเนินงานในพื้นที่ต้นน้ํา กลางน้ํา และปลายน้ํา กําหนดแผนการดําเนินงาน จํานวน ๓ แผนงาน ดังนี้ - แผนการดําเนินการตามยุทธศาสตร์ เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ วงเงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท - แผนการดําเนินการบริหารจัดการน้ําในพื้นที่ลุ่มแม่น้ําเจ้าพระยาใหญ่ ๘ ลุ่มน้ํา วงเงิน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท - แผนการดําเนินการบริหารจัดการน้ําใน ๑๗ ลุ่มน้ําทั่วประเทศ วงเงิน ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท แผนการบริหารจัดการน้ํา จํานวน ๒๕ ลุ่มน้ําทั่วประเทศ คณะกรรมการบริหารจัดการน้ํา และอุทกภัยได้พิจารณาเห็นชอบในหลักการแล้ว ดังนี้ ๑. แผนงานฟื้นฟู และอนุรักษ์ป่าและระบบนิเวศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม วงเงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นแผนงานที่จําเป็น เร่งด่วน คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕ อนุมัติงบประมาณ เป็นเงิน ๙๕๕.๒๙ ล้านบาท ๒. แผนงานฟื้นฟูและปรับปรุงประสิทธิภาพสิ่งก่อสร้าง ๒.๑ โครงการเร่งด่วน การเสริม และยกระดับถนน คันกั้นน้ําและระบบระบายน้ําใน พื้นที่ปิดล้อม ทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกแม่น้ําเจ้าพระยาของกระทรวงคมนาคม คณะรัฐมนตรีให้มีมติ เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕ อนุมัติงบประมาณ เป็นเงิน ๒๔,๑๑๒ ล้านบาท


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๖๙ ๒.๒ โครงการปรับปรุงระบบเขื่อนป้องกันอุทกภัย นิคม/สวน/เขต/อุตสาหกรรม คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ อนุมัติงบประมาณ ๓,๒๓๖ ล้านบาท ๓. แผนงานพื้นที่รับน้ํานอง (แก้มลิง) ระบบเปิดปิดประตูน้ํา วงเงิน ๖๔๐ ล้านบาท ทาง กรมชลประทานอยู่ระหว่างทํารายละเอียดเพื่อขออนุมัติงบประมาณ ครั้งที่ ๓๔ วันพุธที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๕ ในการประชุมคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณากรอบในการดําเนินงานของคณะกรรมาธิการ ติดตามการบริหารงบประมาณ สรุปผลการประชุมได้ดังนี้ ที่ประชุมได้เสนอความเห็นในการนัดประชุมคณะกรรมาธิการ โดยได้มีมติให้นัดประชุม คณะกรรมาธิการเป็นประจําทุกวันพุธเวลา ๙.๓๐ นาฬิกา หากมีวาระการประชุมจํานวนมากให้นัดประชุม ในวันพฤหัสบดี เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา และในการประชุมคณะอนุกรรมาธิการห้ามมิให้นัดประชุมเวลาเดียวกันกับ ที่มีการประชุมคณะกรรมาธิการ สําหรับปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๕ นี้ คณะกรรมาธิการเห็นควรมีการประชุมเพื่อติดตามการบริหารงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ และ ๒๕๕๕ พร้อมทั้ง กรอบแนวทางในการบริหารงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ส่วนราชการ เร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณ โดยกําหนดประเด็นในการพิจารณา ในส่วนผลการดําเนินงาน ผลการเบิกจ่าย งบประมาณการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ การกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี และเงินนอกงบประมาณ โดยจะ พิจารณาในภาพรวมของแต่ละกระทรวงเรียงตามกลุ่มภารกิจ ซึ่งในช่วงระยะเวลาดังกล่าวให้กําหนดนัดประชุม สัปดาห์ละ ๒ วัน โดยให้เชิญเฉพาะรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง และอธิบดี หากว่าหน่วยงานใดยังมีปัญหาก็ให้เชิญ มาชี้แจงอีกครั้งภายหลัง ครั้งที่ ๓๕ วันพุธที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๕ ๑. คณะกรรมาธิการพิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๖ ของกระทรวงการคลัง สรุปสาระสําคัญ ดังนี้ ๑. ผู้แทนสํานักปลัดกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า การเบิกจ่ายงบประมาณ ประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ และ ๒๕๕๕ เป็นไปตามเป้าหมายที่กําหนดไว้มีบางส่วนที่อยู่ระหว่างการลงนาม ในสัญญาและผูกพันงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ๒. ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ชี้แจงว่า การเบิกจ่ายงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ มีงบผูกพันที่รอการเบิกจ่ายและจะต้องขออนุมัติเงินงวดไปยังสํานักงบประมาณ คาดว่าจะดําเนินการ แล้วเสร็จภายในเดือน กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕ ๓. ผู้แทนกรมศุลกากร ชี้แจงว่า ได้รับจัดสรรงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเงิน ๓,๖๑๙.๗๗ ล้านบาท เบิกจ่ายเป็นเงิน ๒,๒๙๐.๒๔ ล้านบาท กันไว้เบิกเหลื่อมปี เป็นเงิน ๒๕๓.๓๕


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๗๐ ล้านบาท คงเหลือเป็นเงิน ๗๖.๑๗ ล้านบาท เบิกจ่ายคิดเป็นร้อยละ ๘๗.๔๒ การโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ และได้รับจัดสรรงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นเงิน ๒,๗๕๗.๓๗ ล้านบาท ณ วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕ เบิกจ่ายเป็นเงิน ๒,๐๓๐.๙๕ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๗๓.๖๖ ๔. ผู้แทนกรมสรรพสามิต ชี้แจงว่า ได้รับจัดสรรงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเงิน ๒,๑๔๑.๗๘ ล้านบาท เบิกจ่ายเป็นเงิน ๑,๘๔๖.๖๙ ล้านบาท ลงความในสัญญาแล้ว เป็นเงิน ๒๔๙.๙๔ ล้านบาท คงเหลือ ๒๒.๓๙ ล้านบาท เบิกจ่ายคิดเป็นร้อยละ ๘๖.๒๒ กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี เป็นเงิน ๒๗๒.๔๕ ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว ๒๐๖.๘๙ ล้านบาท โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ เป็นเงิน ๒๑.๔ ล้านบาท เงินนอกงบประมาณจากเงินฝากค่าใช้จ่ายเก็บภาษีท้องถิ่น เป็นเงิน ๑,๖๐๙.๓๔ ล้านบาท ได้รับจัดสรรงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นเงิน ๑,๙๙๐.๙๘ ล้านบาท เบิกจ่ายเป็นเงิน ๑,๖๒๗.๗๙ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๘๒.๒๖ กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี เป็นเงิน ๔๑๙.๙๔ ล้านบาท เบิกจ่ายเป็นเงิน ๒๑๖.๑๔ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๕๑.๔๗ โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ เป็นเงิน ๓.๔๒ ล้านบาท เงินนอกงบประมาณจากเงินฝากค่าใช้จ่ายเก็บภาษีท้องถิ่น เป็นเงิน ๑,๒๐๙.๐๑ ล้านบาท ๕. ผู้แทนกรมสรรพากร ชี้แจงว่า ได้รับจัดสรรงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเงิน ๗,๗๖๗.๗๓ ล้านบาท ผูกพันงบประมาณ เป็นเงิน ๓๗๕.๔๖ ล้านบาท ไม่มีการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ และ พ.ศ. ๒๕๕๕ ๖. ผู้แทนกรมธนารักษ์ ชี้แจงว่า ได้รับจัดสรรงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเงิน ๓,๒๒๔.๓๕ ล้านบาท เบิกจ่ายเป็นเงิน ๓.๑๖๓.๘๐ ล้านบาท การโอนเปลี่ยนแปลง งบประมาณ จํานวน ๔ รายการ เป็นเงิน ๑๖.๓๗ ล้านบาท โดยเงินงบประมาณที่เหลือจ่ายจากการ ดําเนินงานและบรรลุตามเป้าหมายแล้ว เพื่อเป็นค่าครุภัณฑ์ ปรับปรุงสํานักงานและเดินทางไปต่างประเทศ ชั่วคราว การกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี เป็นเงิน ๔๖.๔๒ ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว ๑๑.๐๓ ล้านบาท คงเหลือ ๓๕.๓๘ ล้านบาท อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจรับงาน คาดว่าจะเบิกจ่ายได้ภายใน ๓๐ กันยายน ๒๕๕๕ มีเงินเหลือจ่ายส่งคืนคลัง เป็นเงิน ๑๔.๑๒ ล้านบาท ได้รับจัดสรรงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นเงิน ๓,๓๖๔.๘๔ ล้านบาท เบิกจ่ายเป็นเงิน ๓,๐๕๐.๒๔ ล้านบาท การโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ เป็นเงิน ๑๔.๖๑ ล้านบาท และคาดว่าจะกันไว้เบิกเหลื่อมปี เป็นเงิน ๖๖.๕๘ ล้านบาท และมีเงินเหลือจ่ายส่งคืนคลัง เป็นเงิน ๗.๒๘ ล้านบาท ๗. ผู้แทนสํานักงานบริหารหนี้สาธารณะ ชี้แจงว่า ได้รับจัดสรรงบประมาณ ประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเงิน ๑๘๙,๘๑๘.๕๒ ล้านบาท จําแนกเป็น งบประมาณบริหารสํานักงาน เป็นเงิน ๗๗ ล้านบาท บริหารจัดการหนี้ภาครัฐ เป็นเงิน ๑๘๙,๒๖๕.๔๙ ล้านบาท และชําระเงินกองทุนจัดตั้ง Credit


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๗๑ Guarantee and Investment Facility (GIF) เป็นเงิน ๔๗๖ ล้านบาท เบิกจ่ายงบประมาณ เป็นเงิน ๑๘๘,๘๔๐.๗๑ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๙๙.๔๘ ได้รับจัดสรรงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นเงิน ๑๗๑,๑๐๙.๗๖ ล้านบาท จําแนกเป็น เงินบริหารสํานักงาน เป็นเงิน ๙๙.๘๗ ล้านบาท และบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ เป็นเงิน ๑๗๑,๐๐๙.๘๙ ล้านบาท เบิกจ่ายเป็นเงิน ๑๑๙,๕๑๘.๑๓ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๖๙.๘๕ คงเหลือเป็นเงิน ๕๑,๕๙๑.๖๒ ล้านบาท ๘. ผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ชี้แจงว่า ได้รับจัดสรรงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเงิน ๑๑๓.๕๘ ล้านบาท มีเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี เป็นเงิน ๓๗.๗๔ ล้านบาท เงินเหลือจ่ายคืนคลัง เป็นเงิน ๒๗.๘๒ ล้านบาท ได้รับจัดสรรงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นเงิน ๗๐๗.๑๔ ล้านบาท คาดว่าจะมีเงินกันเหลื่อมปี เป็นเงิน ๖๒.๓๒ ล้านบาท ๙. ผู้แทนสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง ชี้แจงว่า ได้รับจัดสรรงบประมาณประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเงิน ๖๓๒.๙๙ ล้านบาท เบิกจ่ายเป็นเงิน ๕๖๕.๑๘ ล้านบาท กันเหลื่อมปีเป็น เงิน ๓๕.๘๙ ล้านบาท และได้รับจัดสรรงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นเงิน ๙๗๓.๘๒ ล้านบาท เบิกจ่ายเป็น เงิน ๗๔๐.๑๕ ล้านบาท กันเหลื่อมปีเป็นเงิน ๑๓.๓๐ ล้านบาท ๑๐. ผู้แทนสํานักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) ชี้แจงว่า ได้รับจัดสรรงบประมาณประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเงิน ๕๑๒.๔๑ ล้านบาท เบิกจ่าย เป็นเงิน ๕๑๒.๔๑ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ และได้รับจัดสรรงบประมาณประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นเงิน ๔๒๐.๘๐ ล้านบาท เบิกจ่ายเป็นเงิน ๔๒๐.๘๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ ๒. คณะกรรมาธิการพิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๖ ของกระทรวงพาณิชย์ สรุปสาระสําคัญ ดังนี้ ๑. ผู้แทนสํานักปลัดกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงว่า ได้รับจัดสรรงบประมาณ ประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเงิน ๑,๒๙๐.๖๘ ล้านบาท เบิกจ่าย เป็นเงิน ๑,๑๑๓.๕๔ ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ ๘๖.๒๘ การโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ โดยขอทําความตกลงกับสํานักงบประมาณ เป็นเงิน ๒๒.๔๖ ล้านบาท การโอนงบประมาณโดยใช้อํานาจของหัวหน้าส่วนราชการ เป็นเงิน ๓๐.๖๔ ล้านบาท การกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเงิน ๑๔๘.๑๐ ล้านบาท ก่อหนี้ผูกพันแล้ว เป็นเงิน ๙๗.๙๙ ล้านบาท มีเงินเหลือจ่ายส่งคืนคลัง เป็นเงิน ๘.๙๗ ล้านบาท ได้รับจัดสรรงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นเงิน ๑.๑๓๘.๒๒ ล้านบาท เบิกจ่าย เป็นเงิน ๘๖๙.๔๘ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๗๖.๓๙ การโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ เป็นเงิน ๒๕.๖๕ ล้านบาท คาดว่าจะกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี เป็นเงิน ๑๓.๔๒ ล้านบาท ๒. ผู้แทนกรมการค้าภายใน ชี้แจงว่า ได้รับจัดสรรงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเงิน ๙๕๗.๓๘ ล้านบาท เบิกจ่ายเป็นเงิน ๘๐๕.๓๘ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๘๔.๑๒ โอน


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๗๒ เปลี่ยนแปลงงบประมาณ เป็นเงิน ๓๒.๔๒ ล้านบาท กันเหลื่อมปี เป็นเงิน ๑๓๔.๗๐ ล้านบาท เบิกจ่ายเงินกัน เหลื่อมปีเป็นเงิน ๙๘.๑๙ ล้านบาท งบประมาณคงเหลือคืนคลัง เป็นเงิน ๑๗.๓๐ ล้านบาท ได้รับจัดสรรงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นเงิน ๑,๑๓๕.๕๔ ล้านบาท เบิกจ่าย เป็นเงิน ๘๓๖.๗๖ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๗๓.๖๙ กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี เป็นเงิน ๖๖.๒๖ ล้านบาท ๓. ผู้แทนกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชี้แจงว่า ได้รับจัดสรรงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเงิน ๕๗๕.๗๑ ล้านบาท เบิกจ่ายเป็นเงิน ๕๕๕.๙๓ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๙๖.๕๖ โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ โดยทําความตกลงกับสํานักงบประมาณ เป็นเงิน ๖.๒๑ ล้านบาท โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณโดยใช้อํานาจหัวหน้าส่วนราชการ เป็นเงิน ๒๗ ล้านบาท กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี เป็นเงิน ๑๖.๘๘ ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว ๑๔.๖๘ ล้านบาท ได้รับจัดสรรงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นเงิน ๕๔๘.๔๘ ล้านบาท เบิกจ่ายเป็นเงิน ๔๐๓.๓๔ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๗๓.๕๔ โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ เป็นเงิน ๙.๗๕ ล้านบาท กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี เป็นเงิน ๑๕.๔๓ ล้านบาท ๔. ผู้แทนกรมทรัพย์สินทางปัญญา ชี้แจงว่า ได้รับจัดสรรงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเงิน ๓๑๖.๑๙ ล้านบาท เบิกจ่ายเป็นเงิน ๒๖๒.๓๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๘๒.๙๖ โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ เป็นเงิน ๔.๗ ล้านบาท กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี เป็นเงิน ๕๐.๖๔ ล้านบาท เบิกจ่ายแล้วเป็นเงิน ๓๖.๐๔ ล้านบาท ได้รับจัดสรรงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นเงิน ๒๙๕.๓๖ ล้านบาท เบิกจ่ายเป็นเงิน ๒๑๕.๗๒ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๗๓.๔ ก่อหนี้ผูกพันแล้ว เป็นเงิน ๔๖.๘๐ ล้านบาท โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ เป็นเงิน ๖.๔ ล้านบาท กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี เป็นเงิน ๒๐.๖๘ เงินนอก งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ จากรายได้การดําเนินงานค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา เป็นเงิน ๑๐ ล้านบาท ๕. ผู้แทนกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ชี้แจงว่า ได้รับจัดสรรงบประมาณ ประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเงิน ๓๘๙.๔๔ ล้านบาท เบิกจ่ายเป็นเงิน ๓๐๔.๓๓ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๗๘.๑๕ กันไว้เบิกเหลื่อมปี เป็นเงิน ๗๑.๖๘ ล้านบาท โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ เป็นเงิน ๑๔.๑๖ ล้านบาท มีเงินเหลือจ่ายคืนคลัง เป็นเงิน ๑๓.๔๒ ล้านบาท ได้รับจัดสรรงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นเงิน ๓๔๖.๗๔ ล้านบาท เบิกจ่าย เป็นเงิน ๒๔๙.๖๖ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๗๒ โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ เป็นเงิน ๒๒.๑๕ ล้านบาท คาดว่าจะ กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี เป็นเงิน ๒๕.๙๐ ล้านบาท มีงบประมาณเหลือจ่ายส่งคืน คลัง ๒.๔๐ ล้านบาท


