The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สรุปเนื้อหา ภาษาศาสตร์
นางสาวชากีเร๊าะ บิลังโหลด
406502026 สาขาวิชาภาษาอังกฤษ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chabll1610, 2023-03-26 15:58:15

ภาษาศาสตร์

สรุปเนื้อหา ภาษาศาสตร์
นางสาวชากีเร๊าะ บิลังโหลด
406502026 สาขาวิชาภาษาอังกฤษ

Keywords: Linguistics

MISSCHAKIROH BILANGLOD 406502026 This presentation is summarizing content from self-understanding linguistics the study of language The study of English Linguistics the study of language ~~ hT e st u d y of English ~~ Lin g u istics ~~


T h e s o u n d s o f l a n g u a g e W o r d f o r m a t i o n M o r p h o l o g y S y n t a x S e m a n t i c s “ T h e S t u d y o f L a n g u a g e i s o n e o f t h e m o s t a c c e s s i b l e a n d e n t e r t a i n i n g i n t r o d u c t i o n s t o l i n g u i s t i c s a v a i l a b l e . N e w l y u p d a t e d w i t h a w e a l t h o f m a t e r i a l f o r p r a c t i c e a n d d i s c u s s i o n , i t w i l l c o n t i n u e t o i n s p i r e n e w g e n e r a t i o n s o f s t u d e n t s . ” c o n t e n t T h e study of langu ga ~ e


Phonetics Place of articulation Bilabials Labiodentals Dentals Alveolars Palatals Velars Glottals Charting consonant sounds Vowels Diphthongs The sounds of language


Phonetics สัท สั ศาสตร์ การศึกษาทั่ว ทั่ ไปของลักษณะของเสีย สี งพูดเรีย รี กว่า ว่ สัท สั ศาสตร์ ความสนใจหลัก คือ สัท สั ศาสตร์ข้ ร์ อ ข้ ต่อ ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ การศึกษาวิธีวิก ธี ารสร้า ร้ งเสีย สี งพูดหรือ รื พูดชัด ชั แจ้ง จ้ ด้า ด้ นอื่นๆ ของ การศึกษา ได้แ ด้ ก่ สัท สั ศาสตร์อ ร์ ะคูส คู ติก ซึ่ง ซึ่ เกี่ยวข้อ ข้ งกับคุณ คุ สมบัติ บั ติทางกายภาพของการ พูดเป็น ป็ คลื่นเสีย สี งในอากาศ และสัท สั ศาสตร์ก ร์ ารได้ยิ ด้ นยิ (หรือ รื สัท สั ศาสตร์ก ร์ ารรับ รั รู้)รู้ ซึ่ง ซึ่ เกี่ยวข้อ ข้ งกับการรับ รั รู้ผ่ รู้ า ผ่ นหูข หู องเสีย สี งพูด inam festi n g ~ manifesting ~ ma n i f esting ~


Place of articulation Iเมื่อมื่อากาศผ่า ผ่ นกล่องเสียสีงแล้ว อากาศจะขึ้นขึ้ๆ ออกทางปาก หรือรืจมูก เสียสีงพยัญยัชนะส่ว ส่ นใหญ่เ ญ่ กิดจากการใช้ลิ้ ช้ ลิ้นและส่ว ส่ นอื่น ๆ ของปากเพื่อพื่บีบบีรูป รู ร่า ร่ งของช่อ ช่ งปากที่อากาศไหลผ่า ผ่ นในทางใดทางหนึ่งนึ่คําที่ใช้อ ช้ ธิบธิายเสียสีง หลายเสียสีงคือคําที่แสดงถึงสถานที่เปล่งเสียสีง นั่นนั่คือ ตําแหน่ง น่ ภายในปากที่ เกิดการบีบบีรัดรั สิ่งสิ่ที่เราต้องการคือหัวหัชิ้นชิ้หนึ่งนึ่หากคุณ คุ ทุบ ทุ หัวหัตรงกลาง คุณ คุ จะสามารถเห็น ห็ ได้ว่า ว่ ส่ว ส่ นใดของช่อ ช่ งปากที่เกี่ยวข้อ ข้ งอย่า ย่ งมากในการผลิตคําพูด เพื่อพื่อธิบธิาย สถานที่เปล่งเสียสีงพยัญยัชนะส่ว ส่ นใหญ่ เราสามารถเริ่มริ่ต้นที่ด้า ด้ นหน้า น้ ของปาก และทํางานกลับ นอกจากนี้เ นี้ รายังยัสามารถคํานึงนึถึงความแตกต่างที่เปล่ง ออกมาและไร้เ ร้ สียสีงและเริ่มริ่ ใช้สั ช้ ญสัลักษณ์ขณ์องตัวอักษรสัทสัศาสตร์สํร์า สํ หรับรั เสียสีงเฉพาะ สัญสัลักษณ์เณ์หล่านี้จ นี้ ะอยู่ภ ยู่ ายในวงเล็บเหลี่ยม [ ].


Bilabials inam festi n g ~ manifesting ~ ma n i f esting ~ บิลบิาบิลบิ เหล่านี้เ นี้ป็นเสียสีงที่เกิดขึ้น ขึ้ โดยใช้ทั้ ช้ ทั้ง ทั้ ริมริฝีปากบนและล่าง (= ไบ) (= ริมริฝีปาก) เสียสีงเริ่มริ่ต้นในคําว่า ว่ pat, bat และ mat เป็น bilabials ทั้ง ทั้ หมด พวกมันมัถูก ถู แสดงด้ว ด้ ยสัญสัลักษณ์ [p] ซึ่ง ซึ่ไม่มี ม่ เมีสียสีง และ [b] และ [m] ซึ่ง ซึ่ เปล่งออกมา นอกจากนี้เ นี้ รา ยังยัสามารถอธิบธิายเสียสีง [w] ที่พบในจุดเริ่มริ่ต้นของทางเดินดิช่อ ช่ ง เสียสีงเป็น bilabial


Labiodentals inam festi n g ~ manifesting ~ ma n i f esting ~ ริมริฝีปาก เหล่านี้เป็น ป็ เสียสีงที่เกิดขึ้นขึ้กับฟันฟับนและริมริฝีปากล่าง เสียสีงเริ่มริ่ต้นของ คําว่า ว่ fat and vat และเสียสีงสุด สุ ท้ายในคําว่า ว่ safe and save คือ labiodentals พวกมันมัถูก ถู แสดงด้ว ด้ ยสัญสัลักษณ์ [f] ซึ่งซึ่ไม่มี ม่ เมีสียสีง และ [v] ซึ่งซึ่เปล่งออกมา สังสัเกตว่า ว่ เสียสีงสุด สุ ท้ายในคําว่า ว่ ไอ และเสียสีงเริ่มริ่ต้นในภาพถ่าย แม้จ ม้ ะมีกมีารสะกดต่างกัน แต่ทั้งทั้คู่อ คู่ อกเสียสีงว่า ว่ [f]


A d d a v e r b a l d e c l a r a t i o n o f y o u r g o a l s . D e n t a l s in a m festing ~ manife s t i ng ~ manifesting ~ เ สี ย สี ง เ ห ล่ า นี้ เ นี้ กิ ด จ า ก ป ล า ย ลิ้ น ด้ า ด้ น ห ลั ง ฟั น ฟั ห น้ า น้ บ น เ สี ย สี ง เ ริ่ ม ริ่ ต้ น ข อ ง เ สี ย สี ง ที่ บ า ง แ ล ะ เ สี ย สี ง สุ ดสุท้ า ย ข อ ง ก า ร อ อ ก เ สี ย สี ง เ ป็ น ป็ ทั้ งทั้ ที่ ไ ม่ มีม่เมี สี ย สี ง สั ญ สั ลั ก ษ ณ์ ที่ ณ์ ที่ ใ ช้ สํ ช้ า สํ ห รั บรั เ สี ย สี ง นี้ คื นี้ คื อ [ θ ] ซึ่ ง ซึ่ มั ก มั เ รี ย รี ก ว่ าว่ " ที ต้ า " เ ป็ น ป็ สั ญ สั ลั ก ษ ณ์ ที่ ณ์ ที่ จ ะ ใ ช้ สํ ช้ า สํ ห รั บรั เ สี ย สี ง แ ร ก แ ล ะ เ สี ย สี ง สุ ดสุท้ า ย ใ น ว ลี ส า ม ฟั น ฟั เ สี ย สี ง ที่ เ ป ล่ ง อ อ ก ม า จ ะ แ ส ด ง ด้ ว ด้ ย สั ญ สั ลั ก ษ ณ์ [ ð ] ซึ่ ง ซึ่ มั ก มั เ รี ย รี ก ว่ าว่ " e t h " เ สี ย สี ง นี้ พ บ ไ ด้ ใ ด้ น ก า ร อ อ ก เ สี ย สี ง ข อ ง เ สี ย สี ง เ ริ่ ม ริ่ ต้ น ข อ ง คํ า ทั่ วทั่ ไ ป เ ช่ นช่ t h e r e , t h e n a n d t h u s น อ ก จ า ก นี้ ยั นี้ งยั เ ป็ น ป็ เ สี ย สี ง พ ยั ญ ยั ช น ะ ก ล า ง แ ล ะ เ สี ย สี ง สุ ดสุท้ า ย ข อ ง ก า ร อ อ ก เ สี ย สี ง คํ า ว่ าว่ " ฟั น ฟั ผุ "ผุบ า ง ค รั้ งรั้ ใ ช้ สํ ช้ า สํ ห รั บรั พ ยั ญ ยั ช น ะ เ ห ล่ า นี้ เ นี้ มื่ อ มื่ อ อ ก เ สี ย สี ง ด้ ว ด้ ย ป ล า ย ลิ้ น ร ะ ห ว่ าว่ง ( = i n t e r ) ฟั น ฟั บ น แ ล ะ ฟั น ฟั ล่ า ง


Alveolars inam festi n g ~ manifesting ~ ma n i f esting ~ ถุงถุลมโป่งป่พอง เสียสีงเหล่านี้เ นี้ป็น ป็ เสียสีงที่เกิดขึ้นขึ้กับส่วส่นหน้าน้ของลิ้นบนสันสัถุงถุลม ซึ่งซึ่เป็น ป็ สันสัเขากระดูกดูที่หยาบกร้าร้นอยู่ ด้าด้นหลังและเหนือนืฟันฟับนทันที เสียสีงเริ่มริ่ต้นด้าด้นบน top, dip, sit, zoo และ nut ล้วน เป็น ป็ ถุงถุลม สัญสัลักษณ์สํณ์าสํหรับรัเสียสีงเหล่านี้จํ นี้ าจํง่าย – [t], [d], [s], [z], [n] ในจําจํนว นนี้ [t] และ [s] ไม่มีม่เมีสียสีง ในขณะที่ [d], [z] และ [n] ถูกถูเปล่งออกมา อาจเห็น ห็ ได้ชัด้ดชัว่าว่เสียสีงสุดสุท้ายของคําว่าว่ bus และ buzz ต้องเป็น ป็ [s] และ [z] ตามลําดับดั เสียสีงของภาษา โดย [z]. สังสัเกตด้วด้ยว่าว่แม้จม้ะมีกมีารสะกดปมต่างกันและไม่ใม่ช่ แต่คําทั้งทั้สองคํานี้ ออกเสียสีงด้วด้ย [n] เป็น ป็ เสียสีงเริ่มริ่ต้น ถุงถุลมอื่นๆ คือเสียสีง [l] ที่พบในตอนต้นของคํา เช่นช่ตักและจุดไฟ และเสียสีง [r] ที่จุดเริ่มริ่ ต้นของด้าด้นขวาและเขียขีน


A d d a v e r b a l d e c l a r a t i o n o f y o u r g o a l s . P a l a t a l s in a m festing ~ manife s t i ng ~ manifesting ~ สิ่ ง สิ่ นี้ เ นี้ รี ย รี ก ว่ าว่เ พ ด า น แ ข็ ง ข็ ห รื อ รื เ พี ย พี ง แ ค่ เ พ ด า น ป า ก เ สี ย สี ง ที่ เ กิ ด จ า ก ลิ้ น แ ล ะ เ พ ด า น ป า ก เ รี ย รี ก ว่ าว่เ พ ด า น ป า ก ( ห รื อ รื a l v e o - p a l a t a l s ) ตั ว อ ย่ าย่ง ข อ ง เ พ ด า น ป า ก คื อ เ สี ย สี ง เ ริ่ ม ริ่ ต้ น ใ น คํ า ว่ าว่ต ะ โ ก น แ ล ะ เ ด็ ก ด็ ซึ่ ง ซึ่ ทั้ งทั้ คู่ ไ คู่ ม่ มีม่เมี สี ย สี ง เ สี ย สี ง " s h " แ ส ด ง เ ป็ น ป็ [ ʃ ] แ ล ะ เ สี ย สี ง " c h " แ ส ด ง เ ป็ น ป็ [ ʧ ] ดั งดั นั้ น นั้ คํ า ว่ าว่ shoe- brush จึงจึเริ่มริ่ต้นและลงท้ายด้วด้ยเสียสีงเพดานปากที่ไม่มีม่เมีสียสีง [ʃ] และคําว่าว่ churchเริ่มริ่ต้นและลงท้ายด้วด้ยเสียสีงเพดานปากที่ไม่มีม่เมีสียสีงอื่นๆ [ʧ]หนึ่งนึ่ในเพดานปากที่เปล่งออกมาซึ่งซึ่แสดงด้วด้ยสัญสัลักษณ์ [ʒ] ไม่ธม่รรมดามากในภาษาอังกฤษ แต่สามารถพบได้เด้ป็นป็เสียสีงพยัญยัชนะกลางในคําเช่นช่สมบัติบั ติและความสุขสุหรือรืเสียสีงสุดสุท้ายในเพดานปากที่เปล่งออกมาอีกเสียสีงหนึ่งนึ่คือ [་] ซึ่งซึ่เป็นป็เสียสีงเริ่มริ่ต้นในคําพูดเช่นช่เรื่อรื่งตลกและอัญมณี คําว่าว่ผู้พิพพิากษาและชื่อชื่จอร์จร์ทั้งทั้เริ่มริ่ต้นและลงท้ายด้วด้ยเสียสีง [་] แม้จม้ะมีคมีวามแตกต่างที่ชัดชัเจนในการสะกดคําเพดานปากที่เปล่งออกมาอีกอย่าย่งหนึ่งนึ่คือเสียสีง [j] ที่ใช้ที่ช้ ที่จุดเริ่มริ่ต้นของคําเช่นช่ you และ yet


