Content
Content
Vada Pav (วดา ปาว) นี่ คื อ เ บ อ ร์ เ ก อ ร์ ส ไ ต ล์ อินเดีย ไส้ทำจากมันฝรั่งบด ทอดผสมด้วยเครื่องเทศ เวลา ทอดเขาจะเอาไปทอดในกระทะ กว้างๆ เสิร์ฟคู่กับพริกเขียว โรย ผักชีวดาปาวมีต้นกำเนิดในร้าน อาหารริมทางในมุมไบ ทำให้วดา ปาวเป็นที่รู้จักอีกชื่อคือ บอมเบย์ เบอร์เกอร์ด้วยลักษณะภายนอก ที่เหมือนกับแฮมเบอร์เกอร เป็น อีกจาน FastFood ที่รสชาติจัด จ้านถูกใจชาวเอเชียอย่างเราๆ
Pav Bhaji (เปา บาจี) เปา บาจี ขนมปังที่สอดไส้ด้วยแกงกะหรี่ เป็นอาหารฟาสต์ฟู้ดสไตล์ อินเดียแท้ๆ โดยส่วนมากอาจจะพบเมนูอาหารชนิดนี้ได้ตามร้านอาหารทั่วไป และรวมไปถึงร้านที่ขายตามข้างทาง และเมนูนี้“ เปา บาจี” ยังเป็นที่นิยมชื่น ชอบและเป็นที่รู้จักกันอย่างมากของประเทศอินเดีย และแน่นอนอาหารฟาสต์ ฟู้ดอย่าง“เปา บาจี” ยังเป็นอาหารมังสวิรัติชั้นดีโดยการจะเน้นผักและมันฝรั่ง เป็นวัตถุดิบหลัก จึงไม่แปลกใจว่าทำไมถึงได้เป็นอาหารยอดนิยมของ ประเทศอินเดียขนาดนี้ เพราะสามารถทานได้ง่ายและยังอิ่มท้องได้ตลอด ทั้งวัน ที่มาของคำว่า “เปา บาจี” คือคำว่า “เปา” ย่อมาจากคำว่า “ขนมปัง” และ “บาจี” ย่อมาจากคำว่า “แกง” ความหมายโดยรวมก็คือ “ขนมปังที่ เป็นน้ำแกง” ดังนั้นจึงเป็นอีกเมนูอาหารอย่างหนึ่งที่คนอินเดียได้นำมา ให้รับประทานกันอย่างมาก ด้วยการทำน้ำแกงจากเครื่องเทศของอินเดีย
Chapati (จาปาตี) จาปาตี (Chapati) เป็นแป้งแผ่นแบนที่ ทำจากข้าวสาลี นวดกับน้ำสะอาดใส่เกลือนิด หน่อยพอให้ออกรสปะแล่มๆ นวดพอเนียน แล้วนำไปจี่ในกระทะให้แป้งสุกพอง ไม่ต้อง ใส่ยีสผสมเหมือนการทำ ขนมปังทั่วๆไปตาม ท้องตลาดเป็นอาหารหลักที่รับประทานกับกับ ข้าวอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นแกงถั่ว แกงเผ็ด ผัดผัก คนทางเหนือของอินเดียนิยมรับประทานกัน แต่ทางใต้กลับนิยมทานข้าวเป็นหลักมากกว่า
Aloo Tikki (อาลู ทิคคี) ของกินเล่นยอดนิยมในแถบอินเดียเหนือ หน้าตา และรสสัมผัสคล้ายมันฝรั่งบดทอด โครเกต์ ทำจากมันฝรั่งต้ม ถั่วลันเตา และ เครื่องเทศแกงต่างๆ “ Aloo “ หมายถึง มันฝรั่งและ “Tikki” หมายความว่าขนาด เล็กทอดห รืออ าห า รชนิดหนึ่งในภ าษ า ฮินดีภาษาอูรดูและฐี มันจะถูกเสิร์ฟร้อน พร้อมกับด้านข้างของsaunth, มะขาม และผักชี มิ้นท์ซอสและบางครั้’ Dahi (โย เกิร์ต) หรือถั่วชิกพี อาหารว่างเป็นทางเลือก มังสวิรัติและเทียบเท่าอินเดียแฮชบราวน์
Papri Chaat (ปาปรีจาฏ)
