The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by info_dlict, 2020-06-29 02:19:46

ชุดกิจกรรมการวิจัยในชั้นเรียน เล่มที่ 1 กระบวนการพัฒนาและแก้ปัญหาการเรียนรู้

ชุดกิจกรรมการวิจัยในชั้นเรียน


เล่มที่ 1

กระบวนการพัฒนาและแก้ปัญหาการเรียนรู้






























กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา


ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาล าปาง เขต 1

ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน


กระทรวงศึกษาธิการ




เอกสาร ศน.สพป.ลป.1
ที่ 9 /2560







ค าน า


ั้


ชดกิจกรรมการวิจยในชนเรียน เลมท 1 กระบวนการพัฒนาและแก้ปัญหาการเรียนรู้
ี่
เล่มนี้ มีวัตถุประสงค เพื่อให้ครูผสอนเข้าใจความหมาย เห็นความส าคญ ประโยชน์ของการวิจัยใน


ู้


ช้นเรียน เข้าใจขั้นตอนของกระบวนการวิจัยในช้นเรียน และวิเคราะห์ปัญหา ก าหนดวิธีการ
แก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนได ้



ุ่
กลมนิเทศ ตดตามและประเมินผลการจดการศกษา สานักงานเขตพื้นทการศกษา

ี่

ู้




ประถมศกษาลาปาง เขต 1 หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เอกสารเลมนี้ คงมีประโยชน์ตอครูผสอนหรือผท ี่
ู้
ุ่
เกี่ยวข้องน าไปพัฒนาการเรียนรู้ในกลมสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์หรือกลมสาระการเรียนรู้อื่นๆ
ุ่

โดยใชขั้นตอนตามกระบวนการวิจัยในชั้นเรียนให้เป็นไปอย่างมีประสทธิภาพ ต่อไป






กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา
ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาล าปาง เขต 1







ค าชี้แจง

จุดประสงค์

1. เพื่อให้ครูผู้สอนเข้าใจความหมายของการวิจัยในชั้นเรียน
2. เพื่อให้ครูผู้สอนเห็นความส าคัญ และประโยชน์ของการวิจัยในชั้นเรียน
ั้

3. เพื่อให้ครูผู้สอนเข้าใจ และด าเนินการวิจัยในชั้นเรียนตามขนตอนของกระบวนการวิจย
ในชั้นเรียน
ู้
3. เพื่อให้ครูผสอนวิเคราะห์ปัญหา ก าหนดวิธีการแก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้ของ
นักเรียนได ้

รายละเอียดของชุดปฏิบัติการวิจัยในชั้นเรียน

1. เนื้อหาที่ให้ศึกษา
1.1 ความหมาย และประโยชน์ของการวิจัยในชั้นเรียน
1.2 กระบวนการวิจัยในชั้นเรียน

1.3 การวิเคราะห์และก าหนดวิธีการแก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้
2. กิจกรรมที่ให้ครูผู้สอนฝึกปฏิบัติ มี 1 กิจกรรม คือ การวิเคราะห์และก าหนดวิธีการ
แก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

ั้
ู้


1. ครูผสอนเขาใจความหมาย เหนความสาคญและประโยชน์ของการวิจยในชนเรียน




ตลอดจนดาเนินการวิจยในชนเรียนตามขั้นตอนของกระบวนการวิจยในชนเรียนไดถูกตองและ




ั้
ั้
เหมาะสม
ี่

2. ครูผู้สอนวิเคราะห์ สรุปปัญหาทเกิดจากการจดกระบวนการเรียนรู้ และก าหนดวิธีการ
แก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้ได้ถูกต้องและเหมาะสม







สารบัญ

เรื่อง หน้า


ค าน า ก
ค าชี้แจง ข
ความหมายและประโยชน์ของการวิจัยในชั้นเรียน………………………………………... 1

