The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสาร มภ.2 ภาษามลายูอักษรยาวี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

เอกสาร มภ.2 ภาษามลายูอักษรยาวี

เอกสาร มภ.2 ภาษามลายูอักษรยาวี

๓ lแบบจัดท ำรำยกำรเบื้องต้นมรดกภูมิปัญญำทำงวัฒนธรรม แบบ มภ. ๒ ส่วนที่ ๑ ลักษณะของมรดกภูมิปัญญำทำงวัฒนธรรม ๑. ชื่อรำยกำร ภำษำมลำยูอักษรยำวี ชื่อเรียกในท้องถิ่น บำฮำซอ นำยู อำกอ ยำวี(บำฮำซอ ยำวี) ๒. ลักษณะของมรดกภูมิปัญญำทำงวัฒนธรรม (เลือกได้มากกว่า ๑ ช่อง) วรรณกรรมพื้นบ้านและภาษา ๓. พื้นที่ปฏิบัติ จังหวัดปัตตานีและพื้นที่ใกล้เคียง ๔. สำระส ำคัญของมรดกภูมิปัญญำทำงวัฒนธรรมโดยสังเขป ภาษามลายูอักษรยาวีหมายถึง ภาษามลายูกลางที่เขียนด้วยอักษรอาหรับ ซึ่งอักษรอาหรับ ดังกล่าวถูกน ามาดัดแปลงและประยุกต์ใช้เพื่อเขียนค าในภาษามลายู โดยอักษรยาวีนี้ จะเขียนจากขวา ไปซ้าย เช่นเดียวกับภาษาอาหรับ ส่วนค าว่า “ยาวี” มาจาก ค าว่า “ชวา” หรือ “ยาวา” เป็นชื่อที่ ชาวอาหรับใช้เรียกดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นสมุทร ดังนั้นผู้คนและทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับ คนในภาคพื้นนี้จึงเรียกว่า ยาวี หมายถึงเป็นของชาวชวา หรือยาวานั่นเอง ด้วยเหตุนี้ อักษรอาหรับ ที่น ามาปรับใช้กับภาษามลายูจึงเรียกว่า อักษรยาวี(อักษรของผู้คนในดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภาคพื้นสมุทร) อักษรยาวีมีการใช้ตั้งแต่สมัยรัฐอิสลามปาไซ แล้วแพร่ขยายไปยังรัฐมะละกา ยะโฮร์ และอาเจะห์ ในศตวรรษที่ 17 อักษรยาวีใช้อย่างเป็นทางการในรัฐมลายูสมัยการปกครองของอังกฤษ ในอดีตนั้น อักษรยาวีมีบทบาทส าคัญมากในสังคมมลายูมีการใช้ในการติดต่อสื่อสาร รวมไปจนถึงการบริหาร ราชการ เช่น ใช้ส าหรับเขียนข้อตกลงในสนธิสัญญาระหว่างเจ้าเมืองมลายูกับชาวตะวันตกที่เข้ามามี อ านาจในภูมิภาคนี้ ใช้ในการเขียนหนังสือราชการภายในรัฐมลายูเอง และใช้ในการติดต่อกับชาติ ตะวันตกด้วย นอกจากอักษรยาวีจะถูกน ามาใช้เขียนเอกสารทางประวัติศาสตร์กฎหมายอาญา กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตลอดจนกฎหมายอิสลาม แม้แต่ค าประกาศเอกราชของมาเลเซีย ใน ปีค.ศ. 1957 ก็เขียนด้วยอักษรยาวีอักษรยาวียังถูกน ามาใช้ในการเขียนต าราทางศาสนาอิสลาม และ หนังสือพิมพ์ เซ็นต์ฟรานซิส ซาเวีย (St. F. Xavier) บาทหลวงชาวโปรตุเกสได้แปลคัมภีร์ไบเบิล เป็นภาษามลายูอักษรยาวี แม้แต่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ก็ยังมีการแปล คัมภีร์ไบเบิลเป็นภาษามลายูอักษรยาวีโดยใช้โครงสร้างภาษามลายูถิ่นปาตานี โดยบาทหลวงที่มา เผยแพร่คริสต์ศาสนาในพื้นที่ดังกล่าว (แวมายิ ปารามัลและคณะ, 2558: 7) ในปัจจุบัน แม้ว่าประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคมลายูได้เปลี่ยนมาใช้อักษรรูมีในการเขียนภาษามลายู แล้ว แต่ในบางรัฐก็ยังคงใช้อักษรยาวีในกิจการศาสนาและประเพณี วัฒนธรรมมลายู เช่น ในรัฐยะโฮร์ เคดาห์ กลันตัน เปอร์ลิส ตรังกานู และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ชาวไทยเชื้อสายมลายูในจังหวัดชายแดนภาคใต้นิยมใช้อักษรยาวีมากกว่าอักษรรูมี และถือว่า อักษรยาวีเป็นอัตลักษณ์อย่างหนึ่งของตนเอง เด็ก ๆ จะเรียนภาษามลายูทั้งอักษรยาวีและอักษรรูมี ในศูนย์การศึกษาอิสลามประจ ามัสยิด (ตาดีกา) (ปัจจุบันในจังหวัดปัตตานีมีการเรียนการสอนของ ศูนย์ฯ ตาดีกา จ านวน ๖๔๘ ศูนย์) ผู้เรียนในสถาบันศึกษาปอเนาะ (ปัจจุบันในจังหวัดปัตตานี มีการ จัดการเรียนการสอนของสถาบันศึกษาปอเนาะที่ได้รับการจดทะเบียน จ านวน ๒๖๓ แห่ง และที่ยัง ไม่ได้จดทะเบียนอีกประมาณ ๑๕๐ แห่ง) เรียนศาสนากับโต๊ะครูโดยใช้กีตาบ (ต าราใช้สอนเกี่ยวกับ ศาสนาอิสลาม) ที่เขียนด้วยอักษรยาวี การเขียนติดต่อสื่อสารในชีวิตประจ าวัน มีการใช้อักษรยาวี


