๔๓
เพราะมาตรฐานที่ ๑ ผลการจัดการศึกษา อยู่ในระดับดเี ลิศ มาตรฐานท่ี ๒ กระบวนการบริหารและการจัด
การศกึ ษา อยู่ในระดับดีเยีย่ ม มาตรฐานที่ ๓ กระบวนการจัดการเรียนการสอนท่ีเนน้ ผูเ้ รียนเปน็ สำคัญ อยู่ใน
ระดบั ดเี ลิศ
ทง้ั น้ี จากผลการประเมินที่ได้ดังกลา่ ว มาตรฐานที่ต้องมีการพฒั นา ปรบั ปรงุ อยา่ งเรง่ ดว่ น คือ
มาตรฐานที่ ๑ คณุ ภาพผู้เรียน ซ่งึ อยู่ทร่ี ะดับดเี ลศิ ดงั นัน้ โรงเรยี นโนนสุวรรณพิทยาคม จำเปน็ ตอ้ งมีการจัด
กิจกรรมพฒั นาคุณภาพผูเ้ รยี นอยา่ งหลากหลาย และครอบคลุมไปในทุกด้าน ทีเ่ ปน็ ปัญหาและความต้องการใน
การพัฒนาตามสภาพทเี่ กิดข้ึนจรงิ ของผ้เู รียน ตลอดจน ยังต้องคำนึงถึง ความสอดคล้องกับจดุ เน้นของ
สถานศึกษาและสภาพของชมุ ชนท้องถ่นิ ในอันทจี่ ะสง่ ผลให้เกิดการพฒั นาคุณภาพของผ้เู รียนอยู่ในระดับดี
เย่ยี ม ตอ่ ไป ทั้งน้ี โรงเรยี นยงั ตอ้ งยกระดบั สง่ เสริมให้ผู้เรยี นมคี วามสามารถในการอา่ นและเขียน การส่ือสาร
ท้ังภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ความสามารถในการคดิ คำนวณ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สารได้
ดี และมคี วามประพฤติด้านคุณธรรมจรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะตามที่สถานศึกษากำหนดปรากฏ
อยา่ งชัดเจน เพิ่มสูงขึ้นจากระดับ ดี และในด้านกระบวนการบริหารจัดการของผู้บรหิ ารสถานศึกษามผี ล
ประเมนิ ในรายมาตรฐานอยู่ในระดบั ดีมาก สถานศึกษา จำเปน็ ต้องมีการวางแผน ออกแบบกิจกรรมและ
ดำเนินงานตามแผน ทเี่ กิดจากการมีส่วนรว่ มใช้ผลการประเมนิ /การดำเนินงานทผ่ี ่านมาเปน็ ฐานในการพฒั นา
และสอดคลอ้ งกบั เป้าหมายการพัฒนา ตรวจสอบผลการดำเนนิ งาน และการปรับปรุงแก้ไขงานให้ดีขนึ้ อย่าง
ต่อเนื่อง ครูตอ้ งจัดกระบวนการเรียนการสอนที่เนน้ ผู้เรียนเป็นสำคัญ มกี ารวิเคราะหผ์ ู้เรียนเป็นรายบุคคล
ออกแบบและจดั การเรยี นรู้ทเี่ ปน็ ไปตามความต้องการของหลกั สตู ร และบรบิ ทสถานศกึ ษา พฒั นากิจกรรมการ
เรยี นรู้ ใช้ส่ือการเรยี นรู้ ติดตาม ตรวจสอบและชว่ ยเหลือนักเรยี นเพื่อพฒั นาและแกป้ ัญหารายบุคคล และการ
ประเมนิ ผลจากสภาพจริงในทุกข้นั ตอน สถานศึกษาดำเนนิ งานตามระบบการประกันคุณภาพภายในอยา่ งเปน็
ข้ันตอน จนเกิดคณุ ภาพ ประสิทธิภาพและประสทิ ธผิ ลจนมีผลประเมินอยู่ในระดบั ดีมาก โดยสถานศกึ ษาให้
ความสำคญั กบั ผู้เกีย่ วข้องทุกฝ่ายเพอื่ เกดิ ความร่วมมือในการวางระบบและดำเนนิ งานประกนั คุณภาพภายใน
ของสถานศกึ ษาเปน็ อย่างดี และผู้มีสว่ นเกีย่ วข้องมีความมั่นใจตอ่ ระบบการบรหิ ารและการจดั การของ
สถานศกึ ษาในระดบั สูง
๒.๒ ขอ้ มลู หลกั ฐาน เอกสารเชงิ ประจักษ์ ทส่ี นบั สนุนผลการประเมินตนเอง
เปา้ หมายผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน โครงการส่งเสรมิ คณุ ธรรม จริยธรรม และคา่ นิยมทีพ่ ึงประสงค์
โครงการ สบื สานวัฒนธรรมประเพณที ้องถนิ่ โครงการพัฒนาศกั ยภาพบุคลากร โครงการระดมทรัพยากรเพื่อ
การศกึ ษา โครงการพฒั นาอาชพี ตามหลักเศรษฐกจิ พอเพียง
๓. จดุ เดน่ จุดทค่ี วรพฒั นา แผนพฒั นาคุณภาพเพ่ือยกระดบั ให้สูงขนึ้
จุดเด่น จุดที่ควรพัฒนา
๑. สถานศึกษามีการวเิ คราะหผ์ ลสัมฤทธ์ิ ๑. ผลการประเมนิ ระดบั ชาติ
ทางการเรยี นและไดก้ ำหนดเปน็ เป้าหมายทางการ ๒. กิจกรรมทีม่ ุง่ เนน้ ยกระดบั ผลสัมฤทธทิ์ างการ
เรยี น
๔๔
เรยี นโดยใชข้ ้อมลู ฐาน ๓ ปยี ้อนหลังเป็นเปา้ หมาย ๓. กิจกรรมด้านการอ่าน การเขยี น คำนวณใหก้ ับ
คุณภาพนักเรยี นให้พฒั นาสูงข้ึน นักเรยี นเรียนรว่ ม
๒. ผู้เรียนมีคณุ ธรรม จิตอาสา ๔. ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ของนกั เรยี น
๓. การบริหารจัดการศกึ ษา และการมสี ว่ นร่วม ๕. การพฒั นาความสามารถภาษาอังกฤษของ
ของผ้เู ก่ยี วขอ้ ง นกั เรียน
๔. จัดแหล่งเรยี นรภู้ ายในได้เหมาะสม มีสื่อด้าน ๖. ความสามารถในการจัดการเรยี นรู้
เทคโนโลยที ่ที ันสมยั ภาษาองั กฤษของครูผูส้ อน
๕. ครมู ีความต้งั ใจมุ่งมน่ั ในการพฒั นาการสอน
๖. นักเรยี นมีส่วนรว่ มในการจัดบรรยากาศ
สภาพแวดล้อมทเ่ี อ้ือตอ่ การเรียน
แผนพฒั นาคณุ ภาพเพอื่ ยกระดบั ให้สูงขึ้น
๑) โครงการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ๘ กลมุ่ สาระ
๒) โครงการศาสตร์พระราชาสกู่ ารพัฒนาอย่างย่ังยืน
๓) โครงการยกระดบั ผลสัมฤทธกิ์ ารทดสอบระดบั ชาติ (O-net)
๒) โครงการพฒั นาหลักสตู รสถานศกึ ษาและหลักสตู รท้องถิ่น
๓) โครงการสถานศึกษาสีขาว
๔) โครงการโรงเรยี นวิถีพุทธ
๕) โครงการคุณธรรม
๖) โครงการโรงเรียนวถิ ลี ูกเสือ
๗) โครงการส่งเสรมิ สถานศึกษาพอเพยี งตามแนวพระราชดำริ
๑๐) โครงการพฒั นาบุคลากรด้านการทำวิจยั ในชน้ั เรยี น
ผลการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษาถือเป็นข้อมูลสารสนเทศสำคญั ท่สี ถานศึกษาจะต้องนำไป
วิเคราะห์ สงั เคราะหเ์ พื่อสรุปนำไปสกู่ ารเชอ่ื มโยงหรอื สะท้อนภาพความสำเรจ็ กับแผนพัฒนาการจัดการศกึ ษา
ของสถานศกึ ษา และนำไปใช้ในการวางแผนพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาของสถานศึกษา ดงั นน้ั จากข้อมูลการ
ดำเนินของสถานศึกษาและผลจากการดำเนนิ งาน จงึ สามารถสรุปเปน็ จุดเด่น จุดควรพฒั นาของแตล่ ะ
มาตรฐาน พร้อมทัง้ แนวทางการพัฒนาในอนาคตและความตอ้ งการความช่วยเหลือได้ ดังนี้
๔๕
สรุปผล
จุดเด่น
๑. ด้านคุณภาพผเู้ รียน
๑.๑ ผ้เู รียนมผี ลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นสงู ขึน้ นักเรยี นกล้าแสดงออก รา่ เริงแจ่มใส สขุ ภาพกายแขง็ แรง
และเป็นผมู้ คี ุณธรรมจริยธรรมตามทสี่ ถานศึกษากำหนด
๑.๒ ผู้เรียนอ่านหนังสือออกและอ่านคล่อง รวมทั้งสามารถเขียนเพื่อการสื่อสารได้ทุกคน สามารถใช้
เทคโนโลยใี นการแสวงหาความรู้ได้ดว้ ยตนเอง ส่งผลใหผ้ ลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนของนักเรียนอยใู่ นระดับดี มีผล
ผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติ (O-NET) มคี ะแนนเฉลยี่ เพ่มิ ขน้ึ ในทกุ กลุม่ สาระการเรียนรู้
๑.๓ ผู้เรียนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีสมรรถภาพทางกายและน้ำหนักส่วนสูงตามเกณฑ์ มีระเบียบ
วินัยจนเป็นเอกลักษณ์ของสถานศึกษา เป็นที่ยอมรับของชุมชนโดยรอบในเรื่องความมีวินัย เคารพกฎกติกา
ระเบียบของสงั คม เปน็ ต้น
๑.๔ ผู้เรียนอ่านและเขียนได้เหมาะสมตามระดับชั้น สามารถสื่อสารภาษาไทยได้เข้าใจ ชัดเจน กล้า
แสดงออก มีความคิดริเริ่ม และสร้างสรรค์ ผลงานด้วยความภาคภูมิใจ โดยมีการสืบค้นข้อมูล หรือแสวงหา
ความรู้จากสอื่ เทคโนโลยีได้ด้วยตนเอง สามารถวิเคราะห์ จำแนกแยกแยะไดว้ ่าสิง่ ไหนดี สำคัญ จำเป็น รวมท้ัง
รเู้ ทา่ ทนั สอื่ และสงั คมทีเ่ ปลีย่ นแปลงอยา่ งรวดเร็ว
๑.๕ ผู้เรียนมีความภาคภูมิใจในท้องถิ่น ในความเป็น ไทยและเห็นคุณค่าเกี่ยวกับภูมิปัญญาไทย และ
แสดงออกไดอ้ ย่างเหมาะสม จนเปน็ เอกลักษณข์ อง สถานศกึ ษาเปน็ ทย่ี อมรับของชุมชน
๑.๖ ผเู้ รยี นรแู้ ละตระหนกั ถงึ โทษและพิษภยั ของสิ่งเสพตดิ เลอื กรับประทานอาหารทส่ี ะอาดและมี
ประโยชน์ รกั การออกกำลงั กาย มสี ขุ ภาพร่างกาย แข็งแรง มีสมรรถภาพทางกายและนำ้ หนัก-ส่วนสงู ตาม
เกณฑ์ นักกีฬาของโรงเรียนได้รบั เหรยี ญรางวัล หลายรางวัล และหลายประเภท จากการแข่งขันรายการตา่ ง ๆ
ในระดับระดับเขตพ้นื ท่ีการศึกษา ระดับภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื และระดับชาติ
๑.๗ ผเู้ รียนได้รับรางวัลเหรยี ญทองจากงานศิลปหตั ถกรรมนกั เรยี น ปีการศึกษา ๒๕๖๒ ระดับชาติ
(ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื ) จำนวน ๑๑ รายการ และไดร้ บั รางวัลเหรยี ญทอง ๖ รายการ เหรียญเงนิ ๓
รายการ และเหรียญทองแดง ๒ รายการ
๒. ด้านกระบวนการบรหิ ารและการจดั การ
๒.๑ ผู้บริหารมคี วามตงั้ ใจ มคี วามม่งุ มั่น มหี ลักการบริหาร และมีวิสยั ทัศน์ทด่ี ใี นการบรหิ ารงาน
สามารถเปน็ แบบอย่างที่ดใี นการทำงาน และคณะกรรมการสถานศกึ ษามีความตงั้ ใจ และมคี วามพร้อมในการ
ปฏบิ ตั ิหน้าทตี่ ามบทบาท
๒.๒ โรงเรียนมกี ารบรหิ ารและการจดั การอย่างเป็นระบบ แบ่งโครงสรา้ งการบริหารงานเปน็ ๔ กลมุ่ งาน
ยดึ หลักการบริหารโดยใช้โรงเรียนเปน็ ฐาน (SMB)
๒.๓ โรงเรียนใช้เทคนิคการประชุมที่หลากหลายวิธี เช่น การประชุมแบบมีส่วนร่วม การประชุมระดม
สมอง การประชุมกลุ่ม เพอื่ ให้ทกุ ฝ่ายมีส่วนร่วมในการ กำหนดวิสยั ทศั น์ พนั ธกจิ เป้าหมาย ท่ีชัดเจน
๔๖
๒.๔ มกี ารปรบั แผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา แผนปฏิบตั ิการประจำปี ท่ีสอดคล้องกับผลการจดั
การศกึ ษา สภาพปญั หา ความตอ้ งการพฒั นา และนโยบายการปฏิรูปการศึกษา
๒.๕ มแี ผนพัฒนาคณุ ภาพการจดั การศกึ ษา แผนปฏบิ ตั ิ การประจำปี ทส่ี อดคล้องกับการพฒั นาผ้เู รียน
ทุกกลุ่มเป้าหมาย
๒.๖ มีการพัฒนาครแู ละบุคลากรทางการศึกษาให้มี ความร้คู วามเชย่ี วชาญตามมาตรฐานตำแหนง่
๒.๗ มขี อ้ มูลสารสนเทศที่ถกู ต้อง ครบถว้ น ทันสมัย สามารถนาไปประยกุ ต์ใชไ้ ด้
๒.๘ โรงเรยี นจัดสภาพแวดลอ้ มทางกายภาพและสังคม ทกี่ ระตนุ้ ผเู้ รียนใหใ้ ฝเ่ รยี นรู้
๒.๙ ครูผู้สอนสามารถจัดการเรยี นรูไ้ ดอ้ ย่างมีคณุ ภาพ มีการดำเนินการนเิ ทศ กำกับ ติดตาม ประเมนิ ผล
การดำเนนิ งาน และจัดทารายงานผลการจัดการศกึ ษา
๒.๑๐ โรงเรียนไดใ้ ชก้ ระบวนการวจิ ยั ในการรวบรวม ขอ้ มูล เพอ่ื ใชเ้ ป็นฐานในการวางแผนพฒั นา
คุณภาพสถานศึกษา
๒.๑๑ มกี ารระดมทรพั ยากร เพ่อื การพัฒนาคุณภาพ การศกึ ษาจากผู้ปกครองนักเรยี น ส่งผลให้โรงเรยี น
มีสื่อและแหล่งเรียนรู้ที่มคี ณุ ภาพ
๒.๑๒ โรงเรยี นใหค้ วามสำคญั กบั การดำเนินงานประกนั คุณภาพภายในของสถานศึกษา เนน้ การสรา้ ง
ความเข้าใจและให้ความรู้ด้านการประกันคณุ ภาพการศกึ ษากับคณะครู บุคลากรทุกฝา่ ยท่ีเกย่ี วข้อง การ
ดำเนินงานประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา เน้นการมสี ว่ นรว่ มของทุกกลุ่มสาระการเรยี นรู้ ดำเนนิ การ
ในรปู ของคณะกรรมการ ซง่ึ เป็นตวั แทนจากทุกกลมุ่ สาระการเรียนรู้ โรงเรยี นไดม้ ีการพัฒนาระบบการประกนั
คุณภาพภายในของสถานศึกษาทัง้ ๘ ขอ้
๓. ด้านกระบวนการเรียนการสอนทเ่ี น้นผูเ้ รียนเป็นสำคัญ
๓.๑ ครพู ัฒนาตนเองอย่เู สมอ มีความตง้ั ใจ มุ่งม่นั ในการปฏิบตั หิ นา้ ทอ่ี ยา่ งเต็มเวลา และเตม็
ความสามารถ
๓.๒ ครจู ัดกจิ กรรมให้นกั เรยี นแสวงหาความรจู้ ากส่อื เทคโนโลยีด้วยตนเองอย่างตอ่ เน่ือง
๓.๓ ครใู ห้นกั เรียนมสี ่วนร่วมในการจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อมทเ่ี อ้ือต่อการเรยี นรู้
๓.๔ ครจู ดั กจิ กรรมให้นักเรยี นเรยี นร้จู ากการคดิ ไดป้ ฏิบัตจิ รงิ ดว้ ยวิธกี ารและแหลง่ เรยี นรู้ ทหี่ ลากหลาย
๓.๕ ผลงานวจิ ยั ในชั้นเรียนของครูทุกคน ไดร้ ับการตรวจประเมินและคำแนะนาจากคณะกรรมการวจิ ยั
๓.๖ ครทู ุกคนจัดการเรียนการสอนทีเ่ น้นผเู้ รยี นเปน็ สำคัญ โดยการดำเนินงาน/โครงการ/กิจกรรมอยา่ ง
หลากหลาย
๓.๗ ครูทกุ คนตง้ั ใจ มุ่งมน่ั ในการพัฒนาการสอน โดยจัดกิจกรรมให้ผ้เู รยี นได้แสวงหาความรูจ้ ากส่อื
เทคโนโลยดี ว้ ยตนเองอยา่ งตอ่ เน่ือง
๓.๘ มกี ารนาภูมิปัญญาท้องถนิ่ เข้ามามีสว่ นรว่ มในการ จัดกจิ กรรมการเรียนรู้
๓.๙ ครทู ุกคนทาวิจัยในช้นั เรียน ภาคเรยี นละ ๑ เร่อื ง
๓.๑๐ ครทู กุ คนได้รับการพัฒนาตามโครงการพัฒนา หลักสูตรสถานศกึ ษา และแผนการจัดการเรียนรู้
เพอื่ ยกระดับผลสมั ฤทธท์ิ างการศกึ ษาของนกั เรยี น
๔๗
๓.๑๑ ผลการทดสอบระดบั ชาติขัน้ พนื้ ฐาน (O-NET) ทง้ั ม.๓ และ ม.๖ มีการพัฒนาขนึ้ จาก
ปีการศึกษา ๒๕๖๑ ในบางวชิ า
จุดควรพัฒนา
๑. ดา้ นคณุ ภาพผูเ้ รียน
๑.๑ ควรเปิดโอกาสใหผ้ ูป้ กครองได้มีส่วนรว่ มในการเสนอความคิดเห็นในการจดั การศกึ ษา เพือ่ พัฒนา
ผูเ้ รียนมากขน้ึ
๑.๒ ควรสร้างเครอื ข่ายความร่วมมือกับผู้มีส่วนเกย่ี วขอ้ งในการจัดการศกึ ษาของโรงเรยี น ใหม้ ีความ
เขม้ แข็ง มสี ่วนร่วมรับผิดชอบตอ่ ผลการจัดการศึกษา และการขบั เคลือ่ นคณุ ภาพการจดั การศกึ ษา
๑.๓ ผ้เู รียนทุกระดับชั้นยังต้องเร่งพฒั นาความสามารถ ในการอา่ น การเขยี น และการสอ่ื สาร
ภาษาองั กฤษ และการคดิ คำนวณ
๑.๔ โรงเรียนควรพัฒนาระบบเครือข่ายไรส้ ายให้ รวดเร็ว และกว้างขวาง เพื่อบริการผ้เู รียน ในการ
สบื คน้ ขอ้ มูลหรอื แสวงหาความร้จู ากส่ือ เทคโนโลยีได้ดว้ ยตนเอง
๒. ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ
๒.๑ โรงเรียนควรจัดกิจกรรมเน้นให้ผู้เรียนได้มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ อย่าง
หลากหลาย และใชแ้ หล่งเรียนร้ใู นการพฒั นาตนเอง
๒.๒ ครคู วรจดั กิจกรรมพฒั นาผู้เรียนในระดบั ชั้น ม.๑ – ม.๖ ใหส้ ามารถนำเสนอ อภปิ ราย และ
แลกเปลีย่ นเรียนรอู้ ยา่ งสมเหตุสมผล และมีทักษะในการแก้ปัญหาตามสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม
๒.๓ ครคู วรจัดกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียนในระดับชัน้ ม.๑ – ม.๖ ให้มพี ฤติกรรมทัศนคติทีด่ ีต่อความเปน็ ไทย
ไมห่ ลงใหลกับค่านยิ มต่างชาติ จนเกดิ การลอกเลยี นแบบ ทำใหล้ มื วฒั นธรรมอันดีงามของไทย
๒.๔ โรงเรียนควรจดั การเรยี นการสอนดว้ ยวธิ กี ารท่หี ลากหลาย สอดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้
ตัวชวี้ ดั ตามหลักสตู รการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐานและฝกึ ใหน้ ักเรียนได้คดิ วเิ คราะห์ หาความรจู้ ากแหลง่ เรียนรสู้ ่อื
เทคโนโลยใี ห้มากขน้ึ และพัฒนาส่อื แหลง่ เรยี นรู้ จัดเตรียมหอ้ งปฏบิ ัตกิ ารให้อยู่ในสภาพดีและพร้อมใชง้ าน
เสมอ
๒.๕ ครคู วรวัดและประเมินผลการเรียนรูข้ องผเู้ รียนดว้ ยวิธที ่หี ลากหลายตามสภาพจรงิ สอดคล้องกับ
มาตรฐานการเรียนรู้และธรรมชาตวิ ชิ า
๒.๖ ครคู วรนำภมู ิปัญญาท้องถ่นิ ใหเ้ ข้ามามสี ่วนร่วมในการจัดกิจกรรมใหน้ ักเรียนไดเ้ รยี นรู้
๒.๗ ครูควรใหข้ ้อมลู ยอ้ นกลับแกน่ ักเรยี นทนั ทีเพอ่ื นกั เรยี นนำไปใช้พัฒนาตนเอง
๒.๘ โรงเรียนควรสรา้ งเครอื ขา่ ยความร่วมมือของผู้มสี ่วน เกีย่ วขอ้ งในการจัดการศึกษาของโรงเรียนให้มี
ความเข้มแขง็ และมีสว่ นร่วมรบั ผิดชอบตอ่ ผลการจดั การศกึ ษา และการขับเคลอ่ื นคุณภาพการจัดการศึกษา
๒.๙ สถานศึกษาจัดระบบให้ครูประเมนิ ตนเองรายบุคคลตามแผนพัฒนาตนเอง แต่ยังขาดการให้ข้อมลู
ยอ้ นกลบั แกค่ รูในการพัฒนาตนเองในการจัดกิจกรรมการเรยี นร้เู พื่อยกระดับคณุ ภาพของนกั เรียน
๔๘
๒.๑๐ นักเรียนมีการประเมนิ ตนเองในการเรียนรู้ แต่ยงั ขาดการตดิ ตามชว่ ยเหลือด้านการเรยี นร้ขู อง
นักเรียนเป็นรายคน
๓. ดา้ นกระบวนการเรยี นการสอนท่เี น้นผเู้ รยี นเป็นสำคญั
๓.๑ ควรมีการบรู ณาการภาระงาน ชน้ิ งาน โดยจัดทำหนว่ ยบรู ณาการอาเซยี น และเศรษฐกิจพอเพยี ง
๓.๒ ควรมกี ารประเมินคณุ ภาพและประสทิ ธภิ าพของ สอื่ การสอนท่ใี ช้
๓.๓ ควรมกี ารประชุมปฏิบัตกิ ารผลติ สอ่ื เทคโนโลยี ใหก้ ับครูผู้สอนทุกคน
แนวทางการพัฒนาในอนาคต
๑. การจดั กิจกรรมการเรียนรูท้ ีเ่ น้นการพัฒนาผู้เรยี นเปน็ รายบคุ คลใหช้ ัดเจนขน้ึ
๒. การส่งเสริมให้ครูเห็นความสำคัญของการจัดการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การจัดทำการ
วิจัยในชัน้ เรียนเพือ่ พฒั นาผเู้ รียนให้สามารถเรยี นรไู้ ด้เต็มศักยภาพ
๓. การพัฒนาบุคลากรโดยส่งเข้ารับการอบรม แลกเปลี่ยนเรียนรูใ้ นงานที่ได้รบั มอบหมาย ติดตามผล
การนาไปใช้ และผลทีเ่ กดิ กับผู้เรียนอยา่ งตอ่ เน่อื ง
๔. การพฒั นาสถานศึกษาใหเ้ ป็นสังคมแห่งการเรียนรูข้ องชมุ ชน
๕. โรงเรยี นต้องการใหค้ รเู ปน็ บุคคลแห่งการเรยี นรู้ คอื ลดภาระงานพิเศษใหน้ ้อยลง จดั หาแหลง่
เรียนรู้ ส่อื อปุ กรณ์ อานวยความสะดวกในการเรียนรู้แก่ครูโดยเฉพาะ มีการปรับเปล่ียนวัฒนธรรมการทำงาน
เปิดรบั การเปล่ียนแปลง และสง่ิ ใหม่ ๆ เปิดโอกาสด้านการแสดงออกทางความคิดอย่างเสรมี ากข้ึน สร้าง
แรงจูงใจ ในการเรียนรรู้ ว่ มกันเปน็ ทมี มกี ารแลกเปล่ียนเรียนรูใ้ หเ้ พิ่มมากขึ้น ส่งเสริมกจิ กรรมร่วมคิด ร่วมทำ
เพื่อเป้าหมาย และวสิ ยั ทัศนร์ ่วมกันของโรงเรียน โดยการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ/อบรม/สัมมนา และศึกษาดู