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๗๓ ๖. ผู้แทนกรมการค้าต่างประเทศ ชี้แจงว่า ได้รับจัดสรรงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเงิน ๔๒๒.๓๓ ล้านบาท เบิกจ่ายเป็นเงิน ๓๒๘.๑๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๗๗.๖๙ โอน เปลี่ยนแปลงงบประมาณ เป็นเงิน ๒๗.๔๕ ล้านบาท กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี เป็นเงิน ๘.๔๔ ล้านบาท ได้รับจัดสรรงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นเงิน ๔๑๔.๙๕ ล้าน บาท เบิกจ่ายเป็นเงิน ๒๘๓.๘๕ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๖๘.๔๑ โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ เป็นเงิน ๗.๐๗ ล้านบาท โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ โดยขอทําความตกลงกับสํานักงบประมาณ เป็นเงิน ๑๘.๔๑ ล้านบาท กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี เป็นเงิน ๑๖.๔๐ ล้านบาท ๗. กรมส่งเสริมการส่งออก ชี้แจงว่า ได้รับจัดสรรงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเงิน ๒,๕๙๕.๑๘ ล้านบาท เบิกจ่ายเป็นเงิน ๑,๙๘๕.๘๓ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๗๖.๕๒ โอน เปลี่ยนแปลงงบประมาณ เป็นเงิน ๒๕๓ ล้านบาท ส่งคืนงบประมาณ เป็นเงิน ๓๑๔ ล้านบาท ได้รับจัดสรรงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นเงิน ๒,๓๑๘.๐๕ ล้านบาท เบิกจ่ายเป็นเงิน ๑,๙๕๕.๙๔ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๘๔.๓๘ โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ เป็นเงิน ๑๖.๖๙ ล้านบาท ครั้งที่ ๓๖ วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๕ คณะกรรมาธิการพิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๖ ของกระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพลังงาน สํานักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ สํานักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับจัดสรรงบประมาณ ทั้งสิ้น ๑,๒๖๘,๗๔๙,๕๐๐ บาท เบิกจ่ายงบประมาณ ๑,๒๓๗,๓๑๒,๖๕๐.๕๐ บาท กันเงินเหลื่อมปี ๙๕.๙๐ ล้านบาท มีรายการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ จํานวน ๔๕,๐๐๐ บาท รายการโอนข้ามผลผลิต จํานวน ๑๒,๖๐๖,๐๐๒ บาท ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ได้รับจัดสรรงบประมาณ ทั้งสิ้น ๑,๓๒๑,๖๙๖,๑๐๐ บาท เบิกจ่ายงบประมาณ ๙๕๘,๓๐๕,๑๖๘.๘๑ บาท คงเหลืองบประมาณ ๒๐๑,๓๖๘,๑๔๗.๔๕ บาท มีรายการ โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ จํานวน ๒๐,๔๒๕ บาท ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ สํานักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดทําแผนการ ปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ประกอบด้วยแผนงานสําคัญ ๔ แผนงาน ได้แก่ แผนงานแก้ไข ปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แผนงานฟื้นฟูความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือกับประเทศใน ภูมิภาค แผนงานพัฒนาศิลปหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์ชุมชน และแผนงานยกระดับความสามารถในการ แข่งขันของภาคอุตสาหกรรม โดยได้รับจัดสรรงบประมาณ ประมาณ ๗,๒๕๙ ล้านบาท กรรมาธิการที่ปรึกษาได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกฎระเบียบในการบริหารงบประมาณ กลไกการตรวจสอบ และตั้งข้อสังเกตว่าการตั้งงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนจะเป็นการสร้างมาตรฐานการตั้ง


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๗๔ งบประมาณที่ไม่รัดกุม จึงควรกํากับดูแลการบริหารงบประมาณนี้อย่างเคร่งครัด กําหนดกฎระเบียบในการ ควบคุม กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้รับงบประมาณปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ จํานวน ๗๕๓,๕๒๑,๑๐๐ บาท มีรายการกันเงินเหลื่อมปี จํานวน ๑๑๓,๕๖๑,๐๔๗.๘๐ บาท มีเงินเหลือจ่ายคืนคลัง จํานวน ๗,๗๗๘๔,๙๗๖ บาท ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ จํานวน ๖๑๖,๖๖๗,๘๐๐ บาท มีรายการกันเงิน เหลื่อมปี จํานวน ๙๑,๖๓๐,๘๖๐ บาท มีเงินเหลือจ่ายคืนคลัง จํานวน ๑๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท กรรมาธิการ ตั้งข้อสังเกตว่า การโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณของส่วนราชการควรมี มาตรการแก้ไขการตั้งงบประมาณจํานวนมากเพื่อให้เหลืองบประมาณแล้วมีการโอนเปลี่ยนแปลง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับจัดสรรงบประมาณ ทั้งสิ้น ๙๙๘,๒๗๖,๔๐๐ บาท เบิกจ่าย งบประมาณ ๙๖๗,๗๘๖,๕๐๑.๓๔ บาท กันเงินเหลื่อมปี ๙๔๕,๐๐๐ บาท ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับจัดสรรงบประมาณ ทั้งสิ้น ๘๑๕,๓๘๔,๘๐๐ บาท เบิกจ่ายงบประมาณ ๖๓๕,๗๘๖,๔๓๐.๙๗บาท กันเงินเหลื่อมปี ๒๐,๔๐๐,๐๐๐ บาท ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ คาดว่าจะได้รับจัดสรรงบประมาณ ๑,๑๐๙.๗๕๑๗ ล้านบาท สํานักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ําตาลทราย สํานักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ําตาลทรายได้รับจัดสรรงบประมาณ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในการก่อสร้างอาคารสํานักงาน ซึ่งสํานักงานได้ประกอราคาให้ผู้รับเหมา แต่ได้รับหนังสือท้วงติงจาก สํานักงานตรวจเงินแผ่นดินว่าสัญญาไม่เป็นตามแบบมาตรฐานจึงได้ยกเลิกประกวดราคา และทําการประกวด ราคาใหม่ ซึ่งจะทําการเคาะราคา เมื่อวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๕ สํานักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ สํานักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ได้รับงบประมาณ ๕๒๒.๘๓ ล้านบาท เบิกจ่ายงบประมาณแล้ว ๔๖๔.๑๑๙ ล้านบาท กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี ๔๑.๖๑๕ บาท โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ๑๒.๐๓๔๖ บาท ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ สํานักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ได้รับงบประมาณ ๔๕๓.๖๕๔ ล้านบาท เบิกจ่ายงบประมาณแล้ว ๓๓๖.๑๙๖ ล้านบาท ทั้งนี้ ประสบปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้า เนื่องจากมีการย้ายสํานักงานล่าช้ากว่า กําหนด กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๗๕ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้รับงบประมาณ ๒๑๑.๘๒๘ ล้านบาท เบิกจ่ายงบประมาณแล้ว ๑๗๑.๙๖๔ ล้านบาท กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี ๓๑.๕๗๑ บาท โอนเปลี่ยนแปลง งบประมาณ ๔.๔๖๒ บาท ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้รับงบประมาณ ๑๙๑.๖๓๐ ล้านบาท เบิกจ่ายงบประมาณแล้ว ๑๒๖.๑๐๖ ล้านบาท กรมธุรกิจพลังงาน ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ กรมธุรกิจพลังงาน ได้รับงบประมาณ ๒๘๕.๗๐๐ ล้านบาท เบิกจ่ายงบประมาณแล้ว ๒๒๘.๓๖๐ ล้านบาท กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี ๔๗.๙๔๐ บาท โอนเปลี่ยนแปลง งบประมาณ ๖๑.๐๕๗ บาท กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้รับ งบประมาณ ๘๙๘.๑๙๓ ล้านบาท เบิกจ่ายงบประมาณแล้ว ๗๐๕.๖๐๓ ล้านบาท กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี ๑๕๑.๕๔๖ บาท โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ๔๒.๐๖๑ บาท ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้รับ งบประมาณ ๘๔๔.๙๑ล้านบาท เบิกจ่ายงบประมาณแล้ว ๕๐๕.๔๙๒ ล้านบาท กรรมาธิการตั้งข้อสังเกตว่า เนื่องจากโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ดี คณะกรรมาธิการจึงควรจะได้นํามาพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง และขอให้กรมติดตามซ่อมบํารุงให้ การดําเนินโครงการอยู่ในสภาพใช้การได้ สํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน สํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน ได้รับงบประมาณ ๗๓.๕๖ ล้านบาท เบิกจ่าย งบประมาณแล้ว ๖๒.๒๑๒ ล้านบาท กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี ๑๑.๐๖๖ บาท โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ๑.๘๖๔๘ บาท ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้รับ งบประมาณ ๙๑.๖๔๘ล้านบาท เบิกจ่ายงบประมาณแล้ว ๕๑.๗๖๖ ล้านบาท สถาบันบริหารกองทุนพลังงาน สถาบันบริหารกองทุนพลังงาน ได้รับงบประมาณ ๒๑.๑๙๒ ล้านบาท เบิกจ่ายงบประมาณ แล้ว ๑๗.๑๔๓ ล้าน โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ๔๒.๐๖๑ บาท ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้รับ งบประมาณ ๑๙.๕๘ล้านบาท เบิกจ่ายงบประมาณแล้ว ๑๕.๘๕๘ ล้านบาท


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๗๖ ครั้งที่ ๓๗ วันพุธที่ ๕ กันยายน ๒๕๕๕ พิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ และ พ.ศ. ๒๕๕๖ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า ใน ปีงบประมาณประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้รับจัดสรรงบประมาณทั้งสิ้น ๑,๒๖๔,๙๐๔,๓๐๐ บาท ผลการเบิกจ่าย ๑,๑๓๐,๗๒๗,๗๖๐ บาท คิดเป็นร้อยละ ๘๙.๓๙ สําหรับปีงบประมาณประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ได้รับการ จัดสรรงบประมาณทั้งสิ้น ๑,๒๕๓,๒๔๐,๗๐๐ บาท ผลการเบิกจ่าย ณ วันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๕ จํานวน ๙๖๘ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๗๗ การโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ในปีงบประมาณประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๔ มีการโอน เปลี่ยนแปลงงบประมาณทั้งสิ้น ๗๙ รายการ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๔๑ ล้านบาท เป็นการโอนงบประมาณโดย ขอทําความตกลงกับสํานักงบประมาณ จํานวน ๑๓ รายการ เป็นเงิน ๑,๑๕๘,๓๒๐ บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย ของข้าราชการที่เดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราว การโอนเปลี่ยนแปลงโดยใช้อํานาจหัวหน้าส่วน ราชการ จํานวน ๕๐ รายการ เป็นเงิน ๓๙ ล้านบาทเศษ เป็นการโอนเปลี่ยนแปลงจากงบรายจ่ายอื่นในการ จัดทําแผนยุทธศาสตร์ของกระทรวง เพื่อดําเนินการโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว รวมทั้งโอนเปลี่ยนแปลง เป็นงบลงทุน เพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์ที่มีความจําเป็นและการปรับปรุงอาคารสํานักงานที่มีความเสียหายเนื่องจาก อุทกภัย และการโอนเปลี่ยนแปลงโดยอํานาจ ผู้ว่าราชการจังหวัด จํานวน ๑๖ รายการ เป็นเงิน ๖ แสนบาท เศษ เพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์และเครื่องใช้ในสํานักงาน เป็นต้น ในปีงบประมาณประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๕ มีการโอนเปลี่ยนแปลงทั้งสิ้น ๒๔ รายการ เป็นเงิน ๒๙.๗๖ ล้านบาท เป็นการโอนเปลี่ยนแปลงโดยขอทําความตกลงกับสํานักงบประมาณ จํานวน ๖ รายการ เป็นเงิน ๖๓๕,๗๔๓ บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราว การโอนเปลี่ยนแปลงโดยใช้ อํานาจหัวหน้า ส่วนราชการ จํานวน ๑๕ รายการ เป็นเงิน ๒๘ ล้านบาท เพื่อเป็นค่าครุภัณฑ์สิ่งก่อสร้าง และ การโอนเปลี่ยนแปลง โดยอํานาจผู้ว่าราชการจังหวัด จํานวน ๓ รายการ เป็นเงิน ๕ แสนบาทเศษ การกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ วงเงินที่กันไว้เบิกเหลื่อมปี จํานวน ๒๒๖,๔๘๖,๕๘๒.๓๖ บาท เบิกจ่ายแล้ว จํานวน ๑๙๘,๘๔๐,๔๑๔.๙๔ บาท คิดเป็นร้อยละ ๘๘ ยอดคงเหลือ ๒๗,๖๔๖,๑๖๗.๔๒ บาท ซึ่งยอดคงเหลือเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อเครื่องบินเป็นหลัก สําหรับเงินกันเหลื่อม ปีที่คาดว่าจะต้องกันในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ คาดว่าจะต้องกันเงินประมาณ ๗๘,๙๗๕,๒๓๐ บาท ประกอบด้วย งบดําเนินงาน ๗,๑๖๔,๐๐๐ บาท งบลงทุน ๖๒,๑๑๙,๒๓๐ บาท และงบรายจ่ายอื่น ๙,๖๙๒,๐๐๐ บาท เงินเหลือจ่ายที่ส่งคืนคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ มีเงินเหลือจ่ายที่ส่งคืนคลัง จํานวน ๖๙,๐๒๘,๓๗๙.๐๒ บาท สําหรับในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ คาดว่าจะมีเงินเหลือจ่ายที่ส่งคืนคลัง จํานวน ๓๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวต่อที่ประชุมเกี่ยวกับ นโยบายของกระทรวงฯ ว่าเน้นการแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับ


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๗๗ ปัญหาโดยรวมของประเทศ ในปีงบประมาณประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๖ กระทรวงฯ ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จํานวนทั้งสิ้น ๒๖,๙๐๐ ล้านบาท ประกอบด้วยภารกิจ ๔ กลุ่ม คือ ด้านอํานวยการ มีงบประมาณ ๖๐๐ ล้านบาท ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท แยกออกเป็น กรมอุทยานและการอนุรักษ์ฟื้นฟู ๘,๐๐๐ ล้านบาท และการบริหารจัดการป่าไม้ ๓,๔๐๐ ล้านบาท ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ๑,๒๐๐ ล้านบาท ด้าน ทรัพยากรธรณีหรือธรณีพิบัติภัย ๕๐๐ ล้านบาท การพัฒนาความหลากหลายทางชีวภาพ ๑๓๘ ล้านบาท ด้านการบํารุงและการดูแลสวนสัตว์ ๙๑๒ ล้านบาท ด้านสวนพฤกษศาสตร์และวิจัยพันธุ์ไม้ ๑๘๐ ล้านบาท ด้านสวนป่าและอุตสาหกรรมป่าไม้ ๑๕๗ ล้านบาท ด้านสิ่งแวดล้อม ๑,๑๖๙ ล้านบาท ด้านการบริหาร จัดการน้ําแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง ๗,๘๐๐ ล้านบาท ด้านน้ําบาดาลจัดหาน้ําดื่มสะอาดเพื่อเด็กนักเรียน ในชนบท ๑,๔๐๐ กว่าล้านบาท ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ กระทรวงฯ ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ๒๔,๓๒๑ ล้านบาท ประกอบด้วยงบประจํา ๑๕,๑๗๔ ล้านบาท งบลงทุน ๙,๑๔๖ ล้านบาท ผลการเบิกจ่ายคิดเป็นร้อยละ ๘๒ หรือ ๑๙,๙๖๖ ล้านบาท มีเงินเหลือจ่าย ๔,๓๕๕ ล้านบาท กันไว้เบิกเหลื่อมปี ๔,๑๔๔ ล้านบาท มีการโอน เปลี่ยนแปลงงบประมาณ ๖๑๘ ล้านบาท เงินเหลือจ่ายคืนคลัง ๒๑๐ ล้านบาท และเงินนอกงบประมาณ ๑๓ ล้านบาท ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ กระทรวงฯ ได้รับจัดสรรงบประมาณ ๒๖,๙๕๗ ล้านบาท เป็นงบประจํา ๑๗,๒๑๘ ล้านบาท งบลงทุน ๙,๗๓๘ ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว ๑๘,๓๑๗ ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ ๖๘ มีการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ๒๒๐ ล้านบาท มีเงินนอกงบประมาณ ๑๓ ล้านบาท ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ ๑. หน่วยงานหรือส่วนราชการไม่ควรตั้งงบประมาณ โดยใช้โครงการในพระราชดําริหรือ โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว เพื่อหวังผลด้านการพิจารณาอนุมัติงบประมาณ และหน่วยงานต่างๆ ควรบูรณา การโครงการนี้ร่วมกัน ๒. สํานักงบประมาณไม่ควรพิจารณาอนุมัติงบประมาณที่ตั้งเกินจริง เช่น กรณีการตั้ง งบประมาณในการจัดประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืนที่มีการตั้งงบประมาณเป็นจํานวนมาก และมีเงินเหลือจ่าย ๒๓ ล้านบาท ซึ่งทําให้หน่วยงานอื่นเสียโอกาสในการใช้งบประมาณส่วนนี้เพื่อพัฒนาใน ด้านต่างๆ ๓..ควรให้โฆษกคณะกรรมาธิการแถลงข่าวกรณีการตั้งงบประมาณที่เกินจริงและการใช้ งบประมาณ ของกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ๔. เงินเหลือจ่าย หน่วยงานควรจัดลําดับความสําคัญ (Priority) ว่าจะใช้เงินเหลือจ่ายไปใช้ อะไร และควรเปิดเผยการใช้เงินเหลือจ่ายต่อสาธารณชน กรมควบคุมมลพิษ


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๗๘ ผู้แทนกรมควบคุมมลพิษ ชี้แจงว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้รับการจัดสรร งบประมาณทั้งสิ้น ๔๙๐,๓๐๙,๕๐๐ บาท ผลการเบิกจ่าย ๓๙๖,๑๓๔,๕๐๐ บาท คิดเป็นร้อยละ ๘๐.๗๙ มีการโอนเปลี่ยนแปลงอํานาจสํานักงบประมาณ ๒๒ รายการ จํานวน ๗,๖๗๘,๖๐๐ บาท เงินนอก งบประมาณไม่มี ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ได้รับการจัดสรรงบประมาณทั้งสิ้น ๔๑๗,๖๖๙,๘๐๐ บาท ผลการเบิกจ่าย ๒๖๘,๑๓๙,๕๐๐ บาท คิดเป็นร้อยละ ๖๔.๒๐ มีการโอนเปลี่ยนแปลงอํานาจสํานัก งบประมาณ ๔ รายการ จํานวน ๑๒๒,๒๕๐ บาท ส่วนแผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ทั้งสิ้น ๔๓๒,๘๖๘,๙๐๐ บาท โดยมีแผนการใช้จ่ายตามไตรมาสที่ ๑-๔ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ผู้แทนกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ชี้แจง ในปีงบประมาณประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้รับจัดสรรงบประมาณทั้งสิ้น ๑,๐๑๕,๘๐๓,๙๐๐ บาท ผลการเบิกจ่ายคิดเป็นร้อยละ ๙๕.๘๖ มีการโอน เปลี่ยนแปลง จํานวน ๕๕ รายการ เป็นเงิน ๓๓.๕ ล้านบาท ในปีงบประมาณประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ได้รับงบประมาณทั้งสิ้น ๑,๒๐๔,๓๖๑,๖๐๐ บาท ผลการเบิกจ่ายคิดเป็นร้อยละ ๗๐.๘๙ มีการโอนเปลี่ยนแปลง จํานวน ๑๒ รายการ เป็นเงิน ๑๓.๕ ล้านบาท แผนการใช้จ่ายเงินประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ได้รับงบประมาณทั้งสิ้น ๑,๑๑๔ ล้านบาท และมีแผน ในการเบิกจ่ายในไตรมาส ๑-๔ ครั้งที่ ๓๘ วันพฤหัสบดีที่ ๖ กันยายน ๒๕๕๕ ในการประชุมคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณ ประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๖ ของกรมทรัพยากรธรณี กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ ป่า และพันธุ์พืช สรุปผลการประชุมได้ดังนี้ กรมทรัพยากรธรณี ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้รับจัดสรรงบประมาณ ๔๙๕,๙๗๗,๗๐๐ บาท ภายใต้ ๒ ผลผลิตคือ การบริหารจัดการทรัพยากรธรณี ๔๔๕,๙๒๗,๗๐๐ บาท และการบริหารจัดการธรณีวิทยา สิ่งแวดล้อม และธรณีพิบัติภัย ๕๐,๐๕๐,๐๐๐ บาท จํานวน ๑๑ โครงการ ผลการเบิกจ่าย ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๔ คิดเป็นร้อยละ ๗๘ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ได้รับจัดสรรงบประมาณ ๕๐๔,๑๑๑,๕๐๐ บาท ภายใต้ ๒ ผลผลิต คือ ผลผลิตการบริหารจัดการทรัพยากรธรณี ๔๑๘,๙๑๑,๕๐๐ บาท และผลผลิตการ บริหารจัดการธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม และธรณีพิบัติ ๘๕,๒๐๐,๐๐๐ บาท ผลการเบิกจ่าย ณ เดือนสิงหาคม ๒๕๕๕ คิดเป็นร้อยละ ๖๗ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ มีการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ๓๙ รายการ แบ่งเป็น กรณี ขอทําความตกลงกับสํานักงบประมาณ ๑,๓๙๑,๖๕๐ บาท และใช้อํานาจหัวหน้าส่วนราชการ


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๗๙ ๑๖,๑๑๙,๖๘๐ บาท ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ มีการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ๘ รายการ แบ่งเป็น กรณีขอทําความตกลงกับสํานักงบประมาณ ๗๓๗,๕๖๐ บาท และใช้อํานาจหัวหน้าส่วนราชการ ๑๑,๓๑๐,๒๐๐ บาท ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ มีการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี ๑๐๓,๗๗๗,๔๓๗ บาท เบิกจ่าย แล้ว ๔๐,๔๘๔,๘๕๕ บาท มีแผนการใช้จ่ายถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๕ จํานวน ๕๘,๙๑๕,๓๓๓ บาท คงเหลือส่งคืนคลัง ๔,๓๗๗,๒๕๐ บาท ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ คาดว่าจะมีการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี ๕ รายการ งบประมาณ ๒๙,๒๘๗,๖๗๕ บาท และยังไม่มีเงินคงเหลือส่งคืนคลัง งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ได้รับจัดสรรงบประมาณ ๖๓๑.๕๑๑๖ ล้านบาท มีแผนการใช้จ่าย งบประมาณ ไตรมาส ๑ ประมาณ ๑๐๓.๖๔๓๕ ล้านบาท ไตรมาส ๒ ประมาณ ๑๓๔,๔๒๒๓ ล้านบาท ไตรมาส ๓ ประมาณ ๒๓๒.๔๔๒๕ ล้านบาท และไตรมาส ๔ ประมาณ ๑๖๑.๐๐๓๓ ล้านบาท กรมป่าไม้ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้รับจัดสรรงบประมาณภายใต้แผนงานอนุรักษ์และบริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติ แบ่งเป็น ผลผลิตพื้นที่ป่าไม้ได้รับการบริหารจัดการงบประมาณ ๓,๒๖๗,๗๙๑,๓๐๐ บาท และผลผลิต ฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่าไม้ กิจกรรมหลักจัดทําฐานข้อมูล ความ หลากหลายทางชีวภาพ งบประมาณ ๒๒,๐๐๖,๘๐๐ บาท ผลการเบิกจ่าย ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๔ เบิกจ่าย ๓,๒๖๖,๔๑๓,๕๓๒ บาท คิดเป็นร้อยละ ๙๙.๖๔ มีการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ จํานวน ๕๑ รายการ งบประมาณ ๖๕,๓๗๕,๕๐๘ บาท รายการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒- ๒๕๕๔ มีทั้งสิ้น ๑๐,๙๑๖,๙๒๐ บาท ขณะเบิกจ่ายไปแล้ว ๘,๑๑๔,๔๒๐ บาท ที่เหลืออยู่ระหว่างการตรวจรับ งาน มีเงินเหลือส่งคืนคลัง จํานวน ๔,๖๑๓,๘๖๘ บาท ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ได้รับจัดสรรงบประมาณ ๓,๔๖๑,๑๑๔,๗๐๐ บาท ผ ล ก า ร เบิกจ่าย ณ วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕ เป็นเงิน ๓,๐๐๓,๗๖๒,๐๘๒ บาท คิดเป็นร้อยละ ๘๖,๖๗ มีการโอน เปลี่ยนแปลงงบประมาณ ๔๗ รายการ งบประมาณ ๕๓,๔๕๒,๕๗๙ บาท คาดการณ์ว่าจะมีการกันเงินไว้เบิก เหลื่อมปี จํานวน ๔๓,๗๓๕,๑๐๐ บาท ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ได้รับจัดสรรงบประมาณ ๓,๘๗๐,๑๐๔,๐๐๐ บาท กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้รับจัดสรรงบประมาณ จ,๙๓๘,๕๓๘,๙๐๐ บาท ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๔ มีผลการเบิกจ่าย ๗,๕๙๓,๕๕๙,๘๑๒.๕๕ บาท คิดเป็นร้อยละ ๙๕.๑๗ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ได้รับจัดสรรงบประมาณ ๘,๒๕๖,๕๔๕,๗๐๐ บาท ณ วันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๕ มีผลการเบิกจ่าย ๗,๐๗๒,๓๓๓,๐๕๔.๐๑ บาท คิดเป็นร้อยละ ๘๕.๖๖


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๘๐ รายการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ มีการโอนเปลี่ยนแปลง งบประมาณ ๑๓๓,๗๗๗,๕๓๔ บาท แบ่งเป็น โอนโดยอํานาจหัวหน้าส่วนราชการ ๘๐,๗๒๗,๘๓๑ บาท โอนโดย อํานาจสํานักงบประมาณ ๔๓,๑๙๕,๗๐๐ บาท และโอนโดยอํานาจผู้ว่าราชการจังหวัด ๙,๘๕๔,๐๐๓ บาท ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ มีการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ๔๖,๘๔๐,๘๕๘ บาท เป็นการโอนโดยอํานาจ หัวหน้าส่วนราชการ รายการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ มีการกันเงิน ๓๗๗,๗๖๓,๖๓๔.๖๒ บาท เบิกจ่ายแล้ว ๒๕๕,๔๔๐,๐๒๕.๙๓ บาท ส่วนที่เหลือยังคงกันไว้เบิกจ่ายต่อไป สําหรับเงินเหลือคืนคลัง ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ คืนคลัง ๕.๙๖ ล้านบาท และปี พ.ศ. ๒๕๕๕ คืนคลัง ๖.๓๓ ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็น หมวดเงินเดือน กรณีมีการโอนย้ายไปส่วนราชการอื่นและการเลื่อนขั้นเงินเดือนล่าช้า ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ได้รับจัดสรรงบประมาณ ๙,๗๔๐.๕๑๖๘ ล้านบาท ครั้งที่ ๓๙ วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๕ พิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๖ ของกระทรวงศึกษาธิการ มติทีประชุม คณะกรรมาธิการมีมติให้เชิญปลัดกระทรวงศึกษาธิการและเลขาธิการคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา ร่วมประชุมอีกครั้งหนึ่งกับพร้อมกับรัฐมนรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ ๔๐ วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๕ สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้รับจัดสรรงบประมาณปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ จํานวน ๗,๖๘๒ ล้านบาท เป็นงบประมาณตามภารกิจหลัก ๑,๐๔๘ ล้านบาท และภารกิจส่งเสริม การศึกษา ในกํากับ ๖,๖๓๓ ล้านบาท เบิกจ่ายงบประมาณแล้ว ๖,๑๐๓ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๗๙.๐๕ กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี ๑,๕๗๘ ล้านบาท งบประมาณปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ได้รับจัดสรรงบประมาณ ๖,๑๙๑ ล้านบาท ณ วันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๕ เบิกจ่ายงบประมาณแล้ว ๔,๗๒๒ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๗๖.๒๗ เหลืองบประมาณ ที่ยังไม่ได้เบิกจ่าย ๑,๔๖๙ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๒๓.๗๓ คณะกรรมาธิการตั้งข้อสังเกตว่า ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ มีการโอนเปลี่ยนแปลง งบประมาณจํานวนมาก และเนื่องจากสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษามีจํานวนเจ้าหน้าที่น้อย จึงอาจ ทําให้การตรวจสอบมาตรฐานไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร นอจากนี้ในหลายวิชาชีพประสบปัญหาจบจากต่างสถานศึกษาต่างกันและได้รับเงินเดือน ต่างกัน และอยากให้การกู้ยืมเงินของนักเรียนนักศึกษาเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่าย มีจํานวนเพียงพอต่อผู้ขอรับทุน


