The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by krukai krukai, 2020-11-29 23:14:46

แบบฝึกหัดแอลเคน

แบบฝึกแอลเคน

ชุดกิจกรรมการเรียนร้โู ดยใชว้ ัฏจักรการสืบเสาะหาความรู้ 7 ขนั้ (7E)
เรอ่ื ง สารประกอบไฮโดรคารบ์ อน

รายวิชาเคมีเพิม่ เติม 5 รหสั วิชา ว33225

ชดุ ที่ 2

แอลเคน

นภิ าพร วารีรัตน์
ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะชานาญการ

โรงเรียนยา่ นตาขาวรัฐชนูปถัมภ์
สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษามัธยมศึกษา เขต 13
สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน

กระทรวงศึกษาธิการ

~1~

คานา

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วัฏจักรการสืบเสาะหาความรู้ 7 ข้ัน (7E) รายวิชาเคมีเพิ่มเติม 5
(ว33225) ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เร่ือง สารประกอบไฮโดรคาร์บอน จัดทา
ขึ้นเพื่อใช้ประกอบการเรียนรู้ รายวิชา เคมีเพิ่มเติม 5 (ว33225) จัดทาอย่างเป็นระบบตามผลการ
เรียนรู้และครอบคลุมเนื้อหาสาระตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานพุทธศักราช 2551 โดย
ใช้รปู แบบวัฏจักรการสบื เสาะหาความรู้ 7 ขั้น (7E) มี 7 ข้ันตอน ดังน้ี

1) ขั้นตรวจสอบความรเู้ ดิม (Elicitation)
2) ข้ันเรา้ ความสนใจ (Engagement Phase)
3) ข้ันสารวจและค้นหา (Exploration Phase)
4) ขั้นอธิบาย (Explanation Phase)
5) ขั้นขยายความคิด (Expansion / Elaboration Phase)
6) ข้ันประเมินผล (Evaluation Phase)
7) ขน้ั นาความรไู้ ปใช้ (Extension Phase)
โดยมีการจดั ทาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ทั้งหมด 8 เล่ม ดังน้ี
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่ 1 ประเภทและสมบตั ิของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่ 2 แอลเคน
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ที่ 3 ไซโคลแอลเคน
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่ 4 แอลคีน
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่ 5 ไซโคลแอลคีน
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่ 6 แอลไคน์
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่ 7 ไซโคลแอลไคน์
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ ที่ 8 อะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน
ชุดกิจกรรมเล่มนี้ เป็นชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่ 2 แอลเคน เนื้อหาจะเกี่ยวกับสมบัติท่ัวไป
สูตรโครงสรา้ ง การเรียกช่อื สมบัติทางกายภาพ สมบัติทางเคมี ประโยชน์และโทษของแอลเคน

~ก~

ขอขอบคุณเจ้าของตาราที่นามาอ้างอิงไว้ในชุดกิจกรรมการเรียนรู้นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วัฏจักรการสืบเสาะหาความรู้ 7 ข้ัน (7E) เร่ือง สารประกอบ
ไฮโดรคาร์บอนจะเป็นประโยชน์สาหรับผเู้ รียน ครูผู้สอน และผทู้ ี่สนใจตอ่ ไป

นิภาพร วารีรตั น์

~ข~

สารบัญ หน้า

เรอ่ื ง ค
คานา ง
สารบญั จ
คาชแี้ จงในการใชช้ ุดกิจกรรมการเรยี นรู้ ฉ
คาแนะนาการใช้ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้สาหรบั ครู 1
คาแนะนาการใช้ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้สาหรบั นักเรียน 6
แบบทดสอบก่อนเรียน 10
ชดุ กิจกรรมย่อยที่ 2.1 สมบัติทว่ั ไปและการเรียกชอ่ื แอลเคน 21
ใบความรทู้ ี่ 2.1 สมบัติทัว่ ไปและการเรียกช่อื แอลเคน 23
ใบกิจกรรมที่ 2.1 การเรียกชื่อแอลเคน 27
ใบกิจกรรมที่ 2.2 การเขียนสูตรโครงสร้างของแอลเคน 28
ใบกิจกรรมที่ 2.3 รู้ไว้ใชว่ ่า 30
ใบความรทู้ ี่ 2.2 แอลเคนกบั โครงสรา้ งในชีวติ ประจาวัน 31
ใบกิจกรรมที่ 2.4 แอลเคนกับสตู รโครงสรา้ งในชวี ิตประจาวัน 35
ชุดกิจกรรมย่อยที่ 2.2 สมบัติทางกายภาพและสมบตั ิทางเคมีของแอลเคน 44
ใบความรทู้ ี่ 2.3 สมบตั ิทางกายภาพและสมบัติทางเคมีของแอลเค 46
ใบกิจกรรมที่ 2.5 สมบตั ิทางกายภาพและสมบัติทางเคมี 47
ใบกิจกรรมที่ 2.6 สมการเคมีและผลติ ภัณฑข์ องแอลเคน 48
ใบกิจกรรมที่ 2.7 ฝกึ สมองประลองปัญญา 52
ชดุ กิจกรรมย่อยที่ 2.3 ประโยชน์และโทษของแอลเคน 59
ใบความรทู้ ี่ 2.4 ประโยชน์และโทษของแอลเคน 60
ใบกิจกรรมที่ 2.8 ประโยชน์ของแอลเคนในชีวติ ประจาวัน 61
ใบกิจกรรมที่ 2.9 ผลติ ภณั ฑแ์ อลเคนทีพ่ บในชีวติ ประจาวัน 66
แบบทดสอบหลังเรยี น
ภาคผนวก
บรรณานุกรม

~ค~

คาช้แี จง

การใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วัฏจักรการสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น (7E) เร่ือง สารประกอบ
ไฮโดรคาร์บอน มวี ตั ถปุ ระสงค์เพื่อประกอบการจัดการเรยี นการสอนรายวิชาเคมีเพิ่มเติม 5 (ว33225)
สาหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพื่อใช้ในการพัฒนาและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ของนกั เรียนใหเ้ ตม็ ศักยภาพ ตามจดุ มงุ่ หมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช
2551 ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วัฏจักรการสืบเสาะหาความรู้ 7ข้ัน (7E) เร่ือง สารประกอบ
ไฮโดรคาร์บอน ประกอบด้วยชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ ดงั นี้

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ที่ 1 ประเภทและสมบตั ิของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่ 2 แอลเคน
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ที่ 3 ไซโคลแอลเคน
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ที่ 4 แอลคีน
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ที่ 5 ไซโคลแอลคีน
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ที่ 6 แอลไคน์
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ที่ 7 ไซโคลแอลไคน์
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ที่ 8 อะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วัฏจักรการสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น (7E) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้
ที่ 2 แอลเคน มีรายละเอียดเกี่ยวกับ การเขียนสูตรโมเลกุล สูตรโครงสร้าง การเรียกชื่อ อธิบาย
สมบัติทางกายภาพ สมบตั ิทางเคมี เขียนสมการเคมีและเขียนผลิตภัณฑ์จากปฏิกิริยาเคมี ประโยชน์
โทษของ แอลเคน การจดั การเรียนรู้สอดคล้องกบั แผนการจดั การเรียนรู้ที่ครูผู้สอนได้จัดทาขึ้น ดังน้ัน
ในการเรียนรู้ ครูผู้สอนจะคอยกากับดูแล กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้นักเรียน
แลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อให้กระบวนการเรียนการสอนเกิดผลในการพฒั นานกั เรียนให้มปี ระสิทธิภาพและ
ประสิทธิผลตามวตั ถุประสงคท์ ี่วางไว้ทกุ ประการ

~ง~

คาแนะนา

การใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนร้สู าหรบั ครู

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วัฏจักรการสืบเสาะหาความรู้ 7 ข้ัน (7E) เร่ือง สารประกอบ
ไฮโดรคาร์บอน ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 2 แอลเคน จัดทาขึ้นเพื่อประกอบการสอนวิชาเคมีเพิ่มเติม 5
(ว33225) ตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 จานวน 1 คาบ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 จานวน 2 คาบ

และแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 จานวน 1 คาบ เพ่ือให้การจัดการเรียนรู้สอดคล้องกับแผนการ
จัดการเรยี นรู้ที่ครูผู้สอนได้จดั ทา ขนึ้ ครูผสู้ อนควรเตรียมความพร้อมและปฏิบตั ิตนตามบทบาท
ดงั ต่อไปนี้

