พระราชประวัติ
ส ม เ ด็ จ พ ร ะ น า ง เ จ้ า สิ ริ กิ ต์ิ
พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี
พันปีหลวง ทรงมีพระนามเดิมว่า “หม่อม
ราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร” ซึ่งพระนาม
“สิ ริ กิ ต์ิ ” ไ ด้ รั บ พ ร ะ ร า ช ท า น จ า ก
พ ร ะ บ า ท ส ม เด็ จ พ ร ะ ป ก เก ล้ า เจ้ า อ ยู่ หั ว
มีความหมายว่า “ผู้เป็นศรีแห่งกิติยากร”
พ ระราชสม ภ พ เมื่อวัน ท่ี 12 สิงห าค ม
พ.ศ. 2475
วั น ท่ี 5 ธั น ว า ค ม พ .ศ . 2499
อั น เป็ น ปี ท่ี พ ร ะ บ า ท ส ม เด็ จ พ ร ะ ป ร มิ น ท ร ม ห า ภู มิ พ ล อ ดุ ล ย เด ช มี พ ร ะ ร า ช ป ร ะ ส ง ค์ จ ะ ผ น ว ช
เป็นพระภิกษุ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งต้ังสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีเป็นผู้สาเร็จ
ราชการแทนพระองค์ในระหว่างที่ผนวชและทรงพระราชดาริว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี
ได้ทรงดารงตาแหน่งผู้สาเร็จราชการแทนพระองค์ในระหว่างท่ีผนวช และได้ปฏิบัติพระราชภารกิจ
แทนพระองค์ด้วยพระปรีชาสามารถสนองพระราชประสงค์เป็นท่ีเรียบร้อย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้เฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีว่า “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ”
วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีบรมราชโองการ
โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเฉลิมพระนามาภิไธยว่า “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ดังปรากฏเน้ือความในประกาศเฉลิมพระนามาภิไธยว่า “...โดยที่ทรง
พระราชดาริด้วยพระราชหฤทัยประกอบด้วยพระกตัญญูกตเวทิตา ระลึกถึงพระเดชพระคุณสมเด็จ
พระบรมราชชนนีอนั ได้มีมาเป็นลน้ พน้ ย่ิงกว่าผู้อื่นและทรงพระราชดาริว่า พระบรมราชชนนีเป็นผู้ทรง
พระคุณอันประเสริฐ ได้ทรงบาเพ็ญพระราชกรณียกิจอันได้บังเกิดประโยชน์แก่ชาติบ้านเมือง
และพสกนิกรเปน็ อเนกปรยิ ายมีพระราชหฤทัยเปี่ยมด้วยพระเมตตากรณุ าธคิ ณุ เสด็จออกสอดสอ่ งดูแล
ทุกข์สุขของราษฎรทั่วทุกแห่งหนแม้ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร ด้วยพระวิริยอุตสาหะอย่างย่ิงยวด
โดยทรงดาเนินพระราชจริยวัตรด้วยพระราชปณิธานแห่งธรรมราชินี ในศุภสมัยอันเป็นมหามงคล
พระราชพิธีบรมราชาภิเษกนี้ สมควรจะเฉลิมพระเกียรติยศสนองพระคุณตามโบราณราชประเพณี
อันจะอานวยสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลแด่พระองค์ และสยามรัฐสีมาอาณาจักร จึงมีพระบรมราชโองการ
โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระบรมราชชนนี ตามท่ีจารึกใน
พระสุพรรณบฏั วา่ สมเดจ็ พระนางเจา้ สิริกติ ์ิ พระบรมราชินนี าถ พระบรมราชชนนพี ันปหี ลวง...”