A d d a v e r b a l d e c l a r a t i o n o f y o u r g o a l s . V e l a r s in a m festi g manife s t i ng ~ manifesting ~ เ พ ด า น แ ข็ ง ข็ คุ ณคุจ ะ พ บ บ ริ เ ริ ว ณ ที่ อ่ อ น นุ่ มนุ่ ซึ่ ง ซึ่ เ รี ย รี ก ว่ าว่เ พ ด า น อ่ อ น ห รื อ รื เ พ ด า น ป า ก แ ข็ ง ข็ เ สี ย สี ง ที่ เ กิ ด จ า ก ด้ า ด้ น ห ลั ง ข อ ง ลิ้ น กั บ v e l u m เ รี ย รี ก ว่ าว่ v e l a r s มี เ มี สี ย สี ง v e l a r ที่ ไ ม่ มีม่เมี สี ย สี ง ซึ่ ง ซึ่ แ ส ด ง ด้ ว ด้ ย สั ญ สั ลั ก ษ ณ์ [ k ] ซึ่ ง ซึ่ ไ ม่ เม่พี ย พี ง เ กิ ด ขึ้ น ขึ้ ใ น เ ด็ ก ด็ แ ล ะ ฆ่ าฆ่เ ท่ า นั้ น นั้ แ ต่ ยั งยั เ ป็ น ป็ เ สี ย สี ง เ ริ่ ม ริ่ ต้ น ใ น ร ถ แ ล ะ ค ว า ม ห น า ว เ ย็ น ย็ อี ก ด้ ว ด้ ย แ ม้ จ ม้ ะ มี ก มี า ร ส ะ ก ด คํ า ที่ ห ล า ก ห ล า ย แ ต่ เ สี ย สี ง [ k ] นี้ เ นี้ ป็ น ป็ ทั้ งทั้ เ สี ย สี ง เ ริ่ ม ริ่ ต้ น แ ล ะ เ สี ย สี ง สุ ดสุท้ า ย ใ น คํ า ว่ าว่ c o o k , k i c k แ ล ะ c o k e เ สี ย สี ง v e l a r ที่ เ ป ล่ ง อ อ ก ม า ที่ ไ ด้ ยิ ด้ น ยิ ใ น ต อ น ต้ น ข อ ง คํ า เ ช่ นช่ g o , g u n a n d g i v e แ ส ด ง โ ด ย [ ɡ ] นี่ เ ป็ น ป็ เ สี ย สี ง สุ ดสุท้ า ย ใ น คํ า พู ด เ ช่ นช่ก ร ะ เ ป๋ า ป๋ แ ก้ ว มั ค มั เ ป็ น ป็ ต้ น V e l u m ส า ม า ร ถ ล ด ล ง เ พื่ อ พื่ ใ ห้ อ ห้ า ก า ศ ไ ห ล ผ่ าผ่น โพ ร ง จ มู ก แ ล ะ ทํ า ใ ห้ เ ห้ กิ ด v e l a r ที่ เ ป ล่ ง อ อ ก ม า อี ก อั น ซึ่ ง ซึ่ แ ส ด ง ด้ ว ด้ ย สั ญ สั ลั ก ษ ณ์ [ ŋ ] ซึ่ ง ซึ่ โ ด ย ทั่ วทั่ ไ ป เ รี ย รี ก ว่ าว่ " a n g m a " ใ น ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ ที่ เ ขี ย ขี น โ ด ย ป ก ติ เ สี ย สี ง นี้ จ นี้ ะ ส ะ ก ด เ ป็ น ป็ ตั ว อั ก ษ ร ส อ ง ตั ว " n g " ดั งดั นั้ น นั้ เ สี ย สี ง [ ŋ ] จึ ง จึ อ ยู่ ที่ยู่ ที่ จุ ด สิ้ น สิ้ สุ ดสุข อ ง ก า ร ร้ อ ร้ ง เ พ ล ง ร้ อ ร้ ง เ พ ล ง แ ล ะ ถึ ง แ ม้ จ ม้ ะ ส ะ ก ด คํ า ลิ้ น มั น มั เ กิ ด ขึ้ น ขึ้ ส อ ง ค รั้ งรั้ ใ น รู ป รู แ บ บ เ สี ย สี ง เ รี ย รี ก เ ข้ า ข้ ร ะ วั งวั อ ย่ าย่เ ข้ า ข้ ใ จ ผิ ด ผิ กั บ ก า ร ส ะ ก ด คํ า อ ย่ าย่ง ปั ง – ล ง ท้ า ย ด้ ว ด้ ย เ สี ย สี ง [ ŋ ] เ ท่ า นั้ น นั้ ไ ม่ มีม่เมี สี ย สี ง [ ɡ ] ใ น คํ า นี้


A d d a v e r b a l d e c l a r a t i o n o f y o u r g o a l s . G l o t t a l s in a m festing ~ manife s t i ng ~ manifesting ~ เ สี ย สี ง ห นึ่ ง นึ่ เ สี ย สี ง ที่ ผ ลิ ต โ ด ย ไ ม่ ใม่ช้ ลิ้ ช้ ลิ้ น แ ล ะ ส่ วส่น อื่ น ๆ ข อ ง ป า ก มั น มั คื อ เ สี ย สี ง [ h ] ที่ เ กิ ด ขึ้ น ขึ้ ใ น ช่ วช่ง เ ริ่ ม ริ่ ต้ น ข อ ง h a v e แ ล ะ h o u s e แ ล ะ สํ า สํ ห รั บรั ผู้ พู ด ส่ วส่น ใ ห ญ่ เ ป็ น ป็ เ สี ย สี ง แ ร ก ใ น ใ ค ร แ ล ะ ใ ค ร เ สี ย สี ง นี้ มั นี้ ก มั จ ะ ถู ก ถู อ ธิ บ ธิ า ย ว่ าว่เ ป็ น ป็ เ สี ย สี ง g l o t t a l ที่ ไ ม่ มีม่เมี สี ย สี ง " G l o t t i s " คื อ ช่ อช่ง ว่ าว่ง ร ะ ห ว่ าว่ง ร อ ย พั บ พั ข อ ง เ สี ย สี ง ใ น ก ล่ อ ง เ สี ย สี ง เ มื่ อ มื่ g l o t t i s เ ปิ ด ปิ อ ยู่ เ ช่ นช่เ ดี ย ดี ว กั บ ใ น ก า ร ผ ลิ ต เ สี ย สี ง ที่ ไ ม่ มีม่เมี สี ย สี ง อื่ น ๆ แ ล ะ ไ ม่ มีม่ มี m a n i p u - l a t i o n ข อ ง อ า ก า ศ ที่ ผ่ าผ่น อ อ ก จ า ก ป า ก เ สี ย สี ง ที่ เ กิ ด ขึ้ น ขึ้ คื อ เ สี ย สี ง ที่ แ ส ด ง โ ด ย [ h ]


inam festi n g ~ manifesting ~ ma n i f esting ~ แผนภูมิ ภู เมิสียสีงพยัญยัชนะ เมื่อมื่อธิบธิายรายละเอียดบางอย่า ย่ งเกี่ยวกับสถานที่เปล่งเสียสีงพยัญยัชนะภาษาอังกฤษแล้ว เรา สามารถสรุปข้อ ข้ มูลพื้นพื้ฐานในแผนภูมิ ภู ปมิระกอบได้ ที่ด้า ด้ นบนของแผนภูมิ ภู มีมิ ป้มีา ป้ ยกํากับที่แตก ต่างกันสํา สํ หรับรัสถานที่ประกบ และภายใต้แต่ละป้า ป้ ยกํากับ −V (= ไม่มี ม่ เมีสียสีง) และ +V (= เปล่งเสียสีง) รวมอยู่ใยู่ นแผนภูมิ ภู นี้มิ นี้ ทางด้านซ้า ซ้ ยมือมืด้ว ด้ ย เป็นชุดคําศัพท์ที่ใช้อ ช้ ธิบธิาย ลักษณะการประกบ ซึ่ง ซึ่ เราจะพูดถึงในส่ว ส่ นต่อไปนี้ Charting consonant sounds


inam festi n g ~ manifesting ~ ma n i f esting ~ เมื่อมื่อธิบธิายรายละเอียดบางอย่าย่งเกี่ยวกับสถานที่เปล่งเสียสีงพยัญยัชนะภาษาอังกฤษแล้ว เราสามารถสรุปข้อข้มูลพื้นพื้ฐานใน แผนภูมิภูปมิระกอบได้ ที่ด้านบนของแผนภูมิภูมีมิ ป้มีาป้ยกํากับที่แตกต่างกันสําสํหรับรัสถานที่ประกบ และภายใต้แต่ละป้าป้ยกํากับ −V (= ไม่มีม่เมีสียสีง) และ +V (= เปล่งเสียสีง) รวมอยู่ใยู่นแผนภูมิภูนี้มิ นี้ ทางด้านซ้าซ้ยมือมืด้วย เป็นชุดคําศัพท์ที่ใช้อช้ธิบธิายลักษณะ การประกบ ซึ่งซึ่เราจะพูดถึงในส่วส่นต่อไปนี้ Charting consonant sounds


Vowels สระ ในขณะที่เสียสีงพยัญยัชนะส่วส่นใหญ่จญ่ะพูดชัดชัแจ้งจ้ผ่าผ่นการปิดปิหรือรืสิ่งสิ่กีดขวางในทางเดินดิเสียสีง แต่เสียสีงสระ จะถูกถูสร้าร้งขึ้นขึ้ด้วด้ยการไหลของอากาศที่ค่อนข้าข้งอิสระ ทั้งทั้หมดมักมัจะเปล่งออกมา เพื่อพื่อธิบธิายเสียสีงสระ เราพิจพิารณาวิธีวิที่ธี ที่ ลิ้นมีอิมี อิทธิพธิลต่อรูปรูร่าร่งที่การไหลของอากาศที่ต้องผ่าผ่น การประกบกัน เราคิดว่าว่ช่อช่งว่าว่งภายในปากมีด้มีาด้นหน้าน้กับด้าด้นหลัง และสูงสูเมื่อมื่เทียบกับพื้นพื้ที่ต่ํา ดังดันั้นนั้ ในการออกเสียสีงความร้อร้นและการตี เราพูดถึงสระ "สูงสูด้าด้นหน้าน้" เพราะเสียสีงถูกถูสร้าร้งขึ้นขึ้ด้วด้ยส่วส่นหน้าน้ ของลิ้นในตําแหน่งน่ที่ยกขึ้นขึ้ ในทางตรงกันข้าข้ม เสียสีงสระเกิดจากลิ้นในตําแหน่งน่ที่ต่ํากว่าว่และเสียสีงที่สามารถอธิบธิายได้ว่ด้าว่เป็นป็เสียสีง สระ "ต่ํา หลัง" ครั้งรั้ต่อไปที่คุณคุหันหัหน้าน้ไปทางกระจกห้อห้งน้ํา ให้ลห้องพูดคําว่าว่ร้อร้น ตี หมวก ร้อร้น สําสํหรับรั สองคำ แรก ปากของคุณคุจะค่อนข้าข้งปิดปิแต่สําสํหรับรัสองคำ สุดสุท้าย ลิ้นของคุณคุจะขยับยัต่ําลงและทําให้ ปากของคุณคุเปิดปิกว้าว้งขึ้นขึ้ (เสียสีงแห่งห่การผ่อผ่นคลายและความสุขสุมักมัจะมีสมีระที่ต่ํากว่าว่ ) คําศัพท์สําสํหรับรัการอธิบธิายเสียสีงสระเป็นป็ภาษาอังกฤษ (เช่นช่ "ด้าด้นหน้าน้สูงสู ") มักมัจะขึ้นขึ้อยู่กัยู่ กับตําแหน่งน่ของ พวกเขาในแผนภูมิภูมิเช่นช่เดียดีวกับที่แสดงที่นี่ (อิงจาก Ladefoged, 2006) ซึ่งซึ่ให้วิห้ธีวิกธีารจําจํแนกเสียสีงสระ ที่พบบ่อบ่ยที่สุดสุการติดตามแผนภูมิภูคืมิ คือรายการสระหลักพร้อร้มตัวอย่าย่งคําที่คุ้นคุ้เคยซึ่งซึ่แสดงรูปรูแบบการ สะกดคําที่เป็นป็ ไปได้สํด้าสํหรับรัแต่ละเสียสีง


