The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยในชั้นเรียน กศน.ตำบลพลับพลา 1/2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

วิจัยในชั้นเรียน กศน.ตำบลพลับพลา 1/2565

วิจัยในชั้นเรียน กศน.ตำบลพลับพลา 1/2565

Keywords: วิจัยในชั้นเรียน กศน.ตำบลพลับพลา 1/2565

1

วิจัยในชนั้ เรยี น

การศึกษาพัฒนาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นของนักศึกษาระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
โดยใชแ้ บบฝึกทักษะคณติ ศาสตรเ์ รอื่ งรากที่ n ของจานวนจรงิ และเลขยกกาลังท่มี ี

เลขชี้กาลังเป็นจานวนตรรกยะ ภาคเรียนท่ี 1/2565 กศน.ตาบลพลบั พลา

โดย
นายอนุสรณ์ พัฒนพานิช
ครู กศน.ตาบลพลับพลา

ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตาม
อธั ยาศัยอาเภอเมอื งจนั ทบุรี

2

การศึกษาพัฒนาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นของนกั ศึกษาระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
โดยใชแ้ บบฝึกทักษะคณติ ศาสตร์เรอ่ื งรากที่ n ของจานวนจริง และเลขยกกาลงั ทม่ี ี

เลขชี้ กาลังเปน็ จานวนตรรกยะ ภาคเรยี นท่ี 1/2565 กศน.ตาบลพลบั พลา

นายอนสุ รณ์ พัฒนพานชิ

การรายงานการวิจยั น้เี ป็นส่วนหนึง่ ของการสอนรายวชิ าคณติ ศาสตร์พ้ืนฐาน
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
กศน.ตาบลพลับพลา

ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอเมอื งจนั ทบรุ ี

3

ประกาศคณุ ูปการ

การวจิ ยั เพ่ือพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นวชิ าคณิตศาสตร์ โดยใชแ้ บบฝึกทักษะครั้งนไ้ี ดผ้ ลตาม
ข้ันตอนของการทาวจิ ัย เพราะได้รับความรว่ มจากนักศกึ ษา กศน.ตาบลพลับพลา
และคณะครู ผ้ทู าการวจิ ัยขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสน้ี

ลงชื่อ……………………………………..ผวู้ จิ ยั
นายอนุสรณ์ พัฒนพานิช
ครู กศน.ตาบลพลบั พลา

4

ช่ือเร่ือง การศึกษาพัฒนาผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนของนักศกึ ษาระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
โดยใชแ้ บบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เร่ืองรากท่ี n ของจานวนจริง และเลขยกกาลังทมี่ เี ลขชี้
กาลังเป็นจานวนตรรกยะ ภาคเรียนท่ี 1/2565 กศน.ตาบลพลบั พลา

ชือ่ ผู้วจิ ัยนายอนุสรณ์ พัฒนพานชิ
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์

บทคดั ย่อ

ในการวจิ ัยครั้งนม้ี จี ุดมุ่งหมาย เพื่อพฒั นาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาระดับมัธยมศกึ ษา
ตอนปลาย โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะท่เี นน้ ผู้เรยี นเป็นสาคัญ ระยะเวลาท่ใี ช้ในการทาวจิ ยั ทัง้ ส้นิ โดยเริ่มทาการ
วจิ ัย ตงั้ แต่ 1 มกราคม 2565

ผลการวิจยั พบว่านกั ศึกษาจานวนหนง่ึ มกี ารพฒั นาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพ่มิ มากขน้ึ โดยใชแ้ บบ
ฝกึ ทักษะตา่ งๆ และใช้เวลาในการทางานพอสมควรจึงจะทาให้นักศึกษามีผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นดีขึ้น และ
ยงั สามารถเขา้ ใจในเน้ือหามากยิง่ ข้ึน

5

คานา

งานวจิ ยั เรือ่ ง การพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นของนกั ศึกษาระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ ได้จดั ทาขึ้นเพอ่ื ประเมินการพัฒนาผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนใหก้ ับนักศึกษาผู้วิจยั หวัง
เป็นอย่างยิง่ ว่าการวจิ ัยเร่ืองน้ีจะเปน็ ประโยชนต์ ่อผู้เรยี นเพอ่ื เปน็ แนวทางในการพัฒนาผลสัมฤทธท์ิ างการ
เรียนการสอนใหม้ ีประสทิ ธภิ าพมากย่ิงขึน้

นายอนสุ รณ์ พฒั นพานิช
ผู้วิจยั

6 หน้า

สารบัญ 1
เรือ่ ง 1
2
บทท1ี่ 2
ความสาคัญและที่มา 3
จุดมุง่ หมาย 3
ตวั แปรทศ่ี กึ ษา
กรอบแนวคดิ ในการวจิ ัย 4
ประโยชน์ท่ีคาดวา่ จะไดร้ ับ 5
นยิ ามศัพท์เฉพาะ 5
6
บทท่ี 2 8
เอกสารและงานวจิ ัยที่เกย่ี วข้อง
หลักสูตรการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 30
คณุ ภาพของผู้เรียนระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย 30
หลกั การสอนคณิตศาสตร์ 11
การสรา้ งแบบฝึกทักษะ 11
เอกสารท่เี กี่ยวขอ้ งกับการวิจัย 11

บทที่ 3 12
วธิ ดี าเนินการวิจยั
ประชากร
เคร่ืองมอื ทใ่ี ช้ในการวจิ ัย
การเก็บรวบรวมข้อมูล
การวเิ คราะห์ขอ้ มลู
สถติ ิที่ใช้ในการวิเคราะหข์ ้อมลู

บทท่ี 4
ผลการศกึ ษาค้นคว้า

7

บทที่ 5 18
สรุปผล 18
อภปิ รายผล 18
ข้อเสนอแนะ 20
บรรณานุกรม
21
ภาคผนวก 22
แบบฝึกทกั ษะ 33
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นวชิ าคณิตศาสตร์

8

บทท่ี 1
บทนา
ความสาคัญและทม่ี า
ในการพัฒนาผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นวิชาคณติ ศาสตร์ เปน็ การพฒั นาทเ่ี น้นการสอน เพื่อพัฒนา
ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น และวิธีในการคิดคานวณเป็นพื้นฐานในการศกึ ษาความรู้ ในการสอนทีผ่ ่านมาพบวา่
นกั ศกึ ษาส่วนใหญ่มีผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นตา่ ทัง้ นเี้ กดิ จากสาเหตุสาคัญ คือผเู้ รยี นไมส่ นใจเรียน เห็นว่า
ยาก และวเิ คราะหไ์ มเ่ ปน็ จงึ เป็นเหตุใหผ้ ลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนตา่ จากการเรยี นการสอนของนักศกึ ษา
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จานวนนกั ศกึ ษาทง้ั หมด 25 คน มีนกั ศกึ ษาท่ีมีปัญหาในด้านผลสัมฤทธทิ์ างการ
เรียนต่าเกอื บทุกคน ดงั นั้นผูท้ าการวจิ ัยจึงหาวธิ ีการดาเนินการพฒั นาผลสัมฤทธใิ์ หส้ ูงขึ้น โดยใช้แบบฝกึ
ทกั ษะท่ีหลากหลาย
ดังนัน้ ในการพฒั นาผลสัมฤทธคิ์ รั้งน้ี จะใชว้ ธิ กี ารประเมนิ นักศึกษาควบคู่ไปกบั การจัดกจิ กรรมการ
เรยี นการสอน