Papri Chaat จาฏ เป็นสตรีทฟู้ดที่หาได้ทั่วไปแถวอินเดียเหนือ และปากีสถานเป็นอาหารว่างแนวกรุบกรอบต่างๆวัตถุดิบที่เอาไปทอด ก็มีทั้งถั่วลูกไก่ ถั่วงอก มันฝรั่ง ฯลฯ ราดด้วยซอสต่างๆ เช่น ซอสโย เกิร์ต ซอสมินท์ซอสมะขาม โรยด้วยหัวหอม ผักชีและมะเขือเทศซอย เป็นขนมทานเล่น มาเป็นจาน ใส่มันฝรั่งต้มสุก ถั่ว chick pea แป้งกรอบ คลุก เครื่องเทศ นำไปทอด ที่ปัญจาบสวีทจะใช้ แป้งกรอบชิ้นใหญ่ แต่ร้านอื่นบางร้านจะใช้แป้ง ที่ชิ้นเล็ก และ บางกว่า โรยด้วยเครื่องเทศ และราดด้วยโยเกริต์ ทานกันหลาย คนเลยอาจจะได้เครื่องไม่ครบถ้าเป็นร้านอื่นจะเจอมะเขือเทศ ฝานด้วยเหมาะกับทานตอนร้อนๆเพราะจะรู้สึกเย็นและสดชื่น
Bhel Puri (เบห์ล ปุรี) ใครอยากได้อะไรที่มีความกรุบกรอบ ระดับ Max ไม่ควรพลาดเบห์ล ปุรีเป็นอย่าง ยิ่ง เพราะนี่เป็นการผสมผสานระหว่าง ของทุกสิ่งที่มีความกรอบในอินเดีย ทั้งข้าว พอง แผ่นแป้งกรอบ และหมี่กรอบ นำมา คลุกเคล้ากับหัวหอม และมันฝรั่ง ราดด้วย ซอสมะขาม เครื่องเทศต่างๆ พริก มะเขือ เทศ รสชาติออกเปรี้ยว เค็ม เผ็ด หลาก หลายถูกใจคนไทยสายคาร์บแน่นอน
Kulfi (กูลฟี) เมนูไอศกรีมหวานเย็นโบราณ สไตล์อินเดียแท้ๆ ทำจากนมสดที่เคี่ยวจน ข้น รสหวานมัน เวลาเสิร์ฟจะเพิ่มรสชาติ ด้วยซอสกุหลาบ มะม่วง พิสตาชิโอ เป็นต้น ของหวานดั้งเดิมจากอินเดีย มีลักษณะเป็น แท่งเหมือนไอศกรีมแท่งพ็อปซิเคิลแบบ ฝรั่ง รสชาติหวานมันเพราะเกิดจาการเคี่ยว นมสดจนงวดก่อนจะนำไปทำให้เย็นจัดจน จับตัวแข็ง คนทั่วไปจึงเรียกกันอย่างลำลอง ว่า ‘ไอศกรีมอินเดีย’ หรือ ‘หวานเย็นอินเดีย’
กุลฟีอาจเรียกได้ว่าเป็นของหวานประเภทไอศกรีมที่เก่าแก่ที่สุดอย่างหนึ่งของ โลก คือเกิดขึ้นก่อนการประดิษฐ์ตู้เย็นขึ้นมาเสียอีก เพราะมีหลักฐานว่ากุลฟีอาจมี จุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 16-18 ในอนุทวีปอินเดียหรือเอเชียใต้ ส่วนความ เย็นที่นำมาทำกุลฟีนั้นได้จากการขนน้ำแข็งตามธรรมชาติลงมาจากเทือกเขาหิมาลัย ในยุคนั้นกุลฟีจึงเป็นขนมหวานที่มีให้ลิ้มรสได้ในเฉพาะชนชั้นสูงผู้มั่งคั่งเท่านั้น ปัจจุบันกุลฟีได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั้งในบ้านเกิดอย่างอินเดียรวมถึง ประเทศอื่นๆในอนุทวีปอย่างปากีสถานเนปาลบังกลาเทศเรื่อยมาจนถึงเมียนมาและ ประเทศในฝั่งตะวันตก ตามความนิยมในการบริโภคอาหารอินเดียที่เพิ่มขึ้นไปทั่วโลก วิธีทำแบบดั้งเดิมของกุลฟี เล่าโดยย่นย่อก็คือการนำนมสดมาเคี่ยวให้ของเหลว ระเหยออกราวครึ่งหนึ่งหรือ ของปริมาณนมทั้งหมด