The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by punch.nathaya, 2021-09-16 11:48:28

App Forcused Work

App Forcused Work

โครงงานวิทยาการคาํ นวณ
เรอ่ื ง การสร้างแอพพิเคชั่น Forcused Work

เสนอ
คณุ ครูฐติ ภิ ัทร ทองมา

จัดทําโดย
1.นางสาวณฐยา เฑยี รสิงห์ เลขท่ี 2
2.นางสาวนงนภสั คงเสรีภาพ เลขท่ี 4
3.นางสาวศุภิสรา มหันพลามยั เลขท่ี 14
4.นางสาวกนกลดา กปญิ ชลานนท์ เลขท่ี 21

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 4.13
รายงานรหัสวชิ า ว30113
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2564
โรงเรยี นสตรวี ิทยา แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรงุ เทพมหานคร

บทคัดยอ่

ในปจั จุบันที่มกี ารจัดการเรยี นการสอนออนไลน์ บางครัง้ ในช่วงเวลาท่อี ่านหนงั สือต้องการต้งั เปา้ หมาย
ในการอ่านหนงั สือว่าตอ้ งการอา่ นก่ีชั่วโมงตามเป้าหมายและบางคนมักขีล้ ืมงา่ ย เช่น ลืมว่าวันน้ีมงี าน
อะไรบ้างเปน็ ต้น ดังนั้น ผูพ้ ฒั นาจงึ ได้คิดค้นแอพพิเคชน่ั น้ีชว่ ยในการบนั ทึกการรายการท่ีตอ้ งทาํ แต่ละวิชา
และมีฟังกช์ ่นั ชว่ ยจบั เวลาอา่ นหนงั สอื โดยจะแบ่งใหผ้ ู้ใช้งานเลือกหมวดหม่หู นังสอื ทอ่ี า่ นและบันทกึ สิง่ ที่
ต้องทํา ดังน้ี หมวดวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หมวดคณิตศาสตร์ หมวดสังคมศึกษาและประวัติศาสตร์
หมวดภาษา

โครงงานน้ีจดั ทําขนึ้ เพื่อชว่ ยในการบนั ทกึ รายการทต่ี ้องทําแตล่ ะวิชาและการจบั เวลาอา่ นหนงั สือแตล่ ะ
หมวดของตวั ผู้ใชง้ าน

ณฐยา เฑียรสิงห์

กติ ติกรรมประกาศ

โครงงานเรอื่ ง Forcused Work สาํ เรจ็ ลลุ ่วงไดด้ ้วยความกรุณาของอาจารย์ทีป่ รกึ ษา โครงงาน คณุ ครู
สุประพล ใยภกั ดี ครใู นกลุ่มสาระครทู ปี่ รกึ ษาโครงการและฝ่ายสนับสนนุ การสอน ท่ไี ดใ้ ห้คําปรกึ ษา
แนะนํา ชแ้ี นะในการศึกษาคนควา้ และแนะนําข้นั ตอนและวิธกี ารจดั ทําโครงงานจนสาํ เรจ็ ลุลว่ งดว้ ยดี
คณะผ้จู ัดทาํ จงึ ขอกราบขอบพระคณุ เปน็ อยา่ งสงู ไว้ ณ โอกาสนี้

ขอกราบขอบพระคณุ คณุ ครฐู ิติภัทร ทองมา ทีใ่ หค้ ําปรึกษาและแนะนําการจดั ทําโครงงานจนประสบ
ความสาํ เร็จ ท้ายสุดนผี้ ู้จดั ทาํ หวังเปน็ อย่างยิง่ วา่ โครงงานนี้จะเปน็ ประโยชน์ต่อการศึกษาขอผู้สนใจตอ่ ไป

คณะผ้จู ดั ทํา

คาํ นาํ

รายงานเลม่ นจ้ี ัดทาํ ขนึ้ เพ่ือเปน็ ส่วนหนึ่งของวิชา ว30113 ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 4 เพอื่ ให้ศึกษาหารู้
ความร้ใู นการทาํ แอพพเิ คช่ันท่ชี ่วยในการบนั ทกึ ส่งิ ท่ีตอ้ งทาํ แต่ละหมวดและชว่ ยจับเวลาการอา่ นหนงั สอื
แต่ละหมวดของตวั ผใู้ ช้งาน

