The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วชิรเวชสาร และวารสารเวชศาสตร์เขตเมือง ปีที่ 65 ฉบับที่ 2 (มี.ค.-เม.ย.64) คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

วชิรเวชสาร และวารสารเวชศาสตร์เขตเมือง ปีที่ 65 ฉบับที่ 2 (มี.ค.-เม.ย.64)

วชิรเวชสาร และวารสารเวชศาสตร์เขตเมือง ปีที่ 65 ฉบับที่ 2 (มี.ค.-เม.ย.64) คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

Keywords: วชิรเวชสาร,เวชศาสตร์เขตเมือง,2564,วชิรพยาบาล,มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

วชริ เวชสารและวารสารเวชศาสตรเ์ ขตเมือง

ปีท่ี 65 ฉบับที่ 2 มนี าคม - เมษายน พ.ศ. 2564

อภปิ รายการวิจัย กติ ติกรรมประกาศ

งานวิจัยน้ีเปรียบเทียบกับผลวิจัยของพาเทลก่อนหน้า งานวจิ ยั นไ้ี ดร้ บั การสนบั สนนุ ทนุ วจิ ยั จาก “กองทนุ วจิ ยั
พบความแตกต่างกัน กล่าวคือ หญิงต้ังครรภ์ที่ได้รับยา มหาวิทยาลยั นวมนิ ทราธิราช”
glycopyrrolate มีอุบตั ิการณก์ ารเกิดภาวะความดนั โลหิตต�่ำ
ภายใน 30 นาทีหลังจากระงับความรู้สึกน้อยกว่ากลุ่มท่ีได้รับ ผลประโยชน์ทบั ซอ้ น
ยาหลอกร้อยละ 25 (IRR = 0.75) อย่างมีนัยสำ� คัญทางสถิติ
(p-value = 0.032) และพบว่า glycopyrrolate สามารถ ผู้วจิ ัยไมม่ ผี ลประโยชนใ์ ดๆ
ลดการใช้ยา ephedrine ในหญิงต้ังครรภ์ซึ่งก�ำหนดให้มารับ
การผ่าตัดคลอดโดยการระงับความรู้สึกด้วยการฉีดยาชา เอกสารอ้างอิง
ทางช่องไขสนั หลงั ไดอ้ ยา่ งมีนยั ส�ำคญั
ข้อจ�ำกัดของการศึกษาน้ี คือ ไม่ได้บันทึกระยะเวลา 1. Hirnforschung. Anticholinergic. Anesthesia
ของการระงับความรู้สึกในหญิงต้ังครรภ์โดยวิสัญญีแพทย์ Related Drugs [Internet]. 2010 [cited 2018 Jan 15];
แต่ละราย ท�ำให้ข้อมูลความดันโลหิตของผู้ป่วยในช่วงเวลา 363:1-2. Available from:http://hirnforschung.kyb.
30 นาทีแรกหลังการระงับความรู้สึกเป็นช่วงระยะเวลา mpg.de/fileadmin/uploads/files/Methoden/
ที่นับจากการฉีดยา glycopyrrolate หรือยาหลอกทาง Bet%C3%A4ubungsverfahren_und_Chirurgie/
หลอดเลอื ดดำ� ทแ่ี ตกตา่ งกนั อาจสง่ ผลตอ่ การแปลผล เนอ่ื งจาก SOP_DrugDescriptions.pdf
glycopyrrolate ออกฤทธ์ิสูงสุด (peak onset) ในช่วง
30-45 นาทีหลังจากให้ยาทางหลอดเลือดด�ำ อย่างไรก็ตาม 2. Ljubicic Sr, Nizic Z, Vukovic A, Car N. Cesarean
ผลการศกึ ษาดงั กลา่ วถอื เปน็ การแสดงใหเ้ หน็ ถงึ การเปลยี่ นแปลง section under spinal anesthesia in General Hospital of
ทางคลินิกต่อการป้องกันภาวะความดันโลหิตลดลงหลังจาก Dubrovnik. Periodicum Biologorum 2013; 115: 257-60.
ระงบั ความรสู้ กึ เขา้ ทางชอ่ งสนั หลงั ในหญงิ ตงั้ ครรภซ์ ง่ึ กำ� หนดให้
มารับการผ่าตัดคลอด ที่สามารถเป็นประโยชน์ได้ในอนาคต 3. Carpenter RL, Caplan RA, Brown DL, Stephenson C,
ซ่ึงอาจต้องศึกษาเพิม่ เติมเกยี่ วกับระยะเวลาดังกล่าว Wu R. Incidence and risk factors for side effects of
นอกจากนยี้ งั พบวา่ หญงิ ตงั้ ครรภท์ ไ่ี ดร้ บั glycopyrrolate spinal anesthesia. Anesthesiology 1992; 76: 906-16.
เกิดภาวะหัวใจเต้นช้าในจ�ำนวนน้อยกว่าหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับ
ยาหลอกอยา่ งมนี ยั สำ� คญั ทางสถติ ิ แตไ่ มม่ หี ญงิ ตงั้ ครรภร์ ายใด 4. Arndt JO, Bomer W, Krauth J, Marquardt B.
ไดร้ บั atropine ระหว่างการผา่ ตัดเนอ่ื งจากหญงิ ตัง้ ครรภท์ ม่ี ี Incidence and time course of cardiovascular
ภาวะหัวใจเต้นช้าทั้งหมดมีภาวะความดันโลหิตต่�ำร่วมด้วย side effects during spinal anesthesia after
ในช่วงเวลาเดียวกัน ซ่ึงได้รับการแก้ไขด้วย ephedrine ท่ีมี prophylactic administration of intravenous fluids
ผลเพมิ่ อตั ราการเตน้ ของหวั ใจรว่ มดว้ ยแลว้ จงึ มอี ตั ราการเตน้ or vasoconstrictors. Anesth Analg 1998; 87: 347-54.
ของหัวใจทีเ่ พม่ิ ขึ้นจนปกติ
สว่ นการทหี่ ญงิ ตงั้ ครรภก์ ลมุ่ ทไ่ี ดร้ บั ยา glycopyrrolate 5. Montoya BH, Oliveros CI, Moreno DA. Managing
การเกิดอาการปากแห้งท่ีจ�ำนวนมากกว่ากลุ่มยาหลอก เป็น hypotension induced by spinal anesthesia for
ผลเนอ่ื งจาก glycopyrrolate เปน็ ยาในกลมุ่ anticholinesterase caesarean section. Rev Col Anest 2009; 37: 131-40.
ทม่ี ีฤทธ์ิ antisialagogue effect หรอื การลดสารคัดหล่งั ซ่งึ
อาจทำ� ใหเ้ กดิ อาการปากแหง้ ตามมาได้ ซง่ึ ควรแจง้ ใหห้ ญงิ ตงั้ ครรภ์ 6. Tarkkila P. Complications of Regional Anesthesia.
ทราบกอ่ นการให้ยาทุกครง้ั 2nd ed. Alberta: Springer Media; 2007.

7. CritchleyLA,StuartJC,ConwayF,ShortTG.Hypotension
during subarachnoid anaesthesia: haemodynamic
effects of ephedrine. Br J Anaesth 1995; 74: 373-8.

8. Patel SD, Habib AS, Phillips S, Carvalho B, Sultan
P. The Effect of Glycopyrrolate on the Incidence
of Hypotension and Vasopressor Requirement
During spinal Anesthesia for Cesarean Delivery:
A Meta-Analysis. Anesth Analg 2018; 126(2):552-8.

134 การใหย้ า glycopyrrolate เพ่อื ป้องกันภาวะความดนั โลหิตต�่ำจากการระงบั ความรูส้ กึ โดยวธิ ีการฉดี ยาชาเข้าทางชอ่ งไขสันหลัง ในหญิงตัง้ ครรภ์ซึง่ กำ� หนดให้มารับการผา่ ตดั คลอด
สุกานดา เจนจรตั น์ ปิยศักด์ิ วทิ ยบูรณานนท์ วรรณา เกษมพงษท์ องดี

Vajira Medical Journal: Journal of Urban Medicine Original articles

A Comparative Study between Modified Kakita
Pancreaticojejunostomy and Conventional Reconstruction
after Pancreaticoduodenectomy: A Retrospective Review

Wanthanachai Rotchomphu MD1
Wisit Kasetsermwiriya MD1*

1 Department of Surgery, Faculty of Medicine Vajira Hospital, Navamindradhiraj University, Bangkok, Thailand
* Corresponding author, e-mail address : [email protected]
Vajira Med J. 2021; 65(2) : 135-42
http://dx.doi.org/10.14456/vmj.2021.13

Abstract

Background: Advances in surgical techniques and appropriate perioperative management has
decreased the mortality rate of pancreaticoduodenectomy less than 5 percent. However,
postoperative pancreatic fistula is the most serious and life-threatening condition with the
incidence rate at 27% for conventional reconstruction. A newly modified technique in Japan
Kakita pancreaticojejunostomy has been reported that it reduces postoperative pancreatic
fistula; however there were only few reports of this technique outside Japan. This study aimed
to compare rate of pancreatic leakage between the new technique and conventional
pancreaticojejunostomy after pancreaticoduodenectomy in Thai patients.

Methods: Data of 25 consecutive patients with periampullary cancer and benign conditions
(e.g. chronic pancreatitis) who underwent pancreaticoduodenectomy at Vajira hospital from
2005 to 2015 were reviewed. Postoperative results of fifteen patients who underwent
conventional pancreaticojejunostomy (group A) were compared with ten patients who
underwent modified Kakita pancreaticojejunostomy (group B). The primary outcome measure
was the rate of postoperative pancreatic fistula (POPF) and secondary outcomes
included; operative data, postoperative morbidity, mortality and evaluation of the risk factors
of pancreatic leakage.

Results: There were no differences in clinicopathological characteristics and postoperative morbidity
between two groups. Overall, the leakage rate was 32% (8/25). The pancreatic leakage in group
A was 50 % (5/10) while the leakage rate in group B was 20% (3/15), p=0.194. Duration of
hospital stay in group A was 39 days (17-66 days) and in group B was 28 days (21.5-46.5 days);
p = 0.824. All of the complications could be managed by conservative measures. Intraoperative
blood loss was a risk factor for leakage (1500 ml vs. 750 ml, p = 0.038). The leakage caused
delayed gastric emptying (3 vs. 0, p = 0.24) and prolonged hospital stay (72.5 days vs. 25.5 days,
p< 0.0001).

Conclusion : This retrospective single-center study showed that duct-to-mucosa anastomosis by
modified Kakita technique was a safe procedure.

Keywords : pancreaticoduodenectomy, postoperative pancreatic fistula

Received: 26 July 2020, Revised: 21 November 2020, Accepted: 5 December 2020

วชิรเวชสารและวารสารเวชศาสตร์เขตเมอื ง นพิ นธต์ ้นฉบับ

การศกึ ษาเปรยี บเทยี บภาวะแทรกซอ้ นรอยตอ่ รวั่ ระหวา่ งการตอ่ แบบใหม่
และแบบด้ังเดิมหลังจากการผ่าตดั Pancreaticoduodenectomy

วรรณธนชยั รอดชมภู พ.บ.1
วศิ ิษฏ์ เกษตรเสริมวริ ยิ ะ พ.บ.1*

1 ภาควชิ าศัลยศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตรว์ ชิรพยาบาล มหาวทิ ยาลัยนวมินทราธิราช กรงุ เทพมหานคร ประเทศไทย
* ผ้ตู ดิ ต่อ, อีเมล: [email protected]
Vajira Med J. 2021; 65(2) : 135-42
http://dx.doi.org/10.14456/vmj.2021.13

บทคดั ยอ่

วัตถุประสงค์: ด้วยเทคนิคการผ่าตัดและการดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดที่ดีข้ึนท�ำให้สามารถลดอัตราตายของการผ่าตัด
pancreaticoduodenectomy จนน้อยกว่าร้อยละ 5 แต่อย่างไรก็ตามการเกิด pancreatic fistula หลังการผ่าตัด
ยังเป็นภาวะแทรกซ้อนท่ีอันตรายและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต โดยมีอุบัติการณ์ถึงร้อยละ 27 ส�ำหรับการตัดต่อ
แบบท่วั ไป เทคนิคการผา่ ตัดแบบ modified Kakita ได้ถกู พัฒนาส�ำหรบั การตอ่ pancreaticojejunostomy และพบวา่
สามารถลดอัตราการเกิด pancreatic fistula หลังผา่ ตัดได้ดีในประเทศญ่ปี ่นุ แตอ่ ยา่ งไรก็ตามผลของการผ่าตดั ด้วยวธิ นี ี้
นอกประเทศญี่ปุ่นยังมีรายงานจ�ำนวนน้อย การศึกษาน้ีเพ่ือเปรียบเทียบอัตราการเกิด pancreatic leakage ระหว่าง
การผา่ ตดั แบบเทคนคิ ใหมเ่ ทยี บกบั วธิ กี ารผา่ ตดั แบบเดมิ ในผปู้ ว่ ยชาวไทยทที่ ำ� การผา่ ตดั pancreaticoduodenectomy

วิธีด�ำเนนิ การวิจยั : เกบ็ ขอ้ มลู ย้อนหลังของผูป้ ว่ ย 25 รายทที่ �ำผา่ ตัด pancreaticoduodenectomy เนอื่ งจาก periampullary
cancer และ benign conditions (เชน่ ตบั ออ่ นอกั เสบเรอื้ รงั ) ทค่ี ณะแพทยศาสตรว์ ชริ พยาบาลระหวา่ งปี พ.ศ. 2548-2558
ไดร้ บั การรวบรวมและวเิ คราะห์ ผลของการผา่ ตดั ของผปู้ ว่ ย 15 รายไดร้ บั การตอ่ panceatojejunostomy แบบ conventional
(group A) ไดน้ ำ� มาเปรยี บเทยี บกบั ผปู้ ว่ ยจำ� นวน 10 รายทท่ี ำ� การผา่ ตดั แบบ modified Kakita pancreaticojejunostomy
(group B) โดยท�ำการเปรยี บเทียบการเกดิ การร่วั ของรอยตอ่ pancreatojejunostomy (postoperative pancreatic
fistula: POPF) และผลของการผ่าตัดอืน่ ๆ เช่น อัตราการเสียชวี ิตและการเกดิ ภาวะแทรกซ้อน รวมถึงปัจจยั ทที่ �ำใหเ้ กิด
การรว่ั ของรอยต่อ

ผลการวิจัย: ลกั ษณะทางคลนิ กิ และพยาธวิ ทิ ยาของผปู้ ว่ ยทงั้ สองกลมุ่ พบวา่ ไมม่ คี วามแตกตา่ งกนั อยา่ งมนี ยั ส�ำคญั อตั ราการเกดิ
ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดระหว่างท้ังสองกลุ่มก็พบว่าไม่มีความแตกต่างกัน อัตราการเกิด pancreatic anastomosis
leakage ท้ังหมดเท่ากับร้อยละ 32 (8/25) อัตราการเกิด pancreatic leakage ในผู้ป่วยกลุ่ม A เท่ากับร้อยละ 50
(5/10) ในขณะท่ีอัตราการร่ัวในผู้ป่วยกลุ่ม B เท่ากับร้อยละ 20 (3/15), p = 0.194 ระยะเวลาในการอยู่โรงพยาบาล
เฉล่ียในผปู้ ่วยกลุ่ม A คอื 39 วนั (คา่ พสิ ยั ควอไทด์ 17-66 days) ในขณะที่คา่ เฉลย่ี ในกลุ่ม B เท่ากับ 28 วัน (คา่ พิสยั
ควอไทด์ 21.5-46.5 วนั ), p = 0.824 ไม่มผี ปู้ ่วยเสียชีวิตในการศกึ ษานแี้ ละภาวะแทรกซ้อนทั้งหมดสามารถให้การรักษา
ด้วยการไม่ผ่าตัดส�ำเร็จทุกราย พบว่าปริมาณการเสียเลือดขณะผ่าตัดเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดการร่ัวของรอยต่อ
(1500 มล. ตอ่ . 750 มล, p = 0.038) การรัว่ ของรอยต่อเปน็ สาเหตุของการเกดิ delayed gastric emptying (3 ตอ่ 0,
p = 0.24) และท�ำใหผ้ ปู้ ว่ ยอยู่โรงพยาบาลนานขึ้น (72.5 วนั ต่อ. 25.5 วัน, p< 0.0001).

สรุป: การผา่ ตัด pancreatojejunostomy anastomosis ดว้ ยวิธี duct-to-mucosa anastomosis ดว้ ยวิธี modified Kakita
technique นั้นสามารถท�ำได้อยา่ งปลอดภยั

ค�ำส�ำคญั : การผ่าตัด pancreaticoduodenectomy, การเกดิ pancreatic fistula หลงั การผา่ ตดั

วนั ท่รี ับบทความ: 26 กรกฎาคม 2563 วนั แกไ้ ขบทความ: 21 พฤศจกิ ายน 2563 วนั ตอบรบั บทความ: 5 ธนั วาคม 2563

Vajira Medical Journal: Journal of Urban Medicine

Vol. 65 No. 2 March - April 2021

Introduction In Thailand, there has been no study about
postoperative complication in modified Kakita
Pancreatoduodenectomy (PD) is an established method in PD. At our institute, we started performing
surgical procedure in the treatment of malignant and this technique for pancreatic anastomosis since
benign diseases of the pancreas and periampullary 2005. This study aimed to compare the rate of
region. Mortality after pancreatoduodenectomy pancreatic leakage between a new technique and
has been declining dramatically in centers with conventional pancreaticojejunostomy and analyze
experienced surgeons and now reportedly to less perioperative risk factors for pancreatic leakage after
than 5% but postoperative morbidity rate remains PD in Thai pancreatic cancer patients.
high at approximately 40%. The most frequent
complication was the leakage of the pancreatic- Methods
enteric anastomosis1. Traverso et al. reported the
incidence of pancreatic anastomosis leak of 10% A retrospective chart review of 25 consecutive
with a range from 0% to 18%. Several risk factors for patients with periampullary cancer and benign
leakage have been reported including soft texture conditions (e.g.pancreatic head cancer, distal
pancreas, small pancreatic duct size, preoperative common bile duct cancer, ampullary cancer,
normal pancreatic exocrine function and surgeon duodenal cancer and chronic pancreatitis), who
experience. The presence of post-operative underwent PD at Department of surgery, Vajira
pancreatic fistula (POPF) was strongly associated hospital, Bangkok was performed. The resections
with other complications such as delayed gastric were performed from January 2005 to December
emptying, wound dehiscence, and intraabdominal 2015. Postoperative results of fifteen patients who
infection. Thus, a reduction in POPF may lead to underwent conventional pancreaticojejunostomy
decreased morbidity and mortality after PD2-3. (group A) were compared with ten patients who
A variety of techniques have been attempted to underwent modified Kakita pancreaticojejunostomy
lower the leakage rate, for example; end-to-end or (group B). The operations were performed by the
end-to-side pancreaticojejunostomy, duct-to- same surgical team (consists of hepatobiliary and
mucosa or dunking anastomosis, pancreaticojejunostomy general surgeons who had experience of whipple
or pancreaticogastrostomy, internal or external stent, operation more than 20 cases) and the patients
fibrin glue, and pharmacological agents that lower who underwent operation by other surgeon were
the volume of pancreatic exocrine secretion have excluded. Clinical data including preoperative,
been tried, but the leaks rate remains high1-4,7-8. intraoperative and postoperative data were
The new technique of duct to mucosa, end- reviewed. The study was approved by the
to-side pancreatojejunostomy was first proposed by institutional review board of faculty medicine Vajira
Kakita et al. in 19964. Since its introduction, many hospital, Navamindradhiraj University.
studies have shown the benefit of post-operative Primary end point of the study was the rate of
pancreatic anastomosis leakage reduction. Satoi et al. post-operative pancreatic fistula (POPF). According
have reported the anastomosis technique reduced to the international study group of pancreatic
incidence of overall postoperative complications surgery (ISGPS), we defined anastomosis leakage
such as grade B/C POPF and delayed gastric emptying criteria as amylase-rich fluid concentration 3 times
time after PD2, 5. of the upper limit of normal serum amylase level

A Comparative Study between Modified Kakita Pancreaticojejunostomy and Conventional Reconstruction after Pancreaticoduodenectomy: A Retrospective Review 137
Wanthanachai Rotchomphu Wisit Kasetsermwiriya

วชิรเวชสารและวารสารเวชศาสตร์เขตเมอื ง

ปที ่ี 65 ฉบับที่ 2 มนี าคม - เมษายน พ.ศ. 2564

collected from the peripancreatic after postoperative U test. Categorical variables were displayed as
3th day with a drainage volume over 10 ml per day6. percentages or proportion and they were compared
Post-operative complications were defined as by Fisher’s exact test. Logistic regression was
follows; abdominal abscess was defined as a performed to examine the factors that impact on
collection of pus or infected fluid confirmed by pancreatic leakage. The significance was accepted
ultrasound or computed tomographic, delayed at the P<0.05 level.
gastric emptying was defined as either the need for
nasogastric intubation for 10 or more days or the Results
inability to tolerate regular food on the 14th
postoperative day and intra-abdominal infection The characteristics and intra-operative data of
was defined as radiological findings of fluid collection patients were shown in Table 1. There were no
or microbiological findings of bacteria with infection- differences in pre and intra-operative variables
induced SIRS. The risk factors for anastomosis (such as gender, underlying diseases, operative time
leakage were also evaluated7-12. and pancreatic duct size) between the conventional
Surgical Techniques pancreatojejunostomy group (group A) and the
All surgical procedures were performed by modified Kakita method group (group B).
experienced surgeon. Data were collected from There was no postoperative mortality and
two groups; postoperative morbidities of two groups were not
Group A consisted of 15 patients who underwent different (table 2). Overall pancreatic leakage rate
the conventional method for pancreaticojejunal was 32% (8/25), the pancreatic leakage in group A
end-to-side anastomosis in 2 layers with interrupted was 50 %(5/10) while the leakage rate in group B
stitches. Group B consisted of 10 patients. was 20% (3/15), p=0.194.
The details of modified Kakita’s pancreatico- The incidence of complications such as
jejunostomy are as follows, six to eight absorbable delayed gastric emptying time, postoperative
interrupted stitches were placed between the pan- hemorrhage and intra-abdominal collection were
creatic duct and jejunal mucosa in end-to-side not different between two groups. All complications
fashion, and an approximation of the jejunal wall and could be managed by conservative measure
the pancreatic stump with 3 or 4 non-absorbable (table 3).
interrupted penetrating stitches were performed
(figure 1). After completion the hepaticojejunostomy
and gastrojejunostomy, two closed suction drain
were placed near the pancreatic anastomosis
and hepaticojejunostomy respectively.