จนได้เป็นนมข้นจืด หลัง จากนั้นจึงเติมน้ำตาล และเครื่องเทศต่างๆ ตามต้องการ หลังจากนั้นจึงนำไป ใส่ลงในพิมพ์ทรงกรวยตัดปลาย ปิดฝาให้แน่น แล้วใส่พิมพ์ลงในโอ่งหรืออ่าง ขนาดใหญ่ ใส่ก้อนน้ำแข็งและเกลือลงไป หลังจากนั้นก็ใช้แรงเขย่าจนนมใน พิมพ์จับตัวเป็นน้ำแข็ง เสร็จแล้วจึงจัดเสิร์ฟด้วยการใช้ไม้แหลมแทงเข้าไปใน พิมพ์แล้วดึงกุลฟีออกมา หรือจะหั่นกุลฟีเป็นแว่นๆ แล้วเสิร์ฟในถ้วยไอศก รีมสวยๆ พร้อมกับขนมหวานคู่หูอย่างฟาลูเดห์ (หรือฟาลูดาห์) ก็ได้เช่นกัน
Jalebis (จาเลบี้) Jalebis (จาเลบี้) เป็นเมนูขนม หวาน สตรีทฟู้ดยอดฮิตของอินเดีย ทำ มาจากแป้งถั่วทอดราดด้วยน้ำ เชื่อมชุ่มๆ มีลักษณะเป็นขดๆ สีเหลืองๆ สะดุดตา รสชาติสะดุดลิ้น เพราะรสชาติจะกรอบๆ หวานฉ่ำ มีความเปรี้ยวเล็กๆ ให้สดชื่น ทานพร้อมจิบชาร้อนๆ จะช่วยตัดเลี่ยนได้ดี
Pani puri (ปานี ปูริ) Panipuriปานีปูริหรือพานีพูริเป็น ของกินเล่นที่หาได้ง่ายทั่วไปในท้องถนน ของอินเดีย ตามคลิปสตรีทฟู้ดอินเดีย ตามยูทูปที่เราเห็นกันบ่อยๆ ก็คือเจ้านี่ แหละ คำว่า “ปานี” แปลว่า น้ำ ส่วน “ปุรี” นั้น ก็คือ แป้งทอดกลมพอง นั่นเอง วิธีการกินปานีปูรีแบบอินตะระเดีย แท้ก็คือหยิบแป้งมาหนึ่ง บรรจุไส้ลงไป จากนั้นก็นำ ไปจ้วงลงในหม้อที่ใส่น้ำ ปา นีไว้ ด้านในบรรจุไส้ทำจากมันฝรั่ง หัว หอม ถั่วชิกพี ราดด้วยชัทนีย์มะขามรส หวานนิดๆ และน้ำปรุงปานีรสออกเปรี้ยว ผสมเผ็ด ซึ่งแต่ละร้านก็จะมีการดัดแปลง ส่วนผสมรวมทั้งรสชาติน้ำ และชัทนีย์ให้ แตกต่างกันไปตามแต่สูตรใครสูตรมัน บางร้านก็มีหลายรสให้เลือก บางร้าน ก็มีรสเดียว ส่วนใหญ่รสจะออกเผ็ดอม เปรี้ยว ใส่ลงไปจนท่วมเต็มชิ้น ซึ่งขนาด ของมันก็พอดีที่จะกินได้หมดในคำ เดียว
ที่สำคัญคือคนขายจะทำให้เรากินทีละชิ้น ไม่มีการสั่ง 6 ลูก แล้วได้พร้อม กันทุกลูกเป็นอันขาด เพราะจะทำให้แป้งชุ่มซอสจนไม่กรอบนั่นเอง การจุ่มปานีปูรีทั้งลูกลงไปในหม้อน้ำแบบลงไปจนถึงข้อมือ แล้วจึงส่งให้ลูกค้ารับ ไปเข้าปาก วัฒนธรรมการกินของชาวอินเดียนั้นเขานิยมใช้มือในการหยิบ จับ ทำ และกิน ทำนองเดียวกับที่เมื่อก่อนบ้านเราก็เปิบข้าวด้วยมือ เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน ไทยเราหันมาใช้ช้อนส้อม แต่เหล่าพี่บังเขายังคงรักษาความนิยมในการใช้มือ ไว้อย่างเหนียวแน่น เราจึงได้เห็นภาพเจ้าของร้านหยิบ จับ บิไปจนถึงจุ่มอาหาร ต่างๆ ในหม้อแบบลงไปถึงข้อมือ ประหนึ่งล้างมือไปในตัว ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ของบ้านเขา แต่ปัจจุบันก็มีหลายเจ้าที่ใช้กระบวยตักน้ำปานีขึ้นมาราดใส่ในแป้ง
