The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กลุ่ม 2 ห้อง 1 week 9 เรื่อง คุณธรรมครองตน ครองคน ครองงาน ของผู้บริหาร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pum_ppk, 2022-03-17 09:53:51

กลุ่ม 2 ห้อง 1 week 9 เรื่อง คุณธรรมครองตน ครองคน ครองงาน ของผู้บริหาร

กลุ่ม 2 ห้อง 1 week 9 เรื่อง คุณธรรมครองตน ครองคน ครองงาน ของผู้บริหาร

คุ ณ ธ ร ร ม แ ล ะ จ ริ ย ธ ร ร ม
สำ ห รั บ ผู้ นำ ส ถ า น ศึ ก ษ า

ร า ย วิ ช า
จ ริ ย ธ ร ร ม สำ ห รั บ ผู้ บ ริ ห า ร

ท า ง ก า ร ศึ ก ษ า

ร า ย ชื่ อ ส ม า ชิ ก

1) นางสาวพิชญาภัคร์ เสาวดี เลขที่ 2
เลขที่ 11
2) นางสาววันศิริ สมบุญ เลขที่ 14
เลขที่ 16
3) นางสาวประภาพรรณ คุณประสิทธิ์ เลขที่ 24

4) นายนที กรณีย์

5) นางสาววันฉัตร จันทร์โต

คุ ณ ธ ร ร ม
ครองตน

หลักกัลยาณมิตรธรรม 7

ความหมายของหลักกัลยาณมิตรธรรม ๗

ความหมายของกัลยาณมิตรตามรูปศัพท์ มาจากคาว่า “กลฺยาณ” แปลว่า ดี งาม เป็นที่
ชอบใจชอบไพเราะอ่อนหวาน “มิตฺต” แปลว่าคนรักกัน คนมีความเยื่อใยกัน เพื่อนมิตร ไว้วางใจ
ในความลับ นอกจากนี้ คำว่า มิตร หรือ มิตฺต ยังมีรากศัพท์เดียวกับคำว่า เมตตา

สำหรับความหมายของกัลยาณมิตรโดยเนื้อความ หมายถึง บุคคลหรือสภาพแวดล้อมที่มีส่วน
เกื้อกูลให้บุคคลนั้นๆ รู้จักการใช้ปัญญา ใช้ความคิด ใช้วิจารณญาณ อันเป็นเหตุให้มีวิถีชีวิตที่ดีงาม
เกิดการเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตไปในทิศทางที่ประเสริฐเลิศล้ำ

1. ปิโย คือ ความน่ารัก หมายถึง มีเมตตากรุณา ใส่ใจคน
และประโยชน์สุขของเขา เข้าถึงจิตใจและสร้างความสนิทสนมเป็น
กันเอง

2. ครุ คือ น่าเคารพ หมายถึง เป็นผู้หนักแน่น ถือหลักการเป็นสำคัญ มี
ความประพฤติสมควรแก่ฐานะ ทำให้รู้สึกอบอุ่นใจและเป็นที่พึ่งได้

3. ภาวนีโย คือ น่าเจริญใจ หมายถึง มีความรู้จริง ทรงภูมิปัญญาแท้จริง เป็นผู้ฝึกฝนปรับปรุง
ตนอยู่เสมอและเป็นที่น่ายกยกเอาแบบอย่าง

4. วตฺตา คือ รู้จักพูดให้ได้ผล หมายถึง รู้จักชี้แจงให้เข้าใจ รู้ว่าเมื่อไรควรทำอะไร คอยให้คำ
แนะนำตักเตือนและเป็นที่ปรึกษาที่ดี

5. วจนกฺขโม คือ อดทนต่อถ้อยคำ หมายถึง พร้อมรับฟังคำปรึกษาซัก
ถาม อดทนต่อคำล่วงเกิน คำตักเตือนและอดทนฟังได้ไม่เสียอารมณ์

6. คมฺภีรญฺจ กถํ กตฺตา คือ แถลงเรื่องล้ำลึกได้ หมายถึง กล่าวชี้แจงเรื่อง
ต่างๆ ที่ยุ่งยากลึกซึ้งให้เข้าใจได้ง่าย