1.ทดสอบความรู้ก่อนเรียนของนักเรียน โดยใช้แบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อวัดความรู้พื้นฐาน

ของนักเรียน จานวน 10 ขอ้

2.จัดกิจกรรมการเรียนการสอน ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วัฏจักรการสืบเสาะหา
ความรู้ 7 ข้ัน (7E) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 2 แอลเคน ควบคู่กับแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 แผนการ
จดั การเรยี นรู้ที่ 5 และ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6

3.ชุดกิจกรรมการเรียนรู้มีองค์ประกอบ ดังน้ี
3.1 แบบทดสอบก่อนเรียน
3.2 จุดประสงค์ สาระการเรียนรู้
3.3 กระบวนการเรียนรู้แบบวัฏจกั รการสืบเสาะหาความรู้ 7 ข้ัน (7E)
3.4 แบบทดสอบหลังเรยี น
3.5 เฉลยแบบทดสอบ ก่อนเรียน – หลัง
3.6 เฉลยใบกิจกรรม

4. ขณะปฏิบัติกิจกรรมครูผู้สอนควรดูแล ให้คาแนะนากบั นักเรียนอย่างใกล้ชิด
5. การแบ่งกลุ่มนักเรียนควรให้แต่ละกลุ่ม มีนกั เรียนกลุ่มเก่ง ปานกลาง และอ่อนร่วมกัน
เพือ่ ให้นักเรียนได้ช่วยเหลือกนั ในการเรียนรู้
6. ในข้ันอธิบายและลงขอ้ สรปุ ควรใหน้ กั เรียนได้นาเสนอผลการศกึ ษา หลังจากน้ันครแู ละ
นกั เรียนจงึ รว่ มกนั อภปิ รายและลงข้อสรปุ เปน็ องค์ความรู้

7. ทดสอบความรหู้ ลงั เรยี น โดยใช้แบบทดสอบหลังเรยี น จานวน 10 ขอ้

~จ~

คาแนะนา

การใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรสู้ าหรบั นักเรียน

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ รายวิชาเคมีเพ่ิมเติม 5 (ว33225) สาหรับนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้วัฏจักรการสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น (7E)
เร่ือง สารประกอบไฮโดรคาร์บอน ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 2 แอลเคน นักเรียนควรปฏิบัติตนตาม
คาแนะนาการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เพ่ือให้การจัดกิจกรรมบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่วางไว้
ดงั ต่อไปนี้

1.อ่านคู่มอื การใช้ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้และบทบาทของนักเรียนใหเ้ ข้าใจก่อนลงมือศึกษา
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ประกอบด้วย

1.1 ส่วนหน้าประกอบด้วย ปก คานา สารบัญ คาชี้แจง คาแนะนา
1.2 ส่วนเนอื้ หา ประกอบด้วย แบบทดสอบก่อนเรียน ผลการเรียนรู้ จุดประสงค์
การเรียนรู้ วธิ ีการดาเนินกิจกรรม ใบกิจกรรม ใบความรู้ แบบทดสอบหลงั เรยี น
1.3 ส่วนท้าย ประกอบด้วย ภาคผนวก เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน – หลงั เรยี น เฉลย
ใบกิจกรรม บรรณานกุ รม

2.นกั เรยี นรบั ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้คนละ 1 ชุด ในการใชช้ ดุ กิจกรรมการเรียนรู้แต่ละเล่ม

ให้นกั เรียนปฏิบัติ ดังน้ี
2.1 ทาแบบทดสอบก่อนเรียน จานวน 10 ข้อ
2.2 ศกึ ษาจุดประสงค์การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ และปฏิบตั ิตาม กระบวนการเรียนรู้ให้

เข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจใหถ้ ามครูผสู้ อนทันที

2.3 นกั เรยี นศกึ ษาและทาใบกิจกรรมไปทีละหัวข้อพร้อมทั้งปฏบิ ัติกิจกรรมหรือภาระ
งานตามทีก่ าหนดควบคู่กนั ไป บันทึกผลงานทเี่ ป็นรอ่ งรอยหลกั ฐานแสดงถึงผลงานทีไ่ ดป้ ฏิบตั ิ
พร้อมท้ังใหค้ รูผสู้ อนตรวจสอบความถูกต้อง

2.4 ทาแบบทดสอบหลังเรียน จานวน 10 ขอ้ เพือ่ ทราบความก้าวหน้าในการเรียน
ของนกั เรียนหลงั จากทากจิ กรรมเสรจ็ เรียบรอ้ ยในแต่ละชดุ

3.ในการทากิจกรรมตามชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ทุกชดุ ขอให้นักเรียนทา ด้วยความต้ังใจ
ให้ความรว่ มมอื และมีความซอ่ื สตั ยต์ ่อตนเองใหม้ ากที่สุด

~ฉ~

รายวิชา เคมีเพิ่มเติม5 แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 ชุดท่ี 2 สารประกอบไฮโดรคารบ์ อน

เวลา 10 นาที เร่อื ง แอลเคน 10 คะแนน

คาชีแ้ จง ให้นกั เรียนกากบาท ()เลือกคาตอบทีถ่ กู ต้องเพียงคาตอบเดียว ลงในกระดาษคาตอบ

1. จากการศกึ ษาสมบตั ิทางกายภาพของแอลเคน พบว่า
1 .เป็นโมเลกลุ โคเวเลนต์ไม่มีขวั้
2. มีกลิ่นเฉพาะตัว เช่น แก๊สทีเ่ ป็นแก๊สหุงต้ม
3. ไม่ละลายน้าและมีความหนาแน่นน้อยกว่าน้า
4.โมเลกลุ เล็กจะเป็นของแข็ง เมือ่ ใหญ่ข้ึนจะเป็นของเหลว และแก๊สในที่สุด
จากคณุ สมบตั ิดังกล่าวข้อใดถูกต้อง
ก. ข้อ 1, 2 และ 3
ข. ข้อ 2, 3 และ 4
ค. ข้อ 1, 3 และ 4
ง. ข้อ 1, 2, 3 และ 4

2. ปฏิกิรยิ าตอ่ ไปนี้ เกิดข้ึนกับแอลเคนยกเวน้ ปฏิกิรยิ าใด
ก. การเติม
ข. การสันดาป
ค.การแทนที่
ง. การแตกสลาย

3. แอลเคนในข้อใดมีสถานะเป็นของเหลว
ก. C3H8
ข. C2H6
ค. C6H14
ง. C20H44

~1~

4. ข้อใดคือผลิตภัณฑท์ ีไ่ ด้จากการเผาไหม้อย่างสมบรู ณ์ของแอลเคน
ก. CO2 และ CO
ข. CO และ H2O
ค. CO2 และ CH4
ง. CO2 และ H2O

5. สตู รโครงสร้างแบบเส้นและมมุ ของสารต่อไปนี้ มีชือ่ ตามระบบ IUPAC ดังขอ้ ใด

ก. 2-ethyl -2,4,5-trimethyl octane
ข. 2-methyl-2,4-dimethyl hexane
ค. 2,2,5–trimethyl -4,5-diethyl octane
ง. 2,2,5-triethyl-1,2,4-trimethyl octane
6. สตู รโครงสร้างแบบเส้นและมุมของสารต่อไปนี้ มีชือ่ ตามระบบ IUPAC ดังขอ้ ใด

Cl

ก. 12–chloro-2-methyl-9-ethyl-5-(1,1-dimethyl ethyl) tridecane
ข. 11–chloro -5,5-dimethyl tridecane
ค. 12–bromo-methyl-9-ethyl-5-(1,1-dimethyl ethyl) tridecane
ง. 2,12–dimethyl -5,9-diethyl tridecane