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงมีพระราชโอรส
และพระราชธิดา ๔ พระองค์ คือ
๑. ทลู กระหม่อมหญงิ อุบลรตั นราชกญั ญา สิรวิ ฒั นาพรรณวดี
๒. พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร
กติ ิสิรสิ มบูรณอดลุ ยเดช สยามนิ ทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพติ ร พระวชิรเกลา้ เจ้าอยู่หวั
3. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรมหา-
วชิราลงกรณวรราชภักดีสิรกิ ิจการิณพี รี ยพฒั น รัฐสมี าคุณากรปยิ ชาติ สยามบรมราชกมุ ารี
4. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีกรมพระศรีสวางควัฒน-
วรขัตติยราชนารี
พระราชกรณียกิจ
ศลิ ปาชพี
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงตระหนักในคุณค่า
ความงดงามของงานหัตถศิลป์ไทย ทรงทานุบารุง ฟื้นฟูงานศิลปะที่แทบจะสูญส้ินให้กลับมาสร้างคุณค่า
ให้แก่ชาวไทยทั้งปวง อนุรักษ์ไว้เป็นสมบัติศิลป์แห่งแผ่นดิน และสร้างอาชีพให้กับชาวไทย ทรงห่วงใย
ต่อความเป็นอยู่ของราษฎรเป็นอย่างยิ่ง สิ่งใดที่จะทาให้ราษฎรของพระองค์มีคุณภาพชีวิตดีข้ึน
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดต้ังมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิรกิ ิต์ิ พระบรมราชินีนาถ
ข้ึน เม่ือวันท่ี 21 กรกฎาคม 2519 เพ่ือสงวนรักษา สนับสนุน ให้การฝึกฝนอบรมและเผยแพร่เก่ียวกับ
การประดิษฐ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน เช่น การทอผ้า การจักสาน งานประดิษฐ์ ฯลฯ และทรงเป็นผู้นา
แบบอย่างการแต่งกายอย่างไทย ทรงพระราชดาริชุดไทยพระราชนิยมสาหรับสตรีไทยใช้ในโอกาสต่างๆ
ข้ึนหลายชุด และทรงเป็นผู้นาการใช้ผ้าไทยมาตัดเย็บเป็นเครื่องแต่งกายตามสมัยนิยม ซึ่งปรากฏว่างาน
ด้านศิลปาชีพน้ีได้รับการช่ืนชมในด้านความสวยงาม แสดงความเป็นเอกลักษณ์ไทยจนเป็นที่ยอมรับท่ัวไป
ท้งั ในประเทศและตา่ งประเทศจนถึงทุกวันนี้
ความม่ันคงของชาติ
ทรงห่วงใยความมั่นคงของชาติและทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทุกวิถีทางท่ีจะช่วยทะนุบารุง
และปกป้องรักประเทศชาติ ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดาเนินไปทรงเยี่ยมทหาร ตารวจ ราษฎร
อาสาสมัคร จนถึงฐานปฏิบัติการ ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่อันตรายเพียงใดก็ตามได้พระราชทานถุงของขวัญ
ประกอบด้วยเคร่ืองอุปโภคบริโภคที่จาเป็น เพ่ือพระราชทานกาลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานด้านความมั่นคง
ของชาตติ ลอดมา
การสาธารณสุข
ทรงช่วยเหลือผู้ท่ีได้รับความเดือดร้อน โดยจัด “หน่วยแพทย์พระราชทาน” ตามเสด็จ
ไปรักษาพยาบาลราษฎรในถ่ินทุรกันดารแล้ว ยังทรงช่วยเหลือกลุ่มผู้ประสบภัยธรรมชาติ ทรงช่วยเหลือ
