MILIIEU SIMPLICITY
— profile
— contact
Prarichaya Sangsakulnee
1620801462
BANGKOK UNIVERSITY
FACULTY FINE AND APPLIED ARTS
FASHION DESIGN
CONTACT
Mail : [email protected]
Cell : 097-017-5112
Address : 939/308 DonMueang Villa2
Soi Permsin16, Phaholyothin Road Khlong Thanon
Subdistrict, Sai Mai District, Bangkok, 10220
ACKNOW
LEDGEMENTS
ในการทำโครงงานครั้งนี้ขอขอบคุณอาจารย์ที่ปรึกษาที่คอย
ให้คำแนะนำ ชี้แนะแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ เพื่อให้โครงการนี้
ออกมาลุล่วงและเสร็จสมบูรณ์ ผู้วิจัยจึงขอ
กราบขอบพระคุณอย่างสูง ไว้ ณ ที่นี้
ขอบคุณครอบครัวที่คอยให้แรงสนับสนุนและเข้าใจการ
ทำงานค่อยให้ความช่วยเหลืองานของข้าพเจ้ามาโดยตลอด
ขอบคุณเพื่ อนๆที่เป็นกำลังใจและคอยช่วยกันแก้ไขงานที่
บกพร่องให้คำแนะนำแก่ข้าพเจ้ามาตลอด
Contents
01 Introduction
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
02 Literature Review
ความเป็นมาสถาปัตยกรรมสมัยใหม่
งานออกแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่
รูปทรงของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่
การออกแบบองค์ประกอบต่างๆของอาคาร
พั ฒนาการแนวความคิดและรูปแบบของงานสถาปัตยกรรม
ความเจริญก้าวหน้า การเปลี่ยนแปลง และทิศทางของสถาปัตยกรรม
Business casual
03 MUSE
Taste of Life
Taste of Housing
Taste of Activity
Taste Group
แบบสอบถาม
04 Methodology
Balloon Ideas
Mood Board
Inspiration
Technique and Details
Sketch
05 Conclusions
06 References
01
INTRODUCTION
การออกแบบเสื้อผ้าสตรีที่ได้รับแรงบันดาลใจสถาปัตยกรรมสมัยใหม่จาก
Villa Savoye โดย Le Corbusier แบบอย่างของอาคารต้นแบบ
สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่ได้รับการยอมรับ การลดทอนหรูหราของ
สถาปัตยกรรมแบบเดิม เน้นประโยชน์ใช้สอย การตกแต่งที่เรียบง่าย เส้น
โค้งเว้าที่มีเอกลักษณ์ของอาคาร นำความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมสมัย
ใหม่นำมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบเสื้อผ้า
ความเป็นมาและความสําคัญของปัญหา
สถาปัตยกรรมสมัยใหม่เริ่มขึ้นในช่วงต้นคริสตศตวรรษที่20ประมาณ
ปีคศ.1920-1960 มีรากฐานมา จากแนวความคิดแบบFunctionalism
นําโดยสถาปนิกLe Corbusier ชาวฝรั่งเศส Ludwig Mies Van der
Rohe และ Walter Gropius ชาวเยอรมันโดยสถาปนิกกลุ่มนเี้ห็นว่า
อาคารควรแสดงออกถึงความงามของตัว อาคารเอง ปราศจากการ
ตกแต่งประดับประดา และมีความงามเป็นแบบอย่างสากล(International
Style)โดยแนวความคิดของกลุ่มสถาปนิกเหล่านี้ได้กระจายเป็นที่กว้าง
ขวางมากขึ้นภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่2 โดย Mies Van der Rohe
