คา� นา� พระมหำกษัตริย์ ของพลังบวรและประชำชน
ทกุ คนในชมุ ชน มำเปน็ เสนห่ ด์ งึ ดดู นกั ทอ่ งเทยี่ ว
PREFACE ใหม้ ำเยย่ี มเยอื นชมุ ชนคณุ ธรรมฯ สรำ้ งรำยได้
จำกสนิ คำ้ และบรกิ ำรทำงวฒั นธรรม ชมุ ชนอยดู่ ี
มีสุข และส�ำนักงำนวัฒนธรรมจังหวัดยโสธร
ได้น�ำนโยบำยดังกล่ำวมำสู่กำรปฏิบัติในพื้นที่
โดยรว่ มกบั ชมุ ชนคณุ ธรรมนอ้ มนำ� หลกั ปรชั ญำ
การขับเคล่ือนด�ำเนินงำนตำม ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ขบั เคลอื่ นดว้ ยพลงั บวร
นโยบำยของรฐั บำล นโยบำยกระทรวงวฒั นธรรม และเครอื ขำ่ ยทำงวฒั นธรรม เพอ่ื สง่ เสรมิ ใหเ้ กดิ
ในด้ำนกำรน�ำหลักกำร “บวร : บ้าน วัด กำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้อย่ำงยั่งยืน
โรงเรียน” ซ่ึงถือเป็นสถำบันหลักที่มีบทบำท รวมทั้งเป็นกำรส่งเสริม สนับสนุนกำรสร้ำง
ใกล้ชิดต่อวิถีชีวิตของคนไทยไปขับเคลื่อนและ แหล่งอำชีพและรำยได้ให้กับคนในชุมชนท้อง
ดำ� เนนิ กจิ กรรมตำ่ ง ๆ ใหเ้ ปน็ แหลง่ ปลกู ฝงั บม่ เพำะ ถนิ่ ไดอ้ ยำ่ งมน่ั คง มง่ั คง่ั และยงั่ ยนื
และเผยแพรอ่ งคค์ วำมรทู้ ม่ี ปี ระโยชนเ์ พอื่ พฒั นำ ส�ำนักงำนวัฒนธรรมจังหวัดยโสธร
จติ ใจและจติ สำ� นกึ ดำ้ นจรยิ ธรรม ใหแ้ กป่ ระชำชน หวงั เปน็ อยำ่ งยงิ่ วำ่ หนงั สอื แนวทำงกำรดำ� เนนิ
ทุกระดับ ให้มีส�ำนึกรับผิดชอบต่อส่วนรวม งำน “โครงการสบื สาน รกั ษา ตอ่ ยอดศาสตร์
รู้รักสำมัคคี เสียสละ และกตัญญูรู้คุณ ซึ่งเป็น พระราชา สู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม”
คณุ สมบตั ขิ องคนไทยทค่ี วรธำ� รงรกั ษำไว้ รวมทง้ั “บวร On Tour” เพอื่ สบื สาน รกั ษาตอ่ ยอด
ใหเ้ ปน็ แหลง่ กระจำยขอ้ มลู ขำ่ วสำรทถี่ กู ตอ้ งเกย่ี ว ศาสตรพ์ ระราชา ใหเ้ กดิ ความยงั่ ยนื จงั หวดั
กับกำรด�ำเนินนโยบำยต่ำง ๆ ของรัฐบำล และ ยโสธร ประจา� ปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓”
กระทรวงวฒั นธรรม ไดจ้ ดั โครงกำรสบื สำน รกั ษำ จะอ�ำนวยประโยชน์แก่หน่วยงำนทุกภำคส่วน
ต่อยอดศำสตร์พระรำชำ สู่กำรท่องเที่ยวเชิง ส�ำหรับใช้เป็นแนวทำงในกำรบูรณำกำรกำร
วฒั นธรรม “บวร On Tour” เพอ่ื สบื สำน รกั ษำ ด�ำเนินงำนร่วมกัน เพ่ือพัฒนำต่อยอดทุนทำง
ตอ่ ยอดศำสตรพ์ ระรำชำ ใหเ้ กดิ ควำมยงั่ ยนื นำ� ไป วฒั นธรรมของทอ้ งถน่ิ ใหเ้ กดิ ควำมมน่ั คง มง่ั คง่ั
สกู่ ำรปฏบิ ตั ขิ องประชำชนในวงกวำ้ ง และสนอง และยง่ั ยนื ตอ่ ไป
ตอบนโยบำยของรัฐบำลในกำรจัดกิจกรรม
ส่งเสริมกำรท่องเท่ียว และกระตุ้นเศรษฐกิจ
ด้วยกำรน�ำต้นทุนทำงวัฒนธรรมของชุมชน สำ� นกั งำนวฒั นธรรมจงั หวดั ยโสธร
คุณธรรมฯ ท่ีมีควำมงดงำมทำงศำสนำศิลป ๒๗ เมษำยน ๒๕๖๓
วฒั นธรรมประเพณี วถิ ชี วี ติ วถิ พี อเพยี ง ผลติ ภณั ฑ์
ภูมิปัญญำ ควำมงดงำมทำงธรรมชำติ ควำมรัก
สำมคั คี เคำรพเทดิ ทนู สถำบนั ชำติ ศำสนำ
1
บทสรุปสา� หรบั แห่งชำติ ฉบับท่ี ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๙ - ๒๕๖๔)
สรำ้ งคนดี สงั คมดี เสรมิ สรำ้ งควำมเขม้ แขง็ จำก
ภำยใต้แผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชำติ
ผบู้ รหิ ารE X E C U T I V E ฉบบั ที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๙ - ๒๕๖๔) สร้ำงคนดี
สังคมดี เสรมิ สรำ้ งควำมเข้มแขง็ จำกภำยในให้
ทกุ คน ทกุ ครอบครัว ทุกชุมชนทุกองค์กรและ
ทกุ หนว่ ยงำน มคี ณุ ธรรม กลำ่ วคอื มคี วำมจงรกั
ภักดีต่อสถำบันชำติ ศำสนำพระมหำกษัตริย์
มีคุณธรรมตำมหลักศำสนำมีควำมพอเพียง
มวี นิ ยั ซอื่ สตั ยส์ จุ รติ และจติ อำสำ นอ้ มน�ำหลกั
ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียงสู่กำรปฏิบัติ
วดฒัร.นพธวรงรคม�าจังทหอวงัดทย่ัวโสธร และด�ำรงชีวิต ตำมวิถีวัฒนธรรมที่ดีงำม
เมอื่ วนั ที่ ๑๒ กรกฎำคม ๒๕๕๙ คณะรฐั มนตรี และนโยบำยกระทรวงวัฒนธรรมท่ีมุ่งเน้นกำร
ได้มีมติประกำศใช้แผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรม ขบั เคลอ่ื นงำนดำ้ นศำสนำ ศลิ ปะ วฒั นธรรมให้
แห่งชำติ ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๙-๒๕๖๔) เกิดผลเป็นรูปธรรม ภำยใต้แนวทำง “สบื สาน
ซ่ึงเป็นแผนส่งเสริมคุณธรรมฉบับแรกของไทย รกั ษา ตอ่ ยอด และปฏบิ ตั หิ นา้ ทรี่ าชการดว้ ย
ที่ให้ควำมส�ำคัญกับกำรพัฒนำคนและสังคมให้ หลกั ธรรมาภบิ าล”ตลอดจน กำรปลกู ฝงั คำ่ นยิ ม
มีคุณภำพและคุณธรรม สอดคล้องกับแผน และวฒั นธรรมทดี่ ที งั้ ดำ้ นคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม
ยุทธศำสตร์ชำติ ๒๐ ปี และนโยบำยรัฐบำล ให้กับประชำชนและชุมชนตำมหลักปรัชญำ
ที่ต้องกำรพัฒนำประเทศสู่ควำมสมดุลอย่ำง ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง โดยกระทรวงวฒั นธรรม
ยั่งยืน ท้ังทำงวัตถุและจิตใจและกำรมีส่วนร่วม ไดจ้ ดั ทำ� โครงกำรสบื สำน รกั ษำ ตอ่ ยอดศำสตร์
ของภำคีกำรพัฒนำทุกภำคส่วนท้ังในระดับ พระรำชำ สกู่ ำรทอ่ งเทย่ี วเชงิ วฒั นธรรม “บวร
ชุมชน อ�ำเภอ จังหวัดและระดับประเทศ On Tour” เพอ่ื สบื สำน รักษำ ต่อยอดศำสตร์
