มนุ ษย์เราในแต่ละชาติแต่ละชุมชน มีการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนศิ ลปะ และวัฒนธรรมกันมาเป็นเวลาชา้นานแล้ว ยิ่ งในปัจจุบัน การติดต่อส่ือสารพัฒนาก้าวหนา้ กว่าแต่ก่อนก็ยิ่ งทําให้ศิ ลปวัฒนธรรมของชาติต่าง ๆ ถ่ายทอดถึงกันได้รวดเร็วและสะดวก ง่ายดายข ึ้ นจนมีผู้วติกห่วงใยว่าคนไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชน จะหันไปเอาใจใส่ แต่ศิ ลปวัฒนธรรมของชาติอ่ืนแล้วละเลยทอดทิง้ความเป็นไทย ความจรงิปัญหาข้อนี้ ไม่น่าหนักใจนักเพราะขึ้นชื่ อว่าศิ ลปวัฒนธรรมแล้วไม่ว่าจะเป็นของชาติใดย่อมเป็นสิ่งท ี่ ดี งามทัง้สิ้นเพียงแต่ทุกคนจะต้องมีความเข้าใจไม่ว่าจะเป็นในคุณค่าของศิ ลปวัฒนธรรมของ ชาตินั ้น ๆ อย่างถ่องแท้ ¤ÇÒÁµÍ¹Ë¹Öè§ã¹¾ÃÐÃÒâªÇÒ· ÊÁà´ç¨¾ÃС¹ÔɰҸÔÃÒªà¨Ò ¡ÃÁÊÁà´ç¨¾ÃÐà·¾Ãѵ¹ÃÒªÊØ´Ï ÊÂÒÁºÃÁÃÒª¡ØÁÒÃÕ ã¹¾Ô¸Õ¾ÃÐÃÒª·Ò¹»ÃÔҺѵÃ᡼ÙÊÓàÃ稡ÒÃÈÖ¡ÉҨҡʶҺѹºÑ³±Ôµ¾Ñ²¹ÈÔÅ» ³ ÍÒ¤ÒêØÁ¾Ãà¢µÍØ´ÁÈÑ¡´ÔìËÍ»ÃЪØÁ¡Í§·Ñ¾àÃ×Í Çѹ¾Ø¸ ·Õè óõ ¡Ã¡®Ò¤Á òõõò
ÊÑè§ÊÁ Ê׺ÊÒ¹ ÊÃÒ§ÊÃä เพลง พระพิฆเนศนําใจจุดประกายศิ ลปิ น ถิ่นแควน้แดนสถาน ทิพย์วมิานองค์พิฆเนศ ลูกหลานจากทุกถิ่นเขต ขอนอ้มเกศฝากเป็ นศิษย์ยา จะตั ้งใจ ใฝ่ ดีสามัคคีกันทุกทั่วหน ้า มีนํ้ าใจใสเย็นศรัทธา นอ้มบูชาคุณครูอาจารย ์ อ้าองค์พระพิฆเนศนี้ศูนย์รวมฤดีเป็ นศรีสง่า โปรดประทานแผ่พระเมตตา ประสิทธิ์ วชิาสรา้งงานสานใจ ศิ ษย์ขอบูชาเหล่าคณาอาจารย์ ผู้ประทานวิทยาและกําลังใจ สมานไมตรีน ้องพี่ร่วมใจ มอบจิตถวาย หลอมเทียนแห่งใจ เป็ นเทียนชั ยนําผองเรา ก่อเกียรติก้องไกลศิ ลปกรรม ณ มหาสารคาม
»Ãгµ¹ÍÁ¾ÃÍÁ¨ÔµÇѹ·Ò ºÙªÒ¤ÃÙ¡µÑÙ¡µàÇ·Õ พระคุณครูมีค่าจนเหลือล้น ครูทุกคนเปรียบได้แม่ที่สอง ท่านสอนให้ลูกศิ ษย์นั ้นปรองดอง ช่ วยประคองให้ความรู ้ตลอดมา เวลาเรียนเราเรียนรู ้หน ้าที่ เป็ นคนดีของชาติศาสนา ตอบแทนท่านด้วยการกตัญญุตา มีสั มมาคารวะต่อท่านเอย ๓
๔ ÊÒʹ¨Ò¡¤³º´Õ ¤³ÐÈÔÅ»¡ÃÃÁÈÒʵÃáÅÐÇѲ¹¸ÃÃÁÈÒʵà “Creative Classical Thai Dance ครั ้งที่ ๒๔” ประจําปีการศึ กษา ๒๕๖๖ ภายใต้ชื่ อ โครงการ “รอยราชมรรคาสื บศรัทธาศรีพฤทเธศวร” เป็ นกิจกรรมสูงสุดในการเรียนการสอนวิชาทักษะ นาฏยศิ ลป์ ไทย ๗ ของหลักสูตรศิ ลปะการแสดง ภาควิชาศิ ลปะการแสดง คณะศิ ลปกรรมศาสตร์และ วัฒนธรรมศาสตร์ ซึ่ งเป็ นนาฏยศิ ลป์ ไทยเชิ งสร ้างสรรค์ที่ผสานการเรียนรู ้ภาคทฤษฎีปฏิบัติการ การบรหิารจัดการแสดง ทัง้การนําเสนอความยิ่ งใหญ่ของอารยธรรมขอม และบูรณาการสรา้งสรรค์เป็น นาฏยศิ ลป์ ไทยอีกรูปแบบหนึ่ ง การแสดงที่เกิดขึ้นในบริบทดังกล่าวนี้จึงจัดเป็ นนวัตกรรมใหม่ ด้านนาฏยศิ ลป์ ไทยที่สามารถเป็ นต้นแบบ ให้กับวิชาการด้านศิ ลปะการแสดงอย่างแท้จริงโดยเฉพาะ กระบวนการได้มาซึ่ งการออกแบบการแสดงย่อมจักกลายเป็ นแบบในการศึ กษาและสร ้างสรรค์สํ าหรับ การแสดงอื่นๆ ต่อไป โครงการ “รอยราชมรรคาสื บศรัทธาศรีพฤทเธศวร” จัดเป็ นเวทีสํ าคัญทําให้นิสิ ตวิชาเอก นาฏยศิ ลป์ ไทย ได้นํ าประสบการณ์จากการเรียนการสอนในหลักสูตรที่ผ่านมา ได้สร ้างสรรค์ชุด การแสดงเป็ นของตนเอง เพื่อนําเสนอต่อสาธารณชน และรับการประเมินขั ้นสูงสุดของรายวิชารวมทั ้ง เพื่อรับการนําเสนอแนะ เพื่อเป็ นแนวทางในการเติบโตเป็ นนาฏยศิ ลป์ ที่เข้มแข็งต่อไป ในนามของคณะ ศิลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์ผมมีความช่ืนชมนิสิตเหล่านี้เป็นอย่างยิ่งและโดยเฉพาะ ความสําเร็จจากการเรยนีและการนําเสนอผลงานอย่างต่อเน่ือง จงึขอแสดงความช่ืนชมยินดีอย่างยิ่ งมา ณ ที่นี้และขออวยพรให้นิสิ ต ทุกคนได้เติบโตในวงการศิ ลปะการแสดงอย่างสูงสุดต่อไป ผู้ช่ วยศาสตราจารย์ดร.พีระ พันลูกท้าว คณบดีคณะศิ ลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์
๕ ÊÒʹ¨Ò¡»ÃиҹËÅÑ¡Êٵà ÈÔÅ»¡ÃÃÁÈÒʵúѳ±Ôµ ÊÒ¢ÒÈÔŻСÒÃáÊ´§ การสอบประมวลในโครงการ “รอยราชมรรคา สื บศรัทธาศรีพฤทเธศวร” เป็ นกระบวนการสํ าคัญอย่างหนึ่ง ที่วัดความรู ้ความสามารถทั ้งด้านทฤษฎีและทักษะการ ปฏิบัติของนิสิ ตผู้ซึ่ งจะสํ าเร็จก้าวไปเป็ นบัณฑิตในวันข้างหน ้าอันไม่ไกลนั ก การนํ า กระบวนการคิดวิเคราะห์มาใช้และสามารถถ่ายทอดออกมาเป็ นการแสดงที่โดดเด่นอยู่บน เวทีได้นั ้น นิสิ ตจําเป็ นต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจเป็ นอย่างมากเพื่อผลสํ าเร็จของงานในวันนี้ อย่างไรก็ตามการศึ กษาไม่ได้จบลงแค่ ๔ ปี ที่นิสิ ตได้ร่วมกินร่วมอยู่ที่บ้านหลังใหญ่หลังนี้ เท่านั ้น แต่การศึ กษายังคงต้องเรียนรู ้ไปตลอดชี วิตของมนุษย์ในวันนี้มีครูพี่หรือเพื่อนที่ อยู่ ณ ภาควิชาศิ ลปะการแสดงแห่งนี้ซึ่ งนิสิ ตก็จะได้ก้าวขึ้นไปสู่ ฝั่ งที่จะต้องเผชิ ญหน ้า ความจริงในอนาคตการทํางานในนี้คือก้าวที่สํ าคัญของนิสิ ตขอเป็ นกําลังใจให้นิสิ ตทุกคน ได้พบประสบกับความสํ าเร็จที่รออยู่ในภายภาคหน ้า อาจารย์ว่าที่ร ้อยตรีดร.เกิดศิ ริ นกน ้อย ประธานหลักสูตรศิ ลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาศิ ลปะการแสดง
๖ ÊÒʹ¨Ò¡ËÑÇË¹Ò ÀÒ¤ÇÔªÒÈÔŻСÒÃáÊ´§ “รอยราชมรรคาสื บศรัทธาศรีพฤทเธศวร” จากวรรณกรรมพื้นบ้านอีสานสู่ การ สร ้างสรรค์ผลงานของนิ สิ ตวิชาเอกนาฎยศิ ลป์ ไทย ในการบอกเล่าเรื่องราวผ่าน ความสวยงามทางด้านร่ างกายผสมผสานกับทักษะหลากหลายแขนง จนกลายเป็ น ความงดงามของนาฏศิ ลป์ ไทยของเหล่าผู้สร ้างสรรค์ตัวน ้อยที่จะก้าวขึ้นไปเป็ นบัณฑิต ผู้มีองค์ความรู ้ในการบ่มเพาะ ในการสะสมเนื้องาน ในการคิดทักษะ และเหล่าคณาจารย์ ได้ถ่ายทอดการสื บสานให้เกิดการเรียนรู ้พร ้อมทั ้งนําเสนอแนวทางสร ้างสรรค์ให้เกิดงาน ในวันนี้ถือเป็ นบทพิสูจน์ความเป็ นนาฎยศิ ลปิ นผู้มีความพรั่งพร ้อมจะเป็ นเมล็ดพันธ์ของ ศิ ลปวัฒนธรรมของชาวไทยให้อยู่ตราบจิรติกาล อาจารย์วิภารัตน์ ข่วงทิพย์ หัวหน ้าภาควิชาศิ ลปะการแสดง
๗ ÊÒʹ¨Ò¡ÈÔÅ»¹á˧ªÒµÔ ÊÒ¢ÒÈÔŻСÒÃáÊ´§ นาฏยศิ ลป์ ไทยเป็ นศาสตร์ที่ละเอียดอ่อนและมีคุณค่าอเนกอนั นต์นอกจากเป็ น ศิ ลปะที่งดงามแล้วยังพัฒนาผู้เรียนในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็ นด้านจริยธรมหรือคุณธรรม อีกทั ้งยังแต่งแต้มเติมเต็มให้ผู้เรียนสมบูรณ์ในความดีทั ้งมวลอีกด้วย นาฏยศิ ลป์ ไทย ก่อให้เกิดความรักความกตัญญูเป็ นสะพานเชื่ อมโยงความเป็ นพี่น ้องผองเพื่อน ความโอบ เอื้อการุณตลอดจนพลังความแข็งแกร่ง ครูภูมิใจอิ่มเอมใจตลอดเวลาปีท ี่ ผ่านมาท ี่ได้เป็น ส่ วนหนึ่งแห่งความงดงามของนาฏยศิ ลป์ ไทยในสาขาศิ ลปะการแสดงและปรีด์เปรมเป็ น อย่างยิ่ งเม่ือได้เห็นความเข้มแข็งและเติบโตของนาฏยศิ ลป์ ไทยที่รุดหน ้าไปอย่างไม่หยุดยั ้ง ครูเชื่ อในบารมีแห่งองค์พระพิฆเนศวรครูศรัทธาในจิตอันมุ่งมั่นของศิ ษย์ทุกคน เป้าหมาย แห่งความสํ าเร็จจึงรออยู่เบื้องหน ้า “อย่าหยุดไขว่คว ้า อย่าช้าฝึ กฝน อย่าอับจนค้นหา อย่าลืมกตัญญุตา” ดร.นพรัตน์ศุภาการ หวังในธรรม ศิ ลปิ นแห่งชาติพุทธศั กราช òõöõ สาขาศิ ลปะการแสดง (ละครรํา)
