The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานวอลเลย์บอล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by anchaleekamn, 2021-08-27 10:42:59

รายงานวอลเลย์บอล

รายงานวอลเลย์บอล

รายงาน
เร่ืองวอลเลยบ์ อล

โดย
นายนฐั พงษ์ หงส์ทอง
รหสั 116410502061-7 กลุ่มท่ี 6

เสนอ
อาจารย์ ผศ.ชลิต เชาวว์ ไิ ล

รายงานน้ีเป็นส่วนหน่ึงของการศึกษาตามหลกั สูตรปริญญาบริหารธุรกิจ
สาขาการตลาดและตลาด

ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2564
มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรี



คานา

รายงานเรื่อง กีฬาวอลเลยบ์ อล จดั ทาข้ึนโดยคณะผจู้ ดั ทา มุ่งเพอ่ื ใหเ้ ป็นประโยชนต์ ่อผทู้ ี่
สนใจต่อการออกกาลงั กายแบบ เเละผทู้ ี่มีความชื่นชอบในกีฬาวอลเลยบ์ อล ซ่ึงทาใหส้ ุขภาพและ
บุคลิกภาพดีข้ึน ในบทเรียน กีฬาวอลเลยบ์ อลจึงมีการนาเสนอ ทกั ษะการในการเล่นกีฬา
วอลเลยบ์ อล เพื่อใหผ้ ทู้ ่ีมีความสนใจมีทกั ษะในการเล่นวอลเลยบ์ อลท่ีดีข้ึนเเละมีสุขภาพร่างกายเเขง็
เเรง

ผจู้ ดั ทาหวงั วา่ รายงานเล่มน้ีจะเป็นประโยชนแ์ ก่ผอู้ ่าน หรือนกั เรียนที่กาลงั หาขอ้ มูลเร่ืองน้ีอยู่ หากมี
ขอ้ มูลผดิ พลาดประการใด ผจู้ ดั ทาขอนอ้ มรับไวแ้ ละขออภยั มา ณ ท่ีน้ีดว้ ย

ผจู้ ดั ทา
นฐั พงษ์ หงษท์ อง

สารบัญ ข

เร่ือง หนา้

คานา ก
สารบญั ข
ประวตั ิวอลเลยบ์ อลต่างประเทศ 1
ประวตั ิวอลเลยบ์ อลในประเทศไทย 6
ความมุ่งหมายของกีฬาวอลเลยบ์ อล 7
กติกาวอลเลยบ์ อล 8
8
กติกาขอ้ ที่ 1 พ้นื ที่เล่นลูก 10
กติกาขอ้ ที่ 2 ตาข่ายและเสาตึงตาข่าย 12
กติกาขอ้ ที่ 3 ลูกบอล 12
กติกาขอ้ ท่ี 4 ทีม 14
กติกาขอ้ ที่ 5 ผนู้ าของทีม 16
กติกาขอ้ ท่ี 6 การไดค้ ะแนน การชนะในแต่ละเซต และการชนะแต่ละนดั 17
กติกาขอ้ ที่ 7 การเล่นลูกบอล 19
กติกาขอ้ ที่ 8 การเสิร์ฟ 20
กติกาขอ้ ที่ 9 การหยดุ การแข่งขนั ตามกติกา 22
กติกาขอ้ ที่ 10 การผดิ มารยาทและการลงโทษ

ประโยชนข์ องกีฬาวอลเลยบ์ อล ค
มารยาทในการเป็นผเู้ ล่นที่ดี
มารยาทในการเป็นผชู้ มที่ดี 25
แหล่งอา้ งอิง 27
27
29

1

ประวตั วิ อลเลย์บอลต่างประเทศ

กีฬาวอลเลยบ์ อล (Volleyball) ไดเ้ ริ่มข้ึนในปี พ.ศ. 2438 โดย William G. Morgan ผอู้ านวยการดา้ นพล
ศึกษาแห่งสมาคม Y.M.C.A. ( Young Mans Christian Association) เมืองโฮลโ์ ยค ( Holyoke) มลรัฐ
แมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซ่ึงไดเ้ กิดข้ึนเพียง 1 ปี ก่อนการแขง่ ขนั กีฬาโอลิมปิ กสมยั ใหม่ คร้ังท่ี 1 ณ
กรุงเอเธนส์ โดยเขา ไดพ้ ยายามคิดและดดั แปลงกิจกรรมต่างๆ เพื่อใหใ้ ชเ้ ป็นกิจกรรมนนั ทนาการหรือผอ่ นคลาย
ความตึงเครียดใหเ้ หมาะสมกบั ฤดู กาล และเขากเ็ กิดความคิดข้ึนในขณะที่ไดด้ ูเกมเทนนิส เพราะกีฬาเทนนิสเป็ น
กีฬาท่ีตอ้ งใชอ้ ุปกรณ์ เช่น แร็กเกต ลูกบอล ตาข่าย และอุปกรณ์อ่ืนๆ อีกมาก จึงไดม้ ีแนวคิดที่จะใชต้ าขา่ ยสูง 6
ฟุต 6 นิ้ว จากพ้นื ซุงเป็ นระดบั สูงกวา่ ความสูงเฉล่ียของผชู้ าย และไดใ้ ชย้ างในของลูกบาสเกตบอลมาทาเป็นลูก
บอล แต่ปรากฏวา่ ยางในลูกบาสเกตบอลเบาและชา้ เกินไป จึงไดใ้ ชย้ างนอกของลูกบาสเกตบอล ซ่ึงกป็ รากฏวา่
ใหญแ่ ละหนาเกินไปไม่เหมาะสม ดงั น้นั ในปี พ.ศ. 2449 Morgan ไดต้ ิดต่อบริษทั A.G.Spalding and Brother
ใหท้ าลูกบอลตวั อยา่ งข้ึน 1 ลูก โดยมีขนาดเส้นรอบวง 25-27 นิ้ว น้าหนกั 9-12 ออนซ์ เพือ่ นามาใชแ้ ทนลูก
บาสเกตบอล

ในตน้ ปี พ.ศ. 2439 ไดม้ ีการประชุมสัมมนาผนู้ าทางพลศึกษาที่วทิ ยาลยั สปริงฟิ ลด์ ในคร้ังน้นั Dr. Luther
Gulick ผอู้ านวยการโรงเรียนฝึกพลศึกษาอาชีพและกรรมการบริหารดา้ นพลศึกษาของสมาคม Y.M.C.A. ไดเ้ ชิญ
ใหน้ าย William G. Morgan นาเกมน้ีเขา้ ร่วมในการจดั นิทรรศการที่ New College Gymnasium โดยใชผ้ เู้ ล่นฝ่ าย
ละ 5 คน

นาย Morgan ไดอ้ ธิบายวา่ เกมใหมช่ นิดน้ีเรียกวา่ มินโตเนต (Mintonette) เป็นเกมที่ใชเ้ ล่นลูกบอลในโรง
ยมิ เนเชียม แต่อาจจะใชเ้ ล่นในสนามกลางแจง้ ก็ได้ ซ่ึงผสู้ ามารถเล่นลูกบอลโดยไม่มีส่ิงกีดขวางเหนือความสูง
ของตาข่ายจากดา้ น หน่ึงไปอีกดา้ นหน่ึง การเล่นเป็ นการผสมผสานกนั ระหวา่ งเกม 2 ประเภทคือ เทนนิส และ
แฮนดบ์ อล

ศาสตราจารย์ Alfred T. Halstead ผอู้ านวยการพลศึกษาแห่งวทิ ยาลยั สปริงฟิ ลด์ ซ่ึงไดช้ มการสาธิตไดใ้ ห้
ขอ้ คิดเห็น และลงความเห็นวา่ เน่ืองจากเกมการเล่นส่วนใหญล่ ูกบอลจะตอ้ งลอยอยตู่ ลอดเวลา เมื่อตกลงพ้นื ก็
ถือวา่ ผดิ กฎเกณฑก์ ารเล่น จึงใชช้ ื่อเกมการเล่นน้ีวา่ วอลเลยบ์ อล ซ่ึงในที่ประชุมรวมท้งั นาย Morgan ต่างก็
ยอมรับชื่อน้ีโดยทวั่ กนั

2

ในปี พ.ศ. 2495 คณะกรรมการบริหารสมาคมวอลเลยบ์ อลแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ไดเ้ สนอใหใ้ ชช้ ่ือเป็ น
คาเดียวคือ Volleyball และนาย Morgan ไดแ้ นะนาวธิ ีการเล่นใหแ้ ก่ Dr.Frank Wook ซ่ึงเป็นนกั ฟิ สิกส์ และ John
Lynoh หวั หนา้ หน่วยดบั เพลิง โดยไดร้ ่วมกนั ร่างกฎเกณฑใ์ นการเล่นข้ึน 10 ขอ้ ดงั น้ี
1.เกม (Game) เกมหน่ึงประกอบดว้ ย 9 อินน่ิง (Innings) เมื่อครบ 9 อินน่ิง ฝ่ ายใดไดค้ ะแนนมากวา่ เป็นฝ่ ายชนะ
2. อินนิ่ง หมายถึง ผเู้ ล่นของแต่ละชุดไดเ้ สิร์ฟทุกคน
3. สนามเป็นรูปสี่เหล่ียมผนื ผา้ กวา้ ง 25 ฟุต ยาว 50 ฟุต
4. ตาขา่ ยกวา้ ง 2 ฟุต ยาว 27 ฟุต สูงจากพ้ืน 6 ฟุต 6 นิ้ว
5. ลูกบอลมียางในหุม้ ดว้ ยหนงั หรือผา้ ใบ วดั โดยรอบไม่นอ้ ยกวา่ 25 นิ้วและไมเ่ กิน 27 นิ้ว มีน้าหนกั ไมน่ อ้ ยกวา่
9 ปอนด์ และไม่เกิน 12 ปอนด์

6. ผเู้ สิร์ฟและการเสิร์ฟ ผเู้ สิร์ฟจะตอ้ งยนื ดว้ ยเทา้ หน่ึงบนเส้นหลงั และตีลูกบอลดว้ ยมือขา้ งเดียว อนุญาตใหท้ า
การเสิร์ฟได้ 2 คร้ัง เพื่อท่ีจะส่งลูกบอลไปยงั แดนคู่ตอ่ สู้เช่นเดียวกบั เทนนิส การเสิร์ฟจะตอ้ งตีลูกบอลไดอ้ ยา่ ง
นอ้ ย 10 ฟุต และหา้ มเล้ียงลูกบอล อนุญาตใหถ้ ูกตาข่ายได้ แต่ถา้ ลูกบอลถูกผเู้ ล่นคนอื่นๆ ก่อนถูกตาข่ายและถา้
ลูกขา้ มตาขา่ ยไปยงั แดนคูต่ อ่ สู้ถือวา่ ดี แต่ถา้ ลูกออกนอกสนาม จะหมดสิทธ์การเสิร์ฟ คร้ังที่ 2
7. การนบั คะแนนลูกเสิร์ฟที่ดีฝ่ ายรับจะไมส่ ามารถโตล้ ูกกลบั มาไดใ้ หน้ บั 1 คะแนนสาหรับฝ่ ายเสิร์ฟ ฝ่ ายท่ีจะ
สามารถทาคะแนนไดค้ ือฝ่ ายเสิร์ฟเทา่ น้นั ถา้ ฝ่ ายเสิร์ฟทาลูกบอลเสียในแดนของตนเอง ผเู้ สิร์ฟจะหมดสิทธ์ิใน
การเสิร์ฟ
8. ลูกบอลถูกตาข่าย (ลูกเสิร์ฟ) ถา้ เป็นการทาเสียคร้ังท่ี 1 ใหข้ านเป็นลูกตาย
9. ลูกบอลถูกเส้น ใหถ้ ือเป็นลูกออก
10. การเล่นและผเู้ ล่น การถูกตาข่ายโดยผเู้ ล่นทาลูกบอลติดตาข่าย หรือ ลูกบอลถูกสิ่งกีดขวาง และกระดอนเขา้ สู่
สนามถือเป็ นลูกดี

ผอู้ านวยการพลศึกษาต่างๆ ของ Y.M.C.A. พยายามส่งเสริมและใหก้ ารสนบั สนุนกีฬาชนิดน้ีโดยนาเขา้ ไป
ฝึกในโรงเรียน ซ่ึงครูฝึกพลศึกษาของมหาวทิ ยาลยั สปริงฟิ ลด์ ในมลรัฐแมสซาชูเซตส์ กบั มหาวทิ ยาลยั George

