" เมล็ดข้าวสู่มาลัยร้อยเรียง ศรัทธาภูมิปัญญาชาวฟ้าหยาด " ประวัติบ้านฟ้าหยาด สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ปกครอง อาณาจักรสยามต่อจากพระเจ้ากรุงธนบุรีขณะนั้น พระเจ้าสิริบุญสาร กษัตริย์ผู้ปกครอง เมืองเวียงจันทน์อาณาจักรล้านนา (สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว) ได้ยกทัพเข้า มารุกรานชายแดน โดยเข้าโจมตีที่เมืองนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน (หนองบัวลุ่มภู) พระวอและพระตา ผู้ปกครองเมืองได้นำพลออกต่อสู้อย่างกล้าหาญและพระเจ้าตา เจ้าเมืองได้ถูกปืนและถึงแก่อสัญกรรม ขณะที่ทำการรบกันนั้น ได้ให้ท้าวคำสูท้าวคำสิงห์ อพยพไพร่พลลงมาตามลำน้ำชี เพื่อสร้างเมืองใหม่ ท้าวคำสูเป็นผู้มาสร้างเมืองสิงห์ท่า (เมืองยโสธร) ประชาชนได้ทำมาหากินอย่างปกติสุข และประชาชนส่วนหนึ่งก็ได้แยกย้าย หาทำเลที่ทำกินแหล่งใหม่ลงมาตามลุ่มแม่น้ำชี จนพบเนินดินพื้นที่กว้างขวาง น้ำท่วมไม่ถึง และยังเป็นชัยภูมิที่ดี จึงได้ทำการถากถางเป็นที่ทำมาหากิน และตั้งบ้านเรือนจนมีผู้อพยพ เข้ามาตั้งบ้านเรือนมากขึ้น เกิดเป็นชุมชนและหมู่บ้านพร้อมทั้งได้มีการก่อตั้งวัดเพื่อให้ ลูกหลานได้เล่าเรียนศึกษา ในระหว่างที่ประชาชนจัดเตรียมพื้นที่ที่จะสร้างวัด ซึ่งอยู่ในช่วง ต้นระหว่างฤดูฝนได้เกิดพายุฟ้าคะนอง ร้องคำรามอย่างน่ากลัวเป็นเวลานาน ชาวบ้านเกิด ความหวาดกลัว จึงได้นำเครื่องไม้เครื่องมือที่ทำการถากถางป่าไม้ไปซ่อนไว้ที่โคนไม้ใหญ่ แล้วพากันกลับบ้าน จากนั้นไม่นานฟ้าได้ผ่าลงกลางต้นไม้ใหญ่ทำให้บริเวณโดยรอบ 1
สว่างไสวไปทั่ว และมีดพร้าที่นำไปซ่อนไว้พบว่าขาดออกเป็น ๒ ท่อน ชาวบ้านจึงตั้งชื่อว่า "บ้านฟ้าหยาด" และตั้งวัดชื่อว่า "วัดฟ้าหยาด" จากฟ้าหยาด สู่ มหาชนะชัย เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๐๒ ในสมัยพระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ได้ทรงโปรดเกล้าให้ท้าวกุทอง เป็นเจ้าเมืองอุบลราชธานี และพระราชทานนามว่า "พระพรหมราชวงศา" ปกครอง ประชาราษฎร์ต่างพระเนตรพระกรรณ เนื่องจากมีพื้นที่ปกครองกว้างใหญ่ไพศาลจึงให้ ท้าวปุตตะคำพูนราชบุตร ไปจัดตั้งเมืองใหม่ ณ บริเวณบ้านเวินชัย ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำชี โดยตั้งชื่อว่า "เมืองหันชนะชัยชำนะ" ต่อมาเห็นว่าพื้นที่คับแคบ ไม่เหมาะสมที่จะขยายเมือง จึงได้มาตั้งเมืองใหม่ ณ สถานที่ตั้งเมืองในปัจจุบันนี้ คือ เมืองมหาชนไชย (มหาชนะชัย) เดิมขึ้นตรงต่อเจ้าเมืองอุบลราชธานี เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๐๖ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ตั้งเมืองมหาชนไชย