Statistical Analysis Figure 1: shows pancreaticojejunostomy using
For the statistical analysis, continuous the modified Kakita method.
variables were presented as median and interquartile
range; they were compared by the Mann-whitney

138 A Comparative Study between Modified Kakita Pancreaticojejunostomy and Conventional Reconstruction after Pancreaticoduodenectomy: A Retrospective Review
Wanthanachai Rotchomphu Wisit Kasetsermwiriya

Vajira Medical Journal: Journal of Urban Medicine

Vol. 65 No. 2 March - April 2021

Table 1:
Pre and intra-operative data of patients in both groups

Variables Conventional group Modified Kakita group p-value
(n=10) (n=15)

Age (range) year 61 (29-80) 61 (44-81) 0.598

Male 4 (40%) 9 (60%) 0.428

Female 6 (60%) 6 (40%)

Weight (Kg) 69.5 (45-103) 57 (40-82) 0.120

Diabetes mellitus 3 (30%) 3 (20%) 0.653

Hypertension 6 (60%) 9 (60%) 1.000

Chronic kidney disease 1 (10%) 0 (0%) 0.400

Chronic obstructive pulmonary disease 0 (0%) 1 (6.7%) 1.000

Coronary artery disease 2 (2%) 0 (0%) 0.150

Operation time (minutes) 415 (240-600) 360 (180-420) 0.093

Blood loss (ml) 1000 (200-4000) 775 (100-2100) 0.436

Pancreatic duct size (mm) 3.5 (2-4) 4 (2-4) 0.598

Pathology (Adenocarcinoma, %) 80% (8/10) 80%(12/15) 1.000

Albumin (mg/dl) 2.65 (2.0-4.4) 2.5 (2.1-4.0) 0.657

Table 2:
Postoperative outcomes of patients in both groups.

Variables Conventional group Modified Kakita group p-value
(n = 10) (n = 15)
3 (20%) 0.194
Anastomosis leak 5 (50%) 2 (13.3%) 1.000
0 (0%) 0.240
Postoperative hemorrhage 1 (10%) 0 (0%) 1.000
1 (6.7%) 1.000
Delayed gastric emptying 3 (30%) 0.824
28 (21.5-46.5)
Re-operation 0 (0%)

Intraabdominal collection 1 (10%)

Hosptial stay length (day) 39 (17-66)

A Comparative Study between Modified Kakita Pancreaticojejunostomy and Conventional Reconstruction after Pancreaticoduodenectomy: A Retrospective Review 139
Wanthanachai Rotchomphu Wisit Kasetsermwiriya

วชิรเวชสารและวารสารเวชศาสตร์เขตเมอื ง

ปที ี่ 65 ฉบบั ที่ 2 มีนาคม - เมษายน พ.ศ. 2564

Table 3:
Details of patients who has POPF and management.

Sex Age Grading of POPF Anastomosis technique Management
Conservative
Male 44 A Kakita Conservative
Conservative
Male 70 A Conventional Conservative
Conservative
Female 61 A Conventional Percutaneous drainage
Conservative
Male 51 A Kakita Conservative

Male 57 A Conventional

Female 56 B Conventional

Female 61 A Conventional

Female 61 A Kakita

Hospital stay in group A was 39 days (17-66 The intraoperative blood loss was only a risk
days) and in group B was 28 days (21.5-46.5 days, factor for leakage (1500 ml vs. 750 ml, p=0.038).
p=0.824). Univariate analysis was applied to find the Furthermore, the leakage caused delayed gastric
POPF risk factors (table 4). emptying (3 vs. 0, p=0.24) and prolonged hospital
stay (72.5 days vs. 25.5 days, p< 0.0001) (table 5).

Table 4:
Univariate analysis of risk factor for pancreatic fistula

Variables Pancreatic fistula No pancreatic fistula p-value
(n = 8) (n = 17)
64 (29-81) 0.243
Age (year) 59 (44-70) 58 (40-82) 0.350
2.6 (2.0-4.2) 0.907
Weight (kg) 64 (51-103) 0.141
360 (180-480) 0.038
Albumin (g/l) 2.5 (2.0-4.4) 750 (100-2100) 0.033
0.103
Operation time (min) 405 (300-600) 1 (0-4)
4 (2-4)
Blood loss (ml) 1500 (200-4000)

Blood transfusion (unit) 3 (0-6)

Pancreatic duct size (mm) 3 (2-4)

Table 5: Pancreatic fistula No pancreatic fistula p-value
Impact of pancreatic leakage (n = 8) (n = 17)
3 (37.5%) 0 0.024
Variables <0.001
72.5 25.5
Delayed gastric emptying time
Hospital stay (day)

140 A Comparative Study between Modified Kakita Pancreaticojejunostomy and Conventional Reconstruction after Pancreaticoduodenectomy: A Retrospective Review
Wanthanachai Rotchomphu Wisit Kasetsermwiriya

Vajira Medical Journal: Journal of Urban Medicine

Vol. 65 No. 2 March - April 2021

Discussion in our study. Firstly, there was a bias due to the
nature of retrospective study. Second, the number
In 1996, Kakita et al first described his new of population in the study was small which did not
method of pancreaticojejunostomy as a simple and reach the power of statistics. As a result, further
reliable technique1-2. Later, Satoi et al reported the a large number of patients prospective randomized
modified technique of Kakita pancreaticojejunostomy is required to prove to benefit of the modified
reduced postoperative complications but there Kakita pancreatojejunostomy anastomosis after
were a few reports of application of this technique pancreatoduodenectomy.
outside Japan2-3. To date, there is still no report of In summary, we concluded that modified
the outcomes of modified Kakita’s method in Kakita method was a safe procedure with comparable
Thailand. Herein we evaluated the results of the morbidity and mortality with the outcomes of
technique in our institute. To our knowledge, this conventional method. Furthermore, intraoperative
study is the first comparative study of post-operative blood loss and blood transfusion were the risk
results between conventional technique and factors of anastomosis leakage. The prolong hospital
modified Kakita’s pancreatico-jejunostomy after stay and delayed gastric emptying time were caused
pancreaticoduodenectomy, which was conducted by anastomosis leakage.
in Thailand. The results of our study show that the
POPF of the modified Kakita’s group is comparable Conclusion
to those in conventional technique group. Even
through the pancreatic leakage rate is not statistically This retrospective single-center study showed
significantly different (20% vs 50%, p=0.194) because that duct-to-mucosa anastomosis by modified
of the small number of patients, it may have clinical Kakita technique was a safe procedure.
significance. The overall leakage rate of our study is
32% (8/25) which is higher than the results of the Disclosure statement
other reports that ranged form 10% to 30%1-2,8-9,11. All authors declare that they have no conflict
However, almost of the leakages severity were of interest.
classified in mild form (grade A) and no interventional
treatment was needed. The only one patient in Acknowledgement
conventional group (10%) has grade B POPF that
need percutaneous drainage. As a result, modified We thank Mr.Phisit Khaikaew for the illustration.
Kakita pancreatojejunostomy anastomotic technique
may be beneficial for POPF prevention. Generally, References
the risk factors for pancreatic leakage are a soft
pancreas, a small pancreatic duct, and a high 1. Hosotani R, Doi R, Imamura M. Duct to
pancreatic secretion rate (10-12) however, our study mucosa pancreaticojejunostomy reduces
found high volume of intraoperative blood loss, the risk of pancreatic leakage after
blood transfusion were associated with the pancreatoduodenectomy. World J Surg
anastomosis leakage. The result of anastomosis 2002;26:99-104.
leakage caused prolong hospital stay and delayed
gastric emptying time. There were some limitations 2. Satoi S, Toyokawa H, Yanagimoto H, Yamamoto
T, Yamao J, Kim S, et al. A new guideline
to reduce postoperative morbidity after
pancreaticoduodenectomy. Pancreas 2008;
37(2):128-33.

A Comparative Study between Modified Kakita Pancreaticojejunostomy and Conventional Reconstruction after Pancreaticoduodenectomy: A Retrospective Review 141
Wanthanachai Rotchomphu Wisit Kasetsermwiriya

วชิรเวชสารและวารสารเวชศาสตรเ์ ขตเมอื ง

ปที ี่ 65 ฉบบั ที่ 2 มีนาคม - เมษายน พ.ศ. 2564

3. Traverso W, Wada K. Pancreatic anastomotic 9. You DD, Jung KU, Lee HG, Heo JS, Choi SH,
leak after the whipple procedure is reduced Choi DW. Comparison of different pancreatic
using the surgical microscope. Surgery 2006; anastomosis techniques using the definitions
139:735-42. of the international study group of pancreatic
surgery. Pancreas 2009;38(8):896-902.
4. Kakita A, Takahashi T, Yoshida M, Furuta K.
A simpler and more reliable technique of 10. K a k i t a A , Yo s h i d a M , Ta k a h a s h i T .
pancreatojejunal anastomosis. Surg Today History of pancreaticojejunostomy in
1996;26(7):532-5. pancreaticoduodenectomy: development of
a more reliable anastomosis technique.
5. Satoi S, Toyokawa H, Yanagimoto H, Yamamoto Journal of HBP Surgery 2001;8:230-7.
T, Hirooka S, Yui R, et al. Is a nonstented duct-
to-mucosa anastomosis using the modified 11. Gouma DJ, Geenen RC, Gulik TM, Haan RJ,
kakita method a safe procedure?. Pancreas Wit LT, Busch OR, et al. Rates of complications
2010; 39(2):165-70. and death after pancreaticoduodenectomy:
risk factures and the impact of hospital volume.
6. Bassi C, Dervenis C, Butturini G, Fingerhut A, Annuals of Surgery 2000;232(6):786-95.
Yeo C, Izbicki J, et al. Postoperative pancreatic
fistula: An international study group (ISGPF) 12. Yang YM, Tian XD, Zhuang Y, Wang WM, Wan YL,
definition. J Surg 2005;138(1):8-13. Huang YT. Risk factors of pancreatic leakage
after pancreaticoduodenectomy. World J
7. Graggen KZ, Uhl W, Friess H, Buchler MW. Gastroenterol 2005;11(16): 2456-61.
How to do a safe pancreatic anastomosis.
J Hepatobiliary Pancreat Surg 2002;9:733-7. 13. Selvin S. Statistical Analysis of Epidemiologic
Data. New York: Oxford University Press; 1991. p. 80.
8. Bassi C, Falconi M, Molinari E, Mantovani W,
Butturini G. Duct to mucosa versus end to 14. Satoi S, Toyokawa H, Yanagimoto H, Yamamoto
side pancreaticojejunostomy reconstruction T, Hirooka S, Yui R, et al. Is a nonstented duct-
after pancreaticoduodenectomy: result of to-mucosa anastomosis using the modified
a prospective randomized trial. Surgery Kakita method a safe procedure?. Pancreas
2003;134:766-71. 2010; 39: 165–70.

142 A Comparative Study between Modified Kakita Pancreaticojejunostomy and Conventional Reconstruction after Pancreaticoduodenectomy: A Retrospective Review
Wanthanachai Rotchomphu Wisit Kasetsermwiriya

วชิรเวชสารและวารสารเวชศาสตรเ์ ขตเมอื ง นพิ นธต์ ้นฉบบั

การพัฒนาศักยภาพแกนน�ำชุมชนในการส่งเสริมสุขภาพจิตผู้สูงอายุ
เขตบางซ่อื กรงุ เทพมหานคร

สมบตั ิ รยิ าพันธ์ พย.ม.1*
นิยดา ภู่อนสุ าสน์ กศ.ม.1
ญาดา ประคองยศ พย.บ.2

1 คณะพยาบาลศาสตรเ์ กือ้ การุณย์ มหาวทิ ยาลยั นวมินทราธิราช กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
2 ศูนย์บริการสาธารณสขุ 3 บางซ่อื สำ� นักอนามยั กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
* ผู้ติดตอ่ , อเี มล: [email protected]
Vajira Med J. 2021; 65(2) : 143-52
http://dx.doi.org/10.14456/vmj.2021.14

บทคดั ยอ่

วัตถปุ ระสงค์ : เพอื่ พัฒนาศกั ยภาพแกนน�ำชมุ ชน ในการส่งเสริมสขุ ภาพจติ ผสู้ งู อายุ เขตบางซอื่ กรุงเทพมหานคร
วธิ ีด�ำเนนิ การวิจยั : เป็นการวจิ ยั เชิงปฏบิ ัติการแบบมีส่วนรว่ ม ในแกนนำ� ชุมชนเขตบางซอื่ กรงุ เทพมหานคร เก็บขอ้ มูล

ระหว่างเดือนมีนาคม - เมษายน 2559 เคร่ืองมือที่ใช้คือ แบบสอบถามความรู้ความสามารถในการส่งเสริม
สุขภาพจิตผู้สูงอายุ และข้อค�ำถามการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถ่ี
รอ้ ยละ ค่าเฉล่ยี สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวเิ คราะห์เชิงเนอ้ื หา
ผลการวจิ ัย : จากการสนทนากลมุ่ และวางแผนกจิ กรรมรว่ มกนั แกนนำ� ชมุ ชนจำ� นวน 50 คน ไดแ้ นวทางการจดั กจิ กรรม
เพื่อพัฒนาศักยภาพแกนน�ำชุมชนในการส่งเสริมสุขภาพจิตผู้สูงอายุ คือ การให้ความรู้เร่ืองสุขภาพจิตผู้สูงอายุ
ปัญหาสุขภาพจิตและจิตเวชในผู้สูงอายุและแนวทางการช่วยเหลือ การให้ค�ำปรึกษา ความเครียดและ
การจดั การความเครยี ด การประชมุ กลมุ่ แลกเปลย่ี นเรยี นรปู้ ระสบการณก์ ารดแู ลชว่ ยเหลอื การสง่ เสรมิ สขุ ภาพจติ
และการเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุ ภายหลังการเข้าร่วมโครงการ แกนน�ำชุมชนมีความรู้ความสามารถในการส่งเสริม
สุขภาพจติ ผู้สูงอายอุ ยูใ่ นระดับมาก (X = 2.47, SD. = 0.81)
สรุป : จากผลการศกึ ษานี้ พบวา่ โครงการพฒั นาศกั ยภาพแกนนำ� ชมุ ชนสามารถเพม่ิ ศกั ยภาพแกนนำ� ชมุ ชนในการสง่ เสรมิ
สขุ ภาพจิตผูส้ งู อายุไดด้ ียง่ิ ขน้ึ
ค�ำส�ำคัญ : การพัฒนาศกั ยภาพ, การสง่ เสรมิ สุขภาพจิต, แกนน�ำชุมชน, ผ้สู ูงอายุ

วันทร่ี บั บทความ: 25 มิถนุ ายน 2563 วนั แกไ้ ขบทความ: 8 ธนั วาคม 2563 วันตอบรบั บทความ: 22 ธนั วาคม 2563

Vajira Medical Journal: Journal of Urban Medicine Original articles

The Competency Development of Community Leaders in
Mental Health Promotion of the Elderly People at Bangsue
District, Bangkok

Sombat Riyaphun MNS1*
Niyada Bhooanasasn MED1
Yada Prakongyos RN2

1 Kuakarun Faculty of Nursing, Navamindradhiraj University, Bangkok, Thailand
2 Public Health Center 3 Bangsue, Bangkok, Thailand
* Corresponding author, e-mail address : [email protected]
Vajira Med J. 2021; 65(2) : 143-52
http://dx.doi.org/10.14456/vmj.2021.14

Abstract

Objective : To develop the competency of the community leaders in mental health promotion of
the elderly people in Bangsue District, Bangkok

Methods : This participative action research was done with 50 community leaders in Bangsue District,
Bangkok. Data were collected between March and April, 2016. Questionnaire on Competency
in Mental Health Promotion of the Elderly People and Questions for Group Discussion were
used as the research tools. Descriptive statistics such as frequencies, percentage, means,
standard deviation and content analysis were utilized for data analysis.

Results : According to group discussion and activity planning , the community leaders all agreed that
various activities for competency development of the community leaders in mental health
development of the elderly people should be implemented. They were knowledge in mental
health, mental health and psychiatric problems, interventions, counselling, tress and stress
management, group discussion for learning and experience exchange, caring and home visit.

After participation in the project, they gained higher mean scores of competency in mental
health at the more level. (x = 2.47, SD. = 0.8)

Conclusion : It was concluded that this project can be better enhance competency of community
leaders in mental health development of the elderly people.

Keywords : competency development, mental health promotion, community leaders, elderly people

Received: 25 June 2020, Revised: 8 December 2020, Accepted: 22 December 2020

Vajira Medical Journal: Journal of Urban Medicine

Vol. 65 No. 2 March - April 2021

บทน�ำ การแสดงออกทางกาย โดยมีอาการทางกาย เช่น ปวดศีรษะ
แน่นท้อง ปวดเร้ือรัง ท้องอืด คล่ืนไส้ เป็นต้น4 จากปัญหา
ในปัจจุบันมีความเจริญทางด้านวิทยาศาสตร์และ ดงั กลา่ ว ถา้ ผสู้ งู อายไุ มส่ ามารถปรบั ตวั ไดก้ จ็ ะกอ่ ใหเ้ กดิ ปญั หา
เทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ มากมาย ท�ำให้ประชากรโลก สุขภาพจิตตามมา แต่ถ้าผู้สูงอายุสามารถปรับตัวได้ดีก็จะ
มอี ายยุ นื ยาวมากขนึ้ จะเหน็ ไดจ้ ากประชากรโลกทม่ี อี ายุ 60 ปี สามารถดำ� เนนิ ชวี ติ อยกู่ บั ครอบครวั และในสงั คมไดอ้ ยา่ งปกตสิ ขุ
ขึ้นไปมีจ�ำนวนเพิ่มข้ึนเรื่อยๆ จากรายงานขององค์การ รูส้ กึ มคี ณุ ค่าในตนเองและไมเ่ ป็นภาระของผู้อ่นื 5
สหประชาชาติ ในปี พ.ศ. 2558 พบว่า ประเทศในภูมิภาค ปัญหาสุขภาพจิตที่พบบ่อยท่ีสุดในผู้สูงอายุคือ ภาวะ
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South-Eastern Asia) มีประชากร ซึมเศร้า จากการศึกษาของ Volkert, Schulz, Härter,
รวมกนั ประมาณ 634 ลา้ นคน โดยมปี ระชากรผสู้ งู อายปุ ระมาณ Wlodarczyk, and Andreas6 พบวา่ ผสู้ งู อายใุ นประเทศตะวนั ตก
59 ล้านคน คิดเป็นสัดสว่ นรอ้ ยละ 9.3 ของประชากรทง้ั หมด มคี วามชกุ ของภาวะซมึ เศรา้ มากทสี่ ดุ รอ้ ยละ 19.47 เชน่ เดยี วกบั
โดยประเทศท่ีติด 3 อันดับแรก ได้แก่ ประเทศสิงคโปร์ ในประเทศไทย จากการศึกษาของ วลัยพร นันทศ์ ภุ วัฒน์ และ
มปี ระชากรทอ่ี ายเุ กนิ กวา่ 60 ปี ขนึ้ ไป รอ้ ยละ 17.9 รองลงมาคอื คณะ7 พบว่าผู้สูงอายุน่าจะมีภาวะซึมเศร้าถึงร้อยละ 72.3
ประเทศไทย มปี ระชากรทอ่ี ายเุ กนิ กวา่ 60 ปขี นึ้ ไป รอ้ ยละ 15.8 และมภี าวะซมึ เศรา้ รอ้ ยละ 15.6 ภาวะซมึ เศรา้ เปน็ ปจั จยั เสยี่ ง
และประเทศเวียดนาม มปี ระชากรท่อี ายเุ กินกว่า 60 ปขี ้นึ ไป อยา่ งหนงึ่ ในการนำ� ไปสกู่ ารฆา่ ตวั ตาย ผสู้ งู อายจุ ะเกดิ ความรสู้ กึ
ร้อยละ 10.31 สำ� หรับในประเทศไทยนั้นได้เข้าใกลส้ งั คมสงู วัย มดื มน จติ ใจหดหู่ อ่อนเพลีย หมดหวัง ท้อแท้ เบ่อื หนา่ ยชีวติ
มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 ตามการคาดประมาณประชากรของ รู้สึกไร้คุณค่า อาจเกิดความรู้สึกไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปและ
สำ� นกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ ทำ� รา้ ยตนเองในทส่ี ดุ 8 นอกจากนย้ี งั พบวา่ แมอ้ ตั ราการฆา่ ตวั ตาย
ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ คือ ของไทยจะลดลงเร่ือยๆ โดยปี พ.ศ 2558 มีอัตราฆ่าตัวตาย
มีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปสูงถึงร้อยละ 20 ในปี 6.47 ต่อแสนประชากร และปี พ.ศ 2559 อยู่ที่ 6.35 ต่อ
พ.ศ.2564 และจะเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอดเมื่อมีสัดส่วน แสนประชากร และปี พ.ศ 2560 ข้อมูลถึงวันที่ 15 พ.ค.
ประชากรอายุ 60 ปขี ึน้ ไปสูงถงึ รอ้ ยละ 28 ในปี พ.ศ.25742 พ.ศ 2561 อัตราฆ่าตัวตาย 6.03 ต่อแสนประชากร แต่กลับ
วัยสูงอายุ เป็นวัยท่ีมีการเปล่ียนแปลงด้านต่างๆ ใน สงู ขึน้ ในผู้สงู อาย9ุ ภาวะซมึ เศรา้ เป็นภาวะเรื้อรงั มีโอกาสกลับ
ลักษณะของความเสื่อมถอย การเปล่ียนแปลงด้านร่างกาย เป็นซ้�ำบ่อย ส่งผลให้เกิดความบกพร่องท้ังทางร่างกายและ
ทสี่ ำ� คญั คอื การทำ� งานของระบบตา่ งๆ เสอื่ มลง รปู รา่ งหนา้ ตา สงั คม อกี ทงั้ เปน็ ภาระแกผ่ ดู้ แู ล ซงึ่ องคก์ ารอนามยั โลกกลา่ ววา่
เปลย่ี นแปลงไป ความจำ� เสอ่ื มและการตอบสนองตอ่ ปฏกิ ริ ยิ าตา่ งๆ ในปี ค.ศ. 2020 คาดวา่ ภาวะซมึ เศรา้ จะมอี ตั ราสงู เปน็ อนั ดบั ที่ 2
ลดลง ส่ิงต่างๆ เหล่านี้ท�ำให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพกายที่เสื่อมลง ของการเจ็บปว่ ยทางจติ 5
มีโอกาสเจ็บป่วยได้ง่าย นอกจากน้ียังมีการเปล่ียนแปลงด้าน การส่งเสริมสุขภาพจิตเป็นกระบวนการสร้างเสริม
สังคมวัฒนธรรมและส่ิงแวดล้อมท่ีเกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ เช่น ให้บุคคลสามารถปรับตัว และด�ำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่าง
การสญู เสยี บคุ คลอนั เปน็ ทรี่ กั การสญู เสยี รายได้ สญู เสยี บทบาท ปกติสุข โดยการดูแลสภาพร่างกายและจิตใจรวมทั้งส่งเสริม
ทางสังคม เกษียณอายุ หรือออกจากงาน สภาพเศรษฐกิจ การปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเพอื่ เพม่ิ ความผาสกุ ทางจติ ใจ การสรา้ งปจั จยั
กับสังคมที่ท�ำให้บุตรหลานต้องท�ำมาหากินเล้ียงชีพมากขึ้น ป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงของสาเหตุปัญหาสุขภาพจิต10
ซึ่งการเปล่ียนแปลงทางด้านร่างกาย สังคม วัฒนธรรม และ ดังนั้นการส่งเสริมสุขภาพจิตในผู้สูงอายุ นอกจากจะเป็น
ส่ิงแวดล้อมดังกล่าว ท�ำให้เกิดการเปล่ียนแปลงทางด้านจิตใจ การป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพจิตผู้สูงอายุแล้ว ยังช่วย
ตามมา3 ท�ำให้ผู้สูงอายุมีอารมณ์โกรธหรือโทษตนเอง เครียด ลดปัญหาสุขภาพจิตผู้สูงอายุด้วย สอดคล้องกับนโยบาย
นอนไมห่ ลบั ตนื่ เรว็ หรอื บางรายอาจหลบั มากเกนิ ไป เบอื่ อาหาร กระทรวงสาธารณสขุ ทใี่ หท้ กุ หนว่ ยงานในสงั กดั ใหค้ วามสำ� คญั
และขาดความสนใจในการดูแลตนเอง ตลอดจนความรู้สึก กบั ผสู้ งู อายุ เพอื่ ใหไ้ ดร้ บั บรกิ ารทค่ี รอบคลมุ ทง้ั ในดา้ นการสง่ เสรมิ
มคี ณุ คา่ ในตนเองลดลง และบางครงั้ รสู้ กึ โดดเดยี่ ว เหงา วา้ เหว่ ปอ้ งกนั รกั ษา และฟน้ื ฟู ในการดำ� เนนิ งานสง่ เสรมิ สขุ ภาพจติ นนั้
ร้สู ึกนอ้ ยใจ ทอ้ แท้ เบื่อหนา่ ยในชีวิต ซึมเศรา้ และสน้ิ หวัง และ