3

William มลรัฐอิลลินอยส์ ไดเ้ ผยแพร่กีฬาชนิดน้ีไปทว่ั สหรัฐอเมริกาและแคนาดา โดยมีการทาเป็นแบบแผน
เพื่อจะไดน้ าไปเผยแพร่ต่อไปดงั น้ี

1. นาย Elwood s. Brown ไดน้ ากีฬาวอลเลยบ์ อลไปสู่ประเทศฟิ ลิปปิ นส์

2. นาย J. Haward Crocher นาไปเผยแพร่ที่ประเทศจีน

3. นาย Franklin H. Brown นาไปเผยแพร่ที่ประเทศญ่ีป่ ุน

4. Dr. J.H. Cary นาไปเผยแพร่ท่ีประเทศพมา่ และอินเดีย

ปี พ.ศ. 2453 นาย Elwood S. Brown เดินทางไปฟิ ลิปปิ นส์ ไดช้ ่วยจดั ต้งั สมาคม และริเริ่มการแข่งขนั คร้ัง
แรกที่กรุงมะนิลา ในปี พ.ศ. 2456 โดยเรียกการแข่งขนั คร้ังน้ีวา่ Far Eastern Games

ในระหวา่ งสงครามโลกคร้ังท่ี 1 Dr.Grorge J. Fischer เลขาธิการปฏิบตั ิการสงคราม ไดน้ าเอากีฬาวอลเลยบ์ อล
เขา้ ไวเ้ ป็นกิจกรรมส่วนหน่ึงในการฝึกทหารในค่าย ท้งั ในและนอกประเทศ และไดพ้ ิมพก์ ฎกติกากีฬา
วอลเลยบ์ อลเพ่ือแจกจ่ายไปยงั หน่วยตา่ งๆ ของทหาร ท้งั กองทพั บกและกองทพั เรือ เพ่ือใหท้ หารไดใ้ ชเ้ วลาวา่ ง
กบั กีฬาโดยอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ลูกวอลเลยบ์ อล และตาข่ายจานวนหลายหม่ืนชิ้นไดถ้ ูกส่งไปยงั ค่ายทหารท่ีประ
อยตู่ ามหน่วยต่างๆ ท้งั ในประเทศและกอง ทพั พนั ธมิตร นบั วา่ Dr.Grorge J. Fisher เป็นผชู้ ่วยเหลือกีฬา
วอลเลยบ์ อลเป็นอยา่ งมากจน ไดช้ ื่อวา่ บิดาแห่งกีฬาวอลเลยบ์ อล

ปี พ.ศ. 2465 ไดม้ ีการปรับปรุงกฎกติกาของวอลเลยบ์ อลใหม่ โดยสมาคม Y.M.C.A. และสมาคมลูกเสือแห่ง
อเมริกนั N.O.A.A. ไดจ้ ดั การแข่งขนั กีฬาวอลเลยบ์ อลข้ึนมีรัฐตา่ งๆ ส่งเขา้ แขง่ ขนั 11 รัฐ มีทีมเขา้ แขง็ ขนั ท้งั สิ้น
23 ทีม รวมท้งั ทีมจากแคนาดา

ปี พ.ศ. 2467 กองทพั บกและกองเรือของสหรัฐอเมริกา ไดส้ ่งเสริมกีฬาวอลเลยบ์ อลอยา่ งจริงจงั จนกระทง่ั
ไดแ้ พร่เขา้ ไปยงั กลุ่มโรงเรียน และสมาคมต่างๆ ซ่ึงเรียกกนั วา่ สมาคมกีฬาและสนั ทนาการแห่งสหรัฐอเมริกา ซ่ึง
ภายหลงั ไดเ้ ปล่ียนเป็นสันทนาการแห่งชาติ ไดน้ าเอากีฬาวอลเลยบ์ อลบรรจุไวใ้ นกิจกรรมของสมาคม

วนั ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2471 ไดมีการต้งั สมาคมวอลเลยบ์ อลแห่งสหรัฐอเมริกาข้ึน เรียกวา่ The Untied States
Volleyball Association มีชื่อยอ่ USVBA ที่ Dr. George J. Fischer เป็นประธาน และ Dr. John Brown เป็น
เลขาธิการ ไดต้ ้งั ความมุง่ หมายในการบริหารกีฬาวอลเลยบ์ อลออกเป็นขอ้ ๆ ดงั ตอ่ ไปน้ี

4

1. จดั การประชุมประจาปี เพ่ือจดทะเบียนมาตรฐานของกีฬาวอลเลยบ์ อลใหด้ ีข้ึน
2. วางแผนงานพฒั นากีฬา และการจดั การแข่งขนั
3. จดั การแข่งขนั ชิงชนะเลิศแห่งชาติ
4. พฒั นากติกาในการเล่นให้ดีข้ึน
5. จดั หาสมาชิกใหเ้ พ่มิ ข้ึน

ปี พ.ศ. 2479 ไดม้ ีการจดั การแข่งขนั ประจาปี ท่ีนครนิวยอร์ก จากการแขง่ ขนั น้ีทาใหม้ ีความเขา้ ใจเก่ียวกบั
การแข่งขนั วอลเลยบ์ อลดีข้ึน โดยมีสมาชิกเขา้ ร่วมจานวนมาก

ปี พ.ศ. 2483 สมาคม USVBA ไดร้ ับสมาชิกเพม่ิ 2 ทีม คือ มหาวทิ ยาลยั เทเบิล และมหาวทิ ยาลยั
เพนซิลวาเนีย และไดม้ ีการแข่งขนั ประเภทประชาชนทว่ั ไปที่รัฐฟิ ลาเดลเฟี ย

ปี พ.ศ. 2485 มีการแบง่ เขตออกเป็น 12 เขต สมาชิกต่างๆ ไดข้ อร้องใหส้ มาคม Y.M.C.A. หยดุ รับสมาชิก
เพราะมีสมาชิกมากเกินไป ทาใหบ้ ริการไดไ้ ม่ทวั่ ถึง เอกอคั รราชทูตของรัสเซีย ในกรุงวอชิงตนั ไดส้ ่งเอกสาร
เก่ียวกบั กฎกติกาของวอลเลยบ์ อล ซ่ึงไดจ้ ดั พมิ พเ์ ป็นรูปเล่ม โดยมีนาย Herry E. Willson และ Dr. David T.
Gaodon เป็นผจู้ ดั พิมพข์ ้ึน

วนั ที่ 12 ธนั วาคม พ.ศ. 2485 นาย William G. Morgan ผรู้ ิเริ่มกีฬาวอลเลยบ์ อลไดถ้ ึงแก่กรรม

ปี พ.ศ. 2486 สมาคมสตรีของ AAHPER (America Association of Health,Physical Education and
Recreation) โดยมี Dr. John Brown เป็นเลขาธิการและเหรัญญิกของสมาคม ไดน้ าเอากีฬาวอลเลยบ์ อลบรรจุเขา้
ไวใ้ นกิจกรรมของสมาคมสตรี และดาเนินการแขง่ ขนั ภายในกลุ่ม

ระหวา่ งวนั ที่ 1-7 พฤษภาคม พ.ศ. 2487 ไดจ้ ดั ใหม้ ีการแข่งขนั กีฬาวอลเลยบ์ อลนานาชาติข้ึน โดยมีทีมท่ีสนใจ
เขา้ ร่วมการแขง่ ขนั จานวนมาก

ปี พ.ศ. 2489 ไดเ้ ร่ิมมีการสอนกีฬาวอลเลยบ์ อล โดยใชอ้ ุปกรณ์การสอน เช่น ภาพยนตร์เกี่ยวกบั การเล่นและการ
แขง่ ขนั ซ่ึงเป็นฟิ ลม์ 16 มิลลิเมตร จานวน 2 มว้ น ในการทาภาพยนตร์คร้ังน้ีคิดเป็นเงินประมาณ 7,800 ดอลลาร์ฯ

5

หลงั สงครามโลกคร้ังท่ี 2 กไ็ ดม้ ีการประชุมเกี่ยวกบั การแข่งขนั ระหวา่ งชาติ โดยเริ่มที่ชิคาโก ซ่ึง Andrew
Stewert เลขาธิการโอลิมปิ กแห่ง สหรัฐอเมริกา เพ่อื นากีฬาวอลเลยบ์ อลจดั แข่งขนั ในกีฬาโอลิมปิ กต่อไป

ปี พ.ศ. 2490 ไดม้ ีกฎกติกาจดั พมิ พใ์ หม่ โดยสมาคม USVBA ซ่ึงทางสมาคมไดส้ ่งนาย FB. De Groot และ
นาย Royal L. Thomas เป็นตวั แทนเขา้ ร่วมประชุมที่กรุงปารีส โดยร่วมจดั การแข่งขนั ระหวา่ งชาติข้ึน ซ่ึงเป็นผล
ใหเ้ กิดสหพนั ธ์กีฬาวอลเลยบ์ อลนานาชาติข้ึนในตน้ ปี น้ีเอง

ปี พ.ศ. 2491 มีการประชุมสมาคม USVBA ท่ี South Bend Indiana และปรับปรุงสมาคม USVBA มีการ
เลือกต้งั คณะกรรมการใหมข่ ้ึน โดยสมาคมไดส้ ่งทีมวอลเลยบ์ อลชายไปตระเวนแขง่ ขนั ในยโุ รป

ปี พ.ศ. 2492 หนงั สือ Time Game เขียนโดยสมาคม USVBA รายงานการแข่งขนั วอลเลยบ์ อลที่ลอสแอนเจ
ลีส ซ่ึงเป็นการแข่งขนั ระหวา่ งประเทศ ผทู้ ี่ชนะเลิศไดแ้ ก่ รัสเซีย ที่ 2 ไดแ้ ก่ เชโกสโลวาเกีย และในปี น้ีเอง
ประเทศผร่ังเศสไดส้ มคั รเขา้ เป็นสมาชิกของสมาคม USVBA ดว้ ย

ปี พ.ศ. 2493 Dr. Fisheer ขา้ ราชการบานาญท่ีมาร์แชลแอลเวลเตอร์ ไดน้ ดั ประชุมผูน้ าทางกีฬาวอลเลยบ์ อล
โดยแต่ละประเทศไดเ้ ขียนรายงานการประชุมเป็ นภาษาสวสิ และมีการสาธิตการเล่นกลางแจง้ และในปี น้ี
ประเทศองั กฤษไดน้ าเอากีฬาวอลเลยบ์ อลไวใ้ นกิจกรรมของสมาคม Y.M.C.A. ขององั กฤษดว้ ย

ปี พ.ศ. 2494 นาย Robert J. Lavelca ไดท้ าสไลดเ์ กี่ยวกบั ทกั ษะเบ้ืองตน้ ในการเล่นกีฬาวอลเลยบ์ อลข้ึน

ปี พ.ศ. 2495 ไดม้ ีการจดั แขง่ ขนั วอลเลยบ์ อลหญิงข้ึนคร้ังแรก โดยมีนาย Migaki Nishikawa ประธาน
สมาคมวอลเลยบ์ อลแห่งประเทศญ่ีป่ ุน โดยจดั ใหม้ ีการแข่งขนั ระหวา่ งประเทศในแถบตะวนั ออกไกล และกีฬา
วอลเลยบ์ อลน้ีไดถ้ ูกจดั เขา้ แข่งขนั ในโอลิมปิ กคร้ังแรกท่ีเมือง เฮลซิงกิ และมีการแขง่ ขนั วอลเลยบ์ อลชิงแชมป์
โลกคร้ังแรกท่ีเมืองสโคร์ จากน้นั สมาคมวอลเลยบ์ อลแห่งญี่ป่ ุนกม็ ีการส่งเสริมกีฬาชนิดน้ีมาก โดยส่งทีม
วอลเลยบ์ อลของมหาวทิ ยาลยั Lashita ซ่ึงชนะเลิศการแข่งขนั ของประเทศญ่ีป่ ุนไปแขง่ ท่ีสหรัฐอเมริกา