และพระราชทานนามเท้าปุตตะคำพูน เป็นพระเรืองไชยชำนะ เจ้าเมือง มหาชนไชย แต่งตั้งท้าวโพธิราช (ผา) เป็นอุปราช ท้าววรกิตติกา (ไชย) เป็นราชวงศ์และท้าว อุเทน (หอย) เป็นราชบุตร เมื่อพระเรืองไชยชำนะได้ถึงแก่กรรม พระสิทธิจางวางได้เป็นเจ้า เมืองสืบแทน ต่อมาจนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๔๕๒ ได้เปลี่ยนเป็น อำเภอมหาชนไชย โดยขึ้นตรง ต่อจังหวัดอุบลราชธานี และต่อมาได้เป็นเปลี่ยนชื่อเป็น อำเภอฟ้าหยาด เมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๔๖๐ และได้เปลี่ยนชื่อกลับมาเป็นอำเภอมหาชนะชัยอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๔๘๒ และต่อมาเมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๑๕ ได้มาขึ้นตรงต่อจังหวัดยโสธร 2
วิถีชีวิตของชุมชน ปัจจุบันบ้านฟ้าหยาด เป็นหมู่บ้านชุมชนเมือง อยู่ในเขตเทศบาลเป็นส่วนใหญ่ มีลำน้ำชีไหลผ่านหมู่บ้าน มีวัดเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านและมีศาลหลักเมืองพระเรือง ไชยชำนะ วัดหอก่อง วัดฟ้าหยาด และวัดกลางโพธิ์ชัย เป็นที่สักการบูชาและทำพิธีกรรม ทางศาสนา มีความเชื่อในการขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์และได้สมดังปรารถนา มีศิลปวัฒนธรรม ประเพณีที่สำคัญ คือ "ประเพณีแห่มาลัยข้าวตอก" เป็นหมู่บ้านชุมชนการทำมาลัยข้าวตอก การทำนาปี มีแหล่งน้ำเพียงพอต่อการประกอบอาชีพ เช่น ทำนา เลี้ยงสัตว์ ปลูกพืชผัก สวนครัว ทอผ้า ทำปุ๋ยหมัก/ปุ๋ยอินทรีย์ เลี้ยงกบ เลี้ยงปลาในกระชัง ประชาชนมีความรัก และสามัคคีกัน ผู้นำมีความเสียสละ เข้มแข็ง รับผิดชอบ และเกิดเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง ชุมชนบ้านฟ้าหยาด มีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว มีแหล่งเรียนรู้ ด้านศาสนา คือ วัดฟ้าหยาด พิพิธภัณฑ์มาลัยข้าวตอก วัดหอก่อง วัดกลางโพธิ์ชัย ศาลหลักเมืองพระเรืองไชยชำนะ ด้านศิลปวัฒนธรรม มีงานประเพณีแห่มาลัยข้าวตอก ในช่วงวันมาฆบูชาเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่มีเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในโลก เป็นงานประเพณี ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย มีผลิตภัณฑ์ชุมชน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มาลัยข้าวตอก ของที่ระลึกมาลัยข้าวตอก ผ้าคลุมไหล่ ผ้าพื้นเมือง บริการนวดแผนไทย มีที่พักโฮมสเตย์ พร้อมให้บริการแก่นักท่องเที่ยวด้วยมิตรไมตรี 3
