PRISON BREAK
plot
ไมเคิล สกอฟิลด์ (Michael Scofield)
วิศวกรโยธาอนาคตไกล ที่ยอมติดคุกเพื่อเข้าไป
ช่วยเหลือพี่ชายของตนเอง ลินคอร์น เบอโรว์
(Lincoln Burrows) ซึ่งโดนโทษประหารชีวิต
จากคดีฆาตกรรมออกมาจากคุกให้ได้ แต่
ว่าการแหกคุกนั้นใช่ว่าจะทำกันง่าย ๆ ต้องมี
การวางแผนมาอย่างดี พร้อมที่จะรับมือกับทุก
สถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้โดยไม่ทันตั้งตัว
TEEN' S CORNER - 49 กุมภาพันธ์ 2565
Top cast
Wentworth Miller
รับบทเป็น Michael Scofield
ไมเคิลเป็นน้องชายของลินคอล์น
และทำงานเป็นวิศวกรโครงสร้าง
ก่อนที่จะเข้ามาช่วยเหลือพี่ชายของ
เขา ไมเคิลได้วางแผนการอันซับ
ซ้อนช่วยพี่ชายออกจากคุก ในบท
สัมภาษณ์พอล เชอริงเขาพูดว่านัก
แสดงหลายคนที่มาทดสอบบทนี้
"จะแสดงดูลึกลับ ซึ่งเขาว่ามันดูน่า
เบื่อและผิด" ก่อนที่จะเริ่มภาคการ
ผลิต มิลเลอร์เข้ามาทดสอบบทและ
ประทับใจเชอริงในการแสดง เขาได้
รับเลือกในวันต่อมา
TEEN' S CORNER - 50 กุมภาพันธ์ 2565
DoTmoinpic Pcuarsctell
รับบทเป็น Lincoln Burrows
ลินคอล์นถูกปรักปรำในคดี
ฆาตกรรมเทเรนซ์ สเตดแมน น้อง
ชายของรองประธานาธิบดีแห่ง
สหรัฐอเมริกา เพอร์เซลล์ได้เข้าไป
ทดสอบบทก่อนที่จะเริ่มในส่วนโปร
ดักชัน 3 วัน และเป็นนักแสดงคน
สุดท้ายที่จะได้รับบทสำคัญนี้ เขา
เข้ามาทดสอบบทขณะที่รับบทเป็น
ทอมมี ราเว็ตโตใน North Shore
หลังจากที่ได้ร่วมงานกับจอห์น โด
เขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับช่องฟ็อกซ์
หลังจากนั้นเขาก็ได้สคริปต์บทนักบิน
ใน แผนลับแหกคุกนรก ในตอนแรก
เชอริงคิดว่าเพอร์เซลล์ดู "หวานไป"
หลังจากออดิชันแล้วเขาก็เปลี่ยน
ทรงผมและทำสีผิวสีแทน อย่างไร
ก็ตามเพอร์เซลล์ได้รับบทบาทนี้และ
ไปถ่ายทำวันแรกโดยโกนผมทิ้ง ซึ่ง
ทำให้เชอริงดูประหลาดใจกับภาพที่
เขาคิดไว้ในหัวกับ 2 นักแสดงนำ
TEEN' S CORNER - 51 กุมภาพันธ์ 2565
Sarah Wayne Callies
รับบทเป็น Sara Tancredi
ซาราเป็นหมอที่ทำงานอยู่ใน
คุกฟ็อกซ์ริเวอร์และเป็นลูกสาว
ของผู้ว่าการรัฐอิลลินอยส์ ที่มี
จุดเชื่อมโยงกับโครงเรื่องที่นำ
ลินคอล์นสู่คุกฟ็อกซ์ริเวอร์
เธอหลงชอบไมเคิล เธอช่วย
เหลือนักโทษออกจากคุกและ
ได้มีส่วนในการหนีหลังจากนั้น
เธอก็ท้องกับสโคฟิลด์ แคล
ลียส์เป็นนักแสดงหญิงคนแรก
ที่ผู้สร้างเห็นในการทดสอบบท
สำหรับบท ซารา แทนเครดินี้
และก็เป็นคนแรกที่ได้รับบท
สำคัญนี้
TEEN' S CORNER - 52 กุมภาพันธ์ 2565
Synopsis Season 1
ลินคอล์น เบอร์โรวส์ ( โดมินิก เพอร์เซลล์ ) ได้รับโทษฐานฆาตกรรม
เทอร์เรนส์ สเตดแมน ( เจฟฟ์ เพอร์รี ) น้องชายของรองประธานาธิบดี
ด้วยหลักฐานอันหนาแน่นทำให้เขาถูกตัดสินว่าผิดจริงลินคอล์นถูกตัดสิน
ประหารชีวิต และถูกส่งไปกักกันตัวที่คุกฟ็อกซ์ริเวอร์สเตตเพื่อรอรับโทษ
น้องชายของลินคอล์นผู้เฉลียวฉลาดเป็นวิศวกร ไมเคิล สโคฟิลด์ ได้
พยายามจะวางแผนช่วยพี่ชายของเขาหนีออกจากคุก เขาทำการปล้น
ธนาคารเพื่อให้ได้จำคุกที่คุกฟอกซ์ริเวอร์ที่เดียวกับพี่ชาย เขาได้ทำงาน
แข่งกับเวลาอีกทั้งอุปสรรคต่างๆที่เกิดขึ้นโดยเขาร่วมมือกับนักโทษภายใน
คุกเพื่อจะเอาพี่ชายของเขาออกมา ส่วนเพื่อนในวัยเด็กของพวกเขา
เวโรนิกา โดโนแวน ( โรบิน ทันนีย์ ) ที่เริ่มจากการสืบสวนการวางแผน
ลับที่นำไปสู่การเข้าตารางของลินคอล์น อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ถูกตาม
ล่า ขัดขวางจากกลุ่มนักสืบที่เป็นหน่วยของเดอะคอมปานี โดยเดอะคอม
ปานีทำหน้าที่วางแผนในเหตุการณ์ของลินคอล์น ทั้ง 2 พี่น้องรวมถึง
เพื่อนร่วมแก๊งค์ อีก 6 ที่ประกอบด้วย ซูเคร ( อเมารี โนลาสโก )
ที-แบ็ก ( โรเบิร์ต เน็ปเปอร์ ), ซี-โน้ต ( ร็อกมอนด์ ดันบาร์ ), ทวีเนอ
ร์ ( เลน การ์ริสัน ), อบรุซซิ ( ปีเตอร์ สตอร์แมร์ ) และเฮย์ไวร์
( ซิลาส ไวร์ มิตเชลล์ ) ที่เป็นนักโทษแหกคุกในฤดูกาลแรก
TEEN' S CORNER - 53 กุมภาพันธ์ 2565
Synopsis
เริ่มต้นด้วย 8 ชั่วโมงหลังจากการหลบหนีออกจากคุก โดยมีเนื้อหาเน้นไปที่ผู้หลบหนีโดย
พอล เชอริงอธิบายถึงฤดูกาลที่ 2 ว่าเหมือน "ภาพยนตร์เรื่อง The Fugitive คูณแปด"
และตอนช่วงครึ่งท้าย เหมือนในภาพยนตร์เรื่อง The Great Escape ผู้หลบหนีได้แยก
