สรปุ กฎหมาย ก.พ.
บทท่ี ๑๔
พระราชบญั ญัติ ระเบยี บบริหารราชการแผ่นดนิ พ.ศ. ๒๕๓๔
แก้ไขเพ่มิ เตมิ ถงึ ปัจจุบนั (ฉบับท่ี ๘) พ.ศ. ๒๕๕๓
“ส่วนราชการ” หมายความวา่ สว่ นราชการตามกฎหมายวา่ ด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง
กรม และหนว่ ยงานอื่นของรัฐที่อยใู่ นกากบั ของราชการฝ่ ายบริหาร แตไ่ มร่ วมถงึ องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ิน
“รัฐวิสาหกจิ ” หมายความวา่ รัฐวิสาหกิจท่ีจดั ตงั้ ขนึ ้ โดยพระราชบญั ญตั หิ รือพระราชกฤษฎีกา
“ข้าราชการ” หมายความรวมถึงพนกั งาน ลกู จ้าง หรือผ้ปู ฏิบตั งิ านในสว่ นราชการ
**ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี ้
**การปฏิบตั ิตามพระราชกฤษฎีกานีใ้ นเร่ืองใดสมควรที่สว่ นราชการใดจะปฏิบตั เิ ม่ือใด และจะต้อง
มีเง่ือนไขอยา่ งใด ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกาหนดตามข้อเสนอแนะของ ก.พ.ร.
มาตรา ๓/๑๒ การบริหารราชการตามพระราชบัญญัตนิ ีต้ ้องเป็ นไป
W เพ่ือประโยชน์สขุ ของประชาชน
W เกิดผลสมั ฤทธิ์ตอ่ ภารกิจของรัฐ
W ความมีประสิทธิภาพและความค้มุ คา่ ในเชิงภารกิจแหง่ รัฐ
W การลดขนั้ ตอนการปฏิบตั งิ าน
W การลดภารกิจและยบุ เลิกหนว่ ยงานท่ีไมจ่ าเป็ น
W การกระจายภารกิจและทรัพยากรให้แกท่ ้องถิ่น
W การกระจายอานาจตดั สนิ ใจ
W การอานวยความสะดวก และการตอบสนองความต้องการของประชาชน
มาตรา ๔ ให้จัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดนิ ดังนี้
(๑) ระเบยี บบริหารราชการสว่ นกลาง
(๒) ระเบยี บบริหารราชการส่วนภมู ิภาค
(๓) ระเบยี บบริหารราชการส่วนท้องถ่ิน
มาตรา ๕ การแบ่งราชการออกเป็ นส่วนต่าง ๆ
ให้กาหนดตาแหนง่ และอตั ราเงินเดอื นโดยคานงึ ถึงคณุ ภาพและปริมาณงานของสว่ นราชการนนั้ ๆ
ไว้ด้วย
มาตรา ๖ ให้นายกรฐั มนตรีรักษาการตามพระราชบญั ญัตนิ ี ้
1
ส่วนท่ี ๑
การจัดระเบยี บบริหารราชการส่วนกลาง
มาตรา ๗ ให้จัดระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง ดังนี้
(๑) สานกั นายกรัฐมนตรี
(๒) กระทรวง หรือทบวงซง่ึ มีฐานะเทียบเท่ากระทรวง
(๓) ทบวง ซง่ึ สงั กดั สานกั นายกรัฐมนตรีหรือกระทรวง
(๔) กรม หรือสว่ นราชการที่เรียกช่ืออยา่ งอื่นและมีฐานะเป็นกรม ซงึ่ สงั กดั หรือไมส่ งั กดั สานกั
นายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวง
สานักนายกรัฐมนตรี มีฐานะเป็นกระทรวง
สว่ นราชการตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔) มีฐานะเป็นนิตบิ ุคคล
มาตรา ๘๓ การจัดตัง้ การรวม หรือการโอนสว่ นราชการตามมาตรา ๗ ให้ตราเป็ นพระราชบญั ญตั ิ
การดาเนินการ ตราเป็ นกฎหมาย หมายเหตุ
การจัดตั้งทบวงโดยให้สังกดั สานักนายกรัฐมนตรี พระราชบญั ญัติ ให้ระบกุ ารสงั กดั
หรือกระทรวง
การจดั ตงั้ กรมหรือส่วนราชการทเี่ รียกชื่ออยา่ งอนื่ และ พระราชบญั ญัติ ให้ระบกุ ารสังกดั
มฐี านะเป็นกรม ซง่ึ ไม่สังกดั สานกั นายกรฐั มนตรี
กระทรวง หรือทบวง พระราชกฤษฎกี า ให้ระบอุ านาจหน้าทขี่ องส่วนราชการ การ
การรวมหรือการโอนส่วนราชการ ในกรณีไม่มีการ โอนอานาจหน้าที่ การโอนข้าราชการ
กาหนดตาแหน่งหรืออตั ราของข้าราชการหรือลูกจ้าง และลูกจ้าง งบประมาณรายจา่ ย รวมทงั้
เพิ่มขนึ ้ ทรพั ยส์ ินและหนสี ้ ินด้วย
การรวมหรือการโอน ในกรณีกาหนดตาแหน่งหรือ พระราชกฤษฎกี า
อตั ราของข้าราชการเพิ่มขนึ ้
2
มาตรา ๘ ตรี๕ การเปล่ียนช่ือสว่ นราชการตามมาตรา ๗ ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
การดาเนินการ ตราเป็ นกฎหมาย หมายเหตุ
การเปล่ียนชอื่ พระราชกฤษฎกี า ๑.) ในกรณีทช่ี อื่ ตาแหนง่ ของข้าราชการ
เปล่ียนไปให้ระบกุ ารเปลี่ยนชอ่ื ด้วย
๒.) บทบญั ญัติแหง่ กฎหมายทกุ ประเภท
ประกาศหรือคาสง่ั ใดทอ่ี ้างถงึ ส่วน
ราชการหรือตาแหน่งของข้าราชการทไี่ ด้
ถกู เปลี่ยนชอ่ื ให้ถอื วา่ บทบญั ญตั ิแหง่
กฎหมายทกุ ประเภท ประกาศหรือคาสงั่
นนั ้ อ้างถงึ ส่วนราชการหรือตาแหน่งของ
ข้าราชการทไ่ี ด้เปลี่ยนชอ่ื นนั ้
มาตรา ๘ จัตวา๖ การยบุ ส่วนราชการตามมาตรา ๗ ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
การดาเนินการ ตราเป็ นกฎหมาย หมายเหตุ
การยบุ ส่วนราชการ พระราชกฤษฎกี า ๑.) ให้งบประมาณรายจา่ ยทเ่ี หลืออยขู่ องส่วนราชการนนั ้ เป็นอนั ระงบั ไป
๒.) ทรพั ยส์ ินอน่ื ของส่วนราชการนนั ้ ให้โอนให้แกส่ ่วนราชการอนื่ ตามที่
รฐั มนตรีซงึ่ เป็นผ้รู กั ษาการตามพระราชกฤษฎกี าตามวรรคหนง่ึ กาหนด
โดย ครม.