ชุมชนคนทำมาลัยข้าวตอก ชุมชนบ้านฟ้าหยาดเป็นชุมชนที่มีการสืบทอดภูมิปัญญาการทำมาลัยข้าวตอก ที่ใช้เป็นส่วนสำคัญในงานประเพณีแห่มาลัยข้าวตอกของอำเภอมหาชนะชัยและจังหวัด ยโสธร การทำมาลัยข้าวตอกเป็นภูมิปัญญาที่เกิดจากการทดลองแก้ไขและสั่งสมของคน ในท้องถิ่นมาหลายรุ่น จนเกิดเป็นองค์ความรู้ที่ตกผลึกคือการนำเอาข้าวเปลือกข้าวเหนียว มาคั่วในหม้อดิน ใช้ก้านกล้วยคนไปมาเพื่อให้เมล็ดข้าวแตกเป็นดอก จากนั้นก็มีภูมิปัญญา ในการคัดแยกระหว่างดอกข้าวตอกและกากเปลือกข้าวโดยการนำไปฝัด (คัดเลือก) ในกระด้งเพื่อให้กากข้าวนั้นปลิวออกให้เหลือเพียงดอกข้าวตอกเท่านั้น ภูมิปัญญาจาก ชิ้นงานประการต่อมาคือ การร้อยดอกข้าวตอก หากร้อยให้ด้านที่มีสีเหลืองขึ้นด้านบน จะทำให้มาลัยนั้นมีลักษณะสีขาวอมเหลือง แต่ถ้าหากร้อยให้ด้านที่มีสีเหลืองนั้นคว่ำลง จะทำให้มาลัยนั้นเป็นสีขาวโพลน ประการสุดท้าย การร้อยต้องใช้เข็มสอยเท่านั้น เพราะ หากใช้เข็มร้อยมาลัยจะทำให้ดอกข้าวตอกนั้นเกิดการแตกเสียหายได้ และก่อนถึง วันมาฆบูชา ๑ วัน คือวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๓ ชาวบ้านก็จะนำมาลัยของตนที่ร้อยอย่าง สวยงามมารวมกันที่จุดนัดหมายแล้วแห่รอบเมืองเป็นขบวนสวยงาม มีเอกลักษณ์เฉพาะตน ที่แตกต่างจากท้องถิ่นอื่น จากนั้นจะนำไปถวายวัดเพื่อเป็นพุทธบูชา 4
งานประเพณีแห่มาลัยข้าวตอก จัดอย่างยิ่งใหญ่ หนึ่งเดียวในโลก ณ บ้านฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร นับเป็นอีกงานประเพณีประจำปี ที่น่าสนใจและเรียกได้ว่าเป็นงานบุญประเพณีที่มีพื้นฐานความเชื่อในการจัดงาน ที่สอดคล้องกับความเชื่อเรื่องดอกมณฑารพจากสรวงสวรรค์ อันเป็นส่วนหนึ่งของ ฮีตสิบสองหรือจารีตประเพณี ประจำสิบสองเดือนของชาวอีสานที่ยึดถือปฏิบัติมาช้านาน กระทรวงวัฒนธรรม ได้ประกาศขึ้นทะเบียน "ประเพณีแห่มาลัยข้าวตอก ในเทศกาลวันมาฆบูชา จังหวัดยโสธร" สาขาแนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม ประเพณี และเทศกาล เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประจำปี พ.ศ. 2558 ประกาศ ณ วันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2558 และในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ กระทรวงวัฒนธรรม ได้ประกาศ คัดเลือกงานประเพณีแห่มาลัยข้าวตอก “มาฆบูชา อารยธรรมอีสาน” เป็น ๑ ใน ๑๖ เทศกาลประเพณีเพื่อยกระดับไปสู่ระดับชาติและนานาชาติ ซึ่งถือว่าเป็นจุดประกายสำคัญ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติได้รับรู้และมาเที่ยวงาน และกระตุ้นให้ ชาวยโสธรซึ่งเป็นเจ้าของมรดกภูมิปัญญาช่วยกันดูแลรักษาไม่ให้สูญหายและภาคภูมิใจ ในมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของตนเอง 5