Season 2 ย้ายกันในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศโดยมีเจ้าหน้าที่ไล่ล่าพวกเขาอยู่ พวกเขาแต่ละคนก็มี
เป้าหมายที่แตกต่างกันไปแบรด เบลลิก ถูกไล่ออกจากคุกที่ที่เขาทำงานเป็นผู้คุมอยู่ใน
ฤดูกาลที่ 1 และไล่ติดตามเพื่อเงินรางวัลนำจับ มีผู้หลบหนีได้รวมตัวกันเพื่อที่จะเอาเงิน
ก้อนใหญ่ที่ถูกฝังเมื่อนานมาแล้วจากคำบอกเล่าของคนในคุก ที-แบ็ก ได้เอาเงินและหลบ
หนีมาได้ ส่วน 2 พี่น้องในช่วงหลังจะไล่ล่าตามเขา ทั้งคู่ก็ต้องการเงินเพื่อหลบหนีออก
นอกประเทศ และสโคฟิลด์รู้สึกผิดที่เป็นเหตุของฆาตกรคนนี้ที่ลอยนวลอยู่ เจ้าหน้าที่
เอฟบีไอ อเล็กซานเดอร์ มาโฮน ได้รับหน้าที่ให้ติดตามผู้หลบหนีทั้ง 8 คน แต่เขาเอง
ก็ได้ทำงานให้กับเดอะคอมปานี กลุ่มที่ต้องการหมายหัวคนทั้ง 8 โดยเฉพาะ ลินคอล์นที่
ต้องการให้เขาตาย ผู้หลบหนีหลายคนถูกฆ่าตายถูกจับแต่ สองพี่น้องหนีไปปานามาได้ใน
ตอนสุดท้าย อดีตเจ้าหน้าที่ซีไอเอที่ทำงานให้กับเดอะคอมปานีในความควบคุมของ
ประธานาธิบดี ได้ทำให้ลินคอล์นพ้นความผิดขณะที่ไมเคิล ที-แบ็ก และมาโฮน ถูกจับ
โดยสถานกักกันปานามามาเป็นนักโทษที่คุกโซนาหรือPenitenciaría Federal de Sona
ที่พวกเขาพบกับเบลลิกกุมก่อนหน้านี้
TEEN' S CORNER - 54 กุมภาพันธ์ 2565
Synopsis Season 3
ในฤดูกาลนี้เป็นเรื่องต่อเนื่องเมื่อไมเคิลถูกจองจำในคุกโซนาและลินคอล์นอยู่
ภายนอก คุกโซนาควบคุมโดยผู้คุมขังและผู้คุมควบคุมจากภายนอกหลังจากที่
มีการก่อจลาจลในคุกก่อนหน้านี้เบอร์โรวส์ได้รับการติดต่อจากเดอะคอมปานี
ที่ได้ทำการลักพาตัวแอลเจ (มาร์แชลล์ ออลแมน) และซารา แทนเครดิ
(ซาราห์ เวย์น คาลลียส์)ผู้หญิงที่ไมเคิลหลงรัก ไมเคิล สโคฟิลด์ได้รับคำมอบ
หมายให้หาวิธีแหกคุกให้เจมส์ วิสเซิลออกจากคุกโซนา ในครั้งนี้ไมเคิลและ
วิสเซิลหาวิธีและร่วมมือการหนีจากคุก โดยไมเคิลและวิสเซิลได้มีข้อตกลง
ต่อรองกับคนในเดอะคอมปานี เกร็ตเชน มอร์แกน (โจดิ ลิน โอ'คีฟ)
โดยซูเครได้รับงานที่คุกเพื่อช่วยเหลือแผนการในการลักลอบหนีจากคุกเมื่อทีม
ไมเคิลพลาดในการหลบหนีจากคุกครั้งแรก ในวันตายลินคอล์นพยายามหัก
หลังแต่มอร์แกนได้ตัดหัวซารา และส่งหัวมาให้ลินคอล์นเพื่อเป็นการเตือน
ในปลายฤดูกาลทั้งคู่ได้หลบหนีออกจากคุกได้พร้อมกับมาโฮนแต่ได้ทิ้งที-แบ็ก
เบลลิก และซูเครได้ถูกจับพิรุจโดยยามในคุกได้ว่าพยายามให้พวกเขาหลบหนี
ออกจากคุกโซนาไปได้แอลเจได้ถูกแลกตัวประกันกับวิสเซิลและไมเคิล ไมเคิล
ก็มีความแค้นต่อเกร็ตเชนสำหรับการตายของซารา
TEEN' S CORNER - 55 กุมภาพันธ์ 2565
Season 4 Synopsis
ไมเคิลต้องการล้างแค้นให้การตายของซารา แต่ก็พบว่าเธอยังคงมีชีวิต
อยู่และหัวที่ส่งไปให้ลินคอล์นครั้งนั้นเป็นของคนอื่น ไมเคิลก็รู้ความจริง
เกี่ยวกับวิสเซิล ว่าเขาทำงานลับให้กับเดอะคอมปานีร่วมกับมาโฮนใน
ขณะเดียวกับเบลลิก ที-แบ็กและซูเครก็หลบหนีออกมาจากคุกโซนาได้
โดนัลด์ เซลฟ์ นักสืบพิเศษได้ร่วมทีมกับไมเคิล และลินคอล์นเช่นเดียวกับ
ซูเคร, เบลลิก และมาโฮนเพื่อนำพาไปสู่เดอะคอมปานี เป็นการแลกกับ
อิสรภาพของพวกเขา ส่วนซาราก็เข้ามาร่วมวงเธอหนีจากเกร็ตเชนมาได้
และโรแลนด์ (เจมส์ ฮิโรยูกิ) แฮกเกอร์ ที่ได้รับคำมอบหมายให้ช่วยเหลือ
พวกเขาหลังจากที่ถูกจับไป พวกเขาพยายามเอาข้อมูลจากเดอะคอมปานี
ที่สามารถจะทำลายเดอะคอมปานีได้ ในระหว่างนั้น ไวแอต นักสืบจาก
เดอะคอมปานี พยายามที่จะตามรอยไมเคิล ลินคอล์น เมื่อพวกเขาขโมย
สกิลลาได้ เซลฟ์ทรยศพวกเขาและพยายามจะขายสกิลลา แต่ผิดพลาด
ก่อนจะถึงช่วงหยุดกลางฤดูกาลแรก พบว่าแม่ของไมเคิล และลินคอล์น
ยังคงมีชีวิตอยู่และครอบครองสกิลลาด้วย
TEEN' S CORNER - 56 กุมภาพันธ์ 2565
Synopsis Season 5
7 ปีต่อมานับตั้งแต่ที่ไมเคิล สโคฟิลด์เสียชีวิตลินคอล์น เบอโร่ว์ได้รับเบาะแส
บางอย่างจาก "ทีเเบ็ค"เกี่ยวกับเรื่องที่ว่าน้องชายตัวเองยังมีชีวิตอยู่ แต่ถูก
จองจำอยู่ในคุกโอจีเจีย ประเทศเยเมน หลังจากที่ลินคอล์นได้รับเบาะแสดัง
กล่าวนี้เขานำมันไปบอกต่อให้ซาร่ารู้ แต่ไม่มีใครที่จะยืนยันได้ว่านี่มันคือเรื่อง
จริง ดังนั้นเพื่อที่จะยุติข้อสงสัยนี้ลินคอล์นจึงต้องไปที่นั่นเพื่อหาความจริง
