The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wanwimon.moofaii, 2020-11-05 02:22:18

นางสาวสิริภัทร เถาว์น้อย

เทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์ในอนาคต






จัดท าโดย



นางสาวสิริภัทร เถาว์น้อย








เสนอ


อาจารย์บัวทิพย์ ชิตรัตน์








วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์



วิทยาลัยอาชีวศึกษาเพชรบุรี











1

ค าน า









รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์ในอนาคต เป็นรายงานที่


จัดท าขึ้นเพื่อส่งเสริมให้นักศึกษามีทักษะการใช้เทคโนโลยีอย่างถูกต้อง พร้อมทั้งน ามาประยุกต์ใช้ในการศึกษา


และในชีวิตประจ าวัน เพื่อจะได้มีการเรียนรู้ใหม่ๆ ซึ่งจะเป็นการสร้างพื้นฐานให้นักศึกษามีความรู้และความ

เข้าใจ


ดังนั้นจึงได้จัดท ารายงานเพื่อนักศึกษาได้เข้าใจถึงความส าคัญของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆมา

ประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด และเพื่อใช้ประกอบการศึกษาและปฏิบัติอย่างถูกวิธี


ผู้จัดท าหวังว่า รายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน หรือนักเรียน นักศึกษา หากมีข้อผิดพลาดประการ


ใด ผู้จัดท าขอน้อมรับไว้ และอภัยมา ณ ที่นี้
















2

เทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์ในอนาคต







คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคตในศตวรรษ ที่ 21










1. AI





2. IOT






3. Hologram





4. AR & VR





5. Cloud computing










3

AI






Artificial Intelligence หรือแปลเป็นไทยว่า “ปัญญาประดิษฐ์”












ปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (AI) หมายถึง ความฉลาดเทียมที่สร้างขึ้นให้กับสิ่ง

ที่ไม่มีชีวิต หลายๆคนคงเคยได้ยินค าๆนี้มาก่อนจากหน้าข่าวต่างๆ ปัญญาประดิษฐ์เป็น

สาขาหนึ่งในด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ ไม่เพียงแต่ด้านวิศวกรรมเป็นหลัก แต่ยัง

รวมถึงศาสตร์ในด้านอื่นๆอย่างจิตวิทยา ปรัชญา หรือชีววิทยา ซึ่งปัญญาประดิษฐ์เป็น

การเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการการคิด การกระท า การให้เหตุผล การปรับตัว หรือการ


อนุมาน และการท างานของสมอง หรือสามารถสรุปได้ง่ายๆว่า ปัญญาประดิษฐ์จะท า

หน้าที่เหมือนกับสมองของมนุษย์นั่นเอง โดยทาง G-Ableได้ให้ความส าคัญในการ

พัฒนาความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ เพื่อที่จะน าเข้ามาช่วยในการต่อยอด

ความส าเร็จส าหรับหน่วยธุรกิจต่อไปในอนาคต













4

AI






Artificial Intelligence หรือแปลเป็นไทยว่า “ปัญญาประดิษฐ์”







AI สามารถแบ่งนิยามการเรียนรู้ได้ง่ายๆ 4 กลุ่ม


1. Acting Humanly การกระท าคล้ายมนุษย์ เช่น สื่อสารกับมนุษย์ได้ด้วยภาษาที่มนษย์ใช้ เช่น ภาษาอังกฤษ เป็นการประมวลผล

ภาษาธรรมชาติ (natural language processing) เช่น การใช้เสียงสั่งให้คอมพิวเตอร์พิมพ์เอกสาร มีประสาท

รับสัมผัสคล้ายมนุษย์ โดยสามารถมองเห็นและรับภาพได้โดยใช้อุปกรณ์รับสัญญาณภาพ (sensor) Machinelearning เรียนรู้ด้วยตัวเอง

โดยสามารถตรวจจับรูปแบบการเกิดของเหตุการณ์ใด ๆ แล้วปรับตัวสู่สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้


2. Thinking Humanly การคิดคล้ายมนุษย์ ก่อนที่จะท าให้เครื่องคิดอย่างมนษย์ได้ ต้องรู้ก่อนว่ามนุษย์มีกระบวนการคิดอย่างไร ซึ่งการ
วิเคราะห์ลักษณะการคิดของมนุษย์เป็นศาสตร์ด้าน cognitive science เช่น ศึกษาโครงสร้างสามมิติของเซลล์สมอง การแลกเปลี่ยนประจุ