ผู้จดั ทําหวงั รายงานเลม่ นจ้ี ะเป็นประโยชน์กบั ผู้อา่ น หรอื นักเรยี นทก่ี ําลงั หาขอ้ มลู เรือ่ งนีอ้ ยู่ หากมี
ข้อแนะนําหรอื ขอผดิ พลาดประการใด ผ้จู ัดทาํ ขอนอ้ มรับไวแ้ ละขออภยั มา ณ ทน่ี ้ดี ว้ ย

ณฐยา เฑยี รสงิ ห์

สารบัญ
เร่ือง หน้า

บทคัดย่อ………………………………………………………………………………………………………………………………….ก
กิตติกรรมประกาศ…………………………………………………………………………………………………………………….ข

คาํ นํา……………………………………………………………………………………………………………………………………….ค
สารบญั …………………………………………………………………………………………………………………………………….ง

สารบญั รูป………………………………………………………………………………………………………………………………..ฉ
บทที่ 1 บทนํา…………………………………………………………………………………………………………………..1

1.1 ความเปน็ มาของโครงงาน……………………………………………………………………………………….1
1.2 วัตถปุ ระสงค์………………………………………………………………………………………………………...1
1.3 ข้ันตอนการดาํ เนนิ งาน…………………………………………………………………………………………...1
1.4 ขอบเขตของการทาํ โครงงาน……………………………………………………………………………………2
1.5 ผลทค่ี าดว่าจะได้รับ…………………………………………………………………………………………….....2
บทที่ 2 เอกสารและโครงงานทีเ่ ก่ยี วข้อง…………………………………………………………………………………….3
2.1 ทฤษฏีทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั การทาํ แอพพิเคช่นั ………………………………………………………………….3

2.2 โปรแกรมทใ่ี ช้ในการทาํ งาน…………………………………………………………………………………...6
บทที่ 3 วธิ กี ารจดั ทําโครงงาน……………………………………………………………………………………………………7

บทที่ 4 ผลการดําเนนิ งาน………………………………………………………………………………………………………..11

สารบัญ(ตอ่ )
เรื่อง หนา้

บทที่ 5 อภิปรายผลประโยชน์ทไี่ ด้รบั จากโครงงานและข้อเสนอแนะ……………………………………………….12
ภาคผนวก………………………………………………………………………………………………………………………………..13
ประวตั ิผูจ้ ัดทาํ …………………………………………………………………………………………………………………………..16
บรรณนานกุ รม………………………………………………………………………………………………………………………….17

สารบัญรปู ภาพ
เรื่อง หนา้

แอพพิเคชัน่ …………………………………………………………………………………………………………………………..7-10

บทท่ี 1

บทนาํ

แนวคิด และความสาํ คญั

ในปจั จุบันที่มกี ารจดั การเรียนการสอนออนไลน์ บางครงั้ ในชว่ งเวลาทม่ี ักลืมวา่ มงี านอะไรท่ีตอ้ ง
ทํา และในการอา่ นหนงั สือว่าตอ้ งการอา่ นกี่ชวั่ โมงตามเปา้ หมาย ผ้พู ัฒนาจงึ ได้คดิ ค้นแอพพเิ คช่ันนช้ี ว่ ยใน
การบนั ทึกวา่ มีงานอะไรทตี่ ้องทําแตล่ ะวชิ า และตวั จับเวลาในการอา่ นหนังสอื มีการแบง่ หมวดหมหู่ นังสือ
ตามความสนใจผใู้ ช้งาน

วตั ถปุ ระสงค์

1. เพื่อชว่ ยจับเวลาการอ่านหนังสือตามเป้าหมายผู้ใชง้ าน
2. เพือ่ สรา้ งแอพพเิ คชั่นช่วยสร้างนสิ ัยทดี่ ใี นการไมล่ มื ทําการบา้ นท่ตี อ้ งทําแตล่ ะวิชา
3. เพื่อช่วยฝึกใหผ้ ูใ้ ชง้ านมสี มาธิกบั การอา่ นหนังสอื ตามเปา้ หมาย

ข้นั ตอนการดําเนินงาน

1. คิดหัวขอ้ โครงงานท่สี นใจกับสมาชกิ ภายในกลุ่ม
2. รวบรวมข้อมูลทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกบั โครงงาน
3. ตรวจสอบขอ้ มูล
4. นําขอ้ มลู ทไ่ี ดร้ วมเปน็ รปู เล่ม
5. จดั ทาํ เปน็ e-book

