The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานผลการปฏิบัติงาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nattanan.vannasuk, 2020-03-30 09:03:21

ครูผู้สอนยอดเยี่ยม OBEC AWARDS 2561

รายงานผลการปฏิบัติงาน

Keywords: OBEC

44

3.2.1 ความสอดคลอ้ งกบั แนวคิดทฤษฎี โมเดล 7 ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ ส่สู มรรถนะของ PISA

ตารางที่ 10 แสดงความสอดคลอ้ งกับแนวคดิ ทฤษฎี โมเดล 7 ขั้นตอนการจดั การเรียนรู้ สสู่ มรรถนะของ PISA

สมรรถนะ กิจกรรมที่สอดคลอ้ ง วธิ กี าร

1. การ กิจกรรมร้อง เลน่ ขานขบั ทานอง เป็นขั้นเร้าความสนใจของนักเรยี นเพ่ือให้ตน่ื เตน้

เขา้ ถึงและ สอดคล้องสาระสาคัญ กระตือรือรน้ และอยากเรยี นในบทเรยี น เพอ่ื เขา้ ถึงหรอื พบ

ค้นคืนสาระ ตาแหนง่ ของสาระทตี่ อ้ งการในถ้อยความ สามารถบอก

ขอบเขตของเนื้อหาได้

กจิ กรรมอา่ นจับใจความ รวบรวมขอ้ มูล เป็นกิจกรรมที่ทบทวนความรเู้ ดิมทม่ี ีอยแู่ ล้ว จากการจับ

ใจความสาคัญหรือสาระสาคัญของเรื่องที่อา่ น จาแนกความ

เหมอื นและความแตกต่างของขอ้ มูลในถ้อยความ สามารถ

ดึงเอาสาระที่ต้องการในถ้อยความออกมาได้ครบถ้วน และ

ถูกต้องสมบรู ณ์ รวมถงึ บอกเจตนาหรอื จดุ ประสงค์ของ

ผ้เู ขียนได้

กจิ กรรมอ่านทาความเข้าใจ เป็นกิจกรรมการอ่านเนน้ การทาความเข้าใจสาระของสง่ิ ท่ี

ม่งุ มองหาสาระทต่ี ้องการ อ่านแล้วมงุ่ มองหาสาระที่ต้องการ หรอื การเข้าถึงสาระ

กจิ กรรมพจิ ารณาถอ้ ยความโดยรวม เปน็ กจิ กรรมพิจารณาส่วนใดส่วนหนง่ึ ของถ้อยความหรือ

พิจารณาถอ้ ยความโดยรวมท้ังหมด สาระทต่ี ้องการจะ

ปรากฏชัดเจนจากถ้อยความทอี่ า่ นเท่าน้ันแล้วดึงสาระท่คี ้น

ได้จากเนื้อความ นามาตอบคาถามได้ถูกต้องตรงประเดน็

2. การ กิจกรรมอ่านเข้าใจอย่างกวา้ ง ๆ เป็นกจิ กรรมทน่ี า ข่าว บทความ นิทาน บทร้อยกรอง เป็น

บรู ณาการ วิเคราะห์แบบบูรณาการ การอา่ นท่ตี อ้ งสร้างความเขา้ ใจอย่างกวา้ ง ๆ ดว้ ยการ

และตคี วาม วเิ คราะห์ สงิ่ ท่ีผูส้ ง่ สารตอ้ งการส่อื เช่น จุดมุ่งหมาย แนวคิด

ขอ้ คิด ตลอดจนการทาความเขา้ ใจ กับความหมายของสง่ิ ท่ี

อา่ น แล้วนามาวเิ คราะห์ โดยบูรณาการสิ่งท่ีอยูร่ อบตัวเรา

กจิ กรรมพิจารณาความสมั พนั ธ์กับชีวติ พจิ ารณาความสมั พันธ์ แล้วเช่ือมโยงสงิ่ ที่ไดอ้ า่ นกับชีวิตที่

ในโลกปัจจบุ นั เปน็ อยใู่ นโลกปจั จบุ นั และแสดงความคดิ เห็นได้อยา่ งสม

เหตผุ ลจากสง่ิ ทไี่ ด้อา่ น

กิจกรรมแสดงความคิดเห็นสมเหตุสมผล การนาความรู้ท่ีนอกเหนือจาก สิง่ ทีไ่ ด้อ่าน หรอื นาความรู้ใน

โลกของความเปน็ จรงิ ที่ตนเองดารงชวี ิตอยู่ มาเชอ่ื มโยงกับ

ความรู้เดมิ หรอื ความเข้าใจเดิม ดว้ ยการ ตคี วาม แปล

ความให้กระจ่างชดั แลว้ เขียนแสดงความคดิ เห็นต่อส่งิ ทไ่ี ด้

อ่าน จากมุมมองของตนเอง

45

สมรรถนะ กิจกรรมทส่ี อดคล้อง วิธีการ

3. การ กจิ กรรมใชว้ ิจารณญาณ สร้างสมมตุ ิฐาน เปรยี บเทยี บจากสิง่ ทีค่ ุน้ เคยหรือพบเหน็ ประจาวัน ประยุกต์

สะท้อนและ หรือบอกคณุ ค่า ความรูใ้ นสถานการณท์ ี่ไม่คุ้นเคย ด้วยการสรา้ งสมมุติฐาน

ประเมนิ ค่า ใช้วจิ ารณญาณ สรา้ งสมมุตฐิ าน หรอื บอกคณุ ค่า สิ่งท่ีอา่ นท่ี

ซับซ้อนและไม่คุ้นเคย ใชเ้ กณฑ์ หรอื มมุ มองต่างๆ กับเร่อื ง

ทเ่ี ข้าใจยากนอกเหนอื จากส่ิงทีอ่ า่ น ใช้ความรู้พิเศษเฉพาะ

เร่ืองอย่างวนิ ิจวเิ คราะห์ ด้วยการตง้ั ข้อสงสัย

ตัวชี้วดั ที่ 4 ประสิทธิภาพของนวัตกรรม

นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพ่อื การเรยี นการสอน ผู้สอนได้มีกระบวนการหาประสิทธภิ าพของ
นวตั กรรมถกู ต้องตามหลกั วชิ า ตามเกณฑ์ที่กาหนด วิธกี ารหาประสิทธภิ าพของนวตั กรรมครอบคลุมในดา้ น
เน้ือหา (Content validity) และโครงสร้าง (Construct Validity) ดังน้ี

การสร้างนวตั กรรมแบบฝึกทักษะการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขยี นสื่อความตามแนว PISA
1. ประเด็นในการพัฒนานวตั กรรมอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ

1.1 ประสทิ ธิภาพของแบบฝึกทักษะการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนส่ือความตามแนว PISA
1.2 ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน ท่ไี ดจ้ ากการใช้แบบฝึกทักษะการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขยี น
สื่อความตามแนว PISA
1.3 ความพงึ พอใจของนักเรียนชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีตอ่ การจดั การเรยี นรู้โดยใชแ้ บบฝกึ
ทกั ษะการอา่ น คิดวเิ คราะห์ และเขียนส่ือความตามแนว PISA กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
2. เป้าหมายในการพฒั นา (ระบุเปา้ หมายเชิงปริมาณและหรือปรมิ าณและหรอื เปา้ หมายเชิง
คุณภาพ และระยะเวลาดาเนินการ)
2.1 เพอื่ ไดช้ ดุ แบบฝึกที่ผวู้ จิ ัยสรา้ งขึน้ โดยเนน้ การอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขยี นส่ือความตามแนว
PISA จานวน 9 เล่ม มคี ณุ ภาพอย่ใู นระดบั ดี มปี ระสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80 / 80
2.2 เพอ่ื เปรียบเทยี บผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นของนกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษา ก่อนและหลัง
จากการใช้แบบฝึกทักษะการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขียนส่ือความตามแนว PISA
2.3 เพ่ือศึกษาความพึงพอใจของนกั เรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 3 ทีม่ ตี อ่ จากการใช้แบบฝึกทักษะ
การอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขียนส่ือความตามแนว PISA
3. วิธกี ารพฒั นา (แสดงถงึ ขน้ั ตอน/วธิ กี ารพัฒนา)
การสร้างจากการใช้แบบฝกึ ทกั ษะการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี นสื่อความตามแนว PISA มวี ธิ ีการ
ดาเนนิ การสร้างตามขนั้ ตอนดังนี้
3.1 กลุ่มตัวอย่าง
3.2 เคร่อื งมือที่ใชใ้ นการรวบรวมข้อมูล

46

3.3 การสร้างการจัดหาและการหาคณุ ภาพของเครอื่ งมือ
3.4 แบบแผนในการทดลองและการดาเนินการทดลอง
3.5 การวิเคราะหข์ ้อมลู
4. กลมุ่ ตวั อย่าง
กลุ่มตัวอยา่ ง ได้แก่ นกั เรยี นโรงเรียนโนนสวุ รรณพทิ ยาคม จังหวดั บรุ ีรัมย์ คอื นักเรยี นช้นั
มัธยมศึกษาปที ่ี 3/1 ของโรงเรยี นโนนสุวรรณพทิ ยาคม อาเภอโนนสวุ รรณ จังหวัดบุรีรัมย์ ภาคเรยี นท่ี 1
ปีการศึกษา 2561 จานวน 1 ห้องเรยี น จานวนนกั เรยี นทงั้ สิน้ 30 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง
5. เคร่อื งมือที่ใช้ในการรวบรวมขอ้ มลู
5.1 แบบฝึกทกั ษะการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขียนส่อื ความตามแนว PISA มี 9 เล่ม ได้แก่

เล่มท่ี 1 อา่ นคิดวิเคราะหร์ ปู แบบ PISA
เล่มท่ี 2 พจิ ารณาข้อความน่ารู้
เลม่ ที่ 3 กา้ วสูโ่ ลกข่าวสาร
เล่มที่ 4 วิจารณ์สารคดี
เล่มท่ี 5 มีความรดู้ ูโฆษณา
เลม่ ท่ี 6 พนิ ิจสาระเพลงไทย
เลม่ ท่ี 7 บอกคณุ ค่าในบทร้อยกรอง
เล่มที่ 8 อ่านคิดคล่องนทิ านพืน้ บ้าน
เลม่ ท่ี 9 สอื่ สารงานเขยี นจากบทความ
5.2 แบบวดั ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นการอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขียนสื่อความตามแนว PISA
5.3 แบบสอบถามความพึงพอใจเกย่ี วกบั แบบฝกึ ทักษะการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขยี นส่อื ความ
ตามแนว PISA
6. การสรา้ ง การจดั หา และการหาคุณภาพของเคร่อื งมือ
เครอื่ งมือทใี่ ชใ้ นการวิจัยประกอบเคร่ืองมือดงั ต่อไปนี้
- การสร้างแบบฝึกทักษะการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี นสอื่ ความตามแนว PISA
- แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขยี นสื่อความตามแนว PISA -
- แบบสอบถามความพึงพอใจเกย่ี วกับแบบฝึกทักษะการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขียนสื่อความ
ตามแนว PISA
1) การสร้างและหาคณุ ภาพของเครื่องมอื
การพัฒนาชุดแบบฝึกเพื่อพัฒนาความสามารถในการอา่ น คิดวเิ คราะห์ และเขยี นส่ือความ
ตามแนว PISA มขี ัน้ ตอนการพัฒนาเคร่ืองมือดังน้ี
ขั้นสร้าง
1. ศกึ ษาแนวคิด ทฤษฎี หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สาระการ
เรียนรูภ้ าษาไทยและมาตรฐานการเรยี นรู้ตวั ช้ีวดั เพอ่ื ทาความเข้าใจเก่ียวกับ จุดมุง่ หมาย หลกั การ

47

2. ศกึ การแนวทางการจดั การเรยี นการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขียนส่อื ความตามแนว PISA เพื่อ
กาหนดจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ โดยเนน้ การวิเคราะห์ความ ตีความ สรปุ ความและตอบคาถามจากเร่ืองทีอ่ า่ น
ทาให้ผูอ้ า่ นแยกแยะเรอ่ื งท่ีอา่ นครอบคลุมกลยทุ ธ์ การอา่ นท้งั 3 ดา้ นตามแนว PISA คอื กลยทุ ธ์การเข้าถงึ
และค้นคืนสาระ กลยทุ ธ์การบรู ณาการและตคี วาม กลยุทธ์การสะท้อนและการประเมิน และไปประยุกต์ใช้
ในชีวิตประจาวนั ให้เกิดประโยชนส์ งู สดุ

3. ศึกษาขอบข่ายมาตรฐานการเรยี นร้ตู ัวชี้วดั สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชว่ งช้นั ที่ 2 ของโรงเรียน
โนนสุวรรณพทิ ยาคม อาเภอโนนสวุ รรณ จงั หวัดบรุ รี ัมย์

4. ศกึ ษาแนวทางการพฒั นาแบบฝกึ ทักษะเพอื่ พฒั นาความสามารถในการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และ
เขยี นส่อื ความตามแนว PISA เพื่อทาความเข้าใจเกีย่ วกับหลกั ในการสรา้ งแบบฝกึ ทักษะเพอ่ื พัฒนา
ความสามารถในการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขียนสื่อความตามแนว PISA

5. คดั เลือกเนื้อหาสาระและประเภทของเน้อื หาสาระสาหรับนามาใชใ้ นการสรา้ งแบบฝกึ ทักษะ
เพอ่ื พฒั นาความสามารถในการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี นสอื่ ความตามแนว PISA อาทิ ขา่ ว บทความ
นทิ าน เพลง บทร้อยกรอง เป็นตน้

6. สร้างแบบฝกึ ทักษะเพ่ือพฒั นาความสามารถในการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขียนสอ่ื ความ
ตามแนว PISA จานวน 9 ชดุ ในการสรา้ งแบบฝกึ ทักษะทัง้ 9 ชดุ ผวู้ ิจยั ได้คานึงถงึ วัย ความสนใจ คุณค่าและ
ประโยชนท์ ่ีเกดิ ข้นึ แก่ผ้เู รยี น และสามารถนาไปประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้

