The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทความกบฏในชัยชนะกบฏเจ้าอนุวงศ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Aum Ruchu-on, 2022-11-29 02:06:02

บทความกบฏในชัยชนะกบฏเจ้าอนุวงศ์

บทความกบฏในชัยชนะกบฏเจ้าอนุวงศ์

Keywords: บทความ,กบฏ,ใน,ชัยชนะ,เจ้าอนุวงศ์,เจ้า

กบฏในชยั ชนะกบฏเจ,าอนวุ งศ3

สถาพร คำจัตรุ สั
รหสั นกั ศึกษา 655220015-6
สาขาวจิ ยั วัฒนธรรม ศิลปกรรมและการออกแบบ
คณะศิลปกรรมศาสตรA มหาวทิ ยาลยั ขอนแกCน

เมืองนครราชสีมาเมอื งหนIาดาC น ศูนยAราชการการปกครอง การทหาร และการคาI ทส่ี ำคญั ในอดตี จน
ถงึ ปจO จบุ ัน ในชCวงตIนกรงุ รัตนโกสินทรAเมืองนครราชสีมามคี วามสำคัญในฐานนะฐานกำลังสำคัญของ
ราชสำนกั สยามควบคมุ ดแู ลผลประโยชนทA างการเมอื งและเศรษฐกจิ ภายในภมู ิภาคอีสาน-ลาวและยงั เปนT
ฐานกำลังในการเปนT หนIาดCานปUองกนั จากเขมร ตามประวัตศิ าสตรAในปพV .ศ.2370ในสมัยรัชกาลท่ี 3
เจาI อนวุ งศผA Iคู รองเมืองเวียงจันทนกA Cอการกบฏ ยกกองทัพมาตเี มอื งนครราชสมี าและกวาดตอI นพลเมืองไปเปนT
เชลย คุณหญิงโม (ภรรยาปลัดเมือง นครราชสีมา(พระสรุ ิยเดชวิเศษ ฤทธิ์ทศทศิ วิชยั )) ผรIู ักษาเมืองแสรงI ทำ
กลัวเกรงและประจบเอาใจ ทหารลาว เมื่อถูกกวาดตIอนมาถงึ ทCงุ สัมฤทธ์ิใน เขตอำเภอพมิ าย กห็ ยดุ พกั กลาง
ทางพอไดโI อกาส คุณหญิงโม กจ็ ัดกองทัพโจมตีกองทัพเวียงจันทนA แตกพCายไป วีรกรรมทค่ี ณุ หญงิ โมไดI
ประกอบขึน้ น้ี รัชกาลท่ี 3 จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลาI ฯสถาปนาคณุ หญงิ โมมีฐานนั ดรศกั ดิเ์ ปนT "ทาI วสุรนาร"ี
หลังจากเสร็จศกึ สงครามทีท่ งCุ สัมฤทธิ์ ขณะยกทพั กลบั เมืองนครราชสมี าคณุ หญิงโมไดIแวะพกั บริเวณทาC ตะโก
และไดสI งั่ ใหทI หารทำแพเปTนรูปศาลาเสีย่ งทายลอยไปตามลำตะคอง พรอI มตงั้ จติ อธิฐานหากแพรูปศาลานีล้ อย
ไปตดิ อยูC ณ ทีแ่ หงC ใดจะสราI งวดั ไวIเปนT อนสุ รณA ซึง่ แพไดIลอยไปตดิ อยCูรมิ ฝงOh ขวาของลำตะคองซึ่งเปTนวดั ราI งจึง
ไดIสราI งพระอโุ บสถขึ้น เปนT วัดศาลาลอยในปจO จบุ ัน