แผนการปฎิบัติงาน

ขอบเขตของโครงงาน

นกั เรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4.13 และคณุ ครูทป่ี รกึ ษาโครงงาน Forcused Work

ผลท่ีคาดวา่ จะไดร้ ับ

1. ได้แอพพิเคช่นั ในการบนั ทกึ การงานทที่ ําและจบั เวลาอา่ นหนงั สือ
2. ได้รบั ความรเู้ กีย่ วกบั เรอ่ื ง การสรา้ งแอพพเิ คช่ันและการพัฒนาแอพพเิ คชน่ั
3. ไดร้ บั ความรเู้ กย่ี วกับเร่อื งทนี่ าํ มาเป็นเนอื้ หาในการทําโครงงาน คอื การเขียน Python

มาประยุกตใ์ ช้นการทาํ แอพพิเคชั่น
4. ได้รู้จักการทํางานเปน็ ทมี การออกแบบการทํางานรว่ มกนั

บทท่ี2

เอกสารท่เี ก่ียวข้อง

โครงงานวทิ ยาการคาํ นวณ เร่อื ง พฤติกรรมการอา่ นหนังสอื ของคนไทย จัดทาํ ขนึ้ เพือ่

สาํ รวจพฤติกรรมการอ่านหนงั สือของคนไทย ประกอบวิชาโครงงานคอมพิวเตอร์ โดยเนือ้ หาเกย่ี วกับ
พฤตกิ รรมการอา่ นหนังสือของคนไทยและความจาํ ของคนเราท่ีเก่ยี วขอ้ งดังนี้

1.1พฤติกรรมการอา่ นหนังสอื พฤตกิ รรม “การอ่าน” โดยทวั่ ๆไปของคนไทย รวมถงึ ตาํ ราเรียน
หนงั สือพมิ พ์ นติ ยสารรและส่อื อิเล็กทรอนกิ สอ์ ่นื อย่างเว็บไซต์ พบวา่ สว่ นใหญร่ อ้ ยละ88.0 ระบวุ ่าอา่ น
อย่างไรกด็ ี สดั สว่ นร้อยละ12.0 หรอื 1ใน10 ระบวุ ่าไม่อา่ นเลยถือเปน็ ตวั เลขคอ่ นขา้ งสูง พวกเขาระบวุ ่า
สาเหตหุ ลักคอื ไมม่ ีเวลาอ่าน(63.0%) สายตาไมด่ ี(29.5%)และไม่ชอบอ่านหนังสอื (25.7%) กลุ่มทอ่ี า่ นเป็น
ประจํามเี พียงรอ้ ยละ40.2% ของประชากร ขณะท่กี ลุม่ อ่านอยบู่ ้างรอ้ ยละ20.1%แต่ประชากรสดั สว่ นสูง
ถงึ รอ้ ยละ39.7% ทีไ่ ม่อ่านเลย ผลสาํ รวจระยะเวลาในการอ่านหนังสอื เฉล่ียต่อวัน ระยะเวลาของคนไทย
(อายุ15-69ป)ี ใชใ้ นการอา่ นหนงั สืออยู่ทีเ่ ฉลีย่ ประมาณ 28 นาทีตอ่ วนั ผอู้ ่านหนะงสอื ทม่ี อี ายตุ ง้ั แต่6ปขี ้ึน
ไป ใชเ้ วลาอ่านหนังสอื เฉลี่ย37 นาทีต่อวัน สดั ส่วนของคนอ่านหนังสอื ตอ่ ประชากรทง้ั หมดอยู่ทีร่ ้อยละ
60.3หรือ2ใน5ของประชากรอายรุ ะหวา่ ง16-69ปที ไี่ ม่อ่านหนังสือเลย โดยคนท่อี า่ นหนังสือมากสุดคือคน
อายนุ อ้ ยกว่า20ปี เฉล่ยี วันละ49นาทตี ่อวัน ท้ังน้ี ช่วงเวลาการอ่านหนังสอื ในวันจันทร์-ศกุ ร์ พบวา่ โดยมาก
อ่านเวลาวา่ งระหว่างวันและกอ่ นนอน คดิ เปน็ ร้อยละ58.5% สว่ น เสาร์-อาทิตย์ พบว่าอ่านกอ่ นนอนและ
ช่วงเย็น คดิ เป็นรอ้ ยละ43.3% สําหรับสถานทีอ่ ่านหนงั สือ ส่วนใหญ่อ่านที่บ้านคดิ เป็นร้อยละ83.7%
พฤติกรรมการอา่ นทสี่ ว่ นมากอา่ นในระยะเวลาท่ไี มย่ าวนกั เกิน 30 นาทีในชว่ งวนั กลุ่มเยาวชนและกลุม่
ผปู้ กครองมีพฤตกิ รรมการอ่านหนังสือมากที่สุดในช่วงสุดสัปดาห์(ศกุ ร-์ อาทติ ย)์ พบว่าวันเสาร์เปน็ วนั ท่ี
นยิ มอ่านมากท่ีสุด วนั อาทิตยเ์ ปน็ วันยอดนยิ มอนั ดับสองและวนั ศกุ รเ์ ป็นวันยอดนยิ มอันดบั สามช่วงเวลา
ในหนึง่ วนั ธรรมดาคือช่วงเวลาทว่ี า่ วจากกิจกรรมหรือภาระกิจแต่ละวนั พบว่าเวลาวา่ งช่วงเยน็ ขณะอยู่
บา้ น เปน็ ชว่ งทนี่ ิยมอ่านหนงั สือมากท่สี ุด เวลากอ่ นนอนเปน็ อันดับสองและชว่ งเวลาพักเทยี่ งเปน็ ชว่ งเวลา
ยอดนยิ มอะนดบั สาม ช่วงเวลาในหน่ึงวันหยดุ สปั ดาห์ นิยมอ่านหนงั สือมากทีส่ ุด2อนั ดับคอื ช่วงเวลาก่อร

