The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือบริหารงานด้านงบประมาณ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Phatchara00433, 2021-12-29 01:07:28

คู่มือบริหารงานด้านงบประมาณ

คู่มือบริหารงานด้านงบประมาณ



คำนำ

กลุ่มบริหารงบประมาณ โรงเรียนบ้านหยงสตาร์มีภารกิจสำคัญเพื่อตอบสนองภารกิจของโรงเรียน
บา้ นหยงสตารม์ ุ่งเนน้ ความเปน็ อิสระ ในการบรหิ ารจดั การใหม้ คี วามคล่องตัว โปร่งใส ตรวจสอบไดย้ ดึ หลักการ
บริหารมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์และบริหารงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน ให้มีการจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สิน
ของสถานศึกษา รวมทั้งจัดหารายได้จากบริการมาใช้บริหารจัดการเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา ส่งผลให้เกิด
คุณภาพทดี่ ขี ้นึ ตอ่ ผเู้ รยี นดำเนินการด้านการบรหิ ารงานงบประมาณให้เกิดความคล่องตวั อิสระภายใต้กฎหมาย
ระเบียบ เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล กลุ่มบริหารงบประมาณ จึงจัดทำคู่มือการบริหารงานกลุ่มบริหาร
งบประมาณขนึ้

เอกสารคู่มือการปฏิบัติงานกลุ่มบริหารงบประมาณนี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหาร
จัดการโรงเรียนให้สอดคล้องกับการบริหารการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ด้วยเหตุที่ว่าการบริหารและ
การจัดการสถานศึกษาจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก กล่าวคือมีอำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการทั้งด้าน
วิชาการ งบประมาณ บุคคล กิจการนักเรียน และบริหารทั่วไปมากขึ้น และดำเนินการได้อย่างอิสระคล่องตั ว
และรวดเร็ว เอกสารเล่มนี้จึงเป็นแนวทางให้ครูและบุคลากรทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายของโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ได้
นำไปเป็นแนวทางในการบริหารจัดการศึกษา การให้บริการทางการศึกษาให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน
ได้อยา่ งมีคุณภาพและประสทิ ธภิ าพต่อไป

กลุม่ บรหิ ารงบประมาณ

สารบญั ข

เรอื่ ง หนา้
1
บทนำ 4
ผงั โครงสรา้ งการบรหิ ารงานงบประมาณโรงเรยี นบ้านหยงสตาร์ 5
การบรหิ ารงบประมาณ 6
7
- ความเปน็ มา 7
- หลกั การและแนวคดิ
- วตั ถปุ ระสงค์ 8
- ขอบข่าย/ภารกจิ การบรหิ ารงบประมาณ 9
ขอบขา่ ย/ภารกจิ การดำเนนิ งานดา้ นการบรหิ ารงบประมาณ
1. งานจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพ และแผนปฏบิ ตั ิการประจำปี
2. งานการเงนิ และบญั ชี
3. งานพัสดุ
4. งานระดมทรัพยากรและการลงทนุ เพื่อการศกึ ษา
5. งานสวสั ดกิ ารโรงเรียน
6. งานตรวจสอบ ตดิ ตาม และรายงานผล

ภาคผนวก

1

บทนำ

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. ๒๕๔๕ และ
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้กำหนดสาระสำคัญให้กระทรวงศึกษาธิการกระจายอำนาจการบริหารและ การ
จัดการศึกษา ทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป ไปยังคณะกรรมการ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาโดยตรง เพื่อให้การจัดการศึกษาเป็นไป เพื่อพัฒนาคนไทยให้
เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นคนดี มีความสามารถ และอยู่ร่วมกับสังคมอย่างมีความสุข มาตรา ๓๕ แห่ง
พระราชบัญญตั ริ ะเบยี บบรหิ ารราชการกระทรวงศึกษาธกิ าร พ.ศ. ๒๕๔๖ และทีแ่ กไ้ ขเพิ่มเตมิ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.
๒๕๕๓ ได้กำหนดให้สถานศกึ ษาที่จัดการศึกษาขัน้ พ้ืนฐานมีสถานะเปน็ "นิติบุคคล" เพือ่ ให้สถานศึกษามีความ
เข้มแข็ง คล่องตัว และสามารถบริหารจัดการไต้อย่างเป็นอิสระ แต่สถานศึกษา นิติบุคคลในสังกัดสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไม่มีพระราชบัญญัติจัดตั้ง และไม่มีกลไกทางกฎหมายที่กำหนดให้
ดำเนนิ การโดยเฉพาะ เพียงแต่อาศยั อำนาจจากผู้บังคับบัญชาระดับเหนือขน้ึ ไป มอบอำนาจให้สถานศึกษา ทำ
ให้กระบวนการบริหารจัดการยังคงอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กำหนดโคย กระทรวงศึกษาธิการและสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือต้องผ่านความเห็นชอบ หรือการอนุมัติของคณะกรรมการเขตพื้นที่
การศึกษา ตามเงื่อนไขที่มีการมอบอำนาจ จึงเป็นเหตุให้สถานศึกษา ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจได้ด้วยตนเอง
โดยอิสระ นอกจากนี้จากรายงานสรุปผลความคิดเห็นของ ผู้บริหารสถานศึกษายังพบว่า ขาดการรับรู้ ความ
มไิ ด้เอือ้ ต่อความเปน็ อิสระ กฎระเบยี บท่ีวางไว้ ขาดความยดื หยุ่น ไมเ่ พยี งพอ ไมเ่ หมาะสม ซ่งึ เปน็ อปุ สรรคของ
การบริหารสถานศึกษานิตบิ ุคคลอยา่ งชัดเจน

เมื่อพิจารณาจากกฎหมายที่มีผลใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการการศึกษา โดย
สถานศึกษานติ ิบคุ คลในสงั กัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พนื้ ฐานน้นั พบวา่ นอกเหนือจากหลกั เกณฑ์
การบรหิ ารจดั การการศึกษาตามกฎหมายหลัก ซึ่งได้แก่ พระราชบญั ญตั ิการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ และท่ี
แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ และ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๓ พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการ
กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.๒๕๔๖ และทีแ่ กไ้ ขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ.๒๕๕๓ พระราชบัญญัติระเบียบบริหาร
ราชการแผ่นดิน พ.ศ.๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘) พ.ศ.๒๕๕๓ และพระราชบัญญัติวิธีการ
งบประมาณ พ.ศ.๒๕๐๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๕๔๓ แล้ว การบริหารจัดการการศึกษาของ
สถานศึกษานิติบุคคล ยังอยู่ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายลำดับรองอีกหลายฉบับ เช่น กฎกระทรวงกำหนด
หลักเกณฑ์ และวิธีการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา พ.ศ.๒๕๕0 ประกาศสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเรื่องการกระจายอำนาจการบริหาร และการจัดการศึกษาของเลขาธิการ
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพนื้ ฐานไปยังคณะกรรมการสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา และสถานศึกษาในสังกัด
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๐ ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการบริหาร
จัดการ และขอบเขตการปฏิบัติหน้าที่ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคลในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งกฎหมายและระเบียบข้อบังคับเหล่านี้ถูกตราขึ้นเพื่อเป็นกรอบแนวทางในการบริหารจัดการ
การศึกษาของสถานศึกษานิติบุคคลทั้งสิน้ แต่สถานศึกษาก็ยงั คงไม่สามารถบรหิ ารไดอ้ ย่างเป็นอสิ ระ คล่องตวั
เพราะกฎหมายต่าง ๆ มิได้กำหนดกลไก เพื่อรองรับอำนาจหน้าที่ในฐานะนิติบุคคลของสถาศึกษาไว้ มีเพียง
บญั ญัติรองรับสถานะทางกฎหมาย ใหส้ ถานศึกษาเปน็ นิติบุคคลเท่าน้ัน สถานศกึ ษาไม่มีอำนาจการบริหารและ
การจัดการศึกษาด้วยตนเอง ยังคงต้องบริหารงานภายใต้อำนาจที่รับมอบจากปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และ
เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น และเมื่อพิจารณาจากความ
หลากหลายของสถานศึกษาที่มีความแตกต่างกันทั้งขนาดของสถานศึกษา จำนวนนักเรียน จำนวนครู และ

2

บุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนลักษณะภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น ทำให้สถานศึกษาเกิดจ
วามไม่คลอ่ งตวั ในการบรหิ าร ส่งผลต่อคุณภาพในการจดั การศกึ ษาอีกดว้ ย

นอกจากนี้เมื่อพิจารณาอำนาจหน้าที่ที่สถานศึกษาขั้นพื้นฐานได้รับมอบหมายในปัจจุบัน ตาม
กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา พ.ศ.๒๕๕๐
ระเบยี บและคำส่ังต่าง ๆ สถานศึกษายงั คงมปี ญั หาและอปุ สรรคในการบริหารจัดการท้ัง ๔ ดา้ น ดงั น้ี

ด้านการบรหิ ารวชิ าการ มีปัญหาการจัดทำและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ซึ่งขึ้นกบั ศกั ยภาพของครู
ในโรงเรียน เมอื่ ทกุ โรงเรียนต้องจัดทำหลักสตู รของตวั เองทำใหเ้ กิดการคัดลอกระหวา่ งโรงเรียนเกิดข้ึน และยัง
ขาดการพัฒนา/จัดหลักสูตรเฉพาะทางที่หลากหลายเพื่อส่งเสริมผู้เรียนที่มีความเป็นเลิศให้เทียบเคียง ระดับ
นานาชาติ รวมถึงปัญหาด้านการบริหารและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ เช่น การนำนักเรียนไปทัศน
ศึกษานอกสถานที่ การนิเทศการศึกษา การแนะแนว ปัญหาด้านมาตรฐานและคุณภาพการจัดการศึกษา
ปัญหาต้านการวัดผล ประเมนิ ผล และดำเนนิ การเทยี บโอนผลการเรียน

ด้านการบริหารงบประมาณ มีปัญหาการจัดสรรงบประมาณ ในปัจจุบันไม่เพียงพอ ไม่สอดคล้องกับ
ความเป็นจริง และไม่เอื้อต่อการจัดห้องเรียนที่เปิดสอนตามโครงการพิเศษ การได้รับงบประมาณสำหรับการ
ปรับปรุงอาหาร การซ่อมแชมวัสดทุ ีช่ ำรุดเสียหายมีความล่าชา้ งบประมาณในส่วนค่าสาธารณูปโภคที่ได้รับไม่
ตรงกับความเป็นจริง ปัญหาด้านการจัดหาพัสดุ ซึ่งอยู่ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายหลายฉบับ ขาดความ
คล่องตัวในการตำเนินการจัดหาพัสดุครุภัณฑ์ที่เหมาะสมและรวดเร็ว การกำหนดเกณฑ์มาตรฐานคุณ
ลักษณะเฉพาะของพัสดุครุภณั ฑ์ไม่สอดคล้องต่อความต้องการของสถานศึกษา

ด้านการบริหารงานบุคคล มีปัญหาการกำหนดอัตรากำลัง การสรรหา การบรรจุแต่งตั้ง การโยกย้าย
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา การพิจารณาด้านศักยภาพของข้าราชการครูไม่สอดคล้องกับ ความ
ต้องการและความจำเป็นของโรงเรียน การเปลี่ยนตำแหน่งให้สูงขึ้น การประเมินวิทยฐานะของข้าราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนขาดบุคลากรที่ทำหน้าที่สนับสนุนการจัดการศึกษา เช่น เจ้าหน้าที่แนะ
แนว เจา้ หน้าที่การเงินและพสั ดุ ฯลฯ