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๘๑ ครั้งที่ ๔๑ วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๕ พิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๕๖ ของ กระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ชี้แจงว่า กรณีมหาวิทยาลัยอีสานได้วางแผนดูแล นักศึกษาแล้ว ซึ่งรายละเอียดจะให้รองเลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาชี้แจง เรื่องการ ช่วยเหลือครูอัตราจ้าง จํานวน ๙,๓๓๑ อัตรา ขณะนี้มีงบประมาณที่จะจ้างต่อแล้ว ส่วนการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูหลายแห่งที่บริหารงานไม่โปร่งใสจะดําเนินการให้แล้วเสร็จ ภายใน ๓๐ วัน จากนั้นได้ กล่าวถึงการพัฒนาครู โดยการอบรมศีลธรรม การประเมินความก้าวหน้าของครู โดยการใช้ผลสอบ O-NET ของ นักเรียนเป็นมาตรการ การพัฒนาภาษาอังกฤษโดยใช้ครูต่างประเทศในการสอนภาษา บุคลากรในมหาวิทยาลัย ราชภัฎต่างๆ ที่ต้องการได้รับบรรจุเป็นข้าราชการ เพื่อมีศักดิ์ศรีและสวัสดิการที่ดีขึ้น ปัญหาที่นักศึกษาที่จบ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) เมื่อจบการศึกษาแล้วไม่มีที่เรียน ขณะนี้ได้ให้สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล เปิดรับหลักสูตรต่อเนื่องแล้ว ส่วนการแก้ปัญหาการทะเลาะกันของนักเรียนอาชีวะ จะให้ครูที่เป็นตํารวจ ทหาร เข้ามาสอนสถาบันอาชีวะที่มีปัญหาการทะเลาะกัน จํานวน ๓๖ แห่ง เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ ๑. ควรมีการหมุนเวียนครูที่สอบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และบรรจุบุคคลในพื้นที่ที่มี คุณสมบัติเหมาะสมเป็นครูในพื้นที่นั้นๆ เพื่อสร้างขวัญกําลังใจและป้องกันการหมุนเวียนของบุคลากรทาง การศึกษา ๒. การจ้างครูเจ้าของภาษา (Native Speaker) สอนภาษาประเทศตามโรงเรียนต่างๆ ซึ่ง รัฐบาลจ่ายให้เดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท นั้น ต้องได้ครูที่เป็นผู้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมมีความรู้ ความสามารถใน วิชานั้นๆ อย่างแท้จริง เพราะเท่าที่ปรากฏนั้นครูต่างประเทศเหล่านี้ส่วนมากเป็นนักพเนจร และไม่มีคุณวุฒิ แม้แต่ระดับอนุปริญญาและได้มีการใช้วุฒิบัตรปลอม (ซึ่งมีตัวอย่างและหาได้ง่ายที่บริเวณ ถนนข้าวสาร) ในการ สมัครเป็นครูสอน ๓. ควรจัดสรรงบประมาณด้านการป้องกันน้ําท่วมให้แก่โรงเรียนต่างๆ เพื่อการแก้ไขปัญหา อย่างยั่งยืนถ้ามีความจําเป็นและโรงเรียนมีศักยภาพอยู่แล้วพอควร ๔. การจัดสรรงบประมาณของสํานักงบประมาณที่ผ่านมาเป็นการจัดสรรงบประมาณ แบบเดิมๆ คือ เคยได้เท่าไหร่ในปีต่อไปก็เพิ่ม ๕% ส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ําระหว่างโรงเรียนมากขึ้น ดังนั้น ควรจัดสรรงบประมาณกระจายครอบคลุมทั่วถึง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ สํานักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รายงานผลการดําเนินงานดังนี้ ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ สํานัก ปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้รับจัดสรรงบประมาณ เป็นเงิน ๔๑,๑๕๐ ล้านบาท จําแนกออกเป็น ๕ แผนงาน ส่วนปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ได้รับจัดสรรงบประมาณ เป็นเงิน ๔๓,๒๓๔ ล้านบาท จําแนกเป็น ๔ แผนงาน


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๘๒ ผลการดําเนินงาน และผลการเบิกจ่ายงบประมาณ ประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๔ มีผลการเบิกจ่าย ข้อมูล ณ วันที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๕ ประมาณ ๓๙,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๙๔.๗๕ มีรายการเงินกันไว้เบิก เหลื่อมปี ประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท มีผลการเบิกจ่าย ณ วันที่ ๓๑ สิงหาคม จํานวน ๑,๑๖๐ ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ ๗๗ คงเหลือเป็นเงิน ๗๒๕ ล้านบาท รายการเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี มีจํานวน ๒๖๒,๐๙๗,๑๒๗ ล้านบาท รายการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ และ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการมีรายการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ จํานวน ๑,๐๑๕ ล้านบาท แบ่งออกเป็น สํานักงานปลัดกระทรวง (เดิม) จํานวน ๗๐ ล้านบาท สํานักงานการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เป็นเงิน ๙๐๓ ล้านบาท คณะกรรมการบริหารงานบุคคลของ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (กคศ.) จํานวน ๗ ล้านบาท และสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริม การศึกษาเอกชน (สช.) จํานวน ๓๓ ล้านบาท ในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการมีรายการโอนเปลี่ยนแปลง จํานวน ๙๖๔ ล้านบาท แบ่งออกเป็นสํานักงานปลัดกระทรวง (เดิม) ๑๙ ล้านบาท สํานักงานการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย จํานวน ๘๓๕ ล้านบาท คณะกรรมการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา (กคศ.) จํานวน ๕ ล้านบาท และสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จํานวน ๑๐๓ ล้านบาท ปัญหาและอุปสรรคการดําเนินงาน ๑. เรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดิน และผู้รับจ้างทิ้งงาน ๒. การก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ครุภัณฑ์บางรายการไม่สามารถตรวจรับได้ เนื่องจากจะต้อง ติดตั้งภายในอาคาร ๓. ในส่วนของครุภัณฑ์ที่พัฒนาสถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษาอยู่ระหว่างเบิกจ่ายงวดสุดท้าย จํานวน ๓,๐๕๖,๗๗๖ บาท ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วเห็นว่า สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการมีการโอน เปลี่ยนแปลงรายการจํานวนมาก ส่วนมากเป็นการโอนเปลี่ยนแปลงรายการเพื่อซื้อรถยนต์ จ้างที่ปรึกษาและ ซื้อครุภัณฑ์ที่ ราคาไม่สูงมาก สํานักปลัดกระทรวงศึกษาธิการควรสํารวจรายการครุภัณฑ์ที่มีความจําเป็น ต่างๆ ของสํานักงานแล้วเสนอของบประมาณงบปกติประจําปีไม่ควรดําเนินการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ภายหลังงบประมาณผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว สํานักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา ผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา ชี้แจงว่า ปัญหาเรื่องความล่าช้าของการเบิกจ่าย งบประมาณในโครงการการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา คือ ขณะนี้ยังไม่ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร สถาบัน เนื่องจากยังไม่มีการออกกฎกระทรวง ขณะนี้ทราบว่ากฎกระทรวงได้เสนอผ่านคณะรัฐมนตรีและส่ง ต่อไปที่คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ภายหลังจากการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเป็นกฎกระทรวงแล้ว ก็จะ สามารถดําเนินการต่อไปได้ กรณีการจัดตั้งสถาบันอาชีวศึกษาเกษตร ขณะนี้ร่างกฎกระทรวงอยู่ระหว่างการ


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๘๓ พิจารณาของคณะรัฐมนตรีแล้ว กรณีงบประมาณด้านการให้ความช่วยเหลือด้านอุทกภัย สํานักงานได้รับจัดสรร งบกลางรายการค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ ขณะนี้ก่อ หนี้ผูกพันหมดแล้ว สํานักงานได้ขอรับจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม ๙๑ ล้านบาท เพื่อนํามาป้องกันปัญหาอุทกภัย แต่ไม่ได้รับจัดสรรและได้รับจัดสรรงบประมาณตามพระราชกําหนดเงินกู้ ๓.๕ แสนล้านบาท จํานวน ๙๐๐ ล้าน บาท แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับอนุมัติงวดเงินมาดําเนินการ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชี้แจงว่า งบประมาณประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ที่ มีผลการเบิกจ่ายงบประมาณร้อยละ ๑๐๒ คือ เป็นการปรับขั้นเงินเดือน และปรับเงินขั้นวิทยฐานะให้กับ บุคลากร จํานวน ๒ ครั้ง การดําเนินงานบริหารงานโรงเรียนภูมิภาคขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก จะ ได้รับการพิจารณาจากส่วนกลาง โดยเท่าเทียมกัน มีการจัดกลุ่มโรงเรียนโดยแจ้งตามศักยภาพและมีโรงเรียน ในฝันหรือโรงเรียนประจําอําเภอ ขณะนี้มี จํานวน ๒,๕๐๐ แห่งทั่วประเทศ เป็นโรงเรียนที่ชุมชนเข้ามามีส่วน ร่วมในการพัฒนาและโรงเรียนประจําตําบลหรือโรงเรียนขนาดเล็ก มีแผนการยกระดับเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ มากขึ้น โดยในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ จะใช้วิธีการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมจากโรงเรียนวังไกลกังวลให้กับนักเรียน เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับนักเรียน และขณะนี้กําลังขยายการศึกษาให้เป็นภาคบังคับจากประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึง มัธยมศึกษาปีที่ ๓ บัญชีจัดสรรกรอบวงเงิน (งบลงทุน) รายการเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ข้อมูล ณ วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๕ คงเหลือก็ยังไม่ได้เบิกจ่าย ๑๑๓ ล้านบาท เหตุผลและความจําเป็นคือ พื้นที่ ยากลําบากต่อการเข้าถึง ทําให้ไม่สามารถหาผู้รับจ้างได้และราคาที่รับจ้างสูงกว่างบประมาณที่ได้รับโดย คาดการณ์ว่าจะดําเนินการเบิกจ่ายแล้วเสร็จเดือน มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ รายการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ มีจํานวน ๗๔๕ ล้านบาท เพื่อไปดําเนินการในเรื่องศึกษาดูงานต่างประเทศ จํานวน ๑.๖ ล้านบาท การจ้างบุคลากรทดแทน จํานวน ๕๖๓ ล้านบาท ช่วยเหลือด้านอุทกภัย จํานวน ๖๘ ล้านบาท และครุภัณฑ์ สํานักงาน จํานวน ๑๑๒ ล้านบาท คิดเป็นรายการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณร้อยละ ๓ กรณีเงินนอก งบประมาณสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่มีรายการ แต่มีของกระทรวงในรูปกองทุนอาหาร กลางวันภายใต้การดูแลของสํานักงานปลัดกระทรวงเรื่องการดําเนินการบริหารจัดการค่าน้ําค่าไฟ เคยเจรจา ต่อรองกับการไฟฟ้าและประปาแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ โดยจะนําข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการไป ดําเนินการต่อไป ครั้งที่ ๔๒ วันพุธที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๕ ในการประชุมคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ – ๒๕๕๖ ของส่วนราชการในการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ การกันเงิน ไว้เบิกเหลื่อมปี และงบประมาณเหลือจ่าย สรุปผลการประชุมได้ดังนี้ สืบเนื่องมาจากคณะกรรมาธิการได้พิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณของส่วนราชการ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ – ๒๕๕๖ ของกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๘๔ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงศึกษาธิการมาแล้วนั้น ปัญหาที่พบมากในการบริหารงบประมาณของส่วนราชการ คือ การโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ซึ่งเป็น ปัญหาที่เกิดจากช่องว่างของกฎหมาย ทําให้การใช้จ่ายงบประมาณไม่โปร่งใส จึงขอให้คณะกรรมาธิการแสดง ความคิดเห็นการดําเนินงานหาข้อสรุป เพื่อเสนอข้อสังเกตต่อนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ ที่ประชุมได้มติให้แต่งตั้งคณะทํางานคณะหนึ่งเพื่อศึกษาหลักเกณฑ์การโอนเปลี่ยนแปลง งบประมาณต่อกรณีการเช่ารถของส่วนราชการโดย นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล เป็นประธานคณะทํางาน เมื่อ คณะทํางานพิจารณาเสร็จแล้ว จะจัดให้มีการสัมมนาเพื่อรวบรวบความเห็น แล้วเชิญ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ และอธิบดีกรมบัญชีกลาง เข้าร่วมพิจารณาเพื่อหาข้อสรุป ต่อไป ครั้งที่ ๔๓ วันพุธที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๕ พิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๕๖ ของสํานักงานปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ข้อสังเกตคณะกรรมาธิการ ๑. เห็นควรให้สํานักงานปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ตรวจสอบและ ปรับปรุงระเบียบการเบิกจ่ายเงินในการให้ความช่วยเหลือสามารถที่จะขอรับเงินในประเภทที่สามารถเบิกเงินให้ ซ้ําซ้อนกันได้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้มากขึ้น ๒. การขอรับเงินจากกรณีที่มีผู้เสียชีวิตที่มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาให้สามารถที่จะเบิกเงินจาก หน่วย งานราชการในท้องถิ่นได้โดยตรงแทนการเบิกจากหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้นๆเนื่องจากบางพื้นที่ที่ ผู้เสียชีวิตกับพื้นที่ที่หน่วยงานตั้งอยู่อาจมีระยะทางที่ห่างไกลกันทําให้ผู้ที่เดินทางไปรับเงินตามสิทธิต้องมี ค่าใช้จ่ายในการเดินที่สูง หรือเท่ากับจํานวนเงินที่ได้รับการเยียวยา เพื่อแบ่งเบาภาระในการเดินทางกับบุคคล ที่ได้รับเงินตามสิทธิ ๓. ในกรณีงบประมาณที่ตั้งไว้เพื่อประชาสัมพันธ์การดําเนินงานของกระทรวงและไม่เพียงพอ นั้น คณะกรรมาธิการ เห็นว่าควรประชาสัมพันธ์กับสื่อที่เป็นของทางภาครัฐหรือทางเคเบิลท้องถิ่น ที่มีราคาถูก กว่าการโฆษณาตามช่องปกติ ครั้งที่ ๔๔ วันพุธที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๕ กรมทรัพยากรน้ํา ได้รับงบประมาณ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ จํานวน ๖,๐๑๑,๔๘๘,๓๐๐ บาท ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ได้รับงบประมาณ จํานวน ๗,๘๖๓,๙๔๙,๗๐๐ บาท โดยงบประมาณที่ได้รับ เพิ่มเติมจาก ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นงบลงทุน และงบรายจ่ายอื่น


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๘๕ รายการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ มีการโอนเปลี่ยนแปลง งบประมาณ จํานวน ๔๒ โครงการ งบประมาณ ๑๑๙ ล้านบาท เบิกจ่ายงบประมาณเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ มีการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ จํานวน ๘๔ โครงการ งบประมาณ ๑๖๑ ล้านบาท เบิกจ่ายงบประมาณแล้ว ๑๐๗ ล้านบาท รายการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ มีการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี จํานวน ๒,๗๓๙ ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว จํานวน ๒,๕๘๙ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๙๔.๘๗ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ มีการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี จํานวน ๓,๔๖๙ ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว จํานวน ๓,๔๖๙ ล้านบาท เบิกจ่ายงบประมาณแล้ว ๕๑ ล้านบาท โดยมีโครงการอยู่ระหว่างดําเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ๒ โครงการ ทั้งนี้ รายการขอกันงบประมาณไว้เบิกเหลื่อมปีเป็นโครงการที่ได้ผูกพันงบประมาณไว้แล้ว กรรมาธิการตั้งข้อสังเกตว่า การเบิกจ่ายงบประมาณอยู่ในระดับต่ํา เพราะได้รับงบประมาณ จํานวนมาก บุคลากรมีจํานวนน้อย และกรมทรัพยากรน้ําควรมีหน้าที่ในการช่วยส่งเสริมพัฒนาในแหล่งน้ํา ขนาดเล็ก ซึ่งองค์กรปกครองท้องถิ่นไม่สามารถดําเนินการได้ ทั้งนี้ ในการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ กรมทรัพยากรน้ํา ควรจะแจ้งให้แต่ทรัพยากรน้ําภาคทราบถึงงบประมาณ เพื่อให้แต่ละภาคเร่งรัดการเบิกจ่าย ก็จะเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ไขการเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้า ควรจัดสรรงบประมาณโดยเร็วเพื่อจะได้หา ตัวผู้รับจ้างและเข้าดําเนินการในหน้าแล้งที่จะถึงนี้ ในการจัดสรรงบประมาณควรจะได้จัดสรรให้แก่พื้นที่ที่ประสบ ปัญหา การจัดสรรงบประมาณในปัจจุบันยังพบว่ากระจุกตัวบางพื้นที่ และแหล่งน้ําขนาดใหญ่ไม่ได้รับการ พัฒนา ครั้งที่ ๔๕ วันพุธที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๕ พิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔- ๒๕๕๖ และงบกลางค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟู เยียวยา และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๕๕ ของกรมทรัพยากรน้ําบาดาล ผู้แทนกรมทรัพยากรน้ําบาดาล ชี้แจง งบประมาณที่ได้รับจัดสรร ดังนี้ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ แผนงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา เป็นเงิน ๑,๓๔๙.๔๑ ล้านบาท เบิกจ่าย เป็นเงิน ๑,๒๒๓.๕๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๙๐.๖๗ คงเหลือ เป็นเงิน ๑๒๕.๙๑ ล้านบาท ก่อหนี้ผูกพันแล้ว เป็นเงิน ๖๕.๐๓ ล้านบาท โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ เป็นเงิน ๖๒.๕๓ ล้านบาท คืนเงินส่งคลัง เป็นเงิน ๖๐.๘๘ ล้านบาท ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นเงิน ๑,๔๓๔.๔๔ ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว เป็นเงิน ๙๘๒.๓๔ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๖๘.๔๘ คงเหลือเป็นเงิน ๔๕๒.๑๐ ล้านบาท ก่อหนี้ผูกพันแล้ว เป็นเงิน ๓๘๒.๘๖ ล้านบาท โอนเปลี่ยนแปลง เป็นเงิน ๓.๓๙ ล้านบาท โดยมีโครงการสําคัญ ดังนี้ ค่าใช้จ่ายในการจัดหา น้ําสะอาดให้กับหมู่บ้านหาน้ํายากทั่วประเทศ จํานวน ๕๑๐ แห่ง เป็นเงิน ๑๒๒.๔๐ ล้านบาท และค่าใช้จ่าย ในการพัฒนาแหล่งน้ําบาดาล เพื่อสนับสนุนน้ําดื่มสะอาดให้โรงเรียนทั่วประเทศ จํานวน ๕๐๐ แห่ง เป็นเงิน ๖๙๒.๕๐ ล้านบาท