๓.) ข้าราชการหรือลกู จ้างซงึ่ ต้องพ้นจากราชการเพราะเหตยุ บุ ตาแหนง่
อนั เนอ่ื งมาแต่การยบุ ส่วนราชการ นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์ทพี่ ึง
ได้รบั ตามกฎหมายแล้วให้ข้าราชการหรือลูกจ้างได้รบั เงินชดเชยตาม
หลกั เกณฑ์ในพระราชกฤษฎกี า
๔.) รฐั วสิ าหกจิ หรือหน่วยงานอนื่ ของรฐั ประสงค์จะรบั โอนข้าราชการ
หรือลกู จ้างให้กระทาได้โดยมใิ ห้ถอื วา่ ข้าราชการหรือลกู จ้างผู้นนั ้ ได้พ้น
จากราชการ แต่ต้องกระทาภายใน 30 บวนั นบั แต่พระราชกฤษฎกี ามีผล
ใช้บงั คบั
3
มาตรา ๘ ฉ๘ การแบ่งส่วนราชการภายในสานกั งานรัฐมนตรี กรม หรือสว่ นราชการที่เรียกชื่ออยา่ งอ่ืน
และมีฐานะเป็ นกรม
การดาเนินการ ตราเป็ นกฎหมาย หมายเหตุ
การแบง่ ส่วนราชการภาย ใน กฎกระทรวง ๑.) ให้ระบอุ านาจหน้าทข่ี องแตล่ ะส่วนราชการไว้
สานกั งานรฐั มนตรี กรม ให้รฐั มนตรีเจ้าสงั กดั ของส่วน ในกฎกระทรวง
ราชการเป็ นผู้ออก
กฎกระทรวงแบง่ ส่วนราชการ
๒.) ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาแล้วให้ใช้บงั คบั ได้
มาตรา ๙ การจดั ระเบียบราชการในสานกั นายกรัฐมนตรีให้เป็นไปตามกฎหมายวา่ ด้วย การปรับปรุง
กระทรวง ทบวง กรม
ให้สว่ นราชการในสานกั นายกรัฐมนตรีบรรดาที่กาหนดไว้ในกฎหมายวา่ ด้วยการปรับปรุงกระทรวง
ทบวง กรม มีฐานะเป็นกรม
มาตรา ๑๐ สานกั นายกรัฐมนตรีมีอานาจหน้าที่ตามที่กาหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง
ทบวง กรม
สานกั นายกรัฐมนตรีมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บงั คบั บญั ชาข้าราชการและรับผิดชอบในการกาหนด
นโยบาย เป้ าหมาย และผลสมั ฤทธ์ิของงานในสานกั นายกรัฐมนตรีให้สอดคล้องกบั นโยบายที่คณะรัฐมนตรี
กาหนดหรืออนมุ ตั ิ โดยจะให้มีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจาสานกั นายกรัฐมนตรีเป็ นผ้ชู ว่ ยสงั่ และ
ปฏิบตั ริ าชการก็ได้
สานักนายกรัฐมนตรี มี อานาจหน้าที่ตามท่ีกาหนดไว้ ในกฎหมายว่าด้ วยการปรับปรุงกระทรวง
ทบวง กรม ดงั นี ้
๑. มีอานาจหน้าท่ีเก่ียวกบั ราชการทว่ั ไปของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี
๒. รับผดิ ชอบการบริหารราชการทวั่ ไป เสนอแนะนโยบายและวางแผนการพฒั นาด้านเศรษฐกิจ
สงั คม การเมือง และความมนั่ คง
๓. ราชการเก่ียวกบั การงบประมาณ ระบบราชการ การบริหารงานบคุ คล กฎหมายและการพฒั นา
กฎหมาย
๔. การตดิ ตามและประเมนิ ผลการปฏิบตั ริ าชการ การปฏิบตั ภิ ารกิจพเิ ศษและราชการอ่ืนตามท่ีมี
กฎหมายกาหนดให้เป็นอานาจหน้าที่ของสานกั นายกรัฐมนตรีหรือส่วนราชการท่ีสงั กดั สานกั นายกรัฐมนตรี
หรือท่ีมไิ ด้อยภู่ ายในอานาจหน้าท่ีของกระทรวงใดโดยเฉพาะ
ในกรณีท่ีนายกรัฐมนตรีตาย ขาดคณุ สมบตั ิ ต้องคาพิพากษาใหจ้ าคกุ สภาผูแ้ ทนราษฎรมีมติไม่
ไว้วางใจ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉยั ว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีส้ินสุดลง หรือวฒุ ิสภามีมติให้
ถอดถอนจากตาแหน่ง ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ปฏิบตั ิหน้าที่
4
แทนนายกรัฐมนตรี ถ้าไม่มีผู้ดารงตาแหน่งรองนายกรัฐมนตรีหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้
คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีคนใดคนหนง่ึ เป็นผ้ปู ฏิบตั หิ น้าที่แทน
มาตรา ๑๑ นายกรัฐมนตรีในฐานะหวั หน้ารัฐบาลมีอานาจหน้าท่ี ดงั นี ้
*(๑) กากบั โดยทว่ั ไปซง่ึ การบริหารราชการแผน่ ดนิ เพื่อการนีจ้ ะสง่ั ให้ราชการสว่ นกลาง ราชการ
สว่ นภมู ิภาค และสว่ นราชการซง่ึ มีหน้าที่ควบคมุ ราชการส่วนทอ้ งถิ่น ชี้แจง แสดงความคิดเห็น ทารายงาน
เกีย่ วกบั การปฏิบตั ิราชการ ในกรณีจาเป็ นจะยบั ยงั้ การปฏิบตั ริ าชการใด ๆ ท่ีขดั ตอ่ นโยบายหรือมตขิ อง
คณะรัฐมนตรีก็ได้และมีอานาจสงั่ สอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกบั การปฏิบตั ิราชการของราชการส่วนกลาง
ราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่น
(๒) มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีกากบั การบริหารราชการของกระทรวง หรือทบวงหนง่ึ หรือ
หลายกระทรวงหรือทบวง
(๓) บงั คบั บญั ชาข้าราชการฝ่ ายบริหารทกุ ตาแหนง่ ซง่ึ สงั กดั กระทรวง ทบวง กรม และสว่ นราชการ
ท่ีเรียกช่ืออย่างอ่ืนท่ีมีฐานะเป็ นกรม
(๔) สง่ั ให้ข้าราชการซงึ่ สงั กดั กระทรวง ทบวง กรมหนง่ึ มาปฏิบตั ริ าชการสานกั นายกรัฐมนตรี โดย
จะให้ขาดจากอตั ราเงินเดอื นทางสงั กดั เดมิ หรือไมก่ ็ได้ ในกรณีที่ให้ขาดจากอตั ราเงินเดอื นทางสงั กดั เดมิ ให้
ได้รับเงินเดือนในสานกั นายกรัฐมนตรีในระดบั และขนั้ ท่ีไมส่ งู กวา่ เดมิ
*(๕) แตง่ ตงั้ ข้าราชการสงั กดั กระทรวง ทบวง กรมหนงึ่ ไปดารงตาแหนง่ ของอีกกระทรวง ทบวง กรม
หนงึ่ โดยให้ได้รับเงินเดือนจากกระทรวง ทบวง กรมเดมิ ในกรณีเชน่ วา่ นีใ้ ห้ข้าราชการซง่ึ ได้รับแตง่ ตงั้ มี
ฐานะเสมือนเป็นข้าราชการสงั กดั กระทรวง ทบวง กรม ซงึ่ ตนมาดารงตาแหนง่ นนั้ ทกุ ประการ แตถ่ ้าเป็นการ