จุดม่งุ หมายของการวิจยั
เพ่ือพฒั นาผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนวิชาคณติ ศาสตร์ดว้ ยแบบฝกึ ทกั ษะทหี่ ลากหลายทีเ่ น้นผ้เู รยี น

เป็นสาคัญ
สมมตุ ิฐานของการวิจัย

1. คะแนนทดสอบหลังเรียนของนกั ศกึ ษาท่เี รียนโดยใช้แบบฝึกทกั ษะสงู กว่าคะแนนกอ่ นเรยี น
ความสาคัญของการวิจัย

ผลทีไ่ ด้จากการวจิ ัยเรื่องน้ี จะเปน็ แนวทางใหค้ รผู ู้สอน ได้นาไปปรับปรงุ แก้ไขและพฒั นาผลสัมฤทธิ์
ทางการ กระบวนการเรียนการสอนใหม้ ีผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นสูงขน้ึ ซงึ่ เปน็ ประโยชนใ์ นการจดั กจิ กรรมการ
เรยี นการสอนใหเ้ หมาะสมกบั ปญั หายงิ่ ขึน้
ขอบเขตของการวิจยั

ประชากร คอื นักศึกษาระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565 กศน.ตาบล
พลับพลา จานวน 25 คน
เนอ้ื หาทใ่ี ช้สอน คอื

1. รากท่ี n ของจานวนจริง
2. เลขยกกาลงั ที่มีเลขช้กี าลงั เปน็ จานวนตรรกยะ
ตวั แปรท่ีศึกษา
ตวั แปรตน้
1. แผนการสอน
2. แบบฝกึ ทกั ษะ
3. การตรวจแบบฝึกทักษะ
4. แบบทดสอบกอ่ น – หลังเรยี น

9

ตัวแปรตาม
1. พฤติกรรมการเรียนรขู้ องนักศึกษา
2. ผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
ระยะเวลา
ดาเนินการในภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565 ระหว่างวันท่ี 1 มกราคม 2565 - 31 มนี าคม 2565
กรอบแนวคดิ ในการวจิ ยั

แบบฝึกทกั ษะท่ีเนน้ ผเู้ รียนเป็นสำคญั

พฤติกรรมกำรเรียนรู้ของนกั ศึกษำ , ผลสมั ฤทธ์ิทำงกำรเรียน

ประโยชนท์ ค่ี าดวา่ จะไดร้ บั
ผลการวจิ ยั น้ี จะเป็นข้อมูลอย่างท่จี ะชว่ ยใหก้ ารพัฒนาผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นไดถ้ ูกแกไ้ ขและแกไ้ ข

ไดถ้ กู คนเพอื่ ให้ทผี ลสมั ฤทธิท์ างการเรียนสงู ขึ้นดว้ ยแบบฝกึ ทกั ษะท่ีเน้นผูเ้ รียนเป็นสาคัญ ให้มกี ารคิดเปน็
และมที ัศนะคติท่ีดตี อ่ วชิ าคณติ ศาสตร์ เพื่อที่จะให้การสอนวชิ าคณิตศาสตรส์ มั ฤทธผ์ิ ลย่ิงขนึ้
นยิ ามศัพท์

1. แบบฝึกหมายถึงสอ่ื ที่สร้างขนึ้ ใชป้ ระกอบกิจกรรมการเรยี นการสอนเร่อื งรากท่ี n ของจานวนจรงิ
และเลขยกกาลงั ทม่ี ีเลขชกี้ าลงั เปน็ จานวนตรรกยะ

2. แบบทดสอบผลสัมฤทธเ์ิ รอ่ื งรากที่ n ของจานวนจรงิ และเลขยกกาลงั ทีม่ ีเลขชกี้ าลังเป็นจานวน
ตรรกยะระดับช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 6 มี 2 ชุดๆละ จานวน 10 ขอ้

10

บทท่ี 2
เอกสาร และงานวจิ ยั ท่ีเก่ียวขอ้ ง

ในการพฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะของนกั ศกึ ษาระดับมธั ยมศึกษาตอน
ปลาย น้ีผวู้ ิจัยได้รวบรวมเอกสารที่เก่ยี วขอ้ ง ดังนี้

1. หลักสูตรการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
2. คุณภาพของผเู้ รยี นระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
3. หลักการสอนคณิตศาสตร์
4. การสรา้ งแบบฝกึ ทกั ษะ
5. งานวจิ ัยท่ีเกี่ยวข้องกับการศึกษาคน้ คว้า
1. หลักสตู รการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
เมอ่ื ผเู้ รียนจบการศึกษาขั้นพืน้ ฐานแลว้ ผเู้ รยี นจะตอ้ งมคี วามรู้ความเขา้ ใจเน้ือหาสาระคณิตศาสตร์
มีทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ มีเจตคติท่ีดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ ตระหนักในคณุ คา่ ของคณติ ศาสตร์
และสามารถนาความรทู้ างคณิตศาสตร์ไปพฒั นาคุณภาพชีวิตตลอดจนสามารถนาความรู้ทางคณติ ศาสตร์ไป
เป็นเคร่อื งมือในการเรียนรู้สิ่งตา่ งๆ และเป็นพนื้ ฐานในการศกึ ษาในระดับท่สี ูงขนึ้
การทผ่ี เู้ รยี นจะเกดิ การเรียนรูค้ ณิตศาสตรอ์ ยา่ งมีคณุ ภาพน้ัน จะตอ้ งมคี วามสมดุลระหว่างสาระ
ทางด้านความรู้ ทักษะกระบวนการควบคไู่ ปกับคุณธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยมดงั น้ี
1. มีความรคู้ วามเข้าใจในคณิตศาสตรพ์ ืน้ ฐานซง่ึ จะนาไปสู่การพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน
เก่ียวกบั จานวนและการดาเนินกาสร การวัดเรขาคณติ พีชคณิตการวิเคราะห์ข้อมูลและความนา่ จะเป็น
พร้อมท้ังสามารถนาความร้นู นั้ ไปประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตประจาวนั
2. มีทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ท่ีจาเปน็ ไดแ้ ก่ ความสามารถในการแกป้ ญั หาดว้ ยวิธกี าร
หลากหลาย การให้เหตุผล การส่ือสาร สือ่ ความหมายทางคณติ ศาสตร์ และการนาเสนอ การมคี วามคิด
รเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์ การเช่อื มโยงความรู้ต่างๆ ทางคณิตศาสตร์และเชอ่ื มโยงคณติ ศาสตร์กบั ศาสตร์อืน่ ๆ
3. มคี วามสามารถในการทางานอย่างเปน็ ระบบ มีระเบียบวินยั มีความรอบคอบ มีความรบั ผิดชอบ
มคี ณุ ธรรมและจรยิ ธรรม มวี ิจารณญาณ มีความเชอื่ มัน่ ในตนเองและยอมรับฟงั ความคดิ เหน็ ของผู้อ่นื อยา่ ง
มีเหตุผล พร้อมท้ังตระหนักในคุณค่าและมเี จตคติท่ดี ีต่อวิชาคณิตศาสตร์
2. คณุ ภาพของผ้เู รียนเม่อื จบระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
เมือ่ ผเู้ รยี นจบการเรยี นรู้ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ผู้เรยี นควรจะมีความสามารถดงั นี้