7. โน จฏฺฐาเน นิโยชเย คือ ไม่ชักนำในอฐาน หมายถึง ไม่ชักจูง อ้างอิง มาประเสริฐ มาลี. (2556). การปฏิบัติตามหลักกัลยานมิตรธรรมของผู้บริหาร
สถานศึกษาและครูผู้สอน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์
ไปในทางที่เสื่อมเสียหรือเรื่องเหลวไหล
เขต 3. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). ลพบุรี. มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี

ตัวอย่างงานวิจัยที่นำหลักธรรมไปปฏิบัติ

ชื่อวิจัย การปฏิบัติตามหลักกัลยาณมิตรธรรมของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
เพชรบรูณ์เขต3
ผลการวิจัยพบว่า 1. การปฏิบัติตามหลักกัลยาณมิตรธรรมของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3 ภาพรวมรายด้านทุกด้านอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากด้านมากไปน้อย 3 ลำดับแรกได้แก่
เป็นผู้มีสติ เป็นผู้มีการสละให้ปัน และเป็นผู้มีศีลธรรม
2.การเปรียบเทียบการปฏิบัติตามหลักกัลยาณมิตรธรรมของผู้บรหิารสถานศึกษาและครูผู้สอนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3 เมื่อจำแนกตามตำแหน่ง อายุ เพศ วุฒิการศึกษาประสบการณ์การทำงาน ขนาดสถานศึกษา ไม่พบ
ความแตกต่างที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05

สัปปุริสธรรม 7

ธรรมของคนดี ธรรมของสัตบุรุษ ธรรมที่ทำให้เป็นสัตบุรุษ คุณสมบัติของคนดี

1. ธัมมัญญุตา = รู้จักเหตุ

รู้หลักความจริง รู้หลักการ รู้หลักเกณฑ์ รู้กฎแห่งธรรมดา รู้กฎเกณฑ์แห่งเหตุผล รู้จักวิเคราะห์

สาเหตุของสถานการณ์และรู้หลักการที่จะทำให้เกิดผล

2. อัตถัญญุตา = รู้จักผล

รู้ความหมาย รู้ความมุ่งหมาย รู้ประโยชน์ที่ประสงค์ รู้จักผลที่จะเกิดขึ้นสืบเนื่องจากการกระทำ

หรือความเป็นไปตามหลัก

3. อัตตัญญุตา = รู้จักตน

เรานั้น ว่ามีสถานภาพเป็นอะไร ฐานะ ภาวะ เพศ กำลัง ความรู้ แล้วประพฤติให้เหมาะสม และรู้ที่จะ

แก้ไขปรับปรุงต่อไป

4. มัตตัญญุตา = รู้จักประมาณ

ความพอดี ความรู้จักพอดีในสิ่งต่างๆ เช่น นักเรียนรู้จักประมาณ กำลังของตนเองในการทำงาน

5. กาลัญญุตา = รู้จักกาล

รู้กาลเวลาอันเหมาะสม และระยะเวลาที่จะต้องใช้ในการประกอบกิจ กระทำหน้าที่การงาน

6. ปริสัญญุตา = รู้จักชุมชน

ความเป็นผู้รู้จักบุคคล คือรู้จักและเข้าใจความแตกต่างแห่งบุคคลว่าโดยอัธยาศัย ความสามารถ

และคุณธรรม

7. ปุคคลปโรปรัญญุตา = รู้จักบุคคล

ความเป็นผู้รู้จักบุคคล คือรู้จักและเข้าใจความแตกต่างแห่งบุคคลว่าโดยอัธยาศัย ความสามารถ

และคุณธรรม อ้ า ง อิ ง : H T T P S : / / S I T E S . G O O G L E . C O M / S I T E / M E T A W A T E E / H L A K
-THRRM-THANG-SASNA/SAP-PU-RI-S-THRRM-7



ตัวอย่างงานวิจัยที่นำสัปปุริสธรรมหลักไปใช้

รูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสัปปุริสธรรม 7 สำหรับผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การ