และเขาก็พบว่าไมเคิลยังไม่ตายแต่ดูเหมือนว่า ไมเคิลคนที่เขาเห็นในคุกนั้นไม่
เหมือนกับไมเคิลคนที่เขาเคยรู้จักเลย และนั่นอาจเป็นสาเหตุมาจากเรื่องที่
ไมเคิลความจำเสื่อม เมื่อลินคอล์นรู้ว่าน้องชายตัวเองยังไม่ตาย เขาจะทำทุก
อย่างเพื่อช่วยไมเคิลออกมาจากที่นั่น และเพื่อที่จะทำภารกิจครั้งนี้ให้สำเร็จ
เขาจึงได้ติดต่อ หาเพื่อนเก่าจากคุก Fox River มาช่วยซึ่งคนพวกนี้ก็คือซูเคร่
ทีเเบ็ค และซีโน็ตนั่นเอง แต่ดูเหมือนว่าการแหกคุกครั้งนี้มันจะง่ายดายไปซะ
เหลือเกินแต่มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก เพราะใครที่รู้ความลับเรื่องไมเคิลยังไม่
ตายคนผู้นั้นจะตกอยู่ในอันตรายจากการตามไล่ล่าเอาชีวิตของ A&W ตัวร้าย
หลักของซีซันห้านั่นเอง แต่ยังไม่หมดแค่นี้หรอก เพราะถ้าลินคอล์นคิดจะช่วย
ไมเคิลออกจากที่นั่น เขาต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มก่อการร้าย ISIS ที่พยายาม
จะยึดประเทศเยเมนอีกด้วย และพวกนี่นั่นเองที่เป็นคนที่ส่งไมเคิลไปอยู่ในคุก
หลังจากที่เขาไม่ยอมทำงานใหญ่ให้พวกมันต่อ
TEEN' S CORNER - 57 กุมภาพันธ์ 2565
Awards
and nominations
หลังจากความสำเร็จในการออกอากาศใน 13 ตอนแรก แผนลับแหกคุกนรก ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแรกจาก
พีเพิลส์ชอยซ์อวอร์ด สาขารายการใหม่ทางโทรทัศน์ยอดนิยมประเภทดราม่า ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อในสาขาเดียวกันนี้
อย่าง Commander in Chief และ Criminal Minds แผนลับแหกคุกนรก ได้รับรางวัลในเดือนมกราคม ค.ศ. 2006
และถือเป็นรางวัลเดียวที่ได้รับของซีรีส์เรื่องนี้ ต่อมาในเดือนเดียวกันก็ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำครั้ง
ที่ 63 ในสาขา ซีรีส์โทรทัศน์ประเภทดราม่ายอดเยี่ยม และสาขานักแสดงชายซีรีส์โทรทัศน์ประเภทดราม่ายอดเยี่ยม
กับการแสดงของเวนท์เวิร์ท มิลเลอร์ นอกจากนี้เขายังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงสาขานักแสดงยอดเยี่ยมในการแสดง
ของเขาในฤดูกาลแรกจาก แซทเทิร์นอวอร์ดส2005 สาขานักแสดงยอดเยี่ยมทางโทรทัศน์ นอกจากนี้ยังได้รับการ
เสนอชื่อเข้าชิงสาขารายการซีรีส์ทางโทรทัศน์ยอดเยี่ยม
ทางด้านเทคนิคการทำงานก็ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง เอดดีอวอร์ด 2006 ในสาขารายการซีรีส์ตัดต่อยอดเยี่ยมใน
รายการโทรทัศน์เพื่อการค้า (มาร์ก เฮล์ฟริชในตอนแรก) และในชิงรางวัลเอมมีไพรม์ไทม์ 2006 ในสาขาเพลงธีม
(รามิน ดจาวาดิ) ต่อมาเดือนธันวาคม 2006 โรเบิร์ต เน็ปเปอร์ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแซทเทลไลต์ 2006
สาขา นักแสดงสมทบชายในซีรีส์ มินิซีรีส์ หรือภาพยนตร์โทรทัศน์ยอดเยี่ยม
TEEN' S CORNER - 58 กุมภาพันธ์ 2565
MOVIES
CORNER
IT BEGINS
DUNE
SPACETH.CO
ผู้เขียน CHAYAPATR
Dune Sandworm
มหากาพย์ไซไฟสู่ สัตว์ประหลาดขนาดมหึมา
ตำนานแห่งวงการภาพยนตร์ ที่อาศัยบนอาร์ราคิส
– ที่มา Dune (2021)
เขาผู้ใดครอบครอง นิยายที่ไม่สามารถทำเป็นภาพยนตร์ได้
เครื่องเทศจะครอบครองจักรวาล
แฟรงก์ เฮอร์เบิร์ต สิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้คอนเซปต์ของนิยาย Dune นั้นก็คือเนื้อหาที่
– Dune (1965) ความซับซ้อนและวิธีการเล่าเรื่องค่อนข้างไม่ธรรมดา ที่ก็อาจหลายเป็น
สาเหตุหลักที่มันได้ถูกมองว่ามันเป็นนิยายที่จะไม่สามารถนำมาสร้าง
ในอนาคตนับหมึ่นปีข้างหน้าที่มนุษย์ได้ย้ายไปอาศัยอยู่ เป็นภาพยนตร์ได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามในช่วงเวลาห้าทศวรรษที่ผ่านมา
ตามดวงดาวต่าง ๆ มากมายจนรากเหง้าได้เกือบถูกลืมเลือน ก็ได้มีโปรเจกต์ในการนำ Dune ขึ้นสู่จอเงินอยู่หลายต่อหลายครั้งด้วยกัน
ไปจนสิ้น ผู้คนต่างทิ้งเทคโนโลยีการคำนวณขั้นสูงที่เคยเกือบ ตามที่จะเล่าต่อจากนี้
ล้างเผ่าพันธ์มนุษย์จนสิ้นและหันไปพึ่งพิงวิธีการต่าง ๆ เพื่อ
ปลดล็อคสัมปชัญญะขั้นสูงของตัวเองแทน ได้ทำให้ “เครื่อง Planet of the Apes (1968)
เทศ” หายากได้กลายเป็นหนึ่งในสิ่งที่มีค่าที่สุดในจักรวาล
หากแต่มันพบได้เพียงแค่บนดวงดาวอาร์ราคิสอันแห้งแล้ง ความพยายามครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 1971 หรือ 6 ปีให้หลังการตีพิมพ์