 มคี วามคิดรวบยอดเก่ียวกับระบบจานวนจรงิ และสามารถนาสมบัติของจานวนจริงไปใชไ้ ด้

 นาความร้เู รอื่ งอัตราสว่ นตรโี กณมติ ไิ ปใช้คาดคะเนระยะทาง ความสูง และแก้ปัญหาเก่ยี วกบั การวัด

 มีความเขา้ ใจและสามารถใชก้ ารให้เหตุผลแบบอปุ นัยและนิรนัยได้

 สามารถสารวจรวบรวมขอ้ มูล วเิ คราะหข์ อ้ มลู และนาผลจากการวิเคราะหข์ ้อมูลไปชว่ ยในการ
ตดั สินใจบางอยา่ งได้

11

 นาความร้เู รือ่ งความนา่ จะเป็นของเหตกุ ารณ์ไปใช้ได้

 มีทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ทีจ่ าเปน็ สามารถแก้ปญั หาด้วยวธิ ีการทีห่ ลากหลายและใช้
เทคโนโลยที ่ีเหมาะสม สามารถให้เหตผุ ล สื่อสาร ส่อื ความหมายทางคณติ ศาสตรแ์ ละนาเสนอ มี
ความคดิ รเิ รมิ่ สร้างสรรค์ สามารถเชอ่ื มโยงความรู้ต่างๆ ทางคณติ ศาสตรแ์ ละเช่ือมโยงคณิตศาสตร์กับ
ศาสตรอ์ น่ื ๆ

3. หลกั การสอนคณติ ศาสตร์
การสอนคณิตศาสตร์ท่ีจะให้ผเู้ รยี นเกิดการเรียนรู้และผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นไดด้ นี ัน้ ผู้สอนจะต้อง

มกี ารเตรียมความพรอ้ มของผู้เรียน และจาเป็นต้องหาเทคนคิ และวธิ ีการการสอนมาใชอ้ ย่างหลากหลาย
รวมถงึ แบบฝึกทักษะเพอ่ื กระตุ้นความสนใจท่จี ะเรียนรู้ ลดความเบอื่ หนา่ ยในการเรียนแบบซา้ ซาก และ
ผเู้ รียนสามารถทีจ่ ะใช้ศักยภาพของตนเองอยา่ งเตม็ ที และหลกั การสอนที่ดีต้องสอนให้ผเู้ รียนรู้จักลาดบั ขั้น
การฝึกสาหรับผูเ้ รียนในการเรียนคณิตศาสตร์ ดงั นี้

1.การฝกึ พน้ื ฐาน ควรฝึกให้เกิดทักษะเบ้ืองตน้ กอ่ นไม่ควรมองข้ามว่าง่ายเกนิ ไปท่ีวา่ ง่ายเพราะคิด
แบบไม่จากัดเวลา ถา้ ใหเ้ วลานอ้ ยลงจะทาใหย้ าก ขึน้ แบบฝกึ คดิ เลขเร็วน้ี ต้องให้เวลาตวั เอง ถ้าเห็น วา่
ง่าย ก็ใหเ้ วลานอ้ ยลง ถ้าเหน็ วา่ ยาก ใหเ้ วลา การทามากขึน้ ตามความสามารถของแต่ละคน

2. การฝึกควรมสี มาธิ หาทีส่ งบเงียบแลว้ จับ เวลาหรือแขง่ ขันกับเพอื่ น ตั้งใจทาใหเ้ ตม็
ความสามารถ และควรฝึกทกุ วัน

3. ตรวจหาคาตอบด้วยตวั เอง ชว่ ยใหเ้ ข้าใจ มากย่ิงข้นึ ถูกหรอื ผดิ ไมส่ าคญั วา่ ตง้ั ใจ คิดหรือ
เปลา่ ถา้ มขี อ้ ผิด คิดผิดอยา่ งไร ทบทวนขอ้ ผดิ พลาดของ

4. บนั ทกึ การฝึกฝน ควรบนั ทกึ การฝึกฝนทุกคร้งั เพ่อื ทราบพัฒนาการของตนเอง จะทาให้ทราบ
ความก้าวหน้าและแข่งขันกับตวั เอง
ทาไมคดิ เลขผดิ บ่อย

ต้องดูกอ่ นวา่ ผิดเพราะอะไร ผดิ เพราะไม่เข้าใจขนั้ ตอน ผิดเพราะคดิ ไมไ่ ด้ หรอื ผิดเพราะ หลง ลืม
ขา้ ม เผอเรอ ขอวเิ คราะห์วา่ ท่ีเป็นอย่างนน้ั เพราะ

1. เช่ือม่ันตัวเองเกนิ ไป
2. ชอบคิดลัด ขา้ มข้ันตอน
3. ต้ังใจรีบทาให้เสร็จ โดยไม่คานงึ ว่าจะถูกหรือไม่
4. ทาแบบรวดเร็ว และเรว็ มากๆ ขณะเดยี วกัน ใจก็ ไม่จดจอ่ กับสิง่ ทา สมาธิต่า
5. คิดวธิ ไี ดแ้ ล้ว ดงั นั้น การทาก็ไมย่ าก
6. แม้จาสตู รได้ แต่ขาดรายละเอียด หรือจาสตู รไดไ้ ม่ครบทุกตวั

12

4. การสรา้ งแบบฝึกทักษะ
4.1 ความหมายของแบบฝึก
กาญจนา อตู รวเิ ชยี ร ได้อ้างถึง ชาญชยั วลติ รังสิมาและเชิดวิทย์ ฤทธปิ ระศาสน์ ที่