๘ ÊÒʹ¨Ò¡ÍÒ¨ÒûÃШÓÃÒÂÇÔªÒ ย้อนเวลาผ่านไปเมื่อ ๔ ปี ที่แล้วที่ลูกทุกคนย่างก้าวเข้ามาสู่ บ้านศิ ลปกรรม ได้จับมือ ดัดแขน จับขาให้ลุกขึ้นรํา สอนให้กราบ สอนให้คลาน บ่มเพาะขัดเกลาจรรยา มารยาททุกอย่างเท่าที่แม่จะสอนให้ลูกได้จนลูกลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเดินได้อย่างมั่นคง มาถึงวันนี้ลูกทุกคนกําลังจะก้าวผ่านบทเรียนเพื่อพิสูจน์ความเป็ นนาฏยบัณฑิตที่สมบูรณ์ ภาคภูมิใจที่ได้ดูแลให้คําปรึกษาชี้นํากระตุ้นความคิดจนทุกคนสามารถโจนทะยานหาญกล้า ในงานสร ้างสรรค์ของตนเอง กว่า ๓ เดือนแห่งการทํางานร่วมกันมา อาจจะเต็มไปด้วย ขวากหนามรอยยิม้และนํ้าตาแต่ทุกสิ่งล้วนแต่งเติมให้เราเติบโตและงดงามข ึ้ น มีคํากล่าว ว่า “ทรัพยากรมีวันหมดแต่ความคิดสรา้งสรรค ์ไม่มีวันจบสิ้น” นับต่อจากนี้หนทางจะยาว ไกลสักเพียงใด ศรัทธาและพลังแห่งการสรา้งสรรค์ของเราก็จะยิ่ งแกร่งกล้าขึ้น ขอบคุณลูก ๆ วิชาเอกนาฏยศิ ลป์ ไทยรุ่น ๒๔ ทุกคนที่สานสื บต่อและสื บทอด ความเป็ นนาฏยบัณฑิตแห่งศิ ลปกรรมศาสตร์ให้อย่างสง่างาม ขอบคุณ “รอยราชมรรคา สื บศรัทธาศรีพฤทเธศวร” ที่จุดประกายไฟแห่งการสร ้างสรรค์ให้ลุกโชนงดงามอลังการ ภาคภูมิใจ อิ่มเอม ศรัทธา และช่ืนชมในพลัง ความคิดและผลงานสรา้งสรรค ์ ทุกชุด ที่ปรากฏต่อสาธารณชนในวันนี้“ขอจงเจริญในปั ญญา สง่างามในภูมิรู ้นบน ้อมกตัญญู มีความดีคู่กาย” รองศาสตราจารย์ดร.ปั ทมาวดี ชาญสุวรรณ อาจารย์ประจํารายวิชา
๙ ÊÒʹ¨Ò¡ÍÒ¨ÒûÃШÓÃÒÂÇÔªÒ องค์รวมของความรู ้และการบูรณาการศาสตร์ต่าง ๆ ที่ได้เรียนมาเป็ นเวลา ๔ ปี ได้ปรากฏเป็ นผลงานสร ้างสรรค์ในวันนี้ผลงานที่แสดงให้เห็นถึงจินตนาการ แนวคิด และกลวิธีในการสร ้างสรรค์เรียงร ้อยลีลาท่ารําตลอดจนการบรรจุเพลง ดนตรีประกอบ การออกแบบเครื่องแต่งกาย รูปแบบการนําเสนอผลงานที่ผ่านกระบวนการกลั่นกรองมา ทุกขั ้นตอนจนสามารถนํ าเสนอต่อสาธารณชนได้อย่างภาคภูมิใจ ผลงานจะประสบ ความสํ าเร็จเป็ นที่ชื่ นชมหรือไม่นั ้นไม่ใช่ เรื่องสํ าคัญเท่ากับการแสดง ให้ทุกคนเห็นถึง “คุณค่า” แห่งความเป็ นนาฏยบัณฑิตของนาฏยศิ ลป์ ไทยที่แสดงออก โดยกระบวนการคิด กระบวนการสร ้างสรรค์ภายใต้จารีตแบบแผนที่งดงาม รองศาสตราจารย์ดร.อุรารมย์ จันทมาลา อาจารย์ประจํารายวิชา
๑๐ ÊÒʹ¨Ò¡ÍÒ¨ÒûÃШÓÃÒÂÇÔªÒ โครงการ “รอยราชมรรคาสื บศรัทธาศรีพฤทเธศวร” คือบทพิสูจน์ศั กยภาพและ ขีดความสามารถ อีกบทหนึ่ งที่นิสิ ตสาชาวิชาเอกนาฏยศิ ลป์ ไทย ขั ้นปี ที่ ๔ จะต้องนํ า ความรู ้ความสามารถที่สั่ งสมมาตลอดระยะเวลา ๔ ปีที่ศึ กษา ณ ที่แห่งนี้ถ่ายทอดออกมา เป็ นผลงานสร ้างสรรค์ทางด้านนาฏยศิ ลป์ ไทย ในรูปแบบต่างๆ ตามจินตนาการและ แรงบันดาลใจของตนเอง เพื่อสื บสานศิ ลปะการแสดง นาฏยศิ ลป์ ไทยบนผืนแผ่นดินอีสาน ให้คงอยู่ต่อไปนาฏยทายาท รุ่นที่ ๒๔ เป็ นอีกรุ่นหนึ่งที่กําลังเติบโตงดงามขึ้นด้วยความ แข็งแกร่ งตามวิถีแห่งนาฏยบัณฑิต คณะศิ ลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อาจารย์ดร.ธัญลักษณ์ มูลสุวรรณ อาจารย์ประจํารายวิชา
๑๑ ÊÒʹ¨Ò¡·Õè»ÃÖ¡ÉÒâ¤Ã§¡Òà “ความอุทโฆษในกิตติศั พท์อันใด ย่อมเป็ นไปภายใต้ผลแห่ง ศั สตราวิทยา และศาสตร์วิทยาที่พูนพร ้อม เสมอกัน” ในงาน Creative Classic Thai dance ครั ้งที่ ๒๔ ภายใต้ชื่ อโครงการ “รอยราชมรรคาสื บศรัทธาศรีพฤทเธศวร” ครั ้งนี้เป็ นอีก วาระหนึ่ ง ที่เรื่องราวอันเกี่ยวร ้อยสั มพันธ์ด้วยพื้นที่ ผู้คน และสั งคม ซึ่ งเคยปรากฎ เป็ นที่รู ้จักมาแล้วในรูปของมุขะปาฐะ ภูมิปั ญญาหนึ่ งในการบันทึกและการสื่ อสาร เพื่อเชื่ อมโยง อธิบาย ความสั มพันธ์ของผู้คน และพื้นที่อันมีนัยยะของสํ านึกร่วม ที่แทรก ไวซ้ึ่งคุณลักษณะอันดีท ี่ พึงมีในสังคมในรูปของนิทานท้องถิ่นปรากฏอีกครัง้เพ่ือบอกเล่า เรื่องราวเดิม ในรูปแบบที่ต่างออกไป นับได้ว่า เป็ นโอกาสอันดีและเป็ นอีกก้าวของการ รเิรมิ่ท ี่ น่าสนใจอย่างยิ่ง ท ี่ ภูมิปัญญา ท้องถิ่นจะใด้ถูกนํามาตีความ และประกอบสร ้างขึ้น อีกครั้งผ่านมุมมองและการตีความจากประสบการณ์ใหม่ ผ่านกระบวนการออกแบบ สร ้างสรรค์ทางด้านนาฎกรรม อันเป็ นศาสตร์แห่งการสร ้างสรรค์เพื่อการสื่ อสาร อย่างมีนัย ภายใต้สุนทรียภาพ อาจารย์ธีรวัฒน์ เจียงคํา ที่ปรึกษาโครงการ
๑๒ “รอยราชมรรคา สื บศรัทธา ศรีพฤทเธศวร” Creative Classic Thai dance ครั ้งที่ ๒๔ นับเป็ นโครงการที่ส่ งเสริม สนับสนุน และพัฒนาศั กยภาพนิสิ ตในการสร ้างสรรค์ผลงานนาฏศิ ลป์ ไทย ที่เกิดจากกระบวนการศึ กษา รวบรวม วิเคราะห์ ออกแบบวางแผน ลงมือปฏิบัติปรับปรุงแก้ไข จนกระทั่งสั งเคราะห์เป็ นผลงานสร ้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ ภายใต้แนวคิดและมุมมองทางด้านนาฏศิ ลป์ ถ่ายทอดผ่านเรื่องราวอันเป็ นตํานานและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่จารึกไว ้ในศิ ลาหินอันแกร่งกล้ามา เนิ่นนานกว่าพันปีบอกเล่าความงดงามและความศรัทธาแห่งปราสาทวัดสระกําแพงใหญ่เทวสถาน โบราณ อันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งตัง้ผงาดโดดเด่นเฉิดฉาย และยังคงเป็นสถานท ี่ ท ี่ มีร่องรอยแห่งอารยธรรม ความเชื่ อ ความศรัทธา และเป็ นสื่ อสั ญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่เชื่ อมโยงจากอดีตมาจนถึงปั จจุบัน การสรา้งสรรค์ผลงานในครัง้นี้ถือเป็นประสบการณ์ท ี่ ยิ่งใหญ่และสําคัญยิ่ง ซึ่งผู้สรา้งสรรค์ ผลงานต้องประยุกต์ใช้องค์ความรู ้ทางด้านนาฏศิ ลป์ คีตศิ ลป์ ศิ ลปะการแสดง ประวัติศาสตร์ สั งคมศาสตร์รวมถึงศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อนํามาใช้เป็ นองค์ประกอบในการสร ้างสรรค์ผลงานใน ครั ้งนี้นอกจากนั ้นในการสร ้างสรรค์ผลงานดังกล่าวยังต้องใช้ทักษะด้านต่าง ๆ อีกมากมาย ทั ้งทางด้าน คุณธรรมจรยิธรรม ทักษะการคิดวเิคราะห์ทักษะความสัมพันธ์และการทํางานเป็นทีม ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะ หล่อหลอมให้นิสิ ตทุกคนกลายเป็ นบัณฑิตผู้ที่มีคุณค่า มีคุณภาพและสามารถนําประสบการณ์และทักษะ จากการเรียนรู ้ในสถานการณ์จริงนี้ไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพต่อไปในอนาคตข้างหน ้า ในนามที่ปรึกษาโครงการรู ้สึ กชื่ นชมยินดีและภาคภูมิใจ ที่เห็นผู้สร ้างสรรค์ผลงานทุกคนมี ความมุ่งมั่นตั ้งใจ มีพัฒนาการและการเติบโตทางด้านความคิด มีทักษะประสบการณ์ที่ดี และพร ้อมที่จะ นําออกไปรับใช้สั งคมในข้างหน ้านี้ อาจารย์วัชรชั ย ใจมีพร ที่ปรึกษาโครงการ ÊÒʹ¨Ò¡·Õè»ÃÖ¡ÉÒâ¤Ã§¡ÒÃ
๑๓ การสร ้างสรรค์ผลงานทางด้านศิ ลปะการแสดงออกมาสู่ สายตาสาธารณชนอีกครั ้ง อย่างเต็มที่ให้สมกับตลอดระยะเวลา ๔ ปี ที่ได้ศึ กษาด้านศิ ลปะการแสดงจากภาควิชา ศิ ลปะแสดง คณะศิ ลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่นี่เปรียบเสมือนบ้านหลังที่ ๒ นอกจากจะได้รับการอบรมความรู ้ในเรื่องของทักษะ หรือทฤษฎีด้านศิ ลปะการแสดงแล้ว ที่นี่ยังสอนให้เรารู ้จักศิ ลปะการดําเนินชี วิต ไม่ว่าจะ เป็ นเรื่องของมารยาทที่ดีงามต่าง ๆ การติดต่อสื่ อสารงาน การเข้าพบผู้ใหญ่ การวาง บุคลิกภาพ ล้วนแต่เป็ นการอบรมคุณสมบัติที่งดงามสํ าหรับดําเนินชี วิตในสั งคมทั ้งหมด ทัง้สิ้น คณาจารย ์ ทุกท่านเปรยีบเสมือนพ่อแม่ผู้ปกครองท ี่ คอยดูแลและให้คําปรกึษาทุก ๆ เรื่อง ทั ้งปั ญหาด้านการเรียนหรือแม้แต่ปั ญหาเรื่องส่ วนตัว อีกทั ้งยังกรุณามอบโอกาส ในการแสดงให้สามารถนํ าทักษะด้านการแสดงสู่ สายตาสาธารณชนได้อย่างสมบูรณ์ โครงการ “รอยราชมรรคาสื บศรัทธาศรีพฤทเธศวร” เป็ นอีกหนึ่งบทพิสูจน์เพื่อการันตี คุณภาพของ ว่าที่บัณฑิตวิชาเอกนาฏยศิ ลป์ ไทยสาขาศิ ลปะการแสดงทุก ๆ คนที่ จะสํ าเร็จ การศึ กษาในอนาคต ที่จะได้ถ่ายทอดความรู ้ความสามารถทางด้านนาฏยศิ ลป์ ไทยและ วิสั ยทัศน์ที่ว่า "สั่ งสม สื บสาน สร ้างสรรค์" ของภาควิชาศิ ลปะการแสดง คณะศิ ลปกรรม ศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม นายทศพร บุตรพรม ประธานโครงการ ÊÒʹ¨Ò¡»Ãиҹâ¤Ã§¡ÒÃ