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๘๖ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ เป็นเงิน ๑,๘๙๓.๘๗ ล้านบาท งบลงทุนจําแนกเป็น ค่าใช้จ่ายในการจัดหาน้ําสะอาดให้กับหมู่บ้านหาน้ํายากทั่วประเทศ เป็นเงิน ๑๕๖ ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการ พัฒนาแหล่งน้ําบาดาล เพื่อสนับสนุนน้ําดื่มสะอาดให้กับโรงเรียนทั่วประเทศ เป็นเงิน ๖๓๒.๙๔ ล้านบาท และ ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาแหล่งน้ําบาดาลเพื่อการช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัยแล้ง เป็นเงิน ๔๘๓.๘๔ ล้านบาท คาดว่าจะสามารถดําเนินงานได้แล้วเสร็จตามแผนการใช้จ่ายงบประมาณที่กําหนด งบกลางค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟู เยียวยา และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ ได้รับจัดสรรงบประมาณ เป็นเงิน ๑,๗๑๓.๗๙ ล้านบาท จําแนกเป็น ๑. ด้านฟื้นฟูคุณภาพชีวิต เพื่อการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย (จัดหาน้ําดื่ม สะอาด) ใน ๒๗ จังหวัด เป็นเงิน ๖๕.๐๘ ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว เป็นเงิน ๓๗.๙๕ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๕๙ ส่งคืนคลัง เป็นเงิน ๒๖.๗๗ ล้านบาท ๒. ด้านโครงสร้างพื้นฐาน เป็นเงิน ๑,๖๔๘.๗๑ ล้านบาท ได้แก่ - พัฒนาเป่าล้าง ฟื้นฟูบ่อบาดาลใน ๖๓ จังหวัด จํานวน ๒๖,๑๑๓ บ่อ เป็นเงิน ๑๖๙.๗๓ ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว ๑๖๗.๑๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๙๘ - ซ่อมแซมเครื่องสูบน้ําไฟฟ้าแบบจุ่มใต้น้ําใน ๖๒ จังหวัด เป็นเงิน ๑๔,๑๙๘ บ่อ เป็นเงิน ๑๔.๑๙ ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว เป็นเงิน ๑๓.๕๕ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๙๕ - ซ่อมแซมระบบประปาหมู่บ้านใน ๖๒ จังหวัด จํานวน ๖,๒๘๗ ระบบ เป็นเงิน ๓๑๔.๓๕ ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว เป็นเงิน ๓๐๙.๗๔ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๙๙ - อุดกลบบ่อน้ําบาดาลใน ๖๐ จังหวัด จํานวน ๑.๖๐๙ บ่อ เป็นเงิน ๔๐.๒๒ ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว ๓๗.๑๔ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๙๓ - เจาะบ่อน้ําบาดาลพร้อมเชื่อมต่อระบบประปาบาดาลใน ๖๐ จังหวัด จํานวน ๑,๖๐๙ บ่อ เป็นเงิน ๑,๑๑๐.๒๑ ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว เป็นเงิน ๕๐๕.๓๓ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๔๖ โดยดําเนินการเจาะ บ่อบาดาลเอง สําหรับงานก่อสร้างระบบเชื่อมต่อประปาบาดาลได้รับจ้างเอกชนเพื่อดําเนินการ จํานวน ๑,๖๐๙ ระบบ อยู่ระหว่างตรวจรับงานและได้กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี เพื่อเป็นค่าก่อสร้าง เป็นเงิน ๖๐๔.๘๗ ล้านบาท ครั้งที่ ๔๖ วันพุธที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๕ ในการประชุมคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ – ๒๕๕๖ และงบกลางค่าใช้จ่ายในหารฟื้นฟู เยียวยา และป้องกัน ความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๕๕ ของกรมทรัพยากรน้ําบาดาล สรุปผลการประชุม ได้ดังนี้ กรมทรัพยากรน้ําบาดาลได้รับจัดสรรงบประมาณเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย จํานวน ๑,๗๑๓,๗๙๘,๕๐๐ บาท แบ่งเป็น ด้านฟื้นฟูคุณภาพชีวิต ดําเนินการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยโดยการแจกจ่ายน้ําดื่มสะอาด วงเงิน ๖๕,๐๘๑,๐๐๐


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๘๗ บาท มีการเบิกจ่ายจํานวน ๓๗,๙๕๓,๗๐๐ บาท เหลือส่งคืนคลัง ๒๖,๗๗๐,๕๐๐ บาท และด้านโครงสร้าง พื้นฐาน วงเงิน ๑,๖๔๘,๗๑๗,๕๐๐ บาท ดังนี้ ๑. กิจกรรมเป่าล้างบ่อน้ําบาดาล จํานวน ๒๖,๑๑๓ บ่อ งบประมาณ ๑๖๙,๗๓๔,๕๐๐ บาท ราคาต่อหน่วยบ่อละ ๖,๕๐๐ บาท ดําเนินการใน ๖๓ จังหวัด มีการเบิกจ่ายแล้ว ๑๖๗,๑๐๖,๕๐๐ บาท กันไว้เบิกเหลื่อมปี ๒,๖๒๘,๐๐๐ บาท ๒. กิจกรรมซ่อมแซมเครื่องสูบน้ําไฟฟ้าแบบจุ่มใต้น้ํา จํานวน ๑๔,๑๙๘ เครื่อง งบประมาณ ๑๔,๑๙๘,๐๐๐ บาท ราคาต่อหน่วยเครื่องละ ๑,๐๐๐ บาท ดําเนินการใน ๖๒ จังหวัด มีการ เบิกจ่ายแล้ว ๑๓,๕๕๖,๒๐๐ บาท กันไว้เบิกเหลื่อมปี ๖๔๑,๘๐๐ บาท ๓. กิจกรรมซ่อมแซมระบบประปาบาดาลหมู่บ้าน จํานวน ๖,๒๘๗ ระบบ งบประมาณ ๓๑๔,๓๕๐,๐๐๐ บาท ราคาต่อหน่วยระบบละ ๕๐,๐๐๐ บาท ดําเนินการใน ๖๒ จังหวัด มีการเบิกจ่ายแล้ว ๓๐๙,๗๔๙,๘๐๐ บาท กันไว้เบิกเหลื่อมปี ๔,๖๐๐,๒๐๐ บาท ๔. กิจกรรมอุดกลบบ่อน้ําบาดาล จํานวน ๑,๖๐๙ บ่อ งบประมาณ ๔๐,๒๒๕,๐๐๐ บาท ราคาต่อหน่วยบ่อละ ๒๕,๐๐๐ บาท ดําเนินการใน ๖๐ จังหวัด มีการเบิกจ่ายแล้ว ๓๗,๑๔๑,๕๐๐ บาท กันไว้เบิกเหลื่อมปี ๒,๙๗๗,๗๔๗ บาท ๕. กิจกรรมเจาะบ่อน้ําบาดาลและต่อเชื่อมระบบประปาหมู่บ้าน จํานวน ๑,๖๐๙ บ่อ งบประมาณ ๑,๑๑๐,๒๑๐,๐๐๐ บาท ราคาต่อหน่วยขนาด ๑๒ ลูกบาศก์เมตร บ่อละ ๔๕๐,๐๐๐ บาท และ ขนาด ๒๐ ลูกบาศก์เมตร บ่อละ ๖๙๐,๐๐๐ บาท ดําเนินการใน ๖๐ จังหวัด มีการเบิกจ่ายแล้ว ๕๐๕,๓๓๓,๓๕๐ บาท กันไว้เบิกเหลื่อมปี ๖๐๔,๘๗๖,๖๕๐ บาท ครั้งที่ ๔๗ วันพฤหัสบดีที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ พิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๕๖ ประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ – ๒๕๕๖ และงบกลางค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟู เยียวยา และป้องกันความ เสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ พ.ศ.๒๕๕๕ วงเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ของกรมเจ้าท่า ผู้แทนการกรมเจ้าท่า ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า ได้รับการจัดสรรงบกลางค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูและ และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณการ พ.ศ. ๒๕๕๕ โครงการขุดลอกและฟื้นฟู สภาพร่องน้ําที่ประสบ อุทกภัย จํานวน ๗ ร่องน้ํา คือ ปิง วัง ยม น่าน ป่าสัก ชี และมูล เป็นเงิน ๑,๒๑๕.๔๓ ล้านบาท จํานวน ๒๖ โครงการ เบิ กจ่ ายแล้ ว เป็ นเงิน ๙๔ .๒๗ ล้ านบาท คิ ดเป็ นร้อยละ ๗.๗ ๖ ก่ อหนี้ ผู กพั นแล้ ว เป็นเงิน ๑,๑๒๐.๗๖ ล้านบาท การจัดซื้อ จัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ โดยอาศัยมติคณะรัฐมนตรีและหนังสือจากกรมบัญชีกลาง การที่ให้ผู้รับจ้างออกแบบสํารวจ เนื่องจากข้อจํากัดด้านเวลาเป็นงานที่เร่งด่วน แต่มีวิธีการ คือ ให้ผู้รับจ้าง สํารวจ ๑ ใน ๕ ของความยาวของลําน้ํา เมื่อสํารวจแล้วผู้ควบคุมงาน คือกรมเจ้าท่า จะมีคณะกรรมการใน การพิจารณาในการอนุมัติให้ขุดว่าจะขุดอย่างไร ขนาดเท่าไหร่ พร้อมคํานวณปริมาณดิน ผู้รับจ้างมีหน้าที่ไป ทําแผนที่ตามผู้ควบคุมงานแนะนํา เมื่อดําเนินการเสร็จแล้วผู้ควบคุมงานจะนําเสนอแผนที่ต่อคณะกรรมการ


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๘๘ ตรวจการจ้างอนุมัติพื้นที่ขุด ผู้รับจ้างจึงสามารถขุดร่องน้ําได้ และต้องมีการประชาคมกับประชาชนในพื้นที่ ก่อนเพื่อสร้างความเข้าใจ ลดความขัดแย้งกับประชาชนในพื้นที่ ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ ๑. กรมเจ้าท่าควรที่มีการแก้ไขสัญญาจ้าง โดยระบุรายละเอียดของเนื้องานหรือ เอกสารแนบท้ายในสัญญาจ้าง เพื่อให้ราชการไม่เสียเปรียบและปกป้องผลประโยชน์ต่อราชการ ๒.กรมเจ้าท่าควรเร่งเร่งรัดการดําเนินงานของคู่สัญญาเพราะการดําเนินงานมีความล้าช้า มาก เพราะจะช่วยแก้ไขปัญหาอุทกภัยได้ ๓. การจัดสรรงบประมาณ (งบลงทุน) ไปจังหวัดต่าง ๆ ควรจัดสรรงบประมาณอย่างเป็น ธรรม ครอบคลุมทุกพื้นที่ ๔. ควรพิจารณาจัดสรรงบประมาณและเร่งรัดการดําเนินงานโครงการขนาดเล็ก เช่น การ ก่อสร้างท่าเรือขนาดเล็ก เป็นต้น เพราะมีความจําเป็นต่อชีวิตของประชาชนในพื้นที่มากกว่าโครงการขนาดใหญ่ ครั้งที่ ๔๘ วันพุธที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ กรมทรัพยากรน้ําบาดาล มีเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน จํานวน ๒๒๑ หน่วย รวม ๗๕๗ คน โดยในการลงพื้นที่เพื่อดําเนินการแบ่งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติเป็น ๒ ชุด เป็นชุดขุดเจาะ ๘๐ ชุด ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ จํานวน ๔- ๖ คน ดําเนินการขุดประมาณ ๑๘ บ่อต่อชุด ระยะเวลาดําเนินการ ๔ เดือน ทั้งนี้ ชุดดังกล่าวได้ดําเนินการอุดกลบด้วย และชุดเป่าล้าง ซ่อมแซมเครื่องสูบน้ํา ระบบประปา ๑๔๑ ชุด ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ จํานวน ๒ – ๓ คน ดําเนินการเป่าล้าง จํานวน ๑ – ๒ บ่อต่อวัน ระยะเวลา ดําเนินการ ๓ – ๖ เดือน การซ่อมแซมเครื่องสูบน้ําดําเนินการ ๑- ๒ เครื่องต่อวัน การซ่อมแซมระบบประปา ระยะเวลาดําเนินการ ๒ วันต่อระบบ ทั้งหมดดําเนินการแล้วเสร็จในระยะเวลา ๙ เดือน เป็นพื้นที่ประสบ อุทกภัยตามประกาศกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การดําเนินการกิจกรรมระบบเจาะบ่อบาดาลและเชื่อมต่อระบบ ใช้งบประมาณ จํานวน ๑,๑๑๐ ล้านบาท ดําเนินการ ๑,๖๐๙ แห่ง มีบ่อพักน้ําขนาด ๑๒ และ ๒๐ ลูกบาศก์เมตร เป็นการ ดําเนินการโดยกรมเอง ๓๘๖ ล้านบาท และจ้างผู้รับจ้าง จํานวน ๗๒๔ ล้านบาท เป็นการดําเนินการหอพัก น้ําขนาด ๑๒ ลูกบาศก์เมตร จํานวน ๗๙๘ แห่ง ขนาด ๒๐ ลูกบาศก์เมตร จํานวน ๔๓๘ แห่ง และระบบ กรอง จํานวน ๒๐๓ แห่ง โดยเป็นการดําเนินการตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ การเบิกจ่ายงบประมาณ เบิกจ่ายงบประมาณแล้ว จํานวน ๑,๐๓๒ ล้านบาท กันเงินไว้เบิก เหลื่อมปี แบบมีสัญญาผูกพัน จํานวน ๖๐๕ ล้านบาท กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี แบบไม่มีสัญญาผูกพัน ๑๑๐ ล้านบาท กิจกรรมเป่าล้างบ่อ งบประมาณ ๑๖๗ ล้านบาท กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี จํานวน ๑.๗ ล้านบาท เหลืองบประมาณเหลือจ่าย จํานวน ๕.๙ ล้านบาท