ด้านการบริหารทั่วไป มีปัญหาด้านการดำเนินการพ้ืนฐาน การรับนักเรียน การกำหนดระยะเวลาการ
เปิด-ปิดภาคเรียน การเปิดห้องเรียนพิเศษ การระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา ไม่สอดคล้องกับบริบทของ
โรงเรียน ไม่เป็นอิสระและคล่องตัว การกำหนดสัดส่วนและองค์ประกอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้น
พื้นฐาน การเชิญบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเป็นกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และอำนาจหน้าที่ท่ี
เหมาะสมของคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้นื ฐาน

สภาพปัญหาอุปสรรคดังกล่าวสอดคล้องกับผลการวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
แห่งชาติ (๒๕๔๒ : ก-ธ) พบว่า การบริหารจัดการศึกษาของโรงเรียนในกำกับของรัฐตามรูปแบบโรงเรียนนิติ
บุคคล ควรดำเนินการในโรงเรียนนำร่องในลักษณะของการวิจัยและพัฒนาจากโรงเรียนที่มีความพร้อม เพ่ือ
ทดลองรูปแบบและใช้มาตรการเชิงรุก เร่งดำเนินการเผยแพร่แนวคิดและร่วมผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ระบบการจัดการศึกษาที่ส่งเสริมการกระจายอำนาจที่ชัดเจนในเรื่องวิชาการ บุคคล บริหารทั่วไป และ
งบประมาณไปยังระดับสถานศึกษา โดยให้มีความสมดุลระหว่างการได้รับอำนาจอิสระในการบริหารที่แท้จริง
และการมีระบบการแสดงความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ โดยรัฐควรเปิดโอกาสและให้ความสนใจในการออก
กฎหมายท่เี ก่ยี วขอ้ ง ปรับกฎระเบียบทเ่ี อ้ือตอ่ การจัดหาทรัพยากรจากแหล่งอนื่ นอกเหนอื จากงบประมาณที่รัฐ
จัดสรรให้ เพื่อให้หน่วยปฏิบัติได้มีอำนาจอย่างอิสระอย่างแท้จริง และมีการให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน ให้
คำปรกึ ษาจากผู้ทรงคุณวุฒิในต้านการร่างและพจิ ารณากฎหมายท่เี กี่ยวข้อง ตลอดจนการกำกับดูแลให้มีระบบ

3

การตรวจสอบที่สามารถขับเคลื่อนการดำเนินการบริหารจัดการศึกษา ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ตามวัตถุประสงค์

การกำหนดให้สถานศึกษาเป็นนิติบุคคล มีจุดมุ่งหมายสำคัญที่จะทำให้สถานศึกษามีอิสระ มีความ
เข้มแข็งในการบริหาร เพื่อให้การบริหารเป็นไปอย่างคล่องตัว รวเร็วและสอดคล้องกับความต้องการ ของ
ผู้เรียน สถานศึกษา ชุมขน ท้องถิ่น และประเทศชาติโดยรวม โดยให้มีการกระจายอำนาจการบริหาร จัด
การศึกษาทางด้นวิชาการ งบประมาณ การบริหารงนบุคคล และการบริหารทั่วไป ไปยังคณะกรรมการ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาโดยตรง การจัดองค์กรที่มีสถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย
มหาชน ทจี่ ัดบริการสาธารณะย่อมจะมอี สิ ระในการบริหารทั้งด้านทรัพยากรบคุ คลและอำนาจหน้าที่ในกรอบที่
กฎหมายกำหนดไว้ แต่จากสภาพปัญหาและอุปสรรคของการบริหารจัดการสถานศึกษานิติบุคคล ที่ยังไม่เป็น
นิติบุคคลอย่างแท้จริง สำนักงานคณะกรรมกรการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงได้คัดเลือกโรงเรียนระดับประถมศึกษา
จำนวน ๕๗ โรงเรียน ระดับมัธยมศึกษา จำนวน ๕๗ โรงเรียน เพื่อเข้าโครงการพัฒนาการบริหารรูปแบบนิติ
บุคคล และให้เป็นต้นแบบของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในการ
พัฒนาการบริหารโรงเรียนให้สามารถบริหารจัดการในรูปแบบของโรงเรียนนิติบุคคลได้อย่างสมบูรณ์ มีความ
รับผดิ ขอบ มคี ุณภาพ และมีประสทิ ธภิ าพสงู สดุ

4

ผงั โครงสรา้ งการบริหารงานงบประมาณโรงเรยี นบา้ นหยงสตาร์

ผอู้ ำนวยการโรงเรยี น
หวั หนา้ กลมุ่ งาน

กลมุ่ งานบรหิ ารงานงบประมาณ

1. งานจดั ทำแผนพฒั นาคณุ ภาพ และแผนปฏบิ ตั ิการประจำปี
2. งานการเงนิ และบัญชี
3. งานพสั ดุ
4. งานระดมทรพั ยากรและการลงทนุ เพอ่ื การศกึ ษา
5. งานสวสั ดกิ ารโรงเรยี น
6. งานตรวจสอบ ตดิ ตาม และรายงานผล

5

การบรหิ ารงบประมาณ

การบริหารและการจัดการศึกษาของโรงเรียนนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อให้โรงเรียนจัดการศึกษา
อย่างเป็นอิสระ คล่องตัว สามารถบริหารการจัดการศึกษาได้สะดวด รวดเร็ว มีประสิทธิภาพและมีความ
รับผดิ ชอบ

โรงเรียนนิติบุคคล นอกจากมีอำนาจหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ข้างต้นแล้ว ยังมีอำนาจหน้าที่ตามท่ี
กฎระเบียบกระทรวงศึกษาธกิ ารว่าด้วยการบริหารจัดการและขอบเขตการปฏิบตั ิหน้าท่ขี องโรงเรยี นข้ันพ้ืนฐาน
ทีเ่ ป็นนติ ิบคุ คลสังกัดเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษา พ.ศ2546 ลงวนั ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ.2546

กฎหมายการศึกษาแห่งชาติ และกฎหมายระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธกิ าร จึงกำหนดให้
โรงเรียนนติ บิ ุคคลมอี ำนาจหน้าที่ ดงั นี้

1. ให้ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้แทนนิติบุคคลในกิจการทั่วไปของโรงเรียนที่เกี่ยวกับ
บคุ คลภายนอก

2. ให้โรงเรียนมีอำนาจปกครอง ดูแล บำรุง รักษา ใช้และจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินที่มีผู้
บริจาคให้ เว้นแต่การจำหน้ายอสังหาริมทรัพย์ที่มีผู้บริจาคให้โรงเรียน ต้องได้รับความเห็นชอบ
จากคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พน้ื ฐานของโรงเรียน

3. ให้โรงเรียนจดทะเบียนลิขสิทธิ์หรือดำเนินการทางทะเบียนทรัพย์สินต่าง ๆ ที่มีผู้อุทิศให้หรือ
โครงการซ้อื แลกเปล่ียนจากรายไดข้ องสถานศึกษาใหเ้ ปน็ กรรมสิทธิข์ องสถานศึกษา

4. กรณีโรงเรียนดำเนินคณดีเป็นผู้ฟ้องร้องหรือถูกฟ้องร้อง ผู้บริหารจะต้องดำเนินคดีแทน
สถานศึกษาหรือถูกฟ้องร่วมกับสถานศึกษา ถ้าถูกฟ้องโดยมิได้อยู่ในการปฏิบัติราชการในกรอบ
อำนาจ ผ้บู ริหารตอ้ งรบั ผดิ ชอบเป็นการเฉพาะตวั

5. โรงเรยี นจัดทำงบดลุ ประจำปีและรายงานสาธารณะทกุ สนิ้ ปงี บประมาณ

ความเปน็ มา
สำนักงบประมาณได้ดำเนินการปรับปรุงระบบการจัดการงบประมาณเป็นระบบงบประมาณแบบ

มุ่งเน้นผลงาน (Performance Based Budgeting: PBB) เพื่อให้สามารถจัดสรรงบประมาณได้อย่างมี
ประสิทธิผล มีความเป็นธรรม และมีความโปร่งใส โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์และการบริหารงบประมาณแบบ
มุ่งเน้นผลงาน และให้ยดึ หลกั ความเปน็ อสิ ระ คล่องตวั โปรง่ ใส ตรวจสอบได้ โดยมีวตั ถปุ ระสงค์ให้หน่วยงานมี
อิสระในการจัดการทรัพยากรได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น นอกจากนี้เมื่อพิจารณาระเบียบของ
กระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการบริหารจัดการและขอบเขตการปฏิบัติหน้าที่ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.
๒๕๔๖ ได้กำหนดให้สถานศึกษามีอำนาจในการบริหารจัดการด้านงบประมาณ อาทิ การปกครอง ดูแล
บำรุงรักษาใช้และจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สิน การจดทะเบียนสิทธิ์เกี่ยวกับทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้การมี
อิสระในการบริหารจัดการงบประมาณตามที่ได้รับวงเงินและได้รับการมอบอำนาจ การมีอิสระในการบริหาร
จัดการเกี่ยวกับพัสดุ การรับบริจาคเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้ ดังนั้นการบริหารงบประมาณของ
สถานศกึ ษาโดยเฉพาะการแสวงหา การระดมทุนและทรพั ยากรเพ่ือใช้ในการดำเนนิ การตามแผนยุทธศาสตร์ให้
เป็นไปตามเปา้ หมายอยา่ งคมุ้ คา่ และประหยัด

ปัจจุบันสถานศึกษามีฐานะเป็นหน่วยงบประมาณและหน่วยบริหารการเงินของตนเอง แต่ยังมี
สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาดูแลแมว้ ่าจะมีฐานะนิติบุคคลตามกฎหมาย ส่งผลใหส้ ถานศึกษายังขาดความเป็น
อิสระในการบริหารงบประมาณให้เป็นไปตามความต้องการอย่างแท้จริง ทั้งนี้การบริหารงบประมาณของ

6

สถานศึกษาที่เปน็ นิติบุคคล ได้กำหนดให้สถานศึกษาสามารถจัดหาผลประโยชน์จากทรัพยส์ ินของสถานศึกษา
รวมทั้งการจัดหารายได้จากการให้บริการที่ต้องนำมาใช้ในการบริหารจัดการเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา ท่ี
ส่งผลให้เกิดคุณภาพที่ดีต่อผู้เรียน เพื่อให้การบริหารงบประมาณ การเงิน และบัญชีของสถานศึกษาที่เป็นนิติ
บุคคลสอดคล้องกับหลักการดังกล่าวประกอบกับเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ
กระทรวงศึกษาธิการ โดยปลัดกระทรวงศกึ ษาธิการหรือเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พื้นฐานแล้วแต่
กรณี ต้องกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจของตนไปยัง
สถานศึกษา ผ่านกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการกระจายอำนาจการบริหาร และการจัดการศึกษา
พ.ศ. ๒๕๕๐ ประกอบกับประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน เร่อื งการกระจายอำนาจ การ
บริหารและการจัดการการศึกษาของเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไปยังคณะกรรมการ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.
๒๕๕๐