และ Walter Gropius ได้ออกจากเยอรมันไปเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยใน
อเมริกา ส่งผลให้ความคิดของเขาและรูปแบบสถาปัตย กระจายไปทั่วโลก
ปัจจัยเกื้อหนุนที่ทําให้เกิดความเปลี่ยนแปลง นอกจากสงครามโลกครั้งที่2
ได้แก่ การปฏิวัติอุตสาหกรรม การเกิดวัสดุเหล็ก คอนกรีตเสริมเหล็ก
กระจก และลิฟท์ ผลจากสงครามโลกครั้งที่2 ทําให้สังคมต้องการอาคารที่มี
ราคาถูกกว่าและสร้างได้เร็วกว่าเป็นแรง
สถาปัตยกรรมแบบสมัยใหม่ คือ
ความสวยงามที่เกิดจากความ
เรียบง่าย ตกแต่งน้อยแต่เน้น
ความ สวยงามจากรูปแบบเลขา
คณิตที่นํามาประกอบเป็น Mass
ของอาคารจนเกิดความโดดเด่น
และประยุกค์เข้า กับวัสดุอื่นๆ
อย่างกระจกและเหล็กเพื่ อช่วยเพิ่ ม
ลูกเล่นให้ตัวอาคารได้อย่างลงตัว
การออกแบบ อาคารModern มี
การตกแต่งที่เรียบง่ายแต่มีดีเทล
ใช้เส้นสายองค์ประกอบและ
เฟอร์นิเจอร์เป็นแบบ
กราฟิค รูปทรงเรขาคณิต
สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม ทรงกลม
ความเรียบง่ายที่ลงตัว เก็บราย
ละเอียด นอกจากที่พักอาศัย
Villa Savoye คืองาน
สถาปัตยกรรมที่ถือเป็นต้นแบบ
ของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่และเป็น
แรงบันดาล ใจให้สถาปนิกนําหลัก
การ The Five Points มาสร้าง
บ้านคือ บ้านรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ก็จะเห็นเสาลอย
ยกพื้นสูง (Pilotis)
ผนังของบ้านที่ออกแบบอย่างอิสระ
(Free Facade)
หน้าต่างบานใหญ่ แนวนอน
(Ribbon Window)
ผังห้องที่ดูเหมือนจะเชื่อมกันทกุ
ห้อง (Free Plan)
และสวนบนหลังคาดาดฟ้า
คอนกรีต (Roof Garden)
ส่วนประกอบทั้งหมดของบ้านหลัง
นี้สะท้อน 5 แนวคิดหลักของ
สถาปัตยกรรม โมเดิร์นในแบบเลอ
กอร์บูซีเยได้เป็นอย่างดี เป็นงานที่
สถาปนิกใช้เป็นข้อพิ สูจน์ทฤษฎี
ของตนเองว่าสามารถนําไป
ประยุกต์ใช้กับงานออกแบบอาคาร
ได้หลากหลาย เป็นหลักการที่เกิด
จากวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์
ความงามของศิลปะและความ
สัมพั นธ์กับบริบทภายนอก
ดังนั้นผู้วิจัยจึงนํา Villa Savoye มาเป็น
แรงบันดาลใจในการออกแบบในรูปแบบ
ของbusiness wear เพื่อกลุ่มทารเกต
Gen Y คิดเป็น 31.53% ของประชากรวัย
แรงงานทั้งหมดกว่า 43 ล้านคนโดยส่วน
ใหญ่ชื่น ชอบงานดีไซน์ที่มีความเรียบง่าย
แฝงความร่วมสมัย ขณะเดียวกันก็มีอิสระ
จึงสอดรับกับพฤติกรรมและแนวคิด พื้น
ฐานของคนกลุ่มนี้ โดยเฉพาะสไตล์
Modern จึงอยากนําเสนอเสื้อผ้าที่มีดีไซน์
เรียบง่ายและใส่ได้จริงโดยใช้
หลักการออกแบบอาคาร Villa Savoye มา
ออกแบบเครื่องแต่งกาย
Literature
Review
02
ความเป็นมาสถาปัตยกรรมสมัยใหม่
สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ (Modern) เป็นการก่อสร้างที่ได้รับอิทธิพลมาจาก
