ห นั ง สื อ เ ล่ ม นี้ เ ป็ น ส่ ว น ห นึ่ ง ข อ ง ร า ย วิ ช า ก า ร เ รี ย น รู้ ต า ม เ เ น ว
พระราชดาริเเละภูมิปัญญาไทย 1024305 โดยมีจุดประสงค์เพ่ือศึกา
ความรทู้ ่ไี ด้จากการขยายพนั ธุ์พนั ธุ์มะพรา้ วกะทิทับสะแก ซ่ึงหนังสือเล่มน้ี
มีเนื้อหาเก่ียวกับความเป็นมา ลักษณะ ข้ันตอน สภาพพ้ืนที่ การปลูก
และการดูแล การใส่ปุ๋ยและน้า การกาจัดวัชพืช การเก็บเก่ียวผลผลิต
ประโยชน์ รวมไปถงึ ช่องทางการสง่ั ซอ้ื และบทสมั ภาษณ์
ผู้จัดทาได้เลือกเรื่องนี้ในการจัดทา เน่ืองจากเป็นเรื่องที่
น่าสนใจ และต้องขอขอพระคุณอาจารย์เอื้อมพร โตภาณุรักษ์กุล และ
นางสาววรรณวิมล สนธิ ผู้ท่ีให้คาปรึกษาและความรู้ในการจัดทาจน
ประสบผลสาเร็จ ผู้จัดทาหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยน์แก่ผู้ที่สนใจ
เกีย่ วกบั การขยายพันธ์ุพันธ์มุ ะพรา้ วกะททิ ับสะแกตอ่ ไป
ผจู้ ัดทา
นางสาวเบญจมาศ ทองเงิน
เรอื่ ง หนา้
คานา 4
สารบญั 5
6
ความเป็นมาของมะพร้าวกะทิ 7
ลกั ษณะเนือ้ มะพร้าวกะทิ 8
ข้นั ตอนการเพาะพนั ธมุ์ ะพรา้ วกะทิ 9
สภาพพ้นื ทเ่ี พาะปลกู มะพร้าวกะทิ 10
การปลูกและบารุงดแู ลตน้ มะพร้าว 11
การใสป่ ุ๋ยและนา้ ตน้ มะพร้าว 12
การกาจดั วัชพชื ต้นมะพรา้ ว 13
การเก็บเก่ยี วผลผลติ มะพร้าว 14
ประโยชนข์ องมะพรา้ วกะทิ 15
ราคาตน้ มะพรา้ วกะทแิ ละผลผลิต 18
ช่องทางการส่งั ซอื้
บทสัมภาษณ์
อา้ งองิ
มะพร้าวกะทิ เกิดจากการกลายพันธุ์ของมะพร้าวธรรมดาทั่วไป
มะพร้าวมีเน้ือในผลหนา 2-3 ซม. อ่อนนิ่ม เนื้อฟูคล้ายผิวมะกรูด น้าใน
ผลมนี ้อย ลักษณะขน้ เหนยี ว รสชาติเน้ือนน้ั หวานมัน หอมมาก หาทาน
ยาก จะพบในทะลายมะพร้าวพันธ์ุปกติบางต้นเท่านั้น เช่นใน 10
ผล จะพบมะพรา้ วกะทิ 1 หรือ 2 ผล
ลกั ษณะของมะพร้าวกะทิ ถ่ายทอดทางพันธุกรรมไปยังรุ่นลูก ต้น
มะพร้าวกะทิท่ีพบในสวนมะพร้าวท่ัวไป จะเป็นต้นมะพร้าวลูกผสมกะทิ
เน่ืองจากเกษตรกรนาผลมะพร้าวธรรมดาจากต้น มะพร้าวกะทิลูกผสมไป
เพาะขยายพันธ์ุ
ตน้ มะพรา้ วลกู ผสมกะทิในธรรมชาติ ส่วนใหญ่เป็นพันธ์ุมะพร้าวประเภทต้น
สูง และปลูกกระจัดกระจาย จึงพบผลมะพร้าวกะทิในบางทลาย จนมีคา