สถานที่ท่องเที่ยว วัดหอก่อง วัดหอก่อง บ้านฟ้าหยาด หมู่ที่ 4 ตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัด ยโสธร ก่อตั้งเมื่อ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๐๘ โดยพระเรืองไชยชำนะ เจ้าเมืองคนแรก ที่ย้ายเมืองมาจากบ้านเวินชัย ยกบ้านฟ้าหยาดขึ้นเป็นเมืองฟ้าหยาด หรืออำเภอฟ้าหยาด ต่อมาเปลี่ยนเป็นอำเภอมหาชนะชัยในปัจจุบัน แต่ก่อนชาวบ้านเรียก "วัดหอก่องศรีทอง" ต่อมาคำว่า "ศรีทอง" ชื่อตรงกันหลายวัดเลยตัดคำว่าศรีทองออก เหลือชื่อว่า "วัดหอก่อง" เรียกตามชื่อกระติบข้าวหรือก่องข้าวเหนียว วัดหอก่อง ถือเป็นวัดสำคัญของชาวบ้านฟ้าหยาดและอำเภอมหาชนะชัย และสร้างชื่อเสียงให้จังหวัดยโสธร โดยเฉพาะการถวายมาลัยข้าวตอกเป็นพุทธบูชา ในประเพณีบุญเดือนสาม เรียกว่า "ประเพณีแห่มาลัยข้าวตอก" จัดขึ้นในช่วงวันมาฆบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี โดยชาวบ้านจะนำมาลัยข้าวตอกที่ทำด้วยความศรัทธา อย่างสวยงามมาถวายพระ แล้วนำไปเก็บไว้ที่ศาลาการเปรียญชั้น 2 ของวัดหอก่อง และบางส่วนนำไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์มาลัยข้าวตอก ที่อยู่ภายในวัดหอก่อง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถชมภูมิปัญญาท้องถิ่นมาลัยข้าวตอกได้ตลอดทั้งปี โดยจะจัดแสดง ไว้จนครบ ๑ ปี เมื่อถึงฤดูกาลใหม่ ชุมชนก็จะปลดพวงมาลัยลงและนำเป็นอาหารให้กับ สัตว์น้ำต่อไป นอกจากนี้ วัดหอก่องยังมีจุดบูชามาลัยข้าวตอกเพื่อถวายเป็นพระพุทธบูชา และจำหน่ายมาลัยข้าวตอกจิ๋วสำหรับเป็นของที่ระลึก ผลิตภัณฑ์จักสาน ผลิตภัณฑ์จาก ผ้าทอมือ ผลผลิตทางการเกษตรอินทรีย์ และอาหารพื้นบ้านของชุมชนบ้านฟ้าหยาด ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อ 6
พิพิธภัณฑ์มาลัยข้าวตอก พิพิธภัณฑ์มาลัยข้าวตอก ตั้งอยู่ที่วัดหอก่อง ตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร สนับสนุนงบประมาณก่อสร้างโดยองค์การบริหารส่วน จังหวัดยโสธร และเปิดทำการเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประเพณีวัฒนธรรม เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของประเพณีแห่มาลัย ข้าวตอก ประเภทของมาลัยข้าวตอก ขั้นตอนการทำ มาลัยข้าวตอก และเก็บรวบรวมมาลัยข้าวตอกที่ถวาย เป็นพุทธบูชาในวันมาฆบูชา ไว้ให้เด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ประชาชน และนักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม ศึกษาเรียนรู้ตลอดทั้งปี โดยพิพิธภัณฑ์มาลัยข้าวตอก เปิดให้บริการทุกวัน โดยไม่เสียค่าเข้าชม ตั้งแต่ เวลา 09.00 – 16.00 น. 7