6

ประวตั วิ อลเลย์บอลในประเทศไทย

วอลเลยบ์ อลไดแ้ พร่หลายเขา้ มาในไทย ต้งั แต่เม่ือใดไม่มีหลกั ฐานยนื ยนั แน่ชดั เพียงแตท่ ราบกนั วา่ ใน
ระยะแรกๆ เป็นที่นิยมเล่นกนั ในหมู่ชาวจีนและชาวญวนมาก จนกระทง่ั มีการแขง่ ขนั ระหวา่ งคณะ ชุมชน
สโมสร และสมาคมข้ึน บางคร้ังติดตอ่ แขง่ ขนั กนั ไปในภาคเหนือ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ และมีการแข่งขนั ชิง
ถว้ ยทองคาทางภาคใต้

ปี พ.ศ. 2477 กรมพลศึกษาไดจ้ ดั พิมพก์ ติกาวอลเลยบ์ อลข้ึน โดยอาจารยน์ พคุณ พงษส์ ุวรรณ เป็ นผแู้ ปล และ
ทา่ นเป็นผเู้ ชี่ยวชาญในกีฬาวอลเลยบ์ อลเป็นอยา่ งยง่ิ จึงไดร้ ับเชิญเป็นผบู้ รรยายเกี่ยวกบั เทคนิควธิ ีการเล่น
ตลอดจนกติกาการแข่งขนั วอลเลยบ์ อล แก่บรรดาครูพลศึกษาทว่ั ประเทศในโอกาสท่ีกระทรวงศึกษาไดเ้ ปิ ด
อบรมข้ึนใน ปี น้ีเองกรมพลศึกษาไดจ้ ดั ใหม้ ีการแขง่ ขนั กีฬาประจาปี ข้ึน และบรรจุกีฬาวอลเลยบ์ อลหญิงเขา้ ไว้
ในรายการแขง่ ขนั เป็นคร้ังแรก พร้อมท้งั ในหลกั สูตรของโรงเรียนพลศึกษากลางไดก้ าหนดวชิ าบงั คบั ใหน้ กั เรียน
หญิงเรียนวชิ าวอลเลยบ์ อลและเนตบอล สมยั น้นั มี น.อ.หลวงสุภชลาศยั ร.น. ดารงตาแหน่งอธิบดีกรมพลศึกษา
จนกระทง่ั ปี พ.ศ. 2500 ไดม้ ีการจดั ต้งั “สมาคมวอลเลยบ์ อลสมคั รเล่นแห่งประเทศไทย” (Amature Volleyball
Association of Thailand) โดยมีวตั ถุประสงคเ์ พ่ือสนบั สนุนและเผยแพร่กีฬาวอลเลยบ์ อลใหเ้ จริญรุดหนา้ และ
ดาเนินการจดั การแข่งขนั วอลเลยบ์ อลในระบบ 6 คน มีหน่วยราชการอ่ืนๆ จดั การแขง่ ขนั ประจาปี เช่น กรมพล
ศึกษา กรมการคณะกรรมการกีฬามหาวทิ ยาลยั เทศบาลนครกรุงเทพฯ สภากีฬาทหาร ตลอดจนการแข่งขนั กีฬา
เขตแห่งประเทศไทย ไดม้ ีการจดั แขง่ ขนั ท้งั ประเภททีมชายและทีมหญิงประจาปี ทุกปี

7

ความมุ่งหมายของกฬี าวอลเลย์บอล

1.เพ่ือใหม้ ีความรู้เก่ียวกบั ประวตั ิความเป็นมาของกีฬาวอลเลยบ์ อล
2. เพ่อื ใหม้ ีความสามารถในการเล่นทกั ษะเบ้ืองตน้ ต่างๆ ของกีฬาวอลเลยบ์ อลอยา่ งถูกตอ้ ง
3. เพอื่ ใหม้ ีความสามารถในการเล่นทีมไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและฉลาด
4. เพื่อใหม้ ีความรู้ความเขา้ ใจในกติกาเก่ียวกบั การเล่นกีฬาวอลเลยบ์ อล
5. เพื่อส่งเสริมในการพฒั นาร่างกาย จิตใจ สังคม และอารมณ์
6. เพื่อส่งเสริมใหม้ ีนิสัยรู้จกั การช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั
7. ส่งเสริมใหเ้ ป็นคนมีน้าใจนกั กีฬา
8. เพอื่ ก่อใหเ้ กิดความสนุกสนาน และเพลิดเพลินในการเล่นกีฬาวอลเลยบ์ อล
9. เพื่อปลูกฝังนิสยั ใหร้ ู้จกั การใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็ นประโยชนโ์ ดยการเล่นกีฬาวอลเลยบ์ อล

8

กตกิ าวอลเลย์บอล

กติกาข้อท่ี 1 พืน้ ทเี่ ล่นลูก (Playing Area)

พ้ืนที่เล่นลูก รวมถึงสนามแขง่ ขนั และเขตรอบสนาม พ้นื ท่ีเลนลูกตอ้ งเป็ นรูปสามเหล่ียมผนื ผา้ และ
เหมือนกนั ทุกส่วน

ขนาดของสนาม (Dimension)

สนามแข่งขนั เป็นรูปส่ีเหลี่ยมผนื ผา้ ขนาด 18 x 9 เมตร ลอ้ มรอบดว้ ยเขตรอบสนาม กวา้ งอยา่ งนอ้ ยท่ีสุด 3
เมตร

ทุกดา้ นที่วา่ งสาหรับเล่นลูก คือ ท่ีวา่ งเหนือพ้ืนที่เล่นลูก ซ่ึงไม่มี ส่ิงใดกีดขวาง สูงข้ึนไปอยา่ งนอ้ ยท่ีสุด 7
เมตร จากพ้ืนสนาม สาหรับการแขง่ ขนั ระดบั โลกของสหพนั ธ์วอลเลยบ์ อลนานาชาติ (FIVB) และการแขง่ ขนั
อยา่ งเป็นทางการ เขตรอบสนามตอ้ งกวา้ งอยา่ งนอ้ ยที่สุด 5 เมตร จากเส้นขา้ ง 8 เมตร จากเส้นหลงั และที่วา่ ง
สาหรับเล่นลูกตอ้ งสูงจากพ้ืนสนามข้ึนไปอยา่ งนอ้ ยท่ีสุด 12.50 เมตร

พืน้ ผวิ สนาม (PLAYING SURFACE)

พ้ืนผวิ สนามตอ้ งเรียบ เป็ นพ้ืนราบและเหมือนกนั ตลอดท้งั สนาม ตอ้ งไม่เป็นอนั ตรายจนเป็นเหตุใหผ้ ูเ้ ล่น
บาดเจบ็ และไม่อนุญาตใหแ้ ขง่ ขนั บนพ้ืนสนามท่ีขรุขระหรือล่ืน สาหรับการแขง่ ขนั ระดบั โลกของสหพนั ธ์
วอลเลยบ์ อลนานาชาติ และการแขง่ ขนั อยา่ งเป็นทางการอนุญาตใหใ้ ชไ้ ดเ้ ฉพาะพ้ืนผวิ สนามท่ีเป็นไมห้ รือพ้นื ผิว
สงั เคราะห์เทา่ น้นั พ้ืนผวิ สนามอื่นใด ตอ้ งไดร้ ับการรับรองจากสหพนั ธ์วอลเลยบ์ อลก่อนท้งั สิ้น

สนามแขง่ ขนั ในร่ม พ้ืนผิวสนามตอ้ งเป็นสีสวา่ งสาหรับการแข่งขนั ระดบั โลกของสหพนั ธ์วอลเลยบ์ อล
นานาชาติและการแข่งขนั อยา่ งเป็นทางการ เส้นสนามตอ้ งเป็นสีขาวส่วนพ้นื สนามแข่งขนั และบริเวณเขตรอบ
สนามตอ้ งเป็ นสีแตกตา่ งกนั ออกไป

สนามแขง่ ขนั กลางแจง้ อนุญาตใหพ้ ้ืนผวิ สนามลาดเอียงได้ 1 มิลลิเมตร ต่อ 1 เมตร เพอ่ื การระบายน้า หา้ มใช้
ของแขง็ ทาเส้นสนาม

9

เส้นบนพืน้ สนาม (LINES ON THE COURT)
เส้นทุกเส้นกวา้ ง 5 เซนติเมตร เป็ นสีสวา่ งแตกตา่ งจากสีของพ้ืนผวิ สนามและเส้นอ่ืน ๆ
เส้นเขตสนาม เส้นขา้ ง 2 เส้น และเส้นหลงั 2 เส้น เป็ นเส้นกาหนดเขตสนามแข่งขนั เส้นท้งั หมดน้ีตอ้ งอยู่

ภายในเขตของสนามแขง่ ขนั
เส้นแบง่ แดน ก่ึงกลางเส้นแบง่ แดน จะแบง่ สนามแข่งขนั ออกเป็น 2 ส่วนเท่า ๆ กนั ขนาด 9 x 9 เมตร เส้นน้ี

ลากจากเส้นขา้ งดา้ นหน่ึงไปยงั เส้นขา้ งอีกดานหน่ึงใตต้ าข่าย
เส้นรุก แตล่ ะแดนของสนามจะมีเส้นรุกซ่ึงริมสุดดา้ นนอกของเส้นจะขีดห่างจากจุดก่ึงกลางของเส้นแบง่

แดน 3 เมตร เป็นเคร่ืองหมายของเขตรุก สาหรับการแขง่ ขนั ระดบั โลกของสหพนั ธ์วอลเลยบ์ อลนานาชาติและ
การแข่งขนั อยา่ งเป็นทางการ เส้นรุกจะถูกขีดต่อออกไปจากเส้นขา้ งท้งั 2 เส้น เป็นเส้นประ กวา้ ง 5 เซนติเมตร
ยาวเส้นละ 15 เซนติเมตร 5 เส้น และเวน้ ช่องวา่ งระหวา่ งเส้นไวช้ ่องละ 20 เซนติเมตร รวมยาวขา้ งละ 1.75 เมตร

เขตและพืน้ ทตี่ ่าง ๆ (Zone And Areas)
เขตรุก เขตรุกของแตล่ ะแดนจะถูกกาหนดจาก่ึงกลางของเส้นแบ่งเขตแดน ไปจนถึงริมสุดดา้ นนอกของเส้น

รุกเขตรุก ถือเสมือนวา่ มีความยาวจากเส้นท้งั สองไปจนถึงริมสุดของเขตรอบสนาม
เขตเสิร์ฟ เขตเสิร์ฟมีพ้นื ที่กวา้ ง 9 เมตร อยเู่ ลยเส้นหลงั แต่ละเส้นออกไป

เส้นขนานส้ัน ๆ 2 เส้น ยาวเส้นละ 15 เซนติเมตร เป็ นเส้นกาหนดเขตเสิร์ฟ เส้นท้งั สองน้ีจะตีห่างจากเส้นหลงั 20
เซนติเมตร เหมือนกบั แนวต่อจากเส้นขา้ ง และรวมอยใู่ นความกวา้ งของเขตเสิร์ฟดว้ ยในแนวลึก เขตเสิร์ฟจะยาว
ออกไปจนถึงปลายสุดของเขตรอบสนาม

เขตเปล่ียนตวั คือ เขตที่อยภู่ ายในแนวของเส้นรุกท้งั สองเส้นไปจนถึงโตะ๊ ผบู้ นั ทึกการแข่งขนั
พ้ืนท่ีอบอุ่นร่างกาย สาหรับการแขง่ ขนั ระดบั โลกของสหพนั ธ์วอลเลยบ์ อลนานาชาติและการแข่งขนั อยา่ ง
เป็นทางการ พ้นื ท่ีอบอุ่นร่างกายขนาด 3 x 3 เมตร จะอยทู่ ่ีนอกเขตรอบสนามตรงมุมสนามดา้ นเดียวกบั มา้ นงั่
ของผเู้ ล่นสารอง

10

พ้ืนท่ีทาโทษ พ้นื ที่ทาโทษขนาดประมาณ 1 x 1 เมตร มีเกา้ อ้ีต้งั ไว้ 2 ตวั อยใู่ นพ้ืนที่ควบคุมการแข่งขนั
(CONTROL AREA) แต่อยเู่ ลยแนวของเส้นหลงั และมีเส้นแดงกวา้ ง 5 เซนติเมตร กาหนดพ้นื ท่ี