กระบวนการวิจัยในชั้นเรียน…………………………………………………...………………….. 2
การวิเคราะห์และก าหนดวิธีการแก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้………....…………... 4
กิจกรรมการวิเคราะห์และก าหนดวิธีการแก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้……….… 7
บรรณานุกรม……………………………………………………………………………….…………… 11


คณะผู้จดท า.......................................................................................................... 13

ความหมายและประโยชน์

ของการวิจัยในชั้นเรียน



ความหมายของการวิจัยในชั้นเรียน
การวิจัยในชั้นเรียน หมายถึง การวิจัยเชิงปฏิบัติการที่ครูได้แสวงหา นวัตกรรมทางเลือก

ในการแก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน โดยมีจุดมุ่งหมายท่จะน าผลการวิจัยไปใช้ใน
การแก้ปัญหาการเรียนการสอนในชั้นเรียนของตน เพื่อน าไปสู่การแก้ปัญหา และพัฒนาความสามารถ
ของนักเรียนอย่างเป็นระบบ และ เกิดประโยชน์สูงสุด


ประโยชน์ของการวิจัยในชั้นเรียน
การวิจัยในชั้นเรียน มีประโยชน์ดังนี้

ั้
1. ชวยให้ครูมีความมั่นใจ ในการแก้ปัญหาในชนเรียนเพิ่มมากขึ้น สามารถแก้ปัญหาใน
ชั้นเรียนได้ทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ



2. ช่วยให้ครูท างานได้อย่างเป็นระบบ ประสบความสาเร็จในการทางาน มีความรู้สกเป็น
เจ้าของ และภาคภูมิใจในวิธีการที่น ามาใช ้



3. ชวยให้ครูพัฒนาหลกสตรและกิจกรรมการเรียนการสอนสอดคลองกับสภาพจริงและ

ความต้องการของท้องถิ่น


4. ชวยให้ครูสร้างนวัตกรรม ออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนไดหลากหลาย และ
มีประสิทธิภาพ
5. ช่วยให้ครูวินิจฉัยและตัดสินใจในการแก้ปัญหา และพัฒนานักเรียนได้อย่างเหมาะสม




ั้

6. ทาให้นักเรียนไดรับการแก้ไขปัญหา และพัฒนาอย่างสมบูรณเตมศกยภาพทงใน
ด้านความรู้ ความสามารถ ทักษะ และคุณลักษณะที่พึงประสงค ์

7. โรงเรียนสามารถก าหนดนโยบาย หรือมาตรการตาง ๆ เกี่ยวกับการพัฒนาหลกสตร


และการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม โดยมีผลการวิจัยรองรับ
8. ช่วยพัฒนาทักษะทางวิชาชีพครู ให้เป็นครูมืออาชีพ
ั้
สรุปการวิจยในชนเรียนมีประโยชน์ คอ เป็นวิธีการแก้ปัญหา และพัฒนาผเรียนในชนเรียนได


ั้
ู้



ู้

มีประสทธิภาพ สงเสริมให้ครูผสอนทางานเป็นระบบ สร้างนวัตกรรม และออกแบบกิจกรรมการเรียน

ู้

การสอนไดมีประสทธิภาพ สามารถวินิจฉัยและตดสนใจในการแก้ปัญหา และพัฒนาผเรียนไดอย่าง



เหมาะสม

2






กระบวนการวิจัยในชั้นเรียน





กระบวนการวิจัยในชั้นเรียนมีหลายรูปแบบ แตการดาเนินการในครั้งนี้ ขอใชรูปแบบของ

กรมวิชาการ ดังนี้
1. ส ารวจและวิเคราะห์ปัญหา




2. ก าหนดวิธีการในการแก้ปัญหา



3. พัฒนานวัตกรรม



4. น านวัตกรรมไปใช ้


5. สรุปผล


ขั้นที่ 1 ส ารวจและวิเคราะห์ปัญหา
การส ารวจและวิเคราะห์ปัญหา เป็นจุดเริ่มต้นที่ส าคัญในการวางแผนแก้ปัญหาหรือพัฒนา