ขน้ั หาคณุ ภาพ
1. นาแบบฝกึ ทักษะเพื่อพัฒนาความสามารถในการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขียนส่อื ความตามแนว
PISA ท่ีสร้างข้นึ ให้ ผูเ้ ชี่ยวชาญ 5 คน ตรวจสอบความตรงเชงิ เนอื้ หา จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ เพอ่ื หาค่าดัชนี
ความสอดคล้องระหวา่ งจุดประสงคก์ ารพัฒนาแบบฝึกทักษะแต่ละชุด โดยคดั เลือกชุดแบบฝกึ ทีม่ ีค่าตั้งแต่ 0.5
ข้นึ ไป ซ่งึ สามารถนามาใช้ได้ทั้งหมด 9 ชดุ และนามาปรับปรงุ ตามข้อเสนอแนะของผู้เชย่ี วชาญ
2. นาแบบฝึกทักษะเพ่ือพัฒนาความสามารถในการอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขียนส่ือความตามแนว
PISA ท่ไี ด้รับการปรบั ปรงุ แก้ไขแล้วไปทดลองกบั นักเรยี นที่ไม่ใชก่ ล่มุ ตวั อย่าง จานวน 30 คน โดยผวู้ จิ ยั
ดาเนินการทดลองดว้ ยตนเองตามขน้ั ตอน ดงั นี้
- เรียนตามแผนการจัดการเรยี นรู้ และทาแบบฝึกทักษะไปพรอ้ มกนั ในขณะทเี่ รยี นเพ่ือพิจารณา
ความเหมาะสมของเวลาท่ใี ช้ในการจดั กจิ กรรม ความเข้าใจเนอ้ื หาท่ีอ่าน แลว้ นามาปรับปรุงเพอ่ื นาไปใชจ้ ริง
- การพฒั นาแบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี นส่ือความตามแนว
PISA มีขั้นตอนในการพฒั นาเคร่ืองมือ ดงั น้ี
ข้นั สรา้ ง
1. ศกึ ษาแนวคิด ทฤษฎี หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 สาระการเรยี นรู้
ภาษาไทย มาตรฐานการเรยี นรู้ เพ่อื ทาความเข้าใจเกีย่ วกบั จุดมุ่งหมาย หลกั การ
2. ศึกษาขอบขา่ ยมาตรฐานการเรยี นรู้ตวั ชีว้ ัด สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช่วงช้นั ท่ี 2 ของโรงเรยี น
โนนสวุ รรณพทิ ยาคม อาเภอโนนสวุ รรณ จังหวดั บุรีรมั ย์

48

3. ศึกษาแนวทางการสรา้ งแบบทดสอบวดั ความสามารถในการอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขียนสอื่ ความ
ตามแนว PISA เพื่อทาความเข้าใจเก่ยี วกบั หลักในการสรา้ งแบบทดสอบเพ่ือพัฒนาความสามารถในการอา่ น
คดิ วิเคราะห์ และเขยี นสื่อความตามแนว PISA

4. คัดเลอื กเน้ือหาและประเภทของเนือ้ หาสาหรบั นามาใชใ้ นการสรา้ งแบบวดั ความสามารถใน
การอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขียนสื่อความตามแนว PISA โดยคานงึ ถึงเน้ือหาท่ีเป็นประโยชนแ์ กน่ ักเรียน เปน็
เรื่องใกลต้ ัว ทีส่ ามารถนาไปปรับใช้ในการดาเนนิ ชีวิตประจาวันได้

5. สร้างแบบทดสอบวดั ความสามารถในการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขยี นส่ือความตามแนว PISA
แบบปรนยั จานวน 30 ข้อ เพื่อใชป้ ระเมินผลหลังการใช้แบบฝกึ ทักษะ

ข้นั หาคุณภาพ
1. นาแบบฝึกวดั ความสามารถในการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเรียนรวู้ ถิ สี ุจรติ ธรรมทสี่ รา้ งขึ้นให้
ผู้เช่ียวชาญ ตรวจสอบความตรงเชิงเนือ้ หา จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ เพือ่ หาค่าดชั นคี วามสอดคล้องระหวา่ งจัด
ประสงค์การพัฒนาแบบทดสอบวดั ความสามารถกับแบบทดสอบความสามารถแต่ละกจิ กรรมย่อย โดย
คัดเลอื กกจิ กรรมยอ่ ยในแบบทดสอบวัดความสามารถที่มคี ่าต้งั แต่ 0.5 ขึ้นไป ซงึ่ สามารถนามาใชไ้ ด้ทัง้ หมด 9
ชดุ และนามาปรบั ปรุงตามข้อเสนอแนะของผเู้ ชีย่ วชาญ
2. นาแบบทดสอบวดั ความสามารถในการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขยี นสื่อความตามแนว PISA
ไปทดสอบกบั นักเรียนทไ่ี ม่ใช่กลมุ่ ตัวอย่างเพ่ือหาคา่ อานาจจาแนกและค่าความเช่ือมน่ั นามาปรบั ปรุงและ
นาไปใชจ้ รงิ
ผลปรากฏว่าแบบทดสอบวดั ความสามารถในการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขียนสอื่ ความตามแนว PISA
คา่ ความเชือ่ มน่ั โดยใช้สัมประสทิ ธิแ์ อลฟาไดค้ ่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.88
การตรวจให้คะแนนแบบฝกึ ทักษะและแบบทดสอบวัดความสามารถในการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และ
เขยี นสือ่ ความตามแนว PISA จะพิจารณา 3 ประเดน็ ดังน้ี

1. ความสามารถในการอ่าน
2. ความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์
3. ความสามารถในการนาการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขียนสือ่ ความตามแนว PISA ไปใช้ใน
ชีวิตประจาวนั ได้
มีรายละเอยี ด ดงั นี้
1. ความสามารถในการอ่าน หมายถงึ (1) อ่านข้อความที่กาหนดใหไ้ ด้อย่างเข้าใจ แลว้ จับประเดน็
ได้ (2) อา่ นเร่ืองแล้วบอกสาระสาคัญของเรื่องได้ (3) เข้าใจจดุ มุ่งหมายของผูเ้ ขยี น
2. ความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ หมายถึง (1) ถ่ายทอดความคดิ เร่ืองราว เหตกุ ารณ์อย่างเปน็
ลาดบั (2) ถ่ายทอดความคดิ เร่อื งราว เหตุการณ์ สาระสาคญั แลว้ แสดงความคดิ เห็นได้ (3) ถ่ายทอดความคิด
เร่อื งราว เหตุการณ์ สาระสาคญั แล้วอธบิ ายความได้ (4) ถา่ ยทอดความรู้ ลาดับเร่ืองราว แสดงความคดิ เหน็
อธบิ ายได้อยา่ งมีเหตผุ ล (5) ถ่ายทอดความรู้ ลาดับเร่ืองราว แสดงความคิดเหน็ นาความรู้ท่ีค้นพบ แก้ไข
ปญั หาโดยใช้หลกั เหตผุ ล

49

การรวบรวมข้อมูล
ในการวจิ ยั ครง้ั นี้ เป็นการวจิ ัยเชงิ ทดลอง โดยผูว้ ิจัยดาเนินการเปน็ ขัน้ ตอน ดังน้ี
เมอื่ สร้างเครื่องมือเสรจ็ แลว้ ผ้ศู ึกษาไดน้ าไปสอนนักเรยี นกลุ่มตวั อย่าง โดยผศู้ กึ ษาทาการสอนด้วยตนเอง ใช้
เวลาในการดาเนินการสอนจานวน 21 ชว่ั โมง ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2561 รายละเอียดการทดลอง ดงั น้ี
1. การดาเนนิ การทดลองกับนักเรยี นกลุ่มตัวอยา่ ง ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2561 ใช้เวลาในการ
ทดลองสอนจานวน 21 ชัว่ โมง โดยสอนสปั ดาหล์ ะ 3 วนั ๆ ละ 1 ช่วั โมง รวม 7 สัปดาห์ เร่ิมแผนการจดั การ
เรียนรู้ที่ 1 ปฐมนิเทศ และทดสอบก่อนเรยี น แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 2-20โดยใช้แบบฝึกทักษะการอา่ น คดิ
วเิ คราะห์ และเขยี นสอื่ ความตามแนว PISA กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 3 และแผนการ
จดั การเรียนรู้ท่ี 21 ทดสอบวัดผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนหลงั เรียนโดยใช้แบบฝึกทกั ษะการอา่ น คดิ วเิ คราะห์
และเขยี นส่ือความตามแนว PISA กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 3 มีขนั้ ตอนการพัฒนา
ตามลาดบั ดังต่อไปน้ี

1.1 ข้ันนาและเตรยี มนกั เรยี น
ชี้แจงทาความเข้าใจกับนักเรียนกลุม่ ตัวอยา่ ง ให้ทราบถึงวิธีการดาเนนิ การทดลองและ

จุดมงุ่ หมายของการทดลอง เพอ่ื ให้การดาเนินการเป็นไปด้วยดมี ปี ระสทิ ธิภาพ สามารถเก็บรวบรวมขอ้ มูลได้
ตามสภาพความเป็นจริง

2. ขนั้ ดาเนินการทดลอง โดยดาเนินการตามลาดบั ขัน้ ตอ่ ไปนี้
2.1 ก่อนดาเนนิ การทดลองให้นกั เรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน (Pre-test) ดว้ ย แบบทดสอบ

วดั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนก่อนเรยี นและหลังเรียนแบบฝกึ ทกั ษะการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขยี นส่ือความตาม
แนว PISA กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 ทผ่ี ้ศู ึกษาสร้างขึน้ เป็นแบบทดสอบแบบปรนัย
ชนิด 4 ตวั เลือก จานวน 30 ข้อ เพอื่ วดั ฐานความรู้ของนักเรยี น โดยทดสอบก่อนเรียนทจ่ี ะทาการสอนใน
ช่วั โมงปฐมนเิ ทศ เก็บรวบรวมข้อมลู จากการทดสอบไว้

2.2 ดาเนนิ การจัดการเรียนรู้ จานวน 21 ชว่ั โมง โดยผศู้ ึกษาเปน็ ผู้สอนด้วยตนเอง และใช้
กิจกรรมตามแผนการจดั การเรยี นรู้ โดยใชแ้ บบฝกึ ทกั ษะการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนสือ่ ความตามแนว PISA
กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ที่สรา้ งข้ึน จานวน 21 แผน ใชเ้ วลาทดลองแผนละ 1
ชั่วโมง รวม 21 ชว่ั โมง ดังน้ี

2.2.1 ก่อนจะเรยี นในแบบฝกึ ทกั ษะการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขียนส่ือความตามแนว PISA
แตล่ ะชดุ น้นั ให้นักเรียนทดสอบกอ่ นเรยี นเพอื่ ตรวจสอบความรู้พนื้ ฐานที่เกยี่ วข้องกบั เนื้อหาทจ่ี ะเรียน

2.2.2 ดาเนินการทดลองตามแผนการจดั การเรียนรู้ โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะการอา่ น
คิดวิเคราะห์ และเขียนส่ือความตามแนว PISA กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 จนครบ
ท้ังหมด 9 เล่ม จานวน 21 แผน ผู้ศึกษาได้บันทึกคะแนนระหว่างปฏิบัติกิจกรรม การทดสอบย่อย การสังเกต
พฤติกรรม เพอ่ื นาไปหาประสิทธภิ าพของกระบวนการ (E1) โดยผ้ศู กึ ษาดาเนนิ การประเมนิ ผลระหว่างเรียน

2.2.3 หลังจากกลมุ่ ตัวอยา่ งเรียน แผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้แบบฝึกทักษะการอา่ น คิด
วิเคราะห์ และเขียนส่ือความตามแนว PISA กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 จนครบ

50

ท้ังหมด 9 เลม่ จานวน 21 แผน ผู้ศกึ ษานาแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนไปทดสอบกบั กลุ่มตวั อย่าง
แลว้ บันทึกผลการสอบไวเ้ พื่อนาไปหาประสิทธภิ าพ ของผลลัพธ์ (E2)

2.3 หลังจากการพัฒนาครบ 21 แผน จานวน 21 ชั่วโมง ให้นักเรียนทาแบบทดสอบผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนหลังเรียน (Post-test) ด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ซึ่งเป็นแบบปรนัยชนิด
เลือกตอบ 4 ตวั เลอื ก จานวน 30 ขอ้ เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ไว้เพ่อื นาไปทาการวเิ คราะหต์ ามวิธที างสถิติ

3. ขน้ั ประเมินผล ดว้ ยการสารวจความพึงพอใจของนักเรียน โดยใช้แบบสอบถามความพึงพอใจที่มี
ตอ่ การเรยี นโดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขยี นสอ่ื ความ ตามแนว PISA กลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ไปใชก้ ับกลุ่มตวั อย่าง เมือ่ การจดั การเรยี นร้สู น้ิ สุดลง

4. นาผลท่ไี ดม้ าวเิ คราะห์โดยใชว้ ิธกี ารทางสถติ ิเพ่ือทดสอบสมมุตฐิ าน
2) แบบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นโดยใช้แบบฝกึ แบบฝึกทักษะการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขียน
สือ่ ความตามแนว PISA
แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนเป็นแบบทดสอบแบบปรนัยชนิดเลอื กตอบ 4 ตัวเลอื ก ซึ่ง
ดาเนินการสร้างดังน้ี

2.1) ศกึ ษาวธิ กี ารสรา้ งแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนจากเอกสาร และตาราดา้ นการ
วัดผลประเมนิ ผลการศกึ ษา

2.2) สรา้ งแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธชิ์ นิดเลือกตอบ 4 ตวั เลือก จานวน 60 ขอ้ ให้ครอบคลุม
เนอ้ื หาและจดุ ประสงค์ของแบบฝึกทักษะ โดยกาหนดพฤตกิ รรมท่ตี ้องการวดั ไว้ให้ครอบคลุมกลยทุ ธ์ การอ่าน
ทงั้ 3 ด้านตามแนว PISA คอื กลยุทธก์ ารเข้าถงึ และคน้ คนื สาระ กลยทุ ธ์การบรู ณาการและตีความ
กลยทุ ธก์ ารสะท้อนและการประเมิน