เพื่อร่วมกันก�ำหนดวิสัยทัศน์และทิศทำงกำร พระรำชำ ใหเ้ กิดควำมยงั่ ยนื นำ� ไปสกู่ ำรปฏบิ ตั ิ
พัฒนำส่งเสริมคุณธรรม มุ่งสู่สังคมคุณธรรม ของประชำชนในวงกวำ้ งและสนองตอบนโยบำย
โดยเฉพำะกำรพัฒนำคนให้มีคุณธรรมตำมหลัก ของรฐั บำลในกำรจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ กำรทอ่ งเทย่ี ว
ธรรมทำงศำสนำนอ้ มนำ� หลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ และกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยกำรน�ำต้นทุนทำง
พอเพียง มำใช้ในกำรพัฒนำคนให้มีคุณธรรม วัฒนธรรมของชุมชนคุณธรรมฯ ท่ีมีควำม
ตำมหลักธรรมทำงศำสนำ น้อมน�ำหลกั ปรัชญำ งดงำมทำงศำสนำ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี
ของเศรษฐกิจพอเพียงมำใช้เป็นหลักในกำร วถิ ีชีวิตวถิ พี อเพียง ผลติ ภัณฑ์ภูมิปญั ญำ ควำม
พฒั นำชีวิตและดำ� รงชวี ิตตำมวิถวี ัฒนธรรมไทย งดงำมทำงธรรมชำติ ควำมรักสำมัคคี เคำรพ
อนั ดงี ำม เทิดทูนสถำบันชำติ ศำสนำพระมหำกษัตริย์
กระทรวงวัฒนธรรม สนองนโยบำยรัฐบำล ของพลังบวรและประชำชนทุกคนในชุมชน
โดยด�ำเนินกำรส่งเสริมคุณธรรมในทุกระดับ มำเป็นเสน่ห์ดงึ ดดู นกั ทอ่ งเทยี่ วใหม้ ำเยยี่ มเยอื น
ต2ำมยทุ ธศำสตรภ์ ำยใตแ้ ผนแมบ่ ทสง่ เสรมิ คณุ ธรรม ชุมชนคุณธรรมฯ สร้ำงรำยได้จำกสินค้ำและ
บรกิ ำรทำงวฒั นธรรม ๑๐. ชมุ ชนคณุ ธรรมฯ วดั บรู พำ ตำ� บลทงุ่ แต้
สำ� นกั งำนปลดั กระทรวงวฒั นธรรมไดด้ ำ� เนนิ อ�ำเภอเมืองยโสธร จงั หวัดยโสธร
กำรคัดเลือกชุมชนคุณธรรมท่ีมีศักยภำพในกำร ๑๑. ชมุ ชนคุณธรรมฯ วดั ฟำ้ หยำด ตำ� บล
ท่องเที่ยวทั่วประเทศ จ�ำนวน ๑,๐๐๐ ชุมชน ฟ้ำหยำด อำ� เภอมหำชนะชัย จังหวดั ยโสธร
โดยสำ� นกั งำนวฒั นธรรมจงั หวดั ยโสธร ไดร้ บั กำร ๑๒. ชุมชนคณุ ธรรมฯ วัดนำเวยี ง (วัดสระ
พิจำรณำคัดเลือกชุมชนคุณธรรมน้อมน�ำหลัก ไตรนุรักษ์) ต�ำบลนำเวียง อ�ำเภอทรำยมูล
ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง ขับเคลื่อนด้วย จังหวดั ยโสธร
พลังบวร ในพื้นที่จังหวัดยโสธร เพ่ือเข้ำร่วม โดยกำรดำ� เนนิ โครงกำรสบื สำนรกั ษำตอ่ ยอด
โครงกำรดงั กลำ่ ว จำ� นวน ๑๒ ชมุ ชน โดยจะดำ� เนนิ ศำสตรพ์ ระรำชำ สกู่ ำรทอ่ งเทย่ี วเชงิ วฒั นธรรม
กำรสง่ เสรมิ สนบั สนนุ กำรทอ่ งเทย่ี วชมุ ชน กระตนุ้ “บวร On Tour” ในชุมชนคณุ ธรรมน้อมนำ�
ใหเ้ กดิ กำรท่องเท่ยี วซง่ึ จะกอ่ ให้เกิดรำยไดใ้ ห้กบั หลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ขบั เคลอื่ น
ชมุ ชน ทอ้ งถน่ิ และในพน้ื ทจ่ี งั หวดั ยโสธร มชี มุ ชน ดว้ ยพลงั บวร จงั หวดั ยโสธร จะเปน็ กำรดำ� เนนิ
คุณธรรมน้อมน�ำหลักปรัชญำของเศรษฐกิจ กิจกรรมสร้ำงสื่อวีดิทัศน์ เอกสำรเผยแพร่
พอเพียง ขับเคล่ือนด้วยพลังบวร ที่มีศักยภำพ ประชำสัมพันธ์เสน่ห์ชุมชนคุณธรรมน้อมน�ำ
ดำ้ นกำรทอ่ งเทยี่ ว โดยชมุ ชนคณุ ธรรมฯ ในพน้ื ท่ี หลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ขบั เคลอ่ื น
จงั หวดั ยโสธรทไี่ ดร้ บั กำรพจิ ำรณำคดั เลอื กเขำ้ รว่ ม ดว้ ยพลงั บวร เพอ่ื สง่ เสรมิ กำรทอ่ งเทย่ี วชมุ ชน
โครงกำรดังกลำ่ ว ประกอบด้วย สบื สำน รักษำ ตอ่ ยอด ศำสตรพ์ ระรำชำ ใน
๑. ชุมชนคณุ ธรรมฯ วดั ศรบี ญุ เรือง ตำ� บล กำรสรำ้ งงำน สรำ้ งอำชพี สรำ้ งรำยได้ เกดิ กำร
กดุ เชยี งหมี อำ� เภอเลิงนกทำ จงั หวดั ยโสธร ท่องเท่ียวในชุมชน และต่อยอดทุนทำง
๒. ชุมชนคณุ ธรรมฯ วัดโพธำรำม ต�ำบล วัฒนธรรม สกู่ ำรพฒั นำอยำ่ งย่ังยืน ซง่ึ ชุมชน
ห้องแซง อำ� เภอเลิงนกทำ จงั หวดั ยโสธร คุณธรรมฯ ท้งั ๑๒ ชมุ ชนมีประวัติควำมเป็น
๓. ชมุ ชนคุณธรรมฯ วัดหนองเลงิ ต�ำบล มำมีเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ทโ่ี ดดเดน่ รวมทงั้
แคนนอ้ ย อำ� เภอคำ� เข่ือนแกว้ จังหวัดยโสธร มกี ำรขบั เคลอื่ นชมุ ชนคณุ ธรรม ฯ ตำมกรอบ
๔. ชมุ ชนคณุ ธรรมฯ วดั ศรฐี ำนนอก ตำ� บล แนวทำงที่ก�ำหนด มีแหล่งภูมิปัญญำท้องถ่ิน
ศรฐี ำน อำ� เภอปำ่ ติ้ว จังหวดั ยโสธร ๒ แ ล ะ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ ์ ท ำ ง วั ฒ น ธ ร ร ม ที่ ส� ำ คั ญ
๕. ชุมชนคุณธรรมฯ วัดกู่จำน ต�ำบลกู่จำน ทสี่ ำมำรถสง่ เสรมิ สนบั สนนุ ใหเ้ ปน็ แหลง่ สรำ้ ง
อำ� เภอคำ� เขอ่ื นแกว้ จังหวดั ยโสธร อำชพี และรำยได้ให้กับคนในชุมชนท้องถ่ิน
๖. ชุมชนคุณธรรมฯ วดั โคกกอ่ ง ต�ำบลบงุ้ ค้ำ ได้อย่ำงดียิ่ง ที่ส�ำคัญยังมีทุนทำงวัฒนธรรม
อ�ำเภอเลิงนกทำ จังหวดั ยโสธร ด้ำนอื่น ๆ ของชุมชนซ่ึงเป็นเสน่ห์ท่ีสำมำรถ
๗.ชมุ ชนคณุ ธรรมฯวดั อคั รเทวดำมคี ำแอลซง่ แย้ ดึงดูดนักท่องเท่ียวให้มำเยี่ยมเยือนชุมชน
ตำ� บลคำ� เตย อำ� เภอไทยเจรญิ จังหวดั ยโสธร คุณธรรมฯ และสำมำรถพฒั นำตอ่ ยอดให้เกดิ
๘. ชุมชนคณุ ธรรมฯ วดั ปำ่ พุทธคิ ุณ ตำ� บล กำรทอ่ งเทย่ี วเชงิ วฒั นธรรม “บวร On Tour”
หนองแหน อำ� เภอกุดชมุ จงั หวดั ยโสธร ไดอ้ ยำ่ งมน่ั คง มง่ั คงั่ และยัง่ ยนื สบื ไป
๙. ชุมชนคุณธรรมฯ วัดโพธิกำญจนำรำม ---------------------------------------
ตำ� บลบึงแก อำ� เภอมหำชนะชยั จังหวดั ยโสธร
3
สารบญัC O N T E N T ๑๓บญุ บัง้ ไฟ
สถานท่สี �าคญั
๕ ประวตั ิเมอื งยโสธร