จะเห็นได้ว่ากฎกระทรวง ระเบียบ กฎหมาย และประกาศของกระทรวงศึกษาธิการได้มอบอำนาจให้
สถานศึกษามีอำนาจในการบริหารจัดการงบประมาณภายใต้กรอบการดำเนินการที่กำหนดให้อย่างมีอิสระ
รวดเร็ว มคี วามคล่องตัวมากข้ึน และมงุ่ กระจายอำนาจในการบรหิ ารจัดการดา้ นงบประมาณให้กบั สถานศึกษา
อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้สถานศึกษานิติบุคคลสามารถบริหารจัดการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิด
ประสิทธิผลสงู สุดภายใตร้ ะเบยี บและกฎหมายรองรบั โดยมรี ายละเอยี ดในการดำเนนิ การดังน้ี

หลักการและแนวคดิ
๑. ยึดหลักความเท่าเทียมและความเสมอภาคทางโอกาสทางการศึกษาของผู้เรียนในการจัดสรร
งบประมาณเพื่อจัดการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน
๒. มุ่งพัฒนาขดี ความสามารถในการบริหารจดั การงบประมาณตามมาตรฐานการจัดการทางการเงิน
ท้งั ๗ ดา้ นเพอื่ รองรับการบริหารงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน ดงั นี้
(๑) การวางแผนงบประมาณ
(๒) การคาํ นวณตน้ ทุนผลผลติ
(๓) การจัดระบบการจดั หาพัสดุ
(๔) การบรหิ ารทางการเงนิ และการควบคมุ งบประมาณ
(๕) การรายงานทางการเงนิ และผลการดำเนนิ งาน
(๖) การบรหิ ารสนิ ทรพั ย์
(๗) การตรวจสอบภายใน
๓. หลักการกระจายอานาจในการบริหารจัดการงบประมาณ โดยจัดสรรงบประมาณให้เป็นไปใน
ลักษณะของวงเงินรวมแก่สถานศึกษา
๔. มุ่งเน้นการเสริมสร้างประสิทธิภาพและประสิทธิผลของระบบการจัดการงบประมาณของ
สถานศกึ ษาใหม้ ีความเปน็ อิสระในการตดั สนิ ใจ มคี วามคล่องตัวควบคกู่ ับความโปร่งใส และความ
รับผิดชอบทตี่ รวจสอบไดจ้ ากผลสำเร็จของงานและทรัพยากรท่ีใช้

7

วตั ถปุ ระสงค์
๑. เพ่อื ใหส้ ถานศึกษาบริหารงานด้านงบประมาณมีความเปน็ อิสระ คล่องตวั โปรง่ ใสตรวจสอบได้
๒. เพื่อให้ได้ผลผลิต ผลลพั ธ์เป็นไปตามขอ้ ตกลงการให้บรกิ าร
๓. เพือ่ ให้สถานศึกษาสามารถบริหารจดั การทรัพยากรที่ไดอ้ ย่างเพยี งพอและประสิทธภิ าพ

ขอบขา่ ย/ภารกจิ การบรหิ ารงบประมาณ
1. งานจัดทำแผนพฒั นาคณุ ภาพ และแผนปฏบิ ัติการประจำปี ฯ
2. งานการเงิน และบญั ชี
3. งานพสั ดุ
4. งานระดมทรพั ยากรและการลงทุนเพื่อการศึกษา
5. งานสวสั ดิการโรงเรยี น
6. งานตรวจสอบติดตามและรายงานผล

ขอบขา่ ย/ภารกิจการดำเนินงานดา้ นการบรหิ ารงบประมาณ

ขอบข่าย/ภารกิจการดำเนินงานด้านการบริหารงบประมาณของสถานศึกษาตามระบบการ
พัฒนาการบริหารรปู แบบนติ บิ ุคคล มีรายละเอยี ดดงั น้ี

๑. การจัดทำแผนพฒั นาคุณภาพและแผนปฏบิ ตั ปิ ระจำปี
๑.๑ วิเคราะห์สภาพวดล้อมของสถานศึกษา โดยเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาการศึกษาขั้น

พื้นฐาน และกลยุทธ์ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และกลยุทธ์ของ
กระทรวงศึกษาธิการ

๑.๒ จัดทำข้อมูลสารสนเทศทางการเงินของสถานศึกษา ได้แก่ แผนการจัดชั้นเรียนข้อมลู
และบุคคลกร ขอ้ มูลผเู้ รียน ทรัพยากรและสงิ่ อำนวยความสะดวกของสถานศึกษา เพอ่ื ใช้กำหนด เปา้ หมาย
ผลผลติ เปา้ หมายกจิ กรรมหลักและการสนับสนนุ

๑.๓ ทบทวนการใชจ้ ่ายตามแผนปฏิบตั ิการในปีทีผ่ า่ นมา เพื่อจัดทำประมาณการคา่ ใช้จ่าย
ปีที่ขอตั้งงบประมาณและค่าใช้จ่ายล่วงหน้า ๓ ปี ของงบบุคลากร งบดำเนินงานงบเงินอุดหนุน งบลงทุน
และงบรายจ่ายอื่นที่สอดคล้องกบั ประเดน็ กลยุทธต์ ามแผนพฒั นา

๑.๔ จัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีและแผนการใช้จ่ายงบประมาณที่สอดคล้องกับ
แผนการศึกษาของสถานศึกษา เพื่อจัดสรรงบประมาณประจำปีที่ได้รับให้กับหน่วยงานภายในสถานศึกษา
โดยความเห็นชอบแผนปฏิบัตงิ านและแผนการใช้จา่ ยงบประมาณต่อคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้ันพื้นฐาน

๑.๕ ผอู้ ำนวยการสถานศึกษาอนุมัติการใช้จ่ายงบประมาณตามงาน/โครงการท่ีกำหนดไว้ใน
แผนปฏิบัตกิ ารประจำปีและแผนการใช้จา่ ยงบประมาณ

๒. งานการเงนิ และบญั ชี
๒.๑ วางแผนกำกับดูแลการดำเนินงานดา้ นการเงนิ การบัญชี
๒.๒ เบิกจ่าย เงินเดอื น เงินสวสั ดิการ ค่ารกั ษาพยาบาล การศกึ ษาบัตรของขา้ ราชการ
๒.๓ จัดทำหนังสือรับรองการใช้สิทธิรับเงินค่ารักษาพยาบาลต้นสังกัด หนังสือรับรอง

เงนิ เดอื น และ ลูกจา้ ง
๒.๔ เบกิ จ่ายใบเสร็จรบั เงนิ และจดั ทำทะเบียนใบเสรจ็ รบั เงิน

8

๒.๕. รายงานการใชใ้ บเสรจ็ รบั เงนิ เมื่อส้นิ ปีงบประมาณ
๒.๖. เก็บรักษาเงิน ดำเนินการรับจ่ายเงนิ ถอนเงิน ฝากเงินและนำส่งเงนิ ทกุ ประเภท ทั้งเงนิ
งบประมาณ รายไดส้ ถานศกึ ษา เงินรายไดแ้ ผ่นดนิ และเงินอุดหนุนการศึกษา
๒.๗. จดั ทำรายงานคงเหลอื ประจำวนั และลงบญั ชปี ระเภทต่าง ๆ สมุดเงนิ สด ทะเบยี นคมุ เงิน
แยก ประเภท เงนิ งบประมาณ เงินอุดหนนุ การศึกษาและเงนิ รายได้สถานศึกษาทุกประเภท
๒.๘. จัดทำรายงานงบเทียบยอดเงินฝากธนาคาร สำหรับบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน บัญชี
เงินอดุ หนนุ การศกึ ษา บัญชเี งนิ รายไดส้ ถานศึกษา และเงินงบประมาณ
๒.๙. จัดทำรายงานการเงิน ได้แก่ รายงานการรับจ่าย เงินรายได้สถานศึกษา เงินอุดหนุน
การศึกษา สง่ สำนกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาตรงั เขต ๑

๓. งานพัสดุ
๓.๑ การวางแผนพัสดุล่วงหน้า ๓ ปี ให้ดำเนินการตามกระบวนการของการวางแผน

งบประมาณ
๓.๒ การจัดทำแผนการจัดหาพัสดุ ให้ฝ่ายที่ทำหน้าที่จัดซื้อจัดจ้างเป็นผู้ดำเนินการโดยให้

ฝ่ายที่ต้องการใช้พัสดุจัดทำรายละเอียดพัสดุที่ต้องการ คือรายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณ ราคาคุณลักษณะ
เพาะ หรอื แบบรูปรายงานและระยะเวลาที่ตอ้ งการใชพ้ ัสดุ ( ท้งั น้รี ายละเอียดพสั ดทุ ต่ี อ้ งการนตี้ ้องเปน็ ไปตาม
แผนปฏบิ ัติประจำปี และตามที่ระบุไวใ้ นเอกสารประกอบพระราชบัญญัตงิ บประมาณรายจ่ายประจำปี ) ส่งให้
ฝา่ ยที่ทำหน้าที่จดั ซื้อจัดจา้ งเพื่อจัดทำแผนการจดั หาพัสดุ

๓.๓ การกำหนดรูปแบบรายการหรือคุณลักษณะเพาะเพื่อประกอบการขอตั้งงบประมาณ
สง่ สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน

๓.๔ กรณีที่เป็นการจัดหาจากเงินนอกงบประมาณให้กำหนดแบบรูปรายการหรือคุณ
ลักษณะเฉพาะได้โดยให้พิจารณาจากแบบมาตรฐานก่อน หากไม่เหมาะสมก็ให้กำหนดตามความต้องการโดย
ยดึ หลักความโปรดใส เป็นธรรม และเปน็ ประโยชน์กับทางราชการ

๓.๔ การจัดซอื้ พสั ดเุ ปน็ ไปตามระเบียบสำนกั นายกรัฐมนตรวี า่ ดว้ ยการพัสดุ
๓.๕ การจัดทำทะเบียนพัสดุและการตรวจสอบพัสดุประจำปีถูกต้องตามระเบียบและมีการ
จำหน่ายพัสดทุ ่ีชำรดุ เส่อื มสภาพหรือไม่ใช่ในราชการอีกตอ่ ไป
๓.๖ พัสดุที่เป็นที่ดินหรือสิ่งก่อสร้าง กรณีที่ได้มาด้วยเงินงบประมาณให้ดำเนินการขึ้น
ทะเบียน เป็นราชพัสดุ กรณืที่ได้มาจากการรับบริจาคหรือจากเงินรายได้สถานศึกษาให้ขึ้นทะเบียนเป็น
กรรมสิทธิข์ องสถานศกึ ษา

๔. งานระดมทรัพยากรและการลงทุนเพื่อการศึกษา
๔.๑ วางแผน รณรงค์ส่งเสริมการระดมทุนการศึกษาและทุนเพื่อการพัฒนาการศึกษาให้

ดำเนนิ งานได้อยางมีประสทิ ธภิ าพและเกิดประสิทธิภาพและเกิดประสิทธผิ ล ค้มุ ค่า และมีความโปร่งใส
๔.๒ จัดทำข้อมูลสารสนเทศ และระบบการรับจ่ายทุนการศึกษาและเพื่อการพัฒนา

การศึกษาให้ดำเนินงานไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพและเกดิ ประสิทธิผล คุ้มคา่ และมีความโปรง่ ใส
๔.๓ จัดทำรายการทรพั ยากรเพื่อเปน็ สารสนเทศได้แก่แหลง่ เรียนรู้ภายในสถานศกึ ษา แหลง่

เรียนรู้ในท้องถิ่นทั้งที่เป็นหล่งเรียนรู้ธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น แหล่งเรียนรู้ที่เป็นสถานประกอบการ