2.3) นาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นให้ผู้ทรงคณุ วุฒพิ ิจารณาความเทีย่ งตรงเชิง
เน้อื หาโดยใช้ดัชนคี วามสอดคล้อง ( Index of consistency : IOC ) ระหว่างแบบทดสอบกับจดุ ประสงค์
โดยการพจิ ารณาของผทู้ รงคุณวุฒิ จานวน 5 ทา่ น โดยใช้สตู ร (ลว้ น สายยศ และองั คณา สายยศ. 2539 :
249 )

IOC =  R
N

เม่ือ IOC แทน ดชั นีความสอดคล้องระหวา่ งขอ้ สอบกบั จดุ ประสงค์

 R แทน ผลรวมของคะแนนความคดิ เห็นของผทู้ รงคุณวุฒิหรือผ้เู ชีย่ วชาญ

N แทน จานวนผทู้ รงคุณวฒุ ิหรือผูเ้ ชยี่ วชาญ

การใหค้ ะแนนผู้เชยี่ วชาญหรอื ผู้ทรงคุณวุฒแิ ตล่ ะคนให้คะแนนตามเกณฑ์ ดงั นี้
ใหค้ ะแนน +1 เมอื่ ผู้เช่ยี วชาญหรอื ผทู้ รงคุณวุฒิแน่ใจว่า ข้อสอบนน้ั

สอดคล้องกับจดุ ประสงค์
ให้คะแนน 0 เม่ือผู้เชี่ยวชาญหรอื ผทู้ รงคุณวฒุ ิไมแ่ นใ่ จวา่

ข้อสอบนัน้ สอดคล้องกับจดุ ประสงค์

51

ใหค้ ะแนน -1 เมื่อผู้เช่ยี วชาญหรือผทู้ รงคุณวฒุ ิแนใ่ จวา่ ขอ้ สอบนั้น
ไม่สอดคล้องกับจุดประสงค์

2.4) เลือกแบบทดสอบที่มดี ชั นีความสอดคล้องระหวา่ งข้อสอบกบั จดุ ประสงค์ 0.5 ขึน้ ไปไว้
ถา้ ไม่พอให้นาข้อสอบทีม่ ดี ัชนีความสอดคล้องตา่ กว่า 0.5 มาปรับปรงุ แก้ไข และให้ผู้เช่ยี วชาญหรืผูท้ รงคุณวุฒิ
ตรวจสอบใหม่ เพ่ือให้ไดข้ ้อสอบตามท่ีกาหนด

2.5) นาแบบทดสอบทมี่ ีดัชนีความสอดคล้องต้ังแต่ 0.50 ขนึ้ ไป ไปทดสอบหาค่าความยาก
งา่ ยและค่าอานาจจาแนกกบั นกั เรียนชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรยี นโนนสุวรรณพิทยาคม ภาคเรียนท่ี 1
ปีการศึกษา 2561 ท่ไี ม่ใชก่ ลุ่มตัวอยา่ ง

2.6) นาแบบทดสอบท่ที ดลองใชม้ าตรวจให้คะแนน โดยขอ้ สอบท่ตี อบถกู ให้ 1 คะแนน และ
ขอ้ สอบที่ตอบผดิ หรือไม่ตอบหรอื ตอบเกนิ กว่า 1 ตัวเลือก ให้ 0 คะแนน

2.7) นาผลการทดลองมาวิเคราะห์เพ่ือหาความยากง่ายของขอ้ สอบ โดยใชส้ ตู รดงั น้ี ( ล้วน
สายยศ และอังคณา สายยศ 2538: 209-211)

การวเิ คราะห์ความยากง่าย

P =R
เมือ่ P
N

แทน ค่าความยากง่ายของข้อสอบแต่ละข้อ

R แทน จานวนผ้ตู อบถูกในแต่ละข้อ

N แทน จานวนคนท่ีทาข้อสอบข้อนนั้ ทงั้ หมด

การวิเคราะหห์ าค่าอานาจจาแนก

r = Ru  Re

N

2

เมื่อ r แทน อานาจจาแนกของข้อสอบรายข้อ
Ru แทน จานวนผู้ทตี่ อบถูกในข้อนน้ั ในกล่มุ สงู
Re แทน จานวนผ้ทู ตี่ อบถูกในขอ้ นน้ั ในกลมุ่ ตา่
N แทน จานวนนักเรยี นทั้งหมด

เลอื กข้อสอบท่ีมีค่า IOC 0.5 ขน้ึ ไป และมีค่าความยากง่ายอยู่ ระหวา่ ง 0.20 – 0.80
และอานาจจาแนก 0.20 ขน้ึ ไปไว้จานวน 50 ข้อ ให้ครอบคลุมจดุ ประสงค์ของแบบฝกึ ทักษะ

นาแบบทดสอบที่เลือกไว้ 30 ขอ้ ใชก้ บั นกั เรียนโรงเรยี นโนนสุวรรณพิทยาคม
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 ของโรงเรยี นโนนสวุ รรณพิทยาคม อาเภอโนนสวุ รรณ จังหวดั บุรีรมั ย์ ภาคเรยี นที่ 1
ปกี ารศึกษา 2561 จานวนนกั เรยี นทงั้ สนิ้ 30 คน นาคะแนนท่ีได้ไปหาคา่ ความเชอ่ื มนั่ ของแบบทดสอบทง้ั ฉบับ
โดยใช้สตู ร KR - 20 ของคเู ดอร์ - รชิ าร์ดสัน ( ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ 2538: 197-198 )

52

rtt= n   pq 
 1 
n 1  S 2t 

เมื่อ rtt แทน ความเช่ือมั่นของแบบทดสอบ
n แทน จานวนขอ้ สอบของแบบทดสอบ

p แทน สัดสว่ นของคนทาถูกในขอ้ หนึง่ ๆ

p = จำนวนที่ทำถูก
จำนวนคนทง้ั หมด
q แทน สดั สว่ นของคนทาผดิ ในข้อหนง่ึ ๆ

q = 1–p
S2t แทน คะแนนความแปรปรวนของแบบทดสอบทั้งฉบับ

S2t = N  x 2   x 2

N N  1

เมื่อ  X แทน ผลรวมของคะแนนท้ังหมด
 X 2 แทน ผลรวมของคะแนนแต่ละตวั ยกกาลงั สอง

 X 2 แทน ผลรวมของคะแนนท้งั หมดยกกาลงั สอง

N แทน จานวนคนทเี่ ข้าสอบท้ังหมด

4) แบบวัดความพงึ พอใจของนกั เรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ที่มตี อ่ การจัดการเรียนรู้ โดยใช้

แบบฝกึ ทกั ษะการอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขียนส่ือความตามแนว PISA กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย

แบบมาตราส่วนประมาณค่า จานวน 20 ขอ้ ผ้ศู ึกษาได้ดาเนนิ การดังนี้

4.1 ศึกษาเอกสารท่เี กย่ี วข้องกบั การสร้างแบบประเมิน แบบสอบถามความคิดเห็นเพื่อเป็น

แนวทางในการจัดทา จากหนงั สือพื้นฐานการวจิ ยั การศึกษา (บุญชม ศรสี ะอาด. 2556: 71-73)

4.2 ศกึ ษาวิธีสร้างแบบวัดความพงึ พอใจ และกาหนดรูปแบบการเขียนข้อคาถามในแบบวัด

ความพงึ พอใจ

4.3 สร้างแบบวดั ความพึงพอใจของนักเรียนช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 3 ทม่ี ีต่อการจัดการเรยี นรู้

โดยใช้แบบฝึกทักษะการอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขยี นสื่อความตามแนว PISA กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย

โดยใชม้ าตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) จานวน 25 ขอ้ เพอ่ื คดั เลือกใช้ จานวน 20 ขอ้ ตามวิธขี อง

ลิเคอรท์ (Likert) ซงึ่ มี 5 ระดับโดยกาหนด (บุญชม ศรีสะอาด. 2556: 101) โดยกาหนดแบบสอบถาม

ออกเปน็ 5 ระดับตามเกณฑ์ที่กาหนดไว้ดังนี้

ใหค้ ะแนนระดับ 5 หมายถึง พอใจในระดบั มากท่สี ดุ

ให้คะแนนระดบั 4 หมายถงึ พอใจในระดบั มาก

ใหค้ ะแนนระดบั 3 หมายถงึ พอใจในระดบั ปานกลาง

53

ใหค้ ะแนนระดับ 2 หมายถึง พอใจในระดับน้อย

ให้คะแนนระดบั 1 หมายถึง พอใจในระดบั น้อยทีส่ ุด

โดยกาหนดเกณฑ์การแปลผลคะแนนเฉล่ยี ดงั น้ี

คา่ เฉลยี่ 4.51–5.00 หมายถึง มีความพึงพอใจมากท่สี ดุ

คา่ เฉลีย่ 3.51–4.50 หมายถงึ มคี วามพึงพอใจมาก

ค่าเฉลย่ี 2.51–3.50 หมายถงึ มีความพึงพอใจปานกลาง

ค่าเฉล่ยี 1.51–2.50 หมายถงึ มีความพึงพอใจน้อย

คา่ เฉลยี่ 1.00–1.50 หมายถึง มคี วามพึงพอใจน้อยที่สุด

2.2.4 นาแบบวัดความพงึ พอใจ ทไี่ ด้ปรบั ปรุงข้อบกพร่องแล้วเสนอผู้เชี่ยวชาญ

(ซ่งึ เป็นชดุ เดียวกับเล่มท่ี ประเมนิ แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น) เพ่อื ประเมนิ ความสอดคล้อง (IC)

ระหว่างข้อคาถามกบั พฤติกรรมช้วี ัดความพึงพอใจในการเรียน ผลการประเมนิ พบวา่ แบบวดั ความพึงพอใจท่ี

สร้างข้นึ มคี า่ ความสอดคลอ้ ง (IC) เท่ากับ 1.00 ทกุ ข้อ

2.2.5 นาแบบทสอบที่ได้ จานวน 20 ขอ้ ไปทดลองกบั นกั เรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3/1

โรงเรยี นโนนสุวรรณพิทยาคม อาเภอโนนสุวรรณ จงั หวัดบุรรี ัมยส์ านกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษามัธยมศึกษา

เขต 32 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2560 (ผ้ศู กึ ษาไดท้ ดลองกับนักเรียนปีการศึกษา 2560 ก่อนจะนามาใชจ้ ริง

ในปกี ารศึกษา 2561 ) จานวน 30 คน ซึ่งไมใ่ ชก่ ลมุ่ ตัวอยา่ ง

2.2.6 นาแบบวัดความพงึ พอใจทไี่ ด้พิมพเ์ ปน็ ฉบับสมบรู ณ์ นาไปใชก้ บั กลุม่ ตัวอย่าง

ทต่ี ้องการศึกษา นาแบบทดสอบที่ผา่ นการตรวจสอบคุณภาพแลว้ ไปพิมพ์ใหเ้ ปน็ ฉบับสมบรู ณแ์ ล้ว

นาไปทดลองใชก้ ับกลุ่มตัวอย่าง ไดแ้ ก่ โรงเรยี นโนนสวุ รรณพิทยาคม อาเภอโนนสวุ รรณ จังหวัดบุรีรมั ย์

สานกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 32 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2561 จานวน 30 คน

2.2.7 นาผลการตอบแบบวัดความพึงพอใจมาวิเคราะห์หาค่าอานาจจาแนกโดยวิธีแบบอิง

กลุม่ โดยใช้วิธกี ารหาคา่ สหสัมพนั ธอ์ ยา่ งง่ายระหว่างคะแนนรายข้อกับคะแนนทุกข้อ (Item Total

Correlation) (บญุ ชม ศรีสะอาด และคณะ. 2556: 98) นาผลการวเิ คราะหม์ าพจิ ารณาเลอื กข้อคาถาม ซึง่ ได้

ค่าอานาจจาแนกรายขอ้ อยรู่ ะหวา่ ง 0.42–0.77

2.2.8 การหาค่าความเช่ือม่นั (Reliability) ตามวิธีของครอนบาค (Cronbach) เรยี กว่า

“สัมประสิทธิ์แอลฟา” (α - Cronbach) (บญุ ชม ศรีสะอาดและคณะ. 2556: 98–101) ได้คา่ ความเช่อื ม่ัน

ทง้ั ฉบบั เท่ากับ 0.88

2.29 จัดพิมพแ์ บบวัดความพึงพอใจทผ่ี ่านการตรวจสอบคณุ ภาพแลว้ จานวน 20 ข้อ เปน็ แบบ

วัดความพึงพอใจในการเรียนรฉู้ บบั จริง เพอ่ื นาไปใชเ้ ป็นเครอื่ งมือเก็บรวบรวมข้อมูลต่อไป

5) แบบแผนในการทดลองและการดาเนินการทดลอง

5.1) การหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขยี นส่ือความตามแนว

PISA ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80 / 80 ใช้กลมุ่ การทดลองกลุม่ เดยี ว วดั ผลหลงั การทดลอง ( The single

group post-test only design one short case study ) ( ประวติ เอราวรรณ์ :2545 :54)

54

แบบแผนในการทดลอง

X O2

X หมายถึง การทดลองใช้แบบฝึกทักษะการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี นส่ือความตามแนว PISA
O2 หมายถงึ การทาแบบฝึกหดั ท้ายแบบฝกึ ทักษะการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขียนสอ่ื ความ

ตามแนว PISA
การดาเนินการทดลอง

แบบฝึกทกั ษะการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนสอ่ื ความตามแนว PISA ทีส่ รา้ งขน้ึ ครั้งนี้
ประกอบดว้ ยเนอื้ หา 9 เลม่ ท่ไี ดก้ ลา่ วไว้แล้ว ในการหาประสทิ ธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80 / 80 ดาเนิน
ตามข้นั ตอนดงั น้ี

- ใหก้ ลุ่มตวั อย่างเรยี นผ่านแบบฝกึ ทักษะการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขียนสือ่ ความตามแนว PISA
ใหจ้ บทีละชุด แล้วทาแบบฝกึ หัดท้ายหน่วยแต่ละชุดจนครบทัง้ 9 เลม่ ในเวลา 21 ช่ัวโมง

- ตรวจให้คะแนนแบบฝกึ หัดทา้ ยแบบฝึกทักษะ แต่ละชดุ จนครบ 9 เลม่
- นาคะแนนที่ได้มาวเิ คราะห์ทางสถิติเพือ่ หาประสทิ ธภิ าพของแบบฝกึ ทักษะ