งานอยา่ งต่อเน่ือง
๖. โรงเรียนม่งุ พฒั นาครูและบุคลากรภายในโรงเรียนให้เป็นครูมืออาชพี เป็นครูท่ีสอนดี ซึ่งคือครูท่ีจัด
ประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับนักเรียนให้มากที่สุด นักเรียนได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริงและสถานการณ์
จำลอง ที่ครเู ป็นผ้จู ดั ทำขึน้ ครูใช้เทคโนโลยีสารสนเทศตา่ ง ๆ มาประกอบเปน็ สื่อการเรียนรู้ ใชก้ บั นักเรียน ทำ
ให้นักเรยี นได้รบั การพฒั นาความรูค้ วามสามารถมากทส่ี ดุ
๗. โรงเรยี นมุง่ พฒั นาส่ิงแวดลอ้ มของโรงเรยี น พัฒนาห้องเรียนให้เป็น E-classroom มี
โสตทัศนปู กรณ์ ทเ่ี อ้ือตอ่ การจดั การเรยี นการสอนของครูและนักเรียน เช่น เคร่ืองฉายภาพ เครื่องเสยี ง
โทรทัศน์ เปน็ ตน้ ทำให้ครูสามารถจัดการเรียนรู้ทห่ี ลากหลาย นักเรียนได้รบั ความรอู้ ยา่ งเต็มท่ี นอกจากนัน้
โรงเรียนยังมีการพัฒนา แหลง่ เรียนรภู้ ายใน อาทิ ห้องภูมิปัญญาท้องถิน่ หอ้ งอาเซยี น หอ้ งสมุด ซึ่งจะมีมุม
หนงั สือ มุมมัลติมีเดยี มมุ สืบคน้ ข้อมูล (คอมพวิ เตอร์) ให้บรกิ ารกับนักเรยี น นักเรียนสามารถแสวงหาความรู้
ดว้ ยตนเองได้
๘. โรงเรียนมกี ารประสานการระดมทรัพยากร โดยประสานทกุ ภาคสว่ นเพื่อระดับทรพั ยากรตา่ ง ๆ
ทง้ั ความคิดข้อเสนอแนะเพอ่ื การพฒั นา การปรับปรุงคุณภาพด้านต่าง ๆ ของโรงเรยี น รวมถึงการระดม
๔๙
งบประมาณ เพ่ือใชใ้ นการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน พัฒนาความรคู้ วามสามารถของบคุ ลากรภายใน
โรงเรียนและนำมาใช้ ในการสรา้ งขวัญกำลงั ใจใหก้ บั ครแู ละบุคลากรภายในโรงเรียน
๙. พัฒนากระบวนการดำเนินงานและการบริหารจดั การ เพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของ
สถานศกึ ษาใหเ้ กิดสัมฤทธผ์ิ ลตามวสิ ยั ทศั น์ ปรัชญา จดุ เน้นและเปา้ หมายท่กี ำหนดข้ึน เพ่ือส่งเสริมพฒั นา
ผูเ้ รยี น อยา่ งรอบด้าน โดยการมสี ว่ นรว่ มของผู้บรหิ าร ครู บุคลากร ผู้ปกครอง ชมุ ชนและหน่วยงานทเ่ี กีย่ วขอ้ ง
เพอื่ สง่ ผลสะท้อนความเปน็ เอกลกั ษณข์ องโรงเรยี นคือ “โรงเรยี นส่งเสริมคณุ ธรรม รักษ์ความเป็นไทย” จนเปน็
ท่ยี อมรับของชุมชนและท้องถิ่น
๑๐. สง่ เสริมสขุ ภาพอนามยั และความปลอดภยั ของผ้เู รียน ตามสขุ บัญญตั ิ ๑๐ ประการ โดยความ
รว่ มมอื ของทุกฝ่ายทีเ่ กย่ี วข้อง เพ่ือให้ผ้เู รียนรจู้ ักดูแลตนเองใหม้ สี ุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง รู้จกั รักษาสุขภาพ
อนามยั สว่ นตน และมีสขุ ภาพจติ ท่ีดี
ความต้องการและการช่วยเหลอื
๑. การพฒั นาครูผสู้ อนในการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ท่สี อดคล้องกับการพัฒนาผเู้ รยี นในศตวรรษท่ี ๒๑
๒. การสร้างข้อสอบท่สี อดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรยี นรู้ตามแนวทางของการประเมิน O-NET
และ PISA
๓. การจดั สรรครผู สู้ อนให้ตรงตามวชิ าเอกท่โี รงเรยี นมคี วามต้องการและจำเป็น
๔. โรงเรยี นตอ้ งการระดมทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อใชใ้ นการพัฒนาดา้ นต่าง ๆ ของโรงเรยี น
๕. โรงเรียนตอ้ งการบคุ ลากรเพ่มิ เตมิ เพ่ือให้การบรหิ ารจัดการด้านตา่ ง ๆ ของโรงเรียนมีความ
คล่องตัวมากยิง่ ขน้ึ
๖. ขอรับการสนบั สนนุ วิทยากรผ้ทู รงคณุ วฒุ ิ ใหค้ วามรู้คาปรึกษาในด้านเทคนิคการจัดกิจกรรม
การเรยี น การสอน การวดั และประเมนิ ผลผู้เรยี นด้วยเทคนิคที่หลากหลาย เทคนิคการสอนทักษะการคดิ
เช่อื มโยง เพ่ือพฒั นาผู้เรยี นได้เติมเตม็ ตามศักยภาพ
๗. ผ้ปู กครอง ชุมชน หน่วยงานทเี่ กยี่ วข้อง ให้ความรว่ มมือสนบั สนุนส่งเสริมกจิ กรรมของโรงเรียน
เพ่มิ มากยิ่งขึน้ เพ่ือหาแนวทางแกป้ ญั หา พัฒนา และสง่ เสริมผู้เรยี นรว่ มกนั ระหวา่ งบ้าน โรงเรียน และชมุ ชน
อยา่ งต่อเนื่อง เพื่อพฒั นาใหผ้ ู้เรยี นมคี ณุ ภาพสอดคล้องกับความตอ้ งการของชุมชนและประเทศชาตติ ่อไป
๕๐
สว่ นท่ี ๓
ผลงานทีป่ ระสบความสำเรจ็ (Best Practice)
ผลงานท่ปี ระสบความสำเร็จ (Best Practice) ของโรงเรียน
โครงการ “๑ โรงเรยี น ๑ อาชพี ”
ความสำคัญของนวตั กรรม
แนวทางการจดั การศึกษาต้องยึดหลกั วา่ ผูเ้ รียนทกุ คนมคี วามสามารถเรียนร้แู ละพฒั นาตนเองได้ และ
ถอื วา่ ผเู้ รียนมีความสำคัญทส่ี ุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องสง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นสามารถพัฒนาตามธรรมชาติ
และเตม็ ตามศักยภาพ ตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และยงั ตอ้ งเน้นความสำคัญทง้ั ความรู้
คณุ ธรรม กระบวนการเรยี นรู้บูรณาการตามความเหมาะสมของแตล่ ะระดบั การศกึ ษา เพื่อพฒั นาศักยภาพของ
ผเู้ รยี นใหเ้ กดิ การเรยี นรู้อย่างมีคณุ ภาพ บนพื้นฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง โรงเรียนจงึ จัดการศึกษา
โดยคำนึงถงึ ทักษะท่จี ำเป็นต่อการดำรงชีวติ และทักษะเพื่อการทำงาน โดยมีการเตรยี มการดา้ นอาชีพ เพอ่ื
พฒั นาผเู้ รียนสู่การมงี านทำและมีรายไดร้ ะหว่างเรียน จงึ ถือเปน็ การวางแผนการดำรงชีวิตท้ังในปจั จบุ ันและ
อนาคตให้กบั ผูเ้ รยี น
โรงเรยี นโนนสุวรรณพทิ ยาคม ซงึ่ อยใู่ นอำเภอโนนสุวรรณ ที่มชี ือ่ เสียงในดา้ นการทำสวนผลไม้ จะมี
ผลไม้ออกตามฤดูกาลตลอดท้ังปี ซ่งึ มปี ระโยชน์ต่อโรงเรยี นเป็นอยา่ งมากท่จี ะนำผลไม้ท่มี ีอยูใ่ นท้องถน่ิ มา
บูรณาการในการจัดการเรยี นการสอนโดยนำมาแปรรูปเป็น เคก้ ผลไม้ เพ่ือฝึกอาชีพใหก้ บั ผ้เู รยี นและยังเป็น
การเพิ่มมูลค่าสนิ ค้า โดยนำมาออกแบบในการจดั การเรียนการสอนตาม ศตวรรษที่ ๒๑ ทีเ่ น้นใหน้ กั เรยี นเกิด
กระบวนการเรยี นรู้เปน็ ระบบ โดยใชท้ กั ษะของการเรียนรู้ (Learning Skills) และทีส่ ำคัญท่สี ุด คือทักษะใน
การคดิ สร้างสรรค์ ปลูกฝังความเป็นนกั คิด ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ เปน็ การเรยี นร้ทู ีใ่ ห้อิสระผเู้ รยี น ตาม
สภาพแวดล้อมของสังคมในปัจจุบันทำใหผ้ ูเ้ รียนสามารถดำเนนิ ชีวิตได้อยา่ งมีความสุข
วัตถุประสงค์
๑. เพื่อสร้างอาชพี และหารายได้ระหวา่ งเรยี น ใหก้ ับนักเรียน
๒. เพื่อพฒั นาทักษะกระบวนการคดิ และทกั ษะในการทำงาน สามารถทำงานกับผู้อ่ืนได้และมีเจตคติ
ท่ีดตี อ่ อาชพี สุจรติ
๓. เพื่อเพ่มิ มลู คา่ ให้กับผลผลิตในทอ้ งถ่นิ
ผลการดำเนนิ งาน
โรงเรียนได้หน่วยการเรียนรู้บูรณาการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ ๑ โรงเรียน ๑
อาชีพ “เค้กผลไม้” เพื่อฝึกให้ผู้เรียนมีพื้นฐานด้านอาชีพ รู้สึกรักและภาคภูมิใจในผลผลิตที่ได้ สนใจ และ
รู้จักการวางแผนการดำรงชีวิตทั้งในปัจจุบันและอนาคต นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการมีรายได้ระหว่าง
เรียน ผลการดำเนนิ งานปรากฏดังนี้
๕๑
ดา้ นผู้เรยี น กระบวนการสอนทเ่ี น้นผู้เรียนเปน็ ศูนยก์ ลาง เพ่ือให้เป็นผูเ้ รยี นสามารถสร้างองคค์ วามรู้
ด้วยตนเอง ผู้เรียนได้เรียนรู้ทักษะอาชีพ เรียนรู้จากการฝึกปฏิบัติจริง มีทักษะการทำงานทั้งการวางแผนการ
ทำงาน การผลิต การจำหน่าย และการมีส่วนรว่ มทำงานเป็นทีม รจู้ ักการพง่ึ ตนเองและการช่วยเหลือเก้ือกูลกัน
ระหว่างเพื่อนกับเพื่อน และระหว่างครูกับศิษย์ ก่อให้เกิดทักษะพื้นฐานในการทำงานอาชีพ รู้จักคิดวิเคราะห์
รจู้ กั วางแผนการทำงานอาชีพและการดำรงชวี ิต มีผลงาน/ผลผลติ ทีเ่ ป็นรปู ธรรม มรี ายได้ระหวา่ งเรียน มีความ
รักและภาคภมู ิใจในผลผลติ ทีไ่ ด้ ตลอดจนมภี ูมิคุม้ กนั ท่ีดี และรู้จักการใชเ้ วลาใหเ้ ป็นประโยชน์
ดา้ นครู ครูมีการวางแผนการทำงานร่วมกนั ร่วมกำหนดเปา้ หมายในการทำงานใหช้ ัดเจน มกี ารพฒั นา
งานและมีความมุ่งมั่นในการทำงานมากขึ้น มีความเสียสละ มีการทำงานเป็นทีม มีการเรียนรู้ร่วมกันกับ
นักเรียน มีการแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหวา่ งเพ่ือนครู ตลอดจนดแู ลช่วยเหลอื เพือ่ นรว่ มงานตามศักยภาพ
ด้านโรงเรียน โรงเรียนได้ผลิตภัณฑ์ดี ในโรงเรียนที่หลากหลาย และได้ผลิตภัณฑ์ที่เป็น Best เป็นท่ี
ยอมรับและศรทั ธา ต่อผูป้ กครองและชมุ ชน เป็นแหล่งเรียนรู้ทักษะอาชีพแปรรปู ผลไม้
ด้านบริหารจัดการ ผู้บริหารวางแผนการบริหารจัดการที่เป็นระบบ ร่วมคิด ร่วมทำ
ร่วมช่นื ชม ดูแลเอาใจใส่ ให้กำลังใจในการปฏบิ ตั ิงาน กำกบั ติดตามอย่างต่อเน่ือง ส่งผลใหค้ รูมีขวญั และกำลงั ใจ
ในการปฏิบตั ิงาน และพัฒนาตนเองสู่ความเปน็ ครมู อื อาชพี
ด้านผู้ปกครองและชุมชน ชุมชนมีความมั่นใจในคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียน
มีส่วนรว่ มกับโรงเรียนในการ ฝึกทักษะอาชีพให้กับนักเรียน มีความภาคภูมใิ จ ศรทั ธาตอ่ โรงเรยี นและสนใจเข้า
มาช่วยพัฒนาโรงเรียนมากขึ้น ผู้ปกครองเกิดความภาคภูมิใจในผลงานของนักเรียน สามารถนำไปปฏิบัติเกิด
เปน็ สรา้ ง รายไดร้ ะหวา่ งเรียนได้
ประโยชนท์ ีไ่ ดร้ ับ
๑. ผเู้ รียนมปี ระสบการณ์งานอาชพี ร้จู กั กระบวนการทำงานที่ถกู ต้อง การจัดจำหน่ายสนิ ค้า และการ
ทำการตลาด สามารถนำไปประกอบอาชีพและมรี ายได้ระหวา่ งเรียน
๒. ผ้เู รยี นมคี วามสนใจในการเรียนรู้ มีความกระตอื รือรน้ ในการหาคำตอบทตี่ นเองสงสยั มีความสขุ
ในการเรยี น มคี วามมงุ่ ม่ันในการทำงาน มีความสามารถในการคิด วเิ คราะห์ปญั หาตา่ งๆและ
แกไ้ ขได้ถูกวธิ ี เกิดความตระหนกั ในคุณค่าของทรัพยากรในทอ้ งถ่ิน และสถานศกึ ษาของตนเอง
นำความรูไ้ ปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวติ
๓. ผลผลิตในท้องถนิ่ มีมูลคา่ เพ่มิ ขนึ้
ปจั จัยที่ทำใหป้ ระสบผลสำเร็จ
๑. การมีส่วนรว่ มของผมู้ ีสว่ นเกี่ยวขอ้ ง
๒. การทำงานเป็นทมี
๓. การบรหิ ารจดั การอยา่ งเปน็ ระบบ
๔. ความมงุ่ มั่นในการทำงานของบคุ ลากร
๕๒
บทเรยี นท่ีไดร้ ับ
๑. ครตู อ้ งเชื่อมนั่ วา่ นักเรยี นทำได้ และสร้างแรงจูงใจในทางบวก
๒. ในการเรยี นการสอนการทำเค้กผลไม้ ตอ้ งให้ผู้เรียนได้พัฒนาในดา้ นทง้ั 3
๒.๑ ดา้ นความรู้ รู้ในเรอื่ งของความหมาย ความสำคัญ ประโยชน์ และวิธกี ารทำเค้กผลไม้
๒.๒ ดา้ นความสามารถ คือมีความสามารถในด้านแสวงหาความรู้ ความสามารถในการวาง
แผนการทำงาน ความสามารถทำงานตามแผนงาน และความสามารถในการแกป้ ญั หาที่เกิดจากการทำงาน
๒.๓ ดา้ นคณุ ธรรม คอื มีสมาธิ มคี วามรบั ผดิ ชอบ ขยัน ซ่ือสตั ย์ รักการทำงาน
การเผยแพร่
- ระดบั โรงเรยี น ขยายผลใหแ้ กโ่ รงเรยี นใกลเ้ คยี ง เป็นศูนยก์ ารเรียนรดู้ า้ นทกั ษะการแปรรูปผลไม้ โดย
ให้ความรแู้ ละมาศึกษาดูงานท่ีโรงเรียนโนนสวุ รรณพิทยาคม
- ระดบั ชมุ ชน เปน็ ศูนยก์ ารเรียนรูด้ ้านทักษะการแปรรูปผลไม้ โดยใหค้ วามรแู้ ละมาศกึ ษา
ดูงานทโ่ี รงเรียนโนนสุวรรณพิทยาคม
- เผยแพรข่ ้อมลู ทางเพจ N.W.P.bakery
ภาพกจิ กรรมการดำเนนิ งาน
ผลงานทปี่ ระสบความสำเรจ็ (Best Practice) ของครผู ู้สอน
๕๓
ผลงานที่ประสบความสำเรจ็ (Best Practice) ของครูผู้สอน
แนวปฏบิ ตั ิทด่ี ี การพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาตามนโยบาย
No Child Left Behind ไม่มีเด็กคนใดถกู ทอดท้ิงไว้ข้างหลงั
ชื่อผลงำน การพัฒนารปู แบบการจดั การเรียนรู้ APLC3 บนเครือข่ายสงั คมออนไลนเ์ พ่ือส่งเสริมทักษะใน
ศตวรรษที่ 21 ตามนโยบายไมม่ เี ด็กคนใดถูกทอดทงิ้ ไวข้ ้างหลงั No Child Left Behind (NCLB)
ชื่อ-สกุล ผ้นู ำเสนอผลงำน นางสาวกตญั ชลี เอกวธุ
บทคดั ยอ่
ช่อื เร่ือง การพัฒนารปู แบบการจัดการเรยี นรู้ APLC3 บนเครอื ขา่ ยสังคมออนไลนเ์ พ่ือส่งเสริมทกั ษะใน
ศตวรรษท่ี 21 ตามนโยบายไมม่ ีเด็กคนใดถูกทอดทิง้ ไวข้ ้างหลงั No Child Left Behind (NCLB)
ชอ่ื ผ้นู ำเสนอผลงำน นางสาวกตญั ชลี เอกวธุ
รายงานผลการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ APLC3 บนเครอื ขา่ ยสงั คมออนไลนเ์ พอื่ ส่งเสรมิ
ทักษะในศตวรรษที่ 21 ตามนโยบายไม่มเี ด็กคนใดถูกทอดท้ิงไวข้ ้างหลัง No Child Left Behind (NCLB)
เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนนิ งานตามนโยบายและพันธกจิ ของสำนักงานเขตพนื้ ท่ีการศึกษามธั ยมศึกษาเขต 32
ซงึ่ ได้กำหนดพันธกิจไว้ว่า พฒั นาศักยภาพผเู้ รียนให้มคี วามรู้ ทักษะวชิ าการ คณุ ธรรมจริยธรรม ทักษะชวี ิต
ทักษะวิชาชพี และคุณลักษณะในศตวรรษที่ 21 สรา้ งโอกาส ความเสมอภาค ลดความเหลือ่ มล้ำ ให้ผเู้ รยี นทกุ
คนไดร้ บั บริการทางการศึกษาอย่างทว่ั ถึง ตามแนวคิด No Child left Behind (NCLB) ซ่ึงจะสง่ ผลให้
ผู้เรียนทกุ คนไดร้ บั การพฒั นาใหเ้ ป็นบคุ คลแห่งการเรยี นรู้ คิดรเิ ริม่ และสร้างสรรคน์ วตั กรรม มคี วามรู้ มีทักษะ
และคณุ ลักษณะในศตวรรษท่ี 21 มสี ุขภาวะท่เี หมาะสมตามวยั มีความสามารถในการพึ่งตนเองและปรบั ตัวต่อ
การเปน็ พลเมืองและพลโลกที่ดี และครเู ปน็ ผู้เรยี นรู้ มจี ิตวิญญาณของความเป็นครู น้อมนำพระราชดำรัสให้ครู
รกั เด็ก เด็กรักครู มีความรู้ และทกั ษะการจัดการเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21 ตามแนวคดิ “No Child Left
Behind” (NCLB) เปน็ ผสู้ รา้ งสรรค์นวัตกรรมและทักษะในการใช้เทคโนโลยี โดยไดก้ ล่าวไว้ในเป้าประสงคน์ น้ั
จงึ จะเหน็ ไดว้ ่า การพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามนโยบายไม่มีเด็กคนใดถูกทอดท้งิ ไวข้ ้างหลงั No Child Left
Behind (NCLB) มคี วามสำคัญอยา่ งย่งิ ซ่ึงการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ APLC3 บนเครอื ขา่ ยสงั คม
ออนไลนเ์ พ่ือส่งเสรมิ ทักษะในศตวรรษที่ 21 ตามนโยบายไม่มเี ด็กคนใดถูกทอดทง้ิ ไวข้ า้ งหลงั No Child Left
Behind (NCLB) มวี ัตถปุ ระสงคเ์ พื่อ 1) พฒั นาห้องเรยี นแห่งการเรียนรทู้ ่หี ลากหลายตอบสนองต่อยุคปัจจบุ ัน
ทส่ี ามารถสง่ ผลใหน้ กั เรยี นเรยี นรู้อยา่ งมีความสุข 2) พฒั นารปู แบบการเรยี นรทู้ ต่ี อบสนองต่อทักษะในศตวรรษ
ที่ 21 3) พฒั นาระบบการบริหารจดั การช้นั เรยี น การมอบหมายการบา้ น การจัดการเรยี นซ่อมเสริม ให้มี
ความยืดหยุ่น 4) พัฒนาหลกั สตู รทางเลอื กในรปู แบบออนไลน์ ซ่งึ มวี ิธีดำเนินการโดยการศึกษานโยบายจุดเนน้
ของสำนักงานเขตพื้นท่กี ารศึกษามัธยมศึกษาเขต 32 ศกึ ษารปู แบบการจดั การเรยี นร้ทู ดี่ ี แนวทางการจดั ทำ
หลกั สตู รทางเลอื ก ทกั ษะในศตวรรษท่ี 21 จงึ ได้พฒั นารูปแบบการเรียนรู้ APLC3 MODEL ทสี่ ง่ เสรมิ ทกั ษะใน
ศวรรษที2่ 1 มาใชใ้ นการจดั การเรยี นรู้ โดยการพฒั นาในครั้งนี้ส่งผลให้นักเรยี นเกดิ การเรียนรอู้ ยา่ งมีความสขุ
ตามนโยบายไม่มีเดก็ คนใดถกู ทอดทิ้งไว้ขา้ งหลงั No Child Left Behind (NCLB) โดยเปน็ การเรยี นรูอ้ ยา่ งมี
ความหมาย สามารถสร้างงาน สร้างอาชีพไดแ้ ละสอดคล้องกับการพฒั นาทักษะในศตวรรษท่ี 21 รวมทง้ั
นกั เรียนยงั เหน็ คุณคา่ ของการเรียนรู้ เกิดความภาคภมู ิใจ ในการสรา้ งช้ินงานของตนเองซึ่งเปน็ ช้ินงานท่ี
สามารถพัฒนาชมุ ชนสรา้ งอาชพี ใหช้ ุมชนได้
๕๔
ควำมสำคญั ของแนวปฏิบัติท่ีดี
ในปัจจบุ ันเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามบี ทบาทในชวี ิตประจำวัน กลายเป็นรากฐานสำคัญ
ในการพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คม การมีพฒั นาการทีม่ นั่ คง สามารถรวมเทคโนโลยีด้านข้อมูลขา่ วสารเขา้ ไว้
ดว้ ยกนั ทำให้เทคโนโลยสี ารสนเทศกลายเปน็ เทคโนโลยีท่ีมีอิทธพิ ลต่อการศกึ ษาหาความรูข้ องผเู้ รยี นเปน็ อยา่ ง
มาก ซ่ึงจากแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ปี พ.ศ. 2555-2559 กล่าวไว้วา่ จาก
สถานการณ์การเปลยี่ นแปลงและปจั จัยเสี่ยงในอนาคตทค่ี าดว่าจะเปน็ อุปสรรคสำคัญในการพฒั นาคนการยดึ
หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งเปน็ แนวทางในการดำเนนิ ชวี ติ บนหลักการพน้ื ฐานสำคัญที่คนไทยต้องมีความรู้
ใฝ่เรยี นรู้ ตัดสินใจดว้ ยความระมดั ระวงั มีสำนกึ ในศีลธรรมและจริยธรรม ดำเนนิ ชีวิตดว้ ยความเพยี ร อดทน
มีสตปิ ญั ญาจะนำไปสู่ความพอประมาณ ความมีเหตผุ ล และการมีภมู ิคมุ้ กันต่อผลกระทบจากการเปลยี่ นแปลง
สามารถดำเนนิ ชีวิตอยา่ งสมดุลทกุ ดา้ น จึงจำเป็นต้องสรา้ งภูมคิ ุ้มกันให้คนและสังคมไทยในประเดน็ สำคัญ ดงั น้ี