กลา่ วถงึ ความหมายของแบบฝกึ ไว้ว่า “ แบบฝึก” หมายถงึ ส่อื การสอนทีส่ รา้ งขนึ้ มาเพอื่ พฒั นาทกั ษะทาง
ภาษาให้แก่นกั ศึกษาไดม้ ีโอกาสฝกึ ฝนจนมปี ระสบการณ์ แบบฝกึ จะมแี บบฝกึ หัดให้นักศึกษาทากิจกรรมเพอื่
ทบทวนความรูท้ ไี่ ด้เรียนในแบบฝกึ และเพือ่ ให้ครูและนักศกึ ษาไดท้ ราบขอ้ บกพรอ่ งในการเรยี นการสอน จะ
ได้แกไ้ ขใหก้ ารเรียนการสอนพัฒนาใหด้ ีกวา่ เดิม

จากความหมายข้างต้นสรุปไดว้ า่ แบบฝึก คือ สอื่ การสอนท่ีสร้างข้นึ มาเพือ่ ใช้ในการพัฒนา
ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นให้ผ้เู รียนมผี ลสัมฤทธท์ิ ่ีสงู กว่าเกณฑ์

4.2 ประโยชน์ของแบบฝกึ
แบบฝกึ เป็นเคร่อื งมอื ท่ใี ชใ้ นการจัดการเรยี นการสอน เพราะมปี ระโยชน์หลายดา้ นดงั ทีผ่ ู้วจิ ัยหลาย
ทา่ นไดก้ ล่าวไว้ดังนี้
มาสวิมล รักบ้านเกิด ไดก้ ลา่ วถึงประโยชนข์ องแบบฝึกสรปุ ได้ว่า แบบฝกึ ชว่ ยให้ครูทราบผลการ
พฒั นาผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี น และข้อบกพร่องของนกั ศึกษาอกี ทง้ั ช่วยให้นกั ศึกษาประสบผลสาเร็จในการ
เรยี น
ละเอยี ด คชรัตน์ ได้กลา่ วถงึ ประโยชน์ของแบบฝกึ สรปุ ได้วา่ แบบฝกึ เปน็ เครื่องมอื ชว่ ยให้เกิดการ
เรียนรูเ้ ป็นเครื่องมอื วดั ผลและประเมินผล ชว่ ยให้ครทู ราบความก้าวหน้า หรือขอ้ บกพร่องของนักศกึ ษา และ
ช่วยใหน้ กั ศึกษาประสบแก่ความสาเรจ็ ในการเรียน
จากขอ้ สรุปดังกล่าวไดก้ ล่าวมาแลว้ สรปุ ได้ว่า แบบฝกึ มปี ระโยชนก์ ับครแู ลนักศกึ ษาด้านการพัฒนา
ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน ด้านการวดั ผลและประเมินผล ทาใหค้ รูทราบข้อบกพร่องของนักศึกษาและช่วยให้
นกั ศึกษาประสบผลสาเร็จในการเรยี นไดเ้ ปน็ อย่างดี
4.3 หลกั จติ วิทยาท่ีนามาใช้ในการสร้างแบบฝกึ

สจุ รติ เพยี รชอบ และสายใจ อนิ ทรมั พรรย์ ได้กลา่ วถึงทฤษฎีการเรียนร้ทู างจติ วทิ ยาที่
ต้องนามาใชก้ ารสรา้ งแบบฝกึ สรปุ ได้ดงั น้ี

1. กฎเกยี่ วกบั การฝกึ หัด (Law of Exercises) ของธอรน์ ไดค์ ซง่ึ กล่าวว่า สง่ิ ใดท่ีมกี าร
ฝึกหัดจัดทาใหผ้ ้เู รยี นมคี วามคลอ่ งแคลว่ และสามารถทางานได้ด(ี Law of use) และสง่ิ ใดทีไ่ ม่ได้รบั การฝกึ
จาทาใหไ้ ดไ้ ม่ดี ( Law of disuse)

2. ความแตกต่างระหวา่ งบคุ คล ควรคานงึ ถงึ นกั ศึกษาแต่ละคนมคี วามสามารถและความ
สนใจแตกต่างกนั ฉะนั้นในการสรา้ งแบบฝึกควรมคี วามยากง่ายพอเหมาะและควรมหี ลายแบบ

3. การจูงใจผู้เรยี น โดยการจดั แบบฝึกจากงา่ ยไปหายาก
4. ใชแ้ บบฝกึ ส้ันๆ เพ่ือไมใ่ หเ้ กิดความเบื่อหนา่ ย
พรรณี ชูทัยเจนจิต ไดเ้ สนอหลักจิตวทิ ยาในการสร้างแบบฝกึ ไว้สรุปได้ดังนี้

13

1. การจงู ใจ คือ การจดั แบบฝกึ เรียงตามลาดับจากง่ายไปหายาก ควรสรา้ งแบบฝึกให้
หลายรปู แบบโดยให้เหมาะสมกับความสนใจของผู้เรยี น

2. การฝกึ หดั คอื การให้ผู้เรียนได้ปฏิบัตกิ จิ กรรมซ้า
3. ความใกล้ชดิ คอื การใชส้ ิง่ เร้าและการตอบสนองเกดิ ข้ึนในเวลาใกลเ้ คียงกัน
4. กฎแห่งผล คือ การให้ผู้เรยี นไดท้ ราบผลของการทางานของตนเอง
จากขอ้ ความดังกล่าวมาแลว้ แสดงว่า การสรา้ งแบบฝึกจะตอ้ งคานงึ ถงึ หลกั ของจติ วทิ ยาหลาย
ประเภท ไดแ้ กค่ วามแตกต่างระหวา่ งบุคคล การจูงใจ ความใกล้ชดิ กฎแห่งการฝกึ หดั และกฎแหง่ ผล
4.4 วธิ ีสร้างแบบฝึก
ซ่อนกล่ิน คาศริ ิ ไดอ้ ้างถงึ ลออ การณุ ยะวณชิ และคณะ ท่ไี ด้ใหค้ าแนะนาในการสร้างแบบฝึกสรปุ
ได้ดงั น้ี
1.ใช้หลักการเรียนรู้ เชน่ ตงั้ ใจเรียนมีเปา้ หมายในการเรยี นรู้
2..การฝกึ หดั ตอ้ งทาโดยจาเพาะเจาะจง
3. ไมค่ วรใชเ้ วลานานเกินไป ควรใช้เกมหรืออุปกรณช์ ่วย
4. ใช้วธิ ฝี กึ ท่ีเปน็ ระเบยี บ รวดเร็ว ย่นยอ่
5. มีความยากง่ายเหมาะสม
6. ระยะแรกๆควรใชเ้ วลาฝกึ หดั สัน้ ๆ แล้วคอ่ ยเพิ่มเวลาใหม้ ากขน้ึ
7. ตอ้ งมีการฝึกเป็นรายบุคคลหรือเฉพาะกลุ่ม
8. ควรให้นกั ศึกษาทราบผลความก้าวหนา้
9. เม่ือพบขอ้ ผดิ พลาดควรให้นกั ศกึ ษาแกไ้ ขได้ถูกต้อง
30. เมือ่ ฝึกหดั แลว้ ตอ้ งนาไปใช้ และครตู อ้ งตดิ ตามผล
ไพรัตน์ อนพุ ันธ์ ไดก้ ล่าวถึงวิธสี ร้างแบบฝึกสรปุ ไดด้ ังนี้
1. ต้องใชภ้ าษาทเี่ หมาะสมกับวัยและความสามารถของนักศึกษา
2. ต้องคานงึ ถงึ หลักจติ วทิ ยาทเี่ ก่ียวขอ้ งในการสร้างแบบฝกึ
3. ตอ้ งมีคาอธบิ ายชัดเจน และแบบฝึกหนง่ึ ๆ ควรฝกึ เพียงเรื่องเดยี ว
4. แบบฝึกควรมหี ลายรูปแบบ
5. งานวิจัยทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การศึกษาค้นควา้
นภาพร (2543) ไดศ้ ึกษาผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นวชิ าคณิตศาสตร์ ของนักศกึ ษาทไี่ ดร้ ับการสอนโดย
ใชแ้ บบฝกึ ทักษะ โดยการทางานวจิ ยั กบั นกั ศึกษาช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2541
โรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น (ศึกษาศาสตร์) จานวน 37 คน ผลการวิจัยปรากฏวา่ การพัฒนา
กจิ กรรมการเรียนการสอนคณติ ศาสตร์ โดยใช้แบบฝึก ส่งผลให้นักศึกษากลุ่มทดลองมผี ลสมั ฤทธท์ิ าง
การศกึ ษาสงู กวา่ นักศึกษาในกลุม่ ควบคมุ ท่ไี ดร้ ับการสอนตามปกติ