5.2) การเปรียบเทยี บผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนก่อนและหลงั การใช้แบบฝกึ ทักษะการอ่าน
คิดวิเคราะห์ และเขียนส่ือความตามแนว PISA ใชก้ ารทดลองแบบกลุ่มเดยี วมีการวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน
กอ่ นทดลอง 1 ครัง้ และหลังการทดลอง 1 ครั้ง ( The Single Group Pre-test Post-test Design ) (
ประวติ เอราวรรณ์ . 2545 :55)

แบบแผนในการทดลอง

O1 X O2

O1 หมายถงึ การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนการทดลองใช้
แบบฝกึ ทกั ษะการอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขียนสอื่ ความตามแนว PISA

X หมายถงึ การทดลองใช้แบบฝึกทักษะการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขยี นฃ
ส่ือความตามแนว PISA

O2 หมายถงึ การวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนหลังการทดลองใช้
แบบฝึกทักษะการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี นสอื่ ความตามแนว PISA

O1 และ O2 วดั ด้วยแบบทดสอบชดุ เดียวกัน
การดาเนินการทดลอง

- นาแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนของชุดแบบฝึกพัฒนาการอา่ นคิด วินิจสุจรติ ธรรม
ให้นักเรียนกล่มุ ตัวอยา่ งทาแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น ( Pre-test ) ตรวจผลการสอบและเกบ็
คะแนนของแต่ละคนไว้

55

- กล่มุ ตวั อยา่ งทาแบบฝกึ ทักษะการอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขยี นสือ่ ความตามแนว PISA โดย

ชีแ้ จงจดุ ประสงค์พร้อมวธิ ีการอา่ นใหท้ ราบและให้กลุ่มตัวอย่างทาแบบฝกึ ทกั ษะการอ่าน คิดวิเคราะห์ และ

เขยี นสอ่ื ความตามแนว PISA จานวน 21 วัน

- เมอ่ื กลุม่ ตัวอยา่ งทาแบบฝกึ ทกั ษะการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขยี นสื่อความตามแนว PISA

ครบตามเวลาที่กาหนดจึงวดั ผลสัมฤทธิท์ างการเรียนหลังการทาแบบฝกึ ทักษะการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขยี น

ส่ือความตามแนว PISA ( Post-test ) โดยทาแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ ทางการเรียนอีกคร้ัง ตรวจผลการ

สอบและเกบ็ คะแนนของนักเรยี นแต่ละคนไว้

- นาคะแนน Pre-test และคะแนน Post – test มาวิเคราะหท์ างสถิติ

2) การเปรยี บเทียบผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นก่อนและหลงั การใช้แบบฝกึ ทักษะการอา่ น

คิดวิเคราะห์ และเขยี นส่ือความตามแนว PISA โดยการทดสอบแบบค่าทแี บบไม่อสิ ระ ( t – Dependent )

จากสูตร ( ลว้ น สายยศ, อังคณา สายยศ 2538 : 104 )

t= D
N  D 2   D 2

N 1

เมอื่ D แทน ความแตกต่างของคะแนนแตล่ ะคู่

N แทน จานวนคู่

องค์ประกอบท่ี 2 คณุ ประโยชน์ ประกอบด้วยตวั ชี้วดั 3 ตัวช้วี ดั ดงั นี้

ตัวช้ีวดั ที่ 1 ความสามารถในการแก้ปญั หาหรือพัฒนา
ความสามารถในการแก้ปัญหาหรือพัฒนานวตั กรรมให้สอดคลอ้ งตามวัตถปุ ระสงคแ์ ละ

เปาู หมาย สามารถหรือแก้ปัญหาหรือพัฒนาไดต้ รงตามกลุ่มเปาู หมาย นาไปประยกุ ต์ใช้บรู ณาการได้ท้ัง 8 กลมุ่
สาระการเรียนรู้ เชน่ การนาถ้อยความที่เก่ยี วข้องกับเร่ืองสุขภาพหรือการออกกาลงั กาย มาให้นกั เรยี นอา่ น
เปน็ การบรู ณาการกลุ่มสาระการเรียนรสู้ ุขศึกษาและพลศึกษา หรอื การนาบทเพลงมาใช้ในการอ่าน ทาให้
นกั เรยี นเกดิ สนุ ทรียภาพ เป็นการบูรณาการกลุ่มสาระการเรยี นรู้ศิลปะ และบรู ณาการได้กับการจัดกิจกรรม
ค่ายรักษ์ภาษาไทย ซ่งึ มฐี านการเรียนรู้ทงั้ หมด 10 ฐาน ดงั นี้ ฐานที่ 1 คาถูกคาผิดพินจิ ดู ฐานที่ 2 เรียนรู้
ปรศิ นาคาทาย ฐานที่ 3 หลายสานวนหลากทมี่ า ฐานที่ 4 หรรษาคาราชาศัพท์ ฐานที่ 5 ขานขบั ร้อยกรองไทย
ฐานที่ 6 ไตรยางค์อักษรสามหมู่ ฐานที่ 7 รอบรคู้ าคมหรรษา ฐานที่ 8 PISA อ่านรู้เร่ือง ฐานที่ 9 ปราดเปรือ่ งคา
ควบกล้า ฐานที่ 10 ลานาเพลงพื้นบา้ น ซึ่งในฐานที่ 8 PISA อา่ นรู้เรอื่ ง ไดน้ าโมเดล 7 ขั้นตอน
การจัดการเรยี นรู้ ส่สู มรรถนะ PISA ไปใชใ้ นการจดั กจิ กรรม ทาใหน้ ักเรียนได้ฝกึ ด้านการอ่าน คดิ วิเคราะห์
ตามสมรรถนะท่ี 3 ด้านของ PISA และเป็นนวตั กรรมท่แี ก้ไขปัญหาไดต้ รงตามเปาู หมาย กล่าวคอื เป็นการ
พัฒนาท่ีกระบวนการคิดวิเคราะห์ของผ้เู รียนเป็นอนั ดับแรก เพือ่ ให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการคดิ วิเคราะห์
ไตรต่ รองในการนาไปใช้ในชีวิตประจาวนั และการใชว้ จิ ารณญาณในการแสดงความคดิ เหน็ อย่างสมเหตสุ มผล
เพื่อปูองกันความผิดพลาดในการรับสารและส่งสารได้ รวมถงึ การได้รับเชญิ เปน็ วิทยากรโครงการพัฒนาทักษะ

56
การอ่านรู้เร่ืองและสื่อสารได้ ตามแนว PISA ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1-3 ใหแ้ ก่นักเรยี นโรงเรียนประโคนชยั
พิทยาคม ได้นานวัตกรรมแบบฝึกทักษะการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขยี นสื่อความตามแนว PISA และโมเดล
7 ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ สู่สมรรถนะ PISA ไปใช้ในการจัดกจิ กรรม จนมีผลคะแนนการทดสอบเพิม่ ขึ้น
เปน็ ต้น

ภาพที่ 10 การเป็นวิทยากรโครงการอา่ นรเู้ รอื่ งและสอื่ สารได้ ตามแนว PISA

57

ภาพที่ 11 การบูรณาการกบั ค่ายรกั ษ์ภาษาไทย ฐานท่ี 8 PISA อ่านรู้เรอื่ ง

จากการจดั การเรยี นรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขยี นสื่อความตาม

แนว PISA ทาให้ผลคะแนนการทดสอบการรู้เรอ่ื งการอ่าน (Reading Literacy) ตามแนวทางการประเมินผล

นกั เรยี นนานาชาติ PISA จัดสอบโดยสถาบันภาษาไทย สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงาน

คณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ของนกั เรียนชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 3 เพิ่มขนึ้ ตามลาดบั

ดังตารางที่ 11

ตารางที่ 11 แสดงผลการทดสอบการรู้เร่ืองการอา่ น (Reading Literacy) ตามแนวทางการประเมินผล

นักเรียนนานาชาติ PISA ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3

ปกี ารศึกษา ครั้งท/่ี เดอื น/พ.ศ. คะแนนเฉลยี่ รอ้ ยละ

2561 ครงั้ ที่ 1 มิถุนายน 2561 22.64 37.73

ครั้งที่ 2 สิงหาคม 2561 24.50 40.83

ครั้งที่ 3 พฤศจิกายน 2561 27.01 45.02

ครั้งที่ 4 กมุ ภาพันธ์ 2562 30.82 51.37

58

จากตารางท่ี 11 พบว่า แสดงผลการทดสอบการรเู้ ร่ืองการอ่าน (Reading Literacy) ตาม
แนวทางการประเมนิ ผลนักเรียนนานาชาติ PISA ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ปกี ารศึกษา 2561 คร้ังที่ 1-4 มีคะแนน
เพมิ่ ขนึ้ ทุกครัง้ และครั้งท่ี 4 สูงกว่าร้อยละ 50 คอื ครั้งท่ี 1 เทียบกบั คร้ังท่ี 2 เพม่ิ ขึน้ ร้อยละ 8.22 ครง้ั ที่ 2
เทยี บกบั คร้ังที่ 3 เพมิ่ ขน้ึ ร้อยละ 10.26 คร้งั ท่ี 3 เทยี บกบั ครง้ั ท่ี 4 เพ่มิ ขึน้ รอ้ ยละ 14.10 ซึง่ เปน็ ผลมาจากการ
จดั กิจกรรมบูรณาการคา่ ยรักษ์ภาษาไทย และการใช้โมเดล 7 ขั้นตอนการจดั การเรียนรู้ สูส่ มรรถนะ PISA
ไปใชใ้ นการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน

ตัวชี้วัดท่ี 2 ประโยชน์ต่อบคุ คล
ประโยชนต์ อ่ บุคคลท่ีจะได้รบั จากผลงานนวตั กรรมและเทคโนโลยีเพ่อื การเรยี นการสอน

1. ชว่ ยพัฒนาผ้เู รียนดา้ นกระบวนการคดิ วิเคราะห์ แกป้ ัญหาช่วยในการคดิ มติ ิอืน่ ๆ ไม่วา่ จะ
เปน็ การคิดเชิงวิพากย์ การคิดเชิงสรา้ งสรรค์ การคดิ เชิงบูรณาการ การคิดเชิงอนาคต เป็นตน้ ชว่ ยเสรมิ สรา้ ง
ให้เกดิ มุมมองเชิงลึกในเรื่องน้ัน ช่วยในการแก้ปัญหา จาแนกแยกแยะองค์ประกอบต่าง ๆ และการทาความ
เขา้ ใจสง่ิ ท่เี กดิ ข้ึน เม่ือพบปญั หาใด ๆ จะสามารถวเิ คราะห์ปัญหาน้ันได้ว่า มีองคป์ ระกอบอะไรบ้าง เพราะเหตุ
ใดจึงเป็นเช่นนน้ั ซงึ่ จะนาไปสู่การแกป้ ัญหาไดต้ รงกบั ประเด็นของปญั หานั้น ช่วยให้เกดิ การคาดการณ์ใน
อนาคต มองเหน็ โอกาสความเป็นไปได้ของสงิ่ ทย่ี ังไม่เกิดข้นึ อันจะนาไปส่กู ารตัดสนิ ใจและการแก้ปัญหาได้
บรรลุวัตถปุ ระสงคก์ ารคิด

2. ชว่ ยปลูกฝงั ลักษณะนสิ ยั รักการอ่าน ไมว่ ่าจะเป็นการอา่ นคดิ วเิ คราะหห์ รือการอ่านอย่างมี
วจิ ารณญาณ รวมถงึ การใช้เหตผุ ลในการแสดงความคดิ เห็น โดยการใช้ขอ้ มลู จากส่ิงท่ีอ่านมาประกอบเหตผุ ล
ทาให้ผู้เรยี นมีทักษะการอ่าน คิดวิเคราะห์อย่างมวี จิ ารณญาณ อา่ น จับใจความสาคัญและรายละเอียดของส่ิงท่ี
อา่ น แสดงความคดิ เห็นและข้อโต้แยง้ เกย่ี วกับเร่ืองท่ีอา่ น และเขียนกรอบแนวคิด ผังความคดิ ยอ่ ความ
จากส่ิงท่อี ่านได้ วิเคราะห์ วิจารณ์ อย่างมเี หตผุ ล ลาดับความอย่างมีข้นั ตอนและความเป็นไปได้ของเรื่องที่
อา่ น รวมทั้งประเมนิ ความถกู ต้องของข้อมลู ทีใ่ ชส้ นับสนุนจากเรอ่ื งที่อ่าน ซ่ึงเป็นคุณภาพผ้เู รยี นทสี่ อดคล้อง
ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน 2551 และยังเป็นประโยชนต์ อ่ บุคลากรครใู นการนาไปใชเ้ ปน็
แนวทางในการจัดการเรยี นการสอนเพ่ือพฒั นาทกั ษะกระบวนการคิดวิเคราะห์

ตัวชว้ี ัดท่ี 3 ประโยชนต์ ่อหน่วยงาน
ประโยชนต์ อ่ หนว่ ยงาน ท่จี ะได้รบั จากผลงานนวตั กรรมและเทคโนโลยเี พ่ือการเรียนการสอนทกี่ ระทบ

เศรษฐกิจ สังคม ความมนั่ คง และการพัฒนาประเทศ
1. พัฒนาเยาวชนใหเ้ ป็นผูม้ ีทักษะกระบวนการคิดวเิ คราะห์ คิดแก้ไขปญั หาอยา่ งสร้างสรรค์
เมื่อนกั เรยี นได้เรียนรจู้ ากการฝึกทกั ษะกระบวนการคดิ อย่างเปน็ ลาดบั ทาให้นักเรียน

สามารถมที ักษะกระบวนการคิดวเิ คราะห์ คิดแก้ไขปัญหาอยา่ งสรา้ งสรรค์ในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ท่ีพบเจอใน
ชวี ติ ประจาวนั มกี ารใชเ้ หตผุ ลในการตัดสนิ ใจ หาแนวทางในการแก้ไขปัญหา สามารถแสดงความคิดเห็นได้
อย่างสร้างสรรค์ สง่ ผลให้เป็นผทู้ มี่ พี ฤตกิ รรมทีด่ ี เน่อื งจากมีกระบวนการคดิ วเิ คราะห์ มีความมงุ่ มน่ั ในการเรียน
มีทกั ษะในการคิดเพ่ือวางแผนอนาคตใหแ้ กต่ นเอง