๔ ในชีวิตประจ าวัน ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเชิญร่วมการกุศลในกิจการศาสนาอิสลาม ในบัตรเชิญร่วมงาน สมรส หนังสือของส านักงานคณะกรรมการอิสลามประจ าจังหวัด รวมไปจนถึงประกาศต่าง ๆ ของ ส านักจุฬาราชมนตรี ๕. ประวัติควำมเป็นมำ ค าว่า ยาวี นั้นมาจากค าว่า jawa หมายถึง ชวา นั่นเอง ทั้งนี้ก็เพราะชาวชวาได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานใน มะละกาและปัตตานี ได้น าอักษรอาหรับดัดแปลงมาเผยแพร่ และในที่สุดได้รับมาใช้ในชุมชนที่พูดภาษามลายู ปัตตานีมาช้านาน เป็นที่น่าสังเกตว่ายังมีความสับสนในการเรียกชื่ออักษรอักษรยาวีและภาษามลายู ว่า ภาษายาวี แม้กระทั่งในหมู่ผู้พูดภาษามลายูทว่าความจริงแล้วไม่มีภาษายาวี มีแต่อักษรยาวี และภาษามลายู หมู่เกาะมลายูเป็นบริเวณที่ได้รับอิทธิพลจากอินเดียเป็นระยะเวลายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นด้าน ศาสนา วัฒนธรรม ตลอดจนภาษา ผู้คนในบริเวณดังกล่าวเคยนับถือศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธมาก่อน และได้รับเอาตัวเขียนของอินเดียมาด้วย ได้แก่ อักษรปาละวะ อักษาคาวี ดังปรากฏในหลักศิลาจารึก หลาย ๆ ชิ้น ต่อมาพ่อค้าชาวอาหรับเข้ามาค้าขายและเผยแพร่ศาสนาอิสลามในภูมิภาคนี้ จนผู้คนเข้ารับ นับถือศาสนาอิสลาม ภาษาอาหรับจึงเริ่มมีอิทธิพลต่อภาษามลายู มีการน าอักษรอาหรับมาประยุกต์ใช้ เขียนค าในภาษามลายู เรียกว่า อักษรยาวี ดังนั้น การใช้อักษรยาวีจึงเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเข้ามาของ ศาสนาอิสลามในโลกมลายู ในยุคล่าอาณานิคม ชาวตะวันตกได้เข้ามายึดครองหมู่เกาะมลายู มีการ เผยแพร่ศริสตศาสนา และน าอักษรโรมันมาประยุกต์ใช้เขียนค าในภาษามลายู เรียกว่า อักษรรูมี โอมัร อาวัง (Omar Awang, 1985: 190) กล่าวว่า ค าว่า ‘ยาวี’ มาจากค าภาษาอาหรับว่า alJawah ซึ่งปรากฏในบันทึกของชาวอาหรับในคริสต์ศตวรรษที่ 14 เป็นค าที่ใช้เรียกเกาะสุมาตรา นักวิชาการส่วนใหญ่เชื่อว่า การน าอักษรอาหรับมาประยุกต์ใช้เขียนข้อความในภาษามลายูเกิดขึ้นอย่าง ชัดเจนจากหลักฐานการเขียนภาษามลายูด้วยอักษรยาวีที่ปรากฏบนหลักศิลาจารึกซึ่งค้นพบใน รัฐตรังกานู โดยระบุว่าได้จารึกไว้ในปีฮิจเราะห์ศักราช 702 (ค.ศ. 1303) บ่งบอกว่า ชาวมลายูใช้อักษร ยาวีในการเขียนด้านต่าง ๆ แม้กระทั่งในงานศิลปะการเขียนอักษร (Khat) บนผนังมัสยิดและแผ่นศิลา บนหลุมฝังศพเป็นต้น พัฒนาการของอักษรยาวีนั้น กว่าจะมาเป็นระบบอักษรยาวีมาตรฐานของสถาบันภาษาและ วรรณกรรมมาเลเซีย (Dewan Bahasa dan Pustaka) อย่างในปัจจุบัน ระบบการเขียนภาษามลายู ด้วยอักษรยาวีได้ผ่านวิวัฒนาการมายาวนาน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ดังนี้(แวมายิ ปารามัล และคณะ, 2558: 9-12) ช่วงแรก เป็นช่วงที่เริ่มต้นตั้งแต่การใช้อักษรอาหรับทั้งระบบในการเขียนค าภาษามลายูจนถึงการ คิดตัวอักษรเพิ่มเติมเพื่อแทนเสียงในภาษามลายูที่ไม่มีในภาษาอาหรับ โดยแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน คือ 1. การใช้อักขระวิธีของภาษาอาหรับทั้งระบบ ในขั้นตอนนี้ค าภาษามลายูถูกเขียนสะกดด้วยอักษร อาหรับทั้งหมด ระบบการสะกดก็ใช้ระบบของภาษาอาหรับ มีการใช้เครื่องหมายสระอย่างภาษาอาหรับ ไม่มีการคิดประดิษฐ์ตัวอักษรเพิ่มเติม 2. การตัดเครื่องหมายสระ พัฒนาการในขั้นตอนนี้เป็นการลบหรือตัดเครื่องหมายสระออก ดังนั้น การที่จะอ่านค าใด ๆ ได้นั้น ต้องอาศัยความคุ้นชินกับค านั้น ๆ 3. การใช้อาลีฟ (ا (ยา (ي (และวาว (و (แทนเสียงสระอา อี และอู ในพยางค์แรก เมื่อลบเครื่องหมาย สระออก ท าให้เกิดปัญหาในการอ่าน จึงมีการเติมอาลีฟ ยา และวาวเพื่อแทนเสียงสระอา อี และอูใน พยางค์แรกที่เป็นพยางค์เปิดเพื่อความสะดวกในการอ่าน


