โครงสร้างเวลาเรียน
วิชา วทิ ยาศาสตร์ ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 วิทยาศาสตร์กับการแกป้ ัญหา
สาระที่ 1 วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ
มาตรฐาน ว 8.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง
อย่างรวดเร็วใชค้ วามรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อ่นื ๆเพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนา
งานอย่างมีความคิดสรา้ งสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดย
คำนึงถึงผลกระทบต่อชวี ติ สังคมและสง่ิ แวดลอ้ ม
เน้ือหา เวลา นำ้ หนกั คะแนน
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 วิทยาศาสตร์กับการแกป้ ญั หา 3
1.1 วทิ ยาศาสตรใ์ นชวี ติ 1
1.2 วทิ ยาศาสตรก์ บั การแกป้ ญั หาของมนุษย์ 2
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1
กลุม่ สาระวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี 1/2564 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 วิทยาศาสตรก์ บั การแก้ปัญหา เวลา 3 คาบ
เรอ่ื ง วิทยาศาสตร์ในชีวิต เวลา 1 คาบ
ผู้สอน นางสาวภคั จริ า ยอดรกั โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์
วนั ท่ี 20 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2564 ม.3/1
วนั ที่ 20 เดอื น พฤษภาคม พ.ศ. 2564 ม.3/2
1.มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 8.1 เขา้ ใจแนวคดิ หลักของเทคโนโลยีเพอ่ื การดำรงชวี ิตในสังคมที่มกี ารเปลีย่ นแปลงอย่าง
รวดเร็วใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่นๆเพื่อแก้ปัญหาหรือพฒั นางาน
อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโ ดย
คำนงึ ถงึ ผลกระทบต่อชวี ิตสังคมและสง่ิ แวดลอ้ ม
2.ตวั ชีว้ ัด
ว 8.1 ม.3/1 วิเคราะหส์ าเหตุหรอื ปัจจัยที่ส่งผลตอ่ การ เปลีย่ นแปลงของเทคโนโลยีและความสัมพันธ์
ของเทคโนโลยีกับศาสตร์อื่นโดยเฉพาะ วิทยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์เพื่อเป็นแนวทาง การแก้ปัญหาหรือ
พฒั นางาน
ว 8.1 ม.3/2 ระบุปัญหาหรือความต้องการของชุมชนหรือท้องถิ่น เพื่อพัฒนางาน อาชีพ สรุป
กรอบของปญั หา รวบรวม วเิ คราะหท์ ีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั ปัญหา โดยคำนึงถงึ ความถกู ต้องด้านทรัพยส์ ินทางปญั ญา
3.สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
ความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มนุษย์สร้างสรรค์ มีจุดประสงค์เพื่อตอบสนอง
ความต้องการและชว่ ยยกระดับการใช้ชีวิตให้มีความสะดวกสบายยิ่งข้ึน จำเป็นต้องอาศัยองคค์ วามรู้ทางด้าน
วิทยาศาสตร์ทมี่ ีการพฒั นามาอย่างต่อเนื่อง และบางครงั้ ตอ้ งอาศัยองค์ความร้อู น่ื ๆ มาตอ่ ยอดและผสมผสาน
กัน
ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยมี ีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนษุ ย์ ช่วยแก้ปัญหาและ
อำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ ทำให้เราใช้ชีวิตได้อยา่ งสขุ สบายและมีความปลอดภัยมากขน้ึ แตใ่ นบางครั้ง
ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อมและมนุษย์เอง ดังนั้นมนุษย์จึงควรตระหนักถึง
ผลกระทบท่ีอาจจะเกดิ ขนึ้ ด้วย
กระบวนการแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้ ประสบการณ์เดิม และการนำข้อมูลต่าง ๆ มาช่วยในการ
ตดั สนิ ใจเบอื้ งตน้ เพ่ือการเลือกแนวทางและออกแบบวธิ กี ารแก้ปญั หา โดยนำขอ้ มลู ตา่ ง ๆ มาใช้ออกแบบ สร้าง
และทดสอบต้นแบบ เพื่อแก้ปัญหาในสถานการณ์ได้อย่างมีเหตุผลและเหมาะสม ซึ่งกระบวนการดังกล่าวก็
คล้ายคลึงกบั การคิดแก้ปัญหาของมนุษย์น่นั เอง
4. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายประโยชน์จากความรวู้ ิทยาศาสตรใ์ นชวี ิตประจำวนั (K)
2. นำเสนอการใชป้ ระโยชนจ์ ากความรู้วทิ ยาศาสตรใ์ นชวี ิตประจำวัน (P)
3. มคี วามมงุ่ มนั่ ในการทำงาน (A)
5. สาระการเรียนรู้
ประโยชน์จากความรูว้ ิทยาศาสตรใ์ นชีวิตประจำวนั
6. ด้านสมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
7. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ใช้รปู แบบการจัดการเรียนการสอนตามแบบวฏั จักรการเรยี นรู้ 7 ข้นั (7Es) ซึง่ กำหนดลำดับขนั้ กจิ กรรม
ดังน้ี
ขน้ั ที่ 1 ข้นั ตรวจสอบความรู้เดิม (Elicitation Phase)
1. ครกู ระตนุ้ ความสนใจโดยใหน้ ักเรียนโดยตัง้ คำถาม ดงั น้ี
คำถาม : วิทยาศาสตร์ หมายถึงอะไร (B1 2.1)
(แนวคำตอบ : ความรู้เกีย่ วกับสงิ่ ต่าง ๆ ในธรรมชาติ และกระบวนการคน้ คว้าหาความรูอ้ ย่าง
มีขน้ั ตอน มีระเบียบแบบแผน โดยมีเหตุผล และหลกั ฐานท่ีสามารถพิสูจนต์ ามหลกั วชิ าการได้,
วิชาทีไ่ ด้ศกึ ษาคน้ คว้ามหี ลกั ฐาน และเหตุผล แล้วจัดเข้าเปน็ ระเบียบ)
คำถาม : วทิ ยาศาสตรม์ ปี ระโยชชนอ์ ย่างไร ในชวี ิตประจำวนั
(คำตอบ ข้ึนอยูก่ ับคำตอบของนักเรียนแต่ละบคุ คล)
ขน้ั ท่ี 2 เร้าความสนใจ (Engagement Phase)
1. ครูให้นักเรยี นศึกษาภาพท่ีกำหนดให้ แลว้ ร่วมกันวเิ คราะหว์ ่าภาพที่นำมาเกย่ี วข้องกบั วทิ ยาศาสตร์
อย่างไร และภาพที่นำมามปี ระโยชน์กนั อย่างไร จาก PowerPoint
ภาพ : ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ท่ีใช้ในการสรา้ งอากาศยานไรค้ นขับ
2. ครตู ้ัง คำถาม : นกั เรยี นคิดวา่ จากตัวอย่างการสร้างสงิ่ ประดิษฐ์ที่กล่าวมานั้น มนษุ ย์ยงั ประยุกต์ใช้
ประโยชนใ์ ชค้ วามรทู้ างด้านวิทยาศาสตร์อย่างไรอีกบ้าง และสง่ิ ประดษิ ฐ์เหลา่ นั้นมีความสำคัญต่อมนษุ ย์
อย่างไร(A5 1.5)
ขั้นท่ี 3 สำรวจและค้นหา (Exploration Phase)
1. ครูใช้เทคนคิ กลมุ่ ย่อย (Small Group Teaching) ใหน้ ักเรียนแบ่งกล่มุ กลมุ่ ละ 3 - 5 คน สืบค้น
ข้อมูลและอธบิ ายความสำคญั ของความรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ( C4 3.4)
2. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกันระดมความคดิ เก่ยี วกับสิ่งประดษิ ฐ์ทพ่ี บในชีวติ ประจำวนั ที่กล่มุ ของนกั เรยี น
สนใจ และเลอื กมา 1 ตวั อยา่ ง
3. รว่ มกนั วเิ คราะหส์ ว่ นประกอบสงิ่ ประดษิ ฐ์ ทีก่ ล่มุ ของนกั เรยี นที่สนใจ ว่าเกย่ี วขอ้ งกบั ความรู้
วิทยาศาสตร์อย่างไรบา้ ง ลงในใบงานกลุม่ ใบงานท่ี 1 เรอ่ื ง วิทยาศาสตร์ในชีวิต (A1 1.1)