ทหาร ตารวจ และราษฎรอาสาสมัครตามชายแดน ทรงริเร่ิมจัดต้ังมูลนิธิสายใจไทยในพระบรม
ราชูปถมั ภ์ ในกรณที ี่ทรงพบราษฎรเจ็บป่วยกจ็ ะทรงรบั ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ทรงอุปถัมภ์
องคก์ รการกุศล สมาคม มลู นิธิต่างๆ เปน็ จานวนมาก
การสง่ เสรมิ อนรุ ักษธ์ รรมชาติ
ทรงมีพระราชดาริให้จัดตั้ง “โครงการป่ารักน้า” เพื่อให้ราษฎรมีส่วนร่วมในการร่วมกัน
ป ลูก ป่ า น อ ก จาก นี้ ยังมี โค รงก าร ต าม พ ระราช ด าริที่ ป ราก ฏ ข้ึ น เพื่ อส่ งเสริม ก ารอ นุ รัก ษ์
ธรรมชาติ อาทิ โครงการสวนสัตว์ป่าเปิดภูเขียวตามพระราชดาริ โครงการอนุรักษ์และขยายพันธ์ุ
เต่าทะเล โครงการเพาะเล้ียงและขยายพันธ์ุสัตว์ป่า โครงการปลูกป่าเสริมธรรมชาติ โครงการพระราชดาริ
สวนหาดทรายใหญ่ เปน็ ตน้
พระอจั ฉรยิ ภาพด้านการอนุรักษศ์ ิลปวฒั นธรรมของชาติ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนี พั นปี หลวง ได้ ทรงปฏิ บั ติ
พ ระราชกรณี ยกิ จใน ด้ า น ศิ ล ป วั ฒ น ธ ร ร ม
มีการอนุรักษ์ สืบสาน ภูมิปัญญามรดกวัฒนธรรม
แ ข น ง ต่ า ง ๆ ใ น แ ผ่ น ดิ น ไ ท ย ใ ห้ ค ง อ ยู่
โดยเฉพาะ “โขน” ซ่ึงเป็นศิลปะการแสดงช้ันสูง
ของไทยและยังเป็น มหรสพ หลวงท่ีรุ่งเรือง
ม าช้ าน าน ด้ วย ส าย พ ระ เน ต รอั น ย าวไก ล
มีพระราชเสาวนีย์ให้ศึกษาค้นคว้าการแสดงโขน
ตามแบบโบราณราชประเพณี พร้อมฟื้นฟูองค์ความรู้ในการสร้างเครื่องแต่งกายโขนให้งดงามตามธรรม
เนียมเดิม โปรดเกล้าฯ ให้ผู้เชี่ยวชาญและศิลปินในสาขาท่ีเกี่ยวข้อง ศึกษาข้อมูลและหลักฐานเก่ียวกับ
เครื่องแต่งกายโขน ละครโบราณอย่างละเอียด เพื่อจัดสร้างเคร่ืองแต่งกายโขนละครขึ้นใหม่ ตลอดจน
พัฒนาศิลปะการแสดงหน้าโขน ละครให้มีความรว่ มสมัย โขนพระราชทาน เรอ่ื งรามเกียรติ์ ชุดศึกพรหมาศ
เมอื่ พุทธศกั ราช 2552 จึงเป็นปฐมบทแห่งโขนพระราชทานท่ีประสบความสาเร็จไดร้ ับความช่ืนชมในเรื่อง
ความงดงามของเครื่องแต่งกาย ความวิจิตรตระการตาของฉากและเทคนิคต่างๆ กระบวนการรังสรรค์
เคร่ืองโขนท่ีเต็มไปด้วยรายละเอียดและเกือบสูญสลายไปตามกาลเวลาให้กลับมา เฉิดฉายอีกคร้ัง นาไปสู่
การแสดงโขนพระราชทานอย่างตอ่ เนอื่ งจนถึงปัจจุบนั
ด้วยพระอัจฉริยภาพ พระวิสัยทัศน์ ในการสนับสนุนส่งเสริมการแสดงโขน ทาให้โขนเป็นท่ีรู้จัก
และช่ืนชมไปท่ัวโลก องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO)
ได้ประกาศข้ึนทะเบียนโขนไทยเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ เม่ือเดือนพฤศจิกายน
พุทธศักราช 2561
อัคราภิรักษศลิ ปนิ
“ศลิ ปินยง่ิ ใหญผ่ ูป้ กปกั รกั ษางานศิลปะ”
กระทรวงวัฒนธรรมในนามคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ มีมติถวายพระราชสมัญญา
“อัคราภิรักษศิลปิน” มีความหมายว่า “ศิลปินยิ่งใหญ่ผู้ปกปักรักษางานศิลปะ” แด่สมเด็จพระนางเจ้า