๑๔ ÍÒ¨Ò÷Õè»ÃÖ¡ÉÒ อาจารย์ดร.นันทวัน สั งขะวร อาจารย์ปฏิวัตินามทองใบ อาจารย์ธีรวัฒน์เจียงคํา อาจารย์ปารเมศ มูลพิมพ์ อาจารย์ศักดิ์สิทธิ์คําเพ็ง อาจารย์วัชรชั ย ใจมีพร อาจารย์วชิรวิชญ์มิ่ งแม้น อาจารย์ชุติปภา โพธิเล อาจารย์วรุธ วงษ์อิน
๑๕ ¤³Ð¡ÃÃÁ¡Òüٷç¤Ø³ÇØ²Ô ดร.นพรัตน์ศุภาการ หวังในธรรม ศิ ลปิ นแห่งชาติสาขาศิ ลปะการแสดง (ละครรํา) ปีพ.ศ. òõöõ รองศาสตราจารย์ดร.สุพรรณีเหลือบุญชู ผู้เชี่ยวชาญด้านดุริยางคศิ ลป์ และคีตศิ ลป์ ผู้ช่ วยศาสตราจารย์ดร.ทินกร อัตไพบูลย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านดุริยางคศิ ลป์ และคีตศิ ลป์ คณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยนครพนม ผู้ช่ วยศาสตราจารย์ดร.ศิ ริเพ็ญ อัตไพบูลย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิ ลป์ ไทยและนาฏศิ ลป์ พื้นเมือง อาจารย ์ ดร.ธีรเดช กลิ่นจันทร ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านศิ ลปะการแสดง สํ านักการสั งคีต กรมศิ ลปากร
๑๖ ¡Ó˹´¡Òà “Creative Classical Thai Dance ¤ÃÑé§·Õè òô” »ÃШӻ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ òõöö ÀÒÂ㵪×èÍâ¤Ã§¡Òà “ÃÍÂÃÒªÁÃäÒÊ׺ÈÃÑ·¸ÒÈÃվķà¸ÈÇÔ ³ Ëͧ»ÃЪØÁãË ÇÔ·ÂÒÅÑ´ØÃÔÂÒ§¤ÈÔÅ»ÁËÒÇÔ·ÂÒÅÑÂÁËÒÊÒäÒÁ Çѹ¨Ñ¹·Ã·Õè ñö µØÅÒ¤Á òõöö ñ÷.ðð - ñø.óð น. เรมิ่ลงทะเบียน ñ÷.ðð - ñø.ðð น. พิธีกรนําเข้าและกล่าวต้อนรับ ñø.ðð - ñø.ôð น. ประธานโครงการกล่าวรายงานวัตถุประสงค์โครงการ ต่อประธานนพิธีกล่าวเปิ ดโครงการโดย ผู้ช่ วยศาสตราจารย์ดร.พีระ พันลูกท้าว คณบดีคณะศิ ลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์ ñø.ôð – ñù.õð น. เรมิ่ทําการแสดง การแสดงชุดที่ ñ มุฑิตาเชิ ดชูปูชณียจารย์ การแสดงชุดที่ ò สั มโพชชยปุรีศรีพฤทเธศวร การแสดงชุดที่ ó คัชชายุทธนาวี การแสดงชุดที่ ô ปราณวตรีทรงเครื่อง การแสดงชุดที่ õ เทวีศาสตราวุธ การแสดงชุดที่ ö รําบาญมุทราทีป การแสดงชุดที่ ÷ มนตรานาคราช ñù.õð - òð.ôð น. พิธีกรกล่าวรวมนักแสดงและนิสิ ตผู้รับผิดชอบ โครงการ,ฟั งคําแนะนําจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และอาจารย์ประจํารายวิชา นักแสดงแต่ละชุดบันทึกภาพกับคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิและอาจารย์ประจํารายวิชา สิ้นสุดกิจกรรม *หมายเหตุ : กําหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม
๑๗ เถกิงเกียรติก้องประจักษ์อักษรา เรียงร ้อยเชิ ดบูชาบูชิ ตชื่ น นาฏยศิ ลปิ นศิ ลป์ ยั่งยืน ประโลมผืนผ่องแผ้วแพร ้วอําไพ นพรัตน์ศุภาการ หวังในธรรม ผู้เปี่ ยมลํา้วชิาชาญกาลสมัย ดัง่สมญาปิ่นปราชญ์นาฏศิลป์ไทย ครูผู้ให้ผู้สร ้างอย่างโสภี เส้นทางแห่งปรีดานําพาพร ้อม ศิ ษย์ขอน ้อมเชิ ดบูชาสง่าศรี กราบแม่ครูผู้เป็ นปูชณีย์ ดั่งรพีทอแสงแห่งศรัทธา ศิ ลปิ นแห่งชาติละครรํา แม่นพรัตน ์ เลิศลํา้ควรคุณค่า เกริกกําจายเกียรติภูมิอันโสภา ประดับหล้าฟูเฟื่ องเรืองระบิล อาจารย์วรรณา แก้วกว ้าง ประพันธ์บท àªÔ´ªÙà¡ÕÂÃµÔ ¤Ø³¤ÃÙ¹¾Ãѵ¹ÈØÀÒ¡Òà ËÇѧ㹸ÃÃÁ ÈÔÅ»¹á˧ªÒµÔ¾Ø·¸ÈÑ¡ÃÒª òõöõ ÊÒ¢ÒÈÔŻСÒÃáÊ´§ (ÅФÃÃÓ)
ÃÍÂÃÒªÁÃÃ¤Ò Ê׺ÈÃÑ·¸Ò ÈÃվķà¸ÈÇÃ
¡ÒÃáÊ´§ªØ´·Õè ñ ÁرԵÒàªÔ´ªÙ»Ù³Õ¨ÒÃÂ
๒๐ ¡ÒÃáÊ´§ªØ´·Õè ñ ÁرԵÒàªÔ´ªÙ»Ùª³Õ¨Òàแรงบันดาลใจ อาจารย์นพรัตน์ศุภการ หวังในธรรม ศิ ลปิ นแห่งชาติพุทธศั กราช ๒๕๖๕ สาขาศิ ลปะการแสดง (ละครรํา) เป็ นแบบอย่างที่ดีงามทางด้านการแสดงนาฏศิ ลป์ ไทย ด้วยความเชี่ ยวชาญขั ้นสูงในวิชาชี พนาฏศิ ลป์ ไทยที่เพียบพร ้อมด้วยความรู ้ความเป็ น ศิ ลปิ น ความเป็ นครูความเป็ นนักสร ้างสรรค์นอกจากการเผยแพร่ และการถ่ายทอด ความรู ้ความสามารถทางการแสดงนาฏศิ ลป์ ไทยแล้ว อาจารย์นพรัตน์ ศุภการ หวังในธรรม ยังได้บําเพ็ญประโยชน์ต่อสั งคมอย่างต่อเนื่อง ท่านอุทิศตนให้กับการ ถ่ายทอดองค์ความรู ้ประสบการณ์ด้านนาฏศิ ลป์ ไทยให้กับทุกสถาบันการศึ กษาในประเทศ ไทยรวมถึงมหาวิทยาลัยมหาสารคามที่อาจารย์นพรัตน์ศุภการ หวังในธรรม ได้ วางรากฐานการเรียนการสอนวิชานาฏศิ ลป์ ไทยรวมทั ้งเป็ นผู้สอนภาคทฤษฎีและ ภาคปฏิบัติ ผู้สร ้างสรรค์ผลงาน นางสาวนิติพร นามบ้าน นางสาวกัญญรัฐ มะเสนา นางสาวแพรพิไล ละม้าย อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ดร.นันทวัน สั งขะวร อาจารย์ปฏิวัติ นามทองใบ ประพันธ์บทร ้อง อาจารย์วรรณา แก้วกว ้าง วิทยาลัยนาฏศิ ลปสุพรรณบุรี เรียบเรียงดนตรี ภาควิชาดุริยางค์ไทย วิทยาลัยนาฏศิ ลปร ้อยเอ็ด
๒๑ ตลอดจนเป็ นที่ปรึกษาให้คําแนะนําการจัดการแสดง เป็ นประธานผู้ทรงคุณวุฒิ ในการสอบโครงการปริญญานิพนธ์ทางด้านนาฏศิ ลป์ ไทยให้แก่นิสิ ต ตั ้งแต่ พ.ศ.๒๕๓๙ รวมระยะเวลาจนถึงปั จจุบัน เป็ นเวลา ๒๗ ปี ด้วยความเสี ยสละ ความมีเมตตาต่อศิ ษย์ ให้ความรู ้แก่ศิ ษย์อย่างไม่ปิ ดบังอําพราง และมุ่งมั่นที่จะรักษาสื บทอดมรดกทางวัฒนธรรม ท่านเปรียบเสมือน แม่และครูที่เป็ นต้นแบบที่ดีงาม อยู่ในครรลองของสั งคมวัฒนธรรม ไทยจนกลายเป็ นต้นแบบของศิ ลปิ นไทย และเป็ นที่เคารพของสานุศิ ษย์ทั่วประเทศ ด้วยบทบาทสํ าคัญที่ประจักษ์ดังกล่าวของแม่นพรัตน์ศุภการ หวังในธรรม จึงเป็ นที่ ยอมรับกันในวงวิชาชี พนาฏศิ ลป์ ไทยจนได้รับการขนานนามว่าเป็ น “เอตทัคคะ” ทางด้านนาฏศิ ลป์ ไทย และได้รับการยกย่องเชิ ดชูเกียรติให้เป็ นศิ ลปิ นแห่งชาติสาขา ศิ ลปะการแสดง (ละครรํา) ปี พ.ศ.๒๕๖๕ ยังความปลื้มปิ ติให้กับศิ ษย์โดยถ้วนหน ้า การแสดงชุด “มุฑิตาเชิ ดชูปูชณียจารย์” เปรียบเสมือนดวงใจกตัญญูของศิ ษย์ทุกคน ที่สํานึกในพระคุณแห่งแม่ครูผู้ประเสรฐิยิ่ ง º·ÃͧáÅзӹͧà¾Å§ ปี่พาทย์ประโคมเสี ยงแตรสั งข์ -ขับทํานองนพรัตน์วิเศษแล้ว เลอศิ ลป์ ศุภาการศิ ลปิ น ปิ่นหล้า นาฎะไสวริน เริงร่าย ภพเนอ เลิศส่ งศาสตร์เรืองฟ้า เฟื องฟ้อนรําฉาย ผกายจรัสเรื้อง เลิศรํา วงศะหวังในธรรม เทิดถ้วน ทรงคุณชาติจดจํา จารึก แม่เอย สานุศิ ษย์หลายล้วน หลากล้อมเชิ ดชู ครูบาจารีตพร ้อม พาผสาน สื บพิพัฒน์ศิ ลป์ กาล กอปรลํา้ ยรรยงยั่งยืนราม รากแกร่ง สูงค่ามรดกยํา้ หยั่งเหง ้าไทยผอง
๒๒ มาสทองวารเกิดแก้ว เกริกนาฎ นพรัตน์คุรุชาติ ฉ่องด้าว สุกพราวปลั่งศิ ลปะศาสตร์ ไสวรุจ พรพิสุทธิ์ เลิศอะครา้ว ครอบล้อมแม่เทอญ กิติราช ทับทิม (ประพันธ์บท) ปี่พาทย์บรรเลงเพลงสมิงทอง -ร ้องเพลงสมิงทองมุทิตาเชิ ดชูปูชณียจารย์ แม่นพรัตน์ศุภาการเกิดศิ ลป์ เอตทัคคะนาฏยศิ ลปิ น คุณูปการระบิลศิ ษย์ยินยล งามลีลาละครกรายกรนาฎ ช่ างวิลาศแลวิลิศวิจิตรล้น งามจรรยาวาจาเสนาะตรึงกมล ปูชนียบุคคลพรรณนา -ร ้องเพลงจําปานารี- นพรัตน ์ ดวงมณีที่เลิศลํา้แสนประเสรฐิส่งศรทีี่ลํา้ค่า สมยิ่ งแล้วครุชาติสรรพวชิา น ้อมศรัทธาเทิดทูนพูนอําไพ ขออัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์นิมิตมัน่ปกปอ้งครองร่มขวัญอันยิ่ งใหญ่ นพรัตน์ศุภาการเกริกเกรียงไกร เป็ นหลักชั ยศิ ลป์ ดํารงยืนยงเอย ปี่พาทย์บรรเลงเพลงหน ้าพาทย์ชํ านาญ กิตติกรรมประกาศ การแสดงชุดมุฑิตาเชิ ดชูปูชณียจารย์ สํ าเร็จลุล่วงได้ด้วยความอนุเคราะห์จาก อาจารย์เพื่อน ครอบครัว และผู้มีพระคุณทุกท่าน ขอก ร าบขอบพ ระคุณ รอ งศ าสต ร า จ า รย์ ด ร.ปั ท ม า วดี ช าญสุ ว ร รณ รองศาสตราจารย์ ดร.อุรารมย์จันทมาลา และ ดร.ธัญลักษณ์ มูลสุวรรณ อาจารย์ ประจําวิชา ที่ให้ความกรุณา ให้คําแนะนํา ชี้แนวทางแก่ศิ ษย์ในการสร ้างสรรค์ผลงาน ตัง้แต่เรมิ่จนสําเร็จสมบูรณ ์ และงดงาม อีกทัง้ยังอบรมบ่มเพาะคุณธรรม จรยิธรรม ความ กตัญญูและการครองตนในครรลองที่ดีงามให้กับศิ ษย์เสมอมา