๗ เสน้ ทำงสู่ ๑๒ ชุมชนคณุ ธรรม
วฒั น“ธหรมรู่บมผา้ นไู้ ททบอ่ า้งนเทกี่ยุดวแทขา้ดง่อน”
๑๐ ชุมชนคณุ ธรรมวัดโพธำรำม ๓๐“วัดนาเวยี ง”
๑๒ ชุมชนคณุ ธรรมวัดศรฐี ำนนอก
๑๔ ชุมชนคณุ ธรรมวัดหนองเลงิ
๒๐๑๖ ชุมชนคุณธรรมวดั กจู่ ำน
๑๘ ชมุ ชน“คพุณธญรรมาวแัดโยคก้ กแอ่ ยง ย้ ักษ”์
๒๒ ชุมชนคณุ ธรรมวดั ป่ำพุทธคิ ณุ
๒๔ ชมุ ชนคุณธรรมวัดโพธกิ ำจนำรำม
๒๖ ชมุ ชนคณุ ธรรมวัดบูรพำบำ้ นทุ่งแต้
๒๘ ชุมชนคุณธรรมวดั ฟำ้ หยำด
4
เมือง เจำ้ นครเวยี งจนั ทนอ์ ยู่ เกดิ หวำดระแวงจงึ ยกกองทพั
จำกนครเวียงจันทน์ มำปรำบปรำม พระเจ้ำตำถกู
ข้ำศึกยิงด้วยอำวุธปืน และฟันด้วยดำบจนถึงแก่
พิรำลยั ในทีร่ บ เจำ้ พระวอ เจำ้ ค�ำผง และเจ้ำฝำ่ ย
เป็นดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ริมฝั่งแม่น�้ำชี หนำ้ ผู้เป็นนอ้ งทั้ง ๒ ของเจ้ำพระวอ อกี ท้งั เจ้ำก�่ำ
ได้ชือ่ ว่ำ เมืองบ้ังไฟ เปน็ ดินแดนทม่ี อี ดตี อันล�ำ้ คำ่ เจ้ำทิดพรมได้ยกทัพฝ่ำหนีออกจำกเมืองหนองบัว
และยำวนำนกว่ำ ๒๐๐ ปี ยโสธรมีประวัติควำม ลุมภูไปพึ่งพำเจ้ำนครจ�ำปำศักดิ์ ขบวนทัพของ
เปน็ มำอันยำวนำนเกยี่ วพนั กับเมอื งหนองบวั ลุมภู เจ้ำพระวอได้เดินทำงตำมลุ่มน้�ำชีมำพักกับ
นครเข่ือนขัณฑ์กำบแก้วบัวบำน และเกี่ยวพันกับ เจำ้ คำ� สู ผปู้ กครองบำ้ นสงิ หท์ ำ่ (ปจั จบุ นั คอื จงั หวดั
เมืองอุบลฯ ในเขตพ้ืนท่ีจังหวัดยโสธร ได้พบร่อง ยโสธร) ภำยหลงั ตอ่ มำเจำ้ พระวอดำ� รวิ ำ่ หำกอยกู่ บั
รอยกำรตง้ั ถนิ่ ฐำนของมนษุ ยจ์ ำกยคุ ประวตั ศิ ำสตร์ เจ้ำค�ำสูแล้ว ถ้ำเวียงจันทน์ยกทัพมำก็จะเป็นกำร
ต่อเนื่องกันมำจนถึงยุคปัจจุบัน ชุมชนโบรำณ ลำ� บำก และจะเกดิ ศกึ สงครำมกนั ตอ่ ไป เมอ่ื ประชมุ
ส่วนใหญ่ต้ังอยู่ในเขตทุ่งรำบโล่งหรือบริเวณขอบ ตกลงกันแล้วจึงได้พำไพร่พลอพยพลงไปตำม
ชำยทงุ่ ตดิ กบั พนื้ ทโี่ คกและปำ่ ไดแ้ ก่ ชมุ ชนโบรำณ ลำ� นำ�้ มลู และสร้ำงเมืองใหม่ที่ดอนวังกองเขตนคร
ชำยขอบทุ่งกุลำร้องไห้ ในเขตอ�ำเภอมหำชนะชัย จำ� ปำศกั ด์ิ ตำมรบั สง่ั ของพระเจำ้ องคห์ ลวงเจำ้ นคร
และอำ� เภอคอ้ วงั เชน่ ชมุ ชนโบรำณท่ีบ้ำนหัวเมือง จ�ำปำศักดิ์ โดยเจ้ำพระวอให้ขุดคูสร้ำงค่ำยข้ึน
บำ้ นคเู มอื ง บำ้ นคสู องชน้ั ในเขตอำ� เภอมหำชนะชยั เรยี กวำ่ ค่ำยบ้ำนดูบ่ ้ำนแก
ชมุ ชนโบรำณบำ้ นนำ้� ออ้ มบำ้ นโพนแพงบำ้ นหมำกมำย พ.ศ.๒๓๕๔ เจ้ำพระยำพิชัยรำชขัตติยวงศำ
บ้ำนแข้ บ้ำนโพนเมอื ง ในเขตอ�ำเภอค้อวงั ถึงแก่พิรำลัย พระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำ
ประมำณปี พ.ศ.๒๓๑๔ พระเจ้ำตำเจ้ำพระวอ นภำลัย โปรดให้เจ้ำหนู หลำนเจ้ำนครจ�ำปำศักด์ิ
เสนำบดีเก่ำนครเวียงจันทน์อพยพครอบครัวและ ครองนครจ�ำปำศักด์ิสืบไป ฝ่ำยเจ้ำรำชวงศ์สิงห์
บริวำรหนีมำเพ่ือตั้งรกรำกใหม่ เน่ืองจำกไม่พอใจ บตุ รเจำ้ พระยำพชิ ยั รำชขตั ตยิ วงศำ กลบั มำอยบู่ ำ้ น
เจ้ำนครคนใหม่ โดยใชช้ ่อื เมืองใหมว่ ำ่ เมืองหนอง เดมิ คอื บำ้ นสงิ หท์ ำ่ และไดน้ ำ� เอำอฐั ขิ องเจำ้ พระยำ
บัวลุมภู ขณะเดียวกันพระเจ้ำศิริบุญสำรซึ่งเป็น พชิ ยั รำชขตั ตยิ วงศำ กลบั มำดว้ ยและนำ� มำกอ่ เจดยี ์
5
บรรจุไวท้ ี่วัดมหำธำตุ ใกลก้ บั พระธำตพุ ระอำนนท์ ได้มกี ำรจดั รปู กำรปกครองใหม่ หวั เมืองอีสำนช้ัน
ซึง่ ยังปรำกฏอย่จู นปัจจุบนั เอก โท ตรแี ละจตั วำ ถกู รวมเขำ้ ดว้ ยกนั เรยี กวำ่ กอง
พ.ศ. ๒๓๕๗ พระบำทสมเดจ็ พระพุทธเลิศหลำ้ ส�ำหรับเมืองยโสธรถูกรวมเข้ำอยู่ในหัวเมืองฝ่ำย
นภำลยั ไดท้ รงพระกรณุ ำโปรดเกลำ้ ฯใหย้ กบำ้ นสงิ หท์ ำ่ ตะวนั ออกเฉียงเหนอื มขี ้ำหลวงต้ังกองว่ำรำชกำร
ขนึ้ เปน็ เมอื งและพระรำชทำนนำมวำ่ เมอื งยศสนุ ทร อย่ทู ่ีเมืองอบุ ล ประกอบดว้ ยหัวเมอื ง ๑๒ หัวเมือง
ใหเ้ จำ้ รำชวงศส์ งิ หเ์ ปน็ เจำ้ ครองเมอื งมรี ำชทนิ นำมวำ่ คอื อบุ ลรำชธำนี กำฬสนิ ธ์ุ สวุ รรณภมู ิ มหำสำรคำม
พระสนุ ทรรำชวงศำ เป็นเจำ้ เมอื งคนแรกของเมือง ร้อยเอด็ ภูแลน่ ชำ้ ง กมลำไสย เขมรำฐ เมืองสอง
ยโสธร คอนดอนดง ยโสธร และศรีสะเกษ ซ่ึงขนึ้ ตรงต่อ
คำ� วำ่ ยศสนุ ทร ตอ่ มำกลำยเปน็ ยะโสธร มคี วำม กรงุ เทพฯ
หมำย ว่ำ ทรงไว้ซึง่ ยศ แตก่ ำรเขยี นหรือกำรเรียก ในปี พ.ศ. ๒๔๓๖ เกิดกรณีพิพำทระหวำ่ งไทย
ส้ัน ๆ ว่ำ ยะโส ไม่เปน็ ท่ีไพเรำะหแู ละไมเ่ ป็นมงคล กับฝรง่ั เศส ฝร่งั เศสได้ยกกำ� ลงั จำกเมืองญวนมำตี
นำม ร.ต.ท.พวง ศรบี ญุ ลอื นำยอำ� เภอยะโสธร (พ.ศ. เมอื งสมโบกของไทย เมอื งยโสธรไดถ้ กู เกณฑใ์ หไ้ ป
๒๕๐๐ – ๒๕๑๓) ได้มีหนังสือขอให้เขียนชื่อเสีย ช่วยรักษำเขตแดน โดยน�ำก�ำลังไปสมทบกองทัพ
ใหมเ่ ปน็ “ยโสธร” และไดร้ บั อนญุ ำตจำกกระทรวง จำกกรงุ เทพฯ สำมกองทพั กองทพั ละ ๑,๐๐๐ คน
มหำดไทย โดยควำมเหน็ ชอบของรำชบณั ฑติ ยสถำน พ.ศ. ๒๔๔๓ ไดย้ บุ เลกิ มณฑลอสี ำน เมอื งยโสธร
ใหเ้ ปล่ียนได้ และใช้มำจนบดั นี้ ไดร้ วมเขำ้ กบั เมอื งอบุ ล โดยแยกออกเปน็ ๒ อำ� เภอ
ในรชั สมยั พระบำทสมเดจ็ พระนงั่ เกลำ้ เจำ้ อยหู่ วั คอื อำ� เภออทุ ยั ยโสธรภำยหลงั เปน็ อำ� เภอคำ� เขอ่ื นแกว้
เม่ือเกิดศึกเจ้ำอนุวงศ์เวียงจันทน์ เมืองยโสธรก็ได้ และอำ� เภอประจมิ ยโสธร ภำยหลงั เปน็ อำ� เภอยโสธร