ข้ันท่ี 4 อธิบาย (Explanation Phase)
นักเรียนแต่ละกลุม่ นำข้อมลู เกยี่ วกับความรวู้ ิทยาศาสตร์ทใี่ ช้ในชวี ิตประจำวนั ในการสร้าสง่ิ ประดษิ ฐ์
นั้น บันทึกผลและนำเสนอแผงผงั ความคิดหน้าช้นั เรยี น (A1 1.1)
ขัน้ ท่ี 5 ขยายความคิด (Expansion Phase/Elaboration Phase)
รว่ มกันอภิปรายเกย่ี วกับความสำคญั ของความรู้วิทยาศาสตร์ที่นำมาใช้ประโยชน์ในการดำรงชวี ิตของ
มนษุ ย์ (A5 1.5)
ขน้ั ท่ี 6 ประเมินผล (Evaluation Phase)
ครตู ้ังคำถาม ท้ายกจิ กรรม (B3 2.3)
1. สง่ิ ประดษิ ฐ์ที่นกั เรียนเลือกคอื อะไรมปี ระโยชนอ์ ยา่ งไร
2. ถ้าไม่มีสิง่ ประดิษฐ์ดังกล่าวจะส่งผลอย่างไรต่อการดำรงชวี ติ
3. ส่งิ ประดิษฐด์ ังกล่าวสรา้ งข้ึนโดยอาศัยความรูท้ างวิทยาศาสตรอ์ ย่างไร
4. จากกิจกรรมนสี้ รปุ ได้วา่ อยา่ งไร
ขนั้ ที่ 7 นำความรูไ้ ปใช้ (Extension Phase)
ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกับประโยชน์ท่ีไดร้ ับจากวิทยาศาสตร์ (A5 1.5)
8. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
สือ่ การเรยี นรู้
1. PowerPoint เรอ่ื ง วิทยาศาสตรใ์ นชีวติ
2. ใบงานที่ 1 เรือ่ ง วทิ ยาศาสตร์ในชีวติ
3. หนังสือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 3 เลม่ 1
แหลง่ การเรยี นรู้
1. หอ้ งเรียนวทิ ยาศาสตร์
2. https://www.youtube.com/watch?v=3aZdQq2qcDw
9. การวดั และการประเมินผลการเรียนรู้
1. กรอบการวัดและประเมินผล แต่ละจดุ ประสงค์การเรยี นรู้นำเสนอประเดน็ ทีท่ ำการวดั และ
ประเมนิ ผล วิธกี ารวัด และเครื่องมือวดั ดังตาราง
ตาราง : แสดงกรอบการวดั และประเมินผล
จุดประสงค์การเรยี นรู้ สมรรถนะ วธิ กี ารวัดผล เคร่ืองมือวดั ผล เกณฑ์การประเมินผล
PISA
ด้านความรู้ (K) - ตรวจใบงานที่ 1 เรื่อง - ใบงานท่ี 1 เร่ือง - ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 70
1. อธบิ ายประโยชน์จาก A1 1.1 วทิ ยาศาสตร์ในชวี ิต วทิ ยาศาสตร์ใน ขึน้ ไป : 7 คะแนน
ความร้วู ิทยาศาสตร์ใน A5 1.5 ชีวิต จาก 10 คะแนน
ชีวติ ประจำวนั
ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) - การประเมินพฤติกรรม - แบบประเมิน - ไดค้ ะแนนรบู ริคส์
2. นำเสนอการใช้ประโยชน์ ต้ังแต่ 2 ขน้ึ ไป
จากความรู้วทิ ยาศาสตร์ใน B3 2.3 การนำเสนอ พฤตกิ รรมการ
ชีวติ ประจำวัน
นำเสนอ
ด้านคณุ ลักษณะ (A) - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกต - ไดค้ ะแนนรูบริคส์
3. มคี วามมงุ่ ม่นั ในการทำงาน พฤติกรรม ตงั้ แต่ 2 ขน้ึ ไป
2. เกณฑก์ ารให้คะแนนเกณฑ์รูบรคิ ส์ (Rubric Score) ให้คะแนนเปน็ รายขอ้ ของเกณฑร์ ูบรคิ ส์ ที่สร้าง
ขึ้นสำหรบั การประเมนิ (Analytical Rubric Score )
ตาราง : แสดงเกณฑก์ ารให้คะแนนเกณฑ์รบู รคิ ส์
ประเดน็ การประเมนิ 4 (ดมี าก) ระดับคุณภาพ 1 (ปรบั ปรงุ )
3 (ด)ี 2 (พอใช)้
1. อธบิ ายประโยชน์จากความรู้
วทิ ยาศาสตร์ในชวี ติ ประจำวนั ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึน้ ไป
(K)
2. นำเสนอการใช้ประโยชน์จาก - มคี ุณสมบตั ิ 4 - มคี ณุ สมบัติ 3 - มีคณุ สมบัติ 2 ใน - มีคุณสมบัติ 1
ใน 4 ของระดับ
ความรูว้ ิทยาศาสตร์ใน ใน 4 ของระดับ คุณภาพ 4 ของระดบั ใน 4 ของระดบั
ชวี ิตประจำวนั (P) คุณภาพ คุณภาพ คณุ ภาพ
1. ความเหมาะสมของบทบาท
การนำเสนอ
2. เข้าใจในเนือ้ หาทน่ี ำเสนอ
3. นำเสนอผลงานถกู ตอ้ ง
ชดั เจน
4. มีความคดิ สรา้ งสรรค์
3. มีความมงุ่ มน่ั ในการทำงาน - มคี ุณสมบตั ิ 4 - มคี ณุ สมบัติ 3 - มีคณุ สมบัติ 2 ใน - มีคุณสมบตั ิ 1
ใน 4 ของระดบั
(A) ใน 4 ของระดบั คณุ ภาพ 4 ของระดับ ใน 4 ของระดบั
1. สมาชกิ ทกุ คนร่วมกนั คุณภาพ
คุณภาพ คณุ ภาพ
แสดงความคิดเห็น
2. ทำงานอย่างเป็นระบบ
ทกุ คนรู้หน้าทีต่ นเอง
3. สมาชิกทุกคนรว่ มกนั
ทำงานตามทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
4.ส่งงานตามเวลากำหนด
3. เกณฑป์ ระเมินระดับคุณภาพผลการเรยี นรู้ กำหนดระดับคุณภาพผลการเรียนรูร้ ว่ มกนั ทุกดา้ นเป็น
4 ระดับ คือ ดีมาก ดี พอใช้ และปรับปรงุ แต่ละระดับกำหนดเกณฑป์ ระเมินตามคะแนนเกณฑ์รูบรคิ ส์ ดังน้ี
ระดบั คุณภาพดีมาก มีคะแนนตามเกณฑร์ ูบรคิ สร์ ้อยละ 80 – 100 ของคะแนนเต็ม
ระดบั คณุ ภาพดี มีคะแนนตามเกณฑร์ ูบรคิ สร์ ้อยละ 70 – 79 ของคะแนนเตม็
ระดบั คณุ ภาพพอใช้ มคี ะแนนตามเกณฑ์รบู รคิ ส์ร้อยละ 60 – 69 ของคะแนนเต็ม
ระดบั คณุ ภาพปรบั ปรุง มีคะแนนตามเกณฑร์ ูบริคส์น้อยกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนเตม็
4. เกณฑ์การตดั สินระดับคุณภาพนกั เรียนจากคะแนนรวมท้ังหมด
ระดบั บุคคล นักเรยี นมีผลงานอยู่ในระดบั ดี ถอื ว่า ผา่ น (ประกันผลการเรยี นรู้ของนักเรียน)
ระดับกลุม่ นักเรียนมผี ลงานอยใู่ นระดับ ดี ไม่ตำ่ กว่าร้อยละ 70 ของจำนวนนกั เรียนทงั้ หมด
ถอื วา่ การจดั ประสบการณเ์ รยี นรตู้ ามแผนการจดั การเรยี นร้ปู ระสบผลสำเรจ็
5. เกณฑ์การตัดสนิ คะแนนเก็บ จำนวนคะแนนเกบ็ .........คะแนน จากคะแนนรวมทงั้ หมด…...คะแนน
กำหนดวธิ ีการคิดคะแนนเกบ็ ดงั นี้
จำนวนคะแนนเกบ็ = (จำนวนคะแนนที่ต้องการ × จำนวนคะแนนรวมทุกกจิ กรรมของนกั เรียนแต่ละคน)
คะแนนรวมทกุ กจิ กรรมทง้ั หมดของทุกกจิ กรรม
ตารางการประเมนิ ผลการจดั การเรยี นรู้
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 1 เรอ่ื ง วทิ ยาศาสตร์ในชีวิต
นักเรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 3/1 โรงเรยี นสาธติ มหาวิทยาลบั ราชภฏั อุตรดิตถ์
คำช้ีแจง ให้ผ้สู อนทำเครอ่ื งหมาย √ ลงในรายการตามความเป็นจริง
K P A รวม สรปุ หมาย
(ผา่ น/ เหตุ
(Knowledge) (Psychomotor) (Attribute) คะแนน ไม่ผ่าน)
ชอ่ื -นามสกลุ คะแนนผ่านเกณฑ์ คะแนนผ่านเกณฑ์ คะแนนผา่ นเกณฑ์ ผา่ น
ผา่ น
คะแนนเต็มเลขท่ี รอ้ ยละ 70 ข้ึนไป ระดับ 2 ข้นึ ไป ระดบั 2 ขนึ้ ไป ผา่ น
ผ่าน
1 เด็กชายพสษิ ฐ์ แพรนิมติ ร คะแนน ผา่ น/ 4 3 2 1 ผา่ น/ 4 3 2 1 ผ่าน/ คะแนน ผ่าน
2 เดก็ หญิงวศินีธรณ์ หะรเี มา ผา่ น
3 เดก็ ชายศุภกร มลู คำ 12 ไม่ ไมผ่ า่ น ไมผ่ ่าน 12 ผ่าน
4 เดก็ หญงิ ธมี าพร ทองเจรญิ ผา่ น
5 เดก็ ชายนฤพนธ์ุ สุทธะตัง้ ผ่าน ผ่าน
6 เด็กชายพันธ์ระพี พีระพนั ธ์ ผา่ น
7 เดก็ ชายนครศกั ด์ิ ศรีทิพย์ 11 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 11 ผ่าน