๕ 4. การคิดตัวอักษรเพิ่มเติม ในขั้นตอนนี้ มีการใช้อาลีฟ (ا (ยา (ي (และวาว (و (ทั้งในพยางค์แรก และพยางค์ที่สองที่เป็นพยางค์เปิด (ไม่มีตัวสะกด) และที่ถือว่าเป็นวิวัฒนาการที่ส าคัญที่สุดคือ การคิดตั้ง อักษรเพิ่มเติมในแทนเสียงในภาษามลายูที่ไม่ปรากฏในภาษาอาหรับ ได้แก่ จา (چ (งา (ڠ (ฆา (ݢ ( ปา (ڤ (และญา (ڽ (ซึ่งท าให้การออกเสียงตรงตามเสียงภาษามลายู ช่วงที่ 2 หลังจากที่ระบบการเขียนภาษามลายูอักษรยาวีมีพยัญชนะแทนเสียงในภาษามลายู ครบถ้วนแล้ว การเขียนยาวีก็ใช่ว่าจะเป็นมาตรฐานเดียวกัน ส านักวิชาการต่าง ๆ ก็ใช้ระบบของส านักตน ระบบการเขียนอักษรยาวีที่ใช้กัน ได้แก่ ระบบฮียาอียะห์ (Hijaiah) ระบบซะบา (Za’ba) ระบบ หนังสือพิมพ์เดียน (Dian) และระบบการสะกดของสถาบันภาษาและวรรณกรรมมาเลเซีย (Dewan Bahasa dan Pustaka) ระบบการสะกดของสถาบันภาษาและวรรณกรรมมาเลเซียนี้ ถือได้ว่าเป็นระบบ ที่ทรงอิทธิพลต่อการเขียนอักษรยาวีในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นระบบของทางราชการ หนังสือ ต าราเรียน ตลอดจนป้ายประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ในมาเลเซียปัจจุบันใช้ระบบนี้อย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ ประเทศ บรูไนก็น าระบบนี้ไปใช้อย่างเป็นทางการด้วย ๖. ลักษณะเฉพำะที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของมรดกภูมิปัญญำทำงวัฒนธรรม โดยให้มีรายละเอียดครอบคลุม ภาษามลายูอักษรยาวี เป็นอัตลักษณ์ทางภาษา (Language Identity) ของคนไทยเชื้อสายมลายู ในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและพื้นที่ใกล้เคียง ภาษาดังกล่าวมีการใช้อย่างแพร่หลายในบริบททางศาสนา อิสลาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเรียนการสอนศาสนาอิสลามในสถาบันการศึกษาที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะ ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้แก่ สถาบันศึกษาปอเนาะ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม และโรงเรียน ตาดีกา ในขณะเดียวกัน ภาษามลายูอักษรยาวียังมีการใช้ในการจัดการเรียนการสอนภาษามลายู ในโรงเรียนตาดีกา โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม รวมทั้งโรงเรียนสังกัดส านักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในพื้นที่ สืบเนื่องจากสถานการณ์ การใช้ภาษามลายูอักษรยาวี ที่มีความเชื่อมโยงกับการเรียนการสอนศาสนาอิสลาม อีกทั้งเกี่ยวข้องอย่าง ใกล้ชิดกับสถาบันการศึกษาที่มีอยู่ในพื้นที่ดังที่กล่าวมาข้างต้น ท าให้ภาษามลายูอักษรยาวี เป็นอัตลัษณ์ ที่สะท้อนถึงความเป็นมลายู (Malay Identity) และความเป็นอิสลาม (Islamic Identity) ของคนไทย เชื้อสายมลายูในพื้นที่ปัตตานี และพื้นที่ใกล้เคียง คนในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและพื้นที่ใกล้เคียงมีความรู้สึกภาคภูมิใจและหวงแหนต่อภาษามลายู อักษรยาวี เพราะอักษรยาวีไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นมุสลิมเท่านั้นแต่ยังเป็นสัญลักษณ์ ของอัตลักษณ์ชาติพันธุ์มลายูปาตานี ด้วยเหตุนี้ เมื่อใดก็ตามที่ผู้คนในพื้นที่พูดถึงตัวอักษรยาวี พวกเขา ไม่ได้พูดถึงตัวอักษรเท่านั้น แต่พวกเขาพูดถึงตัวอักษรที่เกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลาม โดยสามารถสังเกตได้ ในหลายสถานการณ์ ที่มีการพูดถึงอักษรยาวีในฐานะสัญลักษณ์ของความเป็นอิสลามมากกว่าสัญลักษณ์ ของภาษา จากการสัมภาษณ์พบว่าคนในพื้นที่จะพูดถึงอักษรยาวีที่เกี่ยวข้องกับอิสลาม หรือศาสนา อิสลาม สถาบันปอเนาะ การศึกษากีตาบ อัลกุรอาน และภาษาอาหรับ ดังตัวอย่างหลักฐานจากการ สัมภาษณ์ต่อไปนี้ คนในพื้นที่ยังให้ความสำคัญว่ายาวีคือ ศาสนา (อิสลาม) คือ มุมมองเขาจะมองอย่างนั้นไง ถ้าเกิดว่าไม่มียาวี แสดงว่ามันก็ไม่มีศาสนา (อิสลาม) ……………………………………………………………………………………….


๖ การเรียนวิชาศาสนา (อิสลาม)คนมลายูจะใช้ภาษามลายูอักษรยาวีในการสื่อสาร ในการเรียนนี้แหล่ะที่เขาบอกว่า พอนึกถึง อิสลามก็นึกถึงยาวี เพราะเขาเรียนยาวีตั้งแต่บรรพบุรุษ ก็คือเรียนในเรื่องของศาสนา (อิสลาม)ผ่านอักษรยาวีนี้ ………………………………………………………………………………………. อักษรยาวีสำหรับคนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นอักษรที่สำคัญอย่างยิ่ง แล้วก็สอดคล้องกับชีวิตและประเพณีวัฒนธรรม ของมลายูที่นี่ เพราะว่าถ้าพูดถึงมลายูที่นี่ก็หมายถึง ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม แล้วอักษรยาวีเป็นตัวอักษรเหมือนกับอาหรับ แล้วก็ภาษาอัลกรุอาน ………………………………………………………………………………………. คนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ความสำคัญกับอักษรยาวีเพราะมีรากฐานมาจากอักษรอาหรับ และภาษาอาหรับเป็นภาษาของอัลกุรอาน ซึ่งเป็นคัมภีร์ของชาวมุสลิมทั่วโลก แต่ความพิเศษของอักษรยาวีคือ มีการใช้สำหรับการเรียนสอนศาสนาอิสลามโดยเฉพาะผ่านตำราทางศาสนาที่เรียกว่า ‘กีตาบ’ ซึ่งใช้ใน สถาบันการศึกษาปอเนาะในพื้นที่ ด้วยเหตุนี้ อักษรยาวีจึงมีอิทธิพลอย่างมากต่อคนในพื้นที่นี้เนื่องจากไม่ เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของภาษาเท่านั้นแต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของศาสนาอิสลามอีกด้วย สำหรับคนในพื้นที่ อักษรยาวีมีสถานะสูงและเชื่อมโยงคนในพื้นที่กับประเทศอิสลามอื่น ๆ ในภูมิภาคอาเซียน ตะวันออกกลาง และทั่วโลก นอกจากนี้ อักษรยาวียังเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญจากอดีตที่ ผู้คนนับถือศาสนาฮินดู พราหมณ์ และพุทธ มาเป็นนับถือศาสนาอิสลาม อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การใช้ภาษามลายูอักษรยาวีในกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองและกลุ่ม เยาวชนรุ่นใหม่มีความน่าเป็นห่วงเนื่องจากปริมาณการใช้ภาษาดังกล่าวลดลง ซึ่งส่วนหนึ่งมาจาก ลักษณะเฉพาะทางภาษาที่ท าให้รู้สึกยากในการเรียนรู้ โดยเฉพาะในด้านระบบทางภาษาที่มีการใช้แบบ ปนระบบและไม่เป็นมาตรฐาน คนในพื้นที่ส่วนใหญ่อ่านและเขียนภาษามลายูอักษรยาวีตามความถนัด ของตนเอง การปนระบบที่ว่านี้ คือ มีการใช้ทั้งระบบภาษามลายูอักษรยาวีคลาสสิค ซึ่งระบบนี้มีความ เก่าแก่ และส่วนใหญ่ใช้ในเอกสารหรือต าราทางศาสนาอิสลามที่ใช้ในสถาบันศึกษาปอเนาะ และเป็นที่ รู้จักกันในนาม “กีตาบ ยาวี” “กีตาบ ตูวอ” หรือ “กีตาบ กูนิง” ในขณะเดียวกันคนในพื้นที่บางส่วน มีการใช้ระบบภาษามลายูอักษรยาวีแบบ Zaba ซึ่งเป็นระบบที่ถือว่าใหม่ว่าระบบคลาสสิค แต่ยังจัดว่า เป็นระบบที่ยังไม่เป็นปัจจุบัน ส่วนอีกระบบหนึ่ง คือ ระบบ Dewan Bahasa dan Pustaka ระบบนี้ ถือว่าเป็นระบบที่เป็นปัจจุบันและเป็นมาตรฐานที่สุด อย่างไรก็ตามคนในพื้นที่ยังไม่นิยมใช้ระบบนี้แบบ เต็มรูปแบบ เนื่องจากหลักการเขียนบางอย่างยังไม่คุ้นชินส าหรับคนในพื้นที่