อณุ หภูมิ (TEMPERATURE)
อุณหภูมิต่าสุดตอ้ งไม่ต่ากวา่ 10 องศาเซลเซียส การแขง่ ขนั ระดบั โลกของสหพนั ธ์วอลเลยบ์ อลนานาชาติและ
การแขง่ ขนั อยา่ งเป็นทางการ แสงสวา่ งบนพ้ืนที่เล่นลูกตอ้ งมีความสวา่ ง 1,000 – 1,500 ลกั ซ์ โดยวดั ที่ระดบั
ความสูงจากพ้ืนสนาม 1 เมตร

กติกาข้อท่ี 2 ตาข่ายและเสาขงึ ตาข่าย (NET AND POSTS)

ความสูงของตาข่าย (HEIGHT OF THE NET)
ตาขา่ ย ขึงเป็นแนวต้งั เหนือเส้นเบ่งแดน สาหรับทีมชาย ขอบบนสุดตอ้ งสูงจากพ้ืนที่ 2.43 เมตร ทีมหญิง 2.24

เมตร
ความสูงของตาขา่ ย วดั ท่ีก่ึงกลางของสนามความสูงของตาข่าย (เหนือเส้นท้งั สอง) ตอ้ งสูงเท่ากนั แตจ่ ะสูง

เกินกวา่ ความสูงที่กาหนด 2 เซนติเมตรไมไ่ ด้

โครงสร้าง (STRUCTURE)
ตาขา่ ยมีความกวา้ ง 1 เมตร และยาว 9.50 ถึง 10.00 เมตร (โดยมีความยาวเหลืออยู่ 25 ถึง 50 เซนติเมตร จาก

แถบขา้ งแต่ละดา้ น) ทาดว้ ยวสั ดุสีดา เป็นตาส่ีเหลี่ยมจตุรัสขนาด 10 เซนติเมตร ที่ขอบบนของตาขา่ ยมีแถบ
ขนานกบั พ้นื พบั 2 ช้นั สีขาว กวา้ ง 7 เซนติเมตร เยบ็ ติดตลอดความยาวของตาขา่ ย ท่ีปลายสุดแต่ละขา้ งเจาะรูไว้
ขา้ งละ 1 รู เพื่อร้อยเชือกผกู กบั เสาขึง ตาขา่ ยดึงใหแ้ ถบบนสุดของตาข่ายตึง ภายในแถบมีสายที่ยดื หยนุ่ ได้
สาหรับผกู กบั เสา เพอ่ื ทาใหส้ ่วนบนสุดของตาขา่ ยตึง ที่ตาข่ายดา้ นล่างมีแถบขนานกบั พ้นื กวา้ ง 5 เซนติเมตร
ภายในแถบมีสายท่ียดื หยนุ่ ไดส้ าหรับผกู กบั เสาเพ่ือใหส้ ่วนล่างของตาขา่ ยตึง

11

แถบข้าง (SIDE BANDS)
แถบสีขาว 2 เส้น ผกู ในแนวต้งั กบั ตาข่ายเหนือท้งั 2 เส้น แถบขา้ งกวา้ ง 5 เซนติเมตร ยาว 1 เมตร และถือวา่

เป็นส่วนหน่ึงของตาขา่ ย

เสาอากาศ (ANTENNAE)
เสาอากาศเป็นแทง่ กลมยดื หยนุ่ ได้ ยาว 1.80 เมตร เส้นผา่ ศูนยก์ ลาง 10 มิลลิเมตร ทาดว้ ยใยแกว้ หรือวสั ดุท่ี

คลา้ ยคลึงกนั เสาอากาศแตล่ ะตน้ ถูกยดึ ติดอยทู่ ี่ริมดา้ นนอกของแถบขา้ งท้งั สอง แต่อยคู่ นละดา้ นของตาข่าย ส่วน
บนสุดของเสาอากาศ ถือเป็นสีสลบั กนั เป็นช่วง ๆ ยาวช่องละ 10 เซนติเมตร ส่วนมากแลว้ นิยมใชส้ ีแดงและขาว
เสาอากาศถือเป็นส่วนหน่ึง ของตาข่าย เป็ นแนวขนานท่ีกาหนดพ้ืนที่ขา้ มตาขา่ ย

เสาขึงตาข่าย (POSTS)
เสาขึงตาข่ายยดึ ติดกบั พ้นื สนาม ห่างจากเส้นขา้ ง 0.50 – 1.00 เมตร มีความสูง 2.55 เมตร สามารถปรับระดบั

ได้ สาหรับการแข่งขนั ระดบั โลกของสหพนั ธ์วอลเลยบ์ อลนานาชาติและการแข่งขนั อยา่ งเป็นทางการ เสาขึงตา
ขา่ ยยดึ ติดกบั พ้ืนสนาม ห่างจากเส้นขา้ ง 1 เมตร เวน้ แต่วา่ ไดร้ ับการยนิ ยอมจากสหพนั ธ์วอลเลยบ์ อลนานาชาติ

เสาขึงตาข่ายมีลกั ษณะกลมและเรียบ ยดึ ติดกบั พ้นื โดยไมม่ ีสายยดึ เสาและตอ้ งไม่เป็นสิ่งที่ก่อใหเ้ กิดอนั ตราย
และไม่เป็นสิ่งกีดขวางใด ๆ

อุปกรณ์อ่ืน ๆ (ADDITIONAL EQUIPMENT)
อุปกรณ์อื่นใดใหข้ ้ึนอยกู่ บั ขอ้ ตกลงตามระเบียบของสหพนั ธ์วอลเลยบ์ อลนานาชาติ

12

กตกิ าข้อที่ 3 ลกู บอล (Ball)

มาตรฐาน (STANDARD)

ลูกบอลตอ้ งกลม ทาดว้ ยหนงั ฟอกหรือหนงั สังเคราะห์ท่ียดื หยนุ่ ได้ ห่อหุม้ ลูกบอลทรงกลมท่ีทาดว้ ยยาง หรือ
วสั ดุที่คลา้ ยคลึงกนั สีของลูกบอลอาจเป็ นสีอ่อน ๆ เหมือนกนั ท้งั ลูก หรืออาจเป็นหลายสีผสมกนั กไ็ ด้ ลูกบอล
ซ่ึงทาดว้ ยวสั ดุที่เป็นหนงั สังเคราะห์มีหลายสีผสมกนั และจะใชใ้ นการแข่งขนั ระดบั นานาชาติอยา่ งเป็ นทางการ
ตอ้ งมีมาตรฐานตามท่ีสหพนั ธ์วอลเลยบ์ อลนานาชาติกาหนด ลูกบอลตอ้ งมีแรงดนั ลม 0.30 – 0.325 กิโลกรัม/
ตารางเซนติเมตร ลูกบอลตอ้ งมีเส้นรอบวงกลม 65 – 67 เซนติเมตร และมีน้าหนกั 260 – 280 กรัม

รูปแบบของลูกบอล (UNIFORMITY OF BALLS)

ลูกบอลที่ใชใ้ นการแขง่ ขนั ตอ้ งมีเส้นรอบวง น้าหนกั แรงอดั ชนิดและสีตามาตรฐานเดียวกนั การแข่งขนั
ระดบั โลกของสหพนั ธ์วอลเลยบ์ อลนานาชาติและรวมท้งั ระดบั ชาติ หรือการแข่งขนั ลีก (League) ของแตล่ ะ
ประเทศตอ้ ง ใชล้ ูกบอลท่ีสหพนั ธ์วอลเลยบ์ อลนานาชาติรับรองเท่าน้นั เวน้ แต่ไดร้ ับการยนิ ยอมจากสหพนั ธ์
วอลเลยบ์ อลนานาชาติ

ระบบการใช้ลกู บอล 3 ลกู (THREE – BALL SYSTEM)

การแขง่ ขนั ระดบั โลกของสหพนั ธ์วอลเลยบ์ อลนานาชาติและการแข่งขนั อยา่ งเป็นทางการ จะใชล้ ูกบอล 3
ลูก โดยมีผกู้ ลิ้งบอล 6 คน ประจาที่มุมของเขตรอบสนามท้งั ส่ีมุม มุมละ 1 คน และขา้ งหลงั ผตู้ ดั สินดา้ นละ 1 คน

กติกาข้อท่ี 4 ทมี (TEAMS)

ส่วนประกอบของทมี (TEAM COMPOSITION)

ทีมประกอบดว้ ยผเู้ ล่นไม่เกิน 12 คน ผฝู้ ึกสอน 1 คน ผูช้ ่วยผฝู้ ึกสอน 1 คน เทรนเนอร์ 1คน และแพทย์ 1 คน
สาหรับการแขง่ ขนั ระดบั โลกของสหพนั ธ์วอลเลยบ์ อลนานาชาติและการแข่งขนั อยา่ งเป็นทางการ แพทยต์ อ้ งข้ึน
ทะเบียนกบั สหพนั ธ์วอลเลยบ์ อลนานาชาติก่อนการแขง่ ขนั

13

ผเู้ ล่นคนหน่ึงของทีมท่ีไม่ใช่ตวั รับอิสระ (LIBERO PLAYER) ตอ้ งเป็นหวั หนา้ ทีมและจะระบุไวใ้ นใบ
บนั ทึกการแข่งขนั

ผเู้ ล่นท่ีมีช่ืออยใู่ นใบบนั บนั ทึกการแขง่ ขนั เท่าน้นั จึงจะลงสนามและร่วมการแขง่ ขนั ได้ เม่ือผฝู้ ึกสอนและ
หวั หนา้ ทีม (TEAM CAPTAIN) ลงช่ือในใบบนั ทึกการแข่งขนั แลว้ จะเปลี่ยนแปลงผเู้ ล่นอีกไมไ่ ด้

ตาแหน่งทอี่ ยู่ของทมี (LOCATION OF THE TEAM)

ผเู้ ล่นที่ไมไ่ ดล้ งแข่งขนั ควรนง่ั มา้ นงั่ หรืออยใู่ นพ้ืนท่ีอบอุน่ ร่างกายของทีมตนเอง ผูฝ้ ึกสอนและผรู้ ่วมทีมคน
อ่ืนตอ้ งนง่ั บนมา้ นง่ั แตอ่ าจลุกจากมา้ นงั่ เป็นคร้ังคราว มา้ นง่ั ของทีมต้งั อยขู่ า้ ง ๆ โตะ๊ ผบู้ นั ทึก นอกเขตรอบสนาม

เฉพาะผรู้ ่วมทีมเท่าน้นั ที่ไดร้ ับอนุญาตใหน้ งั่ มา้ นงั่ ระหวา่ งการแข่งขนั และร่วมการอบอุ่นร่างกายก่อนการ
แขง่ ขนั

ผเู้ ล่นท่ีไมไ่ ดล้ งแขง่ ขนั สามารถอบอุ่นร่างกายโดยไมใ่ ช่ลุกบอลไดด้ งั น้ี

1 ระหวา่ งการแขง่ ขนั ในพ้นื ท่ีอบอุ่นร่างกาย

2 ระหวา่ งขอเวลานอกและเวลาเทคนิคในเขตรอบสนามดา้ นหลงั แดนของทีมตนเอง

ช่วงพกั ระหวา่ งเซต ผเู้ ล่นสามารถอบอุน่ ร่างกายโดยใชล้ ูกบอลไดใ้ นเขตรอบสนามของทีมตนเอง

เครื่องแต่งกาย (EQUIPMENT)

เคร่ืองแต่งกายของผเู้ ล่นประกอยดว้ ย เส้ือยดื กางเกงขาส้ัน ถุงเทา้ (ชุดแข่งขนั ) และรองเทา้
สีและแบบของเส้ือยดื กางเกงขาส้ัน และถุงเทา้ ตอ้ ง เหมือนกนั ท้งั ทีม (ยกเวน้ ตวั รับอิสระ LIBERO

PLAYER) และสะอาด

รองเทา้ ตอ้ งเบาและอ่อนนุ่ม พ้นื เป็นยางหรือหนงั ไม่มีส้น สาหรับการแขง่ ขนั ระดบั โลกของสหพนั ธ์
วอลเลยบ์ อลนานาชาติและ การแข่งขนั อยา่ งเป็นทางการในรุ่นที่ไมก่ าจดั อายสุ ีรองเทา้ ตอ้ งเป็ นสีเดียวกนั ท้งั ทีม
แต่เครื่องหมายการคา้ อาจมีสีแตกตา่ งกนั ได้ เส้ือและกางเกงตอ้ งเป็ นไปตามมาตรฐานของสหพนั ธ์วอลเลยบ์ อล
นานาชาติ