ช่วงยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 18 โดยในช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลา
ที่ผู้คนให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า โดยจะลดการใช้วัสดุ
อุปกรณ์ที่ไม่มีความจำเป็นสำหรับการก่อสร้าง และเพื่อเป็นการลดความ
ฟุ่มเฟือยจึงได้มีการนำรูปทรงของเรขาคณิตมาเป็นแบบของโครงสร้าง
โดยการออกแบบตกแต่งสไตล์โมเดิร์นยังเน้นที่ความเรียบง่าย ไม่นิยมการ
ตกแต่งที่มากเกินความพอดี โดยให้ความสำคัญกับการเลือกใช้พื้นผิวที่มี
ความเป็นธรรมชาติ อีกทั้งแต่ละพื้นที่ต้องมีประโยชน์ในการใช้สอย ด้วยเหตุ
นี้คำว่า Modern แปลว่า สิ่งใหม่ จึงถูกนำมานิยามการออกแบบตกแต่ง
สไตล์นี้เพื่ อสื่อถึงความทันสมัย
งานออกแบบสถาปัตยกรรมสมัย
ใหม่
ศตวรรษที่ 19 เป็นช่วงเวลาแห่งการ
เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสังคมมนุษย์
การปฏิวัติอุตสาหกรรมได้เปลี่ยน
แปลงพื้ นที่ในเมืองไปอย่างสิ้นเชิง
และความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และ
วิศวกรรมก็พั ฒนาไปตามทิศทาง
ด้านดาราศาสตร์ บริบทของ
นวัตกรรมทางอุตสาหกรรมนี้ได้ปู
ทางให้กับนักออกแบบในช่วงต้น
ศตวรรษที่ 20 ซึ่งได้รับแรงบันดาล
ใจจากเทคโนโลยี วัสดุ และมุมมอง
ทางสังคมใหม่ ๆสไตล์การตกแต่ง
และออกแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่
นั้นงานออกแบบ ส่วนใหญ่จะไม่มีราย
ละเอียดที่ฟุ้งเฟ้อเกินความจำเป็นเส้น
สาย
จะไม่มีลวดลายแบบอ่อนช้อย
หรือเส้นโค้งแต่การออกแบบกลับมุ่ง
เน้นไปที่ประโยชน์ใช้สอยเพื่ อให้ตอบ
สนองด้านการใช้งานของผู้ใช้เสีย
มากกว่าถือเป็นความสวยงามแบบ
เรียบง่าย
รูปทรงของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่
นักออกแบบได้กำจัดการประดับตกแต่งและส่วน
เกินออกไปโดยสร้างศิลปะอาร์ตเดโครูปแบบใหม่ที่
ได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบตามหลักแอโร
ไดนามิคและอุตสาหกรรมศิลปะสมัยใหม่ที่คล่องตัว
ยิ่งขึ้นซึ่งเป็นสไตล์สากลที่มองไปสู่อนาคตนี้ได้
กำหนดรูปแบบของสถาปัตยกรรมและการออกแบบ
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเส้นโค้งถูกนำมาใช้ในศิลปะ
อาร์ต
เดโคที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยแข็งกระด้างก่อให้เกิดการ
สร้างอาคารรูปทรงเพรียวบางที่ใช้วัสดุสมัยใหม่
เช่น เหล็กและคอนกรีตเพื่อให้ได้เอฟเฟกต์ตามหลัก
แอโรไดนามิคบ้านทรงโมเดิร์นมักเน้นที่ประโยชน์
ใช้สอยในบ้านเป็นหลัก การออกแบบตามรูปทรง
เลขาคณิตจึงเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมากเพราะ
ช่วยให้บ้านเป็นสัดส่วนใช้งานได้อย่างเต็มที่รวมถึง
มีจุดเด่นที่หลังคาแบบพื้ นเรียบหรือหลังคาเพิ ง
แหงนที่ต่างจากหลังคาหน้าจั่วทั่วไป ทำให้ภาพรวม
ของบ้านดู
ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป
การออกแบบองค์ประกอบต่างๆของอาคาร
ในช่วงต้นๆของการออกแบบในแนวทางสถาปัตยกรรมสมัยใหม่
สถาปนิกยังคงต้องอาศัยพื้ นฐานทางการออกแบบวิธีการต่างๆให้เอื้อ
ประโยชน์กับการใช้งานให้มากที่สุดเนื่องจากยังไม่มีความก้าวหน้าทาง
ด้านวัสดุศาสตร์ดังที่กล่าวข้างต้นวัสดุคงทนที่ต้องทําหน้าที่ป้องกัน
สภาพภูมิอากาศให้กับวัสดุอื่นยังคงมีไม่กี่ประเภทเช่น
คอนกรีตเสริมเหล็กผนังวัสดุที่ประกอบด้วยซีเมนต์เป็นส่วนใหญ่และมี
เพี ยงการทําผิวสําเร็จรูปต่างๆเพื่ อยืดอายุเปลือกอาคารเหล่านี้เช่นใช้การ
ทาสีเป็นระยะตามอายุการใช้ของสีการกรุวัสดุธรรมชาติเช่นหินภูเขา
กระเบื้องประดับให้มีอายุการใช้งานนานขึ้นสถาปนิกจำเป็นต้องใช้พื้ นฐาน
ทางการออกแบบ
ทัศนศิลปต่างๆ
เช่นการใช้ระนาบทางตั้งหรือทางนอนหรือทั้ง 2 ทิศทางมาออกแบบแผง
กันแดดการใช้รูปทรงผลบวก (Additive form) มาเป็นส่วนยื่นคลุมส่วน
อาคารชั้นถัดไปด้านล่างการใช้รูปทรงผลลบ (Subtractive form) มาเป็น
ช่องหลืบเพื่ อหลบเลี่ยงมุมทแยงของแสงแดดประสานกับความเข้าใจใน
สภาพภูมิอากาศภูมิศาสตร์สภาพแวดล้อมที่อาคารตั้งอยู่
พั ฒนาการแนวความคิดและรูปแบบของงานสถาปัตยกรรม
สถาปนิกที่พยายาม จะหารูปแบบของสถาปัตยกรรมที่เป็นตัวแทนของยุค
สมัย ซึ่งปัจจัยหลักๆที่ส่งผลต่อความหลากหลาย ของสถาปัตยกรรมคือ
ช่วงเวลาที่แปรเปลี่ยนไป โดยสามารถแบ่งออกเป็นช่วงแรกคือ ช่วงจุดเริ่ม
ต้น ของสถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์น (ORIGINS) ช่วงต่อมาคือช่วงเริ่มต้น
ของสถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์น EARLY MODERNISM
(1900-1914)
ช่วงที่สามคือ ช่วงยุครุ่งเรืองของสถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์น
Rise Of Modernism (1919-1931) และช่วงสุดท้ายคือ ช่วงยุคหลัง
สงครามโลกครั้งที่ 2 ของ สถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์น POSTWAR
MODERNISM (1945-1985)
ช่วงจุดเริ่มต้นของสถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์น (ORIGINS)
ในฝรั่งเศสภายหลังการปฏิวัติทางการเมืองครั้งใหญ่ ในปี ค.ศ. 1789 เป็น
ยุคแห่ง การเปลี่ยนแปลงหลายประการทั้งระบบการเมือง เศรษฐกิจ ศิลปะ
และวัฒนธรรม รวมทั้ง สถาปัตยกรรม ในด้านศิลปะ และสถาปัตยกรรมนั้น
เป็นยุคที่มีการฟื้นฟู ของเก่าสมัยกรีกและโรมัน มา ดัดแปลงให้เข้ากับหน้าที่
ใช้สอยใหม่ๆ ในรูปแบบที่เรียกว่า “Neoclassic” ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ปลาย
ศตวรรษที่ 18 และมาเบ่งบานเต็มที่ในต้นศตวรรษที่ 19 สถาปนิก 2 คน ใน
กลุ่มนีโอคลาสสิคที่น่าจะ กล่าวถึง คือ อ.แอล บูลี (E.L. Boulee, 1728-
1799) และ ซี.เอ็น. เลอดูส์ (C.N. Ledoux, 1736- 1806) แม้ว่าผลงาน