59

องค์ประกอบท่ี 3 ความคิดรเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์ ประกอบดว้ ยตัวช้วี ดั 2 ตัวช้วี ัด ดงั นี้

ตวั ช้วี ัดท่ี 1 ความแปลกใหม่ของนวตั กรรม
1. เป็นนวตั กรรมใหม่ ท่ีปรบั ปรงุ จากแนวคิดเดิมและนามาพฒั นาใหม่ 2 ลักษณะ ดงั นี้

1.1 เปน็ การปรับปรุงจากนวัตกรรมการพฒั นาการอา่ น คิดวิเคราะห์ โดยใช้รูปแบบเดิม แต่มีการ
ปรับปรุงเนอ้ื หา และวธิ ีกระบวนการ โดยยดึ สมรรถนะทงั้ 3 ดา้ นของการรู้เร่อื งการอา่ น (Reading Literacy)
ตามแนวทางการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ PISA ให้เป็นเนอ้ื หาทมี่ ีความทนั สมัยและใกลต้ วั ผเู้ รยี น เป็น
สมรรถนะที่จาเปน็ ในสถานการณป์ ัจจุบัน ซง่ึ สอดคล้องกบั คุณภาพของผู้เรยี นตามชว่ งวยั และคณุ ลักษณะตาม
หลกั สตู รและจุดเน้นการพฒั นาคณุ ภาพผูเ้ รยี น ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน 2551 และ
นโยบายท่ีต้องการพฒั นาใหเ้ กิดข้ึนกบั คนไทย

1.2 เป็นการปรบั เปลีย่ นแนวคิดกระบวนการจัดการเรยี นรู้ วธิ ีการสอนแบบวรรณี ของอาจารย์วรรณี
โสมประยรู ซึ่งเป็นขั้นตอนการสอนคณิตศาสตรส์ รา้ งสรรค์ เพ่ือเสริมสรา้ งความคิดสร้างสรรค์และการ
แก้ปัญหา ผสู้ อนได้ศึกษาขนั้ ตอนของการสอนได้พบวา่ วธิ กี ารสอนแบบวรรณี มีข้ันตอนในการสอนเพ่ือพัฒนา
ทกั ษะกระบวนการคิด ซึ่งสามารถปรับใช้ในรายวิชาอน่ื ได้ อาจมกี ารเรยี งลาดับขนั้ ตอนการสอนใหมต่ ามความ
เหมาะสม ตามคาแนะนาของอาจารยว์ รรณี โสมประยรู โดยมกี ารเรียงลาดบั ขน้ั ตอนใหม่ตามความเหมาะสม
ของธรรมชาตริ ายวชิ าภาษาไทย

2. เป็นนวตั กรรมที่มีแนวคิดแปลกใหม่ ไม่เคยมีมากอ่ น 1 ลักษณะ ดังน้ี
2.1 เป็นการนาเอาสมรรถนะการอา่ น ทั้ง 3 ด้าน มาเป็นแนวทางการการสร้างแบบฝึกทักษะ

ตลอดจนแนวทางการพัฒนาทกั ษะการอ่าน คดิ วิเคราะห์ตามแนว PISA กล่าวคือ การเข้าถึงและค้นคืนสาระ
หมายถงึ รขู้ อบเขตของข้อมูลทเ่ี ราตอ้ งการอยู่ในตาแหน่งใด และจาแนกความเหมือน ความตา่ งของข้อมูลทมี่ ี
อย่ใู นเนื้อเร่อื ง การบรู ณาการและตคี วาม หมายถงึ การแสดงความเข้าใจโดยสามารถระบุใจความสาคญั หรอื
จุดประสงค์ของเรื่อง เชอื่ มโยงส่วนตา่ งๆ ของข้อมูลที่หลากหลาย เพื่อทาใหเ้ กิดความเข้าใจเรื่องท่ีอา่ นและ
ตคี วามเนอ้ื เร่ืองเพื่อนาไปสูค่ วามเขา้ ใจในสงิ่ ทอ่ี ่านได้ลึกซึ้งย่ิงขน้ึ การสะทอ้ นและประเมนิ ค่า หมายถงึ การ
วิเคราะห์เน้อื เร่ือง รปู แบบและวธิ กี ารเขยี นของเร่ืองที่อ่าน ประเมิน แสดงความคดิ เห็นและใหข้ ้อโต้แยง้ จาก
มุมมองของตนเองได้ เป็นการฝึกทักษะกระบวนการคิดอยา่ งเปน็ ระบบ โดยนาข้อมลู ท่ีศึกษาคน้ คว้ามาเรยี บ
เรยี งและถ่ายทอดโดยใชภ้ าษาอย่างสรา้ งสรรค์ประกอบด้วยอะไร มีจุดมงุ่ หมายหรอื มคี วามประสงค์สง่ิ ใดและ
ส่วนยอ่ ย ๆ ทส่ี าคัญนนั้ แตล่ ะเหตุการณเ์ กย่ี วพันกนั โดยการวเิ คราะห์ความ ตีความ สรุปความและตอบคาถาม
จากเรือ่ งทอี่ ่าน ทาให้ผูอ้ า่ นแยกแยะเรื่องท่ีอา่ นครอบคลุมกลยทุ ธ์ การอา่ นท้ัง 3 ด้านตามแนว PISA คือ กล
ยุทธก์ ารเขา้ ถึงและค้นคนื สาระ กลยุทธก์ ารบูรณาการและตีความ กลยทุ ธ์การสะท้อนและการประเมนิ และไป
ประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตประจาวันให้เกิดประโยชนส์ ูงสดุ

ตวั ชีว้ ัดท่ี 2 จุดเด่นของนวตั กรรม
นวตั กรรมและเทคโนโลยเี พ่ือการเรยี นการสอนมลี กั ษณะเด่น นา่ สนใจ สะทอ้ นถึงการมี

แนวคดิ ใหม่ ใชง้ ่าย สะดวก และลงทุนน้อย จุดเด่นของนวัตกรรมทส่ี รา้ งขึ้นมดี งั นี้

60

1. เปน็ แบบฝึกทกั ษะที่มกี ารเรยี งลาดับของเน้อื หาการเรียนรตู้ ามลาดับ มีความสมั พันธ์กบั
ของเนื้อหา และมีบรบิ ทใกล้ตัวผเู้ รยี น ทาใหผ้ เู้ รียนเกดิ ความเขา้ ใจได้งา่ ย โดยได้คดั เลือกเนื้อหาจาก
เอกสารสิ่งพิมพ์ ข่าว นิทาน บทรอ้ ยกรอง บทความ และเพลง ทม่ี ีความสอดคลอ้ งกับสมรรถนะท้งั 3 ดา้ น เพื่อ
ใชใ้ นการฝึกทักษะการอา่ น การคิดวเิ คราะห์ท่มี บี ริบทใกล้ตัวของนักเรยี น โดยเริ่มจากการฝึกทักษะการอา่ น
การคดิ วิเคราะห์ เรอ่ื งใกลต้ วั ซึง่ เปน็ เรอื่ งใหม่ ๆ โดยในแบบฝกึ ทกั ษะ นกั เรียนสามารถทาใหผ้ ้เู รยี นเกิดความ
เขา้ ใจและนาไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ติ ประจาวนั ได้จริง สามารถทาแบบทดสอบวดั ความสามารถในการอ่าน คดิ
วเิ คราะหไ์ ด้อยา่ งถูกต้อง รวดเร็ว นักเรียนสามารถเช่ือมโยงต่อการดารงชวี ติ ประจาวนั และนาเสนอแนว
ทางการปูองกนั และแก้ไขปัญหาในสถานการณต์ ่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

2. เป็นนวตั กรรมทส่ี ร้างโมเดล วิธกี ารจัดกระบวนการเรียนรู้ข้นึ มาใหมเ่ พื่อใหเ้ หมาะแก่การ
ใช้จัดกระบวนการเรยี นการสอน ไดใ้ ช้โมเดล 7 ขัน้ ตอนการจดั การเรยี นรู้ สู่สมรรถนะ PISA ซึง่ เปน็ วธิ กี ารสอน
ที่สอดคล้องกบั การดาเนินงานเพอ่ื พัฒนาให้ผู้เรียนเกดิ ทักษะการอา่ นและคดิ วเิ คราะห์ ประกอบด้วยขั้นตอน
ตา่ ง ๆ ดังนี้

61

3. เปน็ นวัตกรรมทพี่ ัฒนาเร่ืองกระบวนการคิดวิเคราะห์ ในสถานการณต์ ่างๆ ท่เี ปน็ เร่ืองใกล้
ตวั มีขน้ั ตอนการวเิ คราะห์ท่เี ปน็ ขัน้ ตอนอยา่ งชดั เจน ฝึกให้ผู้เรียนได้ใชก้ ระบวนการคดิ ตามรูปแบบที่ถูกต้อง
มีความเป็นระบบในการใชเ้ หตุผล และการพจิ ารณาตดั สนิ ใจในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ซ่ึงเปน็ กระบวนการที่
สอดคล้องกบั จดุ เน้นของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พ.ศ.2551 และทักษะการเรียนรู้แหง่ ศตวรรษ
ท่ี 21 ทักษะท่ีตอ้ งเรยี นรู้ตลอดชีวติ คือ การเรียนรู้ 3R x 7C ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการ
แกป้ ญั หา(Critical Thinking and Problem Solving) การสอ่ื สารและความรว่ มมือกับสังคม
(Communications, Information, and Media Literacy) การยดื หยุ่นและการปรบั ตัว ภาวะผนู้ าและความ
รับผิดชอบตอ่ สงั คม(Collaboration, Teamwork and Leadership) ทาใหน้ วตั กรรมแบบฝึกทักษะการอ่าน
คดิ วเิ คราะห์ และเขยี นส่ือความตามแนว PISA เป็นนวัตกรรมท่ีชว่ ยพัฒนาผู้เรียนได้ไม่ลา้ สมยั และมีความเปน็
สากล

4. เปน็ นวตั กรรมทีใ่ ช้ในการเรียนรู้ไดอ้ ย่างงา่ ยดายด้วยตวั นักเรยี นเอง โดยมีขั้นตอนในการศกึ ษา
และการทากจิ กรรมอย่างเป็นลาดับสัมพนั ธก์ นั มีความสะดวกท่ีนกั เรียนสามารถศึกษาเรียนรูด้ ้วยตนเอง และ
สามารถนาไปเรยี นรูท้ บ่ี า้ น ตลอดจนเรียนร้ผู ่านสอื่ อิเล็กทรอนกิ ส์ซ่งึ เปน็ นวตั กรรมท่ลี งทุนน้อยแตส่ รา้ งความ
คุ้มค่าแก่ผ้เู รยี น

ตัวชี้วัดรว่ มด้านวิชาการ สาหรบั ครผู สู้ อนยอดเยยี่ ม
องคป์ ระกอบท่ี 1 ผลทีเ่ กดิ กบั ผเู้ รียน ประกอบด้วยตัวช้ีวัด 3 ตัวชีว้ ัด ดังนี้

ตวั ชีว้ ัดท่ี 1 ด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

1.1 นกั เรยี นผ่านการประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงคค์ รบทง้ั 8 ขอ้ คิดเป็นร้อยละ 100
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคค์ รบท้งั 8 ข้อ ผเู้ รียนมคี ณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงคต์ ามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ดงั น้ี 1)รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2) ซ่อื สัตย์ สุจริต 3) มวี ินัย 4) ใฝเุ รยี นรู้ 5) อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง 6) ม่งุ มนั่ ในการทางาน 7) รักความ
เปน็ ไทย 8) มีจติ สาธารณะ พ่งึ ตนเองไดม้ บี ุคลิกภาพท่ีดี เปน็ สมาชกิ ท่ีดีของครอบครัว ชมุ ชน สงั คม
ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ประชาธปิ ไตย เสยี สละเพือ่ ประโยชน์สว่ นร่วมอนุรกั ษส์ ง่ิ แวดล้อม

1.2 นักเรียนประพฤตปิ ฏิบัตติ นตามคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ที่เปน็ จดุ เน้นของสถานศึกษา
ไดค้ รบทุกข้อคิดเปน็ ร้อยละ 100

หลกั สูตรโรงเรยี นโนนสวุ รรณพิทยาคม นอกจากจะมงุ่ หวงั ให้ผ้เู รยี นเกิดความรู้ความสามารถ
มีทักษะดา้ นการคิดวเิ คราะห์ และดา้ นอาชีพแลว้ ยงั มุง่ ให้ผเู้ รียนมคี ุณธรรม จริยธรรมและคา่ นยิ มทพี่ ึง
ประสงค์ โรงเรียนจึงกาหนดคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ที่มุ่งหวังใหเ้ กดิ กับผเู้ รียน ผเู้ รยี นเปน็ ผูม้ คี ณุ ธรรม ล้า
เลศิ ภูมิปัญญา ดงั น้ี

1.2.1 ผเู้ รยี นมีความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวจิ ารณญาณ มี
ความคดิ สร้างสรรค์คดิ ไตร่ตรอง การจดั การ และมวี สิ ยั ทัศน์

62

1.2.2 ผู้เรยี นมีความรู้และทักษะทจ่ี าเป็นตามหลักสตู ร
1.2.3 ผู้เรยี นสามารถใชเ้ ทคโนโลยีและสารสนเทศในการแสวงหาความรไู้ ด้อยา่ งมี
ประสทิ ธิภาพ
1.2.4 ผ้เู รียนมีทกั ษะในการแสวงหาความรู้ได้ดว้ ยตนเอง รกั การเรียนรู้ และพฒั นา
ตนเองอยา่ งต่อเน่อื ง
1.2.5 ผ้เู รยี นมีทักษะในการทางาน รักการทางาน สามารถทางานร่วมกับผู้อ่ืนได้
และมเี จตคติทด่ี ีต่ออาชีพสุจริต
1.2.6 ผเู้ รยี นมีสขุ นิสัย สขุ ภาพกาย และสุขภาพจติ ทด่ี ี
1.2.7 ผู้เรยี นมสี นุ ทรยี ภาพ และลกั ษณะนิสยั ดา้ นศลิ ปะ ดนตรี และกีฬา
1.2.8 ผู้เรยี นมคี วามเปน็ ไทย มีจิตสานกึ ในการอนรุ กั ษป์ ระเพณี ศิลปวัฒนธรรมไทย
และภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ

ตางรางที่ 12 สรปุ ผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม โรงเรยี นโนนสุวรรณพิทยาคม จาแนกตามกลุ่ม

ตวั บง่ ชี้ ระดบั การศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน : มธั ยมศึกษา

การศึกษาขั้นพ้นื ฐาน นา้ หนกั คะแนน ระดับ

(มัธยมศกึ ษา) (คะแนน) ทไี่ ด้ คุณภาพ

กลุ่มตัวบ่งช้ีพื้นฐาน

ตัวบ่งชี้ท่ี 1 ผู้เรียนมีสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจติ ทด่ี ี 10.00 9.92 ดมี าก

ตัวบง่ ชี้ที่ 2 ผู้เรียนมีคณุ ธรรม จริยธรรมและค่านยิ มทีพ่ งึ ประสงค์ 10.00 9.83 ดมี าก

ตวั บง่ ชี้ท่ี 3 ผู้เรยี นมคี วามใฝุรู้ และเรยี นร้อู ยา่ งต่อเน่ือง 10.00 9.62 ดมี าก

ตัวบ่งชี้ที่ 4 ผ้เู รยี นคิดเปน็ ทาเป็น 10.00 8.75 ดี

ตัวบง่ ชท้ี ี่ 5 ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นของผ้เู รียน 20.00 7.63 ต้องปรับปรงุ

ตัวบง่ ชี้ท่ี 6 ประสิทธิผลของการจดั การเรียนการสอนทีเ่ นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สาคญั 10.00 8.00 ดี

ตัวบ่งชท้ี ่ี 7 ประสิทธภิ าพของการบรหิ ารจดั การและการพัฒนาสถานศกึ ษา 5.00 4.60 ดมี าก

ตวั บ่งชท้ี ี่ 8 พฒั นาการของการประกันคณุ ภาพภายในโดยสถานศกึ ษาและต้นสังกดั 5.00 4.86 ดมี าก

กลมุ่ ตัวบง่ ชอี้ ตั ลกั ษณ์

ตวั บ่งชที้ ่ี 9 ผลการพฒั นาให้บรรลตุ ามปรชั ญา ปณิธาน/วสิ ยั ทัศน์ พันธกิจ และ 5.00 5.00 ดมี าก
วตั ถปุ ระสงคข์ องการจัดต้งั สถานศึกษา

ตวั บ่งชท้ี ี่ 10 ผลการพฒั นาตามจุดเน้นและจดุ เดน่ ท่ีส่งผลสะท้อนเป็นเอกลักษณข์ อง 5.00 5.00 ดมี าก
สถานศกึ ษา

กล่มุ ตวั บง่ ชม้ี าตรการสง่ เสริม

ตวั บ่งชท้ี ่ี 11 ผลการดาเนินงานโครงการพเิ ศษเพือ่ สง่ เสริมบทบาทของสถานศึกษา 5.00 5.00 ดมี าก

ตัวบ่งช้ที ี่ 12 ผลการสง่ เสรมิ พัฒนาสถานศึกษาเพ่อื ยกระดบั มาตรฐาน 5.00 4.00 ดี
รักษามาตรฐาน และพฒั นาสูค่ วามเป็นเลิศ ที่สอดคลอ้ งกับ

63

การศกึ ษาขั้นพื้นฐาน นา้ หนัก คะแนน ระดับ
คณุ ภาพ
(มัธยมศกึ ษา) (คะแนน) ท่ไี ด้
ดี
แนวทางการปฏริ ูปการศึกษา

คะแนนรวม 100.00 82.21

การรับรองมาตรฐานสถานศึกษา ระดบั ประถมศกึ ษาและมัธยมศึกษา

 ผลคะแนนรวมทกุ ตวั บ่งช้ี ต้งั แต่ 80 คะแนนข้นึ ไป  ใช่  ไมใ่ ช่

 มตี ัวบ่งชท้ี ี่ได้ระดบั ดีขึ้นไปอย่างน้อย 10 ตวั บง่ ช้ี จาก 12 ตวั บ่งช้ี  ใช่  ไมใ่ ช่

 ไมม่ ีตวั บง่ ช้ใี ดทมี่ ีระดบั คุณภาพต้องปรบั ปรุงหรอื ต้องปรับปรงุ เรง่ ด่วน  ใช่  ไมใ่ ช่

สรุปผลการจัดการศึกษาระดบั การศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐานของสถานศึกษาในภาพรวม

 สมควรรบั รองมาตรฐานการศกึ ษา  ไมส่ มควรรบั รองมาตรฐานการศึกษา

1.3 นกั เรียนได้รับรางวลั /การยกย่องเชดิ ชูเกียรต/ิ ประกาศชมเชยจากหน่วยงาน/องค์กร/

ระดบั เขต/ระดบั จังหวดั /ระดับชาติ

ตารางที่ 13 แสดงข้อมูลนักเรียนได้รับรางวัล ระดบั เขต/จงั หวดั

นักเรยี น รางวัล จากหน่วยงาน

1. เดก็ หญิงวรรณิศา สุดเนตร - ไดร้ บั รางวลั เหรยี ญทอง รองชนะเลิศอันดับ สพม.32

ท่ี 1 การแข่งขนั วรรณกรรมพิจารณ์ ม.1-ม.3

2. เด็กหญิงนฤทัย เวสะมูลา - ได้รับรางวัลเหรียญทอง การแขง่ ขนั กวี สพม.32

3. เด็กหญิงพนิดา เรืองรุ่ง เยาวชนคนรนุ่ ใหม่ กาพย์ยานี 11 (6 บท)

ม.1-ม.3

4. เด็กหญงิ กนกนิภา การเร็ว - ไดร้ บั รางวัลเหรียญทอง การแขง่ ขนั ต่อ สพม.32

5. เด็กหญิงยลดา อาลัยรมั ย์ คาศัพทภ์ าษาไทย (คาคมเดิม) ม.1-ม.3

6. นายวิทยา จันทร์ภริ มย์ - ได้รับรางวลั เหรียญทอง การแข่งขนั ต่อ สพม.32

คาศัพทภ์ าษาไทย (คาคมเดมิ ) ม.4-ม.6

7. เด็กหญงิ ชตุ ิกาญจน์ จะรติ รมั ย์ - ได้รบั รางวัลเหรียญทอง รองชนะเลศิ สพม.32

8. เดก็ หญิงดวงแกว้ รม่ เย็นรัมย์ อันดับท่ี 1 การประกวดหนงั สอื เลม่ เลก็

9. เด็กหญงิ ธิดารตั น์ ศรสี ุข ม.1-ม.3

10. นางสาวกนกวรรณ แจ่นประโคน - ไดร้ บั รางวัลเหรยี ญทอง การประกวด สพม.32

11. นางสาวธดิ ารตั น์ ทองเกล้ียง หนังสือเลม่ เล็ก ม.4-ม.6

12. นางสาวสุจริ า ปดิ ตาระตัง

13. นางสาวปานไพลนิ ทบั ทิม - ไดร้ ับรางวลั เหรยี ญทอง รองชนะเลิศ สพม.32

อนั ดับ 2 การแขง่ ขนั การท่องอาขยาน

ทานองเสนาะ ม.4-ม.6

64

นักเรียน รางวัล จากหน่วยงาน
14. นางสาวกฤตยา จงจอหอ - ไดร้ ับรางวลั เหรียญทอง รองชนะเลศิ สพม.32
15. นางสาวบริมาส ปิน่ ศิริ อันดับ 1 การแข่งขนั ปริศนาสรา้ งสรรค์
16. นางสาวอรพรรณ ทิพย์อักษร วรรณคดีไทย ม.4-ม.6 สพม.32
17. นางสาวศศมิ า สีสวัสดิ์ ไดร้ บั รางวลั เหรียญทอง การแข่งขันคัด สพม.32
ลายมือส่ือภาษาไทย ม.4-ม.6
18. นางสาวศิริรัตน์ สมประโคน ได้รบั รางวัลเหรียญทอง การแขง่ ขันกวี สานักงานคณะกรรมการ
19. นางสาวศริ ิลักษณ์ ลุนณะบตุ ร เยาวชนคนรนุ่ ใหม่ อินทรวิเชียรฉนั ท์ 11 การเลอื กตง้ั จงั หวัดบรุ รี มั ย์
(8 บท) ม.4-ม.6
20. นางสาวทิชาพร ดีสดุ ไดร้ างวัลรองชนะเลิศอันดับ 2
การพดู สนุ ทรพจนร์ ณรงคก์ ารเลือกต้งั

ตารางท่ี 14 แสดงข้อมลู นักเรียนได้รับรางวลั ระดับภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื

นักเรียน รางวลั จากหน่วยงาน/องคก์ ร

1. เด็กหญงิ ยลดา อาลยั รัมย์ - ไดร้ บั รางวลั เหรียญทองแดง การแขง่ ขัน สานักงานคณะกรรมการ

2. เด็กหญงิ วรรณศิ า สุดเนตร ปรศิ นาสร้างสรรค์วรรณคดีไทย ม.1-ม.3 การศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน

3. เดก็ หญงิ ศศิรดา สวิ่ ไธสง งานศิลปหตั ถกรรมนกั เรียน ครง้ั ที่ 67

ปีการศกึ ษา 2560

4. เดก็ ชายปรีชา บิลรัมย์ - ได้รบั รางวัลเหรียญทอง การแขง่ ขันการ สานักงานคณะกรรมการ

5. เดก็ หญิงวภิ าวดี ผลกึ ร่งุ โรจน์ จดั ทาหนงั สือเลม่ เล็ก ประเภทบกพร่อง การศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน

6. เดก็ หญิงอาทติ ติยา คะริบรัมย์ ทางการเรียนรู้ ม.1-ม.3 งานศิลปหตั ถกรรม

นักเรียน ครั้งที่ 67 ปกี ารศึกษา 2560

7. นางสาวจรัญญา คาตัน - ไดร้ างวัลเหรียญเงนิ การแข่งขันเรียงรอ้ ย สานักงานคณะกรรมการ

ถอ้ ยความ ม.4-ม.6 งานศิลปหตั ถกรรม การศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน

นักเรยี น คร้งั ท่ี 66 ปกี ารศึกษา 2559

8. นางสาวพัชรพร อิน่ อ้อย - ไดร้ ับรางวลั เหรียญเงิน การประกวด สานักงานคณะกรรมการ

9. นางสาวระพพี รรณ ผิวทอง หนงั สอื เลม่ เล็ก ม.4-ม.6 งานศิลปหัตถกรรม การศกึ ษาขั้นพื้นฐาน

10. นางสาวสิริยากร กาละไชย นักเรยี น ครง้ั ท่ี 66 ปีการศึกษา 2559

11. เดก็ หญงิ บัณฑิตา เหลอื งเดชานรุ กั ษ์ - ได้รบั รางวลั เหรยี ญเงิน การแขง่ ขนั กวี สานกั งานคณะกรรมการ

12. เดก็ หญิงอรวรรณ คร่าดี เยาวชนคนร่นุ ใหม่ กาพย์ยานี ๑๑ (๘ บท) การศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน

ม.1-ม.3 งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน

นักเรียน ครัง้ ที่ 66 ปกี ารศึกษา 2559 65
13. เด็กหญิงกฤตยา จงจอหอ รางวัล
14. เดก็ หญิงบรมิ าส ปิน่ ศิริ จากหน่วยงาน/องคก์ ร
15. เดก็ หญิงอรพรรณ ทิพย์อักษร - ไดร้ บั รางวัลเหรยี ญเงิน การแข่งขัน สานักงานคณะกรรมการ
ปรศิ นาสรา้ งสรรค์วรรณคดีไทย ม.1-ม.3 การศึกษาข้ันพ้นื ฐาน
งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครง้ั ที่ 66
ปกี ารศึกษา 2559

ตารางท่ี 15 แสดงขอ้ มูลนกั เรยี นไดร้ ับรางวัล ระดบั ชาติ/นานาชาติ

นกั เรยี น รางวัล จากหนว่ ยงาน/องคก์ ร
เดก็ หญิงขวญั ขา้ ว วรรณสงิ ห์ - ได้รับรางวลั เหรียญทอง การประกวดการขับ สานักงานคณะกรรมการ
รอ้ งเพลงไทยลูกทงุ่ ประเภทบกพร่องทางการ การศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน
เรียนรู้ ม.1-ม.3 งานมหกรรมความสามารถ
ทางศลิ ปหตั ถกรรม วชิ าการและเทคโนโลยี
ของนักเรียน ครงั้ ที่ 68 ปกี ารศกึ ษา 2561

ภาพท่ี 12 การแข่งขันงานศิลปะหัตกรรมนกั เรียน ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนอื

66

ตวั ชว้ี ดั ท่ี 2 ผลงาน/ช้ินงาน/ภาระงาน/ผลการปฏิบตั งิ าน

2.1 นกั เรียนทุกคนมีผลงาน/ชิน้ งาน/ภาระงาน/ผลการปฏิบัตงิ านครบถ้วนตามทค่ี รูกาหนด โดย
นกั เรียนไดเ้ รยี นรู้ใช้กระบวนการตกผลึกความคิด สรา้ งแผนทีค่ วามคดิ Mind Mapping อย่างสรา้ งสรรค์ โดย
การนาเอากิจกรรมการเรียนรู้ และการพัฒนากระบวนการคิดนาไปใชช้ ีวติ ประจาวันในรูปแบบ

2.2 ผลงาน/ชิน้ งาน/ภาระงาน/ผลการปฏบิ ตั ิงานของนักเรยี นมคี ุณภาพตามเกณฑท์ ี่กาหนดใน
ระดบั ดขี ึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 80 ดงั งานวิจัย

2.3 ผลงาน/ชนิ้ งาน/ภาระงาน/ผลการปฏิบตั ิงานเกดิ จากการปฏิบตั งิ านของนกั เรียน ตาม
หลกั สตู รอย่างแท้จรงิ และได้รับการรับรองจากผู้บริหารโรงเรยี น

ตวั ชว้ี ัดท่ี 3 การเผยแพร่ผลงานนักเรยี น

ขา้ พเจ้าได้นาผลงานนกั เรียนท่เี กดิ จากการจดั การเรียนรู้ และนวัตกรรมในการจดั การเรียนรไู้ ป
เผยแพร่โดยเผยแพรส่ ู่สาธารณะ ผ่านเว็บไซตโ์ รงเรยี น เว็บไซตส์ ว่ นตวั และส่ือสงั คมออนไลน์ รวมถึงการจัด
งานนทิ รรศการ Open House “เปิดบ้านวิชาการ เปิดประตูสู่ น.ว.พ.” การแสดงผลงานหน่ึงโครงงานหน่ึง
อาชพี งานมหกรรมความสามารถทางศิลปหัตถกรรม วิชาการ และเทคโนโลยีของนักเรยี นระดบั ชาติ
ปกี ารศกึ ษา 2561 จังหวัดบุรรี มั ย์ และได้แสดงผลงานโดยการออกรายการพุธเช้าข่าวโรงเรียน ประจาวันพุธ
ท่ี 24 ตุลาคม 2561 เรื่อง ผลการปฏิบัติท่ีเปน็ เลศิ (Best Practice) การดาเนินงานพัฒนาคุณภาพการศึกษา
ผา่ นเทคโนโลยสี ารสนเทศ (DLIT)

ภาพที่ 13 งานนทิ รรศการ Open House “เปิดบา้ นวชิ าการ เปิดประตูสู่ น.ว.พ.”