รับเกณฑ์เข้ำร่วมศึกคร้ังนี้ด้วยได้ชัยชนะ ได้รับ ในปี พ.ศ. ๒๔๕๖ ได้เปลี่ยนชื่ออ�ำเภออุทัย
พระรำชทำนเชลยเมอื งเวยี งจนั ทน์ ๕๐๐ ครอบครวั ยโสธร เปน็ อ�ำเภอคำ� เขอ่ื นแก้ว เปล่ียนชื่ออำ� เภอ
และพระรำชทำนปนื ใหญไ่ วส้ ำ� หรบั เมอื งหนง่ึ กระบอก ปจิมยโสธร เป็นอ�ำเภอยโสธร เมอื งยโสธร จงึ ลด
ชื่อว่ำ ปืนนำงป้อง ยังปรำกฏอยู่ท่ีศำลหลักเมือง ฐำนะจำกเมอื งมำเปน็ อำ� เภอ ต้ังแต่น้นั เป็นตน้ มำ
ยโสธรมำจนถึงปัจจุบัน เม่ือพระสุนทรรำชวงศำ พ.ศ. ๒๔๙๔ กระทรวงมหำดไทยไดร้ เิ รม่ิ ขอตง้ั
เหม็นได้เป็นเจ้ำเมืองแล้ว ได้น�ำศิลำจำกบ้ำนแก้ง อำ� เภอยโสธรข้ึนเปน็ จงั หวัด จนกระท่ังถงึ วนั ที่ ๖
หินโงมมำสร้ำงพระพุทธบำทจ�ำลอง แล้วสร้ำงวัด กุมภำพันธ์ ๒๕๑๕ จึงได้มีประกำศ คณะปฏิวัติ
ปำ่ อมั พวัน และวัดกลำงศรไี ตรภูมไิ ว้เป็นวดั คู่เมอื ง ฉบบั ที่ ๗๐ ต้งั อำ� เภอยโสธรข้ึนเปน็ จังหวัดยโสธร
ในรัชสมัยพระบำทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ำ โดยมีผลบังคับใช้ต้ังแต่วันท่ี ๑ มีนำคม ๒๕๑๕
เจำ้ อยหู่ วั เมือ่ ปี พ.ศ. ๒๔๑๗ ได้เกดิ ศกึ ฮ่อยกก�ำลัง โดยแยกอำ� เภอยโสธร อ�ำเภอค�ำเขื่อนแกว้ อำ� เภอ
มำตีเมืองหนองคำย เมืองยโสธรถูกเกณฑ์ให้ยก มหำชนะชัย อ�ำเภอป่ำติ้ว อ�ำเภอเลิงนกทำ และ
ก�ำลงั ไปสมทบ กองทัพจำกกรุงเทพ ฯ เป็นจำ� นวน อำ� เภอกดุ ชมุ ของจงั หวดั อบุ ลรำชธำนี รวมกนั เปน็
๕๐๐ คน ตอ่ มำเมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๔๒๖ พวกฮอ่ ได้ยก จังหวดั ยโสธร จงั หวดั ที่ ๗๑ ของประเทศไทย
ก�ำลังมำต้งั อยทู่ ่ีท่งุ เชยี งค�ำ เมืองยโสธรได้รบั เกณฑ์
ให้เอำกำ� ลังชำ้ งม้ำโคต่ำง ๆ ไปเปน็ พำหนะบรรทกุ
เสบยี งไปเลย้ี งกองทพั พ.ศ. ๒๔๓๓ สมยั รชั กำลท่ี ๕
6
ยโสธร
บวร On tour
ชมุ ชนคุณธรรม ชมุ ชนคุณธรรม ชุมชนคุณธรรม ชุมชนคุณธรรม ชุมชนคณุ ธรรม ชุมชนคุณธรรม
วดั ศรีบญุ เรือง วัดโพธาราม วดั ศรฐี านนอก วัดหนองเลงิ
วัดกจู่ าน วดั โคกก่อง
ชุมชนคณุ ธรรม ชมุ ชนคุณธรรม ชุมชนคุณธรรม ชมุ ชนคณุ ธรรม ชุมชนคุณธรรม ชุมชนคณุ ธรรม
วดั อคั รเทวดา วัดปา่ พทุ ธคิ ุณ วดั โพธกิ าจนาราม วัดบรู พา
มีคาแอลซง่ แย้ บ้านทงุ่ แต้ วัดฟา้ หยาด วดั นาเวยี ง
7
ชมุ ชนคุณธรรม
วัดศรบี ญุ เรือง
“หมบู่ า้ น ชมุ ชนคณุ ธรรม วัดศรบี ุญเรอื ง
ท่องเทยี่ วทาง
วฒั นธรรมผไู้ ท บา้ นกดุ แขด้ อ่ นเป็นชุมชนวิถีพุทธ ที่ยังคงรักษำเอกลักษณ์
บ้านกุดแขด้ อ่ น” ควำมเป็นผู้ไท และสืบสำนขนบธรรมเนียมวิถีถ่ินผู้ไทที่งดงำม
ได้อย่ำงดียิ่ง สัมผัสมนตเ์ สน่หแ์ ละวถิ ชี วี ติ ผูไ้ ท ลม้ิ รสในอำหำร
ท้องถ่ิน เรียนรู้กระบวนกำรท�ำกลองตุ้ม กำรทอผ้ำพื้นเมือง
ผำ้ ตำมอ่ ง กระบวนกำรยอ้ มผำ้ ดว้ ยครำม กำรแปรรปู ผำ้ พนื้ เมอื ง
วิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง กระบวนกำรแปรรูปข้ำวเกษตร
อินทรยี ์ กำรจักสำนงำนฝีมือผ้ไู ท
8
“ท่องเทยี่ ว
ศกึ ษาวิธชี ุมชน
๒ วัน ๑ คนื ”
กิจกรรมวันแรก
ภาคเช้า : เช็คอินวัดศรีบุญเรือง
ผ้นู �ำชุมชนตอ้ นรับอย่ำงอบอุน่ และนำ�
ชมจุดเรียนรู้กับวิถีชีวิตชำวพื้นเมืองภู
ไท ชมกำรท�ำกลองตุ้ม กำรทอผ้ำพ้ืน
เมอื งลำยตำมอ่ ง ชมขนั้ ตอนกำรยอ้ มผำ้
ครำมกำรแปรรูปผ้ำพ้ืนเมือง และ
ผลิตภัณฑต์ ำกะยำย ชมวิถเี กษตร
ภาคบ่าย : สัมผัสวิธีเกษตรธรรมชำติ
บำ้ นไรพ่ นำวรรณ (ฟำรม์ แพะ)บรรยำกำศ
ริมเขำ ชมกระบวนกำรแปรรูปข้ำว
เกษตรอนิ ทรยี แ์ ละงำนจกั สำนฝมี อื ชำว
ผไู้ ท
ภาคเย็น : พบกันที่ลำนผู้ไท ชมกำร
แสดง ร่วมกิจกรรมแสง สี เสียง
มหกรรมอำหำรผู้ไท ชมวถิ ชี ีวิต
กำรแสดงฟอ้ นกลองตุม้
มคั คเุ ทศก์ชมุ ชน กิจกรรมวนั ทส่ี อง
นำยศรปี ทมุ สวุ ะศรโี ทร ๐๙๖-๗๐๕ ๓๑๔๑ ตนื่ เชา้ รบั อรณุ รว่ มทา� บญุ ตกั บาตร ดว้ ยการ
นำยอทุ ร สวุ ะศรี โทร. ๐๘๑-๐๑๐ ๑๒๒๗ แตง่ กายพื้นเมืองชุดผู้ไทกุดแข้ด่อน และร่วม
ลม้ิ รสอาหารพ้นื บา้ น ซ้อื ของฝากของท่ีระลกึ
ผลิตภณั ฑ์วฒั นธรรมไทยของชมุ ชน 9
“สมั ผัสวีถี ชมุ ชนคณุ ธรรม
ชาวผไู้ ท”
วัดโพธาราม
ต�าบลห้องแซง อา� เภอเลงิ นกทา จงั หวัดยโสธร
อัตลักษณ์ชุมชนคุณธรรมวัดโพธำรำมเป็นชุมชนวิถี
พุทธท่ียังคงรักษำเอกลักษณ์ควำมเป็นผู้ไทและสืบสำน
ขนบธรรมเนยี มวถิ ถี น่ิ ผไู้ ททงี่ ดงำมไดอ้ ยำ่ งดยี งิ่ สมั ผสั มนต์
เสนห่ ์และวิถชี ีวิตผู้ไท
ลมิ้ รสในอำหำรทอ้ งถน่ิ กำรทอผำ้ พนื้ เมอื ง ผำ้ ตำมอ่ งกระบวนกำรยอ้ มผำ้ ดว้ ยครำมกำร
แปรรูปผ้ำพ้นื เมือง วิถชีวิตเศรษฐกิจพอเพยี ง กำรจักสำนงำนฝมี อื ผูไ้ ท ชมุ ชนวัดโพธำรำม
มีประเพณีส�ำคญั เช่น บุญผะเหวด สงกรำนต์ บุญปัง้ ไฟ และศิลปะกำรฟ้อนรำ� ทีส่ วยงำม
มสี ง่ิ แวดลอ้ มทำงธรรมชำติมีอำกำศท่บี ริสุทธิ์อุดมสมบูรณม์ ีภมู ทิ ัศน์ทีส่ วยงำม
10
นักท่องเท่ียวท่ีมาเยือน จะได้ชมการฟ้อน
ต้อนรับ การแสดงพื้นบ้าน และเดินเลาะ
ชมฐานเรียนร้ภู มู ปิ ัญญาท้องถิ่น เช่น การ
ยอ้ มผา้ ดว้ ยวสั ดจุ ากธรรมชาติ สวนมะนาว
นายบุญเรือง กลุ่มทอผ้ามัดหม่ี ช่วงเช้า
ตกั บาตรตามวถิ ชี มชนุ และรว่ มงานพาแลง
ลมิ้ ลองอาหารรสเลศิ ของชาวผไู้ ท พรอ้ มชม
การแสดงพืน้ บา้ น และซื้อของฝากทต่ี ลาด