เขา้ นอนและช่วงหลงั รบั ประทานอาหารแยน็ เปน็ ชว่ งที่นยิ มอ่านมากท่ีสดุ และชว่ งเวลาวา่ งรับประทาน
อาหารเย็นเปน็ ชว่ งเวลาที่ได้รบั ความนิยมอันดบั สอง ความเงียบสงบและบรรยากาศสบายๆ เปน็
องคป์ ระกอบสาํ คัญอยา่ งย่ิงต่อการอา่ นหนังสอื โดยพบว่ากลุ่มเยาวชนในห้องนอนของตนเอง ส่วนสถานที่
ทไี่ ดร้ ับความนยิ มเปน็ อันดับสอง มีความแตกตา่ งกนั กลมุ่ ผ้สู นในการอ่านมากใชแวลอ่านหนงั สือเฉล่ยี ตอ่
วันมากกว่ากลุ่มผสู้ นใจการอา่ นน้อย คือ เฉลี่ย 66.6 นาทตี อ่ วนั และเฉลี่ย 40.0 นาทีตามลําดบั สาํ หรับ
การใช้เวลาเฉลี่ยต่ิวันในการอ่านหนงั สอื กลมุ่ เยาวชนสนใจหนังสือมากใช้เวลาเฉลีย่ 66.6 นาที สนใจนอ้ ย
เฉลี่ย 40 นาทตี ่อวนั พบวา่ กลุ่มเยาวชนที่สนใจการอา่ นหนังสอื น้อยนม้ี พี ฤตกิ รรมการอา่ นหนังสอื แต่ละวัน
อยมู่ าก

1.2.ทัศนคตติ ่อการอา่ น การอา่ นชว่ ยพฒั นาสติปัญญาทาํ ให้ประสบความสาํ เร็จในการเรยี นแล่
วยพฒั นาบุคลกิ ภาพ การอา่ นมคี วามสําคัญสําหรบั การสอื่ สารในสังคม เป็รเครือ่ งมอื สําหรับการเรยี นรู้
อย่างตอ่ เนื่องจากเพื่อรับน้กู ารเปล่ยี นแปลงของสังคม เนือ่ งจากการอา่ นเป็นภาระท่นี ่าเบอื่ และลดความ
สนใจให้กับหลายคน จึงต้องใชค้ วามสามารถมากในการแปลความหมาย ทําให้บางคนขาดความมั่นใจ
ทศั นคตเิ ชงิ บวกต่อการอา่ นจะชว่ ยสนบั สนนุ แบลละก่อใหเ้ กดิ การอา่ นอย่างต่อเนอื่ งตลอดชวี ิต นกั อา่ นทด่ี ี
ค้องอ่านอยา่ งสม่ําเสมอและเขา้ ร่วมกจิ กรรมการอา่ นในสังคม ท้งั การสนทนากบั สมาชกิ ในครอบครัว การ
ใชห้ อ้ งสมุด ความสามารถในการอ่านจะส่งผลต่อทศั นคตเิ ชงิ บวกตอ่ การอ่าน ในชว่ งวะยเยาวน์ นักเรยี นที่
คิดว่าตัวเองไมเ่ กง่ จะใชเ้ วลาในการอ่านหนงั สอื ไม่มาก ซ่งึ จะสง่ ผลต่อการพัฒนาทักษะการอ่านและ
ทศั นคติตอ่ การอ่าน