ไฟฟ้าระหว่างเซลล์สมอง วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงทางเคมีไฟฟ้าในร่างกายระหว่างการคิด

3. Thinking rationally คิดอย่างมีเหตุผล หรือคิดถูกต้อง โดยใช้หลักตรรกศาสตร์ในการคิดหาค าตอบอย่างมีเหตุผล


4. Acting rationally กระท าอย่างมีเหตุผล โดยจะตอบสนองต่อการกระท าแต่ละแบบโดยการน าเอาสภาพแวดล้อมเข้ามาวิเคราะห์ร่วม

ด้วย











5

IOT







Internet of Things หรือ IOT







IOT คืออะไร


ในยุคที่ทุกๆ สิ่งมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและไม่หยุดยั้ง Internet of Things หรือ IOT คือสิ่งส าคัญที่เข้ามา


มีบทบาททั้งในด้านการใชงานในชีวิตประจ าวันหรือในการท างานก็ตามซึ่ง IOT นั้นเป็นเทคโนโลยีที่ส าคัญและน่าสนใจ
มากๆ เพราะเป็นการเชื่อมทุกสิ่งเข้าหากันผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งในส่วนของโทรทัศน์ เครื่องคอมพิวเตอร์ นาฬิกา

หลอดไฟ รถยนต์ ไปจนถึงการรับส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตและส่งข้อมูลไปยังระบบคลาวด์ หรือแม้กระทั่งการควบคุม

ระบบหรือแอปพลิเคชันผ่านทางสมาร์ตโฟนหรือคอมพิวเตอร์ เป็นต้น





Internet of Things คือเทคโนโลยีที่ท าให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ สามารถเชื่อมโยงและรับส่งข้อมูล

ระหว่างกันได้อย่างง่ายดายและสามารถสั่งการเพื่อควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ได้ผ่านทางระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ไม่ว่า

จะเป็น Smart Device, Smart Home, Smart Network เป็นต้น ซึ่งการเชื่อมโยงนั้น จะสามารถเก็บและรวบรวม

ข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้แล้ว ยังมีระบบคลาวด์ที่จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลผ่านออนไลน์ โดยที่เรา

สามารถควบคุมหรือก าหนดความเป็นส่วนตัวและสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลา









6

IOT






Internet of Things หรือ IOT











ประโยชน์ในการใช้งาน IOT คือ การที่สามารถน าเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างมี


ประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการรับส่งข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล ตลอดเวลา และสามารถท างานได้


ทันที อีกทั้งยังช่วยในการลดภาระงานของบุคลากร รวมไปถึงการเข้าไปตรวจสอบในจุดที่อาจ


ตกหล่น ทั้งนี้ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกด้วย นอกจากนี้แล้ว สิ่งส าคัญในการ



ท างานร่วมกับ Internet of Things คือการจัดการข้อมูลและวิเคราะห์สิ่งต่างๆ ได้อย่าง


ทันท่วงทีและในรูปแบบเรียลไทม์ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่หรือจัดการข้อมูล


ระดับย่อย การเชื่อมต่อระบบอุปกรณ์ต่างๆ ด้วย AI















7

Hologram






เทคโนโลยี โฮโลแกรม ( Hologram )








โฮโลแกรม (Hologram) คือ


ี่
ี่
ี่
ฮอโลแกรมถูกสร้างขึ้นด้วยกระบวนการทเรียกว่า ฮอโลกราฟี (Holography) โดยฮอโลกราฟีเป็นเทคนิคทช่วยให้แสงกระจายจากวัตถุทจะ
บันทึกและได้ถูกสร้างขึ้นใหม่ เพื่อให้ปรากฏเป็นวัตถุอยู่ในต าแหน่งเดิมเมื่อเทยบกับการบันทก การเปลี่ยนแปลงรูปแบบต าแหน่งและทศทาง



ี่
ของระบบการมองเห็นเป็นไปอย่างถูกต้องเหมือนกับว่าวัตถุก็ยังคงเป็นปัจจุบันจึงท าให้ภาพทบันทึกปรากฏเป็นสามมิติ
ี่
ฮอโลแกรม 3 มิติ เป็นเทคโนโลยีรูปแบบหนึ่งทใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารระยะไกลระหว่างบุคคลต้นทางและปลายทางทอยู่ต่างสถานท ี่
ี่
กัน สามารถโต้ตอบแบบตัวต่อตัว