ชุมชน ผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือที่ข้ืนชื่อของ
ชุมชนวดั โพธาราม
มัคคเุ ทศก์ชุมชน 11
นำงละเอยี ด ศรสี ขุ ๐๘๑๙๑๑๑๕๐๙
ตา� บลศรฐี าน อา� เภอปา่ ตว้ิ จงั หวดั ยโสธร
“กขาอเรงสทชน่อมุ งชห่ เนท์ ”่ียว
ด้านศาสนา ประชำชนใน
ชุมชนส่วนใหญ่นับถือศำสนำ
พุทธ จึงมีวัดที่ส�ำคัญในชุมชน
หลำยแห่งเป็นศูนย์รวมจิตใจ
ประชำชนนิยมท�ำบุญตักบำตร
ในวันส�ำคัญต่ำงๆ ทำงศำสนำ
และตำมควำมเชื่อ เพ่ือควำม
เป็นสิริมงคลในท้องถ่ิน และมี ของท้องถิ่นและของสังคมไทย
กิจกรรมอ่นื ๆ ท่ีเป็นกำรส่งเสริม เชน่ ประเพณสี งกรำนตร์ ดนำ�้ ดำ� หวั
ทำ� นบุ ำ� รงุ ศำสนำ เชน่ เวยี นเทยี น ผู้สูงอำยุ ประเพณีบุญบั้งไฟและ
วันวสิ ำขบชู ำ เขำ้ วัดปฏบิ ตั ิธรรม ประเพณลี อยกระทง
ในเทศกำลเขำ้ พรรษำ เป็นต้น ด้านธรรมชาติ ต�ำบลศรีฐำน
ด้านศิลปวัฒนธรรม ชุมชน มีอ่ำงเก็บน้�ำขนำดใหญ่ ซึ่งคนใน แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วเชงิ เกษตรบา้ นดนิ
ต�ำบลศรีฐำน เป็นชุมชนท่ีมีกำร ทอ้ งถนิ่ เรยี กวำ่ บอ่ โจโ้ ก้ เปน็ แหลง่ บ้ำนศรีฐำน มีแหล่งเรียนรู้และ
อนรุ กั ษป์ ระเพณี ศลิ ปวฒั นธรรม นำ�้ ขนำดใหญ่ และมคี วำมสวยงำม ทอ่ งเทย่ี วเชงิ เกษตรบำ้ นดนิ ซง่ึ เปน็
อันดีงำมของท้องถ่ินไว้สืบต่อกัน ตำมธรรมชำติ ชมุ ชนไดใ้ ชป้ ระโยชน์ ศนู ยเ์ รยี นรเู้ กษตรอนิ ทรยี ์ โดยกลมุ่
มำชำ้ นำนและเปน็ ประเพณที สี่ ำ� คญั เป็นแหลง่ น�้ำในกำรท�ำกำรเกษตร อนรุ กั ษศ์ รฐี ำน “พนั พรรณ”
12
ดา้ นทรพั ยากรสตั วป์ า่ บำ้ นเตำไห
มีพื้นที่ป่ำชุมชน ในท้ำยหมู่บ้ำน
ซงึ่ มลี งิ แสม อำศยั อยเู่ ปน็ จำ� นวนมำก
ในแตล่ ะปจี ะมนี กั ทอ่ งเทย่ี วแวะมำให้
อำหำรลิงอยตู่ ลอดทั้งปี
เส้นทางทอ่ งเทย่ี ว
กรำบนมัสกำรพระอรหันตธำตุ
ณ มณฑปวดั ศรฐี ำนใน และพพิ ธิ ภณั ฑ์
หลวงปู่สรวง สิริปุญโญ อดีตเจ้ำ
อำวำสวดั ศรีฐำนใน
ชมอทุ ยำนวำนร(ดอนลงิ )บำ้ นเตำไห
เลือกซ้ือผลิตภัณฑ์ชุมชนฯ หมอน
ขวำนผำ้ ขิดบำ้ นศรีฐำน
ปฏทิ นิ งานวฒั นธรรมประเพณี
ประเพณีสงกรานต์รดน�้ำด�ำหัว
ผู้สูงอำยุ ระหว่ำงวันที่ ๑๓ – ๑๕
เมษำยน ของทุกปี ณ ถนนสำยหลกั
หนำ้ วดั ศรีฐำนใน ต.ศรฐี ำน
ประเพณเี ลยี้ งลงิ บำ้ นเตำไห วนั ท่ี
๑๔ เมษำยน ของทุกปี ณ อุทยำน
วำนร (ดอนลิง) บำ้ นเตำไห ต.ศรฐี ำน
ประเพณีบุญบ้ังไฟบ้ำนศรีฐำน
และบ้ำนเตำไหในเดือนหกช่วงเวลำ
ข้ึน ๑ คำ่� ถงึ แรม ๑๕ คำ�่ ของทกุ ปี
รว่ มสนกุ รำ� เซง้ิ ขบวนแหบ่ ง้ั ไฟ
กจิ กรรมจุดบั้งไฟ
ประเพณีลอยกระทง ขึน้ ๑๕ ค�่ำ
เดอื นสบิ สอง ของทุกปี ณ วดั ศรฐี ำน
นอก
มคั คเุ ทศกช์ ุมชน
นำยบวร พนั ทอง
โทร.๐๘๖-๘๗๒๙๗๓๗
13
ชมุ ชนคณุ ธรรม
วัดหนองเลงิ
ประวัติควำมเป็นมำ เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๔๓๔
“วถิ ีชวิ ิต ชำวบำ้ นแคนนอ้ ยโดยนำยคำ� นำยพมิ พ์กจิ เกยี รต์ิ
หนองเลงิ ” และ นำยนนท์ จวนสำง พรอ้ มด้วยชำวบำ้ นกอก
บ้ำนนำชำว บ้ำนกลำงใหญ่ บ้ำนนำค�ำใหญ่
อ�ำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลรำชธำนี ได้อพยพ
บ้ำนเรือนมำตั้งหมู่บ้ำนอยู่บริเวณป่ำละเมำะ
ทำงทิศใต้ของหนองเลิง ซ่ึงเดิมเป็นหนองน้�ำ
ต่อมำหนองน้�ำต้ืนเขินท�ำให้ดินอุดมสมบรูณ์
ในกำรปลูกข้ำวและมีทรัพยำกรท่ีสมบรูณ์
จึงได้ต้ังถ่ินฐำนและได้ต้ังช่ือว่ำ บ้ำนหนองเลิง
ปี ๒๔๖๐ทำงรำชกำรได้ต้ังบ้ำนหนองเลิงเป็น
หม่บู ้ำน ณ ปัจจุบนั
14
ชมุ ชนคุณธรรม วัดหนองเลงิ 15
เป็นชุมชนวิถีพุทธและสืบสำน
ขนบธรรมเนยี มประเพณที ง่ี ดงำม
ได้อย่ำงดยี ่งิ สัมผสั มนตเ์ สนห่ ์
แ ล ะ วิ ถี ชี วิ ต ชุ ม ช น ท ้ อ ง ถิ่ น
ลมิ้ รสในอำหำรท้องถน่ิ เรยี นรู้
กระบวนกำรทำ� ขำ้ วโปง่ วถิ ชี วี ติ
เศรษฐกิจพอเพียง และชม
หมอล�ำเพลนิ ศลิ ปะกำรแสดง
ที่ยงั คงอนุรักษ์ และสบื ทอดไว้
อย่ำงงดงำม
เส้นทางทอ่ งเทยี่ ว
- กำรสำธิตกำรท�ำข้ำวโป่ง
- กำรสำธติ จดั ทำ� เครอื่ งจกั สำน
มัคคุเทศกช์ ุมชน
นำยคูณมี จวนสำง
โทร. ๐๘๓-๓๗๖๔๙๒๐
ชุมชนคณุ ธรรม
กู่จานพระธาตุ
ชมุ ชนคณุ ธรรม วดั กจู่ าน ตงั้ อยทู่ บ่ี ำ้ น บริเวณดอนกู่ มีศำสนสถำนที่ได้รับ
กจู่ ำน ตำ� บลกจู่ ำน อำ� เภอคำ� เขอื่ นแกว้ จงั หวดั อิทธิพลจำกวฒั นธรรมเขมร ลักษณะเป็น
ยโสธร มหี ลกั ฐำนทำงโบรำณคดกี ระจำยอยใู่ น ปรำสำทกอ่ ด้วยศลิ ำแลงและอิฐ สรำ้ งขนึ้
พื้นท่ี ๓ บริเวณด้วยกันคือ บริเวณดงปู่ตำ ประมำณ พุทธศตวรรษที่ ๑๗ - ๑๘ สมยั
อยู่ทำงด้ำนทิศเหนือของบ้ำนกู่จำน พบใบ พระเจ้ำชัยวรมันท่ี ๗ แผนผังอำคำร
เสมำ ๑๐ ใบ ทำ� จำกหนิ ทรำยแดง รปู ทรงดำ้ น ประกอบดว้ ยปรำสำทประธำน บรรณำลยั
บนคล้ำยกลีบดอกบัว บริเวณกึ่งกลำงใบสลัก ปัจจุบันตัวปรำสำทเหลือเพียงอิฐรูปทรง
ลวดลำยเป็นสันนูน ลำยยอดสถูปเทินเหนือ ส่ีเหลี่ยมจตุรัส กว้ำงด้ำนละ ๗ เมตร
หมอ้ ปรู ณฆฏะทม่ี คี วำมหมำยแทนองคส์ ถปู ใบ ดำ้ นตะวนั ออกของปรำสำทเปน็ บรรณำลยั
เสมำเหลำ่ นป้ี กั อยใู่ นลกั ษณะเดมิ ทง้ั หมด และ กอ่ ดว้ ยศลิ ำแลง สระนำ�้ อยูท่ ำงดำ้ นตะวนั
ยังพบใบเสมำรปู แปดเหลี่ยมอกี ๑ ใบ ท�ำด้วย ออกเฉียงเหนือของปรำสำท เป็นสระรูป