1.3สาเหตทุ ี่ทําให้ชอบอ่านหนงั สอื ประสบการณท์ี่ดใี นวยั เยาว์ โดยเรมิ่ ตน้ จากสังคมครอบครัวและ
สังคมเพื่อนประสบการณกา์ รตอ่ ครใู นวัยเรยี นและสดุ ท้ายคือประสบการณ์ของ ตนเองทเ่ี กย่ี วข้องกับการ
อา่ นหนงั สือ ซง่ึ ประสบการณท์ ่ีดีในวัยเยาว์ ทเ่ี ปน็ สาเหตหุ ลักทีส่ าคญั ท่ที าใหเ้ กิดความชอบการ อา่ น
หนังสอื เมอ่ื เตบิ โตขึ้น ไดแ้ ก่ การทีค่ ณุ พอ่ /คุณแมอ่ ่านหนงั สือ หรือเลา่ นทิ านให้ฟังตอนเด็กๆ

คุณพอ่ /คุณแมร่ ่วมทากจิ กรรมการอ่านหนังสือกบั ลูกตอนเด็กๆ คณุ พอ่ /คุณแมซ้ือหนังสอื ทีม่ รี ูปเล่มและมี
สสี รรสวยงามให้ในวัยเดก็ คณุ พอ่ /คุณแม่ และครอู าจารย์ ที่ีส่งเสริมใหอ้ ่านหนังสอื อย่างจริงจัง โดยไมไ่ ด้
ใชว้ ิธีขม้ งวดหรือบงั คบั

พฤตกิ รรมในกลุม่ เพือ่ นมอี ิทธิพลอยา่ งยิ่งตอ่ พฤตกริ รมการอา่ นหนงั สอื ในกล่มุ เยาวชนระดับมธั ยมศกึ ษา
(แต่จะมีอิทธพิ ลนอ้ ยในกลมุ่ เยาวชนระดับประถมศกึ ษา และระดับอุดมศกึ ษา

2.1 ความทรงจํา กิลฟอร์ด กล่าววา่ ความจําย่อมเปน็ ความสามารถท่จี ะเก็บหยว่ ยความรไู้ ว้และ
สามารถระลึกไดห้ รอื นําหน่วยความรูน้ ั้นออกมาใช้ได้ในลกั ษณะเดียวกนั เทอร์สโตน กล่าววา่ สมรรถภาพ
สมองดา้ นความจาํ เปน็ สมรรถภาพดา้ นการระลึกไดแ้ ละจดจาํ เหตุการณ์หรือเรือ่ งราวตา่ งๆ ไดถ้ ูกต้อง
แม่นยาํ อดัมส์ กลา่ ววา่ ความจาํ เปน็ พฤติกรรมภายในซึ่งเกดิ ขึ้นภายในจติ ใจเชน่ เดียวกับความรสู้ กึ การ
รับรู้ ความชอบ

2.2 ทฤษฎีเกยี่ วกบั ความทรงจาํ ในทางจิตวิทยา ไดม้ รกล่าวถงึ ทฤษฎเี ก่ียวกบั การจําและการลืมไว้
หลายทฤษฎี แตท่ ่ีสําคญั สรปุ ได้ มี 3 ทฤษฎี 1.ทฤษฎีความจําสองกระบวนการ สร้างข้นึ โดย แอตคนิ สัน
และซิฟฟรนิ กลา่ วถงึ ความจําระยะสั้นเป็นความจาํ เปน็ ความจําชัว่ คราว สง่ิ ใดกต็ ามถ้าอยู่ในความจาํ
ระยะทันต้องได้รบั การทบทวนอยู่ตลอดไม่งัน้ จะสลายตัวไปอยา่ งรวดเร็ว 2.ทฤษฎกี ารสลายตวั กลา่ ววา่
การลืมเกิดชึ้นเพราะการละเลยในการทบทวนหรือไมน่ าํ สง่ิ ทจ่ี ะจําไวอ้ อกมาใช้เป็นประจาํ การละเลยจะ
ทําให้ความจําค่อยๆสลายไป