และอันตรายเท่านั้น Dune ฉบับนิยายเรื่องยาวครั้งแรก โดยโปรดิวเซอร์ Arthur P. Jacobs ที่
เป็นผู้ดูแลภาพยนตร์แฟรนไซส์ Planet of the Apes ฉบับดั้งเดิมได้ซื้อ
เซตติ้งอันแปลกพิศดารนี้คือเรื่องราวที่ Frank Herbert ลิขสิทธิ์ในการสร้างหนังมา แต่ในช่วงนั้น Jacobs กำลังง่วนกับการทำ
นักเขียนชาวอเมริกันได้ประพันธ์ไว้ในนิยายไซไฟ Dune ที่ได้ ภาคต่อของ Planet of the Apes อยู่จนโปรเจกต์ Dune ต้องเลื่อนออก
ถูกนำเสนอครั้งแรกในรูปแบบของนิยายตอนตีพิมพ์ลงใน ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งในปี 1973 คุณ Jacobs ก็เสียชีวิตในวัยเพียงแค่ 51
นิตยสาร Analog เริ่มต้นในปี 1963 ก่อนที่ตัวผู้เขียนจะ ปีจากภาวะหัวใจล้มเหลว การที่ Producer และ Key Person เสียชีวิตลง
ตัดสินในรวบรวมแก้ไขและตีพิมพ์ออกเป็นนิยายเล่มยาวในปี ก็ความพยายามในการทำ Dune เป็นภาพยนตร์ครั้งแรกหยุดชะงักและ
1965 ซึ่งในปีต่อมานิยายฉบับยาวเรื่องนี้ก็ได้รับรางวัล Hugo ล้มเลิกไปในที่สุด
Award อันเป็นรางวัลประจำปีอันโด่งดังที่มอบให้นิยายไซไฟ
แฟนตาซีชั้นยอด คู่กับ This Immortal ของ Roger Zelazny
ในช่วงเวลาต่อมาได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของ
Science Fiction อีกมากมายในยุคต่อมา และถูกยกย่องว่า
เป็นหนึ่งในนิยายไซไฟที่ดีที่สุดตลอดกาล
TEEN' S CORNER - 60 กุมภาพันธ์ 2565
ภาพยนตร์ที่ดีที่สุดที่ไม่เคยได้ถูกสร้าง
The Holy Mountain (1973)
2001: A Space Odyssey (1968)
ความพยายามครั้งที่สองเริ่มต้นขึ้นในปี 1973 เมื่อ
กลุ่ม Producer หนังจากฝรั่งเศสตัดสินใจซื้อลิขสิทธิ์
Dune ให้ Alejandro Jodorowsky มาสร้างเป็นหนัง
สำหรับบางคนผู้กำกับคนนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นศิลปินชั้น
ยอดที่สร้างผลงานสุดลึกล้ำอลังการ ขณะที่บางคนก็มอง
ว่าเขาเป็นเพียงคนบ้าเพ้อฝัน และสำหรับคนส่วนใหญ่ก็
อาจพูดได้ว่าไม่น่าเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเขา
หรือแม้แต่หนังของเขาด้วยซ้ำ
ผมอยากที่จะสร้างศาสดาที่จะเปลี่ยนความคิดของผู้เยาว์วัยทั่วโลก
สำหรับผม DUNE จะกลายเป็นพระเจ้า
อเลฮานโดร โจโดรอวสกี้ – Jodorowsky’s Dune (2013)
Alejandro Jodorowsky Prullansky หรือที่รู้จักในชื่อ Alejandro Jodorowsky เป็นผู้กำกับ นัก
เขียน และศิลปินชาวชิลีที่แจ้งเกิดจากผลงานภาพยนตร์ Avant-Garde อันเป็นที่เลื่องลืออย่าง
El Topo (1970) และ The Holy Mountain (1973) ที่ถ่ายทอดเนื้อเรื่องที่แปลกประหลาดออก
มาได้อย่างน่าแปลกประหลาดเสียยิ่งกว่า
จากความสำเร็จของ El Topo และ The Holy Mountain แล้ว ได้ทำให้ Jodorowsky ได้มี
โอกาสริเริ่มโปรเจกต์ในฝันอย่าง Dune ที่เขาจินตนาการภาพไว้อย่างยิ่งใหญ่อลังการ งาน Pre-
production ของหนังดำเนินขึ้นในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ก็เป็นช่วงเวลาที่ Jodorowsky ก็
เริ่มทำการรวบรวมดรีมทีมของเขาเพื่อสร้างหนังให้ “เหมือนที่เขาต้องการทุกกระเบียดนิ้ว”
ทีมงานสำคัญฝ่ายแรกที่ต้องพูดถึงในช่วง Pre Production นี้คือทีมสตอรี่บอร์ดและดีไซน์ ซึ่งมี
ทีมงานสำคัญสามคนได้แก่ Jean Giraud หรือนามแฝงว่า Moebius อดีตนักวาดการ์ตูนที่รับ
หน้าที่เป็นผู้วาดภาพประกอบและโครงสตอรี่บอร์ดหลัก ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วประกอบด้วยภาพ
วาดกว่า 3000 ภาพ Chris Foss ที่เคยมีผลงานการออกแบบหน้าปกหนังสือไซไฟจำนวนมาก
มารับหน้าที่ทำคอนเซปต์อาร์ตของจำพวกยานอวกาศและสถาปัตยกรรม และ H. R. Giger
ศิลปินสายดาร์กที่มาออกแบบในฝั่ งของตัวร้ายให้
ในขั้นต่อมา ทีมงานจำเป็นที่จะต้องหา Visual Effect Artist ที่จะมารังสรรค์คอนเซปต์อาร์ต
(ที่ในหลาย ๆ แง่ดูแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยเทคโนโลยีในสมัยนั้น) ให้เกิดขึ้นได้จริง ตัวเลือก
แรก ๆ ที่ Jodorowsky เลือกก็คือ Douglas Trumbull ผู้ที่สร้าง Special Effect ที่เป็นที่กล่าว
ขานจนถึงในปัจจุบันให้กับ 2001: A Space Odyssey ของ Stanley Kubrick ในปี 1968 แต่