~2~

7. สูตรโครงสรา้ งแบบผสมของสารต่อไปนี้ มีชือ่ ตามระบบ Common Name ดงั ขอ้ ใด

CH3 CH3

CH3 C CH2 CH CH3

CH2 CH3

ก. 2-ethyl -2,4-dimethyl pentane

ข. 3,3,5-trimethyl hexane

ค. isononane

ง. Neononane

8. เฮปเทน เพนเทน บิวเทน และเฮกเซน มีจุดเดือดเรียงตามลาดับดงั ขอ้ ใด

ก. เฮกเซน < เฮปเทน < บิวเทน < เพนเทน

ข. เฮกเซน < เพนเทน < เฮปเทน < บิวเทน

ค. บิวเทน < เฮกเซน < เพนเทน < เฮปเทน

ง. บิวเทน < เพนเทน < เฮกเซน < เฮปเทน

9. สารประกอบใดต่อไปนี้ จุดเดือดสงู ทีส่ ดุ

ก. CH3 CH CH3

CH3
CH3

ข. CH3

CH3 C

CH3

ค. CH3 CH2 CH2 CH3

ง. CH3 CH2 CH3

~3~

10. ผลจากการศกึ ษาสารประกอบไฮโดรคาร์บอนชนิดหนง่ึ พบว่า มีคุณสมบัติดังน้ี
1. เป็นสารระเหยง่าย
2. ไม่ฟอกจางสดี ่างทบั ทิม
3. สารประกอบนีม้ ีโครงสรา้ งไม่เปน็ วง
4. ไม่ทาปฏิกิรยิ ากบั โบรมนี ใน CCl4 ในที่มดื
5. ทาปฏิกิรยิ ากับโบรมนี ใน CCl4 ทีม่ ีแสงสว่าง เกิดแก๊สที่มสี มบัติเปน็ กรด

จากคุณสมบตั ิดังกล่าวตรงกบั สตู รโมเลกุลของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ข้อใด
ก. C3H6
ข. C3H8
ค. C6H12
ง. C6H14

~4~

รายวิชา เคมีเพิ่มเติม 5 กระดาษคาตอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 ชุดท่ี 2 สารประกอบไฮโดรคารบ์ อน

เวลา 10 นาที เร่อื ง แอลเคน 10 คะแนน

ชื่อ.................................................นามสกลุ ......................................................เลขที.่ ..................

คาชี้แจง ให้นกั เรียนเลือกคาตอบในแบบทดสอบ แล้วทาเครื่องหมาย X ลงใน ที่ถูกต้องที่สุด
เพียงข้อเดียว

ข้อ ก ข ค ง คะแนนเต็ม 10
1 คะแนนทีไ่ ด้
2
3 ผลการประเมิน
4 ดีมาก
5 ดี
6 พอใช้
7 ปรับปรงุ
8
9 ลงชือ่ ……………………………………..ผปู้ ระเมิน
10 (………………………………………)

วันที่……………….เดือน…………………พ.ศ…………

เกณฑ์การใหค้ ะแนน

คะแนนระหว่าง 9-10 อยู่ในเกณฑ์ ดีมาก
คะแนนระหว่าง 7-8 อยู่ในเกณฑ์ ดี
คะแนนระหว่าง 5-6 อยู่ในเกณฑ์ พอใช้
คะแนนระหว่าง 0-4 อยู่ในเกณฑ์ ปรบั ปรงุ

~5~

ชุดกิจกรรมย่อยท่ี 2.1 เรือ่ ง สมบัติท่ัวไปและการเรียกชื่อแอลเคน

ประกอบแผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 4
เรือ่ ง สมบัติทว่ั ไปและการเรียกชื่อแอลเคน เวลา 1 ชั่วโมง

ผลการเรียนรู้

เขียนสูตรโครงสรา้ ง เรียกชือ่ ทดลอง อธิบายสมบัติทางกายภาพ สมบตั ิทางเคมี
การเกิดปฏิกิรยิ าเคมี ประโยชน์และโทษของ แอลเคน ไซโคลแอลแคน แอลคีน ไซโคลแอลคีน
แอลไคน์ ไซโคลแอลไคน์ และ อะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

ด้านความร(ู้ Knowledge)
อธิบายสตู รโครงสรา้ ง การเรียกช่อื ของแอลเคน
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ(Process)
1. เขียนสตู รโครงสร้างของแอลเคน
2. เรียกชอ่ื แอลเคน
ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค(์ Attitude)
ความมงุ่ ม่นั ในการทางาน (มีความตง้ั ใจและเอาใจใส่ต่อการเรยี นและมีความรบั ผดิ ชอบใน
การทางาน มคี วามพยายามและอดทนเพื่อให้สาเร็จตามเป้าหมาย)

~6~

สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
1. การสอ่ื สาร (ใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ ความเข้าใจ ความรู้สึกและทัศนของตนเอง

เพือ่ แลกเปลีย่ นข้อมลู ขา่ วสารและประสบการณอ์ ันจะเป็นประโยชน์ตอ่ การพฒั นาตนเองและสังคม)
2. การคิด (เปน็ ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่างสร้างสรรค์

การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนาไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ
เพือ่ การตัดสินใจเกีย่ วกับตนเองและสงั คมได้อย่างเหมาะสม)

วธิ ดี าเนนิ กิจกรรม

1. ขนั้ ตรวจสอบความรู้เดิม (Elicitation Phase)
1.1 ตรวจสอบความความรู้พ้ืนฐานเดิมของนกั เรียน เร่อื ง สารประกอบไฮโดรคาร์บอน เพือ่

เช่อื มโยงความรเู้ ดิมไปยงั ความรเู้ รือ่ ง แอลเคน โดยครแู ละนกั เรียนร่วมกนั อภปิ ราย เกีย่ วกบั
เรือ่ ง สารประกอบไฮโดรคาร์บอน โดยครูเขียนสูตรโครงสรา้ งของมเี ทน (CH4) พร้อมแสดงโมเดล
แบบจาลองอะตอมของมีเทน

1.2 ครูซักถามนกั เรียนเกี่ยวกับมีเทน นกั เรียนตอบคาถาม เพือ่ นาไปสู่การใหค้ วามรใู้ นเรอ่ื ง
แอลเคน

2. ข้ันเร้าความสนใจ (Engagement Phase)
นกั เรียนศกึ ษาสือ่ วดิ ิทศั น์ ชดุ ที่ 1 เรื่อง Alkane

3.ขั้นสารวจและค้นหา (Exploration Phase)
3.1 นกั เรียนแบ่งกลุ่ม 4-5 คน แบบ Group of Four โดยแต่ละคนมีหน้าทีด่ ังนี้
คนที่ 1 ทาหนา้ ทีเ่ ป็นคณุ อานวย (Facilitator) มีหน้าที่ดูแล เชน่ ให้มกี ารเริ่มตน้

ทางานกระตุ้นใหท้ ุกคนทางานให้เสรจ็ ทันเวลา
คนที่ 2 ทาหน้าที่เป็นคุณวางแผน (Planner) มหี นา้ ทีเ่ ป็นผู้วางแผนการทางานและ

รบั ส่งอุปกรณ์จากครู

~7~

3. ขนั้ สารวจและคน้ หา (Exploration Phase)(ต่อ)
คนที่ 3 ทาหนา้ ที่เปน็ คุณKM (Knowledge Management Manager) มหี นา้ ทีเ่ ปน็ ผู้จดั การองค์

ความรู้ โดยเปน็ ผู้สรปุ ผลการเรียนรู้
คนที่ 4 ทาหนา้ ที่เป็นคุณเสนอ (Reporter) มหี นา้ ที่เปน็ ผู้รายงานผลการเรียนรู้ โดยเปน็ ผู้ดแู ลการ

บนั ทึกข้อมูลตา่ งๆ ทางานร่วมกนั อย่างใกล้ชิดกบั คนที่ 3 และประสานงานกับครูเมื่อมีปญั หา (ให้มกี าร
เปลีย่ นหนา้ ที่กันเมือ่ ทากิจกรรมเสร็จแต่ละครั้ง และมีการเปลี่ยนสมาชิกในกลุ่มเดิมเมอ่ื สลบั หน้าทีก่ นั
ครบในกลุ่มเดิม)
หมายเหตุ สมาชิกกลมุ่ ใดมี 5 คน ให้คนที่ 5 ทาหน้าท่รี ว่ มกับคนที่ 3

3.2 นักเรียนแตล่ ะกลุ่มรบั ใบความรแู้ ละศกึ ษาความรเู้ กี่ยวกบั แอลเคนจากใบความรทู้ ี่ 2.1 สมบัติ
ท่ัวไปและการเรียกชอ่ื แอลเคน

3.3 นักเรียนชว่ ยกันต่อ Jigsaw โครงสรา้ งของแอลเคนของกลุ่มตัวเอง กลุ่มละ 5 โครงสรา้ งพรอ้ ม
กบั อ่านชือ่ แอลเคนทีป่ รากฏบนแผ่น Jigsaw ที่นักเรียนต่อเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นนกั เรียนทา
ใบกิจกรรมที่ 2.1 การเรียกชื่อแอลเคน

