กลุ่มที่……………….ช้นั ม.3/……….
ติดไว ไดค้ ะแนน
คำชี้แจง ให้นักเรียนในกล่มุ ร่วมกันตัดอกั ษรภาษาอังกฤษ และนำมาติดในสภาพตาราง
ของจโี นไทป์ ให้ถูกต้อง ให้ไดจ้ ำนวนมากที่สดุ ภายใน 10 นาที
Homozygous dominant Homozygous recessive Heterozygous
Homozygous dominant Homozygous recessive Heterozygous
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 6
กล่มุ สาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรียนท่ี 1/2564 ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 3
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 2 พันธุศาสตร์ เวลา 18 คาบ
เรอื่ ง การหาอัตราสว่ นจโี นไทป์ ฟโี นไทป์ เวลา 2 คาบ
ผู้สอน นางสาวภคั จริ า ยอดรกั โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดติ ถ์
วนั ท่ี 14 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2564 ม.3/1
วนั ท่ี 14 เดือน มิถนุ ายน พ.ศ. 2564 ม.3/2
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี 1 วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมสาร
พนั ธกุ รรม การเปล่ยี นแปลงทางพนั ธุกรรมทมี่ ีผลตอ่ ส่ิงมชี ีวิต ความหลากหลายทางชวี ภาพและววิ ฒั นาการของ
สิ่งมชี ีวิต รวมทั้งนาํ ความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
2. ตัวช้ีวัด
ว 1.3 ม.3/3 อธิบายการเกิดจีโนไทป์และฟีโนไทป์ของลูกและคำนวณอัตราส่วนการเกิดจีโนไทป์
และฟโี นไทป์ของร่นุ ลกู
3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การหาอัตราส่วนของจีโนไทป์และฟีโนไทป์ทำได้ 2 วิธี คือ การใช้ตารางพันเนตต์ (Punnett-square
method หรือ Checkerboard) และการใชแ้ ผนภาพ
4. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นกั เรียนสามารถอธบิ ายการเกิดจีโนไทป์และฟโี นไทป์ได้ (K)
2. นกั เรยี นสามารถนำเสนอการเกิดจโี นไทปแ์ ละฟโี นไทปโ์ ดยใชแ้ ผนภาพได้ (P)
3. นกั เรยี นสามารถทำงานร่วมกบั ผูอ้ ่นื ได้ (A)
5. สาระการเรียนรู้
การหาอัตราสว่ นของจโี นไทปแ์ ละฟีโนไทป์โดยการใชแ้ ผนภาพ
6. ด้านสมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
7. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
จัดกิจกรรมการเรียนรูโ้ ดยใชเ้ ทคนิคการสอนแบบ QSCCS ซงึ่ กำหนดลำดับขน้ั กิจกรรม ดงั นี้
ข้นั Q : Question (การตั้งคำถาม)
1. ครทู บทวนความรู้ทน่ี กั เรยี นไดเ้ รียนรู้มาแลว้ เกยี่ วกับจีโนไทปแ์ ละฟีโนไทป์ โดยต้งั ประเด็นคำถาม
ดังน้ี
1.1 จโี นไทป์แตกต่างกับฟีโนไทป์อย่างไร
(แนวคำตอบ จีโนไทป์ คือ รูปแบบของยีนที่อยู่เป็นคู่ เพื่อควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม
สว่ นฟโี นไทป์ คอื ลักษณะที่ปรากฏซง่ึ เป็นผลจากการควบคุมของจโี นไทป)์
1.2 พอ่ พนั ธุท์ ม่ี ีจีโนไทป์ Rr จะมเี ซลล์สืบพันธแ์ุ บบใดบา้ ง
(แนวคำตอบ เซลล์สบื พันธุ์ R และ r)
1.3 การผสมพ่อลกั ษณะสงู พนั ทางกับแมล่ กั ษณะเตี้ย จะมโี อกาสได้ลกู ที่มฟี โี นไทป์แบบใดบา้ ง
(แนวคำตอบ ต้นสงู กบั ต้นเตีย้ อยา่ งละคร่ึง)
2. นักเรยี นร่วมกนั อภปิ รายคำตอบ เพ่ือเชอื่ มโยงไปส่กู ารเรียนรู้ เรือ่ งการหาอตั ราสว่ นจโี นไทป์และ
ฟีโนไทป์
ขนั้ S : Search (การสบื ค้นหาความร)ู้ ()
1. ครใู หน้ ักเรยี นแบง่ กลมุ่ ออกเป็น 5-6 กลมุ่ กลมุ่ ละ 4-5 คน เพอื่ ร่วมทำกจิ กรรม
2. นกั เรยี นศึกษาความรู้เพ่ิมเตมิ จากหนงั สอื เรยี นหรอื อินเทอร์เน็ต เก่ยี วกบั การหาอัตราส่วนของจีโน
ไทปแ์ ละฟีโนไทป์โดยการใชแ้ ผนภาพ โดยครยู กตัวอยา่ งใหน้ กั เรียนเพอื่ ความเข้าใจ จำนวน 1 ขอ้ ดังนี้ (B5 2.5,
C1 3.1)
รูปแบบที่ 1 กำหนดให้ถั่วลันเตาที่มีแอลลีลควบคุมลักษณะเมล็ดกลม (R) เป็นแอลลีดเด่นและแอล
ลีลควบคุมเมล็ดขรุขระ (r) เป็นแอลลีลน้อยถ้านำถั่วลันเตาเมล็ดกลมที่มีจีโนไทป์ RR ผสมพันธุ์กับถั่วลันเตา
เมล็ดกลมท่มี จี โี นไทป์ Rr
ใหน้ ักเรยี นเขยี นแผนภาพเพือ่ คำนวณหาอตั ราส่วนของจโี นไทปแ์ ละฟีโนไทปใ์ นรุ่นลูก
วิธีเขียนแผนภาพ (Diagram) สามารถเขียนแผนภาพที่แสดงวิธีผสมเซลล์สืบพันธุ์ เพื่อใช้อธิบายผล
การทดลองของ เมนเดลทเี่ ป็นการผสมลักษณะเดียว จากตวั อยา่ งของการผสมพันธุถ์ วั่ ลนั เตาดอกสมี ่วงกับดอก
สีขาว โดยใชส้ ัญลักษณ์ของยนี ไดด้ งั น้ี
ภาพที่ 1 การใช้แผนภาพอธบิ ายผลการทดลองการผสมพจิ ารณาลักษณะเดียว ร่นุ F1
ภาพท่ี 2 การใชแ้ ผนภาพอธบิ ายผลการทดลองการผสมพจิ ารณาลกั ษณะเดียว ร่นุ F2
รูปแบบที่ 2 กำหนดให้ถั่วลันเตาที่มีแอลลีลควบคุมลักษณะเมล็ดกลม (R) เป็นแอลลีดเด่นและแอล
ลีลควบคุมเมล็ดขรุขระ (r) เป็นแอลลีลน้อยถ้านำถั่วลันเตาเมล็ดกลมที่มีจีโนไทป์ RR ผสมพันธุ์กับถั่วลันเตา
เมล็ดกลมท่ีมีจโี นไทป์ Rr
ใหน้ ักเรยี นเขยี นแผนภาพเพือ่ คำนวณหาอตั ราส่วนของจโี นไทปแ์ ละฟีโนไทปใ์ นรนุ่ ลูก
ตารางพันเนตต์
เซลล์สบื พันธุ์ของพอ่ R R
เซลล์สืบพนั ธุข์ องแม่ RR
R RR
r Rr Rr
วิธีการใช้ตารางพันเนตต์ (Punnett-square method หรือ Checkerboard) นอกจากใช้แผนภาพ
แลว้ ยงั สามารถทำไดด้ ้วยการใชต้ ารางพันเนตต์ โดยมหี ลกั การอธบิ ายดังน้ี
1) ใส่เซลล์สืบพันธุ์ของพ่อหรือแม่ลงในตารางแนวนอน และใส่เซลล์สืบพันธุ์ของ อีกฝ่ายลงใน
ตารางแนวตั้ง ดังตวั อยา่ งขา้ งล่าง ให้ถวั่ ลันเตาดอกสีม่วง ผสมกบั ดอกสีม่วง
ภาพท่ี 1 การใส่เซลล์สบื พนั ธ์ุของพอ่ และแม่ลงในตารางพันเนตต์
2) ใส่จีโนไทป์ของรุ่นที่ 1 ซึ่งเกิดจากการรวมกันของเซลล์สบื พันธุ์ของพ่อแม่ลงใน แต่ละช่องตาราง
ตามลำดบั
ภาพที่ 2 การใสจ่ ีโนไทป์รุ่นที่ 1 ซงึ่ เกดิ จากการรวมกนั ของเซลลส์ บื พันธขุ์ องพอ่ และแม่
จะเห็นได้ว่า F1 มจี โี นไทป์เป็น PP : Pp : pp = 1 : 2 : 1 น่นั คอื รุ่นที่ 1 มอี ตั ราสว่ น จีโนไทป์เป็น โฮ
โมไซกัสลักษณะเดน่ : เฮเทอโรไซกัส : โฮโมไซกัสลกั ษณะดอ้ ย เท่ากับ 1:2:1 และอัตราสว่ นฟโี นไทปล์ ักษณะ
เดน่ : ลักษณะด้อย เทา่ กับ 3:1
ภาพที่ 3 การอธิบายผลการทดลองการผสมลักษณะเดียวของเมนเดลโดยใช้ตารางพนั เนตต์
3. ครใู ห้นกั เรยี นทำใบงานท่ี 2.6.1 เรื่อง...การหาอตั ราสว่ นจโี นไทป์และฟโี นไทป์
ขน้ั C : Contruct (การสรา้ งองคค์ วามรู้)
1. ครูใหน้ กั เรียนแต่ละกลุม่ รว่ มกนั ทำกจิ กรรมดังต่อไปน้ี
2. กิจกรรมที่ 2.6.1 จีโนไทป์และฟีโนไทป์ของสัตว์ประหลาดเป็นอย่างไร หน้าที่ 37 หนังสือ สสวท.