การพฒั นาศักยภาพแกนน�ำชมุ ชนในการสง่ เสริมสุขภาพจิตผูส้ งู อายุ เขตบางซ่ือ กรงุ เทพมหานคร 145
สมบตั ิ ริยาพนั ธ์ นิยดา ภู่อนสุ าสน์ ญาดา ประคองยศ

วชิรเวชสารและวารสารเวชศาสตรเ์ ขตเมือง

ปีท่ี 65 ฉบบั ท่ี 2 มีนาคม - เมษายน พ.ศ. 2564

มียุทธศาสตร์ท่ีมุ่งเน้นให้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน กลุ่มตัวอย่าง
มีบทบาทส�ำคัญในการส่งเสริมสุขภาพจิต แกนน�ำชุมชนเป็น กลมุ่ ตวั อยา่ ง คอื แกนนำ� ชมุ ชน ในชมุ ชนเมอื งเขตบางซอ่ื
กลุ่มบุคคลท่ีท�ำหน้าท่ีหนึ่งในการดูแลประชาชนในชุมชนให้มี กรุงเทพมหานคร ท่ีสมัครใจเข้าร่วมโครงการโดยการเลือก
ภาวะสุขภาพท่ีดีทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม กลุ่มบุคคล ตัวอย่างแบบกลุ่มและใช้วิธีสุ่มแบบเจาะจง (cluster and
ดังกล่าวมีความใกล้ชิดสนิทสนม และสามารถเข้าถึงผู้สูงอายุ purposive sampling) โดยใช้การแบ่งแขวงเป็นเกณฑ์
ได้เป็นอย่างดี ประกอบกับปัญหาด้านระบบบริการสุขภาพ เพื่อให้ได้กลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของประชากรท่ีศึกษา
ของรัฐซ่ึงไม่เพียงพอต่อการให้บริการประชาชน จึงต้องมี เขตบางซอ่ื มที ง้ั หมด 2 แขวง แขวงละ 5 ชมุ ชน ชมุ ชนละ 5 คน
การใช้แกนน�ำชุมชนในการช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตผู้สูงอายุ ได้กลุม่ ตัวอยา่ งทัง้ หมด 50 คน
(community base care) การพัฒนาศกั ยภาพแกนนำ� ชมุ ชน เกณฑ์การคดั เข้า
ให้มีความรู้ความสามารถท่ีถูกต้องและเหมาะสมจึงเป็น 1. เปน็ แกนน�ำชมุ ชน
สิ่งจ�ำเป็นที่จะต้องกระท�ำ โดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบ 2. เตม็ ใจเขา้ รว่ มโครงการ
มีส่วนร่วม (participatory action research) ซึ่งอาศัย 3. เขยี นและอา่ นหนังสอื ได้
ความร่วมมือจากผู้มีส่วนร่วมวิจัยอย่างเต็มท่ีโดยตรงทุกระยะ 4. สามารถเขา้ ร่วมกิจกรรมจนเสรจ็ สิ้นโครงการ
ของการวจิ ยั การไดเ้ ขา้ รว่ มทมี วจิ ยั จะชว่ ยเสรมิ พลงั ความสามารถ เกณฑ์การคัดออก
ของผู้ปฏบิ ัติตลอดกระบวนการวิจยั 11 1. ไมส่ ามารถเขา้ ร่วมกิจกรรมได้จนเสร็จส้ินโครงการ
กรงุ เทพมหานคร มปี ระชากรผสู้ งู อายเุ พมิ่ ขน้ึ อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง 2. ไม่เต็มใจเข้าร่วมโครงการ หรือไม่ให้ความร่วมมือ
โดยในปี พ.ศ. 2554 มปี ระชากรผสู้ งู อายจุ ำ� นวน 728,695 คน12 ในการท�ำกิจกรรม
และเพิ่มข้ึนเป็นจ�ำนวน 941,382 ในปี พ.ศ 255713 จาก เครอื่ งมือทีใ่ ชใ้ นการวจิ ัย
การรวบรวมขอ้ มลู ปญั หาดา้ นสขุ ภาพจติ ของผสู้ งู อายเุ ขตบางซอ่ื ประกอบดว้ ย 3 ส่วน ได้แก่
ในปี พ.ศ 2558 พบว่า มีผู้สูงอายุท่ีมีปัญหาด้านสุขภาพจิต 1. แบบสอบถามข้อมูลท่ัวไปประกอบด้วย เพศ อายุ
จำ� นวน 105 ราย แยกเปน็ ปญั หาความวติ กกงั วล จำ� นวน 29 ราย ระดับการศกึ ษา อาชีพ สถานภาพสมรส รายได้เฉล่ียตอ่ เดอื น
นอนไมห่ ลบั จำ� นวน 24 ราย ซมึ เศรา้ 12 ราย ปญั หาความเครยี ด ความเพียงพอของรายได้ โรคประจ�ำตัว
10 ราย และอน่ื ๆ 30 ราย14 ดงั นัน้ ผู้วิจยั จงึ สนใจทจี่ ะศกึ ษา 2. แบบวดั ความรคู้ วามสามารถในการสง่ เสรมิ สขุ ภาพจติ
การพัฒนาศักยภาพแกนน�ำชุมชนในการส่งเสริมสุขภาพจิต ผสู้ งู อายจุ ำ� นวน 20 ขอ้ เกณฑก์ ารแปลผล แบง่ ตามคะแนนเฉลยี่
ผสู้ งู อายุ เขตบางซอ่ื กรงุ เทพมหานครใหม้ คี วามรคู้ วามสามารถ 3 ระดับ ดงั นี้
ในการส่งเสริมสุขภาพจิตผู้สูงอายุ อันจะท�ำให้ผู้สูงอายุมี คะแนนเฉล่ีย
สขุ ภาพจติ ทดี่ ี สามารถดำ� รงชวี ติ อยใู่ นสงั คมไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ 2.34 – 3.00 หมายถึง แกนน�ำชุมชนมีศักยภาพ
ในการส่งเสรมิ สุขภาพจิตอยใู่ นระดับมาก
วัตถปุ ระสงค์ 1.67 – 2.33 หมายถึง แกนน�ำชุมชนมีศักยภาพ
ในการส่งเสริมสุขภาพจิตอยู่ในระดบั ปานกลาง
เพ่ือพัฒนาศักยภาพแกนน�ำชุมชน ในการส่งเสริม 1.00 – 1.66 หมายถึง แกนน�ำชุมชนมีศักยภาพ
สขุ ภาพจิตผู้สูงอายุ บางซือ่ กรงุ เทพมหานคร ในการส่งเสรมิ สขุ ภาพจิตอยู่ในระดับต�ำ่
3. ข้อคำ� ถามการสนทนากลุ่ม จ�ำนวน 7 ข้อ เพอ่ื เกบ็
วธิ ีด�ำเนนิ การวจิ ัย รวบรวมความคิดเห็นของแกนน�ำชุมชนในประเด็น ปัญหา

การวิจัยน้ีเป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม
(participatory action research) ผ่านการรับรองจาก
คณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมในการวิจัย เลขท่ี KFN-
IRB2015-06 เกบ็ ขอ้ มลู ระหวา่ งเดอื น มนี าคม-เมษายน พ.ศ 2559

146 การพัฒนาศกั ยภาพแกนน�ำชุมชนในการสง่ เสริมสุขภาพจิตผสู้ ูงอายุ เขตบางซอ่ื กรงุ เทพมหานคร
สมบตั ิ รยิ าพนั ธ ์ นิยดา ภู่อนุสาสน์ ญาดา ประคองยศ

Vajira Medical Journal: Journal of Urban Medicine

Vol. 65 No. 2 March - April 2021

ความต้องการ การแลกเปล่ียนความคิดเห็น การมีส่วนร่วม ท�ำความรู้จักคุ้นเคยเพ่ือให้เกิดความไว้วางใจ เกิดการยอมรับ
ในการแลกเปลยี่ นความคดิ เหน็ และรว่ มกนั วเิ คราะหห์ าแนวทาง และประเมินความสมัครใจของผู้เข้าร่วมโครงการ มีข้ันตอน
ในการพฒั นาศกั ยภาพแกนนำ� ชมุ ชนในการสง่ เสรมิ สขุ ภาพจติ การศึกษาดังน้ี
ผูส้ งู อายุ ได้แก่
1. ตามแนวคิดของท่าน แกนน�ำชุมชนมีปัญหาและ ระยะกอ่ นดำ� เนนิ การวิจยั
ความต้องการในการส่งเสริมสุขภาพจิตของตนเองและ 1. การคัดเลือกพ้ืนที่ ได้คัดเลือกเขตบางซื่อซึ่งสะดวก
ผู้สูงอายุหรอื ไม่ อยา่ งไร ในการพัฒนาช่วยเหลือ และแกนน�ำชุมชนส่วนใหญ่คุ้นเคย
2. จากข้อมูลท่ีผู้วิจัยส�ำรวจได้ ท่านมีความคิดเห็น กบั ผวู้ จิ ยั จะทำ� ใหไ้ ดร้ บั ความรว่ มมอื เปน็ อยา่ งดใี นการเขา้ รว่ ม
อยา่ งไร กจิ กรรม
3. ท่านคิดว่าข้อมูลจากการส�ำรวจข้างต้น เป็นปัญหา 2. เตรียมชุมชน ประสานงานกับประธานชุมชน
ของท่านหรือไมอ่ ย่างไร กรรมการชมุ ชน อาสาสมคั รสาธารณสขุ เพอ่ื สรา้ งสมั พนั ธภาพ
4. ถ้าข้อมูลที่ส�ำรวจได้เป็นปัญหาของแกนน�ำชุมชน ให้เกิดความคนุ้ เคยและไว้วางใจ
ทา่ นคดิ วา่ ควรแก้ไขอย่างไร
5. ถ้าจะแก้ไขท่านคิดว่าจะแก้ไขปัญหาใดก่อนเพราะ ระยะดำ� เนนิ การวจิ ัย
เหตุใด 1. ด�ำเนินการส�ำรวจข้อมูลพ้ืนฐานของแกนน�ำชุมชน
6. ท่านคิดว่าใครควรจะเป็นคนแก้ไขปัญหาต่างๆ ปญั หาและความตอ้ งการ ความรคู้ วามสามารถในการสง่ เสรมิ
เหล่าน้ี เพราะเหตใุ ด สขุ ภาพจิตผ้สู ูงอายุ
7. ท่านคิดว่าควรท�ำอย่างไร ในการแก้ไขปัญหา 2. ค้นพบปัญหาและความต้องการของแกนน�ำชุมชน
แตล่ ะเรื่อง จากการสมั ภาษณแ์ ละสำ� รวจความรคู้ วามสามารถในการสง่ เสรมิ
ผู้วิจัยน�ำเคร่ืองมือการวิจัยที่เป็นแบบสอบถามวัด สขุ ภาพจิตผ้สู งู อายุ
ความรู้ความสามารถในการส่งเสริมสุขภาพจิตผู้สูงอายุ 3. จัดสนทนากลุ่มเพือ่ เรียนรปู้ ัญหาและความต้องการ
และข้อค�ำถามการสนทนากลุ่ม ไปให้ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน ร่วมกัน วิเคราะห์ปัญหาร่วมกัน มีการพูดคุยแลกเปลี่ยน
การพยาบาลจิตเวชศาสตร์และสุขภาพจิต ได้แก่ อาจารย์ ความคิดเห็นและหาจุดร่วมในการพฒั นา
พยาบาลดา้ นการพยาบาลจติ เวชและสขุ ภาพจติ จำ� นวน 3 ทา่ น 4. จัดท�ำโครงการพัฒนาศักยภาพแกนน�ำชุมชน
ตรวจสอบความตรงเชิงเนือ้ หา และนำ� มาแก้ไขตามค�ำแนะน�ำ ในการส่งเสริมสุขภาพจิตผู้สูงอายุ กิจกรรมประกอบด้วย
หลงั จากนนั้ นำ� ไปทดลองใช้ (try out) กบั แกนนำ� ชมุ ชนทไ่ี มใ่ ช่ การบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตและจิตเวช
กลุ่มตัวอย่าง จ�ำนวน 30 คน วิเคราะห์หาค่าความเช่ือมั่น ที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ ภาวะซึมเศร้าและการดูแลช่วยเหลือ
โดยใชส้ ตู รของคเู ดอรแ์ ละรชิ ารด์ สนั KR-20 ไดค้ า่ ความเชอื่ มน่ั ในผู้สูงอายุ ความเครียดและการจัดการกับความเครียด
(reliability coefficient alpha) = 0.80 การใหก้ ารปรกึ ษาและฝกึ ทกั ษะการใหก้ ารปรกึ ษา รวมทง้ั จดั เวที
แลกเปลยี่ นเรยี นรกู้ ารส่งเสริมสขุ ภาพจติ ผูส้ ูงอายุ
ขนั้ ตอนการด�ำเนนิ การ หลงั จากนน้ั คณะผวู้ จิ ยั ประเมนิ ผลความรคู้ วามสามารถ
ผู้วิจัยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของแกนน�ำชุมชน ของแกนน�ำชุมชนในการส่งเสริมสุขภาพจิตของผู้สูงอายุ และ
เขตบางซื่อ ด้วยการประชุมแบบมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ คณะผู้วิจัยลงพ้ืนท่ีเพ่ือติดตามเยี่ยมแกนน�ำชุมชน และ
(appreciation influence control) ในการศึกษาปัญหา ติดตามความก้าวหน้าของกิจกรรม พูดคุยเพื่อให้ก�ำลังใจ
ความต้องการ และหาแนวทางในการส่งเสริมสุขภาพจิต ใหม้ ีการด�ำเนนิ กิจกรรมอยา่ งต่อเนื่อง
ผู้สูงอายุ ผู้วิจัยได้ประสานงานกับประธานชุมชน กรรมการ
ชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขในชุมชนท่ีเป็นกลุ่มตัวอย่าง

การพัฒนาศกั ยภาพแกนนำ� ชุมชนในการสง่ เสรมิ สขุ ภาพจิตผ้สู งู อายุ เขตบางซ่ือ กรงุ เทพมหานคร 147
สมบตั ิ รยิ าพันธ์ นยิ ดา ภูอ่ นุสาสน ์ ญาดา ประคองยศ

วชิรเวชสารและวารสารเวชศาสตร์เขตเมือง

ปที ี่ 65 ฉบับที่ 2 มนี าคม - เมษายน พ.ศ. 2564

การวิเคราะห์ขอ้ มูล ผลการวิจยั
1. ขอ้ มลู ทว่ั ไป ขอ้ มลู ความรู้ ความสามารถของแกนนำ�
ชุมชนในการส่งเสริมสุขภาพจิตผู้สูงอายุ วิเคราะห์โดยใช้ ขอ้ มูลทว่ั ไป
โปรแกรมส�ำเร็จรูป SPSS หาค่าความถ่ี ร้อยละ ค่าเฉลี่ย จากตารางที่ 1 แกนนำ� ชมุ ชนจำ� นวน 50 คนสว่ นใหญ่
และส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน เปน็ เพศหญงิ จำ� นวน 44 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 88 มอี ายุ 40 – 60 ปี
2. ข้อมูลจากการสนทนากลุ่มและการจัดกิจกรรม มากทส่ี ุด จ�ำนวน 35 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 70 ประกอบอาชพี
ท้ังหมด น�ำมาวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (content analysis) รบั จ้างมากที่สุด จำ� นวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 30 รองลงมา
โดยวิเคราะห์ประเด็นหลักตามวัตถุประสงค์ และน�ำเสนอ คือ ค้าขาย จ�ำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 56 มีสถานภาพ
ด้วยการบรรยาย การตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูล สมรสคู่มากทีส่ ดุ จำ� นวน 19 คน คิดเป็นร้อยละ 38 รองลงมา
โดยการตรวจสอบสามเส้า (triangulation) คือ จากส่ิงที่ คอื หมา้ ย จำ� นวน 14 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 28 มรี ายได้ 1,001 –
สังเกตได้ การบนั ทกึ ข้อมลู และข้อมลู จากการสมั ภาษณ์ 5,000 บาท มากที่สุด จ�ำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 56
รองลงมาคือ 5,001 – 10,000 บาท จำ� นวน 16 คน คดิ เป็น
ร้อยละ 32 ส่วนใหญ่มีรายได้ไม่เพียงพอ จ�ำนวน 26 คน
คิดเป็นร้อยละ 52 มีโรคประจ�ำตัว คือ ความดันโลหิตสูง
มากท่ีสุด จ�ำนวน 27 คน คิดเป็นร้อยละ 54 รองลงมา คือ
ไขมนั ในเส้นเลือด จำ� นวน 19 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 38

ตารางที่ 1:
จำ� นวนและร้อยละของแกนนำ� ชมุ ชน จำ� แนกตาม เพศ อาย ุ อาชีพ สถานภาพสมรส รายได้เฉล่ยี ต่อเดอื น ความเพยี งพอของ
รายได้ โรคประจ�ำตวั เรอ้ื รัง (จำ� นวน = 50)
ข้อมูล จ�ำนวน (คน) รอ้ ยละ
เพศ
ชาย 6 12
หญงิ 44 88
อาย ุ
≤ 40 ปี 6 12
40 – 60 ป ี 35 70
มากกวา่ 60 ป ี 9 18
อาชพี
คา้ ขาย 14 28
ข้าราชการบำ� นาญ 5 10
รับจ้าง 15 30
รัฐวิสาหกจิ 1 20
ธุรกจิ ส่วนตัว 13 26
อน่ื ๆ 2 4
สถานภาพสมรส
โสด 9 18
สมรส 19 38
หมา้ ย 14 28
หย่า 5 10
แยกกันอยู่ 36

148 การพัฒนาศกั ยภาพแกนนำ� ชุมชนในการส่งเสรมิ สุขภาพจติ ผสู้ งู อายุ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร
สมบัติ ริยาพนั ธ์ นิยดา ภู่อนุสาสน์ ญาดา ประคองยศ

Vajira Medical Journal: Journal of Urban Medicine

Vol. 65 No. 2 March - April 2021

ตารางที่ 1:
จำ� นวนและร้อยละของแกนน�ำชุมชน จ�ำแนกตาม เพศ อายุ อาชพี สถานภาพสมรส รายไดเ้ ฉล่ยี ต่อเดือน ความเพียงพอของ
รายได้ โรคประจำ� ตัวเร้อื รงั (จ�ำนวน = 50) (ต่อ)
ขอ้ มลู จ�ำนวน (คน) รอ้ ยละ
รายได้เฉล่ียต่อเดอื น
≤ 1,000 --
1,001 – 5,000 28 56
5,001 – 10,000 16 32
มากกว่า 10,000 6 12
ความเพียงพอของรายได ้
เพยี งพอ 24 48
ไมเ่ พยี งพอ 26 52
โรคประจ�ำตวั เร้อื รงั
โรคเบาหวาน 18 36
โรคความดันโลหิตสูง 27 54
โรคหัวใจ 48
โรคไขมันในเส้นเลอื ด 19 38
อ่นื ๆ 36

2. ขอ้ มลู เกย่ี วกบั ปญั หาและความตอ้ งการ และความตอ้ งการ ในการส่งเสริมสุขภาพจิตผู้สูงอายุภายหลังเข้าร่วมโครงการ
ให้เจ้าหน้าท่ีช่วยเหลือของแกนน�ำชุมชนในการส่งเสริม อยู่ในระดบั มาก (X= 2.47, SD = 0.81)
สขุ ภาพจิตผ้สู งู อายุ
จากตารางที่ 2 แกนน�ำชุมชนมีปัญหาด้านความรู้ วิจารณ์
ความสามารถ เกี่ยวกับสุขภาพจิต ปัญหาสุขภาพจิต และ
การช่วยเหลือในผู้สูงอายุ อยู่ในระดับต�่ำจ�ำนวน 17 คน แกนน�ำชุมชนมีความรู้ความสามารถในการส่งเสริม
คิดเป็นร้อยละ 34 แกนน�ำชุมชนมีความต้องการเกี่ยวกับ สขุ ภาพจติ ผสู้ งู อายอุ ยใู่ นระดบั มาก ทง้ั นอี้ ธบิ ายไดว้ า่ การมคี วามรู้
การปฏิบัติต่อผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพจิตและจิตเวช ความสามารถในการส่งเสริมสุขภาพจิตผู้สูงอายุที่มากขึ้น
มากท่ีสุด จ�ำนวน 35 คน คิดเป็นร้อยละ 70 ความต้องการ จะทำ� ใหแ้ กนนำ� ชมุ ชนสามารถถา่ ยทอดองคค์ วามรทู้ างสขุ ภาพจติ
ให้เจ้าหน้าท่ีช่วยเหลือของแกนน�ำชุมชน คือ การอบรม ให้แก่ผู้สูงอายุได้ เป็นการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีความรู้เร่ือง
ในความรู้เก่ียวกับสุขภาพจิต ปัญหาสุขภาพจิต และแนวทาง สุขภาพจิตและการเจ็บป่วยทางจิต (primary prevention)
การช่วยเหลือในผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพจิตและจิตเวช สามารถสังเกตอาการและอาการแสดงท่ีผิดปกติ หรืออาการ
มากท่ีสุด 29 คน คิดเป็นร้อยละ 58 รองลงมา คือ ต้องการ ท่ีเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพจิตได้อย่างถูกต้อง
ให้เจ้าหน้าท่ีมาเย่ียมบ้าน ดูแลให้ค�ำแนะน�ำอย่างสม�่ำเสมอ ช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว รวมทั้งสามารถ
จ�ำนวน 21 คน คดิ เป็น ร้อยละ 42 ให้ค�ำแนะน�ำญาติในการดูแลช่วยเหลือผู้สูงอายุท่ีมีปัญหา
3. ข้อมูลเกี่ยวกับความรู้และความสามารถในการส่งเสริม สุขภาพจิตและจิตเวช นับเป็นการส่งเสริมป้องกันปัญหา
สขุ ภาพจติ ผู้สงู อายุ สุขภาพจิตในผู้สูงอายุ15-16 สามารถท�ำหน้าที่ในการถ่ายทอด
จากตารางที่ 3 แกนน�ำชุมชนมีความรู้ความสามารถ ความรู้ จดั การสขุ ภาพในชุมชน ตลอดจนให้บรกิ ารประชาชน
ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากข้ึน มีจิตสาธารณะในการสร้าง
ความเข้มแข็งด้านสุขภาพอย่างย่ังยืน มีประสิทธิภาพและ