inam festi n g ~ manifesting ~ ma n i f esting ~ คําควบกล้ํา สระกลาง [Ə] ด้านบน, เตาอบ, รองรับรั [ʌ] ก้น, เลือด, นกพิรพิาบ, แข็งข็ สระหลัง [U] boo, move, two, you [ʊ] book, could, put [Ɔ] เกิด, จับจั , ล้ม, ดิบ [ɑ] บ๊อบ๊บ, เปล, หงส์ นอกจากเสียสีงสระเดี่ยวแล้ว เรายังยัสร้าร้งเสียสีงที่ประกอบด้วยเสียสีงสระสองเสียสีงรวมกันเป็นประจําจํหรือรืที่เรียรีกว่าว่คําควบกล้ํา คําควบกล้ํา อวัยวัวะเสียสีงของเราย้าย้ยจากตําแหน่งเสียสีงหนึ่ง [a] ไปยังยัอีกตําแหน่งหนึ่ง [ɪ] เมื่อมื่เราสร้าร้งเสียสีง [aɪ] เช่นช่เดียวกับใน Hi หรือรื Bye การเคลื่อนไหวในคําควบกล้ํานี้มาจากต่ําไปสูงสูด้านหน้า อีกทางหนึ่ง เราสามารถใช้กช้ารเคลื่อนไหวจากต่ําไปหลังสูงสูโดย รวม [a] และ [ʊ] เพื่อพื่สร้าร้งเสียสีง [aʊ] ซึ่งซึ่เป็นคําควบกล้ําซ้ําในแบบฝึกหัดหัการฝึกพูดแบบดั้งดั้เดิม [haʊ naʊ braʊn kaʊ] ในคําอธิบธิายบางอย่าย่ง การเคลื่อนไหวถูกถูตีความว่าว่เกี่ยวข้อข้งกับการร่อร่น เช่นช่ [j] หรือรื [w] เพื่อพื่ ให้คํห้ คําควบกล้ําที่เราแสดงเป็น [aɪ] และ [aʊ] บางครั้งรั้อาจถูกถูมองว่าว่เป็น [aj] หรือรื [aw] ในขณะที่สระ [e], [a] และ [o] ถูกถูใช้เช้ป็นเสียสีงเดียวในภาษาอื่น และในภาษาอังกฤษพันพัธุ์อื่ธุ์อื่นๆ มักมั ใช้เช้ป็นเสียสีงแรกของคําควบกล้ํา ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัริ กันเท่านั้นนั้แผนภาพประกอบให้แห้นวคิดคร่าร่วๆ เกี่ยวกับวิธีวิกธีารสร้าร้งคําควบกล้ําและตามด้วยรายการเสียสีง พร้อร้มตัวอย่าย่งเพื่อพื่แสดงการเปลี่ยนแปลงบางอย่าย่งในการสะกดคําของเสียสีงเหล่านี้ Diphthongs


Etymology Coinage Borrowing Compounding Blending Clipping Backformation Conversion Acronyms Derivation Prefixes suffixes Infixes Word formation


Etymology นิรุนิกติศาสตร์ การศึกษาที่มาและประวัติวั ติของคําเรียรีกว่า ว่ นิรุนิกรุติศาสตร์ ซึ่งซึ่เป็น ป็ คําที่เหมือมืนกับคําทางเทคนิคนิหลายคําของเรา มาหาเราผ่า ผ่ นภาษา ละติน แต่มีต้มี ต้ นกําเนิดในภาษากรีกรี (e ́tymon “รูปรูแบบดั้งดั้เดิมดิ ” + logia “study of”) และอย่า ย่ สับสัสนกับกีฏวิทวิยา จากภาษากรีกรีด้วย (e ́ntomon “แมลง”) เมื่อมื่เรามองอย่า ย่ งใกล้ชิดชิที่ etymol- ogies ของคําทางเทคนิคนิน้อ น้ ยกว่า ว่ ในไม่ช้ ม่ า ช้ เราจะค้นพบว่า ว่ มีหมีลายวิธีวิที่ธี ที่ คําศัพท์ใหม่ส ม่ ามารถป้อ ป้ นภาษาได้ เราควรจําจํ ไว้ว่ ว้ า ว่ กระบวนการเหล่านี้ทํ นี้ ทํางานในภาษามาระยะหนึ่งนึ่ แล้ว และคําจําจํนวนมากที่ใช้ใช้ นชีวิชีตวิ ประจําจํวันวั ในปัจจุบันบัถือเป็น ป็ การใช้ภ ช้ าษาในทางที่ผิดผิ ในทางที่ผิดผิ ในคราวเดียดีวของภาษา ตอนนี้ เป็น ป็ เรื่อรื่งยากที่จะเข้า ข้ใจมุมมองที่แสดงในช่ว ช่ งต้นศตวรรษที่สิบสิเก้าเกี่ยวกับ "นวัตวักรรมรสจืดจื " ของคําเช่น ช่ คู่มืคู่อมืหรือรืความ สยองขวัญวัที่แสดงโดยหนังนัสือสืพิมพิพ์ลพ์อนดอนในปี 1909 เกี่ยวกับการใช้คํ ช้ คําว่า ว่ การบินบิที่ประกาศเกียรติคุณคุใหม่ ทว่า ว่ คําศัพท์ใหม่ ๆ มากมายอาจทําให้เ ห้ กิดเสียสีงโวยวายที่คล้ายกันเมื่อมื่มีกมีารใช้ใช้ นปัจจุบันบัแทนที่จะทําราวกับว่า ว่ ภาษากําลังถูกถูทําให้เ ห้ สื่อสื่มเสียสีเรา อาจต้องการดูวิดูวัวิฒวันาการอย่า ย่ งต่อเนื่อนื่งของคําศัพท์ใหม่แ ม่ ละการใช้คํ ช้ คําเก่าใหม่เ ม่ ป็น ป็ สัญสัญาณที่สร้า ร้ งความมั่นมั่ ใจของพลังและความ คิดสร้า ร้ งสรรค์ในแบบที่ภาษาถูกถูกําหนดโดยความต้องการของผู้ใผู้ช้


หนึ่งในกระบวนการสร้าร้งคําที่พบบ่อบ่ยที่สุดสุในภาษาอังกฤษคือ coinage นั่นนั่คือการประดิษดิฐ์คํฐ์ คําศัพท์ใหม่ทั้ม่ ทั้งทั้หมด แหล่งที่มา ทั่วทั่ ไปที่สุดสุคือชื่อชื่ทางการค้าที่คิดค้นขึ้นขึ้สําสํหรับรัผลิตภัณฑ์เชิงชิพาณิชณิย์ที่ย์ ที่ กลายเป็นป็คําศัพท์ทั่วทั่ ไป (โดยปกติจะไม่มีม่ตัมี ตัวพิมพิพ์ใพ์หญ่)ญ่ สําสํหรับรัผลิตภัณฑ์นั้นนั้ทุกทุรุ่นรุ่ตัวอย่าย่งที่เก่ากว่าว่ ได้แด้ก่ aspirin, nylon, vaseline and zipper ตัวอย่าย่งล่าสุดสุได้แก่ granola, kleenex, teflon and xerox อาจเป็นป็ ไปได้ว่ด้าว่มีต้มี ต้นกําเนิดนิทางเทคนิคนิที่คลุมลุเครือรื (เช่นช่ te(tra)-fl(uor)-on) สําสํหรับรัคําศัพท์ที่ประดิษดิฐ์ขึ้ฐ์ขึ้นขึ้เหล่านี้บ นี้ างคํา แต่หลังจากการสร้าร้งครั้งรั้แรก พวกเขามักมัจะกลายเป็นป็คําในชี วิตวิ ประจําจํวันวั ในภาษา ตัวอย่าย่งร่วร่มสมัยมัที่สําสํคัญที่สุดสุของ coinage คือคําว่าว่ google เดิมดิทีเป็นป็การสะกดผิดผิสําสํหรับรัคําว่าว่ googol (= หมายเลข 1 ตามด้วย 100 ศูนย์)ย์ ในการสร้าร้งคําว่าว่ Googleplex ซึ่งซึ่ต่อมาได้กด้ลายเป็นป็ชื่อชื่ของบริษัริ ษัท (Google) คําว่าว่ google (ไม่มีม่ตัมี ตัว พิมพิพ์ใพ์หญ่)ญ่ ได้กลายเป็นป็สําสํนวนที่ใช้กัช้ กันอย่าย่งแพร่หร่ลายซึ่งซึ่หมายถึง “การใช้อิช้ อินเทอร์เร์น็ตน็เพื่อพื่ค้นหาข้อข้มูล” ผลิตภัณฑ์และ แนวคิดใหม่ (อีเบย์)ย์และกิจกรรมใหม่ (“คุณคุได้ลด้องใช้อีช้ อีเบย์แย์ล้วหรือรืยังยั”) คําศัพท์ใหม่ตม่ามชื่อชื่บุคคลหรือรืสถานที่เรียรีกว่าว่คําพ้อพ้งความหมาย เมื่อมื่เราพูดถึงฮูเวอร์ (หรือรืแม้แม้ต่สแปนเลอร์)ร์เราใช้ นามแฝง คําพ้อพ้งความหมายทั่วทั่ ไปอื่น ๆ คือแซนวิชวิ (จาก Earl of Sandwich ในศตวรรษที่สิบสิแปด- ซึ่งซึ่ยืนยืยันยัครั้งรั้แรกที่จะมี ขนมปังและเนื้อสัตสัว์ขว์องเขาร่วร่มกันขณะเล่นการพนันนั ) และกางเกงยีนยีส์ (จากเมือมืงเจนัวนัของอิตาลีที่ทําผ้าผ้ประเภทแรก) คํา พ้อพ้งความหมายบางคําเป็นป็คําศัพท์ทางเทคนิคนิ โดยอิงจากชื่อชื่ของผู้ที่ผู้ ที่ ค้นพบหรือรืคิดค้นสิ่งสิ่ต่าง ๆ เป็นป็ครั้งรั้แรก เช่นช่ fahrenheit (จากภาษาเยอรมันมั Gabriel Fahrenheit) โวลต์ (จากอิตาลี Alessandro Volta) และวัตวัต์ (จาก James Watt นักประดิษฐ์ชฐ์าวสก็อตแลนด์) Coinage


Borrowing การยืม ยื ดังดัที่ Bill Bryson สังสัเกตเห็นห็ ในใบเสนอราคาที่นํานํเสนอก่อนหน้าน้นี้ หนึ่งนึ่ในแหล่งที่มาของคําศัพท์ใหม่ที่ม่ ที่ พบบ่อบ่ยที่สุดสุในภาษาอังกฤษคือกระบวนการที่ระบุว่าว่เป็นป็การยืมยืนั่นนั่ คือการรับรัช่วช่งต่อคําจากภาษาอื่น (ในทางเทคนิคนิแล้ว มันมัเป็นป็มากกว่าว่การยืมยื -ing เพราะภาษาอังกฤษไม่ไม่ด้คืด้ คืนให้)ห้ตลอดประวัติวั ติศาสตร์ ภาษาอังกฤษได้นํด้านํคําจําจํนวนมากจาก ภาษาอื่นมาใช้ รวมถึงครัวรัซองต์ (ฝรั่งรั่เศส) ยาเสพติด (ดัตดัช์)ช์ ไลแลค (เปอร์เร์ซียซี) เปียปี โน (อิตาลี) เพรทเซล (เยอรมันมั ) โซฟา (อาหรับรั ) รอยสักสั (ตาฮิเตียน) ผู้ ประกอบการ (ญี่ปุ่ญี่ปุ่นปุ่ ) โยเกิร์ตร์ (ตุรตุกี) และม้าม้ลาย (บันบัตู)ตู แน่นน่อนว่าว่ภาษาอื่นๆ ยืมยืคําศัพท์จากภาษาอังกฤษ เช่นช่เดียดีวกับการใช้ suupaaa หรือรื suupaamaaketto (“ซูเปอร์มร์าร์เร์ก็ต”) และ taipuraitaa (“เครื่อรื่งพิมพิพ์ ดีดดี ”) ชาวฮังกาเรียรีนพูดถึงกีฬา klub และ futbal หรือรืชาวฝรั่งรั่เศสที่พูดถึงปัญหาความเครียรีด le มากกว่าว่วิสวิกี้หนึ่งนึ่แก้วในช่วช่งสุดสุสัปสัดาห์ le ในบางกรณี คําที่ยืมยื มาอาจใช้โช้ดยมีคมีวามหมายที่แตกต่างกันมาก เช่นช่เดียดีวกับการใช้ภช้าษาเยอรมันมัร่วร่มสมัยมัของคู่คํคู่คําภาษาอังกฤษ และดูใดูนวลี im Partnerlook เพื่อพื่อธิบธิายคนสองคนที่อยู่ ด้วด้ยกันและสวมเสื้อสื้ผ้าผ้ที่คล้ายกัน ไม่มีม่กมีารใช้สํช้าสํนวนนี้ในี้ นภาษาอังกฤษที่เทียบเท่ากัน การกู้ยืกู้มยื ประเภทพิเพิศษอธิบธิายว่าว่เป็นป็ loan-translation หรือรื calque (/kælk/) ในกระบวนการนี้ มีกมีารแปลองค์ประกอบของคําโดยตรงเป็นป็การสร้าร้งคํา ยืมยืภาษา. ตัวอย่าย่งที่น่าน่สนใจคือคําภาษาฝรั่งรั่เศส gratte-ciel ซึ่งซึ่แปลตามตัวอักษรว่าว่ "scrape-sky" Dutch wolkenkrabber ("cloud scratcher") หรือรื German Wolkenkratzer ("cloud scraper") ซึ่งซึ่ทั้งทั้หมดเป็นป็ calques สําสํหรับรัตึกระฟ้าฟ้อังกฤษ คําภาษาอังกฤษ superman คิด ว่าว่เป็นป็คําแปล loan-translation ของภาษาเยอรมันมั U ̈ bermensch และเชื่อชื่กันว่าว่คําว่าว่ loan-word นั้นนั้มาจากภาษาเยอรมันมั Lehnwort ช่วช่งเวลาแห่งห่ความ จริงริในการแสดงออกของอังกฤษเชื่อชื่ว่าว่เป็นป็ calque จากวลีภาษาสเปน el momento de la verdad แม้ว่ม้าว่จะไม่ไม่ด้จํด้าจํกัดเฉพาะการใช้งช้านดั้งดั้เดิมดิเป็นป็แรงผลักดันดั สุดสุท้ายของดาบเพื่อพื่ยุติการสู้วัสู้ ววักระทิง ทุกทุวันวันี้ ผู้พูผู้ พูดภาษาสเปนบางคนกินเพอร์รร์อส คาลิเอนเทส (ตามตัวอักษรว่าว่ “สุนัสุขนัร้อร้น”) หรือรืฮอทดอก แนวคิดอเมริกัริ กันของ "แฟน" คือการยืมยื โดยมีกมีารดัดดัแปลงเสียสีงเป็นป็ภาษาญี่ปุ่ญี่ปุ่นปุ่เป็นป็ boyifurendo แต่เป็นป็ calque เป็นป็ภาษาจีนจี ในฐานะ "เพื่อพื่นชาย" หรือรื nan pengyu