๗ ส่วนที่ ๒ คุณค่ำและบทบำทของวิถีชุมชนที่มีต่อมรดกภูมิปัญญำทำงวัฒนธรรม ๑. คุณค่ำของมรดกภูมิปัญญำทำงวัฒนธรรมที่ส ำคัญ คุณค่าของภาษามลายูอักษรยาวีที่ส าคัญประกอบด้วย 1) คุณค่ำทำงวิชำกำร ภาษามลายูอักษรยาวีเป็นภาษาที่ใช้ในหนังสือ ต ารา หรือแบบเรียนทาง ศาสนาอิสลาม การใช้ภาษามลายูอักษรยาวีส าหรับการเขียนหนังสือ ต ารา หรือแบบเรียนทางศาสนานี้ ถือว่าเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์และมีคุณค่าอย่างยิ่งเพราะอักษรยาวีสามารถถ่ายถอดเสียงภาษาอาหรับได้ ดีกว่าอักษรอื่น ๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่ ยิ่งไปกว่านั้น การใช้ภาษามลายูอักษรยาวีเพื่อวัตถุประสงค์ทางศาสนา อิสลามถือว่าเป็นการให้เกียรติต่อความรู้ทางศาสนาอิสลาม เพราะอักษรยาวีมีความเชื่อมโยง และ เกี่ยวข้องกับภาษาอาหรับและภาษาอาหรับก็เป็นภาษาที่ส าคัญของคนมุสลิมทั่วโลกเพราะภาษาอาหรับ เป็นภาษาของอัลกุรอาน ๒) คุณค่าทางจิตใจ ภาษามลายูอักษรยาวีเป็นภาษาที่คนในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและพื้นที่ ใกล้เคียงมีความภาคภูมิใจและมีความรู้สึกหวงแหนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นภาษาที่สะท้อนถึง อัตลักษณ์และความเป็นเจ้าของ (Identity and Belonging) ๓) คุณค่าเชิงภูมิ- สังคมท้องถิ่น ภาษามลายูอักษรยาวีเป็นภาษาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถือว่า เป็นสิ่งที่สร้างคุณค่าให้กับจังหวัดปัตตานีและพื้นที่ใกล้เคียงเป็นอย่างมาก เพราะเป็นหนึ่งในพื้นที่ในกลุ่ม ประเทศโลกมลายูที่มีการใช้ภาษามลายูอักษรยาวีอย่างเข้มข้นในระบบการเรียนการสอนศาสนาอิสลาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียนการสอนในสถาบันศึกษาปอเนาะที่ยังคงอนุรักษ์วิถีของการใช้หนังสือและ ตำราศาสนาอิสลามที่เขียนด้วยภาษามลายูอักษรยาวีแบบดั้งเดิม ทำให้พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่ทรงคุณค่า และเป็นที่รู้จักทั้งในระดับภูมิภาคอาเซียนและระดับโลกว่า ปัตตานีคือดินแดนของสถาบันศึกษาปอเนาะ และเป็นดินแดนภาษามลายูอักษรยาวี ๒. บทบำทของชุมชนที่มีต่อมรดกภูมิปัญญำทำงวัฒนธรรม ๑. สถาบันการศึกษา ที่มีอยู่ในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและพื้นที่ใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน ตาดีกา สถาบันศึกษาปอเนาะ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม (ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา) โรงเรียนสังกัดสพฐ. (ทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา) สถาบันอุดมศึกษา ล้วนมีบทบาทสำคัญต่อ ภาษามลายูอักษรยาวีในด้านการจัดการเรียนเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพและเกิดความต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อเป็นธำรงไว้ซึ่งมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของพื้นที่ ๒. ชุมชน ในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและพื้นที่ใกล้เคียง มีบทบาทในการรณรงค์และส่งเสริมการใช้ ภาษามลายูอักษรยาวีในป้ายชื่อสถานที่ราชการ และป้ายประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ให้แพร่หลายในพื้นที่ พร้อมทั้งรณรงค์ให้มีการใช้ภาษามลายูอักษรยาวีให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์ ทางภาษาและเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารในพื้นที่ ๓. ชุมชน มีบทบาทในการออกแบบและกำหนดหลักสูตรภาษามลายูอักษรยาวีให้มีการจัดการ เรียนการสอนในวงกว้างในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและพื้นที่ใกล้เคียง