การพัฒนาศกั ยภาพแกนนำ� ชมุ ชนในการสง่ เสริมสขุ ภาพจติ ผู้สงู อายุ เขตบางซื่อ กรงุ เทพมหานคร 149
สมบัติ รยิ าพนั ธ์ นยิ ดา ภู่อนุสาสน ์ ญาดา ประคองยศ

วชริ เวชสารและวารสารเวชศาสตรเ์ ขตเมอื ง

ปที ี่ 65 ฉบบั ที่ 2 มีนาคม - เมษายน พ.ศ. 2564

ประสทิ ธผิ ล บรู ณาการการทำ� งานรว่ มกนั ระหวา่ งทอ้ งถนิ่ แกนนำ� มีความแตกตา่ งกนั อย่างมนี ัยส�ำคัญทางสถติ ิ (p <.05) ยกเว้น
สขุ ภาพในชมุ ชน และอาสาสมคั รสาธารณสขุ ในเขตพน้ื ทอ่ี ยา่ ง พฤตกิ รรมดา้ นปฏบิ ตั ดิ า้ นโภชนาการ ผนวกกบั วธิ ดี ำ� เนนิ การวจิ ยั
เขม้ แขง็ 17 สอดคลอ้ งกบั นโยบายและกลยทุ ธห์ ลกั ของการพฒั นา แบบมีส่วนร่วม ท�ำให้แกนน�ำชุมชนมีการวางแผน และเกิด
สาธารณสขุ แหง่ ชาตมิ าตงั้ แตแ่ ผนพฒั นาสาธารณสขุ ฉบบั ที่ ๔ กิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพจิตผู้สูงอายุ ผ่านการมีส่วนร่วม
จนถงึ ปจั จบุ นั โดยมงุ่ หวงั ใหป้ ระชาชนในแตล่ ะหมบู่ า้ นและชมุ ชน ในการคดิ วเิ คราะห์ และวางแผนดำ� เนนิ การสง่ เสรมิ สขุ ภาพจติ
สามารถพง่ึ ตนเองทางดา้ นสขุ ภาพได้ และประชาชนมสี ขุ ภาพดี ผสู้ งู อายใุ นชมุ ชนภายหลงั การเขา้ รว่ มโครงการพฒั นาศกั ยภาพ
ถ้วนหน้าสอดคล้องกับผลการวิจัยของ ปริญญา ผกานนท์18 แกนนำ� ชมุ ชนในการสง่ เสรมิ สขุ ภาพจติ ผสู้ งู อายุ โดยใชแ้ นวคดิ
เรื่อง การสร้างพลังแกนน�ำชุมชนเพื่อควบคุมลูกน�้ำยุงลาย การวจิ ยั อยา่ งมสี ว่ นรว่ ม เพอ่ื การพฒั นาหรอื แกป้ ญั หาของชมุ ชน
อ�ำเภอทุ่งศรีอุดม จังหวัดอุบลราชธานี พบว่า แกนน�ำชุมชน ตงั้ แตก่ ารระบปุ ญั หา คน้ หาวธิ กี ารแกป้ ญั หา และรว่ มกนั แกป้ ญั หา
เกดิ พลงั ในการควบคมุ ลกู นำ้� ยงุ ลายในหมบู่ า้ น เกดิ องคก์ รควบคมุ ด้วยวิธีการท่ีกําหนดไว้ร่วมกัน ซ่ึงนักวิจัยจะเข้าไปมีส่วนร่วม
ลูกน�้ำยุงลายมีกิจกรรมและการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การกระตนุ้ ใหเ้ กดิ การมสี ว่ นรว่ มของชมุ ชน ใหค้ วามรแู้ ละทกั ษะ
วางแผนด�ำเนินการในหมู่บ้าน ท�ำให้พฤติกรรมการควบคุม ในเรื่องต่างๆ ตามที่ชุมชนต้องการก่อให้เกิดความยั่งยืนของ
ลูกน้�ำยุงลายของหัวหน้าครัวเรือนในกลุ่มทดลองดีกว่า ชุมชน20 สอดคล้องกับการด�ำเนินโครงการวิจัยในคร้ังน้ี คือ
กลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติ เช่นเดียวกับ แกนน�ำชุมชนได้มีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้น
ผลการวิจยั ของ ไพบลู ย์ พงษแ์ สงพันธ์ และยวุ ดี รอดจากภยั 19 ร่วมแสดงความคิดเห็นในการวางแผนหาแนวทางแก้ไขปัญหา
ท่ีศึกษาการพัฒนารูปแบบการสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ รวมทงั้ เขา้ รว่ มกจิ กรรมตา่ งๆ สง่ เสรมิ ใหเ้ กดิ การเรยี นรรู้ ว่ มกนั
โดยใชก้ ารมีสว่ นร่วมของชมุ ชน โดยพบว่า พฤติกรรมส่งเสรมิ นำ� ไปสกู่ ารพฒั นาศกั ยภาพของแกนนำ� ในการสง่ เสรมิ สขุ ภาพจติ
สขุ ภาพของผสู้ งู อายรุ ะหวา่ งกอ่ นและหลงั การเขา้ รว่ มโครงการ ผู้สงู อาย2ุ 1

ตารางท่ี 2:
จ�ำนวนและร้อยละของปัญหาและความต้องการของแกนน�ำชุมชน และความต้องการให้เจา้ หนา้ ทชี่ ่วยเหลอื
ข้อมลู จำ� นวน ร้อยละ
ปญั หาของแกนน�ำชมุ ชน
1. ความรู้ความสามารถ เก่ยี วกบั สุขภาพจิต ปัญหาสุขภาพจิต 66
และการช่วยเหลือในผู้สงู อายุ 34
- ระดบั ปานกลาง 33 30
- ระดับตำ่� 17 70
ความตอ้ งการของแกนน�ำชมุ ชน 58
1. เกี่ยวกับสุขภาพจติ ปญั หาสขุ ภาพจิตและแนวทางการช่วยเหลอื ในผ้สู ูงอายุ 15 42
2. การปฏบิ ตั ิตอ่ ผสู้ งู อายทุ ่ีมีปัญหาสขุ ภาพจติ และจิตเวช 35
ความต้องการใหเ้ จ้าหน้าที่ชว่ ยเหลอื ของแกนนำ� ชมุ ชน
1. การอบรมใหค้ วามรเู้ ก่ียวกบั สุขภาพจิต ปัญหาสุขภาพจิตและแนวทาง 29
การช่วยเหลือในผสู้ ูงอายุทม่ี ปี ัญหาสุขภาพจติ และจติ เวช
2. มาเย่ียมบา้ น ดูแลใหค้ �ำแนะนำ� อย่างสมำ่� เสมอ 21

150 การพัฒนาศกั ยภาพแกนน�ำชมุ ชนในการส่งเสรมิ สุขภาพจติ ผู้สงู อายุ เขตบางซือ่ กรุงเทพมหานคร
สมบตั ิ ริยาพันธ ์ นยิ ดา ภู่อนสุ าสน์ ญาดา ประคองยศ

Vajira Medical Journal: Journal of Urban Medicine

Vol. 65 No. 2 March - April 2021

ตารางที่ 3:
ค่าเฉล่ยี และส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐานของความรแู้ ละความสามารถในการส่งเสรมิ สขุ ภาพจิตผสู้ งู อายุของแกนนำ� ชุมชน
ขอ้ มลู X SD. ระดบั ความรูแ้ ละความสามารถ
ในการสง่ เสรมิ สขุ ภาพจติ ผูส้ งู อายุ
ความรูแ้ ละความสามารถในการส่งเสริมสขุ ภาพจิตผสู้ งู อายุ
กอ่ นเข้ารว่ มโครงการ 1.99 0.74 ปานกลาง
หลังเขา้ ร่วมโครงการ 2.47 0.81 มาก

ขอ้ เสนอแนะ เอกสารอ้างอิง
1. ศึกษาปัญหาอุปสรรค ความต้องการการช่วยเหลือ
ในการด�ำเนินการสง่ เสริมสขุ ภาพจติ ของผ้สู ูงอายุ 1. United Nations, Department of Economic and
2. ศึกษาขยายผลไปยังชุมชนอื่นๆ ให้ครอบคลุมพ้ืนท่ี Social Affairs. World populations ageing 2015
กรุงเทพมหานคร เพือ่ ใหแ้ กนนำ� ชุมชนมคี วามรู้ ความสามารถ [internet]. 2015 [cited 2017 May 20]. Available
ในการสง่ เสริมสุขภาพจติ ผสู้ งู อายอุ ย่างทว่ั ถงึ from: https://www.un.org/en/development/
ขอ้ จำ� กัดของงานวจิ ยั desa/population/publications/pdf/ageing/
WPA2015_Report.pdf
สรปุ
2. Department of older person, Ministry of social
แกนน�ำชุมชนมีปัญหาด้านความรู้ความสามารถ development and human security. The situation
เกี่ยวกับสุขภาพจิต ปัญหาสุขภาพจิต และการช่วยเหลือ of Thai elderly 2015 [internet].2020 [cited 2020
ในผู้สูงอายุ อยู่ในระดับปานกลาง (X = 1.99, SD.= 0.74) May20]. Available from: http//:www.dop.go.th/
มีความต้องการเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้สูงอายุที่มีปัญหา download/knowledge/knowledge20172404
สขุ ภาพจติ และจติ เวชมากทส่ี ดุ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 70 ความตอ้ งการ 1217101pdf
ให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือของแกนน�ำชุมชน คือ การอบรมให้
ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพจิต ปัญหาสุขภาพจิต และแนวทาง 3. Yaiyon O, Lueboontawatchai P. Depression of
การช่วยเหลือในผู้สูงอายุท่ีมีปัญหาสุขภาพจิตและจิตเวช elderly from grief in aging group Nonthaburi.
มากท่ีสุด คิดเป็นร้อยละ 58 ภายหลังการเข้าร่วมโครงการ Jounal of Psychologist of Thailand 2011; 56:
แกนนำ� ชมุ ชนมีความร้คู วามสามารถในการสง่ เสริมสุขภาพจิต 117-28.
ผสู้ งู อายุ อยู่ในระดบั มาก (X = 2.47, SD = 0.81)
4. Akewarangul S .Knowing, understanding, looking
กิตตกิ รรมประกาศ after depression elderly people. Bangkok: S.
Asia Press Ltd; 2010.
ทมี ผู้วิจัยขอขอบคุณ คณะพยาบาลศาสตรเ์ กอื้ การณุ ย์
มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ที่ให้ทุนสนับสนุนการทําวิจัย 5. National Institute of Mental Health. Epidemiology
ขอขอบพระคุณ ผศ.ดร.สุธีกาญจน์ ไชยลาภ ดร.จันทรรัตน์ of mental illness [Internet]. 2002 [cited 2019
วงศอ์ ารยี ส์ วสั ดิ์ และอาจารยถ์ นมิ วงษ์ ใชพ้ านชิ ทใี่ หค้ ำ� แนะนำ� May 1]. Available from: http://www.surgeongeral.
ในการปรับปรุงแก้ไขเครื่องมือวิจัย และขอขอบคุณผู้เข้าร่วม gov/Libraly/mentalhealth/chapter2/sec2-1.
การวจิ ยั ทกุ ทา่ นทใี่ ห้ความรว่ มมือในการเกบ็ รวบรวมข้อมูล html.

6. Volkert J, Schulz H, Härter M, Wlodarczyk O,
Andreas S. The prevalence of mental disorders
in older people in Western countries-a meta-
analysis. Ageing Res Rev 2013; 12 : 339-53.

การพฒั นาศักยภาพแกนนำ� ชมุ ชนในการสง่ เสริมสุขภาพจติ ผ้สู งู อายุ เขตบางซื่อ กรงุ เทพมหานคร 151
สมบตั ิ ริยาพนั ธ ์ นิยดา ภอู่ นุสาสน์ ญาดา ประคองยศ

วชิรเวชสารและวารสารเวชศาสตร์เขตเมอื ง

ปที ี่ 65 ฉบับท่ี 2 มีนาคม - เมษายน พ.ศ. 2564

7. Nandhasupawat W. Mental health of elderly 15. Satayathum Ch. Psychiatric Nursing and mental
people. Journal of the north east region nursing health. Nonthaburi : Boromrajanok institute; 2013.
association of Thailand 2009; 27:27-32.
16. Lueboonthawatchai O. Psychiatric Nursing and
8. Lueboonthawichai O. Psychiatric nursing and mental health. 5th ed. Bangkok: Chulalongkorn
Psychiatry. Bangkok : V print; 2011. University; 2013.

9. Jampathong N. Seminar project of suicide 17. Saelaw K. Project of the competency
protection 12th [internet]. 2018 [cited 2020 development in community, Natavee tambom,
May 29]. Available from: https://www.thaipost. Amphoe Natavee Songkla [internet]. 2018
net/main/detail64418 [cited 2020 May 20]. Available from http://
www.localfund.happynetwork.org/project/
10. Suthilert P. A Synthesis of Research of Mental 36198
health in elderly people (Thesis of Master
degreein nursing). Bangkok : Mahidol University; 18. Pakanondha P. Empowerment program in
2008. Community to control mosquito lava, Amphoe
Toongsri-udom, Ubonrajthani. Bangkok : the
11. Srisupan W. Research of Nursing : Principle and data base of Thai thesis; 1999.
practice. 4th ed. Chiangmai : Project of Nursing
Text books, Chiangmai University; 2009. 19. Pongsangpan P, Rodjakpai Y. Research report of
the development of health promotion in elderly
12. Registration Administration, Department of people by community collabulation. Chonburi:
people provincial administration. The population Faculty of public health, Burapha University;
of elderly people in Bangkok. Bangkok : 2014.
Registration Administration, Department of
people provincial administration; 2011. 20. Suthinarakorn W. Participatory Action Research
[internet]. 2013 [cited 2020 May 20]. Available
13. National Statistic office. Population survey of from: http://www.rlc.nrct.go.th/ewt_dl.php?nid=
elderly people in Thailand 2014. Bangkok: 1123
Text and journal publication; 2014.
21. Phuangsomjit. Participatory action research on
14. Public health center 3 Bangsue. Public health research in educational administration. 3rd ed.
department. Statistic report of service provider Bangkok : Sukhothai Thammathirat Open
for mental health. Bangkok : Public health University; 2014.
department; 2013.

152 การพัฒนาศกั ยภาพแกนนำ� ชุมชนในการสง่ เสรมิ สขุ ภาพจติ ผสู้ ูงอายุ เขตบางซื่อ กรงุ เทพมหานคร
สมบัติ รยิ าพนั ธ์ นยิ ดา ภู่อนุสาสน์ ญาดา ประคองยศ

วชริ เวชสารและวารสารเวชศาสตรเ์ ขตเมือง นพิ นธต์ ้นฉบับ

วิถีชวี ิตและศักยภาพของผู้สูงอายุในชมุ ชนสังคมสูงวัย

นติ ยา ศรีจ�ำนง ค.บ., กศ.ม.1
อญั ชลี จนั ทาโภ พย.บ., วท.ม., กศ.ด.2*

1 วิทยาลยั พยาบาลและสุขภาพ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สวนสนุ นั ทา กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
2 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี ปทมุ ธานี ประเทศไทย
* ผู้ติดตอ่ , อเี มล: [email protected]
Vajira Med J. 2021; 65(2) : 153-64
http://dx.doi.org/10.14456/vmj.2021.15

บทคดั ย่อ

วัตถปุ ระสงค:์ เพอื่ เปรยี บเทยี บวถิ ชี วี ติ และศกั ยภาพของผสู้ งู อายใุ นชมุ ชนของผสู้ งู อายแุ หง่ หนง่ึ จงั หวดั นนทบรุ ี
วิธีด�ำเนินการวิจัย: ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงพรรณนา กลุ่มตัวอย่าง ผู้สูงอายุท่ีมีอายุ 60 ปีขึ้นไปในชุมชนแห่งหน่ึง

จังหวัดนนทบุรี ก�ำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตาราง Krejcie Morgan ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย
จ�ำนวน 98 คนเคร่ืองมือวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบเลือกตอบและมาตราส่วนประมาณค่า 3 ระดับ ที่ผู้วิจัย
สร้างข้ึนจากแนวคิดวิถีชีวิตและสุขภาพผู้สูงอายุ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉล่ีย
เลขคณติ สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน การทดสอบความแปรปรวนแบบทางเดยี ว
ผลการวจิ ยั : ดา้ นพฤตกิ รรมสขุ ภาพโดยรวมระดบั ปานกลาง (x = 2.30, SD = 0.20) โดยพฤตกิ รรมสขุ ภาพทอ่ี ยใู่ นระดบั
ปานกลาง ประกอบดว้ ย การรบั ประทานอาหาร (x = 2.30, SD = 0.23) การไมด่ มื่ แอลกอฮอล์ (x = 1.55, SD = 0.71)
และ การดแู ลสขุ ภาพดว้ ยการพบแพทยเ์ ปน็ ประจำ� (x =2.35, SD = 0.20) สว่ นพฤตกิ รรมสขุ ภาพทอี่ ยใู่ นระดบั ดี
ไดแ้ ก่ การออกกำ� ลงั กาย (x = 2.53, SD = 0.53) การนอนหลบั (x = 2.56, SD = 0.54) วถิ ชี วี ติ ดา้ นความสมั พนั ธ์
กบั ครอบครวั และชมุ ชนอยใู่ นระดบั ปานกลาง (x = 2.45, SD = 0.44) สว่ นวถิ ชี วี ติ ดา้ นการพฒั นาทางจติ วญิ ญาณ
โดยรวมอยใู่ นระดบั ดี (x = 2.63, SD = 0.36) ศกั ยภาพของผสู้ งู อายโุ ดยรวมในระดบั ปานกลาง (x = 1.84, SD = 0.35)
โดยที่ความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์อยู่ในระดับน้อย (x =1.38, SD = 0.53) เมื่อเปรียบเทียบพฤติกรรม
สุขภาพกับศักยภาพของผู้สูงอายุในด้านทักษะพ้ืนฐานการเรียนรู้ การท�ำงาน รายได้ และภาวะสุขภาพ พบว่า
ไม่แตกต่างกนั (P > .05)
สรุป: ผสู้ งู อายใุ นชมุ ชนสงั คมสงู วยั มวี ถิ ชี วี ติ ดา้ นพฤตกิ รรมสขุ ภาพและศกั ยภาพในระดบั ปานกลาง ผสู้ งู อายทุ ม่ี ศี กั ยภาพ
แตกตา่ งกนั ในดา้ นทกั ษะพน้ื ฐานการเรยี นรู้ การทำ� งาน รายได้และสุขภาพมีพฤติกรรมสขุ ภาพไมแ่ ตกตา่ งกนั
คำ� ส�ำคัญ: ผูส้ งู อาย,ุ วิถีชวี ิต, ศักยภาพ

วนั ทร่ี บั บทความ: 27 กรกฎาคม 2563 วนั แกไ้ ขบทความ: 7 ตลุ าคม 2563 วนั ตอบรับบทความ: 21 ตุลาคม 2563

Vajira Medical Journal: Journal of Urban Medicine Original articles

A Comparison of Lifestyle and Potential of the Older Person
in Aging Society

Nitaya Srichamnong BEd, MEd1
Anchalee Jantapo BNS, MS, EdD2*

1 College of Nursing and Health, Suan Sunandha Rajabhat University, Bangkok, Thailand
2 Nursing Faculty, Rajamangala University of Technology Thanyaburi, Pathum Thani, Thailand
* Corresponding author, e-mail address : [email protected]
Vajira Med J. 2021; 65(2) : 153-64
http://dx.doi.org/10.14456/vmj.2021.15

Abstract

Objectives: The objectives of this research aim at comparing the way of life and potential of the
older person in a community, Nonthaburi Province.

Methods: This study was a descriptive research. The samples were 98 elders in the community using
Krejcie and Morgan sample size table and simple random sampling method. The statistics used
for data analysis were percentage, arithmetic mean, standard deviation, and one - way ANOVA.

Results: The finding revealed that overall of health behaviors was in a moderate level (x = 2.30,
SD = 0.20), consisting of having food (x = 2.30, SD = 0.20), no alcohol drinking (x = 1.55, SD = 0.71),
and visiting doctor regularly (x = 2.35, SD = 0.22). Sleep and exercise were in a good level
(x = 2.56, SD = 0.51 and x = 2.53, SD = 0.53, respectively). Lifestyle in moderate level were
relationships with family and community. As for spiritual growth, it was in a good level
(x = 2.63, SD = 0.36). The potential of the older person was a moderate level (x =1.84,
SD = 0.35). where as the ability to using computers was in a low level (x =1.38, SD = 0.53).
When compared health behaviors and potentials of the older person, their basic learning skills,
work, income, and health condition were not significantly different. (P> .05).

Conclusion: The lifestyle of health behavior and potential of the older person were a moderate
level. Older person with different potentials found that health behaviors were not significantly
different.