คุณภาพการเรียนการสอน ซึ่งจะท าให้ครูพบปัญหาที่จะต้องแก้ไขหรือพัฒนา สามารถดาเนินการสอน




ี่

ได้สอดคลองกับเป้าหมายทควรจะเปน การสารวจและวิเคราะห์ปัญหา ครูสามารถดาเนินการไดหลาย




ลักษณะ เช่น การวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในแง่มุมตาง ๆ การตรวจสมุดแบบฝกหัดการสารวจ

ี่


ู้
ู้
พฤตกรรมของผเรียน การสงเกตของครู เป็นต้น ครูจะพบปัญหา ข้อสงสยทเกิดจากผเรียน ครู และ
ู้
กระบวนการเรียนการสอน เชน ผเรียนขาดทกษะกระบวนการทดลองวิทยาศาสตร์ ผเรียนยังไม่ได ้
ู้





ปฏิบัตตนเกี่ยวกับความรับผดชอบให้เป็นนิสย ครูสอนเคร่งเครียด จริงจง ผเรียนไม่สนุก และไม่มี
ู้



ู้

ื่

ความสขในการเรียน ครูใชสอไม่เหมาะสมกับวัย วุฒิภาวะและความสามารถของผเรียน ครูไม่ไดจด
โอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริงด้วยตนเอง ฯลฯ
ขั้นที่ 2 ก าหนดวิธีการในแก้ปัญหา

เมื่อครูไดวิเคราะห์ปัญหาจากการศกษาในขั้นท 1 แลว ในขั้นนี้ครูตองศกษาเอกสารท ี่


ี่


เกี่ยวข้อง เชน วารสาร บทความ หลกสตรผลงานวิจัยหนังสือ ตารา ค่มือ แนวคิดทฤษฎีต่างๆ






ู้
ตลอดจนประสบการณ์ของครูเองท าให้ครูทราบว่าปัญหาที่คล้ายกับปัญหาของเราเองมีผใดศกษาไว้บ้าง ใช ้


วิธีใดในการแก้ปัญหาผลการแก้ปัญหาเป็นอย่างไร จะทาให้ครูเห็นแนวทางในการแก้ปัญหาไดชดเจน


3







ขึ้น ซึ่งอาจเป็นวิธีสอนแบบใหม่หรือการใช้นวัตกรรมเข้ามาชวยในการจดประสบการณการเรียนการสอนของ


ครู ได้แก่ บทเรียนส าเร็จรูป ชุดการสอน เอกสารประกอบการสอน บทเรียนคอมพิวเตอร์ชวยสอน (CAI)
เป็นต้น ขั้นตอนนี้จะน าไปสู่ขอบเขตของการวิจัย ประโยชน์/ผลที่คาดว่าจะได้รับ
ขั้นที่ 3 พัฒนาวิธีการหรือนวัตกรรม
จากขั้นท่ 2 ครูได้ทางเลือกในการแก้ปัญหาหรือพัฒนา ซึ่งอาจเป็นวิธีการหรือ




ี่
นวัตกรรมทเป็นไปได ในขั้นนี้ครูตองก าหนดวิธีการหรือสร้างนวัตกรรมท่ใช้ในการแก้ปัญหาหรือ

พัฒนา แลวด าเนินการหาคณภาพของวิธีการ หรือนวัตกรรมจากผรู้ในเรื่องนั้น ๆ เชน หากครูสร้าง

ู้








บทเรียนคอมพิวเตอร์ชวยสอน ครูก็ตองศกษาคนคว้า วิธีการทาบทเรียนคอมพิวเตอร์ชวยสอน แลว
ี่

จัดท าต้นแบบให้เสร็จสมบูรณ์ น าไปให้เพื่อนครูศึกษานิเทศก์หรือนักวิชาการทเกี่ยวข้องกับเรื่องทศกษา
ี่


ให้ความคดเห็น เพื่อน าข้อคดเห็นทไดมาปรับปรุงแก้ไขเตรียมน าไปใชแก้ปัญหาหรือพัฒนาตอไป