9

เพื่อการรับรู้ของบุคคลกรในสถานศึกษา นักเรียนและบุคคลท่ัวไปจำได้เกิดการใช้ทรัพยากรร่วมกันในการจดั
การศกึ ษา

๔.๔ กระตุ้นให้บุคคลในสถานศกึ ษาร่วมใช้ทรัพยากรภายในและภายนอก รวมทั้งให้บรกิ าร
การใชท้ รัพยากรภายในเพอื่ ประโยชนต์ อ่ การเรียนรู้และสง่ เสรมิ การศึกษาชุมชน

๔.๕ ดำเนินการเชิดชูเกียรติบุคคลและหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ที่สนับสนุนการใช้
ทรพั ยากรร่วมกันเพือ่ การศกึ ษาของสถานศกึ ษา

๔.๖ ระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษาของสถานศึกษาในทุกด้าน ซึ่งครอบคุ้มถึงการประสาน
ความร่วมมือกับบุคคล ชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานสถานประกอบการ
สถาบนั สงั คมอนื่ และสถานศึกษาในการใช้ทรพั ยากรเพอ่ื การศึกษารว่ มกนั

๕.๗ ดำเนินการโดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาข้นั พ้ืนฐาน

๕. งานสวัสดิการโรงเรยี น
๕.๑ จดั ควบคุมดูลสวสั ดกิ ารและการใชบ้ รกิ ารด้านตา่ งๆ ภายในสถานศึกษา เช่น

รา้ นอาหาร น้ำดม่ื การทำประกันอุบัติเหตุ
๕.๒ จดั หาเครือ่ งมอื และเวชภัณฑเ์ พอื่ ปฐมพยาบาลและการให้บริการสขุ ภาพแกน่ ักเรยี น
๕.๓ ใหค้ ำปรกึ ษาและทำหน้าที่เก่ียวกบั สขุ ภาพอนามยั เผยแพรค่ วามรู้ เกี่ยวกับสขุ ภาพ
๕.๔ จัดโรงอาหาร และการใหบ้ รกิ ารแก่นักเรยี น

๖. งานตรวจสอบตดิ ตามและรายงานผล
๖.๑ จัดให้มีการตรวจสอบและติดตาม กลุ่ม ฝ่ายงานในสถานศึกษา รายงานผลการ

ปฏิบัติงานและผลการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานและผลการใช้จ่ายงบประมาณ
ตามแบบที่สำนักงบประมาณกำหนด และจัดส่งไปยังสำนักงานเขตสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกไตรมาส
ภายในระยะเวลาท่ีสำนักงานเขตพ้ืนทีก่ ารกำหนด

๖.๒ จัดทำรายงานประจำปีที่แสดงถึงความสำเร็จในการปฏิบัติงาน และจัดส่งให้สำนักงาน
เขตพน้ื ท่กี ารศึกษาภายในระยะเวลาทีส่ ำนกั งานเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษากำหนด

๖.๓ ประเมินคุณภาพการปฏิบตั ิงานตามที่ไดร้ ับมอบหมายให้มีประสิทธิภาพ ประหยัด และ
คมุ้ คา่ ในการใช้ทรพั ยากรของหนว่ ยงานในสถานศึกษา

ภาคผนวก

11

การบรหิ ารงบประมาณ

การบรหิ ารและการจดั การศึกษาของโรงเรยี นนิตบิ คุ คล มวี ัตถปุ ระสงค์เพ่ือให้โรงเรยี นจดั การศกึ ษา
อยา่ งเป็นอิสระ คล่องตัว สามารถบริหารการจัดการศึกษาได้สะดวด รวดเรว็ มีประสทิ ธิภาพและมีความ
รบั ผดิ ชอบ

โรงเรียนนติ ิบคุ คล นอกจากมีอำนาจหนา้ ท่ตี ามวตั ถุประสงค์ขา้ งตน้ แลว้ ยังมีอำนาจหน้าท่ตี ามท่ี
กฎระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการว่าดว้ ยการบรหิ ารจัดการและขอบเขตการปฏิบตั ิหนา้ ที่ของโรงเรยี นขั้นพื้นฐาน
ทเี่ ป็นนติ ิบุคคลสังกัดเขตพื้นท่ีการศึกษา พ.ศ.2546 ลงวนั ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2546

กฎหมายการศึกษาแหง่ ชาติ และกฎหมายระเบียบบริหารราชการกระทรวงศกึ ษาธิการ จงึ กำหนดให้
โรงเรียนนติ บิ ุคคลมีอำนาจหน้าท่ี ดงั นี้

1. ให้ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นเป็นผู้แทนนิตบิ คุ คลในกิจการทว่ั ไปของโรงเรยี นท่ีเกย่ี วกบั
บคุ คลภายนอก

2. ใหโ้ รงเรยี นมอี ำนาจปกครอง ดแู ล บำรุง รักษา ใช้และจัดหาผลประโยชน์จากทรัพยส์ ินที่มีผู้
บรจิ าคให้ เวน้ แตก่ ารจำหนา้ ยอสังหาริมทรัพยท์ ี่มีผู้บริจาคใหโ้ รงเรียน ตอ้ งไดร้ ับความเห็นชอบจาก
คณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐานของโรงเรยี น

3. ใหโ้ รงเรียนจดทะเบียนลขิ สิทธิ์หรือดำเนนิ การทางทะเบยี นทรพั ย์สนิ ตา่ ง ๆ ที่มีผู้อุทิศให้หรือ
โครงการซอ้ื แลกเปลี่ยนจากรายไดข้ องสถานศกึ ษาใหเ้ ปน็ กรรมสทิ ธ์ขิ องสถานศึกษา

4. กรณีโรงเรียนดำเนนิ คณดีเป็นผฟู้ อ้ งร้องหรอื ถูกฟ้องร้อง ผู้บริหารจะต้องดำเนินคดีแทน
สถานศกึ ษาหรือถกู ฟ้องรว่ มกับสถานศึกษา ถา้ ถูกฟ้องโดยมิได้อยใู่ นการปฏิบัตริ าชการ ในกรอบอำนาจ
ผ้บู ริหารต้องรบั ผดิ ชอบเปน็ การเฉพาะตัว

5. โรงเรียนจดั ทำงบดุลประจำปีและรายงานสาธารณะทุกส้นิ ปีงบประมาณ

งบประมาณทส่ี ถานศกึ ษานำมาใชจ้ า่ ย

1. แนวคดิ
การบริหารงานงบประมาณของสถานศกึ ษามุ่งเนน้ ความเป็นอิสระ ในการบรหิ ารจัดการมีความ

คลอ่ งตวั โปร่งใส ตรวจสอบได้ ยดึ หลักการบรหิ ารมุง่ เน้นผลสัมฤทธแ์ิ ละบรหิ ารงบประมาณแบบมงุ่ เน้นผลงาน
ให้มกี ารจดั หาผลประโยชน์จากทรัพย์สิทของสถานศึกษา รวมท้ังจดั หารายไดจ้ ากบริการมาใช้บริหารจดั การ
เพอื่ ประโยชนท์ างการศกึ ษา ส่งผลใหเ้ กิดคณุ ภาพทีด่ ีขน้ึ ต่อผู้เรียน

2. วตั ถปุ ระสงค์
2.1 เพ่ือใหส้ ถานศึกษาบริหารงานดา้ นงบประมาณมีความเป็นอิสระ คลอ่ งตวั โปร่งใสตรวจสอบได้
2.2 เพ่ือใหไ้ ด้ผลผลิต ผลลพั ธเ์ ป็นไปตามขอ้ ตกลงการให้บริการ
2.3 เพอื่ ใหส้ ถานศึกษาสามารถบริหารจดั การทรัพยากรที่ได้อยา่ งเพียงพอและประสทิ ธิภาพ

12

3. ขอบขา่ ยภารกจิ
3.1 กฎหมาย ระเบียบ และเอกสารท่ีเก่ยี วข้อง
1. พระราชบัญญตั กิ ารศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ.2542 และท่แี กไ้ ขเพิม่ เติม(ฉบบั ที่ 2)
2. พระราชบัญญตั ิบรหิ ารราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร พ.ศ.2546
3. ระเบยี บว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ.2545
4. หลกั สตู รการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551
5. แนวทางการกระจายอำนาจการบรหิ ารและการจดั การศกึ ษาและสถานศกึ ษาตาม

กฎกระทรวง กำหนดหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการกระจายอำนาจการบรหิ ารและการจดั การศึกษา พ.ศ.2550

รายจา่ ยตามงบประมาณ

จำแนกออกเปน็ 2 ลักษณะ
1. รายจา่ ยของสว่ นราชการและรฐั วสิ าหกจิ

- งบบุคลากร
- งบดำเนินงาน
- งบลงทุน
- งบเงินอุดหนนุ
- งบรา่ ยจา่ ยอืน่
งบบคุ ลากร หมายถึง รายจา่ ยท่กี ำหนดให้จ่ายเพ่ือการบรหิ ารงานบุคคลภาครฐั ได้แกร่ ายจ่ายท่จี า่ ย
ในลกั ษณะเงนิ เดือน คา่ จ้างประจำ ค่าจา้ งช่ัวคราว และค่าตอบแทนพนักงานราชการ รวมถงึ ราจจา่ ยที่
กำหนดให้จา่ ยจากงบรายจา่ ยอน่ื ใดในลักษณะราจจ่ายดังกล่า
งบดำเนนิ งาน หมายถงึ รายจ่ายท่กี ำหนดใหจ้ า่ ยเพ่ือการบริหารงานประจำ ไดแ้ ก่ รายจา่ ยทีจ่ ่ายใน
ลกั ษณะคา่ ตอบแทน คา่ ใช้สอย คา่ วสั ดุ และคา่ สาธารณูปโภค รวมถงึ ราจ่ายที่กำหนดให้จา่ ยจากงบรายจา่ ยอืน่
ใดในลักษณะรายจ่ายดงั กล่าว
งบลงทนุ หมายถึง รายจ่ายที่กำหนดใหจ้ า่ ยเพอื่ การลงทุน ไดแ้ ก่ รายจา่ ยทจ่ี า่ ยในลักษณะคา่ ครุภณั ฑ์
ค่าทดี่ ินและสง่ิ ก่อสรา้ ง รวมถึงรายจา่ ยที่กำหนดใหจ้ า่ ยจากงบรายจา่ ยอ่ืนใดในลักษณะรายจ่ายดังกลา่ ว
งบดำเนินงาน หมายถึง รายจ่ายท่กี ำหนดใหจ้ ่ายเพ่ือการบริหารงานประจำ ได้แก่ รายจ่ายทจ่ี า่ ยใน
ลักษณะค่าตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวสั ดุ และคา่ สาธารณูปโภค รวมถึงรายจ่ายทีก่ ำหนดใหจ้ า่ ยจากงบรายจ่าย
อน่ื ใดในลักษณะรายจ่ายดังกลา่ ว
งบลงทนุ หมายถงึ รายจา่ ยท่ีกำหนใหจ้ ่ายเพื่อการลงทุน ไดแ้ ก่ รายจา่ ยท่ีจา่ ยในลักษณะคา่ ครุภณั ฑ์
ค่าท่ีดินและสงิ่ ก่อนสรา้ ง รวมถงึ รายจ่ายท่ีกำหนดให้จ่ายจากงบรายจ่ายอน่ื ใดในลักษณะรายจา่ ยดังกลา่ ว
งบเงนิ อดุ หนุน หมายถงึ รายจา่ ยทีก่ ำหนดใหจ้ ่ายเป็นค่าบำรุงหรือเพื่อชว่ ยเหลือสนบั สนนุ งานของ
หนว่ ยงานอิสระตามรฐั ธรรมนญู หรือหน่วยงานของรัฐ ซึง่ มใิ ชส่ ว่ นกลางตาม พ.ร.บ.ระเบยี บบรหิ ารราชการ
แผน่ ดิน หนว่ ยงานในกำกับของรฐั องค์การมหาชนรฐั วิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ รวมถงึ เงนิ อุดหนุน
งบพระมหากษัตริย์ เงินอุดหนุนศาสนา
งบรายจา่ ยอนื่ หมายถึง รายจ่ายท่ีไมเ่ ขา้ ลักษณะประเภทงบรายจา่ ยใดงบรายจ่ายหนงึ่ หรือรายจ่ายท่ี
สำนกั งานงบประมาณกำหนดให้ใชจ้ า่ ยในงบรายจ่ายนี้ เชน่ เงินราชการลับ เงนิ คา่ ปรับ ท่ีจ่ายคืนใหแ้ ก่ผู้ขาย
หรือผูร้ บั จ้าง ฯลฯ
อตั ราเงินอุดหนุนรายหวั นักเรียนตอ่ ปีการศึกษา