Keywords: older person, lifestyle, potential

Received: 27 July 2020, Revised: 7 October 2020, Accepted: 21 October 2020

Vajira Medical Journal: Journal of Urban Medicine

Vol. 65 No. 2 March - April 2021

บทน�ำ ให้อายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ5 การมีสุขภาพดีของผู้สูงอายุ
ประกอบด้วยหลายปจั จยั ท้ังดา้ นร่างกาย จิตใจ สังคม รวมท้งั
ผู้สูงอายุทั่วโลกมีจ�ำนวนเพ่ิมข้ึนอย่างรวดเร็ว องค์การ พฤติกรรมสุขภาพซึ่งเป็นปัจจัยส�ำคัญปัจจัยหนึ่ง การมี
สหประชาชาติคาดการณ์ว่า ในช่วงปี ค.ศ. 2001-2100 สุขภาพทดี่ ขี องผู้สงู อายุนนั้ เป็นผลมาจากหลายปจั จัย ท้งั ดา้ น
จะเป็นศตวรรษแห่งผู้สูงอายุ ทวีปยุโรปมีจ�ำนวนประชากร กรรมพันธุ์ สภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ
ผู้สูงอายุมากที่สุดในโลก ขณะที่ทวีปเอเชียมีประชากร การบริโภคอาหาร การออกก�ำลังกาย รวมทั้งการพักผ่อน
ผสู้ ูงอายเุ ป็นอันดับ 4 ของโลก ประเทศไทยมีสัดส่วนผสู้ งู อายุ การนอนหลับ การมีสุขภาพดีน้ันจ�ำเป็นต้องพฤติกรรม
สูงเปน็ อันดับ 4 ในทวปี เอเชยี และเปน็ อนั ดบั สองในอาเซยี น1 สขุ ภาพทเี่ หมาะสมและปฏบิ ตั อิ ยา่ งตอ่ เนอื่ งในการดำ� เนนิ ชวี ติ
จัดเป็นสังคมสูงวัย (aging society) คือ มีประชากรอายุ ประจำ� วัน
60 ปีขน้ึ ในพืน้ ทีต่ อ่ ประชากรทกุ ช่วงอายุ มากกวา่ ร้อยละ 102 วิถีชีวิต หรือ การด�ำเนินชีวิต นับว่ามีความส�ำคัญ
และในอีกไม่ก่ีปีข้างหน้าประเทศไทย จะก้าวเข้าสู่สังคม ตอ่ คุณภาพชีวติ ของผสู้ ูงอายุ วิถชี วี ติ เป็นสิง่ ก�ำหนดความอยู่ดี
ผสู้ งู อายโุ ดยสมบรู ณ์ (aged society) เปน็ สงั คมท่ีมีประชากร มีสุขของบุคคล วิถีชีวิตเช่นเดียวกับสุขภาพแบบองค์รวม
อายุ 60 ปขี ึน้ ในพ้ืนท่ตี อ่ ประชากรทกุ ช่วงอายุ ในอตั ราเท่ากับ ประกอบด้วยมิติด้านบุคคล และมิติท่ัวไป มิติด้านบุคคล
หรือมากกว่าร้อยละ 20 ทั้งน้ีประเทศไทยได้เข้าสู่สังคม ครอบคลุม สุขภาพด้านร่างกาย จิตและอารมณ์ สังคม และ
ผู้สูงอายุต้ังแต่ปี พ.ศ. 2548 ด้วยสัดส่วนของประชากร จติ วญิ ญาณ ในขณะท่มี ติ ิทว่ั ไป ทเี่ กี่ยวข้องกับการด�ำเนินชวี ติ
ผู้สูงอายุร้อยละ 10 ของประชากรท้ังประเทศ และคาดว่า ของบุคคล ครอบคลุม สังคมพื้นฐาน ท่ีอยู่อาศัย สภาพ
จะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในช่วงปี พ.ศ. 2564 แวดล้อมท่ีถูกสุขลักษณะ การส่งเสริมคุณภาพชีวิต การมี
และจะเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (super-aged สุขภาพที่ดี การมีรายได้ที่พอเพียง และ ส่ิงแวดล้อม ที่ส่งผล
society) ในปี พ.ศ. 2578 ซง่ึ จะมีประชากรอายุ 60 ปีขึน้ ไป กระทบต่อความเป็นอยู่วิถีชีวิตของบุคคล เช่น การจัดการ
เกินกว่า รอ้ ยละ 28 ของประชากรทง้ั ประเทศ3 ขยะมูลฝอย การมีมลพิษในชุมชน6
จากสถานการณ์ผู้สูงอายุไทยในปี 2561 พบว่า ผู้สูงอายุเป็นบุคคลท่ีมีความรู้ ความสามารถ มีพลัง
ผู้สูงอายุมีปัญหาเรื่องสุขภาพการเป็นโรคไม่ติดต่อ เช่น ในตัว หรือท่ีเรียกว่า ศักยภาพ ท่ีจะท�ำส่ิงท่ีเป็นประโยชน์
โรคเบาหวาน ความดันเลือดสูง มีรายได้หลักจากการท�ำงาน ต่อสังคมได้มากมาย การสร้างเสริมหรือพัฒนาศักยภาพ
จากบุตรลดน้อยลง รายได้หลักจากเบ้ียยังชีพมีจ�ำนวนสูงข้ึน ความสามารถท่ีมีอยู่ในผู้สูงอายุให้มีมากข้ึนจึงเป็นส่ิงจ�ำเป็น
การอยู่ล�ำพังคนเดียวมีแนวโน้มสูงข้ึน ซ่ึงการอยู่คนเดียว ผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาวิถีการด�ำเนินชีวิตและศักยภาพของ
จดั อยู่ในกลมุ่ เปราะบาง4 ดงั นน้ั การส่งเสริมพฤติกรรมสขุ ภาพ ผู้สูงอายุในชุมชน เพื่อให้ข้อมูลพ้ืนฐานของผู้สูงอายุ ใน
ที่พึงประสงค์มีวิถีการด�ำเนินชีวิตที่จะน�ำไปสู่การมีสุขภาพดี ประเดน็ การดำ� เนนิ ชวี ติ ศกั ยภาพ ของผสู้ งู อายใุ นชมุ ชน ทช่ี มุ ชน
จึงเป็นเร่ืองส�ำคัญ และต้องด�ำเนินการอย่างต่อเนื่อง สามารถน�ำไปใช้ในการวางแผน ก�ำหนดนโยบาย ตลอดจน
กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายในการสร้างเสริมสุขภาพ เป็นข้อมูลในการด�ำเนินงานส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ
ให้กับผู้สูงอายุ มีโครงการ/กิจกรรมต่าง ๆ ท่ีช่วยให้ผู้สูงอายุ ได้อย่างสอดคล้องกับวถิ ชี มุ ชนตอ่ ไป
มีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม รวมท้ังให้หน่วยงานที่
เกี่ยวข้องได้ประเมินการมีสุขภาพที่ดีของผู้สูงอายุ และ วัตถปุ ระสงค์ของการวิจัย
ได้ก�ำหนดแนวทางในการประเมินสุขภาพผู้สูงอายุดี ไว้ว่า
ผสู้ งู อายทุ ่มี ีสขุ ภาพดีจะต้องมีสุขภาพดีท้ัง ร่างกายจติ ใจ และ 1. ศึกษาวิถีชีวิตและศักยภาพของผู้สูงอายุในชุมชน
สังคม มีดัชนีมวลกาย หรือ รอบเอวอยู่ในเกณฑ์ปกติ มีฟัน แหง่ หนึ่ง จงั หวดั นนทบุรี
ท่ีใช้งานได้อย่างเหมาะสม และ มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพ

วถิ ชี ีวิตและศกั ยภาพของผสู้ งู อายุในชุมชนสงั คมสูงวยั 155
นิตยา ศรีจ�ำนง อัญชลี จันทาโภ

วชริ เวชสารและวารสารเวชศาสตร์เขตเมอื ง

ปที ี่ 65 ฉบบั ที่ 2 มนี าคม - เมษายน พ.ศ. 2564

2. เปรียบเทียบวิถีชีวิตด้านพฤติกรรมสุขภาพและ 1) พฤติกรรมสุขภาพ 2) ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และ
ศักยภาพของผู้สงู อายุ 3) การพัฒนาทางจิตวิญญาณ ส่วนท่ี 3 ศกั ยภาพของผู้สูงอายุ
เป็นแบบสอบถามประเภทมาตราส่วนประมาณค่า 3 ระดับ
วิธีด�ำเนินการวิจัย เกยี่ วกับ 1) ทกั ษะพ้ืนฐานการเรียนรู้ 2) การท�ำงาน 3) รายได้
และ 4) ภาวะสุขภาพ
ระเบียบวธิ วี ิจัย การแปลความหมายของคะแนนวิถีชีวิตและศักยภาพ
การวจิ ยั นใ้ี ชร้ ะเบยี บวธิ วี จิ ยั เชงิ พรรณนา (descriptive ผสู้ ูงอายุ ก�ำหนดเกณฑด์ ังน้ี
research) ค่าเฉล่ีย 1.00 – 1.50 แปลผล ผู้สูงอายุมีกิจกรรม
ในการด�ำเนนิ ชวี ิตดา้ นตา่ ง ๆ/ศกั ยภาพระดับนอ้ ย
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ค่าเฉลี่ย 1.51 – 2.50 แปลผล ผู้สูงอายุมีกิจกรรม
ประชากรในการศึกษาครั้งนี้คือ ผู้ท่ีอายุ 60 ปีขึ้นไป ในการด�ำเนนิ ชีวิตด้านต่าง ๆ/ศักยภาพระดับปานกลาง
ทพ่ี ักอาศยั ในชุมชนแหง่ หนึง่ จงั หวัดนนทบุรี ค่าเฉลี่ย 2.51 – 3.00 แปลผล ผู้สูงอายุมีกิจกรรม
กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ท่ีอายุ 60 ปีขึ้นไป ในชุมชน ในการดำ� เนนิ ชวี ิตดา้ นต่าง ๆ/ศกั ยภาพระดับมาก
แห่งหนึ่ง จังหวัดนนทบุรี ก�ำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง จ�ำนวน
97 คน จากตารางก�ำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างของ Krejcie การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือวิจยั
and Morgan7 ใช้วิธีการสุ่มแบบหลายข้ันตอน ขั้นตอนแรก 1. การตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (content
เป็นการสุ่มอย่างง่ายด้วยการจับฉลาก ได้กลุ่มตัวอย่าง validity) ของแบบสอบถาม โดยผูท้ รงคณุ วุฒิจ�ำนวน 3 ท่าน
1 ชุมชน ซ่ึงมีจ�ำนวนผู้สูงอายุท่ีช่วยเหลือตัวเองได้จ�ำนวน ท่ีมีความเชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ 2 ท่าน และด้านการวัดผล
130 คน ได้ขนาดของกลุ่มตัวอยา่ ง เทา่ กบั 97 คน เลือกกลุ่ม 1 ท่าน พิจารณาความตรงเชิงเน้ือหาของแบบสอบถาม
ตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง ก�ำหนดคุณสมบัติของกลุ่ม หลงั จากน้ันผวู้ จิ ยั ไดท้ ำ� การปรับปรุงแกไ้ ขตามขอ้ เสนอแนะ
ตัวอย่างที่เลือกเข้าศึกษา (inclusion criteria) คือ มีอายุ 2. การตรวจสอบความเช่ือม่ัน (reliable validity)
ต้งั แต่ 60 ปขี ้ึนไป ท่ชี ว่ ยเหลือตัวเองได้ สามารถฟัง อ่านออก ผู้วิจัยได้น�ำแบบสอบถามไปสอบถามกับผู้สูงอายุ 60 ปี
เขียนได้ ตอบคําถามตามแบบสอบถามได้ และยินยอม ข้ึนไปในชุมชนอื่นท่ีไม่ใช่พ้ืนที่วิจัย จ�ำนวน 30 คน
เข้าร่วมการวิจัย และก�ำหนดเกณฑ์การคัดออกของกลุ่ม เพื่อหาความเช่ือม่ันของแบบสอบถาม ได้ค่าสัมประสิทธิ์
ตัวอย่าง (exclusion criteria) คือ ผู้สูงอายุที่ไม่สะดวกใน ความเชื่อมั่นแอลฟาของครอนบาค (Cronbach’s Alpha
การตอบแบบสอบถามตามท่ีกําหนดไว้ ผู้สูงอายุที่ขอถอนตัว Coefficient) = 0.73
จากการเข้าร่วมโครงการ
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบสอบถามวิถีชีวิต การพทิ กั ษ์สทิ ธ์ิของผู้ใหข้ อ้ มลู
และศักยภาพผู้สูงอายุ ท่ีผู้วิจัยสร้างขึ้นตามแนวคิดวิถีชีวิต6 การวจิ ยั นไี้ ดร้ บั การรบั รองจรยิ ธรรมจากคณะกรรมการ
และศักยภาพผู้สูงอายุ8-10 ส่วนท่ี 1 ข้อมูลท่ัวไปของผู้ตอบ พิจารณาจริยธรรมในคน (IRB) มหาวิทยาลัยราชภัฏ
แบบสอบถาม เป็นข้อค�ำถามประเภทเลือกตอบและ สวนสุนันทา ตามเอกสารหมายเลข COA.2-027/2020 เมื่อ
เติมข้อความลงในช่องที่ก�ำหนดประกอบด้วย 1) ข้อมูล ผู้วิจัยคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการตามเกณฑ์ท่ีก�ำหนดแล้ว
ส่วนบุคคล 2) ข้อมูลท่ีอยู่อาศัย 3) ข้อมูลการท�ำงาน และ ผวู้ จิ ยั แนะนำ� ตนเอง ชแ้ี จงรายละเอยี ดของโครงการ ใหผ้ เู้ ขา้ รว่ ม
4) ข้อมูลสุขภาพ ส่วนที่ 2 วิถีชีวิตของผู้สูงอายุในชุมชน โครงการทราบถึงวัตถุประสงค์ ประโยชน์ของการท�ำวิจัย
เป็นแบบสอบถามประเภทเลือกตอบและมาตราส่วน วิธีการและขั้นตอนการวิจัย และใหผ้ ้เู ขา้ รว่ มโครงการทราบวา่
ประมาณค่า (rating Scale) 3 ระดับ ประกอบด้วย

156 วิถีชวี ติ และศักยภาพของผู้สงู อายุในชุมชนสงั คมสูงวยั
นติ ยา ศรีจ�ำนง อญั ชลี จันทาโภ

Vajira Medical Journal: Journal of Urban Medicine

Vol. 65 No. 2 March - April 2021

สามารถปฏิเสธการเข้าร่วมโครงการหรือถอนตัวออกจาก สว่ นใหญอ่ าศยั อยใู่ นบา้ นของตนเอง ลกั ษณะบา้ นเป็น
โครงการได้ตลอดเวลา โดยไม่มีผลกระทบใด ๆ ข้อมูลที่ได้ บ้านเดี่ยว (ร้อยละ 93.88) มีความปลอดภัยในการอยู่อาศัย
จากการศึกษาจะเก็บไว้เป็นความลับ น�ำเสนอผลการวิจัย (ร้อยละ 100.00) ก่อนอายุ 60 ปี ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ท�ำงาน
ในภาพรวมเท่านั้น เม่ือผู้สูงอายุยินดีเข้าร่วมโครงการ รับจ้างท่ัวไป (ร้อยละ 36.73) การท�ำงานปัจจุบัน ส่วนใหญ่
จงึ ดำ� เนนิ การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล ไม่ได้ท�ำงาน (ร้อยละ 55.10) ยังคงท�ำงานเดิมที่เคยท�ำ
ก่อนอายุ 60 ปี เชน่ ขายอาหาร รับจ้างท่ัวไป (รอ้ ยละ 36.73)
การเกบ็ รวบรวมข้อมูล มีรายได้ระหว่าง 2,501 – 5,000 บาท (ร้อยละ 23.47)
ภายหลังจากท่ีได้รับการรับรองจริยธรรมจาก ทั้งนี้รายได้ที่ได้รับนั้นส่วนใหญ่ ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย
คณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ของมหาวิทยาลัย (ร้อยละ 62.24)
ราชภัฎสวนสุนันทา และตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ ส�ำหรับข้อมูลสุขภาพ ผู้สูงอายุ มีค่าดัชนีมวลกาย
วิจัยแล้ว ผวู้ จิ ัยไดป้ ระสานกับผู้แทนชุมชนในการเก็บรวบรวม หรือ BMI เฉลี่ย = 23.92 อยู่ในเกณฑ์น้�ำหนักเกิน แต่ไม่ถึง
ข้อมูล โดยผู้วิจัยได้ชี้แจงวัตถุประสงค์ของโครงการ ข้ันตอน โรคอ้วน โดยท่ีส่วนใหญ่ มีดัชนีมวลกาย 25.0-29.9 อยู่ใน
และวิธีการด�ำเนินการ และสิทธ์ิในการเข้าร่วมและถอนตัว กลุ่มโรคอ้วน (ร้อยละ 37.76) มีดัชนีมวลกายมากกว่า 30
ออกจากโครงการ โดยไมเ่ กดิ ผลกระทบใด ๆ ตอ่ ผเู้ขา้ รว่ มโครงการ จัดอยู่ในกลุ่มโรคอ้วนอันตราย (ร้อยละ 9.18) ในด้านภาวะ
ท่ียินยอมตอบแบบสอบถาม มีผู้สูงอายุยินดีเข้าร่วมโครงการ สุขภาพ มีโรคประจ�ำตัว (ร้อยละ 54.08) โดยท่ีเป็นโรค
และตอบแบบสอบถาม จำ� นวน 98 ฉบับ ความดันโลหิตสูง (ร้อยละ 17.35) ไขมันในเลือดสูง
(ร้อยละ 4.08) เป็นโรคความดันโลหิตสูงร่วมกับเบาหวาน
สถิติที่ใชใ้ นการวิเคราะหข์ อ้ มลู (ร้อยละ 10.20) เปน็ ความดันโลหิตสงู ร่วมกบั ไขมันในเลือดสูง
ข้อมูลทั่วไปและข้อมูลวิถีชีวิตด้านที่อยู่อาศัยและ (ร้อยละ 12.24) ในด้านการมองเห็นและการได้ยิน พบว่า
ความปลอดภัย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติการแจงนับ ส่วนใหญ่ มองเห็นไม่ค่อยชัด (ร้อยละ 54.08) และ ได้ยิน
(ความถี)่ และร้อยละ ชัดเจน (รอ้ ยละ 76.53)
ข้อมูลวิถีชีวิตด้านพฤติกรรมสุขภาพ ความสัมพันธ์
ระหว่างบุคคลและการพัฒนาทางจิตวิญญาณ รวมทั้งข้อมูล ขอ้ มลู วถิ ีชวี ิตผ้สู ูงอายุ
ศักยภาพผู้สูงอายุ ใช้สถิติค่าเฉลี่ย (x) และส่วนเบ่ียงเบน วิถีชีวิตของผู้สูงอายุด้านพฤติกรรมสุขภาพโดยรวม
มาตรฐาน (SD) อยู่ในระดับปานกลาง (x = 2.30, SD = .20) พฤติกรรม
การเปรียบเทียบวิถีชีวิตด้านพฤติกรรมสุขภาพ สุขภาพที่อยู่ในระดับมาก ได้แก่ การนอนหลับ (x = 2.56,
กับศักยภาพผสู้ ูงอายุดว้ ย ANOVA SD = 0.54) การออกก�ำลังกาย (x = 2.53, SD = 0.53)
การไม่สูบบุหรี่ (x = 2.51, SD = 0.56) พฤติกรรมสุขภาพ
ผลการวิจยั ในระดับปานกลาง ได้แก่ ด้านการรับประทานอาหาร
(x = 2.30, SD = 0.30) การไม่ด่ืมแอลกอฮอล์ (x = 1.55,
ข้อมูลทว่ั ไป SD = 0.71) และ การดูแลสุขภาพด้วยการพบแพทย์
ผู้สูงอายุท่ีตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ เป็นเพศหญิง เป็นประจ�ำ (x = 2.35, SD = 0.22) วิถีชีวิตของผู้สูงอายุ
(ร้อยละ 74.49) มีอายุระหว่าง 60-69 ปี (ร้อยละ 66.33) ดา้ นความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งบคุ คลโดยรวมอยใู่ นระดบั ปานกลาง
มีสถานภาพสมรส (ร้อยละ 42.86) มีการศึกษาสูงสดุ ในระดบั (x = 2.45, SD = 0.44) ข้อที่มีคะแนนเฉล่ียสูงสุดเท่ากัน
มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ (ร้อยละ 45.92) 2 ข้อคือ การติดต่อพบปะกับญาติ (x = 2.51, SD = 0.60)

วิถชี วี ิตและศกั ยภาพของผูส้ งู อายุในชุมชนสังคมสูงวัย 157
นิตยา ศรีจำ� นง อญั ชลี จนั ทาโภ

วชริ เวชสารและวารสารเวชศาสตร์เขตเมอื ง

ปีท่ี 65 ฉบบั ที่ 2 มนี าคม - เมษายน พ.ศ. 2564

และ การเข้าร่วมกิจกรรมในชุมชน (x = 2.51, SD = 0.50) ข้อมลู ศกั ยภาพของผ้สู ูงอายุ
วิถีชีวิตของผู้สูงอายุด้านการพัฒนาทางจิตวิญญาณโดยรวม ศักยภาพผู้สูงอายุโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง
อยู่ในระดับดี (x = 2.63, SD = 0.36) ข้อท่ีมีคะแนนเฉลี่ย (x = 2.10, SD = 0.56) ศักยภาพด้านท่ีมีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ
สูงสุดคือ ผู้สูงอายุมีความสุขในการด�ำเนินชีวิตแต่ละวัน ศักยภาพด้านการท�ำงาน (x = 2.47, SD = 0.65) และ
(x = 2.76, SD = 0.43) และข้อท่มี คี ะแนนเฉลย่ี ต่ำ� สุดเทา่ กัน ศักยภาพด้านท่ีมีค่าเฉล่ียต�่ำสุด คือทักษะพ้ืนฐานการเรียนรู้
2 ข้อ คือการปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนา (x 2.57, SD .50) (x = 1.76, SD = 0.35) ทง้ั นขี้ อ้ ทม่ี คี า่ เฉลยี่ สงู สดุ คอื การอา่ นออก
และการเตรียมพร้อมเผชิญกับการเปล่ียนแปลงในชีวิต เขียนได้อยู่ในระดับดี (x = 2.59, SD = 0.49) ส่วนข้อที่มี
(x 2.57, SD .50) ดงั ตารางที่ 1, 2 และ 3 ค่าเฉลี่ยต่�ำสุดและอยู่ในระดับน้อย คือการใช้คอมพิวเตอร์
(x = 2.59, SD = 0.49) ดังตารางที่ 4 และ 5

ตารางท่ี 1:
ค่าเฉลีย่ และสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐานของวถิ ชี ีวิตดา้ นพฤติกรรมสขุ ภาพของผสู้ งู อายุ

พฤตกิ รรมสขุ ภาพ x SD การแปลผล
.23 ระดบั ปานกลาง
1. ดา้ นการรับประทานอาหาร 2.30 .53
.71 ระดบั มาก
2. ด้านการออกก�ำลงั กาย 2.53 .56 ระดับปานกลาง
.54
3. ดา้ นการไมด่ ืม่ แอลกอฮอล์ 1.55 .22 ระดบั มาก
.20 ระดับมาก
4. ด้านการไม่สูบบหุ ร่ี 2.51 ระดบั ปานกลาง
ระดบั ปานกลาง
5. ดา้ นการนอนหลับ 2.56