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3
3. ครูในนกั เรียนทำใบงานที่ 2.6.1 จีโนไทป์และฟีโนไทป์ของสัตว์ประหลาดเปน็ อย่างไร หลังจากการ
ทำกจิ กรรม
ขั้น C : Communication (การสื่อสารและนำเสนอย่างมปี ระสิทธภิ าพ)
ครใู ห้นกั เรยี นรว่ มกันอภิปรายสรุปความร้ทู ี่ไดจ้ ากการทำกิจกรรมข้างตน้ ลงในกระดาษบร๊ฟู ของแต่ละ
กลมุ่ นำเสนอสัตว์ประหลาดของกล่มุ ตวั เอง พรอ้ มตารางผลการทดลองการทำกจิ กรรม (C1 3.1)
ขน้ั S : Serve (การบริการสังคม)
1. นกั เรียนแต่ละกลุ่มรวบรวมขอ้ มลู ผลการศกึ ษาจากการทำกจิ กรรมของกลุ่ม
2. ให้นกั เรียนทกุ กลมุ่ รว่ มกันจดั บอร์ดความร้บู รเิ วณบอร์ดหนา้ ห้องเรยี น เพอ่ื ให้ความร้เู กยี่ วกบั
การหาอัตราสว่ นจีโนไทปแ์ ละฟโี นไทป์แบบใชแ้ ผนภาพ และสอดแทรกความรเู้ กี่ยวกบั จโี นไทป์และ
ฟโี นไทปด์ ้วย (A5 1.5)
3. นำเสนอผา่ น facebook, Line หรอื โซเชียลมเี ดยี ชอ่ งทางอื่นๆ เพ่ือเปน็ การส่งงาน
8. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
สือ่ การเรยี นรู้
1. PowerPoint เร่อื ง การหาอัตราส่วนของจโี นไทป์และฟโี นไทป์
2. ใบงานที่ 2.6.1 เรือ่ ง...การหาอัตราสว่ นจโี นไทปแ์ ละฟโี นไทป์
ใบงานท่ี 2.6.2 เรื่อง…จโี นไทป์และฟโี นไทป์ของสัตวป์ ระหลาดเป็นอย่างไร
3. กระดาษวาดแบบ (กระดาษบรู๊ฟ)
4. หนงั สอื เรียนรายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์ ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 3 เล่ม 1
แหลง่ การเรียนรู้
1. หอ้ งเรียนวทิ ยาศาสตร์
2. https://www.youtube.com/watch?v=C9tIlG2XZbQ
9. การวดั และการประเมินผลการเรียนรู้
1. กรอบการวัดและประเมินผล แต่ละจุดประสงค์การเรียนรูน้ ำเสนอประเดน็ ทที่ ำการวดั และ
ประเมนิ ผล วธิ ีการวัด และเครื่องมือวัด ดังตาราง
ตาราง : แสดงกรอบการวดั และประเมนิ ผล
จุดประสงค์การเรยี นรู้ สมรรถณะ วิธีการวัดผล เคร่ืองมือวดั ผล เกณฑก์ ารประเมินผล
PISA
ด้านความรู้ (K) - ตรวจใบงานที่ 2.6 ใบงานท่ี 2.6 การหา - ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 70
1. นกั เรยี นสามารถอธบิ าย A1 1.1 การหาอัตราส่วนจีโน อัตราส่วนจีโนไทป์และ ข้ึนไป : 7 คะแนน
การเกิดจโี นไทป์และฟโี น C1 3.1
ไทปไ์ ด้ C2 3.2 ไทป์และฟีโนไทป์ ฟีโนไทป์ จาก 10 คะแนน
ใบงานที่ 2.6 จโี นไทป์ ใบงานท่ี 2.6 จโี นไทป์
และฟีโนไทปข์ องสตั ว์ และฟีโนไทปข์ องสตั ว์
ประหลาดเปน็ อย่างไร ประหลาดเป็นอยา่ งไร
ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) - การประเมิน - แบบประเมิน - ไดค้ ะแนนรบู รคิ ส์
2. นักเรียนสามารถนำเสนอ B4 2.4 พฤติกรรมการ พฤติกรรมการ ต้งั แต่ 2 ขึน้ ไป
การเกิดจโี นไทปแ์ ละฟโี น B5 2.5 นำเสนอ นำเสนอ
ไทปโ์ ดยใช้แผนภาพ - ได้คะแนนรบู ริคส์
- สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกต ตงั้ แต่ 2 ขน้ึ ไป
ด้านคุณลกั ษณะ (A) พฤตกิ รรม
3. นกั เรียนสามารถทำงาน
รว่ มกับผอู้ นื่ ได้
2. เกณฑก์ ารให้คะแนนเกณฑ์รูบรคิ ส์ (Rubric Score) ให้คะแนนเปน็ รายข้อของเกณฑร์ ูบริคส์ ท่ีสร้าง
ขึน้ สำหรับการประเมิน (Analytical Rubric Score )
ตาราง : แสดงเกณฑ์การให้คะแนนเกณฑ์รบู ริคส์
ประเดน็ การประเมิน 4 (ดมี าก) ระดับคุณภาพ 1 (ปรับปรุง)
3 (ดี) 2 (พอใช)้
1. นกั เรยี นสามารถอธิบายการ ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 70 ขนึ้ ไป
เกิดจีโนไทป์และฟีโนไทป์ได้ (K)
2. นักเรยี นสามารถนำเสนอ - มีคณุ สมบตั ิ 4 - มีคณุ สมบตั ิ 3 - มคี ุณสมบตั ิ 2 ใน - มีคณุ สมบัติ 1
การเกิดจีโนไทปแ์ ละฟโี นไทป์ ใน 4 ของระดับ ใน 4 ของระดับ
โดยใชแ้ ผนภาพ (P) คณุ ภาพ คุณภาพ 4 ของระดับ ใน 4 ของระดับ
1. ความเหมาะสมของบทบาท
- มีคุณสมบตั ิ 4 - มคี ุณสมบตั ิ 3 คณุ ภาพ คณุ ภาพ
การนำเสนอ ใน 4 ของระดับ ใน 4 ของระดับ
คณุ ภาพ คณุ ภาพ - มีคณุ สมบัติ 2 ใน - มคี ณุ สมบตั ิ 1
2. เข้าใจในเนือ้ หาท่นี ำเสนอ
4 ของระดบั ใน 4 ของระดบั
3. นำเสนอผลงานถูกต้อง
คณุ ภาพ คุณภาพ
ชดั เจน
4. มคี วามคิดสรา้ งสรรค์
3. นักเรยี นสามารถทำงาน
ร่วมกบั ผอู้ ่ืนได้ (A)
1. สมาชกิ ทุกคนร่วมกัน
แสดงความคิดเห็น
2. ทำงานอยา่ งเป็นระบบ
ทกุ คนร้หู นา้ ทตี่ นเอง
3. สมาชิกทุกคนร่วมกนั
ทำงานตามทไ่ี ด้รับมอบหมาย
4.สง่ งานตามเวลากำหนด
3. เกณฑ์ประเมนิ ระดบั คุณภาพผลการเรยี นรู้ กำหนดระดบั คุณภาพผลการเรียนรู้ร่วมกนั ทกุ ดา้ นเปน็ 4 ระดับ
คอื ดมี าก ดี พอใช้ และปรบั ปรงุ แต่ละระดับกำหนดเกณฑป์ ระเมนิ ตามคะแนนเกณฑร์ ูบรคิ ส์ ดงั น้ี
ระดับคณุ ภาพดีมาก มคี ะแนนตามเกณฑ์รูบรคิ สร์ อ้ ยละ 80 – 100 ของคะแนนเต็ม
ระดบั คุณภาพดี มีคะแนนตามเกณฑ์รบู ริคสร์ อ้ ยละ 70 – 79 ของคะแนนเต็ม
ระดบั คณุ ภาพพอใช้ มคี ะแนนตามเกณฑร์ บู รคิ ส์รอ้ ยละ 60 – 69 ของคะแนนเตม็
ระดับคุณภาพปรับปรงุ มคี ะแนนตามเกณฑร์ บู ริคส์นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 60 ของคะแนนเตม็
4. เกณฑก์ ารตัดสินระดับคุณภาพนกั เรยี นจากคะแนนรวมท้งั หมด
ระดบั บคุ คล นกั เรียนมีผลงานอยู่ในระดบั ดี ถือว่า ผา่ น (ประกนั ผลการเรยี นรขู้ องนักเรยี น)
ระดับกล่มุ นักเรียนมีผลงานอย่ใู นระดับ ดี ไม่ต่ำกว่ารอ้ ยละ 70 ของจำนวนนกั เรยี นทัง้ หมด
ถอื ว่า การจดั ประสบการณ์เรียนร้ตู ามแผนการจัดการเรยี นรูป้ ระสบผลสำเรจ็
5. เกณฑก์ ารตดั สนิ คะแนนเก็บ จำนวนคะแนนเกบ็ 10 คะแนน จากคะแนนรวมทงั้ หมด 100
คะแนน กำหนดวธิ กี ารคดิ คะแนนเกบ็ ดงั น้ี
จำนวนคะแนนเกบ็ = (จำนวนคะแนนทีต่ ้องการ × จำนวนคะแนนรวมทกุ กจิ กรรมของนักเรยี นแต่ละคน)
คะแนนรวมทกุ กจิ กรรมทั้งหมดของทกุ กจิ กรรม
ตารางการประเมินผลการจัดการเรียนรู้
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 6 เร่อื ง การหาอตั ราสว่ นจโี นไทป์ ฟโี นไทป์
นักเรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 3/1 โรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลัยราชภฏั อตุ รดติ ถ์
คำชีแ้ จง ให้ผู้สอนทำเคร่อื งหมาย √ ลงในรายการตามความเป็นจรงิ
p KP A รวม สรุป หมาย
ช่ือ-นามสกลุ (Knowledge) (Psychomotor) (Attribute) คะแนน (ผา่ น/ เหตุ
คะแนนเต็ม คะแนนผ่าน คะแนนผา่ นเกณฑ์ คะแนนผ่านเกณฑ์ ไม่
1 เดก็ ชายพสิษฐ์ แพรนมิ ิตร
เลขท่ี2 เดก็ หญิงวศนิ ีธรณ์ หะรเี มา เกณฑร์ ้อยละ 70 ระดับ 2 ขนึ้ ไป ระดับ 2 ขึน้ ไป ผา่ น)
3 เดก็ ชายศุภกร มูลคำ
4 เดก็ หญิงธมี าพร ทองเจรญิ ข้นึ ไป
5 เด็กชายนฤพนธุ์ สุทธะตง้ั
6 เด็กชายพันธ์ระพี พรี ะพันธ์ คะแน ผา่ น/ 4 3 2 1 ผา่ น/ 4 3 2 1 ผ่าน/ คะแนน
7 เด็กชายนครศักด์ิ ศรที ิพย์
8 เด็กหญิงธัญญากร ทองเพช็ ร์ น ไมผ่ า่ น ไม่ ไม่
9 เด็กชายจณิ ณวตั ร ศรขี ำมี
10 เด็กชายภัทรศวัฒ โทนโนนแดง 12 ผ่าน ผา่ น 12
11 เด็กชายรวภิ าส ฐิตาคม
12 เดก็ ชายกฤษฎา ปานแดง 10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผ่าน
13 เด็กชายรณกร บรู ณะถาวร
14 เดก็ หญงิ บุญฑรกิ า ทา่ ดี 10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 10 ผา่ น
15 เด็กหญงิ อนญั ญา แสงพานิช
16 เด็กชายณฐั ธพงษ์ ธนเดชสิริพงศ์ 9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผา่ น
17 เด็กหญิงลักษกิ า โชคดี
18 เดก็ ชายฤทธิ์ภูบดี หะรเี มา 11 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 11 ผ่าน
19 เด็กชายอคั รชยั ทบั ผดุง
9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 9 ผ่าน
9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผ่าน
9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 9 ผา่ น
10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผ่าน
9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผา่ น
10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผ่าน
9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน
10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 10 ผ่าน
10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผา่ น
9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน
11 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 11 ผา่ น
11 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 11 ผ่าน
10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผา่ น
10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผา่ น
9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 9 ผ่าน
20 เด็กหญิงปุรมิ ปรัชญ์ เจรญิ เชาว์ 10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผ่าน
วฒั น
10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 10 ผา่ น
21 เดก็ หญงิ นภสร บุญประเสริฐ 10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผา่ น
22 นายธนภัทธ์ หล่อหลอม 9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน
23 เดก็ ชายภูผา นาคหลวง
เกณฑก์ ารให้คะแนน