๘ ส่วนที่ ๓ มำตรกำรในกำรส่งเสริมและรักษำมรดกภูมิปัญญำทำงวัฒนธรรม ๑. โครงกำร กิจกรรมที่มีกำรด ำเนินงำนของรำยกำรมรดกภูมิปัญญำทำงวัฒนธรรม การศึกษา วิจัย (ระบุวิธีด าเนินงาน พื้นที่ ชุมชน ระยะเวลา และงบประมาณ) ๑. การศึกษาเกี่ยวกับหลักการเขียนภาษามลายูอักษรยาวี ฉบับปาตานี โดย ดร.สุไรยา จะปะกียา จัดพิมพ์โดย Dewan Bahasa dan Pustaka จัดพิมพ์ปี 2021 ๒. การศึกษาเกี่ยวกับหลักการเขียนภาษามลายูอักษรยาวี ฉบับเปอร์กาซา (PERKASA) โดย ดร.อับดุลมูไฮมีน สาและ จัดพิมพ์โดย Dewan Bahasa dan Pustaka Thailand ๓. การส ารวจสถานการณ์การใช้ภาษามลายูอักษรยาวีที่ปรากฏในป้ายชื่อส่วนราชการและป้ายประชา สัมพันธ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เขียนโดย อาจารย์แวมายิ ปารามัล และคณะ จัดพิมพ์โดย ปัตตานีอินโฟร์เซอร์วิส จัดพิมพ์ปี 2558 ๔. การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการใช้ระบบเขียนอักษรยาวีในภาษามลายูปาตานี: ความท้าทายต่อสังคม มลายูในภาวะวิกฤตทางภาษา โดย ผศ. ดร.กามารุดดีน อิสายะ การอนุรักษ์ ฟื้นฟู (ระบุวิธีด าเนินงาน พื้นที่ ชุมชน ระยะเวลา และงบประมาณ) ๑. ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือศอ.บต. มีนโยบายส่งเสริมให้มีการเขียนภาษา มลายูอักษรยาวีในป้ายสถานที่ราชการและป้ายประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้มีการตรวจสอบและแก้ไขการใช้ภาษามลายูอักษรยาวีให้ถูกต้องสมบูรณ์และเป็นมาตรฐาน เดียวกัน ๒. หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและพื้นที่ใกล้เคียงมีการจัดกิจกรรมหรือโครงการ ฝึกอบรมการเขียนภาษามลายูอักษรยาวีแก่บุคลากรในสังกัดและบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจ ๓. การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์หนังสือ ตำรา และกีตาบยาวี ในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและพื้นที่ใกล้เคียง การสืบสานและถ่ายทอด (ระบุวิธีด าเนินงาน พื้นที่ ชุมชน ระยะเวลา และงบประมาณ) ๑. การส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการจัดการเรียนการสอนภาษามลายูอักษรยาวีในสถาบันการศึกษาทุก ระดับในพื้นที่ เริ่มตั้งแต่โรงเรียนตาดีกา โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม (ระดับประถมศึกษาและ มัธยมศึกษา) โรงเรียนสังกัดสพฐ. (ทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา) สถาบันอุดมศึกษา (มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มหาวิทยาลัยฟาตอนี และวิทยาลัยชุมชน) ๒. การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์หนังสือ ตำรา และกีตาบยาวีในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและพื้นที่ใกล้เคียง การพัฒนาต่อยอดมรดกภูมิปัญญา (ระบุวิธีด าเนินงาน พื้นที่ ชุมชน ระยะเวลา และงบประมาณ) ๑. ส่งเสริมให้มีการเขียนภาษามลายูอักษรยาวีในป้ายชื่อต่าง ๆ ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ๒. จัดทำหนังสือส่งเสริมการเรียนรู้ภาษามลายูอักษรยาวีสำหรับเด็กแบบ ๒ ภาษา พร้อมทั้งจัดทำใน รูปแบบหนังสืออิเลคทรอนิกส์ (E-Book) และห้องสมุดดิจิตัล (Digital Library) ๓. จัดให้มีศูนย์การเรียนรู้สถาบันพัฒนาและฝึกอบรมภาษามลายูอักษยาวีในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและ พื้นที่ใกล้เคียง


๙ การด าเนินงานด้านอื่น ๆ (ระบุวิธีด าเนินงาน พื้นที่ ชุมชน ระยะเวลา และงบประมาณ) ให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการภาษามลายูอักษรยาวีภายใต้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี เพื่อ กำกับดูแลและขับเคลื่อนกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาษามลายูอักษรยาวี รวมทั้ง ผลักดันงานระยะยาวที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนภาษามลายูอักษรยาวี (Language Planning) ในพื้นที่ จังหวัดปัตตานีและพื้นที่ใกล้เคียง โดยให้ครอบคลุมทั้งด้านการวางแผนสถานะทางภาษา (Status Planning) วางแผนคลังข้อมูลภาษา (Corpus Planning) และวางแผนการเรียนรู้และการศึกษา (Acquisition Planning) ๒. มำตรกำรส่งเสริมและรักษำมรดกภูมิปัญญำทำงวัฒนธรรมอื่นๆ ที่คำดว่ำจะด ำเนินกำรในอนำคต ๑. หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคประชาสังคม ควรให้มีการนำประเด็นของการวางแผนภาษา มลายูอักษรยาวีเป็นหนึ่งในแนวนโยบายของการเสริมสร้างความสงบสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ๒. หน่วยงานภาครัฐ ควรมีการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ภาษามลายูอักษรยาวีในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและ พื้นที่ใกล้เคียง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และจัดเก็บข้อมูล รวมทั้งเป็นแหล่งศึกษาวิจัยที่เกี่ยวกับภาษา มลายูอักษรยาวีในพื้นที่ ๓. หน่วยงานภาครัฐ ควรมีการจัดตั้งสถาบันพัฒนาและส่งเสริมภาษามลายูอักษรยาวีเพื่อเป็นหน่วย ขับเคลื่อนและส่งเสริมกิจกรรมหรือโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาษามลายูอักษรยาวีในพื้นที่ ๔. หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคประชาสังคมควรก าหนดให้งานด้านการส่งเสริมภาษามลายู อักษรยาวีเป็นหนึ่งในภารกิจของหน่วยงานและมีการขับเคลื่อนกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ๓. กำรส่งเสริม สนับสนุนจำกหน่วยงำนภำครัฐ หรือภำคเอกชน หรือภำคประชำสังคม (ถ้ำมี) ๑. การจัดทำป้ายชื่อสถานที่ราชการในพื้นที่ด้วยภาษามลายูอักษรยาวีควบคู่ภาษาไทยและภาษาอื่น ๆ ๒. การส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการจัดการเรียนการสอนภาษามลายูอักษรยาวีในสถาบันการศึกษาทุก ระดับในพื้นที่ เริ่มตั้งแต่โรงเรียนตาดีกา โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม (ระดับประถมศึกษาและ มัธยมศึกษา) โรงเรียนสังกัดสพฐ. (ทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา) สถาบันอุดมศึกษา (มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มหาวิทยาลัยฟาตอนี และวิทยาลัยชุมชน)


