วารสารการแพทยโ์ รงพยาบาลอุดรธานี ปีที่ ๒๖ ฉบับท่ี ๑ ประจ�ำ เดอื น มกราคม - เมษายน ๒๕๖๑ 9
ความชกุ พฤติกรรมทันตสุขภาพและปัจจยั ท่เี ก่ยี วข้อง
ในผปู้ ว่ ยโรคปรทิ ันตอ์ ักเสบ
สริ ริ ตั น์ วีระเศรษฐกลุ (ท.บ.,ป.บัณฑติ .,อนุมตั ิบตั รสาขาปริทนั ตวิทยา) ทันตกรรม โรงพยาบาลอดุ รธานี
บทคดั ยอ่
การวิจัยคร้ังน้ีเป็นการศึกษาเชิงพรรณนาเกี่ยวกับพฤติกรรมทันตสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงที่พบใน
ผปู้ ่วยโรคปรทิ ันต์ โรงพยาบาลอดุ รธานี เก็บข้อมูลจากกลมุ่ ตวั อยา่ งซง่ึ เป็นผู้ป่วยทม่ี ารับบริการทแ่ี ผนกทันตกรรม
โรงพยาบาลอุดรธานี ในช่วงเดอื นกรกฎาคม-กันยายน 2560 สมุ่ ตวั อยา่ งด้วยวิธีส่มุ อยา่ งเป็นระบบ ไดจ้ �ำ นวนผู้
ป่วย 287 คน นำ�เสนอข้อมูลโดยใช้สถิตเิ ชิงพรรณนาด้วยคา่ ความถี่ รอ้ ยละ คา่ เฉลี่ยและส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน
น�ำ เสนอความชกุ รว่ มกับช่วงเชื่อมัน่ 95% ใชส้ ถิตเิ ชงิ วิเคราะหแ์ บบตวั แปรเชิงเดีย่ วและสมการถดถอยพหคุ ณู
ลอจสิ ติก
ผลการศกึ ษา พบผู้ป่วยทันตกรรมเปน็ โรคปรทิ ันต์อกั เสบรอ้ ยละ 15.0 ผ้ปู ่วยมีคะแนนความรู้เรื่องโรค
ปริทนั ต์ อยู่ในเกณฑร์ ะดับสูง (10-13 คะแนน) ร้อยละ 28.2 มคี ะแนนการดแู ลอนามยั ชอ่ งปากทีถ่ ูกต้อง (5-6
คะแนน) เพยี งรอ้ ยละ 12.5 เม่อื วเิ คราะหค์ วามสัมพนั ธ์ดว้ ยสมการถดถอยพหคุ ูณลอจสิ ติกพบวา่ ผ้ปู ่วยทีม่ อี ายมุ าก
เปน็ โรคปรทิ นั ตอ์ กั เสบมากกว่าผปู้ ว่ ยทีม่ อี ายุน้อย 1.084 เท่า (95%CI;1.041 - 1.129), p<0.001 พบผปู้ ว่ ยทมี่ ี
โรคเบาหวานในผปู้ ว่ ยโรคปรทิ ันต์อักเสบ มากกว่าผู้ปว่ ยทีไ่ ม่ไดเ้ ปน็ เบาหวาน 3.937 เทา่ (95%CI,1.798-8.620),
p=0.001 การสบู บหุ รเ่ี ป็นปัจจัยเสรมิ ในผปู้ ว่ ยโรคปรทิ นั ต์อักเสบมากกว่าผูท้ ีไ่ ม่สูบบุหร่ี 3.391 เทา่ (95%CI,
1.269-9.063), p=0.015 และผทู้ ีด่ ูแลอนามัยชอ่ งปากไมด่ เี ป็นโรคปริทันตอ์ ักเสบมากกวา่ ผู้ทดี่ ูแลอนามยั ช่องปาก
ดี 0.642 เท่า (95%CI,0.458-0.899), p=0.010 เมือ่ ควบคุมการเปน็ โรคไต การเคี้ยวหมากและระดับความรู้
จากผลการศึกษาสรุปไดว้ า่ ผู้ปว่ ยโรคปรทิ นั ต์มพี ฤตกิ รรมทนั ตสุขภาพในเร่อื งความรแู้ ละการดแู ลอนามัย
ชอ่ งปากคอ่ นขา้ งต�ำ่ ปัจจัยทีม่ คี วามสัมพนั ธก์ บั การเปน็ โรคปรทิ ันต์อกั เสบคืออายุ โรคเบาหวาน การสูบบหุ รี่
และการดูแลอนามัยชอ่ งปาก
ค�ำ สำ�คญั : พฤติกรรมทันตสขุ ภาพ โรคปริทันต์อกั เสบ โรงพยาบาลอดุ รธานี
10 Vol.26 No.1 January - April 2018 Udonthani Hospital Medical Journal
Prevalence, oral health behaviors and risk factors in
periodontitis patients.
Sirirat Veerasethakul, (DDS., Cert. in Perio., Dip.Thai board of Periodontology) Dental department
Udontani hospital.
Abstract
This cross-sectional descriptive research aims to study about oral health behaviors and
evaluated risk factors in periodontal disease patients at Udontani hospital. Systematic random
sampling was applied to periodontal disease patients in dentistry department, Udontani hospital,
287 patients were recruited. Data were collected by questionnaire and oral examination from
July to September 2016. Descriptive statistics used frequency, percentage, mean and standard
deviation, 95% Confidentce Interval. Bivariate analysis and multiple logistic regression analysis
were performed to investigate risk factors of periodontitis.
The results showed that the prevalence of periodontitis patients was 15.0%. A high
level of knowledge about periodontal disease (score10-13) was 28.2%. The proper oral hygiene
practices (score 5-6) had only 12.5%. The multiple logistic regression analysis showed that patients’
age related with the periodontitis (OR adj=1.084, 95% CI=1.041-1.129; p<0.001), patientswithdia-
betes (OR adj=3.937, 95% CI=1.798-8.620; p=0.001), smoking (OR adj=3.391, 95%CI=1.269-9.063;
p=0.015) and inadequate oral hygiene practices (OR adj=0.642, 95% CI=0.458-0.899; p=0.010),
when controlling the influence of kidney disease, chewing betel nut and the knowledge.
Conclusions: The oral health behaviors of patients have little knowledge and inadequate
oral hygiene practices. Risk factors associated with periodontitis patients are age, diabetes,
smoking and oral hygiene practices.