เส้ือผเู้ ล่นตอ้ งมีเคร่ืองหมาย 1 – 18

1 ตอ้ งติดเคร่ืองท่ีกลางอกและกลางหลงั สีของเคร่ืองหมายเลขตอ้ งตดั กบั สีเส้ืออยา่ งชดั เจน

14

2 หมายเลขดา้ นหนา้ ตอ้ งสูงอยา่ งนอ้ ยท่ีสุด 15 เซนติเมตร ดา้ นหลงั อยา่ งนอ้ ยที่สุด 20 เซนติเมตร และความ
กวา้ งของแถบที่ทาหมายเลข ตอ้ งกวา้ งอยา่ งนอ้ ยท่ีสุด 1 เซนติเมตร

หวั หนา้ ทีมตอ้ งมีแถบยาว 8 เซนติเมตร กวา้ ง 2 เซนติเมตร ติดอยใู่ ตห้ มายเลขตรงอกเส้ือ
หา้ มใส่ชุดแข่งขนั ที่มีหมายเลขไม่ถูกตอ้ ง หรือชุท่ีมีสีแตกต่างจากผูเ้ ล่นอ่ืน
การเปลยี่ นเคร่ืองแต่งกาย (CHANGE OF EQUIPMENT)
ผตู้ ดั สินคนที่ 1 มีอานาจท่ีจะใหผ้ เู้ ล่น 1 คน หรือมากกวา่
ลงแขง่ ขนั โดยไม่สวมรองเทา้ ก็ได้
เปลี่ยนชุดท่ีเปี ยกช่วงพกั ระหวา่ งเซต หรือหลงั จากการเปลี่ยนตวั ได้ โดยสี แบบ และหมายเลขของชุดใหม่
ตอ้ งเหมือนบั ชุดเดิม
สวมชุดวอร์มลงแขง่ ขนั ได้ ถา้ อากาศหนาว ถา้ สีและแบบของชุดวอร์มเหมือนกนั ท้งั ทีม และหมายเลขตอ้ ง
เป็ นไปตามปกติ
ส่ิงทห่ี ้ามสวมใส่ (FORBIDDEN OBJECTS)
หา้ มสวมใส่ส่ิงของซ่ึงอาจเป็นสาเหตุใหเ้ กิดการบาดเจบ็ หรือช่วยใหผ้ เู้ ล่นไดเ้ ปรียบผอู้ ่ืน
ผเู้ ล่นอาจสวมแวน่ ตาหรือคอนเทคเลนซ์ได้ โดยรับผดิ ชอบอนั ตรายท่ีอาจเกิดข้ึนดว้ ยตวั เอง

กตกิ าข้อท่ี 5 ผู้นาของทมี (TEAM LEADER)

ท้งั หวั หนา้ ทีมหรือผฝู้ ึกสอนเป็นผผรู้ ับผดิ ชอบความประพฤติและระเบียบวนิ ยั ของผรู้ ่วมทีมตวั รับอิสระจะเป็ น
หวั หนา้ ทีมไม่ได้
หัวหน้าทมี (CAPTAIN)

ก่อนการแขง่ ขนั หวั หนา้ ทีมเป็นผลู้ งช่ือในใบบนั ทึกการแขง่ ขนั และเป็ นผแู้ ทนของทีมในการเสี่ยง
ระหวา่ งการแข่งขนั และขณะอยใู่ นสนามแขง่ ขนั หวั หนา้ ทีม (TEAM CAPTAIN) ผนู้ าในการแขง่ ขนั เม่ือ
หวั หนา้ ทีมไม่ไดเ้ ล่นอยใู่ นสนาม ผฝู้ ึกสอนหรือหวั หนา้ ทีมตอ้ งแต่งต้งั ผเู้ ล่นคนหน่ึงท่ีอยใู่ นสนาม แต่ตอ้ งไม่ไช่

15

ตวั รับอิสระ ทาหนา้ ที่หวั หนา้ ทีมในการแข่งขนั (GAME CAPTAIN) และตอ้ งรับผิดชอบไปจนกวา่ หวั หนา้ ทีม
(TEAM CAPTAIN) จะเปล่ียนตวั มาลงเล่นอีกหรือจนกวา่ จะสิ้นสุดเซตน้นั เมื่อลูกตาย หวั หนา้ ทีมในการแขง่ ขนั
เท่าน้นั ที่มีสิทธิเป็นผูแ้ ทนของผเู้ ล่นท้งั หมดพูดกบั ผตู้ ดั สิน เพ่ือ

1 ขอคาอธิบายในการตีความกติกาหรือนากติกามาใชแ้ ละร้องขอหรือถามคาถามของเพื่อนร่วมทีม ถา้
คาอธิบายไมเ่ ป็นที่พอใจ หวั หนา้ ในการแขง่ ขนั ตอ้ งประทอ้ งการตดั สินน้นั และสงวนสิทธิบนั ทึกการประทอ้ ง
อยา่ งเป็นทางการในใบบนั ทึกการแข่งขนั เม่ือการแขง่ ขนั จบสิ้นลง

2 ขอสิทธิ
ก. เปลี่ยนชุดหรืออุปกรณ์การแขง่ ขนั บางส่วนหรือท้งั หมด
ข. ตรวจตาแหน่งผเู้ ล่นของทีม
ค. ตรวจพ้ืนสนาม ตาขา่ ย และลูกบอล
3 ขอเวลานอกและเปลี่ยนตวั ผเู้ ล่น

เม่ือสิ้นสุดการแขง่ ขนั หวั หนา้ ทีมตอ้ งแสดงความขอบคุณผตู้ ดั สินและลงช่ือในใบบนั ทึกการแขง่ ขนั การประ
ทอ้ งอยา่ งเป็ นทางการต่อผตู้ ดั สิน เก่ียวกบั การนากติกาใชห้ รือตีความกติกาลงในใบบนั ทึกการแขง่ ขนั

ผู้ฝึ กสอน (COACH)
ตลอดการแข่งขนั ผฝู้ ึกสอนเป็ นผคู้ วบคุมการเล่นของทีมภายในสนามแขง่ ขนั เป็นผเู้ ลือกผเู้ ล่น 6 คนแรก

เปลี่ยนตวั ผเู้ ล่นและขอเวลานอก ผฝู้ ึกสอนทาหนา้ ท่ีดงั กล่าวไดโ้ ดยขอผา่ นทางผตู้ ดั สินที่ 2
ก่อนการแข่งขนั ผฝู้ ึกสอนตอ้ งบนั ทึกหรือตรวจสอบรายช่ือและหมายเลขของผเู้ ล่นในใบบนั ทึกการแขง่ ขนั
ระหวา่ งการแข่งขนั ผฝู้ ึกสอนตอ้ งยนื ใบส่งตาแหน่งของผเู้ ล่นที่ลงชื่อแลว้ ใหผ้ ตู้ ดั สินหรือผบู้ นั ทึกก่อนการ

แขง่ ขนั ทุกเซต นง่ั มา้ นงั่ ของทีมซ่ึงใกลก้ บั ผบู้ นั ทึกมากทีส่ ุดแตอ่ าจลูกจากมา้ นงั่ ไดเ้ ป็ นคร้ังคราว ขอเวลานอก
และเปล่ียนตวั ผเู้ ล่น ฝึกสอนรวมท้งั ผรู้ ่วมทีมอื่น ๆ อาจให้คาแนะนาผเู้ ล่นในสนามได้ โดยผฝู้ ึกสอนอาจให้
คาแนะนาผเู้ ล่นในสนามไดโ้ ดยผฝู้ ึกสอนอาจใหค้ าแนะนาขณะที่ยนื หรือเดินภายในเขตเล่นลูก (FREE ZONE)

16

ดา้ นหนา้ ของมา้ นงั่ ผเู้ ล่นสารองต้งั แต่แนวท่ียนื่ ออกมาของเส้นรุกจนถึงพ้ืนท่ีอบอุ่นร่างกายแตต่ อ้ งไม่รบกวน
หรือถ่วงเวลาการแขง่ ขนั

กตกิ าข้อท่ี 6 การได้คะแนน การชนะในแต่ละเซต และการชนะแต่ละนัด

การได้คะแนน (TO SCORE A POINT)
คะแนน ทีมไดค้ ะแนนเมื่อ

1 ทาใหล้ ูกบอลตกลงบนพ้ืนสนามในแดนของทีมตรงขา้ ม
2 ทีมตรงขา้ มทาผิดกติกา
3 ทีมตรงขา้ มถูกลงโทษ

การทาผดิ กติกา ทีมทาผดิ กติกาเม่ือลกั ษณะของการเล่นตรงขา้ มกบั กติกาการแข่งขนั
(หรือขดั แยง้ กบั กติกาโดยวธิ ีอ่ืนใด) ผูต้ ดั สินจะตดั สินการการกระทาผดิ และตดั สินใจดาเนินการตามกติกา ดงั น้ี
1 ถา้ มีการเล่นผดิ กติกาสองอยา่ งหรือมากกวา่ เกิดข้ึนต่อเนื่องกนั จะลงโทษเฉพาะการผิดกติกาที่เกิดข้ึนก่อน
เท่าน้นั
2 ถา้ ท้งั สองทีมเล่นผดิ กติกาสองอยา่ งหรือมากกวา่ พร้อม ๆ กนั ท้งั สองทีม จะถือวา่ เป็นการกระทาผดิ ท้งั คู่ และ
จะเล่นลูกน้นั ใหม่

ผลที่ตามมาเมื่อชนะการเล่นลูก การเล่นลูกเป็นลกั ษณะการเล่นท่ีเริ่มตน้ ต้งั แต่ผเู้ สิร์ฟทาการเสิร์ฟ จนกระท้งั
ลูกตาย ถา้ ทีมท่ีเป้นฝ่ ายเสิร์ฟชนะการเล่นลูกจะไดค้ ะแนนและไดเ้ สิร์ฟตอ่ ถา้ ทีมที่เป้นฝ่ ายรับลูกเสิร์ฟชนะการ
เล่นลูกจะไดค้ ะแนนและไดเ้ สิร์ฟในคร้ังต่อไป
การชนะในแต่ละเซต (TO WIN A SET)

ทีมที่ทาได้ 25 คะแนนก่อน (ยกเวน้ เซตตดั สิน) และมีคะแนนนาทีมตรงขา้ มอยา่ งนอ้ ยที่สุก 2 คะแนน จะเป็น
ทีมชนะการแขง่ ขนั เซตน้นั ถา้ ทาได้ 24 คะแนนเท่ากนั จะแข่งขนั กนั ต่อไปจนกวา่ ทีมใดทีมหน่ึงอยา่ งนอ้ ยที่สุด 2
คะแนน

17

การชนะการแข่งขันแต่ละนัด (TO WIN THE MATCH)
ทีมท่ีทาได้ 3 เซต เป็นทีมท่ีชนะการแข่งขนั นดั น้นั
ในกรณีท่ีไดเ้ ซตเท่ากนั 2 : 2 การแข่งขนั เซตตดั สิน (เซตท่ี 5) จะแขง่ ขนั กนั 15 คะแนน และตอ้ งมีคะแนนนาอีก
ทีมหน่ึงอยา่ งนอ้ ย 2 คะแนน

ทมี ทผ่ี ดิ ระเบียบการแข่งขนั และไม่พร้อมจะแข่งขนั (DEFAULT AND INCOMPLETE TEAM)
ถา้ ทีมปฏิเสธที่จะแข่งขนั หลงั จากไดร้ ับแจง้ ใหแ้ ข่งขนั ต่อ ทีมน้นั จะถูกแจง้ วา่ ทาผดิ ระเบียบการแขง่ ขนั และ

ปรับเป็นแพใ้ นการแขง่ ขนั นดั น้นั ดว้ ยผลการแขง่ ขนั 0 – 3 เซต คะแนน 0 – 25 ในแต่ละเซต
ทีมท่ีไมป่ รากฏตวั ณ สนามแข่งขนั ตามเวลาท่ีกาหนดโดยไมม่ ีเหตุผลอนั สมควร ถือวา่ ผดิ ระเบียบการ