หลังจากที่ Jodorowsky และ Trumbull ได้ติดต่อหากันก็ดูเหมือนจะทำงานด้วยกันไปไม่รอด
อย่างแน่นอน จนในภายหลัง Jodorowsky จึงได้ดึงตัว Dan O’Bannon ที่เพิ่งได้สร้างเอฟเฟกต์
ให้กับหนังเรื่อง Dark Star (1975) ที่เพิ่งได้รับรางวัล Best Special Effect ของ Golden
Scrolls Award (หรือ Saturn Award ในปัจจุบัน) มาแทน
ผมต้องการที่จะสร้างความรู้สึกแบบเดียวกับการหลอนยา LSD ให้
กับผู้ชมโดยที่พวกเขาไม่ต้องเสพมันด้วยซ้ำ
อเลฮานโดร โจโดรอวสกี้
สำหรับเพลงประกอบ Jodorowsky ตัดสินใจเลือก Pink Floyd วงร็อคชื่อดังจากอังกฤษที่
ในขณะนั้นเพิ่งจะปล่อยอัลบั้มสุดคลาสสิคอย่าง The Dark Side of the Moon ออกมา และ
ใครที่เคยฟังเพลงของ Pink Floyd มาก่อนก็คงจะเข้าใจตัว Jodorowsky ที่เลือกวงนี้มาสร้าง
บรรยากาศ “ความหลอน (ยา)” อย่างแน่นอน และอีกวงหนึ่งที่ถูกเลือกมาก็คือ Magma ที่เป็น
วง Progressive Rock จากประเทศฝรั่งเศสที่ถูกวางตัวให้ทำเพลงสำหรับฝั่ งตัวร้าย
เจ้าพ่อ Surrealist อย่าง Salvador Dali ก็ได้ถูกชวนเข้ามามีบทบาทในหนังเรื่องนี้ด้วยโดย
เขาได้ถูกชักชวนมาแสดงเป็น Mad Emperor ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ละทิ้งความอาร์ตของตัวเองขนาดรี
เควสไปว่าจะขอค่าตัวชั่วโมงละ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐเพื่อจะขึ้นแท่นเป็นนักแสดงที่มีค่าตัว
สูงที่สุดใน Hollywood ซึ่งในตอนท้ายทีมงานก็สามารถปิดดีล Dali ได้ในราคา 100,000
เหรียญต่อนาที (ที่จะปรากฎในตัวหนัง – ซึ่งจริง ๆ ก็เพียงแค่ 3 ถึง 5 นาทีเท่านั้น)
นอกเหนือจากที่กล่าวมานั้น Jodorowsky ก็ยังได้ไปดีลกับตัวท็อปและตัวติสท์อีกมากมาย
ในวงการศิลปะและวงการภาพยนตร์เพื่อที่จะสร้างหนังเรื่องนี้ออกมาให้สำเร็จดังที่เขาต้องการ
จนในท้ายที่สุดแล้วงบประมาณกว่า 2 ล้านดอลลาร์ก็ได้ถูกใช้ไปในช่วงงาน Pre Production ซึ่ง
ก็ได้ผลผลิตออกมาเป็นหนังสือขนาดใหญ่เล่มหนึ่งที่ประกอบไปด้วยคอนเซปต์อาร์ต บท สตอรี่
บอร์ดที่ถ่ายทอดความต้องการของ Jodorowsky ในงานภาพเรื่องนี้ออกมาอย่างละเอียดแบบ
ช็อตต่อช็อตรวมถึงวิธีการเคลื่อนกล้องและมุมมองด้วย
แต่เส้นทางหลังจากนั้นก็ไม่ค่อยจะราบรื่นเสียเท่าไหร่เมื่อทีมงานต้องไปออกตามหาเงิน
ทุนเพิ่มเติมอีกกว่า 10 ล้านดอลลาร์เพื่อสร้างหนังเรื่องนี้ให้สำเร็จ ซึ่งถึงแม้สตูดิโอต่าง ๆ ที่พวก
เขาไปนำเสนองานจะตื่นเต้นกับของที่ทีมงานนำมาเสนอ (จากคำบอกเล่าของตัว Jodorowsky
ในภายหลัง) แต่พวกเขาก็ไม่ตอบรับการขอทุนด้วยเหตุผลต่าง ๆ ในมุมมองของผลลัพท์ที่จะได้
จากหนังเรื่องนี้ ความคุ้มทุน การทำกำไร และผลตอบรับจากผู้ชมรวม ไปถึงปัจจัยสำคัญอย่าง
การที่ Jodorowsky ต้องการที่จะสร้างหนังเรื่องนี้ให้มีความยาวกว่า 10 ถึง 14 ชั่วโมง
หลังจากความล้มเหลวในการหาทุน โครงการนี้ก็ได้ถูกล้มเลิกไปในที่สุดจนกระทั่ง Dino
De Laurentiis โปรดิวเซอร์ชาวอิตาลีที่เป็นโปรดิวเซอร์ให้กับภาพยนตร์อย่าง King Kong ฉบับ
ปี 1976 และ Flash Gordon ปี 1980 (ที่หลาย ๆ อาจจะรู้จักจากการที่ Queen เป็นคนทำ
เพลงประกอบให้) มาซื้อต่อไปในปี 1976
หลังจากการล้มเหลวของความพยายามในการสร้าง Dune ฉบับนี้ เหล่าทีมงานก็ได้ถูกดึง
ตัวไปสร้างผลงานที่เป็นตำนานต่าง ๆ มากมาย H. R. Giger ได้ไปสร้างงานดีไซน์ให้กับ Alien ปี
1979 ของ Ridley Scott (ซึ่งก็รวมไปถึงการออกแบบเอเลี่ยนขวัญใจใครหลายคนอย่าง
Xenomorph) Dan O’Bannon ไปร่วมงานกับ George Lucus ในการสร้าง Star Wars ในปี
1977 และ Moebius ที่ได้รับหน้าที่ในการทำสตอรี่บอร์ดและคอนเซปต์ดีไซน์ให้กับหนัง
คลาสสิคหลายเรื่องอย่าง Alien (1979), Tron (1982) ก่อนที่ Disney จะมาสร้าง Tron Legacy
เป็นภาคต่อในปี 2010, The Abyss ในปี 1989 และ The Fifth Element ในปี 1997
ในปี 2013 สารคดี Jodorowsky’s Dune ได้ถูกสรา้งขึ้นมาเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของความ
พยายาม (ที่ไม่ประสบความสำเร็จ) ในการสร้างหนังเรื่องนี้ขึ้นมาผ่านการสัมภาษณ์ Key
person ที่ยังมีชีวิตอยู่ ณ ขณะนั้น รวมถึงตัว Jodorowsky เองด้วย สารคดีเรื่องนี้ปฐมทัศน์ใน