ประเภทของโฮโลแกรม

1. white-light hologram คือ ภาพฮอโลแกรมที่บันทึกนั้น สามารถมองเห็นได้ด้วยการส่องสว่าง ด้วยแสงสว่างจากธรรมชาติ


2. ภาพฮอโลแกรม ที่ต้องถูกส่องสว่างด้วยแสงเลเซอร์ หรือแสงที่มีสภาพหน้าคลื่นสอดคล้องกันในระดับหนึ่ง ถึงจะมองเห็นภาพ 3 มิติได้

นอกจากนี้ ยังอาจแบ่งฮอโลแกรมออกได้เป็น transmission hologram, reflection hologram, image-plane hologram, และอื่นๆ อีก

หลายประเภท









8

AR & VR







AR ย่อมาจาก Augmented Reality และ VR ย่อมาจาก Virtual Reality






AR ย่อมาจาก Augmented Reality เป็นเทคโนโลยีที่น าวัตถุ 3 มิติ มาจ าลองเข้าสู่โลกจริงของเรา


โดยมีหลักการท างานคือใช้ Sensor ในการตรวจจับภาพ, เสียง, การสัมผัส หรือ การรับกลิ่น แล้วจะสร้างภาพ 3 มิติขึ้นมา

ตามเงื่อนไขที่ได้รับ ด้วยการประมวลจาก Software โดยผู้ใช้งานจะต้องมองผ่านอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่แสดงภาพได้ ไม่ว่าจะเป็น

แว่นตา, จอภาพ, จอ Smartphone หรือ คอนแทคเลนส์ ที่เป็น Hardware


ชนิดของ AR สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิดหลัก ๆ ดังนี้


Marker-Based – จะใช้วิธีติดตั้งในใบปลิว หรือ วัตถุต่าง ๆ โดยผู้ใช้งานสามารถดูภาพ 3 มิติได้จากการน ากล้องของ

Smartphone ไปส่องที่วัตถุนั้น เช่น กระดาษเปล่าที่เมื่อส่องด้วยกล้อง Smartphone จะเจอข้อมูลแสดงขึ้นมา


Markerless – ผู้ใช้งานสามารถหยิบจับวัตถุมาวางในโลกจริงได้ ผ่าน Application เช่น น าเฟอร์นิเจอร์เสมือนมาวางไว้ที่ห้อง

ก่อนจะไปซื้อมาใช้จริง


Location-Based – หากน ากล้อง Smartphone ส่องไปยัง Location-Based AR จะแสดงผลข้อมูลของสถานที่นั้น ๆ

อ้างอิงจาก GPS เช่น แสดงป้ายบอกทาง และ ชื่อถนน








9

AR & VR







AR ย่อมาจาก Augmented Reality และ VR ย่อมาจาก Virtual Reality







ตัวอย่างการเอาเทคโนโลยี AR ไปใช้



1. การดูภาพ 3 มิติ จากการเปิดกล้องใน Smart phone ใช้เป็นสื่อการสอนในโรงเรียนได้



แสดงเนื้อหาประกอบในสถานที่จริงนั้น ๆ เช่น เป็นป้ายบอกทาง (ของ Google) หรือ ใช้ในธุรกิจการท่องเที่ยว


ตามสถานที่ท่องเที่ยว เช่น พิพิธภัณฑ์



2. ใช้กับการเล่นเกมส์ ที่เกี่ยวกับ Location เช่น Pokemon GO



3. ใช้ประโยชน์ในด้านการทหาร เรื่องการซ้อมรบ


4. ใช้ในงานแสดงศิลปะ โดยให้ความละเอียดที่อ้างอิงจากชิ้นงานจริง



5. ใช้ในสื่อโฆษณา ในการแสดงสินค้าต่าง ๆ









10

AR & VR







AR ย่อมาจาก Augmented Reality และ VR ย่อมาจาก Virtual Reality






ี่
ี่
VR ย่อมาจาก Virtual Reality เป็นเทคโนโลยีทจ าลองสถานทขึ้นมาเป็นโลกเสมือนโดยส่วนมากจะเกี่ยวข้องกับการมองเห็น โดยผู้ใช้
สามารถโต้ตอบกับสถานทหรือสิ่งแวดล้อมทจ าลองขึ้นมาได้ผ่านอุปกรณ์ เช่น แป้นพิมพ์, เม้าส์ หรือ ว่าอุปกรณ์ททาขึ้นมาโดยเฉพาะ เช่น ถุงมือ,
ี่
ี่
ี่