ศึกษาประถมศึกษา สรุปได้ว่า การบริหารโรงเรียนที่ยึดหลักหลักสัปปุริสธรรม 7 ซึ่งเป็นคุณธรรม ของบุคคลสมบูรณ์
แบบและเป็นสมรรถนะที่สำคัญจำเป็นของผู้บริหารการศึกษา จะส่งผลต่อการบริหาร การศึกษาและการปฏิบัติงาน

ของครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่าง ยั่งยืน

อ้างอิง:พระปลัดพัฒนะ วฑฺฒโน (เฟื่องเนียม).2563รูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสัปปุริสธรรม 7
สำหรับผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา.วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ฯ

คุ ณ ธ ร ร ม
ครองคน

การบริหารคนด้วยพรหมวิหาร 4

พรหมวิหาร 4 คือหลักธรรมครองใจ ที่ทำให้คนปฏิบัติในทางประเสริฐทั้งต่อตนเอง
และผู้อื่น ประกอบด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา

แก่นของพรหมวิหาร 4 นั้นสามารถนำมาประยุกต์ใช้สำหรับผู้บริหาร ผู้จัดการ หรือ
หัวหน้างาน เพื่อทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานอย่างมีความสุขและเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ
ซึ่งจะเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้นได้อีกด้วย

1. เมตตา : ความปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข

การปรารถนาให้ลูกน้องมีความสุข เป็นสิ่งที่หัวหน้าต้องคำนึงถึง คือควร
ดูแลเอาใจใส่สนับสนุนการทำงาน เพื่อให้ลูกน้องรู้สึกว่าตนไม่ได้โดดเดี่ยว อบอุ่น
และมีความสุขในการทำงานมากขึ้น

2. กรุณา : ความปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์

หากการทำงานเกิดปัญหาหรืออุปสรรค สิ่งแรกที่หัวหน้าควรทำ
การพูดคุย สอบถามถึงปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมชี้แนะแนวทางการแก้ไขและพูด
ให้กำลังใจกับลูกน้อง โดยไม่ปล่อยให้ลูกน้องต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง

3. มุทิตา : ความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี

เมื่อลูกน้องประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะทางด้านการงาน ด้านครอบครัว
หรือในทุกๆด้าน หัวหน้าควรแสดงความยินดีต่อลูกน้องด้วยความจริงใจ
ลูกน้องจะรู้สึกว่าตนเป็นคนสำคัญและรู้สึกภูมิใจมากยิ่งขึ้น

4. อุเบกขา : การรู้จักวางเฉย ทำใจเป็นกลาง

หัวหน้าควรวางใจเป็นกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่
อย่างยุติธรรม ไม่ปฏิบัติเอนเอียงด้วยความรักหรือความชัง

อ้ า ง อิ ง h t t p s : / / w w w . d s t . c o . t h

ตัวอย่างงานวิจัยที่นำพรหมวิหาร 4 ไปปฏิบัติ

อินทรถา, บุญถม. (2018). ได้ศึกษาแนวทางการบริหารสถานศึกษาตามหลักพรหมวิหาร 4
ของผู้บริหารในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดกลุ่มโรงเรียนหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ พบว่าด้าน
การบริหารจัดการมีความรู้ ความเข้าใจในการบริหารจัดการสถานศึกษา เป็นคุณสมบัติพื้นฐานของ
ผู้บริหาร การใช้ศาสตร์และศิลป์ในการบริหารจัดการ มีความสามารถในการปกครองบังคับบัญชา
ผู้ร่วมงานความสุจริตโปร่งใสและเที่ยงธรรม มีความสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องรวดเร็วและ
กล้าตัดสินใจ ปฏิบัติตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ มีความสามารถในการวางแผนพัฒนา
โรงเรียนเพื่อพัฒนาองค์กรไปสู่เป้าหมาย สร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ มีการวางแผน จัดทำโครงการ
ต่าง ๆ ที่น่าสนใจอยู่ตลอดเวลา การวางคนได้เหมาะสมกับงาน มีการสร้างทีมงานที่เข้มแข็ง
มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีความรอบรู้ และมีความแม่นยำในกฎระเบียบของทางราชการ