Medu Vada (เมดู วาดะ) Medu Vada (เมดูวาดะ) โดนัทอินเดีย เมนูนี้เป็นอีกหนึ่งอาหาร ทานเล่น สตรีทฟู้ดสุดฮิตพื้นเมืองของ อินเดียทางตอนใต้ ทำมาจากแป้งถั่วชิก พีบด นำไปทอดในน้ำมันร้อนๆ และใน จังหวะที่หย่อนแป่งลงกระทะ เค้าก็จะเอา นิ้วเจาะตรงกลางแป้งให้เป็นรู ไม่ต้อง ผ่านเครื่องแต่อย่างใด ชาวอินเดียบาง คนนิยมรับประทานเป็นอาหารเช้า หรือ ทานคู่ชาเป็นของว่างระหว่างวันได้เช่นกัน
Chole Bhature (โชเล บัตตูเร) Chole Bhature (โชเล บัตตูเร) เป็น อาหารที่นิยมทานในทางตอนเหนือของ อินเดีย หาได้ง่ายตามร้านอาหาร และตาม ร้านข้างทางแนวสตรีทฟู้ด คนอินเดียมัก เรียกสั้นๆ ว่าแกง “โชเล” ซึ่งเป็นชื่อของถั่ว ลูกไก่ที่ใช้ใส่ในแกงนี้นั่นเองค่ะ เมนูนี้จะ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ Bhature เป็นแผ่น แป้งทอดกรอบ ทำจากแป้งไมด้า เอาไปทอด ให้กรอบ และ Chole หรือ แกงโชเล แกง ถั่ว ทานด้วยกันเข้ากันดีแบบสุดๆ เลยค่ะ
Kachori (คาโชรี่) Kachori (คาโชรี่) เป็นอีกหนึ่ง เมนูสตรีทฟู้ดยอดนิยมของชาวอินเดีย อินเดียอย่างมาก มีลักษณะเป็นแป้ง กลมแบน ด้านในมีไส้มันฝรั่ง หัวหอม และถั่ว ปรุงรสด้วยเครื่องเทศนานาชนิด รสชาติจัดจ้าน เผ็ดเล็กน้อย นำไปทอด จนเหลือกรอบนอกนุ่มใน เมนูนี้เป็รอา หารยอดนิยมพอๆ กับ Samosa เลยค่ะ
Samosa (ซาโมซ่า) Samosa (ซาโมซ่า) เมนูนี้คนไทยหลายๆ คน น่าจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี เมนูนี้คือสตรีทฟู้ดสุดฮิตของ อินเดีย เป็นของแป้งทอดรูปทรงสามเหลี่ยม สอดไส้ ด้านในด้วยมันฝรั่งผสมเครื่องเทศรสชาติเผ็ดเล็กน้อย อร่อยลงตัวแบบไม่ต้องมีอะไรจิ้ม รสชาติจะคล้ายๆ กะหรี่ปั๊บ แต่ตัวแป้งจะมีความหนากว่าแป้งกะหรี่ปั๊บ
Dosa (โดซา) ขนมแป้งบางกรอบหน้าตาเหมือนเครป นิยม กินเป็นอาหารเช้าในแถบมุมไบตอนใต้โดยไส้ข้างใน จะทำจากมันฝรั่งผัดเครื่องเทศกินพร้อมแกง2อย่าง ที่เรียกว่า จัตนี่(Chutney) และแกงซัมบัร(Sambar) เมนูนี้จะเป็นเมนูมังสวิรัติครับ ไม่มีเนื้อสัตว์เลย
Lassi (ลาสซี่) เมนูLassi (ลาสซี่) เมนูนี้คือเครื่อง ดื่มสุดฮิต เป็นโยเกิร์ตปั่น มีทั้งแบบโย เกิร์ตเปล่าๆ และแบบปั่นผสมผลไม้ เมนู นี้เป็นเมนูเครื่องดื่มคลายร้อน เรียกความ สดชื่น ที่อินเดียจะนิยมเสิร์ฟในถ้วยดิน เผา ดื่มเสร็จทิ้งได้เลย แต่ใครอยากเอา ถ้วยกลับบ้านเป็นที่ระลึกเค้าก็ไม่ว่าอะไร