๒๓ ขอขอบพระคุณอาจารย์ดร. นันทวัน สั งขะวร และ อาจารย์ปฏิวัตินามทองใบ อาจารย์ที่ปรึกษา ที่กรุณาให้ความรู ้เกี่ยวนาฏยลักษณ์กระบวนท่ารําที่มีความอ่อนช้อย งดงาม เก็บรายละเอียดนักแสดงทุกครั ้ง อย่างเอาใจใส่ และทุ่มเท ขอบพระคุณอาจารย์ธีรวัฒน์ เจียงคํา พี่บัณฑิต ที่ปรึกษาโครงการ ที่กรุณา ให้คําปรกึษา แนะนํา แก้ไขปัญหา ทําให้โครงการ และการแสดงสมบูรณ ์ แบบมากยิ่ งขึ้น ขอกราบขอบพระคุณครอบครัวที่คอยสนั บสนุนทุนทรัพย์รับฟั ง เข้าใจและให้ กําลังใจเสมอมา ขอบคุณสมาชิ กผู้สร ้างสรรค์ในกลุ่มที่ร่วมแรงร่วมใจ รับฟั งความคิดเห็นและ เหตุผลของกันและกันอย่างจริงใจ และพร ้อมที่จะฟั นฝ่ าอุปสรรคและแก้ไขปั ญหา ที่เกิดขึ้นร่วมกันอยู่ทุกครั ้ง จนสามารถทําให้ผลงานการแสดงออกมาสมบูรณ์ ขอบคุณน ้องๆนักแสดงที่เสี ยสละเวลาอันมีค่ามาช่ วยให้การแสดงนี้สมบูรณ์แบบ และให้ความร่วมมือ ตั ้งใจฝึ กซ้อมการแสดงด้วยความตั ้งใจ ขอบคุณเพื่อนๆ ภาควิชาศิ ลปะการแสดงนาฏยศิ ลป์ รุ่นที่ ๒๔ ทุกคนที่คอย ช่ วยเหลือ ช่ วยกันแก้ไขปั ญหายอมรับและรับฟั งความคิดเห็นกันและกันอย่างมีเหตุผล เป็ นกําลังใจและพร ้อมฟั นฝ่ าอุปสรรคไปด้วยกันเสมอมา
¡ÒÃáÊ´§ªØ´·Õè ò ÊÑÁ⾪ªÑ»ØÃÕÈÃվķà¸ÈÇÃ
๒๕ ¡ÒÃáÊ´§ªØ´·Õè ò ÊÑÁ⾪ªÂ»ØÃÕÈÃվķà¸ÈÇà แรงบันดาลใจ “ศรีพฤทเธศวร” ดินแดนแห่งความศักดิ์สิทธิ์ทิพยวิมานอันเป็ นที่ประทับของ เทพเจ ้าแห่งจักรวาล ผู้บันดาลความอุดมสมบูรณ์ ความมั่งคั่ง และความเจริญงอกงาม แห่งเทือกเขาพนมดงรัก อันเป็ นที่ก่อให้เกิดความเชื่ อและความศรัทธาของผู้คนต่อ เทพเจา้ภายใต้“ความเล่ือมใส” ต่อเทพยดาและเทวสถานอันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งนําไปสู่การ เซ่นสรวงบูชาของผู้คนที่มีความเช่ือและความศรัทธาต่อดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ผู้สร ้างสรรค์ผลงานจึงได้นําข้อมูลทางวิชาการ จากการศึ กษาภาพจําหลักปราสาท นครวัด ที่พบภาพสลักนางอัปสราที่มีลักษณะมือยาวเรียวโค้งงอ ผู้สร ้างสรรค์จึงนํามา ตีความใหม่โดยใช้เล็บแบบละครหลวงเพื่อให้ลักษณะมือคล้ายภาพจําหลัก ความเชื่ อเรื่อง พระตรีมูรติเป็ นพระเจ ้า ๓ องค์เทพสูงสุดในศาสนาพรามณ์-ฮิ นดูผู้สร ้างสรรค์จึงหยิบ เลข ๓ มาใช้เป็ นตัวแทนนั กแสดง ๑๓ คนเพื่อสอดคล้องกับพระตรีมูรติผู้เป็ นใหญ่ ในศาสนาพรามณ์-ฮิ นดูและการลงพื้นที่ มาสั งเคราะห์วิเคราะห์และตีความ จนเกิด เป็ นผลงานสร ้างสรรค์ทางด้านนาฏยศิ ลป์ ไทย ชุด “สั มโพชชยปุรีศรีพฤทเธศวร” ผู้สร ้างสรรค์ผลงาน นายทศพร บุตรพรม นางสาวสุพรรษา ดงหิ่ ง อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ธีรวัฒน์ เจียงคํา เรียบเรียงดนตรี ภาควิชาดุริยางค์ไทย วิทยาลัยนาฏศิ ลปร ้อยเอ็ด
๒๖ กิตติกรรมประกาศ การแสดงชุด สั มโพชชยปุรีศรีพฤทเธศวร จะเสร็จสมบูรณ์ไม่ได้หากไม่ได้รับ ความอนุเคราะห์และความเมตตาจากผู้มีพระคุณทุกท่าน ขอกราบขอบพระคุณ รองศาสตราจารย์ดร.ปั ทมาวดีชาญสุวรรณ รองศาสตราจารย์ดร.อุรารมย์จันทมาลา และ ดร.ธัญลักณ์ มูลสุวรรณ อาจารย์ประจําวิชา ที่มีความกรุณาให้คําปรึกษาและ คําแนะนํา ตรวจผลงานอย่างเอาใจใส่ ในทุกขั ้นตอน ยอมรับและเปิ ดโอกาสให้ผู้สร ้าง สรรค์ได้แสดงความคิดเห็นและส่ งเสริมให้แสดงศั กยภาพอย่างเต็มที่ ขอขอบคุณอาจารย์ธีรวัฒน์ เจียงคํา อาจารย์ที่ปรึกษาที่ให้ความอบอุ่น ห่วงใย ดูแล ให้คําแนะนํ า จุดประกายความคิดให้ผู้สร ้างสรรค์ที่จะทําแสดงความคิดใหม่ ๆ มาเป็ นแนวทางในการสร ้างสรรค์ผลงาน ให้กําลังใจและสละเวลาให้ผู้สร ้างสรรค์เสมอ ตลอดจนงานสํ าเสร็จลุล่วง ขอขอบคุณ นายฑิชากร เตชัย และนายโพธิ์ทอง เทศนา พ ี่ บัณฑิตท ี่ คอยให้ คําแนะนําในด้านต่าง ๆ และคอยให้กําลังใจในการทํางานตลอดมา ขอขอบพระคุณครอบครัวที่คอยสนับสนุนทุนทรัพย์คอยให้กําลังใจในทุกกิจกรรม ขอขอบคุณเพื่อน ๆ นาฏยศิ ลป์ ไทยรุ่นที่ ๒๔ ทุกคนที่เติบโตมาด้วยกัน ช่ วยกัน ผ่านอุปสรรคหลาย ๆ อย่างมาจนถึงวันนี้ ขอขอบคุณนั กแสดงที่เสี ยสละเวล าม าเป็ นส่ วนหนึ่ งขอ งชุดการแสดง สั มโพชชยปุรีศรีพฤทเธศวร
¡ÒÃáÊ´§ªØ´·Õè ó ¤ÑªªÒÂØ·¸¹ÒÇÕ
๒๘ ¡ÒÃáÊ´§ªØ´·Õè ó ¤ÑªªÒÂØ·¸¹ÒÇÕ แรงบันดาลใจ จากการศึ กษาตํานานศรีพฤทเธศวร พระเจ ้าชั ยวรมันที่ ๒ ซึ่ งเป็ นโอรสของ พระเจ ้าสุริยะวรมันที่ ๑ เป็ นผู้ที่มีความสามารถในการร่ายมนต์ที่เก่งกาจมีสติปั ญญาหลัก แหลม มีความสามารถในการรบและความกล้าหาญในการทําสงครามตลอดจนถึงความ ทะเยอทะยานในการที่จะไปสู้รบกับชวาเพื่อกอบกู้เอกราช ในขณะที่เดินทางไปเมืองนางพิณสวรรค์เพื่อที่จะไปขอกําลังพลทหารที่จะไปทําศึ ก สู้รบกับชวาเพื่อกอบกู้เอกราช ในระหว่างการเดินทาง ได้เกิดเหตุการณ์ช้างพลาย ที่ชาวบ้านเลี้ยงไว ้ตกมัน พระเจ ้าชั ยวรมันที่ ๒ จึงได้ทําการร่ายมนต์ให้ช้างพลายตัวนั ้น สยบลงได้ผู้สร ้างสรรค์จึงออกแบบท่ารําที่เกิดแรงบันดาลใจ โดยเน ้นการต่อสู้ของ พระเจ ้าชั ยวรมัน ที่ ๒ กับช้างพลายตกมันแบบมือเปล่าที่มีลีลาท่าทางเอกลักษณ์เฉพาะ ผู้สร ้างสรรค์ผลงาน นางสาวพีรยา ดีล้วน นางสาววรินทร สุพพินิจ อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ปารเมศ มูลพิมพ์ ประพันธ์บทร ้อง อาจารย์วรรณา แก้วกว ้าง วิทยาลัยนาฏศิ ลปสุพรรณบุรี เรียบเรียงดนตรี ภาควิชาดุริยางค์ไทย วิทยาลัยนาฏศิ ลปร ้อยเอ็ด
๒๙ º·ÃͧáÅзӹͧà¾Å§ -ปี่พาทย์บรรงเลงเพลงออก- -ร ้องเพลงเขมรปากท่อจอมองค์งามสง่าราชาชาติ องอาจขัตติยะกระบวนยุทธิ์ เรอืงนามเด่นด้าวกรา้วพิสุทธิ์ สรรพาวุธภิญโญเดโชชาญ พบช้างพลายตกมันอาละวาด มุ่งพิฆาตผู้คนจนอาสั ญ ด้วยบุญญาบารมีแห่งทรงธรรม สยบมั่นอิทธิฤทธ์เวทย์มนต์ -รอ้งเพลงเชิดฉิ่งวรมันจรลีกรีฑาทัพ อรยิับที่ยํ่ ายีจงปี้ป่ น ฮึ กเหิมห้าวหาญมิทานทน เหล่าพหลโห่ร ้องกู่ก้องมา รวมพลังกําลังพลกลกอบกู้ เลือดนักสู้มิคร ้ามศึ กทุกทิศา หมายรอนราญหาญติดประชิ ดชวา สมอุราเร่งรุดยุทธนาวี -ปี่พาทย์บรรงเลงเพลงต่อสู้- กิตติกรรมประกาศ การแสดงชุด คัชชายุทธนาวีจะสํ าเร็จลุล่วงไปไม่ได้หากไม่ได้รับความอนุเคราะห์ จากผู้มีพระคุณทุกท่าน ขอก ร าบขอบพ ระคุณ รอ งศ าสต ร า จ า รย์ ด ร.ปั ท ม า วดี ช าญสุ ว ร รณ รองศาสตราจารย์ อุรารมณ์ จันทมาลา และดร.ธัญลักษณ์ มูลสุวรรณ ที่กรุณา ให้คําปรึกษาเปิ ดโอกาสในการทํางาน ชี้แนะการเป็ นผู้นํา และให้คําแนะนําการสร ้างสรรค์ ผลงานชุดนี้อย่างมีหลักการและทฤษฎีทางด้านนาฏศิ ลป์ ขอขอบคุณอาจารย์ปารเมศ มูลพิมพ์ที่ให้คําปรึกษา ให้ความรู ้เรื่องนาฏยลักษณ์ ของท่ารํา รวมถึงกระบวนท่ารํา รายละเอียดขององค์ประกอบต่างๆของการแสดง เป็ นกําลังใจ สร ้างพลังบวกให้ผู้สร ้างสรรค์อยู่ตลอดเวลา ขอขอบคุณครอบครัวที่คอยสนั บสนุนทุนการศึ กษา ในการสร ้างสรรค์ผลงาน ในการแสดงครั ้งนี้ ขอขอบคุณนักแสดงที่เป็ นกําลังขับเคลื่อน ทําให้เกิดการแสดงที่สวยงาม ทั ้งยัง เสี ยสละเวลามา คอยช่ วยเหลือจนผลงานการแสดงสํ าเร็จลุล่วงไปด้วยดี ขอขอบคุณเพื่อนภาควิชาศิ ลปะการแสดง เอกนาฏศิ ลป์ ไทยรุ่น ๒๔ ผู้ที่มีส่ วน ร่วมในการสร ้างสรรค์ผลงาน ที่คอยช่ วยเหลือกันมาตลอดจนผลงานการสร ้างสรรค์การ แสดงครั ้งนี้สํ าเร็จลุล่วงไปด้วยดี