67
ภาพท่ี 14 งานแสดงผลงานหน่งึ โครงงานหนง่ึ อาชีพ
ภาพท่ี 15 ออกรายการพธุ เชา้ ขา่ ว สพฐ. ผลการปฏิบัติที่เปน็ เลศิ (Best Practice) DLIT

68

ตวั ชวี้ ดั ท่ี 4 การไดร้ บั รางวลั /ยกยอ่ งเชิดชู

4.1 ผลงาน/ชิน้ งาน/ภาระงาน/ผลการปฏบิ ตั งิ านของนักเรียน ไดร้ ับรางวัล/ยกยอ่ งเชดิ ชูและมี
ผ้นู าไปใช้ทั้งภายในและภายนอกสถานศกึ ษา

- ครแู ละนักเรยี นได้เป็นวิทยากรเผยแพรค่ วามรู้ทางการจัดกจิ กรรมโครงการพฒั นาทกั ษะการ
อา่ นรู้เรอื่ งและส่ือสารได้ ตามแนว PISA ดังนี้

1) วทิ ยากรอบรมโครงการเรง่ รัดคุณภาพการอ่านรเู้ รอื่ งและสื่อสารได้ ตามแนวการ
ประเมนิ ผลนานาชาติ (PISA) ใหแ้ ก่คณะครโู รงเรียนอนบุ าลประชารฐั สามคั คี อาเภอสงู เนิน จงั หวดั
นครราชสีมา

2) วทิ ยากรอบรมโครงการเร่งรัดคุณภาพการอ่านรู้เรอ่ื งและสื่อสารได้ ตามแนวการ
ประเมินผลนานาชาติ (PISA) ใหแ้ กค่ ณะครโู รงเรยี นจุฬาภรณราชวทิ ยาลยั อาเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์

3) วทิ ยากรอบรมโครงการเร่งรัดคณุ ภาพการอ่านรู้เรือ่ งและสอื่ สารได้ ตามแนวการ
ประเมินผลนานาชาติ (PISA) ใหแ้ ก่คณะครูสหวทิ ยาเขตหนองกี่ สพม.32

4) วิทยากรอบรมโครงการเรง่ รัดคุณภาพการอ่านรเู้ รอื่ งและสอ่ื สารได้ ตามแนวการ
ประเมนิ ผลนานาชาติ (PISA) ใหแ้ ก่ครภู าษาไทย สพม.32

5) วทิ ยากรอบรมโครงการเร่งรดั คุณภาพการอ่านรู้เรื่องและสอื่ สารได้ ตามแนว PISA
ของนักเรยี นช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 1-3 โรงเรยี นประโคนชัยพิทยาคม อาเภอประโคนชัย จงั หวัดบรุ ีรัมย์
สานกั งานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32

ภาพที่ 16 เกยี รตบิ ตั รวิทยากรโครงการเร่งรดั คณุ ภาพการอ่านรู้เรื่องและสือ่ สารได้ ตามแนว PISA

69

ตวั ชีว้ ดั รว่ มดา้ นวชิ าการ สาหรับครูผู้สอนยอดเย่ียม
องคป์ ระกอบที่ 2 ผลการพฒั นาตนเอง

ตัวช้ีวดั รว่ มดา้ นวิชาการ สาหรับครผู ู้สอนยอดเยย่ี ม องคป์ ระกอบที่ 2 ผลการพัฒนาตนเอง ประกอบด้วย
ตวั ชวี้ ดั 2 ตวั ชวี้ ดั ดงั นี้

ตวั ช้วี ดั ที่ 1 เปน็ แบบอย่างและเปน็ ท่ียอมรับจากบุคคลอ่นื ๆ
ตัวชี้วัดที่ 2 พฒั นาตนเองอยา่ งตอ่ เน่ือง

สว่ นท่ี 1 การได้รับการพฒั นา
สว่ นที่ 2 การพฒั นาตนเอง

ตวั ชวี้ ดั ที่ 1 เป็นแบบอย่างและเป็นที่ยอมรบั จากบุคคลอ่ืน ๆ

1.1 การพฒั นาตนเองในด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม การพัฒนาจิตอยา่ งน้อยปีละ 1 คร้ัง
- ประพฤตติ นยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม มคี วามศรทั ธาและปฏิบตั ิตนตามหลัก

ศาสนา ฝกึ สมาธิ และนอ้ มนาหลักคาสอนของพระพุทธเจ้าในการดาเนินชีวติ ไมเ่ บียดเบียนผู้อน่ื เป็นแบบอย่าง
ที่ดีแก่ศิษย์ ได้รับการยกย่องชมเชย และมสี ว่ นรว่ มและเสริมสรา้ งพฒั นาผูอ้ ื่น

ภาพที่ 17 การทาบุญตกั บาตรในวันสาคัญทางพระพุทธศาสนาและการสวดมนต์ขา้ มปี
- ไดร้ ับรางวัล “ครูดไี ม่มอี บายมุข” เนื่องในวนั ครู ปี 2557

ภาพท่ี 18 เกยี รตบิ ัตรครูดีไมม่ อี บายมุข

70
1.2 ปฏิบตั ิตนเปน็ แบบอย่างท่ีดี ตามแนวปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ทงั้ ในหนา้ ท่ีราชการ และสว่ นตน
จนได้รับการยกยอ่ งใหไ้ ด้รบั รางวลั เชิดชูเกยี รตดิ า้ นวิชาชีพ

- ดารงชวี ิตตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและอนุรักษส์ ิ่งแวดล้อม

ภาพที่ 19 ดารงชีวิตตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงดว้ ยการปลูกผกั กนิ เอง
- ได้รับรางวลั ครูผู้สอนดเี ด่น เนอ่ื งในวันครู ปี 2560 และปี 2562 จากสานกั งานเขตพืน้ ที่การศกึ ษา
ประถมศกึ ษาบรุ รี มั ย์ เขต 3

ภาพที่ 20 รางวลั ครผู ูส้ อนดีเดน่ เนอ่ื งในวนั ครู ปี 2560 และปี 2562
- ไดร้ ับรางวลั ครผู ูม้ ีผลการปฏบิ ตั งิ านดเี ด่น ปกี ารศึกษา 2557 และปี 2560 จากสมาคม
ผู้บรหิ ารโรงเรยี นมธั ยมจังหวัดบรุ ีรมั ย์

ภาพท่ี 21 รับรางวัลครูผู้มผี ลการปฏิบตั งิ านดเี ดน่ ปกี ารศกึ ษา 2557 และปี 2560

71
- ได้รับรางวลั ครดู ขี องแผ่นดิน รองชนะเลศิ ระดับชาติ ปี 2560 โดย มูลนิธคิ รดู ขี องแผ่นดิน
รบั โลจ่ าก ฯพณฯ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี
-

ภาพท่ี 22 รับรางวลั ครูดขี องแผ่นดนิ รองชนะเลิศ ระดับชาติ ปี 2560
- ไดร้ บั เกยี รตบิ ัตรกลมุ่ เครือขา่ ยครดู ขี องแผ่นดนิ ปี 2560 โดย มลู นิธิครดู ีของแผน่ ดนิ
รบั จาก ม.ล.ปนดั ดา ดิศกลุ รัฐมนตรีชว่ ยวา่ การกระทรวงศกึ ษาธิการ ณ หอ้ งประชมุ หมอ่ มหลวงป่นิ มาลากุล

ภาพที่ 23 รับเกยี รตบิ ตั รกลุ่มเครอื ขา่ ยครูดีของแผ่นดิน ปี 2560
- ไดร้ ับรางวลั ผใู้ ช้ภาษาไทยดีเด่น เน่ืองในวันภาษาไทยแหง่ ชาติ 29 กรกฎาคม 2560
จากกรมสง่ เสรมิ วฒั นธรรม กระทรวงวัฒนธรรม

ภาพท่ี 24 เกยี รตบิ ัตรรางวลั ผูใ้ ชภ้ าษาไทยดเี ด่น เนื่องในวนั ภาษาไทยแหง่ ชาติ

72

ตวั ชีว้ ดั ท่ี 2 พฒั นาตนเองอย่างตอ่ เนอ่ื ง (การไดร้ ับการพัฒนา/พัฒนาตนเองในรอบ 2 ปี)

สว่ นที่ 1 การไดร้ ับการพัฒนา

สว่ นที่ 2 การพฒั นาตนเอง

สว่ นที่ 1 การได้รบั การพัฒนา

พฒั นาตนเองด้านวชิ าชีพ มีการอบรม สมั มนา การเรยี นรู้ดว้ ยตนเองและศึกษาดูงาน

ในปี 2560 - 2562 ดังนี้

ตารางท่ี 16 แสดงการพัฒนาตนเองดา้ นวิชาชพี

ปี พ.ศ. ช่อื หลักสตู ร จานวน สถาบนั ทจ่ี ัดอบรม/
(ชว่ั โมง) สมั มนา/ศึกษาดูงาน

2560 - แนวทางการประเมนิ การเสริมสรา้ งพลงั ครดู ีตาม 6 สพม.32

โครงการเครือข่ายครูดีของแผ่นดิน

- การประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั ิการการอบรมปฏิบตั กิ ารพัฒนา 6 สพม.32 ร่วมกบั สถาบัน

ครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา “การปฏิรูปการเรียนรู้ พฒั นาคุณภาพวชิ าการ

ด้วยกระบวนการคิดวิเคราะห์โดยใช้ Active Learning” (พว.)

- การประชุมสรา้ งความรู้ความเข้าใจในการใชค้ ู่มอื 6 สพม.32

ตดิ ตามและประเมนิ ผลการจัดการศึกษามธั ยมศกึ ษา

- การประชมุ เชิงปฏิบตั กิ ารการพัฒนาระบบการประกนั 6 สพม.32

คณุ ภาพการศึกษาตามแนวทางนโยบายการปฏิรปู ระบบ

ประเมนิ และการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อการ

ประกนั คุณภาพภายในของสถานศกึ ษา

- การประชุมวิชาการระดับชาติดา้ นภาษาไทย “ววิ ธิ วิจยั 6 จุฬาลงกรณ์

ภาษาไทย” คร้งั ท่ี 1 มหาวิทยาลยั

- การประชุมเชงิ ปฏบิ ตั กิ ารวิทยากรแกนนาโครงการ 6 สพม.32

โรงเรียนคุณธรรม สพฐ.

- การประชุมเชิงปฏิบัตกิ ารการพฒั นาระบบคุณภาพเพ่ือ 6 สพม.32

ขับเคลื่อนการประกนั คุณภาพภายในของสถานศึกษาสู่

รางวัล IQA AWARDS

- โครงการค่ายยวุ ชนคนคุณธรรม โรงเรียนคณุ ธรรม 6 สพม.32

สพฐ. ประจาปี 2560

2561 - การอบรมเชิงปฏิบตั ิการการพัฒนาศักยภาพการสอน 6 สพม.32

เพอ่ื ยกระดับผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนวชิ าภาษาไทย

ปี พ.ศ. ชื่อหลักสตู ร จานวน 73
(ช่วั โมง)
2561 - การประชุมเชิงปฏิบัตกิ ารมาตรฐานการศกึ ษารปู แบบ สถาบนั ทจ่ี ัดอบรม/
แนวทางการประเมนิ แนวใหม่และกฎกระทรวงการ 6 สมั มนา/ศกึ ษาดงู าน
ประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2561 สพม.32 รว่ มกบั
24 เครอื ข่ายส่งเสริม
- การประชุมเชงิ ปฏบิ ตั ิการปรับปรงุ และตรวจสอบ ประสทิ ธิภาพการจัด
ข้อสอบเพื่อนาเข้าคลงั ข้อสอบมาตรฐาน (Standardize 24 การศกึ ษามธั ยมศึกษา
Item Bank System : SIBS) คร้ังที่ 1 ระดับชนั้ จงั หวัดบุรีรัมย์
ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา 24 สานักทดสอบทาง
- การประชมุ เชิงปฏิบตั กิ ารปรับปรงุ และตรวจสอบ การศึกษา
ข้อสอบเพ่ือนาเข้าคลังข้อสอบมาตรฐาน (Standardize 6 สานกั งานคณะกรรมการ
Item Bank System : SIBS) คร้ังท่ี 2 ระดบั ชน้ั 12 การศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน
ประถมศกึ ษาและมธั ยมศึกษา สานักทดสอบทาง
- การประชมุ เชงิ ปฏบิ ัตกิ ารกาหนดกรอบโครงสร้าง 30 การศกึ ษา
ปรบั ปรุงและพฒั นาเครื่องมือวดั ระดบั ความสามารถใน 6 สานักงานคณะกรรมการ
กรใชภ้ าษาไทย (Thai Competncy Test) สาหรับชาว 6 การศึกษาขั้นพื้นฐาน
ตา่ งประเทศ ปี 2561 สานักทดสอบทาง
- การอบรมเชงิ ปฏบิ ตั กิ ารการพัฒนาครูสู่มืออาชพี การศกึ ษา
ศตวรรษท่ี 21 สานกั งานคณะกรรมการ
- การพฒั นาสมรรถนะครูภาษาไทย:การพัฒนากจิ กรรม การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
การเรียนรูต้ ามแนวคิดสมองเปน็ ฐาน (BBL) ประกอบ โรงเรียนโนนสุวรรณ
กลมุ่ รว่ มมือทใี่ ช้ผงั กราฟฟิกเพื่อส่งเสริมทักษะการเขยี น พทิ ยาคม
เชงิ สรา้ งสรรค์ของนักเรยี นชนั้ มัธยมศึกษาตอนปลาย มหาวิทยาลัยราชภัฏ
- การพฒั นาข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา มหาสารคาม
ก่อนแต่งตัง้ ให้มแี ละเลื่อนวทิ ยฐานะครชู านาญการพิเศษ
- การประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ ารการประกนั คุณภาพ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั
การศึกษาแนวใหม่และการเตรียมความพร้อมเพื่อการ นครราชสมี า
ประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอก โดย สมศ.รอบสี่ โรงเรียนโนนสวุ รรณ
- การประชมุ เชิงปฏิบัตกิ ารโครงการพัฒนาครูภาษาไทย พิทยาคม
ในการจัดการเรียนการสอน เพ่อื พัฒนาการอา่ นการ
เขยี นใหน้ กั เรยี น สพม.32

