The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ 2 การศึกษาและปฏิบัติงานเครื่องเลื่อยกล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by สนธยา บุปผาพันธุ์, 2020-05-21 21:25:25

หน่วยที่ 2 การศึกษาและปฏิบัติงานเครื่องเลื่อยกล

หน่วยที่ 2 การศึกษาและปฏิบัติงานเครื่องเลื่อยกล

หนว่ ยท่ี 2
การศึกษาและปฏิบัติงานเครอื่ งเล่อื ยกล

ครผู ู้สอน สนธยา บุปผาพันธุ์

บทนา

การเล่ือย (Sawing) คอื การตัดชน้ิ งานออกด้วยใบเลื่อยที่มคี มเล็กๆ หลายๆ
คม คลา้ ยคมสิว่ หรือคมสกดั จานวนมากเรียงกันเป็นแถว ฟันใบเลอ่ื ยจะกัดชิ้นงาน
พรอ้ มๆ กนั ทลี ะหลายฟนั ใหเ้ ป็นรอ่ งจนขาดออกจากกัน

การเล่ือยจาแนกเปน็ การเลื่อยด้วยมือ (Hand Sawing) คอื เปน็ งานเล่ือย
ชิน้ งานจานวนไม่มาก และเลอ่ื ยด้วยเลือ่ ยไฟฟา้ (Power Hack Saw) หรือเรียกว่าเครอื่ ง
เลอ่ื ยกล (Sawing Machine) จาเปน็ สาหรบั งานเลอ่ื ยช้ินงานอตุ สาหกรรม คอื เล่อื ย
ชน้ิ งานจานวนมาก เครอ่ื งเลอ่ื ยกลแบง่ ออกเป็นประเภทใหญๆ่ ไดด้ ังน้ี

1. เคร่ืองเล่อื ยชกั (Power Hack Saw)
2. เคร่อื งเล่ือยสายพานนอน (Horizontal Bandsaw)
3. เคร่อื งเล่ือยสายพานต้งั (Vertical Bandsaw)
4. เคร่ืองเลือ่ ยวงเดือน (Radius Saw or Circular Saw)

เคร่อื งเล่อื ยชกั และใบเลอื่ ยชัก

1. คุณลักษณะเคร่อื งเลอื่ ยชัก (Power Hack Saw)
เคร่ืองเล่อื ยชกั เป็นเครื่องเล่อื ยกลแบบง่ายๆ

ราคาถกู กว่าแบบอ่นื หลายเทา่ ทน่ี ยิ มใช้ในงานตัด
โลหะท้งั ในธุรกจิ ขนาดเลก็ และขนาดใหญ่ เชน่ งาน
ตดั เหล็กในรา้ นขายเหล็ก ในรา้ นเหล็กดัดประตู
หน้าตา่ ง และโรงงานฝึกฝมี ือชา่ งอตุ สาหกรรมทกุ
สาขาวชิ า

ลกั ษณะการทางานของเล่อื ยชัก คอื เปลยี่ นการ
ส่งกาลังขับมอเตอรไ์ ฟฟา้ ทห่ี มนุ รอบตวั ใหเ้ ป็นการ
เคล่ือนท่ีของใบเลอื่ ยไป-กลับด้วยกลไกเยอ้ื งศนู ย์

1. กลไกการทางานของเครอื่ งเลือ่ ยชัก
กลไกการทางานของเครอื่ งเลือ่ ยชกั เป็น

กลไกสง่ กาลงั ด้วยมอเตอร์ สง่ กาลังผา่ นเฟืองขับ
ซึง่ เป็นเฟืองทด เพอ่ื ความเร็วรอบมอเตอร์ และ
เพอ่ื ทดแรงขบั ของมอเตอร์

ท่ขี ้างเฟืองขบั มจี ดุ หมุนกา้ นต่ออยคู่ นละ
ศูนย์กับศนู ยก์ ลางเฟอื ง เพอื่ ต่อก้านตอ่ ไปขับโครง
เลอ่ื ยใหช้ ักโครงเลอื่ ยเดินหนา้ และถอยหลงั ได้