6. ด้านการดแู ลสขุ ภาพดว้ ยการพบแพทย์ 2.35

พฤติกรรมสุขภาพโดยรวม 2.30

ตารางที่ 2:
คา่ เฉลย่ี และสว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐานความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งบคุ คลของผูส้ งู อายุ

ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งบุคคล x SD การแปลผล

1. การเขา้ ร่วมกจิ กรรมกบั ครอบครัว 2.32 .68 ระดบั ปานกลาง

2. การพดู คยุ /ปรกึ ษากบั บุตรหลานในครอบครัว 2.48 .58 ระดบั ปานกลาง

3. การตดิ ต่อพบปะกับญาติ 2.51 .60 ระดับน้อย

4. การเขา้ ร่วมกจิ กรรมในชุมชน เช่น ไปวดั ท�ำบญุ 2.51 .50 ระดับนอ้ ย

ความสมั พันธร์ ะหวา่ งบุคคลโดยรวม 2.45 .44 ระดบั ปานกลาง

158 วถิ ีชวี ติ และศกั ยภาพของผสู้ ูงอายุในชมุ ชนสังคมสงู วยั
นติ ยา ศรจี ำ� นง อัญชลี จันทาโภ

Vajira Medical Journal: Journal of Urban Medicine

Vol. 65 No. 2 March - April 2021

ตารางท่ี 3:
ค่าเฉลย่ี และส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐานการพัฒนาทางจิตวิญญาณของผ้สู ูงอายุ

การพัฒนาทางจิตวญิ ญาณ x SD การแปลผล
.49 ระดับมาก
1. ความพอใจในความเปน็ อยู่ปจั จบุ นั 2.60 .43 ระดบั มาก
.56 ระดับมาก
2. การมคี วามสขุ ในการด�ำเนินชวี ิตแต่ละวนั 2.76 .50 ระดับมาก
.50 ระดบั มาก
3. การมสี ่ิงยึดเหน่ยี วจิตใจ 2.64 .36 ระดับมาก

4. การปฏบิ ัตกิ จิ กรรมทางศาสนา 2.57

5. การเตรียมพรอ้ มเผชิญกับการเปล่ยี นแปลงในชีวิต 2.57

การพฒั นาทางจิตวญิ ญาณโดยรวม 2.63

ตารางท่ี 4:
คา่ เฉล่ยี และส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐานศกั ยภาพผ้สู งู อายุด้านการท�ำงาน รายได้ และสุขภาพ (n=98)

ศกั ยภาพ x SD การแปลผล
ระดับปานกลาง
1. ทกั ษะพนื้ ฐานการเรียนรู้ 1.76 0.34 ระดบั ปานกลาง
ระดบั ปานกลาง
2. ด้านการทำ� งาน 2.47 0.65 ระดับปานกลาง
ระดบั ปานกลาง
3. ด้านรายได้ 2.04 0.61

4. ด้านภาวะสุขภาพ 2.11 0.62

โดยรวม 2.10 0.56

ตารางท่ี 5:
ค่าเฉล่ียและส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานศกั ยภาพผู้สูงอายดุ า้ นทกั ษะพน้ื ฐานการเรยี นรู้ (n=98)

ศักยภาพด้านทกั ษะพืน้ ฐานการเรียนรู้ x SD การแปลผล
ระดับดี
1. การอ่านออกเขียนได้ 2.59 0.49 ระดบั นอ้ ย

2. การใชค้ อมพิวเตอร์ 1.38 0.53 ระดบั ปานกลาง
ระดับปานกลาง
3. การใช้อินเทอรเ์ น็ต 1.53 0.71 ระดบั ปานกลาง

4. การใช้ไลน์หรอื เฟซบุค๊ 1.53 0.66

โดยรวม 1.76 0.60

วิถชี ีวิตและศักยภาพของผสู้ ูงอายุในชมุ ชนสังคมสงู วัย 159
นิตยา ศรจี ำ� นง อัญชลี จนั ทาโภ

วชริ เวชสารและวารสารเวชศาสตร์เขตเมือง

ปที ่ี 65 ฉบบั ท่ี 2 มีนาคม - เมษายน พ.ศ. 2564

เปรียบเทียบวิถีชีวิตด้านพฤติกรรมสุขภาพกับศักยภาพ ค่า BMI ของผู้สูงอายุ อยู่ในเกณฑ์น้�ำหนักเกิน แต่ไม่ถึง
ของผ้สู งู อายุ โรคอว้ น โดยทสี่ ว่ นใหญม่ ดี ชั นมี วลกาย อยรู่ ะหวา่ ง 25.0 - 29.9
ผลการเปรียบเทียบวิถีชีวิตด้านพฤติกรรมสุขภาพกับ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มโรคอ้วน ทั้งนี้ภาวะโภชนาการเกินหรือ
ศักยภาพของผู้สูงอายุในด้านทักษะพื้นฐานการเรียนรู้ ด้าน โรคอ้วนในผู้สูงอายุ เกิดจากการเส่ือมถอยทางการด้าน
การท�ำงาน ด้านรายได้และด้านภาวะสุขภาพ ด้วยสถิติ ร่างกาย วถิ ีการด�ำเนนิ ชีวติ การเผาผลาญและการใช้พลังงาน
ANOVA พบวา่ วิถีชีวิตด้านพฤตกิ รรมสขุ ภาพกับศักยภาพของ ของผู้สูงอายุลดลง พฤติกรรมสุขภาพด้านการรับประทาน
ผู้สูงอายุในด้านทักษะพื้นฐานการเรียนรู้ ด้านการท�ำงาน อาหารและการออกก�ำลังกายไม่เหมาะสม จึงมักพบภาวะ
ด้านรายได้และด้านสุขภาพไม่แตกต่างกัน (P>.05) ดังตาราง อ้วนได้ในผู้สูงอายุ ข้อค้นพบน้ีสอดคล้องกับ ผลการส�ำรวจ
ท่ี 6 และ 7 สุขภาวะผู้สูงอายุไทย ปี 255611 งานของอัญชลี จันทาโภ
และ อรนุช เชาว์ปรีชา12 ที่พบว่าผู้สูงอายุไทยมีปัจจัยเส่ียง
วิจารณ์ ทางสุขภาพหลายประการทส่ี �ำคญั ทสี่ ุด คือ ภาวะน้�ำหนักเกนิ
และโรคอ้วน
ข้อมูลสุขภาพในด้านดัชนีมวลกาย (BMI) พบว่า

ตารางท่ี 6:
ค่าเฉลยี่ และส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐานของวถิ ีชวี ิตดา้ นพฤตกิ รรมสขุ ภาพจำ� แนกตามศักยภาพ
วิถชี ีวิตด้านพฤติกรรมสขุ ภาพ
ศักยภาพ ระดับ nx SD
.20
1. ทกั ษะพนื้ ฐานการเรยี นรู้ ต่�ำ 22 2.32 .23
ปานกลาง 73 2.35 .00
สูง 3 2.46 .02
โดยรวม 98 2.35 .23
2. ด้านการท�ำงาน ต่�ำ 16 2.38 .20
ปานกลาง 64 2.33 .27
สงู 24 2.38 .22
โดยรวม 98 2.35 .21
3. ดา้ นรายได้ ต่�ำ 40 2.38 .23
ปานกลาง 51 2.33 .24
สูง 7 2.32 .22
โดยรวม 98 2.35 .19
4. ภาวะสุขภาพ ตำ�่ 31 2.38 .23
ปานกลาง 58 2.34 .26
สูง 9 2.34 .22
โดยรวม 98 2.34

160 วถิ ีชวี ิตและศกั ยภาพของผสู้ ูงอายใุ นชมุ ชนสงั คมสงู วยั
นติ ยา ศรจี ำ� นง อญั ชลี จนั ทาโภ

Vajira Medical Journal: Journal of Urban Medicine

Vol. 65 No. 2 March - April 2021

ตารางที่ 7:
เปรียบเทยี บพฤติกรรมสขุ ภาพกบั ศักยภาพด้านทักษะพื้นฐานการเรยี นรขู้ องผสู้ งู อายุ
ศักยภาพ แหลง่ Sum of df Mean f p-value
(ดา้ น) ความแปรปรวน Squares Square
1. ทักษะพ้ืนฐานการเรยี นรู้ ระหว่างกลุ่ม .071 2 0.035 .772 .488
ภายในกล่มุ 4.641 95 0.049
รวม 4.712 97
2. ดา้ นการทำ� งาน ระหวา่ งกลมุ่ .042 2 .021 .431 .651
ภายในกลุม่ 4.672 95 .049
รวม 4.713 97
3. ด้านรายได้ ระหวา่ งกลมุ่ 0.532 2 .026 .537 .586
ภายในกลุ่ม 4.659 95 .049
รวม 4.712 97
4. ด้านสขุ ภาพ ระหวา่ งกลมุ่ .036 2 0.018 .361 .698
ภายในกลุม่ 4.676 95 0.049
รวม 4.712 97

ในด้านการมีโรคประจ�ำตัว งานวิจัยน้ีพบว่าผู้สูงอายุ อาหาร การไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และ การดูแลสุขภาพด้วย
กว่าคร่ึงหน่ึงมีโรคประจ�ำตัว โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน การพบแพทย์ โดยท่ีพฤติกรรมสุขภาพด้านการรับประทาน
และไขมันในเลือดสูงที่เรียกกันว่าเป็น โรค NCDs มองเห็น ผัก - ผลไม้ การรับประทานอาหารรสเค็ม หวาน มันอยู่ใน
ไม่ค่อยชัด แต่ได้ยินชัดเจน ซึ่งปัญหาสุขภาพส่วนใหญ่ ระดับปานกลางเท่านั้น ท้ังนี้พฤติกรรมสุขภาพของ
ของผู้สูงอายุเป็นโรคท่ีเรียกว่าโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ผู้สูงอายุท่ีแตกต่างกันมาจากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยทาง
ซึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมสุขภาพในการด�ำเนินชีวิต วิถีชีวิต สังคม วัฒนธรรม ศาสนา วิถีชีวิต รวมทั้งสภาพความเป็นอยู่
ด้านพฤติกรรมสุขภาพนับว่ามีความส�ำคัญต่อคุณภาพชีวิต ข้อค้นพบพฤติกรรมสุขภาพนี้ สอดคล้องกับการศึกษาดัชนี
ของผู้สูงอายุเป็นอย่างยิ่ง ข้อค้นพบน้ี สอดคล้องกับ พฤฒพลังผู้สูงอายุไทย10 งานวิจัยของกัลยา มั่นล้วน, วิภาดา
การส�ำรวจสุขภาวะผู้สูงอายุไทย ปี 255611 ที่พบว่าผู้สูงอายุ กาญจนสิทธ์ิ, และ นภิ า สุทธิพันธ์13 และ งานวจิ ัยของอญั ชลี
ไทยมีเพียงร้อยละ 5 เท่าน้ัน ท่ีมีสุขภาพดีแข็งแรง ขณะที่ จันทาโภและอรนุช เชาว์ปรีชา12 ที่พบว่าดัชนีพฤฒพลัง
รอ้ ยละ 95 มีความเจ็บปว่ ยด้วยโรคหรอื ปัญหาสุขภาพ ไดแ้ ก่ ด้านสุขภาพของผู้สูงอายุไทยอยู่ในระดับปานกลาง ท้ังนี้
โรคความดนั โลหติ สงู ร้อยละ 41 โรคเบาหวานรอ้ ยละ 18 และ ข้อค้นพบน้ีไมส่ อดคลอ้ งกบั งานวิจยั ของอญั ชลี จันทาโภ และ
ข้อเข่าเสื่อม และสอดคล้องกับงานวิจัยของกัลยา ม่ันล้วน, อรนุช เชาว์ปรีชา15 และ งานวิจัยของ พรทิพย์ สุขอดิศัย16
วิภาดา กาญจนสิทธ์,ิ และ นิภา สุทธพิ ันธ์13 ทพี่ บว่าผ้สู ูงอายุ ท่ีพบว่าผู้สูงอายุในชนบทมีพฤติกรรมสุขภาพในระดับดี
ส่วนใหญม่ ีโรคประจำ� ตวั ทงั้ พฤตกิ รรมสขุ ภาพดา้ นการรบั ประทานอาหาร การออกกำ� ลงั กาย
ข้อมูลวิถีชีวิตด้านพฤติกรรมสุขภาพ พบว่าผู้สูงอายุ การรบั ประทานผกั - ผลไม้เป็นประจ�ำ
กลุ่มตัวอย่างมีพฤติกรรมสุขภาพท่ีดี ในด้านการนอนหลับ ด้านศักยภาพผู้สูงอายุ พบว่าผู้สูงอายุกลุ่มตัวอย่าง
การออกก�ำลังกาย การไม่สูบบุหรี่ ในขณะท่ีผู้สูงอายุ มีศักยภาพในด้านทักษะพ้ืนฐานการเรียนรู้ระดับปานกลาง
มีพฤติกรรมสุขภาพระดับปานกลางในด้านการรับประทาน โ ด ย ข ้ อ ท่ี ผู ้ สู ง อ า ยุ มี ศั ก ย ภ า พ ใ น ร ะ ดั บ น ้ อ ย คื อ ก า ร ใ ช ้

วถิ ชี วี ิตและศกั ยภาพของผู้สูงอายุในชมุ ชนสังคมสงู วยั 161
นิตยา ศรจี �ำนง อัญชลี จันทาโภ

วชิรเวชสารและวารสารเวชศาสตรเ์ ขตเมือง

ปีท่ี 65 ฉบับท่ี 2 มนี าคม - เมษายน พ.ศ. 2564

คอมพิวเตอร์ ท้ังน้ีผู้สูงอายุในชุมชนน้ี ส่วนใหญ่ไม่ได้ท�ำงาน ผู้สูงอายุท่ีรายได้ ความพอเพียงของรายได้และการมี
รองลงมาท�ำงานรับจ้างท่ัวไป ซึ่งเป็นงานที่ไม่ได้ใช้ โรคประจ�ำตัวแตกต่างกัน มีพฤติกรรมสุขภาพของผู้สูงอายุ
คอมพิวเตอร์ ผลจากการศึกษานี้สอดคล้องกับงานวิจัย ไมแ่ ตกตา่ งกนั แตไ่ มส่ อดคลอ้ งกบั งานของปณั ณทดั บนขนุ ทด18
ของอัญชลี จันทาโภและอรนุช เชาว์ปรีชา12 ท่ีศึกษาพบว่า ที่พบว่าผู้สูงอายุที่มีรายได้ ความพอเพียงของรายได้ แหล่ง
พฤฒพลังผู้สูงอายุในสังคมสูงวัยในมิติของสภาพที่เอ้ือ ทมี่ าของรายไดต้ า่ งกนั มีพฤติกรรมสุขภาพแตกต่างกนั อย่างมี
ต่อการมีพฤฒพลัง ด้านการใช้คอมพิวเตอร์และ ICT อยู่ใน นัยส�ำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากข้อค้นพบนี้แสดงให้เห็น
ระดับต�่ำ ท้ังนี้ข้อค้นพบจากงานวิจัยน้ีไม่สอดคล้องกับ ว่าการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่ดีนั้นจ�ำเป็นต้องด�ำเนินการ
การศึกษาดัชนีพฤฒพลังผู้สูงอายุท้ังประเทศที่พบว่า สภาพท่ี ใหท้ ่ัวถึงในผ้สู ูงอายทุ ีม่ ีศักยภาพต่างกนั
เออ้ื ตอ่ การมพี ฤฒพลงั ในดา้ นการใชอ้ ปุ กรณ์ ICT ของผสู้ งู อายุ
อยู่ในระดบั ปานกลาง10 สรปุ
ศักยภาพของผู้สูงอายุด้านการท�ำงาน และรายได้
พบว่าอยู่ในระดับปานกลาง ผู้สูงอายุกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ผสู้ งู อายมุ วี ถิ ชี วี ติ ดา้ นการรบั ประทานอาหาร การไมด่ ม่ื
ไม่ได้ท�ำงาน มีรายได้หลักจากเบี้ยผู้สูงอายุ รายได้ที่ได้รับ แอลกอฮอล์ และการดูแลสุขภาพด้วยการพบแพทย์เป็น
ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย ผลการวิจัยนี้สอดคล้องกับงานของ ประจ�ำในระดับปานกลาง โดยที่พฤติกรรมการออกก�ำลังกาย
Jantapo A, Aungsupasakorn S, Jeangwirichaikull A.14 และการนอนหลบั อยู่ในระดับดี ในขณะศกั ยภาพของผู้สงู อายุ
และงานของอญั ชลี จนั ทาโภและอรนุช เชาว์ปรีชา12 ท่พี บวา่ ด้านการใช้คอมพิวเตอร์อยู่ในระดับน้อย จึงควรส่งเสริม
ผู้สูงอายุในชุมชน ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ไม่ได้ท�ำงาน มีรายได้ ให้ผู้สูงอายุมีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ให้มากข้ึน จะช่วย
จากเบี้ยผู้สูงอายุเป็นหลัก ส่วนหน่ึงมีรายได้จากการท�ำงาน ใหผ้ สู้ งู อายุสามารถเข้าถงึ เทคโนโลยี มกี ารด�ำเนนิ ชีวติ ทพี่ ่ึงพา
บ้าง จากลูกหลานบ้าง แต่โดยรวมแล้วผู้สูงอายุมีรายได้ ตนเองไดม้ ากขึ้นในสังคมสงู วัย
ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย และผลการวิจัยนี้สอดคล้องกับ
ผลการส�ำรวจสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย4 ที่พบว่ามีผู้สูงอายุ ขอ้ จำ� กัดของงานวิจัย
จ�ำนวนมากที่อาจจัดอยู่ในภาวะเปราะบาง หน่ึงในสามของ การเก็บรวบรวมข้อมูลในคร้ังน้ีเก็บรวบรวมข้อมูลกับ
ผู้สูงอายุ มีรายได้ต�่ำกว่าเส้นความยากจน บุตรซ่ึงเคยเป็น ผู้สูงอายุที่มาออกก�ำลังกายในลานออกก�ำลังกายของชุมชน
แหล่งรายได้ส�ำคัญของผู้สูงอายุมีสัดส่วนลดลง จากข้อค้นพบ ท�ำให้ไม่ครอบคลุมผู้สูงอายุที่ไม่ได้มาออกก�ำลังกาย วิจัย
น้ีแสดงให้เห็นว่าผู้สูงอายุในชุมชนเป็นผู้ท่ีจ�ำเป็นต้องได้รับ ครง้ั ตอ่ ไปควรศกึ ษาครอบคลมุ กลมุ่ ผสู้ งู อายทุ มี่ าออกกำ� ลงั กาย
การสรา้ งเสรมิ ศกั ยภาพในด้านต่าง ๆ ให้สามารถพึ่งพาตนเอง และไม่ได้มาออกกำ� ลงั กาย
ในดา้ นการทำ� งานและรายได้ งานทที่ �ำตอ้ งเปน็ งานทไ่ี มย่ งุ่ ยาก
ใช้เวลาท�ำไม่นานมาก เป็นงานท่ีเคยมีประสบการณ์ โดยมี ข้อเสนอแนะ
ชมุ ชนเป็นผสู้ นับสนนุ การท�ำงานและสรา้ งรายไดใ้ หผ้ ูส้ ูงอาย1ุ 4 ในการวิจัยครั้งต่อไป ควรศึกษาศักยภาพและวิถีชีวิต
ผลการเปรียบเทียบวิถีชีวิตด้านพฤติกรรมสุขภาพ ของผู้สูงอายุในแต่ละภูมิภาค ทั้งในชุมชนเมือง ชุมชนชนบท
กับศักยภาพผู้สูงอายุ พบว่าผู้สูงอายุท่ีมีศักยภาพด้านทักษะ และชุมชนก่ึงเมืองกึ่งชนบท ซ่ึงผู้อายุมีลักษณะความเป็นอยู่
พ้ืนฐานการเรียนรู้ การท�ำงาน รายได้ และภาวะสุขภาพ การด�ำเนินชีวิตที่แตกต่างกัน จะท�ำให้ได้ข้อมูลเพ่ือ
ท่ีแตกต่างกัน มีพฤติกรรมสุขภาพไม่แตกต่างกัน ข้อค้นพบน้ี การส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุได้อย่างสอดคล้อง
สอดคล้องกับงานของ วัชพลประสิทธ์ิ ก้อนแก้ว17 ซ่ึงพบว่า กบั บรบิ ทที่แตกตา่ งกนั ในสงั คมสงู วยั

162 วิถีชวี ิตและศักยภาพของผ้สู งู อายใุ นชมุ ชนสงั คมสูงวัย
นติ ยา ศรีจำ� นง อัญชลี จนั ทาโภ

Vajira Medical Journal: Journal of Urban Medicine

Vol. 65 No. 2 March - April 2021

กติ ติกรรมประกาศ Knowledge Set of Self Care and Older person
Potential Development [internet]. 2012 [cited
ผวู้ ิจัยขอขอบคุณ อธิการบดี ผ้อู ำ� นวยการสถาบันวิจยั 2020 May 16]. Available from: http://www.dop.
และพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ที่ได้จัดสรร go.th/th/know/5/1.
งบรายได้ ปีการศึกษา 2563 สนับสนุนการวิจัยน้ี และ 9. Devalersakul N, Siriwarakoon W, Roadyim Ch.
ขอขอบคุณผู้ให้ข้อมูล ผู้น�ำชุมชน ผู้สูงอายุท่ีเข้าร่วมโครงการ The Development of the Elderly as a Burden to
และผเู้ กี่ยวขอ้ งที่ไดช้ ่วยเหลือใหง้ านวจิ ัยนี้สำ� เร็จได้ดว้ ยดี Power: Case Study of Rangsit City Municipality.
Veridian E-Journal 2016; 9(1): 528- 45.
เอกสารอ้างองิ 10. National Statistical Office. Active Ageing Index of
Thai Elderly. Bangkok: Text and Journal Public
1. Chewasopit W. Aging Society: The Changed Company Limited; 2017.
Marketing Factor. JMND 2019; 6 (1): 38-54. 11. Ministry of Public Health, Department of Health.
Report of the 2013 Thai Health Status Survey
2. United Nations Population Fund. Ageing in the under the Health Promotion Program for the
twenty-first century: A celebration and a Older person and the Disabled. [internet]
challenge. New York: Author; 2012. [cited 2020 January 9]. Available from: http://
www.hitap.net/wp-content/uploads/2014/.
3. Foundation of Thai Gerontology Research and 12. Jantapo A, Chaopreecha O. Research Report on
Development Institute Situation of The Thai the Active Ageing in a community, Nonthaburi
Older person 2018. Bangkok: Printery Company Province. Bangkok: Suan Sunandha Rajaphat
Limited; 2019. University; 2020.
13. Manluan K, Kanchanasit W, Suthiphan N.
4. Foundation of Thai Gerontology Research and The Elderly Health Behavior In Bannongprong
Development Institute Situation of The Thai District Health Promotion Hospital, Amphoe
Older person 2017. Bangkok: Deuan Tula Printing Mueang, Burirum Province. HSJNMC [internet].
House; 2018. 2019 Jan [cited 2019 Mar 30];9(1): 889-97.
Available from: http://journal.nmc.ac.th/th/
5. Department of Health. Standards for good admin/Journal/2562Vol9No1_99.pdf.
health of the older person [internet]. 2017 [cited 14. Jantapo A, Aungsupasakorn S, Jeangwirichaikull
2020 June 10]. Available from: http://www. A. Guideline for Increasing Income of the Elderly
anamai.moph.go.th/. in Community. International Academic
Multidisciplinary Research Conference in
6. Naidoo J, Wills J. Foundation of Health Belgium 2019 2019; 34-40.
Promotion. China: Bailliere Tindall; 2009. 15. Jantapo A, Chaopreecha O. Research Report on
Lifestyle and Health Behavior of the Elderly,
7. Krejcie R V, Morgan D W. “Determining Sample
Size for Research Activities” Educational and
Psychological Measurement. [internet]. 1970
[cited 2020 May 8]. Available from: https://
journals.sagepub.com/doi/10.1177/001316447
003000308.