Cannes Film Festival ปี 2013 ซึ่งก็ได้ผลตอบรับมาในแง่บวกรวมถึงได้รับรางวัลจากหลาย
ประเทศ
ในท้ายที่สุดแล้ว Dune ก็ได้ออกฉายในปี
1984 และกลายเป็นหายนะทั้งของ Lynch
และของ Universal เมื่อหนังออกมาเละเทะ
ไม่เป็นชิ้นดีทั้งในของรายได้ที่ทำได้เพียง 31
ล้านเหรียญจากทุนการสร้าง 45 ล้านเหรียญ
และคำวิจารณ์ที่ได้คะแนนต่ำเตี้ยเรี่ยดินและ
โดยสับเละโดยเกือบทุกสำนัก
ในภายหลังเมื่อ Dune (1984) ถูกนำมาตัด
ต่อเพื่อทำลง DVD ผู้กำกับ David Lynch
ตัดสินใจตัดชื่อตัวเองออกจากหนังและใส่ชื่อ
Alan Smithee ซึ่งเป็นชื่อแฝงอย่างเป็น
ทางการที่ DGA (สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์
อเมริกา) สร้างไว้ให้สำหรับผู้กำกับใช้เพื่อ
ปิดบังความล้มเหลวของหนังที่ตนสร้างที่เกิด
ขึ้นจากการแทรกแซงของบุคคลอื่น
Ridley Scott, David Lynch, Alien
และ Return of the Jedi
หลังจากที่ Dino De Laurentiis ซื้อลิขสิทธิ์ในการสร้าง Dune ในปี 1976 De Laurentiis ก็จ้าง
Frank Herbert ให้เขียนบทหนังให้ในปี 1978 ซึ่งยาวกว่าง 175 หน้าที่เมื่อคำนวณออกมาแล้วจะ
ยาวเกือบ 3 ชั่วโมง จึงได้จ้าง Rudy Wurlitzer (ซึ่งในภายหลังเป็นผู้เขียนบทให้กับ Little
Buddha ปี 1993 ของ Betolucci ทีมี Keanu Reeve แสดงนำ) มาแก้บทของ Herbert ให้
จนถึงทุกวันนี้ David Lynch ก็ยังหลีกเลี่ยงที่
จะพูดถึง Dune ฉบับของตัวเองที่เขานับว่า
เป็นความโศกเศร้าและฝันร้ายครั้งใหญ่ของ
ชีวิต และตัดสินใจที่จะไม่ดู Dune ฉบับล่าสุด
ของ Villeneuve เพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกของ
การกลับไปเผชิญหน้ากับความล้มเหลวที่
เกือบทำให้ชีวิตผู้กำกับของเขาพัง
De Laurentiis ได้จ้าง Ridley Scott ที่เพิ่งประสบความสำเร็จจากการกำกับ Alien (1979) มาแต่
ด้วยความล่าช้าของ Pre Production ประกอบกับความไม่ค่อยพอใจของ Scott ที่บทของ
Wurlitzer ซึ่งไม่ค่อยตรงตัวกับหนังสือต้นฉบับของ Herbert และการเสียชีวิตของ Frank Scott ผู้
เป็นพี่ชายในปี 1980 ทำให้ Ridley ถอนตัวออกจากโปรเจกต์นี้ไป ก่อนที่จะกลับมากำกับ
ภาพยนตร์ Neo noir ขึ้นหิ้งอย่าง Blade Runner ในปี 1982
โปรเจกต์การนำ Dune ขึ้นจอเงินได้พักไปอีกครั้งจนกระทั่งปี 1981 ที่ลิขสิทธิ์กำลังจะหมดอายุ
De Laurentiis ได้ไปเจรจากับ Herbert ใหม่เพื่อต่ออายุลิขสิทธิ์และหันกลับมาทำ Dune ต่ออีก
ครั้ง จากคำแนะนำของ Raffaella De Laurentiis ผู้เป็นลูกสาว Dino ได้ยื่นข้อเสนอในการกำกับ
Dune ให้กับ David Lynch วัยหนุ่มผู้กำกับผลงานอย่าง Eraserhead (1977) หนัง Cult Classic
และ The Elephant Man (1980) ที่เพิ่งจะได้เสนอชื่อเข้า Oscar ถึง 8 สาขา
ด้วยข้อเสนอนี้ David Lynch ถึงกับปฎิเสธข้อเสนอที่จะกำกับ Return of the Jedi เพื่อหันมาทำ
โปรเจกต์นี้แทน การถ่ายทำ Dune ฉบับนี้จึงได้เริ่มต้นขึ้นในปี 1983 ด้วยงบประมาณกว่า 40
ล้านเหรียญและทีมงานนับพันชีวิต แต่อย่างไรก็ตาม งานที่ Lynch ถ่ายทำขึ้นมานั้นยาวกว่า 3
ชั่วโมง ในช่วงหลังของการถ่ายทำ Universal Studio ที่เป็นผู้ออกทุนจึงได้ทำการแก้ไข หั่น ยำ
รวมถึงถ่ายทำบางฉากใหม่เพื่อลดความซับซ้อนลง
TEEN' S CORNER - 63 กุมภาพันธ์ 2565
มินิซีรีย์ Frank Herbert’s Dune ปี 2000
ในปี 1996 Richard Rubinstein โปรดิวเซอร์ผู้อยู่เบื้องหลัง Dawn of the Dead ปี 1978 ภาพยนตร์ภาคต่อของหนังซอมบี้ในตำนานอย่าง
Night of the Living Dead (1968) ที่ผู้กำกับอย่าง George Romero ตัดสินใจกลับมากำกับด้วยตัวเองและ Pet Semetary (1989) ที่สร้างขึ้น
จากนิยายปี 1983 ของ Stephen King ในชื่อเดียวกัน ได้ซื้อลิขสิทธิ์การทำ Dune มาทำเป็นมินิซีรีส์ในชื่อ Frank Herbert’s Dune ความยาว 3
ตอนออกฉายทางช่อง Sci-Fi Channel (ปัจจุบันคือช่อง Syfy ของ NBC) ในปี 200 โดยได้ John Harrison ที่เคยทำงานกับ George Romero ใน
Day of the Dead (ภาคต่อของ Dawn of the Dead) มารับหน้าที่เขียนบทและกำกับ ซึ่ง John Harrison ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่าเขาพยายามที่จะ
สร้างซีรีย์นี้ให้เป็นการตีความอย่างเคารพต้นฉบับที่สุดโดยพยายามที่จะไม่เสริมเติมแต่งหรือเปลี่ยนแปลงของที่ Herbert ได้เขียนไว้แล้ว