ศลิ ำแลงเสน้ ผำ่ ศนู ยก์ ลำงประมำณ๘๐เซน็ ตเิ มตร สี่เหลย่ี มจตรุ สั
สงู ๑ เมตรเศษ
16
มคั คเุ ทศกช์ ุมชน บริเวณตัวปรำสำทมีแท่นฐำนทรงส่ีเหล่ียม
นำยสุรพล สองเมอื ง ผืนผ้ำ สันนิษฐำนว่ำเป็นท่ีประดิษฐำนรูป
โทร. ๐๘๑-๒๖๓๗๓๒๐ เคำรพ ๓ องค์ ท่ีเรียกวำ่ รัตนตรัยมหำยำน
ประกอบด้วยพระพุทธรูปปำงนำคปรก
อยตู่ รงกลำง พระโพธสิ ตั วอ์ วโลกเิ ตศวร และ
นำงปรัชญำปำรมิตำขนำบอยู่สองข้ำง
ลักษณะแผนผังอำคำรคล้ำยองค์ประกอบ
ศำสนสถำนที่เรียกว่ำ อโรคยำศำล หรือ
โรงพยำบำล ทพี่ ระเจำ้ ชยั วรมนั ท่ี ๗ ใหส้ รำ้ ง
ข้ึน ณ สถำนที่ต่ำง ๆ จ�ำนวน ๑๐๒ แห่ง
ใช้ส�ำหรับเป็นสถำนพยำบำลประชำชน
ทเี่ จบ็ ปว่ ย มพี บอยทู่ ว่ั ไปในกมั พชู ำ และไทย
ทริป เท่ยี ว ๒ วนั ๑ คนื
วันแรก นมัสกำรพระธำตุกู่จำน และ
เยย่ี มชมฐำนเรยี นรู้กำรทำ� ไมก้ วำดดอกหญำ้
ไมก้ วำดทำงมะพรำ้ ว กำรทำ� หนอ่ ไมด้ อง
กำรจักสำน กำรท�ำเส่ือกก กำรทอผ้ำ
กำรทำ� ขนมกะหรป่ี บ๊ั เยยี่ มชมดอนปตู่ ำ
เสมำพันปี ให้อำหำรลิง ชมกู่บ้ำนงิ้ว
เข้ำพักโฮมสเตย์ ร่วมประกอบอำหำร
พน้ื บำ้ นและรับประทำนอำหำรเยน็
วนั ท่สี อง ต่นื เช้ำตกั บำตรหน้ำบำ้ นโฮม
สเตย์พร้อมเจ้ำของบ้ำน รับประทำน
อำหำรเช้ำแบบพื้นบ้ำน ซ้ือของฝำก
ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมในชุมชน
17
ชมุ ชนคณุ ธรรม
วดั โคกกอ่ ง
วัดโคกก่อง เป็นศูนย์รวมจิตใจของชำวบ้ำน
ยึดถือขนบธรรมเนียมประเพณีที่ถือปฏิบัติกัน
อย่ำงเคร่งครดั คือฮีตสบิ สอง คอง สิบสี่ ทุกเดอื น
จะมีบุญประเพณี ประจ�ำทุกเดือน จนเป็นต้น
แบบวิถีชีวิตชำวผู้ไทของ จังหวัดยโสธรและ
เปน็ ตน้ แบบงำนผไู้ ทโลกครง้ั ท่ี ๗ ทช่ี ำวผไู้ ททง้ั ใน
ประเทศไทยและต่ำงประเทศมำร่วมงำนเป็น
จำ� นวนมำก ซง่ึ เปน็ กำรสง่ เสรมิ กำรทอ่ งเทยี่ วจำก
ท้องถ่ินสู่ระดับโลกให้รู้จักและมำเท่ียวถ่ินผู้ไท
18 ทจ่ี งั หวัดยโสธร
“ภูสูง ปฏิทนิ “ฮีต๑๒ ครอง๑๔”
แดนธรรมะ เดอื นอ้าย ประเพณีบุญเขำ้ กรรม (ปริวำสกรรม)
เดือนย่ี ประเพณบี ญุ คณู ลำน
เดือนสาม ประเพณบี ญุ ข้ำวจแี่ ละบุญมำฆะบชู ำ
”กราบพระใหญ่ เดือนสี่ งำนบุญผะเหวด เทศน์มหำชำติ
เดือนห้า ประเพณีสงกรำนต์
วดั ภสู งู เดอื นหก ประเพณบี ุญบงั้ ไฟและวันวสิ ำขะบูชำ
จะจดุ บ้งั ไฟบูชำพญำแถนเพ่อื ขอฝน
เดอื นเจ็ด ประเพณบี ุญเบิกบ้ำน หรือบุญซ�ำฮะ
บุญบชู ำบรรพบุรุษและผีตำแฮกผีปู่ตำ
“วดั ภสู งู ” เปน็ วดั สำขำของวดั ปำ่ เดือนแปด ประเพณเี ข้ำพรรษำฟังพระเทศน์
วังน้�ำทิพย์ที่ทำงวัดตั้งใจจะให้ เดือนเกา้ ประเพณที �ำบุญขำ้ วประดบั ดินเปน็ กำร
เป็น “พุทธอุทยาน” จุดเด่น
ของวัดภูสูงก็คือ พระใหญ่ หรือ อทุ ิศสว่ นกศุ ลให้กบั ผู้ลว่ งลับไปแลว้
รูปปั้นพระพุทธรูปเนื้อสีขำวนวล เดือนสบิ ประเพณขี ำ้ วสำกหรือขำ้ วสลำก
องคใ์ หญ่ซงึ่ ตงั้ ตระหงำ่ นอยภู่ ำยในวดั เดอื นสิบเอด็ บุญออกพรรษำ
โดยบรเิ วณตวั ฐำนของพระพทุ ธรปู เดอื นสิบสอง บุญกฐนิ
ได้ถูกตกแต่งด้วยภำพของพุทธ
ประวตั ขิ ององคส์ มเดจ็ พระสมั มำ
สัมพุทธเจำ้
19
ชมุ ชนคณุ ธรรม
วดั อัครเทวดามคี าแอลซ่งแย้
ประวัติเล่ำสืบกันมำว่ำในปี ค.ศ.๑๙๐๘ มีผู้หนีตำย
อพยพจำกท่ตี ำ่ ง ๆ กัน เข้ำมำอำศยั อยูใ่ นพน้ื ทน่ี รี้ วม ๕
ครอบครัว ซ่งึ หนีมำดว้ ยสำเหตเุ ดยี วกัน คือ ถูกกลำ่ วหำ
ว่ำเป็นผีปอบ ชำวบ้ำนในหมู่บ้ำนจึงรุมท�ำร้ำยและขับไล่
จำกนน้ั ไดเ้ ดนิ ทำงไปหำบำทหลวงเดชำแนล และบำทหลวง
ออมโบรซีโอ ท่ีบ้ำนเซซ่ง ต�ำบลเชียงเพ็ง อ�ำเภอป่ำติ้ว
จังหวัดยโสธร ขอให้ไปช่วยขับไล่ผีปิศำจที่สิงสู่อยู่กับตน
และ ครอบครัว ซึง่ บำทหลวงทงั้ ๒ ทำ่ น ก็ยอมเข้ำป่ำลกึ
ไปตำมค�ำขอ เมื่อรสู้ ึกดีขึ้น ท้ัง ๕ ครอบครัว จึงเข้ำนบั ถือ
ศำสนำคริสตน์ ิกำยโรมนั คำทอลกิ ต่อมำบำ้ นหนองซง่ แย้
มผี คู้ นอพยพไปอยมู่ ำกขน้ึ ในปี ค.ศ. ๑๙๐๙ ชำวบำ้ นปลกู
กระต๊อบ ฝำขัด แตะเล็กๆ ใช้ประกอบพิธีทำงศำสนำ
นับว่ำเป็นจุดก�ำเนิดวัดซ่งแย้ หรือช่ืออย่ำงเป็นทำงกำร
เปน็ ภำษำละตนิ วำ่ วดั อคั รเทวดำมคิ ำแอล ตำมชอ่ื นกั บญุ
องคส์ ำ� คญั เปน็ ภำษำองั กฤษคอื โบสถเ์ ซนตไ์ มเคลิ เปน็ ภำษำ
ฝรัง่ เศสคอื โบสถแ์ ซงต์ มิเชล โดยมีบำทหลวงเดชำแนล
เป็นอธิกำรโบสถ์คนแรก และคนในบ้ำนหนองซ่งแย้
ซงึ่ ลว้ นแตเ่ ปน็ ชำวไทยอสี ำน ไดม้ ำเขำ้ รตี ถอื ศำสนำครสิ ต์
นกิ ำยโรมนั คำทอลกิ เกอื บทงั้ หมดควำมพรอ้ มรบั กำรทอ่ ง
2เท0ย่ี ว
พญาแย้ แย้ยกั ษ์
พญำแย้ใหญ่ ขนำดไม่รวมฐำนยำว ๑๘ เมตร
สงู ๓ เมตร กว้ำง ปีกถึงปีก ๔ เมตร แลนดม์ ำรค์
แห่งใหม่ เป็นจุดเช็คอินของนักท่องเที่ยว พร้อม
สัมผัส นวัตวิถี เสน่ห์แห่ง ภูมิปัญญำ วัฒนธรรม
ควำมคิดสร้ำงสรรค์ท่ีดัดแปลงให้เกิดมูลค่ำเพ่ิม
เปน็ กำรสรำ้ งควำมเขม้ แขง็ ใหก้ บั หมบู่ ำ้ นและชมุ ชน
เพื่อส่งเสริมกำรท่องเที่ยวชุมชนเชื่อมโยงเส้น ปฏิทินประเพณี โบสถ์คำทอลิก
ทำงกำรท่องเท่ยี วของจงั หวัดยโสธร บ้ำนซ่งแย้จัดข้ึนในช่วงเทศกำล
วนั วำเลนไทน์ และประเพณแี หด่ ำว
การเดินทาง เฉลิมฉลองคริสมำส จัดข้ึนในช่วง
เทศกำลวนั คริสมำส
จำกตัวจังหวัดยโสธรใช้ทำงหลวงหมำยเลข
๒๑๖๙ อ�ำเเภอกุดชุม ซ่ึงเป็นแหล่งขำยเนื้อวัว
และลูกชิ้นที่มีช่ือเสียง ไปประมำณ ๗-๘ กม.