ี่
ขั้นตอนนี้จะน าไปสู่ตัวแปรที่ศึกษาและวิธีการที่จะพัฒนาหรือแก้ปัญหา
ขั้นที่ 4 น านวัตกรรมไปใช้

ี่


ี่
ขั้นนี้ครูน านวัตกรรมทสร้างขึ้นในขั้นท 3 ไปใชโดยระบุขั้นตอนปฏิบัตว่าจะใชกับใคร

เมื่อไร อย่างไรแล้วเก็บรวบรวมข้อมูล เช่น สังเกตพฤติกรรมเริ่มต้นของผู้เรียนก่อนน าไปใช้ เมื่อน าไปใช้แลว
สังเกตพฤติกรรมอีกระยะหนึ่ง เพื่อน าข้อมูลมาวิเคราะห์การเปลยนแปลงพฤตกรรมของผเรียนตอไป

ู้

ี่
ขั้นตอนนี้ต้องมีเครื่องมือและวิธีเก็บรวบรวมข้อมูล รวมทั้งแนวทางการวิเคราะห์ข้อมูล
ขั้นที่ 5 สรุปผล

ี่



เมื่อรวบรวมข้อมูลไดแลวน าข้อมูลมาวิเคราะห์โดยเลอกใชสถิตทเหมาะสมกับข้อมูล





ี่


ท่รวบรวมได แลวสรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล หากยังไม่สามารถแก้ปัญหาไดตามทตองการก็จะตองทา



การปรับปรุงแก้ไข โดยย้อนกลบไปคนหาวิธีการหรือนวัตกรรมใหม่ แลวพัฒนาวิธีการหรือนวัตกรรม


ี่
ั่

ตลอดจนน าวิธีการหรือนวัตกรรมไปใช้อีก คอ ดาเนินการขั้นท 2 - 4 ใหม่ จนกระทงสามารถแก้ปัญหาได ้


ตามทตองการ แลวเขียนสรุปผลการด าเนินงานตั้งแต่ขั้นที่ 1 ถึงขั้นที่ 4
ี่
ู่
จากกระบวนการวิจยในชนเรียนทง 5 ขั้นตอน จะทาให้ไดผลการวิจยทน าไปส
ี่



ั้

ั้

การพัฒนาการเรียนการสอนท่มีประสิทธิภาพ แตอย่างไรก็ตาม ขั้นตอนดงกลาวอาจจะยืดหยุ่นได้



ู้
ขึ้นอยู่กับครูหรือผู้วิจัยเป็นผก าหนดขึ้นมา

4






การวิเคราะห์และก าหนด
วิธีการแก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนร ู้




เมื่อครูทราบวิธีการพัฒนาหรือแก้ปัญหาท่เกิดจากการจัดกระบวนการเรียนรู้แล้ว

การวิเคราะห์สาเหตของปัญหาและก าหนดแนวทางเลอกในการแก้ปัญหาเป็นขั้นตอนสาคัญยิ่งของ



การพัฒนาหรือการแก้ปัญหา ท่ครูจะได้น าไปใช้ในการก าหนดวิธีการในการแก้ปัญหาให้เป็นไป
อย่างมีประสิทธิภาพ รายละเอียดดังนี้
1. การวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา


การจดกระบวนการเรียนรู้ย่อมมีปัญหาเกิดขึ้นหลาย ๆ ปัญหา ครูควรจดลาดบ



ความส าคัญของปัญหา โดยพิจารณาจากความรุนแรงของปัญหาว่าปัญหาใดควรไดรับการแก้ไขหรือ


ี่

พัฒนาอย่างเร่งดวน (โดยเฉพาะปัญหาเร่งดวนทมีผลกระทบตอการจดกระบวนการเรียนรู้โดยตรง)


ู้
ุ่
เพื่อตอบสนองความตองการของผเรียนเป็นรายบุคคลหรือกลม ให้ไดตามความเหมาะสมในการ