แตง่ ตงั้ ข้าราชการตงั้ แตต่ าแหนง่ อธิบดหี รือเทียบเทา่ ขนึ ้ ไปต้องได้รับอนมุ ตั จิ ากคณะรัฐมนตรี
(๖) แตง่ ตงั้ ผ้ทู รงคณุ วฒุ เิ ป็ นประธานท่ีปรึกษา ท่ีปรึกษา หรือคณะที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี
หรือเป็นคณะกรรมการเพื่อปฏิบตั ริ าชการใด ๆ และกาหนดอตั ราเบยี ้ ประชมุ หรือคา่ ตอบแทนให้แก่ผ้ซู งึ่
ได้รับแตง่ ตงั้
(๗) แตง่ ตงั้ ข้าราชการการเมืองให้ปฏิบตั ริ าชการในสานกั นายกรัฐมนตรี
(๘) วางระเบยี บปฏิบตั ริ าชการ เพื่อให้การบริหารราชการแผน่ ดนิ เป็นไปโดยรวดเร็วและมี
ประสิทธิภาพ เทา่ ท่ีไมข่ ดั หรือแย้งกบั พระราชบญั ญัตนิ ีห้ รือกฎหมายอื่น
(๙) ดาเนินการอื่น ๆ ในการปฏิบตั ติ ามนโยบาย ระเบยี บตาม
ระเบียบตาม (๘) เมื่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ใช้บงั คบั ได้
มาตรา ๑๒ ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีเป็นผ้บู งั คบั บญั ชาส่วนราชการที่เรียกช่ืออยา่ งอื่นและมีฐานะเป็นกรม
แตม่ ิได้สงั กดั สานกั นายกรัฐมนตรีหรือทบวง นายกรัฐมนตรีจะมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี หรือ
รัฐมนตรีประจาสานกั นายกรัฐมนตรีปฏิบตั ริ าชการแทนก็ได้
มาตรา ๑๓ สานกั เลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีอานาจหน้าท่ี
- เก่ียวกบั ราชการทางการเมือง
- มีเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นผ้บู งั คบั บญั ชาข้าราชการ และรับผิดชอบในการปฏิบตั ริ าชการขนึ ้
ตรงตอ่ นายกรัฐมนตรี และให้มีรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ ายการเมืองและรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
5
ฝ่ ายบริหาร เป็ นผ้ชู ว่ ยสง่ั และปฏิบตั ริ าชการและจะให้มีผ้ชู ่วยเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นผ้ชู ว่ ยสง่ั และ
ปฏิบตั ริ าชการด้วยก็ได้
- ให้เลขาธิการนายกรัฐมนตรีและรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ ายการเมือง เป็นข้าราชการ
การเมือง และให้รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ ายบริหาร และผ้ชู ว่ ยเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็น
ข้าราชการพลเรือนสามญั
มาตรา ๑๔ สานกั เลขาธิการคณะรัฐมนตรีมีอานาจหน้าท่ี
- เกี่ยวกบั ราชการของคณะรัฐมนตรี รัฐสภา และราชการในพระองค์
- มีเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นผ้บู งั คบั บญั ชาข้าราชการ และรับผิดชอบในการปฏิบตั ิราชการขนึ ้
ตรงตอ่ นายกรัฐมนตรี และให้มีรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นผ้ชู ว่ ยสง่ั และปฏิบตั ริ าชการ และจะให้มี
ผ้ชู ว่ ยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นผ้ชู ว่ ยสงั่ และปฏิบตั ริ าชการด้วยก็ได้
- ให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และผ้ชู ว่ ยเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็น
ข้าราชการพลเรือนสามญั
มาตรา ๑๗ สานกั งานปลดั สานกั นายกรัฐมนตรีมีอานาจหน้าที่
- เกี่ยวกบั ราชการประจาทว่ั ไปของสานกั นายกรัฐมนตรี
- ราชการที่คณะรัฐมนตรีมิได้กาหนดให้เป็นหน้าท่ีของกรมใดกรมหนงึ่ ในสงั กดั สานกั
นายกรัฐมนตรีโดยเฉพาะ
- รวมทงั้ กากบั และเร่งรัดการปฏิบตั ริ าชการของสว่ นราชการในสานกั นายกรัฐมนตรีให้เป็นไปตาม
นโยบาย แนวทางและแผนการปฏิบตั ริ าชการของสานกั นายกรัฐมนตรี ยกเว้นราชการของสว่ นราชการซงึ่
กฎหมายกาหนดให้หวั หน้าส่วนราชการขนึ ้ ตรงตอ่ นายกรัฐมนตรี
มาตรา ๑๘ ให้จดั ระเบียบราชการของกระทรวง ดงั นี ้
(๑) สานกั งานรัฐมนตรี
(๒) สานกั งานปลดั กระทรวง
(๓) กรม หรือสว่ นราชการที่เรียกช่ืออยา่ งอื่น เว้นแตบ่ างกระทรวงเหน็ วา่ ไมม่ ีความจาเป็นจะไมแ่ ยก
สว่ นราชการตงั้ ขนึ ้ เป็นกรมก็ได้
ให้สว่ นราชการตาม (๒) และสว่ นราชการท่ีเรียกช่ืออยา่ งอื่นตาม (๓) มีฐานะเป็นกรม
**สานกั ปลดั กระทรวง มีฐานะเป็นกรม สว่ นสานกั งานรัฐมนตรีมีฐานะเป็ นสว่ นราชการเทา่ นนั้
มาตรา ๒๒ สานกั งานรัฐมนตรีมีอานาจหน้าท่ี
- เก่ียวกบั ราชการทางการเมือง
- มีเลขานกุ ารรัฐมนตรีซง่ึ เป็ นข้าราชการการเมืองเป็นผ้บู งั คบั บญั ชาข้าราชการ
- รับผิดชอบในการปฏิบตั ริ าชการของสานกั งานรัฐมนตรีขนึ ้ ตรงตอ่ รัฐมนตรีวา่ การกระทรวง
- มีผ้ชู ว่ ยเลขานกุ ารรัฐมนตรีซง่ึ เป็นข้าราชการการเมืองคนหนงึ่ หรือหลายคนเป็นผ้ชู ่วยสง่ั หรือ
ปฏิบตั ริ าชการแทนเลขานกุ ารรัฐมนตรีก็ได้
มาตรา ๒๓ สานกั งานปลดั กระทรวงมีอานาจหน้าที่
- เกี่ยวกบั ราชการประจาทวั่ ไปของกระทรวง
6
- ราชการท่ีคณะรัฐมนตรีมไิ ด้กาหนดให้เป็นหน้าที่ของกรมใดกรมหนงึ่ ในสงั กดั กระทรวงโดยเฉพาะ
- รวมทงั้ กากบั และเร่งรัดการปฏิบตั ริ าชการของสว่ นราชการในกระทรวงให้เป็นไปตามนโยบาย
แนวทางและแผนการปฏิบตั ิราชการของกระทรวง
มาตรา ๓๒๒๙ กรมมีอานาจหน้าท่ี
- เก่ียวกบั ราชการของกระทรวงตามท่ีกาหนดในกฎกระทรวงแบง่ สว่ นราชการของกรม หรือตาม