คะแนน 10 - 12 อยู่ในระดบั 4 มีระดบั คุณภาพ ดมี าก คะแนนตามรบู รคิ สเ์ ป็นร้อยละ 80 – 100 ของคะแนนเต็ม
คะแนน 7 - 9 อยู่ในระดับ 3 มรี ะดับคุณภาพ ดี คะแนนตามรูบรคิ สเ์ ป็นรอ้ ยละ 60 – 75 ของคะแนนเต็ม
คะแนน 4 - 6 อยใู่ นระดับ 2 มรี ะดบั คุณภาพ พอใช้ คะแนนตามรูบริคส์เปน็ ร้อยละ 50 – 59 ของคะแนนเต็ม
คะแนน 0 - 3 อยู่ในระดบั 1 มีระดบั คุณภาพ ปรบั ปรงุ คะแนนตามรูบรคิ ส์เป็นร้อยละ 50 – 59 ของคะแนนเต็ม
หมายเหตุ : คะแนนรวมต้องผา่ นระดับ 3 ขน้ึ ไป ถอื ว่า ผ่าน
• นกั เรียนทไี่ มผ่ า่ น K จำนวน........คน ครผู สู้ อนมอบหมายให้นกั เรยี น.....................................แล้ว
• นักเรยี นทไ่ี ม่ผ่าน P จำนวน........คน ครูผสู้ อนมอบหมายใหน้ กั เรยี น.....................................แลว้
• นักเรยี นทีไ่ ม่ผา่ น A จำนวน........คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นกั เรียน.....................................แล้ว
ลงชอื่ ..............ภ..ั.ค..จ...ริ ..า.....ย..อ...ด...ร..ัก.............. ผู้สอน
( นางสาวภัคจริ า ยอดรกั )
ตารางการประเมินผลการจดั การเรยี นรู้
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 6 เรอ่ื ง การหาอตั ราสว่ นจีโนไทป์ ฟโี นไทป์
นักเรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3/2 โรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลบั ราชภัฏอตุ รดติ ถ์
คำช้แี จง ให้ผู้สอนทำเครอื่ งหมาย √ ลงในรายการตามความเป็นจริง
KP A รวม สรปุ หมาย
(ผ่าน/ เหตุ
(Knowledge) (Psychomotor) (Attribute) คะแนน ไมผ่ ่าน)
คะแนนผา่ น คะแนนผา่ นเกณฑ์ คะแนนผา่ นเกณฑ์ ผ่าน
ผา่ น
ชื่อ-นามสกุลเลขท่ี เกณฑร์ ้อยละ 70 ระดับ 2 ข้นึ ไป ระดบั 2 ข้นึ ไป ผา่ น
ผา่ น
คะแนนเต็ม ข้ึนไป ผ่าน
ผ่าน
1 เดก็ ชายสริ ภพ วรรณการ คะแน ผา่ น/ 4 3 2 1 ผ่าน/ 4 3 2 1 ผา่ น/ คะแนน ผ่าน
2 เดก็ หญงิ เสาวลักษณ์ ทับทอง ผา่ น
3 เดก็ ชายปติ ิคณุ มีมา น ไม่ ไม่ผา่ น ไม่ผา่ น ผ่าน
4 เดก็ ชายอัครวนิ ท์ มาดีคาน ผ่าน
5 เด็กหญิงมนี า กอ้ นทับทิม 12 ผา่ น 12 ผ่าน
6 เด็กชายฮามิน คิม ผา่ น
7 เด็กชายภัทรพงศ์ จนั ทร์น้อย 11 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 11 ผ่าน
8 เด็กหญงิ ฑฆิ ัมพร เขตตบรรพต ผา่ น
9 เด็กชายพทิ ยุตม์ เรอื งศรี 10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผ่าน
10 เด็กชายธนพัต ปัญญา ผา่ น
11 เดก็ ชายอุกฎษฏ์ ตันติศภุ รกั ษ์ 11 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 11 ผา่ น
12 เดก็ หญิงครองขวญั ทบั ทิมแสง ผา่ น
13 เดก็ ชายชยั วัฒน์ กุณจา๋ 10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผ่าน
14 เดก็ หญิงแพรวา ศรีวีระ ผ่าน
15 เด็กหญิงจิรภา หล้ารอด 10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10
16 เด็กหญงิ อญั ชิสา บุตรจนั
17 เดก็ หญิงชนื่ นภา สสี อด 9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 9
18 เด็กชายญาณกร รตั นประพิศ
19 เดก็ ชายคามนิ ผอ่ งพฒุ 9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 9
20 เดก็ หญิงณิชชา สทุ ธริ ส
10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 10
9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 9
9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 9
11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 11
10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 10
11 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 11
9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 9
9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 9
11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 11
10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10
11 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 11
10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10
9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 9
21 เด็กหญิงกชพร ย้ิมแย้ม 11 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 11 ผา่ น
22 เด็กหญงิ วรรษชล สีหะนาม
11 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 11 ผ่าน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
คะแนน 10 - 12 อยู่ในระดบั 4 มรี ะดับคุณภาพ ดมี าก คะแนนตามรูบริคสเ์ ปน็ รอ้ ยละ 80 – 100 ของคะแนนเต็ม
คะแนน 7 - 9 อยใู่ นระดบั 3 มรี ะดบั คุณภาพ ดี คะแนนตามรบู รคิ ส์เป็นรอ้ ยละ 60 – 75 ของคะแนนเต็ม
คะแนน 4 - 6 อยู่ในระดบั 2 มีระดับคุณภาพ พอใช้ คะแนนตามรูบรคิ ส์เป็นร้อยละ 50 – 59 ของคะแนนเต็ม
คะแนน 0 - 3 อยใู่ นระดับ 1 มรี ะดบั คุณภาพ ปรบั ปรงุ คะแนนตามรบู ริคส์เปน็ รอ้ ยละ 50 – 59 ของคะแนนเต็ม
หมายเหตุ : คะแนนรวมต้องผา่ นระดบั 3 ข้นึ ไป ถอื ว่า ผา่ น
• นกั เรยี นท่ีไมผ่ า่ น K จำนวน........คน ครูผสู้ อนมอบหมายใหน้ กั เรยี น.....................................แล้ว
• นักเรียนท่ไี มผ่ า่ น P จำนวน........คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นกั เรียน.....................................แล้ว
• นักเรยี นท่ไี มผ่ า่ น A จำนวน........คน ครูผสู้ อนมอบหมายให้นกั เรียน.....................................แล้ว
ลงช่ือ ..............ภ...ัค...จ..ิร...า....ย...อ...ด..ร...ัก............. ผู้สอน
( นางสาวภัคจริ า ยอดรัก )
ใบงานท่ี 2.6.1 คะแนนรวม
เรอ่ื ง...การหาอัตราส่วนจีโนไทป์และฟีโนไทป์
คำช้ีแจง : ใหน้ กั เรยี นแสดงวิธีทำให้ถกู ต้อง
1. ผสมถวั่ ลันเตาเมล็ดกลมลักษณะเด่น (R) ท่ีเป็นเฮเทอโรไซกัสและเมล็ดขรุขระ (r) จะไดล้ ูกรุ่น F1
มจี ีโนไทป์ ฟีโนไทป์และอตั ราสว่ นเท่าใด (แผนภาพ Diagram)
2. ผสมแมลงหวี่ปกี สนั้ (d) ลักษณะดอ้ ยและแมลงหวี่ปกี ยาว (D) ลักษณะเดน่ ทีเ่ ปน็ เฮเทอโรไซกัส
จะไดล้ กู ร่นุ F1 ท่ีมจี โี นไทป์ ฟโี นไทป์และอตั ราสว่ นเท่าใด (แผนภาพ Diagram)
3. สุนัขเพศผู้ขนสีดำ (R) พันธุ์แท้ ผสมกับสุนัขเพศเมียขนสีขาว (r) จะได้ลูกที่มีจีโนไทป์และฟีโนไทป์เป็น
อยา่ งไรบา้ ง (ทำเปน็ ตารางพันเนตต์)
4. กำหนดให้หนูขนสีดำเป็นลักษณะเดน่ (B) หนขู นสขี าวเป็นลกั ษณะดอ้ ย (b) เม่อื ผสมพนั ธ์ุหนคู ่หู นง่ึ สดี ำที่
เปน็ เฮเทอโรไซกัสทงั้ พ่อและแมพ่ ันธ์ุ จะได้ลูกทีม่ ีลกั ษณะ เป็นอย่างไรบ้าง (ทำเป็นตารางพนั เนตต์)
เฉลย/ ใบงานท่ี 2.6.1 คะแนนรวม
เรอื่ ง...การหาอัตราส่วนจีโนไทป์และฟโี นไทป์
คำช้ีแจง : ใหน้ ักเรียนแสดงวธิ ที ำใหถ้ ูกต้อง
1. ผสมถว่ั ลันเตาเมลด็ กลมลกั ษณะเดน่ (R) ทเี่ ป็นเฮเทอโรไซกัสและเมล็ดขรขุ ระ (r) จะไดล้ ูกรุ่น F1 มี
จโี นไทป์ ฟีโนไทปแ์ ละอตั ราสว่ นเทา่ ใด (แผนภาพ Diagram)
วธิ ีทำ P Rr x rr
เซลล์สืบพันธุ์ R r rr
จีโนไทป์ Rr Rr rr rr
ฟโี นไทป์ เมล็ดกลม เมลด็ ขรขุ ระ
ตอบ รนุ่ F1 มี จโี นไทป์ คอื Rr และ rr อัตราส่วน 1:1
และมี ฟีโนไทป์ คอื เมล็ดกลม และ เมลด็ ขรุขระ อตั ราส่วน 1:1
2. ผสมแมลงหวป่ี ีกสน้ั (d) ลกั ษณะด้อยและแมลงหวป่ี กี ยาว (D) ลักษณะเดน่ ที่เปน็ เฮเทอโรไซกัส
จะไดล้ กู รุน่ F1 ทมี่ จี โี นไทป์ ฟโี นไทปแ์ ละอัตราสว่ นเทา่ ใด (แผนภาพ Diagram)
วิธีทำ P D dDd x d ddd
เซลล์สบื พนั ธ์ุ
จีโนไทป์ Dd Dd dd dd
ฟโี นไทป์ แมลงหวีป่ ีกยาว แมลงหว่ีปีกส้ัน
ตอบ ร่นุ F1 มี จโี นไทป์ คอื Dd และ dd อตั ราส่วน 1:1
และมี ฟโี นไทป์ คอื แมลงหวี่ปกี ยาว และ แมลงหวี่ปีกส้ัน อตั ราสว่ น 1:1
2. สนุ ัขเพศผขู้ นสดี ำ (R) พนั ธแ์ุ ท้ ผสมกบั สุนัขเพศเมียขนสีขาว (r) จะได้ลูกที่มีจโี นไทปแ์ ละฟโี นไทป์เป็น
อยา่ งไรบ้าง (ทำเป็นตารางพันเนตต์)
วธิ ีทำ P เพศผู้ RR x เพศเมีย rr
เซลล์สบื พันธุ์ R r
r R R
r Rr
Rr Rr
Rr
ตอบ ลูกมจี โี นไทป์ เปน็ Rr อตั ราส่วน 4
และมีฟโี นไทป์ เป็น ขนสีดำ อัตราส่วน 4
4. กำหนดให้หนูขนสีดำเปน็ ลักษณะเดน่ (B) หนูขนสีขาวเปน็ ลักษณะดอ้ ย (b) เมอื่ ผสมพันธ์หุ นูคูห่ นึ่งสีดำท่ี
เปน็ เฮเทอโรไซกัสท้งั พ่อและแม่พันธุ์ จะได้ลกู ทม่ี ลี ักษณะ เป็นอยา่ งไรบ้าง (ทำเป็นตารางพันเนตต)์
วธิ ที ำ P Bb x Bb
เซลล์สืบพันธ์ุ Bb Bb
B b
B BB
b Bb Bb
bb
ตอบ ลกู มีจีโนไทป์ เปน็ BB Bb bb อตั ราสว่ น 1:2:1
และมีฟีโนไทป์ เป็น ขนสีดำ และ ขนสีขาว อัตราสว่ น 3:1
ใบงานที่ 2.6 คะแนนรวม
จีโนไทปแ์ ละฟโี นไทป์
ของสัตวป์ ระหลาดเป็นอยา่ งไร
จุดประสงค์ 1. หาจโี นไทปแ์ ละฟโี นไทป์ของสตั วป์ ระหลาด
วัสดแุ ละอุปกรณ์ 2. คำนวณและอธิบายอตั ราส่วนการเกดิ จีโนไทปแ์ ละฟโี นไทป์ของรุน่ ลกู สตั ว์ประหลาด
เหรยี ญบาท
สถานการณ์
สตั วป์ ระหลาดมีลักษณะภายนอกทีแ่ ตกต่างกัน 7 ลกั ษณะแต่ละลกั ษณะถูกควบคุมด้วยยีนที่มี 2 แอลลลี และ
แอลลีลเด่นสามารถข่มแอลลีลด้อยอยา่ งสมบรู ณ์
ลักษณะต่าง ๆ ของสัตวป์ ระหลาดมดี งั นี้
1. รูปร่างของหวั
2. จำนวนตา
3. การมีรจู มูก
4. จำนวนเขา
5. จำนวนขา