แข่งขนั และมีผลการแข่งขนั เช่นเดียวกบั กติกาขอ้ 6.4.1
ทีมที่ถูกแจง้ วา่ ไม่พร้อมในการแขง่ ขนั นดั ใดนดั หน่ึงหรือการแขง่ ขนั เซตใดเซตหน่ึง จะแพใ้ นเซตน้นั หรือ

การแข่งขนั นดั น้นั ทีมตรงขา้ มจะไดค้ ะแนนและเซตเพอ่ื เป็นทีมชนะในเซตหรือการแขง่ ขนั นดั น้นั ส่วนทีมท่ีไม่
พร้อมจะแข่งขนั จะยงั คงไดค้ ะแนนและเชตท่ีทาไว้

กตกิ าข้อที่ 7 การเล่นลูกบอล (PLAYING THE BALL)

แต่ละทีมตอ้ งเล่นลูกบอลภายในพ้นื ที่เล่นลูกและที่วา่ งของทีมตนเอง (ยกเวน้ กติกาขอ้ 11.1.2) อยา่ งไรก็ตามผู้
เล่นสามารถนาบอลท่ีออกไปนอกเขตรอบสนามกลบั มาเล่นตอ่ ได้

การถูกลูกบอลของทมี (TEAM HITS)
ทีมถูกลูกบอลไดม้ ากท่ีสุด 3 คร้ัง (นอกจากทาการสกดั ก้นั ตามกติกาขอ้ 15.4.1) เพอ่ื ส่งลูกบอลกลบั ไปยงั ทีม

ตรงขา้ ม ถา้ ถูกลูกบอลมากกวา่ น้ี ถือวา่ ทีมทาผดิ กติกา “ถูกลูก 4 คร้ัง” การถูกลูกบอลของทีม นบั รวมท้งั ที่ผเู้ ล่น
ต้งั ใจถูกหรือไม่ต้งั ใจถูกก็ตาม

การถูกลูกบอลอยา่ งต่อเน่ือง (CONSECUTIVE CONTACTS) ผเู้ ล่นจะถูกลูกบอล 2 คร้ังติดต่อกนั ไมไ่ ด้
การถูกลูกบอลพร้อมกนั (SIMULTENEOUS CONTACTS) ผเู้ ล่น 2 คนหรือ 3 คนอาจถูกลูกบอลพร้อมๆกนั
ไดใ้ นเวลาเดียวกนั เมื่อผูเ้ ล่นทีมเดียวกนั 2 คน (3 คน) ถูกบอลพร้อมๆกนั จะถือวา่ เป็นการถูกบอล 2 คร้ัง (3

18

คร้ัง) ยกเวน้ เมื่อทาการสกดั ก้นั ถา้ ผเู้ ล่นหลายคนถึงลูกบอลพร้อมกนั แตม่ ีผเู้ ล่นถูกลูกบอลเพียงคนเดียว จะถือวา่
ถูกลูกบอล 1 คร้ัง ถึงแมว้ า่ ผเู้ ล่นชนกนั ก็ไม่ถือวา่ ผดิ กติกา
เม่ือท้งั สองทีมถูกลูกบอลพร้อมๆกนั เหนือตาขา่ ย และยงั เล่นลูกบอลน้นั ต่อไปได้ ทีมรับท่ีรับลูกน้นั สามารถถูก
ลูกบอลไดอ้ ีก 3 คร้ัง ถา้ ลูกบอลออกนอกสนาม จะถือวา่ ทีมที่อยฝู่ ั่งตรงขา้ มกบั ลูกบอลเป็นฝ่ ายทาลูกบอลออก
นอกสนาม

ถา้ การถูกลูกบอลพร้อม ๆ กนั ท้งั สองทีมเป็นการจบั ลูก (CATCH) จะถือวา่ ผดิ กติกาท้งั สองทีม และตอ้ งเล่นลูก
น้นั ใหม่

การเล่นลุกบอลโดยมีกาช่วยเหลือ (ASSISTED HIT) ภายในบริเวณพ้ืนที่เล่น ไม่อนุญาตใหผ้ เู้ ล่นอาศยั

เพ่ือนร่วมทีมหรือสิ่งใด ๆ ช่วยใหไ้ ปถึงลูกบอลได้ อยา่ งไรก็ตาม ผเู้ ล่นที่กาลงั จะทาผดิ กติกา(โดยกาลงั จะถูกตา
ข่ายหรือเส้นข้นั เขตแดน) อาจถูกฉุดหรือดึงโดยเพอ่ื นร่วมทีมได้

การถูกลกู บอลในลกั ษณะต่าง ๆ (CHARACTERISTICS OF THE HIT)

ลูกบอลอาจถูกส่วนใดส่วนหน่ึงของร่างกายได้

การถูกลูกบอลตอ้ งเป็นการกระทบ ไม่ใช่จบั หรือโยน ลูกบอลจะสะทอ้ นกลบั ในทิศทางใดก็ได้

ลูกบอลอาจถูกหลายส่วนของร่างกายได้ ถา้ การถูกน้นั เกิดข้ึนพร้อม ๆ กนั ในการสกกดั ก้นั ลูกบอลอาจถูกผู้
สกดั ก้นั คนเดียวหรือมากกวา่ ติดต่อกนั ได้ ถา้ การถูกลูกบอลเป็นลกั ษณะการเล่นลูกบอลเพยี งคร้ังเดียว

การถูกลูกบอลคร้ังแรกของทีม ลูกบอลอาจถูกส่วนตา่ ง ๆ ของร่างกายตอ่ เนื่องกนั ได้ ถา้ การถูกลูกบอลเป็น
ลกั ษณะการเล่นลูกคร้ังเดียว

การทาผดิ กติกาในการเล่นลกู บอล (FAULT IN PLATING THR BALL)

การถูกลูกบอล 4 คร้ัง ทีมถูกลูกบอล 4 คร้ังก่อนส่งลูกบอลไปยงั ทีมตรงขา้ ม
การถูกลูกบอลโดยมีการช่วยเหลือ ผเู้ ล่นอาศยั เพ่อื นร่วมทีมหรือสิ่งของใด ๆ ช่วยใหเ้ ขา้ ถึงลูกบอลภายใน
บริเวณพ้ืนที่เล่นลูก

การจบั ลูกบอล ผเู้ ล่นไมไ่ ดก้ ระทบลูกแต่จบั และ / หรือโยนลูกบอล

การถูกลูกบอลติดตอ่ กนั 2 คร้ัง ผเู้ ล่นถูกลูกบอล 2 คร้ัง หรือถูกส่วนต่าง ๆ ของร่างกายในการเล่นลูก 1คร้ัง

19

กติกาข้อท่ี 8 การเสิร์ฟ (SERVICE)

การเสิร์ฟ เป็ นการนาลูกเขา้ สู่การเล่น โดยผเู้ ล่นตาแหน่งหลงั ขวาที่ยนื อยใู่ นเขตเสิร์ฟ

การเสิร์ฟคร้ังแรกในแตล่ ะเซต (FIRST SERVICE IN A SET) ทีมใดจะไดเ้ สิร์ฟลูกแรกในเซตท่ี 1 และเซต
ตดั สิน (เซต 5) มีผลมาจากการตดั สินใจของทีมเม่ือทาการเส่ียง ในเซตอื่น ๆทีมที่ไมไ่ ดเ้ สิร์ฟลูกแรกในเซตที่
ผา่ นมาจะเป็นทีมที่ทาการเสิร์ฟลูกแรก

ลาดบั การเสิร์ฟ (SERVICE ORDER)

ลาดบั การเสิร์ฟของผเู้ ล่นตอ้ งเป็นไปตามท่ีบนั ทึกไวใ้ นใบส่งตาแหน่ง

หลงั จากากรเสิร์ฟคร้ังแรกในแต่ละเซตผเู้ ล่นท่ีเสิร์ฟคร้ังต่อไปจะเป็นดงั น้ี เม่ือฝ่ ายเสิร์ฟชนะการเล่นลูกน้นั ผทู้ ี่
ทาการเสิร์ฟอยแู่ ลว้ (หรือผเู้ ล่นสารองเปล่ียนตวั เขา้ มาแทน) จะทาการเสิร์ฟตอ่ ไปอีก เม่ือฝ่ ายรับลูกเสิร์ฟชนะใน
การเล่นลูกน้นั จะไดส้ ิทธ์ทาการเสิร์ฟและตอ้ งหมุนตาแหน่งก่อนทาการเสิร์ฟ ผเู้ ล่นที่หมุนจากตาแหน่งหนา้ ขวา
ไปยงั หลงั ขวาจะเป็นผเู้ สิร์ฟ

การอนุญาตใหเ้ สิร์ฟ (AUTHORIZATION OF THE SERVICE)

ผตู้ ดั สินท่ี 1 เป็ นผอู้ นุญาตใหเ้ สิร์ฟ หลงั จากการตรวจดูวา่ ท้งั สองทีมพร้อมแข่งขนั และผเู้ สิร์ฟถือลูกบอลไวแ้ ลว้

การปฏิบตั ิในการเสิร์ฟ (EXECUTION OF THE SERVICE)

หลงั จากผเู้ สิร์ฟโยนหรือปล่อยลูกบอลออกจากมือแลว้ จะเสิร์ฟดว้ ยมือหรือส่วนใดส่วนหน่ึงของแขนเพยี งขา้ ง
เดียวอนุญาตใหท้ าการโยนลูกบอลเพือ่ ทาการเสิร์ฟเพยี งคร้ังเดียว แต่อนุญาตใหเ้ ดาะหรือเคล่ือนไหวลูกบอลใน
มือได้ ขณะทาการเสิร์ฟหรือกระโดดเสิร์ฟ ผเู้ สิร์ฟตอ้ งไมถูกพ้นื ท่ีเขตสนาม (รวมท้งั เส้นหลงั ดว้ ย) หรือพ้ืนที่
นอกเขตเสิร์ฟ

หลงั จากทาการเสิร์ฟแลว้ ผเู้ สิร์ฟจึงสามารถเหยยี บหรือถูกพ้ืนนอกเขตเสิร์ฟและพ้นื ในเขตสนามได้ ผเู้ สิร์ฟตอ้ ง
ทาการเสิร์ฟลูกภายใน 8 นาที หลงั จาก ผตู้ ดั สินที่ 1 เป่ านกหวดี ใหท้ าการเสิร์ฟ การเสิร์ฟก่อนสญั ญาณนกหวดี
ของผตู้ ดั สิน ตอ้ งยกเลิกและใหท้ าการเสิร์ฟใหม่

20

การกาบงั (SCREENING)
ผเู้ ล่นของทีมท่ีกาลงั จะทาการเสิร์ฟ คนเดียวหรือหลายคนก็ตามไมบ่ งั ทีมตรงขา้ มเพ่ือมิใหม้ องเห็นผเู้ สิร์ฟ
เคลื่อนไหวแขน กระโดด หรือเคลื่อนที่ไปขา้ ง ๆ ขณะที่กาลงั ทาการเสิร์ฟ เพอ่ื บงั ทิศทางที่ลูกบอลพุง่ ไป จะถือ
วา่ เป็นการกาบงั

การกระทาผดิ ระหวา่ งทาการเสิร์ฟ (FAULTS MADE DURING THE SEERVIC)
การเสิร์ฟท่ีผดิ กติกา การผดิ กติกาต่อไปน้ีจะตอ้ งเปลี่ยนเสิร์ฟ ถึงแมว้ า่ ทีมตรงขา้ มจะผดิ ตาแหน่ง ทาการเสิร์ฟผดิ
ลาดบั การเสิร์ฟ ทาการเสิร์ฟไม่ถูกตอ้ ง การผดิ กติกาหลงั จากการเสิร์ฟลูกบอลออกไปอยา่ งถูกตอ้ งแลว้ การเสิร์ฟ
น้นั อาจผดิ กติกาได้ ถา้ ลูกบอลถูกผเู้ ล่นของทีมท่ีทาการเสิร์ฟหรือไมผ่ า่ นพ้ืนท่ีวา่ งเหนือตาขา่ ยอยา่ งสมบูรณ์