3.4 นักเรียนทาใบกิจกรรมที่ 2.2 การเขียนสตู รโครงสรา้ งของแอลเคน

4. ขน้ั อธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation Phase)
ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายใหไ้ ด้ขอ้ สรปุ เกีย่ วกับสมบัติท่ัวไปและการเรียกชอ่ื แอลเคน

5. ขน้ั ขยายความรู้ (Elaborate Phase)
นักเรียนทาใบกิจกรรมที่ 2.3 รู้ไว้ใชว่ ่า ครใู หค้ วามรเู้ พิม่ เกีย่ วกบั การเรียกชือ่ แอลเคนเชิงซ้อน

6. ข้ันประเมินผล (Evaluation Phase)
6.1 นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่าจากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างที่ยังไม่

เข้าใจ หรอื ยงั มีขอ้ สงสยั ถ้ามีครชู ่วยอธิบายเพิม่ เติมให้นักเรียนเข้าใจ
6.2 นักเรียนรว่ มกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรอื อุปสรรคใดและได้มกี ารแก้ไข

อย่างไรบ้าง
6.3 ทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้นักเรียน ตอบคาถามลงในสมดุ แบบฝกึ หัด

~8~

6. ขัน้ ประเมินผล (Evaluation Phase) (ตอ่ )
6.4 นักเรียนรว่ มกันสรุปเกีย่ วกบั สมบตั ิทั่วไปและการอ่านชือ่ แอลเคนโดยร่วมกนั สรปุ เขียนลงใน

Exit ticket
7. ขั้นนาความรู้ไปใช้(Extension Phase)

7.1 ครแู ละนักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกบั ประโยชน์ทีไ่ ด้รับ จากการปฏิบตั ิกิจกรรม
7.2 นักเรียนศึกษาใบความรู้ที่ 2.2 เร่ือง แอลเคนกับสูตรโครงสร้างในชีวิตประจาวัน แล้วนักเรียน
นาความรู้ที่ได้เขียนเป็นแผนผังความคิดในใบกิจกรรมที่ 2.4 เร่ือง แอลเคนกับสูตรโครงสร้างใน
ชีวติ ประจาวัน

~9~

ใบความรู้ท่ี 2.1 สมบัติทว่ั ไปและการเรียกชื่อแอลเคน

สมบตั ิท่วั ไปของแอลเคน (Alkane)

1. สตู รท่วั ไป เป็น CnH2n + 2 เมื่อ n = 1, 2, 3, …

2. เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนอิม่ ตัว มีพนั ธะเดีย่ วทั้งหมดในโครงสร้าง

3. แอลเคน มีชือ่ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า พาราฟิน ไฮโดรคารบ์ อน (parafin hydrocarbon)

หรอื เรียกส้ันๆ ว่า พาราฟิน

4. แอลเคนมีทั้งทีเ่ กิดในธรรมชาติ เช่น น้ามันดิบ (coal tar) น้ามันปิโตรเลียม

และแก๊สธรรมชาติ นอกจากนีย้ งั สามารถสงั เคราะหข์ ึน้ มาได้

5. แอลเคนตัวแรก คือ มีเทน มีสตู รเปน็ CH4 เป็นแก๊สธรรมชาติ บางทีเรียกว่า

แก๊สโคลน (marsh gas)

6. เมื่อแทนที่ H ใน CH4 ด้วย - CH3 CH3CH3 = ethane
แทนที่ H ใน CH3CH3 ด้วย - CH3 C3H8 = propane

ดงั นน้ั เขียนเป็นอนุกรม CH4, C2H6, C3H8, C4H10,... จะเพิม่ ทีละ -CH2- เรียกว่า

"Homologous series " เรียกสารแตล่ ะตวั ว่า "homolog"

7. แอลเคนทีม่ ี คาร์บอน 4 อะตอมข้ึนไปจะมีไอโซเมอร์

การเขียนสตู รโครงสร้างของแอลเคน

พนั ธะระหว่างคาร์บอนกับคาร์บอน และคาร์บอนกบั ไฮโดรเจนในแอลเคน เป็นพนั ธะ
โคเวเลนต์แบบพนั ธะเดี่ยวท้ังหมด ซึ่งมีความยาวพนั ธะเท่ากับ 154 พิโคเมตร และ 109
พิโคเมตร ตามลาดับ และคารบ์ อนทกุ อะตอมในโมเลกุลเกิดไฮบริไดเซซนั (hybridization)
แบบ sp3 และ sp3 hybridization คารบ์ อนจะสร้างพนั ธะเดีย่ วท้ังหมด

~ 10 ~

ภาพที่ 1 ไฮบริไดเซชนั ของ 2s และ 2p ออร์บิทลั ของคารบ์ อนอะตอมได้เป็น sp3
ไฮบริดออรบ์ ิทลั

ทีม่ า: พินติ ิ รตะนานุกลู (2555)

ภาพที่ 2 การเกิดโมเลกุลของมเี ทนจากการสร้างพันธะซิกมาโดยใช้ sp3 ไฮบริดออร์บิทัล
ของคาร์บอนอะตอม กับ s-ออร์บิทลั ของไฮโดรเจนอะตอม

ที่มา: พินติ ิ รตะนานุกูล (2555)
~ 11 ~

ตาราง 1 โครงสร้างลิวอิสแบบเสน้ และโครงสร้าง 3 มิติ (มีเทน อีเทน บิวเทนและ เพนเทน)

ชอ่ื สาร สูตร โครงสร้างลิวอสิ แบบเสน้ แบบจาลองโมเลกลุ 3 มิติ
มเี ทน โมเลกลุ
H
CH4

HC H

H

อเี ทน C2H6 HH
โพรเพน C3H8
HC CH

HH

H HH H
HC CC
HH
H

บิวเทน C4H10 H HH H
CC C
HC H

H HH H

เพนเทน C5H12 H HH H H

HC CC C CH

H HH H H

ภาพที่ 3 แบบจาลองโมเลกุล 3 มิติ
ที่มา : นิภาพร วารีรตั น์ . 2556

~ 12 ~

การเรียกชือ่ แอลเคน (Nomenclature of alkane)

การเรียกชอ่ื แอลเคน เรยี กได้ 3 แบบ คือ
1.แบบ Formula Name
2.แบบสามัญ (Common Name)
3.แบบระบบ IUPAC (International Union of Pure and Applied Chemistry)

1.แบบ Formula Name

อ่านชอ่ื โดยนบั จานวน C อะตอม ทั้งหมดที่อยู่ในสตู รโครงสรา้ ง โดยอ่านจานวน

C อะตอม เปน็ แบบตัวเลขกรีก แล้วต่อท้ายด้วย - ane

CH3 CH2 CH3 = propane

CH3 CH2 CH2 CH2 CH3 = pentane

2.แบบ Common Name

ใช้เรยี กชือ่ โมเลกลุ เลก็ ๆที่ไม่ซับซ้อน เนือ่ งจากแอลเคน 4 อะตอมขนึ้ ไป มีมากกว่า
1 ไอโซเมอร์ ถ้าโมเลกลุ ใหญ่ขึน้ การเรียกช่อื แอลเคนในระบบ Common Name มีหลักการ
ดงั นี้

1. นับจานวนอะตอม C ท้ังหมดที่มใี นโครงสร้างนั้นแบบ Formula Name
2. โครงสร้างทีม่ ี 3 อะตอมขนึ้ ไปให้ใช้คาว่า normal (n-) นาหน้าช่อื โครงสร้างที่เป็น
โซ่ตรง และใช้คาว่า iso หรอื neo นาหน้าชือ่ โครงสร้างทีเ่ ปน็ โซ่กิง่

กรณีทีโ่ ครงสร้างเป็นโซ่ตรงให้เตมิ n – นาหน้าชื่อระบบ Formula Name เชน่

CH3 CH2 CH3 = n – propane

CH3 CH2 CH2 CH2 CH2 CH3 = n – hexane

~ 13 ~

กรณีทีโ่ ครงสร้างเป็นโซ่กิ่งให้เติม iso- นาหนา้ ชื่อ Formula Name เช่น

CH3 CH CH2 CH3 = isopentane
= isohexane
CH3 CH2 CH2 CH3
CH3 CH

CH3

กรณีทีโ่ ครงสร้างเปน็ โซ่กิ่งมีหมู่ CH3- 2 หมู่ ต่อกบั คารบ์ อนอะตอมตาแหน่งที่ 2 (บน-ล่าง)
ของ โซ่คาร์บอน ให้เตมิ neo นาหน้าชื่อในระบบ Formula Name เชน่