13

ระดบั ก่อนประถมศึกษา 1,700 บาท
ระดับประถมศึกษา 1,900 บาท
ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ 3,500 บาท
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย 3,800 บาท

การจดั สรรเงินอุดหนุนรายหวั นักเรยี น แบง่ การใชต้ ามสดั ส่วน ด้านวิชาการ : ดา้ นบริหารทัว่ ไป :
สำรองจ่ายท้ัง 2 ด้านคือ

1. ดา้ นวชิ าการ ให้สัดส่วนไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ 60 นำไปใชไ้ ด้ในเรอ่ื ง
1.1 จดั หาวัสดแุ ละครภุ ัณฑ์ทจ่ี ำเป็นต่อการเรยี นการสอน
1.2 ซ่อมแซมวสั ดอุ ปุ กรณ์
1.3 การพัฒนาบุคลาการดา้ นการสอน เชน่ ส่งครูเขา้ อบรมสัมมนา ค่าจา้ งชั่วคราวของครู

ปฏบิ ตั กิ ารสอน ค่าสอนพิเศษ
2. ด้านบรหิ ารทว่ั ไป ใหส้ ัดส่วนไมเ่ กนิ ร้อยละ 30 นำไปใชไ้ ดใ้ นเร่อื ง
2.1 ค่าวสั ดุ ครภุ ัณฑ์และคา่ ท่ีดิน สง่ิ ก่อสรา้ ง คา่ จา้ งช่ัวคราวท่ีไม่ใชป่ ฏบิ ัตกิ ารสอน

คา่ ตอบแทน ค่าใชส้ อย
2.2 สำรองจ่ายนอกเหนือด้านวิชาการและดา้ นบรหิ ารท่ัวไป ให้สัดสว่ นไม่เกินร้อยละ 20

นำไปใช้ในเร่ืองงานตามนโยบาย

เงินอุดหนุนปจั จัยพน้ื ฐานสำหรบั นกั เรยี นยากจน
1. เป็นเงินท่จี ดั สรรให้แก่สถานศึกษาท่ีมีนกั เรียนยากจน เพ่ือจัดหาปัจจยั พื้นฐานทจี่ ำเปน็ ต่อการ

ดำรงชีวติ และเพิ่มโอกาศทางการศึกษา เปน็ การช่วยเหลือนกั เรยี นนทยี่ ากจน ชน้ั ป.1 ถงึ ม.3 ให้มีโอกาส
ได้รับการศึกษาในระดบั ท่สี ูงขึ้น (ยกเว้นสถานศึกษาสังกดั สำนักบรหิ ารงานการศกึ ษาพิเศษ)

2. นกั เรียนยากจน หมายถงึ นกั เรยี นทผี่ ูป้ กครองมรี ายได้ต่อครวั เรือน ไมเ่ กิน 40,000 บาท
3. แนวการใช้

ให้ใชใ้ นลกั ษณะ ถวั จ่าย ในรายการต่อไปนี้
3.1 ค่าหนังสือและอปุ กรณ์การเรียน(ยืมใช้)
3.2 คา่ เส้อื ผ้าและวสั ดเุ ครอ่ื งแตง่ กายนกั เรียน(แจกจา่ ย)
3.3 ค่าอาหารกลางวัน (วตั ถดุ ิบ จ้างเหมา เงนิ สด)
3.4 ค่าพาหนะในการเดนิ ทาง (เงินสด จา้ งเหมา)
3.5 กรณจี า่ ยเป็นเงนิ สด โรงเรียนแตง่ ตั้งกรรมการ 3 คน รว่ มกันจา่ ยเงินโดยใช้ใบสำคญั
รบั เงนิ เป็นหลกั ฐาน
3.6 ระดบั ประถมศึกษา คนละ 1,000 บาท/ปี
3.7 ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น คนละ 3,000 บาท/ปี

1.1 รายจา่ ยงบกลาง
1. เงินสวสั ดกิ ารค่ารกั ษาพยาบาล/การศึกษาบุตร/เงนิ ชว่ ยเหลือบตุ ร
2. เงนิ เบี้ยหวดั บำเหน็จบำนาญ
3. เงินสำรอง เงนิ สมทบ และเงนิ ชดเชยขา้ ราชการ
4. เงินสมทบของลูกจา้ งประจำ

14

2. รายจา่ ยงบกลาง หมายถึง รายจ่ายที่ตง้ั ไวเ้ พื่อจดั สรรให้สว่ นราชการและรฐั วิสาหกิจโดยทวั่ ไปใช้
จา่ ยตามรายการดังตอ่ ไปน้ี

1. “เงนิ เบี้ยหวัดบำเหนจ็ บำนาญ” หมายความวา่ รายจา่ ยท่ีตั้งไว้เพอื่ จ่ายเปน็ เงินบำนาญ
ขา้ ราชการ เงนิ บำเหนจ็ ลกู จ้างประจำ เงินทำขวัญข้าราชการและลกู จ้าง เงินทดแทนข้าราชการวิสามญั เงิน
คา่ ทดแทนสำหรบั ผู้ไดร้ ับอันตรายในการรักษาความมั่นคงของประเทศ

เงินชว่ ยพเิ ศษข้าราชการบำนาญเสยี ชีวิต เงนิ สงเคราะห์ผูป้ ระสบภยั เนื่องจากการช่วยเหลือ
ข้าราชการ การปฏิบัติงานของชาติหรือการปฏิบัตติ ามหนา้ ทม่ี นษุ ยธรรม และเงินชว่ ยคา่ ครองชีพผรู้ ับเบ้ยี
หวัดบำนาญ

2. “เงนิ ช่วยเหลือข้าราชการ ลกู จา้ ง และพนักงานของรัฐ” หมายความวา่ รายจา่ ยที่ตงั้ ไว้
เพอ่ื จ่ายเปน็ เงินสวัสดิการช่วยเหลือในดา้ นต่างๆ ใหแ้ ก่ข้าราชการ ลกู จา้ ง และพนักงานของรัฐ ได้แก่ เงิน
ชว่ ยเหลอื การศกึ ษาของบุตร เงนิ ชว่ ยเหลอื บตุ ร และเงินพิเศษในการณตี ายในระหว่างรับราชการ

3.“เงินเลอื่ นขั้นเลอื่ นอนั ดับเงินเดอื นและเงินปรับวุฒิขา้ ราชการ หมายความว่ารายจ่ายที่ต้งั
ไวเ้ พ่อื จ่ายเปน็ เงนิ เลื่อนข้ันเลื่อนอนั ดบั เงนิ เดือนข้าราชการประจำปี เงินเลือ่ นข้นั เล่อื นอันดับเงนเดือน
ข้าราชการที่ไดร้ ับเลือ่ นระดับ และหรอื แต่งตัง้ ใหด้ ำรงตำแหนง่ ระหว่างปีและเงนิ ปรับวฒุ ขิ ้าราชการ

4. “เงนิ สำรอง เงนิ สมทบ และเงินชดเชยของขา้ ราชการ” หมายความว่า รายจ่ายทต่ี ัง้ ไว้
เพอ่ื จ่ายเป็นเงินสำรอง เงนิ สมทบ และเงินชดเชยท่ีรฐั บาลนำส่งเข้ากองทนุ บำเหน็จบำนาญขา้ ราชการ

5. “เงนิ สมทบของลูกจ้างประจำ” หมายความว่า รายจ่ายทตี่ ั้งไวเ้ พือ่ จ่ายเปน็ เงนิ สมทบท่ี
รฐั บาลนำสง่ เข้ากองทุนสำรอง เลี้ยงชพี ลกู จา้ งประจำ

6. “ค่าใช้จา่ ยเก่ยี วกบั การเสด็จพระราชดำเนและต้อนรับประมุขต่างประเทศ หมายความว่า
รายจา่ ยท่ีตงั้ ไว้เพอ่ื เปน็ ค่าใชจ้ ่ายสนับสนุนพระราชภารกจิ ในการเสด็จพระราชดำเนินภายในประเทศ และหรอื
ต่างประเทศ และค่าใช้จ่ายในการตอ้ นรับประมุขต่างประเทศท่มี ายาเยือนประเทศไทย

7. “เงนิ สำรองจ่ายเพ่ือกรณีฉุกเฉนิ หรือจำเป็น” หมายความวา่ รายจ่ายท่ีตั้งสำรองไวเ้ พื่อ
จัดสรรเป็นคา่ ใชจ้ ่ายในกรณฉี ุกเฉนิ หรอื จำเปน็

8. “ค่าใชจ้ ่ายในการดำเนนิ การรักษาความมั่นคงของประเทศ” หมายความวา่ รายจา่ ยที่ต้ัง
ไวเ้ พอื่ เป็นคา่ ใชจ้ า่ ยในการดำเนินงานรกั ษาความมนั่ คงของประเทศ

9. “เงินราชการลับในการรักษาความม่นั คงของประเทศ” หมายความวา่ รายจ่ายท่ีตง้ั ไว้
เพอื่ เบิกจา่ ยเปน็ เงนิ ราชการลับในการดำเนนิ งานเพ่ือรกั ษาความม่นั คงของประเทศ

10.“ค่าใชจ้ า่ ยตามโครงการอันเนอ่ื งมาจากพระราชดำร”ิ หมายความว่า รายจา่ ยทีต่ ง้ั ไว้
เพื่อเปน็ คา่ ใชจ้ า่ ในการดำเนินงานตามโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ

11. “คา่ ใชจ้ า่ ยในการรำษาพยาบาลข้าราชการ ลกู จ้าง และพนักงานของรัฐ” หมายความ
ว่ารายจ่ายที่ตงั้ ไวเ้ ปน็ ค่าใช้จ่ายในการชว่ ยเหลอื คา่ รักษาพยาบาลข้าราชการ ลกู จา้ งประจำ และพนักงานของ
รัฐ

15

เงนิ นอกงบประมาณ

1. เงินรายไดส้ ถานศกึ ษา
2. เงินภาษีหกั ณ ที่จ่าย
3. เงนิ ลูกเสอื เนตรนารี
4. เงินยุวกาชาด
5. เงนิ ประกนั สญั ญา
6. เงินบรจิ าคทีม่ วี ตั ถุประสงค์

เงนิ รายไดส้ ถานศกึ ษา หมายถงึ เงินรายได้ตามมาตรา 59 แหง่ พ.ร.บ. การศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ.
2542 ซ่ึงเกดิ จาก