3.ทฤษฎกี ารรบกวน เปน็ ทฤษฎีเกี่ยวกับการลมื ท่ียอมรับกนั ในปัจจุบนั กล่าววา่ เวลาเพยี งอยา่ งเดียว
ไม่สามารถทาํ ใหเ้ กดิ การลมื ไดแ้ ต่ส่งิ ท่ีเกิดในชว่ งเวลาดังกล่าวจะเปน็ สิ่งคอยรบกวนเพยี งอย่างในการจํา
แบง่ เปน็ 2แบบคอื การตามรบกวน คือส่ิงเกา่ ๆที่ผ่านมาแล้วจําไดอ้ ยู่และการยัอนรบกวน หมายถงึ การพ
ยายาขําสง่ิ ใหมท่ ําใหล้ ืมสิง่ เก่าทจี่ าํ ได้มาก่อน เกิดข้ึนโดยความรใู้ หม่ไปรบกวนความร้เู ก่า

งานวิจยั ทเี่ กีย่ วขอ้ งกับแบบทดสอบความจาํ ในประเทศ

สมบรู ณ์ ชิตพงศ์ ไดศ้ ึกษาสมรรถภาพทางสมองท่ีส่งผลต่อความทรงจาํ กลมุ่ ตัวอยา่ งนกั เรยี นชัน้
มัธยมศึกษาปที ี่3 จํานวน 498 คน พบวา่ ความจาํ เปน็ ตวั พยากรณใ์ นการเขยี นเรยี งความท่ีดี

ก้เู กียรติ เอีย่ วเจริญ ได้ใชเบบทดสอบความจําเกี่ยวกับสญั ลกั ษณ์และภาพ เพ่ือใชใ้ นการศกึ ษาตัวพยากรณ์
ทสี่ ่งผลต่อผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนพลศึกษา พบวา่ ความสามารถในการจําเป็นตวั พยากรณ์ทด่ี ีอีกด้วย
จากงานวิจัยที่เทดสอบความจาํ ท่ีกลา่ วมาทัง้ หมด จะเหน็ วา่ ความจํากับผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นวิชาตา่ งๆ
แบบทดสอบ ความจําท่ใี ชภ้ าพเปน็ ส่ิงเรา้ จะจําได้ดกี วา่ คาํ หรือภาษาเป็นสง่ิ เร้า

โปรแกรมทใี ชใ้ นการทาํ โครงงาน
1.Microsoft Word

โครงงานเรอื่ งพฤตกิ รรมการอา่ นหนังสือของคนไทย
โครงงานคอมพิวเตอร์เร่อื งพฤตกิ รรมการอา่ นหนังสอื ของคนไทยจัดทําข้นึ เพอ่ื เปน็ การสํารวจพฤติ

กรรมการอ่านของคนไทย รวมทั้งรวบรวมข้อมูลจากงานวจิ ยั ต่างๆเพือ่ เป็นประโยชน์ต่อผทู้ ่ตี อ้ งการจะ
ศึกษาคน้ ควา้ หาขอ้ มลู พฤติกรรมการอ่านหนังสอื ของคนไทยดา้ นต่างๆ เช่น พฤติกรรมการอ่าน ทัศนคติ
ตอ่ การอา่ น

บทที่ 3
วธิ กี ารจดั ทาํ โครงงาน

โครงงานวทิ ยาการคํานวณ เรอ่ื ง แอพพลิเคชน่ั forcused work จดั ทาํ ข้นึ เพอ่ื เปน็ เครื่องมอื
ทช่ี ว่ ยเสรมิ สรา้ งนสิ ยั ทใี่ นการไม่ลมื ทําการบา้ นทีต่ ้องทาํ แตล่ ะวชิ า มเี ป้าหมายกับการอา่ นหนังสือ
ลดการตดิ โทรศัพท์ สรา้ งแรงจูงใจ และช่วยฝึกใหผ้ ูใ้ ช้งานมีสมาธกิ ับการอา่ นหนังสือตามเปา้ หมาย
โดยมเี น้อื หาท่ีเกย่ี วกบั การตงั้ เป้าหมายการอา่ นหนงั สือในแต่ละวิชาของแต่ละเดอื น การเก็บสถิติ
การอา่ นหนงั สือแต่ละครง้ั และแสดงผลแตล่ ะครั้ง