วดั ศาลาลอย ตั้งอยูCติดกับลำตะคองซึง่ ไหลพาดผาC นตอนเหนอื ของตวั เมืองไปลงสCแู มนC ำ้ มูลอยCูดาI น
ทิศตะวนั ออกเฉียงเหนอื ของตวั เมอื ง จากอนุสาวรียAทาI วสุรนารีไปตามถนนชมุ พลซึ่งเปTนถนนรอบเมืองเสนI ที่
จะไปบุรีรมั ย.A มสี ถาปOตยกรรมที่โดดเดนC คอื อุโบสถหลงั ใหมทC เี่ ปนT สถาปตO ยกรรมสมัยใหมC เดมิ ทอี่ ุโบสถเกCาอยCู
ทางทิศเหนอื ของวัดเปนT โบสถมA หาอตุ มA โดยสรIางในคราวกับการสราI งวัดคือ พ.ศ. 2370 แตCเน่อื งดIวยภายในวัด
โดนน้ำทCวมบCอยครั้ง จงึ ไดIมีแนวคิดสราI งอโุ บสถใหมCอาจารยวA ิโรฒ ศรีสุโร จงึ ไดIรบั มอบหมายใหเI ปนT ผอIู อกแบบ
และ ใหIสมควร อินทรพาณิชยA เปTนวิศวกร โดยเจIาอาวาสในขณะนั้น มีความตIองการสรIาง อุโบสถใหเI ปนT อยาC ง
ที่ “จะวาC งามกง็ ามท่ีสุด จะวCาขเ้ี หรทC ส่ี ดุ เพราะมอี ยูหC ลงั เดยี ว” ดังนัน้ แนวความคดิ การออกแบบ อาจารยA
วโิ รฒตอI งการใหอI โุ บสถเปTนพื้นท่ีการบรรพชา-อปุ สมบทบรสิ ทุ ธ์ิ โดยธรรมเนยี มเดิมทใี ชI(เรือ) เปTนอโุ บสถและ
นำ้ เปTนวิสุทธิเขตสีมา จงึ นำเอาเรือสำเภามาเปนT แรงบนั ดาลใจ แตทC างอาจารยไA ดอI อกแบบอโุ บสถใหมI คี วามผดิ
แปลกจากไทยประเพณที มี่ ีแตเC ดมิ หรอื ตามลักษณะทว่ั ไปทส่ี ามารถพบเหน็ ไดI ทำใหIชCวงแรกไดIรับคำวิจารณA
ในทางลบคอC นขาI งมาก ลักษณะทางสถาปOตยกรรมเปTนอาคารยกพ้นื สูง แผนผงั เปTนรูปส่ีเหลย่ี มผนื ผIา มีบCอนำ้
ทางทิศตะวนั ออก ทศิ ตะวนั ออกเปTนมุขเปmดโลCง ดาI นทศิ ตะวันตกเปนT อาคารท่อี อกออกมาประดษิ ฐานพระ
ประธาน ช้นั หลงั คาเปนT 2 ระดบั ลกั ษณะลาดเอียงโดยทศิ ตะวันออกสงู กวCาทศิ ตะวันตก ทำใหหI ลงั คาดูโคงI และ
บานออกในตอนกลางโบสถA และมมี มุ จ่วั ทงั้ สองดาI นไมเC ทCากนั และมีองคAประกอบที่สือ่ ถึงสถาปตO ยกรรมไทยไดI

ชอC ฟUา ซง่ึ เปนT สง่ิ เดยี วทปี่ รากฏในอโุ บสถน้ี โดยทำออกมาวางแนวเดยี วกบั สันหลังคาชีไ้ ปดIานหนาI อาคารเปTน
คอนกรตี เสริมเหลก็ ระบบเสา-คาน โดยเสาและหลังคาหลCอเปนT ผนื เดยี วกัน ผนังกอC อฐิ ฉาบปนู ไมชC ดิ หลงั คามุข
ดาI นตะวนั ตกท่ีประดษิ ฐานพระประธาน เปTนชอC งแสงแนวตง้ั เอียงรับแสงเขIาอาคารเหนอื -ใตI ชอC งหนาI ตCางมีเทาI
แขนเลียนแบบคนั ทวย หนIาตาC งใชIกระจกตัดแสงกรอบอลมู ิเนยี ม สCวนฐานเปTนฐานบวั คว่ำบัวหงายไมมC ีหนIา
กระดานแตCซIอนดวI ยบัวคว่ำอกี ชัน้ อโุ บสถท้งั หลังมสี CวนประดับตกแตงC ดวI ยกระเบื้องดินเผาดาC นเกวยี น อุโบสถ
หลงั นี้เรม่ิ กCอสรIางข้นึ พ.ศ 2510 สราI งแลวI เสรจ็ พ.ศ. 2516