14

บทที่ 3

วธิ ีดาเนินการวิจัย

ดาเนินการวจิ ยั ตามขั้นตอนดังนี้
1..ประชากร
2. เคร่ืองมอื ทใี่ ช้ในการวจิ ัย
3. การเก็บรวบรวมข้อมูล
4. การวิเคราะหข์ ้อมลู
5. สถิติทีใ่ ช้ในการวเิ คราะหข์ อ้ มูล

1. ประชากร
ประชากรท่ีใช้ในการวจิ ัยคร้ังน้ี คอื นักศกึ ษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนท่ี 1 ปี

การศึกษา 2565 กศน.ตาบลพลับพลา จานวน 25 คน
2. เครอ่ื งมอื ที่ใช้ในการวิจัย

เครอื่ งมอื ทใ่ี ช้ในการวิจัยมี 3 ชนิด
1. แผนการสอนวชิ าคณิตศาสตร์เร่ืองรากที่ n ของจานวนจริงและเลข ยกกาลงั ทม่ี ีเลขชี้กาลังเป็น
จานวนตรรกยะ ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย จานวน 2 แผน
2. แบบฝึกทักษะเรอ่ื ง รากท่ี n ของจานวนจรงิ และเลขยกกาลังท่มี ีเลขช้ีกาลงั เป็นจานวนตรรกยะ
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จานวน 2 ชุด
3. แบบทดสอบผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนเร่ืองรากท่ี n ของจานวนจริงและเลข ยกกาลงั ทมี่ ีเลขช้ี
กาลังเปน็ จานวนตรรกยะเป็นแบบทดสอบแบบปรนัยชนิดเลือกคาตอบ 4 ตัวเลอื ก จานวน 30 ขอ้
3. การเก็บรวบรวมขอ้ มลู
ในการวิจัยครงั้ นี้ ผู้วจิ ัยดาเนินการเกบ็ รวบรวมข้อมูล โดยมีรายละเอยี ดดงั นี้
1. ผู้วจิ ัยนาแบบทดสอบก่อนเรียน( PRE-TEST) ใชแ้ บบทดสอบทีผ่ ้วู จิ ยั สร้างขนึ้ สร้างขน้ึ ก่อน
ทดลอง 1 วนั ซึง่ ผ้วู จิ ัยเปน็ ผู้ดาเนินการสอบเองใช้เวลาในการทดสอบ 40 นาทแี ล้วตรวจใหค้ ะแนนตาม
เกณฑท์ ต่ี ้ังไว้
2. ผูว้ ิจยั ดาเนนิ การทดลองสอนโดยใช้แบบฝึกทกั ษะเรื่องรากท่ี n ของจานวนจริงและเลขยกกาลังท่ี
มเี ลขช้ีกาลงั เปน็ จานวนตรรกยะ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
3. ทาการทดลองสอบหลงั เรยี น( PRO-TEST) หลังการทดลองส้ินสดุ ลงโดยใช้แบบทดสอบวัดผล
สมั ฤทธ์ิเรือ่ งรากที่ n ของจานวนจริงและเลขยกกาลงั ทม่ี ีเลขชก้ี าลังเป็นจานวนตรรกยะ

15

4. การวเิ คราะหข์ ้อมูล
วเิ คราะหข์ ้อมูลสมมุติฐาน
1. ทดสอบความแตกต่างของคา่ เฉลย่ี หลังเรียนและก่อนเรียนในการใชแ้ บบฝึกทกั ษะเร่อื งรากท่ี n

ของจานวนจริงและเลขยกกาลังทีม่ เี ลขช้ีกาลังเปน็ จานวนตรรกยะสาหรับนกั ศึกษาระดบั มัธยมศกึ ษาตอน
ปลาย

5. สถติ ทิ ่ใี ชใ้ นการวเิ คราะหข์ ้อมูล
การวิจัยครง้ั น้ี ผวู้ จิ ยั ใช้สถติ ใิ นการวจิ ยั ครั้งน้ี
1. คา่ รอ้ ยละ
2. ค่าเฉล่ีย (x)
3. คา่ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD)

16

บทท่ี 4
ผลการศกึ ษาค้นควา้

การวิจยั เร่ือง การพฒั นาผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนของนักศกึ ษาระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย โดยใช้
แบบฝึกทักษะ กศน.ตาบลพลบั พลา ผูว้ จิ ัยเสนอผลการศกึ ษาค้นคว้า ดงั น้ี

1 ขอ้ มูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ผ้ตู อบแบบสอบถามสว่ นใหญเ่ ป็นหญงิ ท้ังหมดมี จานวน 15 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 60.00 ชาย

จานวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 40 .00

ตารางท่ี 1 แสดงคา่ เฉลี่ยและสว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐานพฤตกิ รรมการเรยี นร้ขู องนกั ศกึ ษาเพอ่ื
พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้แบบฝกึ ทักษะ