กล่าวว่า “ จะพบมะพร้าวผลที่เป็นกะทิในทลายที่อยู่ทาง ทิศตะวันออก ”
ความเป็นจริงถ้าปลูกมะพร้าวกะทิเป็นแปลงหรือเป็นกลุ่มอย่างน้อย 5 ต้น
ขน้ึ ไป กจ็ ะพบมะพรา้ วกะทเิ กิดข้ึนทุกทลาย
มะพร้าวกะทิน้ันถือว่าเป็นพืชชนิดหนึ่งท่ีแตกแยกออกมาจาก
มะพร้าวน้าหอมท่ีสามารถนามาดื่มได้ แต่มะพร้าวกะทินั้นนอกจากจะใช้ใน
การประกอบอาหารแลว้ ยงั สามารถนามาสกดั เป็นน้ามะพร้าวบริสุทธ์ิใช้ใน
การดูแลผิวพรรณได้เป็นอย่างดีด้วย ถือว่าเป็นพืชท่ีน่าสนใจเป็นอย่างมาก
อีกท้ังวธิ กี ารปลูกนน้ั กส็ ามารถทาได้ง่าย และดูแลไดไ้ มย่ ากดว้ ย
1. นามะพร้าวทีเ่ พาะไว้ ท่มี หี น่อเหนือเปลือกขน้ึ มาราว 30 เซนตเิ มตร
2. ใช้มีดตดั สว่ นปลายตรงข้ามกับหนอ่ ให้กะลาขาดจนเห็นเนอื้ สีขาว
และจาวสีเหลืองภายในกะลามะพร้าว
3. ควา้ นเอาจาวที่อยู่กลางกะลาออก เอาดนิ เหนยี วอดั ลงไปในกะลาแทน
จาวจนเตม็ และแน่น สามารถนาไปปลกู ได้
สาหรับการเร่ิมปลูกมะพร้าวกะทิน้ัน ส่วนใหญ่แล้วจะต้อง
คัดเลือกพันธ์ุท่ีจะนามาปลูกก่อน รวมไปถึงทาเลที่เหมาะสมในการปลูก
เพราะว่ามะพร้าวกะทิน้ันถึงแม้ว่าจะเป็นพืชท่ีสามารถเติบโตได้เป็นอย่างดี
ในสภาพอากาศต่างๆ แต่การเลือกทาเลท่ีเหมาะสมน้ันก็จะช่วยทาให้
มะพร้าวกะทนิ นั้ สามารถใหผ้ ลผลติ ได้ดีและมคี ุณภาพมากข้นึ ตามไปด้วย
ส่ิงแรกในการปลูกมะพร้าวกะทิ คือ ทาเล เพราะเป็นปัจจัยท่ี
สาคัญ ต่อมาก็คือสภาพดิน การปลูกมะพร้าวกะทินั้น ควรเป็นดินร่วน
หรือดนิ รว่ นปนดินทราย ดนิ จะต้องอุม้ นา้ ไดด้ ี หนา้ ดินต้องมีความลึกไม่
น้อยกว่า 1 เมตร ระยะห่างของต้น 7-8 เมตร การเตรียมดินนั้น
ขนาดของหลุมท่ีขุดประมาณ 50x50x50 เซนติเมตร จากนั้นก็ใช้กาบ
มะพร้าวเป็นตัวรองก้นหลุมไว้ โดยวางกาบมะพร้าวให้ด้านที่เส้นใยนั้น
หงายข้ึน วางซ้อนกันประมาณ 2-3 ช้ัน เพื่อจะช่วยเก็บรักษาความชื้น
ในดนิ ได้ดี เมื่อทาการขุดหลุมและรองก้นหลุมเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ทาการ
ใสด่ ินที่มกี ารผสมปุย๋ คอกหรอื ปุ๋ยหมกั รองก้นหลุมซ้าอีกครั้ง และค่อยเอา
ดนิ ใส่ลงในหลุมใหเ้ ต็ม ทิ้งไวจ้ นถงึ ฤดูปลูกต่อไป
การเริ่มต้นในการปลูกมะพร้าวทุกชนิดเลยนั้นส่วนใหญ่แล้วควร