กฎหมายวา่ ด้วยอานาจหน้าท่ีของกรมนนั้
- ในกรมหนงึ่ มีอธิบดี (ข้าราชการพลเรือนสามญั ) คนหนงึ่ เป็นผ้บู งั คบั บญั ชาข้าราชการและ
รับผดิ ชอบในการปฏิบตั ิราชการของกรม
- ให้เกิดผลสมั ฤทธิ์และเป็นไปตามเป้ าหมาย แนวทาง และแผนการปฏิบตั ริ าชการของกระทรวง
และในกรณีท่ีมีกฎหมายอ่ืนกาหนดอานาจหน้าที่ของอธิบดไี ว้เป็ นการเฉพาะ
- การใช้อานาจและการปฏิบตั หิ น้าท่ีตามกฎหมายดงั กลา่ วให้คานงึ ถงึ นโยบายที่คณะรัฐมนตรี
แถลงไว้ตอ่ รัฐสภาหรือท่ีคณะรัฐมนตรีกาหนดหรืออนมุ ตั ิ และนโยบาย แนวทาง และแผนการปฏิบตั ิ
ราชการของกระทรวงด้วย
- ในกรมหนงึ่ จะให้มีรองอธิบดีเป็นผ้บู งั คบั บญั ชาข้าราชการรองจากอธิบดแี ละชว่ ยอธิบดีปฏิบตั ิ
ราชการ ก็ได้
รองอธิบดมี ีอานาจหน้าที่ตามที่อธิบดีกาหนดหรือมอบหมาย
มาตรา ๓๓ สานกั งานเลขานกุ ารกรมมีอานาจหน้าท่ี
- เก่ียวกบั ราชการทว่ั ไปของกรม
- ราชการที่มไิ ด้แยกให้เป็นหน้าที่ของกองหรือสว่ นราชการใดโดยเฉพาะ
- มีเลขานกุ ารกรมเป็นผ้บู งั คบั บญั ชาข้าราชการ และรับผิดชอบในการปฏิบตั ริ าชการของสานกั งาน
เลขานกุ ารกรม
หมวด ๖ การรักษาราชการแทน
ตาแหน่ ง ผู้รักษาราชการแทนลาดับท่ี ๑ ผู้รักษาราชการแทนลาดบั ท่ี ๒
นายกรฐั มนตรี ไมอ่ าจปฏบิ ตั ิราชการ รองนายกรฐั มนตรีเป็นผู้รกั ษาราชการ (๑) รองนายกรฐั มนตรีหลายคน ให้
ได้ แทน คณะรฐั มนตรีมอบหมายให้รอง
นายกรฐั มนตรีคนใดคนหนง่ึ เป็นผ้รู กั ษา
ราชการแทน
(๒) ถ้าไมม่ ีผ้ดู ารงตาแหน่งรอง
นายกรฐั มนตรีหรือมีแตไ่ มอ่ าจปฏบิ ตั ิ
ราชการได้ ให้คณะรฐั มนตรีมอบหมาย
ให้รฐั มนตรีคนใดคนหนงึ่ เป็นผ้รู กั ษา
ราชการแทน
7
ส่วนท่ี ๒
การจดั ระเบยี บบริหารราชการส่วนภูมภิ าค
มาตรา ๕๑ ให้จัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค ดังนี้
(๑) จงั หวดั
(๒) อาเภอ
หมวด ๑ จังหวัด
มาตรา ๕๒ ให้รวมท้องท่ีหลาย ๆ อาเภอตงั้ ขนึ ้
- เป็นจังหวัดมีฐานะเป็นนิติบคุ คล
- การตงั้ ยบุ และเปล่ียนแปลงเขตจงั หวดั ให้ตราเป็นพระราชบญั ญตั ิ เพื่อประโยชน์ในการ
บริหารงานแบบบรู ณาการในจงั หวดั หรือกลมุ่ จงั หวดั ให้จงั หวดั หรือกลมุ่ จงั หวดั ยื่นคาขอจดั ตงั้ งบประมาณ
ได้ ทงั้ นี ้ตามหลกั เกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขท่ีกาหนดในพระราชกฤษฎีกา ในกรณีนี ้ให้ถือวา่ จงั หวดั หรือ
กลมุ่ จงั หวดั เป็ นสว่ นราชการตามกฎหมายวา่ ด้วยวธิ ีการงบประมาณ
ในระดบั จงั หวดั ได้บญั ญัตใิ ห้ผ้วู า่ ราชการจงั หวดั เป็นผ้รู ับนโยบายและคาสงั่ จากนายกรัฐมนตรีใน
ฐานะหวั หน้ารัฐบาล คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม มาปฏิบตั ิการให้เหมาะสมกบั ท้องท่ีและประชาชน
และเป็นหวั หน้าบงั คบั บญั ชาข้าราชการฝ่ ายบริหาร ซงึ่ ปฏิบตั หิ น้าที่ในราชการส่วนภมู ภิ าคในเขตจงั หวดั
และรับผิดชอบในราชการจงั หวดั และอาเภอ
กาหนดให้มีปลดั จงั หวดั และหวั หน้าสว่ นราชการประจาจงั หวดั ซงึ่ กระทรวง ทบวง กรมตา่ ง ๆ สง่ มา
ประจาทาหน้าท่ีเป็ นผ้ชู ว่ ยเหลือผ้วู า่ ราชการจงั หวดั และมีอานาจบงั คบั บญั ชาข้าราชการฝ่ ายบริหารสว่ น
ภมู ิภาคซง่ึ สงั กดั กระทรวง ทบวง กรมนนั้ ในจงั หวดั
มาตรา ๕๔ ในจงั หวดั หนงึ่ ให้มีผ้วู า่ ราชการจงั หวดั คนหน่งึ
- เป็นผ้รู ับนโยบายและคาสงั่ จากนายกรัฐมนตรีในฐานะหวั หน้ารัฐบาล คณะรัฐมนตรี กระทรวง
ทบวง กรม มาปฏิบตั กิ ารให้เหมาะสมกบั ท้องท่ีและประชาชน
- เป็นหวั หน้าบงั คบั บญั ชาบรรดาข้าราชการฝ่ ายบริหาร ซึง่ ปฏิบตั หิ น้าท่ีในราชการสว่ นภมู ภิ าคใน
เขตจงั หวดั และรับผิดชอบในราชการจงั หวดั และอาเภอ
- รองผ้วู า่ ราชการจงั หวดั หรือผ้ชู ว่ ยผ้วู ่าราชการจงั หวดั หรือทงั้ รองผ้วู า่ ราชการจงั หวดั และผ้ชู ว่ ย
ผ้วู า่ ราชการจงั หวดั เป็นผ้ชู ว่ ยสงั่ และปฏิบตั ริ าชการแทนผ้วู ่าราชการจงั หวดั ก็ได้
มาตรา ๕๕/๑๔๘ ในจงั หวดั หนงึ่ นอกจากกรุงเทพมหานคร
- ให้มีคณะกรรมการธรรมาภิบาลจงั หวดั คณะหนง่ึ เรียกโดยย่อวา่ “ก.ธ.จ.” ทาหน้าท่ีสอดส่อง
และเสนอแนะการปฏิบตั ภิ ารกิจของหนว่ ยงานของรัฐในจงั หวดั ให้ใช้วธิ ีการบริหารกิจการบ้านเมืองท่ีดีและ
เป็นไปตามหลกั การที่กาหนดไว้ในมาตรา ๓/๑
หมวด ๒ อาเภอ
มาตรา ๖๑ ในจงั หวดั หนงึ่ ให้มีหนว่ ยราชการบริหารรองจากจงั หวดั เรียกว่าอาเภอ การตงั้ ยบุ และเปลี่ยน
เขตอาเภอ ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
8
มาตรา ๖๒ ในอาเภอหนง่ึ มีนายอาเภอ (ข้าราชการพลเรือนสามญั ) คนหนง่ึ เป็นหวั หน้าปกครองบงั คบั
บญั ชาบรรดาข้าราชการในอาเภอ และรับผิดชอบงานบริหารราชการของอาเภอ นายอาเภอสงั กดั
กระทรวงมหาดไทย
ส่วนท่ี ๓
การจัดระเบยี บบริหารราชการส่วนท้องถ่นิ
มาตรา ๗๐ ให้จดั ระเบียบบริหารราชการสว่ นท้องถ่ิน ดงั นี ้
(๑) องค์การบริหารสว่ นจงั หวดั
(๒) เทศบาล
(๓) สขุ าภิบาล (ปัจจุบนั ไม่มีตามพระราชบญั ญตั ิเปลีย่ นแปลงฐานะของ สขุ าภิบาลเป็นเทศบาล
พ.ศ. ๒๕๔๒)
(๔) ราชการสว่ นท้องถิ่นอ่ืนตามที่มีกฎหมายกาหนด (อบต./เมืองพทั ยาและกทม.)