6. จำนวนแขน
7. การมฟี นั
วธิ ีการดำเนนิ กจิ กรรม
1. โยนเหรยี ญบาท 2 เหรยี ญพรอ้ มกนั เพื่อหาจีโนไทปแ์ ละฟีโนไทปใ์ นแตล่ ะลักษณะของสตั วป์ ระหลาดกำหนดให้
ด้านหัวของเหรียญแทนแอลลลี เดน่ และด้านก้อยแทนแอลลีลตอ้ ยโดยใชส้ ัญลักษณต์ วั อกั ษรภาษาองั กฤษที่ใหไ้ วใ้ นตารางแทน
แอลลีลเดน่ และแอลลลี ดอ้ ยบนั ทกึ ผล
ลักษณะ ลกั ษณะท่คี วบคมุ โดยแอลลีลเดน่ /สัญลักษณ์ ลักษณะที่ควบคุมโดยแอลลลี ด้อย/สัญลกั ษณ์
รูปรา่ งของหวั หัวกลม/A หวั สี่เหล่ยี ม/a
จำนวนตา 2 ตา/B 1 ตา/b
การมีรูจมกู มรี จู มูก/C
จำนวนเขา 2 เขา/D ไมม่ ีรูจมกู /c
จำนวนขา 3 ขา/E ไม่มเี ขา/d
จำนวนแขน 4 แขน/F 2 ขา/e
การมฟี ัน มฟี ัน/G 2 แขน/f
ไม่มฟี นั /g
2. นำฟีโนไทป์ของลักษณะทงั้ หมดที่ไดจ้ ากขอ้ 1 มาวาดเปน็ ภาพสัตวป์ ระหลาด
3. กำหนดใหส้ ัตว์ประหลาดทไ่ี ดใ้ นขอ้ 2 เปน็ พอ่ จากนน้ั เลือกจโี นไทปข์ องสัตวป์ ระหลาดท่ีเปน็ พ่อลักษณะใดกไ็ ด้
จำนวน 1 ลกั ษณะเชน่ เลือกสตั ว์ประหลาดท่มี หี ัวกลมท่ีอาจมีจีโนไทป์เปน็ ฮอมอไซกสั หรือเฮเทอโรไซกสั
4. เลือกลกั ษณะของแม่ที่เปน็ ลักษณะเดยี วกับท่ีเลือกจากพ่อจากลักษณะท่ีกำหนดใหเ้ พียง 1 ลักษณะดงั นี้
1. หัวกลมทมี่ จี ีโนไทป์เปน็ ฮอมอไซกัสตา
2 ตาท่มี ีจีโนไทปเ์ ป็นเฮเทอโรไซกสั
3. ไม่มรี ูจมกู
4. เขา 2 เขาที่มีจโี นไทปเ์ ป็นฮอมอไซกสั
5. ขา 2 ขา
6. แขน 4 แขนทม่ี จี โี นไทปเ์ ปน็ เฮเทอโรไซกสั
7. ไมม่ ีฟนั
เขยี นจีโนไทป์ของแม่จากลกั ษณะที่เลอื กไว้
5. นำพอ่ มาผสมพันธ์ุกับแม่แลว้ เขียนแผนภาพเพ่อื หาอตั ราส่วนของจโี นไทป์และฟโี นไทปข์ องลกั ษณะดังกล่าวในลูก
ทีเ่ กิดขนึ้
คำถามท้ายกจิ กรรมท่ี 2.6.1
จโี นไทปแ์ ละฟีโนไทป์
ของสตั ว์ประหลาดเป็นอย่างไร
คำชแ้ี จง ให้นกั เรียนตอบคำถามดงั ตอ่ ไปน้ี
1. จโี นไทปแ์ ละฟีโนไทป์ของแต่ละลักษณะเปน็ อย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. สง่ิ ใดกำหนดฟโี นไทป์ของสัตว์ประหลาดในแต่ละลักษณะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. เมอ่ื นำพ่อมาผสมพันธก์ุ ับแม่ ลูกทเี่ กิดขน้ึ มอี ัตราสว่ นการเกดิ จีโนไทปแ์ ละฟีโนไทป์เปน็ อยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. จากกจิ กรรม สรปุ ไดว้ ่าอย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 7
กล่มุ สาระวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรียนที่ 1/2564 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 พนั ธุศาสตร์ เวลา 18 คาบ
เร่ือง การแบ่งเซลลแ์ บบไมโทซิส เวลา 2 คาบ
ผู้สอน นางสาวภคั จิรา ยอดรกั โรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อุตรดิตถ์
วันท่ี 17 เดือน มถิ ุนายน พ.ศ. 2564 ม.3/1
วันท่ี 17 เดอื น มถิ นุ ายน พ.ศ. 2564 ม.3/2
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมสาร
พนั ธกุ รรม การเปล่ียนแปลงทางพันธกุ รรมที่มผี ลตอ่ ส่ิงมีชีวติ ความหลากหลายทางชีวภาพและวิวัฒนาการของ
ส่ิงมชี วี ิต รวมทงั้ นําความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
2. ตัวชี้วดั
ว1.3 ม.3/4 อธิบายความแตกตา่ งของการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสและไมโอซิส
3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การแบ่งนิวเคลียสแบบไมโทซิส (mitosis) การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสเป็นการแบ่งเซลล์ เพื่อการ
สืบพนั ธ์ใุ นส่ิงมชี วี ิตเซลลเ์ ดียว และเป็นการแบง่ เซลล์ เพือ่ เพ่มิ จำนวนเซลล์ของร่างกายของสงิ่ มชี วี ิตหลายเซลล์
ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ ระยะอินเตอร์เฟส ระยะโพรเฟส ระยะเมทาเฟส ระยะแอนาเฟส และระยะ
เทโลเฟส
4. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. นกั เรยี นสามารถบอกความหมายพรอ้ มอธิบายขน้ั ตอนของการแบง่ เซลลแ์ บบไมโทซิสได้ (K)
2. นกั เรยี นสามารถนำเสนอแผนผังความคดิ เกีย่ วกบั ขั้นตอนการแบง่ เซลลแ์ บบไมโทซิสได้ (P)
3. นักเรยี นมีม่งุ มน่ั ในการทำงาน (A)
5. สาระการเรียนรู้
กระบวนการแบ่งเซลลแ์ บบไมโทซสิ
6. ด้านสมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
7. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
นกั เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน เรือ่ งการแบ่งเซลลแ์ บบไมโทซิส จำนวน 10 ขอ้ (10 นาที) จากนั้น
จัดกิจกรรมการเรยี นรูโ้ ดยใชเ้ ทคนคิ การสอนแบบ 5 Es ซึ่งกำหนดลำดับข้นั กิจกรรม ดงั นี้
ขั้นท่ี 1 สรา้ งความสนใจ (engagement)
1. ครูนำเข้าสู่บทเรียนเกี่ยวกับการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส โดยให้ดูภาพเด็กทารก เด็กวัยเรียน และ
ภาพผใู้ หญ่ และภาพพชื ต้นเล็ก ตน้ ขนาดกลาง ตน้ ใหญ่ แลว้ ครถู ามคำถามเพื่อทบทวนความรู้และกระตุ้นการ
คดิ ดงั น้ี (A3 1.3)
- จากภาพ เด็กมีการเจริญเติบโตตามวัย และอายุ นักเรียนรู้มั้ยว่าเพราะเหตุใดสิ่งมีชีวิตมีการ
เจริญเติบโตขน้ึ เรอ่ื ยๆ ทัง้ พืชและสตั ว์
(แนวคำตอบ เพราะสง่ิ มชี วี ิตมกี ารแบ่งเซลลเ์ พื่อเพ่ิมจำนวนเซลล์และขนาดของเซลล์ ส่ิงมีชีวิต
จึงมีการเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และพืชก็เช่นกันมีการแบ่งเซลล์เพื่อเพิ่มปริมาณและขนาดของเซลล์ เพื่อให้
เจรญิ เตบิ โตขึ้นเรื่อยๆ)
ข้นั ท่ี 2 สำรวจและคน้ หา (exploration)
1. ครอู ธบิ ายนกั เรยี นแบง่ กลุม่ กลมุ่ ละ 3-4 คน
2. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั ศกึ ษาความรู้ เรื่องการแบ่งเซลล์แบบไมโทซสิ จากใบความรู้ เรื่อง การ
แบ่งเซลลแ์ บบไมโทซสิ และไมโอซสิ หนังสือเรียน ห้องสมุด และแหล่งข้อมูลสารสนเทศ โดยครูคอยช่วยเหลอื
และใหค้ ำแนะนำ พรอ้ มท้ังสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในขณะทำกิจกรรม (B2 2.2)
3. นักเรียนในแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส เพื่อแลกเปลี่ยนความ
คิดเหน็ ในกลุม่
4. ตวั แทนนกั เรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทำกิจกรรมเรอ่ื งการแบ่งเซลลแ์ บบไมโทซสี หนา้ ช้ันเรียน
ข้ันที่ 3 อธบิ ายและลงข้อสรุป (explanation)
1. ครสู ุม่ ถามนักเรียนเพอื่ ตรวจสอบความเข้าใจ ดังตอ่ ไปนี้ (B1 2.1, C4 3.4)
1.1 การแบง่ เซลล์แบบไมโทซสิ เปน็ การแบง่ เซลล์ประเภทใด มีก่ขี ้ันตอนอะไรบ้าง
(แนวคำตอบ การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส เป็นการแบง่ เซลล์เพือ่ การสืบพันธุ์ในสิง่ มชี ีวิตเซลล์
เดียว และเปน็ การแบ่งเซลลเ์ พือ่ เพม่ิ จำนวนเซลลข์ องร่างกายของสิ่งมีชีวติ หลายเซลล์ ประกอบดว้ ย 5 ขนั้ ตอน
ไดแ้ ก่ ระยะอินเตอรเ์ ฟส ระยะโพรเฟส ระยะเมทาเฟส ระยะแอนาเฟส และระยะเทโลเฟส)
1.2 ภายหลังการแบ่งเซลลแ์ บบไมโทซิส ผลท่ีไดเ้ ป็นอย่างไร
(แนวคำตอบ เซลล์ 1 เซลล์ ได้เซลล์ใหม่ 2 เซลล์)
1.3 ระยะใดของการแบง่ เซลล์ทีเ่ หน็ โครโมโซมชดั เจนที่สดุ
(แนวคำตอบ ระยะเมทาเฟส)
1.4 เมื่อเทียบกับภาพการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสบริเวณปลายรากหอม นักเรียนพบระยะต่างๆ
เหมือนดงั ภาพหรอื ไม่ อย่างไร
(แนวคำตอบ นักเรียนบางกลุ่มอาจพบทุกระยะ บางกลุ่มอาจต้องเลื่อนสไลด์จึงจะพบทุก
ระยะ)
1.5 ระยะต่างๆ ลกั ษณะโครโมโซมแตกต่างกันอย่างไร
(แนวคำตอบ interphase เห็นโครโมโซมไม่ชัดเจน prophase เห็นโครโมโซมชัดเจนข้ึน
metaphase โครโมโซมมาเรียงกันอยู่บริเวณกึ่งกลางเซลล์ anaphase โครโมโซมแยกออกจากกัน และ
telophase โครโมโซมเคล่ือนไปอยู่คนละขัว้ ของเซลล์)
1.6 นักเรียนคิดว่าการแบ่งเซลล์ระยะใดเป็นระยะเริ่มต้น และระยะใด เป็นระยะสุดท้าย ให้
เหตผุ ลประกอบ
(แนวคำตอบ interphase เป็นระยะเริ่มตน้ เพราะมองโครโมโซมไม่ชัดเจน telophase เป็น
ระยะสดุ ทา้ ย เพราะโครโมโซมแยกออกไปอย่คู นละขว้ั ของเซลล)์
1.7 ให้นักเรียนเรียงลำดับการแบ่งเซลล์จากระยะแรกถึงระยะสุดท้าย เหตุใดนักเรียนจึงเรียง
เชน่ น้นั
(แนวคำตอบ : 1. interphase เพราะเห็นโครโมโซมได้ไม่ชดั เจน
2. prophase เหน็ โครโมโซมชัดเจนขนึ้
3. metaphase โครโมโซมมาเรียงที่จดุ กึง่ กลางเซลล์
4. anaphase โครโมโซมแยกออกจากกัน
5. telophase โครโมโซมเคล่อื นไปอยคู่ นละขว้ั ของเซลล)์
1.8 นกั เรียนสรุปผลการทำกจิ กรรมได้วา่ อยา่ งไร
(การแบ่งเซลลใ์ นปลายรากหอมแตล่ ะเซลลจ์ ะมกี ารแบง่ เซลล์ในระยะตา่ งๆ แตกต่างกนั ไป)
2. ครูถามคำถามนกั เรียนเพ่มิ เติมเพ่อื พฒั นาทักษะการคดิ วเิ คราะห์ ดงั นี้
2.1 หลังจากการแบง่ เซลล์แบบไมโทซสิ เสรจ็ ส้นิ ลงจะได้เซลล์ใหม่กีเ่ ซลล์
(แนวคำตอบ ถ้าเซลลเ์ รม่ิ ตน้ 1 เซลลจ์ ะได้เซลลใ์ หม่ 2 เซลล์)
2.2 การจำลองโครโมโซมมีความสำคญั -ต่อการแบง่ เซลล์อย่างไร
(แนวคำตอบ ทำใหโ้ ครโมโซมมีการเข้าคกู่ นั และเกิดการแบง่ เซลล)์
3. นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากการศึกษาเรื่องการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส มีจุดใดบ้างที่ยังไม่