¡ÒÃáÊ´§ªØ´·Õè ô »ÃҳǵÃշçà¤Ã×èͧ
๓๑ ¡ÒÃáÊ´§ªØ´·Õè ô »ÃҳǵÃշçà¤Ã×èͧ แรงบันดาลใจ จากการศึ กษาค้นคว ้าหาข้อมูลตํานานศรีพฤทเธศวร ผู้สร ้างสรรค์ผลงานได้ศึ กษา และลงพื้นที่ พบว่าในยุคสมัยพระเจ ้าชั ยวรมันที่ ๒ นั ้น นั บถือลัทธิที่ผู้หญิงเป็ นใหญ่ ซึ่ งผู้หญิงมีบทบาทด้านอํานาจมากกว่าผู้ชายจึงทําให้ยุคสมัยนั ้นผู้หญิงเป็ นผู้ปกครอง เมือง ผู้สร ้างสรรค์ผลงานจึงได้แรงบันดาลใจ มาจากนางปราณวตรีซึ่ งเป็ นธิดาของ พระนางพิณสวรรค์พระมเหสี เมืองศรีพฤทเธศวร นางปราณวตรีเป็ นผู้ที่มีรูปโฉมที่งดงาม เปรียบเสมือนนางสวรรค์ และนางปราณวตรีมีความสามารถในด้านต่าง ๆ เช่ น วิชาอาคม ฝี มือการสู้รบ ต่างๆ นางปราณวตรีเป็ นผู้ที่มีความแข็งแกร่ง กล้าหาญ เป็นผู้หญิงท ี่ รูปโฉมงามแต่ท ี่ไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใดผู้สรา้งสรรค ์ จงึได้หยิบยกตอนท ี่ นางปราณวตีจะออกไปฝึ กฝนต่อสู้ที่นอกเมือง นางจึงต้องทรงเครื่องแต่งกายคล้ายนักรบ ชาย เพื่อที่จะออกไปประลองฝี มือ อวดความแข็งแรงหรือความแข็งแกร่งของผู้หญิง จึงเกิดเป็ นชุดการแสดง “ปราณวตรีทรงเครื่อง” ผู้สร ้างสรรค์ผลงาน นายธีรพันธ์ นุขัน นางสาวนุชชิ ตา ชุชั ยสงค์ อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ศักดิ์สิทธิ์คําเพ็ง ประพันธ์บทร ้อง อาจารย์วรรณา แก้วกว ้าง วิทยาลัยนาฏศิ ลปสุพรรณบุรี เรียบเรียงดนตรี ภาควิชาดุริยางค์ไทย วิทยาลัยนาฏศิ ลปร ้อยเอ็ด
๓๒ º·ÃͧáÅзӹͧà¾Å§ -ขับทํานองแน่งน ้อยนวลละอองผ่องผุด งามประดุจเทวีศรีสวรรค์ พรงิ้พักตร ์ งามขนงดัง่วงจันทร ์ นัยนาดั่งสมันเนื้อทราย ปากคอคิว้คางช่างเฉิดโฉม งามประโลมเพราเพริศเฉิดฉาย ยามยิม้แย้มสรวลชวนใจชาย แลวิไลชม้ายเมียงนฤมล -ปี่พาทย์ทํานองเพลงเสมอเขมร- -ร ้องเพลงเขมรลออองค์- จําจะปลอมกายาในครานี้ ให้เป็ นชายชาตรีที่งามล้น แพรพรรณนุ่งภูษาช่ างน่ายล กายสกนธ์รัดกุมเหมือนหนุ่มงาม กรองคอทับทรวงดวงเด็ด ประดับเพชรพลอยหรูดูอร่าม ทองกรธํามรงค์วงแวววาม ดั่งบุรุษเรืองนามชาญชาตรี -ปี่พาทย์บรรเลงเพลงระบํากิตติกรรมประกาศ การแสดงชุด ปราณวตรีทรงเครื่อง จะเสร็จสมบูรณ์ไม่ได้หากไม่ได้รับความอนุเคราะห์จาก ผู้มีพระคุณทุกท่าน ขอกราบขอบพระคุณรองศาสตราจารย์ ดร.ปั ทมาวดีชาญสุวรรณ รองศาสตราจารย์ ดร.อุรารมย์จันทมาลา และ ดร.ธัญลักษณ์ มูลสุวรรณ อาจารย์ประจําวิชา ที่ดูแลอบรมบ่มเพาะ ทั ้งวิชาความรู ้คุณภาพและจริยธรรม ให้หลักการในการทํางาน และแก้ไข เสริมสร ้างความมั่นใจและ ให้โอกาสในการคิดตลอดจนสร ้างพลังบวกให้กับผู้สร ้างสรรค์จนสามารถทํางานได้อย่างลุล่วงสมบูรณ์ ขอกราบขอบพระคุณ อาจารย์ศักดิ์สิทธิ์คําเพ็ง อาจารย์ท ี่ปรกึษา ท ี่ คอยชี้แนะให้ความรูก้าร ออกแบบการแสดง การจัดวาง และตรวจแก้ไขจุดบกพร่อง ให้ตลอดการทํางาน อีกทั ้งกําลังใจที่ให้แก่ ผู้สร ้างสรรค์มาโดยตลอด ขอกราบขอบพระคุณบิดามารดาที่คอยส่ งเสริมสนับสนุนทุนทรัพย์ในการทําผลงาน และส่ ง กําลังใจและความอบอุ่นมาให้เสมอ ขอบใจสมาชิ กในกลุ่มที่ทุ่มเทความคิดกําลังกาย กําลังใจช่ วยกันหาแนวทางในการแก้ไขปั ญหา ให้กําลังใจซึ่ งกันและกัน จนสามารถทําให้การแสดงออกมาได้สมบูรณ์ที่สุด ขอขอบคุณเพื่อน ๆ นาฎยศิ ลป์ ไทยรุ่นที่ ๒๔ ทุกคนที่คอยช่ วยเหลือและเป็ นกําลังใจให้กัน ขอบคุณนักแสดงทุกคนที่เสี ยสละเวลาในการมาซ้อม และให้ความร่วมมือเป็ นอย่างดีในการ ฝึ กซ้อมจนทําให้ผลงานสํ าเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
¡ÒÃáÊ´§ªØ´·Õè õ à·ÇÕÈÒʵÃÒÇØ¸
๓๔ ¡ÒÃáÊ´§ªØ´·Õè õ à·ÇÕÈÒʵÃÒÇØ¸ แรงบันดาลใจ นางปราณวตรีธิดาองค์สุดท้องของพระนางพิณสวรรค์ พระมเหสี เมือง ศรีพฤทเธศวร มีลักษณะนิสั ยเป็ นผู้หญิงที่ค่อนข้างซุกซน กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว และรัก ในศิลปะการต่อสู้บนหลังชา้งและชํ่าชองในการใชอ้าวุธ เช่น อาวุธท ี่ ทําจาก ไม้ไผ่เหล็ก เป็ นต้น นอกจากนี้พระนางปราณวตรียังมีรูปร่างที่งดงาม และกิริยาอ่อนโยนทําให้ พระชั ยวรมันที่ ๒ ตกหลุมรักพระนางปราณวตรีนอกจากจะเป็ นนักรบหญิงที่มีความกล้า หาญชาญชั ยแล้ว ยังมีใจที่เด็ดเดี่ยวยอมเสี ยสละได้ทุกอย่างเพื่อคนรัก มีตอนหนึ่งที่ทั ้ง สองพระองค์ได้ตกลงปรองใจรักกันแล้ว พระชั ยวรมันที่ ๒ ต้องไปทําการรบกับทัพศั ตรู พระนางปราณวตรีจึงทําพิธีกรรมเผาตัวเองเพื่อแบ่งเบาความเจ็บปวดของคนรัก โดยที่ พระสวามีของตนไม่ได้ร ้องขอด้วยความเชี่ ยวชาญในทางวิทยายุทธ์ของนางปราณวตรี ผู้สร ้างสรรค์จึงเกิดแรงบันดาลใจสร ้างสรรค์กระบวนท่าการใช้อาวุธรบกระบวนท่ารบต่าง ๆ โดยใช้นักแสดงหญิงล้วน ซึ่ งสื่ อให้เห็นถึงความแข็งแรงกล้าหาญของสตรีและพระนาง ปราณวตรีในชุดการแสดงเทวีศาสตราวุธ ผู้สร ้างสรรค์ผลงาน นางสาวคัคนางค์ ทะไกรราช นางสาวนรินรัตน์ ปานพูล อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์วัชรชั ย ใจมีพร ประพันธ์บทร ้อง อาจารย์วรรณา แก้วกว ้าง วิทยาลัยนาฏศิ ลปสุพรรณบุรี เรียบเรียงดนตรี ภาควิชาดุริยางค์ไทย วิทยาลัยนาฏศิ ลปร ้อยเอ็ด
๓๕ º·ÃͧáÅзӹͧà¾Å§ -ร ้องเพลงขอมใหญ่- ปราณวตรีโสภาสงา่ยิ่ ง สมเป็ นหญิงหาญกล้าจะหาไหน ลออพักตร์ลัคนาหานางใด ฤาเทียบได้เด่นดาวสกาวนภา พิศดูชิ งโฉมประโลมเลิศ แลพรงิ้เพรศิสนเท่ห์เสน่หา เด็ดเดี่ยวกมลมั่นขวัญศรัทธา กัลยายิ่ งใหญ่หัวใจทะนง -ร ้องเพลงขอมประจัญ- สมเป็ นหญิงนักสู้รู ้กระบวน มีฝี มือเชิ งทวนสูงส่ ง เงื้อง่าท่าทีที่อาจองค์ เยี่ยมยิ่ งยงเชี่ ยวชาญมิต้านตี พลางขยับจับทวนหวนเลี้ยวหลัง กวัดแกว่งสํ าแดงพลังมิหลีกลี้ กระบวนรําถ้วนครบนางเทวี สมเป็ นเอกนารีฤทธิรอน -ปี่พาทย์บรรเลงเพลงกราวเขมรกิตติกรรมประกาศ การแสดงชุด เทวีศาสตราวุธ จะเสร็จสมบูรณ์ไม่ได้หากไม่ได้รับความอนุเคราะห์จากผู้มี พระคุณทุกท่าน ขอกราบขอบพระคุณรองศาสตราจารย์ ดร.ปั ทมาวดีชาญสุวรรณ รองศาสตราจารย์ ดร.อุรารมย์จันทมาลา และ ดร.ธัญลักษณ์ มูลสุวรรณ อาจารย์ประจําวิชาที่ดูแลอบรมบ่มเพาะทั ้ง วิชาความรู ้คุณธรรและจริยธรรม ให้หลักการในการทํางาน และแก้ไขปั ญหาอย่างรอบคอบ จนผู้ สร ้างสรรค์สามารถทํางานได้สํ าเร็จลุล่วง และยังเป็ นผู้จุดเชื้อไฟแห่งการสร ้างสรรค์ของผู้สร ้างสรรค์ให้ ลุกโชน และทะยานกล้า ขอกราบขอบพระคุณอาจารย์ธีรวัฒน์ เจียงคํา อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ ที่คอยชี้ แนะให้ ความรู ้การเขียนบทละคร จัดวางเค้าโครงเรื่อง และตรวจแก้ไขจุดบกพร่อง ให้ตลอดการทํางาน อีกทั ้งกําลังใจที่ให้แก่ผู้สร ้างสรรค์มาโดยตลอด ขอกราบขอบพระคุณอาจารย์วัชรชั ย ใจมีพร อาจารย์ที่ปรึกษา ที่คอยชี้ แนะให้ความรู ้ การออกแบบการแสดง การจัดวาง และตรวจแก้ไขจุดบกพร่อง ให้ตลอดการทํางาน อีกทั ้งกําลังใจ และกระตุ้นเตือนสติในการทํางาน ให้กับผู้สร ้างสรรค์อยู่เสมอ ขอกราบขอบพระคุณบิดามารดาที่คอยส่ งเสริมสนั บสนุ นทุนทรัพย์ในการทําผลงาน และส่ งกําลังใจและความอบอุ่นมาให้เสมอ ขอบคุณนั กแสดงทุกคนที่เสี ยสละเวลาในการมาซ้อม จนทําให้ผลงานสํ าเร็จลุล่วงไป ได้ด้วยดี ขอบใจสมาชิ กในกลุ่มที่ทุ่มเทความคิดกําลังกาย กําลังใจช่ วยกันหาแนวทางในการ แก้ไข ปั ญหา ให้กําลังใจซึ่ งกันและกัน จนสามารถทําให้การแสดงออกมาได้สมบูรณ์ที่สุด ขอขอบคุณเพื่อนๆนาฏยศิ ลป์ ไทยรุ่นที่ ๒๔ ทุกคนที่คอยช่ วยเหลือและเป็ นกําลังใจให้กัน