รองเท้า เป็นต้น
VR จะไม่มีชนิดแบ่งแยกชัดเจน เนื่องจากจ าเป็นต้องใช้แว่นตา, Smartphone หรือ อุปกรณ์สวมใส่เพื่อใช้ในการเข้าไปสู่โลกเสมือน

แต่จะมีอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ช่วยให้สมจริงยิ่งขึ้น เช่น เครื่องจ าลองการขยับของรถไฟเหาะจ าลอง, เครื่องสร้างการสั่นสะเทือน

ตัวอย่างการเอาเทคโนโลยี VR ไปใช ้


1. ใช้ในการเล่นเกมส์ เช่น เกมส์แนว FPS (จ าพวกยิงปืน) จะปืนจ าลองให้ถือไปในระหว่างเล่น และ ตัวจ าลองการเดินและวิ่งทผูกติดตัวเราไว้
ี่
คล้าย ๆ กับ Treadmill


2. ใช้ในการจ าลองการฝกขับเครื่องบินของกัปตัน



3. ใช้ในการจ าลองการฝกหัดทางทหาร เช่น การกระโดดร่ม โดยจะต้องใช้อุปกรณ์เสริมเป็นชุดกระโดดร่มจริง และ อุปกรณ์ที่รั้งตัวให้สูงจากพื้น
ี่
4. ใช้ในการสวมเพื่อจ าลองห้องทมีการตกแต่งแล้ว (บริษัทอสังหาริมทรัพย์บางรายมีการใช้เทคโนโลยีนี้ในการโครงการใหม่เพื่อช่วยให้อ้างอิงจาก
สถานที่จริงได้ง่ายขึ้น)









11

AR & VR







AR ย่อมาจาก Augmented Reality และ VR ย่อมาจาก Virtual Reality






ี่
ี่
VR ย่อมาจาก Virtual Reality เป็นเทคโนโลยีทจ าลองสถานทขึ้นมาเป็นโลกเสมือนโดยส่วนมากจะเกี่ยวข้องกับการมองเห็น โดยผู้ใช้
สามารถโต้ตอบกับสถานทหรือสิ่งแวดล้อมทจ าลองขึ้นมาได้ผ่านอุปกรณ์ เช่น แป้นพิมพ์, เม้าส์ หรือ ว่าอุปกรณ์ททาขึ้นมาโดยเฉพาะ เช่น ถุงมือ,
ี่
ี่
ี่

รองเท้า เป็นต้น
VR จะไม่มีชนิดแบ่งแยกชัดเจน เนื่องจากจ าเป็นต้องใช้แว่นตา, Smartphone หรือ อุปกรณ์สวมใส่เพื่อใช้ในการเข้าไปสู่โลกเสมือน

แต่จะมีอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ช่วยให้สมจริงยิ่งขึ้น เช่น เครื่องจ าลองการขยับของรถไฟเหาะจ าลอง, เครื่องสร้างการสั่นสะเทือน

ตัวอย่างการเอาเทคโนโลยี VR ไปใช ้


1. ใช้ในการเล่นเกมส์ เช่น เกมส์แนว FPS (จ าพวกยิงปืน) จะปืนจ าลองให้ถือไปในระหว่างเล่น และ ตัวจ าลองการเดินและวิ่งทผูกติดตัวเราไว้
ี่
คล้าย ๆ กับ Treadmill


2. ใช้ในการจ าลองการฝกขับเครื่องบินของกัปตัน



3. ใช้ในการจ าลองการฝกหัดทางทหาร เช่น การกระโดดร่ม โดยจะต้องใช้อุปกรณ์เสริมเป็นชุดกระโดดร่มจริง และ อุปกรณ์ที่รั้งตัวให้สูงจากพื้น
ี่
4. ใช้ในการสวมเพื่อจ าลองห้องทมีการตกแต่งแล้ว (บริษัทอสังหาริมทรัพย์บางรายมีการใช้เทคโนโลยีนี้ในการโครงการใหม่เพื่อช่วยให้อ้างอิงจาก
สถานที่จริงได้ง่ายขึ้น)