ใหค้ นไทยมีการเรยี นรตู้ ลอดชีวิต ให้มีการเรียนรอู้ ย่างตอ่ เนื่องทัง้ ในเรอ่ื งการศึกษา ทกั ษะการทำงาน และ
การดำเนนิ ชวี ติ เพ่ือเป็นภมู ิคุ้มกนั ในการดำรงชีวติ และปรบั ตวั ให้ทันกับการเปลีย่ นแปลงของโลกในยุคศตวรรษ
ท่ี 21 โดยสง่ เสริมการศกึ ษาทางเลอื กใหส้ อดคล้องกบั ความต้องการของผเู้ รยี น มีการจดั การศึกษาและการ
เรียนรทู้ มี่ ีคุณภาพ ยดื หยุ่น หลากหลาย เขา้ ถงึ ได้ง่าย สมั พันธส์ อดคลอ้ งกบั วัฒนธรรม วถิ ีชีวติ และ
การประกอบอาชพี ในแต่ละท้องถ่นิ โดยเนน้ การพัฒนาผู้เรียนเป็นสำคัญ ใหผ้ ูเ้ รยี นสามารถเรยี นรไู้ ดด้ ้วย
ตนเอง เรยี นรู้เปน็ กลุ่มจนตดิ เป็นนิสัยใฝเ่ รยี นรู้ ให้มรี ะบบเทยี บโอนความรแู้ ละประสบการณ์ ปรับระบบการวดั
ประเมินผลผ้เู รียนและระบบการเขา้ รับการศึกษาต่อให้เอื้อต่อการจดั การศึกษาทางเลอื กในประชากรทุกกลมุ่
ตามศกั ยภาพของผู้เรยี น และสง่ เสรมิ ให้มีการพัฒนาบทเรยี นผา่ นเครอื ข่ายอินเทอร์เนต็ และใชม้ าตรการทาง
ภาษใี นการสนบั สนุนการผลิตสือ่ เพื่อการเรยี นรู้ และเป็นชอ่ งทางสำหรับคนทกุ กลุ่มวยั แสดงออกอย่าง
สร้างสรรค์
พระราชบญั ญัตกิ ารศึกษาแหง่ ชาติ พศ.2542 แกไ้ ขเพิ่มเติม (ฉบบั ที่ 2) พศ.2545 และ
(ฉบบั ที่ 3) พศ.2553 ไดใ้ หค้ วามสำคัญอย่างยง่ิ แก่การนำเทคโนโลยมี าประยกุ ตใ์ ช้ในการพฒั นาคณุ ภาพ
การศกึ ษาของชาติ คือ หมวด 9 เทคโนโลยีเพ่อื การศกึ ษา ท่ีวา่ ด้วยรฐั ต้องส่งเสรมิ และสนันสนุนให้มกี ารผลติ
และพฒั นาแบบเรียน ตำรา หนงั สือทางวิชาการ สือ่ สงิ่ พิมพ์ วสั ดุ อปุ กรณ์ และเทคโนโลยีการศึกษาอ่นื
โดยเร่งพฒั นาขีดความสามารถในการผลิต จัดใหม้ เี งนิ สนบั สนุนการผลิตและมีการใหแ้ รงจูงใจแกผ่ ู้ผลติ
และพฒั นาเทคโนโลยเี พื่อการศึกษา ท้ังนีโ้ ดยเปิดใหม้ ีการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม และในมาตรา 66
ยงั ได้กลา่ วไวว้ า่ ผเู้ รยี นมสี ทิ ธิได้รับการพฒั นาขดี ความสามารถในการใช้เทคโนโลยเี พื่อการศึกษาในโอกาสแรก
ท่ีทำได้ เพ่ือใหม้ คี วามรู้และทักษะเพยี งพอทจ่ี ะใช้เทคโนโลยีเพอื่ การศึกษาในการแสวงหาความรูด้ ้วยตนเองได้
อย่างต่อเน่ืองตลอดชีวติ
สำนกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามธั ยมศึกษาเขต 32 ไดก้ ำหนดพันธกิจและเป้าประสงค์ไว้วา่
ใหม้ กี ารพฒั นาศักยภาพผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะวิชาการ คณุ ธรรมจริยธรรม ทกั ษะชีวติ ทักษะวชิ าชีพ
และคณุ ลักษณะในศตวรรษท่ี 21 สร้างโอกาส ความเสมอภาค ลดความเหล่อื มลำ้ ให้ผูเ้ รียนทุกคนได้รับ
บรกิ ารทางการศึกษาอย่างทัว่ ถงึ ตามแนวคดิ No Child left Behind (NCLB) ซึ่งจะส่งผลให้ ผู้เรยี นทุกคน
ได้รับการพฒั นาใหเ้ ป็นบุคคลแหง่ การเรยี นรู้ คดิ ริเร่ิมและสร้างสรรคน์ วตั กรรม มีความรู้ มที ักษะและ
คุณลักษณะในศตวรรษที่ 21 มีสุขภาวะทีเ่ หมาะสมตามวัย มีความสามารถในการพ่ึงตนเองและปรบั ตัวต่อการ
เป็นพลเมืองและพลโลกทีด่ ี และครูเป็นผู้เรยี นรู้ มจี ติ วญิ ญาณของความเปน็ ครู นอ้ มนำพระราชดำรัสใหค้ รรู กั
เดก็ เดก็ รักครู มีความรู้ และทกั ษะการจัดการเรยี นรู้ในศตวรรษท่ี 21 ตามแนวคิด “No Child Left
Behind” (NCLB) เปน็ ผสู้ ร้างสรรคน์ วตั กรรมและทกั ษะในการใช้เทคโนโลยี
๕๕
การจดั การเรยี นการสอนลกั ษณะเทคโนโลยีการศึกษาทางไกลผา่ นสารสนเทศ DLIT ผา่ น
เครอื ข่ายสงั คมออนไลน์ เพ่ือสง่ เสรมิ การเรยี นรู้ในศตวรรษท่ี 21 ควบคกู่ บั นวัตกรรมรูปแบบการสอนแบบ
ALPC3 BY KRUKAO เปน็ บทเรยี นทีอ่ าศยั คุณสมบัติและทรัพยากรท่ีมีอยูบ่ นอินเตอร์เนต็ มาเป็นส่ือกลางทใ่ี ช้
ในการถ่ายทอดความรู้ เพื่อสง่ เสริมและสนบั สนุนการเรียนการสอนใหม้ ีประสิทธภิ าพเป็นวิธีที่จะชว่ ยสง่ เสริม
พฒั นาผูเ้ รียนใหเ้ กิดการเรียนร้แู ละเพิ่มประสทิ ธิภาพทางการเรียน ซึง่ ภายในบทเรยี นจะประกอบไปดว้ ยส่วน
ของเนื้อหา กิจกรรมการเรียน แบบฝึดหัดระหวา่ งเรียน และแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน อีกทง้ั
นกั เรียนยังสามารถย้อนกลับมาทบทวน สามารถเขา้ ถึงบทเรยี นได้ทุกท่ี ทุกเวลา นกั เรยี นจะถกู กระต้นุ ให้มี
ปฎกิ ิรยิ าตอบสนองตอ่ บทเรียน ทำใหน้ กั เรียนมีความรู้ ความเขา้ ใจ ไมเ่ บื่อหนา่ ยที่จะศึกษาบทเรียน อีกทั้งจะ
สง่ เสรมิ ทกั ษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และตอบสนองต่อนโยบายไม่มเี ดก็ คนใดถกู ทิ้งไว้ขา้ งหลัง No Child
Left Behind (NCLB) เปน็ อยา่ งดี เน่อื งจาก เป็นสื่อการเรียนรู้ท่สี ามารถใชใ้ นการบรหิ ารจัดการช้ันเรยี น
การมอบหมายการบ้าน การจัดการเรียนซอ่ มเสริม และยังสามารถสรา้ งเป็นหลกั สูตรทางเลอื กในรูปแบบ
ออนไลน์ได้อีกดว้ ย
วัตถุประสงคแ์ ละเปำ้ หมำยของกำรดำเนนิ กำร
1) เพ่อื พัฒนาห้องเรียนแหง่ การเรยี นรู้ที่หลากหลายตอบสนองต่อยคุ ปจั จบุ นั ทส่ี ามารถส่งผลใหน้ ักเรียน
เรียนรู้อยา่ งมีความสุข
2) เพื่อพัฒนารปู แบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อทักษะในศตวรรษท่ี 21
3) เพ่อื พัฒนาระบบการบริหารจดั การชนั้ เรียน การมอบหมายการบ้าน การจดั การเรียนซ่อมเสรมิ ให้มี
ความยดื หยุ่นตอบสนองต่อความแตกต่างระหว่างบุคคล
4) เพื่อพัฒนาหลักสตู รทางเลือกในรปู แบบออนไลน์
เปำ้ หมำย
เปำ้ หมำยเชิงปริมำณ
1. พัฒนารูปแบบการจัดการเรยี นรู้ APLC3 บนเครือข่ายสังคมออนไลน์เพือ่ สง่ เสริมทักษะในศตวรรษที่
21 ตามนโยบายไมม่ ีเด็กคนใดถกู ทอดทิ้งไว้ขา้ งหลัง No Child Left Behind (NCLB) สำหรับนกั เรียนจำนวน
700 คน
เป้ำหมำยเชงิ คุณภำพ
2. ครู นักเรียน เห็นความสำคญั และมีสว่ นรว่ มในการพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาตามนโยบายไมม่ เี ดก็ คน
ใดถูกทอดทง้ิ ไวข้ ้างหลัง No Child Left Behind (NCLB)
กระบวนกำรดำเนนิ งำน
๕๖
การพัฒนารูปแบบการจดั การเรยี นรู้ APLC3 บนเครือขา่ ยสังคมออนไลนเ์ พ่ือส่งเสริมทักษะในศตวรรษ
ท่ี 21 ตามนโยบายไมม่ ีเด็กคนใดถูกทอดทง้ิ ไว้ข้างหลัง No Child Left Behind (NCLB) ไดม้ ีการดำเนนิ งาน
ดังน้ี
1. มีกำรพัฒนำรูปแบบกำรเรยี นรู้ APLC3 MODEL ท่สี ่งเสริมทักษะในศตวรรษที่ 21 และสอดคล้องกบั
นโยบำยไมม่ ีเด็กคนใดถูกทอดท้ิงไว้ขำ้ งหลัง No Child Left Behind (NCLB) โดยมีข้นั ตอนการจดั การ
เรียนรู้ดงั นี้
ขั้นที่ 1 สรา้ งความตระหนกั (Awareness)
ขั้นท่ี 2 ขน้ั การเรียนร้โู ดยใช้เทคโนโลยีทางไกลผา่ นสารสนเทศ (Learning by DLIT Resource)
ขน้ั ท่ี 3 ข้ันการฝึกปฏบิ ตั ิสร้างชนิ้ งาน (Practise)
ขน้ั ท่ี 4 ขนั้ การสรา้ งองค์ความรู้ (Construct Knowlege)
ขน้ั ท่ี 5 ขนั้ การประยกุ ต์ในชวี ติ ประจำวันดว้ ยความความคิดสรา้ งสรรค์ (Creative and Apply)
ขัน้ ที่ 6 ขน้ั การสรปุ และประเมินผล (Concisely and Evaluation)
2. สง่ เสริมทกั ษะอำชพี ใหน้ ักเรยี นนำควำมรูไ้ ปสู่กำรพฒั นำชุมชน ซ่ึงสอดคล้องกับทักษะในศตวรรษท่ี 21
และสอดคล้องกับนโยบำยไม่มีเดก็ คนใดถกู ทอดท้ิงไว้ข้ำงหลงั No Child Left Behind (NCLB) โดยหลกั
จากนักเรียนได้เรียนร้ตู ามรูปแบบการเรยี นรู้ทง้ั 6 แล้ว นกั เรยี นจะได้ทำการสรา้ งช้ินงานสู่ชุมชน ตัวอย่างเช่น
นกั เรียนได้ออกแบบลวดลายในโปรแกรม Microsoft Excel และนำไปมอบให้ชุมชนบ้านโคกเมือง ซึ่งเป็น
ชมุ ชนทอสื่อกกยกลาย
๕๗
3. พฒั นำหลกั สูตรทำงเลอื กท่ีตอบสนองต่อควำมแตกต่ำงระหว่ำงบคุ คล ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อลดปญั หำ 0 ร
มส. และปัญหำนักเรียนทีไ่ ม่สำมำรถมำโรงเรยี นได้ ซึง่ สอดคลอ้ งกบั นโยบำยไม่มเี ดก็ คนใดถูกทอดทิ้งไวข้ ้ำง
หลัง No Child Left Behind (NCLB) โดยโรงเรียนไดม้ ีการดำเนินงานโรงเรียนทางเลือกและมีนโยบายให้
คุณครจู ัดทำหลกั สูตรทางเลอื ก มีการเฝา้ ระวัง 0 ร มส. และแต่งต้ังงานหลกั สตู รทางเลอื กกลุ่มบรหิ ารวชิ าการ
4. พฒั นำกำรบรหิ ำรจดั กำรชนั้ เรยี นโดยใช้เทคโนโลยีซึ่งสอดคล้องกับนโยบำยไมม่ เี ด็กคนใดถูกทอดทิ้งไว้
ขำ้ งหลัง No Child Left Behind (NCLB) ผสู้ อนไดท้ ำการพัฒนาห้องเรยี นออนไลน์ผา่ นเครือขา่ ยสังคม
ออนไลน์ ซง่ึ สง่ ผลให้งานต่อการบริหารจดั การชน้ั เรยี นตอบสนองตอ่ ความแตกตา่ งระหว่างบคุ คลของนักเรียน
สามารถสอนซ่อมเสรมิ และมอบหมายงานการบ้าน เปน็ คลงั สื่อการเรยี นรู้ออนไลนท์ ี่มีประสทิ ธภิ าพรวมท้งั ยัง
สง่ ผลใหน้ กั เรยี นเกดิ ความสขุ ในการเรียนรู้
๕๘
ผลกำรดำเนนิ งำน
1. นักเรียนไดร้ ับผลจากการพฒั นาคณุ ภาพการศึกษานโยบายไม่มีเด็กคนใดถูกทอดทิง้ ไว้ขา้ งหลงั
No Child Left Behind (NCLB) จำนวน 700 คน
2. นกั เรียนสามารถสรา้ งศกั ยภาพตนเองในการเรียนได้ จากการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาตามนโยบายไม่
มเี ดก็ คนใดถูกทอดท้งิ ไว้ขา้ งหลัง No Child Left Behind (NCLB) และนำไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ติ ประจำวันทั้ง
ตอ่ ตนเองและผู้อืน่
3. นกั เรยี นไดใ้ ช้นวตั กรรมทพ่ี ัฒนารูปแบบการเรียนรู้ดว้ ยเทคโนโลยกี ารศึกษาทางไกลผา่ นสารสนเทศ
DLIT บนเครือขา่ ยสงั คมออนไลนแ์ ละเวบ็ ไซต์ เพ่ือสง่ เสริมทักษะการเรียนร้ใู นศตวรรษท่ี 21ทสี่ อดคล้องกบั
นโยบายไมม่ ีเด็กคนใดถูกทอดท้ิงไว้ข้างหลงั No Child Left Behind (NCLB) ซึ่งช่วยส่งเสรมิ ใหน้ กั เรียน
สามารถเรยี นรู้ จนพัฒนาเป็นทักษะอาชพี ได้
ประโยชนท์ ีไ่ ด้รับและกำรเผยแพร่
1. นักเรยี นเกดิ การเรยี นรู้อยา่ งมีความสุขตามนโยบายการพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาไมม่ ีเดก็ คนใดถูก
ทอดท้ิงไวข้ า้ งหลัง No Child Left Behind (NCLB)
2. นกั เรยี นเกดิ การเรียนร้อู ยา่ งมีความหมาย สามารถสร้างอาชพี ได้ สอดคลอ้ งกบั นโยบายการพัฒนา
คุณภาพการศึกษาไมม่ เี ดก็ คนใดถูกทอดทง้ิ ไว้ข้างหลัง No Child Left Behind (NCLB)
3. นกั เรียนเกดิ ความภาคภมู ิใจในการสรา้ งช้นิ งานของตนเอง ซง่ึ เป็นชน้ิ งานท่ีสามารถช่วยพัฒนาและสรา้ ง
อาชีพให้ชุมชนได้
4. นักเรียนทีม่ ีปัญหาส่วนตวั ส่งผลให้ไมส่ ามารถมาโรงเรียนได้ มีโอกาสไดร้ บั การศึกษาเทา่ เทยี มกบั นักเรียน
ในห้องเรยี น เนอ่ื งจากมกี ารพัฒนาหลักสตู รทางเลอื ก ทำให้นกั เรียนมีโอกาสไดส้ ำเร็จการศกึ ษา
5. นักเรียนเกิดทักษะในศตวรรษท่ี 21 ซ่งึ เป็นทกั ษะท่ีจำเป็นในชีวติ ประจำวันของนักเรยี น
6. นักเรยี นเกิดวนิ ยั ในการเรียนรู้ มีความสขุ ในการเรียนรู้ และสามารถนำความร้ไู ปพัฒนาโครงงานเพื่อ
ชุมชน รวมไปถงึ สามารถแขง่ ขนั ทกั ษะทางวิชาการ สรา้ งช่อื เสยี งให้ตนเองและโรงเรียนได้
กำรเผยแพร่
1. ออกรายการพธุ เช้าข่าวสพฐ. ประจำวันพธุ ที่ 24 ตลุ าคม 2561 เรือ่ ง ผลการปฏิบัตทิ เ่ี ปน็ เลศิ Best
Practice การดำเนนิ งานพฒั นาคุณภาพการศึกษาผา่ นเทคโนโลยีสารสนเทศ (DLIT)
๕๙
2. เผยแพร่จัดแสดงผลงานทางวชิ าการในการประกวดรางวลั ทรงคณุ ค่า สพฐ. ปีการศกึ ษา 2561 ได้รบั
รางวัลเหรยี ญทอง ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยเี พอ่ื การเรียนการสอน
ปจั จยั ควำมสำเรจ็
1. ผบู้ รหิ ารและครูมองเห็นความสำคญั ของการพฒั นาคุณภาพการศึกษาไม่มเี ด็กคนใดถกู ทอดทงิ้ ไว้
ข้างหลัง No Child Left Behind (NCLB)
ปญั หำและอปุ สรรคและข้อเสนอแนะ
1. ควรมีเครือขา่ ยการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาไมม่ ีเดก็ คนใดถูกทอดทิง้ ไว้ขา้ งหลัง No Child Left
Behind (NCLB) ระหวา่ งโรงเรยี นเพือ่ ให้เกิดการแลกเปล่ียนเรียนรูอ้ ย่างต่อเนื่อง
แนวทำงกำรพัฒนำอย่ำงตอ่ เนือ่ ง
1. พฒั นาใหห้ อ้ งเรียนออนไลน์มีสอื่ การเรียนร้ทู ี่หลากหลายมากย่งิ ข้นึ
2. พฒั นาขยายผลส่รู ายวชิ าอน่ื ๆในโรงเรยี น
สรา้ งเครือข่ายการพฒั นาคุณภาพการศึกษาไม่มีเดก็ คนใดถูกทอดทิง้ ไวข้ ้างหลงั No Child Left Behind
(NCLB) ระหว่างโรงเรียน
๖๐
แนวปฏบิ ตั ทิ ด่ี ีกำรพฒั นำคณุ ภำพกำรศกึ ษำ
ตำมนโยบำย No Child Left Behind “ไม่มเี ดก็ คนใดถูกทอดท้ิงไวข้ ำ้ งหลัง”
1. ชอ่ื ผลงำน
ชอ่ื เรอ่ื ง การพฒั นาทักษะการอา่ นรู้เรื่องและสอื่ สารได้ โดยใช้แบบฝกึ ทักษะการอ่าน คดิ วเิ คราะห์
และเขยี นสื่อความตามแนว PISA ตามนโยบายไม่มเี ด็กคนใดถกู ทอดทิ้งไว้ขา้ งหลงั No Child Left Behind
(NCLB)
ชื่อ-สกุล ผนู้ ำเสนอผลงำน ว่าทีร่ อ้ ยตรณี ฐั ธนนั วรรณสุข
บทคัดย่อ
ชือ่ เรื่อง การพัฒนาทกั ษะการอา่ นรู้เรอื่ งและส่ือสารได้ โดยใชแ้ บบฝึกทักษะการอ่าน คิดวเิ คราะห์
และเขียนส่ือความตามแนว PISA ตามนโยบายไม่มเี ดก็ คนใดถูกทอดทิ้งไว้ขา้ งหลงั No Child Left Behind
(NCLB)
ชอื่ ผนู้ ำเสนอผลงำน ว่าทรี่ ้อยตรีณัฐธนัน วรรณสขุ
ภาษาไทยเป็นเครอ่ื งมอื สำคัญทีผ่ ูเ้ รียนทุกคนใช้ เพอ่ื การส่อื สารและเพื่อการเรียนรู้
การจัดการเรยี นรู้อย่างหลากหลาย โดยเปิดโอกาสใหผ้ ู้เรียนไดป้ ฏิบัตกิ ิจกรรมทเี่ น้นผเู้ รยี นเปน็ สำคญั
ทำให้ผู้เรยี นเกดิ การเรียนรทู้ ย่ี ั่งยืน ดงั นัน้ ในการศึกษาคน้ คว้าในคร้ังนี้ จึงมีความมุ่งหมายเพอ่ื (1) สร้างและ
พัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขียนสอื่ ความตามแนว PISA กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 ให้มีประสทิ ธภิ าพตามเกณฑ์ 80/80 (2) หาดัชนปี ระสิทธผิ ลแบบฝกึ ทักษะการอ่าน
คดิ วเิ คราะห์ และเขยี นสื่อความตามแนว PISA กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 3
(3) เพ่ือเปรยี บเทยี บผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนของนักเรยี นก่อนและหลงั เรียนของนักเรียน ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 3
ทจี่ ดั การเรยี นรู้ โดยใช้แบบฝึกทกั ษะการอ่านคิดวเิ คราะห์ และเขียนสื่อความตามแนว PISA กลุ่มสาระ
การเรยี นรภู้ าษาไทย (4) เพือ่ ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ทีม่ ีต่อการจดั การเรียนรู้
โดยใชแ้ บบฝกึ ทักษะการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขียนส่ือความตามแนว PISA กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
กลมุ่ ตวั อย่างทใี่ ช้ในการศกึ ษาครง้ั นี้ เป็นนกั เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3/1 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2561
โรงเรียนโนนสุวรรณพิทยาคม อำเภอโนนสวุ รรณ จังหวัดบรุ ีรัมย์ สำนกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษามธั ยมศึกษา
เขต 32 จำนวน 30 คน ใชว้ ธิ กี ารเลอื กแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือท่ใี ชใ้ นการดำเนินการ
ศึกษาครัง้ น้ีแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1) เคร่ืองมือทใี่ ชใ้ นการทดลองประกอบด้วยแผนการจัดการเรยี นรู้
จำนวน 21 แผน และแบบฝึกทักษะการอ่านคดิ วเิ คราะห์ และเขยี นสอื่ ความตามแนว PISA จำนวน 9 เลม่
2) เครื่องมอื ที่ใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ประกอบด้วยแบบวดั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น เป็นแบบทดสอบแบบ
ปรนัย ชนดิ 4 ตวั เลอื ก จำนวน 30 ข้อซ่งึ มีค่าความยาก (p) ต้งั แต่ 0.25–0.071 คา่ อำนาจจำแนกรายข้อ
(B) ต้งั แต่ 0.29-0.88 ค่าความเชอ่ื มน่ั ( rcc ) ท้ังฉบับ เท่ากบั 0.88 และแบบวดั ความพึงพอใจของนักเรยี น
ชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดบั จำนวน 20 ข้อ มคี า่ อำนาจจำแนก ( rxy ) ตัง้ แต่
0.42 - 0.77 คา่ ความเชอ่ื มนั่ (α ) เท่ากับ 0.88 สถติ ทิ ใี่ ชใ้ นการวิเคราะห์ขอ้ มลู ไดแ้ ก่ ร้อยละ ค่าเฉลย่ี ส่วน
เบ่ยี งเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบสมมติฐานโดยใช้ t – test (Dependent. Samples)
ผลการศึกษาปรากฏดังน้ี 1. แบบฝกึ ทักษะการอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขียนสื่อความตามแนว PISA
กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 มปี ระสทิ ธภิ าพ 82.36/81.67 ซงึ่ สงู เกณฑ์ 80/80
2. แบบฝกึ ทักษะการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขยี นส่อื ความตามแนว PISA กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ัน
๖๑
มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 มีค่าดัชนปี ระสิทธผิ ล เท่ากับ 0.6514 แสดงใหเ้ หน็ ว่าแบบฝกึ ทักษะการอ่าน คิดวเิ คราะห์
และเขียนสื่อความตามแนว PISA กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ท่ผี ู้รายงานสร้างข้ึน
สง่ ผลใหน้ ักเรยี นมีความกา้ วหนา้ ทางการเรียนเพิม่ ข้ึนร้อยละ 65.14 3. นักเรียนชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 ท่ีได้รบั
การจัดการเรยี นรู้ โดยใช้แบบฝึกทกั ษะการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขยี นส่อื ความตามแนว PISA กลมุ่ สาระ
การเรียนรูภ้ าษาไทย ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 3 ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมนี ยั สำคัญ
ทางสถติ ิท่ีระดับ .05 4. นักเรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 มคี วามพงึ พอใจทมี่ ีต่อการจัดการเรียนรู้ โดยใช้แบบฝกึ
ทักษะการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขียนสื่อความตามแนว PISA กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชัน้ มัธยมศึกษา
ปีที่ 3 โดยรวมอยใู่ นระดับมากท่ีสุด ซ่งึ มีวิธีดำเนินการโดยการศกึ ษานโยบายจุดเนน้ ของสำนักงานเขตพนื้ ท่ี
การศึกษามัธยมศึกษาเขต 32 ศึกษารปู แบบการจดั การเรียนรทู้ ดี่ ี แนวทางการจัดทำหลักสตู รทางเลอื ก ทักษะ
ในศตวรรษที่ 21 มาใช้ในการจดั การเรยี นรู้ โดยการพัฒนาในครัง้ นีส้ ่งผลให้นักเรยี นเกิดการเรียนรู้อยา่ งมี
ความสขุ ตามนโยบายไมม่ ีเด็กคนใดถูกทอดทิ้งไว้ขา้ งหลัง No Child Left Behind (NCLB)
ควำมสำคัญของแนวปฏิบตั ิทด่ี ี
การอ่านเปน็ ทักษะทส่ี ามารถฝกึ ฝนให้เกิดจนเป็นได้ ถา้ ได้รบั การฝึกฝนต้ังแตอ่ า่ นออกอา่ นได้เร็ว
เข้าใจความหมายในเน้ือหาที่อา่ นและสามารถสรปุ ประเดน็ สำคญั ของเนื้อหา และนำไปใช้กับตนก็จะก่อให้เกดิ
ประโยชนท์ ัง้ แก่ตนและสงั คม ในการทจี่ ะพฒั นาผเู้ รยี นให้อา่ นไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ตอ้ งได้รบั การแนะ
แนวทางจากผูใ้ กลช้ ิด ครู ผูป้ กครอง ในการให้กำลงั ใจ ตลอดจนชว่ ยแก้ เมื่อผเู้ รียนมีปญั หาในการอ่าน รวมทงั้
จดั เวลา โอกาส และสถานท่ีใหผ้ ูเ้ รยี นได้ทำกิจกรรมการอา่ นอย่างต่อเน่ือง ใหม้ โี อกาสศกึ ษาค้นคว้าด้วยตนเอง
ตามกำลงั ความสามารถของเขา การแนะแนวหรอื แนะนำใหผ้ เู้ รยี นรจู้ กั หนงั สือ รู้จกั การอา่ นเพิ่มเตมิ ให้ได้
ความรูเ้ พ่ิมเติมจากเนื้อหาวิชาก็จะก่อใหเ้ กิดการอ่านได้เรว็ และเพาะนสิ ัยการอ่าน เป็นทักษะที่จะติดตัวไปได้
(กระทรงศึกษาธกิ าร. 2553 : 313) การอา่ นเปน็ สิ่งสำคัญส่งิ หนง่ึ ในการดำเนินชีวิต เพราะการอ่านจะมีสว่ น
ช่วยสร้างความสำเรจ็ ในการดำเนนิ ชีวติ ผ้ใู ดมคี วามสามารถในการอ่านหนังสอื เป็นพเิ ศษ มกั จะมโี อกาส
เจรญิ ก้าวหนา้ ในอาชีพ และในชีวิตมากกว่าคนที่อา่ นหนงั สือได้น้อยและอ่านช้า โลกปจั จุบนั เรียกได้วา่ เปน็ โลก
ของการอ่าน เพราะการอา่ นแทรกอยู่ในกิจกรรมทุกประเภททุกแห่งท้ังน้ี เพราะการสื่อสารซง่ึ กันและกนั ใน
ชวี ติ ประจำวันตอ้ งอาศัยการอ่านเพ่อื ความเข้าใจ การอา่ นจึงเขา้ มามบี ทบาทสำคัญต่อชีวติ ของเราสงิ่ ทีเ่ รา
จะตอ้ งอ่านในชวี ิตประจำวนั จงึ มมี ากมายเราจะตอ้ งรจู้ กั เลือกอ่าน จับใจความใหไ้ ด้ในเวลารวดเรว็ จงึ
ประหยัดเวลา ไดผ้ ลจากการอ่านคุม้ คา่ (กระทรวงศึกษาธิการ. 2553: 3-4) การอ่านนับเป็นปัจจยั พน้ื ฐานใน
การดำรงชวี ติ ดงั ที่ (วิมลรตั น์ สนุ ทรโรจน์. 2555: 107-126) การอ่านเป็นเครือ่ งมือทใี่ ช้ในการเสาะ
แสวงหาความรู้ การรแู้ ละใชว้ ิธีการอ่านที่ถกู ต้องจึงเปน็ สง่ิ จำเปน็ สำหรับผู้อา่ นทุกคน การรจู้ กั ฝกึ ฝนอา่ นอยา่ ง
สมำ่ เสมอจะชว่ ยใหผ้ อู้ ่านมีพ้ืนฐานในการอ่านทดี่ ที ั้งจะชว่ ยใหเ้ กดิ ความชำนาญและมคี วามรู้กวา้ งขวางด้วย ซง่ึ
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 สาระท่ี 1 มาตรฐานที่ 1.1 ไดก้ ำหนดมาตรฐาน
ว่า ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพื่อนำไปใช้ตดั สนิ ใจ แก้ปญั หาในการดำเนินชีวิตและมนี ิสัย
รกั การอา่ น
จากผลการประเมนิ ปฏริ ปู การศึกษาของสำนกั เลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานรบั รองมาตรฐาน
และการประเมนิ คณุ ภาพการศึกษา และกลุม่ ผตู้ รวจราชการกระทรวงศึกษาธิการในส่วนมาตรฐานผูเ้ รยี น
มาตรฐานท่ี 4 ผู้เรียนมคี วามสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสงั เคราะห์มวี ิจารณญาณ มีความคิดสรา้ งสรรค์
คิดไตรต่ รองและมวี ิสัยทศั น์ ผลปรากฏวา่ ผลสัมฤทธ์ิด้านความสามารถของผูเ้ รยี นในการคิดวเิ คราะห์
สังเคราะห์ มวี จิ ารณญาณและความคดิ สรา้ งสรรคม์ ีคุณภาพระดับดีเพียงร้อยละ 11.10 จากการประเมิน
๖๒
คุณภาพภายนอกของสถานศึกษา จำนวน 17,562 แห่งทั่วประเทศ (ปานรวี ยงยทุ ธวชิ ัย. 2552: 32-33)
นอกจากนีผ้ ลการประเมิน PISA 2009 ด้านการอา่ นพบว่า คะแนนเฉลี่ยของนกั เรยี นไทยตำ่ กวา่ ค่าเฉล่ีย
นานาชาติถึงหนึง่ ระดับ
และต่ำกว่าอันดับท่ี 1 อยู่ถึง 2 ระดบั ย่งิ ไปกวา่ น้นั เมื่อเทยี บจาก PISA 2000 ซ่งึ คะแนนเฉล่ยี อยใู่ นกลุ่มตำ่
อยูแ่ ล้ว ยังมีแนวโนม้ ลดต่ำลงอกี ใน PISA 2009 (โครงการ PISA ประเทศไทย สถาบนั ส่งเสรมิ การสอน
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย.ี 2555: 4)
จากการประเมินคณุ ภาพการศกึ ษาระดบั ชาติ (O-NET) ข้อมลู 3 ปยี ้อนหลังของนักเรียนชนั้
มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 โรงเรยี นโนนสวุ รรณพิทยาคม อำเภอโนนสุวรรณ จังหวัดบุรรี ัมย์ สำนกั งานเขตพืน้ ที่
การศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 32 คือ ปกี ารศึกษา 2558–2560 มคี ะแนนเฉลี่ยตำ่ กว่าร้อยละ 50 และ
คะแนนเฉลย่ี ตำ่ กว่าระดับเขตพนื้ ที่การศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 32 มรี ายละเอยี ด (โรงเรียนโนนสวุ รรณพิทยา
คม. 2561) ดงั ตารางท่ี 1
ตำรำงท่ี 1 ผลการทดสอบการศกึ ษาระดับชาติ (O-NET) ระหว่างปกี ารศึกษา 2558-2560
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 3 โรงเรียนโนนสวุ รรณพิทยาคม อำเภอโนนสุวรรณ
จังหวดั บรุ รี มั ย์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 32
ปีกำรศกึ ษำ คะแนนเฉลีย่ คะแนนเฉล่ีย คะแนนเฉล่ยี
ระดับ โรงเรยี น ระดบั สพม.32 ระดบั ประเทศ
2558 40.74 34.99 35.20
2559 45.11 46.26 46.36
2560 45.66 48.41 48.29
จากตารางที่ 1 พบว่า ผลการทดสอบการศึกษาระดับชาติ (O-NET) ยอ้ นหลัง 3 ปี
(ปีการศึกษา 2558-2560) ของกล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ของนกั เรยี นระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 3 มี
ผลสัมฤทธ์ิเพม่ิ ขึน้ ทกุ ปี แต่ไม่ถงึ ร้อยละ 50 คือ ปีการศึกษา 2558 เทยี บกับปกี ารศึกษา 2559 คะแนน
เพิม่ ขนึ้ 4.37 และปีการศกึ ษา 2559 เทยี บกับปีการศึกษา 2560 คะแนนเพิ่มขน้ึ 0.55 สาระการเรยี นรู้ท่ี
โรงเรียนควรเร่งพัฒนาปีการศึกษา 2560 คือ สาระหลักการใชภ้ าษา การเขียน การอา่ นและวรรณคดแี ละ
วรรณกรรม ปกี ารศึกษา 2559 คือสาระการเขยี น การอ่าน การฟงั การดูและการพูด และวรรณคดแี ละ
วรรณกรรม (สำนักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษามัธยมศึกษา เขต 32. 2560 : 30-32) และผลการประเมนิ
คณุ ภาพภายนอกสถานศกึ ษาระดับการศึกษาขัน้ พน้ื ฐานจากสำนักรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพ
การศึกษา (องค์การมหาชน) รอบสาม ของโรงเรียนโนนสวุ รรณพิทยาคม อำเภอโนนสวุ รรณ จงั หวดั บุรีรมั ย์
สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 32 ปกี ารศึกษา 2554 พบวา่ มาตรฐานด้านผูเ้ รยี น มาตรฐาน
ที่ 5 ผเู้ รยี นมคี วามรูแ้ ละทักษะท่จี ำเป็นตามหลักสูตรมีค่าเฉล่ียของผลประเมินแบบอิงเกณฑแ์ ละอิงสถานศึกษา
ของสถานศึกษาตามมาตรฐานท่ี 5 คิดเปน็ คา่ เฉลีย่ 7.63 สรุปผลการประเมนิ อยู่ในระดับต้องปรบั ปรงุ (สำนัก
รับรองมาตรฐานและประเมินคณุ ภาพการศึกษา องค์การมหาชน. 2555: 3) ซง่ึ จากผลการประเมนิ ดังกลา่ ว
ยังพบวา่ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทยยงั มผี ลการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติ (O-NET) ต่ำกวา่ รอ้ ย
ละ 50 ซ่ึงมีปญั หาดา้ นผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นตำ่ จากการศกึ ษาพบว่านักเรยี นมปี ัญหาด้านการอา่ น นักเรียน
ส่วนใหญ่ขาดทกั ษะการอ่านและรวมถึงการคิดวเิ คราะหซ์ ง่ึ ส่งผลตอ่ ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนวชิ าอืน่ ๆ ด้วย
ดังน้นั การจัดกระบวนการเรียนรู้ทเ่ี น้นการพัฒนาความสามารถในการอา่ น คิดวเิ คราะห์จึงมคี วามสำคัญท่ีต้อง
จดั ให้กบั นักเรียน เพอื่ พัฒนาการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน ในโรงเรียนโนนสุวรรณพทิ ยาคม อำเภอโนน
สวุ รรณ จังหวัดบุรีรมั ย์สำนกั งานเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 32 จากปัญหาดงั กลา่ วพบว่า ครูควรมี
๖๓
การจดั กจิ กรรม การเรยี นการสอนทีห่ ลากหลายใช้นวัตกรรมในการพัฒนาการเรียนรู้ เพื่อยกระดับผลสมั ฤทธ์ิ
ทางการเรียนของนักเรียนให้สูงขึน้ นกั เรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์ สงั เคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคดิ
สร้างสรรค์ คิดไตร่ตรอง และมีวิสัยทศั นต์ อ่ ไป
ผศู้ กึ ษาได้รับมอบหมายใหป้ ฏบิ ัตหิ น้าทค่ี รผู สู้ อนกลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทยชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 3
โรงเรียนโนนสวุ รรณพทิ ยาคม อำเภอโนนสวุ รรณ จงั หวดั บุรรี ัมย์ สำนกั งานเขตพื้นท่ีการศกึ ษามธั ยมศึกษา
เขต 32 เห็นว่าผูเ้ รียนไมม่ นี สิ ัยรกั การอา่ นและผเู้ รียนบางสว่ นอ่านหนังสือไมค่ ล่อง เขยี นสอ่ื ความไมไ่ ด้ ผู้ศึกษา
จงึ สนใจท่จี ะพัฒนาศักยภาพด้านการอ่าน คิดวเิ คราะหแ์ ละเขียนส่ือความของผ้เู รยี น โดยการประเมิน
ความสามารถในการอา่ น คิดวิเคราะหแ์ ละเขียนสือ่ ความของผเู้ รยี น เพื่อนำการประเมนิ เป็นขอ้ มลู สารสนเทศ
ในการพฒั นาต่อไปซ่ึงการดำเนนิ การประเมนิ การอ่าน คดิ วิเคราะหแ์ ละเขยี นส่ือความ ของสถานศกึ ษาของผู้
ศึกษาตอ้ งการประเมนิ จากผลการเขียนที่แสดงถงึ การวเิ คราะหท์ ี่มาจากการอ่านของผเู้ รียน แต่สถานศกึ ษายัง
ขาดเครื่องมือทม่ี ีคุณภาพ ผู้ศึกษาจึงสนใจทจ่ี ะการพัฒนาทักษะการอา่ นรู้เรื่องและส่ือสารได้ โดยใชแ้ บบฝึก
ทักษะการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขยี นส่ือความตามแนว PISA มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ เพ่ือใหผ้ เู้ รยี นผ่านการ
ประเมิน มีทักษะในด้านการอ่าน คิดวิเคราะหแ์ ละเขยี นส่ือความ เปน็ ไปตามมาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน
การศึกษาข้ันพื้นฐาน ตัวบ่งชีค้ ณุ ภาพภายนอกรอบสาม และหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 กำหนดไวแ้ ละเพื่อจะไดเ้ ป็นแนวทางในการประเมนิ ทกั ษะการอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขยี น
สอื่ ความในระดบั ช้ันอ่ืน ๆ ต่อไป
วัตถปุ ระสงค์
จากความเป็นมาและความสำคญั ของปัญหา ผ้ศู ึกษาได้กำหนดวัตถปุ ระสงค์ของการศกึ ษาไว้ ดงั นี้
1) เพื่อสร้างและพัฒนาแบบฝึกทกั ษะการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนส่อื ความตามแนว PISA
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80
2) เพือ่ หาดชั นีประสทิ ธิผลแบบฝึกทักษะการอา่ น คิดวเิ คราะห์ และเขยี นส่ือความตามแนว PISA
กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 3
3) เพอื่ เปรียบเทียบผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังเรียนของนักเรียน
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ทีก่ ารจัดการเรยี นรู้ โดยใชแ้ บบฝกึ ทักษะการอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขียนสอ่ื ความ
ตามแนว PISA กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
4) เพอ่ื ศึกษาความพงึ พอใจของนักเรียนช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 3 ทม่ี ีตอ่ การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึก
ทกั ษะการอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขียนส่ือความตามแนว PISA กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
เปำ้ หมำย
เป้ำหมำยเชิงปริมำณ นักเรียนชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 โรงเรยี น
โนนสุวรรณพิทยาคม อำเภอโนนสุวรรณ จังหวดั บรุ รี มั ย์ สำนักงานเขตพนื้ ท่ีการศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 32
รวมท้งั สิ้น 114 คน จำนวน 4 ห้องเรยี น
เป้ำหมำยเชงิ คุณภำพ นกั เรียนมผี ลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรยี นที่ไดร้ ับการจัดการเรยี นรู้ โดยใช้
แบบฝกึ ทกั ษะการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขียนสื่อความตามแนว PISA กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 เพ่ิมข้นึ
๖๔
กระบวนกำรดำเนนิ งำน
กำรสรำ้ งนวัตกรรมแบบฝึกทักษะกำรอ่ำน คิดวิเครำะห์ และเขยี นส่ือควำมตำมแนว PISA
1) กำรสร้ำงและหำคณุ ภำพของเคร่อื งมือ
การพฒั นาชุดแบบฝึกเพ่ือพัฒนาความสามารถในการอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขียนส่ือความ
ตามแนว PISA มขี ้นั ตอนการพัฒนาเคร่ืองมือดังนี้
ข้ันสร้ำง
1. ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 สาระการ
เรียนรูภ้ าษาไทยและมาตรฐานการเรียนรู้ตวั ช้วี ดั เพ่อื ทำความเขา้ ใจเกี่ยวกบั จดุ มุ่งหมาย หลักการ
2. ศกึ การแนวทางการจัดการเรียนการอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขียนสื่อความตามแนว PISA เพ่อื
กำหนดจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ โดยเน้นการวิเคราะหค์ วาม ตคี วาม สรปุ ความและตอบคำถามจากเร่ืองท่ีอา่ น
ทำใหผ้ ู้อ่านแยกแยะเรือ่ งท่ีอ่านครอบคลุมกลยุทธ์ การอา่ นทง้ั 3 ด้านตามแนว PISA คือ กลยุทธ์การเข้าถึง
และค้นคืนสาระ กลยุทธ์การบูรณาการและตคี วาม กลยุทธ์การสะท้อนและการประเมิน และไปประยกุ ต์ใช้
ในชวี ิตประจำวนั ใหเ้ กดิ ประโยชนส์ งู สดุ
3. ศกึ ษาขอบขา่ ยมาตรฐานการเรยี นรตู้ ัวชีว้ ัด สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชว่ งชน้ั ที่ 2 ของโรงเรยี น
โนนสวุ รรณพิทยาคม อำเภอโนนสวุ รรณ จงั หวัดบุรรี ัมย์
4. ศึกษาแนวทางการพัฒนาแบบฝึกทักษะเพือ่ พฒั นาความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และ
เขียนสื่อความตามแนว PISA เพอื่ ทำความเขา้ ใจเกย่ี วกับหลกั ในการสรา้ งแบบฝึกทักษะเพ่ือพฒั นา
ความสามารถในการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขยี นสื่อความตามแนว PISA
5. คดั เลอื กเนอ้ื หาสาระและประเภทของเนื้อหาสาระสำหรับนำมาใช้ในการสรา้ งแบบฝึกทักษะ
เพอ่ื พฒั นาความสามารถในการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขยี นส่ือความตามแนว PISA อาทิ ข่าว บทความ
นทิ าน เพลง บทร้อยกรอง เป็นต้น
6. สร้างแบบฝกึ ทกั ษะเพือ่ พัฒนาความสามารถในการอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขยี นส่ือความ
ตามแนว PISA จำนวน 9 ชดุ ในการสรา้ งแบบฝึกทกั ษะท้งั 9 ชดุ ผู้วจิ ยั ไดค้ ำนงึ ถึงวัย ความสนใจ คุณค่าและ
ประโยชนท์ เ่ี กดิ ข้นึ แก่ผู้เรียน และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
ข้ันหำคณุ ภำพ
1. นำแบบฝึกทักษะเพ่อื พัฒนาความสามารถในการอา่ น คิดวเิ คราะห์ และเขยี นส่อื ความตามแนว
PISA ทีส่ ร้างข้ึนให้ ผู้เช่ยี วชาญ 5 คน ตรวจสอบความตรงเชงิ เน้อื หา จดุ ประสงค์การเรียนรู้ เพอื่ หาค่าดชั นี
ความสอดคล้องระหวา่ งจุดประสงค์การพัฒนาแบบฝึกทักษะแต่ละชุด โดยคัดเลือกชุดแบบฝึกที่มคี ่าต้งั แต่ 0.5
ขนึ้ ไป ซ่ึงสามารถนำมาใชไ้ ด้ท้ังหมด 9 ชุด และนำมาปรบั ปรุงตามข้อเสนอแนะของผูเ้ ชยี่ วชาญ