วเิ คราะห์และออกแบบโปรแกรม
โปรแกรม Forcused work
Forcused work คือ แอพพลเิ คชน่ั การตงั้ เปา้ หมายการอา่ นหนงั สอื ในแตล่ ะวนั และแสดงผลการ
อ่านหนังสอื ขณะตง้ั เปา้ หมาย พร้อมแสดงผลการอา่ นในแต่ละครัง้

วธิ กี ารใชก้ ารแอพพลิเคชน่ั
1.เลอื กหมวดหมูห่ นังสอื ท่ีต้องการจะอ่าน

2. ตงั้ ช่ือหนังสอื ทีต่ อ้ งการอา่ นหรือบันทึกสิง่ ท่ตี ้องการจะทํา
3.เม่ือทําเสรจ็ อล้วกดไปทีข่ อ้ ความท่ีตอ้ งการลบ กด Yes เพ่อื ลบ

4.เมอ่ื ตอ้ งการไปหน้าจับเวลากด Next Timer
5.เมอ่ื ตอ้ งการจับเวลา กด STSRT
6 . เมอ่ื ต้องการหยดุ กด STOP

6. หรือถา้ ต้องจับเวลาใหม่กด RESET
7. หรอื ถ้าต้องการบันทึกเวลาตอนอ่านแตล่ ะวชิ านั้น กดท่ี LAP เพ่อื บันทกึ ที่ตอ้ งการ

บทท่ี 4

ผลของการดาํ เนนิ งาน

โครงงานวิทยาการคํานวณ เรือ่ ง แอพพลิเคชัน่ Forcused work จดั ทาํ ขึ้นเพ่อื เปน็ เคร่ืองมอื ทช่ี ่วย
เสรมิ สรา้ งนสิ ัยทใี่ นการไมล่ มื ทําการบ้านทต่ี ้องทาํ แต่ละวชิ า มีเป้าหมายกบั การอา่ นหนงั สือ ลดการตดิ
โทรศพั ท์ สรา้ งแรงจงู ใจ และช่วยฝกึ ให้ผู้ใชง้ านมสี มาธกิ ับการอ่านหนงั สือตามเปา้ หมาย โดยมีเนอื้ หาที่
เกยี่ วกับการตง้ั เป้าหมายการอา่ นหนงั สอื ในแตล่ ะวิชาของแต่ละเดือน การเกบ็ สถิตกิ ารอา่ นหนังสือแตล่ ะ
ครัง้ และแสดงผลแตล่ ะคร้ัง

บทท่ี 5

อภิปรายผล ประโยชนท์ ไ่ี ดร้ บั จากโครงงาน และข้อเสนอแนะ

โครงงานวทิ ยาการคาํ นวณ เรอื่ ง Focused work จดั ทาํ ขน้ึ เพ่อื บนั ทกึ รายการที่ต้องทําและจับเวลาอ่าน
หนังสอื ในแตล่ ะหมวดหม่ทู ีไ่ ดแ้ ยกไว้ เพ่ือใหไ้ ม่ให้ลืมท่สี ่ิงตอ้ งทาํ และการจดจอ่ กับการอา่ นหนังสืออีกด้วย

อภปิ รายผล

จากการดาํ เนินงานโครงงานวิทยาหารคํานวณ เรอื่ ง Focused work ทาํ ให้ทราบว่า การอ่าน
หนังสือและการบันทกึ ส่งิ ทีต่ อ้ งมปี ระโยชน์ดังนี้ ทําให้ไม่ลมื สงิ่ ทตี่ ้องการจะตอ้ งทาํ และการจดจ่อการอ่าน
หนังสือมากขึ้น แอพพลเิ คช่นั Focused work จะชว่ ยใหค้ ุณสามารถอา่ นหนังสอื จดจ่อมากขน้ึ และยงั
ไม่ลืมส่ิงทตี่ อ้ งการจะทาํ ในบนั ทกึ แตล่ ะวชิ า