Keywords: Oral health behaviors, Periodontitis, Udonthani hospital
วารสารการแพทย์โรงพยาบาลอุดรธานี ปที ่ี ๒๖ ฉบับท่ี ๑ ประจ�ำ เดือน มกราคม - เมษายน ๒๕๖๑ 11
บทน�ำ ประสทิ ธภิ าพแทจ้ รงิ 6 ผูว้ จิ ัยจึงท�ำ การศึกษาถงึ ความชกุ
โรคปริทันต์อักเสบเป็นโรคในช่องปากท่ีมี พฤติกรรมทันตสุขภาพและปัจจัยเส่ียงในผู้ป่วยโรคปริ
ความชุกสูงพบได้ในประชากรทั่วไปจากผลการสำ�รวจ ทันตอ์ ักเสบโรงพยาบาลอุดรธานี
สภาวะทันตสุขภาพแห่งชาติครั้งท่ี 7 ปี พ.ศ.2555
รายงานวา่ ประชากรไทยในกลมุ่ วัยท�ำ งานที่มอี ายุ 35- วิธกี าร
44 ปี พบความชกุ โรคปรทิ นั ตอ์ กั เสบรอ้ ยละ 15.6 ใน เปน็ การศกึ ษาเชิงพรรณนาภาคตัดขวาง(cross
กลุ่มผ้สู งู อายุ 60-74 ปีพบความชุกของโรคปริทนั ต์ sectional descriptive study) ประชากรศึกษาคอื
อักเสบร้อยละ 32.1 เมอื่ พจิ ารณาประชากรในพื้นที่ ผู้ป่วยท่มี ารับการรักษาทางทันตกรรม โรงพยาบาล
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบวา่ ในกลุ่มวยั ทำ�งานมี อดุ รธานี ประชากรเปา้ หมาย คอื ผู้ป่วยแผนกทนั ต-
ความชกุ ของโรคปริทนั ตอ์ กั เสบรอ้ ยละ 16.8 สว่ นกลุ่ม กรรม ช่วงเดือน กรกฎาคม-กันยายน 2560 เกณฑ์
ผู้สูงอายุพบความชุกของโรคปริทันต์อักเสบร้อยละ การคัดออกคือผู้ป่วยที่ไม่สามารถตอบแบบสอบถามได้
37.71 เป็นทีท่ ราบกนั ดวี ่าโรคปรทิ ันต์อักเสบเปน็ โรค เองและผู้ป่วยท่ไี ม่ให้ความรว่ มมอื ค�ำ นวณขนาดกลุ่ม
ท่ีมีปัจจัยก่อโรคหลายด้านร่วมกันโดยสาเหตุหลักคือ ตัวอย่างจากโปรแกรม Winpepi ใชค้ วามชกุ ผูท้ ่ีเป็น
การท่ีมีเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคสะสมในร่องเหงือกการ โรคปริทนั ต์อกั เสบรอ้ ยละ 22 จากการศกึ ษาน�ำ ร่อง
แสดงออกและการดำ�เนินของโรคข้ึนกับการตอบ ของผู้วจิ ยั ในผปู้ ่วยทนั ตกรรม ณ ศนู ย์ส่งเสริมสขุ ภาพ
สนองของภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อเชื้อแบคทีเรียก่อ ชุมชนเมือง จ�ำ นวน 30 คน คำ�นวณกล่มุ ตัวอยา่ ง
โรคดังกล่าวรวมถึงอิทธิพลจากปัจจัยอ่ืนท้ังในด้าน ได้จ�ำ นวน 287 คน สุม่ ตัวอยา่ งด้วยวธิ สี ุ่มอย่างเป็น
สิง่ แวดลอ้ มและพฤติกรรมท่เี กีย่ วข้อง2 โดยเฉพาะ ระบบ
พฤติกรรมทันตสุขภาพในเรื่องการดูแลอนามัยช่อง เคร่ืองมือในการศึกษาเป็นแบบสอบถามชนิด
ปากซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการสะสมของแผ่นคราบ ตอบเองที่ผู้วิจัยพัฒนาจากการทบทวนวรรณกรรม3,7
จุลนิ ทรียท์ ที่ ำ�ใหเ้ กิดโรคปรทิ ันต์ ประกอบด้วย 4 สว่ นไดแ้ ก่
การศึกษาปัจจัยเสี่ยงท่ีมีผลต่อการก่อโรค 1) ขอ้ มลู ทัว่ ไป ได้แก่ เพศ อายุ การศึกษา
ปริทันต์มีความสำ�คัญอย่างมากในการพยากรณ์โรค อาชีพ และโรคประจำ�ตวั
และการวางแผนการรกั ษาโรคปริทันต์ มกี ารศึกษา 2) การวินิจฉัยสภาวะโรคปรทิ ันตโ์ ดย
พบปัจจัยตา่ งๆ ทีม่ ีผลต่อสขุ ภาพในช่องปาก เชน่ ทนั ตแพทย์
พฤตกิ รรมทันตสุขภาพ พฤติกรรมการบรโิ ภค การ 3) พฤตกิ รรมทันตสุขภาพประกอบดว้ ย 3 หวั
สูบบุหร่ี การเข้ารบั การรักษาทางทันตกรรม และการ ขอ้ คือ การวดั ความร้เู รือ่ งโรคปริทันต์ การดแู ลสุข
มโี รคทางระบบ3-5 การรักษาโดยมงุ่ เนน้ เพียงปจั จัย อนามัยชอ่ งปาก และทศั นคติด้านทนั ตสุขภาพ แบง่
ใดปัจจัยหนึ่งจะไม่สามารถยับยั้งการลุกลามของโรค ระดบั คะแนนแบบแบ่งกลุ่ม
ได้อย่างสมบูรณ์จำ�เป็นต้องอาศัยความร่วมมือของผู้ 3.1 ความรเู้ รื่องโรคปรทิ ันต์ โดย
ปว่ ย โดยเฉพาะในส่วนของการดแู ลอนามยั ชอ่ งปาก การสอบถามตามแบบสอบถาม 13 ข้อ ตอบถูกให้ 1
เพื่อป้องกันการกลบั เป็นใหม่ของโรค การให้ความ คะแนน ตอบผิดให้ 0 คะแนน ชว่ งคะแนนความรู้
สำ�คัญต่อผู้ป่วยในแง่ของการตอบสนองต่อโรคในทาง อยรู่ ะหวา่ ง 0-13 คะแนน แบง่ ระดับคะแนนความรู้
ชวี วทิ ยา สรีรวทิ ยาและระบบภูมคิ ุ้มกันเพียงอย่างใด ดังนี้
อย่างหน่ึงจะไม่สามารถแก้ปัญหาท่ีเกิดข้ึนกับโรคได้ ระดับตำ่� (0-4 คะแนน)
ท้ังหมด จำ�เปน็ ตอ้ งทราบและใหค้ วามส�ำ คญั ต่อปจั จัย ระดับปานกลาง (5-9 คะแนน)
เส่ียงหรือปัจจัยบ่งชี้ท่ีมีผลกับการเกิดโรคปริทันต์ร่วม ระดับสงู (10-13 คะแนน)
ด้วยเพ่ือที่จะสามารถป้องกันและรักษาโรคได้อย่างมี 3.2 การดแู ลสุขอนามยั ช่องปากมี
12 Vol.26 No.1 January - April 2018 Udonthani Hospital Medical Journal
ให้เลือก 2 ตวั เลอื ก คอื ปฏิบัติ (1 คะแนน) และไม่ ผลการศึกษา
เคยปฏิบัติ (0 คะแนน) จำ�นวน 6 ขอ้ ๆ ละ1 คะแนน ขอ้ มลู ทั่วไปของกลุ่มตวั อยา่ งจำ�นวน 287 ราย
แบง่ ระดบั คะแนนเปน็ 3 ระดับ คอื เปน็ โรคปริทันตอ์ ักเสบ 43 ราย คดิ เป็นรอ้ ยละ 15.0
ระดับตำ่� (0-2 คะแนน) มีอายรุ ะหวา่ ง 17-69 ปเี ปน็ เพศหญิงร้อยละ 61.0 จบ
ระดับปานกลาง (3-4 คะแนน) การศึกษาระดบั มัธยม/อนุปรญิ ญาร้อยละ 39.4 รองลง
ระดับสูง (5-6 คะแนน) มาคอื ระดบั ปริญญาตรขี ้นึ ไปร้อยละ 35.9 ประกอบ
3.3 ทศั นคตดิ ้านทันตสุขภาพเกีย่ ว ธรุ กิจสว่ นตัวหรอื รบั จ้างร้อยละ 46.3 มีโรคประจ�ำ ตวั
กับความร้สู ึก ความคิดเหน็ ความเชอื่ ตามแบบสอบ ร้อยละ 33.4 เป็นโรคในกลมุ่ ไม่ตดิ ตอ่ เรื้อรัง พบเป็น
ถาม จ�ำ นวน 9 ขอ้ ซึง่ มีให้เลือก 3 ตัวเลอื ก คือ เบาหวานมากสดุ รอ้ ยละ 26.5 สบู บหุ รีร่ อ้ ยละ 12.5