2. นำแบบฝกึ ทกั ษะเพอ่ื พัฒนาความสามารถในการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี นสอ่ื ความตามแนว
PISA ที่ได้รบั การปรับปรุงแกไ้ ขแลว้ ไปทดลองกบั นักเรียนท่ีไมใ่ ชก่ ลมุ่ ตัวอย่าง จำนวน 30 คน โดยผู้วจิ ัย
ดำเนินการทดลองดว้ ยตนเองตามข้ันตอน ดังนี้
- เรียนตามแผนการจัดการเรียนรู้ และทำแบบฝึกทกั ษะไปพรอ้ มกันในขณะที่เรยี นเพือ่ พิจารณาความ
เหมาะสมของเวลาท่ีใช้ในการจัดกิจกรรม ความเข้าใจเนื้อหาทอี่ ่าน แล้วนำมาปรับปรงุ เพ่ือนำไปใช้จริง
- การพฒั นาแบบทดสอบวดั ความสามารถในการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี นสื่อความตามแนว PISA
มีขน้ั ตอนในการพัฒนาเครื่องมือ ดังนี้
๖๕
ขนั้ สรำ้ ง
1. ศกึ ษาแนวคิด ทฤษฎี หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 สาระการ
เรียนรู้ภาษาไทย มาตรฐานการเรยี นรู้ เพอื่ ทำความเข้าใจเก่ียวกบั จดุ มุ่งหมาย หลกั การ
2. ศกึ ษาขอบข่ายมาตรฐานการเรยี นรตู้ วั ช้ีวัด สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ช่วงชัน้ ท่ี 2 ของโรงเรยี น
โนนสุวรรณพทิ ยาคม อำเภอโนนสุวรรณ จังหวัดบุรรี ัมย์
3. ศกึ ษาแนวทางการสรา้ งแบบทดสอบวัดความสามารถในการอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขียนสื่อความ
ตามแนว PISA เพ่ือทำความเขา้ ใจเกี่ยวกับหลักในการสรา้ งแบบทดสอบเพ่ือพัฒนาความสามารถในการอ่าน
คดิ วเิ คราะห์ และเขยี นส่ือความตามแนว PISA
4. คัดเลอื กเนอ้ื หาและประเภทของเนอื้ หาสำหรับนำมาใชใ้ นการสร้างแบบวดั ความสามารถใน
การอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขียนส่ือความตามแนว PISA โดยคำนึงถึงเน้ือหาท่ีเปน็ ประโยชน์แกน่ กั เรยี น เป็น
เรื่องใกลต้ วั ท่ีสามารถนำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้
5. สรา้ งแบบทดสอบวดั ความสามารถในการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขียนส่ือความตามแนว PISA
แบบปรนยั จำนวน 30 ข้อ เพอ่ื ใช้ประเมินผลหลงั การใชแ้ บบฝึกทักษะ
ขั้นหำคณุ ภำพ
1. นำแบบฝกึ วัดความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเรยี นรวู้ ิถีสจุ รติ ธรรมทส่ี รา้ งขึ้นให้
ผูเ้ ช่ยี วชาญ ตรวจสอบความตรงเชงิ เน้ือหา จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ เพอื่ หาค่าดชั นคี วามสอดคล้องระหวา่ งจัด
ประสงคก์ ารพฒั นาแบบทดสอบวัดความสามารถกับแบบทดสอบความสามารถแต่ละกจิ กรรมย่อย โดย
คัดเลอื กกจิ กรรมยอ่ ยในแบบทดสอบวัดความสามารถที่มคี ่าตงั้ แต่ 0.5 ข้นึ ไป ซึ่งสามารถนำมาใชไ้ ด้ทัง้ หมด 9
ชุด และนำมาปรบั ปรงุ ตามข้อเสนอแนะของผูเ้ ช่ยี วชาญ
2. นำแบบทดสอบวดั ความสามารถในการอา่ น คิดวเิ คราะห์ และเขียนสือ่ ความตามแนว PISA
ไปทดสอบกบั นักเรยี นท่ีไมใ่ ช่กลมุ่ ตวั อยา่ งเพ่ือหาค่าอำนาจจำแนกและคา่ ความเชอ่ื มน่ั นำมาปรับปรงุ และ
นำไปใชจ้ รงิ
ผลปรากฏวา่ แบบทดสอบวัดความสามารถในการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขียนสือ่ ความตามแนว PISA
คา่ ความเชอ่ื มั่นโดยใชส้ ัมประสิทธิแ์ อลฟาได้คา่ ความเช่ือมน่ั เท่ากบั 0.88 การตรวจให้คะแนนแบบฝึกทักษะ
และแบบทดสอบวัดความสามารถในการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขียนสื่อความตามแนว PISA จะพิจารณา 3
ประเด็นดังนี้
1. ความสามารถในการอ่าน
2. ความสามารถในการคิดวิเคราะห์
3. ความสามารถในการนำการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขยี นส่อื ความตามแนว PISA ไปใช้ใน
ชีวติ ประจำวนั ได้
๖๖
ผลกำรดำเนินงำน
ความสามารถในการแกป้ ัญหาหรอื พฒั นานวัตกรรมให้สอดคล้องตามวตั ถุประสงคแ์ ละเป้าหมาย
สามารถหรือแกป้ ญั หาหรือพัฒนาไดต้ รงตามกลมุ่ เป้าหมาย นำไปประยุกตใ์ ชบ้ รู ณาการไดท้ ง้ั 8 กลมุ่ สาระ
การเรียนรู้ เชน่ การนำถ้อยความทเ่ี กี่ยวข้องกับเร่ืองสขุ ภาพหรอื การออกกำลังกาย มาใหน้ ักเรียนอ่านเป็น
การบรู ณาการกลุม่ สาระการเรยี นรู้สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา หรือการนำบทเพลงมาใช้ในการอา่ น ทำให้นักเรยี น
เกดิ สนุ ทรียภาพ เปน็ การบูรณาการกลมุ่ สาระการเรียนรศู้ ิลปะ และบรู ณาการไดก้ บั การจัดกจิ กรรมค่ายรักษ์
ภาษาไทย ซ่งึ มีฐานการเรยี นรู้ท้ังหมด 10 ฐาน ดงั น้ี ฐานท่ี 1 คำถกู คำผิดพินจิ ดู ฐานที่ 2 เรยี นรูป้ ริศนาคำ
ทาย ฐานที่ 3 หลายสำนวนหลากทม่ี า ฐานท่ี 4 หรรษาคำราชาศพั ท์ ฐานที่ 5 ขานขับรอ้ ยกรองไทย
ฐานท่ี 6 ไตรยางค์อักษรสามหมู่ ฐานท่ี 7 รอบรคู้ ำคมหรรษา ฐานที่ 8 PISA อา่ นรเู้ ร่อื ง ฐานท่ี 9 ปราดเปรอ่ื ง
คำควบกลำ้ ฐานท่ี 10 ลำนำเพลงพ้ืนบ้าน ซึง่ ในฐำนที่ 8 PISA อำ่ นรเู้ รือ่ ง ไดน้ ำโมเดล 7 ขนั้ ตอน
กำรจดั กำรเรยี นรู้ สสู่ มรรถนะ PISA ไปใช้ในกำรจัดกจิ กรรม ทำใหน้ ักเรียนไดฝ้ กึ ดา้ นการอา่ น คิดวิเคราะห์
ตามสมรรถนะที่ 3 ด้านของ PISA และเปน็ นวตั กรรมทีแ่ ก้ไขปัญหาได้ตรงตามเป้าหมาย กล่าวคือ เปน็ การ
พฒั นาทก่ี ระบวนการคิดวิเคราะหข์ องผเู้ รยี นเปน็ อันดบั แรก เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นเกดิ กระบวนการคิดวเิ คราะห์
ไตรต่ รองในการนำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวนั และการใช้วิจารณญาณในการแสดงความคิดเห็นอยา่ งสมเหตุสมผล
เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการรบั สารและส่งสารได้ รวมถึงการได้รับเชญิ เป็นวทิ ยากรโครงการพฒั นาทักษะ
การอา่ นรู้เร่ืองและสอ่ื สารได้ ตามแนว PISA ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1-3 ให้แก่นักเรียนโรงเรียนประโคนชยั
พทิ ยาคม ไดน้ ำนวตั กรรมแบบฝึกทักษะการอา่ น คิดวเิ คราะห์ และเขียนส่ือความตามแนว PISA และโมเดล
7 ขน้ั ตอนการจัดการเรียนรู้ ส่สู มรรถนะ PISA ไปใช้ในการจัดกิจกรรม จนมผี ลคะแนนการทดสอบเพมิ่ ขึ้น
เปน็ ต้น จากการจดั การเรียนรู้โดยใชแ้ บบฝึกทักษะการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี นสื่อความตามแนว PISA
ทำใหผ้ ลคะแนนการทดสอบการรู้เรอื่ งการอ่าน (Reading Literacy) ตามแนวทางการประเมนิ ผลนกั เรยี น
นานาชาติ PISA จดั สอบโดยสถาบนั ภาษาไทย สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร ของนักเรยี นช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 3 เพ่ิมขึน้ ตามลำดบั ดังน้ี
ปกี ารศกึ ษา 2561 ครัง้ ที่ 1-4 มคี ะแนนเพิ่มขนึ้ ทุกครง้ั และครง้ั ที่ 4 สงู กวา่ ร้อยละ 50 คือ คร้งั ที่ 1 เทียบ
กับครัง้ ท่ี 2 เพิม่ ขนึ้ ร้อยละ 8.22 ครงั้ ท่ี 2 เทยี บกับครัง้ ที่ 3 เพ่มิ ข้ึนร้อยละ 10.26 ครง้ั ท่ี 3 เทียบกบั คร้ังท่ี
4 เพิ่มข้นึ ร้อยละ 14.10 ซึง่ เป็นผลมาจากการจดั กจิ กรรมบูรณาการค่ายรักษภ์ าษาไทย และการใช้โมเดล 7
ข้ันตอนการจดั การเรียนรู้ สูส่ มรรถนะ PISA ไปใชใ้ นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
ประโยชนท์ ่ีได้รับและกำรเผยแพร่
การนำไปใชเ้ ป็นต้นแบบเผยแพร่ขยายผลได้ ได้จดั กิจกรรมการเรียนรใู้ นกระบวนการเรยี นรู้ โดยให้
ผู้เรียนได้เรยี นร้กู ารเผยแพร่ความรู้ท่ีตนเองมใี นรปู แบบตา่ ง ๆ รวมถึงการได้รบั เชญิ เปน็ วิทยากรในการบรรยาย
โครงการเรง่ รดั คุณภาพการอา่ นรู้เรอ่ื งและสื่อสารได้ ตามแนวการประเมนิ ผลนานาชาติ (PISA) ให้แกค่ ณะ
ครูสหวิทยาเขตหนองกี่ สพม.32 คณะครโู รงเรยี นจฬุ าภรณราชวิทยาลัย อำเภอสตกึ จังหวัดบุรีรัมย์ และ
คณะครูโรงเรยี นอนบุ าลประชารัฐสามัคคี อำเภอสงู เนนิ จังหวัดนครราชสีมา และบรรยายในโครงการพัฒนา
ทกั ษะการอา่ นรู้เร่ืองและสื่อสารได้ ตามแนว PISA ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1-3 ให้แกน่ ักเรียนโรงเรียนประโคนชยั
พทิ ยาคม อำเภอประโคนชยั จงั หวัดบรุ ีรมั ย์ ได้ใช้นวัตกรรมแบบฝึกทักษะการอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขยี น
สื่อความตามแนว PISA ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนากระบวนการคิดวเิ คราะห์ ในวรรณกรรม
ประเภท ขา่ ว บทความ ใหเ้ กิดกระบวนการและกิจกรรมการจัดการเรียนรูท้ ีใ่ ชโ้ มเดล 7 ขั้นตอนการจดั การ
เรยี นรู้ สู่สมรรถนะ PISA
๖๗
กำรเผยแพร่
ขา้ พเจ้าได้นำผลงานนักเรียนทเี่ กดิ จากการจัดการเรยี นรู้ และนวตั กรรมในการจดั การเรยี นรไู้ ปเผยแพร่โดย
เผยแพร่สู่สาธารณะ ผา่ นเวบ็ ไซตโ์ รงเรยี น เว็บไซต์ส่วนตวั และสอ่ื สงั คมออนไลน์ รวมถึงการจัดงานิทรรศการ
Open House “เปิดบ้านวิชาการ เปิดประตูสู่ น.ว.พ.” และการแสดงผลงานการประกวดหนว่ ยงานและผมู้ ี
ผลงานดเี ดน่ ท่ีประสพผลสำเร็จเปน็ ทป่ี ระจักษ์ ครงั้ ท่ี 8 ปกี ารศกึ ษา 2561 ระดับชาติ ณ โรงแรมภูเขางาม
รสี อร์ท จังหวดั นครนายก
ปัจจัยควำมสำเรจ็
1. ไดร้ ับรางวัลทรงคณุ ค่า สพฐ. (OBEC AWARDS) ชนะเลิศระดับเหรยี ญทอง คร้งั ท่ี 8 ระดับชาติ
ปีการศกึ ษา 2561 กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาตอนต้น ด้านนวตั กรรมและ
เทคโนโลยีเพอ่ื การเรียนการสอน ปี 2562
2. ครภู าษาไทย สามารถนำนวตั กรรมแบบฝึกทักษะการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขียนสือ่ ความตามแนว
PISA และโมเดล 7 ขั้นตอนการจดั การเรียนรู้ สู่สมรรถนะ PISA ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนเพ่อื พัฒนา
กระบวนการอ่าน คิดวเิ คราะห์ ในวรรณกรรมประเภท ขา่ ว บทความ ทำใหผ้ ู้อ่านแยกแยะเรอื่ งทีอ่ ่าน
ครอบคลุมกลยุทธ์ การอา่ นท้ัง 3 ด้านตามแนว PISA คือ กลยุทธก์ ารเข้าถึงและคน้ คืนสาระ กลยทุ ธก์ ารบรู ณา
การและตีความ กลยทุ ธ์การสะท้อนและการประเมิน และไปประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจำวนั ให้เกดิ ประโยชนส์ งู สดุ
ปญั หำและอุปสรรคและข้อเสนอแนะ
ควรมีการศกึ ษาเก่ยี วกับการสอนโดยใชแ้ บบฝึกทักษะการอา่ น คิดวเิ คราะห์ และเขียนสื่อความตามแนว
PISA ในกับนกั เรียนในระดบั ชั้นอน่ื ๆ ต่อไปและควรมีการศึกษาเปรยี บเทยี บผลการจัดการเรียนรู้ โดยใชแ้ บบ
ฝึกทกั ษะการอา่ นคดิ วเิ คราะห์ และเขยี นส่ือความตามแนว PISA กับการจัดการเรยี นรใู้ นรปู แบบอน่ื ๆ ในกล่มุ
สาระการเรยี นร้ภู าษาไทยและกลุ่มสาระอื่น ๆ
แนวทำงกำรพฒั นำอย่ำงต่อเนอ่ื ง
ได้มีการพฒั นาทกั ษะกระบวนการคดิ ของผเู้ รียน ให้สามารถคิดวเิ คราะห์ แกป้ ัญหา และเกดิ เปน็ การ
ฝกึ ทกั ษะกระบวนการคิดอยา่ งเป็นระบบ โดยนำข้อมลู ท่ีศกึ ษาคน้ ควา้ มาเรียบเรียงและถ่ายทอดโดยใช้ภาษา
อย่างสรา้ งสรรค์ประกอบด้วยอะไร มีจุดมุ่งหมายหรอื มคี วามประสงคส์ ิง่ ใดและส่วนย่อย ๆ ที่สำคัญนน้ั แตล่ ะ
เหตุการณเ์ ก่ยี วพันกัน โดยการวเิ คราะหค์ วาม ตีความ สรุปความและตอบคำถามจากเร่ืองที่อ่าน ทำใหผ้ ้อู า่ น
แยกแยะเร่อื งท่ีอ่านครอบคลุมกลยุทธ์ การอ่านทั้ง 3 ด้านตามแนว PISA คอื กลยุทธ์การเข้าถงึ และคน้ คืน
สาระ กลยทุ ธ์การบูรณาการและตีความ กลยุทธก์ ารสะท้อนและการประเมิน และไปประยกุ ต์ใชใ้ น
ชีวติ ประจำวนั ให้เกิดประโยชนส์ ูงสดุ
๖๘
ผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม
โรงเรยี นโนนสวุ รรณพิทยาคมไดร้ ับการประเมินคณุ ภาพภายนอกจากสมศ.รอบสาม ระหว่างวันที่
๗ – ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๔ ผลการประเมนิ คุณภาพภายนอกของสถานศึกษา ซงึ่ สรุปผลการประเมนิ
โดยภาพรวมตามมาตรฐาน ดังตารางต่อไปนี้
ระดบั การศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน นำ้ หนกั คะแนน ระดับ
(มัธยมศกึ ษา) (คะแนน) ทไี่ ด้ คุณภาพ
มาตรฐานที่ ๑ ผลการจัดการศกึ ษา
กลมุ่ ตัวบง่ ชพ้ี ื้นฐาน
ตงั บง่ ชี้ที่ ๑ ผ้เู รียนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตท่ดี ี ๑๐.๐๐ ๙.๙๒ ดีมาก
ตังบง่ ชีท้ ี่ ๒ ผู้เรยี นมีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมทพี่ ึงประสงค์ ๑๐.๐๐ ๙.๘๓ ดมี าก
ตงั บ่งชีท้ ่ี ๓ ผู้เรยี นมคี วามใฝร่ ู้และเรยี นร้อู ยา่ งต่อเน่อื ง ๑๐.๐๐ ๙.๖๒ ดมี าก
ตังบ่งชีท้ ่ี ๔ ผเู้ รียนคดิ เป็น ทำเปน็ ๑๐.๐๐ ๘.๗๕ ดี
ตังบ่งชี้ที่ ๕ ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นของผู้เรยี น ๒๐.๐๐ ๗.๖๓ ต้องปรับปรุง
กลุ่มตวั บ่งช้อี ตั ลักษณ์
ตงั บ่งชที้ ่ี ๙ ผลการพัฒนาให้บรรลตุ ามปรัชญา ปณธิ าน พนั ธกิจ และ ๕.๐๐ ๕.๐๐ ดมี าก
วตั ถุประสงคข์ องการจัดตงั้ สถานศกึ ษา
ตังบง่ ชี้ที่ ๑๐ ผลการพฒั นาตามจดุ เนน้ และจุดเด่นทส่ี ง่ ผลสะทอ้ นเปน็ ๕.๐๐ ๕.๐๐ ดมี าก
เอกลกั ษณ์ของสถานศึกษา
กลุ่มตวั บง่ ชม้ี าตรการส่งเสริม
ตังบง่ ชท้ี ่ี ๑๑ ผลการดำเนนิ งานโครงการพิเศษเพื่อสง่ เสรมิ บทบาทของ ๕.๐๐ ๕.๐๐ ดมี าก
สถานศกึ ษา
มาตรฐานท่ี ๒ การบรหิ ารจดั การศึกษา
กลุ่มตวั บ่งชี้พืน้ ฐาน
ตังบ่งชี้ที่ ๗ ประสทิ ธิภาพของการบรหิ ารจดั การและการพฒั นาสถานศกึ ษา ๕.๐๐ ๔.๖๐ ดีมาก
กลุ่มตัวบ่งช้ีมาตรการสง่ เสรมิ
ตงั บง่ ชี้ท่ี ๑๒ ผลการสง่ เสรมิ พัฒนาสถานศกึ ษาเพ่อื ยกระดบั มาตรฐาน รักษา
มาตรฐานและพัฒนาสู่ความเป็นเลศิ ทีส่ อดคล้องกับแนวทางการปฏริ ปู ๕.๐๐ ๔.๐๐ ดี
การศึกษา
มาตรฐานที่ ๓ การจดั การเรียนการสอนทีเ่ น้นผเู้ รยี นเป็นสำคัญ
กลุ่มตวั บง่ ชี้พ้นื ฐาน
ตังบง่ ชี้ท่ี ๖ ประสทิ ธผิ ลของการจดั การเรียนการสอนท่เี น้นผเู้ รยี นเปน็ สำคัญ ๑๐.๐๐ ๘.๐๐ ดี
มาตรฐานท่ี ๔ วา่ ดว้ ยการประกันคณุ ภาพภายใน
กลุ่มตวั บง่ ชี้พน้ื ฐาน
ตงั บ่งชี้ท่ี ๘ พัฒนาการของการประกันคุณภาพภายในโดยสถานศึกษาและต้น ๕.๐๐ ๔.๘๖ ดีมาก
สงั กดั
ผลรวมคะแนนทัง้ หมด ๑๐๐.๐๐ ๘๒.๒๑ ดี
๖๙
สรปุ สภาพปัญหา จดุ เด่น จดุ ทคี่ วรพัฒนา และแนวทางการพฒั นาในอนาคต ในการจัดการศกึ ษาของสถานศกึ ษา
สภาพปญั หา
จากการประเมินตงั บ่งชท้ี ่ี ๕ ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นของผู้เรยี น ได้คะแนน ๗.๖๓ ระดบั คณุ ภาพ
ตอ้ งปรับปรงุ เนื่องจากนักเรียนส่วนใหญ่มภี าระหน้าทท่ี จี่ ะต้องช่วยเหลืองานของครอบครัว นกั เรียนหลาย
คนตอ้ งไปชว่ ยผู้ปกครองกรีดยางในเวลาค่ำคืน นักเรยี นไม่ไดพ้ ักผ่อนอยา่ งเพยี งพอ ทำใหส้ ภาพรา่ งกายของ
นกั เรยี นไม่พร้อมในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมการเรยี นรู้ อีกทง้ั นักเรยี นยงั ขาดความตระหนักและไม่เอาใจใสใ่ นการ
เรียน ส่งผลใหม้ ีผลการเรียน ๐, ร, มส และ มผ เปน็ จำนวนมาก
จุดเด่น
โรงเรยี นโนนสุวรรณพิทยาคมมีการกำกับ ติดตาม การบริหารงานด้านต่าง ๆ ให้ประสบผลสำเรจ็
ตรงตามวตั ถปุ ระสงค์ เชน่ กลุม่ บริหารวชิ าการ มกี ารกำกับตดิ ตามการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนของครู
มีการวเิ คราะหม์ าตรฐาน ตวั ชว้ี ดั หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ และจดั ทำ
หลักสูตรสถานศกึ ษา หลักสตู รกลุ่มสาระการเรียนร้ใู ห้ตรงตามตวั ชี้วัดของหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษา
ข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ กำกบั ติดตามนกั เรียนขาดเรยี น หนเี รียน เพื่อป้องกัน ๐, ร, มส และ
มผ พัฒนาแหลง่ เรยี นรใู้ ห้เหมาะสม ทันสมยั เช่น พัฒนาหอ้ งสืบค้นขอ้ มลู DLIT หอ้ งปฏิบตั ิการ
คอมพวิ เตอร์ วิทยาศาสตร์ สง่ เสริม สนับสนุนนกั เรยี นทกี่ ำลงั จะจบการศึกษาให้สามารถเข้าศึกษาต่อใน
คณะ สถาบนั ท่ีไดร้ ับรองมาตรฐาน ส่งเสริมการมีงานทำ กลมุ่ บรหิ ารทวั่ ไป มรี ะบบการติดต่อราชการ
เอกสารท่รี วดเรว็ มีการพัฒนาอาคารสถานท่ใี ห้มบี รบิ ทท่ีน่าอยู่ นา่ เรยี น มคี วามรม่ รน่ื สะอาด มบี รรยากาศ
แหง่ การเรยี นรู้ กลุม่ บริหารงานบุคคล มีการจัดสรรระบบงานที่สามารถตรวจสอบได้ ถูกต้อง ชัดเจน
กล่มุ บริหารงบประมาณ มีการบรหิ ารจัดการงานตรงตามระเบียบตา่ ง ๆ อย่างเคร่งครดั เชน่ การเงิน พัสดุ
มกี ารจัดเก็บเอกสารทถี่ ูกต้อง เหมาะสม ตรวจสอบได้
จดุ ทคี่ วรพฒั นา
๑. พัฒนาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นของนักเรยี น
๒. ควรมีการนิเทศติดตามการดำเนินงานตาม ข้อเสนอแนะของการนิเทศการเรยี นการสอนนำผลการ
นเิ ทศมาเปน็ ข้อมลู ในการเปรยี บเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดไวใ้ นแผน คณะกรรมการสถานศึกษาควรมี