ู่
แก้ปัญหานั้น จาเป็นตองวิเคราะห์หาสาเหตของปัญหาเพื่อน าไปสการวางแผนและออกแบบสอ/

ื่

ี่



วิธีการ/กิจกรรมการเรียนรู้ โดยค านึงถึงคณลกษณะของนักเรียนตามมาตรฐานทหลกสตรคาดหวังไว้
สิ่งส าคัญก็คือ ครูจะต้องมีความเข้าใจถึงกระบวนการจัดการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะทาให้




ครูมองเห็นความสมพันธ์ของภารกิจและองคประกอบตาง ๆ ทงในดานปัจจยและกระบวนการ และ


ั้


ผลผลตทชดเจน เพื่อให้การวิเคราะห์หาสาเหตของปัญหาเป็นไปอย่างถูกตอง สาเหตของปัญหาท ี่




ส าคัญ ๆ เช่น
- ครูไม่ได้ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้
- ครูไม่ท าหรือใช้แผนการจัดการเรียนรู้ และนวัตกรรมประกอบการสอน
- ครูขาดเทคนิคการสอนใหม่ ๆ
- ครูขาดความกระตือรือร้น และไม่สนใจในการสอนเท่าที่ควร
- ผู้บริหารไม่นิเทศ ติดตามผลอย่างสม่ าเสมอ
ี่

ปัญหาทเกิดขึ้นในโครงสร้างของระบบการจดกระบวนการเรียนรู้อาจจะเกิดปัญหาท ี่






ี่
ระดบปัจจย หรือระดบกระบวนการ หรือระดบผลผลต หรือระดบผลกระทบ ปัญหาทเกิดขึ้นหาก
พิจารณาโดยใช้เวลาเป็นเครื่องก าหนด สามารถแบ่งปัญหาเป็น 3 ประเภท คือ
ิ่



ปัญหาเชงแก้ไขปรับปรุง (ปัญหาขัดข้อง) คอ ความแตกตางระหว่างสภาพจริง (สงท ี่
ั้



เป็นจริง) กับสภาพทตองการให้เกิดในปัจจบันหรืออาจเป็นมาทงในอดตและอาจจะยังมีตอไปใน
ี่

อนาคต

ี่
ปัญหาเชงป้องกัน คอ ความแตกตางระหว่างสภาพจริงกับสภาพทตองการให้เกิดซึ่ง



ี้

อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งปัญหาดังกล่าว ยังไม่เกิดขึ้นทั้งในอดตและปัจจุบัน แต่มีเครื่องชวัดบ่งบอก
ว่าจะเกิดปัญหาขึ้นในอนาคต


ี่
ปัญหาเชงพัฒนา คอ สภาพทเกิดขึ้นจริงในอดตและปัจจบัน ไม่แตกตางจากสภาพ




ี่

ทคาดหวังในปัจจบัน แตเกิดความตองการเพิ่มคณภาพ หรือเพิ่มประสทธิภาพของงานให้ดขึ้นกว่าเดม






5









ดงนั้นเพื่อ ให้การวิเคราะห์สาเหตของปัญหาเพื่อพัฒนาคณภาพการจดกระบวนการ

เรียนรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ครูควรพิจารณาโครงสร้างของระบบและกระบวนการจดการเรียน
การสอน ดังนี้


ี่

ี่
การแก้ปัญหาทเกิดขึ้นจะตองแก้ไขทสาเหตของปัญหานั้นๆ ดงนั้น การวิเคราะห์
ี่
เพื่อหาสาเหตุของปัญหาจะท าให้ครูมีแนวคิดในการแก้ปัญหาทชดเจน ทาให้สามารถแก้ปัญหาไดตรง



ตามสาเหตุนั้น ๆ อันจะน าไปสู่การบรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของการพัฒนากระบวนการเรียนรู้
ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการวิจัยและส่งผลให้ผู้วิจัยท าการวิจัยได้อย่างมีคุณภาพยิ่งขึ้น การวิเคราะห์ปัญหา
เพื่อหาสาเหตุของปัญหา สาเหตุแห่งปัญหามาจากองค์ประกอบที่ส าคัญ 3 ประการ คือ