ส่วนใหญ่ของเขาทั้งสองจะเป็นในรูปแบบ นีโอคลาสสิค แต่มันก็แสดงให้
เห็นว่า เขาพยายามที่จะชี้ถึงแนวใหม่ของสถาปัตยกรรมที่ควรออกแบบให้
สนองประโยชน์ใช้สอยของสังคมของยุคนั้นแฝงอยู่ด้วย
ช่วงเริ่มต้นของสถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์น
EARLY MODERNISM (1900-1914)
หลักการของสถาปัตยกรรมในอดีต ไม่ว่าจะนำมาใช้อย่างไร ผลในระยะยาว
ก็เป็นเครื่อง พิสูจน์ได้ว่าไม่เพียงพอสาหรับความต้องการ ใหม่ ๆ หรือ
หน้าที่ใช้สอยใหม่ๆ ของสังคมที่เปลี่ยนไป ยกตัวอย่างเช่น หอสมุดแซงต์
เจเนเวียฟ เป็นต้น แม้แต่ อังรี ลาบรสต์ ซึ่งจัดว่าเป็นคนหนึ่งในสถาปนิก
รุ่น
ผู้บุกเบิกของการนำเอาระบบ การก่อสร้างด้วยเหล็กหล่อมาใช้
ก็ยังอดมิได้ที่คิดว่า “เสา” ในงาน สถาปัตยกรรมจำเป็นต้องมี
หัวเสา (capital) ลาเสา (Shaft) และฐาน รองรับ (Base)
แทนที่ จะคิดว่าเป็นท่อนเหล็กขึ้นไปรับหลังคาง่ายๆ ตรงไป
ตรงมา นี่คือความยากลำบากในการที่จะตัดความ ผูกพันธ์
กับอดีต คือ คลาสสิคให้ขาดได้ ในปลายศตวรรษที่เป็น
อาคารที่มี “ความงาม” ไม่ใช่มีแต่เพียง “ประโยชน์ใช้
สอย” ที่เป็นฝีมือของวิศวกรเท่านั้น ยังจะต้องใช้-
เวลาอีกนานมโนทัศน์ดังกล่าวนี้จะวิวัฒนาการ
ไปอย่างเชื่องช้า มากกว่าจะยอมรับกันทั่วไปแม้ว่า
หลักการในด้านฟังก์ชันนัลลิสม์ใน สถาปัตยกรรม
ที่กล่าวถึงมาแล้วจะมีผู้ยอมรับและรณรงค์ต่อสู้
เพื่ อหลักการนี้มากขึ้นในระยะเวลาประมาณกึ่ง-
กลางศตวรรษที่ 19
การค้นหาสถาปัตยกรรมในรูปแบบ สมัยใหม่อย่างจริงจังไม่ได้
เริ่มขึ้นจนประมาณ ปีค.ศ.1880 แม้ว่าตลอดครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 จะ
มีผู้พยายามคิดหาแนวทาง การออกแบบสถาปัตยกรรมแบบใหม่ให้เหมาะสม
กับยุคสมัยมากมายก็ ตามทั้งนี้เพราะว่าการนี้ไม่ได้เพียงแต่ต้อง
เปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์สถาปัตยกรรมเท่านั้น หรือไม่ได้เพียงยอมรับเอา
ความก้าวหน้าทางเทคนิค วิทยาการก่อสร้าง ตลอดจนโครงสร้างและวัสดุ
ก่อสร้างใหม่ๆ
ช่วงยุครุ่งเรืองของสถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์น
Rise Of Modernism (1919-1931)
ทฤษฎีสถาปัตยกรรมใหม่ๆ โดยนักทฤษฎีนักวิจารณ์และสถาปนิกหัวก้าวหน้า
กลุ่มน้อย การรณรงค์ต่อสู้สถาปนิกส่วนใหญ่ ทั้งหมดนี้เกิด ขึ้นจริง ๆ และ
พร้อม ๆ กันตลอดศตวรรษที่ 19 โดยเฉพาะหลักการหรือ ทฤษฎี
สถาปัตยกรรมที่เรียกว่า “functionalism” ที่เราคุ้นหูกับคานี้มานาน และเป็น
รากฐานสาคัญของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ functionism นี้ได้ก่อตัวอย่าง
มั่นคงมาแล้วใน ศตวรรษที่ 19 ไม่ใช่ของใหม่ที่ซึ่งเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 20
สถาปัตยกรรมของ “รูปแบบสากล” ของปี ค.ศ. 1920 กว่าๆ หรือ