เหน็ ดว้ ย ไม่แน่ใจ ไม่เห็นดว้ ย โดยมขี อ้ คำ�ถามท่เี ปน็ ด่ืมชา กาแฟ นำ้�หวานนำ้�อัดลมร้อยละ 90.9 ทาน
ทัศนคตเิ ชิงบวกและทศั นคตเิ ชิงลบ มเี กณฑ์ การให้ ขนมหวานเหนยี วตดิ ฟนั รอ้ ยละ 59.9 รบั ประทาน
คะแนนเหน็ ดว้ ย (3 คะแนน) ไมแ่ น่ใจ (2 คะแนน) จุบจบิ ร้อยละ 61.7 เคย้ี วหมากรอ้ ยละ 0.7
ไมเ่ ห็นดว้ ย (1 คะแนน) แบง่ เปน็ 3 ระดบั คอื ขอ้ มลู สว่ นพฤติกรรมทนั ตสขุ ภาพ เรื่องความ
ระดบั ตำ่� (0 - 9 คะแนน) รเู้ กย่ี วกบั โรคปรทิ นั ต์ มคี า่ คะแนนเฉล่ยี และสว่ นเบีย่ ง
ระดับปานกลาง (10 – 18 คะแนน) เบนมาตรฐานของ 8.2+2.8 จากคะแนนเตม็ 13 คะแนน
ระดับสูง (19 – 27 คะแนน) (ต�่ำ สดุ 2 คะแนน สงู สดุ 12 คะแนน) เมือ่ จำ�แนกเปน็
4) ปัจจัยท่ีมคี วามสัมพนั ธก์ บั โรค 3 ระดบั พบวา่ มผี ู้ที่มีความรู้ระดับสงู (10-13 คะแนน)
ปรทิ นั ตอ์ ักเสบไดแ้ ก่ พฤติกรรมการบริโภค การสูบ รอ้ ยละ 28.2 ระดบั ปานกลาง (5-9 คะแนน) รอ้ ยละ
บหุ รี่ เคี้ยวหมาก โดยผ่านการตรวจสอบความตรงตาม 35.2 และระดบั ต่ำ� (1-4 คะแนน) ร้อยละ 36.6
เนอ้ื หา และตรวจสอบภาษาจากผเู้ ช่ยี วชาญ 3 ทา่ น พิจารณาเปน็ รายขอ้ พบวา่ ความรู้เรอ่ื งการรักษาโรค
ทดลองใช้กับกลุ่มเป้าหมายในการศกึ ษานำ�ร่อง ทดสอบ เหงอื กอักเสบทถี่ กู ตอ้ งคอื การพบทนั ตแพทย์เพื่อขูด
ความเท่ียงของแบบสอบถามได้ค่าความเชื่อม่ันครอน หนิ ปนู ตอบถกู รอ้ ยละ 42.5 และโรคเหงอื กอักเสบถา้
บากแอลฟ่า 0.745 ความยากงา่ ยของความรมู้ ีคา่ เฉล่ีย รักษาแล้วเหงือกจะสามารถกลับสู่สภาพปกติได้ตอบ
อยู่ระหวา่ ง 0.2-0.8 ถูกร้อยละ 40.8 ส่วนความรู้ทีต่ อบถูกน้อยท่ีสุดคอื
ความรู้เรื่องการป้องกันการเกิดโรคปริทันต์ด้วยการ
การวิเคราะห์ข้อมูลใช้โปรแกรมสำ�เร็จรูปทางสถติ ิ แปรงฟันให้ถูกวิธี และอาการทแ่ี ปรงฟนั แลว้ มีเลอื ด
1) ใช้สถิตเิ ชงิ พรรณนาดว้ ยค่าความถ่ี รอ้ ย ออกแสดงว่าเปน็ โรคเหงอื กอักเสบ รอ้ ยละ 31.0 และ
ละค่าเฉลย่ี และสว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน นำ�เสนอความ 30.0 ตามล�ำ ดบั
ชุกรว่ มกับ ชว่ งเช่ือมัน่ 95% การดูแลอนามัยช่องปากพบว่ามีการแปรง
2) วเิ คราะหป์ จั จยั เสี่ยงทพี่ บในผูป้ ว่ ยโรคปริ ฟันวนั ละ 2 ครั้งขนึ้ ไป รอ้ ยละ 74.2 แตแ่ ปรงฟนั ไดถ้ ูก
ทันต์อักเสบโดยใชส้ ถิตวิ เิ คราะห์ทวปิ จั จยั (bivariable วธิ เี พยี งร้อยละ 29.6 มีการใช้อปุ กรณ์เสรมิ ในการทำ�
analysis) และพหปุ ัจจัยแบบโลจิสติก (multivariable ความสะอาดชอ่ งปากรอ้ ยละ 26.5 ใชไ้ หมขัดฟนั และ
logistic regression) แปรงซอกฟนั ร้อยละ 3.5 และ 3.1 ใช้ไมจ้ ิ้มฟนั ร้อยละ
งานวิจัยคร้ังน้ีได้ผ่านการพิจารณาจากคณะ 38.0 พบทันตแพทยป์ ีละ 2 ครง้ั เพียง ร้อยละ 11.8 กลุ่ม
กรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ โรงพยาบาล ท่ีจะพบทันตแพทยเ์ ม่ือมีอาการ รอ้ ยละ 51.2 ส่วนใหญ่
อดุ รธานีเลขท่ีรับรองที่ 36/2560 เคยรับการรกั ษาทางทนั ตกรรม รอ้ ยละ 85.4 การรักษา
เป็นการถอนฟันและขูดหินปูนใกล้เคียงกันคือร้อยละ
59.2 และ 53.7 แต่การรกั ษาโรคปรทิ ันต์อกั เสบน้อย
วารสารการแพทยโ์ รงพยาบาลอดุ รธานี ปีที่ ๒๖ ฉบับที่ ๑ ประจำ�เดอื น มกราคม - เมษายน ๒๕๖๑ 13
มากพบเพยี งร้อยละ 2.8 เมอ่ื พิจารณาระดับคะแนน ตารางที่ 1 ข้อมูลทวั่ ไปและพฤติกรรมทนั ตสขุ ภาพ
การดแู ลอนามัยชอ่ งปากพบว่า มีค่าเฉล่ยี และสว่ น (n = 287) (ต่อ)
เบ่ยี งเบนมาตรฐาน 3.1+1.2 มีคะแนนตั้งแต่ 1-6 ตัวแปร จำ�นวน (รอ้ ยละ)
คะแนน จากคะแนนเต็ม 6 คะแนนโดยกลุ่มที่มีระดบั ธุรกจิ ส่วนตัว/รับจ้าง 133 (46.3)
การปฏบิ ัติตวั ถูกตอ้ ง (5 – 6 คะแนน) มีแคร่ อ้ ยละ12.5 เกษตรกรรม 51 (17.8)
ทัศนคติต่อการดูแลสุขภาพช่องปากพบว่ามี พ่อบา้ น/แม่บ้าน 45 (15.7)
ทัศนคติเชิงบวก โดยเฉพาะการทีเ่ หน็ ดว้ ยวา่ การขูด นกั เรยี น/นกั ศกึ ษา 24 (8.4)
หนิ ปูนเป็นการรกั ษาโรคเหงือก ร้อยละ 97.2 เหน็ ดว้ ย โรคประจ�ำ ตวั
ว่าถ้าแปรงฟันแล้วเลือดออกต้องพบทันตแพทย์และ ไมม่ ี 191 (66.6)
การใช้ไหมขัดฟันจะช่วยให้สะอาดมากข้ึนเท่ากันคือ มี (บางคนมีมากกวา่ 1 โรค) 96 (33.4)
รอ้ ยละ 84.3 การมีสขุ ภาพเหงอื กและฟันท่ีดจี ะทำ�ให้ ความดนั โลหติ สูง 68 (23.7)
สุขภาพแข็งแรง รอ้ ยละ 83.6 การปอ้ งกนั ไม่ใหเ้ ป็นโรค เบาหวาน 76 (26.5)
ปรทิ ันตด์ กี วา่ การเป็นโรคแล้วค่อยรกั ษา รอ้ ยละ 79.8 โรคหวั ใจหลอดเลอื ด 19 (6.6)
ไม่เห็นด้วยกับเร่ืองยาสีฟันบางชนิดจะช่วยรักษาโรค โรคไต 6 (2.1)
เหงือกโดยไมต่ อ้ งพบทนั ตแพทย์ ร้อยละ 95.8 มีความ ไขมันในเลอื ดสงู 31 (10.8)
เห็นวา่ ไม่ควรขดู หินปนู เพราะจะทำ�ใหฟ้ นั บาง ร้อยละ II พฤติกรรมทนั ตสุขภาพ
92.3 และไม่เห็นด้วยว่าฟันจะทยอยหลดุ เองตามธรรมชาติ โรคปรทิ นั ตอ์ กั เสบ 43 (15.0)
รอ้ ยละ 92.7 เม่ือพิจารณาระดับทศั นคติพบวา่ มีค่า ปัจจัยเสริม
เฉลีย่ และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน 25.9+1.4 จากคะแนน สูบบุหรี่ 36 (12.5)
เต็ม 27 คะแนน (ต่�ำ สุด 22 คะแนน สูงสดุ 27 คะแนน) ชา กาแฟ น�ำ้ หวานน้ำ�อัดลม 261 (90.9)
โดยกลุม่ ท่ีมรี ะดบั ทัศนคติที่ดี (23-27 คะแนน) มีมาก ขนมหวานเหนยี วติดฟนั 172 (59.9)