2. น้าหนักกดโครงเลอ่ื ย
สาหรบั น้าหนกั กดโครงเล่อื ย ยง่ิ เล่อื ยหา่ งออก

จากหัวเคร่อื งมากเท่าใด จะกดใหใ้ บเลื่อยตัดเฉอื นมาก
เทา่ นัน้ ดังนั้นการเลอ่ื นปรับระยะน้าหนกั กดใหส้ งั เกต
การตัดเฉือนของฟนั เล่ือยดว้ ย
น้าหนักกดใกล้หัวเครอื่ ง = นา้ หนกั กดโครงเลื่อยนอ้ ย
น้าหนกั กดห่างหัวเคร่อื ง = น้าหนักกดโครงเลอ่ื ยมาก

ใบเลอ่ื ยสาหรบั เลื่อยชกั
1. ใบเลื่อย (Saw Blade)

1.1 ใบเลื่อยทาด้วยเหล็กกลา้ รอบสูง หรือ
เหลก็ กล้าผสมทงั สเตนชบุ แข็ง

1.2 ใบเลอ่ื ยเครอื่ งเลื่อยชักในโรงงาน
ฝึกหัดท่วั ไป เป็นเครอ่ื งเลอื่ ยขนาดเลก็ ใช้ใบ
เลอื่ ยยาว 14 นว้ิ กว้าง 1 นิ้ว หนา 0.05 นิ้ว
จานวนฟนั เลอ่ื ยมีขนาดเดยี วคือ 14 ฟนั /นิ้ว

2. มมุ ฟนั เลอ่ื ย
ฟันเลือ่ ยแตล่ ะฟนั มีลกั ษณะคล้ายกับล่มิ ทาหนา้ ที่

จกิ เข้าไปในเนื้อวสั ดุ ฟันแตล่ ะฟันประกอบด้วยมมุ ที่
สาคัญ 3 มุม ไดแ้ ก่

1) มมุ คมตัด ( ) เป็นมมุ คมตัดของฟันเลือ่ ย
2) มุมคายเศษ ( ) เปน็ มุมทใ่ี ชด้ ันเศษโลหะออก
จากฟนั เลอื่ ย
3) มมุ หลบ ( ) เปน็ มุมที่ทาให้ลดการเสียดสี
ระหวา่ งฟันเลอื่ ยกับช้นิ งาน และชว่ ยใหเ้ กิดมุมคมตัด

3 มุมรวมกัน ( + + ) = 90

3. ระยะพิตช์ฟนั เลอ่ื ย p (Pitch)
ระยะพติ ช์ฟนั เลอื่ ย คือระยะหา่ งระหว่างฟนั ถงึ ฟัน

4. รหัสใบเล่ือย

ใบเล่ือยเบอร์ 14 x 8T = ยาว 14 นิ้ว x จานวน 8 ฟนั /น้วิ

จานวนฟนั เล่อื ยมีอิทธพิ ลต่อการตัดเฉอื นวสั ดุงานและความแขง็

ของวัสดงุ าน ฟันถี่จะคายเศษได้ยาก แต่จานวนฟนั บนช้นิ งานทตี่ ดั มี

มาก ฟันห่างจะคายเศษง่าย แตจ่ านวนฟันบนชิ้นงานทีต่ ดั มีนอ้ ย ถ้า

วัสดุงานแขง็ จะตัดเขา้ ยาก วสั ดุงานอ่อนจะตัดเฉอื นเขา้ ง่าย

เปรยี บเทยี บกบั ลกั ษณะของฟันเลอ่ื ยสาหรบั เลอื่ ยไม้และฟันเลอ่ื ย

สาหรับเลอ่ื ยเหลก็

วสั ดุแข็ง : เศษโลหะเล็ก ร่องฟนั เลือ่ ยเล็ก และระยะพิตช์แคบ

วัสดุอ่อน : เศษโลหะใหญ่ ร่องฟนั เลอ่ื ยใหญ่ และระยะพติ ช์

กว้าง ฟนั /นิ้ว สาหรบั งาน

4 – 6 อะลมู ิเนยี ม ทองแดงและพลาสตกิ

8 – 10 เหล็กเหนียวและทองเหลอื ง

14 - 18 เหลก็ กลา้ และเหล็กเครอื่ งมอื

5. คลองเลือ่ น (Free Cutting Action)

เพ่อื ป้องกนั ไม่ให้ฟนั เลอื่ ยท่อื ง่าย และมใิ หใ้ บเลื่อยถกู บั ขา้ งวัสดุท่เี ล่อื ย
ฟนั เลอ่ื ยมีคลองเล่อื ยหนามากกว่าความหนาของใบเลอื่ ย ดงั ตารางต่อไปน้ี