การผดิ กติกาหลงั จากการเสิร์ฟและการผดิ ตาแหน่ง(FAULTS MADE AFTER THE SERVICE AND
POSITIONAL FAULT)
ถา้ ผเู้ สิร์ฟทาการเสิร์ฟผดิ กติกา (ทาการเสิร์ฟไมถ่ ูกตอ้ ง หรือ ผดิ ลาดบั การเสิร์ฟเป็ นตน้ ) และทีมตรงขา้ มผดิ
ตาแหน่งการเสิร์ฟผดิ กติกาจะถูกทาโทษ
ถา้ การเสิร์ฟกระทาอยา่ งถูกตอ้ ง แต่ผดิ พลาดในเวลาต่อมา (ลูกออก หรือ ผา่ นการกาบงั เป็นตน้ ) จะถือวา่ การผิด
ตาแหน่งเกิดข้ึนก่อน และจะทาโทษการผดิ ตาแหน่ง

กติกาข้อที่ 9 การหยดุ การแข่งขนั ตามกติกา (REGULAR GAME INTERRUPTION)

การหยดุ การแขง่ ขนั ตามกติกา ไดแ้ ก่ การขอเวลานอกและการเปล่ียนตวั
จานวนคร้ังของการขอหยดุ การแข่งขนั ตามกติกา (NUMBER OF REGULAR INTERRUPTIONS)
แตล่ ะทีมของเวลานอกไดอ้ ยา่ งมากท่ีสุด 2 คร้ัง และเปลี่ยนตวั ผเู้ ล่นได้ 6 คนตอ่ เซต
การขอหยุดการแข่งขันตามกตกิ า (REQUEST FOR REGULAR INTERRUPTIONS)

ผฝู้ ึกสอนหรือหวั หนา้ ทีมท่ีลงแข่งขนั เท่าน้นั ท่ีขอหยดุ การแข่งขนั ได้ การขอหยดุ การแข่งขนั ได้ การขอหยดุ
การแขง่ ขนั กระทาโดยแสดงสัญญาณมือเมื่อลูกตาย และก่อนสัญญาณนกหวดี ทาการเสิร์ฟ

21

การขอเปลี่ยนตวั ก่อนเร่ิมการแข่งขนั ของเซตสามารถทาได้ และตอ้ งบนั ทึกไวเ้ หมือนกบั การขอเปลี่ยนตวั ปกติ
ในเซตน้นั
ลาดับการขอหยดุ การแข่งขัน (SEQUENCE OF INTERRUPTION)

ทีมที่สามารถขอเวลานอกหน่ึงหรือสองคร้ังติดต่อกนั ไดแ้ ละตามดว้ ยการขอเปลี่ยนตวั ไดอ้ ีกดว้ ย โดยไมต่ อ้ ง
รอใหม้ ีการแข่งขนั แทรกระหวา่ งการขอหยดุ การแขง่ ขนั แต่ละคร้ัง

ไมอ่ นุญาตใหท้ ีมขอเปล่ียนตวั สองคร้ังติดต่อกนั เวน้ เสียแต่วา่ มีการแขง่ ขนั เกิดข้ึนหลงั จากการขอเปลี่ยนตวั
คร้ังแรกแลว้ จึงขอเปลี่ยนตวั คร้ังต่อไปได้ การเปลี่ยนตวั แตล่ ะคร้ังจะเปล่ียนคร้ังละสองคนหรือมากวา่ กไ็ ด้
เวลานอกปกตแิ ละเวลานอกทางเทคนิค (TIME-OUTS AND TECHNICAL TIME-OUTS)

การขอเวลานอกแตล่ ะคร้ังมีเวลา 30 วนิ าที สาหรับการแขง่ ขนั ระดบั โลกของสหพนั ธ์วอลเลยบ์ อลนานาชาติ
และการแข่งขนั อยา่ งเป็ นทางการ ระหวา่ งเซตท่ี 1 ถึง 4 เมื่อทีมใดนาไปถึงคะแนนท่ี 8 และคะแนนที่ 16 ในแต่
ละเซต จะใหเ้ วลานอกทางเทคนิคโดยอตั โนมตั ิคร้ังละ 60 วนิ าที ในเซตตดั สิน (เซตที่ 5) ไม่มีการใหเ้ วลานอก
ทางเทคนิคแตล่ ะทีมขอเวลานอกตามปกติได้ 2 คร้ัง คร้ังละ 30 วนิ าที

ระหวา่ งการขอเวลานอกทุกแบบ ผเู้ ล่นในสนามแขง่ ขนั ตอ้ งออกไปอยเู่ ขตรอบสนามใกลม้ า้ นง่ั
การเปลย่ี นตวั ผ้เู ล่น (PLAYER SUBSTITUTION)

การเปลี่ยนตวั ตอ้ งกระทาภายในเขตเปล่ียนตวั
การเปลี่ยนตวั จะใชเ้ วลาเท่าท่ีจาเป็นเพื่อบนั ทึกการขางขนั และใหผ้ เู้ ล่นเขา้ และออกจากสนามเทา่ น้นั
ขณะขอเปล่ียนตวั ผเู้ ล่นที่จะเปลี่ยนตวั ตอ้ งพร้อมจะเขา้ สนามใกลก้ บั เขตเปล่ียนตวั ถา้ ผเู้ ล่นไมพ่ ร้อมตาม
ที่กล่าวขา้ งตน้ จะไมไ่ ดร้ ับอนุญาตให้เปล่ียนตวั และทีมจะถูกทาโทษถ่วงเวลา สาหรับการแขง่ ขนั รับโลก
ของสหพนั ธ์วอลเลยบ์ อลนานาชาติและการแขง่ ขนั อยา่ งเป็นทางการ จะใชป้ ้ายหมายเลขช่วยในการเปลี่ยนตวั
ถา้ ทีมต้งั ใจเปล่ียนตวั มากกวา่ 1 คน จะตอ้ งใหส้ ญั ญาณบอกจานวนในขณะขอเปล่ียนตวั และในกรณีน้ีตอ้ ง
ทาการเปลี่ยนตวั ให้เสร็จสิ้นทีละคู่ ตามลาดบั

22

การขอหยุดการแข่งขันท่ผี ดิ ปกติ (IMPROPER REQUESTS)
การขอหยดุ การแข่งขนั ตอ่ ไปน้ีเป็นการกระทาท่ีผดิ กติกา
ระหวา่ งการเล่นกาลงั ดาเนินอยู่ หรือขณะกาลงั ใหส้ ญั ญาณทาการเสิร์ฟแลว้
โดยผรู้ ่วมทีมท่ีไมไ่ ดร้ ับมอบอานาจ
ขอเปลี่ยนตวั คร้ังท่ี 2 โดยยงั ไม่ไดด้ าเนินการแขง่ ขนั หลงั จากเปลี่ยนตวั คร้ังแรกไปแลว้
หลงั จากจานวนคร้ังที่ขอเวลานอกการขอเปล่ียนตวั ไดใ้ ชไ้ ปหมดแลว้
การขอหยดุ การแข่งขนั ที่ผดิ กติกาคร้ังแรกท่ีไมม่ ีผลกระทบหรือทาใหก้ ารแขง่ ขนั ล่าชา้ จะไดร้ ับการปฏิเสธ

โดยไม่มีการทาโทษใด ๆ
การขอหยดุ การแขง่ ขนั ท่ีผดิ กติกาซ้าอีกในการแขง่ ขนั นดั น้นั ถือวา่ เป็นการถ่วง

กติกาข้อท่ี 10การผดิ มารยาทและการลงโทษ(MISCONDUCT AND ITS SANCTIONS)

การผดิ มารยาททไ่ี ม่รุนแรง (MINOR MISCONDUCT)
การผดิ มารยาทที่ไม่รุนแรง ไม่ตอ้ งมีการทาโทษ ผูต้ ดั สินที่ 1 ตอ้ งทาหนา้ ท่ีป้องกนั ทีมไม่ใหผ้ ดิ มารยาทจน

ใกลร้ ะดบั ของการถูกทาโทษ โดยการเตือนดว้ ยวาจาหรือสัญญาณมือต่อผทู้ ี่ทาผดิ มารยาทหรือตอ่ ทีมผา่ นทาง
หวั หนา้ ทีมขณะแขง่ ขนั (GAME CAPTAIN)
การเตือนน้ีไม่ใช่การทาโทษ ไมน่ บั ต่อเน่ืองและไมม่ ีการบนั ทึกลงในใบบนั ทึกการแข่งขนั
การผดิ มารยาทท่ีนาไปสู่การทาโทษ (MISCONDUCT LEADING TO SANCTION)

การทาผดิ มารยาทของผเู้ ล่นต่อเจา้ หนา้ ที่ ทีมตรงขา้ ม เพ่ือนรวมทีมหรือผชู้ ม แบง่ ไดเ้ ป็น 3 ระดบั ตามความ
หนกั เบาของความรุนแรง

ความหยาบคาย ไดแ้ ก่ การกระทาใด ๆ ท่ีไม่สุภาพไร้คุณธรรมและแสดงการดูหมิ่น
การกา้ วร้าว ไดแ้ ก่ การสบประมาท ใชค้ าพูดหรือทา่ ทางเป็นการดูถูกเหยยี ดหยาม

23

การใชค้ วามรุนแรง ไดแ้ ก่ การทาร้ายร่างกายหรือต้งั ใจใชค้ วามรุนแรง

ระดับการลงโทษ (SANCTION SCALE)

การลงโทษท่ีนามาใช้ ข้ึนอยกู่ บั การตดั สินใจของผตู้ ดั สินและความรุนแรงของการกระทาและตอ้ งบนั ทึกลง
ในใบบนั ทึกการแข่งขนั มีดงั น้ี

การลงโทษ (PENALTY) การกระทาที่หยาบคายคร้ังแรกในการแข่งขนั โดยผเู้ ล่นคนใดคนหน่ึงของทีม จะ
ถูกลงทาโดยเป็นฝ่ ายแพใ้ นการเล่นลูกคร้ังน้นั

การใหอ้ อกจากการแข่งขนั ในเซตน้นั (EXPULSION) ผเู้ ล่นซ่ึงถูกลงโทษใหอ้ อกจาการแขง่ ขนั ในเซตน้นั จะ
ลงแข่งขนั ในเซตน้นั ต่อไปอีกไมไ่ ด้ แต่ตอ้ งนง่ั อยใู่ นพ้ืนท่ีลงโทษ (PENALTY AREA) โดยไม่มีผลอ่ืนใดตามมา
ผฝู้ ึกสอนท่ีถูกใหอ้ อกจากการแขง่ ขนั ไมม่ ีสิทธ์ิทาหนา้ ที่ในเซตน้นั และตอ้ งอยใู่ นพ้ืนท่ีลงโทษ

การแสดงความกา้ วร้าว (OFFENSIVE CONDUCT) คร้ังแรก โดยผรู้ ่วมทีมคนใดคนหน่ึง จะถูกลงโทษให้
ออกจากการแข่งขนั ในเซตน้นั โดยไม่มีผลอื่นใดตามมา

การแสดงมารยาทหยาบคายคร้ังที่ 2 ในการแขง่ ขนั นดั น้นั โดยผเู้ ล่นคนเดียวกนั จะถูกลงโทษใหอ้ อกจากการ
แข่งขนั ในนดั น้นั โดยไมม่ ีเหตุผลอ่ืนใด ตามมา

การใหอ้ อกจาการแข่งขนั ตลอกท้งั นดั น้นั (DISQUALIFICATION)ผเู้ ล่นที่ถูกลงโทษใหอ้ อกจากการแข่งขนั
ตลอดท้งั นดั น้นั ตอ้ งออกจากพ้นื ท่ีควบคุมการแขง่ ขนั (CONPETITION CONTROL AREA) ในส่วนที่เหลืออยู่
ของนดั น้นั โดยไมม่ ีเหตุผลอ่ืนใดตามมา

การใชค้ วามรุนแรงคร้ังแรกจะถูกลงโทษใหอ้ อกจากการแข่งขนั ตลอดท้งั นดั น้นั โดยไมม่ ีเหตุผลอ่ืนใด
ตามมา

การแสดงความกา้ วร้าวคร้ังที่ 2 ในการแข่งขนั นดั เดียวกนั โดยผูร้ ่วมทีมคนเดียวกนั จะถูกลงโทษใหอ้ อก
จากการแข่งขนั ตลอดนดั น้นั โดยไมม่ ีเหตุผลใดตามมา

การแสดงความหยาบคายคร้ังท่ี 3 โดยผรู้ ่วมทีมคนเดียวกนั จะถูกลงโทษใหอ้ อกจากการแขง่ ขนั ท่ีเหลืออยู่
ตลอดการแขง่ ขนั นดั น้นั โดยไมม่ ีเหตุผลอ่ืนใดตามมา