ภาพท&ี 1 อโุ บสถวดั ศาลาลอย
จากลักษณะทางสถาปOตยกรรมทงั้ หมดท่ีพบในอโุ บสถวัดศาลาลอย แสดงใหIเห็นถึงการนำเอารูปแบบ
สถาปตO ยกรรมสมัยใหมเC ขIามาใชIกบั อาคารทางพุทธศาสนาไดIอยCางลงตัว มีการลดรายละเอียดลายไทยที่มคี วาม
ซบั ซIอนละเอยี ดละออลง มีการใชวI สั ดแุ ละเทคโนโลยแี บบใหมคC ือคอนกรีตเสริมเหลก็ รวมถึงการใชวI สั ดุ
ทอI งถ่ิน และยังเปนT การออกแบบอโุ บสถท่ีมกี ารใชสI อยประโยชนAใหIไดIมากทีส่ ุด

ในชวC งทศวรรษ 2480 กอC นที่จะมีแนวคิดการสรIางอุโบสถหลงั ใหมขC องวดั ศาลาลอย พทุ ธศาสนาเปTน
เคร่อื งมอื สำคญั ในการสราI งจติ สำนึกในการสรIางชาตนิ ิยมของรัฐบาลจอมพล ป. พบิ ูลสงคราม ไดIกำหนดใหI
พทุ ธศาสนาเปนT หน่ึงในเจด็ วฒั นธรรมประการซง่ึ บคุ คลจักตIองปฏบิ ัติ งานออกแบบสถาปตO ยกรรมไทยทงั้ หมด
ซึ่งสวC นใหญCเปนT โครงการของรัฐ ไมมC งี านใดท่ีอาI งองิ รปู แบบสถาปตO ยกรรมพนื้ ถ่ินเลย โดยเฉพาะงานออกแบบ
สถาปOตยกรรมอันเนอื่ งในพทุ ธศาสนา นอกจากแสดงภาพของศิลปกรรมภาคกลางอยาC งชัดเจนแลIว รัฐยงั
สนับสนุนใหใI ชรI ปู แบบศิลปกรรมดงั กลาC วแทนทีร่ ูปแบบ ศลิ ปกรรมพื้นถนิ่ ทมี่ ีอยCเู ดมิ อกี ดIวย งานสถาปตO ยกรรม
ที่เปนT รปู แบบศิลปกรรมประจำชาตทิ ่ีรฐั พยายามสราI งข้ึนนอกจากเปTนรปู แบบสถาปตO ยกรรมไทยประเพณแี ลIว
ยังตอI งจำกดั ความเพิ่มเติมดIวยวาC คือ รูปแบบสถาปตO ยกรรมไทยแบบภาคกลางเทาC น้นั ทำใหIเกดิ แบบพระ
อโุ บสถมาตรฐาน ก ข ค (พ.ศ. 2483) เปนT โครงการออกแบบสถาปOตยกรรมของรฐั มจี ดุ ประสงคAในการสรIาง
แบบกCอสรIางพระอุโบสถ พระวิหารใหกI บั วัดท่ัวประเทศไทยท่มี ีมาตรฐานความปลอดภยั และรูปแบบ
สถาปOตยกรรมทร่ี ฐั เห็นวาC ถูกตอI งสวยงามตามแบบแผน สถาปตO ยกรรมไทยประเพณี โดยมีผูอI อกแบบคอื พระ
พรหมพิจติ รเปTนผรูI บั ผดิ ชอบในการออกแบบทง้ั 3 แบบ

ภาพท&ี 2 พระอุโบสถมาตรฐาน ก ข ค (พ.ศ. 2483)