มาตรา ๗๑/๑๕๖ ให้มีคณะกรรมการพฒั นาระบบราชการคณะหนง่ึ เรียกโดยย่อวา่ “ก.พ.ร.”ประกอบด้วย
- นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน (๑ คน)
- รัฐมนตรีหนงึ่ คนท่ีนายกรัฐมนตรีกาหนดเป็นรองประธาน (๑ คน)
- ผ้ซู งึ่ คณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่นมอบหมาย ๑ คน
- กรรมการผ้ทู รงคณุ วฒุ ิไมเ่ กิน ๑๐ คน ซง่ึ คณะรัฐมนตรีแตง่ ตงั้ จากผ้มู ีความรู้ความเช่ียวชาญใน
ทางด้านนิตศิ าสตร์ เศรษฐศาสตร์รัฐศาสตร์ การบริหารรัฐกิจ การบริหารธรุ กิจ การเงินการคลงั จิตวิทยา
องคก์ าร และสงั คมวิทยาอยา่ งน้อยด้านละหนง่ึ คน (๑๐ คน) รวมทงั้ หมด ๑๓ คน
ในกรณีท่ีมีความจาเป็ นเพ่ือให้การปฏิบตั งิ านบรรลผุ ล คณะรัฐมนตรีจะกาหนดให้กรรมการ
ผ้ทู รงคณุ วฒุ ิไมน่ ้อยกวา่ สามคนแตไ่ มเ่ กินห้าคนต้องทางานเตม็ เวลาก็ได้
เลขาธิการ ก.พ.ร. เป็นกรรมการและเลขานกุ ารโดยตาแหนง่
การแตง่ ตงั้ กรรมการผ้ทู รงคณุ วฒุ ิ ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาจากรายชื่อบคุ คลที่ได้รับการเสนอโดย
วิธีการสรรหา ทงั้ นี ้ตามหลกั เกณฑ์และวิธีการสรรหาท่ีคณะรัฐมนตรีกาหนด
**ปัจจุบนั ประธาน ก.พ.ร. คือ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรฐั มนตรี
รองประธาน ก.พ.ร. คือ นายสวุ พนั ธ์ุ ตนั ยวุ รรธนะ รัฐมนตรีประจาสานกั นายกรัฐมนตรี
________________________________________________________
9
บทท่ี ๑๕
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวธิ ีการบริหารกจิ การ
บ้านเมอื งท่ดี ี พ.ศ.๒๕๔๖ และแก้ไขเพ่มิ เตมิ ฉบับท่ี ๒ พ.ศ.๒๕๖๒
ประกาศในราชกิจจานเุ บกษาในวนั ที่ ๙ ตลุ าคม ๒๕๔๖ มีผลประกาศใช้ในวนั ถดั ไปคือ วนั ท่ี ๑๐
ตลุ าคม ๒๕๔๖ ผ้รู ับสนองพระบรมราชโองการ คือ พนั ตารวจโท ทกั ษิณ ชนิ วตั ร (นายกรัฐมนตรี)
มาตรา ๓ การปฏิบตั ติ ามพระราชกฤษฎีกานีใ้ นเร่ืองใดสมควรท่ีสว่ นราชการใด จะปฏิบตั เิ ม่ือใด และ
จะต้องมีเงื่อนไขอยา่ งใด ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกาหนดตามข้อเสนอแนะของ ก.พ.ร
คานิยาม
“ส่วนราชการ” หมายความวา่ สว่ นราชการตามกฎหมายวา่ ด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง
กรม และหนว่ ยงานอื่นของรัฐท่ีอยใู่ นกากบั ของราชการเป้ าหมายบริหาร แตไ่ มร่ วมถึงองค์กรปกครองสว่ น
ท้องถิ่น
“รัฐวิสาหกิจ” หมายความว่า รัฐวสิ าหกิจท่ีจดั ตงั้ ขนึ ้ โดยพระราชบญั ญตั หิ รือพระราชกฤษฎีกา
“ข้าราชการ” หมายความรวมถงึ พนกั งาน ลกู จ้าง หรือผ้ปู ฏิบตั งิ านในสว่ นราชการ
หมวดท่ี ๑
การบริหารกจิ การบ้านเมืองท่ดี ี
มาตรา ๖ การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ได้แก่ การบริหารราชการเพ่ือบรรลเุ ป้ าหมาย ดงั ตอ่ ไปนี ้
(๑) เกิดประโยชน์สขุ ของประชาชน
(๒) เกิดผลสมั ฤทธ์ิตอ่ ภารกิจของรัฐ
(๓) มีประสิทธิภาพและเกิดความค้มุ คา่ ในเชิงภารกิจของรัฐ
(๔) ไมม่ ีขนั้ ตอนการปฏิบตั งิ านเกินความจาเป็น
(๕) มีการปรับปรุงภารกิจของสว่ นราชการให้ทนั ตอ่ สถานการณ์
(๖) ประชาชนได้รับการอานวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ
(๗) มีการประเมนิ ผลการปฏิบตั ริ าชการอยา่ งสม่าเสมอ
สูตรท่องจา C ผลสมั ฤทธิ์
C ประโยชน์สขุ C ไมม่ ีขนั้ ตอน
C ประสทิ ธิภาพ C อานวยความสะดวก
C ปรับปรุงภารกิจ
C ประเมนิ ผล
10
หมวด ๒
การบริหารราชการเพ่อื ให้เกดิ ประโยชน์สุขของประชาชน
มาตรา ๗ การบริหารราชการเพ่ือประโยชน์สขุ ของประชาชน หมายถึง การปฏิบตั ิราชการท่ีมีเป้ าหมาย
เพ่ือให้เกิดความผาสกุ และความเป็นอยทู่ ี่ดขี องประชาชน ความสงบและปลอดภยั ของสงั คมสว่ นรวม
ตลอดจนประโยชน์สงู สดุ ของประเทศ
มาตรา ๘ ในการบริหารราชการเพือ่ ประโยชน์สขุ ของประชาชน ส่วนราชการจะตอ้ งดาเนินการโดยถือว่า
ประชาชนเป็นศนู ย์กลางท่ีจะได้รับการบริการจากรัฐ
และจะต้องมีแนวทางการบริหารราชการ ดงั ตอ่ ไปนี ้
๑) กาหนดภารกิจของสว่ นราชการ
X ต้องทาไป เพื่อความผาสกุ ของประชาชนและ
X สอดคล้องกบั แนวนโยบายแหง่ รัฐ และแนวนโยบายของรัฐบาล
๒) ต้องปฏิบตั ไิ ป โดยความซ่ือสตั ย์สจุ ริต สามารถตรวจสอบได้
C หากพบปัญหาอปุ สรรคการดาเนินการ ใหร้ ีบแก้ไขปัญหาอปุ สรรคโดยเร็ว
C หากพบปัญหาอปุ สรรคเกิดจากส่วนราชการ ระเบียบ ข้อบงั คบั รีบแจ้งใหส้ ่วนราชการเกีย่ วขอ้ ง