24

การนาการทาโทษไปใช้ (APPLICATION OF MISCONDUCT SANCION)

การนาโทษผิดมารยาทเป็ นการลงโทษรายบุคคลและมีผลตลอดการแขง่ ขนั นดั น้นั แลละจะถูกบนั ทึกลงใน
ใบบนั ทึกรายการแขง่ ขนั

การกระทาผดิ มารยาทโดยผรู้ ่วมทีมคนเดียวกนั ในการแข่งขนั นดั เดียวกนั จะถูกลงโทษรุนแรงข้ึนเป็ นลาดบั
(ผกู้ ระทาผดิ จะถูกทาโทษสูงข้ึนทุกคร้ังท่ีมีการกระทาผดิ มารยาทเกิดข้ึนในแต่ละคร้ัง)(ตารางระดบั การลงโทษ
ผดิ มารยาท)

การใหอ้ อกจากการแขง่ ขนั เซตน้นั (EXPULSION) ออกจาการแขง่ ขนั นดั น้นั (DISQUALIFICATION) ทา
ไดท้ นั ทีโดยไมจ่ าเป็นตอ้ งมีการทาโทษใด ๆ มาก่อน แต่ข้ึนอยกู่ บั การแสดงความกา้ วร้าวหรือการใชค้ วามรุนแรง

การผดิ มารยาทก่อนเร่ิมต้นเซตและระหว่างเซต (MINCONDUCT BEFORE AND BETWEEN SET)

การผดิ มารยาทที่เกิดข้ึนก่อนเร่ิมตน้ เซตหรือระหวา่ งเซตจะถูกลงโทษตามกติกาขอ้ 22.3 และมีผลในเซต
ถดั ไป

บตั รแสดงการทาโทษ (SANCTION CARDS)

เตือน ดว้ ยปากหรือสัญญาณมือ ไมใ่ ชบ้ ตั ร ทาโทษ บตั รเหลือง ออกจากการแข่งขนั เซตน้นั บตั รแดง
ออกจาการแขง่ ขนั นดั น้นั บตั รเหลืองแดง

25

ประโยชน์ของกฬี าวอลเล่ย์บอล

1. วอลเลยบ์ อลเป็นกีฬาท่ีฝึกหดั เล่นใหเ้ ป็ นไดง้ ่ายและเล่นไดท้ ุกเพศทุกวยั เมื่อเล่นวอลเลยบ์ อลเป็ นแลว้ จะ
ทาใหผ้ เู้ ล่นสามารถเล่นกีฬาไดน้ านกวา่ กีฬาบางประเภท ซ่ึงคุม้ กบั ที่ไดฝ้ ึกฝนมาแมแ้ ตส่ ตรีท่ีมีบุตร แลว้ หากมี
ร่างกายแขง็ แรงก็สามารถเขา้ ร่วมการแข่งขนั ไดเ้ ป็นอยา่ งดี

2. วอลเลยบ์ อลเป็นกีฬาประเภททีม จึงตอ้ งมีการฝึกซอ้ มเพ่อื ใหก้ ารเล่นในทีมมีความสมั พนั ธ์และรักใคร่
ปรองดองเป็ นอนั หน่ึงอนั เดียวกนั หากทีมใดขาด

ความสามคั คีแลว้ เมื่อลงแข่งขนั ยอ่ มจะมีชยั ชนะไดย้ าก ผลของการเล่นกีฬาประเภทน้ีจึงสามารถ นาไปใชใ้ น
ชีวติ ประจาวนั ใหม้ ีนิสัยรักใคร่สามคั คีกนั

ระหวา่ งหมูค่ ณะมากยงิ่ ข้ึน

3. วอลเลยบ์ อลเป็นกีฬาท่ีช่วยฝึกฝนใหผ้ เู้ ล่นมีไหวพริบที่ชาญฉลาดและแกป้ ัญหาอยา่ งฉบั พลนั ทนั ที เพราะ
การเล่นวอลเลยบ์ อลน้นั ผเู้ ล่นจะตอ้ งเคลื่อนไหวร่างกายอยตู่ ลอดเวลา รวมท้งั ตอ้ งมีไหวพริบที่ดี สามารถ
ตดั สินใจ และแกป้ ัญหาเฉพาะหนา้ ต่าง ๆ ไดจ้ ึงจะทาใหม้ ีชยั ชนะในการเล่น

4. การเล่นวอลเลยบ์ อลเป็นการส่งเสริมและฝึกใหผ้ เู้ ล่นมีจิตใจเยอื กเยน็ สุขมุ รอบคอบ อารมณ์มนั่ คง มี
สมาธิดี มีความเช่ือมน่ั ในตวั เอง เพราะผเู้ ล่นที่อารมณ์ร้อนมุทะลุ ดุดนั เอาแต่ใจตนเอง จะทาใหก้ ารเล่น ผดิ พลาด
บ่อย ๆ ถา้ เป็นการแข่งขนั ก็จะแพ้ ฝ่ ายตรงขา้ มไดง้ ่าย ซ่ึงคุณสมบตั ิเหล่าน้ีลว้ นแต่มีประโยชนต์ ่อตวั ผเู้ ล่น
วอลเลยบ์ อล ที่จะนามาประยุกตใ์ ชก้ บั ชีวติ ประจาวนั ใหเ้ กิด ประโยชน์ตอ่ ตนเองและสังคมอีกดว้ ย

5. วอลเลยบ์ อลเป็นกีฬาท่ีเล่นไดโ้ ดยไม่จากดั เวลา ถา้ หากผเู้ ล่นรู้จกั การใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ ซ่ึงอาจ
จะเล่นตอนเชา้ สาย บา่ ย เยน็ หรือแมแ้ ต่ในเวลากลางคืนก็ไดถ้ า้ มีแสงสวา่ งเพียงพอ และเล่นไดท้ ้งั ในท่ีร่ม หรือ
กลางแจง้

6. การเล่นวอลเลยบ์ อล ผเู้ ล่นตา่ งก็อยใู่ นแดนของตนเองและมีตาข่ายขึงก้นั กลางสนามทาใหไ้ มม่ ีโอกาสที่จะ
ปะทะกนั ระหวา่ งผเู้ ล่นท้งั สองฝ่ าย จึงไมก่ ่อใหเ้ กิดการทะเลาะววิ าทกนั ข้ึน

7. วอลเลยบ์ อลเป็นกีฬาท่ีช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพของผเู้ ล่นอยา่ งหน่ึง เพราะผเู้ ล่นจะตอ้ งถูกฝึกใหม้ ีระเบียบ
มีวนิ ยั มีเหตุมีผล รู้จกั การเป็ นผนู้ าผตู้ าม และมีความรับผิดชอบในหนา้ ที่ของตน ซ่ึงสิ่งเหล่าน้ีจะเป็นการ ปลูกฝัง
นิสยั อนั มีผลท่ีจะนามาใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ดว้ ย

26

8.วอลเลยบ์ อลเป็นกีฬาท่ีมีกฎกติกา ผเู้ ล่นตอ้ งเคารพและปฏิบตั ิตามกฎกติกาการเล่นดงั น้นั การเล่น
วอลเลยบ์ อล ยอ่ มช่วยสอนใหผ้ เู้ ล่นรู้จกั ความยตุ ิธรรม มีความอดทนอดกล้นั รู้จกั เคารพสิทธิของผอู้ ่ืน

9. วอลเลยบ์ อลเป็นกีฬาประเภทหน่ึง ที่ช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางดา้ นร่างกายใหม้ ีความสมบูรณ์
แขง็ แรง เพราะผเู้ ล่นจะตอ้ งฝึ กใหร้ ่างกายแขง็ แรง มีความอดทนมีความคล่องแคล่ววอ่ งไว มีพลงั และความเร็ว
เมื่อร่างกายไดอ้ อกกาลงั กายแลว้ ยงั ช่วยให้ ระบบตา่ งๆ ภายในร่างกายไดท้ างานประสานสมั พนั ธ์กนั เป็นอยา่ งดี
และมีประสิทธิภาพ มากยง่ิ ข้นึ เมื่อร่างกายแขง็ แรงก็จะช่วยเพ่ิมความสามารถ ของร่างกาย

ใหม้ ีความตา้ นทาน ไดด้ ีดว้ ย

10. กีฬาวอลเลยบ์ อลเหมือนกบั กีฬาประเภทอื่น ๆ ที่สร้างความมีน้าใจนกั กีฬาเอ้ือเฟ้ื อเผอ่ื แผ่ การรู้จกั แพ้
ชนะและอภยั นอกจากน้ียงั เป็นเคร่ืองมือในการเป็ น

สื่อกลาง ก่อใหเ้ กิดความสนิทสนมคุน้ เคยและมีสัมพนั ธ์ไมตรีอนั ดีต่อกนั ท้งั ระหวา่ งภายในประเทศ และระหวา่ ง
ประเทศไดอ้ ยา่ งดี

11. ปัจจุบนั ผเู้ ล่นวอลเลยบ์ อลท่ีมีความสามารถสูง ยงั มีสิทธ์ิไดเ้ ขา้ มาศึกษาต่อในระดบั สูง บางสาขา บาง
สถาบนั ท้งั สถานการศึกษาของรัฐและเอกชน นอกจากน้ียงั มีหลายหน่วยงาน รับบุคคลท่ีเป็นนกั กีฬา
วอลเลยบ์ อลเขา้ ทางาน เพราะวอลเลยบ์ อลกาลงั เป็นกีฬาที่นิยม

27

มารยาทในการเป็ นผ้เู ล่นทดี่ ี

1. มีความโอบออ้ มอารีต่อเพ่ือนร่วมทีม
2. มีความสานึกในหนา้ ท่ีของนกั กีฬา
3. เป็นผรู้ ู้จกั แพ้ รู้ชนะ รู้อภยั
4. เป็นผทู้ ่ียอมรับในฝีมือของเพื่อนร่วมทีม
5. เชื่อฟังคาสั่งสอนและปฏิบตั ิตามอยา่ งเคร่งครัด
6. รู้ เขา้ ใจและปฏิบตั ิตามกติกาอยา่ งแทจ้ ริง
7. เช่ือฟังคาตดั สินของกรรมการ
8. ไม่แสดงกริยาวาจาท่ีไมส่ ุภาพต่อผตู้ ดั สิน
9. ไมเ่ ป็นผทู้ ี่มีอคติต่อผอู้ ่ืน ไม่วา่ ใครก็ตาม
10. เป็นผทู้ ่ีเสียสละ เปิ ดโอกาสใหค้ นอื่นแสดงความสามารถในโอกาสอนั ควร
11. มีความอดกล้นั อดทน สามารถระงบั อารมณ์ไดเ้ ป็ นอยา่ งดี
12. ใหเ้ กียรติเพ่ือนร่วมทีมและคูแ่ ข่งขนั

มารยาทในการเป็ นผ้ชู มท่ีดี

1. ปรบมือแสดงความยนิ ดีต่อผแู้ ข่งขนั
2. ใหก้ าลงั ใจกบั คูแ่ ขง่ ขนั ท้งั สองฝ่ าย
3. รู้แพ้ รู้ชนะ เมื่อทีมตนเองที่เชียร์แพก้ ไ็ มค่ วรเสียใจมากเกินไป
4. ไมก่ ล่าววาจาหรือแสดงกิริยาเยย้ หยนั ผแู้ ขง่ ขนั และเจา้ หนา้ ท่ีดว้ ยประการท้งั ปวง
5. ไม่บงั ควรกล่าววาจาสนบั สนุนผเู้ ล่นในทางท่ีผิด

28

6. ไม่รบกวนผเู้ ล่นหรือกรรมการผตู้ ดั สิน
7. ไมย่ แุ หยใ่ หเ้ กิดความแตกแยกในระหวา่ งผูเ้ ล่นหรือผเู้ ล่นกบั ผดู้ ู
8. ยอมรับคาตดั สินของกรรมการไม่โตแ้ ยง้ หรือต่อตา้ น

29

แหล่งอ้างองิ

http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=67408f0db4e786
https://sites.google.com/site/anupong2554ttc/ktika-wxlleybxl
http://sutetida.blogspot.com/2012/02/blog-post_6419.html
http://www.parwat.com/147
https://kriengkraikks.files.wordpress.com
https://31510blog.files.wordpress.com ›


Click to View FlipBook Version