๑๐ ส่วนที่ ๔ สถำนภำพปัจจุบัน ๑. สถำนะกำรคงอยู่ของมรดกภูมิปัญญำทำงวัฒนธรรม มีการปฏิบัติอย่างแพร่หลาย เสี่ยงต่อการสูญหายต้องได้รับการส่งเสริมและรักษาอย่างเร่งด่วน ไม่มีการปฏิบัติอยู่แล้วแต่มีความส าคัญต่อวิถีชุมชนที่ต้องได้รับการฟื้นฟู ๒. สถำนภำพปัจจุบันของกำรถ่ำยทอดควำมรู้และปัจจัยคุกคำม 1. แวดวงของการใช้ภาษามลายูอักษรยาวีในปัจจุบันลดลงอย่างมาก กลุ่มคนที่อยู่ในเขตเมืองและเยาวชน รุ่นใหม่ใช้ภาษามลายูอักษรยาวีในปริมาณน้อย ภาษามลายูอักษรยาวีไม่แพร่หลายเหมือนในอดีตที่ผ่านมา 2. จ านวนผู้รู้/ปราชญ์ชุมชนและผู้สืบทอดภาษามลายูอักษรยาวีมีแนวโน้มลดลงอย่างรวดเร็ว 3. สถานการณ์ของการใช้ภาษามลายูอักษรยาวีในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและพื้นที่ใกล้เคียงไม่เป็นระบบและ มาตรฐานเดียวกัน ทั้งนี้เนื่องจากไม่มีหน่วยงานกลางที่ก ากับดูแลเรื่องความเป็นมาตรฐานของภาษา มลายูอักษรยาวี ๓. รำยชื่อผู้สืบทอดหลัก(เช่น บุคคล กลุ่มคน .... เป็นต้น) รำยชื่อบุคคล/หัวหน้ำ คณะ/กลุ่ม/สมำคม/ ชุมชน อำยุ/อำชีพ องค์ควำมรู้ด้ำนที่ได้รับ กำรสืบทอด/จ ำนวนปีที่ สืบทอดปฏิบัติ สถำนที่ติดต่อ/ โทรศัพท์ นายแวดือราแม มะมิงจิ อายุ ๗๔ ปี ต าแหน่งประธาน คณะกรรมการ อิสลามประจ า จังหวัดปัตตานี ประธานคณะกรรมการ อิสลามประจ าจังหวัด ปัตตานีด ารงต าแหน่ง ประมาณ ๒๕ ปี 4/3 ถนนพญาเมือง หมู่ ๕ ต.รูสะมิแล อ.เมืองปัตตานี จ.ปัตตานี T.089 8947413 นายอับดุลมูไฮมีน สาและ อายุ 62 ปี มีอาชีพเป็นครูสอน ศาสนา ประธานมูลนิธิศูนย์ ประสานงานตาดีกาจังหวัด ปัตตานีและประธาน ชมรมตานีกาปัตตานี สอน ศาสนามากว่า ๒๐ ปี 218 หมู่ที่ ๔ ต.ท่าก าช า อ.หนองจิก จ.ปัตตานี T. 093 972185 นายมูฮ ามัดซูวรี สาแล อายุ ๕๑ ปี มีอาชีพเป็นครูสอน ศาสนาในสถาบัน ศึกษาปอเนาะ นายกสมาคมสถาบันศึกษา ปอเนาะจังหวัดชายแดน ภาคใต้ มีประสบการณ์สอนศาสนา ในสถาบันศึกษาปอเนาะ เป็นเวลา ๒๐ ปี 62 หมู่ที่ ๖ ต.เตราะบอน อ.สายบุรีจ.ปัตตานี T.098 7139207 นายมะรูดิง ยามิง อายุ 60 ปี ข้าราชการส านักงาน ศึกษาเอกชนจังหวัด ปัตตานี ผู้แทนส านักงานศึกษา เอกชนจังหวัดปัตตานี 169/8 หมู่ที่6 ต.รูสะมิแล อ.เมือง ปัตตานี จ.ปัตตานี T. 073 332760


๑๑ รำยชื่อบุคคล/หัวหน้ำ คณะ/กลุ่ม/สมำคม/ ชุมชน อำยุ/อำชีพ องค์ควำมรู้ด้ำนที่ได้รับ กำรสืบทอด/จ ำนวนปีที่ สืบทอดปฏิบัติ สถำนที่ติดต่อ/ โทรศัพท์ ดร.สุไรยา จะปะกียา อายุ 52 ปี เป็นอาจารย์ มหาวิทยาลัยฟาฎอนี หัวหน้าสาขาวิชาภาษา มลายู มหาวิทยาลัยฟาฎอนี เป็นอาจารย์ ๓๐ กว่าปี 908 ถ.สิโรรส ต.สะเตง อ.เมือง ยะลาจ.ยะลา T.089 7372716 ดร.อับดลเล๊าะ ขรีดาโอ๊ะ อายุ 49 ปี เป็นอาจารย์ มหาวิทยาสงขลา นครินทร์ วิทยาเขต ปัตตานี อาจารย์ประจ าหลักสูตร ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขา วิชาภาษามลายูและมลายู ศึกษา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี 31/1 หมู่ที่ 4 ต.บ้านนา อ.จะนะ จ.สงขลา T.083 1956490 ดร.ยูเนียนสาสมีต้า สาเมาะ อายุ 42 ปี เป็นอาจารย์ มหาวิทยาสงขลา นครินทร์ วิทยาเขต ปัตตานี อาจารย์ประจ าหลักสูตร ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขา วิชาภาษามลายูและมลายู ศึกษา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี 226 หมู่ที่ ๑ ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส T.086 9600228 ส่วนที่ ๕ กำรยินยอมของชุมชนในกำรจัดท ำรำยกำรเบื้องต้นมรดกภูมิปัญญำทำงวัฒนธรรม (ไม่จ ำกัดจ ำนวน) สถานภาพที่เกี่ยวข้องกับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม (เช่น เป็นครูผู้สืบทอด เป็นผู้ได้รับการถ่ายทอด ความรู้เป็นผู้น าชุมชน เป็นเจ้าหน้าที่ในชุมชน เป็นผู้ชม เป็นผู้รับบริการ หรือเป็นผู้สนับสนุนด้านอื่นๆที่ เกี่ยวข้อง) ๑. นายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจ าจังหวัดปัตตานี ขอรับรองข้อมูลตามเอกสารค าขอเสนอฯ และยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลและน าไปใช้ประโยชน์ต่อไป ลงชื่อ (นายแวดือราแม มะมิงจิ) วันที่ ๑3 กุมภาพันธ์ 2567 ๒. นายอับดุลมูไฮมีน สาและ ประธานมูลนิธิศูนย์ประสานงานตาดีกาจังหวัดชายแดนใต้ ขอรับรองข้อมูลตามเอกสารค าขอเสนอฯ และยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลและน าไปใช้ประโยชน์ต่อไป ลงชื่อ (นายอับดุลมูไฮมีน สาและ) วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567