เข้าใจหรอื ยงั สงสัย ถ้ามีครูช่วยอธิบายเพมิ่ เติมใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจ
4. ครสู รปุ เกย่ี วกับความรู้เรือ่ งการแบง่ เซลล์แบบไมโทซิส ท่ีไดจ้ ากการศึกษาชุดการสอน และการทำ
กิจกรรม ดังน้ี (B5 2.5)
การแบง่ เซลล์เป็นการเพิ่มจำนวนเซลล์ ผลของการแบง่ เซลล์ทำใหเ้ ซลล์มีขนาดเล็กลง ทำให้สิ่งมีชีวิต
ชนิดนั้นเจริญเตบิ โต เซลลโ์ พรคาริโอต เชน่ เซลลแ์ บคทเี รยี มกี ารแบ่งเซลล์แบบไบนารีฟิชชนั (binary fission)
คือเป็นการแบ่งแยกตัวจาก 1 เป็น 2 เซลล์พวกยูคาริโอต ประกอบด้วย 2 ขั้นตอน คือ การแบ่งนิวเคลียส
(karyokinesis) และการแบ่งไซโทพลาซึม (cytokinesis) และการแบ่งนิวเคลียสสามารถแบ่งออกได้เป็น 2
แบบคือ การแบ่งนิวเคลยี สแบบไมโทซิส (mitosis) และการแบ่งนิวเคลยี สแบบไมโอซิส (meiosis)
การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส (mitosis) เป็นการแบ่งเซลล์เพื่อการสืบพันธุ์ในสิง่ มชี ีวิตเซลล์เดียว และ
สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์บางชนิด ในสิ่งมีชีวิตทั่วไป การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสจะเกิดขึ้นที่เซลล์ของร่างกาย
(somatic cell) ทำใหจ้ ำนวนเซลล์ของร่างกายมีจำนวนมากขึ้น สง่ิ มชี ีวติ น้ันๆ จงึ เจริญเติบโตขึ้น ดังนั้นจะพบ
การแบ่งเซลล์ชนิดนี้ในเนื้อเยื่อบุผิว ไขกระดูกในสัตว์ เนื้อเยื่อเจริญปลายยอด ปลายราก แคมเบียม
(cambium)ของพืช
ลกั ษณะของการแบ่งเซลลแ์ บบไมโทซสิ
- ไม่มีการลดจำนวนชดุ โครโมโซม คือ มโี ครโมโซมคงท่ี (2n 2n, n n)
- เม่ือสนิ้ สุดการแบ่งเซลล์จะได้ 2 เซลลใ์ หมท่ ี่มีโครโมโซมเท่ากนั และเทา่ กบั เซลลต์ ง้ั ตน้
การแบ่งแบบไมโทซสี ประกอบดว้ ย 2 ระยะใหญๆ่ คอื
1. Interphase ประกอบด้วยระยะ G1 S และG2
2. M phase / Mitotic phase ประกอบดว้ ยระยะ
- ระยะโพรเฟส (prophase)
- ระยะเมทาเฟส (metaphase
- ระยะแอนาเฟส (anaphase)
- ระยะเทโลเฟส (telophase)
5. นกั เรียนทำใบงานที่ 2.7 เรอ่ื ง การแบ่งเซลลแ์ บบไมโทซสิ
ขน้ั ที่ 4 ขยายความรู้ (elaboration)
1. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากการศึกษาใบความรู้แล้วเขียนลงใน
กระดาษบร๊ฟู ในหัวข้อการแบง่ เซลลแ์ บบไมโทซิสพร้อมตกแตง่ ให้สวยงามน่าสนใจ (C2 3.2)
2. ครใู ห้นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ สง่ ตัวแทนออกมานำเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
ขัน้ ที่ 5 ประเมิน (evaluation) (10 นาที)
1) นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเก่ยี วกับประโยชน์ทไ่ี ด้จากการศึกษาเรื่อง การแบ่งเซลล์แบบไม
โทซสิ (C5 3.5)
2) ครูให้นกั เรียนทำแบบทดสอบหลงั เรียน จำนวน 10 ขอ้
7. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
สอื่ การเรียนรู้
1. ใบความรเู้ รอ่ื ง การแบง่ เซลล์แบบไมโทซิสและไมโอซิส
2. ใบงานที่ 1 เรื่อง การแบง่ เซลล์แบบไมโทซสิ
3. แบบทดสอบก่อน-หลังเรียน
4. ภาพรปู รา่ งลกั ษณะการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส
5. หนงั สอื เรียน สสวท. ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3
แหลง่ การเรียนรู้
1. หอ้ งเรียน
2. หอ้ งสมุด
9. การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้
1. กรอบการวัดและประเมินผล แต่ละจดุ ประสงค์การเรียนรู้นำเสนอประเด็นท่ที ำการวดั และ
ประเมนิ ผล วิธกี ารวดั และเครือ่ งมอื วดั ดงั ตาราง
ตาราง : แสดงกรอบการวดั และประเมินผล
จุดประสงค์การเรียนรู้ สมรรถนะ วธิ กี ารวดั ผล เคร่อื งมอื วัดผล เกณฑ์การ
PISA ประเมินผล
ดา้ นความรู้ (K)
1. นักเรียนสามารถบอก A2 1.2 - การทำแบบทดสอบ - แบบทดสอบ - ผา่ นเกณฑร์ อ้ ยละ
ความหมายพรอ้ มอธิบายขนั้ ตอน B5 2.5 ก่อนเรยี น การแบง่ กอ่ นเรยี น การ 70
เซลลแ์ บบไมโทซิส แบง่ เซลล์แบบไม ขนึ้ ไป : 7 คะแนน
ของการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสได้ C5 3.5
โทซิส จาก 10 คะแนน
ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) C1 3.1 - การประเมนิ - แบบประเมนิ - ได้คะแนนรบู รคิ ส์
2. นกั เรยี นสามารถนำเสนอ C2 3.2 พฤตกิ รรมการ พฤตกิ รรมการ ตงั้ แต่ 2 ข้ึนไป
แผนผังความคิดเกี่ยวกบั ขั้นตอน นำเสนอ นำเสนอ
การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสได้
ด้านคณุ ลักษณะ (A) - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกต - ไดค้ ะแนนรูบริคส์
พฤตกิ รรม ตัง้ แต่ 2 ขน้ึ ไป
3. มีความม่งุ มนั่ ในการทำงาน
2. เกณฑ์การให้คะแนนเกณฑร์ บู รคิ ส์ (Rubric Score) ให้คะแนนเปน็ รายขอ้ ของเกณฑ์รูบรคิ ส์ ที่สร้าง
ขึน้ สำหรับการประเมนิ (Analytical Rubric Score )
ตาราง : แสดงเกณฑ์การให้คะแนนเกณฑร์ ูบรคิ ส์
ประเดน็ การประเมิน 4 (ดมี าก) ระดบั คุณภาพ 1 (ปรบั ปรงุ )
3 (ดี) 2 (พอใช)้
1. นกั เรยี นสามารถบอก
ความหมายพรอ้ มอธบิ าย ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 70 ขน้ึ ไป
ขน้ั ตอนของการแบ่งเซลลแ์ บบ
ไมโทซิสได้ (K)
2. นักเรยี นสามารถนำเสนอ - มคี ุณสมบตั ิ 4 - มีคุณสมบตั ิ 3 - มคี ุณสมบตั ิ 2 ใน - มีคุณสมบัติ 1
ใน 4 ของระดบั
แผนผงั ความคดิ เกี่ยวกบั ใน 4 ของระดับ คณุ ภาพ 4 ของระดับ ใน 4 ของระดับ
ขั้นตอนการแบ่งเซลลแ์ บบไมโท คุณภาพ คุณภาพ คณุ ภาพ
ซิสได้ (P)
1. ความเหมาะสมของบทบาท
การนำเสนอ
2. เขา้ ใจในเนอื้ หาท่ีนำเสนอ
3. นำเสนอผลงานถกู ตอ้ ง
ชัดเจน
4. มีความคดิ สรา้ งสรรคใ์ นการ
นำเสนอ
3. มคี วามมุ่งมัน่ ในการทำงาน - มคี ณุ สมบตั ิ 4 - มคี ุณสมบัติ 3 - มคี ุณสมบตั ิ 2 ใน - มีคุณสมบตั ิ 1
ใน 4 ของระดับ
(A) ใน 4 ของระดบั คุณภาพ 4 ของระดับ ใน 4 ของระดับ
1. สมาชิกทกุ คนรว่ มกัน คณุ ภาพ
คณุ ภาพ คุณภาพ
แสดงความคิดเห็น
2. ทำงานอยา่ งเป็นระบบ
ทุกคนรูห้ นา้ ทต่ี นเอง
3. สมาชิกทกุ คนรว่ มกนั
ทำงานตามทไี่ ดร้ ับมอบหมาย
4.สง่ งานตามเวลากำหนด
3. เกณฑ์ประเมนิ ระดบั คุณภาพผลการเรยี นรู้ กำหนดระดบั คุณภาพผลการเรียนรู้ร่วมกนั ทกุ ดา้ นเป็น 4 ระดับ
คอื ดมี าก ดี พอใช้ และปรบั ปรงุ แต่ละระดับกำหนดเกณฑป์ ระเมนิ ตามคะแนนเกณฑร์ ูบรคิ ส์ ดังน้ี
ระดับคณุ ภาพดีมาก มคี ะแนนตามเกณฑร์ ูบริคสร์ ้อยละ 80 – 100 ของคะแนนเตม็
ระดบั คุณภาพดี มีคะแนนตามเกณฑ์รบู รคิ ส์รอ้ ยละ 70 – 79 ของคะแนนเต็ม
ระดบั คณุ ภาพพอใช้ มคี ะแนนตามเกณฑร์ บู ริคส์รอ้ ยละ 60 – 69 ของคะแนนเตม็
ระดับคุณภาพปรบั ปรงุ มคี ะแนนตามเกณฑร์ ูบรคิ สน์ ้อยกวา่ รอ้ ยละ 60 ของคะแนนเต็ม
4. เกณฑก์ ารตดั สนิ ระดับคุณภาพนกั เรยี นจากคะแนนรวมทง้ั หมด
ระดบั บคุ คล นกั เรียนมีผลงานอยู่ในระดับ ดี ถือว่า ผา่ น (ประกันผลการเรยี นรขู้ องนักเรยี น)
ระดับกลมุ่ นักเรียนมีผลงานอย่ใู นระดบั ดี ไมต่ ำ่ กวา่ ร้อยละ 70 ของจำนวนนกั เรยี นท้ังหมด
ถอื ว่า การจดั ประสบการณเ์ รียนร้ตู ามแผนการจัดการเรยี นรปู้ ระสบผลสำเรจ็
5. เกณฑก์ ารตดั สนิ คะแนนเก็บ จำนวนคะแนนเกบ็ 10 คะแนน จากคะแนนรวมทง้ั หมด 100
คะแนน กำหนดวธิ กี ารคิดคะแนนเกบ็ ดงั น้ี
จำนวนคะแนนเกบ็ = (จำนวนคะแนนทีต่ ้องการ × จำนวนคะแนนรวมทุกกิจกรรมของนกั เรยี นแต่ละคน)
คะแนนรวมทกุ กจิ กรรมท้ังหมดของทกุ กิจกรรม
ตารางการประเมินผลการจัดการเรยี นรู้
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 7 เรอื่ ง การแบง่ เซลล์แบบไมโทซสิ
นักเรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3/1 โรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลับราชภฏั อุตรดิตถ์
คำชแี้ จง ให้ผสู้ อนทำเครื่องหมาย √ ลงในรายการตามความเปน็ จรงิ
KP A รวม สรปุ หมาย
(Knowledge) (Psychomotor) (Attribute) คะแนน (ผ่าน/ เหตุ
คะแนนผา่ น คะแนนผา่ นเกณฑ์ คะแนนผ่านเกณฑ์ ไม่
เลขท่ี ช่อื -นามสกลุ เกณฑ์ร้อยละ ระดับ 2 ขึ้นไป ระดบั 2 ขนึ้ ไป ผ่าน)
70 ขนึ้ ไป
คะแน ผา่ น/ 4 3 2 1 ผ่าน/ 4 3 2 1 ผ่าน/ไม่ คะแนน
น ไม่ ไมผ่ ่าน ผา่ น
คะแนนเต็ม ผา่ น
1 เด็กชายพสิษฐ์ แพรนิมิตร 9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผา่ น
2 เดก็ หญงิ วศนิ ีธรณ์ หะรเี มา 10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผา่ น
3 เด็กชายศุภกร มลู คำ 9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 9 ผา่ น
4 เด็กหญิงธีมาพร ทองเจรญิ 10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผ่าน
5 เดก็ ชายนฤพนธุ์ สทุ ธะตัง้ 9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผ่าน
6 เด็กชายพนั ธร์ ะพี พีระพนั ธ์ 10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผ่าน
7 เด็กชายนครศักด์ิ ศรีทิพย์ 10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 10 ผา่ น
8 เด็กหญงิ ธัญญากร ทองเพ็ชร์ 11 ผ่าน √ ผา่ น √ ผ่าน 11 ผา่ น
9 เดก็ ชายจณิ ณวตั ร ศรีขำมี 11 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 11 ผา่ น
10 เดก็ ชายภัทรศวัฒ โทนโนนแดง 10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผา่ น
