The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือเรียน e-book รายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pichy2542, 2022-02-27 02:24:59

หนังสือเรียน e-book รายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

หนังสือเรียน e-book รายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

หนังสือเรียน E-BOOK รายวิชาพื้นฐาน



วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึ กษาปีที่ 5

เรื่อง ระบบนิเวศและความสัมพันธ์ระหว่างวิ่งมีชีวิต
กับสิ่ งแวดล้อม

นายพิชญุตม์ ภู่ะย้า 16115047 นางสาวอัยวรรณ เชาว์รูปดี 16115057

จุดประสงค์การเรียนรู้

1.อธิบายความสั มพันธ์
ระหว่างสิ่ งมีชีวิตกับสิ่ งมีชีวิต
และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่ ง
ไม่มีชีวิตกับสิ่ งไม่มีชีวิตได้

2.สื บค้นข้อมูลเพื่ออธิบาย
ความสัมพันธ์ ระหว่างสิ่ งมี
ชีวิตต่างๆ ในระบบนิเวศได้

เนื้ อหาการเรียนรู้

- ระบบนิเวศ
- รูปแบบความสัมพันธ์ของสิ่ งมี
ชีวิตที่อยู่ร่วมกัน

นั กเรียนทำข้อสอบก่อนเรียน

นักเรียน scan เพื่อดูคลิปก่อนการ

เรียน เรื่องระบบนิเวศ

ระบบนิ เวศ
(ecosystem)

ระบบนิ เวศ (ecosystem) หมายถึง ระบบ
ที่แสดงให้เห็นถึงความสั มพันธ์ของกลุ่ม
สิ่งมีชีวิตที่มาอยู่ร่วมกัน ณ บริเวณใด
บริเวณหนึ่ ง กับสภาพแวดล้อมโดยรวม
ของแหล่งที่อยู่อาศัย ซึ่งภายในระบบนิ เวศ
มีความสั มพันธ์ในแง่ของกิจกรรมระหว่าง
สิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และสิ่งมีชีวิตกับสิ่ง
แวดล้อมเกิดขึ้น ได้แก่ การถ่ายทอด
พลังงานระหว่างสิ่งมีชีวิตกลุ่มต่าง ๆ และ
มีการหมุนเวียนของสารและแร่ธาตุต่าง ๆ
จากสิ่ งแวดล้อมสู่ ตัวของสิ่ งมีชีวิตและจาก
ตัวของสิ่ งมีชีวิตไปสู่ สิ่ งแวดล้อมด้วย









แหล่งที่อยู่หนึ่ งๆ สิ่ งมีชีวิตมีความ
สั มพันธ์กันเพราะเหตุใด?

สิ่ งมีชีวิตมีความสัมพันธ์กันเพื่อให้
สามารถดำรงชีวิตอยู่ในแหล่งที่อยู่

นั้นๆ ได้

ความสั มพันธ์
ระหว่างสิ่ งมีชีวิต

ในระบบนิ เวศ

ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่ งมี
ชีวิตต่างชนิ ดในระบบนิ เวศ
เดียวกัน (Interspecific
interaction) แบ่งเป็น 7 แบบ
ดังนี้

1.ความสัมพันธ์แบบพึ่งพา (Mutualism : +,+)
หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่ งมีชีวิต 2 ชนิด
โดยต่างก็ได้รับประโยชน์ซึ่งกันและกัน หาก
แยกกันอยู่จะไม่สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้
เช่น สาหร่ายอยู่ร่วมกับรา สาหร่ายได้รับ
ความชื้นและแร่ธาตุจากรา ราได้รับอาหาร
และออกซิเจนจากสาหร่าย