8 เดก็ หญงิ ธัญญากร ทองเพช็ ร์ ผา่ น
9 เด็กชายจณิ ณวัตร ศรีขำมี 11 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 11 ผา่ น
10 เด็กชายภทั รศวัฒ โทนโนนแดง ผ่าน
11 เด็กชายรวิภาส ฐติ าคม 9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผา่ น
12 เดก็ ชายกฤษฎา ปานแดง ผา่ น
13 เดก็ ชายรณกร บูรณะถาวร 10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10
14 เดก็ หญิงบญุ ฑริกา ท่าดี ผา่ น
15 เด็กหญิงอนัญญา แสงพานชิ 9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผา่ น
16 เด็กชายณัฐธพงษ์ ธนเดชสิริ ผา่ น
10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 10
พงศ์
17 เดก็ หญิงลักษิกา โชคดี 10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 10
18 เด็กชายฤทธิ์ภบู ดี หะรีเมา
19 เด็กชายอัครชยั ทบั ผดงุ 11 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 11
10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10
11 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 11
9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 9
10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 10
11 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 11
10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 10
11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 11
11 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 11
10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10
11 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 11
9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 9
20 เด็กหญงิ ปุรมิ ปรชั ญ์ เจริญเชาว์ 11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 11 ผ่าน
วฒั น ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน
ผา่ น √ ผ่าน 10 ผา่ น
21 เด็กหญิงนภสร บุญประเสรฐิ 9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 10 ผา่ น
22 นายธนภทั ธ์ หลอ่ หลอม 10 ผ่าน √
23 เดก็ ชายภผู า นาคหลวง 10 ผ่าน √
เกณฑ์การให้คะแนน
คะแนน 10 - 12 อยใู่ นระดบั 4 มีระดบั คณุ ภาพ ดีมาก คะแนนตามรบู รคิ ส์เป็นร้อยละ 80 – 100 ของคะแนนเต็ม
คะแนน 7 - 9 อยูใ่ นระดับ 3 มรี ะดบั คุณภาพ ดี คะแนนตามรบู รคิ ส์เปน็ ร้อยละ 60 – 75 ของคะแนนเต็ม
คะแนน 4 - 6 อยู่ในระดับ 2 มรี ะดับคณุ ภาพ พอใช้ คะแนนตามรูบรคิ สเ์ ปน็ ร้อยละ 50 – 59 ของคะแนนเต็ม
คะแนน 0 - 3 อยใู่ นระดับ 1 มรี ะดบั คณุ ภาพ ปรับปรงุ คะแนนตามรบู รคิ ส์เป็นร้อยละ 50 – 59 ของคะแนนเต็ม
หมายเหตุ : คะแนนรวมต้องผ่านระดับ 3 ขนึ้ ไป ถอื ว่า ผา่ น
• นักเรียนท่ีไมผ่ ่าน K จำนวน........คน ครผู สู้ อนมอบหมายใหน้ ักเรียน.....................................แลว้
• นกั เรยี นทไ่ี มผ่ า่ น P จำนวน........คน ครผู ู้สอนมอบหมายให้นักเรยี น.....................................แล้ว
• นกั เรยี นทไ่ี มผ่ ่าน A จำนวน........คน ครูผสู้ อนมอบหมายให้นกั เรยี น.....................................แล้ว
ลงชอ่ื ..................................................... ผู้สอน
( นางสาวภัคจิรา ยอดรกั )
ตารางการประเมนิ ผลการจัดการเรียนรู้
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1 เรอื่ ง วทิ ยาศาสตร์ในชีวติ
นักเรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3/2 โรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลับราชภัฏอุตรดติ ถ์
คำช้แี จง ให้ผสู้ อนทำเครอื่ งหมาย √ ลงในรายการตามความเปน็ จรงิ
K P A รวม สรุป หมาย
(Knowledge) (Psychomotor) (Attribute) คะแนน (ผ่าน/ เหตุ
ชอ่ื -นามสกลุ คะแนนผ่านเกณฑ์ คะแนนผ่านเกณฑ์ คะแนนผา่ นเกณฑ์ ไมผ่ า่ น)
เลขท่ี คะแนนเตม็ รอ้ ยละ 70 ขน้ึ ไป ระดบั 2 ขึ้นไป ระดับ 2 ขนึ้ ไป
1 เด็กชายสิรภพ วรรณการ คะแนน ผา่ น/ 4 3 2 1 ผา่ น/ 4 3 2 1 ผ่าน/ คะแนน
2 เดก็ หญงิ เสาวลกั ษณ์ ทับทอง
3 เด็กชายปติ ิคุณ มีมา 12 ไม่ ไม่ผา่ น ไม่ผ่าน
4 เด็กชายอคั รวินท์ มาดีคาน
5 เดก็ หญิงมนี า กอ้ นทับทิม ผ่าน
6 เด็กชายฮามนิ คมิ
7 เด็กชายภทั รพงศ์ จนั ทรน์ อ้ ย 10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผ่าน
8 เดก็ หญิงฑฆิ มั พร เขตตบรรพต
9 เด็กชายพทิ ยตุ ม์ เรอื งศรี 10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผ่าน
10 เด็กชายธนพตั ปญั ญา
11 เด็กชายอุกฎษฏ์ ตนั ตศิ ภุ รกั ษ์ 9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน
12 เด็กหญงิ ครองขวัญ ทบั ทมิ แสง
13 เดก็ ชายชัยวฒั น์ กณุ จา๋ 11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 11 ผ่าน
14 เดก็ หญิงแพรวา ศรวี ีระ
15 เด็กหญงิ จริ ภา หลา้ รอด 11 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 11 ผ่าน
16 เด็กหญิงอญั ชสิ า บุตรจนั
17 เดก็ หญงิ ช่ืนนภา สสี อด 9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผา่ น
18 เด็กชายญาณกร รัตนประพิศ
19 เด็กชายคามนิ ผอ่ งพฒุ 9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผา่ น
20 เด็กหญิงณิชชา สุทธริ ส
10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผา่ น
9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผา่ น
9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผา่ น
9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผา่ น
11 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 11 ผา่ น
11 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 11 ผา่ น
9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน
10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผ่าน
10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผ่าน
9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผ่าน
11 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 11 ผา่ น
9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผา่ น
9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผา่ น
21 เดก็ หญงิ กชพร ยมิ้ แยม้ 9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน
22 เดก็ หญิงวรรษชล สีหะนาม 10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผ่าน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
คะแนน 10 - 12 อยู่ในระดับ 4 มีระดับคุณภาพ ดมี าก คะแนนตามรบู ริคส์เปน็ รอ้ ยละ 80 – 100 ของคะแนนเต็ม
คะแนน 7 - 9 อยใู่ นระดบั 3 มรี ะดบั คณุ ภาพ ดี คะแนนตามรบู ริคสเ์ ป็นรอ้ ยละ 60 – 75 ของคะแนนเต็ม
คะแนน 4 - 6 อย่ใู นระดับ 2 มีระดับคุณภาพ พอใช้ คะแนนตามรูบริคสเ์ ปน็ รอ้ ยละ 50 – 59 ของคะแนนเต็ม
คะแนน 0 - 3 อยใู่ นระดับ 1 มีระดับคุณภาพ ปรับปรุง คะแนนตามรูบริคสเ์ ป็นรอ้ ยละ 50 – 59 ของคะแนนเต็ม
หมายเหตุ : คะแนนรวมตอ้ งผ่านระดบั 3 ขึ้นไป ถือวา่ ผ่าน
• นกั เรยี นทไี่ ม่ผ่าน K จำนวน........คน ครผู ูส้ อนมอบหมายใหน้ ักเรยี น.....................................แลว้
• นกั เรียนทไ่ี ม่ผา่ น P จำนวน........คน ครผู ู้สอนมอบหมายให้นักเรยี น.....................................แล้ว
• นกั เรยี นทีไ่ ม่ผา่ น A จำนวน........คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นักเรยี น.....................................แลว้
ลงชื่อ ..................................................... ผู้สอน
( นางสาวภัคจิรา ยอดรกั )
กจิ กรรมท่ี1 / ใบงานที่ 1.1 คะแนนรวม
วทิ ยาศาสตร์ในชีวติ ช้นั /ห้อง
รายช่ือสมาชกิ เลขที่
คำชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุม่ 3 - 5 คน รว่ มกันระดมความคิดเกีย่ วกบั ส่งิ ประดิษฐท์ พ่ี บในชีวติ ประจำวนั ท่กี ลมุ่ ของ
นกั เรียนสนใจ และเลือกมา 1 ตัวอยา่ ง พร้อมวาดภาพประกอบ ( 5 คะแนน )
1. สงิ่ ประดิษฐ์ทีน่ ักเรียนเลอื กคืออะไรมีประโยชนอ์ ยา่ งไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……2…. …ส…งิ่ …ป…ระ…ด…ษิ …ฐ…ท์ …ี่น…กั เ…รยี…น…เ…ลือ…ก…ค…ือ…อ…ะไ…รม…ปี…ร…ะ…โย…ช…น…์อ…ยา่…ง…ไร………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ส่ิงประดิษฐด์ ังกล่าวสร้างขึ้นโดยอาศัยความรู้ทางวิทยาศาสตร์อย่างไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. จากกิจกรรมนี้สรุปได้ว่าอย่างไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 2
กลุ่มสาระวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรียนท่ี 1/2564 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 3
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 วทิ ยาศาสตรก์ บั การแกป้ ัญหา เวลา 3 คาบ
เร่อื ง วทิ ยาศาสตร์กับการแกป้ ัญหา เวลา 2 คาบ
ผู้สอน นางสาวภคั จริ า ยอดรกั โรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อตุ รดิตถ์
วันท่ี 27 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2564 ม.3/1
วันที่ 27 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2564 ม.3/2
1.มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 8.1 เข้าใจแนวคดิ หลกั ของเทคโนโลยีเพ่ือการดำรงชวี ติ ในสงั คมทมี่ ีการเปลยี่ นแปลงอย่าง
รวดเร็วใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่นๆเพื่อแก้ปัญหาหรือพฒั นางาน
อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโ ดย
คำนงึ ถงึ ผลกระทบต่อชวี ิตสงั คมและส่งิ แวดลอ้ ม
2.ตวั ชว้ี ัด
ว 8.1 ม.3/1 วิเคราะห์สาเหตุหรือปัจจัยที่สง่ ผลตอ่ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความสัมพันธ์
ของเทคโนโลยีกับศาสตร์อื่นโดยเฉพาะ วิทยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์เพื่อเป็นแนวทาง การแก้ปัญหาหรือ
พฒั นางาน
ว 8.1 ม.3/3 ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกขอ้ มูลที่จำเป็น
ภายใต้เงื่อนไขและทรัพยากรที่มีอยู่ นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้ผู้อื่นเข้าใจด้วยเทคนิค หรือวิธีการท่ี
หลากหลาย วางแผนขนั้ ตอนการทำงานและดำเนินการแก้ปัญหาอยา่ งเป็นขน้ั ตอน
ว 8.1 ม.3/4 ทดสอบ ประเมินผล วิเคราะหแ์ ละให้เหตุผลของปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นภายใต้
กรอบเงอ่ื นไข พรอ้ มทง้ั หาแนวทางการ ปรบั ปรุงแกไ้ ขและนำเสนอผลการแกป้ ัญหา
3.สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
กระบวนการแก้ปญั หาโดยใช้ความรู้ ประสบการณเ์ ดมิ และการนำขอ้ มลู ต่างๆ มาช่วยในการตัดสินใจ
เบื้องต้นเพื่อการเลือกแนวทางและออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยนำข้อมูลต่างๆ มาใช้ออกแบบ สร้าง
และทดสอบต้นแบบ เพื่อแก้ปัญหาในสถานการณ์ได้อย่างมีเหตุผลและเหมาะสม ซึ่งกระบวนการดังกล่าวก็
คลา้ ยคลงึ กบั การคิดแก้ปัญหาของมนษุ ย์นัน่ เอง
4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. แกป้ ัญหาจากสถานการณท์ กี่ ำหนดให้ โดยประยุกต์ใช้ความรู้วิทยาศาสตร์ (K)
2. นำเสนอตัวอย่างชิ้นงานการแกป้ ญั หาจากสถานการณท์ ี่กำหนดให้ (P)
3. มีความมุ่งมน่ั ในการทำงาน (A)
5. สาระการเรยี นรู้
แก้ปัญหาจากสถานการณ์ทกี่ ำหนดให้ โดยประยกุ ต์ใชค้ วามรูว้ ทิ ยาศาสตร์
6. ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
7. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
ใชร้ ูปแบบการจดั การเรยี นการสอนตามแบบวฏั จักรการเรียนรู้ 7 ข้นั (7Es) ซึ่งกำหนดลำดบั ขัน้ กจิ กรรม
ดงั นี้
ขน้ั ที่ 1 ขน้ั ตรวจสอบความรู้เดมิ (Elicitation Phase)
1. ครกู ระตนุ้ ความสนใจโดยให้นกั เรยี นโดยตั้งคำถาม ดงั นี้ (A1 1.1)
คำถาม : จากคาบที่แลว้ จากการสรา้ งสรรคเ์ ทคโนโลยี นอกจากจะตอ้ งคำนึงถงึ ความต้องการของมนุษยเ์ ป็นหลกั
แล้วควรคำนึงถงึ ผลกระทบท่ีจะเกดิ ข้นึ ด้วยหรือไม่ อย่างไร
(แนวคำตอบ : ข้ึนอยูก่ บั คำตอบของนักเรียนแต่ละบุคคล)
ขนั้ ที่ 2 เรา้ ความสนใจ (Engagement Phase)
1. ครูใหน้ ักเรียนศึกษาภาพทกี่ ำหนดให้ แลว้ ร่วมกนั วิเคราะห์ว่าภาพทนี่ ำมาเกี่ยวขอ้ งกบั
วทิ ยาศาสตร์กับการแกป้ ญั หาของมนุษยอ์ ย่างไร จาก PowerPoint เรื่อง วิทยาศาสตรก์ บั การแก้ปัญหาของ
มนษุ ย์ (A3 1.3)
ภาพ : ขยะพลาสติกท่กี อ่ ปัญหามลพษิ ในทะเล ภาพ : พลาสติกชวี มวล
2. ครูตัง้ คำถาม : นักเรียนคิดวา่ เราสามารถประยกุ ตใ์ ช้ความรู้ด้านตา่ ง ๆ เพอื่ แก้ไขปัญหาดงั ตัวอย่าง
เร่ืองพลาสติกชวี ภาพนี้ไดอ้ กี หรือไม่ อย่างไร (A3 1.3) (แนวคำตอบ :ขยะพลาสตกิ ทกี่ อ่ ปญั หามลพิษในทะเลและ