ปี พ.ศ. ชื่อหลักสตู ร จานวน 74
(ชวั่ โมง)
2561 - การอบรมเชิงปฏบิ ตั กิ ารโครงการพฒั นาเทคนิคการ สถาบนั ทจี่ ัดอบรม/
สอนหลักภาษาไทยในระดบั มัธยมศกึ ษาเพ่ือเพ่ิมพนู 6 สมั มนา/ศึกษาดูงาน
ความรูค้ วามเข้าใจในการจัดการเรยี นการสอนหลกั สพม.32 รว่ มกับ
ภาษาไทย สานักพมิ พ์พัฒนา
วิชาการ (พว.)
2562 การอบรมเชิงปฏบิ ัติการโครงการสร้างนกั วิจยั รนุ่ ใหม่
(ลูกไก่) รุ่น 1 45 สานักงานคณะกรรมการ
การวจิ ัยแหง่ ชาติ (วช.)

ภาพท่ี 25 การพฒั นาตนเองดา้ นวชิ าชีพ เช่น การอบรม สัมมนา และศึกษาดูงาน

75

ตัวชีว้ ัดร่วมด้านวิชาการ สาหรับครผู สู้ อนยอดเย่ยี ม
องค์ประกอบที่ 3 การดาเนินงาน/ผลงานทีเ่ ป็นเลิศ

ตวั ชว้ี ัดร่วมด้านวชิ าการ สาหรบั ครูผู้สอนยอดเย่ยี ม องค์ประกอบที่ 3 การดาเนินงานผลงานที่เป็นเลศิ
ประกอบดว้ ยตวั ชี้วัด 2 ตัวชว้ี ัด ดังน้ี

ตวั ช้วี ัดท่ี 1 การนาองค์ความรจู้ ากการไดร้ บั การพฒั นาหรือการพัฒนาตนเองไปใชป้ ระโยชน์
ตัวชี้วัดที่ 2 การแก้ปัญหา/การพัฒนาผเู้ รียน

ตวั ช้ีวดั ที่ 1 การนาองค์ความรู้จากการไดร้ บั การพฒั นาหรอื การพัฒนาตนเองไปใชป้ ระโยชน์
1.1 นาไปพัฒนานักเรียนแบบองค์รวมได้ ความรู้ ทักษะ กระบวนการ และเจตคติ

- นวตั กรรมแบบฝึกทักษะการอา่ นคดิ วิเคราะห์ และเขยี นสื่อความตามแนว PISA เป็นการพัฒนา
นกั เรียนแบบองค์รวม กลา่ วคือ นักเรยี นเกิดความรคู้ วามเข้าใจเกย่ี วกับการอา่ นแนว PISA เกดิ ทักษะ
กระบวนการคดิ วเิ คราะห์ และแก้ไขปัญหา และมีเจตคติที่ดตี ่อการเรียนรู้ โดยมีกจิ กรรมท่ีสร้างองคค์ วามรู้ให้
เกิดขึน้ แกผ่ ูเ้ รียน คือกจิ กรรมรอ้ ง เลน่ ขานขบั ทานอง สอดคลอ้ งสาระสาคัญ กจิ กรรมอา่ นจับใจความ รวบรวม
ข้อมลู กิจกรรมอ่านทาความเข้าใจ มุ่งมองหาสาระทตี่ ้องการ เม่อื เกดิ ความรจู้ งึ นาไปส่กู ารฝึกทกั ษะกระบวนการ
คดิ วเิ คราะห์ คิดสงั เคราะห์ ในกิจกรรมพิจารณาถอ้ ยความโดยรวม กจิ กรรมอ่านเข้าใจอย่างกว้าง ๆ วิเคราะห์
แบบบรู ณาการ กจิ กรรมอา่ นทาความเข้าใจความหมายของสงิ่ ทอี่ า่ น สรุปเน้ือหาหน้าชัน้ เรยี น เมอ่ื เกดิ การฝกึ
ทกั ษะกระบวนการคิด จงึ นาไปสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรใู้ หเ้ กิดขน้ึ แกผ่ ู้เรยี น โดยใช้กจิ กรรมพจิ ารณาความสัมพนั ธ์
กบั ชวี ิตในโลกปจั จบุ นั กจิ กรรมแสดงความคดิ เหน็ สมเหตุสมผล กจิ กรรมเช่อื มโยงความรู้สคู่ วามเปน็ จรงิ กิจกรรม
ใชว้ จิ ารณญาณ สรา้ งสมมุติฐาน หรือบอกคุณคา่ จึงถือไดว้ ่านวัตกรรมแบบฝกึ ทักษะการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และ
เขียนส่ือความตามแนว PISA เป็นนวตั กรรมทีน่ าไปพฒั นานักเรยี นแบบองคร์ วมได้ทงั้ ความรู้ ทักษะ กระบวนการ
และเจตคตินาไปใชบ้ รู ณาการกบั หน่วย/เรอื่ งอ่นื ๆได้

- นวัตกรรมแบบฝึกทักษะการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขียนสื่อความตามแนว PISA สามารถนาไป
บรู ณาการร่วมกับรายวชิ าต่างๆ ได้ท้ัง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ เนือ่ งจากเปน็ การปลูกฝงั ให้ผู้เรยี นเกดิ ทักษะการ
อ่านคิดวเิ คราะห์ซ่งึ สอดคล้องกบั การพฒั นาตามจุดเนน้ คุณภาพผเู้ รียนของหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้น
พนื้ ฐาน ด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ และสอดคล้องกบั การพัฒนาค่านยิ ม 12 ประการใหเ้ กดิ ข้ึนแก่ผเู้ รียน
จงึ สามารถบรู ณาการไดค้ รบทุกรายวชิ า ทกุ กลุ่มสาระการเรียนรู้

1.2 นาไปใช้เปน็ ต้นแบบเผยแพร่ขยายผลได้
- ตวั อย่างการนาไปใชเ้ ปน็ ต้นแบบเผยแพรข่ ยายผลได้ ได้จดั กิจกรรมการเรียนรูใ้ น
กระบวนการเรยี นรู้ โดยใหผ้ เู้ รยี นได้เรยี นรูก้ ารเผยแพรค่ วามรทู้ ีต่ นเองมใี นรูปแบบตา่ ง ๆ รวมถงึ การได้รบั
เชิญเป็นวิทยากรในการบรรยายโครงการเรง่ รัดคุณภาพการอ่านรเู้ รื่องและสื่อสารได้ ตามแนวการ

76

ประเมินผลนานาชาติ (PISA) ให้แกค่ ณะครูสหวทิ ยาเขตหนองกี่ สพม.32 คณะครโู รงเรียนจฬุ าภรณราช
วิทยาลัย อาเภอสตึก จงั หวดั บุรรี ัมย์ และคณะครูโรงเรยี นอนุบาลประชารัฐสามัคคี อาเภอสูงเนิน จังหวดั
นครราชสีมา และบรรยายในโครงการพฒั นาทักษะการอา่ นรเู้ รอ่ื งและส่ือสารได้ ตามแนว PISA
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1-3 ให้แก่นักเรียนโรงเรียนประโคนชยั พิทยาคม อาเภอประโคนชยั จังหวดั บุรรี ัมย์

1.3 เชอื่ มโยง/นาไปใช้ในชวี ติ ประจาวันได้
- ในนวัตกรรมได้มีการคดั เลอื กเน้ือหาจากเอกสารสง่ิ พิมพ์ ข่าว นทิ าน บทร้อยกรอง บทความ และ
เพลง ที่มีความสอดคล้องกบั เน้ือหาสาระการเรยี นรู้ เพื่อใช้ในการฝกึ ทักษะการอ่าน การคดิ วิเคราะห์ท่มี บี รบิ ท
ใกลต้ วั ของนกั เรยี น โดยเริม่ จากการฝกึ ทักษะการอ่าน การคดิ วิเคราะห์ เร่ืองใกล้ตวั ซึง่ เป็นเรือ่ งใหม่ๆ ดังนั้น
เนอื้ หาสาระทน่ี ามาเรยี งไว้ในแบบฝกึ ทกั ษะ จึงมเี น้ือหาทเ่ี รียงลาดบั ตามความสัมพนั ธ์ก่อนหลงั ส่งผลให้
นักเรยี นเกดิ ความเข้าใจในการเรยี นรู้จากแบบฝึก อีกทง้ั สถานการณ์ทยี่ กมาไวใ้ นแบบฝกึ ในแตล่ ะชุด เป็น
ปัญหาหรอื สถานการณ์ที่เปน็ เรื่องใกลต้ ัวนักเรียน สามารถทาใหผ้ ู้เรียนเกิดความเข้าใจและนาไปใชป้ ระโยชนใ์ น
ชีวติ ประจาวันไดจ้ รงิ สามารถทาแบบทดสอบวดั ความสามารถในการอ่าน คิดวเิ คราะห์ได้อยา่ งถูกต้อง รวดเรว็
นกั เรียนสามารถเช่ือมโยงต่อการดารงชีวติ ประจาวันและนาเสนอแนวทางการปอู งกนั และแก้ไขปัญหาใน
สถานการณ์ต่างๆ ได้เปน็ อย่างดี

ตวั ชวี้ ัดที่ 2 การแก้ปัญหา/การพฒั นาผ้เู รยี น
2.1 การแกป้ ญั หา/พัฒนาผู้เรียนโดยใช้กระบวนการวจิ ัยในชนั้ เรียน

- ได้มีการพฒั นาทักษะกระบวนการคิดของผู้เรียน ให้สามารถคิดวเิ คราะห์ แกป้ ัญหา และเกิดเป็นการ
ฝึกทักษะกระบวนการคดิ อยา่ งเปน็ ระบบ โดยนาข้อมลู ที่ศกึ ษาค้นคว้ามาเรยี บเรยี งและถ่ายทอดโดยใช้ภาษา
อยา่ งสรา้ งสรรค์ประกอบด้วยอะไร มีจดุ มุ่งหมายหรอื มีความประสงค์สงิ่ ใดและส่วนย่อย ๆ ทส่ี าคญั นน้ั แตล่ ะ
เหตุการณ์เกย่ี วพนั กนั โดยการวิเคราะห์ความ ตีความ สรุปความและตอบคาถามจากเร่ืองที่อ่าน ทาใหผ้ อู้ า่ น
แยกแยะเรื่องทีอ่ ่านครอบคลุมกลยุทธ์ การอา่ นทงั้ 3 ดา้ นตามแนว PISA คือ กลยุทธ์การเขา้ ถึงและค้นคืนสาระ
กลยทุ ธก์ ารบรู ณาการและตคี วาม กลยุทธก์ ารสะทอ้ นและการประเมิน และไปประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ ประจาวันให้
เกิดประโยชนส์ งู สุด

2.2 การแก้ปญั หา/พัฒนาผู้เรียนโดยใชน้ วตั กรรมทางการเรียนการสอน
- ได้ใชน้ วัตกรรมแบบฝึกทักษะการอา่ น คิดวเิ คราะห์ และเขยี นสือ่ ความตามแนว PISA ในการจดั การ
เรยี นการสอนเพอื่ พฒั นากระบวนการคดิ วิเคราะห์ ในวรรณกรรมประเภท ข่าว บทความ ใหเ้ กิดกระบวนการ
และกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ท่ีใช้โมเดล 7 ขั้นตอนการจดั การเรียนรู้ สู่สมรรถนะ PISA

77

ภาคผนวก

78

เกยี รติบตั รการเขา้ รว่ มเป็นคณะทางานของสานักทดสอบทางการศกึ ษา สพฐ.

79

เกียรติบัตรรางวัลระดบั ชาติ

80

81

เกยี รติบตั รรางวลั ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
งานศลิ ปหตั ถกรรมนกั เรียน ครั้งท่ี 67 ปีการศึกษา 2561 ณ จังหวัดขอนแก่น

82

เกยี รติบตั รรางวลั ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
งานศลิ ปหตั ถกรรมนกั เรียน ครัง้ ที่ 66 ปกี ารศึกษา 2560 ณ จังหวัดหนองคาย

83

เกยี รติบตั รระดบั ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื
งานศลิ ปหตั ถกรรมนักเรียน ครัง้ ที่ 64 ปีการศกึ ษา 2557 ณ จงั หวดั สกลนคร

เกยี รตบิ ตั รระดบั เขตพ้นื ที่การศึกษา
รางวัลครผู สู้ อนดีเด่น เนื่องในวันครู ประจาปี 2562

84

เกยี รติบัตรระดับเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษา
รางวัลครูผ้สู อนทีม่ ีผลการปฏิบัติงาน ปฏบิ ตั ติ นตามมาตรฐานวชิ าชพี และ

จรรยาบรรณวชิ าชีพดีเด่น ปกี ารศกึ ษา 2556 และปี 2560

85


Click to View FlipBook Version