วัดกลางโพธิ์ชัย วัดกลางโพธิ์ชัย ตั้งเมื่อ พ.ศ. 2550 ณ บ้านฟ้าหยาด หมู่ 2 ตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร เดิมชื่อ "วัดกลาง" ตั้งครั้งแรกราวปี พ.ศ. 2420 ขณะนั้นขึ้นจังหวัดอุบลราชธานี และเมื่อ ปลายรัชกาลที่ 5 ทางราชการเห็นว่าวัดใน ชุมชนมีจำนวนมาก จึงได้ประกาศให้ยุบ วัดกลางและวัดอื่นๆ อีกหลายวัด คงไว้แต่ วัดหอก่องและวัดฟ้าหยาด โดยกรมการ ศาสนาได้ดูแลรักษาที่ดินไว้และบริหารจัดการ ให้เกิดประโยชน์ทางราชการต่อมา และต่อมา ปี พ.ศ. 2547 ได้ทำการฟื้นฟูบูรณะขึ้น และ ได้เปลี่ยนชื่อวัดจาก "วัดกลาง" เป็น "วัดกลาง โพธิ์ชัย" ในปี พ.ศ. 2550 ภายในวัด มีพระพุทธรูปที่สำคัญ เป็นที่เคารพสักการะ ของคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก คือ พระพุทธวชิร มหาชนะชัย เป็นพระประธานประจำอุโบสถ ที่จำลองมาจากพระไพรีพินาศ ที่องค์จริง ประดิษฐานที่วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ 8
ศูนย์การเรียนรู้มาลัยข้าวตอก บ้านฟ้าหยาด หมู่ ๒ ศูนย์การเรียนรู้มาลัยข้าวตอก บ้านฟ้าหยาด หมู่ ๒ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2561 ณ บ้านเลขที่ 126/4 หมู่ที่ 2 ตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร ซึ่งมีนายทรงสิทธิ์ พจน์ชนะชัย เป็นประธานศูนย์ เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับ ประเพณีแห่มาลัยข้าวตอก ที่มีการดำเนิน กิจกรรม ดังนี้ 1. จัดแสดงองค์ความรู้เกี่ยวกับประเพณี แห่มาลัยข้าวตอก 2. จัดแสดงและสาธิตการทำมาลัยข้าวตอก 3. จำหน่ายผลิตภัณฑ์มาลัยข้าวตอก ผลิตภัณฑ์ชุมชน 4. เป็นแหล่งเรียนรู้ฝึกอบรมและศึกษา ดูงาน 5. เป็นแหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชนคนทำมาลัย ข้าวตอก 9
ศาลหลักเมืองพระเรืองไชยชำนะ “พระเรืองไชยลือเลื่อง” คำว่า พระเรืองไชย มาจากคำว่า "พระเรืองไชยชำนะ" บุตรของเจ้า กุทอง สุวรรณกูฏ เจ้าเมือง อุบลราชธานี ได้รวบรวมพี่น้องประชาชนไทย ฝั่งซ้ายแม่น้ำชีเข้าเป็นปึกแผ่น ได้ทำการสร้าง เมืองหันชนไชยชำนะ (หันชนะชัยชำนะ) หรือ เมืองมหาชนะชัย (มหาชนะชัย) ขึ้น ได้วางแผน การปกครองและการพัฒนาบ้านเมือง ณ บ้าน เวินไชย (เวินชัย) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2406 เป็นต้นมา ชาวอำเภอมหาชนะชัย จึงสร้างศาลหลักเมือง พระเรืองไชยชำนะขึ้น ณ บริเวณหน้า อาคาร สำนักงานเทศบาลตำบลฟ้าหยาด เพื่อรำลึกถึง พระเมตตาธิคุณของท่าน เป็นที่เคารพศรัทธา ยึดเหนี่ยวจิตใจ ของชาวอำเภอมหาชนะชัย และท้องถิ่นใกล้เคียง และในเดือนธันวาคมชาว ม ห า ช น ะ ช ั ย จ ะ ม ี ก า ร จ ั ด ง า น ไ ห ว ้ ศ า ล หลักเมืองพระเรืองไชยชำนะเป็นประจำทุกปี 10