ั วิ จั ย วิ ช า ก า ร ; V o l 1 N o 1 ( 2 0 1 8 ) : V o l 1 N o 1 ( J a n u a r y - A p r i l 2 0 1 8 ) ; 8 3 - 9 6

สังคหวัตถุ 4

สังคหวัตถุ 4 หมายถึง หลักธรรม 4 ประการ ที่ช่วยประสานคนหมู่มากให้อยู่
ร่วมกันอย่างมีความสุข เป็นเครื่องช่วยขจัดความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทำให้คนอยู่ร่วมกัน
ด้วยความรัก สามารถนำไปใช้ได้ตั้งแต่ระดับครอบรัวจนถึงระดับสังคม เป็นธรรมที่
ก่อให้เกิดความผาสุกในบ้านเมือง และประเทศชาตินั่นเอง

1. ทาน

ทาน คือ การให้ การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยการให้สิ่งของที่ตนมีให้แก่ผู้ที่ขาดแคลนหรือ
ผู้เดือดร้อน สิ่งของที่นำมาให้นั้นต้องเป็นสิ่งของที่ได้มาโดยสุจริต คือ ผู้ให้ก็เป็นสุข
ผู้รับก็จะบรรเทาทุกข์ รวมทั้งการให้ความรู้ การแนะนำที่ถูกต้อง ชัดเจนและเป็นจริงด้วย

2. ปิยวาจา

ปิยวาจา คือ การใช้วาจาด้วยถ้อยคำที่สุภาพ และถ้อยคำที่มีประโยชน์ พูดด้วย
ถ้อยคำที่เป็นจริง รู้จักกล่าวขอโทษ รู้จักกล่าวขอบคุณ ซึ่งผู้ปฏิบัติได้ย่อมทำให้เกิดความ
เลื่อมใสศรัทธาในตัวผู้พูด จูงให้ละเว้นความชั่ว ทำให้การงานสำเร็จ

3. อัตถจริยา

อัตถจริยา คือ การประพฤติตนให้เป็นประโยชน์แก่ทั้งตนเอง และผู้อื่น รู้จักการเสีย
สละไม่เห็นแก่ตัว ทุ่มเทแรงกาย แรงใจในการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ และช่วยเหลือผู้
อื่น พร้อมรู้จักแก้ไขปัญหาด้วยปัญญา

4. สมานัตตตา

สมานัตตตา คือ การวางตัวให้เหมาะสมเสมอต้นเสมอปลาย รู้จักวางตนให้เหมาะสม
กับฐานะ และดำรงตนไว้ไม่ให้ตกไปในความชั่ว ปฏิบัติกับเพื่อนร่วมหรือผู้คนอื่นๆอย่าง
เท่าเทียมกัน รวมทั้งอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุข ร่วมแก้อไ้ขางปัอญิงหhาtกtับpเsพื:่/อ/นwร่wวwมง.cาaนsในtoอoงlค.์cกoรm

ตัวอย่างงานวิจัยที่นำสังคหวัตถุ 4 ไปปฏิบัติ า

(ปภสฺสโร), พระครูประภัศร์ธรรมาภิรักษ์. (2019). ได้ศึกษาแนวทางการส่งเสริมการบริหารสถาน

ศึกษาตามหลักสังคหวัตถุ 4 ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า 1) ด้านการบริหารสถานศึกษาตามหลักทาน

ผู้บริหารควรส่งเสริมบุคลากร โดยจัดให้มีสวัสดิการด้านต่าง ๆ อย่างพึงพอใจ 2) ด้านการบริหารสถาน

ศึกษาตามหลักปิยวาจา ควรใช้คำพูดที่ก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคี ให้กำลังใจ ไม่ใช้คำพูดส่อเสียด

หรือคำกล่าวที่เพ้อเจ้อ3) ด้านการบริหารสถานศึกษาตามหลักอัตถจริยา ควรบำเพ็ญประโยชน์ช่วยเหลือ

ผู้อื่นเสมอ ตามโอกาสสมควร 4) ด้านการบริหารสถานศึกษาตามหลักสมานัตตตา ควรมีการกำหนดปฏิทิน