สริ ิกติ ์ิ พระบรมราชินนี าถ เพ่อื เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕ และสานึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการในการอนุรักษ์ ฟ้ืนฟู รักษา สร้างสรรค์ ส่งเสริม สืบทอด
และพัฒนามรดกทางศิลปะของแผ่นดินให้เจริญรุ่งเรืองอย่างต่อเน่ือง เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน
ท้งั ในประเทศและตา่ งประเทศ อนั เปน็ ประโยชนย์ ่ิงตอ่ พสกนกิ รชาวไทยและชาติบ้านเมอื ง
ดังเป็นที่ประจักษ์ว่า “พระราชดาริและพระราชกรณียกิจนานัปการของสมเด็จพระนางเจ้า
สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ก่อให้เกิดการอนุรักษ์ สร้างสรรค์ ส่งเสริม และสืบทอดงานศิลปะโบราณให้
ดารง คงอยู่อย่างกลมกลืนกับบริบทของสังคมไทยสมัยใหม่” พระองค์ทรงริเริ่มให้มีการศึกษา ค้นคว้า
และทานุบารุงงานศิลปะโบราณ ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม วรรณคดี ดนตรี
นาฏศิลป์ และหัตถศิลป์ พระองค์ทรงฟ้ืนฟู รักษาและพัฒนามรดกทางศิลปะของแผ่นดินให้เจริญรุ่งเรือง
อีกท้ังทรงให้ความสาคัญแก่การถ่ายทอดคุณค่าของศิลปะไทยทุกแขนง สู่เด็กและเยาวชนซึ่งเป็นกาลัง
ในอนาคตที่จะดูแลรักษามรดกศิลป์ของไทยสืบไป โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดต้ัง
ศูนย์ศลิ ปาชีพ เพือ่ นาบุตรหลานของเกษตรกรมาฝึกอาชพี ดา้ นหัตถศิลปใ์ นแขนงตา่ ง ๆ เพอ่ื มใิ หส้ ญู หายไป
ทรงส่งเสริมและอนุรักษ์การทอผ้าไหมและผา้ ทอพ้ืนเมอื งศิลปะแบบไทย พระราชดาริเกี่ยวกับการอนุรักษ์
ดูแลงานศิลปะไทยได้สร้างความตื่นตัวในหมู่ประชาชน ก่อให้เกิดการทานุบารุงงานศิลปะอย่างเข้มแข็ง
และต่อเน่ือง นอกจากนี้ พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างในการใช้สอยงานศิลปหัตถกรรมของไทยเป็นประจา
สม่าเสมอ จนเกิดความนิยมแพร่หลายในหมู่ประชาชนชาวไทย ทรงสร้างเอกลักษณ์และอัตลักษณ์
แห่งศิลปวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของชาวโลก นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่
และทรงคณุ ค่าอเนกอนันต์
พระมหากรณุ าธคิ ณุ ทพี่ ระราชทานใหจ้ งั หวดั ยโสธร
ภาพขณะเสดจ็ พระราชดาเนนิ ทรงงาน
ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ พระบรมราชชนนพี นั ปหี ลวง
เมื่อครงั้ ทรงดารงพระราชอิสริยยศสมเดจ็ พระนางเจา้ สิรกิ ิต์ิ พระบรมราชนิ นี าถ
ทวี่ า่ การอาเภอยะโสธร จงั หวัดอบุ ลราชธานี
ท่ีว่าการอาเภอเมืองยโสธร ถนนแจ้งสนิท ตาบลในเมือง อาเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร
ในปัจจุบัน
ภาพขณะเสด็จพระราชดาเนินทรงงาน
วนั พธุ ท่ี 16 พฤศจกิ ายน 2498 เสดจ็ จากฯ จังหวัดรอ้ ยเอ็ด สจู่ ังหวัดอุบลราชธานี
ทอี่ าเภอยะโสธร (สมัยนนั้ ยงั เปน็ อาเภอขน้ึ ตรงกบั จงั หวดั อุบลราชธานี)