สง่ ผลกระทบตอ่ สงิ่ มีชวี ติ แก้ไขโดยใช้ พลาสติกชวี มวล)
ขน้ั ท่ี 3 สำรวจและคน้ หา (Exploration Phase)
1. ครูใช้เทคนิคกลมุ่ ยอ่ ย (Small Group Teaching) ใหน้ ักเรียนแบง่ กลุ่มกลุ่มละ 3 - 5 คน
2. ครูกำหนดสถานการณ์ใหก้ ับนกั เรยี น เรอ่ื ง ภาวะโลกร้อน ใบกิจกรรมท่ี 1.2 เรือ่ ง ภาวะโลกร้อน
3. ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มรว่ มกัน อา่ นและวเิ คราะหส์ ถานการณ์ เพอ่ื ระบุปญั หา บนั ทกึ ผล (A2 1.2)
4. ครูให้นักเรียนวเิ คราะหแ์ นวทางการแกไ้ ขปัญหาท่ีเป็นไปได้ซ่งึ ทำการทดลอง ตามกจิ กรรมการทดลอง
ที่ครูกำหนดให้ ใบกจิ กรรมท่ี 1 เร่ือง ภาวะโลกรอ้ น (A5 1.5)
ขั้นที่ 4 อธบิ าย (Explanation Phase)
1. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ นำขอ้ มูลเกย่ี วกบั แนวทางการแกไ้ ขปญั หาจากสถานการณ์ท่ีกำหนด มาออกแบบ
ชิ้นงานและวางแผนการทำงาน (A4 1.4)
2. นักเรียนดำเนินการสร้างช้ินงานตามขั้นตอนที่ออกแบบไว้ บนั ทกึ รายละเอียดการทำงานและผลการ
ทำกิจกรรมในแต่ละขน้ั ตอน
ขนั้ ท่ี 5 ขยายความคิด (Expansion Phase/Elaboration Phase)
ครูใหน้ ักเรยี นรว่ มกันทดลอง ชิ้นงานทอ่ี อกแบบ และระบแุ นวทางการปรบั ปรงุ ชนิ้ งาน (C1 3.1)
ข้นั ท่ี 6 ประเมนิ ผล (Evaluation Phase)
ครูตง้ั คำถาม ทา้ ยกจิ กรรม และตอบคำถามลงใน ใบกิจกรรมที่ 1.2 เร่ือง ภาวะโลกร้อน (B4 2.4)
1. จากสถานการณท์ ่ีกำหนดให้ ปญั หาคืออะไร
2. กระบวนการแก้ไขปัญหาของนักเรยี นมีลำดบั ขน้ั ตอนอย่างไรบา้ ง
3. จากกิจกรรมนี้สรปุ ไดว้ ่าอยา่ งไร
ขั้นที่ 7 นำความรไู้ ปใช้ (Extension Phase)
ครแู ละนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกย่ี วกับผลกระทบทีเ่ กิดขน้ึ และวิธีการแกไ้ ขปัญหาใน
สถานการณ์นน้ั ๆ (B3 2.3)
8. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
สือ่ การเรียนรู้
1. PowerPoint เร่อื ง วทิ ยาศาสตรก์ บั การแก้ปญั หาของมนษุ ย์
2. ใบกจิ กรรมท่ี 1.2 เร่ือง ภาวะโลกร้อน
3. หนงั สอื เรียนรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 เล่ม 1
แหล่งการเรยี นรู้
1. ห้องเรียนวิทยาศาสตร์
2. https://www.youtube.com/watch?v=pIuWvEwio8w
9. การวดั และการประเมินผลการเรยี นรู้
1. กรอบการวดั และประเมนิ ผล แต่ละจดุ ประสงค์การเรียนรนู้ ำเสนอประเด็นทที่ ำการวัด และ
ประเมนิ ผล วธิ กี ารวัด และเคร่ืองมือวดั ดังตาราง
ตาราง : แสดงกรอบการวดั และประเมนิ ผล
จุดประสงค์การเรยี นรู้ สมรรถนะ วิธกี ารวดั ผล เคร่ืองมือวัดผล เกณฑ์การประเมนิ ผล
PISA
ดา้ นความรู้ (K) - ตรวจใบกิจกรรมท่ี 1.2 - ใบกิจกรรมที่ - ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ 70
1. แก้ปัญหาจาก A1 1.1 เรอ่ื ง ภาวะโลกรอ้ น 1.2 เรอ่ื ง ภาวะ ขึน้ ไป : 7 คะแนน
สถานการณ์ทก่ี ำหนดให้ โดย A2 1.2 โลกรอ้ น จาก 10 คะแนน
ประยกุ ต์ใชค้ วามรู้ A3 1.3
วิทยาศาสตร์
ด้านทักษะกระบวนการ (P) - การประเมินพฤติกรรม - แบบประเมนิ - ไดค้ ะแนนรบู ริคส์
2. นำเสนอตัวอยา่ งชนิ้ งาน B3 2.3 การนำเสนอ พฤติกรรมการ ตั้งแต่ 2 ข้นึ ไป
การแกป้ ัญหาจาก C2 3.2 นำเสนอ
สถานการณท์ ีก่ ำหนดให้
ด้านคณุ ลักษณะ (A) - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกต - ได้คะแนนรบู ริคส์
3. มีความม่งุ ม่นั ในการ พฤติกรรม ตั้งแต่ 2 ขนึ้ ไป
ทำงาน
2. เกณฑก์ ารให้คะแนนเกณฑร์ บู รคิ ส์ (Rubric Score) ให้คะแนนเป็นรายข้อของเกณฑร์ บู รคิ ส์ ท่ีสร้าง
ขน้ึ สำหรับการประเมนิ (Analytical Rubric Score )
ตาราง : แสดงเกณฑก์ ารให้คะแนนเกณฑร์ บู ริคส์
ประเด็นการประเมิน 4 (ดีมาก) ระดับคุณภาพ 1 (ปรับปรงุ )
3 (ดี) 2 (พอใช้)
1. แกป้ ญั หาจากสถานการณ์ที่ ผา่ นเกณฑร์ อ้ ยละ 70 ขึน้ ไป
กำหนดให้ โดยประยุกตใ์ ช้
ความร้วู ทิ ยาศาสตร์
2. นำเสนอตวั อยา่ งช้ินงานการ - มีคุณสมบตั ิ 4 - มคี ณุ สมบตั ิ 3 - มคี ณุ สมบัติ 2 ใน - มคี ุณสมบตั ิ 1
แก้ปญั หาจากสถานการณท์ ี่ ใน 4 ของระดับ ใน 4 ของระดับ
กำหนดให้ (P) คณุ ภาพ คณุ ภาพ 4 ของระดบั ใน 4 ของระดับ
1. ความเหมาะสมของบทบาท
- มคี ณุ สมบัติ 4 - มีคุณสมบัติ 3 คุณภาพ คุณภาพ
การนำเสนอ ใน 4 ของระดบั ใน 4 ของระดบั
2. เข้าใจในเนอื้ หาทีน่ ำเสนอ คณุ ภาพ คณุ ภาพ - มีคุณสมบตั ิ 2 ใน - มคี ุณสมบตั ิ 1
3. นำเสนอผลงานถูกต้อง 4 ของระดบั ใน 4 ของระดบั
ชดั เจน คุณภาพ คณุ ภาพ
4. มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์
3. มคี วามมุง่ มั่นในการทำงาน
(A)
1. สมาชกิ ทกุ คนรว่ มกัน
แสดงความคิดเหน็
2. ทำงานอย่างเป็นระบบ
ทุกคนรหู้ น้าทตี่ นเอง
3. สมาชิกทุกคนรว่ มกัน
ทำงานตามทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
4.สง่ งานตามเวลากำหนด
3. เกณฑป์ ระเมินระดับคุณภาพผลการเรยี นรู้ กำหนดระดับคุณภาพผลการเรียนรูร้ ว่ มกนั ทุกดา้ นเป็น
4 ระดับ คือ ดีมาก ดี พอใช้ และปรับปรงุ แต่ละระดับกำหนดเกณฑป์ ระเมินตามคะแนนเกณฑ์รูบรคิ ส์ ดังน้ี
ระดบั คณุ ภาพดีมาก มีคะแนนตามเกณฑร์ ูบรคิ สร์ ้อยละ 80 – 100 ของคะแนนเต็ม
ระดับคณุ ภาพดี มีคะแนนตามเกณฑร์ ูบรคิ สร์ อ้ ยละ 70 – 79 ของคะแนนเตม็
ระดับคณุ ภาพพอใช้ มคี ะแนนตามเกณฑ์รบู รคิ ส์รอ้ ยละ 60 – 69 ของคะแนนเต็ม
ระดับคุณภาพปรบั ปรุง มีคะแนนตามเกณฑร์ ูบริคสน์ อ้ ยกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนเตม็
4. เกณฑ์การตัดสนิ ระดับคุณภาพนกั เรียนจากคะแนนรวมท้ังหมด
ระดบั บคุ คล นักเรยี นมีผลงานอยู่ในระดบั ดี ถอื ว่า ผา่ น (ประกันผลการเรยี นร้ขู องนักเรียน)
ระดบั กลุ่ม นักเรียนมผี ลงานอยใู่ นระดับ ดี ไม่ตำ่ กว่ารอ้ ยละ 70 ของจำนวนนกั เรียนทงั้ หมด
ถอื วา่ การจดั ประสบการณ์เรยี นรตู้ ามแผนการจดั การเรยี นร้ปู ระสบผลสำเรจ็
5. เกณฑ์การตดั สนิ คะแนนเก็บ จำนวนคะแนนเกบ็ .........คะแนน จากคะแนนรวมทงั้ หมด…...คะแนน
กำหนดวธิ ีการคิดคะแนนเก็บ ดงั นี้
จำนวนคะแนนเกบ็ = (จำนวนคะแนนที่ต้องการ × จำนวนคะแนนรวมทุกกจิ กรรมของนกั เรียนแต่ละคน)
คะแนนรวมทกุ กจิ กรรมทง้ั หมดของทุกกจิ กรรม
ตารางการประเมินผลการจดั การเรียนรู้
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 2 เร่อื ง วทิ ยาศาสตรก์ บั การแก้ปัญหา