11 เดก็ ชายรวิภาส ฐิตาคม 9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผา่ น
12 เด็กชายกฤษฎา ปานแดง 11 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 11 ผ่าน
13 เด็กชายรณกร บรู ณะถาวร 10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผ่าน
14 เดก็ หญิงบญุ ฑริกา ท่าดี 10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 10 ผ่าน
15 เดก็ หญงิ อนญั ญา แสงพานิช 11 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 11 ผา่ น
16 เดก็ ชายณฐั ธพงษ์ ธนเดชสริ พิ งศ์ 11 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 11 ผ่าน
17 เดก็ หญิงลักษิกา โชคดี 10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผ่าน
18 เด็กชายฤทธิ์ภบู ดี หะรเี มา 10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผา่ น
19 เดก็ ชายอคั รชยั ทับผดุง 9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน
20 เดก็ หญิงปรุ ิมปรชั ญ์ เจรญิ เชาวว์ ฒั น 11 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 11 ผ่าน
21 เด็กหญงิ นภสร บุญประเสริฐ 9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผา่ น
22 นายธนภทั ธ์ หลอ่ หลอม 10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 10 ผ่าน
23 เด็กชายภูผา นาคหลวง 10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผ่าน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
คะแนน 10 - 12 อยู่ในระดับ 4 มีระดบั คุณภาพ ดมี าก คะแนนตามรูบริคสเ์ ปน็ รอ้ ยละ 80 – 100 ของคะแนนเต็ม
คะแนน 7 - 9 อยใู่ นระดับ 3 มรี ะดบั คุณภาพ ดี คะแนนตามรบู รคิ ส์เป็นรอ้ ยละ 60 – 75 ของคะแนนเต็ม
คะแนน 4 - 6 อยใู่ นระดบั 2 มีระดับคุณภาพ พอใช้ คะแนนตามรบู รคิ ส์เปน็ ร้อยละ 50 – 59 ของคะแนนเต็ม
คะแนน 0 - 3 อย่ใู นระดบั 1 มีระดับคณุ ภาพ ปรบั ปรงุ คะแนนตามรูบริคส์เป็นรอ้ ยละ 50 – 59 ของคะแนนเต็ม
หมายเหตุ : คะแนนรวมตอ้ งผ่านระดับ 3 ขึ้นไป ถอื วา่ ผา่ น
• นักเรียนท่ไี ม่ผา่ น K จำนวน........คน ครผู ู้สอนมอบหมายให้นักเรยี น.....................................แล้ว
• นกั เรยี นทไี่ ม่ผ่าน P จำนวน........คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นกั เรยี น.....................................แล้ว
• นกั เรียนทไี่ มผ่ า่ น A จำนวน........คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นกั เรยี น.....................................แล้ว
ลงชื่อ ..............ภ..ั.ค..จ...ริ ..า.....ย..อ...ด...ร..ัก.............. ผู้สอน
( นางสาวภัคจริ า ยอดรกั )
ตารางการประเมินผลการจดั การเรียนรู้
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 7 เรอ่ื ง การแบ่งเซลล์แบบไมโทซสิ
นกั เรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 3/2 โรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลับราชภัฏอุตรดติ ถ์
คำชแี้ จง ให้ผูส้ อนทำเครื่องหมาย √ ลงในรายการตามความเปน็ จริง
K P A รวม สรปุ หมาย
(Knowledge) (Psychomotor) (Attribute) คะแนน (ผา่ น/ เหตุ
ชือ่ -นามสกลุ คะแนนผา่ นเกณฑ์ คะแนนผา่ นเกณฑ์ คะแนนผา่ นเกณฑ์ ไมผ่ า่ น)
เลขท่ี คะแนนเตม็ ร้อยละ 70 ขึ้นไป ระดับ 2 ขนึ้ ไป ระดับ 2 ข้นึ ไป
1 เด็กชายสริ ภพ วรรณการ คะแนน ผ่าน/ 4 3 2 1 ผ่าน/ 4 3 2 1 ผ่าน/ คะแนน
2 เดก็ หญงิ เสาวลกั ษณ์ ทบั ทอง
3 เด็กชายปิตคิ ุณ มีมา 12 ไม่ ไม่ผ่าน ไม่ผ่าน 12
4 เดก็ ชายอคั รวินท์ มาดีคาน
5 เด็กหญิงมีนา กอ้ นทับทมิ ผ่าน
6 เด็กชายฮามนิ คิม
7 เด็กชายภัทรพงศ์ จันทร์นอ้ ย 11 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 11 ผา่ น
8 เดก็ หญงิ ฑิฆมั พร เขตตบรรพต
9 เด็กชายพทิ ยุตม์ เรืองศรี 11 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 11 ผ่าน
10 เดก็ ชายธนพตั ปัญญา
11 เด็กชายอุกฎษฏ์ ตันติศภุ รักษ์ 9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน
12 เดก็ หญิงครองขวัญ ทับทิมแสง
13 เด็กชายชยั วัฒน์ กุณจา๋ 10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 10 ผา่ น
14 เด็กหญิงแพรวา ศรวี ีระ
15 เด็กหญงิ จริ ภา หลา้ รอด 10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผ่าน
16 เดก็ หญิงอญั ชสิ า บุตรจัน
17 เด็กหญงิ ชื่นนภา สสี อด 9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผ่าน
18 เด็กชายญาณกร รตั นประพศิ
9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผ่าน
10 ผา่ น √ ผ่าน √ ผา่ น 10 ผา่ น
9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผา่ น
9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 9 ผา่ น
9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 9 ผ่าน
10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผ่าน
10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผ่าน 10 ผา่ น
9 ผา่ น √ ผ่าน √ ผ่าน 9 ผา่ น
10 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผ่าน
10 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 10 ผา่ น
11 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 11 ผา่ น
9 ผ่าน √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผา่ น
19 เด็กชายคามิน ผอ่ งพฒุ 9 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 9 ผ่าน
20 เดก็ หญิงณิชชา สทุ ธิรส 10 ผา่ น √ ผา่ น √ ผา่ น 10 ผ่าน
21 เด็กหญงิ กชพร ยิม้ แยม้ 9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผ่าน
22 เด็กหญิงวรรษชล สีหะนาม 9 ผ่าน √ ผ่าน √ ผา่ น 9 ผ่าน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
คะแนน 10 - 12 อยใู่ นระดบั 4 มีระดบั คณุ ภาพ ดีมาก คะแนนตามรูบรคิ ส์เป็นร้อยละ 80 – 100 ของคะแนนเต็ม
คะแนน 7 - 9 อยูใ่ นระดบั 3 มรี ะดับคุณภาพ ดี คะแนนตามรูบรคิ สเ์ ปน็ ร้อยละ 60 – 75 ของคะแนนเต็ม
คะแนน 4 - 6 อยู่ในระดับ 2 มีระดับคณุ ภาพ พอใช้ คะแนนตามรบู รคิ สเ์ ปน็ รอ้ ยละ 50 – 59 ของคะแนนเต็ม
คะแนน 0 - 3 อยู่ในระดับ 1 มรี ะดบั คุณภาพ ปรับปรงุ คะแนนตามรบู รคิ สเ์ ปน็ ร้อยละ 50 – 59 ของคะแนนเต็ม
หมายเหตุ : คะแนนรวมต้องผ่านระดบั 3 ขน้ึ ไป ถอื ว่า ผา่ น
• นกั เรียนที่ไม่ผา่ น K จำนวน........คน ครูผู้สอนมอบหมายใหน้ กั เรียน.....................................แล้ว
• นักเรียนทีไ่ ม่ผา่ น P จำนวน........คน ครผู ู้สอนมอบหมายให้นักเรยี น.....................................แลว้
• นักเรยี นท่ไี ม่ผ่าน A จำนวน........คน ครูผ้สู อนมอบหมายใหน้ กั เรยี น.....................................แล้ว
ลงช่ือ .............ภ...ัค...จ..ิร...า....ย...อ..ด...ร..ัก............... ผู้สอน
( นางสาวภัคจิรา ยอดรกั )
ใบความรู้
การแบ่งเซลล์ มี 2 ขั้นตอน คอื
1. การแบง่ nucleus
- การแบง่ แบบไมโทซิส (mitosis)
- การแบ่งแบบไมโอซิส (meiosis)
2. การแบ่ง cytoplasm
การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส (Mitosis)
เป็นการแบ่งเซลล์เพือ่ เพิม่ จำนวนเซลลข์ องร่างกายในการเจริญเติบโตของสิง่ มีชีวติ มกี ารแบ่งต้งั แตร่ ะยะไซโกตไป
จนส่งิ มชี วี ติ น้ันตาย แบ่งได้ 2 เซลลท์ ีเ่ หมอื นกัน มี 5 ระยะ ดงั น้ี
อนิ เตอร์เฟส (Interphase)
• เป็นช่วงเตรยี มตวั กอ่ นแบ่ง nucleus และcytoplasm
• ใชเ้ วลา 23 ชั่วโมง (นานท่ีสดุ )
• โครโมโซมมคี วามยาวมากทีส่ ุด
โพรเฟส (Prophase)
• เยื่อหุ้ม nucleus สลายตวั
• โครมาทิดหดสั้น ทำให้มองเหน็ เปน็ แท่งชัดเจน
• มีการสรา้ งเส้นใย spindle
เมตาเฟส (Metaphase)
• โครโมโซมเรยี งตวั ตามแนวกงึ่ กลางของเซลล์
• โครโมโซมขดตัว มองเห็นไดช้ ดั เจน
• เหมาะตอ่ การศกึ ษารปู รา่ งโครงสรา้ งของโครโมโซม
แอนาเฟส (Anaphase)
• เสน้ ใย spindle เรมิ่ หดตัว
• โครมาทดิ ถูกดึงใหแ้ ยกออกจากกัน
เทโลเฟส (Telophase)
• โครมาทิดถกู ดงึ มาทีข่ ั้วเซลล์
• โครโมโซมเรม่ิ คลายตัว คลายเปน็ โครมาติน
• มกี ารแบง่ nucleus ขน้ึ มาใหม่
มขี ั้นตอน ดงั น้ี เป็นการแบ่งเซลล์เพื่อลดจำนวนโครโมโซมลงครึ่งหนึ่ง ซึ่ง
เป็นการแบ่งเซลล์เพื่อสร้างเซลล์สืบพันธุ์ ได้เซลล์ใหม่ จำนวน 4
เซลล์ (2n เป็น n) และจำนวนโครโมโซมของเซลล์ลูกจะลดลง
ครึ่งหนึ่ง (4 แท่ง เป็น 2 แท่ง) และอาจมีลักษณะไมเ่ หมอื นเดิม โดย
การแบ่งเซลล์แบบ Meiosis จะมีการแบ่งเซลล์ต่อเนื่องกัน 2 รอบ
คอื ไมโอซิส I และไมโอซสิ II ดงั น้ี
Interphase I เซนทรโิ อล
• เซลล์เตรยี มความพร้อม โครมาทดิ
• จำลอง DNA
Prophase I เส้นใยสปินเดิล
• เยอ่ื หุ้ม nucleus เริ่มสลาย
• โครโมโซมคเู่ หมอื น (Homologous chromosome) มาเขา้ คู่กนั
• มกี ารแลกเปล่ยี นชิน้ ส่วน เรียกว่า Crossing over
ทำให้เซลล์สืบพันธุม์ ีความหลากหลาย
Metaphase I
• Homologous chromosome เคล่อื นมาอยูต่ รงกลาง
• อย่แู บบเปน็ คู่ๆ
Anaphase I
• เสน้ ใย spindle หดตวั