การประสม ในตัวอย่า ย่ งบางส่ว ส่ นที่เราเพิ่งพิ่พิจพิารณา มีกมีารรวมคําสองคําแยกกันเพื่อพื่สร้า ร้ งรูปรูแบบเดียดีว ดังดันั้นนั้ Lehn และ Wort จึงจึรวมกันเพื่อพื่ผลิต Lehnwort ในภาษาเยอรมันมักระบวนการรวมนี้ ในทางเทคนิคนิเรียรีก ว่า ว่ การทบต้น เป็น ป็ เรื่อรื่งปกติมากในภาษาต่างๆ เช่น ช่ เยอรมันมัและอังกฤษ แต่พบได้น้ ด้ อ น้ ยกว่า ว่ มากในภาษา ต่างๆ เช่น ช่ ฝรั่งรั่เศสและสเปน สารประกอบภาษาอังกฤษทั่วทั่ ไป ได้แ ด้ ก่ ตู้หตู้นังนัสือสืลูกลูบิดบิ ประตู ลายนิ้วนิ้มือมื การถูกถูแดดเผา หนังสือสืเรียรีน วอลล์เปเปอร์ ตะกร้า ร้ ขยะ และเตียงน้ํา ตัวอย่า ย่ งทั้งทั้หมดเหล่านี้เ นี้ป็น ป็ คํานาม แต่เรายังยัสามารถสร้า ร้ งคําคุณคุศัพท์ประสม (good-looking, low-paid) และสารประกอบของคํา คุณคุศัพท์ (fast) บวกกับคํานาม (อาหาร) เช่น ช่ เดียดีวกับในร้า ร้ นอาหาร fast- พูดจาโผงผางหรือรืงาน fulltime แหล่งคําศัพท์ใหม่ที่ ม่ ที่ มีปมีระสิทสิธิผธิลมากนี้ไนี้ ด้รั ด้ บรัการบันบัทึกไว้อ ว้ ย่า ย่ งดีใดีนภาษาอังกฤษและภาษาเยอรมันมัแต่ ยังยัสามารถพบได้ในภาษาที่ไม่เ ม่ กี่ยวข้อ ข้ งกันโดยสิ้นสิ้เชิงชิเช่น ช่ ม้ง ม้ (พูดในเอเชียชีตะวันวัออกเฉียงใต้) ซึ่งซึ่รวม hwj (“หม้อ ม้ ”) และ kais (“พวยกา”) เพื่อพื่ผลิต hwjkais (“กาต้มน้ํา”) การสร้า ร้ งสรรค์ล่าสุดสุคือ paj (“ดอกไม้”ม้) บวก kws (“ข้า ข้ วโพด”) สําสํหรับรั pajkws (“ pop- corn ”) และ hnab (“bag ”) + rau (“ put”) + ntawv (“กระดาษ” หรือรื “หนังนัสือสื ”) สําสํหรับรั hnabraun- tawv (“ schoolbag ”) . Compounding


Blending การผสม การรวมกันของสองรูปรูแบบที่แยกจากกันเพื่อพื่สร้าร้งคําศัพท์ใหม่คํม่ คําเดียดีวมีอมียู่ใยู่นกระบวนการที่เรียรีกว่าว่การผสม อย่าย่งไรก็ตาม การผสมมักมัจะทําได้ โดยใช้เช้พียพีงจุดเริ่มริ่ต้นของคําเดียดีวและรวมเข้าข้ด้วด้ยกันที่ส่วส่นท้ายของคําอื่น ในบางส่วส่นของสหรัฐรัอเมริกริา มีผมีลิตภัณฑ์ที่ใช้เช้หมือมืนน้ํามันมัเบนซินซิ แต่ทําจากแอลกอฮอล์ ดังดันั้นนั้คําที่ "ผสม" สําสํหรับรัการอ้างถึงผลิตภัณฑ์นี้คื นี้ คือแก๊สโซฮอล์ เพื่อพื่พูดคุยคุเกี่ยวกับการรวมกัน ผลกระทบของควันวัและหมอก เราสามารถใช้คํช้ คําว่าว่หมอกควันวั ได้ ในสถานที่ที่พวกเขามีสิ่มีงสิ่นี้ม นี้ ากมาย พวกเขาสามารถแยกความแตกต่างระหว่าว่ง หมอกควันวัหมอกควันวั (ควันวั + หมอกควันวั ) และหมอกควันวั (ควันวั + murk) อย่าย่งติดตลก ในฮาวาย ใกล้กับภูเภูขาไฟที่ยังยัคุกคุรุ่นรุ่อยู่ พวกเขามีปัมี ปัญหากับหมอกควันวัตัวอย่าย่งการผสมอื่นๆ ที่ใช้กัช้ กันทั่วทั่ ไป ได้แด้ก่ บิตบิ (ไบนารี/รีหลัก) บรันรัช์ (อาหารเช้าช้/อาหารกลางวันวั ) โมเต็ล (มอเตอร์/ร์ โรงแรม) และการออกอากาศ (โทรทัศน์/น์การออกอากาศ) กิจกรรมการระดมทุนทุทางโทรทัศน์ที่น์ ที่ รู้สึรู้กสึเหมือมืนวิ่งวิ่มาราธอนมักมัเรียรีกว่าว่เทเลทอน ในขณะที่สาระบันบัเทิง (ข้อข้มูล/ความบันบัเทิง) และการออก อากาศพร้อร้มกัน (simulta- neous/broadcast) เป็นป็การผสมผสานใหม่อื่ม่ อื่นๆ จากชีวิชีตวิกับโทรทัศน์ เพื่อพื่อธิบธิายการผสมผสานของ ภาษา บางคนพูดถึง Franglais (ฝรั่งรั่เศส/อังกฤษ) และ Spanglish (สเปน/อังกฤษ) ในการผสมผสานไม่กี่ม่ กี่ อย่าย่ง เรารวมจุดเริ่มริ่ ต้นของทั้งทั้สองคํา เช่นช่เดียดีวกับในแง่ของเทคโนโลยีสยีารสนเทศ เช่นช่ telex (teleprinter/exchange) หรือรืโมเด็มด็ (โมดูเดูลเตอร์/ร์ ตัวดัดดัแปลง) นอกจากนี้ยั นี้ งยัมีคํมี คําว่าว่แฟกซ์ แต่นั่นนั่ ไม่ใม่ช่กช่ารผสมผสานกันอย่าย่งลงตัว เป็นป็ตัวอย่าย่งของหมวดหมู่ถัมู่ ถัดไปของเราเอง


การตัด องค์ประกอบของการลดที่เห็น ห็ ได้ชัด้ดชัเจนในการผสมนั้นนั้ชัดชัเจนยิ่งยิ่ขึ้นขึ้ ในกระบวนการที่อธิบธิายว่า ว่ เป็น ป็ การตัด สิ่งสิ่นี้เ นี้ กิดขึ้นขึ้เมื่อมื่คํามากกว่า ว่ หนึ่งนึ่พยางค์ (โทรสาร) ลดลงเป็น ป็ รูปรูแบบที่สั้นสั้กว่า ว่ (แฟกซ์)ซ์ ซึ่งซึ่มักมัจะเริ่มริ่ต้นในการพูดแบบสบาย ๆ คําว่า ว่ น้ํามันมัเบนซินซิยังยัคงใช้อช้ยู่ แต่คนส่ว ส่ นใหญ่พู ญ่พูดถึงก๊าซ โดยใช้รูช้ ปรูแบบที่ถูกถูตัด ตัวอย่า ย่ งทั่วทั่ ไปอื่นๆ ได้แด้ก่ โฆษณา (โฆษณา), ชุดชั้นชั้ ใน (ทองเหลือง), แท็กซี่ (คาเบรียรีเลต์), คอนโด (คอนโดมิเมินียนีม), พัดพัลม (คลั่งลั่ ไคล้), ไข้หข้วัดวั ใหญ่ (ไข้หข้วัดวั ใหญ่)ญ่ , ดัดดัผม (คลื่นถาวร), โทรศัพท์, เครื่อรื่งบินบิและผับผั (ทําเนียนีบสาธารณะ) ผู้พูผู้ พูดภาษาอังกฤษยังยัชอบตัดชื่อชื่กัน และกัน เช่น ช่ เดียดีวกับใน Al, Ed, Liz, Mike, Ron, Sam, Sue และ Tom ต้องมีบมีางอย่า ย่ งเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่ส่ง ส่ เสริมริการตัดเพราะคําจําจํนวนมากลดลง เช่น ช่ เคมี การสอบ ยิมยิห้อห้งปฏิบัติบั ติการ คณิตณิศาสตร์ phys-ed poly- sci ศาสตราจารย์ และการ พิมพิพ์ผิพ์ดผิ การลดลงบางประเภทซึ่งซึ่เป็น ป็ ที่ชื่นชื่ชอบในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียและอังกฤษ ทําให้เห้กิดรูปรู แบบที่เรียรีกว่า ว่ hypocorisms ในทางเทคนิคนิ ในกระบวนการนี้ คําที่ยาวขึ้นขึ้จะลดลงเหลือพยางค์ เดียดีว จากนั้นนั้ -y หรือรื -ie จะถูกถูเพิ่มพิ่เข้าข้ไปที่ส่ว ส่ นท้าย นี่คื นี่ คือกระบวนการที่ส่ง ส่ ผลให้เห้กิดภาพยนตร์ (“ภาพเคลื่อนไหว”) และโทรทัศน์ (“โทรทัศน์”น์) นอกจากนี้ยั นี้ งยัผลิตออสซี่ (“ออสเตรเลีย”) ตุ๊กตุ๊ตาบาร์ บี้ (“บาร์บีร์คิบี คิว”) เจ้าจ้มือมืรับรัแทงม้าม้ (“เจ้าจ้มือมืรับรัแทง”) บรอกกี้ (“อาหารเช้าช้”) และแฮงกี้ (“ผ้าผ้เช็ด ช็ หน้าน้”) คุณคุอาจเดาได้ว่ด้า ว่ Chrissy pressies คืออะไร Clipping


Backformation กระบวนการลดแบบพิเพิศษเรียรีกว่าว่ backformation ชนิดหนึ่ง โดยปกติ คําประเภทหนึ่ง (โดยปกติคือคํานาม) จะลดลงเพื่อพื่ สร้าร้งคําประเภทอื่น (โดยปกติคือ a การสร้าร้งคํา กริยริา). ตัวอย่าย่งที่ดีของ backformation คือกระบวนการที่คํานามโทรทัศน์เข้าข้มาใช้งช้านครั้งรั้แรก จากนั้นนั้จึงจึสร้าร้งคํากริยริา televise จากมันมัตัวอย่าย่งอื่นๆ ของคําที่สร้าร้งขึ้นขึ้ โดยกระบวนการนี้ ได้แก่ บริจริาค (จาก "การบริจริาค") อิโมติคอน (จาก "อารมณ์") enthuse (จาก "ความกระตือรือรืร้นร้ ") ผู้ปผู้ ระสานงาน (จาก "ผู้ปผู้ ระสานงาน") และพี่เ พี่ ลี้ยงเด็ก (จาก "พี่เ พี่ ลี้ยง เด็ก") อันที่จริงริเมื่อมื่เราใช้คํช้ คํากริยริา backform (คุณคุรู้หรู้รือรืไม่ว่ม่าว่ “opt” ถูกถู backformed จาก “option”) เรากําลัง ใช้ backformation แหล่งที่มาของคํากริยริา backformed เป็นประจําจํ ในภาษาอังกฤษนั้นนั้ขึ้นขึ้อยู่กัยู่ กับผู้ปผู้ ฏิบัติบั ติงานรูปแบบทั่วทั่ ไป – งาน สมมติฐานดู เหมือมืนจะเป็นว่าว่หากมีคํมี คํานามที่ลงท้ายด้วย -er (หรือรืสิ่งสิ่ที่ใกล้เคียงกันในเสียสีง) เราสามารถสร้าร้งคํากริยริาสําสํหรับรัสิ่งสิ่ที่คํานาม -er ทํา ดังนั้นนั้บรรณาธิกธิารจะแก้ไข ประติมากรจะปั้นและขโมย คนเร่ขร่ายของและนักต้มตุ๋นตุ๋จะขโมย เร่ขร่าย และฉ้อโกง