จะเร่มิ ปลูกในช่วงฤดฝู นจะเป็นช่วงท่ีเหมาะสมมากที่สุด โดยปกติแล้วก็จะ
เริ่มจากการขุดหลุมเล็กๆ ขนาดทาการผลมะพร้าว หรือขนาดประมาณ
50×50 จากน้ันก็ทาการคัดเลือกพันธ์ุท่ีจะนามาปลูก โดยมาทาการตัด
รากท่ีหักช้าออก และใช้ปูนขาวหรือยากันเชื้อราทาบริเวณรอยแผลที่ทา
การตัด ก่อนจะนาไปวางลงในหลุม โดยการวางควรวางให้หน่อต้ังตรง
และหันหน่อไปในทศิ ทางเดยี วกันท้งั หมดดว้ ย
หลังจากที่เราเร่ิมเตรียมการแล้วเรียบร้อย จากนั้นก็มาถึงการ
กลบดินลงในหลุม โดยให้กลบดินอย่างน้อย 2 ใน 3 ของผล หรือ
อาจจะกลบใหม้ ิดผลพอดกี ็ได้ แตต่ อ้ งระวังอยา่ ให้ดนิ น้ันทับโคนหนอ่ เป็น
อนั ขาด เพราะวา่ จะทาให้หนอ่ น้ันถูกรัดและจะทาใหต้ น้ โตได้ช้าอกี ดว้ ย
เมื่อเริ่มนาลงดินเรียบร้อยแล้ว ต่อมาก็ให้หาไม้ท่ีสามารถปักลง
ดินได้และมีความแข็งแรงเพื่อเป็นหลักในการช่วยยึดของต้นมะพร้าวให้
แน่น เพราะว่าการใช้ไม้มาปกั ชว่ ยน้ันก็เพ่ือเปน็ การปอ้ งกนั ลมและการโยก
จากลมท่ีพัดแรง ในระยะแรกนั้นควรจะทาให้ร่มก่อน เพ่ือท่ีจะลดอัตรา
การตายของต้นมะพรา้ ว เนอื่ งจากถูกแสงแดดจดั เกินไปด้วยนัน่ เอง
แม้ว่ามะพร้าวน้ันจะเป็นผลไม้หรือพืชท่ีสามารถปลูกได้กับดิน
แทบทุกชนิด แต่ปริมาณธาตุอาหารในดินนั้น ก็มีความแตกต่างกัน
ออกไปตามสภาพของดิน และความสมบูรณ์ ความเป็นกรด-ด่างที่
แตกต่างกัน จึงจาเป็นท่ีจะต้องใส่ปุ๋ยเพิ่มเพ่ือเป็นการเข้าไปช่วยในการ
ปรับสภาพดินและเพ่ิมธาตุอาหารในดิน ส่วนใหญ่แล้วอาจจะใส่ปุ๋ยหมัก
หรือปุ๋ยคอกในปริมาณท่ีเหมาะสม หรือจะเป็นการช่วยกระตุ้นเพ่ิม
ผลผลติ
ซงึ่ การใส่ปยุ๋ สาหรับต้นมะพรา้ วนัน้ ส่วนใหญ่แลว้ จะใสป่ ุ๋ยในช่วง
ต้นและปลายฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่มีความช้ืนเพียงพอ และจะช่วยให้ปุ๋ย
ละลายตวั ได้ดดี ้วย อีกทั้งยังเป็นช่วงที่รากของมะพร้าวกาลังเจริญเติบโต
จะช่วยให้สามารถดูดซึมปุ๋ยได้ดีด้วย การหว่านปุ๋ยนั้นควรจะหว่านใน
รัศมี 2 เมตร โดยรอบต้นมะพร้าวหรือโคนต้น หลังจากหว่านแล้วก็
พรวนดินตน้ื ๆ ประมาณ 10-15 เซนติเมตร เพือ่ ให้ป๋ยุ ได้คลุกเคล้ากับ