นกั เรยี นชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3/1 โรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลับราชภฏั อตุ รดติ ถ์
คำช้แี จง ให้ผูส้ อนทำเครือ่ งหมาย √ ลงในรายการตามความเปน็ จริง
K P A รวม สรปุ หมาย
(ผ่าน/ เหตุ
(Knowledge) (Psychomotor) (Attribute) คะแนน ไม่ผา่ น)
ช่ือ-นามสกุล คะแนนผา่ นเกณฑ์ คะแนนผ่านเกณฑ์ คะแนนผา่ นเกณฑ์ ผ่าน
ผ่าน
คะแนนเต็มเลขท่ี รอ้ ยละ 70 ขน้ึ ไป ระดบั 2 ขน้ึ ไป ระดับ 2 ขน้ึ ไป ผ่าน
ผ่าน
1 เดก็ ชายพสษิ ฐ์ แพรนิมติ ร คะแนน ผา่ น/ 4 3 2 1 ผ่าน/ 4 3 2 1 ผ่าน/ คะแนน ผา่ น
2 เดก็ หญิงวศนิ ธี รณ์ หะรีเมา ผา่ น
3 เด็กชายศภุ กร มลู คำ 12 ไม่ ไมผ่ ่าน ไม่ผา่ น 12 ผ่าน
4 เด็กหญงิ ธมี าพร ทองเจริญ ผ่าน
5 เดก็ ชายนฤพนธุ์ สทุ ธะต้ัง ผ่าน ผ่าน
6 เดก็ ชายพนั ธร์ ะพี พรี ะพันธ์ ผา่ น
7 เดก็ ชายนครศักด์ิ ศรีทิพย์ 10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผา่ น
8 เดก็ หญงิ ธญั ญากร ทองเพช็ ร์ ผ่าน
9 เด็กชายจิณณวัตร ศรีขำมี 11 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 11 ผา่ น
10 เด็กชายภทั รศวฒั โทนโนนแดง ผ่าน
11 เด็กชายรวิภาส ฐติ าคม 9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผ่าน
12 เดก็ ชายกฤษฎา ปานแดง ผ่าน
13 เดก็ ชายรณกร บรู ณะถาวร 10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 10
14 เด็กหญิงบญุ ฑริกา ทา่ ดี ผ่าน
15 เดก็ หญิงอนญั ญา แสงพานชิ 9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผ่าน
16 เดก็ ชายณฐั ธพงษ์ ธนเดชสิริ ผ่าน
10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 10
พงศ์
17 เด็กหญิงลกั ษิกา โชคดี 11 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 11
18 เด็กชายฤทธภิ์ บู ดี หะรีเมา
19 เด็กชายอคั รชัย ทับผดุง 11 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 11
10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 10
11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 11
9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 9
10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 10
11 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 11
10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10
11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 11
10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 10
10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 10
11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 11
9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 9
20 เดก็ หญงิ ปรุ มิ ปรัชญ์ เจรญิ เชาว์ 11 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 11 ผา่ น
วัฒน ผ่าน √ ผ่าน 10 ผา่ น
ผ่าน √ ผ่าน 11 ผา่ น
21 เดก็ หญิงนภสร บญุ ประเสริฐ 10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 10 ผา่ น
22 นายธนภัทธ์ หลอ่ หลอม 11 ผา่ น √
23 เด็กชายภูผา นาคหลวง 10 ผา่ น √
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
คะแนน 10 - 12 อยใู่ นระดับ 4 มรี ะดบั คณุ ภาพ ดมี าก คะแนนตามรูบรคิ ส์เปน็ ร้อยละ 80 – 100 ของคะแนนเต็ม
คะแนน 7 - 9 อยู่ในระดบั 3 มรี ะดบั คณุ ภาพ ดี คะแนนตามรูบริคส์เป็นร้อยละ 60 – 75 ของคะแนนเต็ม
คะแนน 4 - 6 อยู่ในระดบั 2 มรี ะดบั คณุ ภาพ พอใช้ คะแนนตามรูบรคิ ส์เป็นร้อยละ 50 – 59 ของคะแนนเต็ม
คะแนน 0 - 3 อยู่ในระดบั 1 มรี ะดับคุณภาพ ปรับปรงุ คะแนนตามรบู ริคสเ์ ป็นร้อยละ 50 – 59 ของคะแนนเต็ม
หมายเหตุ : คะแนนรวมต้องผา่ นระดับ 3 ข้ึนไป ถือวา่ ผา่ น
• นกั เรียนที่ไมผ่ ่าน K จำนวน........คน ครผู ู้สอนมอบหมายใหน้ กั เรยี น.....................................แล้ว
• นกั เรยี นทไี่ ม่ผ่าน P จำนวน........คน ครผู ้สู อนมอบหมายให้นักเรียน.....................................แลว้
• นกั เรียนที่ไมผ่ า่ น A จำนวน........คน ครูผสู้ อนมอบหมายให้นักเรียน.....................................แลว้
ลงชื่อ ..............ภ..ั.ค..จ...ิร..า.....ย..อ...ด...ร..ัก.............. ผู้สอน
( นางสาวภัคจิรา ยอดรัก )
ตารางการประเมนิ ผลการจัดการเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 2 เรือ่ ง วิทยาศาสตร์กบั การแก้ปญั หา
นกั เรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 โรงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลบั ราชภัฏอตุ รดิตถ์
คำชแ้ี จง ให้ผ้สู อนทำเคร่อื งหมาย √ ลงในรายการตามความเป็นจริง
K P A รวม สรปุ หมาย
(Knowledge) (Psychomotor) (Attribute) คะแนน (ผา่ น/ เหตุ
ชอ่ื -นามสกุล คะแนนผา่ นเกณฑ์ คะแนนผ่านเกณฑ์ คะแนนผ่านเกณฑ์ ไมผ่ ่าน)
เลขท่ี คะแนนเตม็ รอ้ ยละ 70 ข้ึนไป ระดับ 2 ขน้ึ ไป ระดบั 2 ขน้ึ ไป
1 เดก็ ชายสิรภพ วรรณการ คะแนน ผา่ น/ 4 3 2 1 ผา่ น/ 4 3 2 1 ผา่ น/ คะแนน
2 เดก็ หญงิ เสาวลกั ษณ์ ทบั ทอง
3 เดก็ ชายปิติคณุ มีมา 12 ไม่ ไม่ผา่ น ไมผ่ ่าน 12
4 เด็กชายอคั รวินท์ มาดีคาน
5 เด็กหญงิ มนี า กอ้ นทบั ทมิ ผา่ น
6 เด็กชายฮามนิ คิม
7 เด็กชายภัทรพงศ์ จันทรน์ ้อย 10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผา่ น
8 เดก็ หญงิ ฑฆิ มั พร เขตตบรรพต
9 เด็กชายพิทยุตม์ เรอื งศรี 11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 11 ผ่าน
10 เด็กชายธนพตั ปญั ญา
11 เดก็ ชายอกุ ฎษฏ์ ตนั ตศิ ภุ รักษ์ 9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 9 ผ่าน
12 เดก็ หญิงครองขวญั ทบั ทิมแสง
13 เดก็ ชายชัยวฒั น์ กณุ จ๋า 11 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 11 ผา่ น
14 เด็กหญงิ แพรวา ศรวี ีระ
15 เด็กหญงิ จริ ภา หลา้ รอด 9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผา่ น
16 เด็กหญงิ อญั ชิสา บตุ รจนั
17 เดก็ หญงิ ชน่ื นภา สีสอด 9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผ่าน
18 เด็กชายญาณกร รัตนประพิศ
19 เด็กชายคามนิ ผอ่ งพฒุ 9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน
20 เดก็ หญงิ ณิชชา สทุ ธิรส
10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผ่าน
9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผา่ น