1. ผลประโยชน์จากทรัพย์สนิ ทเ่ี ปน็ ราชพสั ดุ
2. คา่ บริการและค่าธรรมเนยี ม ทีไ่ ม่ขดั หรอื แย้งนโยบาย วัตถปุ ระสงค์และภารกจิ หลักของ
สถานศึกษา
3. เบ้ียปรับจากการผดิ สัญญาลาศกึ ษาตอ่ และเบยี้ ปรับการผดิ สญั ญาซ้อื ทรัพยสินหรือจ้างทำของ
จากเงินงบประมาณ
4. คา่ ขายแบบรูปรายการ เงนิ อุดหนุน อปท. รวมเงินอาหารกลางวนั
5. ค่าขายทรัพยส์ ินท่ีไดม้ าจากเงินงบประมาณ

งานพสั ดุ

“การพสั ดุ” หมายความว่า การจดั ทำเอง การซ้ือ การจ้าง การจา้ งท่ปี รึกษา การจา้ งออกแบบ
และควบคุมงาน การแลกเปลย่ี น การเช่า การควบคุม การจำหนา่ ย และการดำเนนิ การอ่ืนๆ ที่กำหนดไว้
ในระเบยี บนี้

“พสั ด”ุ หมายความว่า วัสดุ ครภุ ณั ฑ์ ที่ดนิ และสิง่ กอ่ สร้าง ท่กี ำหนดไว้ในหนังสือ การจำแนก
ประเภทรายจา่ ยตามงบประมาณของสำนกั งบประมาณ หรือการจำแนกประเภทรายจ่าย ตามสญั ญาเงนิ กู้
จากตา่ งประเทศ

“การซอ้ื ” หมายความว่า การซ้ือพัสุทกุ ชนิดทั้งที่มีการติดตั้ง ทดลอง และบริการท่ีเก่ียวเน่อื งอน่ื ๆ
แต่ไม่รวมถึงการจัดหาพัสดุในลักษณะการจ้าง

“การจ้าง” ใหห้ มายความรวมถงึ การจา้ งทำของและการับขนตามประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์ และการจ้างเหมาบริการ แต่ไมร่ วมถึงการจ้างลูกจา้ งของสว่ นราชการตามระเบียบของ
กระทรวงการคลัง การับขนในการเดนิ ทางไปราชการตามกฎหมายว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดนิ ทางไปราชการ
การจา้ งท่ปี รึกษ การจ้างออกแบบและควบคุมงาน และการจา้ งแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์

16

ขอบขา่ ยภารกจิ

1. กฎหมาย ระเบยี บ และเอกสารท่ีเกยี่ วขอ้ ง
2. ระเบียบสำนักนายกรฐั มนตรวี ่าดว้ ยการพสั ดุ พ.ศ. 2535 และแก้ไขเพิ่มเติม
3. ระเบยี บสำนกั นายกรัฐมนตรีว่าดว้ ยการพัสดดุ ้วยวธิ กี ารทางอิเล็กทรอนกิ ส์ พ.ศ. 2549
4. แนวทางการปฏบิ ตั ิตามระเบยี บสำนักนายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ยการพสั ดดุ ว้ ยวธิ ีการทาง
อเิ ลก็ ทรอนิกส์ พ.ศ. 2549

หน้าทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบ

1. จัดวางระบบและปฏบิ ัติงานเก่ียวกับจดั หา การซ้อื การจ้าง การเก็บรักษา และการเบิกพัสดุ
การควบคุม และการจำหนา่ ยพัสดุใหเ้ ป็นไปตามระเบียบที่เก่ยี วขอ้ ง

2. ควบคมุ การเบิกจ่ายเงินตามประเภทเงนิ ใหเ้ ป็นไปตามแผนปฏิบัติราชการรายปี
3. จดั ทำทะเบยี นทด่ี ินและส่ิงก่อสรา้ งทุกประเภทของสถานศกึ ษา
4. ประสานงานและวางแผนในการใชพ้ ้นื ที่ของสถานศึกษา ใหเ้ ปน็ ไปตามแผนพัฒนาการศึกษา
5. กำหนดหลักเกณฑ์วธิ กี ารและดำเนินการเก่ยี วกบั การจัดหาประโยชนท์ รี่ าชพัสดุการใชแ้ ละการ
ขอใช้อาคารสถานที่ของสถานศกึ ษาให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เก่ยี วข้องควบคุมดู ปรับปรุง
ซ่อมแซม บำรุงรกั ษาครภุ ัณฑ์ ใหอ้ ย่ใู นสภาพเรียบร้อยต่อการใช้งานและพฒั นาอาคารสถานท่ี การอนรุ ักษ์
พลังงาน การรกั ษาสภาพแวดลอ้ ม และระบบสาธารณปู โภคของสถานศกึ ษาใหเ้ ป็นระเบียบและสวยงาม
6. จัดเวรยามดูแลอาคารสถานที่ของสถานศึกษาใหป้ ลอดภัยจากโจรภัย อคั คีภัยและภัยอนื่ ๆ
7. จดั วางระบบและควบคุมการใชย้ านพาหนะ การเบิกจา่ ยน้ำมันเชอื้ เพลิงการบำรุงรักษาและการ
พสั ดุตา่ งๆ ที่เก่ยี วกับยานพาหนะของสถานศึกษาใหเ้ ป็นไปตามระเบยี บท่เี กย่ี วข้อง
8. ให้คำแนะนำ ชแี้ จง และอำนวยความสะดวกแก่บคุ ลากรในสถานศึกษาเก่ียวกับงานในหน้าท่ี
9. เก็บรักษาเอกสารและหลักฐานต่างๆ ไว้เพ่ือการตรวจสอบและดำเนินการทำลายเอกสารตาม
ระเบยี บที่เกยี่ วข้อง
10. ประสานงานและให้ความร่วมมือกับหน่วยงานตา่ งๆ ทงั้ ภายในและภายนอกสถานศึกษา
11. เสนอโครงการและรายงานการปฏบิ ัติงานในหน้าทีต่ ามลำดับขนั้
12. ปฏิบัติอืน่ ตามที่ได้รบั มอบหมาย

สวสั ดกิ ารและสทิ ธปิ ระโยชน์

1. ค่าใชจ้ า่ ยในการเดินทางไปราชการ
1.1 กฎหมายและระเบียบท่ีเก่ยี วข้อง
1.2 พระราชกฤษฎีกาค่าใชจ้ ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ. 2526 และท่ีแก้ไขเพิ่มเตมิ
1.3 ระเบียบกระทรวงการคลังวา่ ดว้ ยการเบิกค่าใชจ้ า่ ยในการเดนิ ทางไปราชการ พ.ศ. 2550

2. ค่าใชจ้ ่ายในการเดนิ ทางไปราชการ
การอนมุ ัตเิ ดนิ ทางไปราชการ ผู้มีอำนาจอนุมตั ิให้เดนิ ทางไปราชการ อนุมตั ิระยะเวลาใน

การเดินทางลว่ งหนา้ หรอื ระยะเวลาหลงั เสร็จสิ้นการปฏิบตั ริ าชการได้ตามความจำเปน็
3. การนบั เวลาเดินทางไปราชการเพือ่ คำนวณเบย้ี เล้ยี ง กรณีพักค้าง
3.1 ใหน้ บั 24 ชว่ั โมงเปน็ 1 วัน

17

3.2 ถ้าไม่ถึง 24 ชวั่ โมงหรอื เกิน 24 ชว่ั โมง และสว่ นท่ไี ม่ถงึ หรือเกนิ 24 ชัว่ โมง นบั ได้
เกิน 12 ชัว่ โมง ใหถ้ ือเปน็ 1 วัน

4. การนบั เวลาเดนิ ทางไปราชการเพอื่ คำนวณเบ้ยี เลย้ี งเดนิ ทาง กรณีไม่พักคา้ ง
4.1 หากนับได้ไม่ถึง 24 ช่วั โมงและส่วนท่ไี ม่ถึงนบั ได้เกนิ 12 ชว่ั โมง ให้ถือเป็น 1วัน
4.2 หากนับได้ไมเ่ กิน 12 ชัว่ โมง แตเ่ กนิ 6 ชวั่ โมงข้นึ ไป ให้ถอื เปน็ คร่ึงวัน

5. การนบั เวลาเดนิ ทางไปราชการเพอ่ื คำนวณเบี้ยเลย้ี งเดนิ ทาง
6. กรณีลากิจหรือลาพักผ่อนกอ่ นปฏิบัติราชการ ให้นบั เวลาต้ังแต่เร่ิมปฏบิ ตั ิราชการเปน็ ต้นไป
7. กรณีลากิจหรือลาพักผ่อนหลังเสรจ็ สน้ิ การปฏิบัติราชการ ให้ถอื ว่าสิทธใิ นการเบกิ จ่ายเบี้ยเล้ียง
เดนิ ทางส้นิ สุดลงเม่ือส้ินสดุ เวลาการปฏบิ ัตริ าชการ
8. หลกั เกณฑก์ ารเบิกค่าเช่าทพี่ ักในประเทศ

การเบกิ ค่าพาหนะ

1. โดยปกติให้ใช้ยานพาหนะประจำทางและให้เบิกค่าพาหนะโดยประหยัด
2. กรณีไม่มียานพาหนะประจำทาง หรอื มแี ต่ต้องการความรวดเร็ว เพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ
ใหใ้ ชย้ านพาหนะอนื่ ได้ แต่ต้องช้แี จงเหตผุ ลและความจำเป็นไวใ้ นหลกั ฐานขอเบิกคา่ พาหนะนั้น
3. ข้าราชการระดับ 6 ข้นึ ไป เบกิ ค่าพาหนะรบั จ้างได้ ในกรณตี อ่ ไปนี้

3.1 การเดนิ ทางไป-กลบั ระหวา่ งสถานที่อยู่ ที่พัก หรอื สถานท่ีปฏบิ ตั ิราชการกบั สถานี
ยานพาหนะประจำทาง หรือสถานทจ่ี ัดพาหนะที่ใชเ้ ดินทางภายในเขตจงั หวดั เดียวกัน

3.2 การเดนิ ทางไป-กลับ ระหวา่ งสถานท่ีอยู่ ที่พัก กบั สถานที่ปฏบิ ตั ริ าชการภายในเขต
จงั หวัดเดยี วกนั วนั ละไม่เกิน 2 เทยี่ ว

3.3 การเดินทางไปราชการในเขตกรุงเทพมหานคร กรณเี ป็นการเดนิ ทางขา้ มเขตจงั หวัด
ให้เบิกตามอตั ราทก่ี ระทรวงการคลงั กำหนด คือ ใหเ้ บิกตามที่จ่ายจริง ดังน้ี ระหว่างกรุงเทพมหานครกบั เขต
จงั หวดั ติดต่อกรุงเทพมหานคร ไมเ่ กนิ เทยี่ วล่ะ 400 บาท เดินทางข้ามเขตจังหวัดอนื่ นอกเหนือกรณี
ดงั กลา่ วข้างต้นไม่เกนิ เทย่ี วละ 300 บาท

3.4 ผไู้ มม่ สี ทิ ธเิ บกิ ถ้าต้องนำสมั ภาระในการเดนิ ทาง หรือสง่ิ ของเคร่ืองใช้ของทางราชการ
ไปดว้ ย และเปน็ เหตุให้ไม่สะดวกที่จะเดนิ ทางโดยยานพาหนะประจำทาง ใหเ้ บิกคา่ พาหนะรบั จา้ งได้(โดย
แสดงเหตผุ ลและความจำเป็นไว้ในรายงานเดนิ ทาง)