๑๒ 3. นายมูฮ ามัดซูวรี สาแล นายกสมาคมสถาบันศึกษาปอเนาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอรับรองข้อมูลตามเอกสารค าขอเสนอฯ และยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลและน าไปใช้ประโยชน์ต่อไป ลงชื่อ (นายมูฮ ามัดซูวรี สาแล) วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 ๔. นายมะรูดิง ยามิง ผู้แทนส านักงานศึกษาเอกชนจังหวัดปัตตานี ขอรับรองข้อมูลตามเอกสารค าขอเสนอฯ และยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลและน าไปใช้ประโยชน์ต่อไป ลงชื่อ (นายมะรูดิง ยามิง ) วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 5. ดร.สุไรยา จะปะกียา หัวหน้าสาขาวิชาภาษามลายู มหาวิทยาลัยฟาฎอนี ขอรับรองข้อมูลตามเอกสารค าขอเสนอฯ และยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลและน าไปใช้ประโยชน์ต่อไป ลงชื่อ (ดร.สุไรยา จะปะกียา) วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 6. ดร.อับดลเล๊าะ ขรีดาโอ๊ะ อาจารย์ประจ าหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษามลายูและมลายูศึกษา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาสงขลานครินทร์ปัตตานี ขอรับรองข้อมูลตามเอกสารค าขอเสนอฯ และยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลและน าไปใช้ประโยชน์ต่อไป ลงชื่อ (ดร.อับดลเล๊าะ ขรีดาโอ๊ะ) วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 7. ดร.ยูเนียนสาสมีต้า สาเมาะ อาจารย์ประจ าหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษามลายูและมลายูศึกษา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาสงขลานครินทร์ปัตตานี ขอรับรองข้อมูลตามเอกสารค าขอเสนอฯ และยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลและน าไปใช้ประโยชน์ต่อไป ลงชื่อ (ดร.ยูเนียนสาสมีต้า สาเมาะ) วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567


๑๓ ส่วนที่ ๖ ภำคผนวก ๑. เอกสำรอ้ำงอิง กามารุดดีน อิสายะ. (๒๐๑๐). การใช้ระบบเขียนอักษรยาวีในภาษามลายูปาตานี : ความท้าทายต่อ สังคมมลายูในภาวะวิกฤติทางภาษา. Journal of Humanities and Social Sciences Prince of Songkla University, 6(1), 99–136. Retrieved from https://so03.tci- thaijo.org/index.php/eJHUSO/article/view/85836 นิธิ เอียวศรีวงศ์. ภาษามลายูอักษรยาวี. มติชนสุดสัปดาห์. ๑๓ ก.พ. ๒๕๔๗. แวมายิ ปารามัล และคณะ. (๒๕๕๘). ป้ายชื่อส่วนราชการและป้ายประชาสัมพันธ์ภาษามลายูอักษรยาวี. ปัตตานี: ปัตตานีอินโฟร์เซอร์วิส. สุไรยา จะปะกียา. (๒๐๒๑). Kaedah Ejaan Jawi Fathoni. Kuala Lumpur: Dewan Bahasa dan Pustaka. อับดุลมูไฮมีน สาและ. (ม.ป.ป.). Kaedah Bahasa Melayu Jawi Perkasa. Dewan Bahasa dan Pustaka Thailand. Dewan Bahasa dan Pustaka. (๒๐๐๘). Daftar Kata Bahasa Melayu Rumi-Sebutan-Jawi. Kuala Lumupur: Dewan Bahasa dan Pustaka. Gang Gyong Sook. (๑๙๙๕). Sejarah Gaya Bahasa Melayu. Kuala Lumupur: Dewan Bahasa dan Pustaka. Hamdan Abdul Rahman. (๑๙๙๙). Panaduan Menulis dan Mengeja Jawi. Kuala Lumupur: Dewan Bahasa dan Pustaka. Hamid, Z., Salleh, R., & Aman, R. (Eds.). (2006). Linguistik Melayu: Penerbit Universiti Kebangsaan Malaysia. Samoh, U. (2016). A Study of the Complexity of Language, Script, and Identity in Thailand’s Deep South’ (unpublished Ph.D. Dissertation, Mahidol University). ๒. บุคคลอ้ำงอิง 1. นายสนั่น สนธิเมือง ๒. นายแวดือราแม มะมิงจิ ๓. ดร.สุริยา หมาดทิ้ง ๔. นายอับดุลมูไฮมีน สาและ ๖. นายมูฮ ามัดซูวรี สาแล ๗. ดร.สุไรยา จะปะกียา ๘. ดร.อับดลเล๊าะ ขรีดาโอ๊ะ ๙. ดร.ยูเนียนสาสมีต้า สาเมาะ 10. นายบุณยโชติ บุณยเกียรติ 11. นางสาวชนิดา ธรรมเจริญ 12. นายมะรูดิง ยามิง


๑๔ ๓. รูปภำพ พร้อมค ำอธิบำยใต้ภำพ จ ำนวน ๑๐ ภำพ รหัสภำพ ภำพ ค ำอธิบำย วัน เดือน ปี ที่ ถ่ำยภำพ ผู้ถ่ำยภำพ ป ร ะ ชุ ม เครือข่ายฯ เพื่อท ารายการ ภ าษ า ม ล า ยู อักษรยาวี 01 ป ร ะ ชุ ม เ ค รื อ ข่ า ย ที่ เกี่ยวข้องใน ก ารจัดเก็บ ข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรมประจ าจังหวัด ปัตตานี วันที่ ๙ ม.ค. ๒๕๖๗ ณ ห้อง ประชุม สนง.วธจ. ปัตตานี ช่างภาพ สนง. ป รึ ก ษ า ประธานคณะ ท างานฯ 02 ฝ่ า ย เล ข า ฯ ป รึ ก ษ า ป ระ ธ าน คณ ะท างาน จัดเก็บข้อมูลมรดก ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จังห วัด ปั ต ต านี ภ าษ า มลายูอักษรยาวีดร.สุริยา ห ม าดทิ้ง ศึกษ าธิก าร จังหวัดปัตตานี วั น ที่ ๓ ๐ ม.ค. 2567 ณ ห้ อ ง ศึกษาธิการ จั ง ห วั ด ปัตตานี ช่างภาพ สนง. ป ร ะ ชุ ม คณะท างาน 03 ป ร ะ ชุ ม ค ณ ะ ท าง า น จัดเก็บข้อมูลมรดก ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จังห วัด ปั ต ต านี ภ าษ า มลายูอักษรยาวี โดย ที่ปรึกษาคณะท างาน น า ย ส นั่ น ส น ธิ เมื อง รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปัตตานี ประธานคณะท างาน ด ร .สุ ริ ย า ห ม า ด ทิ้ ง ศึ ก ษ า ธิ ก า ร จั ง ห วั ด ปัตตานี วันที่๕ ก.พ. ๒๕๖๗ ณ ห้อง ประชุมหาด วาสุกรี ศาลากลาง จังหวัด ปัตตานี ช่ าง ภ า พ สนง. ตรวจเอกสาร ภ าษ า ม ล า ยู อักษรยาวี 04 ตรวจเอกสารภาษามลายู อักษรยาวีโดย นายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการ อิสลามป ระจ าจังห วัด ปัตตานี วันที่ 14 ก.พ. ๒๕๖๗ ช่ าง ภ า พ สนง.