“international Style” (of the 1920s) นี้ที่มี ขนาดใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียง
ที่สุด ได้แก่ กลุ่มอาคารที่วอลเตอร์ โกรเปียส (Waltar Gropius, 1883-
1969) เป็นผู้ออกแบบสาหรับสถาบัน ศิลปะ“บาวเฮาส์” (Bauhaus) ใน เมือง
เดสเซา (Dessau) ประเทศ เยอรมันในปี ค.ศ. 1925-1926 สถาบันนี้ในขณะ
นั้นมีโกรเปียสเป็น ผู้อานวยการ “บาว์เฮาส์” เป็นสถาบันศิลปะหรือสถาบันการ
ออกแบบที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดและหัวก้าวหน้า ที่สุดในระยะเวลาประมาณปี
ค.ศ.1920
หลักสูตรมีการสอน ทัศนศิลป์ทุกสาขา เป้าหมายของสถาบันศิลปะแห่งนี้ก็คือ
รวบรวม หลักการศิลปะทั้งหลายแล้วประสมประสานเข้ากับ เทคนิควิทยาการ
ก่อสร้างสมัยใหม่ ทัศนศิลป์สาขาต่างๆ
ช่วงยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ของสถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์น
(POSTWAR MODERNISM 1945-1985)
ในช่วงปลายศตวรรษ20 มีรูปแบบที่หลากหลาย สถาปนิกมีกฎในการ
ออกแบบของตัวเอง ยกตัวอย่างงานของสถาปนิกเด่นๆ Individual
Style หลังจากนั้นถูกลดความสาคัญลงโดย โพสโมเดรินนิสต์
สถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์นในช่วงสมัยหลังสงครามใน
สหรัฐอเมริกา (Postwar modernism in the United States,
1945-1985)
รูปแบบสถาปัตยกรรมระหว่างประเทศปรากฎในยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน
ขบวนการ Bauhaus ในช่วงปลายยุค 20 ในปี๋ 1932 ได้ รับการยอมรับ
และให้ชื่อ ในงานนิทรรศการที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ในนครนิวยอร์กซึ่ง
จัด โดยสถาปนิก Philip Johnson และนักวิจารณ์สถาปัตยกรรม Henry-
Russell Hitchcock ระหว่างปี 1937 และ 1941ตามฮิตเลอร์ และพวกนาซี
ในประเทศเยอรมนี ผู้นำขบวนการเยอรมันบาวเฮาส์ส่วนใหญ่พบบ้านใหม่ใน
สหรัฐอเมริกาและมีบทบาทสาคัญในการพั ฒนาสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ของ
อเมริกา
สถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์นในช่วงสมัยหลังสงครามในยุโรป (Postwar
modernism in Europe, 1945-1975)
ในฝรั่งเศสเลอกอร์บูชีเยร์ยังคงเป็นสถาปนิกที่โดดเด่นที่สุดแม้ว่าเขาจะ
สร้าง อาคารเพียงไม่กี่แห่ง งานที่โดดเด่นที่สุดของเขาคือคอนแวนต์ของ
Sainte Marie de La Tourette ใน Evreaux-sur-
1'Arbresleคอนแวนต์ที่สร้างด้วยคอนกรีตดิบมีความเข้มงวดและ
ปราศจาก เครื่องประดับโดยได้รับแรงบันดาลใจจากอารามในยุคกลางที่เขา
ได้เยี่ยมชมในการเดินทางครั้งแรก ของเขาไปอิตาลี ในสหราชอาณาจักร
บุคคลสาคัญในสมัยนิยม ได้แก่ เจมส์สเตอร์ลิง (2469-2535) และเดนิส
Lasdun (2457-2544) งานที่ดีที่สุดที่รู้จักกันดีของ Lasdun คือ โรง
ละครแห่งชาติ (1967 - 1976) บนฝั่ งใต้ของแม่น้ำ
เทมส์