ขอ้ ท่ี รายการ X SD ระดับความคิดเห็น
มาก
1 ตงั้ ใจเรยี นเข้าเรียน ทางานสมา่ เสมอ 3.67 0.84
ปานกลาง
2 มีสมาธิเมอ่ื ครูกาลงั สอนหรือใหท้ างาน 2.88 0.97 ปานกลาง

3 ไมเ่ ล่นเหย้าแหยก่ บั เพ่ือนในขณะที่ครูสอนหรอื ให้ 3.99 1.02 มาก

ทางาน มากทีส่ ดุ
มาก
4 ให้ความเคารพในสิทธขิ องผู้อนื่ ในขณะครูสอน 3.96 0.56

หรือให้ทางาน

5 ไม่เคยนอนหลับในขณะทคี่ รูสอนหรอื ใหท้ างาน 4.57 0.70

คา่ เฉลี่ย 3.08 0.81

จากตารางท1ี่ พบวา่ พฤตกิ รรมการเรียนรู้ของนกั ศึกษาเพ่ือพฒั นาผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นโดยใช้
แบบฝกึ ทักษะ อยใู่ นระดบั มาก ส่วนระดับความคิดเหน็ ในรายข้อมีดงั น้ี นกั ศึกษาไมเ่ คยนอนหลับในขณะที่
ครสู อนหรอื ให้ทางาน อยู่ในระดับมากที่สดุ คา่ เฉล่ยี 4.57 สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน 0.70 และอนั ดับสดุ ท้าย
คือ ไมเ่ ลน่ เหยา้ แหย่กบั เพื่อนในขณะทค่ี รูสอนหรือให้ทางาน อยใู่ นระดับปานกลาง คา่ เฉลย่ี 3.99 สว่ น
เบีย่ งเบนมาตรฐาน 1.02

17

ตารางท่ี 2 แสดงคา่ เฉลยี่ และสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐานแบบประเมนิ ตนเองเพอ่ื พฒั นา
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์โดยใช้แบบฝึกทกั ษะ

ข้อท่ี รายการ X SD ระดับความคิดเหน็

ด้านเนื้อหาสาระ มาก
มาก
1 เนือ้ หาตรงกับรายวชิ าที่กาหนด 3.90 0.30 ปานกลาง
มาก
2 ความแปลกใหม่และความทนั สมัยของเนือ้ หา 3.69 0.83 มากที่สุด
มาก
3 มกี ารปรับเน้ือหากิจกรรมมาทางานเปน็ กลุ่ม 3.31 1.08 มาก
ปานกลาง
4 มกี ารนาเสนอผลงาน/แบบทดสอบหนา้ ชน้ั เรยี น 3.96 0.56 ปานกลาง
มากท่ีสุด
5 ส่งงานตามเวลาท่ีกาหนดอย่างตอ่ เนื่อง 4.51 0.70 มาก

6 มแี บบทดสอบมากกวา่ 1ชุด 4.25 1.36 มาก
มาก
7 มกี ารทาส่อื การเรยี นการสอน 4.00 0.72 มาก
มากที่สุด
8 มีการค้นคว้าใช้แหล่งเรยี นรู้นอกเหนอื จากห้องเรยี น 3.04 0.59 มากที่สุด
มาก
9 มกี ารเตรยี มเน้อื หาสาระมาล่วงหน้า 3.30 0.45 มาก
มาก
30 มใี บงาน / ใบความรนู้ อกเหนอื จากหนงั เรียนตรงกบั เนอื้ หา 3.80 1.66 มาก
มาก
รวมค่าเฉลี่ยดา้ นเน้อื หาสาระ 3.75 0.82 มาก

ด้านผ้สู อน 3.92 0.44
1 มเี ทคนิคใหมๆ่ ในการเรยี นการสอน

2 เขา้ สอนตรงตามเวลาและออกตรงตามเวลา 3.98 0.70

3 มีการจดั สอบเปน็ ระยะ 3.82 0.65

4 มีสอ่ื ใบงาน / ใบความรใู้ นการเรยี น 4.24 1.03

5 การแต่งกายเหมาะสมและสภุ าพ 4.57 0.70

6 ครูให้นักศกึ ษาคิดวิเคราะห์ 3.78 0.78

7 ครูมีการอธิบายกอ่ นทางาน 3.76 0.81

8 ครสู อนตวั อยา่ งแล้วให้นกั ศึกษาทางานใบงานต่อเน่อื ง 4.06 0.64

9 ครมู ีการเตรียมการสอน 3.86 0.63

30 ครูแจ้งงานเป็นระยะๆให้นักศึกษาทราบ 3.73 0.85

รวมค่าเฉลย่ี ด้านผู้สอน 3.97 0.72

18

จากตารางที่ 2 พบว่าการประเมนิ ตนเองของนกั ศกึ ษาเพื่อพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน วชิ า
คณติ ศาสตรโ์ ดยใช้แบบฝึกทักษะ ในภาพรวมอยู่ในระดับ มาก แบ่งเปน็ 2 ด้าน คอื ดา้ นเนื้อหาสาระ อยใู่ น
ระดับ มาก ซงึ่ ส่งงานตามเวลาทก่ี าหนดอย่างต่อเนอ่ื ง เปน็ อนั ดบั แรก อยู่ในระดับ มากท่ีสดุ ค่าเฉลี่ย 4.51
และสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน 0.70 อันดับสุดท้าย คอื มีการค้นคว้าใช้แหล่งเรยี นรู้นอกเหนอื จากหอ้ งเรียนอยู่
ในระดับ ปานกลาง คา่ เฉลย่ี 3.04 และสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน 0.59ด้านผู้สอน อยูใ่ นระดบั มาก ซ่งึ การแต่ง
กายเหมาะสมและสภุ าพ เปน็ อันดบั แรก อยใู่ นระดับมากที่สุด ค่าเฉล่ีย 4.57 และสว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน
0.70 และอันดบั สุดท้ายคือ ครแู จ้งงานเปน็ ระยะๆให้นักศึกษาทราบ ค่าเฉลีย่ 3.73 และสว่ นเบ่ยี งเบน
มาตรฐาน 0.85

ตารงที่ 3 แสดงผลสัมฤทธ์กิ อ่ นเรยี นหลงั เรยี นวชิ าคณิตศาสตร์ ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย โดย
ใช้แบบฝึกทกั ษะ