CH3

CH3 C CH3 = neopentane

CH3
CH3

= neohexane

CH3 C CH2 CH3

CH3

3. แบบ IUPAC

การเรียกช่อื แอลเคนในระบบ IUPAC มีหลักการดังน้ี
1.เลือกโซ่คาร์บอนเป็นโซ่ตรงและโซ่ที่ยาวทีส่ ดุ ซึง่ จะถือว่าเป็นโซ่หลัก ให้เรียกชือ่ โครงสรา้ ง

หลกั ตามจานวนคาร์บอนทีม่ ี แล้วลงท้ายด้วย -ane (เ -น) โซ่คาร์บอนไม่จาเป็นต้องอยู่
ในแนวนอนเดียวกันจะซิกแซกอย่างไรก็ได้ เช่น

~ 14 ~

2 1 กาหนดโซ่หลกั ถกู ต้อง โซ่หลักคารบ์ อน
CH2 CH3 6 อะตอม อ่านว่า hexane

CH3 3 4 5 6
CH CH2 CH2 CH3

CH2 CH3

1 2 3 4 5 กาหนดโซ่หลกั ไม่ถกู ต้อง
CH3 CH CH2 CH2 CH3

CH2 CH3 CH2 กาหนดโซ่หลกั ถูกต้อง โซ่หลกั คารบ์ อน
5 CH2 CH3 9 อะตอม อ่านว่า nonane
1 23 4 6

CH3 CH CH2 CH2 CH CH3

21 78 9
CH2 CH3
CH2 CH2 CH3 กาหนดโซ่หลกั ไม่ถูกต้อง

3 45 6

CH3 CH CH2 CH2 CH CH3

2. ถ้าเป็นโมเลกุลสายยาวที่มีกิ่งหรอื โซ่กิ่ง ให้เลือกโครงสร้างหลักที่คาร์บอนต่อกนั เป็นสาย
ยาวที่สุดก่อน ถ้าโซ่หลกั มีขนาดเท่ากนั แล้วให้เลือกโซ่หลกั ที่มหี มแู่ ทนทีม่ าเกาะมากกว่า และ
ในการกาหนดตาแหนง่ ของโซ่หลักให้คานึงถึงตาแหนง่ ของโซ่กิง่ โดยกาหนดให้โซ่กิง่ เริ่มตน้ เปน็
ตาแหน่งตัวเลขที่นอ้ ยที่สุด แล้วเรียกชือ่ โครงสร้างหลักลงท้ายด้วย -ane (เ - น)หลังจากน้ันจงึ
พิจารณาส่วนที่เป็นกิ่ง เช่น

~ 15 ~

1

3 CH3 กาหนดโซ่หลกั ถูกต้อง โซ่หลัก
CH3 CH 2 คารบ์ อน 7 อะตอม อ่านว่า heptane
แตก่ าหนดตาแหน่งของโซก่ ิง่ ไม่
CH2 ถูกต้อง

45 CH2 CH3 กาหนดโซ่หลกั ถูกต้อง โซ่หลัก
CH CH CH3 คารบ์ อน 7 อะตอม อ่านว่า
heptanes กาหนดตาแหนง่ ของ
6 โซก่ ิง่ ถูกตอ้ ง
CH3 CH

7

CH3

7

5 CH3
CH3 CH
6
CH2

43 CH2 CH3
CH CH CH3

2
CH3 CH

1

CH3

1

3 CH3 กาหนดโซ่หลกั และตาแหน่งโซ่กิง่
CH3 CH ไม่ถูกต้อง
2
CH2

45 67
CH CH CH2 CH3

CH3 CH CH3

CH3

~ 16 ~

2.1 ส่วนที่เป็นโซ่กิง่ เรยี กว่า หมู่แอลคิล(alkyl) หรอื หมู่แทนที่ การเรียกชื่อหมแู่ อลคิลมี
หลกั การ ดงั นี้

1) หมแู่ อลคิล (alkyl group) หมายถึง หมู่ที่เกิดจากการลดจานวนอะตอมของ
ไฮโดรเจนใน แอลเคน 1 อะตอม หรือ หมู่แอลคิล คือ แอลเคนที่ไฮโดรเจนลดลง 1 อะตอม
เขียนสูตรทัว่ ไปเปน็ -R โดยที่ R = CnH2n + 1

2) การนับจานวนคาร์บอนในโครงสรา้ งหลกั เพื่อบอกตาแหนง่ ของหมแู่ อลคิลให้ใช้
ตัวเลขที่มคี ่าน้อยที่สดุ และใหต้ าแหน่งที่ต่ากว่าเป็นหมู่ที่เล็กกว่า

3) ตรวจดูว่ามีหมู่แอลคิลอะไรบ้างตอ่ อยู่กับคารบ์ อนตาแหนง่ ไหนของโครงสร้างหลัก
ให้เรียกช่อื หมู่แอลคิลนั้นโดยเขียนเลขบอกตาแหน่งไว้หนา้ ชื่อพรอ้ มกบั มี
ขีด ( - ) คั่นกลาง

12 4 56 3-methyl hexane
CH3 CH2 CH2 CH2 CH3

3

CH3 CH

12 3 45
CH2 CH3
CH3 CH2 CH 3- ethyl pentane

CH2 CH3

~ 17 ~

4) ถ้ามีหมู่แอลคิลต่างชนิดมาต่อกบั โครงสรา้ งหลักใหเ้ รียกทกุ หมู่ตามลาดับตัวอกั ษร
ภาษาอังกฤษ (ไม่รวมจานวนหมู่ เช่น di, tri , tetra) หรอื อ่านเรียงจากหมู่เลก็ ไปหาหมใู่ หญ่
กไ็ ด้ พร้อมกบั บอกตาแหนง่ ของหมู่แอลคิลแตล่ ะหมู่ดว้ ย เชน่

12 CH3 อ่านแบบเรียงหมู่เล็กไปหมใู่ หญ่
3 45 3-methyl -3-ethyl hexane

CH3 CH2 C CH2 CH3 อ่านแบบเรียงตวั อกั ษร
3-ethyl -3-methyl hexane
CH2 CH3

21 78 9 อ่านแบบเรียงหมู่เลก็ ไปหมใู่ หญ่
CH2 CH3 6-methyl -3-ethyl nonane
CH2 CH2 CH3
3 45 6 อ่านแบบเรียงตัวอกั ษร
CH CH2 CH2 3-ethyl -6-methyl nonane
CH CH3
CH2 CH3

5) ถ้ามีหมู่แอลคิลทีเ่ หมอื นกันหลายหมู่ใหบ้ อกตาแหนง่ ทุกๆหมู่ และใช้เครอื่ งหมาย
comma , คัน่ ระหว่างตัวเลขบอกตาแหน่ง ส่วนจานวนหมทู่ ีเ่ หมอื นกันใหบ้ อกจานวนหมดู่ ้วย
เชน่ di = 2, tri = 3 , tetra = 4 , penta = 5 , hexa = 6 , hepta = 7 , octa = 8 ,
nona = 9 , deca = 10 เปน็ ต้น

~ 18 ~

7 อ่านแบบเรียงหมู่เล็กไปหมใู่ หญ่
2,4,5-trimethyl -3-ethyl heptane
5 CH3
CH3 CH อ่านแบบเรียงตวั อักษร
6 3-ethyl -2,4,5-trimethyl heptane
CH2

43 CH2 CH3
CH CH CH3

2
CH3 CH

1

CH3

21 78 9 อ่านแบบเรียงหมู่เลก็ ไปหมใู่ หญ่
CH2 CH3 3,6-dimethyl nonane
CH2 CH2 CH3

3 45 6

CH3 CH CH2 CH2 CH CH3

6) สาหรับหมู่เกาะที่ซบั ซ้อน หรอื หมทู่ ี่เปน็ แบบกิง่ ซ้อนกิ่ง ใหอ้ ่านชอ่ื โดยระบตุ าแหน่งของกิ่ง
หลักตามด้วยขีดคนั่ (-) และวงเล็บ ภายในวงเลบ็ ระบุตาแหน่งของกิ่งตามด้วยช่ือของกิ่งย่อย
และชือ่ ของกิง่ หลกั และมีหลักการการอ่านชือ่ กิง่ ย่อยและกิ่งหลักดังน้ี

CH2 CH3

12 3 1-ethyl-2-methyl propyl group

CH CH CH3

CH3

~ 19 ~

CH3 CH3

12 34 1,1,3-trimethyl butyl group

CH CH2 CH CH3

CH3

เชน่

CH3

12 3 4 5 61 23
CH3 CH2
CH CH2 CH2 CH CH2 CH2 CH3

78 9 10

CH3 CH2 CH2 CH2 CH3

3 – methyl – 6 - (2 – methyl propyl ) decane

~ 20 ~

ใบกจิ กรรมที่ 2.1 การเรียกชือ่ แอลเคน

คาชีแ้ จง ให้นกั เรียนเรียกช่อื แอลเคนทีก่ าหนดให้ถูกต้อง
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ เรียกช่อื แอลเคน
1. เรยี กชื่อแอลเคน แบบ IUPAC
1.1

…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
1.2

…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
1.3

………………………………………………………………………………………………………………………………………..