การปฏิบัติงานของสถานศึกษาเพื่อให้บุคลากรปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ
ว า ร ส า ร วิ ช า ก า ร แ ส ง อี ส า น ; V o l 1 6 N o 1 ( 2 0 1 9 ) : S a e n g I s a n ; 1 5 8 - 1 7 1

คุ ณ ธ ร ร ม
ครองงาน

อิทธิบาท 4

ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา คือ หลักอิทธิบาท 4 เป็ นหลักธรรมทางพุทธ
ศาสนาซึ่ งหลักธรรมข้อนี้ มีความสำคัญและนำไปใช้ประโยชน์ ได้มาก ในการ
บริหารงาน สามารถนำไปใช้ได้กับงานบริหารงาน ตั้งแต่

ฉันทะ คือ ความพอใจ ความชอบ ความรัก การเป็ นผู้บริหารที่ดี จะต้องเริ่ม
ต้นตั้งแต่ ความพอใจ ความรัก ความชอบ ในงานบริหารก่อน ถ้าไม่รักไม่ชอบ
ไม่ต้องการจะเป็ นผู้บริหารแล้ว คนๆนั้ นจะไม่มีความสุขในการทำงานด้านบริหาร
ไม่ว่าจะเป็ นเรื่องการบริหารคน บริหารงาน บริหารงบประมาณ ต่างๆ

วิริยะ คือ ความขยัน หมั่นเพียร คนที่ประสบความสำเร็จในงานด้านบริหาร
จะต้องมีความขยันหมั่นเพียร คนที่เป็ นผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จนั้ น จะต้อง
เป็ นคนที่ขยันผู้บริหารที่ต้องการประสบความสำเร็จจึงต้องมีความเพียร

จิตตะ คือ ความเอาใจใส่ มีจิตใจที่จดจ่อกับสิ่ งนั้ น ผู้บริหารที่ประสบความ
สำเร็จ นอกจากจะมี ความพอใจ ความขยัน ยังไม่พอ ยังต้องมีการเอาใจใส่ในงาน
อีก จึงจะทำให้งานบริหารประสบความสำเร็จ

วิมังสา คือ รู้จักพิจารณา ใคร่ครวญ ต้องรู้จักวิเคราะห์ ใคร่ครวญ ปรับปรุ ง
แก้ไข พัฒนา งานด้านบริหาร และพัฒนาตนเองให้มีความรู้ ความสามารถ เพิ่ม
มากขึ้น เช่น การพัฒนา การพูดต่อหน้ าที่ชุมชน การเจรจา การพัฒนาบุคลิกภาพ
มนุษย์สั มพันธ์ ฯลฯ การที่ผู้บริหารรู้จักพิจารณา ใคร่ครวญ วิเคราะห์ มักจะ
ทำให้การตัดสิ นใจได้ถูกต้องมากกว่าผิด มีการใช้ข้อผิดพลาดมาแก้ไขได้ใน
อนาคต
โดย สถาบันพัฒนาบุคลากร ดร.สุทธิชัย ปั ญญโรจน์
อ้างอิง http://oknation.nationtv.tv/blog/markandtony/2008/10/03/entry-1

ตัวอย่างงานวิจัย : การประยุกต์ใช้หลักอิทธิบาท 4
ในการบริหารองค์กรเอกชนในจังหวัดนนทบุรี
โดย ผดุง วรรณทอง และคณะ ผลการวิจัยพบว่า
หลักธรรมอิทธิบาท 4 มีความจำเป็ นในทุกด้าน ได้แก่
1) ด้านฉันทะ เพราะเป็ นจุดเริ่มต้น ที่จะทำให้บุคลากร
เกิดและมีความพอใจในหน้ าที่รับผิดชอบ 2) ด้านวิริยะ หลักการ นี้ พระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเป็ นแบบอย่างและได้พระราชทานบทพระ
ราชนิ พนธ์ เรื่องพระมหาชนก ที่เน้ นให้ประชาชนมีความวิริยะ 3) ด้านจิตตะ ผู้
บริหารให้ความสำคัญกับการทำงานที่ต้องอาศั ยด้านจิตตะเป็ นหลักที่จะต้องเอาใจ
ใส่งานอยู่เสมอ 4) ด้านวิมังสา ผู้บริหารต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร
ด้วยการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากร อย่างเหมาะสม