10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผ่าน
9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผ่าน
11 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 11 ผ่าน
11 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 11 ผา่ น
9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผา่ น
11 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 11 ผา่ น
10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผ่าน
9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 9 ผ่าน
11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 11 ผา่ น
9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผา่ น
10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผา่ น
21 เดก็ หญงิ กชพร ย้มิ แย้ม 9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน
22 เดก็ หญิงวรรษชล สีหะนาม 11 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 11 ผ่าน
เกณฑ์การให้คะแนน
คะแนน 10 - 12 อยู่ในระดับ 4 มีระดับคุณภาพ ดมี าก คะแนนตามรบู ริคส์เปน็ รอ้ ยละ 80 – 100 ของคะแนนเต็ม
คะแนน 7 - 9 อยูใ่ นระดบั 3 มรี ะดบั คณุ ภาพ ดี คะแนนตามรบู ริคสเ์ ป็นรอ้ ยละ 60 – 75 ของคะแนนเต็ม
คะแนน 4 - 6 อยูใ่ นระดบั 2 มีระดับคุณภาพ พอใช้ คะแนนตามรูบริคสเ์ ปน็ รอ้ ยละ 50 – 59 ของคะแนนเต็ม
คะแนน 0 - 3 อย่ใู นระดับ 1 มีระดับคุณภาพ ปรับปรุง คะแนนตามรูบริคสเ์ ป็นรอ้ ยละ 50 – 59 ของคะแนนเต็ม
หมายเหตุ : คะแนนรวมตอ้ งผ่านระดบั 3 ขึ้นไป ถือวา่ ผ่าน
• นักเรียนทไี่ มผ่ ่าน K จำนวน........คน ครผู ูส้ อนมอบหมายใหน้ ักเรยี น.....................................แลว้
• นกั เรียนทไ่ี ม่ผา่ น P จำนวน........คน ครผู ู้สอนมอบหมายให้นักเรยี น.....................................แล้ว
• นักเรยี นทไ่ี ม่ผา่ น A จำนวน........คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นักเรยี น.....................................แล้ว
ลงชื่อ ..................................................... ผู้สอน
( นางสาวภัคจิรา ยอดรกั )
ใบกจิ กรรมท่ี 1.2
วทิ ยาศาสตร์กบั การแกป้ ัญหาของมนษุ ย์
คะแนนรวม
ขือ่ ...............................................................................................................ชั้น........................เลขที่....................
ขอ่ื ...............................................................................................................ชั้น........................เลขที่....................
ขอ่ื ...............................................................................................................ชั้น........................เลขที่....................
ขอ่ื ...............................................................................................................ชั้น........................เลขที่....................
ขอ่ื ...............................................................................................................ชั้น........................เลขที่....................
จุดประสงค์
1.สามารถระบปุ ญั หาจากสถานการณ์โดยประยุกต์ใช้ความร้ทู างวิทยาศาสตรไ์ ด้
2.สามารถออกแบบและสร้างแบบจำลองการแก้ปญั หาโดยประยุกต์ใช้ความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์ได้
ครูมสี ถานการณใ์ ห้นกั เรียนอา่ นและศึกษาดงั น้ี
ปัจจุบันภาวะโลกร้อนส่งผลต่อสภาพอากาศทั่วโลกแม้กระทั่งพื้นที่หนาวเย็นอย่างขั้วโลกใต้
อุณหภูมิก็สูงขึน้ มากจนสง่ ผลต่อการดำรงชีวิตของสัตวท์ ี่อาศัยอยู่ เช่น นกเพนกวนิ เพราะแผ่นน้ำแข็งทีเ่ ปน็ ที่
อยู่อาศัยหลอมเหลวเร็วขึ้นทำให้ไม่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิ ตอีกต่อไป หากสมมุติให้นักเรียนเป็น
นักวิทยาศาสตร์ท่ีตอ้ งชว่ ยออกแบบและสรา้ งอุปกรณท์ ี่ชว่ ยทำใหแ้ ผ่นนำ้ แขง็ หลอมเหลวช้าลงในสภาพอากาศที่
ร้อนขึ้น (อุณหภูมิห้อง) โดยสามารถออกแบบและเลือกใช้วัสดุท่ีกำหนดใหเ้ ท่าน้ัน นักเรียนคดิ ว่าจะช่วยเหลอื
นกเพนกวินไดห้ รอื ไม่ อย่างไร
ระบปุ ญั หา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
สมมุติฐาน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
อปุ กรณ์
1.กระดาษ/กระดาษสี 2. บกี เกอร์ 3. ดินสอและยางลบ
4. กระบอกตวง 5. นำ้ แข็ง 6. ปากกาเมจกิ
7. เทปใส 8. ไมบ้ รรทดั 9. กาว
10. เทอร์มอมเิ ตอร์
วธิ ีการดำเนนิ กิจกรรม
1. อ่านและวิเคราะห์สถานการณ์ และรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา วิเคราะห์แนวทาง
แก้ปัญหาทเี่ ป็นไปได้ สำรวจตรวจสอบซึง่ อาจจะเป็นการสบื ค้นข้อมูล สำรวจ ทดลองเพม่ิ เติมในประเด็นตา่ งๆ
- ปัจจัยใดบา้ งทท่ี ำให้นำ้ แข็งหลอมเหลว
- วัสดแุ ตล่ ะชนดิ สามารถป้องกันการหลอมเหลวของนำ้ แขง็ ไดแ้ ตกต่างกันหรอื ไม่ อยา่ งไร
- การถ่ายโอนความรอ้ นจากภายนอกสู่ภายในอุปกรณเ์ กดิ ได้อยา่ งไร
2. นักเรียนวางแผนและออกแบบบา้ นของนกเพนกวินตามท่นี ักเรียนได้วางแผนกนั ภายในกลุ่ม
3. นำบ้านที่ได้สร้างมาทดสอบดังนี้ว่าบ้านนกเพนกวินของนักเรียนกลุ่มไหนที่สามารถกันความร้อนที่ทำให้
น้ำแข็งหลอมเหลวได้ช้ากว่ากนั ในการทดสอบก่อนที่จะทำการทดสอบต้องกำหนดเกณฑ์การทดสอบร่วมกนั
ระหว่างครูผสู้ อนกบั นกั เรียน
4. ควรใช้บีกเกอร์ขนาดเดียวกันตักน้ำแข็งใส่ไว้ในบ้านที่นักเรียนสร้างจากนั้นเอาไปไว้กลางแดดประมาณ
5 นาที โดยทำการทดลอง 3 ครงั้ แลว้ หาค่าเฉล่ยี อเพือ่ ความแมน่ ยำในการทดลอง
5. จากนั้นเก็บข้อมูลวา่ บ้านของนักเรียนกลุ่มไหนกันความร้อนได้ดีกว่าโดยประเมินจากการตวงปริมาณน้ำที่
หลอมเหลวจากบีกเกอร์ บ้านหลังใดมีปริมาณน้ำมากกว่าแสดงว่ากันความร้อนได้น้อยกว่า โดยให้ผู้สอนและ
ผู้เรียนร่วมกันอภิปรายผลงานของแต่ละกลุ่มว่ามีจุดเด่นและจุดด้อยอย่างไร เพื่อนำมาเป็นแนวทางการ
ปรบั ปรุงช้ินงาน บนั ทกึ ผลและนำเสนอ
บันทึกผลการทดลอง
การทดลองการหลอมเลวของนำ้ แข็ง ปรมิ าณนำ้ ท่ีหลอมเหลวจากบกี เกอร์ (ml)
(รูปร่างบา้ นนกเพนกวิน) วดั จากขนาดกระบอกตวง(..............ml)
...........................