วัดฟ้าหยาด วัดฟ้าหยาด ก่อตั้งเมื่อ ๑ มิถุนายน 2341 ณ บ้านฟ้าหยาด หมู่ที่ ๑ ตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร เดิมได้ตั้งวัดอยู่ที่ดินริมฝังแม่น้ำชี ชื่อว่า "วัดหลวง" (ที่ตั้งการ ประปาส่วนภูมิภาคในปัจจุบัน) แต่เนื่องจากที่ดินตั้งวัดอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำชีถึงฤดูฝนน้ำหลาก ไหลแรงทำให้ตลิ่งพังทลายมาก จึงย้ายวัดมาสร้างใหม่ห่างจากวัดเดิมทางทิศใต้ ๓๐๐ เมตร นามว่า "วัดคุ้ม" (วัดศรีสุมัง) (ที่ทำการไปรษณีย์ และโรงเรียนอนุบาลฟ้าหยาดราษฏร์นิยมใน ปัจจุบัน) ตั้งวัดได้ 20 ปี เพราะอยู่ในชุมชนไม่เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม ชาวบ้านจึงหาสถานที่ ใหม่บริเวณทางทิศตะวันตก ขณะที่ถางป่าเพื่อตั้งวัดใหม่นั้นเกิดฝนตกหนักชาวบ้านได้นำพร้าไป ซ่อนไว้ใต้ต้นไม้ และต่อมาได้เกิดฟ้าผ่าบริเวณนั้น จึงเรียกชื่อวัดที่สร้างใหม่นี้ว่า "วัดฟ้าหยาด" จนถึงปัจจุบัน วัดฟ้าหยาดถือได้ว่าเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง ตั้งแต่สร้างบ้านแปลงเมือง เป็นศูนย์รวมศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี เป็นโรงเรียนแห่งแรกของชาวอำเภอ มหาชนะชัย เป็นสถานที่ประกอบบุญกุศลอุทิศแก่ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว วัดฟ้าหยาดเป็นวัดอีกแห่งหนึ่งที่มีโบสถ์โบราณ ก่อสร้างด้วยหินอ่อน เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๗ เรือโบราณ และเสนาสนะที่สำคัญหลายอย่าง 11
ศูนย์การเรียนรู้มาลัยข้าวตอกบ้านฟ้าหยาด หมู่ ๑ ศูนย์การเรียนรู้มาลัยข้าวตอกบ้านฟ้าหยาด หมู่ที่ ๑ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2549 ณ บ้านเลขที่ ๖๗ หมู่ที่ ๑ ตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร โดยมี นางสุวรรณา ศิลาพล เป็นประธานศูนย์ ศูนย์การเรียนรู้มาลัยข้าวตอกบ้านฟ้าหยาด หมู่ 1 เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับประเพณีแห่มาลัยข้าวตอก ที่มีการดำเนินกิจกรรม ดังนี้ 1. จัดแสดงองค์ความรู้เกี่ยวกับประเพณีแห่มาลัยข้าวตอก 2. จัดแสดงและสาธิตการทำมาลัยข้าวตอก 3. จำหน่ายผลิตภัณฑ์มาลัยข้าวตอก ผลิตภัณฑ์จักสาน และผลิตภัณฑ์ จากผ้าทอมือ 4. เป็นแหล่งเรียนรู้ฝึกอบรมและศึกษาดูงานแก่ประชาชน 12
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านฟ้าหยาดพัฒนา กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านฟ้าหยาดพัฒนา ก่อตั้งเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2552 ณ บ้านเลขที่ ๖๗ หมู่ที่ ๑ ตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร โดยมี นางสุวรรณา ศิลาพล เป็นประธานกลุ่ม มีสมาชิก 15 คน เป็นกิจการของชุมชนที่เกี่ยวกับการทำ การเกษตรอินทรีย์ นำเสนอวิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยการพัฒนาเป็นสินค้าผลิตภัณฑ์ และการให้บริการ ตามวิถีชีวิตของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีการดำเนินกิจกรรม ดังนี้ 1. การทำการเกษตรอินทรีย์เลี้ยงสัตว์อินทรีย์ 2. บริการนวดแผนโบราณ สปาเท้า และโฮมสเตย์ 3. การจัดแสดงและสาธิตมรดกภูมิปัญญา มาลัยข้าวตอก จักสาน ผ้าทอมือ 4. จำหน่ายผลิตภัณฑ์มาลัยข้าวตอก ผลิตภัณฑ์จักสาน ผลิตภัณฑ์จากผ้าทอมือ ผลผลิตทางการเกษตรอินทรีย์ และอาหารพื้นบ้าน 5. เป็นแหล่งเรียนรู้ฝึกอบรมและศึกษาดูงาน 6. เป็นแหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชนคนทำมาลัยข้าวตอกและเกษตรอินทรีย์ 13
จุดชมวิวธรรมชาติลำน้ำชี อำเภอมหาชนะชัย เป็นอำเภอที่ มีแม่น้ำชีไหลผ่าน ตั้งแต่ทิศตะวันตกเฉียง เ ห น ื อ จ ร ด ท ิศ ตะ วั นอ อ ก เฉ ียง ใ ต้ ยาวประมาณ ๕๕ กิโลเมตร เสมือนเป็น เส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงชาวมหาชนะชัย มารุ่นแล้วรุ่นเล่า ให้ทั้งธรรมชาติที่ อุดมสมบูรณ์ อารยธรรมอันงดงาม และการกินดีอยู่ดีของผู้คนริมสองฝั่ง สร้างอาชีพให้คนในชุมชน โดยเฉพาะ อาชีพประมงพื้นบ้านที่เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง คนในครอบครัว เครื่องมือและวิธีการจับ ปลาก็ยังคงความคลาสสิก มีเพียงเรือหาง ยาว แห เบ็ด อวน สัตว์น้ำจึงยังคงความ อุดมสมบูรณ์ และจะพบเห็นวิถีชีวิตของ การทำประมงพื้นบ้านเหล่านี้ได้ในช่วง พระอาทิตย์ใกล้ตกดิน และบริเวณลำน้ำชี บริเวณชุมชนเรือนไทยฝั่งแดงแห่งนี้ถือเป็น จุดชมวิวธรรมชาติพักผ่อนหย่อนใจที่ สวยงามอีกจุดหนึ่งและลมเย็นสบาย 14
วัดพระพุทธบาทยโสธร วัดพระพุทธบาทยโสธร ก่อตั้งเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๑๗ ณ บ้านหนองยาง ตำบลหัวเมือง อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร เป็นโบราณสถานสำคัญ ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน ตั้งอยู่ บนเนินทรายริมฝั่งแม่น้ำชีทัศนียภาพ สวยงามสงบร่มเย็น วัดพระพุทธบาท ยโสธรแห่งนี้มีความโดดเด่นด้วย พระอุโบสถสีขาวหลังคาสีน้ำเงิน มีความงดงามตามแบบ ศิลปะประยุกต์ ทั้งการออกแบบรั้วและระเบียงที่มีลวดลายปูนปั้นที่ดูแปลกตา ภายใน ประดิษฐานพระพุทธโลกนาถ หรือพระพุทธรูปหยกขาว ที่สร้างขึ้นจากหยกขาวก้อนเดียว ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีรอยพระพุทธบาทจำลอง พระพุทธรูปปางนาค ปรกโบราณ ศิลาจารึกและพระบรมสารีริกธาตุรอยพระพุทธบาท นับเป็นโบราณสถาน อันล้ำค่าของจังหวัด 15
การติดต่อประสานงาน สนใจท่องเที่ยวชุมชนยลวิถี ชุมชนคุณธรรมฯ บ้านฟ้าหยาด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นายทรงสิทธิ์ พจน์ชนะชัย โทร. ๐๘๑ ๗๖๐๙ ๙๘๒ นางสุวรรณา ศิลาพล โทร. 092 3873 219 16