1. บุคคล ไดแก่ คณลกษณะและบุคลกภาพของบุคคล เชน ความรู้ ความสามารถ
ความเชื่อ การแสดง การจัดการ เป็นต้น

2. วิธีการไดแก่ การดาเนินงาน การวางแผนและการออกแบบการจดกิจกรรม


การเรียนรู้ เป็นต้น
3. สภาพแวดล้อม ได้แก่ บรรยากาศ ทรัพยากร สภาพเศรษฐกิจและสังคม

การวิเคราะห์ปัญหาเพื่อหาสาเหตของปัญหาเป็นขั้นตอนหนึ่งทสาคญตอการทาวิจย
ี่






เพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้ เพื่อให้ไดมาซึ่งความจริงของสาเหตทจะน าไปสการก าหนด

ี่
ู่
แนวทางเลือกในการแก้ปัญหานั้น ๆ
2. การก าหนดแนวทางเลือกในการแก้ปัญหา
เมื่อก าหนดปัญหาความจ าเป็น ความต้องการในการพัฒนาตามลักษณะของปัญหาและ
สาเหตของปัญหาทแทจริงแลว การก าหนดแนวทางเลอกเพื่อน ามาใชเป็นข้อมูลพื้นฐานสาหรับ


ี่





การวางแผนปรับกระบวนการเรียนรู้ และพัฒนากิจกรรม รวมทงสอการเรียนรู้ (นวัตกรรมการศกษา) ให้
ั้
ื่
เหมาะสมกับผเรียนแตละคน หรือกลมผเรียนทครูผสอนตองการพัฒนาตามกระบวนการเรียนรู้ให้
ี่
ู้

ุ่
ู้

ู้
ั้


ู้
ี่

เป็นไปตามเป้าหมายทก าหนดไว้ จงมีความสาคญมาก ทงนี้ ในการแก้ปัญหาหรือพัฒนาผเรียน



ครูจะตองน าหลกการ ทฤษฎี (ความรู้) ตามหลกการของศาสตร์สาขาตางๆ ทเกี่ยวข้องมาใชใน
ี่


การปรับปรุง/พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้และสื่อ (นวัตกรรม) เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและมีคุณภาพ
กล่าวโดยสรุปจะเห็นไดว่าเทคนิคการสารวจ วิเคราะห์สาเหตของปัญหา และก าหนด



แนวทางการแก้ปัญหา มีขั้นตอนการด าเนินงานที่ส าคัญ ดังนี้
1. เมื่อส ารวจพบปัญหาที่เกิดขึ้นจากการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้ตั้งคาถามว่าทาไม ?


เพราะเหตุใด? หลาย ๆ ครั้ง ค าตอบที่ได้จะท าให้ได้สาเหตุของปัญหาหลายสาเหต ุ


2. เมื่อทราบสาเหตุของปัญหาหลาย ๆ สาเหต แลวให้ตงคาถามอีกว่า ทาไม? เพราะ
ั้


อะไร? หลาย ๆ ครั้ง ค าตอบที่ได้จะท าให้ได้แนวเลือกในการแก้ปัญหาหลายแนวทาง
3. เมื่อทราบปัญหา สาเหต และแนวทางเลอกในการแก้ปัญหา ให้พิจารณาถึง


ทรัพยากรและข้อจากัดตามศกยภาพของครู นักเรียน และโรงเรียน เพื่อก าหนดแนวทางใน


การแก้ปัญหา และพัฒนาไดอย่างเหมาะสม ทงนี้จะตองตงอยู่บนพื้นฐานของศาสตร์และทฤษฎีของ
ั้

ั้

ี่
ิ่
ู้

ศาสตร์ทเกี่ยวข้องกับสงทตองการแก้ปัญหา/พัฒนาผเรียนให้เป็นไปตามแนวทางการพัฒนา
ี่
กระบวนการเรียนรู้ที่พึงประสงค์ของหลักสูตร ต่อไป