• Homologous chromosome แยกออกจากกัน
Telophase I
• สรา้ งเยือ่ หุม้ nucleus
• โครโมโซมลดลงครง่ึ หนึ่ง
• โครโมโซมมี 2 chromatid
• แบง่ เซลลไ์ ด้ 2 เซลล์
เพิ่มเตมิ ครอสซิงโอเวอร์ (Crossing Over) คือ การแลกเปลี่ยน
สารพนั ธุกรรมระหวา่ งโครโมโซมท่ีมีรูปร่าง ลกั ษณะเหมือนกัน
ความยาวเท่ากัน ตำแหน่งเซนโทรเมียรเ์ หมือนกัน
มีขน้ั ตอน ดงั นี้
Prophase II
• เยอื่ หุ้ม nucleus สลาย
• โครโมโซมเร่ิมหดตวั
Metaphase II
• โครโมโซมเรียงตามแนวตรงกลาง
Anaphase II
• เส้นใย spindle หดตวั
• Chromatid แยกออกจากกัน
Telophase II
• Chromatid เคลอื่ นมาจบั กลมุ่ กนั
• สรา้ งเย่อื หุ้ม nucleus
• โครโมโซมเร่ิมคลายตวั
ขอ้ เปรยี บเทียบการแบง่ เซลล์แบบไมโทซิสและไมโอซสิ
ไมโทซิส ไมโอซิส
1. แบ่งเพอื่ เจริญเตบิ โต 1. แบง่ เพอื่ สรา้ งเซลล์สืบพนั ธ์ุ
2. ส่วนใหญแ่ บ่งเซลล์รา่ งกาย 2. สว่ นใหญแ่ บง่ เซลลส์ บื พันธุ์
3. เซลลล์ ูกเหมือนเซลลแ์ มท่ กุ ประการ 3. เซลล์ลูกไมเ่ หมือนเซลลแ์ ม่
4. แบ่งเซลลแ์ ลว้ จำนวนโครโมโซมเท่ากัน 4. แบ่งเซลลแ์ ล้วจำนวนโครโมโซมลดลงครงึ่ หนึ่ง
5. เร่มิ จาก 1 เซลล์แบ่ง 2 คร้งั ได้เปน็ 4 เซลล์ใหม่
2.75. เริ่มจาก 1 เซลล์แบง่ คร้ังเดยี วไดเ้ ป็น 2 เซลล์ใหม่ 6. มักเกิดครอสซงิ โอเวอร์
6. ไม่มคี รอสซงิ โอเวอร์
ใบงานที่ คะแนนรวม
ไมโทซิส (Mitosis)
คำชแี้ จง : ใหน้ ักเรียนศกึ ษาเรือ่ งการแบง่ เซลล์แบบไมโทซสิ จากใบความรู้เรือ่ งการแบง่ เซลล์แบบไมโทซิสและไมโอซสิ
แล้วพิจารณาภาพท่กี ำหนดให้ พรอ้ มกับระบุชอื่ ช่วงระยะที่มีการเปล่ยี นแปลง
ก. อนิ เตอรเ์ ฟส ข. เมทาเฟส ค. เทโลเฟส
ง. โพรเฟส จ. แอนาเฟส
แบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน
เร่ือง...การแบง่ เซลล์แบบไมโทซิส
1. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกีย่ วกับการแบง่ เซลล์ 6. การแบง่ เซลลแ์ บบไมโทซสิ เซลล์ใหมท่ ่ไี ดม้ ี
แบบไมโทซิส ลักษณะเปน็ อยา่ งไร
ก. พบในการแบ่งเซลล์ร่างกาย ก. 1 เซลล์ เหมือนเดมิ ทกุ ประการ
ข. ทำใหเ้ กิดความหลากหลายทางพันธุกรรม ข. 2 เซลล์ เหมือนเดมิ ทกุ ประการ
ค. ไดเ้ ซลล์ใหม่จำนวน 2 เซลล์ ค. 3 เซลล์ มีจำนวนโครโมโซมลดลงครึ่งหน่ึง
ง. มจี ำนวนโครโมโซมเท่ากับเซลล์เดมิ ง. 4 เซลล์ มีจำนวนโครโมโซมลดลงคร่งึ หนึ่ง
2. ข้อใดเรียงลำดบั ระยะการแบง่ เซลลแ์ บบไมโทซสิ 7. กระบวนการแบง่ ตวั ของไซโทรพลาซึม
ได้ถูกตอ้ ง (Cytokinesis) เร่มิ เกดิ ข้ึนทรี่ ะยะใด
ก. อนิ เตอร์เฟส --> โพรเฟส --> เมทาเฟส --> ก. แอนาเฟส ข. โพรเฟส
แอนาเฟส --> เทโลเฟส ค. เทโลเฟส ง. เมทาเฟส
ข. โพรเฟส --> แอนาเฟส --> เมทาเฟส --> 8. การแบง่ เซลลแ์ บบไมโทซสิ จำนวนโครโมโซมใน
เทโลเฟส --> อนิ เตอร์เฟส เซลล์ใหม่จะเป็นเท่าใด
ค. เมทาเฟส --> โพรเฟส --> เทโลเฟส--> ก. คร่งึ หนงึ่ ของเซลล์เดิม
อนิ เตอรเ์ ฟส -> แอนาเฟส ข. เท่ากับเซลลเ์ ดิม
ค. สองเท่าของเซลล์เดิม
ง. เทโลเฟส --> อนิ เตอรเ์ ฟส --> เมทาเฟส --> ง. หนง่ึ ในส่ขี องเซลลเ์ ดมิ
แอนาเฟส --> โพรเฟส
9. จากภาพเป็นการแบง่ เซลลใ์ นระยะใดของไมโทซสิ
3. ระยะสุดทา้ ยของการแบง่ เซลลแ์ บบไมโทซิสคือ
ก. เมทาเฟส ข. เทโลเฟส
ค. แอนาเฟส ง. โพรเฟส
4. การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสในระยะใดทีน่ ิวเคลียส ก. อนิ เตอร์เฟส ข. โพรเฟส
แบ่งจากหนึง่ เซลล์เปน็ สองเซลล์ ค. เมทาเฟส ง. แอนาเฟส
ก. โพรเฟส ข. เทโลเฟส 10. ขอ้ ใดมกี ารแบง่ เซลล์แบบไมโทซสิ ตลอดเวลา
ค. แอนาเฟส ง. เมทาเฟส ก. เซลล์ไขกระดกู เซลล์ประสาท
ข. เซลล์ผวิ หนัง เซลลป์ ลายราก
5. การงอกใหมข่ องหางจิ้งจกเมอ่ื ขาดไปจดั เป็นการ ค. เซลลป์ ลายยอด เซลล์ตับ
ง. เซลลก์ ล้ามเนื้อหวั ใจ เซลล์ทอ่ ลำเลียงนำ้
แบ่งเซลล์แบบใด
ก. ไมโทซิส ข. ไมโอซิส
ค. ท้งั ไมโทซิสและไมโอซสิ ง. ไมม่ ีข้อใดถูก
แบบทดสอบก่อน-หลังเรยี น
เรื่อง...การแบ่งเซลล์แบบไมโทซสิ
1. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกีย่ วกับการแบง่ เซลล์ 6. การแบง่ เซลล์แบบไมโทซสิ เซลลใ์ หมท่ ่ีไดม้ ี
แบบไมโทซิส ลักษณะเป็นอย่างไร
จ. พบในการแบ่งเซลล์ร่างกาย จ. 1 เซลล์ เหมือนเดิมทุกประการ
ฉ. ทำใหเ้ กิดความหลากหลายทางพนั ธกุ รรม ฉ. 2 เซลล์ เหมือนเดิมทุกประการ
ช. ไดเ้ ซลล์ใหม่จำนวน 2 เซลล์ ช. 3 เซลล์ มีจำนวนโครโมโซมลดลงครึ่งหนึ่ง
ซ. มจี ำนวนโครโมโซมเท่ากับเซลล์เดมิ ซ. 4 เซลล์ มีจำนวนโครโมโซมลดลงครง่ึ หนง่ึ
2. ข้อใดเรียงลำดบั ระยะการแบง่ เซลลแ์ บบไมโทซสิ 7. กระบวนการแบง่ ตัวของไซโทรพลาซึม
ได้ถูกตอ้ ง (Cytokinesis) เริ่มเกิดขึ้นท่รี ะยะใด
จ. อนิ เตอร์เฟส --> โพรเฟส --> เมทาเฟส --> ก. แอนาเฟส ข. โพรเฟส
แอนาเฟส --> เทโลเฟส ค. เทโลเฟส ง. เมทาเฟส
ฉ. โพรเฟส --> แอนาเฟส --> เมทาเฟส --> 8. การแบง่ เซลล์แบบไมโทซสิ จำนวนโครโมโซมใน
เทโลเฟส --> อนิ เตอร์เฟส เซลลใ์ หมจ่ ะเปน็ เทา่ ใด
ช. เมทาเฟส --> โพรเฟส --> เทโลเฟส--> จ. คร่ึงหนง่ึ ของเซลล์เดมิ
อนิ เตอรเ์ ฟส -> แอนาเฟส ฉ. เทา่ กบั เซลล์เดมิ
ช. สองเท่าของเซลล์เดิม
ซ. เทโลเฟส --> อนิ เตอรเ์ ฟส --> เมทาเฟส --> ซ. หนึ่งในสีข่ องเซลล์เดิม
แอนาเฟส --> โพรเฟส
9. จากภาพเปน็ การแบง่ เซลลใ์ นระยะใดของไมโทซสิ
3. ระยะสุดทา้ ยของการแบง่ เซลลแ์ บบไมโทซิสคือ
ก. เมทาเฟส ข. เทโลเฟส
ค. แอนาเฟส ง. โพรเฟส
4. การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสในระยะใดทีน่ วิ เคลียส ก. อนิ เตอร์เฟส ข. โพรเฟส
แบ่งจากหนึง่ เซลล์เปน็ สองเซลล์ ค. เมทาเฟส ง. แอนาเฟส
ก. โพรเฟส ข. เทโลเฟส 10. ขอ้ ใดมีการแบ่งเซลลแ์ บบไมโทซิสตลอดเวลา
ค. แอนาเฟส ง. เมทาเฟส จ. เซลล์ไขกระดูก เซลลป์ ระสาท
ฉ. เซลลผ์ ิวหนัง เซลลป์ ลายราก
5. การงอกใหม่ของหางจิ้งจกเมอ่ื ขาดไปจัดเป็นการ ช. เซลลป์ ลายยอด เซลล์ตบั
ซ. เซลลก์ ล้ามเนือ้ หวั ใจ เซลล์ทอ่ ลำเลียงนำ้
แบ่งเซลล์แบบใด
ก. ไมโทซสิ ข. ไมโอซสิ
ค. ท้งั ไมโทซิสและไมโอซสิ ง. ไมม่ ีขอ้ ใดถูก
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 8
กลุ่มสาระวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี 1/2564 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 พันธศุ าสตร์ เวลา 18 คาบ
เรือ่ ง การแบง่ เซลลแ์ บบไมโอซสิ เวลา 2 คาบ
ผู้สอน นางสาวภคั จริ า ยอดรัก โรงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อตุ รดิตถ์
วันท่ี 18 เดอื น มิถนุ ายน พ.ศ. 2564 ม.3/1
วนั ที่ 18 เดือน มิถนุ ายน พ.ศ. 2564 ม.3/2
1. มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 1 วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมสาร
พนั ธุกรรม การเปลยี่ นแปลงทางพนั ธกุ รรมที่มีผลต่อส่ิงมชี ีวิต ความหลากหลายทางชวี ภาพและวิวฒั นาการของ
ส่งิ มีชวี ิต รวมทง้ั นาํ ความรูไ้ ปใช้ประโยชน์
2. ตวั ช้ีวัด
ว 1.3 ม.3/4 อธบิ ายความแตกตา่ งของการแบ่งเซลลแ์ บบไมโทซสิ และไมโอซสิ
3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การแบ่งนิวเคลียสแบบไมโอซิส (meiosis) การแบ่งเซลล์แบบนี้นิวเคลียสมีการเปลี่ยนแปลงโดยลด
จำนวนโครโมโซมลงครึ่งหนึ่ง เป็นการแบ่งเพื่อสร้างเซลล์สืบพันธุ์ เซลล์ร่างกายของคนมีโครโมโซมอยู่ 46
โครโมโซม หรอื 23 คู่ แต่ละคู่มีรูปร่างลักษณะเหมอื นกัน เรยี กโครโมโซมที่เป็นคู่กนั ว่า ฮอมอโลกัสโครโมโซม
(homologous chromosome) และเซลล์ที่มีโครโมโซมเข้าคู่กันได้เรียกว่า เซลล์ดิพลอยด์ (diploid cell)
การแบง่ เซลล์แบบไมโอซิสนี้ นวิ เคลยี สมกี ารเปลย่ี นแปลง 2 รอบได้แก่ ไมโอซสิ I และไมโอซิส II
4. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. นักเรียนสามารถบอกความหมายพรอ้ มอธิบายขั้นตอนของการแบง่ เซลลแ์ บบไมโอซิสได้ (K)
2. นกั เรยี นนำเสนอความแตกต่างของการแบง่ เซลล์แบบไมโทซีสและไมโอซสิ ได้ (P)
3. นักเรยี นสามารถทำงานรว่ มกบั ผ้อู ื่นได้ (A)
5. สาระการเรียนรู้
การแบ่งเซลลแ์ บบไมโอซิส
6. ด้านสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
7. กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้
จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโมเดลซิปปา (Cippa Model) ซึ่งกำหนดลำดับข้ันกิจกรรม ดังนี้ นักเรยี น
ทำแบบทดสอบก่อนเรยี น เรอ่ื งการแบ่งเซลลแ์ บบไมโอซิส จำนวน 10 ขอ้ (10 นาท)ี
ขัน้ ท่ี 1 ทบทวนความรเู้ ดิม
1. ครูตัง้ คำถามให้นักเรยี นชว่ ยกันตอบ ดังนี้ (A1 1.1)
1.1 การแบง่ เซลลแ์ บบไมโทซสิ มีกีร่ ะยะ อะไรบา้ ง
(แนวคำตอบ มี 5 ระยะ คอื อนิ เทอร์เฟส โพรเฟส เมตาเฟส แอนาเฟส และเทโลเฟส)
1.2 เซลลล์ ูกทไี่ ด้จากการแบง่ เซลลแ์ บบไมโทซสิ จะมีลกั ษณะอย่างไร
(แนวคำตอบ มลี กั ษณะเหมือนเซลลต์ น้ แบบทุกประการ)
1.3 รา่ งกายแบ่งเซลลแ์ บบไมโทซิสเพอื่ อะไร
(แนวคำตอบ เพอ่ื เพิม่ จำนวนโครโมโซม ทำให้มีการเจริญเติบโตในส่ิงมชี วี ติ )
1.4 เม่ือสิน้ สุดการแบง่ เซลลแ์ บบไมโทซิสแลว้ จะไดเ้ ซลลจ์ ำนวนเทา่ ได้
(แนวคำตอบ ได้เซลลท์ ม่ี ีจำนวนเพมิ่ ขึ้น)