6. ทิศทางการตัดเฉอื น
การทางานของคมเลือ่ ยประกอบดว้ ยทศิ ทางท่ีสาคญั

2 ทิศทาง ได้แก่ ทศิ ทางการกดลงและทิศทางการดนั ไป
ดตู ามลกู ศรทิศทางท้งั 2 เปน็ ตัวทาให้เกดิ การตัดเฉอื นขน้ึ
แรงทก่ี ระทาการกดและการดนั จะต้องสมั พนั ธ์กัน ถ้าแรง
ใดมากเกนิ ไปหรอื ฝืน อาจจะทาให้ใบเล่อื ยหักได้

7. การประกอบใบเลื่อยเขา้ โครงเล่อื ย
การประกอบใบเลอ่ื ยเขา้ กบั โครงเลื่อยตอ้ งระวงั

ทศิ ทางของฟนั เล่ือย จะตอ้ งใสใ่ ห้ถูกทศิ ทาง เน่อื งจาก
จงั หวะถอยกลับของโครงเลอ่ื ยจะเปน็ จังหวะทที่ าการตดั
เฉอื น เพื่อจะตดั เฉือนชนิ้ งาน การประกอบใบเลื่อยต้อง
ผอ่ นตวั ดงึ ใบเลือ่ ยใหย้ ่ืนออก แลว้ ใส่ใบเลอื่ ยเขา้ ไปให้รขู อง
ใบเลอ่ื ยตรงกับสลกั รอ้ ยทั้ง 2 ข้างของโครงเลื่อย จากนนั้
ปรบั ตวั ดงึ ใบเลื่อยใหพ้ อตงึ ๆ แล้วปรบั ขยับใบเลื่อยให้ตั้ง
ฉาก โดยการใชค้ อ้ นเคาะเบาๆ ใหใ้ บเล่ือยแนบสนิทกบั ตวั
ดงึ ใบเล่อื ย จึงขันใหต้ งึ อกี ครัง้ ด้วยแรงมอื

8. การเตรียมพร้อมเลอื่ ยชนิ้ งาน
หลงั จากประกอบใบเล่อื ยเข้ากบั โครงเลอ่ื ย และ

จับชนิ้ งานเข้ากับปากกา ยกโครงเลอ่ื ยให้ใบเลื่อยลอย
อยูเ่ หนอื ชิน้ งาน ขนั ปากกาแนน่ เปดิ เครือ่ งให้ใบเลอ่ื ย
ทางาน พร้อมกับคอ่ ยๆ ลดใบเลอื่ ยลงให้ฟันเลื่อย
แตะกับผิวงาน จุดแรกของฟนั เลอ่ื ยที่แตะจะเป็น
จุดเร่มิ ตน้ ของการทางานเล่อื ย ในขณะเดยี วกัน
จะตอ้ งเปิดกอ๊ กน้าหล่อเย็นให้น้าช่วยระบายความรอ้ น
ท่เี กิดจากการเสยี ดสขี องใบเลือ่ ยกบั ชิน้ งาน พรอ้ มกับ
ไลเ่ ศษโลหะออกจากฟนั เล่อื ยอกี ดว้ ย จะไมเ่ กดิ การ
อดั แนน่ ในรอ่ งฟนั เลอื่ ย

การจับยดึ ชิ้นงานและการเลือ่ ยตัดชนิ้ งานดว้ ยเล่อื ยชัก

1. การจับยดึ ช้ินงาน

2. การวดั ตัดช้นิ งาน
การเล่อื ยชน้ิ งานขนาดเดยี วกนั จานวนมาก ถ้าตัง้ วดั

งานทุกครั้งท่ที าการตดั จะใช้เวลามากและขนาดของชิ้นงาน
จะไม่เท่ากัน มีโอกาสคลาดเคล่อื นได้ วิธีการแก้ไขในการ
ตัดช้นิ งานขนาดเดยี วกนั จานวนมากๆ โดยการต้ังวัดระยะ
งานชิน้ แรก แลว้ ใชแ้ ขนต้ังระยะช่วยในการเลอื่ ยชิน้ งานชน้ิ
ต่อไป

3. การใชแ้ ขนตัง้ ระยะ
แขนตัง้ ระยะช่วยในการวดั ช้นิ งานท่ตี ้องการตดั จานวน

มากๆ ใหไ้ ดข้ นาดเดียวกนั ทุกชน้ิ แขนตั้งระยะสามารถปรบั
ระยะไดโ้ ดยการขันสกรยู ึดให้แนน่ และมอื หมุนขนั แน่น
เมือ่ ปรับได้ทแ่ี ล้วต้องขันแน่นทั้ง 2 จดุ เพราะเม่อื ดนั
ชนิ้ งานเขา้ มาตดั ใหม่ จะเกิดการกระแทกอาจทาใหข้ นาด
เปลยี่ นแปลงไปได้