ค่านิ ยมสร้างสรรค์(Core Value)

ค่านิยมสร้างสรรค์ (Core Value) คือ ค่านิยมที่ดีมีประโยชน์ต่อสังคม
ที่ได้รับการถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง นอกจากนั้น ยังหมายถึงค่า
นิยมใหม่ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน และเข้ามาแทนที่ค่านิยมเก่าที่ไม่สามารถแก้ไข
ปรับปรุงให้ดีขึ้น และที่ไม่สามารถแก้ปัญหาในสังคมโลกาภิวัฒน์ได้ (ศาสตราจารย์
ดร.ติน ปรัชญพฤทธิ์ ที่ปรึกษาด้านจริยธรรมของสำนักงาน ก.พ.)

ค่ า นิ ย ม ส ร้ า ง ส ร ร ค์ ข อ ง เ จ้ า ห น้ า ที่ ข อ ง รั ฐ

1. กล้ายืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง (Moral Courage) ยึดมั่นในความ
ถูกต้องดีงาม เสียสละ ยึดหลักวิชาและจรรยาวิชาชีพ ไม่โอนอ่อนตามอิทธิพลใดๆ

2. ซื่อสัตย์และมีความรับผิดชอบ (Integrity and
Responsibility) ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา แยกเรื่องส่วนตัวออก
จากหน้าที่การงาน มีความรับผิดชอบต่อประชาชน ต่อผลการปฏิบัติงาน
องค์การ และต่อการพัฒนาปรับปรุงระบบราชการ

3. โปร่งใส ตรวจสอบได้ (Transparency and Accountability)
ปรับปรุงกลไกการทำงานขององค์กรให้มีความโปร่งใส มีวิธีการให้ประชาชน
ตรวจสอบได้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารภายในขอบเขตของกฎหมาย

4. ไม่เลือกปฏิบัติ (Nondiscrimination) บริการประชาชนด้วย
ความเสมอภาค เน้นความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดและถูกต้อง ปฏิบัติต่อผู้มารับ
บริการด้วยความมีน้ำใจ เมตตา เอื้อเฟื้อ

5. มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน (Result Orientation) ทำงานให้แล้ว
เสร็จตามกำหนด เกิดผลดีต่อหน่วยงานและส่วนรวม ใช้ทรัพยากรของทาง
ราชการให้คุ้มค่าเสมือนหนึ่งการใช้ทรัพยากรของตนเอง เน้นการทำงานโดยยึด
ผลลัพธ์เป็นหลัก มีการวัดผลลัพธ์ และค่าใช้จ่าย

(อ้างอิง ศูนย์ส่งเสริมจริยธรรม สำนักงาน ก.พ.)

ตัวอย่างงานวิจัยที่นำค่านิยมสร้างสรรค์ไปปฏิบัติ
จากงานวิจัย ลักษณะทางจิต ภาวะผู้นำเชิงจริยธรรม และบรรยากาศองค์การที่ส่งผลต่อพฤติกรรม
การทำงานตามค่านิยมสร้างสรรค์ของข้าราชการตำรวจนครบาล อภิปลายผลได้ว่า ความฉลาดทางจริยธรรม
เป็นตัวแปรที่ร่วมพยากรณ์พฤติกรรมการทำงานตามค่านิยมสร้างสรรค์ของข้าราชการตำรวจนครบาล
สอดคล้องกับการศึกษา ของจำเริญ ดวงงามยิ่ง (2554) ที่พบว่าความฉลาดด้านจริยธรรมมีความสัมพันธ์
ทางบวกกับพฤติกรรมการทำงานตามค่านิยมสร้างสรรค์ของข้าราชการ ผลการศึกษานี้สามารถใช้เป็น
แนวทางในการพัฒนาพฤติกรรมการทำงานตามค่านิยมสร้างสรรค์ของข้าราชการตำรวจนครบาล ให้มีความเป็น
ตำรวจมืออาชีพเพื่อสร้างความผาสุกให้ประชาชน

( สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ และกังวาน ยอดวิศิษฎ์ศักดิ์ ,2559 )


Click to View FlipBook Version