ถงึ รอ้ ยละ 97.9 (ตารางท1่ี ) รับประทานจบุ จบิ 177 (61.7)
เคีย้ วหมาก 2 (0.7)
คะแนนความรู้เรื่องโรคปริทันต์
เฉลีย่ 8.2 (SD 2.8) min – max = 2 – 12
ตำ่� (0 – 4 คะแนน) 105 (36.6)
ปานกลาง (5 – 9 คะแนน) 101 (35.2)
ตารางที่ 1 ขอ้ มลู ทัว่ ไปและพฤตกิ รรมทันตสุขภาพ สูง (10 – 13 คะแนน) 81 (28.2)
คะแนนการดูแลสุขภาพช่องปาก
(n = 287) เฉลี่ย 3.1 (SD 1.2) min – max = 1 – 6
ตัวแปร จำ�นวน (ร้อยละ)
I. ข้อมลู ทวั่ ไป ต่ำ� (0 – 2 คะแนน) 176 (61.3)
ปานกลาง (3 – 4 คะแนน) 75 (26.1)
เพศ สูง (5 – 6 คะแนน) 36 (12.5)
ชาย 112 (39.0)
หญงิ 175 (61.0) คะแนนทัศนคติต่อการดูแลสุขภาพ ช่องปาก
เฉลย่ี 25.9 (SD 1.4) min – max = 22 – 27
อายุ (ป)ี เฉลย่ี 39.4 (SD 11.2) min – max = 17 – 69 ต�ำ่ (0 – 9 คะแนน) 0 (0.0)
<30 55 (19.2) ปานกลาง (10 – 18 คะแนน) 6 (2.1)
30 - 39 78 (25.8) สงู (19 – 27 คะแนน) 281 (97.9)
40 - 49 107 (37.7)
≥ 50 51 (17.8)
การศกึ ษาสงู สุด ผลการวิเคราะห์ปัจจัยเส่ียงของการเกิดโรค
ประถม 71 (24.7) ปริทันต์อักเสบโดยใช้สถิติวิเคราะห์ทวิปัจจัย(bivariable
มธั ยม/ปวช, ปวส 113 (39.4) analysis) พบวา่ ปจั จยั ที่มคี วามสัมพันธ์อยา่ งมีนัย
ปริญญาตรีขนึ้ ไป 103 (35.9) สำ�คญั ทางสถติ ิ ได้แก่ การมีโรคประจ�ำ ตวั Odd Ratio
อาชพี (OR)=5.472 (95% CI 2.725-10.987), p<0.001 การ
รับราชการ 34 (11.8) เปน็ โรคเบาหวาน OR= 6.716 (95%CI 3.358-
14 Vol.26 No.1 January - April 2018 Udonthani Hospital Medical Journal
13.431), p<0.001 และโรคไต OR= 6.025 (95% CI ตารางที่ 3 ตารางวเิ คราะหป์ จั จยั เสยี่ งสถติ นิ อนพารา
1.175-30.902), p =0.045 ปัจจยั เสริมในเรอื่ งการสบู เมตริกซ์กับโรคปรทิ นั ตอ์ ักเสบ (N = 287)
บหุ รี่ OR= 3.011 (95% CI 1.353-6.704), p = 0.005
และการเคยี้ วหมาก p =0.022 (ตารางที่ 2) นอกจาก โรคปริทันต์อักเสบ p-
น้ียังมีปัจจัยในเรอื่ งอายุ (p<0.001) ระดบั ความรู้ (p ตัวแปร ไม่เปน็ เปน็ value
= 0.043) และการดูแลอนามยั ช่องปาก (p<0.001) Median(IQR) median(IQR)
(ตารางที่ 3) อายุ 38.0 (13.0) 47.0 (17.0) <0.001
ระดับความรู้ 9.0 (6.0) 10.0 (2.0) 0.043
ตารางท่ี 2 วิเคราะหป์ ัจจัยเสย่ี งในผู้ปว่ ยโรคปริทันต์ ระดับทัศนคติ 26.0 (2.0) 27.0 (2.0) 0.676
อักเสบโดยใชส้ ถิตวิ เิ คราะหท์ วปิ จั จยั (N = 287) ระดบั การดแู ลอนามัย 3.0 (1.0) 2.0 (1.0) <0.001
ชอ่ งปาก
Mann-Whitney U test
โรคปรทิ ันตอ์ ักเสบ p-
ตัวแปร nไมเ่(%ป็น) เnป%็น OR 95%CI value เม่ือวิเคราะห์ปัจจัยเส่ียงของการเกิดโรคปริ
เพศ ทันตอ์ ักเสบ โดยสถิตพิ หุปัจจยั แบบโลจสิ ตกิ (mul-
หญงิ 145(82.9) 30(17.1) 0.635 0.315-1.277 0.200 tivariable logistic regression) พบวา่ เมอื่ ควบคมุ
ชาย 99(88.4) 13(11.6) ปจั จยั เส่ียงของการเปน็ โรคไต การเคยี้ วหมาก และ
การศึกษา ระดบั ความรู้ พบว่าผ้ปู ว่ ยทม่ี อี ายมุ ากเป็นโรคปรทิ นั ต์
ประถม 61(85.9) 10(14.1) 1.100 0.512-2.363 0.807 อกั เสบมากกว่าผปู้ ่วยที่มีอายุนอ้ ย 1.084 เทา่ (95% CI
มัธยมขึน้ ไป 183(84.7) 33(15.3) 1.041-1.129), p<0.001 ผปู้ ่วยทมี่ โี รคเบาหวานรว่ ม
โรคประจ�ำ ตัว ด้วยมีความสัมพันธ์กับการเป็นโรคปริทันต์อักเสบ
(บางคนมมี าก 67(69.8) 29(30.2) 5.472 2.725-10.987 <0.001 มากกวา่ ผ้ปู ว่ ยท่ไี มไ่ ดเ้ ป็นเบาหวาน 3.937 เทา่ (95% CI
กวา่ 1 โรค) 1.798-8.620), p=0.001 การสูบบหุ ร่เี ปน็ ปัจจัยเสย่ี ง
ความดัน 56(84.4) 12(17.6) 1.300 0.626-2.697 0.481 ท่ีพบในผู้ป่วยโรคปริทันต์อักเสบมากกว่าผู้ท่ีไม่สูบบุหรี่
โลหติ สงู 3.391 เท่า (95% CI 1.269-9.063), p=0.015 และผู้ท่ี
เบาหวาน 49(64.5) 27(35.5) 6.716 3.358-13.431 <0.001 ดูแลอนามัยช่องปากไม่ดีเป็นโรคปริทันต์อักเสบ
โรคหวั ใจ 14(73.7) 5(26.3) 2.162 0.736-6.348 0.178* มากกว่าผู้ท่ดี แู ลดี 0.642 เท่า (95% CI 0.458-0.899,
หลอดเลอื ด p=0.010 (ดงั ตารางที่ 4)
โรคไต 3(50.0) 3(50.0) 6.025 1.175-30.902 0.045*
ไขมันใน 24(77.4) 7(22.6) 1.782 0.716-4.440 0.282*
เลือดสงู
ปจั จยั เสรมิ
สูบบหุ รี่ 25(69.4) 11(30.6) 3.011 1.353-6.704 0.005 ตารางที่ 4 ตารางวเิ คราะหค์ วามสมั พันธ์ระหว่างปัจจัย
ขนมหวาน 145(84.3) 27(15.7) 1.152 0.590-2.250 0.678 เชิงซ้อนกับผู้ป่วยโรคปริทันต์อักเสบในสมการถดถอย
เหนียวติดฟัน พหคุ ูณลอจิสติก
ชา,กาแฟ, 221(84.7) 40(15.3) 1.388 0.398-4.840 0.778*
นำ้�หวาน, ตัวแปร Adjusted OR 95%CI p - value
น�ำ้ อดั ลม อายุ 1.084 1.041-1.129 <0.001
รบั ประทาน 143(80.8) 34(19.2) 2.668 1.226-5.807 0.011
อาหารจบุ จิบ เบาหวาน 3.937 1.798-8.620 0.001
เคี้ยวหมาก 0 2(100) - - 0.022* การสบู บหุ รี่ 3.391 1.269-9.063 0.015
คะแนนการดูแล 0.642 0.458-0.899 0.010
*fisher exact test อนามยั ชอ่ งปาก
หมายเหตุ: เมอื่ ควบคมุ อิทธพิ ลของตัวแปร การเป็นโรคไต การ
เค้ียวหมาก และความรู้เร่อื งโรคปริทันต์
วารสารการแพทย์โรงพยาบาลอดุ รธานี ปีท่ี ๒๖ ฉบบั ท่ี ๑ ประจำ�เดือน มกราคม - เมษายน ๒๕๖๑ 15
บทวจิ ารณ์ พบความแตกตา่ งอย่างมีนัยส�ำ คญั ทางสถิต1ิ 0 พบความ