2. ความเรว็ ในการเลื่อยและข้อควรระวงั ในการใชเ้ ครอ่ื งเล่ือยชัก

1. ความเร็วในการเล่ือยและแรงตดั
ความเรว็ ในการเลอื่ ยและอัตราป้อนใบเล่อื ยใหต้ ัดเฉือนเนอ้ื

ชิ้นงาน ข้ึนอยกู่ ับองคป์ ระกอบหลายอยา่ ง เชน่ ความแขง็ ของวสั ดุ
งาน ขนาดความโตของชน้ิ งาน พนื้ ทีห่ นา้ ตัดทท่ี าการตัดเฉอื น การ
เลอื กใชจ้ านวนฟนั ต่อน้ิวของใบเลื่อย ชนิดของวสั ดใุ บเลอ่ื ย การ
ระบายความรอ้ นระหวา่ งการทางาน การออกแบบ และขนาดของ
เคร่ืองเลื่อย

การเล่อื ยชนิ้ งาน ใบเลอ่ื ยจะตัดเฉอื นได้ต้องประกอบด้วย 2
แรง คอื แรงดนั เลอื่ ยและแรงกดตัด ซ่ึงแรงทัง้ สองจะตอ้ งสัมพันธ์
กนั ฟันเลือ่ ยจึงจะตดั เฉือนเน้ืองาน แรงดนั เลื่อยจะได้จากการขับ
ของมอเตอรส์ าหรบั แรงกดตัด จะใช้นา้ หนกั ถว่ งโครงเลือ่ ยเลือ่ ยไป
มาบนโครงเล่อื ย ลอ็ กตาแหน่งดว้ ยสกรขู นั ยดึ แนน่

กรณีแรงกดตดั มาก อัตราการป้อนตดั เฉอื นของฟนั เล่อื ยจะ
สูง ทาให้ชิ้นงานขาดเร็วขน้ึ ซงึ่ ใชก้ ับการเล่ือยวสั ดอุ อ่ น

2. ขอ้ ควรระวังในการใชเ้ คร่อื งเลอื่ ยชัก
1) เม่ือเริ่มต้นเลอ่ื ยให้ยกใบเล่ือยพน้ ชน้ิ งาน แล้วปล่อยลง

บนชน้ิ งานชา้ ๆ ตัดดว้ ยแรงเบาๆ ก่อนแล้วจึงคอ่ ยปรับเพ่ิมแรง
ตัดมากขน้ึ จะทาใหก้ ารตดั งานทาไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ

2) จับงานใหแ้ น่นด้วยอุปกรณจ์ บั ยดึ ถา้ จบั ไม่แน่นชิ้นงาน
ขัดใบเล่อื ย มีโอกาสแตกหักได้ง่าย

3) ต้งั ระยะขนาดงานให้ถกู ต้อง ก่อนทาการยดึ ชิน้ งานแน่น
4) ใชน้ า้ หล่อเยน็ ช่วยระบายความร้อนในขณะทาการตัด
เฉือน
5) อย่าถอดชิ้นงานหรอื คายปากกาออกขณะกาลงั ตดั อยู่ จะ
ทาให้ใบเล่อื ยหักได้
6) เลอื กใชค้ วามเร็วในการตดั ชน้ิ งานใหเ้ หมาะกับวสั ดุและ
ขนาดงานน้นั ๆ
7) เลือกใชใ้ บเลอ่ื ยให้จานวนฟนั ถูกต้องกบั คณุ สมบัติและ
ขนาดชิ้นงาน

การบารุงรกั ษาและความปลอดภัยในการใชเ้ ล่ือยชกั

1. การบารงุ รกั ษาเครอ่ื งเลอ่ื ยชกั
เครื่องเลอ่ื ยชกั เปน็ เครื่องกลพ้ืนฐานท่ีมคี วามจา

เป็นมาก ดังนั้นเพื่อยดื อายกุ ารใช้งานใหย้ าวนาน
จาเปน็ ต้องบารุงรักษาเครือ่ งเลอื่ ยชกั ดังตอ่ ไปน้ี