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๘๙ กรรมาธิการตั้งข้อสังเกตว่า มีการร้องเรียนว่าโครงการดําเนินการจริงไม่ตรงกับความต้องการของ ประชาชนในพื้นที่ มีบางโครงการไม่ได้ดําเนินการในพื้นที่ประสบอุกทกภัย มีการดําเนินการในพื้นที่เอกชน โดยเฉพาะในโครงการที่ดําเนินการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีการดําเนินการซ้ําซ้อนในพิกัดพื้นที่ เดียวกัน ทั้งนี้ บางรายการเอกสารไม่ระบุพื้นที่ดําเนินการ ปริมาณงานคํานวณกับงบประมาณที่ดําเนินการที่ ใช้ต่อหน่วยไม่สัมพันธ์กัน ทั้งนี้ กรรมาธิการเห็นควรให้กรมทรัพยากรน้ําบาดาลจัดเตรียมเอกสารการดําเนิน กิจกรรมรายบ่อทั้ง ๑,๖๐๙ บ่อเพื่อเข้าร่วมประชุมอีกครั้งหนึ่ง ครั้งที่ ๔๙ วันพุธที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ พิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๕๖ และงบกลางค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟู เยียวยา และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๕๕ ของกรมทรัพยากรน้ําบาดาล ผู้แทนกรมทรัพยากรน้ําบาดาล ชี้แจงดังนี้ การดําเนินการกิจกรรมระบบเจาะบ่อบาดาล จํานวน ๑,๖๐๙ บ่อ งบประมาณ ๑,๑๑๐,๒๑๐,๐๐๐ บาท โดยแบ่งกิจกรรม คือ ๑. งานขุดเจาะบ่อบาดาล วงเงิน ๓๘๖,๑๖๐,๐๐๐ บาท ๒. ระบบต่อเชื่อม วงเงิน ๗๒๔,๐๕๐,๐๐๐ บาท มีระบบท่อพักน้ํา ๓ แบบ คือ ๑. ท่อพักน้ําขนาด ๑๒ ลูกบาศก์เมตร จํานวน ๙๖๘ บ่อ ๒. ท่อพักน้ําขนาด ๒๐ ลูกบาศก์เมตร จํานวน ๔๓๘ บ่อ ๓. ระบบกรองไม่มีถังน้ํา จํานวน ๒๐๓ บ่อ กรมทรัพยากรน้ําบาดาลดําเนินกิจกรรม คือ ๑. ดําเนินการจัดซื้อจัดจ้าง งบประมาณ ๗๒๔ ล้านบาท ๒. กรมฯ ดําเนินการเอง งบประมาณ ๓๖๘ ล้านบาท ทั้ง ๒ กิกรรมมีงบประมาณเหลือจ่าย ๑,๘๓๐,๐๐๐ บาท ผลการเบิกจ่ายงบประมาณ ๕๐๙,๙๐๕,๖๔๐ บาท คงเหลืองบประมาณ ๖๐๐,๓๐๔,๓๓๐ บาท และกรมฯ กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี ดังนี้ ๑. กันเงินโดยมีหนี้ผูกพัน ๕๙๐,๗๓๕,๗๗๘ บาท ๒. กันเงินโดยไม่มีหนี้ผูกพัน ๙,๕๓๖,๒๙๘ บาท กรรมาธิการที่ปรึกษา ตั้งข้อสังเกตว่า งบกลางรายการค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ เป็นงบประมาณที่ต้องดําเนินการเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จ ภายใน ๑ ปี ตามวัตถุประสงค์ของการตั้งคําของบประมาณ กรณีที่กรมดําเนินการเองและจ้างเหมาจาก เอกชน การเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้าไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของวิธีการงบประมาณ


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๙๐ ครั้งที่ ๕๐ วันพุธที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๕ ในการประชุมคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ – ๒๕๕๖ และงบกลางค่าใช้จ่ายในหารฟื้นฟู เยียวยา และป้องกันความ เสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๕๕ ของกรมทรัพยากรน้ําบาดาล สรุปผลการประชุมได้ดังนี้ การใช้จ่ายงบประมาณโครงการฟื้นฟูทรัพยากรน้ําบาดาลในพื้นที่ประสบอุทกภัย งบประมาณ ๑,๖๔๘,๗๑๗,๕๐๐ บาท มีการจัดสรรให้กับพื้นที่สํานักงานทรัพยากรน้ําบาดาลทั้ง ๑๒ เขต เพื่อดําเนินการเบิกจ่ายในพื้นที่ จํานวน ๖๕๘,๖๔๘,๘๐๐ บาท ค่าดําเนินงาน ณ ส่วนกลาง เป็นค่าใช้จ่ายใน การอํานวยการและติดตามประเมินผล จํานวน ๒๔,๑๔๖,๒๐๐ บาท และค่าจัดซื้อจัดจ้าง ณ ส่วนกลาง เป็น การจัดซื้อจัดจ้างวัสดุขนาดใหญ่ จํานวน ๙๖๕,๙๒๒,๕๐๐ บาท ดังนี้ ๑. กิจกรรมเจาะบ่อน้ําบาดาลและต่อเชื่อมระบบประปาหมู่บ้าน จํานวน ๑,๖๐๙ บ่อ งบประมาณ ๑,๑๑๐,๒๑๐,๐๐๐ บาท โอนจัดสรรให้เบิกจ่ายในพื้นที่ จํานวน ๑๕๙,๑๐๓,๓๐๐ บาท ค่าดําเนินการส่วนกลาง จํานวน ๑,๒๘๗,๒๐๐ บาท และค่าจัดซื้อจัดจ้างส่วนกลาง จํานวน ๒๒๕,๗๖๙,๕๐๐ บาท ๒. กิจกรรมเป่าล้างบ่อน้ําบาดาล จํานวน ๒๖,๑๑๓ บ่อ งบประมาณ ๑๖๙,๗๓๔,๕๐๐ บาท โอนจัดสรรให้เบิกจ่ายในพื้นที่ จํานวน ๑๒๒,๔๒๘,๕๐๐ บาท ค่าดําเนินการส่วนกลาง จํานวน ๓๘๗,๐๐๐ บาท และค่าจัดซื้อจัดจ้างส่วนกลาง จํานวน ๔๖,๙๑๙,๐๐๐ บาท ๓. กิจกรรมซ่อมแซมเครื่องสูบน้ําไฟฟ้าแบบจุ่มใต้น้ํา จํานวน ๑๔,๑๙๘ เครื่อง งบประมาณ ๑๔,๑๙๘,๐๐๐ บาท โอนจัดสรรให้เบิกจ่ายในพื้นที่ทั้งหมดไม่มีการเบิกจ่ายที่ส่วนกลาง ๔. กิจกรรมอุดกลบบ่อน้ําบาดาล จํานวน ๑,๖๐๙ บ่อ งบประมาณ ๔๐,๒๒๕,๐๐๐ บาท โอนจัดสรรให้เบิกจ่ายในพื้นที่ จํานวน ๓๘,๖๑๖,๐๐๐ บาท และค่าดําเนินการส่วนกลาง จํานวน ๑,๖๐๙,๐๐๐ บาท แ ๕. กิจกรรมซ่อมแซมระบบประปาบาดาลหมู่บ้าน จํานวน ๖,๒๘๗ ระบบ งบประมาณ ๓๑๔,๓๕๐,๐๐๐ บาท โอนจัดสรรให้เบิกจ่ายในพื้นที่ จํานวน ๓๐๔,๗๕๔,๐๐๐ บาท ค่าดําเนินการส่วนกลาง จํานวน ๙,๕๙๖,๐๐๐ บาท สําหรับกิจกรรมอุดกลบบ่อน้ําบาดาลที่มีการขอตั้งงบประมาณรายการค่าน้ํามันเชื้อเพลิง และสารหล่อลื่น ๓,๗๘๐ บาทต่อบ่อ และค่าเป่าล้างบ่อน้ําบาดาล ๖,๕๐๐ บาท โดยการเป่าล้างนี้ จะประกอบด้วยค่าวัสดุเชื้อเพลิงยานพาหนะ ๓,๗๕๐ บาท ต่อคัน ต่อวัน ไม่เป็นการเบิกจ่ายงบประมาณ ซ้ําซ้อนเนื่องจากเป็นค่าน้ํามันเชื้อเพลิงที่ใช้กับเครื่องจักรที่ใช้ในการเป่าล้าง และอุดกลบซึ่งเป็นชุดปฏิบัติการ คนละประเภท ครั้งที่ ๕๑ วันพุธที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๖


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๙๑ พิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณโครงการเยียวยากลุ่มคนเปราะบางให้ยังชีพได้ ของสํานักงานปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ๑. งบประมาณที่กระทรวงได้ดําเนินการส่งคืนคลังในแต่ละปีควรที่จะโอนเปลี่ยนแปลง งบประมาณมาเบิกจ่ายในส่วนกรณีผู้ที่ได้รับสิทธิ์ในเงินดังกล่าวที่ต้องเดินทางมารับเงินมีระยะทางไกล ควรที่จะให้เบิกจ่ายที่องค์กรปกครองถิ่นในแต่ละแห่งดําเนินการเบิกจ่ายไปก่อนและค่อยมาเบิกคืนกับกระทรวง คืนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการเดินทางไกลได้ ๒. ในกรณีที่บุคคลที่ได้รับความช่วยเหลือปัญหาทางสังคมที่ได้รับการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ทุกปีควรที่จะให้ความช่วยเหลือสนับสนุนบุคคลดังกล่าวให้สามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองได้แทนที่จะรอรับการ ช่วยเหลือจากรัฐเพียงอย่างเดียว ครั้งที่ ๕๒ วันพุธที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๖ คณะกรรมาธิการได้สอบถามเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ – ๒๕๕๖ และงบกลางค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟู เยียวยาและป้องกันความเสียหายจากอุทกภัย อย่างบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๕๕ วงเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รายละเอียด หลักเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์ประกอบของคณะกรรมการ ตลอดจนแสดงความห่วงใยที่คณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่ได้ กําหนดหลักเกณฑ์ในการจัดสรรงบประมาณ และขอให้กําหนดมาตรการเพื่อให้การบริหารงบประมาณของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถูกต้อง โปร่งใส เป็นไปตามความต้องการของประชาชน ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ชี้แจงว่า ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้รับงบประมาณ ๑๖๖,๐๐๐ ล้านบาท เบิกจ่ายงบประมาณ ๑๕๑,๑๒๐ ล้านบาท และได้รับจัดสรรงบประมาณ งบไทย เข้มแข็ง จํานวน ๓๖,๕๐๖ บาท เบิกจ่ายงบไทยเข้มแข็งร้อยละ ๙๙.๐๗ รวมงบประมาณที่กรมส่งเสริมการ ปกครองท้องถิ่นได้รับจัดสรรงบประมาณ ๒๐๔,๑๑๗ ล้านบาท เบิกจ่ายงบประมาณเป็นเงิน ๑๘๗,๕๔๒ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๙๑.๘๘ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้รับงบประมาณ ๒๖๙,๐๒๖ ล้านบาท เบิกจ่ายงบประมาณแล้ว ๑๘๓,๘๙๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๘๗.๘๗ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้รับงบประมาณ ๒๒๑,๓๐๖ ล้านบาท เบิกจ่ายงบประมาณแล้ว ๗๔๗,๒๖๖ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๓๔.๙๑ ส่วนการกําหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็น อํานาจของคณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกําหนด ซึ่งคาดว่าจะมีการ ประชุมของคณะกรรมการในวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๖ และรับที่จะกํากับควบคุมให้การบริหารงบประมาณ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๙๒ ครั้งที่ ๕๓ วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๖ ที่ประชุมร่วมกันพิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ - ๒๕๕๖ และงบกลางค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟู เยียวยา และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณา การ พ.ศ. ๒๕๕๕ วงเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้แทนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ชี้แจงว่า ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเงิน ๒,๕๔๑.๑๖ ล้านบาท ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ โครงการฟื้นฟู และบูรณะโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ ในเขตพื้นที่ ๓๘ จังหวัด เป็นเงิน ๒,๗๔๐.๔๑ ล้านบาท และกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี เป็นเงิน ๑,๙๖๓.๒๘ ล้าน บาท และโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ เป็นเงิน ๑๗๗.๙๔ ล้านบาท ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นเงิน ๓,๙๑๘.๖๓ ล้าน บาท มีผลการเบิกจ่าย ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๕ เป็นเงิน ๑,๙๒๘.๔๓ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๔๙.๑๖ กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี เป็นเงิน ๑,๙๘๖.๗๒ ล้านบาท และโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ เป็นเงิน ๗๓.๑๕ ล้านบาท ได้รับจัดสรรงบประมาณประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ เป็นเงิน ๕,๔๔๔.๖๖ ล้านบาท มีผลการเบิกจ่าย ณ วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๖ เป็นเงิน ๕๓๕.๕๑ ล้านบาท และโอนเปลี่ยนแปลง งบประมาณ เป็นเงิน ๑.๖๒ ล้านบาท ข้อสังเกตคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการได้มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดซื้อครุภัณฑ์ยานพาหนะหรือครุภัณฑ์อื่นๆ หากส่วนราชการมีความจําเป็นต้องใช้เพื่อการปฏิบัติงานควรจะจัดสรรงบประมาณให้เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหา ส่วนราชการนําเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีและโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณเพื่อนํามาซื้อครุภัณฑ์ที่จําเป็นต่อ การปฏิบัติงาน มีมติให้เสนอข้อสังเกตดังกล่าวต่อประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ต่อไป ครั้งที่ ๕๔ วันพุธที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๖ ในการประชุมคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ – ๒๕๕๖ และงบกลางค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟู เยียวยา และป้องกัน ความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๕๔ วงเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ของกรมการท่องเที่ยว สรุปผลการประชุมได้ดังนี้ กรมการท่องเที่ยวมีภารกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในการพัฒนามาตรฐาน การบริหารด้าน การท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยว โดยมีการปรับปรุงการดําเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้รับจัดสรรงบประมาณ ๑,๕๖๙,๑๐๐,๖๐๐ บาท ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ได้รับจัดสรรงบประมาณ ๒,๖๒๓,๘๑๘,๙๐๐ บาท ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ได้รับจัดสรรงบประมาณ


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๙๓ ๒,๕๗๕,๐๕๖,๖๐๐ บาท มีการโอนเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณ และการโอนงบประมาณให้จังหวัดหรือ ท้องถิ่นเบิกจ่ายแทนเนื่องจากการปฏิบัติภารกิจจะมีการดําเนินการในภูมิภาคด้วย แต่ทั้งนี้กรมการท่องเที่ยว จะไม่มีการโอนเปลี่ยนแปลงรายการข้ามผลผลิต การเบิกจ่ายงบประมาณในการก่อสร้างล่าช้าเนื่องจากการ ดําเนินการต่าง ๆ ต้องอาศัยจังหวัดและท้องถิ่นในการดําเนินการ ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ ๑. งบประมาณที่พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวควรมีการเร่งรัดดําเนินการให้เสร็จทันฤดูกาล ท่องเที่ยว เพราะมีช่วงระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น หากไม่เร่งรัดจะทําให้เสียเวลาไป ๑ ปี จึงควรมีการ ดูแลแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญในแต่ละจังหวัดเป็นพิเศษ ๒. การส่งเสริมการท่องเที่ยว ควรจะมีการส่งเสริมกิจกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละ จังหวัดให้ดําเนินการในจังหวัดนั้น ๆ ไม่ใช่ส่งเสริมทุกกิจกรรมให้มาดําเนินการในจังหวัดเดียว ๓. ควรมีการเร่งรัดจัดทําแผนการใช้จ่ายงบประมาณให้ทันกับกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้น ปีงบประมาณ เพราะกิจกรรมต่าง ๆ เป็นประเพณีที่ไม่สามารถเลื่อนการดําเนินการได้ ๔. ควรมีการควบคุมการถ่ายทําภาพยนตร์ของต่างประเทศที่เข้ามาถ่ายทําในประเทศไทย แม้จะมีการทํารายได้ให้กับประเทศเป็นจํานวนมาก แต่เนื้อหาที่ออกไปทําให้ประเทศเสียหายเพราะมีการถ่าย ทําในสถานที่อโคจร และแหล่งเสื่อมโทรมของไทยจนเกินความเป็นจริง ๕. ควรมีการกําหนดเครื่องแบบให้กับตํารวจท่องเที่ยวให้มีความสง่างาม และดูแลด้าน ยานพาหนะเพื่อให้คล่องตัวในการทํางาน และกําหนดให้นําไปใช้เฉพาะในกิจการด้านการท่องเที่ยวเท่านั้น ๖. การที่กรมการท่องเที่ยวได้รับจัดสรรงบประมาณมากเป็นเพราะคณะกรรมาธิการให้ ความสําคัญกับการท่องเที่ยว แต่ผลการเบิกจ่ายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อาจจะมีผลต่อการจัดสรร งบประมาณในปีต่อไป จึงควรเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามแผนงาน ๗. การแก้ไขความล่าช้าในการเบิกจ่าย หากเป็นปัญหาในพื้นที่ให้เสนอปัญหาเป็นลาย ลักษณ์อักษรมายังคณะกรรมาธิการ เพื่อจะได้มีคําสั่งเร่งรัดไปยังพื้นที่อีกทางหนึ่ง เพราะความล่าช้าก่อให้เกิด ความไม่มีวินัยทางงบประมาณ ครั้งที่ ๕๕ วันพุธที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๖ พิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณโครงการค้นหาเยียวยาคนเปราะบางให้ยังชีพได้ ของสํานักปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ในปีงบประมาณ ประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๔ - พ.ศ. ๒๕๕๖ ผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ชี้แจงว่า ในปีงบประมาณ รายจ่ายประจําปีพ.ศ. ๒๕๕๔ ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จํานวน ๑๓,๕๓๖.๗๙๗ ล้านบาท มีผลการ เบิกจ่าย จํานวน ๑๐,๓๕๑.๒๒๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๗๖.๔๗ โดยมีการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี จํานวน ๔๑๖ ล้านบาท มีการโอนเปลี่ยนแปลง จํานวนเงินประมาณ ๕๕๗ ล้านบาท และเหลือจ่ายคืนคลัง จํานวน ๕๓ ล้านบาท ในปีงบประมาณประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ได้รับการจัดสรรงบประมาณ เป็นจํานวนเงินประมาณ