การเปลี่ยน แปลง การเปลี่ยนแปลงฟังฟัก์ชันชัของคํา เช่นช่เมื่อมื่คํานามถูกถูใช้เช้ป็นป็คํากริยริา (โดยไม่มีม่กมีารลดลงใดๆ) โดยทั่วทั่ ไปเรียรีกว่าว่การ แปลง ป้าป้ยกํากับอื่นๆ สําสํหรับรักระบวนการทั่วทั่ ไปนี้คื นี้ คือ "การเปลี่ยนแปลงหมวดหมู่"มู่และ "การเปลี่ยนแปลงการทํางาน" คํานามจําจํนวนหนึ่ง เช่นช่ขวด เนย เก้าอี้ และวันวัหยุด ถูกถูนํานํมาใช้ผ่ช้าผ่นการแปลงเป็นป็คํากริยริา: เมื่อมื่คืนเราบรรจุขวด home-brew; คุณคุทาเนยขนมปังปิ้งปิ้หรือรืไม่?ม่ ; มีคมีนต้องเป็นป็ ประธานการประชุม พวกเขากําลังพักพัผ่อผ่นในฟลอริดริา เวอร์ชัร์นชั con- เหล่านี้ไนี้ด้รับรัการยอมรับรัอย่าย่งง่ายดาย แต่ตัวอย่าย่งบางส่วส่น เช่นช่ผลกระทบของคํานามที่ใช้เช้ป็นป็คํา กริยริา ดูเดูหมือมืนจะส่งส่ผลกระทบต่อความอ่อนไหวของบางคนในทางลบ กระบวนการแปลงมีปมีระสิทสิธิภธิาพโดยเฉพาะอย่าย่งยิ่งยิ่ในภาษาอังกฤษสมัยมั ใหม่ โดยมีกมีารใช้งช้านใหม่ๆม่เกิดขึ้นขึ้บ่อบ่ยครั้งรั้ การแปลงอาจเกี่ยวข้อข้งกับคํากริยริาที่กลายเป็นป็คํานาม ด้วด้ยการเดา ต้อง และสอดแนมเป็นป็แหล่งที่มาของการคาดเดา สิ่งสิ่ที่ต้องทํา และสายลับ คํากริยริาวลี (เพื่อพื่พิมพิพ์อพ์อกมา รับรัช่วช่งต่อ) ก็กลายเป็นป็คํานามเช่นช่กัน (งานพิมพิพ์ การ เทคโอเวอร์)ร์การรวมกันของคํากริยริาที่ซับซัซ้อซ้นหนึ่งนึ่คํา (อยากเป็นป็ ) ได้กด้ลายเป็นป็คํานามใหม่ เนื่อนื่งจากใน เขาไม่ไม่ด้อด้ยู่ ในกลุ่มลุ่เขาเป็นป็แค่ตะกาย คํากริยริา (ดูผ่ดูาผ่น ยืนยืขึ้นขึ้ ) ก็กลายเป็นป็คําคุณคุศัพท์ เช่นช่เดียดีวกับในเนื้อนื้หา see-through หรือรืนักนัแสดงตลก stand-up หรือรืคําคุณคุศัพท์ คํานามประสมบางคําสันสันิษนิฐานว่าว่คําคุณคุศัพท์หรือรืฟังฟัก์ชันชัทางวาจา เป็นป็ตัวอย่าย่งโดย ball park ที่ปรากฏในรูปรู ballpark หรือรืขอให้ให้ครบางคน ball-park ประมาณการค่าใช้จ่ช้าจ่ย คํานามอื่นๆ ประเภทนี้ ได้แด้ก่ carpool, mastermind, microwave และ quarter- back ซึ่งซึ่ทั้งทั้หมดใช้เช้ป็นป็คํากริยริาเป็นป็ ประจําจํรูปรูแบบอื่นๆ เช่นช่ขึ้นขึ้และลง ก็สามารถกลาย เป็นป็คํากริยริาได้เช่นช่กัน เช่นช่เดียวกับใน They ' re going to up the price of oil or We downed a few beers at the Chimes Conversion


Acronyms ตัวย่อย่ของตัวย่อย่ ตัวย่อย่เป็นคําใหม่ที่ม่ ที่ เกิดจากตัวอักษรเริ่มริ่ต้นของชุดคําอื่น สิ่งสิ่เหล่านี้อาจเป็นรูปแบบเช่นช่ CD (“compact disk”) หรือรื VCR (“video cassette recorder”) ซึ่งซึ่การออกเสียสีงประกอบด้วยการพูดตัวอักษรแต่ละตัวแยกกัน โดยทั่วทั่ ไปแล้ว ตัวย่อย่จะออกเสียสีงเป็นคําเดียวใหม่ เช่นช่เดียวกับใน NATO, NASA หรือรื UNESCO ตัวอย่าย่งเหล่านี้เก็บ ตัวพิมพิพ์ใพ์หญ่ไว้ แต่ตัวย่อย่จําจํนวนมากกลายเป็นคําศัพท์ในชีวิชีตวิ ประจําจํวันวัเช่นช่เลเซอร์ (“การขยายแสงโดยการกระตุ้ นการปล่อยรังรัสี”สี ) เรดาร์ (“การตรวจจับจัวิทวิยุและช่วช่ง”) การดําน้ําลึก (“เครื่อรื่งช่วช่ยหายใจใต้น้ําในตัว”) และรหัสหั zip (“แผนปรับรั ปรุงโซน”) คุณคุอาจได้ยินยิการพูดถึง snafu ซึ่งซึ่ขึ้นขึ้ชื่อชื่ว่าว่มีต้มี ต้นกําเนิดใน "สถานการณ์ปกติ ทั้งทั้หมด ทําฟาวล์" แม้ว่ม้าว่จะมีข้มีอข้พิพพิาทเกี่ยวกับ f-word ที่เหมาะสมในนั้นนั้ ชื่อชื่สําสํหรับรัองค์กรมักมั ได้รับรัการออกแบบให้มีห้ตัมี ตัวย่อย่เป็นคําที่เหมาะสม เช่นช่เดียวกับใน "แม่ต่ม่ ต่อต้านการเมาแล้วขับขั " (MADD) และ "ผู้หผู้ ญิงต่อต้านการข่มข่ขืนขื " (WAR) ตัวย่อย่ ใหม่บม่างตัวเข้าข้มาใช้งช้านทั่วทั่ ไปอย่าย่งรวดเร็ว ร็ จนผู้พูผู้ พูดหลายคน ไม่คิม่ คิดถึงความหมายของส่วส่นประกอบ นวัตวักรรมต่างๆ เช่นช่ ATM (“เครื่อรื่งถอนเงินอัตโนมัติมั ติ”) และ PIN ที่จําจํเป็น (“หมายเลขประจําจํตัวส่วส่นบุคคล”) มักมั ใช้กัช้ กับองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งซ้ําแล้วซ้ําเล่า เนื่องจากบางครั้งรั้ฉันลืม หมายเลข PIN เมื่อมื่ ไปที่เครื่อรื่ง ATM


ที่มา กระบวนการสร้า ร้ ง word- ที่พบบ่อ บ่ ยที่สุด สุ ที่จะพบได้ใด้ นการผลิตคํา ศัพท์ภาษาอังกฤษใหม่ กระบวนการนี้เ นี้ รีย รี กว่า ว่ การได้ม ด้ าและทําได้โด้ ดย ใช้ "บิตบิ " ภาษาอังกฤษขนาดเล็กจํา จํ นวนมาก ซึ่ง ซึ่ มัก มั จะไม่ไม่ ด้รั ด้ บ รั รายชื่อ ชื่ แยกต่างหากในพจนานุก นุ รม พจนานุก นุ รม "บิตบิ " ขนาดเล็กเหล่านี้มั นี้ ก มั ถูก ถู อธิบธิายว่า ว่ เป็น ป็ คําต่อท้าย ตัวอย่า ย่ งที่คุ้น คุ้ เคย ได้แ ด้ ก่ องค์ประกอบ un-, mis-, pre-, -ful, -less, -ish, -ism และ -ness ซึ่ง ซึ่ปรากฏในคํา เช่น ช่ unhappy, misrepresent, prejudge, joyful, careless, boyish, terrorism และ sadness Derivation


Write your thoughts here. Copy and paste to duplicate this sticky note or press "S" as a keyboard shortcut Prefixes suffixes and Infixes คํานํา นํ หน้า น้ และคําต่อท้าย Prefixes and suffixes เมื่อมื่พิจพิารณาจากกลุ่ม ลุ่ คําก่อนหน้า น้ อย่า ย่ งใกล้ชิดชิยิ่งยิ่ขึ้น ขึ้ เราจะเห็น ห็ ว่า ว่ ต้องเพิ่มพิ่คําต่อท้ายของคําบางคําที่ จุดเริ่มริ่ต้นของคํา (เช่น ช่ un-, mis-) สิ่งสิ่เหล่านี้เ นี้ รียรีกว่า ว่ คํานํา นํ หน้า น้ ต้องเพิ่มพิ่คําต่อท้ายคําอื่นๆ (เช่น ช่ - less, -ish) และเรียรีกว่า ว่ คําต่อท้าย คําภาษาอังกฤษทั้ง ทั้ หมดที่เกิดจากกระบวนการได้ม ด้ านี้มี นี้ คํมี คํ านํา นํ หน้า น้ หรือรืคําต่อท้าย หรือรืทั้ง ทั้ สองอย่า ย่ ง ดังดันั้นนั้การเข้า ข้ใจผิดผิจึง จึ มีคํมี คํ านํา นํ หน้า น้ การดูห ดู มิ่นมิ่มีทั้มี ทั้ง ทั้ คํานํา นํ หน้า น้ และ คําต่อท้าย และความโง่เขลามีคํมี คํ าต่อท้ายสองคำ Infixes มีคํมี คํ าต่อท้ายประเภทที่สาม ซึ่ง ซึ่ปกติไม่ไม่ ด้ใด้ ช้เ ช้ป็นภาษาอังกฤษ แต่พบได้ใด้ นภาษาอื่นๆ สิ่งสิ่นี้เ นี้ รียรีกว่า ว่ infix และตามคําที่แนะนํา นํ มันมัเป็น ป็ คําต่อท้ายที่รวมอยู่ใยู่ นคําอื่น เป็นไปได้ที่ ด้ ที่ จะเห็น ห็ หลักการทั่ว ทั่ ไปในที่ทํางานใน บางสํา สํ นวน บางครั้งรั้ใช้ใช้ นสถานการณ์โณ์ดยบังบัเอิญหรือรืรุน รุ แรงขึ้น ขึ้ โดยผู้พูผู้ พู ดภาษาอังกฤษที่กระตุ้น ตุ้ อารมณ์:ณ์ Hallebloodylujah!, Absogoddamlutely! และไม่น่ ม่ า น่ เชื่อชื่เลย!.. ในภาพยนตร์เร์รื่อรื่ง Wish You Were Here ตัวละครหลักแสดงอาการกําเริบริของเธอ (ที่ตัวละครอื่นที่พยายามติดต่อเธออยู่ เสมอ) โดยกรีดรีร้อ ร้ ง บอกเขาว่า ว่ ฉันไป Singabloodypore แล้ว! คําสบถอาจมีอมีงค์ประกอบที่ติดอยู่ เช่น ช่ เดียดีวกับใน godtripledammit!.


Morphology Morphemes Free and bound morphemes Lexical and functional morphemes Derivational and inflectional morphemes Morphological description Morphs and allomorphs Morphology


สั ณ สั ฐ า น วิ ท วิ ย า ใ น ห ล า ย ภ า ษ า สิ่ ง สิ่ ที่ ดู เ ดู ห มื อ มื น จ ะ เ ป็ น รู ป แ บ บ เ ดี ย ว ก ลั บ ก ล า ย เ ป็ น ว่ าว่มี อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ " เ ห มื อ มื น คํ า " จํ า จํ น ว น ม า ก ตั ว อ ย่ าย่ง เ ช่ นช่ ใ น ภ า ษ า ส ว า ฮิ ลี ( พู ด ทั่ วทั่แ อ ฟ ริ ก ริ า ต ะ วั น วั อ อ ก ) แ บ บ ฟ อ ร์ ม ร์ n i t a k u p e n d a สื่ อ สื่ ถึ ง สิ่ ง สิ่ ที่ เ ป็ น ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ จ ะ ต้ อ ง แ ส ด ง เ ป็ น สิ่ ง สิ่ ที่ ฉั น จ ะ รั กรั คุ ณคุต อ น นี้ ภ า ษ า ส ว า ฮิ ลี เ ป็ น คํ า เ ดี ย ว ห รื อ รื ไ ม่ ?ม่ห า ก เ ป็ น " คํ า " ดู เ ดู ห มื อ มื น ว่ าว่จ ะ ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ห ล า ย อ ย่ าย่ง ซึ่ ง ซึ่ ใ น ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ จ ะ ก ล า ย เ ป็ น " คํ า " แ ย ก ต่ า ง ห า ก ก า ร โ ต้ ต อ บ ค ร่ าร่ว ๆ ส า ม า ร ถ นํ า เ ส น อ ไ ด้ ด้ ว ย วิ ธี วิ ต่ ธี ต่อ ไ ป นี้ : N i - t a - k u - เ พ น ด า " ฉั น จ ะ รั กรั คุ ณคุ " M o r p h o l o g y in a m festing ~ manife s t i ng ~ manifesting ~