จะเหน็ ป้ำยทำงซ้ำยมอื และซุ้มประตูทำงเขำ้ อยู่
ริมถนน เล้ียวซ้ำยเข้ำไปประมำณ ๖๐๐ เมตร
ก็จะถึงโบสถค์ ริสตแ์ หง่ น้ี
โบสถค์ ริสตบ์ า้ นซ่งแย้
โทรศพั ท์ ๐๔๕-๗๑๘-๒๑๑
หรอื ๐๘๙-๙๔๙-๑๗๖๔
21
ชุมชนคุณธรรม วดั ป่าพุทธิคุณ
วดั ปา่ พุทธิคณุ ต้งั อยู่ที่บำ้ นหนองแหน หมูท่ ี่ ๗ ตำ� บล
หนองแหน อ�ำเภอกดุ ชมุ จังหวดั ยโสธร
วิถีชีวิตชุมชนคุณธรรม มีวัฒนธรรม
และประเพณีอันดีงำมจำกบรรพบุรุษ
สบื ทอดกนั มำจนถงึ ปจั จบุ นั ทงั้ ควำมเชอ่ื
ทำงพระพุทธศำสนำ และวัฒนธรรม
ที่ปรำกฏทำงด้ำนจิตใจยังเป็นไปตำม
ประเพณดี งั้ เดมิ ทช่ี ำวบำ้ นเรยี ก“ฮตี สบิ สอง
ครองสิบส่ี” ซ่ึงชำวบ้ำนยังให้ควำม
เคำรพ เช่ือถือ ศรัทธำ ผู้น�ำชุมชน
พระสงฆ์ ครูบำอำจำรย์ และคนเฒ่ำ
คนแก่ในกำรจัดพิธีกรรมต่ำงๆ เป็นไป
ตำมควำมเช่ือและยังปฏิบัติกันสืบมำ
จำกรนุ่ สู่รุน่
22
อา่ งเกบ็ นา้� กกกงุ
ปฏทิ นิ “ฮีต๑๒ ครอง๑๔” กจิ กรรมทอ่ งเท่ยี วเชิงเกษตร
เดอื นมกราคม บุญกุ้มขำ้ วใหญ่ “เที่ยวเมืองคาวบอย ตามรอยพระพทุ ธ
ไหวพ้ ระธำตุ ศาสนา เลอื กซอ้ื ผา้ พนื้ เมอื ง นง่ั รถเครอ่ื ง
นมัสกำรพระใหญ่ ชมเนินนมสาว อ่างกกกุง เลาะชมทุ่ง
วัดปำ่ พุทธคณุ ภูทางเกวยี น” ช่วงเวลำทจี่ ัด ตลอดทง้ั ปี
เดือนกมุ ภาพนั ธ์ บุญขำ้ วจี่ 23
เดือนมีนาคม บุญผะเหวด
เดอื นเมษายน สงกรำนต์
เดอื นพฤษภาคม บุญบัง้ ไฟ
เดอื นมถิ ุนายน บุญซำ� ฮะ
เดอื นกรกฎาคม บญุ เขำ้ พรรษำ
เดอื นสิงหาคม บญุ ข้ำวประดบั ดิน
เดอื นกนั ยายน ประเพณบี ญุ ขำ้ วสำก
มัคคเุ ทศกช์ มุ ชน
นำงบญุ ญำภรณ์ วงศพ์ ิทกั ษ์
เบอรโ์ ทร ๐๘๑-๙๗๗ ๕๑๐๖
ชุมชนคุณธรรม
วดั โพธกิ าญจนาราม
วดั โพธิกาญจนาราม ตง้ั อยู่ที่ บ้ำนบึงแก
ต�ำบลบึงแก อ�ำเภอมหำชนะชัย จังหวัดยโสธร
ซ่ึงเป็นวัดเก่ำแก่ มีโบรำณสถำนท่ีส�ำคัญได้แก่
โนนสังข์ มีหลักศิลำจำรึกโบรำณ, ปูชนียสถำน
โนนศำลำมพี ระมง่ิ มงคลโนนศำลำเปน็ ทสี่ กั กำรบชู ำ
และท�ำพิธีกรรมทำงศำสนำ มีควำมเช่ือในกำร
ขอพรสง่ิ ศักด์ิและได้สมดงั ปรำรถนำ
วัฒนธรรมมีประเพณีโดดเด่นคือประเพณี
ไฟโมงเมง วันออกพรรษำ มีแหล่งน้�ำธรรมชำติ
ทอี่ ดุ มสมบรู ณ์ มบี งึ แข้ บงึ คก บงึ หนำด บงึ ขวั ใหญ่
บึงขวั นอ้ ย มคี ันคูก้ันล้อมรอบหมูบ่ ำ้ นตลอดแนว
เรียกว่ำคูเมือง มีภูมิทัศน์ที่สวยงำม เป็นแหล่ง
ผลิตผ้ำพ้ืนเมืองและผลิตภัณฑ์จำกผ้ำที่ส�ำคัญ
ของจงั หวัดยโสธร ทั้งผำ้ ไหม ผ้ำฝ้ำย ผ้ำพันคอ
ผ้ำคลุมไหล่ เสื่อกก แหนมหมู ข้ำวกล้องงอก
ขำ้ วอนิ ทรยี ์ กระเป๋ำผำ้ สินคำ้ HAND MADE
24
ทรปิ ๒ วัน ๑ คืน
วันแรก ทริปเช้ำ ชมกำรแสดงต้อนรับจำก
ชมุ ชนฟงั เรอ่ื งเลำ่ ของหมบู่ ำ้ นจำกนกั เลำ่ เรอ่ื ง
ชมุ ชน นมสั กำรพระมงิ่ มงคล ณ ปชู ณยี สถำน
โนนศำลำนมสั กำรหลวงปู่ณวดั โพธกิ ำญจนำรำม
รบั ประทำนอำหำรกลำงวนั ทรปิ บำ่ ย เยย่ี มชม
ฐำนเรียนรู้กลุ่มทอผ้ำไหมและกลุ่มผลิต
สินค้ำ Hand made เรียนรู้กลุ่มผลิตขำ้ ว
กลอ้ งงอก เขำ้ บำ้ นพกั โฮมเสตย์ กจิ กรรมโฮม
พำแลง ณ ลำนกจิ กรรมหมบู่ ำ้ น บำยศรสี ขู่ วญั
ชมกำรแสดงศิลปวฒั นธรรมอสี ำน กิจกรรม
แลกเปล่ยี น เขำ้ ทีพ่ กั
วนั ทสี่ อง ตน่ื เชำ้ รว่ มกจิ กรรมทำ� บญุ ตกั บำตร
รบั ประทำนอำหำรเชำ้ ณ บ้ำนพักโฮมเสตย์
รวมพล ณ ศำลำประชำคมปน่ั จกั รยำนเยย่ี มชม
วิถีชุมชนบึงแกและสักกำระเจ้ำปู่โนนสังข์
หลักศิลำจำรึก รับประทำนอำหำรกลำงวัน
แวะชม ชิม ช๊อป ของฝำก ของท่ีระลึก
วันเดยี วทรปิ ๐๘.๐๐ น. ชมกำรแสดง ณ ตลำดผลิตภัณฑ์ชมุ ชนบ้ำนบึงแก
ต้อนรับ จำกชุมชนฟังเรื่องเล่ำของหมู่บ้ำน
จำกนักเล่ำเร่ืองชุมชนเยี่ยมชมฐำนเรียนรู้
กลุ่มทอผ้ำไหมและกลุ่มผลิตสินค้ำ Hand
made นมสั กำรพระมงิ่ มงคลณปชู ณยี สถำน
โนนศำลำรบั ประทำนอำหำรกลำงวนั เทยี่ วชม
ทิวทัศน์บึงแข้ ณ ถนนคนเดินบ้ำนบึงแก
สักกำรบูชำศำลเจ้ำปู่โนนสังข์ (ดูหลักศิลำ
จำรกึ ) - ๑๖.๐๐ น.แวะชม ชมิ ชอ๊ ป ของฝำก
ของทีร่ ะลึก ณ ตลำดผลิตภัณฑช์ ุมชน
มัคคุเทศก์ 25
นำยอดุ ร เพญ็ เนตร โทร. ๐๘๗-๘๙๖๗๑
ชมุ ชนคุณธรรม วดั บูรพา บา้ นทงุ่ แต้
ประเพณจี ุดไฟตูมกา
“เสนห่ ด์ ้าน ประเพณีของชำวบ้ำนทุ่งแต้ ต�ำบลทุ่งแต้ อ�ำเภอ
เมืองยโสธร ที่มีมำแต่ช้ำนำนพร้อมกับกำรก่อต้ัง
การทอ่ งเทีย่ ว หมู่บ้ำน โดยดงั้ เดิมชำวบ้ำนจะน�ำผลตมู กำมำคว้ำน
เอำเมลด็ ขำ้ งในออก เจำะฉลลุ วดลำยใหส้ วยงำม นำ�
ของชมุ ชน” เทียนไขจุดไว้ข้ำงในลูกตูมกำแล้วถือไปถวำยเป็น
ดา้ นศาสนา พทุ ธบชู ำในวัด ในคืนวันออกพรรษำ ซง่ึ เป็นวถิ ีชวี ติ
เป็นชมุ ชนวถิ ีชำวพุทธ ของชำวบำ้ น พทุ ธศำสนิกชนในอดีต
ด้านศิลปวฒั นธรรม
เผยแพร่วัฒนธรรมศิลปะกำร
แสดงลงส่พู น้ื ทใ่ี นชุมชน
ด้านธรรมชาติ
เป็นแหลง่ ปลกู ต้นตูมกำ
26
ดังนั้นเพื่อเป็นกำรอนุรักษ์ส่งเสริมและ เสน้ ทางทอ่ งเที่ยว
สืบสำนงำนประเพณีจุดไฟตูมกำให้เป็นท่ี
รู้จักแพร่หลำยและคงอยู่อย่ำงยั่งยืน และ ชุมชนวัดบูรพำ บ้ำนทงุ่ แต้ มวี ัดบรู พำ
ดึงดูดนักท่องเท่ียวทั้งชำวไทยและต่ำง เปน็ วดั ทเี่ กำ่ แกใ้ นชมุ ชน และภำยในวดั
ประเทศให้มำเที่ยวชมควำมงดงำมของไฟ มศี นู ยว์ ฒั นธรรมเฉลมิ รำช ทเ่ี ปน็ แหลง่
ตูมกำ เป็นกำรสร้ำงช่ือเสียงให้อ�ำเภอและ เรยี นรภู้ มู ปิ ญั ญำทำงวฒั นธรรมในชมุ ชน