นน่ั คืออุโบสถวัดศาลาลอยทก่ี อC สราI งหลังการประกาศใชรI ูปแบบมาตรฐานของรฐั ในขณะน้นั ซึ่งอาจารยAวิโรฒ
ศรสี ุโร ไมCไดIนำเอารปู แบบมาตรฐานมาใชIในการออกแบบอุโบสถวดั ศาลาลอย หากแตCออกแบบอโุ บสถใหIมี
ลกั ษณะเปนT เรือสำเภาตามแนวคดิ การออกแบบอุโบสถทส่ี ืบเนอื่ งจากโบราณ แตเC ปTนออกแบบใหมทC ค่ี ลาI ยวิธี
คดิ แบบทฤษฎรี อื้ สราI งของJacques Derrida ทวี่ าC ดวI ยการแยกหรือแบงC สCวนยอC ยออกเปTนแลวI มาสราI งเปTนสิง่
ใหมC ในอุโบสถหลงั น้คี ือการนำเอาลกั ษณะของเรอื สำเภามาผสมผสานกบั ลักษณะของอุโบสถท่ัวไป โดยการ
แบงC สวC นประกอบตCางๆ เชนC รปู ทรงของตัวอโุ บสถ ประตหู นIาตาC ง รูปทรงหลังคา และมาตีความใหมสC ราI งใน
รปู แบบใหมC สอดคลอI งรูปแบบทางศิลปะสมัยใหมC (MODERN ART) ทว่ี าC ดวI ยการสรIางสงั คมและโลกใหมCที่ดี
ขน้ึ ดIวยวิทยาศาสตรAและเทคโนโลยี ดวI ยวิธกี ารวิเคราะหแA ยกแยะ ตดั เฉอื นรปู ราC งรูปทรงท่ีมีรายละเอยี ด
ซบั ซIอนใหเI ปนT รปู ทรงเรียบงCาย ดัง่ สามารถเห็นไดจI ากอาทเิ ชนC กรอบประตูหนIาตาC งทห่ี ากเปนT อโุ บสถท่วั ไปอา
จะมีลวดลายปูนปˆOนหรืองานเขยี นที่วิจิตรสวยงาม แตทC อ่ี โุ บสถหลังนี้ จะพบเพยี งกรอบประตหู นาI ตCาง
รูปทรง5เหลี่ยมทรงจ่วั สขี าวไมCมลี วดลายวจิ ติ รสวยงามอนื่ ทเ่ี ปนT การร้ือรูปแบบประตูหนาI ตCางอโุ บสถแบบ
ท่ัวไป แลIวสราI งใหมดC IวยการลดทอนลวดลายตCางๆลงแลIวสราI งใหมCใหIมีรูปทรงคลาI ยเดิมและมีความเปTนศลิ ปะ
สมัยใหมC(Modern Art) เปนT ตนI

จากทก่ี ลาC วมาขIางตนI อโุ บสถวดั ศาลาลอยเปTนการออกแบบอโุ บสถในรปู แบบศลิ ปะสมยั ใหมCหรือ
Modern Art ท้งั การออกแบบรูปทรงของตัวอโุ ยสถรวมไปถึงขน้ั ตอนการกอC สราI งและการเลอื กใชวI สั ดุท่ี
แตกตาC งจากการสราI งอุโบสถโดยทว่ั ไปเปนT อยาC งมาก ท่ใี นชวC งเวลาน้ันภาครฐั ไดIสงC เสริมการเปนT รัฐชาติ ใหIมี
ความเปTนหน่งึ เดียวกันท้งั ชาติถือไดIวCาเปTนการกบฏทางศลิ ปะกรรมทีไ่ มทC ำตามแบบแผนอโุ บสถมาตรฐานที่ทาง
รฐั สCงเสริมแตCเปนT การสรIางขนึ้ เพ่ือตอบโจทยAของทางเจาI อาวาสในขณะนนั้ ทต่ี อI งการ อโุ บสถท่ี “จะวาC งามก็งาม
ทสี่ ุด จะวCาขี้เหรทC ส่ี ุด เพราะมอี ยูCหลังเดียว” และในตอนนนั้ เน่อื งดวI ยรปู แบบที่ผดิ แปลกไปจากรปู แบบเดมิ มาก
จงึ ไดรI บั คำวพิ ากษAวจิ ารณใA นทางลบคอC นขIางมาก แตCอยาC งไรก็ตามดIวยความทเ่ี ปTนอาคารทมี่ ีความโดดเดนC จาก
ววิ ฒั นาการความคิดที่เก่ียวกบั สถาปOตยกรรมในพระพทุ ธศาสนา จึงไดIรบั รางวลั จากสมาคมสถาปนิกสยามฯ ใน
ปV 2516 และอโุ บสถหลงั นท้ี ีม่ กี ารออกแบบดวI ยศลิ ปะสมยั ใหมCดวI ยแรงบันดาลใจจากเรือสำเภาผสมผสานกับ
รูปแบบการสรIางสถาปตO ยกรรมแบบอยุธยาที่สงั เกตไดIจากการทำฐานแบบแอCนโคงI เพอื่ นัยยะทางศาสนาวCา
เปนT เรือสำเภาแลวI จากการสังเกตการผสมผสานการสราI งสถาปตO ยกรรมแบบศลิ ปะลาวไปดIวย จากฐานของตัว
อุโบสถท่มี ลี ักษณะบัวคว่ำบัวหงายไมCมีหนาI กระดาษ ซึง่ ลกั ษณะเชCนน้ถี อื ไดIเปนT เอกลกั ษณขA องการสรIาง
สถาปตO ยกรรมแบบลาI นชIางหรือลาว ซงึ่ ถือไดIวาC เปTนการออกแบบทางสถาปตO ยกรรมท่ีสวยงามและแฝงนยั ยะ
ตามบรบิ ทพน้ื ที่และเร่ืองราวประวัตศิ าสตรAของเมืองนครราชสีมาเมืองหนาI ดIานทสี่ ำคัญของสยามในอดตี ศนู ยA