ภาพโดย : นางสาววาสนา ภมู แิ สน
ภาพโดย : นางสาววาสนา ภมู ิแสน
ภาพโดย : นางสาววาสนา ภมู ิแสน
ภาพโดย : นางสาววาสนา ภมู แิ สน
คาบรรยาย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิรกิ ิติ์ พระบรมราชินนี าถ
เสด็จพระราชดาเนินเยี่ยมราษฎรภาคอีสาน เมื่อวันท่ี ๑๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๙๘
ณ ที่ว่าการอาเภอยะโสธร จังหวัดอุบลราชธานี (จังหวัดยโสธรในปัจจุบัน) เวลา ๑๐ นาฬิกาเศษ
พลตรีแสร์ น้อยเศรษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภาค ๓ นายเกียรติ ธนะกูล ผู้ว่าราชการจังหวัด
อุบลราชธานี พันตารวจเอกถม สมบูรณ์ทรัพย์ ผู้บังคับการตารวจภูธรภาค ๓ ผู้แทนราษฎรจังหวัด
อุบลราชธานี คหบดี พ่อค้า และประชาชน เฝ้ารับเสด็จฯ ณ อาคารท่ีว่าการอาเภอยะโสธร
เมื่อทรงประทับได้เวลาอันควร เสด็จประทับรถพระท่ีนั่งเสด็จพระราชดาเนินผ่านตลาด (ตลาดเก่า
จังหวัดยโสธรในปัจจุบัน) ผ่านตาบลปา่ ติ้ว มีซุม้ รบั เสดจ็ ตลอดรมิ ทาง และเสดจ็ พระราชดาเนินตอ่ ไป
ยงั อาเภออานาจเจรญิ จังหวดั อุบลราชธานี (จังหวดั อานาจเจริญในปจั จุบัน)
วัดศรวี ีรวงศาราม บ้านราชมุนี ตาบลโนนทราย อาเภอมหาชนะชัย จังหวดั ยโสธร
บ้านราชมุนี หมู่ที่ ๑ และหมู่ที่ ๗ เป็นหมู่บ้านท่ีก่อต้ังมา แต่ก่อนเป็นบ้านโนนทราย
ตาบลบึงแก อาเภอฟ้าหยาด จังหวัดอุบลราชธานี โดยผู้เข้ามาก่อตั้งครั้งแรกคือนายผิว ยางก้อน
ซ่ึงต่อมาเป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรกของบ้านราชมุนี และมีหลังคาเรือนเร่ิมแรก ๓๒ หลัง ที่ส่วนใหญ่
เป็นท่ีสาธารณะ ซึ่งผู้ที่จะเข้ามาอยู่ต้องจับจองท่ีเป็นของตนเอง และต่อมามีเจ้าคุณพระราชมุนี
เจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม กรุงเทพมหานคร เป็นพระที่อยู่กรุงเทพมหานคร ได้เป็นอุปถัมภ์ให้การ
สนับสนุนเพื่อสร้างความเจริญให้กับหมู่บ้าน ได้ก่อสร้างวัดป่าศรีวีรวงศารามซ่ึงพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยพระราชวงศ์ได้เสร็จมายกช่อฟ้าในปี พ.ศ. ๒๕๒๐ และได้ก่อสร้างโรงเรียน
มัธยม โรงเรียนประถมศึกษา สถานีอนามัย ซึ่งได้รับบริจาคที่ดินในการก่อสร้างจากนายประกอบ
สุปันนุช ข้าราชการครูท่ีมาจับจองท่ี และได้รับสนับสนุนจากเจ้าคุณราชมุนีในการพัฒนาเร่ือยๆมา
จนกระทั้งท่านได้มรณภาพ จึงได้มีพระถาวรได้สนับสนุนในการพัฒนาหมู่บ้านต่อบ้านโนนทราย
จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็นหมู่บ้านราชมุนีตามยศของท่านเจ้าคุณราชมุนี หมู่บ้านราชมุนีมีการคมนาคม
สะดวก เป็นถนนทางลาดยางท้ังหมดอยู่ก่ึงกลาง ๔ ตาบล เป็นศูนย์กลางในการค้าขาย ประชาชน
สว่ นใหญม่ อี าชีพเกษตรกร รองลงมาคืออาชีพรับจ้างและค้าขาย มีสถานท่สี าคัญ คือ รูปปน้ั หลวงพ่อ