ดิน และป้องกนั การชะลา้ งดว้ ย
การให้ปุ๋ยนั้นส่วนใหญ่แล้วอาจจะมีการแบ่งให้ปุ๋ยทุกๆ 6
เดือนก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้อาจจะใช้ปุ๋ยมูลสัตว์ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก
ก็ได้เช่นกัน เพราะว่าประเทศไทยน้ันเป็นประเทศเขตร้อน ถ้าเป็น
อินทรียวัตถุนั้นจะช่วยย่อยสลายได้เร็วทาให้ต้นมะพร้าวนั้นสามารถดูด
ซึมธาตุอาหารไปได้เร็วขึ้น อีกท้ังยังช่วยในเรื่องของการปรับสภาพดิน
และนา้ ใหม้ ีความสมบรู ณ์เพมิ่ ขึ้นด้วย ทาใหด้ ินนน้ั สามารถระบายน้าได้ดี
ระบายอากาศได้ดีข้ึน รากของมะพร้าวก็สามารถชอนไชไปได้กว้างข้ึน
ถือวา่ เปน็ อกี หนง่ึ วิธกี ารใช้ปยุ๋ ทน่ี า่ สนใจนอกจากปุ๋ยเคมีนั่นเอง
สาหรับการกาจัดวัชพืชในมะพร้าวกะทิและมะพร้าวท่ัวไปนั้นไม่ยากเลย
อาจจะใช้แรงงานคนช่วยกาจัดได้ คือ สามารถถากหญ้าหรือวัชพืชออก
ด้วยจอบ หรือดายด้วยมีด ถ้าวัชพืชมีปริมาณไม่เยอะจนเกินไป หรือ
อาจจะใช้เครื่องทุ่นแรงในการช่วยกาจัดวัชพืชก็ได้ อาจจะเป็นรถไถหญ้า
เคร่อื งตดั หญา้ ขนาดเล็ก
นอกจากน้ีอาจจะใช้วิธีการกาจัดด้วยการปลูกพืชคลุมดินรอบๆ
บริเวณต้นมะพร้าวไปเลยก็ได้ โดยพืชที่เหมาะกับการปลูกคลุมดินเพ่ือช่วย
ในการกาจัดวัชพืชน้ันส่วนใหญ่แล้วจะเป็นพืชตระกูลถ่ัว โดยปลูกให้ห่าง
จากโคนต้นประมาณรัศมีไม่เกิน 1 วา เพื่อเป็นการกาจัดวัชพืชในดิน
ไมใ่ หเ้ ติบโตขึ้นมาแย่งอาหารจากตน้ มะพร้าวทปี่ ลูกได้ อาจจะใช้สารเคมีใน
การกาจดั วชั พืชได้เช่นกัน แต่วิธีน้ีแนะนาว่าไม่ควรจะใช้บ่อย เพราะว่าจะมี
ผลกระทบกับผลผลิตท่ีจะได้ และทาให้ดินน้ันมีความเสี่ยงท่ีจะมีสารเคมี
สะสมดว้ ย
มะพร้าวแต่ละชนิดน้ันต่างก็มีวิธีการเก็บและระยะเวลาในการเก็บ
ท่แี ตกตา่ งกนั ออกไป ซ่ึงถ้าเป็นมะพรา้ วแกงหรอื มะพร้าวกะทิน้ันส่วนใหญ่
แลว้ จะเรมิ่ เก็บผลไดเ้ มอ่ื อายปุ ระมาณ 5-6 ปีขึ้นไป โดยเกษตรกรจะนิยม
เกบ็ มะพร้าวกัน ทุกๆ 30-60 วัน แต่ก็ข้ึนอยู่กับพื้นที่ท่ีทาการปลูกด้วย
เพราะไม่ใช่ว่าจะเกี่ยวกับเวลาเพียงอย่างเดียว การพิจารณาความอ่อน
ความแก่ ของมะพร้าว ก็ถือว่าเป็นเร่ืองท่ีมีความสาคัญเช่นกัน เพราะจะ