ซีรีย์ได้รับผลตอบรับมาในเชิงบวกและได้รางวัล Emmy Award สองตัวในสาขา Cinematography และ Special Effect สำหรับมินิซีรีย์หรือ
ภาพยนตร์ ทำให้ในปี 2003 Harrison ได้มีโอกาสทำภาคต่อในชื่อ Frank Herbert’s Childrenof Dune ที่สร้างจาก Dune Messiah และ
Children of Dune นิยายภาคต่อของ Dune ที่ Herbert เขียนไว้ในปี 1969 และ 1976 ตามลำดับ
ในปี 2008 Paramount Pictures มีแผนจะสร้าง Dune ฉบับภาพยนตร์ขึ้นมาอีกครั้ง โดยได้วางตัว Peter Berg ผู้กำกับ Hancock (2008) มา
เป็นผู้กำกับแต่ Berg ได้ถอนตัวออกไปในปี 2009 จนกระทั่งในปี 2010 Paramount ได้นำ Pierre Morel ผู้สร้าง Taken (2008) มาเป็นผู้กำกับ
แต่หลังจากนั้นไม่นานโปรเจกต์ก็ถูกยุบไปในปี 2011 หลังจากที่ไม่สามารถทำตามข้อตกลงกับ Rubinstein ผู้ที่เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ Dune ในตอน
นั้นได้
TEEN' S CORNER - 64 กุมภาพันธ์ 2565
จาก Arrival และ Blade Runner 2049 สู่ Dune 2021
หลังจากห่างหายไปจากจอภาพยนตร์เป็นเวลานานหลายทศวรรษ ความหวังใหม่ของการสร้างภาพยนตร์ Dune ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
เมื่อ Legendary Entertainment ทำการซื้อลิขสิทธิ์ในการสร้าง Dune สำหรับภาพยนตร์และทีวีซีรีย์ในปี 2016 โดยได้วางตัว
Denis (อ่านว่าเดอนี) Villeneuve ที่เพิ่งสร้างผลงานอย่าง Prisoner (2013), Sicario (2015) และ Arrival (2016) มาเป็นผู้กำกับ
แต่ก่อนที่ Villeneuve จะมาทำ Dune นั้น Villeneuve ก็ได้สร้างผลงานภาคต่อของ Blade Runner อย่าง Blade Runner 2049
ขึ้นมาก่อนในปี 2017 ซึ่งถึงแม้จะได้รับคำชมอย่างล้นหลามทั้งในแง่ของบทและงานภาพและเสียง รวมไปถึงได้ Oscar สาขา
Cinematography และ Visual Effects และเข้าชิงอีก 3 สาขา แต่ก็ถือได้ว่าล้มเหลวในแง่ของรายได้ที่ทำได้เพียง 260 ล้าน
เหรียญทั่วโลกจากทุนการสร้าง 150-185 ล้านเหรียญสหรัฐ
หลงังจากที่จัดการกับ Blade Runner 2049 เสร็จสิ้น Villeneuve ก็ได้เริ่มทำงานกำกับภาพยนตร์เรื่อง Dune ฉบับใหม่ต่อ ซึ่ง
ก็ได้ดึงตัวทีมงานหลายคนที่ร่วมทำ Blade Runner ด้วยกันมาทำด้วย Villeneuve ได้วาง Dune ฉบับใหม่นี้ไว้เป็นหนังสองภาค
จากการที่เขามองว่าเรื่องราวของ Dune มีความซับซ้อนและยาวเกินไปที่จะสร้างเป็นภาพยนตร์เพียงภาคเดียว โดยได้แคสติ้งนัก
แสดงในปี 2018 และเริ่มถ่ายทำในปี 2019
เช่นเดียวกับภาพยนตร์เรื่องก่อนหน้าของ Villeneuve อย่าง Blade Runner 2049 ภาพยนตร์เรื่อง Dune ภาพยนตรเ์ รื่อง Dune
ได้ถูกถ่ายทำในระบบ IMAX ด้วยกล้องตระกูล Alexa ของ Arri ที่ถูกใช้ในหนังชื่อดังมากมายรวมไปถึง Life of Pi, Gravity,
Birdman, Roma, 1917 รวมไปถึง Blade Runner 2049 ที่เคยได้รับรางวัล Oscar สาขา Best Cinematography
ในส่วนของเพลงประกอบก็ได้ Hans Zimmer มาทำให้ ซึ่ง Zimmer ถึงกับยอมละทิ้งโปรเจกต์ใหม่อย่าง TENET กับผู้กำกับคู่บุญ
Christopher Nolan ไปเพื่อที่จะมาทำ Dune ฉบับนี้ (ทำให้ Nolan ต้องหันไปดึงตัว Ludwig Göransson ที่เคยได้รับ Oscar สาขา
Original Score จาก Black Panther (2018) มารับหน้าที่แทน) และที่น่าสนใจก็คือ เช่นเดียวกับความคิดของ Jodorowsky Zimmer ได้
เลือกที่จะใช้เพลงของ Pink Floyd ในหนังเรื่องนี้ด้วย โดยได้อัดคอรัสของเพลง Eclipse มาใช้ประกอบภาพยนตร์ (รวมไปถึงใช้ใน Trailer
ซึ่งก็ทำให้เพลง Eclipse กลับมาฮิตอีกครั้งอยู่ช่วงหนึ่ง)
Dune ฉบับนี้มีกำหนดฉายเริ่มแรกในปลายปี 2020 ก่อนที่จะถูกดันมาเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบันเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ
COVID-19 จนกระทั่งในเดือนกันยายน Dune ฉบับใหม่นี้ได้ปฐมทัศน์ไปในเทศกาลภาพยนตร์เมืองเวนิสโดยได้ผลตอบรับออกมาในแง่ดี
ก่อนที่จะได้ฉายในระบบ IMAX ครั้งแรกในช่วงสัปดาห์ต่อมาในเทศกาลหนังโทรอนโต
TEEN' S CORNER - 65 กุมภาพันธ์ 2565
ความบ้าของการทำ Dune ครั้งนี้ก็คือถึงแม้ Dennis จะวางหนังไว้เป็นสองภาคตั้งแต่แรก แต่ในตอนนี้ Dune ได้ถูกถ่ายทำและสร้างมาแค่