รวมผูคI นหลากหลายเชื้อชาติท้งั ไทยและลาวไวIดวI ยกัน รวมไปถึงเรอื่ งราวของวัดทเี่ หมอื นเปนT อนสุ รณแA หCงชัย
ชนะกบฏเจาI อนุวงศA ทผ่ี คูI นสามารถตีความไดหI ลากหลายในการออกแบบที่เปนT การกบฏทางศลิ ปะการ
ออกแบบอโุ บสถในพน้ื ทแ่ี หงC การแสดงซงึ่ ชัยชนะกบฏเจIาอนุวงศขA องผคูI นชาวนครราชสีมา อยาC งไรกต็ าม
ปOจจุบันอุโบสถวัดศาลาลอยหลังใหมCน้ีถอื ไดเI ปTนแลนดมA ารAคของวัดศาลาลอยท่ผี คูI นนกั ทCองเท่ยี วทีไ่ ดIมาเยื่อน
จงั หวัดนครราชสีมาตอI งแวะมาเยี่ยมชมและสักการะสิ่งศกั ดส์ิ ทิ ธภิ์ ายในวดั เปTนการสราI งรายไดใI นแกCชมุ ชนใกลI
และเปTนการทะนบุ ำรุงพระพุทธศาสนาใหคI งอยูŒสืบไปอกี ดIวย

อIางองิ
ภารณี อินทรAเล็ก.อโุ บสถวดั ศาลาลอย: งานสถาปOตยกรรมสมยั ใหมC ในพทุ ธสถาปOตยกรรม.(กรุงเทพฯ )คณะ

มนุษยศาสตรAและสังคมศาสตรA มหาวิทยาลยั ราชภัฏจนั ทรเกษม.2562
สารสนเทศทอI งถน่ิ นครราชสีมา, วดั ศาลาลอย, สืบคIนเมื่อวนั ท่ี 24 ตุลาคม 2565, เขIาถึงไดจI าก http://nm.

sut.ac.th/koratdata/?m =detail&data_id=936
ภูวดล ภูCศิริ.งานออกแบบสถาปตO ยกรรมของพระพรหมพิจติ ร (อŒู ลาภานนท)A : รปู ธรรมแหCงอุดมการณA

ชาตนิ ิยม พ.ศ. 2475-2490.ภาควิชาสถาปตO ยกรรมศาสตรA คณะสถาปOตยกรรมศาสตรA
จุฬาลงกรณAมหาวิทยาลยั .2565
สภุ างคA จนั ทวานชิ .ทฤษฎสี ังคมวิทยา.(กรุงเทพฯ)สำนกั พมิ พแA หCงจุฬาลงกรณมA หาวิทยาลัย.2565


Click to View FlipBook Version