ทราบเพ่ือปรับปรุงโดยเร็ว และแจ้งให้ ก.พ.ร.ทราบด้วย
สตู รท่องจา
C สอดคล้องกบั นโยบาย C ซือ่ สตั ย์สจุ ริต
C วเิ คราะห์ผลดผี ลเสยี C รับฟังความคิดเหน็
C แก้ไขปัญหาและอปุ สรรค
หมวด ๓
การบริหารราชการเพ่อื ให้เกดิ ผลผลสัมฤทธ์ิต่อภารกจิ ของรัฐ
มาตรา ๙ เพื่อให้เกิดผลสมั ฤทธิ์ตอ่ ภารกิจของรัฐให้สว่ นราชการปฏิบตั ิ ดงั นี ้
๑) กอ่ นดาเนินการ ต้องจดั ทาแผนปฏิบตั ิราชการไวเ้ ป็นการล่วงหนา้
๒) ในแผนปฏิบตั ริ าชการ ต้องมีรายละเอียดของขนั้ ตอน ระยะเวลาและงบประมาณ ที่ต้องใช้
เป้ าหมายของภารกิจ ผลสมั ฤทธิ์ และตวั ชีว้ ดั ความสาเร็จ
๓) ต้องจดั ให้มีการติดตาม และประเมนิ ผลการปฏิบตั ิตามแผนปฏิบตั ิราชการ ซง่ึ ต้อง
สอดคล้องกบั มาตรฐานที่ ก.พ.ร. กาหนด
11
๔) การปฏิบตั ิตามแผนปฏิบตั ริ าชการเกิดผลกระทบตอ่ ประชาชน ตอ้ งรีบแกไ้ ขหรือ บรรเทา หรือ
เปล่ียนแปลงแผนปฏิบตั ริ าชการให้เหมาะสม
มาตรา ๑๒ เพ่ือประโยชน์ในการปฏิบตั ริ าชการให้เกิดผลสมั ฤทธิ์ ก.พ.ร. อาจ เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพือ่
กาหนดมาตรการกากบั การปฏิบตั ิราชการ โดยวธิ ีการจดั ทาความตกลงเป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร เพ่ือแสดง
ความรับผดิ ชอบในการปฏิบตั ริ าชการ
มาตรา ๑๔ ในการจดั ทาแผนการบริหารราชการแผ่นดนิ ตามมาตรา เป็นแผน ๔ ปี โดยนานโยบายของ
รัฐบาลท่ีแถลงตอ่ รัฐสภามาพจิ ารณาดาเนินการให้สอดคล้องกบั
X แนวนโยบายพืน้ ฐานแหง่ รัฐตามบทบญั ญตั ขิ องรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย
X แผนพฒั นาประเทศด้านตา่ ง ๆ ที่เก่ียวข้อง
X จะต้องมีสาระสาคญั เกี่ยวกบั การกาหนดเป้ าหมายและผลสมั ฤทธิ์ของงาน
มาตรา ๑๕ เม่ือมีการประกาศใช้บงั คบั แผนการบริหารราชการแผน่ ดนิ แล้ว ให้สานกั งานคณะกรรมการ
กฤษฎีกา และสานกั เลขาธิการนายกรัฐมนตรีร่วมกนั ทาแผนนิตบิ ญั ญัติ
มาตรา ๑๖ ให้สว่ นราชการจดั ทาแผนปฏิบตั ริ าชการของสว่ นราชการนนั้ โดยจดั ทาเป็ นแผน ๔ ปี ซง่ึ
จะต้องสอดคล้องกบั แผนการบริหารราชการแผ่นดิน
X ในกรณีที่สว่ นราชการมิไดเ้ สนอแผนปฏิบตั ิราชการในภารกิจใดหรือภารกิจใดไมไ่ ด้รับความ
เห็นชอบจากรัฐมนตรี มใิ ห้สานกั งบประมาณจดั สรรงบประมาณสาหรับภารกิจนนั้
X เมื่อสิน้ ปี งบประมาณให้สว่ นราชการจดั ทารายงานแสดงผลสมั ฤทธ์ิของแผนปฏิบตั ริ าชการ
ประจาปี เสนอตอ่ คณะรฐั มนตรี
มาตรา ๑๗ ในกรณีท่ีกฎหมายวา่ ด้วยวธิ ีการงบประมาณกาหนดให้สว่ นราชการต้องจดั ทาแผนปฏิบตั ิ
ราชการเพื่อขอรับงบประมาณ ให้สานกั งบประมาณและ ก.พ.ร. ร่วมกนั กาหนดแนวทางการจดั ทา
แผนปฏิบตั ริ าชการ
มาตรา ๑๘ การโอนงบประมาณจากภารกิจหนง่ึ ตามท่ีกาหนดในแผนปฏิบตั ริ าชการไปดาเนินการอย่างอื่น
หรือนาไปใช้ในภารกิจใหมท่ ่ีมไิ ด้กาหนดในแผนปฏิบตั ริ าชการ จะกระทาได้ตอ่ เม่ือได้รับอนมุ ตั ิ ครม.
มาตรา ๑๙ นายกรัฐมนตรีพ้นจากตาแหนง่ ให้หวั หนา้ ส่วนราชการมีหน้าที่สรุปผลการปฏิบตั ริ าชการและ
ให้ข้อมลู ตอ่ นายกรัฐมนตรีคนใหม่
สูตรท่องจา
C จดั ทาแผน C ขนั้ ตอน
C ตดิ ตามและประเมินผล C เกิดผลกระทบ
12
หมวด ๔
การบริหารราชการอย่างมีประสทิ ธิภาพและเกดิ ความคุ้มค่าในเชิงภารกจิ ของรัฐ
มาตรา ๒๐ ให้สว่ นราชการ
X กาหนดเป้ าหมาย แผนการทางาน
X ระยะเวลาแล้วเสร็จของงานหรือโครงการ
X งบประมาณท่ีจะต้องใช้
X ต้องเผยแพร่ให้ข้าราชการและประชาชนทราบ
มาตรา ๒๓ การจดั ซื้อหรือจดั จ้าง ให้ดาเนินการโดย เปิ ดเผยและเทีย่ งธรรม โดยพิจารณาถงึ
ประโยชน์และผลเสียทางสงั คม ภาระตอ่ ประชาชน คณุ ภาพ วตั ถปุ ระสงคท์ ี่จะใช้ ราคาและประโยชน์ระยะ
ยาวของสว่ นราชการที่จะได้รับประกอบกนั
X ในกรณีที่วตั ถปุ ระสงคใ์ นการใช้เป็นเหตตุ ้องคานงึ ถงึ คณุ ภาพ การดแู ลรักษาเป็นสาคญั ให้
สามารถทาได้โดยไมต่ ้องถือราคาต่าสดุ ในการเสนอซือ้ หรือจ้างเสมอไป
มาตรา ๒๔ หากภารกิจใดจาเป็นต้องได้รับอนญุ าต อนมุ ตั ิ หรือเหน็ ชอบจากสว่ นราชการอ่ืน
ให้สว่ นราชการนนั้ แจ้งผลการพจิ ารณาให้ทราบภายใน ๑๕ วนั นบั แตว่ นั ท่ีได้รับคาขอ
มาตรา ๒๕ ในการวินิจฉยั ชีข้ าดปัญหา ให้ตงั้ คณะกรรมการ หากผ้แู ทนสว่ นราชการนนั้ มีความ
คดิ เห็นแตกตา่ งกนั ให้บนั ทกึ ความเห็นของฝ่ ายน้อยให้ปรากฏในเร่ืองนนั้ ห้ามมใิ ห้ใช้บงั คบั การวนิ จิ ฉยั ใน