ความเจริญก้าวหน้า การเปลี่ยนแปลง และทิศทางของสถาปัตยกรรม
สหรัฐอเมริกาผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมที่ได้พยายามอย่าง
มากเช่นเดี๋ยวกับในสังคม อื่น ๆ ในการที่จะก่อให้เกิดมี ระเบียบขึ้นในระหว่างที่
มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านสถาปัตยกรรม ในขณะที่ทางยุโรปก็ได้ทุ่มเทความ
พยายามทานองเดียว กันในการที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ภายใน
ระเบียบที่มี รากฐานอย่างมั่นคงมาแต่อดีตมอยู่แล้ว ในสภาพเช่นนี้อาจกล่าว
ได้ว่า วิชาชี้พ สฤาปัตยกรรมในชีกโลกตะวันตกพยายามพิจารณาตัวเองใน
ลักษณะที่สังคมจะยอมรับทั้งในฐานะผู้ เริ่มการเปลี่ยนแปลงและผู้รักษาความมี
ระเบียบ
Business casual
Business casual หรือแบบ "กึ่ง
ทางการ" หมายถึงชุดทำงานนั่นแหละ
แต่จะค่อนไปทางลำลองมากกว่า
ชุดทำงานทั่วไป บริษัทสมัยนี้นิยม
กำหนด dress code แนวนี้ให้
พนักงานกัน จะได้มาทำงานกัน
แบบสบายๆ แสดงออกถึงอิสระ
ทางความคิดที่มากขึ้นผ่านทาง
การแต่งตัว และเสื้อผ้าสไตล์นี้ยัง
สามารถสวมใส่ได้ในหลายๆสถานะ
การณ์ เหมาะกับทุกโอกาส ใส่
เที่ยวได้ ใส่ปาร์ตี้สังสรรค์ได้
ลุคโดยรวมยังให้ความสุภาพ
Muse
03
Dear.Supichaya
Thailand
Model / Influence
Simple
Clean
Comfort
TASTE OF LIFE
TASTE OF HOUSING
TASTE OF ACTIVITY
TARGET GROUP
Millennials คือกลุ่มคนที่ได้รับความสนใจอย่างมาก
ในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นผู้บริโภคกลุ่มใหม่ที่จะช่วยเข้า
มาช่วยในการขับเคลื่อนตลาดอสังหาฯ ด้วยความ
ต้องการในการวางแผนชีวิตและการเลือกซื้อที่อยู่
อาศัยใหม่เป็นของตนเองโดยทั่วไปแล้ว Millennials
แปลว่า กลุ่มคนที่เกิดช่วงปี พ.ศ.2527 - 2539 หรือ
เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Gen Yช่วงอายุ 25-39 ปี
จะมีจำนวนถึง 13.7 ล้านคนหรือคิดเป็น31.53%
ของประชากรวัยแรงงานทั้งหมดกว่า 43 ล้านคน
Millennials Generation ส่วนใหญ่ชื่นชอบงาน
ดีไซน์ที่มีความเรียบง่าย แฝงความร่วมสมัย ขณะ
เดียวกันก็มีอิสระจึงสอดรับกับพฤติกรรมและแนวคิด
พื้นฐานของคนกลุ่มนี้ โดยเฉพาะสไตล์ Modern
เพศหญิง
อายุ 21 -28 ปี
ชื่นชอบสถาปัยกรรมสมัยใหม่ (ยุค 1910 -1950)
ชื่นชอบงานดีไซน์เรียบง่าย
แบบสอบถาม
จากกลุ่มสำรวจโดยส่วนมากอยู่ในกลุ่มอายุ 21 - 25 ปี
จากกลุ่มสำรวจโดยส่วนมากอยู่ในกลุ่ม เพศหญิง
แบบสอบถาม
จากกลุ่มสำรวจความชื่นชอบในสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ช่วงยุค 1910-1950
โดยส่วนมากอยู่ที่ปานกลาง
แบบสอบถาม
จากกลุ่มสำรวจการเลืกซื้อเสื้อ โดยส่วนมากอยู่ที่ ดีไซน์ที่เรียบง่าย
จากกลุ่มสำรวจจากชื่นชอบเสื้อผ้า Business
casual ที่ผู้วิจัยสนใจ โดยส่วนมากอยู่ที่ ปาน
กลาง
METHODOLOGY
04
Technique and Details