จังหวัดยโสธร ดังน้ัน ในปี ๒๕๖๐ อ�ำเภอ มสี วนปำ่ ดงมะไฟทเี่ ปน็ แหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว
เมืองยโสธรร่วมกับจังหวัดยโสธร และทุก ทำงธรรมชำตินักท่องเที่ยวท่ีมำเยือน
ภำคสว่ นไดส้ ง่ เสรมิ ใหป้ ระเพณกี ำรจดุ ไฟตมู ชุมชนวัดบูรพำ จะมีของฝำกท่ีขึ้นช่ือ
กำในช่วงออกพรรษำของบ้ำนทุ่งแต้ เป็น คือ เคร่ืองจักรสำนท่ีมีควำมละเอียด
งำนประเพณีประจ�ำอ�ำเภอเมืองยโสธรและ และลวดลำยท่สี วยงำม
จังหวดั ยโสธร เพอ่ื เป็นกำรสง่ เสรมิ กำรทอ่ ง
เท่ยี วทำงวัฒนธรรม
มคั คเุ ทศก์ 27
พระครปู ริยตั ิพลำกร
เบอรโ์ ทร ๐๙๓-๑๐๒๘๒๖๘
“อตั ลักษณ์ วัดฟชุม้าชหนคยณุ ธารรดม
ของชมุ ชน”
อตั ลกั ษณ์ของชำวบำ้ นฟ้ำหยำดคือ กำรทำ� มำลยั
28 ข้ำวตอกและประเพณีแห่มำลัย ที่มีปรำกฏใน
พระไตรปิฎก ส่วนท่ีว่ำด้วย พระสุตตันตปิฎก
บทปรินิพพำนสูตร กล่ำวคือ ดอกมณฑำรพ
เป็นดอกไม้บนสวรรค์ชั้นดำวดึงส์มีควำมสวยงำม
มีกลิ่นหอมเป็นพิเศษ เวลำที่ดอกมณฑำรพบำน
หรอื รว่ งหลน่ กด็ ว้ ยมเี หตกุ ำรณส์ ำ� คญั เกย่ี วขอ้ งกบั
องค์สมเด็จพระสัมมำสัมพุทธเจ้ำ เช่น ประสูติ
ตรสั รู้ ปรนิ ิพพำน ดอกมณฑำรพ จึงจะร่วงหลน่
มำยังโลกมนุษย์ ดังนั้นเพ่ือเป็นกำรร�ำลึกถึงพระ
ปญั ญำธิคณุ ชำวบ้ำนฟำ้ หยำดจงึ ไดพ้ ำกันน�ำเอำ
ข้ำวตอกมำสักกำระบูชำแทนดอกมณฑำรพ
เพรำะ ถอื วำ่ ขำ้ วเปน็ สง่ิ ทมี่ คี ณุ คำ่ และเปน็ ของสงู
ทม่ี นุ ษยข์ ำดไมไ่ ด้ ชำวบำ้ นฟำ้ หยำดไดน้ ำ� ขำ้ วตอก
มำประดิษฐ์ตกแต่งให้เป็นมำลัยที่สวยงำม
จัดขบวนฟ้อนร�ำแห่ไปถวำยวัด และสถำนที่
ส�ำคัญ ๆ ในวันมำฆบูชำของทุกปี จึงเป็นท่ีมำ
ของงำน“บญุ มาลยั ขา้ วตอก” ประเพณหี นง่ึ เดยี ว
ในโลก สบื ต่อกันทุกปี
ปฏิทนิ ท่องเทีย่ ว
กุมภาพันธ์ ประเพณีแห่มำลัยข้ำวตอก
เทศกำลวันมำฆบชู ำ
พฤษภาคม ประเพณีบุญบั้งไฟ
พฤศจกิ ายน งำนลอยกระทง
เมื่อนักท่องเท่ียวมำเยือนชุมชนบ้ำนฟ้ำ
หยำด ท่ำนจะได้สักกำระศำลหลักเมือง
พระเรืองไชยช�ำนะ ไหว้พระวัดฟ้ำหยำด
เข้ำชมพิพิธภัณฑ์มำลัยข้ำวตอกวัดหอก่อง
และไปสมั ผสั กบั วถิ ชี วี ติ ของชมุ ชนทำ� มำลยั
ข้ำวตอก
มคั คุเทศก์ 29
๑.นำยสมชัย เพลิงภักดิ์
กำ� นนั ตำ� บล ฟำ้ หยำด โทร. ๐๘๗-๒๔๘๕๘๐๓
๒.นำงเตือนจิต บญุ คงชน
ผู้ใหญ่บำ้ น ม.๑ โทร ๐๘๓-๑๐๑๙๕๓๑
บา้ นนาเวยี งชุมชนแห่งชเุมกชษนตครุณกธรรรรมม
ประวัติความเป็นมา ของบำ้ นนำเวยี ง
เมอ่ื ครงั้ ในอดตี ประชำชนชำวลำวไดม้ กี ำรอพยพ
หนีภัยสงครำมและได้อพยพผู้คนข้ำมแม่น�้ำโขง
มำตั้งถ่ินฐำนในประเทศไทย โดยท�ำกำรต้ังหลัก
แหล่งชุมชนที่ห้วยค้อและได้ก่อสร้ำงวัดขึ้นทำง
ทิศตะวันออกเฉียงใต้ของหมูบ้ำน โดยได้มีกำร
สร้ำงศำลำกลำงน�้ำเพื่อเก็บพระคัมภีร์ทำง
พระพุทธศำสนำ และตั้งช่ือชุมชนของตนเองว่ำ
“ชมุ ชนคา� แค” ตอ่ มำบำ้ นคำ� แคไดเ้ ปลยี่ นชอ่ื เปน็
“บ้านนาเวียง” หมู่ ๑ ต�ำบลนำเวียง อ�ำเภอ
ทรำยมลู จังหวัดยโสธร จนถงึ ปจั จบุ ัน
30
หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์ เป็นหอไตรกลำงน�้ำ ผ้าทอลายหอไตร
มีลักษณะสถำปัตยกรรมแบบพม่ำ ก่อสร้ำงโดย บา้ นนาเวยี ง
ชำ่ งลำวที่อพยพเข้ำมำครง้ั ต้งั หมบู่ ้ำน ตัวอำคำร
ก่อสร้ำงด้วยไม้ หันหน้ำไปทำงด้ำนทิศตะวันตก เป็นการอนุรักษ์ สืบสาน
ขนำด ๘.๓๐ เมตรยำว ๑๐.๕๐ เมตร หลังคำ ภูมิปัญญาท้องถ่ิน ท่ีบรรพบุรุษ
มุงด้วยไม้ซ้อนกันลดหลั่นกัน ๔ ชั้น มีชำยคำ ไดร้ กั ษา สบื ทอดใหค้ งอยมู่ าจนถงึ
ยนื่ ออกมำทง้ั ๔ ดำ้ น บนประตแู กะสลกั ลวดลำย ยุคปัจจุบัน อีกท้ังยังเป็นแหล่ง
สวยงำม รวมท้ังรำยละเอียดต่ำง ๆ ของช่อฟ้ำ สร้างอาชีพและรายได้ให้กับคน
กระจกประดบั บังเชิงชำย หำงหงส์ (ตัวเหงำ) ในชุมชน รวมท้ังเป็นการสร้าง
มลี วดลำยกนกซอ้ นกนั ๔ ชนั้ ตรงกลำงเปน็ หอ้ งทบึ คุณค่าทางสังคมและเพ่ิมมูลค่า
ขนำดกวำ้ ง ๓.๕๐ เมตร ยำว ๕.๐๐ เมตร เปน็ ทเี่ กบ็ ทางเศรษฐกิจ ท�าให้คนในชุมชน
พระไตรปิฎก เ กิ ด ค ว า ม ภ า ค ภู มิ ใ จ ใ น ศิ ล ป
วฒั นธรรมของท้องถิน่
31
พระธาตุ
กอ่ งขา้ วนอ้ ย
เรอ่ื งของหนมุ่ ชาวนาทที่ า� นาตงั้ แต่
เช้าจนเพล มารดาส่งข้าวสายเกิด
หิวข้าวจนตาลาย เกิดอารมณ์ช่ัววูบ
ท�าให้บันดาลโทสะกระท�าการมาตุฆาต
ด้วยสาเหตุเพียงว่าข้าวที่แม่น�ามาส่ง
ดจู ะนอ้ ยไปไมพ่ ออม่ิ ครน้ั เมอ่ื กนิ ขา้ วอม่ิ
แลว้ ขา้ วยงั ไมห่ มดจงึ ไดส้ ตคิ ดิ สา� นกึ ผดิ
ที่ ก ร ะ ท� า รุ น แ ร ง ต ่ อ ม า ร ด า ข อ ง ต น
จนถึงแก่ความตาย จงึ ไดส้ รา้ งพระธาตุ
ขนึ้ เปน็ อนสุ รณส์ ถานเพอ่ื อทุ ศิ สว่ นกศุ ล
ขออโหสิกรรมและล้างบาปท่ีตนได้
กระท�ามาตุฆาต จนถกู เรยี กขานวา่
“พระธาตุก่องข้าวนอ้ ย”
32
ชุมชนคณุ ธรรมวดั โพธาราม ชมุ ชนคณุ ธรรมวัดศรบี ญุ เรอื ง
๑
๒
ชุมชนคณุ ธรรมวดั ปา่ พทุ ธคิ ุณ ๘ ๖
ชุมชนคุณธรรมวัดนาเวยี ง ๗
๑๒
๑๐ ชมุ ชนคณุ ธรรมวดั โคกกอ่ ง
๓ ชุมชนคุณธรรมวัดอัครเทวดามคี าแอลซง่ แย้
ชมุ ชนคณุ ธรรมวดั บรู พาบ้านทุ่งแต้ ๔ ๕ ชุมชนคณุ ธรรมวดั หนองเลงิ
๑๑ ๙ ชมุ ชนคุณธรรมวัดกจู่ าน
ชุมชนคุณธรรมวัดศรฐี านนอก ชมุ ชนคุณธรรมวดั โพธกิ าจนาราม
ชมุ ชนคุณธรรมวดั ฟา้ หยาด