1.4

………………………………………………………………………………………………………………………………..
~ 21 ~

1.5 CH2 CH3

CH3 C CH CH2 CH3
Cl CH2 CH3

…………………………………………………………………………………………………………………………………………..

1.6 CH2 CH3 Cl

CH3 C CH CH2 CH2 CH2 C Cl

Cl CH2 CH3 CH3

…………………………………………………………………………………………………………………………………………..

CH3

1.7 CH3 CH CH2

CH CH CH2 CH3
CH3 CH CH3

CH3

…………………………………………………………………………………………………………………………………………..

1.8 CH3

CH3 CH2 CH CH2 CH2 CH CH2 CH CH3
CH3 CH2 CH2 CH2 CH3

…………………………………………………………………………………………………………………………………………..

~ 22 ~

2. อา่ นชื่อแอลเคน แบบ Formula Name และ แบบ Common Name
2.1

แบบ Formula Name …………………………………………………………………………………………………..
แบบ Common Name……………………………………………………………………………………………………
2.2

แบบ Formula Name ……………………………………………………………………………………………………
แบบ Common Name……………………………………………………………………………………………………
2.3

แบบ Formula Name ……………………………………………………………………………………………..

แบบ Common Name………………………………………………………………………………………………..

CH3

2.4

CH3 C CH2 CH3

CH3

แบบ Formula Name …………………………………………………………………………………………….

แบบ Common Name……………………….…………………………………………………………………..

~ 23 ~

ใบกิจกรรมที่ 2.2
การเขียนสตู รโครงสร้างของแอลเคน

คาชี้แจง นักเรียนเขียนสตู รโมเลกลุ และสูตรโครงสรา้ งแบบเส้นและมุม
จากชื่อแอลเคนทีก่ าหนดให้

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ เขียนสตู รโครงสรา้ งของแอลเคน
1. 3-ethyl hexane

2. 2,3,3-trimethyl pentane

~ 24 ~

3. 4-ethyl-2,2-dimethyl octane
4. 3–ethyl–2–methyl hexane
5. 1,7-dichloro-4-(2-chloroethyl) heptane

~ 25 ~

6. 3-bromo-4-chloro-5-propyl-5-methyl octane
7. 1,1,1-trifluoro-4-(2-methylpropyl) nonane
8. 1,8-dibromo-4-(2-iodo-2-methylpropyl) decane

~ 26 ~

ใบกิจกรรมที่ 2.3 รู้ไว้ใช่วา่

คาชี้แจง นกั เรียนตอบคาถามจากโจทย์ทีก่ าหนดให้
จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. เขียนสตู รโมเลกุล สูตรโครงสรา้ งของแอลเคน

2. เรียกชอ่ื แอลเคน
1. What is the name of the follow molecule

Br Cl

………………………………………………………………………………………………………………………………
2. What is the name of the follow molecules

………………………………………………………………………………………………………………………………

3. Draw line angle structural and molecular formula of the follow
3-methyl-4-ethyl haxane

~ 27 ~

ใบความรู้ท่ี 2.2 แอลเคนกบั โครงสรา้ ง
ในชีวติ ประจาวนั

1. CH4 เปน็ สารประกอบแอลเคนที่เรยี กว่า มเี ทน(Methane) ใช้เป็นเชือ้ เพลิงในโรงไฟฟ้า
และโรงงานต่าง ๆ ใชเ้ ป็นวตั ถุดิบในการผลิตเคมีภัณฑต์ ่าง มีสูตรโครงสรา้ งดังนี้

Methane (CH4)

ภาพที่ 4 แบบจาลองโมเลกลุ 3 มิติ ของ Methane (CH4)
ทีม่ า : นิภาพร วารีรัตน์ (2556 )
2. อเี ทน (C2H6)และโพรเพน (C3H8) ใช้ผลิตเอทิลนี (C2H4) และโพรพิลีน (C3H6) เพือ่ เปน็ สาร
ต้ังต้นในการผลติ เม็ดพลาสติก มีสตู รโครงสร้างดังนี้

Ethane (C2H6)

ภาพที่ 5 แบบจาลองโมเลกลุ 3 มิติ ของ Ethane (C2H6)
ทีม่ า : นิภาพร วารีรตั น์ (2556)

~ 28 ~

Propane (C3H8)
ภาพที่ 6 แบบจาลองโมเลกลุ 3 มิติ ของ Propane (C3H8)
ที่มา : นิภาพร วารรี ตั น์ (2556 )
3. แก๊สผสมระหว่างโพรเพน (C3H8) กับบิวเทน (C4H10) ใช้เป็นแก๊สเช้ือเพลิงหงุ ต้ม แก๊สท้ัง
สองได้จากการกล่ันปิโตรเลียมและแก๊สธรรมชาติ เมื่อบรรจุในถงั เหล็กภายใต้ความดันสูง จะมีสถานะ
เป็นของเหลว บิวเทน (C4H10) มีสตู รโครงสร้าง ดังน้ี

butane (C4H10 )

ภาพที่ 7 แบบจาลองโมเลกุล 3 มิติ ของ butane (C4H10 )
ที่มา : นิภาพร วารีรัตน์ (2556 )

~ 29 ~

ใบกิจกรรมที่ 2.4
แอลเคนกบั สตู รโครงสรา้ งในชีวติ ประจาวนั

คาชีแ้ จง นักเรียนเขียนแผนผังความคิด เกีย่ วกบั แอลเคนและสตู รโครงสร้างในชีวติ ประจาวนั

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. เขียนสูตรโครงสร้างของแอลเคน
2. เรียกช่อื แอลเคน

สูตรโครงสร้าง

H

ชื่อแอลเคน Methane HC H

H

แอลเคนและสตู รโครงสร้างในชีวติ ประจาวัน

~ 30 ~

ชดุ กิจกรรมย่อยท่ี 2.2 เรื่อง สมบัติทางกายภาพและสมบัติทางเคมีของแอลเคน

ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5
เรือ่ ง สมบตั ทิ างกายภาพและสมบัติทางเคมีของแอลเคน เวลา 2 ชัว่ โมง

ผลการเรียนรู้

เขียนสูตรโครงสร้าง เรียกชื่อ ทดลอง อธิบาย สมบตั ิทางกายภาพ สมบตั ิทางเคมี
การเกิดปฏิกิรยิ าเคมี ประโยชนแ์ ละโทษของ แอลเคน ไซโคลแอลแคน แอลคีน ไซโคลแอลคีน
แอลไคน์ ไซโคลแอลไคน์ และ อะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน

จุดประสงค์การเรยี นรู้

ดา้ นความร้(ู Knowledge)
อธิบายสมบตั ิทางกายภาพ สมบัติทางเคมี ประโยชน์หรอื โทษของของแอลเคน
ด้านทกั ษะกระบวนการ(Process)
การเขียนสมการเคมีและเขียนผลติ ภณั ฑจ์ ากปฏิกิรยิ าเคมีแอลเคน
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค(์ Attitude)
มุ่งมัน่ ในการทางาน (มีความต้ังใจและเอาใจใส่ต่อการเรียนและมีความรบั ผิดชอบใน
การทางาน มคี วามพยายามและอดทนเพื่อให้สาเร็จตามเป้าหมาย)

~ 31 ~

สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
1. การส่อื สาร (ใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ ความเข้าใจ ความรู้สึกและทัศนของตนเอง
เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมลู ขา่ วสารและประสบการณอ์ นั จะเปน็ ประโยชน์ตอ่ การพฒั นาตนเองและสังคม)
2. การคิด (เปน็ ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่างสร้างสรรค์
การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนาไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ
เพือ่ การตัดสินใจเกีย่ วกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม)