เจา้ คุณราชมนุ ี ซึ่งตั้งอยู่หนา้ โรงเรียนบา้ นราชมนุ ี เป็นที่สกั การบชู าของคนในชุมชน
ภาพขณะเสดจ็ พระราชดาเนินทรงงาน
คาบรรยาย
พระบาทสมเด็จพระเจา้ อย่หู วั ภมู พิ ลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจา้ สิรกิ ติ ์ิ พระบรมราชินนี าถ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ -
วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี ทรงประกอบพิธียกช่อฟ้าและตัดหวายลูกนิมิต ณ อุโบสถวัดศรีวีรวงศาราม
บ้านราชมุนี ตาบลโนนทราย อาเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร เม่ือวันที่ ๑๕ เดือนพฤศจิกายน
พทุ ธศักราช ๒๕๒๒ เวลา ๑๔ นาฬกิ า
วัดป่าสุรยิ าลยั ตาบลโพธิ์ไทร อาเภอป่าติ้ว จงั หวดั ยโสธร
ภาพขณะเสดจ็ พระราชดาเนินทรงงาน
ซ้มุ รับเสด็จ ตาบลป่าตว้ิ อาเภอคาเขือ่ นแก้ว จังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันคอื อาเภอปา่ ตว้ิ จงั หวดั ยโสธร)
พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัวภมู ิพลอดลุ ยเดช สมเดจ็ พระนางเจ้าสิริกิตพ์ิ ระบรมราชินนี าถ
เสดจ็ พระราชดาเนนิ เยย่ี มราษฎร ชาวตาบลปา่ ติว้ (อาเภอปา่ ต้วิ ในปัจจบุ นั ) โดยไม่มีหมายกาหนดการ
วดั ปา่ สุริยาลัย ตาบลโพธไ์ิ ทร อาเภอคาเขื่อนแก้ว จังหวัดอุบลราชธานี
(ปจั จุบันคอื วัดปา่ สุริยาลัย ตาบลโพธ์ไิ ทร อาเภอป่าต้วิ จังหวดั ยโสธร)
โรงเรยี นบ้านคานา้ สรา้ ง บา้ นคานา้ สร้าง ตาบลคอ้ เหนอื อาเภอเมอื งยโสธร จงั หวัดยโสธร
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล
อดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
เมื่อคร้ังด ารงพ ระอิสริยยศเป็ นสมเด็ จพ ระบ รมโอรสาธิราชฯ สยามมกุ ฎ ราชกุม าร
เสด็จพระราชดาเนินไปทรงเย่ียมราษฎร บ้านคาน้าสร้าง ตาบลค้อเหนือ อาเภอเมืองยโสธร
เม่ือวันท่ี 28 พฤศจิกายน 2543 ทรงรับทราบถึงปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อนที่ชาวบ้านได้
ถวายรายงานจึงได้พระราชทานพระราชดาริให้หน่วยราชการให้การ ช่วยเหลือดูแลราษฎรให้อยู่ดี
กินดี และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดาริให้พัฒนาและปรับปรุงพื้นที่
ด้วยการขุดลอกหนองอ่ึงที่เป็นพ้ืนที่สาธารณประโยชน์ พร้อมการพัฒนาปรับปรุงดินและพื้นที่
แห้งแล้งด้วยการปลูกป่า และหญ้าแฝก รวมถึงการฟ้ืนฟูสภาพป่าโดยรอบหนองอ่ึงในพ้ืนที่กว่า
3,006 ไร่ โดยราษฎรได้เขา้ มามีสว่ นร่วมและรว่ มใจกนั พฒั นาพ้นื ท่โี ดยรอบหนององ่ึ
พื้นท่ีหนองอึ่ง มีแม่น้าสองสายมาบรรจบหรือสบกัน คือแม่น้าชีและลาน้ายังพื้นท่ีดังกล่าว
เป็นท่ีลุ่มต่าและเป็นเส้นทางน้าไหลผ่าน ทาให้ประสบกับปัญหาน้าท่วมในช่วงฤดูฝน ราษฎร
จานวน 7 หมู่บ้าน ประสบกับปัญหาน้าท่วมมาอย่างยาวนาน เส้นทางสัญจรถูกตัดขาดติดต่อไม่ได้