ข้นั ท่ี 2 แสวงหาความรใู้ หม่
1. นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ กลุ่มละ 4-5 คน
2. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง การแบ่งเซลลแ์ บบไมโอซิส จากใบความรู้ เรื่อง การ
แบง่ เซลลแ์ บบไมโทซิสและไมโอซสิ หนงั สือเรยี น ห้องสมุด และแหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ (C4 3.4)
ขนั้ ท่ี 3 ศกึ ษาทำความเข้าใจขอ้ มูล / ความรู้ใหม่ และเชอื่ มโยงความรู้ใหมก่ บั ความรเู้ ดมิ
1. ครูให้ดูวีดีโอการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส (จาก http://www.youtube.com/watch?v=D1_-
mQS_FZ0&feature=related) แลว้ ครูถามคำถามเพอื่ ทบทวนความรู้และกระตุ้นการคดิ ดงั นี้ (A3 1.3)
1.1 การแบง่ เซลลแ์ บบไมโอซิสคอื อะไร มกี ่ขี ัน้ ตอน อะไรบ้าง
(แนวคำตอบ การแบ่งเซลล์แบบไมโอซิสเป็นการแบ่งเซลล์เพื่อสร้างเซลล์สืบพันธุ์ โดยมีการ
แบ่งนิวเคลยี ส 2 คร้งั ไดแ้ ก่ ไมโอซิส I และไมโอซสิ II)
1.2 การแบง่ เซลล์แบบไมโอซสิ มกี ี่ระยะ อะไรบ้าง
(แนวคำตอบ มี 9 ระยะ โดยแบ่งออกเป็น 2 รอบ ดังนี้ รอบที่ 1 หรือ Meiosis I แบ่งเป็น 5
ระยะ คือ อินเตอร์เฟส I โพรเฟส I เมตาเฟส I แอนาเฟส I เทโลเฟส I ส่วนรอบที่ 2 หรือ Meiosis II แบ่ง
ออกเปน็ 4 ระยะ คือ โพรเฟส II เมตาเฟส II แอนาเฟส II เทโลเฟส II)
1.3 รา่ งกายมีการแบง่ เซลล์แบบไมโทซิส เพื่ออะไร
(แนวคำตอบ เพอื่ ลดจำนวนโครโมโซมลงครง่ึ หนึง่ สำหรบั สร้างเซลล์สบื พนั ธ์ุ)
1.4 เมือ่ สนิ้ สุดการแบง่ เซลล์ เซลล์ลูกท่ีไดม้ คี วามแตกต่างจากเซลลต์ น้ แบบในเร่ืองใดบ้าง
(แนวคำตอบ แตกต่างที่จำนวนและลกั ษณะของเซลล์)
1.5 การแบง่ เซลล์แบบไมโอซสิ มีความแตกตา่ งกบั การแบง่ เซลล์แบบไมโทซสิ อย่างไรบา้ ง
(แนวคำตอบ แบ่งเซลล์แบบไมโอซิส เพื่อลดจำนวนโครโมโซมลงครึ่งหนึ่ง สำหรับสร้างเซลล์
สืบพันธ์ุ เซลล์ทีไ่ ดอ้ าจมีลกั ษณะแตกตา่ งจากเดิม และมีขนั้ ตอนการแบ่งเซลล์ 2 รอบ รอบที่ 1 มี 5 ระยะ รอบ
ท่ี 2 มี 4 ระยะ สว่ นการแบง่ เซลล์แบบไมโทซิส เพือ่ เพม่ิ จำนวนโครโมโซม ทำใหม้ กี ารเจริญเติบโตในสิ่งมีชีวิต
เซลล์ที่ได้จะมีลักษณะเหมือนเซลล์ต้นแบบ และมีขั้นตอนการแบ่งเซลล์เพียงรอบเดยี ว ซึ่งประกอบไปด้วย 5
ระยะ)
2. เมื่อนักเรียนมีความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกับการแบง่ เซลล์แบบไมโอซิสแล้ว ครูให้นกั เรยี นใบงานที่ 1
เรอ่ื ง การแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส
ข้ันท่ี 4 แลกเปลยี่ นความร้คู วามเขา้ ใจ
1. ครูให้นักเรียนสง่ ใบงาน เพือ่ ตรวจสอบความถกู ต้อง และความเรยี บรอ้ ยของงานท่ีนักเรียนทำ
2. ครสู มุ่ ถามนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คลทง้ั นกั เรยี น จำนวน 3-4 คน ออกมาเฉลยใบงาน
3. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั อภปิ ราย ตรวจความถูกตอ้ ง ใหท้ กุ คนเข้าใจคำตอบ
ข้ันท่ี 5 สรปุ และจัดระเบียบความรู้
1. ครใู ห้นกั เรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกนั ระดมสมอง สรปุ ความร้จู ากการศึกษาความรูเ้ ก่ียวกับการแบ่งเซลล์
แบบไมโทซิสและไมโอซิส ลงในกระดาษบรูฟ๊ (C2 3.2)
2. ครสู งั เกตพฤติกรรมการทำงานรว่ มกนั ของนกั เรียน และคอยให้คำแนะนำ ตอบคำถามที่สงสัยของ
นักเรยี น
ขัน้ ท่ี 6 ปฏิบัติและ / หรอื แสดงผลงาน
1. ครูใหน้ กั เรียนแต่ละกลุม่ นำเสนอผลการสร้างแบบจำลองแบบไมโทซสิ และไมโอซิสของกลมุ่ ตนเองท่ี
หนา้ ช้นั เรียน (B5 2.5)
2. เมอ่ื นำเสนอเสร็จให้นำผลงานของแต่ละกลุ่มมาวางไวใ้ นจุดท่ีครกู ำหนด อภปิ รายแลกเปลยี่ นเรียนรู้
ซงึ่ กนั และกนั (Gallery Walk)
3. ใหน้ กั เรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็นเกย่ี วกับผลการทำกิจกรรม
4. ครนู ำผลงานของนกั เรียนทงั้ สองกลุ่มมาอธิบายเพ่ิมเติมเก่ียวกับการเปล่ียนแปลงของโครโมโซมแต่
ละระยะ
ข้นั ท่ี 7 ประยุกตใ์ ชค้ วามรู้
1. ครูสมุ่ ถามนกั เรียนเพ่ือตรวจสอบความเข้าใจ โดยใชแ้ นวคำถามหลงั ทำกิจกรรม ดงั ตอ่ ไปนี้(A5 1.5)
1.1 การแบ่งเซลลแ์ บบไมโอซสิ เปน็ การแบง่ เซลลป์ ระเภทใด มีกี่ขัน้ ตอน อะไรบ้าง
(แนวคำตอบ การแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส เป็นการแบ่งเซลล์ เพื่อสร้างเซลล์สืบพันธุ์ โดยมีการ
แบ่งนิวเคลยี ส 2 คร้งั คือ ไมโอซสิ I และ ไมโอซิส II)
1.2 การเกิดครอสซิงโอเวอร์เกิดข้ึนในระยะใด
(แนวคำตอบ prophase I)
1.3 การแบ่งเซลล์ในระยะไมโอซิส II จะเหมือนกับการแบ่งเซลล์แบบใด เพราะเหตุใดนักเรียนจงึ
คิดเชน่ น้ัน
(แนวคำตอบ แบบไมโทซสิ เพราะมีการแยกซิสเตอร์โครมาทิดออกจากกันในระยะแอนาเฟส II)
1.4 ระยะเมทาเฟสของไมโทซิส ไมโอซิส I และไมโอซสิ II แตกตา่ งกนั อยา่ งไร
(แนวคำตอบ - ระยะเมทาเฟสของไมโทซิส เยื่อหุ้มนิวเคลียสและนิวคลีโอลัสสลายไป ไมโท
ตกิ สปนิ เดิลจะมาเกาะท่ีเซนโทรเมียร์ของแต่ละโครโมโซม โครโมโซมจะมาเรยี งตวั กันตามแนวก่ึงกลางเซลล์ทำ
ให้เหน็ โครโมโซมชดั เจนทีส่ ดุ
- ระยะเมทาเฟส I ของไมโอซิส I เย่อื หุ้มนวิ เคลยี สสลายไป ไมโทติกสปินเดิลจะ
มาเกาะท่ีเซนโทรเมียรข์ องแตล่ ะโครโมโซม ฮอมอโลกัสโครโมโซมจะเรียงตัวกนั ตามแนวก่ึงกลางของเซลล์
- ระยะเมทาเฟส II ของโมโอซิส II โครโมโซมมาเรียงตัวกงึ่ กลางของเซลล)์
2. นกั เรียนแต่ละคนพจิ ารณาวา่ จากการศกึ ษาชุดการสอนเรือ่ งการแบง่ เซลลแ์ บบไมโอซสิ มจี ดุ ใดบา้ ง
ท่ียังไมเ่ ข้าใจหรอื ยังสงสัย ถา้ มีครชู ่วยอธบิ ายเพิ่มเติมให้นักเรยี นเข้าใจ
3. ครูให้นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั ประโยชน์ทไี่ ด้จากการศกึ ษาชดุ การสอนเรื่อง การ
แบง่ เซลลแ์ บบไมโอซสิ
4. ทำแบบทดสอบก่อนเรยี น เร่อื งการแบ่งเซลลแ์ บบไมโอซสิ จำนวน 10 ข้อ
8. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
สือ่ การเรยี นรู้
1. ใบความรู้ เรือ่ ง การแบง่ เซลล์แบบไมโทซสิ และไมโอซิส
2. ใบงานที่ 2.8 เรื่อง การแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส
3. แบบทดสอบก่อน-หลงั เรยี น
4. กระดาษวาดแบบ (กระดาษบรู๊ฟ)
5. ปากกาเมจกิ
6. หนงั สือเรยี นรายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2560) ชนั้ มัธยมศึกษา
ปที ี่ 3 (สสวท.)
แหลง่ การเรียนรู้
1. ห้องเรียน
2. หอ้ งสมุด
3. http://www.youtube.com/watch?v=D1_-mQS_FZ0&feature=related
9. การวดั และการประเมนิ ผลการเรียนรู้
1. กรอบการวัดและประเมินผล แต่ละจดุ ประสงค์การเรียนรนู้ ำเสนอประเด็นทีท่ ำการวัด และ
ประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั และเครอ่ื งมือวัด ดังตาราง
ตาราง : แสดงกรอบการวดั และประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ สมรรถณะ วิธีการวัดผล เครอื่ งมอื วัดผล เกณฑ์การประเมนิ ผล
PISA
ดา้ นความรู้ (K)
1. นักเรียนสามารถบอก A1 1.1 - การทำแบบทดสอบ - แบบทดสอบ - ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 70
ความหมายพร้อมอธิบาย B2 2.2 กอ่ นเรียน การแบ่ง กอ่ นเรียน การ ขึน้ ไป : 7 คะแนน
ขั้นตอนของการแบ่งเซลล์ C1 1.1 เซลลแ์ บบไมโอซิส แบง่ เซลล์แบบไม จาก 10 คะแนน
แบบไมโอซสิ ได้ โอซสิ
ด้านทักษะกระบวนการ (P) - การประเมนิ - แบบประเมนิ - ไดค้ ะแนนรูบรคิ ส์
2. นักเรยี นนำเสนอความ B3 2.3 พฤติกรรมการ พฤติกรรมการ ตั้งแต่ 2 ขนึ้ ไป
แตกตา่ งของการแบ่งเซลล์ C4 3.4 นำเสนอ นำเสนอ
แบบไมโทซีสและไมโอซสิ ได้
- สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกต - ได้คะแนนรูบรคิ ส์
ด้านคณุ ลักษณะ (A) พฤตกิ รรม ตง้ั แต่ 2 ขน้ึ ไป
3. นกั เรยี นสามารถทำงาน
ร่วมกบั ผอู้ น่ื ได้
2. เกณฑ์การให้คะแนนเกณฑร์ บู รคิ ส์ (Rubric Score) ให้คะแนนเป็นรายขอ้ ของเกณฑ์รูบรคิ ส์ ท่ีสร้าง
ขึ้นสำหรบั การประเมนิ (Analytical Rubric Score )
ตาราง : แสดงเกณฑ์การให้คะแนนเกณฑร์ บู รคิ ส์
ประเดน็ การประเมนิ 4 (ดมี าก) ระดบั คุณภาพ 1 (ปรบั ปรุง)
3 (ดี) 2 (พอใช้)
1. น ั ก เ ร ี ย น ส า ม า ร ถ บ อ ก
ความหมายพร้อมอธิบาย ผ่านเกณฑร์ อ้ ยละ 70 ข้นึ ไป
ขั้นตอนของการแบ่งเซลล์แบบ
ไมโอซสิ ได้ (K)
2. นักเรยี นนำเสนอความ - มีคุณสมบัติ 4 - มีคุณสมบตั ิ 3 - มีคณุ สมบัติ 2 ใน - มคี ณุ สมบัติ 1
ใน 4 ของระดบั
แตกต่างของการแบง่ เซลล์แบบ ใน 4 ของระดบั คุณภาพ 4 ของระดับ ใน 4 ของระดับ
ไมโทซีสและไมโอซสิ ได้ (P) คณุ ภาพ คุณภาพ คณุ ภาพ
1. ความเหมาะสมของบทบาท
การนำเสนอ
2. เขา้ ใจในเนอ้ื หาที่นำเสนอ
3. นำเสนอผลงานถกู ตอ้ ง
ชัดเจน
4. มคี วามคดิ สร้างสรรค์ในการ
นำเสนอ
3. นักเรียนสามารถทำงาน - มคี ุณสมบัติ 4 - มคี ณุ สมบัติ 3 - มคี ุณสมบัติ 2 ใน - มคี ณุ สมบตั ิ 1
ใน 4 ของระดบั
ร่วมกบั ผอู้ ่นื ได้ (A) ใน 4 ของระดบั คณุ ภาพ 4 ของระดบั ใน 4 ของระดับ
- สมาชิกทุกคนรว่ มกนั แสดง คุณภาพ คณุ ภาพ คุณภาพ
ความคิดเห็น
- ทำงานอย่างเป็นระบบ ทกุ คน
รู้หน้าท่ตี นเอง
- สมาชกิ ทุกคนร่วมกันทำงาน
ไดส้ ำเรจ็ ตามเวลากำหนด
- ส่งงานครบตรงตามเวลา
กำหนด