2.ความสั มพันธ์แบบได้ประโยชน์ ร่วมกัน

(Protocooperation : + ,+ ) หมายถึง การอยู่

ร่วมกันของสิ่ งมีชีวิต 2 ชนิด โดยก็ได้รับ

ประโยชน์ ซึ่งกันและกัน แม้แยกกันอยู่ก็

สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ เช่น

แมลงกับดอกไม้ แมลงได้เกสรจากดอกไม้

ดอกไม้ได้รับการผสมพันธ์ุจากแมลง

3.ความสัมพันธ์แบบอิงอาศั ยหรือความ
สัมพันธ์แบบเกื้อกูล (Commensalism : + , 0)
หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่ งมีชีวิต 2 ชนิด
โดยฝ่ายหนึ่ งได้ประโยชน์ อีกฝ่ายหนึ่ งไม่ได้
และไม่เสียประโยชน์ เช่น ปลาฉลามกับเหา
ฉลาม

4.ความสัมพันธ์แบบปรสิต (Parasitism : + ,
-) หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่ งมีชีวิต 2
ชนิด โดยฝ่ายหนึ่ งได้ประโยชน์ เรียกว่า
ปรสิต (parasite) อีกฝ่ายหนึ่ งเสียประโยชน์
เรียกว่าผู้ถูกอาศั ย (host) เช่น หนอนกิน
ใบไม้

5.ความสัมพันธ์แบบล่าเหยื่อ (Predation : +
, -) หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่ งมีชีวิตโดย
ฝ่ายหนึ่ งจับอีกฝ่ายหนึ่ งเป็นอาหาร เรียกว่า ผู้
ล่า (predator) ส่วนฝ่ายที่ถูกจับเป็นอาหาร
หรือถูกล่า เรียกว่า เหยื่อ (prey) เช่น เสือกับ
กวาง เสือเป็นผู้ล่า กวางเป็นเหยื่อ

6.ความสัมพันธ์แบบแข่งขัน (Competition :
- ,-) หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่ งมีชีวิตที่มี
การแย่งปัจจัยในการดำรงชีพเหมือนกันจึง
ทำให้เสียประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เช่น เสือ ,
สิงโต , สุนัขป่าแย่งชิงกันครอบครองที่อยู่
อาศั ยหรืออาหารพืชหลายชนิดที่เจริญอยู่ใน
บริเวณเดียวกัน

7.ความสั มพันธ์แบบเป็นกลางต่อกัน
(Neutralism : 0 , 0) เป็นการอยู่ร่วมกันของ
สิ่ งมีชีวิตที่เป็นอิสระต่อกันจึงไม่มีฝ่ายหนึ่ ง
ฝ่ายใดได้หรือเสียประโยชน์ เช่น แมงมุมกับ
กระต่ายอาศั ยอยู่ในทุ่งหญ้า แมงมุมกินแมลง
เป็นอาหาร ส่วนกระต่ายกินหญ้าเป็นอาหาร
จึงไม่มีฝ่ายใดได้หรือเสี ยประโยชน์

ความสั มพันธ์
ระหว่างสิ่ งมีชีวิต

กับสิ่ งมีชีวิต

ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่ งมีชีวิตกับสิ่ งมีชีวิต
การอยู่ร่วมกันของสิ่ งมีชีวิตในระบบนิเวศ

ย่อมมีความสั มพันธ์เกี่ยวเนื่ องกันไม่ทางตรง
ก็ทางอ้อม ในทางตรงอาจมีความสัมพันธ์
แบบพึ่งพาอาศั ยกันหรือเป็นศั ตรูกันก็ได้ ทาง
อ้อมอาจมีความสั มพันธ์แบบเกี่ยวเนื่ องกัน
เช่น เสือกับหญ้า โดยเสือไม่กินหญ้า แต่กิน
สัตว์กินหญ้า เช่น กระต่าย กวาง วัว เป็นต้น

เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจจึงมีการใช้
เครื่องหมายต่อไปนี้ แสดงความสัมพันธ์
ระหว่างกลุ่มสิ่ งมีชีวิตที่อาศั ยรวมกัน