¡ÒÃáÊ´§ªØ´·Õè ö ÃÓºÒÁØ·ÃÒ·Õ»
๓๗ ¡ÒÃáÊ´§ªØ´·Õè ö ÃÓºÒÁØ·ÃÒ·Õ» แรงบันดาลใจ จากการศึ กษาตํานานศรีพฤษเธศวรผู้สร ้างสรรค์พบว่าการทําพิธีในปราสาทแห่งนี้ หรือแม้กระทั่งประสาทขอมที่ถูกสร ้างขึ้นในที่อื่นล้วนแล้วแต่สร ้างเพื่อใช้ประกอบพิธีบูชา เทพเจ ้าทั้งหมดซึ่ งเป็นพิธีตามความเชื่ อในศาสนาพราหมณ์ฮิ นดูโดยเฉพาะการอารตีหรือ บูชาไฟซึ่ งในตํานานศรีพฤษเธศวรได้กล่าวถึงพิธีบูชาไฟตามคัมภีร์ฤคเวทย์การบูชาไฟ ซึ่ งเป็ นพิธีกรรมเพื่อขอพรจากพระผู้เป็ นเจ ้าเพื่อมอบความสุขและความโชคดีให้แก่ผู้ที่ บูชาเคร่ืองพลีหรือเคร่ืองสังเวยท ี่ใช้ในการบูชาไฟประกอบด้วย นํ้านม เมล็ดข้าว เนยแข็ง เหล้า (กลัน่จากต้นไม้) ดอกไม้และหญ้าคาเช่ือว่าเป็นหญ้าศักดิ์สิทธิ์ เก ี่ ยวข้อง กับพระเป็นเจา้หญ้าคาเป็นอาสนะท ี่ประทับของพระศิวะบนเขาไกรลาสเม่ือเรมิ่ทําพิธีกรรม ก็จะนําอาหารเหล่านี้ใส่ ลงไปในกองไฟพร ้อมสวดสรรเสริญพระเป็ นเจ ้า ผู้สร ้างสรรค์จึงได้ นํามาสร ้างสรรค์เป็ นชุดการแสดงรําบาญมุทราทีปโดยใช้นาฏยลักษ์ของขอมผสมผสาน กับนาฏยศิ ลป์ ไทย สื่ อให้เห็นถึงความเชื่ อและพลังแห่งไฟ ผ่านผู้แสดงที่เป็ นชายล้วน อย่างงดงาม ผู้สร ้างสรรค์ผลงาน นายอภิสิทธิ์พรมจันทรา นางสาวศศิวรรณ สั ตยกุล อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์วชิรวิชญ์ มิ่ งแม้น เรียบเรียงดนตรี ภาควิชาดุริยางค์ไทย วิทยาลัยนาฏศิ ลปร ้อยเอ็ด
๓๘ กิตติกรรมประกาศ การแสดงชุดรําบาญมุทราทีปจะเสร็จสมบูรณ์ ไปไม่ได้หากไม่ได้รับความอนุเคราะห์ จากผู้มีพระคุณทุกท่านขอกราบขอบพระคุณรองศาตราจารย์ ดร.ปั ทมาวดีชาญสุวรรณ รองศาตราจารย์ ดร.อุรารมย์จันทมาลา และอาจารย์ ดร.ธัญลักษณ์ มูลสุวรรณ อาจารย์ประจํา รายวิชาที่กรุณาให้คําปรึกษาเปิ ดโอกาสในการทํางานและชี้แนะการเป็ นผู้นําและให้คําแนะนําแนวทาง ในการสร ้างสรรค์ผลงานชุดนี้อย่างมีหลักการและทฤษฎีทางนาฏยศิ ลป์ อีกทั ้งยังเปิ ดโอกาสและให้ พื้นที่ในการนําเสนอความคิดอย่างอิสระ ขอขอบพระคุณอาจารย์วชิรวิชญ์มิ่ งแม้น พ ี่ บัณฑิตและอาจารย์ท ี่ปรกึษาท ี่ คอยให้คําปรกึษา ให้ความรู ้เรื่องนาฏยลักษณ์ของท่ารํารวมถึงกระบวนท่ารํารายละเอียดขององค์ประกอบต่างๆของการ แสดงตลอดจนการจัดวางที่มีมิติทําให้การแสดงน่าสนใจมากขึ้น ขอกราบขอบพระคุณครอบครัว ที่คอยสนั บสนุ นทุนทรัพย์ในการสร ้างสรรค์ผลงาน การแสดงในครั ้งนี้ทั ้งยังคอยให้กําลังใจในการทํางานตลอดจนเสร็จสิ้นโครงการ ขอขอบคุณนักแสดงที่เป็นกําลังขับเคลื่อนเพื่อให้การแสดงเกิดความสวยงามทั ้งยังเสี ยสละ เวลามาคอยช่ วยเหลือจนผลงานสํ าเร็จลุล่วง ขอบใจสมาชิ กในกลุ่มที่คอยช่ วยเหลือกันสร ้างสรรค์ผลงานการแสดงทั ้งยังช่ วยหาแนวทาง ในการแสดง และแก้ไขปั ญหาที่เกิดขึ้นรวมถึงให้กําลังใจกันและกันเสมอจนสามารถทําให้การ แสดงออกมาสมบูรณ์ที่สุด ขอบคุณเพื่อน ๆ ภาควิชาศิ ลปะการแสดง นาฏยศิ ลป์ ไทย รุ่นที่ ๒๔ ทุกคนที่คอยช่ วยเหลือ และเป็นกําลังใจมาโดยตลอด จนผลงานสร ้างสรรค์เกิดความสํ าเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
¡ÒÃáÊ´§ªØ´·Õè÷ Á¹µÃÒ¹Ò¤ÃÒª
๔๐ ¡ÒÃáÊ´§ªØ´·Õè÷ Á¹µÃÒ¹Ò¤ÃÒª แรงบันดาลใจ จากการศึ กษา แสง สี เสี ยง เรื่องอารยธรรมแห่งศรัทธามนตราศรีพฤทเธศวร ตอน รอยบรรพชนพบว่าราวพุทธศั กราช ๑๗๒๔ พระเจ ้าชั ยวรมันที่ ๗ ได้อันเชิ ญ พระพุทธรูปปางนาคปรกมาประดิษฐานไว ้ณ ปราสาทศรีพฤทเธศวร หรือ ปราสาทสระ กําแพงใหญ่ในปั จจุบัน เพื่อประกาศเขตแคว ้นโดยการนํ าพระพุทธศาสนาเข้าเชื่ อม สั มพันธ์กับชุมชน จากการขุดค้นบูรณะของกรมศิ ลปากรเมื่อปี พุทธศั กราช ๒๕๓๕ พบวัตถุที่ทรงคุณค่าภายในบริเวณปราสาทสระกําแพงใหญ่มากมาย มีการขุดพบ พระพุทธรูปปางนาคปรก เป็ นพระพุทธรูปที่แกะด้วยหินศิ ลาทราย ผู้สร ้างสรรค์จึงหยิบยกเรื่องราวความเชื่ อและความศรัทธาที่มีต่อพญานาคของ ผู้คนในเขตลุ่มนํ้าโขงท ี่ เช่ือว่าพญานาคเป็นสัญลักษณ ์ ของความอุดมสมบูรณ ์ มัง่มีและ โชคลาภ มาสร ้างสรรค์เป็ นการแสดง ชุด มนตรานาคราช ผู้สร ้างสรรค์ผลงาน นายประวิทย์ จังอินทร์ นางสาวกนกพร พรภิรมย์ อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ชุติปภา โพธิเล อาจารย์วรุธ วงษ์อิน ประพันธ์บทร ้อง อาจารย์วรรณา แก้วกว ้าง วิทยาลัยนาฏศิ ลปสุพรรณบุรี เรียบเรียงดนตรี ภาควิชาดุริยางค์ไทย วิทยาลัยนาฏศิ ลปร ้อยเอ็ด
๔๑ º·ÃͧáÅзӹͧà¾Å§ -ขับทํานองจอมพญานาคราชผู้เรอืงฤทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ เกรยีงไกรแผ่ไพศาล เจ ้าผู้ครองแว่นฟ้าแห่งบาดาล โชติช่ วงชั ชวาลชาญฤทธี มีมนตรามหาเวทย์วิเศษสรรพ มลายล้างย่อยยับดับวิธี กิตติศั พท์ก้องประกาศทั่วธาษตรี ด้วยมหาบารมีศรีบุญญา สิทธิศักดิ์ เดชาพลานุภาพ ชาวพาราก้มกราบเหนือเกศา ด้วยอํานาจยืนยัดแลศรัทธา ต่อพญานาคามุจรินทร์ เหล่ามนุษย์มโนน ้อมพร ้อมบูชิ ต นาคาประสิทธิ์สมใจสิ้น อภิวันบูชาตราบฟ้าดิน นาคราชมุจรินทร์นิรันดร์เทอญ -ปี่พาทย์บรรเลง เพลงนาคามหิทธิ- กิตติกรรมประกาศ การแสดงชุด มนตรานาคราช จะเสร็จสมบูรณ์ไม่ได้หากไม่ได้รับความอนุเคราะห์จาก ผู้มีพระคุณทุกท่าน ขอกราบขอบพระคุณ รอ งศาสตราจารย์ ดร.ปั ทมาวดีชาญสุวรรณ รองศาสตราจารย์ดร.อุรารมย์จันทมาลา และ ดร.ธัญลักษณ์ มูลสุวรรณ อาจารย์ประจํารายวิชา ที่เป็ นผู้จุดประกายความคิดสร ้างสรรค์ชี้แนะให้จนเกิดจินตนาการและออกแบบการแสดงนี้ขึ้นมา และยังเปิดโอกาสให้ผู้สรา้งสรรค์ได้ทําในสิ่งท ี่ ท้าทายความสามารถ และอยู่เคียงข้างแก้ปัญหาให้และ กําลังใจตลอดมา ขอขอบพระคุณอาจารย์ชุติปภา โพธิเล และอาจารย์วรุธ วงษ์อิน อาจารย์ที่ปรึกษาในการ แสดงชุดนี้ที่คอยให้คําแนะนําที่เกี่ยวกับกระบวนการท่ารําและคําแนะนําองค์ความรู ้ต่าง ๆ และช่ วย ประคับประคองการทํางาน อย่างมีระบบจนผู้สร ้างสรรค์สามารถทํางานได้สํ าเร็จลุล่วง ขอกราบขอบพระคุณครอบครัวท ี่ คอยสนับสนุนและคอยให้กําลังใจเป็นอย่างดีจนเสร็จสิ้น โครงการ ขอขอบคุณสปอนเซอร์ทุกท่านที่ให้การสนับสนุน ขอบคุณสมาชิ กในกลุ่มและเพื่อน ๆ ที่คอยให้ความช่ วยเหลือกันและกัน จนโครงการสํ าเร็จ ลุล่วงไปด้วยดี
º·ÅФà “ÃÍÂÃÒªÁÃäÒÊ׺ÈÃÑ·¸ÒÈÃվķà¸ÈÇÔ àÃÕºàÃÕ§áÅдѴá»Å§â´Â ¹Ò¸ÕÃÇѲ¹à¨Õ§¤Ó -การแสดงชุดที่ ๑ มุฑิตาเชิ ดชูปูชณียจารย์- บทสนทนา ครูมะปราง : นานเท่าไหร่แล้วนะ ที่ไม่ได้รู ้สึ กแบบนี้แปลกดีเหมือนกัน ไอแดด อุ่น ๆ กับกลิ่นหอมดอกลําดวนนี้สีสวยดีเหมือนกัน นะเนี่ย สี เหลืองอ่อนๆ จะหอมแบบนี้ไปได้อีกกี่วันกันนะ สายแล้วสิ เนี่ย ต้องรีบหน่อยดีกว่า ป่ านนี้เด็ก ๆ ไปเกเร ที่ไหนหรือเปล่าก็ไม่รู ้ ครูมะปราง , ชั ย(วิทยากร) : อุ้ย ขอโทษคะ / ขอโทษครับ ชั ย (วิทยากร) : ขอโทษด้วยครับ เอ่อ ผมไม่ได้ตั ้งใจ ครูมะปราง : ไม่เป็ นไรค่ะ ฉันเองก็ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ทันได้มอง ไม่เป็ นไรใช่ ไหมค่ะ ชั ย(วิทยากร) : ไม่เป็ นไรคับ เดี๋ยวผมเก็บเองก็ได้ ครูมะปราง : งั ้น เอ่อ ฉันขอตัวก่อนนะคะ ชั ย (วิทยากร) : เปิ ดดูเอกสาร เจอดอกลําดวน หยิบออกมาดู มองตาม ครูมะปราง บรรยาย สายลมพัดผ่านพรรณพฤกพากลิ่นหอมแผ่วผ่านล่องลอยผ่านห้วงเวลา คงเป็นเช่นนี้มา ไม่รูก้ี่ คราว ครัง้กลิ่นหอมฝุ้งลอยละเหยหายไป ครั ้งแล้วครั ้งเล่า กี่คราวครั ้ง ล้วนล้อมอุ้ม บรรยากาศอันแตกต่าง ประกอบขับเรอ่ืงราวมากมาย ไม่เคยซํ้า สุข ทุกข์เศรา้และครัง้นี้ อาจเป็ น ความรัก แต่ไม่ว่ากี่เรื่องราว หลากร ้อยเรื่องเล่าทั ้งหลาย ไม่ว่าจะในกาลครั ้งนี้ กาลครั ้งไหน ไม่ว่าจะเรื่องราวใด ๆ สุดท้ายเมื่อต้องร่วมไปในกระแสแห่ง กาลเวลาอันไร ้ต้นไร ้ ปลาย ทุกอย่างก็จะกลายเป็ น กาลครั ้งหนึ่ง หากแต่ในกาลครั ้งนี้เรื่องราวหนึ่งจากเรื่องราวทั ้งหลายที่เกิดร่วมในกาลครั ้งนี้กลับมี กลิ่นไอคลับคล้ายกับเรอ่ืงราวเม่ือกาลครัง้นั้น เม่ือนานมาแล้ว ๔๒