ปัญหาด้านกฎหมาย
มาตรา ๒๖ การสงั่ ราชการให้ทาเป็นลายลกั ษณ์อกั ษร
X เวน้ แต่ผ้บู งั คบั บญั ชามีความจาเป็นไมอ่ าจสง่ั ได้ ให้ผ้รู ับคาสงั่ บนั ทกึ ไว้เป็นลายลกั ษณ์อกั ษร
และเมื่อปฏิบตั แิ ล้วให้บนั ทกึ รายงานอ้างคาสงั่ ด้วยวาจาไว้ด้วย
สตู รท่องจา สว่ นราชการจะต้อง
C กาหนดเป้ าหมาย C แผนการทางาน C ระยะเวลาแล้วเสร็จ
C งบประมาณทตี่ ้องใช้ C เผยแพร่ให้ข้าราชการและประชาชนทราบ
13
หมวด ๕
การลดขัน้ ตอนการปฏบิ ัตงิ าน
มาตรา ๒๗ ให้กระจายอานาจการบริหารตดั สินใจให้แก่ผ้ดู ารงตาแหนง่ รับผดิ ชอบเร่ืองนนั้ ๆ โดยตรง
ต้องมงุ่ ผลให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการบริการประชาชน
มาตรา ๒๘ เพื่อประโยชน์ในการกระจายอานาจการตดั สินใจ ก.พ.ร. ด้วยความเห็นชอบของ
คณะรัฐมนตรีจะกาหนดหลกั เกณฑ์และวธิ ีการหรือแนวทางในการกระจายอานาจการตดั สินใจ
มาตรา ๒๙ ให้สว่ นราชการจดั ทาแผนภูมิขนั้ ตอนและระยะเวลาการดาเนินการ รวมทงั้ รายละเอียดอ่ืน ๆ
ท่ีเก่ียวข้องโดยเปิ ดเผย ณ ท่ีทาการเพื่อให้ประชาชนหรือผ้เู กี่ยวข้องเข้าตรวจดไู ด้
มาตรา ๓๐ ให้มีศนู ย์บริการประชาชนรวมทงั้ ประจาจงั หวดั อาเภอ
หมวด ๖
การปรับปรุงภารกจิ ของส่วนราชการ
มาตรา ๓๓ สว่ นราชการต้องจดั ให้มีการทบทวนภารกิจของตน มีความจาเป็นหรือสมควร
ดาเนินการตอ่ ไป โดยคานงึ ถึงแผนการบริหารราชการแผน่ ดนิ Mนโยบาย Mคาสง่ั Mงบประมาณ
Mความค้มุ คา่ ของภารกิจ
X ก.พ.ร.จะกาหนดหากมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงต้องให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ
มาตรา ๓๖ ในกรณีท่ีสานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นวา่ กฎหมาย กฎ ระเบยี บ ข้อบงั คบั หรือ
ประกาศ
X ไม่สอดคล้องหรือเหมาะสมกบั สถานการณ์ปัจจบุ นั ดาเนินการแก้ไขโดยเร็ว
X ไมเ่ อือ้ ตอ่ การพฒั นาประเทศ ดาเนินการแก้ไขโดยเร็ว
สูตรท่องจา
C แผนการบริหารราชการแผน่ ดนิ
C นโยบายของคณะรัฐมนตรี
C กาลงั เงินงบประมาณของประเทศ
C ความค้มุ คา่ ของภารกิจ
14
หมวด ๗
การอานวยความสะดวกและการตอบสนองความต้องการของประชาชน
มาตรา ๓๗ การบริการประชาชนหรือตดิ ตอ่ ประสานงานระหวา่ งสว่ นราชการด้วยกนั ให้กาหนด
ระยะเวลาแล้วเสร็จของงานแตล่ ะงาน และประกาศให้ประชาชนและข้าราชการทราบเป็นการทวั่ ไป
มาตรา ๓๘ เม่ือสว่ นราชการได้รับติดต่อสอบถามเป็นหนงั สือจากประชาชนหรือสว่ นราชการด้วยกนั
ต้องตอบคาถามหรือแจ้งดาเนนิ การให้ทราบ ภายใน ๑๕ วนั หรือตามกาหนด
มาตรา ๓๙ ให้สว่ นราชการจดั ใหม้ ีระบบเครือข่ายสารสนเทศของสว่ นราชการ เพ่ืออานวยความสะดวก
แกป่ ระชาชน สามารถตดิ ตอ่ สอบถามหรือขอข้อมลู หรือแสดงความคดิ เหน็
มาตรา ๔๑ เมื่อได้รับคาร้องเรียน เสนอแนะ หรือความคิดเห็นเกี่ยวกบั การปฏิบตั หิ น้าท่ี พบปัญหา
อปุ สรรค ปัญหาจากบคุ คล เป็นหน้าที่ของสว่ นราชการนนั้ ต้องพิจารณาดาเนินการ ปรับปรุง แล้วแจ้งให้
บคุ คลที่ร้องเรียนทราบด้วยหากสามารถตดิ ตอ่ ได้ หรือแจ้งผา่ นระบบเครือข่ายสารสนเทศ
มาตรา ๔๔ ต้องจดั ให้มีการเปิ ดเผยขอ้ มูลเกี่ยวกบั งบประมาณรายจา่ ยแตล่ ะปี รายการเก่ียวกบั การ
จดั ซือ้ /จดั จ้าง และสญั ญาใดที่มีการอนมุ ตั ใิ ห้จดั ซือ้ /จดั จ้าง ให้ประชาชนสามารถขอดู /ตรวจสอบได้
X ณ ที่ทาการของสว่ นราชการ
X ระบบเครือขา่ ยสารสนเทศ
ทงั้ นีต้ ้องไมเ่ กิดความได้ เปรียบเสียเปรียบแกบ่ คุ คลเกี่ยวข้อง หรือกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อห้าม/
ตกลงไว้ในสญั ญาต้องได้รับความค้มุ ครอง
หมวด ๘
การประเมนิ ผลการปฏบิ ัตริ าชการ
มาตรา ๔๕ ให้สว่ นราชการจดั ให้มีคณะผปู้ ระเมินอิสระดาเนินการ ประเมนิ ผลการปฏิบตั ิราชการของ
สว่ นราชการเก่ียวกบั
X ผลสมั ฤทธ์ิของภารกิจ
X คณุ ภาพการให้บริการ
X ความพงึ พอใจของประชาชนผ้รู ับบริการ
X ความค้มุ คา่ ในภารกิจ
มาตรา ๔๘ สว่ นราชการใดดาเนนิ การให้บริการที่มีคณุ ภาพและเป็นไปตามเป้ าหมาย รวมทงั้ ความพงึ
พอใจแก่ประชาชน ให้ ก.พ.ร.เสนอคณะรัฐมนตรีจดั สรรเงินเพิ่มพเิ ศษเป็นบาเหน็จความชอบ เพื่อ
นาไปใช้ปรับปรุงการปฏิบตั งิ าน
15
มาตรา ๔๙ สว่ นราชการใดได้ดาเนินงานไปตามเป้ าหมาย
X เพิ่มผลงานและผลสมั ฤทธ์ิ