๑๕ รหัสภำพ ภำพ ค ำอธิบำย วัน เดือน ปี ที่ ถ่ำยภำพ ผู้ถ่ำยภำพ นายอับดุลมูไฮ มีน สาและ 05 ป ร ะ ธ า น มู ล นิ ธิ ศู น ย์ ป ร ะ ส า น ง า น ต า ดี ก า จังหวัดชายแดนใต้และ ป ร ะ ธ าน ช ม รม ต านี ก า ปัตตานี สอนศาสนามาก ว่า ๒๐ ปี วันที่ ๕ ก.พ. ๒๕๖๗ ช่างภาพ สนง. นายมูฮ ามัดซูวรี สาแล 06 นายกสมาคมสถาบันศึกษา ปอเนาะจังหวัดชายแดน ภาคใต้ มี ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ ส อ น ศาสนาในสถาบันศึกษา ปอเนาะ เป็นเวลา ๒๐ ปี วันที่ ๕ ก.พ. ๒๕๖๗ ช่ า ง ภ า พ สนง. ดร.สุไรยา จะปะกียา 07 หัวหน้าสาขาวิชาภาษ า มลายูมหาวิทยาลัย ฟาฎอนี วันที่ ๕ ก.พ. ๒๕๖๗ ช่ า ง ภ า พ สนง. ดร.อับดลเล๊าะ ขรีดาโอ๊ะ 08 อาจารย์ประจ าหลักสูตร ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษามลายูและ มลายูศึกษา คณะนุษยศาสตร์ มหา วิทยาสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี วันที่ ๕ ก.พ. ๒๕๖๗ ช่ า ง ภ า พ สนง. ด ร.ยูเนี ยน ส า สมีต้า สาเมาะ 09 อาจารย์ประจ าหลักสูตร ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษามลายูและ มลายูศึกษา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี วันที่ ๕ ก.พ. ๒๕๖๗ ช่ า ง ภ า พ สนง.


๑๖ รหัสภำพ ภำพ ค ำอธิบำย วัน เดือน ปี ที่ ถ่ำยภำพ ผู้ถ่ำยภำพ ห นั ง สื อ หลักการเขียน ภ า ษ า ม ล า ยู อักษรยาวี 10 ห นังสื อเล่ ม นี้ มี เนื้ อห า เกี่ยวกับห ลักก ารเขียน ภ าษ าม ล ายู อั กษ รย าวี ฉบับปาตานี เขียนโดย ดร.สุไรยา จะปะกียา จั ด พิ ม พ์ โ ด ย Dewan Bahasa dan Pustaka จัดพิมพ์ปี 2021 วันที่ ๗ ก.พ. ๒๕๖๗ ดร.ยูเนียนสาสมีต้า สาเมาะ ห นั ง สื อ หลักการเขียน ภ า ษ า ม ล า ยู อั ก ษ ร ย า วี ฉบับเปอร์กาซา (PERKASA) 11 หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหา เกี่ยวกับหลักการเขียน ภาษามลายูอักษรยาวี ฉบับเปอร์กาซา (PERKASA) เขียนโดย ดร.อับดุลมูไฮมีน สาและ ประธานมูลนิธิศูนย์ ประสานงานตาดีกา จังหวัดชายแดนใต้ (PERKASA) จัดพิมพ์โดย Dewan Bahasa dan Pustaka Thailand วันที่ ๗ ก.พ. ๒๕๖๗ ดร.ยูเนียน ส้าสมีต้า สาเมาะ หนังสือส ารวจ สถานการณ์การ ใช้ภาษามลายู อักษรยาวี 12 หนังสือเล่มนี้เป็นการ ส ารวจสถานการณ์การใช้ ภาษามลายูอักษรยาวี ที่ปรากฏในป้ายชื่อส่วน ราชการและป้ายประชา สัมพันธ์ในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ เขียนโดย อาจารย์แวมายิ ปารามัล และคณะ จัดพิมพ์โดย ปัตตานีอิน โฟร์เซอร์วิส จัดพิมพ์ปี 2558 วันที่ ๗ ก.พ. ๒๕๖๗ ดร.ยูเนียน ส้าสมีต้า สาเมาะ


๑๗ 4. ข้อมูลภำพถ่ำย ข้อมูลภำพเคลื่อนไหว หรือข้อมูลเสียง (ระบุประเภทของสื่อที่แนบมาพร้อมค าอธิบาย) ข้อมูลภาพถ่าย ได้แก่ ภาษามลายูอักษรยาวี ข้อมูลภาพเคลื่อนไหว ได้แก่ - ข้อมูลเสียง ได้แก่ แผ่นซีดี ภาษามลายู อักษรยาวี 5. ข้อมูลผู้เสนอ ชื่อ-สกุล คณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมประจ าจังหวัดปัตตานี หน่วยงาน ส านักงานวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี ชั้น ๔ อาคาร ๒ ศาลากลางจังหวัดปัตตานี ถนน เดชา ต าบล สะบารัง อ าเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี รหัสไปรษณีย์ 94000 โทรศัพท์073 331740 โทรสาร 073 323197 มือถือ - อีเมล์ [email protected] 6. ข้อมูลผู้ประสำนงำน ชื่อ-สกุล นางสุภชา สมทรง ต าแหน่ง นักวิชาการวัฒนธรรมช านาญการ โทรศัพท์ 073 331740 โทรสาร 073 323197 มือถือ 081 8749518 อีเมล์ [email protected] ***********************


Click to View FlipBook Version