8. Ministry of Social Development and Human
Security, Department of Older Persons.

วิถชี ีวิตและศักยภาพของผสู้ ูงอายใุ นชมุ ชนสังคมสูงวยั 163
นิตยา ศรจี �ำนง อญั ชลี จนั ทาโภ

วชริ เวชสารและวารสารเวชศาสตร์เขตเมอื ง

ปที ่ี 65 ฉบบั ที่ 2 มนี าคม - เมษายน พ.ศ. 2564

Northeast of Thailand. Bangkok: Suan Sunandha 18. Bonkhuntod P. The Eldrely People’s Health
Rajaphat University; 2018. Behavior Survey in Prasat Subdistrict, Bandan
16. Sukadisai P. Lifestyle and Guideline for Well District, Buriram Province [internet] [cited 2020
Being of the Elderly in the Eastern Region. August 17]. Available from: ; 2560
Dissertation of Education and Social Development.
Chonburi: Burapha University; 2014.
17. Konkaew W. The Health Behavior of Elderly of
Klongtumru Sub-District, Amphoe Muang Chonburi
[thesis]. Chonburi: Bhurapa University; 2014

164 วิถชี ีวิตและศักยภาพของผ้สู ูงอายใุ นชุมชนสังคมสงู วยั
นิตยา ศรีจ�ำนง อญั ชลี จนั ทาโภ

วชิรเวชสารและวารสารเวชศาสตรเ์ ขตเมอื ง รายงานผปู้ ว่ ย

มะเรง็ ตอ่ มนำ�้ เหลอื งทมี่ าดว้ ยกอ้ นของกลา้ มเนอื้ สเตอรโ์ นไคลโดมาสตอยด์

กลุ กญั ญา จันทร์สมบูรณ์ พ.บ.1*

1กลมุ่ งานโสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลเขตรอดุ มศักด์ิ ชมุ พร ประเทศไทย
* ผตู้ ิดต่อ, อเี มล: [email protected]
Vajira Med J. 2021; 65(2) : 165-72
http://dx.doi.org/10.14456/vmj.2021.16

บทคดั ย่อ

ผู้ป่วย non-Hodgkin lymphoma มักจะมาด้วยอาการ nodal involvement เป็นส่วนใหญ่ แต่ extra-nodal
involvement กลับพบได้ไม่น้อยถึงร้อยละ 20-30 ซ่ึงส่วนใหญ่จะพบที่ทางเดินอาหารและอวัยวะบริเวณศีรษะ
และล�ำคอ มะเร็งต่อมน�้ำเหลืองท่ีพบในกล้ามเนื้อ หรือ intramuscular lymphoma จัดเป็น extra-nodal
involvement ชนดิ ทพ่ี บไดน้ อ้ ย โดยจ�ำนวนนี้ intramuscular involvement ของกลา้ มเนอื้ บรเิ วณศรี ษะและล�ำคอนน้ั
จะพบได้น้อย ในขณะที่กล้ามเนื้อรยางค์และเชิงกรานจะพบได้บ่อยกว่าบริเวณอื่นๆ ส�ำหรับผู้ป่วยในกรณีศึกษานี้
เป็นชายไทยวัย 49 ปี ซึ่งได้รับการวินิจฉัยเป็นมะเร็งต่อมน�้ำเหลือง โดยมาพบแพทย์ด้วยปัญหาก้อนของกล้ามเน้ือ
สเตอรโ์ นไคลโดมาสตอยด์ด้านซ้าย (sternocleidomastoid mass)

คาํ สําคญั : ก้อนของกลา้ มเนอื้ สเตอร์โนไคลโดมาสตอยด์, มะเรง็ ตอ่ มน�้ำเหลือง

วันท่ีรับบทความ: 18 กนั ยายน 2563 วันแก้ไขบทความ: 10 พฤศจกิ ายน 2563 วนั ตอบรับบทความ: 24 พฤศจกิ ายน 2563

Vajira Medical Journal: Journal of Urban Medicine Case report study

A Sternocleidomastoid Mass: An Unusual Manifestation of
Lymphoma

Kunkanya Chansomboon MD1*

1 Department of Otorhinolaryngology, Chumphon Khet Udomsak Hospital, Chumphon, Thailand
* Corresponding author, e-mail address : [email protected]
Vajira Med J. 2021; 65(2) : 165-72
http://dx.doi.org/10.14456/vmj.2021.16

Abstract

Most non-Hodgkin lymphoma patients present with nodal involvement; nevertheless, extra-nodal
involvement accounts for 20-30% of the cases. Common extra-nodal sites are gastrointestinal
tract also head and neck region. Intramuscular lymphoma is an uncommon extra-nodal site
of non-Hodgkin lymphoma. Intramuscular lymphoma at the head and neck is even especially rare.
Intramuscular lymphoma occurring in the extremities and pelvis region are much more common.
This article reported a case of 49-years-old Thai male who was diagnosed with non-Hodgkin presenting
and had mass at left sternocleidomastoid muscle.

Keywords: intramuscular lymphoma, extra-nodal

Received: 18 September 2020, Revised: 10 November 2020, Accepted: 24 November 2020

Vajira Medical Journal: Journal of Urban Medicine

Vol. 65 No. 2 March - April 2021

บทน�ำ กดไม่เจ็บ ไม่แดงหรือร้อน ตรวจไม่พบก้อนอื่นบริเวณศีรษะ
และล�ำคอ การตรวจร่างกายทางโสตศอนาสิกส่วนอ่ืนและ
กอ้ นทคี่ อหรอื neck mass เปน็ อาการและอาการแสดง การตรวจรา่ งกายท่วั ไปอยใู่ นเกณฑ์ปกติ
ท่ีพบได้บ่อยในเวชปฏิบัติ1 แต่เนื่องจากความหลากหลายทาง การตรวจเพม่ิ เตมิ ทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร Complete Blood
พยาธวิ ทิ ยา จึงเป็นความท้าทายต่อแพทยผ์ ดู้ ูแลในการจดั การ Count (CBC) พบ hemoglobin (HGB) 14.5g/dL, White Blood
กบั ภาวะนจ้ี นนำ� ไปสกู่ ารวนิ จิ ฉยั ทถ่ี กู ตอ้ ง ในจำ� นวนผปู้ ว่ ยทง้ั หมด Cells (WBC) 6.73×103/µL คดิ เปน็ neutrophils รอ้ ยละ 57,
ทมี่ าพบแพทยด์ ว้ ยปญั หากอ้ นทคี่ อ กอ้ นโตจากตอ่ มนำ้� เหลอื งนนั้ lymphocytes ร้อยละ 27.6, monocytes ร้อยละ 8.8,
เปน็ ภาวะทพ่ี บไดบ้ อ่ ย แตก่ อ้ นในกลา้ มเนอ้ื สเตอรโ์ นไคลโดมาสตอยด์ eosinophils ร้อยละ 5.6 และ basophils ร้อยละ 1 ส่วน
ซง่ึ ถงึ แมจ้ ะตรวจไดเ้ ปน็ กอ้ นทคี่ อเชน่ กนั แตก่ ลบั เปน็ ภาวะทพ่ี บ platelet count 225×103/µL ค่า lactate dehydrogenase
ได้น้อยกว่ามาก ในผู้ป่วยเด็กอาจพบโรคที่เกิดจากตึงตัวการ (LDH) 174 U/L (ค่าปกติ 0-248), การตรวจหาแอนติบอดี
ของกล้ามเน้ือมัดดงั กลา่ ว จนทำ� ให้กลา้ มเนอ้ื หดสั้นลงเปน็ ปมุ่ ทจ่ี �ำเพาะตอ่ เชอื้ เอชไอวี (anti-HIV) เปน็ ลบ
คลา้ ยกอ้ น และดึงร้ังใหค้ อเอยี งเรียกว่า fibromatosis colli2 การตรวจเพมิ่ เตมิ ดว้ ยคลนื่ เสยี งความถส่ี งู (อลั ตราซาวด)์
จากรายงานพบอบุ ตั กิ ารณป์ ระมาณรอ้ ยละ 0.43 แตส่ ำ� หรบั กอ้ น พบ enlarged left sternocleidomastoid muscle with
ในกลา้ มเนอื้ มดั นใ้ี นผใู้ หญน่ นั้ กลบั พบนอ้ ยมาก มเี พยี งรายงาน heterogenous echogenicity การตรวจคอด้วยเคร่ือง
ไว้เปน็ กรณศี ึกษา เชน่ เนื้องอกของเนือ้ เยื่อไขมันในกลา้ มเน้ือ เอกซเรยค์ อมพวิ เตอร์ (Computer Tomography; CT scan)
(intramuscular lipoma)4-6 หรือเน้ืองอกของหลอดเลือด พบ asymmetrical enlargement of distal part of left
ในกลา้ มเนอื้ (intramuscular hemangioma)7-8เปน็ ตน้ ดงั นนั้ sternocleidomastoid muscle การตรวจดว้ ยคลนื่ แม่เหลก็
เมอ่ื แพทยต์ รวจพบกอ้ นภายในกลา้ มเนอื้ สเตอรโ์ นไคลโดมาสตอยด์ ไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging; MRI) พบ well-
จงึ ทำ� ใหเ้ กดิ ความยงุ่ ยากในการวนิ จิ ฉยั เนอ่ื งจากเปน็ ภาวะทพ่ี บ defined soft tissue mass in the inferior aspect of left
ได้ไมบ่ อ่ ย sternocleidomastoid with iso-intensity on T1-
ผปู้ ว่ ยในกรณศี กึ ษาทรี่ ายงานตอ่ ไปน้ี มาพบแพทยด์ ว้ ย weighted image and hyper-intensity on T2-weighted
เรอ่ื งกอ้ นโตทคี่ อและตรวจพบวา่ เปน็ กอ้ นของกลา้ มเนอ้ื สเตอร์ image and heterogeneous enhancement on
โนไคลโดมาสตอยด์ ซงึ่ หลังจากได้รับการสืบค้นอย่างละเอยี ด Gadolinium-enhanced T1- weighted image (Figure 1b,
ท�ำให้ได้รับการวินิจฉัยสุดท้ายว่าเป็นมะเร็งต่อมน้�ำเหลือง 1c). ไม่พบตอ่ มน�ำ้ เหลอื งทคี่ อโต และไม่พบก้อนอนื่ ทคี่ อ
ผรู้ ายงานกรณศี กึ ษานไี้ ดท้ ำ� การสบื คน้ จากฐานขอ้ มลู ยงั ไมพ่ บ ลักษณะรูปร่างเซลล์จาก fine needle aspiration
รายงานกรณศี กึ ษาผปู้ ว่ ยมะเรง็ ตอ่ มนำ้� เหลอื งทมี่ าดว้ ยกอ้ นของ พบ polymorphous lymphoid cell ranging from small
กลา้ มเนอื้ สเตอรโ์ นไคลโดมาสตอยดม์ ากอ่ น จงึ ถอื เปน็ หลกั ฐาน mature lymphocytes to intermediate and large
งานวิชาการทสี่ ำ� คัญสมควรแก่การวพิ ากษแ์ ละเผยแพรข่ ้อมลู lymphoid cells admixed with some macrophages,
compatible with reactive lymphoid hyperplasia of
รายงานผปู้ ่วย lymph node. Neither granuloma nor malignant cell
was seen จากขอ้ มลู ทางเซลลว์ ทิ ยาจงึ ไดร้ บั การวนิ จิ ฉยั เบอ้ื งตน้
ผ้ปู ่วยชายไทย อายุ 49 ปี ปฏิเสธโรคประจำ� ตัว มาพบ คือ reactive lymphoid hyperplasia ดังน้ันเพื่อให้ได้
แพทย์ด้วยเร่อื งกอ้ นทีค่ อดา้ นซ้าย 10 วันกอ่ นมาโรงพยาบาล การวินิจฉัยท่ีถูกต้อง แพทย์จึงพิจารณาผ่าตัดเอาก้อนออก
ไมม่ ีอาการเจบ็ ที่ก้อน ไมม่ ีไข้ นำ�้ หนักลดหรอื อาการเหง่ือออก แล้วสง่ ตรวจทางพยาธวิ ทิ ยา (excisional biopsy)
กลางคืน ปฏิเสธประวัติอุบัติเหตุที่คอ ขยับคอได้ปกติ และ รายละเอยี ดการผา่ ตดั มดี งั ตอ่ ไปนี้ ผปู้ ว่ ยไดร้ บั การระงบั
ปฏเิ สธกอ้ นบรเิ วณอนื่ ๆ การตรวจรา่ งกายพบ กอ้ นขนาด 4x2 ซม. ความรู้สึกด้วยวิธีดมยาสลบ จากนั้นจัดผู้ป่วยในท่านอนหงาย
ทก่ี ลา้ มเนอ้ื สเตอรโ์ นไคลโดมาสตอยดด์ า้ นซา้ ยกอ้ นวางตวั ยาว แหงนคอ แพทย์ลงแผลยาวตามขวางบริเวณคอด้านล่าง
ไปกบั ลำ� กลา้ มเนอื้ ตงั้ แตส่ ว่ นปลายฝง่ั ทตี่ ดิ กบั กระดกู สนั หนา้ อก
ไปยงั สว่ นกลางของกลา้ มเนอ้ื (Figure 1a และ 1d) โดยกอ้ นนน้ั

มะเรง็ ตอ่ มนำ้� เหลอื งทม่ี าดว้ ยกอ้ นของกลา้ มเนอ้ื สเตอรโ์ นไคลโดมาสตอยด์ 167
กุลกญั ญา จันทร์สมบรู ณ์

วชริ เวชสารและวารสารเวชศาสตรเ์ ขตเมือง

ปที ี่ 65 ฉบับท่ี 2 มีนาคม - เมษายน พ.ศ. 2564

เน้อื เย่อื ในชนั้ ใตก้ ลา้ มเน้ือ platysma ถกู เลาะข้นึ เพอื่ ตามไป Ki-67 (ร้อยละ 20-30) และ Bcl-2 (Figure 2d) แต่ไม่ติด
ถึงก้อนในกล้ามเน้ือสเตอร์โนไคลโดมาสตอยด์ด้านซ้าย CD3, CD5, CD10, CyclinD1, Bcl-6, kappa และ lambda
ก้อนรอยโรคได้รับการตรวจและพิจารณาขอบเขตการตัด ผลการตรวจเข้าได้กับมะเร็งต่อมน้�ำเหลืองชนิด marginal
(Figure 1e) แพทย์ตัดกอ้ นท้งั หมดพรอ้ มใยกล้ามเนื้อท่ีตดิ อยู่ zone lymphoma ผู้ป่วยได้รับการสืบค้นเพ่ือหาระยะโรค
รอบก้อนออกไปด้วยกัน แพทย์ตรวจไม่พบก้อนอ่ืนๆ บริเวณ CT scan จากทรวงอกถึงช่องท้องไม่พบรอยโรคหรือก้อนอื่น
ใกลเ้ คยี ง (Figure 1f) จากนน้ั ทำ� การหา้ มเลอื ด วางสายระบาย เพ่ิมเติม ผลตรวจ bone marrow biopsy พบ adequate
เลือดและน้�ำเหลือง และเยบ็ ปิดแผล แพทยท์ �ำการตรวจสอบ normocellular marrow, cellularity รอ้ ยละ 40-50, M:E
ชน้ิ เนอ้ื พบวา่ กอ้ นมขี นาด 6x2 ซ.ม. วางตวั ตามแนวความยาว ratio เทา่ กบั 2:1, no overt abnormal morphology and
ของกล้ามเนอื้ กอ้ นมีขอบเขตชัดเจน ฝานท่ีกอ้ นพบวา่ หน้าตัด maturation in all trilineage hematopoiesis, adequate
เป็นผิวนวลเป็นเนื้อเดียวกัน (homogeneous) สีเหลืองเทา number of megakaryocyte series (1-4 cells/HPF),
ระหว่างและหลังการผ่าตัดผู้ป่วยไม่มีภาวะแทรกซ้อนและ no abnormal aggregation of B lymphoid cell (DC20+)
สามารถกลับบ้านได้หลังผ่าตัดหน่ึงวัน แพทย์ติดตามหลัง or T lymphoid cell (CD3+), no granuloma, no fibrosis
ผา่ ตดั พบแผลผา่ ตัดติดดีไม่มีภาวะแทรกซอ้ น สรปุ การวนิ จิ ฉยั คอื marginal zone lymphoma Ann-Arbor
ผลการตรวจทางพยาธิวิทยาพบ atypical small staging IE และถูกส่งตวั ไปพบอายรุ แพทย์โลหติ วิทยาเพื่อรบั
lymphoid proliferation (Figure 2a) ผลการย้อมพิเศษ การรกั ษาดว้ ยยาเคมบี ำ� บดั สตู ร CHOP จำ� นวน 1 cycle จากนนั้
ย้อมติด CD20 (Figure 2b), CD23, CD43 (Figure 2c), ผู้ป่วยขาดการติดตามการรกั ษาตอ่

Figure 1: (a, d) Preoperative findings. A soft tumour measuring 4x2 cm seen in the left sternocleidomastoid
region (asterisk). (b-c) Preoperative MRI. A well-defined soft tissue mass in the inferior aspect of left ster
nodeidomastoid with hyperintensity on T2weighted image (asterisk). (e) Operative findings Sternal head
of left sternocleidomastoid (arrow head), a encapsulated tumour along SCM (asterisk. (f) The excised
tumour with surrounding muscle fiber. (g) Cross section of the tumour. The tumour was solid and
homogeneous and tan-yellow colour.
168 มะเรง็ ตอ่ มนำ�้ เหลอื งทม่ี าดว้ ยกอ้ นของกลา้ มเนอื้ สเตอรโ์ นไคลโดมาสตอยด์

กุลกญั ญา จันทรส์ มบรู ณ์

Vajira Medical Journal: Journal of Urban Medicine

Vol. 65 No. 2 March - April 2021
(a) (b)

(c) (d)

Figure 2: (a) Photomicrograph shows atypical small lymphoid proliferation (H&E stain, 40×).
(b) Photomicrograph shows positive immunohistochemical staining for CD20 antibody (10x).
(c) Photomicrograph shows positive immunohistochemical staining for CD43 antibody (10x).
(d) Photomicrograph shows positive immunohistochemical staining for Bcl2 antibody (10x).

วิจารณ์ leukemia/small lymphocytic lymphoma (ร้อยละ 19),
follicular lymphoma (รอ้ ยละ 12) และ marginal zone
มะเร็งต่อมน้�ำเหลือง (lymphoma) เป็นมะเร็งท่ีเกิด lymphoma (รอ้ ยละ 7)10 เปน็ ต้น
จากความผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ Marginal Zone Lymphoma (MZL) จดั เปน็ กลมุ่ ยอ่ ย
(lymphocyte) และเซลล์ต้นก�ำเนิดของเซลล์เม็ดเลือดขาว ของ B-cell NHL มตี น้ กำ� เนดิ จาก mature B cell พบอบุ ตั กิ ารณ์
เหลา่ นนั้ 9 เปน็ โรคทพี่ บไดบ้ อ่ ยและมอี บุ ตั กิ ารณส์ งู ขนึ้ อยา่ งตอ่ เนอื่ ง ระหวา่ งร้อยละ 5-17 ของผ้ปู ว่ ย NHL ทงั้ หมด อายเุ ฉลยี่ ของ
อา้ งองิ จากสถติ ขิ องสหรฐั อเมรกิ าในปี ค.ศ. 2016 มกี ารคาดการณ์ ผู้ป่วยคือ 60 ปี พยาธิก�ำเนิดเชื่อว่าสัมพันธ์กับการติดเช้ือ
อุบัติการณ์ผู้ป่วยใหม่ถึง 136,960 ราย10 เทียบกับจ�ำนวน แบคทเี รยี บางชนดิ และโรคภมู ติ า้ นทานเนอื้ เยอื่ ตวั เอง ทำ� ใหเ้ กดิ
ผู้ป่วยใหม่ประมาณ 79,000 รายตามสถิติของปีค.ศ. 20139 การอักเสบเร้ือรังพร้อมกับกระตุ้นเซลล์ท่ีเน้ือเยื่อน้�ำเหลือง
มะเร็งเม็ดเลอื ดขาวแบ่งออกเปน็ 2 ชนดิ ได้แก่ Hodgkin และ ตามบรเิ วณตา่ งๆ ของรา่ งกาย14 MZL ไดช้ อ่ื วา่ marginal zone
non-Hodgkin lymphoma กว่าร้อยละ 90 ของผูป้ ว่ ยมะเรง็ เน่ืองจาก B cell ที่เป็นสาเหตุจะกระจุกตัวอยู่ในบริเวณ
ตอ่ มนำ้� เหลอื งทงั้ หมดจดั อยใู่ นกลมุ่ non-Hodgkin lymphoma marginal zone ของ secondary lymphoid follicle ใน
(NHL)11-12 โดย NHL มีเซลล์ต้นก�ำเนิดมาจาก B cell อวัยวะที่เก่ียวข้อง ได้แก่ ต่อมน�้ำเหลือง ม้าม และเย่ือบุท่ีมี
lymphocyte มากทสี่ ุด คิดเปน็ รอ้ ยละ 85-90 ท่ีเหลอื มาจาก เนอ้ื เยือ่ ของเซลล์เมด็ เลอื ดขาวชนิด lymphoid มาอย่รู วมกนั
T cell lymphocyte และ Natural killer (NK) cell11 เรียกว่า Mucosa-Associated Lymphoid Tissue (MALT)
ประมาณ 2 ใน 3 ของผูป้ ่วย NHL จะมาพบแพทยด์ ้วยอาการ Marginal zone B-cell lymphoma แบ่งออกเป็น
ตอ่ มนำ�้ เหลอื งโต13 เนอ่ื งจาก NHL มเี ซลลต์ น้ กำ� เนดิ ทห่ี ลายหลาก 3 กลุ่ม ได้แก่ MALT-lymphoma, splenic MZL และ
และมีการดำ� เนนิ โรคท่ีแตกต่างกนั จงึ ทำ� ให้ NHL ถูกแบง่ ย่อย nodal MZL คิดเปน็ รอ้ ยละ 50-70, 20 และ 10 ตามลำ� ดับ
ออกได้อีกหลายชนิด (subclass) โดยอา้ งอิงจากลักษณะทาง ทั้งนี้อาการและอาการแสดงข้ึนอยู่กับต�ำแหน่งของรอยโรค
พยาธิวิทยา ลักษณะการส�ำแดงทางอิมมูโนวิทยาและโมเลกุล ผโู้ ดยปว่ ยบางรายอาจมาดว้ ยภาวะ cytopenia ขณะนย้ี งั ไมม่ ี
ทพ่ี บบอ่ ย ไดแ้ ก่ diffuse large B-cell lymphoma (รอ้ ยละ 25), การกำ� หนดแนวทางการรกั ษาอยา่ งชดั เจนแตก่ ารพยากรณโ์ รค
plasma cell neoplasm (รอ้ ยละ 23), chronic lymphocytic