เ ร า ไ ม่ จํม่าจํ เป็ น ต้ อ ง ไ ป ที่ ภ า ษ า อื่ น เ ช่ นช่ภ า ษ า ส ว า ฮิ ลี เ พื่ อ พื่ ค้ น ห า ว่ าว่ " รู ป แ บ บ คํ า " อ า จ ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ห ล า ย ป ร ะ ก า ร เ ร า ส า ม า ร ถ รั บรั รู้ ไรู้ ด้ ว่ าว่รู ป แ บ บ คํ า ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ เ ช่ นช่ก า ร พู ด คุ ยคุนั ก พู ด ก า ร พู ด คุ ยคุแ ล ะ ก า ร พู ด คุ ยคุต้ อ ง ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย ก า ร พู ด คุ ยคุอ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ห นึ่ ง แ ล ะ อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ อื่ น ๆ อี ก จํ า จํ น ว น ห นึ่ ง เ ช่ นช่ - s , - e r , - e d แ ล ะ - i n g อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ทั้ งทั้ ห ม ด เ ห ล่ า นี้ อ ธิ บ ธิ า ย ว่ าว่เป็ น สั ณ สั ฐ า น วิ ท วิ ย า คํ า จํ า จํ กั ด ค ว า ม ข อ ง สั ณ สั ฐ า น วิ ท วิ ย า คื อ " ห น่ ว ย ค ว า ม ห ม า ย ห รื อ รื ฟั ง ฟั ก์ ชั น ชั ท า ง ไ ว ย า ก ร ณ์ ที่ น้ อ ย ที่ สุ ดสุ " ห น่ ว ย ข อ ง ฟั ง ฟั ก์ ชั น ชั ไ ว ย า ก ร ณ์ ร ว ม ถึ ง รู ป แ บ บ ที่ ใ ช้ ใ ช้ น ก า ร ร ะ บุ อ ดี ต ก า ล ห รื อ รื พ หู พ หู จ น์ เ ป็ น ต้ น ใ น ป ร ะ โ ย ค ตํ า ร ว จ เปิ ด ก า ร ส อ บ ส ว น อี ก ค รั้ งรั้ คํ า ว่ าว่ r e o p e n e d ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย m o r p h e m e s ส า ม ตั ว ห น่ ว ย ค ว า ม ห ม า ย ขั้ น ขั้ ต่ํ า ห นึ่ ง ห น่ ว ย เ ปิ ด อ ยู่ ห น่ ว ย ค ว า ม ห ม า ย ขั้ น ขั้ ต่ํ า อี ก ห น่ ว ย ห นึ่ ง คื อ r e - ( ห ม า ย ถึ ง " อี ก ค รั้ งรั้ " ) แ ล ะ ห น่ ว ย ฟั ง ฟั ก์ ชั น ชั ไ ว ย า ก ร ณ์ ขั้ น ขั้ ต่ํ า คื อ - e d ( ร ะ บุ อ ดี ต ก า ล ) คํ า ว่ าว่นั ก ท่ อ ง เ ที่ ย ว ยั งยั มี สั มี ณ สั ฐ า น วิ ท วิ ย า ส า ม ป ร ะ ก า ร มี ห มี นึ่ ง ก า ร ศึ ก ษ า ภ า ษ า ศ า ส ต ร์ ทั ว ร์ ห ร์ น่ ว ย ค ว า ม ห ม า ย น้ อ ย ที่ สุ ดสุอี ก ห น่ ว ย ค ว า ม ห ม า ย น้ อ ย ที่ สุ ดสุ - i s t ( ทํ า เ ค รื่ อ รื่ ง ห ม า ย " ค น ที่ ทํ า อ ะ ไ ร บ า ง อ ย่ าย่ง " ) แ ล ะ ห น่ ว ย ฟั ง ฟั ก์ ชั น ชั ไ ว ย า ก ร ณ์ น้ อ ย ที่ สุ ดสุ - s ( ร ะ บุ พ หู พ หู จ น์ ) M o r p h e m e s in a m festing ~ manife s t i ng ~ manifesting ~


Free and bound morphemes Morphemes จากตัวอย่า ย่ งเหล่านี้ เราสามารถสร้า ร้ งความแตกต่างในวงกว้า ว้ งระหว่า ว่ ง mor- phemes สองประเภท มี morphemes ฟรี นั่นนั่คือ morphemes ที่สามารถยืนยื ได้ด้วยตัวเองเป็นคําเดียว เช่น ช่ เปิดและทัวร์ นอกจากนี้ ยังยัมี morphemes ที่ถูกถูผูกผูไว้ ซึ่งซึ่เป็นรูปแบบที่ไม่ส ม่ ามารถยืนยือยู่ค ยู่ นเดียวได้ตามปกติและโดยทั่วทั่ ไปจะแนบมากับรูป แบบอื่น เช่น ช่ re-, -ist, -ed, -s แบบฟอร์มร์เหล่านี้อธิบธิายไว้ใว้ นบทที่ 5 ว่า ว่ ติดกัน ดังนั้นนั้เราจึงจึสามารถ พูดได้ว่า ว่ คําต่อท้ายทั้งทั้หมด (คํานําหน้าและคําต่อท้าย) ในภาษาอังกฤษเป็น morphemes ที่ถูกถูผูกผูไว้ โดยทั่วทั่ ไป morphemes ฟรีสรีามารถระบุได้ว่า ว่ เป็นชุดของรูปแบบคําภาษาอังกฤษที่แยกจากกัน เช่น ช่ คํานามพื้นพื้ฐาน คํา คุณคุศัพท์ คํากริยริา ฯลฯ เมื่อมื่ ใช้กั ช้ กับ morphemes ที่ถูกถูผูกผูไว้ รูปแบบคําพื้นพื้ฐานจะเรียรีกในทางเทคนิคว่า ว่ ลําต้น ตัวอย่า ย่ งเช่น ช่ :


Lexical and functional morphemes Morphemes คําศัพท์และการทํางาน สิ่งสิ่ที่เราอธิบธิายว่าว่เป็น ป็ morphemes ฟรีแรีบ่งบ่ออกเป็น ป็ สองประเภท หมวดหมู่แมู่รกคือชุดคํานาม คําคุณคุศัพท์ และคํากริยริาธรรมดาที่ เราคิดว่าว่เป็น ป็ คําที่มี "เนื้อหา" ของข้อข้ความที่เราถ่ายทอด Morphemes ฟรีเรีหล่านี้เรียรีกว่าว่ morphemes คําศัพท์และตัวอย่าย่งบาง ส่วส่น ได้แก่ เด็กผู้หญิง, ผู้ชาย, บ้าบ้น, เสือสื, เศร้าร้, ยาว, สีเสีหลือง, จริงริใจ, เปิด, ดู,ดูติดตาม, หยุดพักพัเราสามารถ เพิ่มพิ่ morphemes คําศัพท์ใหม่ใม่ห้กับภาษาได้ค่อนข้าข้งง่าย ดังนั้นนั้จึงจึถือว่าว่เป็น ป็ คลาสคําที่ "เปิด" สัณสัฐานวิทวิยา Morphemes ฟรีปรีระเภทอื่นเรียรีกว่าว่ morphemes ที่ใช้งช้านได้ ตัวอย่าย่งคือและ แต่เมื่อมื่ ไหร่ เพราะ บน ใกล้ ด้านบน ใน ที่ มันมั พวกเขา ชุดนี้ประกอบด้วยคําที่ใช้งช้านได้ส่วส่นใหญ่ในภาษา เช่นช่คําสันสัธาน คําบุพบท บทความ และสรรพนาม เนื่องจากเราแทบไม่ เคยเพิ่มพิ่ morphemes ที่ใช้งช้านได้ใหม่ใม่ห้กับภาษา พวกเขาจึงจึถูกถูอธิบธิายว่าว่เป็น ป็ คลาสของคําที่ "ปิด"


Morphemes อนุพันพัธ์แธ์ละการผันแปร ชุดของคําต่อท้ายที่ประกอบเป็นป็หมวดหมู่ขมู่องสัณสัฐานที่ถูกถูผูกไว้สว้ามารถแบ่งบ่ออกเป็นป็สองประเภท ประเภทหนึ่งอธิบธิายไว้ใว้นบทที่ 5 ในแง่ของที่มาของคํา นี่คือ morphemes อนุพันพัธ์ เราใช้ morphemes ที่ถูกถูผูกไว้เว้หล่านี้เพื่อพื่สร้าร้งคําใหม่หม่รือรืเพื่อพื่สร้าร้งคําในหมวดหมู่ไมู่วยากรณ์อื่นจากลําต้น ตัวอย่าย่งเช่นช่การเพิ่มพิ่ morpheme -ness อนุพันพัธ์จธ์ะเปลี่ยนความดีของคําคุณคุศัพท์เป็นป็ความดีของคํานาม การดูแดูลคํานามสามารถกลายเป็นป็คําคุณคุศัพท์ที่ระมัดมัระวังวัหรือรืประมาท โดยการเพิ่มพิ่ morphemes ที่มาจาก -ful หรือรื -less รายการ morphemes ที่มาจากจะมีคํมี คําต่อท้ายเช่นช่ -ish ในความโง่เขลา -ly อย่าย่งรวดเร็วร็ และ -ment ในการชําชํระเงิน รายการจะรวมถึงคํานําหน้า เช่นช่ re-, pre-, ex-, mis-, co-, un- และอื่นๆ อีกมากมาย Morphemes ที่ถูกถูผูกไว้ชุว้ชุดที่สองมีสิ่มีงสิ่ที่เรียรีกว่าว่ inflectional mor- phemes สิ่งสิ่เหล่านี้ไม่ไม่ด้ใช้เช้พื่อพื่สร้าร้งคําศัพท์ใหม่ใม่นภาษา แต่เพื่อพื่ระบุแง่มุมของ ฟังฟัก์ชันชั ไวยากรณ์ของคําแทน Inflectional morphemes ใช้เช้พื่อพื่แสดงว่าว่คํานั้นนั้เป็นป็พหูพหูจน์หรือรืเอกพจน์ ถ้ามันมัผ่านกาลหรือรื ไม่ และถ้าเป็นป็รูปแบบ เปรียรีบเทียบหรือรืแสดงความเป็นป็เจ้าจ้ของ ภาษาอังกฤษมีเมีพียพีงแปดสัณสัฐานผันแปร (หรือรื "การผันแปร") ซึ่งซึ่แสดงในประโยคต่อไปนี้ Derivational and inflectional morphemes


คําอธิบธิายทางสัณสัฐานวิทวิยา ความแตกต่างระหว่า ว่ ง morphemes อนุพันพัธ์แธ์ละการผันผัแปรนั้นนั้ควรค่าแก่การเน้นย้ํา Morpheme ผันผัแปรไม่เ ม่ คยเปลี่ยนหมวดหมู่ไมู่ วยากรณ์ของคํา ตัวอย่า ย่ งเช่น ช่ ทั้งทั้เก่าและเก่า เป็นคําคุณคุศัพท์ การผันผัคําคุณคุศัพท์ -er ที่นี่ (จาก Old English -ra) เพียพีง แค่สร้า ร้ งคําคุณคุศัพท์เวอร์ชัร์นชัอื่น อย่า ย่ งไรก็ตาม mor- pheme อนุพันพัธ์สธ์ามารถเปลี่ยน หมวดหมู่ไมู่ วยากรณ์ของคําได้ คํากริยริาสอนจะกลายเป็นครูคํานามหากเราเพิ่มพิ่ morpheme -er ที่มาจาก (จาก Old English -ere) ดังนั้นนั้คําต่อท้าย -er ในภาษา อังกฤษสมัยมั ใหม่อ ม่ าจเป็น morpheme ผันผัแปรซึ่งซึ่เป็นส่ว ส่ นหนึ่งของคําคุณคุศัพท์และยังยัเป็น morpheme อนุพันพัธ์ที่ธ์ ที่ แตกต่างกันซึ่งซึ่เป็นส่ว ส่ นหนึ่งของคํานาม เพียพีงเพราะพวกเขาดู เหมือมืนกัน (-er) ไม่ไม่ ด้หมายความว่า ว่ พวกเขาทํางานแบบเดียวกัน Morphological description


M o r p h s แ ล ะ a l l o m o r p h s วิ ธี วิ ห ธี นึ่ ง ใ น ก า ร รั กรั ษ า ค ว า ม แ ต ก ต่ า ง ใ น สั ณ สั ฐ า น วิ ท วิ ย า ผั น ผั แ ป ร คื อ ก า ร เ ส น อ ค ว า ม ผั น ผั แ ป ร ใ น ก ฎ ก า ร ต ร ะ ห นั ก รู้ ท รู้ า ง สั ณ สั ฐ า น วิ ท วิ ย า ใ น ก า ร ทํ า เ ช่ นช่นี้ เ ร า ว า ด ก า ร เ ป รี ย รี บ เ ที ย บ กั บ ก ร ะ บ ว น ก า ร บ า ง อ ย่ าย่ง ที่ ร ะ บุ ไ ว้ แ ว้ ล้ ว ใ น สั ท สั ศ า ส ต ร์ ( บ ท ที่ 4 ) เ ช่ นช่เ ดี ย ว กั บ ที่ เ ร า ถื อ ว่ าว่ โ ท ร ศั พ ท์ เ ป็ น สั ท สั ศ า ส ต ร์ ที่ ร์ ที่ แ ท้ จ ริ ง ริ ข อ ง ห น่ ว ย เ สี ย สี ง ดั ง นั้ น นั้ เ ร า จึ ง จึ ส า ม า ร ถ เ ส น อ m o r p h s เป็ น รู ป แ บ บ จ ริ ง ริ ที่ ใ ช้ ใ ช้ น ก า ร ต ร ะ ห นั ก ถึ ง m o r p h e m e s ตั ว อ ย่ าย่ง เ ช่ นช่รู ป แ บ บ แ ม ว ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย ส อ ง m o r p h s , c a t + - s โ ด ย ต ร ะ ห นั ก ถึ ง m o r p h e m e คํ า ศั พ ท์ แ ล ะ m o r p h e m e ผั น ผั แ ป ร ( “ พ หู พ หู จ น์ ” ) ร ถ โ ด ย ส า ร แ บ บ ฟ อ ร์ ม ร์ ยั งยั ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย ส อ ง m o r p h s ( b u s + - e s ) โ ด ย ต ร ะ ห นั ก ถึ ง m o r p h e m e คํ า ศั พ ท์ แ ล ะ m o r p h e m e ผั น ผั แ ป ร ( “ พ หู พ หู จ น์ ” ) ดั ง นั้ น นั้ จึ ง จึ มี m o r p h s ที่ แ ต ก ต่ า ง กั น อ ย่ าย่ง น้ อ ย ส อ ง แ บ บ ( - s แ ล ะ - e s ที่ จ ริ ง ริ แ ล้ ว / s / แ ล ะ / ə z / ) ที่ ใ ช้ ใ ช้ น ก า ร ต ร ะ ห นั ก ถึ ง " พ หู พ หู จ น์ " m o r p h e m e ผั น ผั ผ ว น เ ช่ นช่เ ดี ย ว กั บ ที่ เ ร า ตั้ งตั้ ข้ อ ข้ สั งสั เ ก ต ว่ าว่มี " อั ล โ ล โฟ น " ข อ ง ห น่ ว ย เ สี ย สี ง ใ ด ห น่ ว ย ห นึ่ ง เ พื่ อ พื่ ใ ห้ เ ห้ ร า ส า ม า ร ถ รั บรั รู้ ก รู้ า ร มี อ มี ยู่ ขยู่อ ง อั ล โ ล ม อ ร์ ฟ ร์ ข อ ง ม อ ร์ ฟี ร์ ม ฟี เ ฉ พ า ะ ไ ด้ นั่ นนั่คื อ เ มื่ อ มื่ เ ร า พ บ ก ลุ่ มลุ่ของ morphs ที่แตกต่างกัน ทุกทุเวอร์ชัร์นชัของ morpheme หนึ่งตัว เราสามารถใช้คํช้ คํานําหน้า allo- (= หนึ่งในชุดที่เกี่ยวข้อข้งอย่าย่งใกล้ชิดชิ ) และอธิบธิายว่าว่เป็น allomorphs ของ morpheme นั้นนั้ Morphs and allomorphs in a m festing ~ manife s t i ng ~ manifesting ~