สามารถแยกแยะได้วา่ จะนาไปใชป้ ระโยชนใ์ นด้านใดด้วย
สาหรับความอ่อน และความแก่ ของมะพร้าว ส่วนใหญ่แล้วเรา
จะดูที่สีของเปลือกและปลายขอบหมวก ถ้าเป็นขอบท่ีมีสีขาวกว้างมาก
แสดงว่ายังอ่อนมาก เนื้อมะพร้าวจะนิ่มอ่อนและน้าเป็นวุ้น ถ้าขอบสีขาว
แคบแสดงว่ามะพร้าวนนั้ แก่ปานกลาง เนื้อข้างในจะกรุบๆ แต่ถา้ ขอบเป็น
สีเขยี วเขม้ ทง้ั หมดแสดงวา่ ผลข้างในนั้นจะเปน็ เนือ้ แข็ง
ความแห้งของข้ัวผลหรือหางหนู ถ้าแห้งหรือไหม้จากส่วนปลาย
เข้ามาน้อยกว่า 1 ใน 4 ของความยาวห่าง แสดงว่าอ่อนมาก เนื้อข้าง
ในจะเหลวเป็นวุ้น ถ้าแห้งคร่ึงหนึ่งของความยาวแสดงว่าแก่ปานกลาง
แตถ่ า้ แห้งทั้งหมดแสดงว่าแก่มาก เนอ้ื ข้างในจะแข็งทงั้ หมด สาหรับผลแก่
นั้นน้าข้างในผลจะน้อย และเหมาะกับการเก็บเก่ียวนามาทาเป็นมะพร้าว
แกงหรือกะทิ เวลาเขย่าจะไดเ้ สยี งน้าคลอน
ช่วยทาให้สุขภาพหัวใจดีขึ้น สาหรับไขมันในมะพร้าวนั้นจะมี
ปริมาณของกรดลอริกอยู่เป็นจานวนมาก ซึ่งเก่ียวข้องกับระดับ
คอเลสเตอรอลที่ดีข้ึน และพบว่าแร่ธาตุในกะทิ ไม่ว่าจะเป็นธาตุเหล็ก
แมกนีเซียม ยังช่วยส่งเสริมในเรื่องของการไหลเวียนโลหิตได้ดี ช่วยลด
ความดันโลหิตด้วย ทาให้หลอดเลือดนั้นสามารถยืดหยุ่นได้ดี และยัง
ป้องกันหลอดเลอื ดแดงแขง็ ตวั ด้วย
ชว่ ยปรบั ปรุงภมู ิคุ้มกันใหด้ ขี ึน้ นอกจากจะชว่ ยให้หลอดเลือดแดง
แขง็ แรงขน้ึ แลว้ ยงั ช่วยเรื่องของการสรา้ งสาร
ตา้ นไวรัสและแบคทเี รียไดเ้ ปน็ อย่างดีดว้ ย ซง่ึ กะทิน้ันก็ถือวา่ เป็นตัวชว่ ยใน
การป้องกันเช้อื ไวรัสและแบคทีเรียบางชนดิ ไดด้ ีนน่ั เอง
บารุงผมและผิวหนังให้มีสุขภาพดีข้ึน มะพร้าวน้ันข้ึนชื่อในเร่ือง
ของการปรับปรงุ และบารุงเส้นผมใหม้ ีความแข็งแรงมากข้ึน ซ่ึงอุดมไปด้วย
วิตามินและแร่ธาตุท่ีมีประโยชน์ต่อผิวพรรณและเส้นผมได้เป็นอย่างดี
อีกทั้งยงั มีสารทชี่ ว่ ยต้านเช้ือแบคทีเรียและการต้านอาการอักเสบได้ดว้ ย
ต้นมะพร้าวกะทิ
ราคา ต้นละ 120 บาท ข้ึนไป
ลกู มะพร้าวกะทิ
ราคา ลกู ละ 100 บาท ขึ้นไป
Benz Benjamat
0930201583
บทสมั ภาษณ์
นางสาววรรณวมิ ล สนธิ
เจ้าของสวนมะพรา้ ว ในอาเภอทับสะแก จงั หวัดประจวบคีรีขนั ธ์