-การแสดง ชุดที่ ๒ สั มโพชชยปุรีศรีพฤทเธศวรบทสนทนา สมคิด (คิตตี้) : ทุกคน ทุกคน มาทางนี้เร็ว จะไปยืนตากแดดอะไรตรงตรงนั ้น ฉันร ้อนเนี่ย นาวา (ยาย่า) : น ี่ นาวา จูเนียร์ครูบอกว่าให้รอตรงนี้เธอจะวงิ่ ไปอะไรตรงนั้น เดี๋ยวก็หลงทางหรอก จูเนียร์ : ฉันก็ร ้อนเหมือนกัน ขยับเข้าร่มเร็วๆ สมคิด (คิตตี้) : มันจะหลงกันได้ยังไงเธอ คนก็ไม่มีหันไปทางไหนก็ไม่มีคน มีแต่เรานี่แหละ อ่าว... แล้วครูไปไหนละ ครูมะปราง : บ่นอะไรกันอยู่คะเด็กๆ ครูไม่ได้หายไปไหน ครูไปเข้าห้องนํ้ ามาจ่ะ รอแป๊บเดียวก็ไม่ได้เอาร่มมาเร็วๆ ครูร๊อนร ้อน รีบๆกางออก แล้วน ี่ซักพักเจา้หนา้ที่จะมาถึงแล้วนะคะ เดี๋ยวจะได้เรมิ่สํารวจ ตรวจตรา เตรียมสมุด เตรียมโทรศั พท์บันทึกข้อมูล เอาไปทํารายงาน แล้วเดี๋ยวเอาข้อมูลนี้ไปทําการแสดงส่ งปลายเทอมด้วยนะคะ สมคิด นาวา จูเนียร์ : ครับ / ค่ะ คุณครู สมคิด (คิตตี้) : ว่าแต่ คุณครูขา คุณครูติดต่อเจ ้าหน ้าที่ไว ้แล้วใช่ ไหมคะ ครูมะปราง : จ ้า ติดต่อไว ้แล้ว ไหนล่ะ ฝ่ ายประสานงาน โทรหาเจ ้าหน ้าที่อีกทีหน่อย แอบถามดูใกล้ถึงยัง นานไปแดดก็เรมิ่รอ้น หนา้ครูจะหยือก่อนนะคะ ๔๓ เมื่อราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ จะได้ถูกนํามาเล่าอีกครั ้ง คําขานไข ยังคงเล่าขานไปในแผ่นดิน จริงเท็จปนกันไป กลายเป็ นตํานาน เรอ่ืงเล่าขานที่คล้ายกลิ่นลําดวนเคล้าคลุ้งฟุง้ไปให้ใฝ่ฝัน ราวกับสายลมแห่งวันเวลา หอบกลิ่นอวนไอเจอืจางนั้น มาเล่า ว่า ผ่านมาแล้วในกาลอันนานเนิ่นมา ณ แผ่นดินกัมรเตงคชต ศรีพฤทเธศวร นามอันถูกขานเรยีกให้เป็นเกียรติแก่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ดินแดนอันเสมือนหนึ่ งเทพยสถานในแดนโลกอันเป็ นที่ สถิตแห่ง มหาเทพ ดัง่จารกึโบราณศิวะศักติอันได้สลักร่องทิง้รอยปกรณ์ไว้ในอีก นามว่า วิเภทะ ทวารวดีแห่งแดนพระวหิาร เขตศักดิ์สิทธิ์ ใต้อาณัติวงศ์ เจ ้าพื้นเมือง แห่งพระนางกัมพูชาราชลักษมีพระนางผู้เป็ นบุตรี ในพระแม่พิณสวรรค์ครามาวตีแม่เฒ่าผู้ยืนอยู่ยังตําแหน่งผู้ปกครอง บรรดาเผ่าของชาวพื้นเมือง ทั ้งหลาย ความวิโรจน์รุ่งนั ้นดําเนินร่วมมา จนกระทัง่พระนางสิ้นอายุไข ดินแดนนี้จงึได้ถูกสถาปนา ข ึ้ นเป็น เทวาติเทวากะ เขตศักดิ์สิทธิ์พื้นท ี่ อันเป็นสถานแห่งการเคารพบูชา หรืออีกนามอันมีนัย ผู้คนขานไขไกลกระเดื่องว่า ศรีพฤทเธศวร
สมคิด (คิตตี้) : คุณครูขา ใช่ คนนู ้นมั ้ยค่ะ เดินมาแต่ไกลๆ ครูมะปราง : ใช่ ใช่ ไหมคะเด็กๆ ครูตาไม่ สมคิด (คิตตี้) : เหมือนวิทยากรใช่ ไหมคะครู ครูมะปราง : หื่อ เหมือนนายแบบค่ะ สมคิด (คิตตี้) : โอ้ย คุณครูคะ ไม่ใช่ อย่างนั ้นค่ะ พวกหนูหมายถึง คนนี้คือวิทยากรที่ จะมาให้ข้อมูลเราใช่ ไหมคะ ชั ย (วิทยากร) : สวัสดีครับทุกคน ครูมะปรางและเด็กๆ : สวัสดีค่ะ ชัย (วทิยากร) : อ้าว คุณน ี่ เอง ขอโทษท ี่ ต้องให้รอนะครับ เอ่อ ผมว่า เรามาเรมิ่กัน เลยดีกว่า สมคิด (คิตตี้) : คุณวิทยากร ดีมากเลยนะคะ นึกว่า นายแบบปลอมตัวมา ครูมะปราง : เอิ่มม นักเรียน มีมารยาทด้วยค่ะ ไม่ใช่ จะไปเต๊าะพี่เขาหมดทุกคนลูก หายใจลึกๆ ชั ย (วิทยากร) : ไม่เป็ นไรครับอาจารย์พอดีเลย พูดถึงเรื่องปลอมตัวมา ผมว่า มันมี เรื่องที่น่าสนใจอยู่เหมือนกันนะครับ เรื่องปลอมตัวมาเนี่ย พื้นที่ตรงนี้ กับคําบอกเล่าที่สื บทอดกันมา นาวา (ยาย่า) : ยังไงเหรอคะ ชั ย (วิทยากร) : คืออย่างนี้ครับ เดี๋ยวผมเล่าให้ฟั งไปพลางๆ ระหว่างที่เราเดินชมไป ด้วยดีกว่า มันเป็ นเรื่องเล่าว่า พระเจ ้าชั ยวรมันที่ ๒ เคยปลอมพระองค์ มายังดินแดนศรีพฤทเธศวรแห่งนี้ครับ นานมากแล้ว น่าจะเกี่ยวข้อง กับประเด็นสงครามกับกบฏดํา เจนละบก เจนละนํ้ า ด้วยนะครับ เรื่องนี้ซั บซ้อน และเป็ นเรื่องที่ น่ าสนใจมากเรื่องหนึ่ งเลยล่ะครับ หรือจะฟั งในมุมของนิทานไม่ต้องเคร่งครัดประวัติศาสตร์มาก ก็ถือได้ว่า สนุกมากเลยล่ะครับ ครูมะปราง : เรื่องราวก็ดูท่าทางซั บซ้อนพอสมควรเลยนะคะ คุณชั ย เด็กๆดูท่าทางจะ สนใจ น่ าจะได้ข้อมูลมา สร ้างสรรค์การแสดงเยอะเลยทีเดียว ต้อง ขอบคุณ คุณชั ยจริงๆนะคะ วิทยากร (ชั ย) : ไม่เป็ นไรครับ เป็ นหน ้าที่ของผมอยู่แล้วครับ นักเรียน (พร ้อมกัน) : ครูขา พวกหนูขอไปดูลายแกะสลักตรงนั ้นหน่อยนะคะ ครูมะปราง : ได้สิระวังๆกันด้วยล่ะ อย่าเล่นอะไรพิเรนนะเด็กๆ ชั ย (วิทยากร) : เอ่อ อาจารย์ครับ ครูมะปราง : คะ ๔๔
ชั ย (วิทยากร) : เอ่อนี่ครับ ตอนที่เราเจอกันเมื่อเช้า เหมือนอาจารย์จะลืมนี่ไว ้นะคับ ครูมะปราง : เอ่อ ขอบคุณค่ะ สมคิด (คิตตี้) : ครูขา คุณครูมาดูนี่เร็ว หนูว่า หนูได้อะไรบางอย่างไปทําการแสดง แล้วล่ะค่ะ ครูมะปราง : ไหนจ๊ะ ไหนพาครูไปดูสิ นาวา (ญาญ่า): เอ่อ คุณวิทยากรขา ไม่มีอะไรใช่ ไหมคะ หนูว่า ใช่แน่ๆเลย ครูหนูสวย ใช่ ไหมล่ะคะ ชั ย(วิทยกร) : เอ่อ เราไปดูทางนู ้นกันดีกว่าครับ เมื่อกี้ผมเล่าถึงไหนแล้วนะ จูเนียร์ : ถึงตอนสงครามครับ ชั ย (วิทยากร) : อ๋อ ครับ ปะไปทางนู ้นตามเพื่อนๆไปกันเถอะ เดี๋ยวผมจะได้บรรยาย ถึงเรื่องเล่า ตอนสงครามให้ฟั ง บรรยาย คราหน ึ่ งนั้น เขม่าปืนและควันไฟคงลอยฟุง้มืดมัวบดบังผืนป่า เสียงราํ่รอ้งระงมดังลอย แทรกมาใน อากาศ วิเวกวังเวงอยู่ไม่แปลกไปจากปกติกาลแห่งยามสงคราม ความยืดเยื้อ เรื้อรัง ระหว่างอํานาจแห่ง อาณาจักร คงกระจายกระทบไปทั่วทุกพื้นที่ แผ่นดินต่างๆอันสั มพันธ์ ในนาม เจนละ และชั ยวรมัน ไม่เว ้น แม้แต่ วิเภทะ ชั ยวรมันที่ ๒ : ดูก่อนทั ้งสอง การมาของเราในครั ้งนี้ขอให้ท่านจงตระหนักจําให้จงดี เถิดว่า เราพึงระวังว่าต้องเป็ นความลับด้วยภารกิจในการสงครามนี้นั ้น เป็นความเสี่ ยงยิ่ งนัก ทหาร ๑,๒ : รับด้วยเกล้า ชั ยวมันที่ ๒ : ระวังเรื่องคําพูดด้วยเถิดท่าน ในคราวนี้ข้าเห็นควรจงละเว ้นงดไว ้ถึง อย่างยศบรรดาศักดิ์ด้วยเถิด ๔๕