6





ตัวอย่าง
กระบวนการวิเคราะห์และก าหนดวิธีการแก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนร ู้
ู้
กลุ่มสาระการเรียนรวทยาศาสตร ์


กระบวนการวิเคราะห์ปัญหาเพื่อการวิจัย รายการ
ปัญหาที่เกิดจากกระบวนการเรียนรู้ นักเรียนขาดทักษะการทดลอง

1. ครูจัดกิจกรรมที่เน้นทกษะการทดลองทาง
วิทยาศาสตร์ แก่นักเรียนน้อยมาก
2. ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้เน้นการบรรยายและ
สรุปผลการทดลอง จากต ารามากกว่าการฝึกให้
สาเหตุของปัญหา
นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติเอง

3. ครูให้นักเรียนลงมือปฏิบัติการทดลอง จาก
การบรรยายปากเปล่าของครู เมื่อนักเรียน
มีปัญหาก็ใช้วิธีการสอบถามครูเป็นระยะ


1. พัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน โดยใชชุดกิจกรรม
แนวทางเลือกในการแก้ปัญหา การทดลอง
ี่
2. ครูปรับเปลี่ยนวิธีการสอนทเน้นการปฏิบัติจริง

คอ การพัฒนารูปแบบการสอน โดยใชชดกิจกรรม


การทดลอง เหตุผลที่เลือก : นักเรียนไดฝกปฏิบัตและ



ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด

ได้รับประสบการณ์ตรง นอกจากนี้นักเรียนยังได้ศกษา
ค้นคว้าความรู้ด้วยตนเอง

การน าทางเลือกไปใช้ เพื่อพัฒนา การพัฒนาทกษะการทดลอง โดยใชชดกิจกรรม



กระบวนการเรียนรู้ในสถานศึกษา การทดลองและส่งเสริมให้ครูใช้อุปกรณการทดลอง

7






กิจกรรม
การวิเคราะห์และก าหนดวิธีการแก้ปัญหา
หรือพัฒนาการเรียนร ู้



ค าชี้แจง ขอให้ท่านวิเคราะห์ปัญหาการพัฒนาการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่รับผิดชอบตาม
ประเด็นหัวข้อ ดังนี้


กระบวนการ
วิเคราะห์ปัญหาเพื่อการวิจัย รายการ
………………………………………….……………………………………

…….………………………………………….………………………………
ปัญหาที่เกิดจากกระบวนการเรียนรู้ ………….……………………………………………….……………………

……………………….……………………………………………………….

……………………….……………………………………………………….
………………………………………….……………………………………
…….………………………………………….………………………………
สาเหตุของปัญหา
………….……………………………………………….……………………

………………………….……………………………………………….……
………………………………………….……………………………………

………………………………………….……………………………………
แนวทางเลือกในการแก้ปัญหา
…….……………………………………………….…………………………
…….……………………………………………….…………………………
………………………………………….……………………………………

…….…………………………………………………………………….……

ทางเลือกที่เหมาะสมที่สด …………………………………….…………………………………………
………………….………………………………………….…………………


………………………………………….……………………………………
…….………………………………………….………………………………
การน าทางเลือกไปใช้ เพื่อพัฒนา ………….………………………………………….…………………………
กระบวนการเรียนรู้ในสถานศึกษา ……………….………………………………………….……………………

…………………….………………………………………….………………

8






แนวค าตอบ
กระบวนการวิเคราะห์และก าหนดวิธีการแก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนร ู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้วทยาศาสตร ์



กระบวนการวิเคราะห์ปัญหาเพื่อการวิจัย รายการ

ปัญหาทเกิดจากกระบวนการเรียนรู้ นักเรียนขาดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ี่
1. ครูจัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์แก่นักเรียนน้อยมาก
สาเหตุของปัญหา 2. ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้การบรรยาย

ด้านเนื้อหามากกว่าฝึกทักษะกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์
1. พัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน โดยใช ้

ชุดกิจกรรมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
2. ครูปรับเปลี่ยนวิธีการสอนจากการบรรยายท ี่
เน้นเนื้อหา เป็นการจัดประสบการณ์ โดยให้
แนวทางเลือกในการแก้ปัญหา
ฝึกปฏิบัติกิจกรรม ที่เน้นทักษะกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์

3. พัฒนารูปแบบการสอน โดยใช้ชุดกิจกรรม
โครงงานวิทยาศาสตร์
คือ การพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนโดยใช ้

ชุดกิจกรรมทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์
ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด
เหตผลทเลอก : เป็นการจดการเรียนรู้ทนักเรียน

ี่


ี่
ไดฝกทกษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และ



สามารถสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
การน าทางเลือกไปใช้ เพื่อพัฒนา การพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
กระบวนการเรียนรู้ในสถานศึกษา โดยใช้ชุดกิจกรรมที่เน้นทักษะการฝึกปฏิบัต ิ

9





บรรณานุกรม


กรมวิชาการ. (2542).วิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนร. กรุงเทพฯ : การศาสนา.
ู้
. (2543). การเขียนรายงานการวิจัย. ม.ป.ท.

จุฑามาศ เจริญธรรมและคณะ. 2544.การวิจัยในชั้นเรียน (Classroom Action Research)
เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน. กรุงเทพฯ : พี.เอ.ลิฟวิ่ง.
ี่
ชาตรี ส าราญ. (2544).วิจัยในชั้นเรียนส าหรับผู้เริ่มต้น. พิมพ์ครั้งท 2. กรุงเทพฯ : มูลนิธิสดศรี-
สฤษดิ์วงศ.

ชูศรี วงศ์รัตนะและคณะ. (2545). การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนร. พิมพ์ครั้งที่ 2 กรุงเทพฯ :
ู้
ก. พล (1996).
ทิศนา แขมมณ. (2540). การวิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.


นภดล เจนอักษร. (2544). แก่นวิจัยในชั้นเรียน. กรุงเทพฯ : ภาพพิมพ์.
พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และ.คณะ. (2542). วิจัยในชั้นเรียน : หลักการสู่การปฏิบัติ กรุงเทพฯ :
เดอะ มาสเตอร์กรุ๊ป แมเนจเม้นท.


วรรณวิไล พันธุ์สีดา. (2544). 12 ก้าวปฏิบัติการวิจัยในชั้นเรียนขั้นพื้นฐานส าหรับครูยุคใหม.
พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : เจริญกิจ.
สุวิมล ว่องวานิช. (2543). แนวคิดและหลักการของการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน. กรุงเทพฯ :

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อุทุมพร จามรมาน. (2544). การวิจัยในชั้นเรียนและโรงเรียนเพื่อพัฒนานักเรียน. กรุงเทพฯ : ฟันนี่.

10





คณะผู้จัดท า



ที่ปรึกษา
1. นายสุทิน แก้วพนา ผู้อ านวยการส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาล าปาง เขต 1
2. นายสมเกียรติ ปงจันตา รองผู้อ านวยการส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาล าปาง เขต 1
3. นางวรางคณา ไชยเรือน รองผู้อ านวยการส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาล าปาง เขต 1

4. นายเจริญชัย กิตติพีรเดช รองผู้อ านวยการส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาล าปาง เขต 1

5. นายสมคด ธรรมสิทธิ์ รองผู้อ านวยการส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาล าปาง เขต 1
6. นายประสิทธิ์ พรมศรี รองผู้อ านวยการส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาล าปาง เขต 1
7. นายประเสริฐ ศุภชาติไพบูลย์ ผู้อ านวยการกลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา

ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาล าปาง เขต 1



ผู้เขียน และออกแบบปก
นายเอกฐสิทธิ์ กอบก า ศึกษานิเทศก์ช านาญการพิเศษ
ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาล าปาง เขต 1


Click to View FlipBook Version