จากผลการศึกษาพบว่าปัจจัยเสี่ยงที่พบในผู้ สัมพันธ์ระหว่างอายุ (p=0.018) และเพศ (p<0.001)
ปว่ ยโรคปริทนั ตอ์ ักเสบ มีหลายปัจจยั ร่วมกนั ทั้งปจั จัย กับระดับร่องลึกปริทันต์ในการศึกษาสภาวะปริทันต์
พื้นฐาน ปัจจยั ทางดา้ นพฤตกิ รรม และภาวะโรคทาง ชาวกรีซท่ีมีอายรุ ะหวา่ ง 20-69 ปี11 และจากการศกึ ษา
ระบบทำ�ให้การดำ�เนินของโรคไม่เท่ากันส่งผลต่อความ ในกลุ่มอายุมากกว่า 30 ปี ในประเทศสหรฐั อเมริกา
ชุกของการเกิดโรคปริทันต์อักเสบในกลุ่มตัวอย่างที่ พบเปน็ โรคปริทันต์อักเสบร้อยละ 47 แตเ่ มือ่ พิจารณา
ศึกษา การอภปิ รายผลจะแบ่งหวั ขอ้ ตามวัตถปุ ระสงค์ ในกลุม่ อายมุ ากกว่า 65 ปี พบร้อยละ 6412 ในการ
ของการวจิ ยั ดังต่อไปน้ี ศกึ ษาน้กี ็พบวา่ ปจั จยั เรอื่ งอายมุ คี วามสัมพันธก์ บั การ
1. ความชกุ ของการเกิดโรคปริทนั ตอ์ ักเสบ เป็นโรคปริทันตอ์ ักเสบ เมอื่ เทียบกับการศกึ ษาตดิ ตาม
และปจั จัยพื้นฐาน จากผลการศกึ ษาพบวา่ ความชุก ระยะยาว 5 ปีเกี่ยวกับการลุกลามของโรคปรทิ นั ตอ์ กั เสบ
ของการเกิดโรคปริทันต์อักเสบในกลุ่มตัวอย่างเท่ากับ ในประเทศไทย ก็พบวา่ กลมุ่ สูงอายมุ ีการลกุ ลามของ
ร้อยละ 15.0 ใกล้เคยี งกบั ผลการสำ�รวจสภาวะปริทนั ต์ โรคปรทิ ันต์อกั เสบอยา่ งนอ้ ยหนง่ึ ตำ�แหน่ง3,13 สภาวะ
อักเสบระดบั ประเทศ และภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื เช่นนี้สะท้อนความรุนแรงของโรคปริทันต์อักเสบที่
โดยสำ�นักทนั ตสาธารณสุข กรมอนามยั กระทรวง มากขน้ึ ในกลุ่มผ้สู ูงอายุ เม่อื พิจารณาถงึ อายุรว่ มกับ
สาธารณสุข ในกลมุ่ อายุ 35-44 ปี (ร้อยละ 15.6) แต่ การท�ำ ลายอวัยวะปรทิ ันตแ์ ลว้ พบว่าอายุเป็นปจั จยั ท่ี
ต่ำ�กว่าผลการสำ�รวจในกลุ่มผสู้ งู อายุ 60-74 ปี (รอ้ ยละ มีบทบาทสำ�คัญในการคาดการณ์การเกิดการลุกลาม
32.1)1 เน่อื งจากอายุของกลุ่มตวั อยา่ งท่ีผู้วิจัยศกึ ษาใน ของโรค ซงึ่ นอกจากจะมีผลตอ่ สุขภาพโดยรวมของ
โรงพยาบาลอดุ รธานี มีอายเุ ฉลีย่ ต�่ำ กว่า 39.4 ปี และ ช่องปากแลว้ ยังสง่ ผลตอ่ สขุ ภาพทางระบบของผสู้ ูง
กลมุ่ ตัวอยา่ งท่ีมีช่วงอายมุ ากกว่า 50 ปี มเี พยี งร้อยละ อายดุ ้วย
17.8 2. ปัจจัยทางดา้ นพฤตกิ รรม ประกอบดว้ ย
ในการคาดการณ์การพยากรณ์การลุกลาม พฤติกรรมทนั ตสุขภาพและพฤตกิ รรมการสูบบุหรี่
ของโรคปริทันต์อักเสบโดยการใช้ปัจจัยระดับบุคคล พฤติกรรมทันตสุขภาพจากการศึกษาในครั้ง
และปจั จยั ในระดบั ซี่ฟนั หรอื ตำ�แหนง่ ฟัน มกี ารศึกษา น้ีมีระดับความรู้และการดูแลสุขอนามัยช่องปากค่อน
พบว่าลักษณะปัจจัยทางร่างกาย เปน็ ปัจจัยที่จะ ขา้ งต่�ำ ท้ังในเรอ่ื งการแปรงฟนั ท่ไี ม่ถูกวธิ ี การไมใ่ ช้
สามารถพยากรณ์การเกิดโรคหรือการลุกลามของโรค ไหมขัดฟนั เมอ่ื เปรียบเทยี บกบั การศึกษาปัจจัยทีม่ ี
ในระดับบุคคลมากขึ้นและเป็นปัจจัยท่ีถูกใช้คาดการณ์ ความสัมพันธ์กับพฤติกรรมทันตสุขภาพของผู้ใช้บริการ
ได้ทัง้ สองระดบั 3,4 ประกอบด้วย ปจั จยั เรอื่ งเพศจาก ทนั ตกรรมในโรงพยาบาล พบว่าผใู้ ชบ้ รกิ ารทันตกรรม
การศึกษาคร้ังน้ีพบว่าเพศชายมีความชุกของโรคปริ ส่วนใหญม่ รี ะดับความร้สู งู สมั พนั ธก์ ับพฤตกิ รรมการ
ทนั ต์อกั เสบร้อยละ 22.2 มากกวา่ เพศหญงิ ซ่ึงมีความ ดูแลตนเองด้านทันตสุขภาพโดยรวม ทั้งภาวะปกติและ
ชุกรอ้ ยละ 17.6 สัมพนั ธ์กบั การศกึ ษาสว่ นใหญ่ซ่งึ พบ ภาวะเจ็บป่วยและมีทัศนคติท่ีดีต่อการดูแลตนเองด้าน
ว่าเพศชายมีความชุกของโรคปริทันต์อักเสบมากกว่า ทนั ตสขุ ภาพ7 สว่ นการศึกษาพฤติกรรมทันตสขุ ภาพ
เพศหญิง4,8 โดยพบวา่ ทร่ี ะดบั ความรนุ แรงของโรคขั้น ของบุคลากรในโรงพยาบาล พบวา่ มีความรูแ้ ละการ
ต่ำ�ทม่ี คี วามลกึ ของกระเป๋าปริทันตต์ ั้งแต่ 3, 4 และ ดูแลอนามัยช่องปากดีกว่ากลุ่มตัวอย่างในการศึกษา
5 มลิ ลิเมตรมีความเสยี่ งในการเกิดการสญู เสยี ระดับ คร้ังน้ี อาจจะเน่อื งจากเป็นการศึกษาในกลมุ่ บคุ ลากร
ยึดของโรคปริทันต์ทางคลินิกมากกว่าเพศหญิงร้อย ในโรงพยาบาล โดยสว่ นใหญ่แปรงฟันถูกวิธี มีการใช้
ละ 23, 44 และ 55 ตามล�ำ ดับ9 โดยอธบิ ายวา่ เพศ อปุ กรณ์เสรมิ ถงึ ร้อยละ 82.2 มีทัศนคตดิ า้ นบวกใน
ชายมคี วามเอาใจใส่นอ้ ยกวา่ เพศหญงิ และการเข้ารบั เรอ่ื งการป้องกนั โรคในชอ่ งปาก พบความรู้มีความสนั
การรักษาทางทันตกรรมที่น้อยกว่าเพศหญิงแต่ยังไม่ พันธ์ด้านบวกกับทัศนคติและการดูแลอนามัยช่องปาก
16 Vol.26 No.1 January - April 2018 Udonthani Hospital Medical Journal
อย่างมนี ยั สำ�คัญทางสถติ ิ p=0.057 และจากผลการ และการทำ�ลายระดับการยึดเกาะอวัยวะปริทันต์มาก
ศึกษาในกลุ่มตัวอย่างท่ีเป็นผู้ป่วยโรคปริทันต์ของต่าง กว่ากลมุ่ ทไี่ ม่สมั ผัสควันบหุ รี่ สรุปวา่ การทำ�ลายกระดกู
ประเทศ6พบความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมทันต ในผู้ป่วยโรคปริทันต์ในกลุ่มที่สูบบุหร่ีเก่ียวกับสารที่พบ
สุขภาพกับสภาวะปริทันต์และระดับอนามัยช่องปาก ในบหุ ร่ที �ำ ให้เกิดผลเสยี ตอ่ การไหลเวียนของโลหติ สง่
อยา่ งมนี ัยส�ำ คญั ทางสถติ ิ โดยพบว่ากลุ่มตัวอยา่ งทีม่ ี ผลต่อการลดจำ�นวนของเซลล์ภูมิคุ้มกันโรคในเนื้อเยื่อ
ระดับอนามัยชอ่ งปากทีด่ ี แปรงฟนั อยา่ งนอ้ ยวนั ละ เหงือก ท�ำ ใหร้ ะบบการซอ่ มแซมของร่างกายอ่อนแอลง