3.5 การเดินทางล่วงหนา้ หรอื ไมส่ ามารถกลับเมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบตั ิราชการเพราะมีเหตุ
สว่ นตัว (ลากิจ - ลาพักผอ่ นไว)้ ใหเ้ บิกคา่ พาหนะเท่าท่ีจ่ายจริงตามเสน้ ทางท่ีไดร้ ับคำสัง่ ใหเ้ ดินทางไป
ราชการ กรณีมีการเดินทางนอกเสน้ ทางในระหวา่ งการลาน้ัน ใหเ้ บิกคา่ พาหนะไดเ้ ทา่ ท่ีจ่ายจรงิ โดยไมเ่ กนิ
อัตราตามเส้นทางท่ีได้รับคำส่งั ใหเ้ ดนิ ทางไปราชการ

3.6 การใชย้ านพาหนะสว่ นตวั (ให้ขออนญุ าตและไดร้ ับอนญุ าตแล้ว) ให้ได้รบั เงินชดเชย
คือ รถยนต์กิโลเมตรละ 4 บาท

18

คา่ ใชจ้ า่ ยในการฝกึ อบรม

การฝึกอบรม หมายถึง การอบรม ประชุม/สัมมนา (วิชาการเชงิ ปฏบิ ัติการ) บรรยายพเิ ศษ
ฝึกงาน ดงู าน การฝกึ อบรม ประกอบด้วย

1. หลักการและเหตผุ ล
2. โครงการ/หลกั สูตร
3. ระยะเวลาจดั ท่ีแน่นอน
4. เพอื่ พัฒนาหรือเพ่ิมประสทิ ธิภาพในการปฏิบัตงิ าน

คา่ รกั ษาพยาบาล

คา่ รักษาพยาบาล หมายถงึ เงนิ ทส่ี ถานพยาบาลเรียกเกบ็ ในการรักษาพยาบาลเพ่ือให้ร่างกายกลับสู่
สภาวะปกติ (ไม่ใช่เปน็ การป้องกนั หรือเพื่อความสวยงาม)

1. ระเบียบและกฎหมายทเี่ กี่ยวข้อง
1.1 พระราชกฤษฎกี าเงนิ สวสั ดกิ ารเกี่ยวกบั การรกั ษาพยาบาล พ.ศ. 2523 และแกไ้ ข

เพมิ่ เติม( 8 ฉบับ)
1.2 ระเบยี บกระทรวงการคลังวา่ ดว้ ยการเบกิ จ่ายเงนิ สวัสดิการเกยี่ วกบั การรกั ษาพยาบาล

พ.ศ. 2545
2. ผ้ทู ่มี ีสทิ ธิรับเงนิ คา่ รกั ษาพยาบาล คือ ผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครวั
2.1 บิดา
2.2 มารดา
2.3 คูส่ มรสท่ีชอบด้วยกฎหมาย
2.4 บตุ รที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึง่ ยังไม่บรรลนุ ิตภิ าวะ หรือบรรลนุ ติ ภิ าวะแล้ว แต่เป็นคน

ไรค้ วามสามารถ หรือเสมือนคนไร้ความสามารถ(ศาลส่งั ) ไมร่ วมบตุ รบุญธรรมหรือบตุ รซง่ึ ไดย้ กเป็นบตุ รบญุ
ธรรมบุคคลอื่นแลว้

3. ผ้มู สี ิทธิ หมายถงึ ข้าราชการ ลกู จ้างประจำ ผุ้รับเบ้ียหวัดบำนาญ และลูกจ้างชาวต่างประเทศ
ซ่ึงได้รบั ค่าจา้ งจากเงินงบประมาณ

คา่ รักษาพยาบาบ แบ่งเป็น 2 ประเภท
ประเภทไข้นอก หมายถงึ เข้ารบั การรกั ษาในสถานพยาบาลของทางราชการโดยไม่ไดน้ อนพกั
รกั ษาตวั นำใบเสรจ็ รับเงินมาเบกิ จ่าย ไม่เกิน 1 ปี นับจากวันทจ่ี ่ายเงิน
ประเภทไขใ้ น หมายถึง เขา้ รบั การรักษาในสถานพยาบาลของเอกชน หรอื สถานพยาบาลของทาง
ราชการ สถานพยาบาลเอกชน ใช้ใบเสร็จรบั เงนิ นำมาเบิกจา่ ยเงิน พร้อมใหแ้ พทย์รับรอง “หากผปู้ ว่ ยมิได้
เจ้ารับการรกั ษาพยาบาลในทันทีทนั ใด อาจเป็นอันตรายถึงชวี ติ ” และสถานพยาบาลทางราชการ ใชห้ นังสอื
รับรองสิทธิ กรณยี งั ไม่ไดเ้ บกิ จา่ ยตรง

การศกึ ษาบตุ ร

ค่าการศึกษาของบตุ ร หมายความวา่ เงนิ บำรุงการศกึ ษา หรือเงนิ ค่าเลา่ เรยี น หรอื เงินอน่ื ใดท่ี
สถานศึกษาเรยี กเกบ็ และรัฐออกให้เปน็ สวัสดิการกบั ข้าราชการผู้มสี ทิ ธิ

1. ระเบยี บและกฎหมายท่เี กี่ยวข้อง
1.1 พระราชราชกฤษฎีกาเงนิ สวัสดิการเก่ยี วกับการศึกษาของบตุ ร พ.ศ. 2523

19

1.2 ระเบียบกระทรวงการคลงั ว่าดว้ ยการเบิกจ่ายเงนิ สวสั ดกิ ารเก่ียวกับการศึกษาของบุตร
พ.ศ. 2547

1.3 หนงั สอื เวยี นกรมบญั ชกี ลาง กค 0422.3/ว 161 ลงวันที่ 13 พฤษภาคม 2552
เรือ่ ง ประเภทและอัตราเงินบำรงุ การศึกษาในสถานศึกษาของทางราชการ และคา่ เลา่ เรียนในสถานศึกษา
ของเอกชน และกรมบญั ชีกลาง ท่ี กค 0422.3/ว 226 ลงวนั ท่ี 30 มถิ นุ ายน 2552 เร่อื งการเบกิ
เงินสวัสดกิ ารเกย่ี วกบั การศึกษาของบตุ ร

2. ผ้ทู มี่ ีสิทธิรบั เงนิ คา่ การศึกษาของบุตร
2.1 บุตรชอบโดยกฎหมายอายไุ ม่เกนิ 25 ปบี รบิ ูรณ์ ในวนั ที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี ไม่

รวมบตุ รบญุ ธรรม หรือบตุ รซึ่งได้ยกใหเ้ ป็นบุตรบุญธรรมคนอืน่ แล้ว
2.2 ใชส้ ทิ ธิเบกิ ได้ 3 คน เวน้ แต่บุตรคนที่ 3 เป็นฝาแฝดสามารถนำมาเบิกได้ 4 คน
2.3 เบกิ เงินสวสั ดกิ ารเกี่ยวกับศกึ ษาบตุ รภายใน 1 ปี นับต้ังแต่วนั เปิดภาคเรยี นของแต่ละ

ภาค
จำนวนเงนิ ทเ่ี บกิ ได้

1. ระดับอนุบาลหรอื เทยี บเท่า เบิกไดป้ ลี ะไมเ่ กิน 4,650 บาท
2. ระดบั ประถมศึกษาหรือเทียบเท่า เบิกไดป้ ีละไมเ่ กิน 3,200 บาท
3. ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้ /มัธยมศึกษาตอนปลาย/หลกั สูตรประกาศนียบัตรวิชาชพี (ปวช.) หรือ
เทยี บเทา่ เบกิ ได้ปลี ะไมเ่ กิน 3,900 บาท
4. ระดับอนปุ ริญญาหรือเทียบเท่า เบกิ ได้ปลี ะไม่เกิน 11,000 บาท

ค่าเช่าบา้ น

1. ระเบยี บและกฎหมายทเี่ กยี่ วข้อง
1.1 พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าชา้ นข้าราชการ พ.ศ. 2550
1.2 ระเบยี บกระทรวงการคลงั วา่ ดว้ ยการเบิกจา่ ยเงินค่าเช่าบ้าน พ.ศ. 2549

2. สทิ ธกิ ารเบิกเงินค่าเช่าบ้าน
2.1 ไดร้ บั คำสั่งให้เดนิ ทางไปประจำสำนกั งานใหม่ในต่างท้องที่ เว้นแต่
2.1.1 ทางราชการไดจ้ ดั ท่ีพักอาศัยให้อยู่แล้ว
2.1.2 มเี คหสถานเปน็ ของตนเองหรือคู่สมรส
2.1.3 ไดร้ บั คำส่งั ใหเ้ ดนิ ทางไปประจำสำนักงานใหม่ในตา่ งทอ้ งทต่ี ามคำรอ้ งขอของตนเอง
2.2 ขา้ ราชการผู้ได้รบั คำสั่งใหเ้ ดนิ ทางไปประจำสำนักงานในท้องทที่ ่รี ับราชการครงั้ แรกหรอื

ท้องที่ทีก่ ลับเข้ารบั ราชการใหม่ ใหม้ ีสทิ ธิไดร้ ับเงินค่าเช้าบ้าน (พระราชกฤษฎีกาเช่าบา้ น 2550 (ฉบับที่
2) มาตรา 7)

2.3 ขา้ ราชการมสี ิทธไิ ด้รบั เงินค่าเชา่ บ้านตั้งแตว่ ันทเี่ ช่าอยู่จริง แต่ไม่ก่อนวันที่รายงานตัวเพื่อ
เขา้ รับหนา้ ท(่ี พระราชกฤษฎีกาค่าเชา่ บา้ น 2547 มาตรา 14)

2.4 ขา้ ราชการซง่ึ มีสทิ ธิได้รับเงนิ ค่าเช่าบ้านได้เชา่ ซอ้ื หรือผอ่ นชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบา้ นท่ี
คา้ งชำระอยู่ ในท้องท่ที ่ีไปประจำสำนกั งานใหม่ มีสิทธินำหลกั ฐานการชำระค่าเช่าซอ้ื หรอื คา่ ผอ่ นชำระเงนิ กฯู้
มาเบกิ ได้ (พระราชกฤษฎกี าค่าเช่าบ้าน 2547 มาตรา 17)

20

กองทนุ บำเหนจ็ บำนาญขา้ ราชการ (กบข.)