บทบาทในการกำหนดทิศทางและการบรหิ ารโรงเรยี นเพ่ือพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา ควรการประเมินระบบ
และกลไกสง่ เสรมิ ความสัมพันธค์ วามรว่ มมือกับชมุ ชน ทางโรงเรยี นต้องมกี ารจัดทำแผนงาน โครงการนิเทศ
กำกบั ติดตาม โดยกำหนดเป้าหมาย วิธีการให้ชัดเจน พัฒนาคณะกรรมการสถานศึกษาใหม้ คี วามรู้ความ
เข้าใจในบทบาทของตนเองท่ีมตี อ่ สถานศึกษา ส่งเสรมิ ใหเ้ ข้าร่วมคดิ ร่วมทำ รว่ มดำเนนิ การของสถานศึกษา
อย่างต่อเน่ืองสมำ่ เสมอ มกี ารส่งเสริมพัฒนาความสามารถในการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนทเ่ี น้นทักษะ
กระบวนการคดิ ใหแ้ ก่ครูผู้สอนทุกระดับช้ันเรยี น
๓. ผเู้ รยี นบางส่วนขาดทกั ษะการคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ คิดไตร่ตรอง คิดนอกกรอบ ความสามารถ
ในการนำความรู้ ความคิดเดมิ มาสร้างเปน็ ความร้ใู หม่ พัฒนาและริเร่ิมส่งิ ใหม่
๗๐
๔. ครผู ู้สอนบางสว่ นขาดการวเิ คราะหศ์ ักยภาพของนักเรยี นดา้ นการเรียนเปน็ รายบุคคล ในแต่ละ
กลุม่ สาระการเรียนรอู้ ย่างเปน็ ระบบ ขาดการนำผลการประเมนิ ผู้เรียนมาปรับการเรยี นเปล่ียนการสอน เพ่ือให้
การเรยี นการสอนสามารถตอบสนองความแตกตา่ งทห่ี ลากหลายของผู้เรยี น สามารถพัฒนาผู้เรยี นให้เต็ม
ตามศกั ยภาพ
๕. โรงเรียนยงั ขาดส่ือการเรยี นการสอน เช่น คอมพวิ เตอร์ ซ่ึงประสบปญั หาในด้านการขาด
การซ่อมบำรงุ ขาดการจดั ทำนวตั กรรมที่มปี ระสทิ ธิภาพ และเกดิ ประสทิ ธิผล
แนวทางการพัฒนาในอนาคต
ในอนาคตโรงเรียนมีเป้าหมายทจ่ี ะพฒั นาดา้ นสื่อเทคโนโลยีใหท้ นั สมยั การให้บรกิ ารสืบคน้ ขอ้ มูล
สารสนเทศ หอ้ งสมดุ แหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรยี น สภาพแวดลอ้ มภายในโรงเรยี น จัดทำหลักสูตรท้องถิ่น
สง่ เสริมให้ครจู ดั ทำวจิ ยั ในชั้นเรียน พฒั นาศักยภาพของครูในการจดั การเรยี นการสอนให้มากย่ิงขนึ้ แยกเปน็
แต่ละดา้ น ดงั น้ี
๑. การบรหิ าร มกี ระบวนการบรหิ ารที่ชดั เจน บุคลากรในสถานศกึ ษา มสี ว่ นร่วมในการปฏบิ ัตงิ าน
มแี ผนงาน/โครงการตา่ ง ๆ ท่ีกำหนดนโยบายและเปา้ หมายทเ่ี ดน่ ชัด มกี ารนิเทศนิเทศติดตามการดำเนินงาน
บุคลากรในสถานศึกษาอย่างเปน็ ระบบ มกี ารปฏบิ ตั ิงานร่วมกันเป็นทีม ภายใตก้ ารบริหารจดั การทเ่ี กิดจาก
ความเปน็ ผนู้ ำและความสามารถในการบริหารของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
๒. ชมุ ชน ผปู้ กครองและคณะกรรมการสถานศกึ ษาเห็นความสำคญั ในการจดั การศึกษา โดยการ
เขา้ มามสี ่วนร่วมในการแสดงความคดิ เห็นและการใหค้ วามชว่ ยเหลือสนบั สนนุ สอื่ อปุ กรณแ์ ละงบประมาณ
เพอื่ ให้สถานศึกษาได้นำไปพัฒนาการจดั การศกึ ษา
๓. สถานศึกษาเห็นความสำคัญต่อการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนทเี่ นน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคัญ โดยมีการ
จัดกจิ กรรมการเรียนการสอนที่หลากหลาย มกี ารจัดกจิ กรรมเสริมทเ่ี ปดิ โอกาสให้ผู้เรยี นไดฝ้ ึกปฏบิ ตั ิตามความ
ตอ้ งการและความสนใจของผู้เรียน ได้ฝึกปฏบิ ตั ติ ามความตอ้ งการและความสนใจของผู้เรยี นในด้านทจี่ ะส่งผล
ต่อคุณลกั ษณะที่ดใี นการปฏบิ ตั ิงาน การแสวงหาความรู้ด้วยวิธกี ารตา่ ง ๆ เช่น จากการค้นคว้าจากห้องสมุด
แหล่งเรียนร้ตู า่ ง ๆ ทงั้ ภายในและภายนอกสถานศึกษา การสบื ค้นจากอินเตอรเ์ น็ต เป็นต้น
๔. ผู้เรียนควรไดร้ บั การฝกึ กระบวนการคดิ มากขนึ้ มีการสรา้ งแรงจงู ใจให้ผเู้ รียนแสวงหาความรูด้ ้วย
ตนเอง รกั การอ่าน สรา้ งความรู้ ความเข้าใจด้วยตนเอง เกิดการเรยี นรทู้ ่ีมีความหมายต่อตนเอง อันเป็นทักษะ
ท่จี ำเปน็ ต่อการเรียนรูต้ ลอดชีวติ เพือ่ ชว่ ยให้ผู้เรียนไดเ้ ช่อื มโยงการเรยี นรู้สู้ชีวติ จริง และนำความรู้ไปใช้ใหเ้ ป็น
ประโยชนใ์ นการดำรงชวี ิตและการแก้ปัญหาต่าง ๆ โดยการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ีท้าทายความคดิ สติปญั ญา
ของผูเ้ รียน สามารถกระตนุ้ ให้ผู้เรียนใชค้ วามคดิ อย่างเต็มที่ ให้ผเู้ รียนมีปฏิสัมพันธก์ บั บุคคลและแหลง่ เรียนรูท้ ี่
อยรู่ อบตัว ท้ังภายในและภายนอกสถานศึกษา เช่นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบโครงงานให้
ครอบคลุมทกุ กลมุ่ สาระการเรียนรูแ้ ละทุกระดับชัน้
๕. ครูควรมกี ารวิเคราะห์ศกั ยภาพของผเู้ รยี นด้านการเรียนเป็นรายบุคคลในแต่ละกลุ่มสาระการ
เรยี นรู้อย่างเปน็ ระบบ มีการจัดกลุม่ ผ้เู รยี นทเ่ี รยี นออ่ น ปานกลาง และเก่ง มกี ารวางแผนการจัดกระบวนการ
๗๑
เรียนร้ทู ี่หลากหลายสอดคล้องกบั ธรรมชาตขิ องผเู้ รียน ไปพรอ้ มกบั กจิ กรรมการสอนซ่อมเสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นทอี่ ่อน
พัฒนากลมุ่ ที่เรียนดีให้ไปสู่การเป็นเลศิ ดงั ท่ีครูผสู้ อนไดป้ ฏบิ ัตอิ ย่แู ล้ว เพ่ือใหผ้ เู้ รยี นเกิดการเรียนรตู้ าม
วัตถปุ ระสงค์ท่กี ำหนดได้เตม็ ตามศักยภาพ รวมทัง้ มีการนำผลการวัดและประเมินผลผเู้ รียนมาปรับการเรยี น
เปลีย่ นการสอนอยา่ งเป็นระบบ เพื่อให้การเรยี นการสอนสามารถตอบสนองความแตกต่างท่ีหลากหลายของ
ผูเ้ รยี น สามารถพัฒนาผู้เรยี นใหเ้ ตม็ ตามศกั ยภาพ
๗๒
ส่วนที่ ๔
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก ประกาศมาตรฐานการศึกษาขน้ั พื้นฐานของสถานศึกษา
ประกำศโรงเรียนโนนสุวรรณพิทยำคม
เร่อื ง กำหนดมำตรฐำนกำรศึกษำข้ันพืน้ ฐำน ของโรงเรยี นโนนสวุ รรณพิทยำคม
เพ่อื กำรประกนั คณุ ภำพภำยในสถำนศกึ ษำ
-------------------------------------------------
ด้วยโรงเรียนโนนสวุ รรณพิทยาคม อำเภอโนนสุวรรณ จังหวัดบรุ ีรัมย์ มีภารกจิ จดั
การศกึ ษาระดับการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยใช้หลักสตู ร
การศกึ ษาข้ันพืน้ ฐานของโรงเรียน พ.ศ. ๒๕๕๙ เปน็ เครอื่ งมอื สำคญั ในการจดั การเรียนการสอนและการ
สง่ เสริมการเรียนรู้ เพื่อใหน้ กั เรียนบรรลุถึงซึ่งคุณลกั ษณะตามท่ีหลกั สูตรกำหนด และเปน็ ไปตามเจตนารมณ์
วตั ถปุ ระสงค์การจดั การศกึ ษาของชาติ พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้ปกครอง และเอกลกั ษณ์ของ
ทอ้ งถิ่น และขับเคลือ่ นดว้ ยแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศกึ ษา แผนปฏบิ ตั ิประจำปี เพอื่ พฒั นาสูค่ ุณภาพ
ทั้งระบบอยา่ งมีประสิทธิภาพ และมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับทวั่ ไป
โรงเรียนโนนสวุ รรณพิทยาคม จงึ กำหนดมาตรฐานการศกึ ษาระดบั การศึกษาขั้นพน้ื ฐาน
ตามข้อ ๓ ในกฎกระทรวง การประกนั คุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ ขนึ้ เปน็ มาตรฐานการศึกษาท่ี
สอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการศึกษาของชาติ และมาตรฐานการศกึ ษาระกับการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐานของ
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ครอบคลมุ สาระการเรยี นรู้และกระบวนการเรียนรู้ รวมท้ังสอดคล้องกบั ศกั ยภาพของ
นกั เรยี น ชมุ ชนและท้องถนิ่ สำหรบั ใช้ดำเนินงานและประเมนิ คุณภาพระบบการประกนั คุณภาพภายใน
โรงเรยี นทคี่ รอบคลุมตวั บ่งชี้ตามกฎกระทรวงฯ ดังนนั้ โรงเรียนโนนสุวรรณพิทยาคม จงึ ได้กำหนดมาตรฐาน
การศึกษาของโรงเรียนโนนสวุ รรณพิทยาคม ตามนโยบายปฏริ ูประบบการประเมนิ และการประกันคณุ ภาพ
การศกึ ษา ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรอื่ ง ให้ใช้มาตรฐานการศึกษา ระดบั ปฐมวยั ระดบั การศกึ ษาขนั้
พืน้ ฐาน และระดับการศกึ ษาขน้ั พื้นฐานศนู ย์การศึกษาพเิ ศษ ฉบับลงวนั ท่ี ๖ สิงหาคม ๒๕๖๑ จำนวน ๓
มาตรฐาน ดงั ตอ่ ไปนี้
มาตรฐานการศึกษา ระดับการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พ.ศ. ๒๕61 มีจานวน 3 มาตรฐาน ได้แก่
มาตรฐานท่ี ๑ คณุ ภาพของผเู้ รยี น
๑.๑ ผลสัมฤทธ์ทิ างวชิ าการของผ้เู รียน
๑.๒ คณุ ลักษณะที่พึงประสงค์ของผ้เู รยี น
มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ
มาตรฐานที่ ๓ กระบวนการจัดการเรยี นการสอนทเ่ี น้นผูเ้ รียนเปน็ สำคัญ
แตล่ ะมาตรฐานมีรายละเอียดดังน้ี
๗๓
มำตรฐำนที่ ๑ คุณภำพของผู้เรยี น
๑.๑ ผลสัมฤทธท์ิ างวชิ าการของผูเ้ รียน
๑) มคี วามสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคดิ คำนวณ
๒) มคี วามสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวจิ ารณญาณ อภิปราย
แลกเปลย่ี น ความคิดเหน็ และแกป้ ัญหา
๓) มคี วามสามารถในการสร้างนวัตกรรม
๔) มคี วามสามารถในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร
๕) มีผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนตามหลกั สตู รสถานศึกษา
๖) มคี วามรู้ ทกั ษะพ้ืนฐาน และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ
๑.๒ คุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ของผู้เรยี น
๑) การมีคุณลักษณะและค่านิยมท่ดี ีตามที่สถานศกึ ษากำหนด
๒) ความภูมใิ จในท้องถ่นิ และความเป็นไทย
๓) การยอมรบั ทจี่ ะอยรู่ ่วมกนั บนความแตกต่างและหลากหลาย
๔) สขุ ภาวะทางรา่ งกาย และจติ สังคม
มำตรฐำนท่ี ๒ กระบวนกำรบริหำรและกำรจดั กำร
๒.๑ มเี ปา้ หมายวสิ ยั ทัศน์และพนั ธกิจท่ีสถานศกึ ษากำหนดชดั เจน
๒.๒ มรี ะบบบริหารจดั การคุณภาพของสถานศึกษา
๒.๓ ดำเนนิ งานพัฒนาวิชาการทเี่ นน้ คณุ ภาพผเู้ รยี นรอบด้านตามหลกั สตู รสถานศึกษา
และทกุ กล่มุ เป้าหมาย
๒.๔ พัฒนาครูและบุคลากรใหม้ คี วามเช่ยี วชาญทางวิชาชพี
๒.๕ จดั สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพและสังคมทเ่ี ออ้ื ต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ
๒.๖ จัดระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือสนับสนุนการบริหารจดั การและการจดั การเรยี นรู้
มำตรฐำนท่ี ๓ กระบวนกำรจดั กำรเรยี นกำรสอนท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
๓.๑ จดั การเรียนรผู้ า่ นกระบวนการคดิ และปฏิบตั จิ รงิ และสามารถนาไปประยุกต์ใชใ้ นชีวิตได้
๓.๒ ใชส้ อ่ื เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ทเ่ี อ้ือต่อการเรียนรู้
๓.๓ มีการบริหารจัดการช้ันเรยี นเชิงบวก
๓.๔ ตรวจสอบและประเมนิ ผู้เรียนอย่างเปน็ ระบบ และนาผลมาพัฒนาผ้เู รยี น
๓.๕ มกี ารแลกเปล่ยี นเรียนรแู้ ละให้ข้อมลู สะท้อนกลับเพื่อพัฒนาและปรับปรงุ
การจัดการเรยี นรู้
ท้ังนีใ้ ห้ดำเนนิ การตั้งแต่เริ่มปีการศึกษา ๒๕๖๑
ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ เดอื น ตลุ าคม พ.ศ.๒๕๖๑
(นายราเมศน์ โสมแสน)
ผู้อำนวยการโรงเรียนโนนสุวรรณพิทยาคม
๗๔
ภาคผนวก ข ประกาศคา่ เป้าหมายมาตรฐานการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน
ประกำศโรงเรียนโนนสวุ รรณพิทยำคม
เรื่อง คำ่ เป้ำหมำยมำตรฐำนกำรศกึ ษำข้ันพน้ื ฐำน ของโรงเรียนโนนสุวรรณพิทยำคม
-------------------------------------------------
ด้วยโรงเรียนโนนสุวรรณพิทยาคม อำเภอโนนสวุ รรณ จังหวดั บุรีรมั ย์ มีภารกิจจัด
การศกึ ษาระดบั การศึกษาข้นั พืน้ ฐาน หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยใชห้ ลกั สูตร
การศึกษาข้ันพน้ื ฐานของโรงเรียน พ.ศ. ๒๕๕๙ เปน็ เคร่ืองมือสำคญั ในการจัดการเรียนการสอนและการ
ส่งเสรมิ การเรยี นรู้ เพ่ือให้นกั เรยี นบรรลุถงึ ซงึ่ คุณลักษณะตามทีห่ ลักสตู รกำหนด และเป็นไปตามเจตนารมณ์
วัตถปุ ระสงค์การจัดการศึกษาของชาติ พร้อมตอบสนองความตอ้ งการของผู้ปกครอง และเอกลกั ษณ์ของ
ทอ้ งถ่นิ และขบั เคล่อื นดว้ ยแผนพัฒนาคุณภาพการจดั การศึกษา แผนปฏบิ ตั ิประจำปี เพอ่ื พัฒนาสคู่ ุณภาพ
ท้ังระบบอย่างมีประสิทธภิ าพ และมมี าตรฐานเป็นท่ียอมรับทว่ั ไป
โรงเรียนโนนสุวรรณพิทยาคม จึงกำหนดค่าเปา้ หมายมาตรฐานการศึกษาระดบั การศกึ ษา
ขน้ั พ้นื ฐานตามข้อ ๓ ในกฎกระทรวง การประกันคุณภาพการศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๖๑ ข้นึ เปน็ มาตรฐานการศึกษา
ท่ีสอดคล้องกบั มาตรฐานการศกึ ษาของชาติ และมาตรฐานการศกึ ษาระกับการศึกษาขั้นพน้ื ฐานของ
กระทรวงศกึ ษาธิการ ครอบคลุมสาระการเรยี นรแู้ ละกระบวนการเรียนรู้ รวมทง้ั สอดคล้องกับศกั ยภาพของ
นักเรียน ชมุ ชนและทอ้ งถนิ่ สำหรบั ใช้ดำเนนิ งานและประเมนิ คุณภาพระบบการประกนั คณุ ภาพภายใน
โรงเรียนทีค่ รอบคลมุ ตัวบ่งชีต้ ามกฎกระทรวงฯ ดังนนั้ โรงเรียนโนนสวุ รรณพิทยาคม จึงได้ประกาศ
คา่ เปา้ หมายมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนโนนสุวรรณพิทยาคม ตามนโยบายปฏิรปู ระบบการประเมนิ และ
การประกนั คุณภาพการศกึ ษา ประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เรอ่ื ง ให้ใช้มาตรฐานการศกึ ษา ระดบั ปฐมวยั
ระดบั การศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน และระดบั การศึกษาขั้นพ้ืนฐานศนู ยก์ ารศึกษาพเิ ศษ ฉบับลงวันที่ ๖ สิงหาคม
๒๕๖๑ จำนวน ๓ มาตรฐาน ดังเอกสารแนบทา้ ย
ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ เดอื น พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๒
(นายราเมศน์ โสมแสน)
ผู้อำนวยการโรงเรยี นโนนสวุ รรณพิทยาคม
๗๕
คา่ เปา้ หมายมาตรฐานการศกึ ษาของสถานศกึ ษา ระดบั การศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน
ปีการศึกษา ๒๕๖๒
มาตรฐาน/ประเด็นพิจารณา คา่ เป้าหมาย
สถานศึกษา
มาตรฐานท่ี ๑ คณุ ภาพของผเู้ รยี น
๑.๑ ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผเู้ รียน ดีเลศิ
๑) มคี วามสามารถในการอา่ น การเขยี น การส่ือสาร และการคิดคำนวณ ดีเลศิ
๒) มคี วามสามารถในการคดิ วิเคราะห์ คดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปล่ียน ดเี ลิศ
ความคิดเห็น และแกป้ ญั หา ดีเลศิ
๓) มคี วามสามารถในการสรา้ งนวัตกรรม
๔) มีความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ดีเลศิ
๕) มผี ลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นตามหลักสตู รสถานศึกษา ยอดเยี่ยม
๖) มคี วามรู้ ทักษะพ้ืนฐาน และเจตคติทด่ี ีต่องานอาชพี
๑.๒ คณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงค์ของผูเ้ รียน ดีเลศิ
๑) การมีคุณลักษณะและค่านยิ มท่ีดตี ามที่สถานศึกษากำหนด ยอดเยย่ี ม
๒) ความภูมใิ จในท้องถนิ่ และความเป็นไทย ยอดเยี่ยม
๓) การยอมรับท่ีจะอยูร่ ่วมกันบนความแตกตา่ งและหลากหลาย ยอดเยี่ยม
๔) สุขภาวะทางรา่ งกาย และจิตสังคม ยอดเยี่ยม
มาตรฐานท่ี ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ ดีเลิศ
๒.๑ มเี ป้าหมายวสิ ยั ทัศนแ์ ละพนั ธกิจทส่ี ถานศึกษากำหนดชัดเจน ยอดเยีย่ ม
๒.๒ มรี ะบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษา ยอดเยี่ยม
๒.๓ ดำเนินงานพัฒนาวชิ าการทเี่ น้นคุณภาพผูเ้ รยี นรอบด้านตามหลกั สตู รสถานศึกษา ยอดเยี่ยม
และทุกกล่มุ เป้าหมาย ยอดเยี่ยม
๒.๔ พฒั นาครแู ละบุคลากรใหม้ ีความเช่ียวชาญทางวชิ าชีพ ยอดเยี่ยม
๒.๕ จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสงั คมที่เออื้ ต่อการจัดการเรยี นรู้อยา่ งมีคณุ ภาพ
๒.๖ จดั ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือสนบั สนนุ การบริหารจัดการและการจดั การเรยี นรู้ ยอดเยย่ี ม
ยอดเยย่ี ม
มาตรฐานท่ี ๓ กระบวนการจดั การเรียนการสอนทีเ่ น้นผู้เรยี นเปน็ สำคญั ยอดเยย่ี ม
๓.๑ จัดการเรียนรูผ้ า่ นกระบวนการคดิ และปฏิบตั ิจริง และสามารถนาไปประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตได้
๓.๒ ใชส้ อ่ื เทคโนโลยสี ารสนเทศ และแหลง่ เรยี นรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ดเี ลศิ
๓.๓ มีการบริหารจดั การชั้นเรียนเชิงบวก ดีเลศิ
๓.๔ ตรวจสอบและประเมนิ ผเู้ รียนอยา่ งเป็นระบบ และนาผลมาพฒั นาผู้เรียน ดเี ลศิ
๓.๕ มกี ารแลกเปลีย่ นเรยี นรูแ้ ละใหข้ ้อมลู สะท้อนกลับเพอื่ พัฒนาและปรบั ปรงุ การจดั การเรียนรู้ ดเี ลศิ
ดีเลศิ
ดเี ลิศ
๗๖
ภาคผนวก ค คำส่ังคณะกรรมการดำเนินงานพฒั นาการประกนั คุณภาพการศึกษาของสถานศกึ ษา
คำสง่ั โรงเรียนโนนสุวรรณพทิ ยาคม
ที่ ๔๘ / ๒๕๖๓
เร่อื ง แตง่ ต้งั คณะกรรมการคณะกรรมการประเมนิ คุณภาพภายใน ประจำปกี ารศึกษา ๒๕๖๒
.....................................................................