มะพร้าวกะทิ เป็นมะพร้าวท่ีผลมีเนื้อหนาฟู อ่อนน่ิม รสหวานมัน
อร่อย โดยท่ัวไปจะพบมะพร้าวกะทิเกิดร่วมกับมะพร้าวผลปกติในต้นมะพร้าว
ธรรมดาบางต้นเท่าน้ัน จึงทาให้มะพร้าวกะทิมีราคาแพง สาหรับการเร่ิมต้น
ปลูกมะพร้าวกะทิน้ันส่วนใหญแ่ ล้วจะตอ้ งคัดเลือกพันธ์ทุ ี่จะนามาปลูกก่อน รวม
ไปถึงทาเลท่ีเหมาะสมในการปลูก แม้ว่ามะพร้าวนั้นจะเป็นผลไม้หรือพืชที่
สามารถปลูกได้กับดินแทบทุกชนิด แต่ปริมาณธาตุอาหารในดินนั้น ก็มีความ
แตกตา่ งกนั ออกไปตามสภาพของดิน และความสมบูรณ์ จึงจาเป็นที่จะต้องใส่
ปุ๋ยเพิ่มเพื่อเป็นการเข้าไปช่วยในการปรับสภาพดินและเพ่ิมธาตุอาหารใน
ดนิ มะพร้าวแต่ละชนดิ น้ันตา่ งกม็ วี ธิ กี ารเก็บและระยะเวลาในการเกบ็ ทแ่ี ตกต่าง
กันออกไป ซึ่งจะเร่ิมเก็บผลได้เมื่ออายุประมาณ 5-6 ปีข้ึนไป โดยเกษตรกร
จะนิยมเก็บมะพร้าวกัน ทุกๆ 30-60 วัน แต่ก็ข้ึนอยู่กับพื้นท่ีที่ทาการปลูก
ด้วย เพราะไม่ใช่ว่าจะเก่ียวกับเวลาเพียงอย่างเดียว การพิจารณาความอ่อน
ความแก่ ของมะพร้าว ก็ถือว่าเป็นเร่ืองที่มีความสาคัญเช่นกัน เพราะจะ
สามารถแยกแยะไดว้ ่าจะนาไปใชป้ ระโยชนใ์ นด้านใดดว้ ย
ก า ร ป ลู ก ม ะ พ ร้ า ว ก ะ ทิ
น้ั น ไ ม่ ใ ช่ เ พี ย ง แ ต่ ใ ช้ ใ น ก า ร
ประกอบอาหารได้เพียงอย่างเดียว
แ ต่ ยั ง ส า ม า ร ถ แ ป ร รู ป เ ป็ น
ผลิตภัณฑ์ หรือสารสกัดท่ีช่วยทา
ให้ร่างกายนั้นมีความแข็งแรงมาก
ขึ้นด้วย อีกทั้งวิธีการปลูกก็
สามารถที่จะปลูกได้ง่าย ทาให้
หมดปัญหาในเรือ่ งของการปลูกไป
ไดม้ ากเลยทีเดยี ว ถือว่าเป็นพืชอีก
หนึ่งชนิดท่ีมีความน่าสนใจเป็น
อย่างมาก ถ้าเกษตรกรได้ลอง
ปลูกและพัฒนาสายพันธ์ุได้มากจะ
ยิ่งชว่ ยเพ่มิ ผลผลิตทีม่ อี ยไู่ ด้ดว้ ย
https://www.opsmoac.go.th/prachuapkhirikhan-local_wisdom-
preview-421091791847
https://www.sarakaset.com/2021/07/14/วิธกี ารปลกู มะพรา้ วกะทิ/
ขอขอบพระคุณอาจารย์เอื้อมพร โตภาณุรกั ษก์ ุล
(ผูเ้ ปน็ ท่ปี รึกษาในการศึกษาค้นคว้าภมู ิปัญญาและนวัตกรรมนี้
จนประสบความสาเร็จ)
ขออพระคณุ นางสาววรรณวมิ ล สนธิ เจา้ ของสวนมะพรา้ ว
(ผู้ให้ความรู้และทกั ษะในการขยายพนั ธมุ์ ะพร้าวกะทิ)