พืน้ ทกี่ ารเกษตรเพาะปลูกขา้ วนาปีมคี วามเสยี หาย ปัญหานา้ ท่วมเกดิ ขึน้ ซา้ ซากทกุ ๆ ปี ขณะเดียวกัน
เม่ือถงึ ช่วงฤดูแล้งน้าแหง้ ไม่มีนา้ เพยี งพอเพ่ือการอุปโภค บรโิ ภค ทาการเกษตรไม่ได้ผล
อดีตก่อนได้รับพระมหากรุณาธิคุณ “โครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดาริพัฒนาหนองอึ่ง”
ประสบปัญหาน้าทวีความรุนแรงข้ึนต่อการดารงชีพ ในเวลาเดียวกันประชากรในพ้ืนที่เพิ่มข้ึน
เพ่ือความอยู่รอดชาวบ้านจึงทาทุกอย่างแม้แต่การบุกรุกถากถางป่า ป่าไม้ท่ีเคยอุดมสมบูรณ์ถูกแผ้ว
ถางเพื่อสร้างท่ีอยู่อาศัย เพื่อเพ่ิมพ้ืนที่ทาไร่เล่ือนลอย นาไม้มาทาฟืน และใช้สอย ทาให้สภาพป่า
เส่ือมโทรม ชาวบ้านโดยรวมจึงมีชีวิตยากลาบากย่ิงข้ึน ในระยะหลังแม้แต่จะอาศัยเก็บหาของป่า
เพื่อบริโภคและจาหน่วยไมไ่ ด้เหมือนเดมิ ราษฎรส่วนหนง่ึ ต้องพากันอพยพออกไปรับจ้างย้ายถิ่นฐาน
ไปอยู่หัวเมืองใหญ่ เพื่อหารายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัว ต่อมาได้จัดต้ังเป็น “ป่าชุมชนดงมัน”
ในปี 2546 เพื่อสนองพระราชดาริ “ฟื้นฟูสภาพป่าเพื่อให้คนอยู่กับป่าได้อย่างเก้ือกูล”
โดยได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากหน่วยราชการต่าง ๆ อาทิ จังหวัดยโสธ ร กรมป่าไม้
และสานกั งานคณะกรรมการพิเศษเพอ่ื ประสานงานโครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดาริ (สานักงาน
กปร.) เป็นต้น
ภาพขณะเสด็จพระราชดาเนินทรงงาน
คาบรรยาย
เมื่อวันท่ี 28 พฤศจิกายน 2543 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ
ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดาเนินพร้อม
ด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร มาทรงเย่ียมราษฎรผู้ประสบอุทกภัย
ซ้าซาก ณ โรงเรียนบ้านคาน้าสร้าง ตาบลค้อเหนือ อาเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร ในการนี้
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระราชดาริให้มีการพัฒนาและปรับปรุง
พ้นื ทีโ่ ดยรวม ดงั น้ี
1. พัฒนาขุดลอกหนองอ่งึ เพื่อเป็นแหล่งน้าทาการเกษตรและขยายพนั ธ์ปุ ลา
2. พัฒนา ปรับปรุงพ้ืนที่ สภาพดิน โดยรอบหนองอึ่ง โดยปลูกต้นไม้และหญ้าแฝก
เพ่ือป้องกันการชะลา้ งพังทลายของดิน
3. ฟื้นฟูสภ าพป่าโดยรอบหนองอึ่ง เพื่อให้คนอยู่กับป่าได้อย่างเก้ือกูลกัน
และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้หน่วยงานราชการช่วยเหลือ
ดูแลเร่ืองปากท้องของราษฎรในพื้นท่ีโครงการให้อยู่ดีกินดีขึ้น และดูแลการจัดตั้งวัดในพ้ืนที่ให้
ถกู ตอ้ งตามระเบียบกฎหมายเพื่อเป็นศูนยพ์ ฒั นาจิตใจของราษฎร
เพ่ือสนองพระราชเสาวนีย์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการช่วยเหลือดูแล
เร่ืองปากท้องของราษฎรให้อยู่ดีกินดีข้ึน และสนองพระราชดาริสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ
สยามมกุฎราชกุมาร ด้านการฟ้ืนฟูสภาพป่าเพ่ือให้คนอยู่กับป่าได้อย่างเก้ือกูลกัน จึงได้กาหนด
แผนดาเนนิ โครงการในพนื้ ที่ ดงั น้ี
1. งานพัฒนาระบบชลประทานบริเวณพ้ืนทีห่ นองอึง่ เพือ่ ให้เกษตรกรได้ใช้น้าเพอ่ื ทาการเกษตร
2. งานสง่ เสริมและพัฒนาเกษตรผสมผสาน พืชผักเพื่อเป็นแหลง่ อาหารและเป็นรายไดก้ บั เกษตรกร
3. งานสง่ เสริมและพัฒนาดา้ นการเกษตร เพ่ือคุณภาพของพชื และดนิ มคี ณุ ภาพ
4. งานสง่ เสริมและพฒั นาดา้ นปศุสตั ว์ ส่งเสริมใหช้ าวบา้ นเล้ยี งไก่ไข่ ปลา กบ วัวฯ
5. งานสง่ เสริมและพฒั นาด้านประมง สง่ เสรมิ การเลย้ี งปลาในกระชังในบรเิ วณหนองอึ่ง
6. งานส่งเสริมและพฒั นาทด่ี ิน การปลกู ถ่วั ลสิ งเพอื่ เปน็ พชื รองทง้ั สภาพไรแ่ ละสภาพพ้ืนท่ีทากิน
7. งานส่งเสริมศิลปาชพี สง่ เสรมิ ให้ชาวบ้านในตาบลค้อเหนอื มีรายได้เสริม การทอเสอ่ื การทอผา้ ไหม
8. งานส่งเสริมและพฒั นาผลิตภัณฑ์/กลุ่มอาชีพสหกรณ์การเกษตร วนาทพิ ย์โอท็อป ชุมชนคนรักษป์ า่
9. งานพัฒนามาตรฐานอาหารแปรรปู ผลิตภัณฑจ์ ากสหกรณ์ การเกษตรไดร้ บั การรับรองจาก อย.
10. งานฟน้ื ฟูและพฒั นาป่าไม้ตามแนวพระราชดาริ การปลูกปา่ เพอ่ื ใหป้ า่ มีความอดุ มสมบรู ณ์
11. งานอนรุ กั ษ์ปา่ ไม้ตามแนวพระราชดาริ กจิ กรรมการปลกู ป่าของคนในพ้ืนท่ีเปน็ การอนุรกั ษ์ป่าไม้
12. งานอานวยการและบริหารงานโครงการ โครงการพัฒนาพื้นท่ีบริเวณหนองอ่ึงอันเน่ืองมา
จากพระราชดาริ
เอกสารอ้างองิ
กระทรวงวฒั นธรรม. ๒๕๕๙. พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช. พิมพค์ รง้ั ท่ี ๓. กรงุ เทพฯ :
กรมสง่ เสรมิ วัฒนธรรม กระทรวงวฒั นธรรม.
หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลมิ พระเกยี รตสิ มเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าชฯ สยามมกุฎราชกุมาร อุบลราชธานี.
สรปุ ผลการดาเนนิ งานโครงการ “ยโสธรนอ้ มราลึก ๖๐ ปี ตามรอยพระบาทท่ยี าตรา” เฉลมิ พระเกียรติ
พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั เน่ืองในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๘ พรรษา ๕ ธนั วาคม ๒๕๕๘.
กระทรวงวัฒนธรรม. พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช. พิมพ์ครง้ั ท่ี ๓. กรุงเทพฯ :
กระทรวงวัฒนธรรม.
กรมสง่ เสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม. ๒๕๕๙. หอจดหมายเหตุแห่งชาตเิ ฉลิมพระเกียรติสมเดจ็
พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกฎุ ราชกุมาร อบุ ลราชธานี สรปุ ผลการดาเนินงานโครงการ
“ยโสธรน้อมราลึก ๖๐ ปี ตามรอยพระบาทท่ยี าตรา” เฉลมิ พระเกยี รติ พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัว
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๘ พรรษา ๕ ธนั วาคม ๒๕๕๘.