12

AR & VR







AR ย่อมาจาก Augmented Reality และ VR ย่อมาจาก Virtual Reality







สรุปข้อแตกต่างสั้น ๆ ระหว่าง AR และ VR






AR – เป็นการน าวัตถุเสมือนมาใช้กับโลกแห่งความเป็นจริง



VR – เป็นการจ าลองโลกเสมือนแยกออกจากโลกแห่งความเป็นจริง





























13

Cloud computing














Cloud computing เป็นการน าเทคโนโลยีใหม่ ๆมาในการจัดเก็บข้อมูล หรือประมวลผล โดยอิงความต้องการจากผู้ใช้บริการ หรือถ้าหากจะพูดง่าย ๆก็คือ การที่ผู้ใช้บริการใช้ระบบ
ซอฟต์แวร์ และทรัพยากรของเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการผ่านอินเตอร์เน็ต โดยสามารถเลือกก าลังการประมวลผล หรือ เลือกทรัพยากรได้ตามความต้องการในการใช้งาน ซึ่งท าให้ผู้ใช้งาน

สามารถเข้าถึงข้อมูลบน cloud ได้ทุกที่ ทุกเวลาแบบ real time

Cloud computing มี 3 ประเภท

1. Software as a Service (SaaS) เป็นการใช้บริการ หรือ เช่าซอฟต์แวร์ ผ่านอินเทอร์เน็ต โดยประมวลผลบนระบบของผู้ให้บริการ ท าให้ไม่ต้องลงทุนในการสร้างระบบ
คอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ หรือซอฟต์แวร์เอง ไม่ต้องพะวงเรื่องค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบ เพราะซอฟต์แวร์จะถูกเรียกใช้งานผ่าน Cloud บนเครื่องไหนหรือจากที่ไหนก็ได้ ซึ่งบริการ Software as

a service (SaaS) ที่ใกล้ตัวเรามากที่สุดก็คือ Gmail, Google Drive หรือ iCloud นั่นเอง


2. Platform as a Service (PaaS) ส าหรับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นนั้น หากเราต้องการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นที่ค่อนข้างซับซ้อน ซึ่งรันบนเซิร์ฟเวอร์ หรือ Mobile application ที่
มีการประมวลผลท างานอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ เราก็ต้องตั้งเซิร์ฟเวอร์ เชื่อมต่อระบบเครือข่ายและสร้างสภาพแวดล้อม เพื่อทดสอบและรันซอฟต์แวร์และแอพพลิเคชั่น เช่น ติดตั้งระบบฐานข้อมูล,

Web server, Runtime, Software Library, Frameworks ต่างๆ เป็นต้น จากนั้นก็อาจยังต้องเขียนโค้ดอีกจ านวนมาก แต่ถ้าเราใช้บริการ PaaS ผู้ให้บริการจะเตรียมพื้นฐานต่างๆ เหล่านี้ไว้ให้
เราต่อยอดได้เลย สิ่งที่ผู้ให้บริการเตรียมไว้ให้เราต่อยอดนี้เรียกว่า Platform ซึ่งก็จะท าให้ลดต้นทุนและเวลาที่ใช้ในการพัฒนาซอฟท์แวร์อย่างมาก ตัวอย่าง เช่น Google App Engine, Microsoft

Azure ที่หลายๆบริษัทน ามาใช้เพื่อลดต้นทุนและเป็นตัวช่วยในการท างาน


3. Infrastructure as a Service (IaaS) IaaS จะเป็นลักษณะในการเช่าเครื่อง โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกระบบปฏิบัติการ และโปรแกรมต่างๆตามที่ต้องการได้ โดยที่ผู้ให้บริการจะ
ท าการจัดเตรียมเครื่องมือ หรือทรัพยากรต่างๆให้ ข้อดีคือองค์กรไม่ต้องลงทุนสิ่งเหล่านี้เอง, ยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างระบบไอทีขององค์กรในทุกรูปแบบ, สามารถขยายได้ง่าย ขยายได้

ทีละนิดตามความเติบโตขององค์กรก็ได้ และที่ส าคัญ ลดความยุ่งยากในการดูแล เพราะหน้าที่ในการดูแล จะอยู่ที่ผู้ให้บริการ





14

ภาคผนวก











https://www.g-able.com





https://www.yournextu.com




https://www.printtosme.com




http://www.peerawich.com





https://blog.cloudhm.co.th




https://igarment.wordpress.com











15


Click to View FlipBook Version