Syntax Tree diagrams Symbols used in syntactic analysis Structure rules Lexical rules Movement rules Syntax


ไวยากรณ์ เมื่อมื่เราออกเดินดิทางเพื่อพื่ ให้กห้ารวิเวิคราะห์ไห์วยากรณ์ขณ์องภาษา เราพยายามปฏิบัติบั ติามเกณฑ์ "ทั้งทั้หมดและคนเดียดีว" ซึ่งซึ่ หมายความว่าว่การวิเวิคราะห์ขห์องเราต้องคํานึงนึถึงวลีและประโยคที่ถูกถูต้องตามหลักไวยากรณ์ทั้ณ์ ทั้งทั้หมด และเฉพาะวลีและประโยค ที่ถูกถูต้องตามหลักไวยากรณ์ใณ์นภาษาใดก็ตามที่เรากําลังวิเวิคราะห์ กล่าวอีกนัยนัหนึ่งนึ่ถ้าเราเขียขีนกฎสําสํหรับรัการสร้าร้งโครงสร้าร้ง well-formed เราต้องตรวจสอบว่าว่กฎเหล่านั้นนั้เมื่อมื่ ใช้อช้ย่าย่งมีเมีหตุผตุลจะไม่นํม่านํ ไปสู่โสู่ ครงสร้าร้ง ill-formed ด้วด้ย ตัวอย่าย่งเช่นช่เราอาจพูดอย่าย่งไม่เม่ ป็น ป็ ทางการว่าว่ ในภาษาอังกฤษ เราใส่คํส่ คําบุพบท (ใกล้) หน้าน้คํานาม (ลอนดอน) เพื่อพื่ สร้าร้งวลีบุพบท (ใกล้ลอนดอน) อย่าย่งไรก็ตาม หากเราใช้สิ่ช้งสิ่นี้เ นี้ป็น ป็ กฎของไวยากรณ์เณ์พื่อพื่สร้าร้งโครงสร้าร้ง เราจะจบลงด้วด้ย การสร้าร้งวลีเช่นช่ *ใกล้ต้นไม้หม้รือรื *กับสุนัสุขนัสิ่งสิ่เหล่านี้ดู นี้ เดูหมือมืนจะไม่ถูม่กถูต้องตามหลักไวยากรณ์ ดังดันั้นนั้เราจึงจึทําเครื่อรื่งหมาย ด้วด้ยเครื่อรื่งหมายดอกจันจั * เห็น ห็ ได้ชัด้ดชัว่าว่เราต้องระมัดมัระวังวัมากขึ้นขึ้ ในการสร้าร้งกฎนี้ เราอาจประสบความสําสํเร็จ ร็ มากขึ้นขึ้ด้วด้ย กฎที่ระบุว่าว่เราใส่คํส่ คําบุพบทไว้หว้น้าน้วลีคํานาม (ไม่ใม่ช่แช่ค่คํานาม) ในบทที่ 7 เราเห็น ห็ ว่าว่วลีคํานามสามารถประกอบด้วด้ยคํานามที่ เหมาะสม (ลอนดอน) คําสรรพนาม (คุณคุ ) หรือรืการรวมกันของบทความ (a, the) และคํานาม (ต้นไม้ สุนัสุขนั ) เพื่อพื่ ให้กห้ฎที่แก้ไขสามารถสร้าร้งโครงสร้าร้ง well-formed เหล่านี้: นี้ ใกล้ลอนดอน กับคุณคุใกล้ต้นไม้ กับสุนัสุขนั เมื่อมื่เรามีกมีฎที่มีปมีระสิทสิธิภธิาพ เช่นช่ "วลีบุพบทในภาษาอังกฤษประกอบด้วด้ยคําบุพบทตามด้วด้ยวลีคํานาม" เราสามารถ จินจิตนาการถึงวลีภาษาอังกฤษจําจํนวนมากที่สามารถผลิตได้โด้ดยใช้กช้ฎนี้ อันที่จริงริจําจํนวนที่เป็น ป็ ไปได้นั้ด้นนั้ ไม่จํม่าจํกัด สิ่งสิ่นี้ส นี้ ะท้อน ถึงเป้าป้หมายอีกประการหนึ่งนึ่ของการวิเวิคราะห์วห์ากยสัมสัพันพัธ์ ซึ่งซึ่ก็คือการมีชุมีชุดกฎขนาดเล็กและจําจํกัด (เช่นช่จําจํกัด) ที่จะ สามารถผลิตโครงสร้าร้ง well-formed จําจํนวนมากและอาจไม่มีม่ที่มี ที่ สิ้นสิ้สุดสุ (เช่นช่ ไม่จํม่าจํกัด) กฎชุดเล็กและจําจํกัดนี้บ นี้ างครั้งรั้ อธิบธิายว่าว่เป็น ป็ ไวยากรณ์กํณ์ กําเนิดนิเพราะสามารถใช้เช้พื่อพื่ "สร้าร้ง" หรือรืสร้าร้งโครงสร้าร้งประโยคและไม่ใม่ช่แช่ค่อธิบธิายเท่านั้นนั้ ไวยากรณ์ปณ์ระเภทนี้ค นี้ วรมีคมีวามสามารถในการเปิดปิเผยพื้นพื้ฐานของปรากฏการณ์อื่ณ์อื่นๆ อีกสองอย่าย่ง: ประการแรก ประโยคที่ แตกต่างกันอย่าย่งผิวผิเผินผิบางประโยคมีคมีวามสัมสัพันพัธ์กัธ์ กันอย่าย่งใกล้ชิดชิอย่าย่งไร และประการที่สอง ประโยคที่คล้ายกันเพียพีงผิวผิ เผินผิบางประโยคนั้นนั้แตกต่างกันอย่าย่งไร Syntax


Tree diagrams ไดอะแกรมต้นไม้ วิธีวิหธีนึ่งนึ่ที่พบบ่อ บ่ ยที่สุด สุ ในการสร้า ร้ งการแสดงภาพของโครงสร้า ร้ ง วากยสัมสัพันพัธ์คืธ์ คือผ่า ผ่ นแผนภาพต้นไม้ เราสามารถใช้สั ช้ ญสัลักษณ์ที่ณ์ ที่ แนะนํา นํ ในบทที่ 7 (Art = article, N = noun, NP = noun phrase) เพื่อพื่ติดป้า ป้ ยส่ว ส่ นต่างๆ ของต้นไม้ใม้ นขณะที่เราพยายามจับจัลํา ดับดัชั้นชั้ของส่ว ส่ นเหล่านั้นนั้ ในโครงสร้า ร้ งพื้นพื้ฐานของวลีและประโยค ดังดันั้นนั้ เราจึงจึสามารถนํา นํ ข้อ ข้ มูลในรูป รู แบบที่มีป้มีา ป้ ยกํากับและวงเล็บ ซึ่งซึ่แสดงทาง ด้า ด้ นซ้า ซ้ ย และนํา นํ เสนอในแผนภาพต้นไม้ที่ ม้ ที่ แสดงทางด้า ด้ นขวา แม้ว่ ม้ า ว่ "ต้นไม้"ม้ ประเภทนี้จ นี้ ะมี "กิ่งก้าน" ที่แสดงทางด้า ด้ นขวา แต่ดู เหมือมืนว่า ว่ จะโตขึ้นขึ้มากกว่า ว่ ที่จะขึ้นขึ้แต่ก็ทําหน้า น้ ที่ได้ค่ ด้ ค่ อนข้า ข้ งดีเดีหมือมืน แผนภาพที่แสดงถึงข้อ ข้ มูลทางไวยากรณ์ทั้ณ์ ทั้งทั้หมดที่พบในการวิเวิคราะห์ อื่นๆ ทางด้า ด้ นซ้า ซ้ ย นอกจากนี้ยั นี้ งยัแสดงให้เ ห้ ห็น ห็ อย่า ย่ งชัดชัเจนว่า ว่ มีรมีะดับดัที่ แตกต่างกันในการวิเวิคราะห์ . นั่นนั่คือมีรมีะดับดัของการวิเวิคราะห์ที่ห์ ที่ มีกมีาร แสดงองค์ประกอบเช่น ช่ NP และระดับดัที่แตกต่างกัน


Phrase structure rules กฎโครงสร้า ร้ งวลี เมื่อมื่เราใช้รู ช้ ป รู แบบแผนภาพต้นไม้ เราสามารถคิดได้สองวิธีวิที่ธี ที่ แตกต่างกัน ในทางเดียว เรา สามารถถือว่า ว่ มันมัเป็น ป็ การแสดงแบบคงที่ของโครงสร้า ร้ งของประโยคที่แสดงที่ด้านล่างของ แผนภาพ จากนั้นนั้เราสามารถเสนอได้ว่า ว่ สํา สํ หรับรัทุกป ทุ ระโยคเป็นภาษาอังกฤษ สามารถวาด แผนภาพต้นไม้ปม้ ระเภทนี้ไนี้ ด้ มุมมองทางเลือกคือการปฏิบัติบั ติต่อแผนภาพต้นไม้เ ม้ป็นรูปแบบ ไดนามิกมิ ในแง่ที่ว่า ว่ มันมัแสดงถึงวิธีวิกธีารสร้า ร้ งไม่เ ม่ พียพีงแต่ประโยคนั้นนั้เท่านั้นนั้แต่ยังยัรวมถึงประโย คอื่นๆ จํา จํ นวนมากที่มีโมีครงสร้า ร้ งคล้ายกันด้วย แนวทางที่สองนี้น่า น่ สนใจมากเพราะจะช่ว ช่ ยให้เ ห้ ราสามารถสร้า ร้ งประโยคจํา จํ นวนมากด้วยกฎจํา จํ นว นที่ดูเ ดู หมือมืนจํา จํ นวนน้อ น้ ยมาก กฎเหล่านี้เรียรีกว่า ว่ กฎโครงสร้า ร้ งวลี ตามชื่อชื่ที่แนะนํา กฎเหล่านี้ระบุ ว่า ว่ โครงสร้า ร้ งของวลีประเภทเฉพาะจะประกอบด้วยองค์ประกอบอย่า ย่ งน้อยหนึ่งองค์ประกอบตา มลําดับใดลําดับหนึ่ง เราสามารถใช้กฎ ช้ โครงสร้า ร้ งวลีเพื่อพื่นําเสนอข้อ ข้ มูลของแผนภาพต้นไม้ใม้ น รูปแบบอื่น นั่นนั่คือข้อ ข้ มูลที่แสดงในแผนภาพต้นไม้ท ม้ างด้านซ้า ซ้ ยสามารถแสดงได้ในกฎ โครงสร้า ร้ งวลีทางด้า ด้ นขวา


Phrase structure rules


Lexical rules กฎคําศัพท์ กฎโครงสร้า ร้ งวลีสร้า ร้ งโครงสร้า ร้ ง เพื่อ พื่ เปลี่ยน โครงสร้า ร้ งเหล่านั้น นั้ ให้เ ห้ป็น ป็ ภาษาอังกฤษที่เป็นที่รู้จั รู้ ก จั เราจํา จํ เป็น ป็ ต้องมีก มี ฎคําศัพท์ที่ระบุว่า ว่ คําใดสามารถ ไวยากรณ์ ใช้เ ช้ มื่อ มื่ เราเขีย ขี นองค์ประกอบใหม่ เช่น ช่ N. กฎข้อ ข้ แรกใน ชุดต่อไปนี้ระบุว่า ว่ " คํานามที่เหมาะสมเขีย ขี นใหม่เ ม่ ป็น แมรี่ห รี่ รือ รื จอร์จ ร์ " (มัน มั เป็น ป็ โลกใบเล็กมาก)


Lexical rules


Meaning Semantic features Semantic roles Agent and theme Instrument and experiencer Location, source and goal Lexical relations Synonymy Antonymy Hyponymy Prototypes Homophones and homonyms Polysemy Collocation Semantics