วธิ ดี าเนนิ กิจกรรม

1. ขั้นตรวจสอบความรู้เดิม (Elicitation Phase)
1.1 ตรวจสอบความความรู้พ้ืนฐานเดิมของนกั เรียน เรื่อง สมบตั ิทว่ั ไปและการเรียกช่ือแอลเคน เพือ่

เช่อื มโยงความรเู้ ดิมไปยังความรเู้ รื่อง สมบตั ิทางกายภาพและสมบัติทางเคมีของแอลเคน โดยครแู ละ
นกั เรียนรว่ มกนั อภิปราย เกี่ยวกับเรือ่ ง สมบตั ิทว่ั ไปและการเรียกช่อื แอลเคน

1.2 ครูซกั ถามนักเรียนเกี่ยวกับสมบัติทัว่ ไปของแอลเคนนักเรียนตอบคาถาม เพื่อนาไปสู่การให้
ความรใู้ นเร่อื งสมบตั ิทางกายภาพและสมบัติทางเคมีของแอลเคน

2.ขั้นเร้าความสนใจ (Engagement Phase)
นกั เรียนรว่ มกนั ดู สือ่ วดิ ิทัศนช์ ุดที่ 2 เรื่อง Reaction of Alkane Song พร้อมรอ้ งตาม

~ 32 ~

3.ข้ันสารวจและค้นหา (Exploration Phase)
3.1 นักเรียนแบ่งกลุ่ม 4-5 คน แบบ Group of Four โดยแต่ละคนมีหน้าทีด่ ังนี้
คนที่ 1 ทาหนา้ ทีเ่ ป็นคุณอานวย (Facilitator) มีหน้าที่ดแู ล เช่น ให้มกี ารเริ่มตน้ ทางาน กระตุ้น

ให้ทุกคนทางานให้เสร็จทันเวลา
คนที่ 2 ทาหน้าที่เปน็ คุณวางแผน (Planner) มหี นา้ ที่เปน็ ผู้วางแผนการทางานและรับส่ง

อุปกรณ์จากครู
คนที่ 3 ทาหนา้ ที่เป็นคุณ KM (Knowledge Management Manager) มหี น้าทีเ่ ปน็ ผู้จดั การ

องค์ความรู้ โดยเปน็ ผู้สรปุ ผลการเรียนรู้
คนที่ 4 ทาหน้าทีเ่ ป็นคุณเสนอ (Reporter) มหี น้าทีเ่ ป็นผู้รายงานผลการเรียนรู้ โดยเปน็ ผู้ดูแล

การบันทึกข้อมูลตา่ งๆ ทางานรว่ มกนั อย่างใกล้ชิดกับคนที่ 3 และประสานงานกับครูเมื่อมีปัญหา (ใหม้ ี
การเปลีย่ นหนา้ ที่กันเมื่อทากิจกรรมเสรจ็ แต่ละครั้ง และมีการเปลีย่ นสมาชิกในกลุ่มเดิมเม่ือสลบั
หนา้ ทีก่ ันครบในกลุ่มเดิม)
หมายเหตุ สมาชิกกล่มุ ใดมี 5 คน ให้คนที่ 5 ทาหน้าท่รี ่วมกบั คนที่ 3

3.2 นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มรับใบความรแู้ ละศกึ ษาความรเู้ กี่ยวกับสมบัติทางกายภาพและ
สมบัติทางเคมีของแอลเคนจากใบความรทู้ ี่ 2.3 สมบตั ิทางกายภาพและสมบัติทางเคมีของแอลเคน

3.3 นกั เรียนทาใบกิจกรรมที่ 2.5 สมบตั ิทางกายภาพและสมบตั ิทางเคมีของแอลเคน

4. ขั้นอธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation Phase)
ครแู ละนักเรียนร่วมกนั อภปิ รายใหไ้ ด้ขอ้ สรปุ เกี่ยวกับสมบตั ิทางกายภาพและสมบัติทางเคมีของ

แอลเคน

5. ข้ันขยายความรู้ (Elaborate Phase)
นักเรียนทาใบกิจกรรมที่ 2.6 สมการเคมีและผลิตภัณฑ์ของแอลเคนและใบกิจกรรมที่ 2.7

ฝกึ สมองประลองปัญญา

~ 33 ~

6. ขั้นประเมินผล (Evaluation Phase)
6.1 นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่าจากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างที่ยังไม่

เข้าใจ หรอื ยงั มีขอ้ สงสัย ถ้ามีครชู ว่ ยอธิบายเพิม่ เติมให้นกั เรียนเข้าใจ
6.2 นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใดและได้มีการแก้ไข

อย่างไรบ้าง
6.3 ทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้นกั เรียน ตอบคาถามลงในสมดุ แบบฝกึ หัด
6.4 นักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับสมบัติทางกายภาพและสมบัติทางเคมีของแอลเคน โดยร่วมกัน

สรปุ ลงใน Exit ticket

7. ขั้นนาความรู้ไปใช้(Extension Phase)
7.1 ครูและนกั เรียนรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั ประโยชน์ทีไ่ ด้รับ จากการปฏิบตั ิกิจกรรม
7.2 นกั เรียนเขียนเป็นแผนผังความคิดในใบกิจกรรมที่ 2.8 ปฏิกิรยิ าเคมีของแอลเคนที่พบใน

ชีวติ ประจาวนั

~ 34 ~

ใบความร้ทู ่ี 2.3 สมบตั ิทางกายภาพและสมบตั ิทางเคมี
ของแอลเคน

สมบตั ิทางกายภาพของแอลเคน

1.สถานะแอลเคน แอลเคนมี 3 สถานะ คอื จานวนคาร์บอน 1-4 อะตอมจะเปน็ แก๊ส
จานวนคาร์บอน 5-17 อะตอม จะเปน็ ของเหลว จานวนคารบ์ อน 18 อะตอมจะเปน็ ของแขง็

2. แอลเคนเปน็ สารประกอบที่ไม่มีสแี ละไม่มกี ลิน่ ดังนั้น เมื่อนามาใช้เป็นเชือ้ เพลิงจงึ ตอ้ งใส่สาร
ทีม่ กี ลิ่นไปด้วย เชน่ butyl mercaptan เพือ่ เป็นตัวบอกใหท้ ราบว่ามีแก๊สรวั่ หรอื ไม่

3. แอลเคนเปน็ โมเลกุลโคเวเลนต์ชนิดไม่มีข้ัวจงึ ไม่ละลายในตวั ทาละลายที่มขี ้ัว เชน่ นา้
แตล่ ะลายได้ดีในตัวทาละลายทีไ่ ม่มีขวั้ เช่น เบนซีน โทลูอีน
4. แอลเคนไม่นาไฟฟ้าในทุกสถานะ

5. มีความหนาแนน่ น้อยกว่าน้า ความหนาแน่นมากที่สุดประมาณ 0.8 g/cm3 ดงั นั้น
แอลเคนจึงลอยน้า แอลเคนที่มโี ครงสรา้ งในลกั ษณะเดียวกนั เม่อื C ในโมเลกลุ เพิม่ ข้นึ
ความหนาแน่นจะเพิ่มขึน้

6. แอลเคนมีจดุ เดือดและจุดหลอมเหลว(m.p-b.p)ค่อนขา้ งต่า เน่อื งจากเป็นโมเลกุลไม่มขี ้ัว
จงึ มแี รงระหว่างโมเลกุลเพียงชนิดเดียว คอื แรงแวนเดอร์วาลส์ ซึง่ เป็นแรงที่ออ่ น ดงั นนั้
จดุ เดือดจงึ ค่อนข้างต่า

~ 35 ~

8.จุดเดือดของแอลเคนจะเพิ่มขึน้ เมือ่ มวลโมเลกลุ เพิม่ ข้นึ แอลเคนที่มโี ครงสร้างแบบโซ่ตรงจะมี
จดุ เดือดสงู กว่าชนิดที่เปน็ โซ่กิ่งเมื่อมีจานวน C อะตอม เท่ากัน เนื่องจากชนิดทีเ่ ปน็ โซ่ตรงมี
พืน้ ที่ผวิ ของโมเลกลุ ซึ่งจะก่อใหเ้ กิดแรงยึดเหน่ยี วระหว่างโมเลกลุ มากกว่าชนิดทีเ่ ปน็ โซ่กิ่ง ยิง่ มี
สาขามากเท่าใดจะยิง่ มีจุดเดือดตา่ ลงเท่านั้น เชน่