ครึ่งแรกของหนังสือ เพราะสตูดิโอให้ทุนมาสร้างได้แค่พาร์ทแรก และชะตากรรมว่าครึ่งหลังจะได้ถูกสร้างมั้ยก็ขึ้นอยู่กับผลตอบรับของ
ครึ่งแรกนี้
ในช่วงเวลากว่าครึ่งศตวรรษนับตั้งแต่ Dune ถูกประพันธ์ขึ้นในปี 1965 จนถึงปัจจุบันที่ Dune ฉบับใหม่นี้จะถูกฉาย เป็นที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า
ทั้งตัวหนังสือและภาพยนตร์ทั้งที่ได้ถูกสร้างและไม่ถูกสร้างได้วางรากฐานให้แก่งานไซไฟและงานภาพยนตร์ในยุคต่อมาอย่างมากมาย
ความแปลกประหลาดของตัวนิยายที่ Herbert เขียนไว้ได้สร้างโทนใหม่ของนิยายไซไฟทั้งในแง่ของพลอตเรื่องและวิธีการเล่า งานของ
Jodorowsky ที่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นได้ทำให้ศิลปินตัวท็อปได้มาเจอกันและแยกย้ายกันไปสร้างมาสเตอร์พีซของตนในยุคถัดมา ที่ก็เป็นที่
กระจ่างชัดว่าหลายองค์ประกอบที่พวกเขาได้ใช้ในผลงานพวกนั้นก็ได้รับแรงบันดาลใจจาก Dune ของ Jodorowsy ไม่มากก็น้อย ในช่วง
หลังงานที่ล้มเหลวของ Jodorowsky เราได้เห็นว่า Dune ได้ไปข้องเกี่ยวกับผู้กำกับและศิลปินชื่อดังหลายต่อหลายคน ในฐานะของนิยาย
ชั้นยอดที่ยากจะถูกนำมาสร้างงานภาพยนตร์ จนถึงในปัจจุบันที่เรากำลังจะได้เห็นความพยายามครั้งล่าสุดโดย Villeneuve ผู้กำกับที่ได้
สร้างผลงานไซไฟชั้นยอดแห่งยุคไว้หลายชิ้น
ความเป็นตำนานของนิยายเรื่องนี้รวมถึงเรื่องราว
ของความพยายามและความยากลำบากของการนำ
มันสู่จอเงินที่กินเวลามากว่าครึ่งศตวรรษจะคงอยู่
กับวงการไซไฟไปอีกนานแสนนาน
TEEN' S CORNER - 66 กุมภาพันธ์ 2565
Lorriel
68 | Teen ‘s Corner
69 | Teen’s Corner
70 | Teen’s Corner
การแมตช์ง่ายๆอย่าง การนำสีแดงเข้ามา สายเดี่ยวและกระโปรงสั้น
กางเกงยีนส์เสื้อสีดำ ผสมด้วย แมตช์เสื้อยืด พร้อมรองเท้าบูทและ
และกระโปรงก็น่ารักนะ เครื่องประดับเงิน
และรองเท้าผ้าใบ
ไม่ว่าจะเมื่อไรหนึ่งแฟชั่นที่ยังคงไม่ตกเทรนด์ก็คือ All black style ด้วยความพิเศษของโทนสีดำที่ใส่เมื่อไรก็
ดูคูลสุขุม เรียบๆ แต่ก็เท่ได้ใจ ทำให้การหยิบไอเทมสีดำมาแมทช์เป็นอะไรที่ไม่มีเอ้าท์!
แม้คีย์ไอเทมจะเป็นสีดำ แต่ความ All BLACK ฉบับ Korea Style
ยังคงมีความเลเยอร์ และมีการแมทช์ที่ยังดูเป็นผู้หญิง ไม่ว่าจะ
เป็น กระโปรง เดรส เสื้อครอป เข้าคู่กับสนีกเกอร์ง่ายๆ และต้อง
ไม่ลืมเอกลักษณ์ของ Korea Fashion อย่างการใช้ถุงเท้าทรงสูง
เข้ามาช่วยเพิ่มดีเทลให้ลุค จึงทำให้การแมทช์ All BLACK ฉบับ Korea จะไม่ดูแคชชวลเรียบเท่เหทือนกับสาวฝรั่ง
71 | Teen’s Corner
start here !!
TEEN' S CORNER 73 กุมภาพันธ์ 2565
Teen's corner 25 FEB
TEEN' S CORNER 74 กุมภาพันธ์ 2565
TEEN' S CORNER 75 กุมภาพันธ์ 2565
special ฉีกตามรอยปรุ
member
photocard
photocard 1 set 6 ea.
only pre-order
ฉีกตามรอยปรุ ฉีกตามรอยปรุ
นัทธ์ชนก เมธากุลนาถ(11)
TEEN' S CORNER 76 กุมภาพันธ์ 2565
special member
photocard
backside
special
member
photocard
photocard 1 set 6 ea.
limited ver.
with member sign
TEEN' S CORNER 77 กุมภาพันธ์ 2565
special ฉีกตามรอยปรุ
member
photocard
photocard 1 set 6 ea.
only pre-order
ฉีกตามรอยปรุ ฉีกตามรอยปรุ
TEEN' S CORNER 78 กุมภาพันธ์ 2565
special member
photocard
backside
special
member
photocard
photocard 1 set 6 ea.
limited ver.
with member sign
A
TEEN' S CORNER - 79 กุมภาพันธ์ 2565
Teen’s Writers
Lorriel- Fashion Corner และ หลักเศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการกำหนดราคา และค่าจ้างในระบบ
เศรษฐกิจ นางสาวกานต์ธิดา เอื้อประเสริฐ ม.5/6 เลขที่ 23
jayjan05 - what is ‘room decor’ หลักเศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการกำหนดราคา และค่าจ้างใน
ระบบเศรษฐกิจ นางสาวปวริศา อังอติชาติ ม.5/6 เลขที่27
Ranran(บรรณาธิการ)-knowing meme , special page
นางสาวพนิชชา เริงนพดล ม.5/6 เลขที่ 28
Punyisajan - KUSK , Cooking Corner
นางสาวปุญญิศา จันทร์นาลาว ม.5/6 เลขที่1
Tyty-music corner&movie corner
นางสาวนัทธ์ชนก เมธากุลนาถ ม.5/6 เลขที่ 11
Chayapatr-movies corner
นายทศพร ลีฬพงษ์ ม.5/6 เลขที่ 3