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๙๔ ๑๓,๖๐๑.๘๔๗ ล้านบาท ผลการเบิกจ่าย เป็นจํานวนเงินประมาณ ๑๐,๗๗๖.๕๕๔ ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ ๗๙.๒๓ มีการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี ๒,๓๘๒.๓๖๘๗ ล้านบาท มีการโอนเปลี่ยนแปลง ๓๕.๔๓๑๖ ล้านบาท เหลือจ่ายคืนคลัง จํานวน ๕๑.๘๘๙๔ ล้านบาท ส่วนในปีงบประมาณประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ได้รับการจัดสรร งบประมาณ ๑๔,๑๘๗.๓๘๓ ล้านบาท มีผลการเบิกจ่ายไตรมาสแรกระหว่าง ๑ ตุลาคม ถึง ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๕ มีผลการเบิกจ่าย ๑,๘๒๖.๕๕๓ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๑๒.๘๗ มีการโอนเปลี่ยนแปลง ๒.๕ ล้านบาท สําหรับการตั้งงบประมาณประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๗ กระทรวงอยู่ระหว่างการทบทวน โครงสร้าง แผนงบประมาณและจัดทํารายละเอียดคําของบประมาณโดยยึดนโยบายการจัดทํางบประมาณตามแนวทางที่ สํานักงบประมาณกําหนดภายใต้ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ณ เบื้องต้น ได้กําหนดกรอบวงเงินจํานวน ๓๒,๕๒๖.๘๙๕๙ ล้านบาท ผู้แทนการเคหะแห่งชาติ ชี้แจงว่า งบประมาณรายจ่ายประจําปี พ.ศ.๒๕๕๔ ได้รับการ จัดสรรงบประมาณ ๓,๗๘๐.๔๖๖ ล้านบาท มีผลการเบิกจ่ายคิดเป็นร้อยละ ๘๕ ส่วนที่เหลือร้อยละ ๑๕ ประมาณ ๕๖๓ ล้านบาท เป็นเรื่องของการพัฒนาที่อยู่อาศัยในชุดที่ ๑ ส่วนโครงการบ้านเอื้ออาทรที่ยังไม่ ก่อสร้างขณะนี้อยู่ระหว่างการนําเสนอสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อ พิจารณาและนําเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป ส่วนเงินงบประมาณที่ค้างจ่ายใน ปีงบประมาณประจําปี พ.ศ.๒๕๕๔ เป็นเงินค้างที่ได้รับอนุมัติในส่วนเงินอุดหนุนผู้มีรายได้น้อยในส่วนที่เกิน ความสามารถในการจ่าย งบประมาณรายจ่ายประจําปี พ.ศ.๒๕๕๕ ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ๓,๔๐๐.๖๘๔ ล้านบาท ผลการเบิกจ่ายคิดเป็นร้อยละ ๓๒.๙๑ ได้กันเงินงบประมาณ ๒,๒๐๐ ล้านบาท และสามารถหา ผู้รับจ้างแล้ว คิดเป็นร้อยละ ๒๐ ประมาณ ๔๖๘ ล้านบาท ส่วนอีกร้อยละ ๘๐ ประมาณ ๑,๘๐๐ ล้านบาท ซึ่งต้องเร่งรัดหาผู้รับจ้างให้ได้ภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ ส่วนงบประมาณรายจ่ายประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ได้รับ การจัดสรรงบประมาณ ๓,๗๓๘.๕๕๒ ล้านบาท มีผลการเบิกจ่ายคิดเป็นร้อยละ ๒.๙๓ การดําเนินการที่ล่าช้า ส่วนใหญ่เป็นงบประมาณพัฒนาสภาพแวดล้อมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตซึ่งเป็นเรื่องของการปรับปรุง สาธารณูปโภคของโครงการที่มีอยู่เดิมทั้งที่อยู่ในส่วนของ การเคหะแห่งชาติและโครงการใกล้เคียง ส่วน ปัญหา อุปสรรคในการดําเนินการ คือ การที่เจ้าของที่ดินไม่ว่าส่วนราชการหรือเอกชนไม่ยินยอมขายที่ดิน การก่อสร้างต้องมีกระบวนการสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่ ต้องมีการทบทวนบัญชีมาตรฐานของ ตัววัสดุก่อสร้างในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงราคา และการเบิกจ่ายที่ล่าช้าเนื่องจากงบประมาณส่วนหนึ่ง ที่ได้รับแต่ต้องรอในเรื่องโครงการใหม่ที่ต้องได้รับอนุมัติ จากคณะรัฐมนตรีจึงสามารถดําเนินการต่อไปได้ ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ ๑. การเคหะแห่งชาติควรเร่งเร่งรัดการดําเนินงานต่อคู่สัญญาเพราะการดําเนินงาน มีความล่าช้ามาก และโครงการควรเป็นการช่วยเหลือคนที่ยากจนอย่างแท้จริง ๒. การทําประชาคมหรือการสํารวจความต้องการของประชาชนในที่อยู่อาศัย ควรเป็น ความต้องของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง มิใช่เป็นเพียงความต้องการของการเคหะแห่งชาติเพียง


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๙๕ อย่างเดียว ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาในที่อยู่อาศัย เช่น สร้างแล้วไม่มีคนอยู่หรือเป็นที่รกร้างหรือเป็น การจองเพื่อเก็งกําไร เป็นต้น ๓. การเคหะแห่งชาติควรที่จะช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ เช่น การสร้างบ้านในที่ดินของ คนในพื้นที่ โดยการช่วยเหลือการออกแบบบ้าน เงินกู้ดอกเบี้ยต่ําเพื่อสร้างบ้าน หรือผ่อนในราคาถูก เป็นต้น ๔. การจ่ายเงินช่วยค่าจัดการศพรายละ ๒,๐๐๐ บาท ควรปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อลดขั้นตอนในการรับเงินให้ง่ายขึ้นเช่นการโอนภารกิจไปให้ท้องถิ่นดําเนินการ เป็นต้น เพราะที่ผ่าน การเดินทางมารับเงินช่วยเหลือไม่คุ้มทุนกับการเดินทางมารับเงิน ๕. การจัดสรรงบประมาณของสํานักงบประมาณ มีมาตรฐานอย่างไร เช่น กลุ่มคน เปราะบาง ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ การจัดงบประมาณซ้ําซ้อนกันหรือไม่ สํานักงานการตรวจเงิน แผ่นดินจะมีปัญหาในการตรวจสอบหรือไม่ และมาตรฐานในการจัดงบอุดหนุนมีมาตรฐานอย่างไร ๖. การจัดสรรงบประมาณกระจุกหรือการแจกสิ่งของไม่กระจาย ควรมีการจัดสรร งบประมาณหรือสิ่งของ เช่นผ้าห่ม เป็นต้น โดยความเป็นธรรม คือ กระจายงบประมาณหรือสิ่งของให้ ครอบคลุมทุกพื้นที่ เท่าเทียมกัน ครั้งที่ ๕๖ วันพุธที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ผู้แทนกรมทางหลวง ชี้แจงว่า สรุปผลการบริหารงบประมาณของกรมทางหลวง ประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ – ๒๕๕๖ ดังนี้ งบประมาณประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ กรมทางหลวง ได้รับจัดสรรงบประมาณ จํานวน ๔๘,๗๙๙.๕๒ ล้านบาท เบิกจ่ายถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๕ จํานวน ๔๗,๒๖๗.๑๖ ล้านบาท กรมบัญชีกลางอนุมัติให้กันเงินเหลื่อมปี จํานวน ๙๕๕.๑๓ ล้านบาท เบิกจ่ายงบประมาณ ถึงวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๖ จํานวน ๔๑๙.๒๙ ล้านบาท คงเหลืองบประมาณ จํานวน ๕๓๕.๘๔ ล้านบาท โดยโครงการ ที่ยังไม่เบิกจ่ายงบประมาณอยู่ระหว่างดําเนินการ คาดว่าจะเบิกจ่ายงบประมาณแล้วเสร็จใน ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ทั้งนี้ ได้ผูกพันสัญญาทั้งหมดแล้ว งบประมาณประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ กรมทางหลวง ได้รับจัดสรรงบประมาณ จํานวน ๕๐,๔๒๒.๑๒ ล้านบาท เบิกจ่ายถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๕ จํานวน ๒๕,๖๘๙.๔๓ ล้านบาท กรมบัญชีกลางอนุมัติให้กันเงินเหลื่อมปี จํานวน ๒๔,๔๕๘.๐๖ ล้านบาท เบิกจ่ายงบประมาณ ถึงวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๖ จํานวน ๑๔,๗๘๖.๓๐ ล้านบาท คงเหลืองบประมาณ จํานวน ๙,๖๗๑.๗๖ ล้านบาท โดย โครงการส่วนใหญ่อยู่ระหว่างดําเนินการ ไม่พบอุปสรรคการดําเนินการที่สําคัญ คาดว่าจะเบิกจ่ายงบประมาณ ได้ตามเป้าหมาย ทั้งนี้ ได้ผูกพันสัญญาทั้งหมดแล้ว งบประมาณประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ กรมทางหลวง ได้รับจัดสรรงบประมาณ จํานวน ๕๒,๙๖๖.๓๑ ล้านบาท เบิกจ่ายงบประมาณ ถึงวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๖ จํานวน ๔,๘๘๐.๖๙ ล้าน บาท คงเหลืองบประมาณ จํานวน ๔๘,๐๘๕.๖๒ ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งรัดการก่อหนี้รายจ่ายลงทุน ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ คาดว่าจะเบิกจ่ายงบประมาณได้ตามเป้าหมาย


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๙๖ กรรมาธิการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการทํางานของกรมทางหลวงว่าอาจดําเนินการเป็นช่วง ๆ ซึ่งไม่น่าจะประสบปัญหาการเบิกจ่าย และขอให้อธิบดีกรมทางหลวงตรวจสอบเส้นทางกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ ช่วงจังหวัดกําแพงเพชรว่ามีการดําเนินการก่อสร้างล่าช้า มีปริมาณการจราจรมาก ไม่สามารถรองรับ การจราจรที่คับคั่งในช่วงเทศกาล และนโยบายรัฐบาลควรจะได้กําหนดชัดเจนเกี่ยวกับงบประมาณในการ ซ่อมบํารุงรักษาทาง เนื่องจากมีแผนของกรมทางหลวงกําหนดไว้แล้ว เส้นทางหลวงที่มีการเชื่อมโยงกับด่าน การค้าชายแดนควรจะได้พิจารณาจัดลําดับความสําคัญในการดําเนินการไว้ ครั้งที่ ๕๗ วันพุธที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ผู้แทนการเคหะแห่งชาติ ชี้แจงว่า การเคหะแห่งชาติเป็นหน่วยงานของรัฐ ดําเนินการไม่ได้ เน้นผลกําไร โครงการของการเคหะฯ ร้อยละ ๘๐ เป็นการดําเนินการจัดหาที่อยู่อาศัยให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อย เป็นโครงการเพื่อสังคม ที่เหลือเป็นการดําเนินการเพื่อจัดหารายได้มาชดเชย กรณีหนี้สินขณะนี้มีหนี้สิน ประมาณ ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท จากเดิมกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท การดําเนินการจะพิจารณาจากความ ต้องการของประชาชนเป็นหลัก โดยดูจากฐานข้อมูลจากผู้มีรายได้น้อย และมีผลสํารวจของ TDRI ประกอบการพิจารณาจัดหาที่อยู่อาศัยให้กับประชาชน วิสัยทัศน์ ในอนาคตการเคหะแห่งชาติได้จัดทํา แผนพัฒนาโดยจัดทําโครงข่ายกับระบบขนส่งมวลชนมีการทําความตกลงร่วมกับกรมการขนส่งทางบก การ รถไฟแห่งประเทศไทย เป็นต้นเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยให้สามารถประหยัดเวลาในการ เดินทาง ขณะนี้ได้ดําเนินการร่วมกับสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณาทุกโครงการอย่าง ละเอียด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน กรณีผลการเบิกจ่ายงบประมาณ ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ การเคหะ แห่งชาติได้รับจัดสรรงบประมาณ จํานวน ๓,๗๘๐ ล้านบาท เพื่อดําเนินโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยและ โครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย โครงการบ้านเอื้ออาทร มีผลการเบิกจ่าย ร้อยละ ๓๔.๘๔ ปี พ.ศ. ๒๕๕๕ การเคหะแห่งชาติได้รับจัดสรรงบประมาณ ๓,๔๐๐ ล้านบาท เพื่อดําเนินโครงการพัฒนาที่อยู่ อาศัยและโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย ผู้มีรายได้น้อย โครงการบ้านเอื้ออาทร มีผลการเบิกจ่ายร้อยละ ๓๒.๙๑ ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ การเคหะแห่งชาติ กําลังยื่นคําขอรับจัดสรรงบประมาณโดยดําเนินการร่วมกับ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอต่อสํานักงบประมาณอยู่ระหว่างการพิจารณา กรณี จังหวัดสมุทรสงคราม โครงการของการเคหะแห่งชาติมีกลุ่มเป้าหมายคือ ประชาชนผู้มีรายได้น้อยและ ข้าราชการชั้นผู้น้อยที่มีรายได้อยู่ในเกณฑ์ที่การเคหะแห่งชาติกําหนด ปัจจุบันมีจํานวน ๗๖๗ หน่วย เหลือ ๖ หน่วย ราคาซื้อขายบ้านของการเคหะแห่งชาติอยู่ที่หน่วยละ ๓๙๐,๐๐๐ บาท เท่ากันทุกพื้นที่ ต่อมา คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้ปรับราคาขายขึ้นได้ จํานวน ๓๐,๐๐๐ ถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาท เป็นไปตามสภาพแต่