หนึง่ ครง้ั รอ้ ยละ 100 ใชไ้ หมขดั ฟันทุกวนั ร้อยละ 85 นอกจากน้ี ยงั ทำ�ใหก้ ารตอบสนองทางภมู ิคมุ้ กนั โรค
ตรวจสขุ ภาพชอ่ งปากเป็นประจำ�รอ้ ยละ 100 กลุ่ม ของร่างกายลดลง โดยลดระดับของสารต้านการอกั เสบ
ตัวอย่างทีอ่ นามัยชอ่ งปากไม่ดีพบวา่ ไมไ่ ด้ใชไ้ หมขัด (anti-inflammatory) เชน่ Interleukin 10 (IL-10)
ฟันรอ้ ยละ 96.2 (p<0.001) พบความสัมพันธ์ระหวา่ ง และ Osteoprotegerin (OPG) โดยเฉพาะระดับ pro-
พฤติกรรมทนั ตสุขภาพกบั community periodontal inflammatory cytokines เช่น Interleukin 6 (IL-6)
index (CPI) โดยกลุม่ ตวั อยา่ งส่วนใหญ่ทมี่ ี CPI ระดบั and Interferon gamma (INF-y)21 และมกี ารศึกษา
หนึ่งแปรงฟันวันละ 2 คร้ังร้อยละ 60 กลุ่มตัวอยา่ งท่ีมี ในกล่มุ ตัวอย่าง 93 รายพบวา่ กล่มุ ทีห่ ยดุ บุหรี่ได้จะมี
CPI ระดับส่ีแปรงฟนั ไม่ถูกวิธรี ้อยละ 52.6 (p< 0.001) การเพิ่มระดับการยึดเกาะทางคลินิกได้มากกว่ากลุ่ม
และกล่มุ ตัวอยา่ งทีม่ ี CPI ระดบั สามและสี่ไมเ่ คย ทไี่ ม่เลิกบุหรี่จากการติดตามผลระยะ 12 เดือน22 ดัง
ใชไ้ หมขัดฟันรอ้ ยละ 85 และ 100 ตามล�ำ ดับ6 การ น้ันควรมีการศึกษาถึงกลไกเริ่มต้นของสารในบุหรี่ที่มี
ดูแลสุขอนามัยชอ่ งปากถือเปน็ ปจั จัยท่สี ำ�คญั ในการ ผลตอ่ สารตา้ นการอกั เสบว่า มีความสมั พันธก์ บั การ
ป้องกันไม่ให้เกิดการลุกลามของโรคปริทันต์โดยเฉพาะ เกิดโรคปริทันต์และผลต่อการตอบสนองต่อการรักษา
ในเร่ืองการแปรงฟันให้ถูกวิธีและการใช้ไหมขัดฟัน ผ้ปู ่วยโรคปริทันต์ท่ีสูบบุหรเี่ พิม่ เติม
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแผ่นคราบจุลินทรีย์ซ่ึงถือเป็น 3.ปจั จยั โรคทางระบบ
สาเหตุหลักส�ำ คญั ทท่ี �ำ ใหเ้ กดิ โรคปริทนั ต์ ในการศึกษาน้ีพบว่ากลุ่มตัวอย่างท่ีเป็นโรค
จากผลการศกึ ษาครง้ั นพ้ี บวา่ พฤติกรรม ปรทิ นั ต์อักเสบมโี รคเบาหวาน รว่ มดว้ ยมากกวา่ กลุ่ม
การสูบบุหร่ีเป็นปัจจัยเส่ียงในผู้ป่วยโรคปริทันต์อักเสบ ตัวอย่างท่ีไม่ได้เป็นเบาหวานสอดคล้องกับการศึกษา
มากกวา่ ผู้ที่ไม่สูบบหุ รี่ สอดคล้องกบั การศึกษาอน่ื ๆ ระยะยาวที่ผ่านมาพบว่าโรคเบาหวานมีผลต่อการ
ท่สี รปุ ว่า การสบู บุหร่ถี ือเป็นปัจจัยเสีย่ งที่สำ�คัญทม่ี ี ลุกลามของโรคปริทันต์อักเสบในระดับมากด้วยอัตรา
ความสัมพันธ์กับความชุกความรุนแรงและมีผลต่อการ เสี่ยง (Adjust Odd Ratio) 1.78 เทา่ แตไ่ ม่มผี ลต่อการ
ลุกลามของโรคปรทิ นั ต์อักเสบ15,16,17 ในการศึกษาภาค เกิดอุบัติการณ์หรือขอบเขตของการลุกลามของโรคใน
ตัดขวางพบความชุกของโรคปริทันต์อักเสบในกลุ่มที่ ระดับนอ้ ย23 อาจกลา่ วได้ว่าผู้ป่วยเบาหวานมโี อกาส
สบู บุหรม่ี ากกวา่ กล่มุ ที่ไมส่ บู บุหรี่ 2-7 เทา่ 18 และมาก เกิดการลุกลามของโรคในลักษณะที่มีขอบเขตหลาย
กว่า 6 เท่าในกลมุ่ ท่สี ูบบหุ รมี่ ากกวา่ 20 มวนต่อวัน19 ตำ�แหน่งมากกว่าคนที่ไม่เป็นเบาหวานในกลุ่มตัวอย่าง
จากการศกึ ษาระยะยาว 12 เดือน พบว่าการสบู บุหรที่ ำ� คนไทยสงู อาย2ุ 4 เมอื่ พิจารณาความเสี่ยงของการ
ให้เกดิ การเปลยี่ นแปลงในระดับ microbial species ลุกลามของโรคปริทันต์ในผู้ป่วยเบาหวานในประเทศ
มีผลตอ่ subgingival biofilm ecosystem และการ สหรัฐอเมรกิ า พบวา่ การเปน็ เบาหวานชนดิ ท่ี 2 จะเพ่มิ
รกั ษาทางปรทิ นั ต2์ 0 การสบู บหุ รนี่ อกจากจะมผี ลเสีย ความเสี่ยงในการเกิดการละลายของกระดูกเบ้าฟัน
โดยตรงต่อผู้สูบแล้วยังพบว่ามีผลกระทบต่อผู้ที่สัมผัส 4.23 เท่า และถา้ ควบคมุ ภาวะน้ำ�ตาลไมด่ ีจะมีความ
ควนั บุหรี่จากการศึกษาในกลุ่มเด็ก 109 คน (อายุ 6–12 เสย่ี งเพิ่มข้ึนถึง 11.4 เท่า เมอื่ เทียบกบั กลมุ่ ตวั อย่างที่
ป)ี แบ่งเป็นกล่มุ สมั ผสั ควันบุหร่ี 51 คนและกล่มุ ไม่ ไมเ่ ป็นโรค25 จากการศึกษาในผปู้ ่วยเบาหวาน โรง-
สัมผัสควันบุหร่ี 58 คน พบระดบั โคทินิน (cotinine) พยาบาลอุดรธานพี บว่า ผู้ป่วยเบาหวานท่ไี ม่สามารถ
วารสารการแพทยโ์ รงพยาบาลอุดรธานี ปที ี่ ๒๖ ฉบบั ท่ี ๑ ประจ�ำ เดอื น มกราคม - เมษายน ๒๕๖๑ 17
ควบคมุ ระดับนำ้�ตาลในเลือด (HbA1c>8) มีความเส่ยี ง เพ่ือพัฒนากระบวนการให้ความรู้และทันตสุขศึกษา
ต่อการเกิดโรคปรทิ นั ต์อักเสบ 9.6 เทา่ (95% CI 2.35- แก่ผู้ปว่ ยอยา่ งเปน็ ระบบ สนบั สนนุ ให้เกิดการลดปัจจัย
19.97), p=0.0226 และการศกึ ษาผ้ปู ่วยเบาหวานชนดิ เสีย่ งที่ท�ำ ใหเ้ กิดโรค เช่น การรณรงค์ใหแ้ ปรงฟันอย่าง
ท่ี 2 ในจังหวดั สระแก้ว พบการสูญเสยี ระดบั ยดึ ของ ถกู วธิ ี การใช้ไหมขดั ฟัน การส่งเสริมใหต้ รวจสุขภาพ
อวัยวะปรทิ ันต์ทางคลนิ กิ ต้งั แต่ 9 มิลลเิ มตรข้นึ ไป ฟัน การแนะน�ำ ผู้ปว่ ยทสี่ ูบบหุ ร่ีไปรกั ษาท่ีคลิ นิกเลกิ
สมั พนั ธก์ บั ระดับคา่ นำ้�ตาลสะสมในเลอื ด 1.98 เท่า บุหร่ี นอกจากนีค้ วรมกี ารศึกษาเพิม่ เติมเพอื่ หากลวธิ ี
(95% CI 1.00-1.01), p=0.0527 ซึ่งกลไกทที่ �ำ ให้เกิด หรือกิจกรรมการส่งเสริมป้องกันท่ีเน้นประโยชน์ของ
ความเสีย่ งเพิม่ คอื การท่โี รคเบาหวานทำ�ใหป้ ระสิทธภิ าพ การดูแลสุขภาพชอ่ งปาก ท�ำ ให้เกดิ ความรว่ มมือใน
การทำ�งานของระบบภูมิคุ้มกันท่ีตอบสนองต่อเชื้อ การปรับเปล่ียนพฤติกรรมการดูแลสุขอนามัยช่องปาก