+ หมายถึง การได้ประโยชน์จากอีกฝ่าย
หนึ่ ง

- หมายถึง การเสียประโยชน์ให้อีกฝ่าย
หนึ่ ง

๐ หมายถึง การไม่ได้ประโยชน์แต่ก็ไม่เสีย
ผลประโยชน์

ความสั มพันธ์
ระหว่างสิ่ งไม่มี
ชีวิตกับสิ่ งไม่มีชีวิต

ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่ งมีชีวิตและสิ่ งไม่มี
ชีวิต

ในการดำรงชีวิตของสิ่ งมีชีวิตจำเป็นต้อง
อาศั ยสิ่ งแวดล้อมต่างๆ เพื่อช่วยในการดำรง
ชีวิต ซึ่งสิ่ งแวดล้อมจัดเป็นปัจจัยที่ไม่มีชีวิต
สิ่ งแวดล้อที่จำเป็น ต่อการดำรงชีวิต ได้แก่
แสง อุณหภูมิ น้ำ ดิน แร่ธาตุในดิน
อากาศ

แสง เป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการ
ดำรงชีวิตของสิ่ งมีชีวิตหลายชนิด เช่น
1. ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช
2.การหุบและบานของดอกและใบของพืช
หลายชนิด เช่น ใบไมยราบ ใบกระถิน
3. มีอิทธิพลต่อเวลาการออกอาหารของสัตว์

อุณหภูมิ เป็นปัจัยสำคัญที่มีอิธิพลต่อการ
ดำรงชีวิตของสิ่ งมีชีวิตหลายประการ เช่น
1.อุณหภูมิมีผลต่อการหุบและบานของดอกไม้
บางชนิด เช่น ดอกบัวจะบานตอนกลางวัน
และจะหุบในตอนกลางคืน
2.อุณหภูมิมีผลต่อพฤติกรรมบางประการของ
สัตว์ เช่น การจำศี ลมนฤดูหนาวของหมีขั้ว
โลก
3.อุณหภูมิมีผลต่อลักษณะและรูปร่างของสิ่ ง
มีชีวิต เช่น สัตว์ในเขตหนาวจะมีขนาดตัวที่
ใหญ่กว่าสัตว์ในเขตร้อน หรือสัตว์บางชนิดที่
อยู่ในเขตหนาว จะมีขนหนากว่าสัตว์ในเขต
ร้อน

น้ำ เป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการดำรง
ชีวิตของสิ่ งมีชีวิต เช่น
1.น้ำเป็นวัตถุดิบในการบวนการสั งเคราะห์
ด้วยแสงของพืช และน้ำยังเป็นตัวทำละลาย
ที่สำคัญที่ทำให้แร่ธาตุต่างๆที่มีอยู่ในดิน
ละลายหรือซึมสู่ พื้นดินเพื่อให้พืชสามารถนำ
ไปใช้ได้
2.น้ำเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการงอกของเมล็ด
3.น้ำเป็นส่ วนประกอบในเซลล์ร่างกายของ
สิ่ งมีชีวิตทุกชนิด
4.น้ำเป็นสื่ อกลางในการช่วยขับของเสี ยออก
จากร่างการของสิ่ งมีชีวิต

ดินและแร่ธาตุในดิน เป็นปัจจัยสำคัญที่มี
อิทธิพลต่อการดำรงชีวิต
1.ดินเป็นแล่งที่อยู่ของพืช อีกทั้งยังให้แร่ธาตุ
ที่จำเป็นในการดำรงชีวิต
2.ดินช่วยในการกักเก็บน้ำและอากาศ
3.ดินเป็นที่อยู่อาศั ยของสิ่ งมีชีวิตเกือบทุก
ชนิ ดบนโลกอากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่มี
อิทธิพลต่อการดำรงชีวิตของสิ่ งมีชีวิต
เช่น
1.อากาศมีแก๊สออกซิเจนซึ่งเป็นส่ วนประกอบ
ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของสิ่ งมีชีวิตแทบ
ทุกชนิ ด
2..อากาศมีแก๊สออกซิเจนที่ผสมอยู่ช่วยใน
การเผาไหม้

นั กเรียนทำข้อสอบหลังเรียน


Click to View FlipBook Version