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๙๗ ละพื้นที่กรณีคณะกรรมาธิการตั้งข้อสังเกตว่าที่จังหวัดสมุทรสงครามบ้านของการเคหะฯ มีผู้อยู่อาศัยน้อย มาก ปัจจุบันมี การทําสัญญาหมดแล้ว แต่ประชาชนยังไม่ได้เข้าไปอาศัยอยู่ ครั้งที่ ๕๘ วันพุธที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ในการประชุมคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ – ๒๕๕๖ และงบกลางค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟู เยียวยา และป้องกันความ เสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๕๕ (วงเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท) งบประมาณตามพระราช กําหนดเงินกู้ ๓.๕ แสนล้านบาท ของกรมทางหลวงชนบท สรุปผลการประชุมได้ดังนี้ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ได้รับจัดสรรงบลงทุน ๓๓,๘๒๕.๒๕๕๕ ล้านบาท ผลการเบิกจ่ายงบประมาณ ถือว่าเป็นไปตามแผน ในการจ้างที่ปรึกษาดําเนินการเฉพาะโครงการที่จําเป็นและ โครงการใหญ่ ในส่วนของงบกลาง ๓.๕ แสนล้านบาท เป็นโครงการพิเศษทําให้ข้าราชการที่ปฏิบัติงานประจํา ไม่สามารถปฏิบัติ ภารกิจพิเศษได้เพียงพอจึงจําเป็นต้องจ้างที่ปรึกษา การโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ เป็นการโอนไปดําเนินโครงการก่อสร้างรายการผูกพันที่มี ผลการดําเนินงานเร็วกว่าแผนที่กําหนดพ.ศ. ๒๕๕๔ มีการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ๖๔๒.๒๗๐ ล้านบาท ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ มีการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ๑๗๒.๙๘๘ ล้านบาท รายการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ มีการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี ๒,๑๒๑ รายการ เป็นเงิน ๑๐,๕๔๓.๖๐๒๘ ล้านบาท ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ ๑. ในการจ้างที่ปรึกษาโครงการในการควบคุมงานไม่ควรมีการจ้างเพราะที่ผ่านมาในการ ปฏิบัติงานจริงบริษัทจะส่งนักศึกษาจบใหม่มาทํางาน ซึ่งไม่เป็นประโยชน์และยังเป็นภาระให้กับผู้รับจ้างจึง ควรใช้บุคลากรของหน่วยงานมากกว่า ๒. การดําเนินโครงการอาสาสมัครทางหลวงชนบท กรณีที่มีการให้ค่าตอบแทนอาจไม่คุ้มค่า กับงบประมาณ เพราะกรมทางหลวงชนบทไม่มีงบประมาณในการซ่อมบํารุงตามที่มีการแจ้งความเสียหาย จึงควรมีการพิจารณาถึงงบประมาณที่จะดําเนินการซ่อมแซมในกิจกรรมดังกล่าวด้วย ๓. ในพื้นที่ที่เป็นชุมชนไม่ควรอนุญาตให้รถบรรทุกที่มีน้ําหนักเกินกว่ามาตรฐานเส้นทางจะ รองรับหรือบรรทุกในเชิงพาณิชย์ใช้เส้นทาง และควรมีป้ายระวัง ป้ายเตือน และสัญญาณไฟจราจรเพื่อความ ปลอดภัยให้มากขึ้น ๔. กรณีที่เอกชนถมดินทําให้ถนนทางหลวงอยู่ต่ํา แล้วก่อให้เกิดน้ําท่วมถนนหากเป็นการ ถมดินที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายควรให้เอกชนเป็นผู้เยียวยาความเสียหายของถนน ๕. การตั้งด่านตรวจน้ําหนักลอยหลายจุดทําให้รถบรรทุกหยุดวิ่ง และจอดกีดขวางทาง จราจรในบริเวณที่ไม่ใช่จุดพักรถ จึงควรมีการแก้ไขในปัญหาดังกล่าวด้วย ๖. การก่อสร้างถนนก่อให้เกิดรายได้แก่ประเทศพอสมควร ดังนั้นจึงควรมีการจัดลําดับ ความสําคัญโครงข่ายทางหลวงชนบทเพื่อการท่องเที่ยวไปในจังหวัดที่มีการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง โครงการ


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๙๘ ก่อสร้างถนนไปเกาะลันตา เหตุใดจึงมีการดําเนินการล่าช้า ควรเร่งรัดให้มีการดําเนินการเพราะเป็นถนนอาทิ เช่น ที่เชื่อมโยงไปแหล่งท่องเที่ยวสําคัญ ๗. การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ําเพื่อเชื่อมต่อระบบขนส่งระหว่างอําเภอถือเป็นโครงการ สําคัญที่จะทําให้การสัญจรไปมาสะดวกและประหยัดเวลา แม้บางโครงการจะต้องใช้งบประมาณมากเพราะ สภาพทางภูมิศาสตร์ก็ควรจะดําเนินการเพราะจะมีความคุ้มค่าทางงบประมาณ ๘. การดําเนินโครงการต่าง ๆ ที่เร่งด่วนตามมติคณะรัฐมนตรี ทําให้มีการโอนเปลี่ยนแปลง งบประมาณที่ได้รับอนุมัติจากรัฐสภา ทําให้เสียวินัยทางงบประมาณ ทําให้พระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําปีไม่มีความสําคัญ ๙. ควรมีการปรับปรุงระบบข้อมูลการงบประมาณเพราะคําว่า ระบบ GFMIS ซึ่งมาจาก Government Financing หรือ Finance) Management Information System เป็นการวางระบบทั้ง ทางการคลังและการงบประมาณจึงเป็นระบบที่กว้างเกินไป ดังนั้นการนํามาอ้างอิงจึงไม่ชัดเจน ดังจะเห็น ได้ว่าการรายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานมีความล่าช้า จึงควรมีการแก้ไขปรับปรุงหลักเกณฑ์ การรายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณทุกไตรมาส (๓ เดือน) ๑๐. ในการสร้างถนนทางหลวงชนบท มีวัตถุประสงค์ต่างจากทางหลวงในการควบคุมการ ใช้เส้นทาง สํานักงานตรวจเงินแผ่นดินควรมีการตรวจสอบว่ามีการใช้เส้นทางผิดไปจากวัตถุประสงค์ของการ สร้างถนนนั้น ๆ หรือไม่ เช่น ทางหลวงชนบท ไม่ควรอนุญาตให้รถบรรทุกผ่าน หากมีการกระทําผิด วัตถุประสงค์ก็ควรมีการตรวจสอบว่าใครไม่ปฏิบัติตามหน้าที่แล้วดําเนินการตามกฎหมาย ครั้งที่ ๕๙ วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ พิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณประจําปีพ.ศ.๒๕๕๔ ถึง พ.ศ.๒๕๕๖ ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ๑. กฎหมายและระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ถือปฏิบัติกันมาจะไม่มีหน่วยงาน ท้องถิ่น ของกรุงเทพหรือหน่วยงานราชการส่วนกลางจะดําเนินการใดๆได้จนกว่าการเลือกตั้งจะผ่านพ้นไป ก่อนซึ่ง กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้มีการดําเนินการจ่ายเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง ในช่วงเดือนมกราคมถึง เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ เป็นช่วงเดียวกันที่จะมีการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานครใน ข้อเท็จจริงที่กล่าวมาด้วย จึงเป็นการไม่เหมาะสมกับช่วงเวลาการจ่ายเงินทําให้เกิดข้อพิรุธ ๒. ส่วนกรณีที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้มีการดําเนินการสํารวจความต้องการของ ครัวเรือนที่ได้ดําเนินไปก่อนหน้าที่จะมีการชะลอโครงการรวมทั้งที่มีการดําเนินการในช่วงเวลาที่มีการชะลอ ตามคําสั่งของอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการซึ่งกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการควรมีมาตรการในการ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ดังกล่าวเพื่อป้องกันการครหาที่จะมีการเอื้อประโยชน์การได้เปรียบเสียเปรียบในการ สมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการ จังหวัดกรุงเทพมหานคร


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๙๙ ๓. ในกรณีที่ศูนย์คุ้มครองสวัสดิภาพชุมชนเขต๑๐,๔๖,๕๐ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณที่ มากกว่าศูนย์ คุ้มครองสวัสดิภาพเขตอื่นๆโดยมีการเบิกจ่ายงบประมาณในแต่ละไตรมาสที่เบิกจ่ายผิดปกติ โดยในเขต๑๐และ๔๖ที่ได้ชี้แจงอ้างว่าเป็นกรณีไฟไหม้รวมทั้งในช่วงวันที่ ๗,๘,๙ ธันวาคม ๒๕๕๕ มีประชาชนมาขอรับเงิน สงเคราะห์ช่วยเหลือเป็นจํานวนหลายพันคนเป็นเหตุการณ์ที่ผิดปกติด้วยเช่นกัน จึงเห็นควรที่ตรวจสอบหาข้อเท็จ จริงดังกล่าว รวมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการตรวจสอบด้วย ๔. ในกรณีที่อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้มีหนังสือให้ชะลอการดําเนินการตาม โครงการเคาะ ประตูครัวเรือนเพื่อสํารวจประชากรที่เกิดการครหาในการอาจเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบใน การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งเห็นว่าการดําเนินการดังกล่าวยังไม่เพียงพอต่อความเชื่อมั่นที่ หน่วยงานราชการที่อาจจะเอื้อประโยชน์ให้แก่ฝ่ายการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคณะกรรมาธิการเห็นควรที่กรม พัฒนาสังคมและสวัสดิการควรมี มาตรการที่มีความชัดเจนและสร้างความเชื่อมั่นมากกว่านี้ ครั้งที่ ๖๐ วันพุธที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ผู้แทนกรมพลศึกษา ชี้แจงว่า รายงานการบริหารงบประมาณของกรมพลศึกษา ประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ – ๒๕๕๖ ว่า ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ กรมพลศึกษาได้รับงบประมาณ จํานวน ๑,๘๘๗,๕๖๑,๖๐๐ บาท เบิกจ่าย ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๔ แล้ว จํานวน ๑,๘๒๓,๑๘๓,๒๔๕.๑๐ บาท คงเหลืองบประมาณ จํานวน ๖๔,๓๔๘,๓๕๔.๙๐ บาท แบ่งเป็นงบประมาณที่มีหนี้ผูกพัน จํานวน ๕๑,๖๐๙,๙๒๖.๘๕ บาท ซึ่งขณะนี้ได้เบิกจ่ายเสร็จสิ้นแล้ว งบประมาณที่ไม่มีหนี้ผูกพัน จํานวน ๑๒,๒๑๑,๗๗.๕๕ บาท เบิกจ่ายแล้ว ๘,๖๑๑,๗๗๗.๕๐ บาท คงเหลืองบประมาณ จํานวน ๓,๖๐๐,๐๐๐ บาท คงเหลือเงินคืนคลัง จํานวน ๕๕๖,๖๕๐.๕๕ บาท ทั้งนี้ งบประมาณคงเหลือ จํานวน ๓,๖๐๐,๐๐๐ บาท เป็นเงินกันเหลื่อมปีเพื่อจัดสรรเป็นแรงจูงใจ โดย ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท ได้ดําเนินการก่อหนี้ผูกพันเพื่อจัดหา ครุภัณฑ์ และพัฒนาบุคลากรเพื่อพัฒนาองค์กร และอีก ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท เป็นเงินรางวัล ซึ่งรอเกณฑ์การ พิจารณาจากสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ กรมพลศึกษาได้รับงบประมาณ จํานวน ๓,๘๕๘,๐๙๒,๕๐๐ บาท เบิกจ่าย ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๔ แล้ว จํานวน ๒,๘๕๗,๒๔๑,๒๕๖.๙๑ บาท คงเหลืองบประมาณ จํานวน ๑,๐๐๐,๘๕๑,๒๔๓.๐๙ บาท แบ่งเป็นงบประมาณที่มีหนี้ผูกพัน จํานวน ๘๗๐,๑๗๘,๕๑๖.๔๒ บาท เบิกจ่ายแล้ว ๒๔๒,๙๗๓,๔๓๗.๔๒ บาท คงเหลืองบประมาณ ๖๒๗,๒๐๕,๐๗๙ บาท งบประมาณที่ไม่มีหนี้ ผูกพัน จํานวน ๑๒๒,๒๑๖,๒๙๐ บาท เบิกจ่ายแล้ว ๓๑,๙๓๙,๘๑๖ บาท คงเหลืองบประมาณ จํานวน ๙๐,๒๗๖,๔๗๔ บาท คงเหลือเงินคืนคลัง จํานวน ๘,๔๕๖,๔๓๖.๖๗ บาท ทั้งนี้ เงินลงทุน ค่าก่อสร้างสนาม กีฬาอําเภอ จํานวน ๒๑ แห่ง จํานวน ๕๑๖,๖๖๐,๗๔๒.๗๒ บาท เบิกจ่ายแล้ว จํานวน ๑๐๘,๑๐๑,๙๔๒.๗๒ บาท คงเหลือ ๔๐๘,๕๕๘,๘๐๐ บาท อยู่ระหว่างการเร่งรัดเบิกจ่ายให้เป็นไปตามงวดงาน เงินเงินอุดหนุน โครงการพัฒนากีฬาขั้นพื้นฐาน กีฬามวลชนและนันทนาการทุกระดับ จํานวน ๒๖๘,๕๒๕,๔๐๐ บาท อยู่ ระหว่างการเบิกจ่าย งบประมาณ ๘,๔๐๐,๐๐๐ บาท เป็นเงินกันเหลื่อมปีเพื่อจัดสรรเป็นสิ่งจูงใจ ซึ่งรอเกณฑ์


สรุปผลงานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ๑๐๐ จากสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ และเงินคงเหลือคืนคลัง จํานวน ๘,๔๕๖,๔๓๖.๖๗ บาท ส่วนใหญ่เป็นงบรายจ่าย งบบุคลากร ที่ต้องส่งคืนคลัง เพราะไม่สามารถเบิกจ่ายได้ เนื่องจากมีอัตราตําแหน่งว่าง ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ประกอบด้วย แผนงาน เพิ่มรายได้จาการท่องเที่ยว คือโครงการ กีฬาและนันทนาการเพื่อส่งเสริมปีมหัศจรรย์ไทยแลนด์ ประกอบด้วย ๓ โครงการ คือ โครงการมหกรรมกีฬา ผู้อาวุโสนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ โครงการมหกรรมแสดงและการประกวดสุดยอดวงโยธวาทิต/วงดรัมไลน์ นานาชาติ และโครงการสุดยอดมหกรรมมวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ แผนงาน ส่งเสริมและพัฒนากีฬาและนันทนาการ ประกอบด้วย การส่งเสริม สนับสนุน กิจกรรมกีฬาและออกกําลังกาย โดยใช้หลักวิทยาศาสตร์การกีฬา การส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมทาง นันทนาการ และการพัฒนาบุคลากรด้านกีฬาและนันทนาการ คณะกรรมาธิการตั้งข้อสังเกตว่า มีงบประมาณกันเหลื่อมปีจํานวนมาก การเปลี่ยนผู้บริหาร ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ควรเป็นอุปสรรคในการก่อสร้างสนามกีฬาอําเภอ และแสดงความคิดเห็น ว่า การจัดสรรงบประมาณจํานวนเท่า ๆ กัน เพื่อดําเนินโครงการ โดยข้อเท็จจริงปรากฏว่าพื้นที่ที่ดําเนิน โครงการมีความแตกต่างกันจึงทําให้ประสบปัญหาในการบริหารงบประมาณ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บางแห่งประสบปัญหามีงบประมาณไม่เพียงพอในการสนับสนุนการดําเนินโครงการจึงทําให้เสียโอกาสในการ เสนอโครงการ ทั้งนี้ กรมพลศึกษาสนับสนุนกีฬาในระดับตําบล อําเภอ เนื่องจากจะเป็นโอกาสให้กับ นักกีฬาในระดับท้องถิ่น และแสดงความเห็นว่าปัจจุบันยังขาดการแข่งขันเพื่อเป็นโอกาสให้นักกีฬาแสดง ความสามารถ ซึ่งควรมีการสนับสนุนกีฬาในระดับตําบล อําเภอ และจังหวัด ให้มีความเชื่อมโยงอย่างต่อเนื่อง และการกําหนดหลักเกณฑ์พิจารณาความเหมาะสมในการกําหนดสถานที่ก่อสร้างสนามกีฬาอําเภอ ที่ กําหนดให้สนามกีฬาระดับอําเภอมีพื้นที่ประมาณ ๒๕ ไร่ อาจสร้างภาระให้ท้องถิ่นในการจัดหาที่เพื่อดําเนิน โครงการ เนื่องจากพื้นที่ขนาดดังกล่าว จัดหาได้ยาก และท้องถิ่นมีงบประมาณไม่เพียงพอในการจัดซื้อ ครั้งที่ ๖๑ วันพุธที่ ๖ มีนาคม ๒๕๕๖ คณะกรรมาธิการพิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๕๗ ของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เนื่องจากเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมชี้แจงกับ คณะกรรมาธิการด้วยตนเอง และประกอบกับคณะกรรมาธิการต้องการรับทราบการบริหารงานและการ บริหารงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการในเชิงนโยบาย จึงได้มีมติเลื่อนการพิจารณาติดตามการบริหาร งบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการออกไปก่อน และมีมติให้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในวันพุธที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๖ ต่อไป ครั้งที่ ๖๒ วันพุธที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๖


Click to View FlipBook Version