CH3 CH2 CH2 CH2 CH3 มีจุดเดือด 36.1 องศาเซลเซียส

CH3 CH CH2 CH3 มีจุดเดือด 27.9 องศาเซลเซียส
CH3 มีจุดเดือด 9.5 องศาเซลเซียส

CH3
CH3 C CH3

CH3

~ 36 ~

ภาพที่ 8 เปรียบเทียบจดุ เดอื ดจุดหลอมเหลวของแอลเคนโซ่ตรงเมอ่ิ จานวนคาร์บอน
เพิม่ ขึน้

ทีม่ า: โรงเรียนมหิดลวิทยานสุ รณ์.เคมีอินทรีย์ (Oranig chemistry) (2009)

ภาพที่ 9 จดุ เดือดจุดหลอมเหลวของแอลเคนโซ่ตรงและเป็นวงเม่อื จานวนคารบ์ อนเพิ่มขนึ้
ที่มา: โรงเรียนมหดิ ลวิทยานุสรณ์.เคมีอินทรีย์ (Oranig chemistry) (2009)

~ 37 ~

ตาราง 2 เปรียบเทยี บจดุ เดือดและจดุ หลอมเหลวของแอลเคนโซ่ตรงบางชนิด

จานวน แอลเคน สูตร จดุ หลอมเหลว จดุ เดือด
คาร์บอน ชือ่ (oC) (oC)
อะตอม โมเลกลุ
มีเทน (methane) CH4 -182.5 -161.5
1 อีเทน (ethane) C2H6 -182.8 -88.6
2 โพรเพน (propane) C3H8 -187.7 -42.1
3 บิวเทน (butane) C4H10 -138.3 -0.5
4 เพนเทน (pentane) C5H12 -129.7 36.1
5 เฮกเซน (hexane) C6H14 -95.3 68.7
6 เฮปเทน (heptane) C7H16 -90.6 98.4
7 ออกเทน (octane) C8H18 -56.8 125.7
8 เดกเคน (decane) C10H22 -29.6 174.1
10 โดเดคเคน(dodecane) C12H24 -9.6 216.3
12 เตตระเดกเค (tetradecane) C14H26 253.6
14 เฮกซะเดกเค (hexadecane) C16H34 5.8 286.9
16 ออกตะเดกเค (octadecane) C18H38 18.1 316.3
18 ไอโคเซน (eiosane) C20H42 28.2 343.0
20 36.6

ที่มา: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. เคมี เล่ม 5 หนา้ 22

~ 38 ~

สมบัติทางเคมีของแอลเคน

โดยทั่วๆ ไปแอลเคนเป็นสารประกอบที่ค่อนข้างเฉื่อย เกิดปฏิกิริยากับสารเคมีต่างๆ ที่
อุณหภูมิห้องช้า จึงได้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า พาราฟิน (parafin) ซึ่งมาจากภาษาละตินคือ
parum affinis ซึ่งหมายถึงไม่ถูกทาลายด้วยกรด เบส ตัวออกซิไดส์ หรือตัวรีดิวซ์ จึงไม่เหมาะแก่การ
ทดลองในห้องปฏิบตั ิการ แตใ่ นกระบวนการทางอุตสาหกรรมสามารถทาให้เกิดปฏิกิรยิ าได้

เนื่องจากแอลเคนเป็นสารประกอบของคาร์บอนที่อม่ิ ตัวจงึ ไม่เกิดปฏิกิรยิ าการเติมแต่จะ
เกิดปฏิกิรยิ าการแทนที่โดยมีปฏิกิริยาที่สาคัญดังนี้

1.ปฏิกิรยิ าการเผาไหม้ (combustion oxidation)

เมื่อแอลเคนทาปฏิกิรยิ ากบั ออกซิเจนจะติดไฟได้ง่าย ไม่มีเขมา่ และคายความรอ้ นมาก
ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ใช้แอลเคนเป็นเช้ือเพลิง ได้ผลติ ภณั ฑ์ เป็น CO2 และ H2O เขียนเปน็
สมการท่วั ๆ ไปได้ดงั นี้

CnH2n+2 + ( 3n 1 ) O2  nCO2 + (n 1) H2O
2

เชน่

C5H12 + 8O2 5CO2 + 6H2O

2C2H6 + 7O2 4CO2 + 6H2O

~ 39 ~

2.ปฏิกิรยิ าการแทนที่ (substitution reaction)

ปฏิกิรยิ าที่ ไฮโดรเจน ในแอลเคนถูกแทนที่ด้วยอะตอมหรอื กลุ่มอะตอมอน่ื ๆ ถ้าถกู แทนที่
ด้วยธาตุแฮโลเจน เชน่ Cl2 ,Br2 จะเรียกว่า ปฏิกิรยิ าฮาโลจเิ นชนั (halogenation)โดยถ้าใช้ Cl2 จะ
เรียกเปน็ ชื่อเฉพาะว่าปฏิกิรยิ า คลอริเนชัน (chlorination) และถ้าใช้ Br2 จะเรียกปฏิกิรยิ า
โบรมเิ นชัน (bromination) สาหรับ F2 ไม่ใช้เพราะเกิดปฏิกิรยิ ารนุ แรง I2 ไม่ใช้เพราะเป็น
ของแข็งซึ่งไม่ไวต่อการเกิดปฏิกิรยิ าท้ังน้ีปฏิกิรยิ าทีจ่ ะเกิดข้ึนได้ตอ้ งมแี สงสวา่ งเปน็ ตวั ช่วยได้
ผลติ ภณั ฑ์เป็นแอลคิลเฮไลด์(alkyl halide) และแก๊ส ไฮโดรเจนเฮไลด์ เขยี นเปน็ สมการทว่ั ๆ ไป
ดงั น้ี

CnH2n +2 + X2 แสง CnH2n + 1X + HX

เชน่
ตัวอย่างที่ 1

CH4 + Cl2 แสง CH3 C+l HCl

ภาพที่ 10 A substitution reaction : one hydrogen atom is being replaced by a chlorine atom
ทีม่ า :Oon Hook Leong (2010)

~ 40 ~

ตวั อย่างที่ 2

HH HH HH

H C C C C C C H + Br2 แสง

H HH H H H

HH HH H Br
CC
HC CC C HH H + HBr
H HH H

หรอื

HH HH Br H

HCC C C C C H + HBr
H HH H H H

หรอื

HH H Br H H

H C C C C C C H + HBr

H HH H H H

ปฏิกิรยิ าดังกล่าวจะเห็นได้ว่า สามารถเกิดผลติ ภัณฑ์ได้หลายชนิด แตจ่ ะมีผลติ ภัณฑ์ที่เป็น
ผลติ ภัณฑห์ ลกั ขึ้นอยู่กบั ความว่องไวในการเกิดปฏิกิรยิ าของแฮโลเจน

~ 41 ~

ตวั อย่างที่ 3 แสง CH3 CH2 CH2 Cl + HCl
แสง
CH3 CH2 CH3 + Cl2 CH3 CH CH3 + HCl
หรอื Cl

CH3 CH2 CH3 + Cl2

ตัวอยา่ งที่ 4 CH3 + Cl2 แสง CH3
CH3 + Cl2 แสง
CH3 CH3 CH CH2 Cl + HCl

CH3 CH CH3

หรอื CH3 C CH3 + HCl
Cl
CH3

CH3 CH

ตวั อยา่ งที่ 5

CH3 +CH2 CH3 Cl2 CH3 CH2 CH2 Cl + HCl
CH3 CH
แสง

CH3 CH

~ 42 ~

CH3 CH3

CH3 CH CH2 C+H3Cl2 แสง CH3 CH CH CH3 + HCl

Cl

หรอื

CH3 CH3

CH3 CH CH2 CH+3Cl2 แสง CH3 C CH2 CH3+ HCl
Cl

หรอื

CH3 แสง

CH3 CH CH2 CH+3 Cl2

CH3

Cl CH2 CH CH2 CH+3 HCl

3.มีเทนทาปฏิบัติกบั แก๊สออกซิเจนที่อณุ หภมู ิ 1500 องศาเซลเซียสได้อะเซทิลนี (C2H2)
คารบ์ อนมอนอกไซด์ (CO) และแก๊สไฮโดรเจน ( H2)

เชน่
6CH4 + O2 1500C C2 H2 + 2CO + H2

~ 43 ~


Click to View FlipBook Version