ประโยชนท์ ไ่ี ดร้ ับจากโครงงาน

จากการดําเนนิ งานโครงงานวทิ ยาการคํานวณ เรือ่ ง Focused work ทาํ ใหไ้ ดร้ บั ประโยชน์คือ
เป็นการใช้เวลาว่างใหม้ ีประโยชน์ ทาํ ให้มคี วามร้มู ากข้นึ ในการอ่านหนังสอื ลดการติดโทรศพั ท์มาก
จนเกนิ ไป และการจดบันทึกไมใ่ ห้ลมื ว่าต้องทาํ อะไรบ้างในแตล่ ะวชิ า

ขอ้ เสนอแนะในการพัฒนาโครงงานในอนาคต

จากการดาํ เนนิ งานโครงงานคอมพวิ เตอร์ เรื่อง Focused work ในคร้ังตอ่ ไปควรจะจัดหมวดหม่หู นงั สอื
ใหล้ ะเอยี ดมากยง่ิ ข้นึ และสบื คน้ ข้อมูลจากหนังสอื หรือสง่ิ พมิ พอ์ ่นื ๆเพิม่ เติม เพือ่ นให้ไดข้ ้อมูลทม่ี ีความ
หลากหลาย มคี วามน่าเช่อื ถอื และมคี วามถูกตอ้ งมากยิ่งข้ึน และพัฒนาตัวแอพพเิ คชน่ั ในส่วนที่บกพร่อง
ให้ดีข้ึน

ภาคผนวก

แบบประเมนิ แอพพเิ คช่นั Focused Work

รายการประเมนิ 5 4 3 21

ดา้ นความคอ้ งการของผู้ใช้งาน

1.1 แอพพเิ คช่ันมีความเร็วในการตอบสนอง
ตอ่ การใช้งานเปน็ อยา่ งดี

1.2 แอพพิเคช่นั สามารถแสดงผล ได้อยา่ ง
ถูกตอ้ งตามความเปน็ จรงิ

ด้านการทํางานตามฟังก์ชนั การทํางาน

1.3 การใช้คาํ สัง่ ต่างๆสว้ นของเมนมู คี วาม
สะดวก

1.4 ขอ้ มลู ทแี่ อพพิเคชัน่ จดั เตรยี มมคี วาม
เพยี งพตอ่ การใชง้ าน

ดา้ นความงา่ นต่อการใชง้ าน

1.5 กระบวนการจัดวารูปแบบโครงร่างหนา้ จอ
ไดเ้ หมาะสม

1.6 แอพพิเคชัน่ มีรูปแบบการนําเสนอทด่ี งี ่าย
ตอ่ การทาํ ความเขา้ ใจ

1.7 ความเหมาะสมในการวางตาํ แหนง่ ของ
ส่วนประกอบและเมนจู ่างๆของแอพพเิ คชน่ั

ขอ้ เสนอแนะตอ่ ผพู้ ฒั นา

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………..

ประวตั ผิ ู้จัดทํา
บรรณานุกรม

บรรณนานกุ รม

พฤติกรรมการอ่านหนงั สือของนิสิตปริญญาตรี มหาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ. [ออนไลน์].
เขา้ ใช้เม่ือ 7 กรกฎาคม 2564

สบื คน้ จาก shorturl.asia/MLZsA
โครงงานวิจัย ทัศนคติและพฤตกิ รรมการอา่ นของคนไทย. [ออนไลน์]. เขา้ ใช้เมอื่ 7 กรกฎาคม 2564

สืบคน้ จาก shorturl.asia/ynOH6
การศึกษาพฤตกิ รรมการอา่ นและซ้ือหนงั สอื ของคนไทย. [ออนไลน์]. เข้าใชเ้ มื่อ 7 กรกฎาคม 2564

สืบค้นจาก shorturl.asia/eGKU1
ทฤษฎเี กย่ี วกบั ความสามารถดา้ นความจาํ .[ออนไลน์]. เข้าใช้เมือ่ 7 กรกฎาคม 2564

สบื คน้ จาก shorturl.asia/9liW2
นิยามและทฤษฎีเกย่ี วความสามารถด้านความจาํ .[ออนไลน์] เข้าใชเ้ ม่ือ 7 กรกฎาคม 2564

สืบค้นจาก shorturl.asia/rClA5
งานวจิ ยั ทเี่ กีย่ วขอ้ งกับแบบทดสอบความจําในประเทศ.[ออนไลน์] เข้าใชเ้ ม่อื 11 กนั ยายน 2564

สืบคน้ จาก shorturl.asia/1bSRy


Click to View FlipBook Version