1) หยอดนา้ มนั หลอ่ ลน่ื ในสว่ นทห่ี มุนหรือเคลือ่ นที่
เช่น ร่องหางเหยีย่ วท่ีโครงเลื่อย เกลียวปากกาจับ
ชน้ิ งาน ชดุ เฟืองขับ กอ่ นใชง้ านทุกวนั

2) หลงั เลกิ ใชง้ านทุกครง้ั ควรทาความสะอาด
และใช้ผ้าคลุมเครอื่ งป้องกันเปื้อน

3) ควรเปล่ียนนา้ หล่อเย็นทกุ ๆ เดือน
4) ตรวจสายพาน มู่เลย่ ์ เฟอื งทด ป๊มั น้าหลอ่ เย็น
เพือ่ ให้ใชง้ านได้ดี

2. ความปลอดภยั ในการใช้เคร่ืองเลอื่ ยชกั
เครอ่ื งจักรทกุ ชนิดมีประโยชนแ์ ตก่ ็มีโทษมากเช่นกนั ดงั นั้นก่อนใช้งานทุกคร้ัง

ต้องคานึงถงึ ความปลอดภัยเสมอ การใชเ้ คร่อื งเลอ่ื ยชักกเ็ ช่นกัน สามารถเกดิ อันตรายได้
เพอื่ ความปลอดภยั จึงต้องรวู้ ิธีใชด้ งั นี้

1) ตรวจสภาพส่วนต่างๆ ของเครื่องเลอื่ ยชักทกุ คร้งั ก่อนการทางาน พรอ้ มที่
จะทางาน

2) ห้ามจบั ชนิ้ งานท่ีจะเล่อื ยที่มีความยาวนอ้ ยกว่าปากของปากกาจับงาน
เพราะจะทาใหจ้ บั งานได้ไมแ่ น่น เมื่องานเคล่อื นหรือขยบั ใบเล่อื ยจะหกั

3) ถา้ ชน้ิ งานท่จี ะตัดมคี วามยาวมากๆ จะตอ้ งมีฐานสาหรับรองรบั ปลายเหล็ก
ดว้ ย

4) กอ่ นจบั ชิน้ งานจะตอ้ งยกโครงเล่ือยใหส้ งู กวา่ งานในระยะที่เหมาะสม โดย
การวางโครงเลือ่ ยบนแทน่ พกั หรือปรับระบบไฮดรอลกิ

5) ก่อนเปดิ สวติ ชเ์ ครื่องเลอ่ื ย ตอ้ งใชม้ ือยกโครงเลือ่ ยให้สูงกวา่ ช้นิ งานเล็กนอ้ ย
เม่ือเคร่อื งทางานแลว้ ให้ค่อยๆ ปลอ่ ยโครงเลื่อยลงบนชิน้ งานที่จะตดั

2. ความปลอดภัยในการใช้เครอ่ื งเลื่อยชกั (ตอ่ )

6) การเร่มิ ปอ้ นกินงานในระบบไฮดรอลกิ จะตอ้ งเปดิ วาล์วไฮดรอลกิ
เพียงเล็กน้อย ถา้ เปดิ มากใบเล่ือยจะกินงานคร้งั ละมากๆ อาจจะทาให้ใบเลอ่ื ยหกั
ได้

7) ต้องหลอ่ เย็นชิ้นงานขณะตัดงาน ด้วยระบบการหล่อเยน็ ที่เหมาะสม
กับวสั ดชุ ้นิ งาน เชน่ เหล็กเหนียวใช้น้าหลอ่ เย็น เหลก็ หล่อไมต่ อ้ งหลอ่ เย็น

8) ห้ามจบั ชิน้ งานหรือหมุนปากกาจับช้นิ งานในขณะเลือ่ ย เพราะจะทาให้
ใบเลอื่ ยหกั หรอื เกดิ อุบตั ิเหตุ

9) หา้ มหยอกลอ้ กนั ในขณะทางานเล่ือย

อ้างอิง

ชลอ การทว.ี งานเครอ่ื งมอื กลเบอื้ งตน้ . กรงุ เทพฯ : เอมพันธ.์ 2556.
รศ.อาพล ซอ่ื ตรง และรศ.วันชัย จนั ทรวงศ.์ งานเคร่ืองมอื กลเบ้ืองตน้ .

กรุงเทพฯ ; ศูนย์สง่ เสริมวชิ าการ. 2556


Click to View FlipBook Version