มะเรง็ ตอ่ มนำ�้ เหลอื งทม่ี าดว้ ยกอ้ นของกลา้ มเนอื้ สเตอรโ์ นไคลโดมาสตอยด์ 169
กุลกัญญา จนั ทรส์ มบูรณ์

วชิรเวชสารและวารสารเวชศาสตร์เขตเมอื ง

ปีท่ี 65 ฉบบั ที่ 2 มีนาคม - เมษายน พ.ศ. 2564

คอ่ นขา้ งดโี ดยเฉพาะ MALT lymphoma มี 5-year overall แตต่ รวจพบโดยบงั เอญิ ขณะทไี่ ดร้ บั ประเมนิ เพอื่ หาระยะโรค17
survival ร้อยละ 86-95 nodal lymphoma รอ้ ยละ 50-70 ในกรณีของผู้ป่วยรายนี้เป็นมะเร็งต่อมน�้ำเหลืองที่มาปรากฏ
และ splenic lymphoma ร้อยละ 5014 ด้วยก้อนของกล้ามเนื้อสเตอร์โนไคลโดมาสตอยด์ ผู้รายงาน
มะเร็งต่อมน�้ำเหลืองคิดเป็นร้อยละ 12-15 ของมะเร็ง ได้ท�ำการสืบค้นจากฐานข้อมูล ยังไม่พบรายงานกรณีศึกษา
บรเิ วณศรี ษะและลำ� คอ9 สามารถตรวจพบความผดิ ปกตไิ ด้ท้ัง ทไ่ี ดร้ ับการวินจิ ฉัย marginal zone lymphoma มาก่อน
nodal และ extra-nodal involvement ซึง่ สว่ นใหญจ่ ะมา การสืบค้นทางรังสีวิทยานอกจากจะช่วยเร่ืองการหา
ดว้ ยตอ่ มนำ�้ เหลอื งโต (nodal involvement) คดิ เปน็ รอ้ ยละ 759 ระยะโรคในกรณที ท่ี ราบการวนิ จิ ฉยั อยแู่ ลว้ ในรายทย่ี งั ไมท่ ราบ
Extra-nodal involvement จะมีความแตกต่างกัน การวินิจฉัย หากผู้ป่วยมาด้วยก้อนที่กล้ามเน้ือ การสืบค้น
ไปตามชนิดของมะเร็ง อาทิ Hodgkin Lymphoma (HL) ทางรงั สวี ทิ ยาดว้ ย CT scan และ MRI ถอื วา่ มปี ระโยชนอ์ ยา่ งมาก
จะพบ extra-nodal sites นอ้ ยมาก ในขณะท่ี NHL พบไดบ้ อ่ ยกวา่ ข้อมูลจาก CT scan ยังมีประโยชน์เพื่อใช้แยกโรคอื่นๆ
(รอ้ ยละ 20-30) extra-nodal site ทพ่ี บบ่อยที่สดุ คอื ระบบ แต่อาจไม่มีลักษณะทางรังสีวิทยาใดที่จ�ำเพาะต่อมะเร็ง
ทางเดนิ อาหาร โดยเฉพาะบริเวณกระเพาะอาหาร ส่วนศรี ษะ ต่อมน้�ำเหลืองเป็นการเฉพาะ เน่ืองจากรอยโรคนั้นมักจะ
และลำ� คอตามมาเปน็ อนั ดบั ทส่ี อง13 ซง่ึ ในบรเิ วณนตี้ ำ� แหนง่ ทพี่ บ กลมกลืนกับกล้ามเนื้อปกติ15 ในขณะท่ี MRI น่าจะเป็นวิธี
บอ่ ยทสี่ ดุ คอื Waldeyer’s ring รองลงมา คอื โพรงจมกู และไซนสั สบื คน้ ทางรงั สีทเ่ี หมาะสมกว่า เพราะให้รายละเอยี ดไดช้ ัดเจน
ต่อมน้�ำลายและต่อมไทรอยด์9 ในขณะท่ี extra-nodal site มากกว่า ภาพ T1-weighted (T1w) มกั พบ signal intensity
ทพ่ี บได้ แตน่ อ้ ยมากๆ เชน่ มะเรง็ ตอ่ มนำ้� เหลอื งทพ่ี บในกลา้ มเนอ้ื เท่ากับกล้ามเนื้อปกติหรือมากกว่ากล้ามเน้ือปกติเล็กน้อย
(intramuscular lymphoma) มอี บุ ตั กิ ารณเ์ พยี งรอ้ ยละ 0.1-8.7 ในสัดส่วนท่ีใกล้เคียงกันคือร้อยละ 55 และ 45 ตามล�ำดับ
ของ extra-nodal site6 โดยบรเิ วณ แขนขาและองุ้ เชิงกราน สว่ นภาพ T2-weighted (T2w) มักพบวา่ signal intensity
เปน็ ตำ� แหน่งพบบอ่ ยในกลมุ่ น1้ี 5 มะเรง็ ตอ่ มเนอ้ื เหลอื งทม่ี าดว้ ย เพ่ิมข้ึนปานกลาง หลังฉีดสารทึบรังสี มักพบว่ารอยโรค
กอ้ นของเนอื้ เยอื่ ออ่ นไดร้ ายงานอบุ ตั กิ ารณ์ไวร้ ้อยละ 1.216 มี homogeneous enhancement17 อย่างไรก็ตาม ข้อมูล
การตรวจพบมะเรง็ ตอ่ มนำ้� เหลอื งทสี่ มั พนั ธก์ บั กลา้ มเนอื้ นน้ั จากภาพทางรังสีวิทยาดังกล่าวไม่จ�ำเพาะพอท่ีจะแยก
ไดเ้ คยมกี ารอธบิ ายไว้ 3 กลไก 1. การกระจายจากรอยโรคตงั้ ตน้ intramuscular lymphoma ออกจากโรคของกลา้ มเนอื้ อนื่ ๆ
ผ่านทางระบบเลือดหรือระบบน้�ำเหลืองมายังกล้ามเนื้อ เช่น primary soft tissue sarcoma, muscle sarcoidosis,
(hematogenous or lymphatic metastatic seeding) intramuscular metastases, myositis และ inflammatory
2. การลุกลามโดยตรงมายังกล้ามเนื้อจากอวัยวะข้างเคียง pseudotumors17 ได้ การตรวจวินิจฉัยทางพยาธิวิทยา
ได้แก่ กระดูกหรือต่อมน้�ำเหลือง และกลไกสุดท้ายคือมะเร็ง ยังเป็นสิ่งจ�ำเป็นเพ่ือน�ำไปสู่การวินิจฉัยท่ีถูกต้อง ผู้ป่วยกรณี
ต่อมน้�ำเหลืองที่พบในกล้ามเนื้อที่เป็นรอยโรคต้ังต้นเอง ศึกษานี้พบว่า ภาพจากการตรวจ CT scan ไม่ได้ให้ข้อมูล
(primary intramuscular extranodal disease)16 ตาม เพื่อช่วยการวินิจฉัยมากนัก ในขณะที่ MRI นั้นให้ข้อมูล
รายงานทีเ่ คยปรากฏ พบวา่ B cell lymphoma เปน็ ชนิดท่ี ในเรอื่ งขนาดและขอบเขตรอยโรคทช่ี ดั เจนกวา่ รวมถงึ ลกั ษณะ
พบบอ่ ยทส่ี ดุ และมกั พบในกลมุ่ มะเรง็ ทมี่ คี วามรนุ แรงปานกลาง ของก้อนในภาพ T1- weighted พบเป็น isointensity และ
ถงึ มาก (intermediate and high grade tumors)17 ในรายงาน hyperintensity ในภาพ T2-weighted (Figure 1b, 1c)
ของ Surov และคณะพบว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักพบรอยโรค เป็นข้อมลู ท่สี อดคล้องกบั การทบทวนวรรณกรรมดังกลา่ วมา
ท่ีกล้ามเนื้อเพียงหนึ่งแห่ง แต่บางรายอาจพบได้ถึงสามแห่ง18 จากการทบทวนวรรณกรรมพบวา่ sternocleidomastoid
ซ่ึงหากจ�ำเพาะแค่บริเวณศีรษะและล�ำคอ กล้ามเน้ือท่ีแสดง mass ในผู้ใหญ่มีจ�ำนวนน้อยมาก ดังน้ัน เพ่ือให้การวินิจฉัย
ในรายงาน คอื กลา้ มเนอื้ lateral pterygoid, medial pterygoid แยกโรคใกลเ้ คยี งทส่ี ดุ และนำ� ไปสกู่ ารกำ� หนดแนวทางการสบื คน้
และ กลา้ มเนื้อลูกตา17-18 ผู้ป่วยมะเรง็ ตอ่ มน�้ำเหลืองที่สัมพันธ์ ที่เหมาะสม จึงมีความจ�ำเป็นที่แพทย์ผู้รักษาจะต้องมองหา
กบั กลา้ มเนอ้ื นน้ั อาจมาดว้ ยอาการปวดหรอื บวมของกลา้ มเนอ้ื และรวบรวมเบาะแสต่างๆ ท่ีมีประโยชน์ ข้อมูลจากประวัติ
รอยโรค ภาวะกลา้ มเนอื้ ฝอ่ เฉพาะที่ หรอื ในบางรายไมม่ อี าการ เช่น โรคประจ�ำตัวของผู้ป่วย ยกตัวอย่างหนึ่งในกรณีศึกษา

170 มะเรง็ ตอ่ มนำ้� เหลอื งทมี่ าดว้ ยกอ้ นของกลา้ มเนอ้ื สเตอรโ์ นไคลโดมาสตอยด์
กุลกญั ญา จนั ทรส์ มบรู ณ์

Vajira Medical Journal: Journal of Urban Medicine

Vol. 65 No. 2 March - April 2021

ผู้ป่วยรายหนึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค MEN2B ร่วมกับ การแยกโรคเบื้องต้นจึงนึกถึง intramuscular metastasis
non-invasive medullary thyroid carcinoma เคยได้รับ และ soft tissue sarcoma การตรวจทางรังสีวทิ ยาใหข้ อ้ มลู
การผ่าตัด prophylactic total thyroidectomy ร่วมกับ เก่ียวกับลักษณะก้อนเพ่ือช่วยเรื่องการวางแผนการผ่าตัดและ
auto-transplantation ของ parathyroid tissue ไปยัง ช่วยตัดโรคบางอย่างออกไป เช่น intramuscular lipoma
sternocleidomastoid muscle ด้านซ้าย โดยในเวลาตอ่ มา และ intramuscular hemangioma แตไ่ มไ่ ดข้ อ้ มลู ทจี่ ำ� เพาะ
ตรวจพบ sternocleidomastoid mass ด้านเดียวกับท่ีเคย พอที่จะวินิจฉัยโรคได้ จึงพิจารณาส่งตรวจทางพยาธิวิทยา
ผ่าตัด ท�ำให้แพทย์สงสัยว่าก้อนน้ันอาจจะเกิดจาก nodal เพมิ่ เตมิ ทง้ั นพี้ จิ ารณา fine needle aspiration เปน็ ตวั เลอื ก
metastasis หรือ โรคของต่อมพาราไทรอยด์ท่ีน�ำไปฝัง จาก กอ่ น open biopsy จากเหตผุ ลสองประการ ประการแรกคอื
น้ันผู้ป่วยรายน้ีได้รับการสืบค้นที่สอดคล้องกับโรคท่ีสงสัย เพ่ือแยกโรคกลุ่มมะเร็งเซลล์สแควมัส (squamous cell
และได้รับการวินิจฉัยเป็น parathyroid adenoma19 carcinoma) ที่กระจายมาออกไปก่อน และประการที่สอง
ตัวอย่างน้ีแสดงให้เห็นว่าข้อมูลที่ดีจากประวัติ จะน�ำไปสู่ เพอ่ื ให้ไดข้ อ้ มลู ลกั ษณะทางเซลล์วทิ ยาเบอื้ งตน้ ว่านา่ จะตกอยู่
การสบื คน้ ท่ีสอดคลอ้ งตรงประเดน็ และไมเ่ สยี เวลา ไม่ลงเอย กลุ่มโรคใด ซ่ึงผลการตรวจเซลล์วิทยาให้ผลเป็น reactive
ไปสู่การรักษาท่ีไม่เหมาะสมก่อนท่ีจะวินิจฉัยได้อย่างถูกต้อง lymphoid hyperplasia ท�ำให้การวินิจฉัยแยกโรคเปลี่ยน
โดยนอกจากประวตั แิ ลว้ การตรวจรา่ งกายกม็ คี วามสำ� คญั เชน่ จากเดิมเป็นโรคในกลุ่ม lympho-proliferative disease
ก้อนที่มีลักษณะของการอักเสบอย่างชัดเจนร่วมด้วยน่าจะ และมะเร็งต่อมน้�ำเหลือง จึงได้พิจารณา open biopsy ต่อ
ท�ำให้นึกถึงโรคกลุ่มการอักเสบติดเช้ือมากข้ึน เช่น กล้ามเน้ือ เพื่อให้ได้ช้ินเน้ือท่ีเพียงพอต่อการส่งตรวจทางพยาธิวิทยา
ติดเชื้อเปน็ หนอง (sternocleidomastoid pyomyositis)20 เมอื่ วเิ คราะหล์ กั ษณะกอ้ นทขี่ อบเขตชดั เจน ไมต่ ดิ อวยั วะสำ� คญั
ในกรณขี อง sternocleidomastoid mass ขอ้ มลู ทาง และก้อนน่าจะสามารถผ่าตัดออกได้หมดโดยไม่สร้างอันตราย
รงั สวี ทิ ยามกั จะนำ� มาพจิ ารณารว่ มดว้ ยเสมอ โดยการตรวจทน่ี ยิ ม ท่ีไม่จ�ำเป็นกับผู้ป่วย จึงตัดสินใจเลือกการผ่าตัดเอาก้อน
ได้แก่ ultrasonography, CT scan และ MRI บางกรณีผล ออกท้งั หมด (excisional biopsy)
ตรวจทางรงั สีวทิ ยามคี วามจ�ำเพาะมาก อย่าง intramuscular
lipoma ภาพจาก CT scan มกั พบกอ้ นมลี กั ษณะ well-defined สรุป
non-enhancing area of low attenuation within the
muscle and the same density as fat5 อีกกรณีหนึ่ง มะเรง็ ตอ่ มนำ้� เหลอื งในกลา้ มเนอ้ื สเตอรโ์ นไคลโดมาสตอยด์
คือ intramuscular hemangioma ภาพ MRI T1-weighted แม้จะพบอุบัติการณ์ได้น้อยมาก แต่หากต้องวินิจฉัยแยกโรค
มกั พบ iso-intense to the skeletal muscle และ hyper- ผู้ป่วยซึ่งมาด้วยก้อนของกล้ามเนื้อสเตอร์โนไคลโดมาสตอยด์
intense ใน T2-weighted ร่วมกับ serpentine high- ท่ีโตเร็ว ไม่แสดงอาการอักเสบและไม่มีประวัติอุบัติเหตุ
volume flow voids surrounded by nonvascular soft (an fast-growing, atraumatic, non-inflammatory mass
tissue (fat, fibrous and myxoid tissue, smooth muscle, of sternocleidomastoid muscle) ผู้รายงานแนะน�ำให้
thrombus, bone) ซึง่ เป็นลกั ษณะที่จ�ำเพาะตอ่ โรคน8ี้ นึกถึง intramuscular lymphoma ไว้ด้วย การสืบค้นด้วย
การส่งตรวจพยาธิวิทยามีความส�ำคัญอย่างมาก CT scan และ MRI แม้อาจไม่ได้ให้ข้อมูลท่ีจ�ำเพาะต่อ
เพราะเป็นวิธีเดียวท่ีให้ผลการวินิจฉัย (definite diagnosis) การวินิจฉัยมะเร็งต่อมน้�ำเหลือง แต่ก็ช่วยแยกโรคบางอย่าง
แน่ชดั ในกรณีที่การสืบคน้ อืน่ ยังไม่อาจสรา้ งความกระจ่างได้ ท่ีมีลักษณะจ�ำเพาะออกไปก่อนได้ นอกจากนั้น MRI เอง
ผู้ป่วยกรณีศึกษาน้ี มาพบแพทย์ด้วยเร่ืองก้อนของ ยังแสดงให้เห็นถึงลักษณะโดยท่ัวไปและขอบเขตของก้อน
กลา้ มเนอื้ สเตอรโ์ นไคลโดมาสตอยดท์ โ่ี ตเรว็ ไมแ่ สดงอาการอกั เสบ ไดอ้ ยา่ งชัดเจนซง่ึ ช่วยในการวางแผนการผ่าตัดได้
และไม่มีประวัติอุบัติเหตุ (a fast-growing, atraumatic,
non-inflammatory mass of sternocleidomastoid muscle) Conflict of interest 
เม่ือพิจารณาร่วมกับพยาธิสภาพที่พบบ่อยตามช่วงอายุ
ไม่มี

มะเรง็ ตอ่ มนำ้� เหลอื งทมี่ าดว้ ยกอ้ นของกลา้ มเนอื้ สเตอรโ์ นไคลโดมาสตอยด์ 171
กลุ กญั ญา จันทรส์ มบรู ณ์

วชิรเวชสารและวารสารเวชศาสตร์เขตเมือง

ปที ี่ 65 ฉบบั ท่ี 2 มนี าคม - เมษายน พ.ศ. 2564

กติ ตกิ รรมประกาศ  2014. p. 1805–15.
10. Teras LR, DeSantis CE, Cerhan JR, Morton LM,
แสดงความขอบคณุ ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยพ์ เิ ศษนายแพทย์
บญุ เลศิ มติ รเมอื ง ผซู้ งึ่ ใหค้ ำ� แนะนำ� ดา้ นตา่ งๆ เกย่ี วกบั การทำ� วจิ ยั Jemal A, Flowers CR. 2016 US lymphoid malignancy
statistics by world health organization subtypes.
เอกสารอ้างองิ CA Cancer J Clin 2016;66(6):443–59.
11. Shankland KR, Armitage JO, Hancock BW. Non-hodgkin
1. Haynes J, Arnold KR, Aguirre-Oskins C, Chandra S. lymphoma. Lancet 2012;380(9844):848–57.
Evaluation of neck masses in adults. Am Fam 12. Walter C, Ziebart T, Sagheb K, Rahimi-Nedjat RK,
Physician 2015;91(10):698–706. Manz A, Hess G. Malignant lymphomas in the head
and neck region - a retrospective, single-center study
2. Gonzalez-Usigli H, Espay AJ. A rare cervical dystonia over 41 years. Int J Med Sci 2015;12(2):141–5.
mimic in adults: congenital muscular torticollis 13. Varun BR, Varghese NO, Sivakumar TT, Joseph AP.
(fibromatosis colli). Front Neurol 2013;4(6):1–2. Extranodal non-hodgkin’s lymphoma of the oral
cavity: a case report. Iran J Med Sci 2017;42(4):407–11.
3. Tufano RP, Tom LWC, Austin MB. Bilateral 14. Thieblemont C. Clinical presentation and management
sternocleidomastoid tumors of infancy. Int J of marginal zone lymphomas. Hematology Am
Pediatr Otorhinolaryngol 1999;51(1):41–5. Soc Hematol Educ Program 2005;307–13.
15. Murphey MD, Kransdorf MJ. Primary musculoskeletal
4. Özcan C, Görür K, Talas D, Aydın Ö. Intramuscular lymphoma. Radiol Clin North Am 2016;54(4):785–95.
benign lipoma of the sternocleidomastoid muscle: 16. Gorelik N, T Hoda S, Petchprapa C, Liu C, Adler R.
a rare cause of neck mass. Eur Arch Otorhinolaryngol Human T cell lymphotropic virus type-1 associated
2005;262(2):148–50. lymphoma presenting as an intramuscular mass
of the calf. Skeletal Radiol 2020;49(7):1167–74.
5. Moumoulidis I, Durvasula P, Jani P. Well-circumscribed 17. Surov A. Imaging findings of skeletal muscle
intramuscular lipoma of the sternocleidomastoid lymphoma. Clin Imaging 2014;38(5):594–8.
muscle. Auris Nasus Larynx 2004;31(3):283–5. 18. Surov A, Holzhausen H-J, Arnold D, Schmidt J,
Spielmann R-P, Behrmann C. Intramuscular
6. Demir D, Eraslan Ö, Güven M, Kösem M. Rare cases manifestation of non-hodgkin lymphoma and
of benign tumors of the head and neck: lipoma myeloma: prevalence, clinical signs, and computed
of larynx and sternocleidomastoid muscle. tomography features. Acta Radiol 2010;51(1):47–51.
Kulak Burun Bogaz Ihtis Derg 2016;26(2):118–22. 19. Touska P, Srikanthan A, Amarasinghe K, Jawad S.
Parathyroid adenoma arising within the
7. Lee J, Lim S. Intramuscular hemangiomas of the sternocleidomastoid muscle: a rare complication
mylohyoid and sternocleidomastoid muscle. of autotransplantation. BMJ Case Rep 2016;2016:1–5.
Auris Nasus Larynx 2005;32(3):323–7. 20. Gosnell EJ, Anwar B, Varadarajan V, Freeman S.
Sternocleidomastoid pyomyositis. Eur Ann
8. Ferri E, Pavon I, Armato E. Intramuscular cavernous Otorhinolaryngol Head Neck Dis 2016;133(4):273–5.
hemangioma of the sternocleidomastoid muscle:
An unusual neck mass. Otolaryngol Head Neck Surg
2007;137(4):682–3.

9. Wang T-F, Bartlett NL. Lymphomas of the Head
and Neck. In: Flint PW, Haughey BH, Lund VJ,
Niparko JK, Robbins KT, Thomas JR, et al, editors.
Cummings Otolaryngology - Head and Neck Surgery.
6th ed. Philadelphia, PA: Elsevier/Saunders;

172 มะเรง็ ตอ่ มนำ�้ เหลอื งทมี่ าดว้ ยกอ้ นของกลา้ มเนอ้ื สเตอรโ์ นไคลโดมาสตอยด์
กลุ กญั ญา จันทร์สมบูรณ์


Click to View FlipBook Version