ก่อโรคลดลงและลดความสามารถในการซ่อมแซม ให้เหมาะสม มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการเกดิ โรค
ของเน้ือเยื่อปริทันต์นอกจากน้ีในการศึกษาอื่นยังพบ ในบทบาทของทันตแพทย์ท่ีให้การรกั ษา ควรตระหนกั
ความสัมพนั ธ์ของปัจจยั เส่ียงอ่ืนๆ ทีส่ มั พันธก์ บั โรคปริทนั ต์ รเู้ ร่อื งดงั กล่าว ไมล่ ะเลยปัจจัยร่วมเหลา่ น้ีเพื่อป้องกนั
อกั เสบ เชน่ ในการศกึ ษาระยะยาวพบว่า กลุม่ และแก้ไขปัญหาท่ีสอดคล้องกับปัจจัยเส่ียงดังกล่าว
ตัวอย่างท่ีเป็นโรคกระดูกพรุนจะพบการละลายของ เพื่อช่วยให้การรกั ษาสมั ฤทธผิ ลในที่สดุ
กระดูกเบ้าฟันและสูญเสียระดับยึดของอวัยวะปริทันต์
ทางคลินิกท่ีมากกว่ากลุ่มตัวอย่างที่ไม่เป็นโรคกระดูก บทสรปุ
พรุน28 จากการศกึ ษา systematic review เรื่องความ ผู้ป่วยทันตกรรมมีพฤติกรรมทันตสุขภาพใน
สัมพันธ์ระหว่างโรคปริทันต์อักเสบเร้ือรังและโรคอ้วน เรื่องความรู้และการดูแลสุขอนามัยช่องปากค่อนข้าง
พบวา่ มคี วามสมั พันธเ์ ชิงบวก (Odd ratio) 1.35 เท่า ต่�ำ โดยเฉพาะการดูแลสุขอนามัยช่องปากที่ไม่ถกู ต้อง
(95% CI 1.23-1.47) โดยเฉพาะเม่ือพิจารณากลมุ่ ย่อย เป็นปัจจัยเสย่ี งท่ีพบในผู้ป่วยโรคปริทันตอ์ ักเสบ รว่ ม
พบว่ากลุ่มวัยรุ่นท่ีเริ่มเข้าสู่วัยผู้ใหญ่มีความสัมพันธ์ กับปัจจยั เส่ยี งอื่นๆ คืออายุท่ีเพิม่ ข้นึ การเป็นโรคเบา
(Odd ratio) 1.35 เทา่ (95% CI 1.14-1.59) กล่มุ หวาน และการสบู บหุ ร่ี
ผู้หญงิ (Odd ratio) 1.75 เทา่ (95% CI 1.26-2.43)
และกลุ่มไม่สบู บุหรี่ (Odd ratio) 2.08 เท่า (95% กิตตกิ รรมประกาศ
CI 1.29-3.36)29 ซง่ึ ในการศึกษาครั้งต่อไปควรจะมีการ การวิจัยครั้งนี้สำ�เร็จลุล่วงด้วยความร่วมมือ
เก็บข้อมูลเรือ่ งโรคกระดกู พรนุ และโรคอ้วนเพิ่มเติม จากบคุ คลหลายทา่ น ผ้วู จิ ัยขอขอบคุณ รศ.ทพญ.
จากการท่ีโรคเบาหวานเป็นปัจจัยเส่ียงและ วลิ าวลั ย์ วีระอาชากุล ภาควิชาทนั ตกรรมชุมชน คณะ
ผลอันไม่พึงประสงค์ต่อการเกิดโรคปริทันต์อักเสบ ทันตแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น ท่กี รณุ า
และโรคปริทันต์อักเสบก็สามารถเพ่ิมความรุนแรงและ ใหค้ ำ�แนะน�ำ และที่ปรึกษาในการทำ�วิจยั ขอบคุณ
ผลอันไมพ่ งึ ประสงคข์ องโรคเบาหวาน25 ดงั น้นั ควรนำ� ผอู้ ำ�นวยการโรงพยาบาลอดุ รธานี คณะกรรมการ
ไปช่วยในการวางแผนการรักษาเพ่ือแก้ไขปัญหาท่ี พฒั นางานวิจยั หัวหนา้ กลุ่มงานทันตกรรมและ
สอดคล้องกับปัจจัยเส่ียงดังกล่าวเพ่ือป้องกันไม่ให้ ทนั ตแพทย์ผรู้ ว่ มงาน ทช่ี ว่ ยสนบั สนุนให้การท�ำ วจิ ยั
เกดิ โรคปรทิ ันตอ์ ักเสบระดับรนุ แรง ซึ่งจะสง่ ผลตอ่ สำ�เร็จลุล่วงด้วยดีและขอขอบคุณผู้ป่วยทุกท่านท่ีได้
การเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานจากความ สละเวลาและใหค้ วามรว่ มมือในการเกบ็ ข้อมลู ในครั้งนี้
สมั พนั ธ์กนั ของทง้ั สองโรคดงั กล่าว จากผลการวจิ ยั ใน
ครั้งนี้ทำ�ให้ทราบถึงปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดความชุกโรค เอกสารอ้างอิง
ปริทันต์อักเสบของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรง- 1. กองทนั ตสาธารณสุข กรมอนามัย, รายงาน
พยาบาลอดุ รธานี สามารถน�ำ ไปใชใ้ นการวางแผนงาน ผลการสำ�รวจสภาวะสุขภาพช่องปากระดับประเทศ
18 Vol.26 No.1 January - April 2018 Udonthani Hospital Medical Journal
ครง้ั ที่ 7 ประเทศไทย พ.ศ. 2555. Available from and factors related to Periodontal disease
:http://dental.anamai.moph.go.th/survey7.pdf among young adult attended AL-Fatah dental
2. Page RC, Kornman KS. The patho- faculty,Libya. Malasian J of public health
genesis of human periodontitis: an introduction. medicine [serial on the Internet]. 2011[cited
Periodontol 2000 [serial on the Internet].14(Jun 2014 Oct 12]; 11(2): [about 4 p.]. Available
1997)[cited 2014 Oct 12];9-11:[about 3 p.]. Avail- from:http://www.mjphm.org.my/mjphm/journals/
able from: https://scholar.google.co.th/scholar? Volume%2011:2/187PROPORTION%20
hl=th&q=The+pathogenesis+of+human+periodo AND%20FACTORS%20RELATED%20TO%20
ntitis+%3A+an+introduction.Periodontol&btnG= PERIODONTAL%20DISEASE.pdf
3. Torrungruang K, Tamsailom S, 9. Borrell LN and Papapanou PN. An-
Rojanasomsith K, Sutdhibhisal S, Nisapakultorn alytical epidermiology of periodontitis. J Clin
K, Vanichjakvong O, etal. Risk indicators of Periodontol[serial onthe Internet]. 2005 [cited
periodontal disease in older Thai adults.J 2014 Oct 12]; 32 suppl6: [about 4 p.]. Available
Periodontol 2005; 76(4): 558-65. from: http://www.joponline.org/doi/pdf/10.1902/
4. ดิศวรรณ เอื้อเช่ยี วชาญกจิ . อบุ ตั ิการณ์ รปู jop.2005.76.8.1406
แบบ และปัจจยั พยากรณ์การลกุ ลามของโรคปริทนั ต์ 10. Burt B. Positionpaper: Epidemiology
อักเสบในช่วงเวลา 5 ปใี นกลมุ่ ตวั อย่างคนไทยสงู อายุ of periodontal diseases. J Periodontol 2005;
กล่มุ หน่งึ วิทยานิพนธ์ คณะทันตแพทยศาสตร์ จฬุ า 16(8): 1406-19.