คะแนนกอ่ นเรยี น คะแนนหลังเรยี น ความ (X1)1 (X2)2

ลาดับที่ ชอื่ - สกุล คะแนนX1 รอ้ ย คะแนนX2 ร้อย ก้าว

ละ ละ หนา้

1 นางสาวสุกญั ญา นพรัตน์ 5 50 7 70 2 25 49

2 นางสาวมัธตภิ รณ์ บญุ โยประการ 6 60 9 90 3 36 81

3 นางสาวฐติ า กนุ อก 3 30 5 50 2 9 25

4 นางสาวเสาวลักษณ์ ลาดับวงษ์ 3 30 5 50 2 9 25

5 นางสาวเกวรนิ ผาสุก 5 50 8 80 3 25 64

6 นายปริญญา อ่อนศรี 4 40 7 70 3 16 49

7 นายพลธร ชูจันทร์ 4 40 7 70 3 16 49

8 นางสาวรนิ ทพิ ย์ นอ้ ยศรี 3 30 5 50 2 9 25

9 นางสาวภทั ทานนั ต์ วสิ ทุ ธาภรณ์ 5 50 8 80 3 25 64

30 นางสาวนสิ า เสอื นลิ 5 50 8 80 3 25 64

11 นายสรุ เดช พุทธชาด 4 40 7 70 3 16 49

12 นายณฤบุตร พันธุ์พุฒ 3 30 5 50 2 9 25

13 นางสาวมัลลิกา พาสาลี 3 30 5 50 2 9 25

14 นายปณฐั ชญา อุทยั เสวก 5 50 8 80 3 25 64

15 นางสาวอาทติ ยา เหล่าบุญ 5 50 8 80 3 25 64

16 นางสาวมะลวิ รรณ แสงพยพั 5 50 7 70 2 25 49

17 นายอรรถพร ท่าหลวง 4 40 7 70 3 16 49

18 นางสาวสายธาร กลิน่ ประทุม 3 30 6 60 3 9 36

19

คะแนนก่อนเรียน คะแนนหลังเรยี น ความ (X1)1 (X2)2

ลาดบั ท่ี ชอื่ - สกุล คะแนน รอ้ ยละ คะแนนX2 ร้อย กา้ ว

19 นายนันทพงศ์ ทองสพร่ัง X1 ละ หนา้
20 นายพัลลภ บญุ นวน
21 นางสาวกมนรตั น์ สาระเกษ 2 20 5 50 3 4 25
22 นางสาวภาชินี นชุ วงษ์
23 นายนนั ทวฒั น์ มาลัย 3 30 5 50 2 9 25
24 นางสาวพลอยไพริน พร้อมสมทุ ร์
25 นางสาวชนนน์ ิชา โพธ์ิมณี 4 40 5 50 1 16 25

รวม 5 50 7 70 2 25 49
เฉลย่ี
ร้อยละ 4 40 7 70 3 16 49
(SD)2
SD 5 50 7 70 2 25 49

6 60 7 70 1 36 49

226 2260 354 3540 128 3066 2528

43.31 44.31 69.41 69.41 25.09

43.31 69.41 5.00

1.13 1.19

1.06 1.09

จากตารางท่ี 3 พบวา่ ผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นของนกั ศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เฉล่ีย
44.31 จากคะแนน 30 คะแนน คิดเปน็ ร้อยละ 43.31 สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน(SD) เท่ากับ 1.06
ผลสมั ฤทธ์หิ ลังเรยี นเฉลยี่ 69.41 จากคะแนน 30 คะแนน คดิ เป็นร้อยละ 69.41 ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน
(SD) เท่ากบั 1.09 จากการทดสอบท้งั สองคร้ังผลปารกฎวา่ นักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย มี
ความกา้ วหน้าเพมิ่ ข้ึน เฉลยี่ 25.09 คดิ เปน็ ร้อยละ 5.00 ซ่ึงแสดงให้เหน็ ว่านักศกึ ษามีผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียนทสี่ ูงข้ึนหลังจากไดแ้ บบฝกึ ทกั ษะเปน็ ไปตามสมมติฐานทว่ี างไว้

20

บทท่ี 5
สรุปผล อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ

บทย่อ
การวจิ ัยเรอ่ื ง การพฒั นาผลสัมฤทธิท์ างการเรียนของนกั ศกึ ษาระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย โดยใช้

แบบฝกึ ทกั ษะผ้วู ิจัยสรุปการวิจัยได้ ดงั นี้
ความมุ่งหมายของการวจิ ยั

1. เพื่อเปรียบเทียบผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ก่อนและ
หลังการใช้แบบฝกึ ทักษะ ท่ีผูว้ จิ ยั สรา้ งขนึ้
ความสาคัญของการวิจยั

ผลท่ีได้รบั จากการวิจยั คร้งั น้ีจะเปน็ แนวทางใหค้ รูผสู้ อนของโรงเรียนไดน้ าไปปรบั ปรุงแก้ไข
กระบวนการสอนกลมุ่ สาระการเรียนรูค้ ณติ ศาสตร์ โดยใชแ้ บบฝึกทักษะกบั เนอ้ื หาเร่ืองอ่ืน ๆ ในระดับ
มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย อนั ก่อให้เกดิ ประโยชนใ์ นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึน้
สมมตุ ฐิ านของการวิจัย

1. คะแนนสอบหลงั เรยี นของนกั ศกึ ษาท่เี รยี นโดยใช้แบบฝึกทักษะ สาหรบั นักศกึ ษาระดบั
มธั ยมศึกษาตอนปลาย สูงกวา่ คะแนนกอ่ นเรียน
วธิ ดี าเนนิ การศึกษาค้นคว้า

การวจิ ยั ครงั้ น้ี ผวู้ ิจยั ไดด้ าเนนิ การศกึ ษาคน้ คว้าตามข้ันตอนดังน้ี
1. ประชากร

ประชากรที่ใชใ้ นการศกึ ษาคน้ ควา้ ครง้ั นี้ คือ นกั ศึกษาระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย กศน.ตาบล
พลับพลา ตาบลพลบั พลา อาเภอเมือง จงั หวดั จันทบุรี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 จานวนนักศกึ ษา
25 คน
2. เครือ่ งมือทีใ่ ช้ในการศึกษาคน้ ควา้ มีดงั นี้

2.1 แผนการสอนเร่อื งรากท่ี n ของจานวนจริง และเลขยกกาลงั ที่มีเลขชี้กาลงั เป็นจานวนตรรกยะ
สาหรบั นกั ศกึ ษาระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย จานวน 2 แผนการสอน

2.2 ชดุ แบบฝกึ ทกั ษะเรื่องรากท่ี n ของจานวนจรงิ และเลขยกกาลังทมี่ ีเลขชก้ี าลังเปน็ จานวนตรรก
ยะ สาหรบั นกั ศึกษาระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย

2.3 แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นเรอ่ื งรากที่ n ของจานวนจรงิ และเลขยกกาลังท่ีมีเลขช้ี
กาลงั เป็นจานวนตรรกยะ สาหรับนกั ศึกษาระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย จานวน 2 ชดุ ชดุ ละ 30 ข้อ
3. การดาเนนิ การทดลอง

3.1 นาแบบฝกึ ทักษะเรือ่ งเร่อื งรากท่ี n ของจานวนจรงิ และเลขยกกาลังท่ีมเี ลขชกี้ าลงั เป็นจานวน
ตรรกยะ ให้นักศึกษาทา แลว้ ใหก้ ารบ้าน ไปทา

21

3.2 นาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์เรอื่ งรากท่ี n ของจานวนจรงิ และเลขยกกาลงั ท่มี เี ลขชกี้ าลังเปน็

จานวนตรรกยะ สาหรบั นักศกึ ษาระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย ทดสอบนักศกึ ษาท่ีเป็นกลุม่ ตวั อยา่ ง แลว้

บนั ทกึ ผลการทดสอบเก็บไว้เปรยี บเทียบกับผลการทดสอบหลังใช้แบบฝกึ ทักษะ

3.3 ผ้วู ิจัยดาเนินการสอนเรื่องรากที่ n ของจานวนจริง และเลขยกกาลงั ทีม่ ีเลขชก้ี าลงั เป็นจานวน

ตรรกยะ โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะท่ผี ู้วิจยั สร้างข้ึน

3.4 ทดสอบวดั ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นเรอื่ งรากที่ n ของจานวนจริง และเลขยกกาลังท่ีมีเลขช้ี

กาลังเป็นจานวนตรรกยะ หลงั ใชแ้ บบฝกึ ทักษะ กบั นักศกึ ษา

4. การวเิ คราะหข์ อ้ มลู
1. ทดสอบความแตกต่างของคา่ เฉล่ยี หลงั เรียนและก่อนเรียนในการใชแ้ บบฝกึ ทักษะเรื่องรากที่ n

ของจานวนจรงิ และเลขยกกาลงั ท่ีมีเลขช้กี าลังเป็นจานวนตรรกยะ สาหรบั นกั ศึกษาระดับมัธยมศกึ ษาตอน

ปลาย

สรุปผล

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เฉล่ีย 44.31 จาก

คะแนน 30 คะแนน คดิ เป็นร้อยละ 43.31 สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน(SD) เท่ากับ 1.06 ผลสัมฤทธ์ิหลังเรียน

เฉล่ีย 69.41 จากคะแนน 30 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 69.41 ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน(SD) เท่ากับ 1.09

จากการทดสอบท้ังสองครั้งผลปารกฎว่า นักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย มีความก้าวหน้าเพ่ิมขึ้น

เฉล่ยี 25.09 คิดเปน็ ร้อยละ 5.00 ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้นหลังจากได้

แบบฝึกทักษะเป็นไปตามสมมติฐานท่วี างไว้

อภปิ รายผล
การจดั กจิ กรรมพัฒนาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นโดยใช้แบบฝึกทักษะช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 6

เร่อื งรากที่ n ของจานวนจริง และเลขยกกาลังท่ีมีเลขชกี้ าลังเป็นจานวนตรรกยะ ที่ผวู้ จิ ัยสร้างขึ้นนกั ศกึ ษามี

ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นหลงั การเรียนสงู กว่ากอ่ นเรียน แบบฝึกทกั ษะท่ีผู้วิจยั สรา้ งขึน้ สามารถนาไปใชเ้ พอื่ จดั

กจิ กรรมการเรียนรู้เรื่องรากท่ี n ของจานวนจรงิ และเลขยกกาลังที่มเี ลขชก้ี าลงั เปน็ จานวนตรรกยะ ในสาระ

การเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ สาหรับนักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย มีนักศึกษาอีกจานวน 11 คนทยี่ ังขาด

ความใส่ใจในเวลาเรยี นซ่งึ ถา้ เปน็ ไปได้อยากจะทาการวจิ ัยอย่างต่อเนอ่ื งกับเดก็ กลมุ่ 11 คน เป็นรายกรณี

เพราะถ้าปล่อยไปเรื่อยๆ เดก็ นกั ศกึ ษาจานวนนีก้ อ็ าจจะสร้างปญั หาใหก้ บั รายวิชาอืน่ ๆ ดงั น้ันถา้ เป็นไปได้

อยากจะศกึ ษาถึงปจั จยั ท่ีนกั ศึกษากลมุ่ น้ีขาดความสนใจในวิชาคณติ ศาสตร์จะไดพ้ ัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการ

เรียนและตวั นกั ศึกษากล่มุ นใ้ี ห้ไดร้ บั ความรคู้ ณิตศาสตรแ์ ละมเี จตคตทิ ่ีดีต่อวชิ าคณิตศาสตร์

ข้อเสนอแนะ
1. ครูผู้สอนระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย สามารถนาแบบฝกึ ทกั ษะเรอื่ งรากท่ี n ของจานวนจรงิ

และเลขยกกาลังทมี่ เี ลขช้กี าลังเป็นจานวนตรรกยะ ทผ่ี ้วู จิ ยั สรา้ งขึ้นไปทดสอบใช้และพฒั นาต่อไป

2. ควรมีการศึกษาเจตคติต่อการเรียนรูข้ องนกั ศกึ ษาทีไ่ ด้รับการสอนโดยใช้แบบฝกึ ทักษะ

3. ควรมีการพฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนอยา่ งต่อเนือ่ ง และในระดับชน้ั อน่ื ๆ

22

บรรณานุกรม

กรมวชิ าการ, กระทรวงศึกษาธิการ.2545 . หลกั สูตรการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551.
กรุงเทพ : โรงพมิ พอ์ งคก์ ารรับสง่ สินคา้ และพสั ดุ.

นภาพร วรเนตร.การพฒั นากิจกรรมการเรียนการสอนคณติ ศาสตร์โดยใช้แบบฝึก ช้นั
ประถมศึกษาปที ี่ 3 .วิทยานพิ นธ์ปริญญาศกึ ษาศาสตรม์ หาบัณฑติ มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น

กรมวชิ าการ, กระทรวงศกึ ษาธิการ.2545 . การสอนคณิตศาสตร์ในระดบั มัธยมศกึ ษา.
กรุงเทพ : โรงพมิ พอ์ งคก์ ารรบั ส่งสินคา้ และพสั ดุ.

กระทรวงศกึ ษาธิการ.กรมวชิ าการ. (2551). หลกั สูตรการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551.
พิมพค์ ร้งั ที่ 2. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์องคก์ ารขนส่งสนิ คา้ และพัสดุภัณฑ.์
. (2550). กิจกรรมเสริมพัฒนาการทางสติปญั ญา ชดุ ทักษะบรู ณาการ. กรงุ เทพ :
โรงพิมพส์ ถาบนั สรา้ งสรรค์ส่อื เพอ่ื การเรยี นร.ู้
. (2545ก). การวิจัยเพอ่ื พัฒนาการเรยี นรูต้ ามหลักสูตรการศึกษาขัน้ พื้นฐาน.
กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพรา้ ว.
. (2545ข) สาระและมาตรฐานการเรยี นรูก้ ล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ในหลักสูตรการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551. กรุงเทพฯ :


Click to View FlipBook Version