X ลดคา่ ใช้จ่ายตอ่ หน่วยตามหลกั เกณฑ์ท่ี ก.พ.ร.กาหนด
ก.พ.ร.เสนอคณะรัฐมนตรี จดั สรรเงินรางวลั การเพมิ่ ประสทิ ธิภาพให้แก่สว่ นราชการนนั้
สูตรท่องจา
C ผลสมั ฤทธิ์ของภารกิจ
C คณุ ภาพการให้บริการ
C ความพงึ พอใจของประชาชน
C ความค้มุ คา่ ของภารกิจ
สรุป พ.ร.บ. ว่าด้วยหลักในการบริหารกจิ การบ้านเมืองทดี่ ี พ.ศ. ๒๕๔๖
(แก้ไขเพิม่ เตมิ ปี ๒๕๖๒)
ทบทวนหลักการพื้นฐาน
พ.ร.บ. น้ีมี ๗ เป้ าหมาย
เป้ า ๑ เกิดประโยชน์สขุ ของประชาชน (สขุ )
เป้ า ๒ เกิดผลสมั ฤทธิ์ตอ่ ภารกิจของรัฐ (สมั ฤทธ์ิ)
เป้ า ๓ มีประสิทธิภาพและเกิดความค้มุ คา่ ในเชิงภารกิจของรัฐ (ค้มุ คา่ )
เป้ า ๔ ไมม่ ีขนั้ ตอนในการปฏิบตั งิ านเกินความจาเป็ น (ลดขนั้ ตอน)
เป้ า ๕ มีการปรับปรุงภารกิจของสว่ นราชการให้ทนั ตอ่ สถานการณ์ (ปรับปรุง)
เป้ า ๖ ประชาชนได้รับการอานวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ (อานวย)
เป้ า ๗ มีการประเมินผลการปฏิบตั ริ าชการอยา่ งสม่าเสมอ (ประเมิน)
ส่วนท่ีแก้ไขใหม่ ได้แก่
เป้ าท่ี ๒ การบริหารราชการเพ่ือให้เกิดผลสมั ฤทธ์ิตอ่ ภารกิจของรัฐ
ยกเลิก เรื่อง แผนบริหารราชการแผน่ ดนิ (มาตรา ๑๓ , ๑๔ , ๑๕)
แผนปฏิบตั ริ าชการ = สว่ นราชการตา่ งๆ เป็นผ้จู ดั ทา
๑. เปลี่ยนจาก ๔ ปี เป็ น ๕ ปี
๒. ในวาระแรก (ปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ – ๒๕๖๕) ในทาเป็นแผน ๓ ปี ไปก่อน วาระตอ่ ๆ ไป
16
คอ่ ยใช้เป็นแผน ๕ ปี
๓. แผนปฏิบตั ริ าชการจะต้องสอดคล้องกบั
๓.๑ แผนปฏิรูปประเทศ
๓.๒ แผนแมบ่ ท
๓.๓ ยทุ ธศาสตร์ชาติ
๓.๔ แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ
๓.๕ นโยบายท่ี ค.ร.ม. แถลงตอ่ สภา
๓.๖ แผนอื่นๆ ท่ีเกี่ยวข้อง
การโอนงบประมาณ
๑. เม่ือกาหนดรายละเอียดการโอนงบประมาณในแผนปฏิบตั ริ าชการไว้อยา่ งไร ให้ถือปฏิบตั ติ ามนนั้
๒. หากอยากทาแตกตา่ งจากแผนฯ
๓. หรือ เป็นการโอนงบประมาณจากแผนฯ ที่ลงมือทาแล้วแตไ่ มบ่ รรลเุ ป้ าหมาย
๔. จะสามารถโอนงบประมาณได้ตอ่ เมื่อ ค.ร.ม. อนมุ ตั ใิ ห้ปรับแผนฯ ให้สอดคล้องก่อน
เหตุผลที่ ค.ร.ม. จะสามารถอนุมัตใิ ห้ปรับแผนฯ ได้
๑. งานตามแผนฯ เดมิ ไมบ่ รรลผุ ล
๒. การใช้งบประมาณตามแผนฯ เดมิ หมดความจาเป็น
๓. งานตามแผนฯ เดมิ ไมเ่ ป็ นประโยชน์หากปฏิบตั ติ อ่ ไป
๔. หากปฏิบตั งิ านตามแผนฯ เดมิ จะสนิ ้ เปลืองงบประมาณ
๕. มีความจาเป็น หรือ ไมอ่ าจหลีกเลี่ยงได้
17
เป้ า ๔ การลดข้ันตอนการปฏบิ ัตงิ าน
งานท่ีส่วนราชการมีภารกิจดงั ต่อไปน้ี
๑. บริการประชาชน
๒. ประสานงานกบั
สว่ นราชการด้วยกนั งานท่ีต้องประสานงานกับส่วนราชการด้วยกัน
ให้ดาเนินการ ดงั นี ้ ๑. ใช้ Platform Digital Center ทีส่ านกั งานพฒั นา
๑. แผนภมู ขิ นั้ ตอน
๒. ระยะเวลาการดาเนินการ รัฐบาลดิจิทลั (องค์การมหาชน) จดั ทาข้ึน
๓. รายละเอียดการดาเนินการ ๒. สานกั งานพฒั นารฐั บาลดิจิทลั จะตอ้ งจดั ทา
ข้อ ๑. – ๓. ให้ประกาศลงใน
Platform ใหเ้ สร็จภายใน ๙๐ วนั นบั แต่วนั ที่ พ.ร.บ. นีม้ ี
ผลบงั คบั ใช้ (นบั แต่วนั ที่ ๓๐ เม.ย. ๖๒)
๑. ที่ทาการของหน่วยงาน
๒. ระบบสารสนเทศของหนว่ ยงาน เม่ือ Platform เสร็จแล้ว
ให้หวั หน้าส่วนราชการนา Platform มาใช้กบั งาน
บริการประชาชน และงานที่ต้องประสานงานกบั
สว่ นราชการด้วยกนั ภายใน ๒ ปี นบั แตว่ นั ท่ี
Platform เสร็จ
***หากทาไม่ทนั ในกาหนด ใหร้ ายงาน ก.พ.ร.
18
เป้ า ๕ การปรับปรุงภารกจิ ของส่วนราชการ
ให้สว่ นราชการทบทวนภารกิจของตนวา่
๑. มีความจาเป็น หรือไม่ ?
๒. สมควรยกเลกิ หรือไม่ ?
๓. สมควรปรับปรุง หรือไม่ ?
๔. สมควรเปลี่ยนแปลง หรือไม่ ?
หลักในการพจิ ารณาทบทวน คือ จะต้องสอดคล้องกับ…
๑. แผนปฏิรูปประเทศ ๑. งบประมาณ
๒. แผนแมบ่ ท ๒. ความค้มุ คา่ ของภารกิจ
๓. แผนยทุ ธศาสตร์ชาติ ๓. สถานการณ์อ่ืนๆ
๔. แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ
๕. นโยบายที่ ค.ร.ม. แถลงตอ่ สภา ห้าม
๖. แผนอื่นๆ ท่ีเก่ียวข้อง
จดั ตงั้ สว่ นราชการทม่ี ภี ารกิจเดยี วกนั /
หากมีกรณีต่อไปนี้ สว่ นราชการ คล้ายกนั
๑. ยกเลกิ ทงั้ หมด/บางสว่ น
๒. โอน
๓. รวม
เว้นแต่
๑. มีเหตผุ ลหรือความจาเป็นตอ่ ความมน่ั คง
หรือเศรษฐกิจ
๒. เพื่อผลประโยชน์สว่ นรวมของประชาชน
***ทงั้ กรณีท่ี ๑. และ ๒. ก.พ.ร. ต้องเห็นชอบ
ก่อนจึงตงั้ ส่วนราชการได้
19