ลงกรณม์ หาวิทยาลยั 2553. [อินเตอร์เนต็ ] เข้าถึง 11. Chrysanthakopoulos NA. Periodontal
ได้จาก:http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_ disease status in an isolated Greek adult
doi&resolve_doi=10.14457/CU.the.2010.604. population. J of dentistry, Tehran university of
5. Deinzer R, Micheelis W, Granrath N, medical sciences.[serial on the Internet].2012
Hoffmann T. More to learn about: periodontitis- [cited 2014 Oct 12]; 9(3): [about 11p.].Available
related knowledge and its relationship with from :http://jdt tums.ac.ir z(760.848.1-PB.pdf)
periodontal health behaviour. J Clin Periodontol 12. Craig RG, Boylan R, Yip J, Bamgboye
2009 Sep;36(9):756-64. P, Koutsoukos J, Mijares D, et al. Prevalence
6. Sabounchi S S, Torkzaban P, Ahmadi and risk indicators for destructive periodontal
R. Association of Oral Health Behavior-Related diseases in 3 urban American minority popu-
Factors With Periodontal Health and Oral lations. J Clin Periodontol2001; 28(6): 524-35.
Hygiene. Avicenna J Dent Res 2016 June; 13. BaelumV, Pisuithanakan S, Tean-
8(2):e29827. [อนิ เตอร์เนต็ ] เขา้ ถึงไดจ้ าก: doi: paisan R, Pithpronchaiyakul W, Pongpaisai,
10.17795/ajdr-29827. Papapanou PN, et al. Periodontal conditions
7. สุวิมล ชุนพงษ์ทอง, กนกรตั น์ เศรษฐ among adults in Southern Thailand. J Perio
สถิตย์, ชืน่ ฤดี ย่ีเขียน. พฤตกิ รรมทนั ตสุขภาพของ Rest 2003; 38(2): 156-63.
บุคลากร โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ 14. Jaroenkul N. Factors associated
ศรีราชา. วทิ ยาสารทนั ตแพทยศาสตร์ มหิดล 2551; with oral health behavior of dental service:
28 (3): 293-99. case study Wiang Sa Crown Prince Hospital.
8. Fadilla YI, Sutan R. Proportion SDU Res J[serial on the Internet]. 2014 Sep-
วารสารการแพทย์โรงพยาบาลอดุ รธานี ปที ่ี ๒๖ ฉบับท่ี ๑ ประจำ�เดือน มกราคม - เมษายน ๒๕๖๑ 19
Dec [cited 2014 Aug 12];7(3): [about 14p.]. of smoking cessation on periodontal clinical
Available from:https://www.tci-thaijo.org/index. parameters. J ClinPeriodontol2011 Jun;38(6):
php/sdust/article/download/29372/25239 562-71.
15. Chatrchaiwiwatana S, Ratanasiri A. 23. Khades Y, Khassawnch B. Obeidal
Periodontitis associated with Tobacco Smoking B, Hammad M, El-salemK, Bawadi H et al. Peri-
among Rural KhonKaen Thai Males: Analysis odontal status of patients with metabolic syn-
of Two Data Sets. J Med Assoc Thai.[serial drome compared to those without metabolic
on the Internet].2009 [cited 2015 Jan 25];92(11): syndrome. J Periodontol 2008;79(11):2048-53.
[about 6 p.]. Available from:http://www.mat. 24. เศรษฐพล เจริญธญั รักษ์, จิราพร เขียว
or.th/journa อยู,่ วลิ าวัลย์ วรี ะอาชากลุ . คณุ ภาพชีวติ ในมิติสุขภาพ
16. Baharin B, Palmer RM, Coward ช่องปากของผู้ป่วยเบาหวาน:กรณีศึกษาในเขตอำ�เภอ
P and Wilson RF. Investigation of periodon- สวุ รรณคูหา จังหวัดหนองบวั ล�ำ ภู,วารสารศรีนครินทร์
tal destruction patterns in smokers and non- Available from:http://www.smj.ejnal.com/e- jour-
smokers.JClin Periodontol 2006; 33(7):485-95. nal/showdetail/? show_detail=T&art_id=1880.
17. Csar Neto JB, Rosa EF, Pannuti vol29no4.
CM, Romito GA. Smoking and periodontal tis- 25. Taylor GW, Burt, Becker MP, Genco
sues: a review. Braz Oral Res [serial on the RJ, Shlossman M, Knowler WC,et al.Non-insulin
Internet]. 2012 [cited 2015 Jan 25 ]; 26 Suppl dependent diabetes mellitus and alveolar bone
1: [about 6 p.]. Available from: http://dx.doi. loss progression over 2 years.J Periodontol
org/10.1590/S1806-83242012000700005 1998;69(1):76-83.
18. Albandar JM. Global risk factors 26. สริ ิรตั น์ วรี ะเศรษฐกลุ , วิลาวัลย์ วีระ
and risk indicators for periodontal diseases. อาชากลุ . ความสมั พนั ธข์ องภาวะไฮเปอร์ไลปดิ ดเี มยี กบั
Periodontol2000. 2002;29(1):177-206. การเกิดโรคปรทิ นั ตอ์ ักเสบในผปู้ ว่ ยเบาหวานชนดิ ท่ี 2.
19. Heitz-Mayfield LJ. Disease pro- ว.การแพทยโ์ รงพยาบาลอดุ รธานี 2550;15(1):24-37.
gression: identification of high-risk groups and 27. สุภาพร อศั วบวรชัย, สุภาภรณ์ ฉัตรชยั
individuals forperiodontitis. J ClinPeriodontol วิวัฒนา, เสาวนนั ท์ บำ�เรอราช, มุขดา ศิริเทพทว.ี ปัจจยั
2005;32Suppl 6:196-209. ท่ีมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคปริทันต์อักเสบระดับ
20. Fullmer SC, Preshaw PM, Heasman รนุ แรงในผู้ป่วยเบาหวานชนดิ ท่ี 2 จงั หวดั สระแก้ว
PA, Kumar PS. Smoking cessation alters sub- บทความวิจัยเสนอในการประชุมหาดใหญ่วิชาการครั้ง
gingival microbial recolonization. J Dent Res ที่ 4 วนั ที่ 10 พฤษภาคม 2556(706);101-110.
2009 Jun; 88(6): 524-8. 28. Yoshihara A, Seida Y, Hanada N
21. Erdemir EO, Sönmez IS, Oba AA, and Miyazaki HA. Longitudinal study of the rela-
Bergstrom J, Caglayan O. Periodontal health tionship between periodontal disease and bone
in children exposedto passive smoking. J Clin- mineral density in community-dweling older
Periodontol 2010 Feb;37(2):160-4. adults. J Clin Periodontol 2004;31(8):680-4.
22. Rosa EF, Corraini P, de Carvalho 29. Chaffee BW, Weston SJ. Associa-
VF, Inoue G, Gomes EF, Lotufo JP, et al. tion between chronic periodontal disease and
A prospective 12-month study of the effect obesity: A systematicreview and meta-analysis.
20 Vol.26 No.1 January - April 2018 Udonthani Hospital Medical Journal
J Periodontol 2010;81(12):1708-24.
30. Saito T, Shimazaki YT, Tsuzuki M
and Ohshima A. Relationship between upper
body obesity and periodontitis. J Dent Res
2001;80(7):1631-6.