ทหาร ๑ : ท่านเห็นสํ าคัญอย่างไรในพื้นที่แถบนี้ความเป็ นชั ยภูมินั่นก็มีอยู่ แต่ ข้าก็ยังอยากจะขอทราบเบื้องนัยแห่งการมาครั ้งนี้ ชั ยวมันที่ ๒ : ที่แห่งใดย่อมมีความหมายต่างไปตามที่แห่งนั ้น ต่างกรรม ต่างวาระ ในคราวนี้เห็นสมควรว่าเราอาจจะ ได้พึงบุญแห่งเจ ้าผู้เป็ นใหญ่ในครั ้งนี้ ก็คงไม่เกินไปนัก ทหาร ๒ : หมายถึงพระแม่พิณสวรรค์ครามาวตีนั่นรึ ชั ยวมันที่ ๒ : ด้วยพระนางนั ้นเป็ นจอมเจ ้าแห่งชาวเผ่าทั ้งหลายมากด้วยบุญญาธิผล เป็ นที่เคารพ หยัง้เกศยัง้เกล้า ยังความยําเกรง แก่ชนใกล้เคียงยิ่ งนัก เราอาจจะได้พึ่งพาบารมีในครั ้งนี้เหตุร ้อนคงอาจปรนผ่อนลง ทหาร ๑ : ยังมีข่าวลือแพร่ไปในวงค์อุปนิขิตอีก ชวนฉงน พระนางผู้ทรงอํานาจ นั ้นยังมีบุตรีผู้ทรงโฉมไม่ด้อยไปกว่า ความฉกรรจ์การณรงค์ทักษะ ยุทธนั ้นก็ยากหาผู้เปรียบ ชั ยวมันที่๒ : ข้าเองก็อยากเห็นกับตาคู่นี้ดูสั กครั ้ง ไปกันเถอะ หวังว่า จะเป็ นวันอัน มงคลแก่เรา บรรยาย ในคราวนั ้น เหตุอันจะได้เป็ นเครื่องชี้เป็ นพยานสั กขีแห่งบุญญาธิการ ก็พลันได้เกิดขึ้น ให้ได้เห็น เป็ นอันประจักษ์แกข้าไทในแดนด้าว ด้วยคราวนั ้นพลันเกิดเหตุช้างพลายตกมันคุ้ม ครัง่อาละวาด วงิ่ ไล่ทํารา้ย ผู้คนเป็นอันโกลาหนไปทัว่เขตนคร หากแต่เม่ือพลายตกมันตัวนั้น เม่ือได้อาละวาดวงิ่มาพบเข้ากับพระเจา้ ชัยวรมันท ี่2 ผู้ปลอมพระองค์มาเบือ้งหนา้นั้น เม่ือทัง้ สองเพียงประจันซึ่ งกันก็คงด้วยบุญบารมีแห่งพระกษัตราธิราชเจ ้า ช้างพลายตกมันเชือกนั ้น หา ได้มีการคุ้มครั่งอาละวาดอันเป็ นอันตรายใดแก่พระองค์ไม่ หากกลับได้ค้อมน้อมร่างสงบลง สยบอยู่เบื้องหน้าแด่พระองค์อย่างน่าอัศจรรย์เหตุการณ์คราวนั ้นได้เป็ นที่เล่าลือ แพร่สะพัดไป ทั่วแก่ผู้ได้พบ คําลือเล่า กล่าวอ้าง สะพัดไป เป็นยิ่ งเหตุอัศจรรย์ใด ในด้าว อุปมาดั่ง เทพยาดาเป็ นเหตุ แลฉงนปนเข้า ชายแปลกหน ้า นั่นใคร -การแสดงชุดที่ ๓ คัชชายุทธนาวี- ๔๖
บรรยาย เสี ยงลือเสี ยงเล่าเรื่องราวเหตุด้วยชายแปลกหน้า สงบช้างตกมันตนนั ้นได้แพร่สะพัดไป ทั่วเมืองอย่าง รวดเร็ว ลุกลามเซ็ งแซ่ ไปจนถึงพระเนตรพระกัณฑ์พระนางปราณวตรีพระราช ธิดาผู้เลอโฉมในพระนางพิณสวรรค์ ครามาวตีด้วยความที่เป็ นผู้เยี่ยมยุทธในการรณรงค์ สงคราม เรื่องราวนั ้นได้เป็ นเหตุให้พระนาง ใคร่ที่จะได้ยลชายแปลกหน้าผู้นั ้นด้วยหมายจะ ประลองฝี มือ บทสนทนา สมคิด (คิตตี้) : ห้ะ ห้ะ ห้ะ อะไรนะ นางจะประลองฝี มือได้ยังไง นางเป็ นผู้หญิงนะคะ นาวา (ยาย่า) : ก็นั่นนะสิ เธอ ผู้หญิงจะประลองฝี มือกับผู้ชายได้ยังไงกัน ชั ย (วิทยากร) : ใช่ ครับทุกคน เรื่องก็มีมาประมาณนั ้นครับ ก็เล่ากันต่อๆมาว่า ใน ตอนนั ้นพระนางได้ปลอมตัวเป็ น ผู้ชาย ก็คงจะประมาณว่าทรงเครื่อง รบแบบทหารผู้ชายมั ้งครับ ครูมะปราง : อ๋อ แต่งตัวเป็ นผู้ชาย เหมือนในละครหลังข่าวใช่ ไหมคะ นางเอก ปลอมตัวเป็ นผู้ชาย สุดท้ายก็ตกหลุมรักกันกับพระเอก คิดมาแล้วครู เขิน สมคิด นาวา จูเนียร์ : (พูดพร ้อมกัน) โอ้ย ตื่นค่ะคุณครู จูเนียร์ : พอดิบพอดีเลยครับ พระเจ ้าชั ยวรมันก็ปลอมตัวมากับทหาร ทีนี้พระนาง ปราณวตรีก็ปลอมเป็ นผู้ชาย นําทหารออกมาประลองกัน จะไม่เหมือนหนั งจีน เจ ้าจอมยุทธภพเหรอครับพี่ ชั ย (วิทยากร) : ก็ไม่ทราบได้ครับทุกคน รู ้แค่ว่าเล่าสื บต่อกันมาประมาณนั ้น ทั ้งสองก็ ได้ประลองประชั นฝี มือกันในตอนนั้น พระนางปราณวตรีก็ได้ปลอม องค์ทรงเครื่องมาในแบบผู้ชาย เป็ นเรื่องที่น่าสนใจดีทีเดียวนะครับ ก็ คงมีทั ้งมูลเหตุข้อเท็จจริง ปะปนกับความคิดความเชื่ อแบบมุขปาฐะ สมคิด (คิตตี้) : มุขปาฐะ อ๋อ ครูมะปราง : อ๋อ แบบนี้นี่เอง แต่งองค์ทรงเครื่องแบบผู้ชาย ปลอมตัวด้วย น่าสนใจ นะนักเรียน จดไว ้นะคะจะได้มีข้อมูลไปทํารายงานและการแสดงตัวเอง นะคะ นาวา (ยาย่า) : ค่ะคุณครู -การแสดงชุดที่ ๔ ปราณวตรีทรงเครื่อง๔๗
บรรยาย ในครานั้น ลานประลองอันทรงเกียรติประดาประดับด้วยทิวธงลิ่ วลอยลู่สะบัดพัดต้อง พระพรายรายล้อมอยู่เป็ นเถื่อนแถว เหล่าทหารชาญณรงค์ตั ้งกระบวนอยู่เป็ นระเบียบ หมู่ร่ม ฉัตรเครอ่ืงสูงประดับเกียรติกางกัน้เป็นหมู่ดัง่ดวงดารารายล้อมเทพยดาศักดิ์สิทธิ์บนเขาพระ สุเมรุท่ามกลางผู้คนอันประดาประดับด้วยเครอ่ืง กัน้กางสับระหว่างสรรพสิ่งสักการะนั้น หน ึ่ ง นั กรบทรงเครื่องอย่างกษัตริย์ ยืนสง่ากลางสนาม ครั ้นเมื่อได้ฤกษ์เหล่าทหารจึงนําตัวชาย แปลกหน ้าพร ้อมผู้ติดตามทั ้งสองออกมายังลานชั ย บทสนทนา ปราณวตี : ในวันนี้ต่อหน้าเหล่าทหารกล้า และหมู่เสนา อํามาตย์ พร ้อมสนม และไพร่พล จักได้เป็ นพยานสํ าคัญใน การประลองยุทธของข้า และชาย พเนจรแปลกหน้า ผู้ที่ใครต่อใครต่างขนานนามว่า ผู้สยบหัตถีขอทุก ท่านจงเป็ นพยานการประลองครั ้งนี้ระหว่างข้ากับเขา -การแสดงชุดที่ ๕ เทวีศาสตราวุธบรรยาย บุพเพอันสั นนิวาสซึ่ งกัน ได้ผูกร ้อยโชคชะตาคนทั ้งสองให้ร ้อยรัดกันสื บไปในครั ้งนั ้น การประลอง ระหว่างพระเจ ้าชั ยวรมันที่2 ซึ่ งปลอมพระองค์เข้ามายัง วิเภทะ กับ พระนาง ปราณวตรีได้เกิดขึ้น ท่ามกลางเหล่า ทหารจํานวนมาก พระนางปราณตรีเองก็ได้ปลอม พระองค์มาในเครื่องทรงอย่างบุรุษ การประลองเป็ นไปอย่าง สูสี จนกระทั่ง พระนางได้พลั ้ง พลาดเสี ยทีต่อพระเจ ้าชั ยวรมันที่2 ในคราวนั ้น โชคชะตาเป็ นดั่งสายลมผ่านพัดมาพร ้อมบุพเพ พลันเมื่อพระนางพลั ้งทรุดตัวลง พระเจ ้าชั ยวรมันก็พลันเข้าไปประคองในนาทีนั ้น ผ้าคลุมหน้าก็ พลิว้พัดไปตามสายลม เผยให้พระเจา้ชัยวรมันท ี่2 ได้พบว่า แท้จรงิแล้วนักรบหนุ่มท ี่ ตนประมือ อยู่ในขณะนั ้น แท้จริงแล้วคือสตรีเลอโฉมผู้มีนามว่าพระนางปราณตรีราชธิดาพระแม่พิณ สวรรค์ครามวตี พระพายพลิว้พัดผ่าน ผืนแพร พลัน ธ แล ก็เห็นเป็ น เช่ นศิ ริโฉม ดั่งพระพายพาบุพเพพัดผ่านฟ้า มาประโลม ดั่งเภรีเสพประโคมในอุระ ๔๘
บทสนทนา ชั ยวมันที่ ๒ : ประทานโทษเถิดพระนาง อภัยแก่ข้าด้วยที่ข้าล่วงเกินต่อท่าน ปราณวตรี : ข้าไม่ถือสาอันใดหรอกพระองค์ ชั ยวมันที่ ๒ : ท่านทราบ...... ปราณวตรี : หาได้ไม่ใครเล่าหรอืจะไม่ทราบ บุรุษผู้ชํ่าชองชํานาญการยุทธอันมี ลักษณะเฉพาะ ใช้สรรพวุธด้วยความชํ านาญเปี่ ยมด้วยทักษะขั ้นสูง อย่างนี้ ชั ยวมันที่ ๒ : ไม่ขนาดนั ้นหรอกพระนาง ปราณวตรี : ไหนจะทหารติดตามทั ้งสองนั ้น ดูแล้วก็ไม่น่าจะผิดไปจากที่สั งเกต คงจะ เป็ นทหารคู่ใจผู้เยี่ยมยุทธเป็ นแน่ ชั ยวมันที่ ๒ : ท่านนี้ไม่ผิดไปจากที่ข้าคาดคะเนเลยพระนาง ปราณวตรี : แล้วท่านจะบอกได้หรือยัง ว่าท่านมีชื่ อเสี ยงเรียงนามว่าอย่างไร หรือจัก ปกปิ ดบิดเบือนไว ้ซึ่ งเป็ นการไม่ให้เกียรติ ชั ยวมันที่ ๒ : ข้ามีนามตามจารึกอันควรสรรเสริญในนามนี้ว่า กมรเตงอัญศรีชั ย ยะวรมันเทวะ ชั ยวมันที่ ๒ : ลุกขึ้นเถิดทุกท่าน รวมถึงพระนางด้วย ด้วยเกียรติแห่งท่าน ท่านหา ต้องตระหนักต่อข้า ปราณวตรี : ข้าแต่พระองค์หาได้ไม่... ชั ยวมันที่ ๒ : ไม่เป็ นไรหรอกพระนางปราณวตรยีิ่ งในเหตุการณ์เช่นนี้ยามเม่ือข้าจัก มีเรื่องต้องวิงวอนต่อท่าน ข้าต่างหากต้องเป็ นผู้นอบน้อม ปราณวตรี : ท่านมีธุระอันใดให้ข้าและเหล่าไพร่พล สนองเบื้องพยุคลบาทหรือ พระองค์หากไม่เหลือบ่ากว่าแรง เกล้ากระหม่อมฉันยินดีเป็ นกําลังแก่ พระองค์ผู้เป็ นดั่งเทวะเจ ้าด้วยความเต็มใจ ชั ยวมันที่ ๒ : ข้าเพียงต้องการเข้าพบพระแม่พิณสวรรค์ครามวตีท่านจะช่ วยข้าได้ หรือไม่พระนาง บรรยาย ว่าแล้วในทันใดนั ้น พระนางปราณวตรีได้ประกาศแก่ไพร่พลตั ้งกระบวนพยุหยาตรตรา ทางสถลมารค คราเคลื่อนออกจากลานประลอง กลางขบวนอันแวดล้อมด้วยเครื่องสูง ทิวธง เกียรติยศนั้นนอกเหนือไปจากเหล่าทหารกล้า เสนา กํานัล ดนตรีประเลงประโคมขับประดับ เกียรติยศอันโอ่อ่า แล้วนั ้นพระเจ ้าชั ยวรมันที่2 ได้ทรงเสด็จพระราชดําเนินไปบนมรรคาเคียงคู่ ไปกับพระนางปราณวตรีเสด็จสู่ ราชมหาปราสาทอันเป็ นที่ประทับแห่งพระแม่พิณสวรรค์ ครามวตีครั ้นถึงมหาปราสาทอันเป็ นที่ประทับของพระแม่พิณสวรรค์ครามวตีพระเจ ้าชั ยวรมัน ที่ ๒ ได้เข้าเฝ้าทูล ขอไพร่พลจากพระแม่พิณสวรรค์ครามาวตี ๔๙