Meaning ความหมาย แม้ว่ม้า ว่ ความหมายคือการศึกษาความหมายในภาษา แต่ก็มีคมีวามสนใจในบางแง่มุมของความหมายมากกว่า ว่ ในด้าด้นอื่นๆ เราได้ตัด้ ตัดความหมายพิเพิศษที่บุคคลหนึ่งนึ่อาจแนบไปกับคําแล้ว เราสามารถก้าวต่อไปและสร้าร้ง ความแตกต่างในวงกว้าว้งระหว่า ว่ งความหมายเชิงชิแนวคิดและความหมายเชื่อชื่มโยง ความหมายเชิงชิแนวคิด ครอบคลุมลุองค์ประกอบพื้นพื้ฐานที่สําสํคัญของความหมายที่ถ่ายทอดโดยการใช้คํช้ คําตามตัวอักษร เป็น ป็ ประเภท ของความหมายที่พจนานุกนุรมได้รัด้บรัการออกแบบมาเพื่อพื่อธิบธิาย ส่ว ส่ นประกอบพื้นพื้ฐานบางอย่า ย่ งของคําเช่น ช่ เข็ม ข็ ในภาษาอังกฤษอาจรวมถึง "เครื่อรื่งมือมืเหล็กที่บาง คม" ส่ว ส่ นประกอบเหล่านี้จ นี้ ะเป็น ป็ ส่ว ส่ นหนึ่งนึ่ของ ความหมายเชิงชิแนวคิดของเข็ม ข็ อย่า ย่ งไรก็ตาม แต่ละคนอาจมีคมีวามสัมสัพันพัธ์หธ์รือรืความหมายแฝงที่แตก ต่างกันติดอยู่กั ยู่ กับคําเช่น ช่ เข็ม ข็ พวกเขาอาจเชื่อชื่มโยงกับ "ความเจ็บ จ็ ปวด" หรือรื "ความเจ็บ จ็ ป่ว ป่ ย" หรือรื "เลือด" หรือรื "ยาเสพติด" หรือรื "ด้าด้ย" หรือรื "การถักนิตนิติ้ง" หรือรื "หายาก" (โดยเฉพาะในกอง หญ้าญ้) และความสัมสัพันพัธ์เธ์หล่านี้อ นี้ าจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ความสัมสัพันพัธ์ปธ์ระเภทนี้ไนี้ ม่ถื ม่ ถือว่า ว่ เป็น ป็ ส่ว ส่ น หนึ่งนึ่ของความหมายเชิงชิแนวคิดของคํานี้ ในทํานองเดียดีวกัน บางคนอาจเชื่อชื่มโยงนิพนิจน์แน์คลอรี่ต่ํ รี่ ต่ํ า เมื่อมื่ ใช้เช้พื่อพื่อธิบธิายผลิตภัณฑ์ด้วด้ย "ดีต่ดี ต่ อ สุขสุภาพ" แต่นี่ไนี่ ม่ใม่ ช่ส่ ช่ ว ส่ นหนึ่งนึ่ของความหมายเชิงชิแนวคิดพื้นพื้ฐานของนิพนิจน์ (เช่น ช่ "การผลิตความร้อร้น หรือรืพลังงานจําจํนวนเล็กน้อน้ย") กวี นักนัแต่งเพลง นักนั ประพันพัธ์ นักนัวิจวิารณ์วณ์รรณกรรม ผู้โผู้ฆษณา และผู้ ชื่นชื่ชอบทั้งทั้หมดอาจถูกถู inter- ested ในวิธีวิที่ธี ที่ คําสามารถทําให้เห้กิดความหมายเชื่อชื่มโยงบางแง่มุมได้ แต่ในความหมายทางภาษาศาสตร์ เรากังวลมากขึ้นขึ้กับการพยายามวิเวิคราะห์คห์วามหมายเชิงชิแนวคิด


บทบาทเชิงชิความหมาย แทนที่จะคิดว่า ว่ คําเป็น "ภาชนะ " ของความหมาย เรา สามารถดู "บทบาท" ที่พวกเขาเติมเต็มในสถานการณ์ที่ อธิบธิายด้วยประโยค หากสถานการณ์เป็นเหตุกา ตุ รณ์ง่ายๆ เช่น ช่ เดียวกับใน เด็กชายเตะบอล กริยริาจะอธิบธิายการกระทํา (เตะ) วลีคํานามในประโยคอธิบธิายบทบาทของเอนทิตี เช่น ช่ บุคคลและสิ่งสิ่ของที่เกี่ยวข้อ ข้ งกับการกระทํา เราสามารถ ระบุบทบาทเชิงชิความหมายจํา จํ นวนเล็กน้อย (เรีย รี กอีกอย่า ย่ ง ว่า ว่ "บทบาทเฉพาะเรื่อ รื่ ง") สํา สํ หรับ รั วลีคํานามเหล่านี้ Semantic roles


Agent and theme ในประโยคตัวอย่า ย่ งของเรา คํานามวลีหนึ่งนึ่มีบมีทบาท เด็ก ด็ ชายเป็น ป็ "เอนทิตีที่ดําดํเนินนิการ" ในทางเทคนิคนิ เรียรีกว่า ว่ ตัวแทน อีกบทบาทหนึ่งนึ่ถูกถูลูกลูบอลนํานํมาเป็น ป็ "เอนทิตีที่เกี่ยวข้อ ข้ งหรือรืได้รั ด้ บรัผลกระทบจากการก ระทํา"ซึ่งซึ่เรียรีกว่า ว่ ธีมธี (หรือรืบางครั้งรั้เรียรีกว่า ว่ "ผู้ป่ผู้ ว ป่ ย") ธีมธียังยัสามารถเป็น ป็ เอนทิตี (ลูกลูบอล) ที่อธิบธิายได้ ง่าย (เช่น ช่ ไม่ดํ ม่ าดํเนินนิการ) เช่น ช่ เดียดีวกับในลูกลูบอลเป็น ป็ สีแสีดง ตัวแทนและธีมธีเป็น ป็ บทบาทความหมายที่พบบ่อ บ่ ยที่สุดสุแม้ว่ ม้ า ว่ โดยทั่วทั่ ไปแล้วตัวแทนจะเป็น ป็ มนุษนุย์ (เด็ก ด็ ชาย) แต่ก็สามารถเป็น ป็ เอนทิตีที่ไม่ใม่ ช่ม ช่ นุษนุย์ที่ย์ ที่ ก่อให้เ ห้ กิดการกระทําได้ เช่น ช่ เดียดีวกับในวลีคํานามที่แสดง ถึงพลังธรรมชาติ (ลม) เครื่อรื่งจักจัร (รถยนต์) หรือรืสิ่งสิ่มีชีมีวิชีตวิ (สุนัสุขนั) ซึ่งซึ่ทั้งทั้หมดนี้ส่ นี้ ง ส่ ผลต่อลูกลูบอลเป็น ป็ ธีมธี เด็กชายเตะบอล.ลมพัดพัลูกลูบอลออกไป รถวิ่งวิ่ข้า ข้ มลูกลูบอล สุนัสุขนัจับจัลูกลูบอลได้ ธีมธีมักมัจะไม่ใม่ ช่ม ช่ นุษนุย์ แต่สามารถเป็น ป็ มนุษนุย์ไย์ด้ (เด็ก ด็ ชาย) เช่น ช่ เดียดีวกับใน The dog chased the boy อันที่ จริงริตัวตนทางกายภาพเดียดีวกันสามารถปรากฏในสองบทบาทความหมายที่แตกต่างกันในประโยค เช่น ช่ เดียวกับใน The boy cut himself ที่นี่ เด็ก ด็ ชายเป็น ป็ ตัวแทนและตัวเขาเองเป็น ป็ ธีมธี


Instrument and experiencer เครื่อ รื่ งมือ มื และประสบการณ์และนักนัสัมสัผัสผั หากตัวแทนใช้นิ ช้ นิติบุคคลอื่นเพื่อ พื่ ดําเนินการ นิติบุคคลอื่นจะเติมเต็มบทบาทของ เครื่อ รื่ งมือ มื ในประโยค เด็ก ด็ ชายตัดเชือ ชื กด้วยมีด มี โกนเก่าและ เขาวาดภาพด้วย ดินสอสี วลีคํานาม มีด มี โกนเก่าและดินสอสีถู สี ก ถู นํามาใช้ใช้ นบทบาทเชิงชิความหมาย ของเครื่อ รื่ งดนตรี เมื่อ มื่ ใช้ว ช้ ลีคํานามเพื่อ พื่ กําหนดเอนทิตีเป็นบุคคลที่มีค มี วามรู้สึ รู้ ก สึ การรับรัรู้ หรือ รื สถานะ มันมัจะเติมเต็มบทบาทเชิงชิความหมายของผู้มีผู้ ปมี ระสบการณ์ หากเราเห็น ห็ รู้ หรือ รื สนุกกับบางสิ่งสิ่เราไม่ไม่ ด้ดํา ดํ เนินนิการใดๆ จริงริๆ (ดังนั้น นั้ เราจึง จึไม่ใม่ ช่ตั ช่ ตัวแทน) เราอยู่ ในบทบาทของผู้มีผู้ ปมี ระสบการณ์ ในประโยค เด็กชายรู้สึ รู้ กเ สึ ศร้า ร้ ผู้มีผู้ ปมี ระสบการณ์ (The boy) เป็น ป็ บทบาททางความหมายเพีย พี งอย่า ย่ งเดียว ในคําถาม คุณ คุ ได้ยินยิเสีย สี ง นั้นนั้ ไหม ผู้มีผู้ ปมี ระสบการณ์คือคุณ คุ และธีม ธี คือเสีย สี งนั้น นั้


ที่ตั้ง ตั้ แหล่งที่มา และเป้า ป้ หมาย บทบาทเชิงชิความหมายอื่นๆ อีกจํา จํ นวนหนึ่งกําหนดตําแหน่ง น่ ที่เอนทิตีอยู่ใยู่ นคํา อธิบธิายของเหตุก ตุ ารณ์ ในกรณีที่เอนทิตีอยู่ (บนโต๊ะ ในห้อ ห้ ง) จะเติมเต็มบทบาท ของสถานที่ ที่ที่เอนทิตีย้า ย้ ยจากคือแหล่งที่มา (จากชิคชิาโก) และที่ที่มัน มั ย้า ย้ ยไป คือเป้า ป้ หมาย (ไปยัง ยั นิวออร์ลี ร์ ลี นส์)ส์ เช่น ช่ เดียวกับใน เราขับ ขั รถจากชิคชิาโกไปยัง ยั นิวอ อร์ลี ร์ ลี นส์ เมื่อ มื่ เราพูดถึงการโอนเงินจากการออมเป็นการตรวจสอบ แหล่งที่มา คือการออมและเป้า ป้ หมายคือการตรวจสอบ บทบาทเชิงชิความหมายทั้ง ทั้ หมดเหล่านี้แ นี้ สดงอยู่ใยู่ นสถานการณ์ต่อไปนี้ โปรด ทราบว่า ว่ เอนทิตีเดียว (เช่น ช่ จอร์จ ร์ ) สามารถปรากฏในบทบาทความหมายต่างๆ ได้หลายอย่า ย่ ง Location, source and goal


Lexical relations ความสัมสัพันพัธ์ทธ์างคําศัพท์ ไม่เ ม่ พียพีงแต่คําจะถูก ถู มองว่า ว่ เป็น ป็ "ภาชนะ"ของความหมาย หรือรืเป็น ป็ "บทบาท"ที่เติมเต็ม ในเหตุก ตุ ารณ์เณ์ท่านั้นนั้แต่ยังยัสามารถมี "ความสัมสัพันพัธ์"ธ์ซึ่งซึ่กันและกันได้อี ด้ อีกด้ว ด้ ย ในการพูด คุย คุ ทุก ทุ วันวัเรามักมัจะ ความหมาย อธิบธิายความหมายของคําในแง่ของความสัมสัพันพัธ์ขธ์องพวกเขาเอง ตัวอย่า ย่ งเช่น ช่ หากเรา ถูก ถู ถามถึงความหมายของคําว่า ว่ ปกปิดปิเราอาจพูดว่า ว่ "มันมัเหมือมืนกับการซ่อ ซ่ น"หรือรืให้ ความหมายของคําว่า ว่ ตื้นว่า ว่ "ตรงกันข้า ข้ มกับส่ว ส่ นลึก"หรือรืความหมายของดอก แดฟโฟดิลเป็น ป็ "ดอกไม้ช ม้ นิดนิหนึ่งนึ่" ในการทําเช่น ช่ นั้นนั้เรากําลังระบุความหมายของแต่ ละคํา ไม่ใม่ ช่ใช่ นแง่ของคุณ คุ สมบัติบั ติส่ว ส่ นประกอบ แต่ในแง่ของความสัมสัพันพัธ์กัธ์ กับคําอื่นๆ ใน แง่ของความสัมสัพันพัธ์กัธ์ กับคําอื่นๆ วิธีวินี้ธี ในี้ ช้ใช้ นคําอธิบธิายความหมายของภาษาและถือ เป็น ป็ การวิเวิคราะห์คห์วามสัมสัพันพัธ์ทธ์างคําศัพท์ ความสัมสัพันพัธ์ทธ์างคําศัพท์ที่เราเพิ่งพิ่เป็น ป็ แบบ อย่า ย่ งคือ syn- onymy (ปกปิดปิ /ซ่อ ซ่ น), คําตรงข้า ข้ ม (ตื้น/ลึก) และ hyponymy (แดฟโฟดิลดิ / ดอกไม้)ม้


Click to View FlipBook Version