ครัง้ ท่ี 1
ครงั้ ที่ 2
คร้ังท่ี 3
รวม
อภปิ รายผลการทดลอง
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
คำถามท้ายการทา้ ยกิจกรรม
1. จากสถารณ์ทีก่ ำหนดให้ ปัญหาคอื อะไร
ตอบ ..................................................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..............................................................................................................................................................................
2. จากกจิ กรรม นักเรียนประยกุ ต์ใช้ความร้ดู า้ นวิทยาศาสตรอ์ ะไรบา้ ง ใชแ้ ละประยุกตใ์ ช้อย่างไร
ตอบ ....................................................................................................................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
..............................................................................................................................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
3. กระบวนการแกป้ ญั หาของนกั เรยี นมลี ำดับและขั้นตอนอยา่ งไร
ตอบ ....................................................................................................................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
4. จากกิจกรรม สรปุ ได้ว่าอย่างไร
ตอบ ....................................................................................................................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
...........................................................................................................................................................................
เฉลย คะแนน
ใบกิจกรรมที่ 1.2
วทิ ยาศาสตรก์ บั การแกป้ ญั หาของมนุษย์
ระบุปญั หา
ประดษิ ฐอ์ ุปกรณ์ที่ช่วยใหน้ ำ้ แข็งหลอมเหลวชา้ ทสี่ ุดจากวัสดุและอุปกรณท์ มี่ ีในเวลาที่กำหนด
สมมตุ ิฐาน
ถ้าบา้ นหลงั ใดมีปรมิ าณนำ้ น้อยกว่าแสดงว่ากันความรอ้ นได้มากกว่า
อุปกรณ์
1.กระดาษ/กระดาษสี 2. บีกเกอร์ 3. ดินสอและยางลบ
4. กระบอกตวง 5. น้ำแข็ง 6. ปากกาเมจิก
7. เทปใส 8. ไม้บรรทดั 9. กาว
10. เทอร์มอมิเตอร์
บันทกึ ผลการทดลอง
การทดลองการหลอมเลวของน้ำแข็ง
(รปู รา่ งบ้านนกเพนกวิน) ปริมาณนำ้ ทหี่ ลอมเหลวจากบกี เกอร์ (ml)
(ตามบา้ นท่ีนักเรยี นสรา้ งรูปร่างตา่ งๆ) วัดจากขนาดกระบอกตวง(
คร้งั ที่ 1 คา่ ที่ไดจ้ ากปริมาณน้ำทห่ี ลอมเหลวจากบกี เกอร์ (ml)
ครั้งท่ี 2 คา่ ที่ไดจ้ ากปริมาณน้ำท่ีหลอมเหลวจากบกี เกอร์ (ml)
ครง้ั ที่ 3 คา่ ทไ่ี ด้จากปริมาณน้ำทห่ี ลอมเหลวจากบีกเกอร์ (ml)
รวม ค่าเฉลย่ี ทไี่ ด้จากปรมิ าณน้ำท่ีหลอมเหลวจากบีกเกอร์ (ml)
อภิปรายผลการทดลอง
จากการทดลอง พบว่า บา้ นรูปรา่ ง(ตามทนี่ ักเรียนได้ออกแบบและสร้างข้นึ ) สามารถกันความร้อนได้
ดกี ว่าบา้ นหลังอนื่ เนอ่ื งจากมีปริมาณน้ำทีห่ ลอมเหลวน้อยกว่าบ้านหลังอ่ืน โดยมกี ารทดลอง 3 ครั้ง ดงั น้ี ครั้ง
ที่ 1 .... คร้งั ที่ 2 .....คร้ังท่ี 3..... ค่าเฉลย่ี .....ตามคา่ ทไี่ ด้จากการวดั ปรมิ าณน้ำท่หี ลอมเหลวจากบีกเกอร์ (ml)
คำถามทา้ ยกิจกรรม
1. จากสถารณท์ ีก่ ำหนดให้ ปญั หาคอื อะไร
ตอบ ประดษิ ฐอ์ ุปกรณท์ ี่ช่วยให้น้ำแขง็ หลอมเหลวชา้ ทีส่ ดุ จากวสั ดุและอุปกรณ์ทีม่ ีในเวลาที่กำหนด
2. จากกจิ กรรม นกั เรียนประยุกต์ใช้ความรู้ดา้ นวิทยาศาสตรอ์ ะไรบ้าง ใชแ้ ละประยุกต์ใชอ้ ย่างไร
ตอบ นักเรยี นตอบตามความคิดและส่ิงท่ีปฏิบัติ เชน่ ความรู้ดา้ นวิทยาศาสตร์เก่ยี วกับสมบัติของวัสดุ การ
ถา่ ยโอนความร้อน การดูดและคายความร้อนของวัตถุ ความร้ดู ้านคณิตศาสตร์เก่ยี วกับ การวัดปรมิ าตร การหา
พน้ื ท่ี รูปร่างรปู ทรงสามมิติ เปน็ ตน้
3. กระบวนการแกป้ ัญหาของนกั เรียนมลี ำดบั และขัน้ ตอนอย่างไร
ตอบ นักเรียนตอบตามความคิดและตามที่ปฏิบัติ โดยมีแนวคำตอบดังนี้ เริ่มจากการระบุปัญหา วิเคราะห์
ข้อมลู ที่เกีย่ วขอ้ ง สบื คน้ ข้อมูลเพม่ิ เติม ออกแบบ สรา้ งชน้ิ งานตามแบบ ทดสอบ ประเมินผล วเิ คราะห์จดุ ดแี ละ
จุดด้อย นำเสนอแนวคดิ และผลการทำกิจกรรม โดยอา้ งอิงกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรมจากหนังสือเรยี น
ในหัวขอ้ เกรด็ น่ารู้
4. จากกจิ กรรม สรปุ ได้วา่ อยา่ งไร
ตอบ ในการแก้ปัญหาหนึ่ง จำเป็นต้องมีการทำงานร่วมกันในการระบุปัญหา รวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่อ ช่วย
ตดั สนิ ใจเบอื้ งตน้ ในการเลือกแนวทางและออกแบบวิธีการแก้ปัญหา ในบางครงั้ ต้องมกี ารหาข้อมูลเพิ่มเติมเพ่ือ
ใช้ในการออกแบบและสรา้ งชิ้นงาน จากนั้นควรมกี ารทดสอบต้นแบบ เพื่อหาข้อดีและข้อที่ควรปรับปรุง เพ่ือ
พฒั นาชน้ิ งานให้สามารถแกป้ ัญหาไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