ด้วยกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ได้กำหนดให้ใชม้ าตรฐานการศกึ ษา ระดบั ปฐมวัย ระดับการศึกษาขน้ั
พนื้ ฐาน และระดบั การศกึ ษาข้นั พ้นื ฐานศนู ย์การศึกษาพเิ ศษ ฉบับลงวนั ที่ ๖ สงิ หาคม ๒๕๖๑ จำนวน ๓
มาตรฐาน เปน็ กรอบในการวางแผนและพัฒนาระบบการประกนั คุณภาพภายในสถานศึกษาและการประเมนิ
คุณภาพการศึกษาภายนอก ต้ังแตก่ ารกำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา การจดั ทำแผนพฒั นาคณุ ภาพ
การจัดการศึกษาของสถานศึกษาและแผนปฏิบตั ิการประจำปี รวมท้ังการรายงานการประเมนิ ตนเองของ
สถานศึกษา(SAR) โดยให้มีความเชือ่ มโยงของแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมและสะท้อนถงึ อตั ลกั ษณ์ จดุ เนน้ ของ
สถานศึกษาและนโยบายของหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อนำไปสูก่ ารควบคมุ ตรวจสอบและประเมนิ คุณภาพการจดั
การศึกษาของสถานศึกษาและสามารถกำหนดค่าเป้าหมายความสำเร็จของแต่ละมาตรฐาน
เพ่อื ให้การดำเนินงานเปน็ ไปดว้ ยความเรียบรอ้ ย บรรลตุ ามวตั ถุประสงค์ อาศยั อำนาจตามความใน
มาตรา ๓๙ แหง่ พระราชบัญญตั ิระเบียบบรหิ ารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ และมาตรา ๒๗
แหง่ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ จึงแต่งตง้ั คณะกรรมการ
คณะกรรมการคณะกรรมการประเมนิ คุณภาพภายใน ประจำปกี ารศึกษา ๒๕๖๒ ดงั ตอ่ ไปน้ี
๑. คณะกรรมการอำนวยการ
๑. นางอไุ ร อ่ินอ้อย ประธานคณะกรรมการสถานศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน ประธานกรรมการ
๒. นายราเมศน์ โสมแสน ผอู้ ำนวยการโรงเรียน รองประธานกรรมการ
๓. นางสาวละมลุ สว่างเพาะ หวั หน้ากลมุ่ บรหิ ารงบประมาณ กรรมการ
๔. นายอาทิตย์ พรมมณี หัวหนา้ กลมุ่ บริหารท่วั ไป กรรมการ
๕. นายรณกฤต สิทธิศาสตร์ หัวหนา้ กลุ่มบริหารงานบคุ คล กรรมการ
๖. นางพยอม สุดตาชาติ หัวหนา้ กลุ่มบรหิ ารวิชาการ กรรมการและเลขานุการ
๗. วา่ ทร่ี ้อยตรีณัฐธนนั วรรณสขุ หัวหนา้ งานประกันคณุ ภาพการศึกษา กรรมการและผูช้ ว่ ยเลขานกุ าร
มหี น้าที่ ใหค้ ำปรึกษา อำนวยความสะดวก ควบคมุ ตรวจสอบ กำกบั ตดิ ตามและเสนอแนวทาง
เกยี่ วกบั การประกนั คณุ ภาพการศึกษาภายในของสถานศึกษาให้ดำเนนิ การไปด้วยความเรียบรอ้ ย
๗๗
๒. คณะกรรมการมาตรฐานการศึกษาของสถานศกึ ษา ประกอบดว้ ยมาตรฐานต่างๆ ดังน้ี
มาตรฐานท่ี ๑ คณุ ภาพของผ้เู รยี น
๑.๑ ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผเู้ รียน
๑) มีความสามารถในการอ่าน การเขยี น การส่ือสาร และการคดิ คำนวณ
๒) มีความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ คิดอย่างมวี จิ ารณญาณ อภิปราย
แลกเปลยี่ น ความคดิ เห็น และแก้ปัญหา
๓) มคี วามสามารถในการสร้างนวัตกรรม
๔) มคี วามสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร
๕) มีผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นตามหลักสูตรสถานศึกษา
๖) มีความรู้ ทกั ษะพ้ืนฐาน และเจตคติที่ดีตอ่ งานอาชีพ
ผรู้ บั ผดิ ชอบ
๑. นายเสนอชาติ พวงประโคน ครู ประธานกรรมการ
๒. นางปัทมา ชนะสงคราม ครู รองประธานกรรมการ
๓. นางสาวจารณุ ี เริกชยั ครู กรรมการ
๔. นางสาวดวงสมร ชว่ งชัย ครู กรรมการ
๕. นางสาวพวรรณตรี ชินวรรณ ครู กรรมการ
๖. นางนติ กิ าญจน์ ดมหอม ครผู ู้ชว่ ย กรรมการ
๗. นายอนุวัฒน์ อ่อนนำ้ คำ ครู กรรมการและเลขานุการ
๘. นางสาวสชุ าดา ชำนาญสืบ ครู กรรมการและผชู้ ่วยเลขานุการ
๙. นางสาวกานติมา วกึ ชัยภูมิ พนักงานราชการ กรรมการและผชู้ ว่ ยเลขานุการ
๑.๒ คุณลกั ษณะท่ีพึงประสงคข์ องผู้เรียน
๑) การมีคุณลกั ษณะและค่านิยมที่ดีตามทีส่ ถานศึกษากำหนด
๒) ความภมู ใิ จในท้องถนิ่ และความเป็นไทย
๓) การยอมรับท่ีจะอยู่ร่วมกันบนความแตกตา่ งและหลากหลาย
๔) สุขภาวะทางร่างกาย และจติ สังคม
ผ้รู ับผดิ ชอบ
๑. นางณัฐธยาน์ สังวรณ์กิจ ครู ประธานกรรมการ
๒. นางสาวปัทมา ชาติมาลากร ครู รองประธานกรรมการ
๓. นางองั คณา ศรรี ะวงค์ ครู กรรมการ
๔. นางสาวรววี รรณ พาชัย ครู กรรมการ
๕. นางสาวณัฏฐยิ ากรณ์ การอนิ ทร์ ครู กรรมการ
๖. นางสาวสาวณี ชีพันธ์ ครู กรรมการ
๗. นางสาวฐติ ชิ ญา รชตานนท์ ครู กรรมการ
๗๘
๘. นายนนั ทวัฒน์ เนยี มหัตถี ครู กรรมการ
๙. นายอดศิ ร สายวัน ครผู ู้ช่วย กรรมการ
๑๐. นายมนตรี ชาติเพชร พนักงานราชการ กรรมการ
๑๑. นายประมาณ สดุ ตาชาติ พนักงานราชการ กรรมการ
๑๒. นางสาวธนดิ า พง่ึ สมบตั ิ ครู กรรมการและเลขานุการ
๑๓. นางสาวอัจฉรา ทวนไธสง พนักงานราชการ กรรมการและผูช้ ว่ ยเลขานุการ
มีหน้าที่ ทำผัง แผนภมู ิ แผนภาพ ออกแบบ พรอ้ มทั้งสรปุ ผลการดำเนินงาน กจิ กรรม
โครงการตา่ ง ๆ ทส่ี อดคล้องในแต่ละประเด็นพจิ ารณา รวมทัง้ รวบรวมภาพ ขอ้ มลู การจัดกิจกรรม โครงการ
ตา่ ง ๆ สรุปรวมเปน็ แฟม้ เพื่อรองรับการประเมิน
มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ
๒.๑ มีเป้าหมายวิสยั ทศั นแ์ ละพนั ธกจิ ท่ีสถานศกึ ษากำหนดชัดเจน
๒.๒ มรี ะบบบรหิ ารจัดการคุณภาพของสถานศกึ ษา
๒.๓ ดำเนินงานพฒั นาวิชาการท่เี น้นคุณภาพผูเ้ รียนรอบด้านตามหลกั สูตร
สถานศึกษา และทุกกลุม่ เป้าหมาย
๒.๔ พัฒนาครูและบคุ ลากรใหม้ ีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ
๒.๕ จดั สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพและสงั คมทเ่ี อือ้ ต่อการจดั การเรียนรอู้ ยา่ งมีคุณภาพ
๒.๖ จดั ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนบั สนนุ การบริหารจัดการและการจัดการเรยี นรู้
ผรู้ ับผิดชอบ
๑. นายราเมศน์ โสมแสน ผู้อำนวยการโรงเรยี น ประธานกรรมการ
๒. นายอตชิ าต ชนะสงคราม ครู รองประธานกรรมการ
๓. นางสาวละมุล สวา่ งเพาะ ครู กรรมการ
๔. นายอาทิตย์ พรมมณี ครู กรรมการ
๕. นางดวงใจ เขอ่ื นคำ ครู กรรมการ
๖. นายพจิ ติ ร สขุ วเิ ศษ ครู กรรมการ
๗. นางสาวประภาวัลย์ แอบกลาง ครู กรรมการ
๘. นางสาวเบญจมาศ ถนอมศลิ ป์ ครู กรรมการ
๙. นางสาวณัฐรดา ตวนบุตร ครู กรรมการ
๑๐. นางสาวฐิตนิ นั ท์ เตชะนนั ท์ ครูผ้ชู ว่ ย กรรมการ
๑๑. นางสาวขนษิ ฐา ทองคำ ครูผชู้ ว่ ย กรรมการ
๑๒. ว่าทรี่ อ้ ยตรณี ฐั ธนัน วรรณสุข ครู กรรมการและเลขานุการ
๑๓. นางสาวกตัญชลี เอกวธุ ครู กรรมการและผชู้ ว่ ยเลขานกุ าร
๑๔. นางสาวสุมาลิษา ร่งุ เรอื ง ครูผูช้ ว่ ย กรรมการและผชู้ ว่ ยเลขานกุ าร
๗๙
มหี นา้ ที่ วางแผน วางเปา้ หมาย กำหนดค่าเปา้ หมาย รวบรวมโครงการ/กิจกรรม
หลกั สตู ร ที่สอดรบั กบั ประเด็นการพิจารณา จัดทำข้อมูลสารสนเทศอยา่ งเปน็ ระบบ จัดทำเปน็ แฟ้ม
ในแต่ละประเด็นท่ีพิจารณา เช่น กลุม่ บริหารงบประมาณ มกี ารสรปุ ภาพรวมของฝ่ายในรูปแบบ PDCA
กลมุ่ บรหิ ารวิชาการมีการบริหารจัดการส่งเสรมิ พฒั นาคณุ ภาพผ้เู รียนอยา่ งครบวงจร กลมุ่ บรหิ ารงานบุคคล มี
การวางแผนงานพฒั นาคณุ ภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาด้านใด และกลมุ่ บรหิ ารทัว่ ไป โดยแต่ละกลุ่มงาน
สรุปเปน็ องค์รวม หลอมใหอ้ ยู่ในรปู ของการบรหิ ารจดั การอย่างมสี ่วนรว่ มและในรูปแบบ PDCA
มาตรฐานท่ี ๓ กระบวนการจัดการเรยี นการสอนทเี่ นน้ ผูเ้ รียนเป็นสำคญั
๓.๑ จัดการเรยี นรผู้ ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจรงิ และสามารถนำไปประยุกต์
ใช้ในชีวิตได้
๓.๒ ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหลง่ เรียนรู้ที่เอ้ือต่อการเรยี นรู้
๓.๓ มกี ารบรหิ ารจดั การช้ันเรียนเชิงบวก
๓.๔ ตรวจสอบและประเมนิ ผู้เรยี นอย่างเปน็ ระบบ และนำผลมาพฒั นาผู้เรยี น
๓.๕ มกี ารแลกเปลีย่ นเรยี นร้แู ละให้ข้อมลู สะท้อนกลบั เพื่อพัฒนาและปรบั ปรุง
การจัดการเรยี นรู้
ผรู้ บั ผิดชอบ
๑. นางพยอม สดุ ตาชาติ ครู ประธานกรรมการ
๒. นายรณกฤต สทิ ธิศาสตร์ ครู รองประธานกรรมการ
๓. นายสุกิจ หยุ วนั ครู กรรมการ
๔. นายทวีศกั ดิ์ ไกรสขุ ครู กรรมการ
๕. นายกฤษณะ ทรงวิชา ครู กรรมการ
๖. นายชณาสนิ นาคาวงศ์ ครู กรรมการ
๗. นางสาวนิภาพร เรยี กประโคน ครูผูช้ ่วย กรรมการ
๘. นางสาวภาวณิ ี ผลดิลก ครูผูช้ ว่ ย กรรมการ
๙. ครผู ูส้ อนทกุ ท่าน กรรมการ
๑๐. นางณชั ศรัญย์ฉัฐ สุขวเิ ศษ ครู กรรมการและเลขานุการ
๑๑. นางสาววรรณรตั น์ แก้วเกษเกย้ี ง ครู กรรมการและผชู้ ว่ ยเลขานุการ
มีหนา้ ที่ รายงานการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ของตนเอง การพัฒนางาน พัฒนาสื่อการ
จดั การเรยี นรู้ ผลงานความภาคภูมิใจทงั้ ของตนเองและนักเรียน รวมทงั้ แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ ตวั อยา่ ง
ส่อื การสอน วิจัยในชน้ั เรียน เอกสารงานวิชาการต่าง ๆ ทร่ี ับผิดชอบและมอบหมาย และงานพิเศษอืน่ ๆ
๓. คณะกรรมการรวบรวมข้อมูล และจดั ทำรายงานผลการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา(SAR)
ประจำปี ๒๕๖๒
๑. นางพยอม สุดตาชาติ ครู หัวหน้า
๒. นายเสนอชาติ พวงประโคน ครู
๘๐
๓. นางณัฐธยาน์ สังวรณก์ จิ ครู
๔. วา่ ทรี่ อ้ ยตรีณฐั ธนนั วรรณสุข ครู
๕. นางณัชศรญั ยฉ์ ฐั สุขวิเศษ ครู
๖. นางสาวสาวณี ชพี ันธ์ ครู
๗. นางสาวกตญั ชลี เอกวุธ ครู
๘. นายอนุวฒั น์ อ่อนน้ำคำ ครู
๙. นางสาวธนดิ า พึง่ สมบัติ ครู
๑๐. นางสาวสมุ าลษิ า ร่งุ เรือง ครผู ู้ช่วย
๑๑. นางสาวภาวินี ผลดลิ ก ครูผู้ชว่ ย
หน้าท่ี
๑. รวบรวมข้อมูล สารสนเทศทีไ่ ด้จากคณะกรรมการพฒั นาคุณภาพการศึกษาแตล่ ะมาตรฐาน
จัดระบบข้อมลู เพอ่ื อ้างอิง
๒. นเิ ทศแนะนำ สนบั สนนุ ข้อมูลด้านเอกสารแก่คณะกรรมการพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา
แตล่ ะมาตรฐาน เพอ่ื เปน็ แนวทางในการพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาแต่ละมาตรฐาน
๓. จดั ทำรายงานรายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา(SAR) และรายงานต่อ
หนว่ ยงานตน้ สังกัดและชุมชน
ให้ผูท้ ่ไี ด้รับการแต่งตั้ง ปฏบิ ัติหน้าท่อี ยา่ งเต็มศักยภาพ ก่อใหเ้ กิดผลดตี ่อทางราชการ
สัง่ ณ วันท่ี ๒๖ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ.๒๕๖๓
(นายราเมศน์ โสมแสน)
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นโนนสุวรรณพทิ ยาคม
๘๑
ภาคผนวก ง ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขัน้ พ้ืนฐาน (O-NET) ปีการศึกษา ๒๕๖๒
๑) ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติข้นั พน้ื ฐาน (O-NET) ปกี ารศึกษา ๒๕๖๒ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๓
ระดับ/วิชา ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
ค่าเฉลีย่ ระดับโรงเรยี น ๕๔.๑๖ ๒๙.๔๒ ๒๓.๔๘ ๒๙.๐๙
ค่าเฉลีย่ ระดับ สพม.๓๒ ๕๕.๒๕ ๓๑.๖๙ ๒๕.๙๑ ๓๐.๑๒
ค่าเฉลย่ี สงั กดั สพฐ. ๕๕.๙๑ ๓๒.๙๘ ๒๖.๙๘ ๓๐.๒๒
คา่ เฉล่ยี ระดบั ประเทศ ๕๕.๑๔ ๓๓.๒๕ ๒๖.๗๓ ๓๐.๐๗
๒) ผลการเปรยี บเทยี บผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติข้ันพ้ืนฐาน (O-NET) ปีการศกึ ษา ๒๕๖๑–๒๕๖๒
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ ๓
ปกี ารศึกษา ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์
๒๕๖๑ ๕๒.๔๑ ๒๗.๐๓ ๒๕.๗๔ ๓๕.๑๐
๒๕๖๒ ๕๔.๑๖ ๒๙.๔๒ ๒๓.๔๘ ๒๙.๐๙
ผลตา่ ง(เพิ่มขนึ้ /ลดลง) + ๑.๗๕ + ๒.๓๙ - ๒.๒๖ - ๖.๐๑
ร้อยละ ๓.๓๔ ๘.๘๔ - ๘.๗๘ - ๑๗.๑๒
๓) ผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติขนั้ พืน้ ฐาน (O-NET) จำแนกตามช่วงคะแนนของระดับคุณภาพ
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓
สว่ น ร้อยละของนกั เรยี นทไ่ี ดร้ ะดบั คณุ ภาพ
เบี่ยงเบน
สาระวชิ า จำนวน คะแนน มาตรฐาน ควร ควร พอใช้ ปาน คอ่ น ดี ดีมาก ดเี ยี่ยม
คน เฉล่ยี ปรับปรุง ปรับ กลาง ขา้ งดี
อยา่ งยง่ิ ปรงุ ๐.๐๐
๐.๐๐
ภาษาไทย ๑๒๒ ๕๔.๑๖ ๑๓.๑๗ ๐.๐๐ ๐.๐๐ ๑๙.๖๗ ๒๙.๕๑ ๒๙.๕๐ ๑๘.๘๕ ๗.๓๘ ๐.๐๐
คณิตศาสตร์ ๑๒๒ ๒๓.๔๘ ๙.๗๘ ๐.๐๐ ๕.๗๓ ๖๒.๒๙ ๓๒.๗๘ ๒.๔๕ ๐.๘๑ ๐.๘๑ ๐.๐๐
วทิ ยาศาสตร์ ๑๒๑ ๒๙.๐๙ ๗.๕๘ ๐.๐๐ ๑๔.๘๗ ๖๖.๘๔ ๒๑.๔๘ ๑.๖๕ ๐.๐๐ ๐.๐๐
ภาษาอังกฤษ ๑๒๑ ๒๙.๔๒ ๘.๗๐ ๐.๐๐ ๙.๙๑ ๖๗.๗๖ ๒๓.๙๖ ๐.๘๒ ๐.๘๒ ๐.๘๒
๘๒
๔) ผลการประเมินคณุ ภาพการศึกษาระดบั ชาติข้ันพน้ื ฐาน (O-NET) ปีการศกึ ษา ๒๕๖๒ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๖
ระดบั /วิชา ภาษาไทย สงั คมศกึ ษำ ภาษาองั กฤษ คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์
คา่ เฉลยี่ ระดับโรงเรียน 40.69 36.07 24.20 19.28 29.04
ค่าเฉลย่ี ระดับ สพม.๓๒ 40.81 34.77 25.38 21.46 27.81
ค่าเฉลี่ยสงั กดั สพฐ. 43.02 36.10 28.79 25.62 29.40
ค่าเฉลี่ยระดบั ประเทศ 42.21 35.07 29.20 25.41 29.20
๕) ผลการเปรยี บเทยี บผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติขน้ั พนื้ ฐาน (O-NET) ปีการศกึ ษา ๒๕๖๑–๒๕๖๒
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี ๖
ปีการศกึ ษา ภาษาไทย สังคมศกึ ษา ภาษาองั กฤษ คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์
๒๕๖๑ ๓๙.๕๔ ๓๓.๓๔ ๒๓.๖๗ ๒๔.๐๓ ๒๘.๗๗
๒๕๖๒ ๔๐.๖๙ ๓๖.๐๗ ๒๔.๒๐ ๑๙.๒๘ ๒๙.๐๔
ผลตา่ ง(เพิ่มขึน้ /ลดลง) + ๑.๑๕ + ๒.๗๓ + ๐.๕๓ - ๔.๗๕ + ๐.๒๗
รอ้ ยละ ๒.๙๐ ๘.๑๘ ๒.๒๓ - ๑๙.๑๖ ๐.๙๓
๖) ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติข้ันพื้นฐาน (O-NET) จำแนกตามชว่ งคะแนนของระดับคณุ ภาพ
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๖
ส่วน ร้อยละของนกั เรียนท่ีไดร้ ะดับ
เบ่ียงเบน
สาระวิชา จำนวน คะแนน มาตรฐาน ควร ควร พอใช้ ปาน ค่อน ดี ดมี าก ดีเย่ียม
คน เฉลยี่ ปรับปรุง ปรับ กลาง ข้างดี
๑๒.๙๓ อย่างยิ่ง ปรุง ๐.๐๐ ๐.๐๐
๗.๔๙ ๐.๐๐ ๐.๐๐
ภาษาไทย ๖๘ ๔๐.๖๙ ๖.๔๖ ๐.๐๐ ๑๗.๖๔ ๒๗.๙๔ ๒๕.๐๐ ๒๗.๙๔ ๑.๔๗ ๐.๐๐ ๐.๐๐
สังคมศกึ ษา ๖๙ ๓๖.๐๗ ๗.๖๐ ๐.๐๐ ๔.๓๔ ๔๙.๒๗ ๓๔.๗๘ ๑๑.๕๙ ๐.๐๐ ๐.๐๐ ๐.๐๐
ภาษาองั กฤษ ๖๙ ๒๔.๒๐ ๗.๖๐ ๐.๐๐ ๒.๘๙ ๘๖.๙๕ ๘.๖๙ ๑.๔๔ ๐.๐๐ ๐.๐๐ ๐.๐๐
คณติ ศาสตร์ ๖๙ ๑๙.๒๘ ๐.๐๐ ๒.๙ ๗๒.๔๖ ๒๑.๗๓ ๒.๘๙ ๐.๐๐
วิทยาศาสตร์ ๖๘ ๒๙.๐๔ ๐.๐๐ ๔.๔๑ ๖๑.๗๖ ๓๐.๘๘ ๒.๙๔ ๐.๐๐
๘๓
ภาคผนวก จ รายงานผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรยี น ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๒
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรียนที่ ๑ จำนวนนร. ร้อยละ นร.
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ จำนวนท่ี จำนวนนักเรียนทมี่ ผี ลการเรียนรู้ ทีไ่ ด้ระดับ ๓ ท่ีไดร้ ะดบั
เขา้ สอบ
ภาษาไทย ๐ ๑ ๑.๕ ๒ ๒.๕ ๓ ๓.๕ ๔ ขึน้ ไป ๓ ขึ้นไป
คณิตศาสตร์ ๑๔๙ ๐
วิทยาศาสตร์ฯ ๑๕๒ ๑ ๓๘ ๑๕ ๑๙ ๒๖ ๑๙ ๑๕ ๑๗ ๕๑ ๓๔.๒๓
สังคมศึกษาฯ ๓๐๒ ๕
สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๔๕๖ ๐ ๙ ๒๑ ๔๗ ๓๘ ๑๒ ๙ ๑๕ ๓๖ ๒๓.๖๘
ศิลปะ ๓๐๔ ๐
การงานอาชีพ ๑๕๒ ๐ ๑๒ ๒๗ ๕๔ ๕๘ ๕๙ ๔๒ ๔๕ ๑๔๖ ๔๘.๓๔
ภาษาตา่ งประเทศ ๑๕๒ ๒
๔๕๙ ๒ ๑๔ ๓๕ ๖๕ ๔๖ ๑๓๔ ๗๗ ๘๕ ๒๙๖ ๖๔.๙๑
รวมจำนวน ๒๑๒๖ ๑๐
๐ ๐ ๑ ๑๔ ๓๓ ๖๒ ๑๙๔ ๒๘๙ ๙๕.๐๗
๐ ๐ ๐ ๐ ๘ ๑๖ ๑๒๘ ๑๕๒ ๑๐๐.๐๐
๙ ๑๑ ๑๓ ๑๑ ๓๐ ๒๑ ๕๕ ๑๐๖ ๖๙.๗๔
๔ ๑๖ ๕๐ ๗๑ ๘๓ ๘๗ ๑๔๖ ๓๑๖ ๖๘.๘๕
๘๖ ๑๒๕ ๒๔๙ ๒๖๔ ๓๗๘ ๓๒๙ ๖๘๕ ๑๓๙๒ ๖๕.๔๘
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ จำนวนนร. ร้อยละ นร.
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ จำนวนท่ี จำนวนนักเรยี นทมี่ ผี ลการเรียนรู้ ทีไ่ ดร้ ะดับ ท่ีได้ระดับ
เข้าสอบ ๐ ๑ ๑.๕ ๒ ๒.๕ ๓ ๓.๕ ๔ ๓ ขน้ึ ไป ๓ ขึ้นไป
ภาษาไทย ๑๗๑ ๐ ๒๑ ๒๓ ๒๗ ๒๗ ๓๑ ๒๖ ๑๖ ๗๓ ๔๒.๖๙
คณติ ศาสตร์ ๑๖๗ ๕ ๙ ๑๖ ๓๘ ๔๐ ๒๓ ๘ ๒๘ ๕๙ ๓๕.๓๓
วิทยาศาสตร์ฯ ๒๙๒ ๑ ๒ ๔ ๕๒ ๙๔ ๖๓ ๕๒ ๒๔ ๑๓๙ ๔๗.๖๐
สังคมศกึ ษาฯ ๔๖๙ ๓ ๒๗ ๒๓ ๕๘ ๔๖ ๖๐ ๔๙ ๒๐๓ ๓๑๒ ๖๖.๕๒
สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๒๙๒ ๐ ๐ ๐ ๐ ๒ ๖๑ ๗๔ ๑๕๕ ๒๙๐ ๙๙.๓๒
ศลิ ปะ ๑๔๖ ๐ ๐ ๐ ๐ ๑๐ ๒๐ ๓๗ ๗๙ ๑๓๖ ๙๓.๑๕
การงานอาชพี ๓๑ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๖ ๒๕ ๓๑ ๑๐๐.๐๐
ภาษาตา่ งประเทศ ๔๖๘ ๒ ๑๓ ๔๒ ๗๙ ๘๘ ๗๘ ๖๒ ๑๐๔ ๒๔๔ ๕๒.๑๔
รวมจำนวน ๒๐๓๖ ๑๑ ๗๒ ๑๐๘ ๒๕๔ ๓๐๗ ๓๓๖ ๓๑๔ ๖๓๔ ๑๒๘๔ ๖๓.๐๖
รวมจำนวน ๒ ภำคเรยี น ๔๑๖๒ ๒๑ ๑๕๘ ๒๓๓ ๕๐๓ ๕๗๑ ๗๑๔ ๖๔๓ ๑๓๑๙ ๒๖๗๖ ๖๔.๒๗
๘๔
กลุ่มสาระการเรียนรู้ จำนวนท่ี ๐ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๒ ภาคเรียนที่ ๑ ๓.๕ จำนวนนร. รอ้ ยละ นร.
เข้าสอบ ๓ จำนวนนกั เรยี นท่มี ผี ลการเรียนรู้ ทีไ่ ด้ระดับ ๓ ท่ไี ด้ระดบั
ภาษาไทย ๐ ๔ ข้ึนไป ๓ ขึ้นไป
คณิตศาสตร์ ๑๔๖ ๕ ๑ ๑.๕ ๒ ๒.๕ ๓
วิทยาศาสตร์ฯ ๑๔๓ ๖
สงั คมศึกษาฯ ๒๙๗ ๓ ๔ ๙ ๓๒ ๓๕ ๔๘ ๑๕ ๐ ๖๓ ๔๓.๑๕
สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๔๔๗ ๐
ศิลปะ ๒๙๗ ๒ ๑๒ ๒๒ ๕๕ ๒๖ ๑๗ ๕ ๖ ๒๘ ๑๙.๕๘
การงานอาชพี ๑๔๙ ๔
ภาษาต่างประเทศ ๑๔๗ ๒๓ ๒๓ ๔๕ ๖๘ ๓๑ ๔๙ ๑๖ ๖๐ ๑๒๕ ๔๒.๐๙
๔๔๓
รวมจำนวน ๒๐๖๙ ๒ ๐ ๒ ๑๙ ๔๕ ๘๖ ๒๘๗ ๔๑๘ ๙๓.๕๑
๒ ๐ ๐ ๓ ๒๖ ๙๐ ๑๗๓ ๒๘๙ ๙๗.๓๑
๐ ๐ ๐ ๑ ๔ ๔๙ ๙๕ ๑๔๘ ๙๙.๓๓
๐ ๐ ๑๐ ๖ ๑๙ ๑๙ ๙๑ ๑๒๙ ๘๗.๗๖
๑๘ ๒๘ ๕๙ ๗๒ ๖๔ ๖๒ ๑๓๖ ๒๖๒ ๕๙.๑๔
๖๑ ๑๐๔ ๒๒๖ ๑๙๓ ๒๗๒ ๓๔๒ ๘๔๘ ๑๔๖๒ ๗๐.๖๖
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๒ จำนวนนร. รอ้ ยละ นร.
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ จำนวนท่ี จำนวนนกั เรยี นทมี่ ผี ลการเรยี นรู้ ท่ีได้ระดับ ที่ได้ระดบั
เข้าสอบ ๐ ๑ ๑.๕ ๒ ๒.๕ ๓ ๓.๕ ๔ ๓ ขน้ึ ไป ๓ ขน้ึ ไป
ภาษาไทย ๑๓๖ ๗ ๔ ๒๐ ๒๓ ๒๖ ๒๘ ๑๙ ๙ ๕๖ ๔๑.๑๘
คณติ ศาสตร์ ๒๕๘ ๗ ๕ ๔๓ ๕๙ ๖๖ ๓๗ ๒๙ ๑๒ ๗๘ ๓๐.๒๓
วิทยาศาสตร์ฯ ๒๗๒ ๑๐ ๒๓ ๒๕ ๓๙ ๕๔ ๕๗ ๒๒ ๔๒ ๑๒๑ ๔๔.๔๙
สังคมศกึ ษาฯ ๒๗๗ ๔ ๑๕ ๑๓ ๒๔ ๒๒ ๓๐ ๒๙ ๑๔๐ ๑๙๙ ๗๑.๘๔
สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๒๘๑ ๐ ๐ ๐ ๐ ๒๑ ๕๔ ๕๗ ๑๔๙ ๒๖๐ ๙๒.๕๓
ศลิ ปะ ๑๓๙ ๐ ๓ ๑๒ ๗ ๓ ๑๕ ๔๕ ๕๔ ๑๑๔ ๘๒.๐๑
การงานอาชีพ ๑๑๖ ๑ ๓ ๖ ๑๖ ๘ ๒๐ ๒๓ ๓๙ ๘๒ ๗๐.๖๙
ภาษาต่างประเทศ ๔๐๔ ๑๐ ๔๐ ๔๔ ๔๒ ๔๐ ๔๗ ๔๓ ๑๓๘ ๒๒๘ ๕๖.๔๔
รวมจำนวน ๑๘๘๓ ๓๙ ๙๓ ๑๖๓ ๒๑๐ ๒๔๐ ๒๘๘ ๒๖๗ ๕๘๓ ๑๑๓๘ ๖๐.๔๐
รวมจำนวน ๒ ภำคเรยี น ๓๙๕๒ ๖๒ ๑๕๔ ๒๖๗ ๔๓๖ ๔๓๓ ๕๖๐ ๖๐๙ ๑๔๓๑ ๒๖๐๐ ๖๕.๕๕
๘๕
กลุ่มสาระการเรียนรู้ จำนวนที่ ๐ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ภาคเรียนท่ี ๑ ๓.๕ จำนวนนร รอ้ ยละ นร.