1. กฎหมายท่เี กี่ยวขอ้ ง
1.1 พ.ร.บ.กองทุนบำเหนจ็ บำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2539
มาตรา 3 ในพระราชบญั ญัตนิ ี้ (สว่ นทีเ่ กี่ยวขอ้ ง)
บำนาญ หมายความวา่ เงนิ ทีจ่ ่ายให้แกส่ มาชิกเป็นรายเดือนเม่ือสมาชิกภาพของสมาชิก

สิน้ สุดลง
บำเหนจ็ ตกทอด หมายความว่า เงนิ ทจี่ ่ายให้แก่สมาชกิ โดยจา่ ยให้ครั้งเดยี วเมื่อสภาพ

ของสมาชิกสน้ิ สุดลง
บำเหน็จตกทอด หมายความวา่ เงินทจ่ี า่ ยให้แกท่ ายาทโดยจา่ ยให้ครง้ั เดียวในกรณีท่ี

สมาชิกหรือผู้รบั บำนาญถงึ แก่ความตาย
1.2 พ.ร.บ.กองทนุ บำเหน็จบำนาญขา้ ราชการ (ฉบบั ที่ 2 ) พ.ศ. 2542

2. ขา้ ราชการทุกประเภท (ยกเวน้ ราชการทางการเมือง) มีสิทธสิ มคั รเป็นสมาชิก กบข. ได้แก่
ข้าราชการครู ข้าราชการใหม่ ได้แก่ ผู้ซึ่งเข้ารบั ราชการหรือโอนมาเปน็ ราชการต้งั แต่วันท่ี 27 มนี าคม
2540 เปน็ ต้น จะตอ้ งเป็นสมาชกิ กบข. และสะสมเงนิ เขา้ กองทนุ สมาชกิ ท่จี า่ ยสะสมเข้ากองทุนในอัตรา
รอ้ ยละ 3 ของเงินเดอื นเป็นประจำทุกเดอื น รฐั บาลจะจ่ายเงินสมทบใหก้ ับสมาชกิ ในอัตรารอ้ ยละ 3 ของ
เงินเดือนเปน็ ประจำทุกเดือนเชน่ เดียวกัน และจะนำเงินดังกลา่ วไปลงทนุ หาผลประโยชน์เพือ่ จ่ายให้กบั สมาชิก
เมื่อกอกจากราชการ

ระเบียบสำนกั งานคณะกรรมการสง่ เสรมิ สวัสดกิ ารและสวสั ดภิ าพครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาวา่
ดว้ ยการฌาปนกจิ สงเคราะห์เพอื่ นครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา(ช.พ.ค.)

ในระเบยี บน้ี ช.พ.ค. หมายความว่า การฌาปนกิจสงเคราะหช์ ว่ ยเพอื่ นครแู ละบุคลากรทางการ
ศึกษาการจดั ตั้ง ช.พ.ค. มีความมงุ่ หมายเพ่ือเปน็ การกุศลและมวี ัตถุประสงค์ใหส้ มาชิกได้ทำการสงเคราะห์ซ่ึง
กนั และกนั ในการจัดการศพและสงเคราะหค์ รอบครวั ของสมาชิก ช.พ.ค. ทถ่ี ึงแก่กรรมหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี าร
จา่ ยเงนิ คา่ จดั การศพและเงนิ สงเคราะหค์ รอบครวั ให้เปน็ ไปตามทค่ี ณะกรรมการ ช.พ.ค. กำหนด

ครอบครัวของสมาชิก ช.พ.ค หมายถงึ บุคคลตามลำดบั ดังนี้
1. คสู่ มรสทช่ี อบด้วยกฎหมาย บตุ รทช่ี อบดว้ ยกฎหมาย บุตรบญุ ธรรม บตุ รนอกสมรสท่ีบดิ ารบั รอง
แล้ว และบดิ ามารดาของสมาชกิ ช.พ.ค.
2. ผู้อยใู่ นอุปการะอย่างบตุ รของสมาชกิ ช.พ.ค.
3. ผอู้ ปุ การะสมาชกิ ช.พ.ค.
ผูม้ สี ทิ ธไิ ด้รับการสงเคราะห์ตามวรรคหนงึ่ ยังมีชีวติ อยู่ หรือมผี ้รู บั มรดกยังไม่ขาดสายแล้วแตก่ รณใี น
ลำดับหน่งึ ๆ บคุ คลท่ีอยูใ่ นลำดับถัดไปไม่มีสทิ ธิไดร้ บั เงนิ สงเคราะหค์ รอบครวั ระเบยี บนี้
การสงเคราะหค์ รอบครวั ของสมาชิก ช.พ.ค. สำหรับบุตรใหพ้ ิจารณาให้บุตรสมาชิก ช.พ.ค. ไดร้ บั
ความชว่ ยเหลอื เปน็ เงนิ ทุนสำหรบั การศกึ ษาเล่าเรียนเปน็ ลำดับแรก
สมาชกิ ช.พ.ค. ต้องระบุบคุ คลใดบคุ คลหน่ึงหรือหลายคน เป็นผู้มีสทิ ธริ บั เงนิ สงเคราะห์
สมาชิก ช.พ.ค. มหี นา้ ทีด่ งั ต่อไปนี้

1. ตอ้ งปฏิบตั ิตามระเบียบนี้
2. สง่ เงินสงเคราะหร์ ายศพ เมื่อสมาชิก ช.พ.ค. อ่นื ถึงแก่กรรมศพละหน่งึ บาทภายใต้

เงือ่ นไขดังต่อไปนี้

21

3. สมาชิก ช.พ.ค. ท่เี ป็นขา้ ราชการประจำ ขา้ ราชการบำนาญและผูท้ ี่มีเงินเดือนหรือ
รายได้ รายเดอื น ต้องยินยอมให้เจา้ หน้าท่ีผจู้ า่ ยเงินเดือนหรือเงนิ บำนาญเป็นผู้หักเงิน
เพอ่ื ชำระเงนิ สงเคราะหร์ ายศพ ณ ท่จี ่ายตามประกาศรายชือ่ สมาชกิ ช.พ.ค. ท่ีถึงแก่
กรรม

คำจำกดั ความ

แผนการปฏบิ ตั งิ าน และแผนการใชจ้ า่ ยงบประมาณ หมายถึง แผนแสดงรายละเอยี ดการปฎิบัติงาน
และแสดงรายละเอยี ดการใช้จา่ ยงบประมาณรายจา่ ยตามแผนการปฏบิ ตั ิงานของโรงเรียนบ้านหว้ งปลาไหล
“สงิ หะวิทยา”ในรอบปีงบประมาณ

การใชจ้ า่ ยงบประมาณ หมายถึง การใช้จ่ายงบประมาณรายจา่ ยของโรงเรยี นบา้ นหว้ งปลาไหล “สิง
หะวทิ ยา” เพ่ือดำเนนิ ตามแผนการปฏิบตั ิงานในรอบปี

การจดั สรรงบประมาณ หมายถงึ การจดั สรรงบประมาณรายจ่ายตามพระราชบญั ญัติงบประมาณ
รายจา่ ยประจำปี หรือพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพมิ่ เติม ให้สว่ นราชการใช้จา่ ยหรอื ก่อหนี้ผกู พัน
ทัง้ น้ี อาจดำเนนิ การโดยใช้การอนุมตั เิ งนิ ประจำงวดหรือโดยวธิ กี ารอื่นใดตามทสี่ ำนักงบประมาณกำหนด

เป้าหมายยทุ ธศาสตร์ หมายถึง ผลสมั ฤทธิท์ กี่ ารใชจ้ ่ายงบประมาณต้องการจะใหเ้ กิดต่อนักเรยี น
บุคลากรโรงเรียนบา้ นหว้ งปลาไหล “สิงหะวทิ ยา”

แผนการปฏบิ ตั งิ าน หมายถงึ แผนการปฏิบัติงานของโรงเรียนบา้ นห้วงปลาไหล “สงิ หะวิทยา” ใน
รอบปีงบประมาณ

แผนการใชจ้ า่ ยงบประมาณ หมายถงึ แผนแสดงรายละเอียดการใช้จา่ ยงบประมาณรายจ่ายสำหรบั
โรงเรยี นบา้ นหว้ งปลาไหล “สิงหะวิทยา” เพื่อดำเนินงานตามแผนการปฏบิ ัตงิ านในรอบปีงบประมาณ

โครงการ หมายถึง โครงการทก่ี ำหนดข้นึ เพ่ือใชจ้ า่ ยเงินเปน็ ไปตามในระหวา่ งปีงบประมาณ
งบรายจา่ ย หมายถงึ กลุ่มวตั ถปุ ระสงคข์ องรายจา่ ย ท่ีกำหนดใหจ้ า่ ยตามหลักการจำแนกประเภท
รายจ่ายตามงบประมาณ

จำแนกงบรายจา่ ยตามหลักจำแนกประเภทงบประมาณตามงบรายจ่าย ดงั นี้
งบบคุ ลากร หมายถึง รายจ่ายที่กำหนดให้จ่ายเพื่อการบรหิ ารงานบุคคลภาครัฐ ได้แก่ รายจา่ ยใน
ลักษณะเงนิ เดือน คา่ จ้างประจำ คา่ จา้ งชัว่ คราว และคา่ ตอบแทนพนักงานราชการ รวมถึงรายจ่ายท่กี ำหนดให้
จ่ายจากงบรายจ่ายอ่นื ในลักษณะดังกล่าว
งบดำเนนิ งาน หมายถงึ รายจ่ายทีก่ ำหนดให้จ่ายเพ่ือการบริหารงานประจำ ไดแ้ ก่รายจ่ายท่จี า่ ยใน
ลักษณะค่าตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ คา่ สาธารณูปโภค
งบลงทนุ หมายถงึ รายจา่ ยที่กำหนดใหจ้ ่ายเพอื่ การลงทุน ได้แก่ รายจา่ ยในลกั ษณะ คา่ ครภุ ัณฑ์ คา่
ที่ดนิ และสิ่งก่อสร้าง
งบเงนิ อดุ หนนุ หมายถึง รายจ่ายที่กำหนดให้จา่ ยเปน็ ค่าบำรงุ หรือเพ่ือชว่ ยเหลือสนบุ สนนุ การ
ดำเนนิ งานของหนว่ ยงานองค์กรตามรัฐธรรมนญู หรอื หนว่ ยงานของรัฐซ่งึ มใิ ช่ส่วนราชการสว่ นกลางตาม
พระราชบัญญตั ิระเบียบบริหารราชการแผน่ ดิน หนว่ ยงานในกำกบั ของรฐั องค์การมหาชน รฐั วสิ าหกจิ องค์กร
ปกครองสว่ นท้องถ่นิ สภาตำบล องค์การระหว่างประเทศบิตบิ คุ คล เอกชนหรอื กิจการอนั เปน็
สาธารณประโยชน์ รวมถงึ เงินอดุ หนนุ งบพระมหากษัตรยิ ์ เงินอดุ หนุนการศาสนา และรายจา่ ยทส่ี ำนัก
งบประมาณกำหนดใหจ้ า่ ยในงบรายจา่ ยน้ี

22

งบรายจา่ ยอน่ื หมายถึง รายจ่ายที่ไมเ่ ขา้ ลกั ษณะประเภทงบรายจา่ ยใดงบรายจ่ายหนึ่ง หรือรายจา่ ยท่ี
สำนกั งบประมาณกำหนดให้ใชจ้ า่ ยในงบรายจ่ายน้ี เช่น

1. เงนิ ราชการลบั
2. เงนิ ค่าปรับทจ่ี า่ ยคืนให้แกผ่ ู้ขายหรือผรู้ ับจ้าง
3. คา่ จ้างทีป่ รึกษาเพอื่ ศกึ ษา วจิ ัย ประเมินผล หรอื พัฒนาระบบตา่ งๆซง่ึ มิใช่เพื่อการจดั หา

หรือปรับปรงุ ครภุ ณั ฑ์ทด่ี นิ หรือส่ิงก่อสรา้ ง
4. คา่ ใช้จ่ายในการเดนิ ทางไปราชการต่างประเทศชวั่ คราว
5. คา่ ใช้จา่ ยสำหรบั หนว่ ยงานองค์กรตามรัฐธรรมนูญ (สว่ นราชการ)
6. คา่ ใช้จ่ายเพื่อชำระหน้ีเงนิ กู้
7. คา่ ใช้จา่ ยสำหรับกองทนุ หรือเงินทุนหมุนเวยี น

23


Click to View FlipBook Version