เขา้ สอบ ๐ จำนวนนักเรยี นทีม่ ีผลการเรียนรู้ .ท่ีไดร้ ะดับ ทีไ่ ด้ระดบั
ภาษาไทย ๐ ๔ ๓ ข้นึ ไป ๓ ขน้ึ ไป
คณติ ศาสตร์ ๑๓๑ ๕ ๑ ๑.๕ ๒ ๒.๕ ๓
วทิ ยาศาสตร์ฯ ๑๔๐ ๑
สังคมศกึ ษาฯ ๑๕๓ ๐ ๑๖ ๒๒ ๒๖ ๒๑ ๑๒ ๕ ๒๙ ๔๖ ๓๕.๑๑
สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๓๙๕ ๑
ศิลปะ ๒๘๐ ๐ ๒๓ ๙ ๑๐ ๑๔ ๓๐ ๑๓ ๔๑ ๘๔ ๖๐.๐๐
การงานอาชพี ๑๓๓ ๖
ภาษาตา่ งประเทศ ๑๗๒ ๑๓ ๑ ๓ ๘ ๓๓ ๔๒ ๒๐ ๔๑ ๑๐๓ ๖๗.๓๒
๓๙๐
รวมจำนวน ๑๗๙๔ ๐ ๐ ๔๑ ๖๓ ๗๐ ๕๘ ๑๖๒ ๒๙๐ ๗๓.๔๒
๐ ๕ ๐ ๐ ๒ ๒๗ ๒๔๖ ๒๗๕ ๙๘.๒๑
๐ ๐ ๓ ๑ ๑๔ ๓๓ ๘๑ ๑๒๘ ๙๖.๒๔
๑ ๑๐ ๖ ๑๒ ๒๔ ๔๙ ๗๐ ๑๔๓ ๘๓.๑๔
๑๒ ๙ ๒๖ ๓๙ ๕๗ ๗๖ ๑๖๕ ๒๙๘ ๗๖.๔๑
๕๓ ๕๘ ๑๒๐ ๑๘๓ ๒๕๑ ๒๘๑ ๘๓๕ ๑๓๖๗ ๗๖.๒๐
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ จำนวนท่ี ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรียนท่ี ๒ ๓.๕ จำนวนนร. ร้อยละ นร.
เขา้ สอบ ๐ จำนวนนักเรยี นท่มี ีผลการเรยี นรู้ ทไ่ี ดร้ ะดับ ที่ไดร้ ะดบั
๔ ๓ ขึ้นไป ๓ ข้นึ ไป
๑ ๑.๕ ๒ ๒.๕ ๓
ภาษาไทย ๑๒๗ ๒ ๑๙ ๑๒ ๑๗ ๑๒ ๒๔ ๑๖ ๒๕ ๖๕ ๕๑.๑๘
คณติ ศาสตร์ ๑๑๙ ๒ ๔ ๔ ๑๓ ๑๕ ๒๒ ๒๑ ๓๘ ๘๑ ๖๘.๐๗
วิทยาศาสตร์ฯ ๑๒๗ ๓ ๒ ๒๘ ๒๔ ๙ ๑๒ ๓๔ ๑๕ ๖๑ ๔๘.๐๓
สงั คมศกึ ษาฯ ๓๗๗ ๒ ๑๒ ๒๐ ๒๙ ๕๓ ๗๙ ๖๔ ๑๑๘ ๒๖๑ ๖๙.๒๓
สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๒๔๙ ๐ ๐ ๐ ๐ ๔ ๙ ๓๘ ๑๙๘ ๒๔๕ ๙๘.๓๙
ศลิ ปะ ๑๒๘ ๒ ๐ ๐ ๐ ๒ ๓๖ ๓๑ ๕๗ ๑๒๔ ๙๖.๘๘
การงานอาชีพ ๒๕๒ ๒ ๑ ๕ ๑๑ ๒๑ ๓๖ ๓๓ ๑๔๓ ๒๑๒ ๘๔.๑๓
ภาษาต่างประเทศ ๓๗๙ ๔ ๑๖ ๒๕ ๔๙ ๔๒ ๖๔ ๕๓ ๑๒๖ ๒๔๓ ๖๔.๑๒
รวมจำนวน ๑๗๕๘ ๑๗ ๕๔ ๙๔ ๑๔๓ ๑๕๘ ๒๘๒ ๒๙๐ ๗๒๐ ๑๒๙๒ ๗๓.๔๙
รวมจำนวน ๒ ภาคเรยี น ๓๕๕๒ ๓๐ ๑๐๗ ๑๕๒ ๒๖๓ ๓๔๑ ๕๓๓ ๕๗๑ ๑๕๕๕ ๒๖๕๙ ๗๐.๘๑
๘๖
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ จำนวนท่ี ๐ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๔ ภาคเรียนที่ ๑ ๓.๕ จำนวนนร รอ้ ยละ นร.
เขา้ สอบ ๐ จำนวนนักเรียนที่มีผลการเรยี นรู้ .ที่ไดร้ ะดับ ท่ีไดร้ ะดบั
ภาษาไทย ๐ ๔ ๓ ข้นึ ไป ๓ ข้ึนไป
คณติ ศาสตร์ ๘๖ ๑๓ ๑ ๑.๕ ๒ ๒.๕ ๓
วิทยาศาสตร์ฯ ๑๗๒ ๔
สังคมศึกษาฯ ๓๔๔ ๐ ๘ ๑๐ ๑๑ ๒๓ ๑๘ ๖ ๑๐ ๓๔ ๓๙.๕๓
สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๑๗๖ ๐
ศลิ ปะ ๑๗๑ ๐ ๑๒ ๓๙ ๔๔ ๓๓ ๒๖ ๘ ๑๐ ๔๔ ๒๕.๕๘
การงานอาชพี ๗๗ ๐
ภาษาต่างประเทศ ๑๒๔ ๑๗ ๒๔ ๓๖ ๕๘ ๖๒ ๓๖ ๓๓ ๘๒ ๑๕๑ ๔๓.๙๐
๒๐๔
รวมจำนวน ๑๓๕๔ ๑๔ ๑๗ ๓๖ ๓๗ ๓๘ ๕ ๒๕ ๖๘ ๓๘.๖๔
๐ ๐ ๐ ๐ ๑๐ ๓๓ ๑๒๘ ๑๗๑ ๑๐๐.๐๐
๐ ๐ ๐ ๒ ๗ ๐ ๖๘ ๗๕ ๙๗.๔๐
๐ ๐ ๐ ๑ ๑๒ ๒๓ ๘๘ ๑๒๓ ๙๙.๑๙
๐ ๗ ๒๘ ๒๗ ๒๐ ๓๐ ๙๒ ๑๔๒ ๖๙.๖๑
๕๘ ๑๐๙ ๑๗๗ ๑๘๕ ๑๖๗ ๑๓๘ ๕๐๓ ๘๐๘ ๕๙.๖๘
กล่มุ สาระการเรียนรู้ จำนวนท่ี ๐ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๔ ภาคเรียนที่ ๒ จำนวนนร รอ้ ยละ นร.
เข้าสอบ ๐ .ที่ได้ระดับ ท่ีได้ระดบั
ภาษาไทย ๐ จำนวนนักเรยี นทม่ี ีผลการเรียนรู้ ๓.๕ ๔ ๓ ขน้ึ ไป ๓ ขนึ้ ไป
คณิตศาสตร์ ๑๑๔ ๘ ๑ ๑.๕ ๒ ๒.๕ ๓ ๗ ๒๐ ๕๓ ๔๖.๔๙
วิทยาศาสตร์ฯ ๑๖๔ ๑๔ ๔ ๑๕ ๑๖ ๒๖ ๒๖ ๖ ๘ ๒๔ ๑๔.๖๓
สงั คมศึกษาฯ ๒๔๒ ๐ ๑ ๕๗ ๕๖ ๒๖ ๑๐ ๓๔ ๓๘ ๑๔๐ ๕๗.๘๕
สุขศึกษาและพลศกึ ษา ๒๘๓ ๐ ๑๒ ๕ ๔๐ ๓๗ ๖๘ ๔๕ ๙๘ ๑๙๗ ๖๙.๖๑
ศิลปะ ๑๖๕ ๐ ๑๙ ๑๑ ๒๒ ๒๐ ๕๔ ๒๘ ๑๑๒ ๑๕๙ ๙๖.๓๖
การงานอาชพี ๘๗ ๐ ๐ ๐ ๐ ๖ ๑๙ ๑๗ ๖๔ ๘๖ ๙๘.๘๕
ภาษาต่างประเทศ ๑๘๘ ๒๒ ๐๐๑๐๕ ๙ ๑๕๙ ๑๘๒ ๙๖.๘๑
๑๙๓ ๓๙ ๐ ๐ ๐ ๖ ๑๔ ๒๓ ๘๔ ๑๔๑ ๗๓.๐๖
รวมจำนวน ๑๔๓๖ ๐ ๕ ๑๔ ๓๓ ๓๔ ๑๖๙ ๕๘๓ ๙๘๒ ๖๘.๓๘
๒๗๙๐ ๓๖ ๙๓ ๑๔๙ ๑๕๔ ๒๓๐ ๓๐๗ ๑๐๘๖ ๑๗๙๐ ๖๔.๐๓
รวมจำนวน ๒ ภาคเรยี น ๙๔ ๒๐๒ ๓๒๖ ๓๓๙ ๓๙๗
๘๗
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๕ ภาคเรยี นท่ี ๑ จำนวนนร ร้อยละ นร.
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ จำนวนท่ี จำนวนนักเรยี นท่ีมีผลการเรียนรู้ .ท่ไี ด้ระดับ ท่ีไดร้ ะดับ
เขา้ สอบ ๐ ๑ ๑.๕ ๒ ๒.๕ ๓ ๓.๕ ๔ ๓ ข้นึ ไป ๓ ขน้ึ ไป
ภาษาไทย ๑๒๐ ๑ ๒๒ ๗ ๑๕ ๑๓ ๒๕ ๒๕ ๑๒ ๖๒ ๕๑.๖๗
คณติ ศาสตร์ ๑๕๕ ๒ ๔๖ ๓๖ ๓๒ ๑๖ ๑๒ ๕ ๖ ๒๓ ๑๔.๘๔
วิทยาศาสตร์ฯ ๑๖๙ ๙ ๓๕ ๓๔ ๔๐ ๓๐ ๑๒ ๕ ๔ ๒๑ ๑๒.๔๓
สังคมศกึ ษาฯ ๒๙๘ ๑ ๐ ๐ ๒๙ ๔๕ ๔๖ ๕๗ ๑๒๐ ๒๒๓ ๗๔.๘๓
สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๑๗๕ ๑ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๘ ๑๖๖ ๑๗๔ ๙๙.๔๓
ศลิ ปะ ๑๐๕ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๔ ๑๐๑ ๑๐๕ ๑๐๐.๐๐
การงานอาชพี ๒๒๔ ๑ ๐ ๐ ๐ ๑ ๖ ๖๙ ๑๔๗ ๒๒๒ ๙๙.๑๑
ภาษาตา่ งประเทศ ๒๓๐ ๒ ๑๑ ๑๕ ๓๐ ๔๒ ๔๐ ๒๖ ๖๔ ๑๓๐ ๕๖.๕๒
รวมจำนวน ๑๔๗๖ ๑๗ ๑๑๔ ๙๒ ๑๔๖ ๑๔๗ ๑๔๑ ๑๙๙ ๖๒๐ ๙๖๐ ๖๕.๐๔
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๕ ภาคเรยี นที่ ๒ จำนวนนร รอ้ ยละ นร.
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ จำนวนที่ จำนวนนกั เรียนทมี่ ีผลการเรียนรู้ .ทไ่ี ด้ระดับ ท่ไี ด้ระดับ
เขา้ สอบ ๐ ๑ ๑.๕ ๒ ๒.๕ ๓ ๓.๕ ๔ ๓ ข้ึนไป ๓ ขนึ้ ไป
ภาษาไทย ๑๐๙ ๕ ๑๒ ๒๒ ๑๒ ๑๑ ๒๒ ๙ ๑๖ ๔๗ ๔๓.๑๒
คณติ ศาสตร์ ๑๕๕ ๑ ๑๗ ๓๖ ๓๓ ๓๑ ๒๐ ๑๒ ๕ ๓๗ ๒๓.๘๗
วิทยาศาสตร์ฯ ๒๙๙ ๔ ๓๖ ๕๔ ๕๘ ๓๗ ๕๐ ๓๘ ๒๒ ๑๑๐ ๓๖.๗๙
สังคมศกึ ษาฯ ๑๘๙ ๐ ๒ ๐ ๐ ๒๗ ๒๒ ๑๗ ๑๒๑ ๑๖๐ ๘๔.๖๖
สุขศึกษาและพลศึกษา ๑๖๒ ๐ ๐ ๐ ๒ ๔ ๓ ๑๗ ๑๓๖ ๑๕๖ ๙๖.๓๐
ศิลปะ ๑๐๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๒๗ ๗๓ ๑๐๐ ๑๐๐.๐๐
การงานอาชพี ๑๑๙ ๑ ๓๑ ๒๖ ๗ ๕ ๒ ๗ ๔๐ ๔๙ ๔๑.๑๘
ภาษาต่างประเทศ ๑๔๐ ๐ ๙ ๑๕ ๑๐ ๙ ๑๒ ๑๔ ๗๑ ๙๗ ๖๙.๒๙
รวมจำนวน ๑๒๗๓ ๑๑ ๑๐๗ ๑๕๓ ๑๒๒ ๑๒๔ ๑๓๑ ๑๔๑ ๔๘๔ ๗๕๖ ๕๙.๓๙
รวมจำนวน ๒ ภำคเรยี น ๒๗๔๙ ๒๘ ๒๒๑ ๒๔๕ ๒๖๘ ๒๗๑ ๒๗๒ ๓๔๐ ๑๑๐๔ ๑๗๑๖ ๖๒.๒๑
๘๘
กลุ่มสาระการเรียนรู้ จำนวนที่ ๐ ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรยี นท่ี ๑ ๓.๕ จำนวนนร ร้อยละ นร.
เขา้ สอบ ๐ จำนวนนักเรียนท่มี ีผลการเรียนรู้ .ท่ีได้ระดบั ท่ีไดร้ ะดับ
ภาษาไทย ๐ ๔ ๓ ข้นึ ไป ๓ ขน้ึ ไป
คณิตศาสตร์ ๙๒ ๑ ๑ ๑.๕ ๒ ๒.๕ ๓
วทิ ยาศาสตร์ฯ ๑๓๘ ๐
สงั คมศึกษาฯ ๑๖๑ ๐ ๖ ๕ ๑๐ ๑๔ ๘ ๑๓ ๓๖ ๕๗ ๖๑.๙๖
สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๑๖๑ ๐
ศิลปะ ๑๓๘ ๐ ๑๔ ๑๑ ๑๑ ๒๑ ๒๕ ๒๓ ๓๓ ๘๑ ๕๘.๗๐
การงานอาชีพ ๗๗ ๐
ภาษาต่างประเทศ ๑๗๕ ๒๓ ๒๑ ๑๔ ๒๕ ๒๘ ๒๔ ๒๕ ๗๗ ๔๗.๘๓
๑๘๕ ๑
รวมจำนวน ๑๑๒๗ ๐ ๐ ๐ ๐ ๒๔ ๒๔ ๑๑๓ ๑๖๑ ๑๐๐.๐๐
๐ ๐ ๐ ๐ ๑ ๔๖ ๙๑ ๑๓๘ ๑๐๐.๐๐
๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๑๐ ๖๗ ๗๗ ๑๐๐.๐๐
๑ ๐ ๑๓ ๒๕ ๔๕ ๓๙ ๕๒ ๑๓๖ ๗๗.๗๑
๐ ๐ ๘ ๒๖ ๒๒ ๓๘ ๙๑ ๑๕๑ ๘๑.๖๒
๔๔ ๓๗ ๕๖ ๑๑๑ ๑๕๓ ๒๑๗ ๕๐๘ ๘๗๘ ๗๗.๙๑
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๖ ภาคเรียนท่ี ๒ จำนวนนร. รอ้ ยละ นร.
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ จำนวนที่ จำนวนนกั เรียนทม่ี ีผลการเรยี นรู้ ทไ่ี ดร้ ะดับ ทไี่ ด้ระดับ
เข้าสอบ ๐ ๑ ๑.๕ ๒ ๒.๕ ๓ ๓.๕ ๔ ๓ ข้ึนไป ๓ ข้นึ ไป
ภาษาไทย ๙๒ ๐ ๑๑ ๑๙ ๑๗ ๑๔ ๘ ๙ ๑๔ ๓๑ ๓๓.๗๐
คณติ ศาสตร์ ๑๓๖ ๐ ๓๕ ๑๙ ๓๑ ๑๘ ๑๑ ๖ ๑๖ ๓๓ ๒๔.๒๖
วิทยาศาสตร์ฯ ๑๓๘ ๑ ๑๑ ๙ ๑๕ ๑๖ ๒๑ ๒๗ ๓๘ ๘๖ ๖๒.๓๒
สังคมศกึ ษาฯ ๖๙ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๖ ๑๘ ๔๕ ๖๙ ๑๐๐.๐๐
สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๑๓๘ ๐ ๐ ๐ ๐ ๒ ๒ ๓๘ ๙๖ ๑๓๖ ๙๘.๕๕
ศิลปะ ๗๖ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๙ ๑๑ ๕๖ ๗๖ ๑๐๐.๐๐
การงานอาชีพ ๑๓๒ ๐ ๐ ๑ ๑ ๑ ๒ ๑๕ ๑๑๒ ๑๒๙ ๙๗.๗๓
ภาษาต่างประเทศ ๑๘๓ ๐ ๐ ๑ ๓ ๒๑ ๔๐ ๓๔ ๘๔ ๑๕๘ ๘๖.๓๔
รวมจำนวน ๙๖๔ ๑ ๕๗ ๔๙ ๖๗ ๗๒ ๙๙ ๑๕๘ ๔๖๑ ๗๑๘ ๗๔.๔๘
รวมจำนวน ๒ ภำคเรยี น ๒๐๙๑ ๒ ๑๐๑ ๘๖ ๑๒๓ ๑๘๓ ๒๕๒ ๓๗๕ ๙๖๙ ๑๕๙๖ ๗๖.๑๙
๘๙
ภาคผนวก ฉ ผลการประเมินคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ผลการประเมนิ การอา่ น คิดวเิ คราะห์ และเขยี น ผลการประเมนิ
กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี นและผลการประเมินสมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
๑) ผลการประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๒
จำนวน จำนวน/รอ้ ยละของนกั เรยี นตามระดบั คุณภาพ
นกั เรียน
ระดับชั้น ท้งั หมด ดีเย่ียม ดี ผ่าน ไม่ผา่ น
มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ๑๖๘ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน รอ้ ยละ
มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๒ ๑๔๐
มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ๑๑๑ ๑๐๔ ๖๑.๙๐ ๕๘ ๓๔.๕๒ ๒ ๑.๑๙ ๔ ๒.๓๘
มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ๗๙
มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๕ ๘๓ ๗๔ ๕๒.๘๖ ๕๕ ๓๙.๒๙ ๓ ๒.๑๔ ๘ ๕.๗๑
มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๖ ๗๑
๖๕๒ ๙๙ ๘๙.๑๙ ๘ ๗.๒๑ ๐ ๐.๐๐ ๔ ๓.๖๐
รวม/เฉล่ยี ร้อยละ
๗๓ ๙๒.๔๑ ๒ ๒.๕๓ ๐ ๐.๐๐ ๔ ๕.๐๖
๘๒ ๙๘.๘๐ ๐ ๐.๐๐ ๐ ๐.๐๐ ๑ ๑.๒๐
๗๐ ๙๘.๕๙ ๐ ๐.๐๐ ๑ ๑.๔๑ ๐ ๐.๐๐
๕๐๒ ๗๖.๙๙ ๑๒๓ ๑๘.๘๗ ๖ ๐.๙๒ ๒๑ ๓.๒๒
๒) ผลการประเมนิ การอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขียนของนักเรียน ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๒
จำนวน จำนวน/ร้อยละของนกั เรยี นตามระดับคณุ ภาพ
นักเรียน
ระดับช้นั ทัง้ หมด ดีเยยี่ ม ดี ผ่าน ไม่ผ่าน
๑๖๘
มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ ๑๔๐ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน รอ้ ยละ
มัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๑๑๑
มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓ ๘๓ ๔๙.๔๐ ๘๐ ๔๗.๖๒ ๒ ๑.๑๙ ๓ ๑.๗๙
มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ๗๙
มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๕ ๘๓ ๔๕ ๓๒.๑๔ ๘๔ ๖๐.๐๐ ๓ ๒.๑๔ ๘ ๕.๗๑
มธั ยมศึกษาปที ่ี ๖ ๗๑
๖๕๒ ๙๐ ๘๑.๐๘ ๑๗ ๑๕.๓๒ ๐ ๐.๐๐ ๔ ๓.๖๐
รวม/เฉลีย่ รอ้ ยละ
๕๑ ๖๔.๕๖ ๒๔ ๓๐.๓๘ ๐ ๐.๐๐ ๔ ๕.๐๖
๗๑ ๘๕.๕๔ ๑๑ ๑๓.๒๕ ๐ ๐.๐๐ ๑ ๑.๒๐
๔๐ ๕๖.๓๔ ๓๑ ๔๓.๖๖ ๐ ๐.๐๐ ๐ ๐.๐๐
๓๘๐ ๕๘.๒๘ ๒๔๗ ๓๗.๘๘ ๕ ๐.๗๗ ๒๐ ๓.๐๗
๙๐
๓) ผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี นของนักเรยี น ปีการศกึ ษา ๒๕๖๒
จำนวน จำนวน/รอ้ ยละของนกั เรียนตามระดับคุณภาพ
นกั เรยี น
ระดับชน้ั ทั้งหมด ผา่ น ไมผ่ ่าน
๑๖๘
มัธยมศึกษาปีท่ี ๑ ๑๔๐ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน ร้อยละ
มธั ยมศึกษาปีที่ ๒ ๑๑๑ ๑๓๗
มัธยมศกึ ษาปีที่ ๓ ๑๑๐ ๘๑.๕๕ ๓๑ ๑๘.๔๕
มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๔ ๗๙ ๙๘
มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๕ ๘๓ ๗๓ ๗๘.๕๗ ๓๐ ๒๑.๔๓
มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๖ ๗๑ ๗๔
๗๕๓ ๗๑ ๘๘.๒๙ ๑๓ ๑๑.๗๑
รวม/เฉล่ียร้อยละ ๖๒๐
๙๒.๔๑ ๖ ๗.๕๙
๘๙.๑๖ ๙ ๑๐.๘๔
๑๐๐.๐๐ ๐ ๐.๐๐
๘๒.๓๔ ๑๓๓ ๑๗.๖๖
๔. ผลการประเมนิ สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น ปีการศึกษา ๒๕๖๒
๑) ดา้ นความสามารถในการสื่อสาร
จำนวน จำนวน/รอ้ ยละของนกั เรยี นตามระดบั คณุ ภาพ
ระดับชัน้ นกั เรียน ดเี ยย่ี ม ดี ผา่ น ไมผ่ ่าน
จำนวน รอ้ ยละ
ทัง้ หมด จำนวน รอ้ ยละ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน รอ้ ยละ
๐ ๐.๐๐
มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑ ๑๖๘ ๑๐๔ ๖๖.๖๗ ๔๓ ๒๗.๕๖ ๙ ๕.๗๗ ๐ ๐.๐๐
๐ ๐.๐๐
มัธยมศกึ ษาปีที่ ๒ ๑๔๐ ๑๐๘ ๗๗.๑๔ ๓๐ ๒๑.๔๓ ๒ ๑.๔๓ ๐ ๐.๐๐
๐ ๐.๐๐
มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓ ๑๑๑ ๑๓๒ ๘๑.๙๙ ๒๒ ๑๓.๖๖ ๗ ๔.๓๕ ๐ ๐.๐๐
๐ ๐.๐๐
มัธยมศึกษาปที ่ี ๔ ๗๙ ๙๒ ๙๒.๐๐ ๔ ๔.๐๐ ๔ ๔.๐๐
มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๕ ๘๓ ๗๘ ๘๔.๗๘ ๑๑ ๑๑.๙๖ ๓ ๓.๒๖
มัธยมศกึ ษาปีที่ ๖ ๗๑ ๘๘ ๘๔.๖๒ ๑๔ ๑๓.๔๖ ๒ ๑.๙๒
รวม/เฉล่ียรอ้ ยละ ๖๕๒ ๖๐๒ ๘๑.๒๐ ๑๒๔ ๑๕.๓๕ ๒๗ ๓.๔๕
๒) ด้านความสามารถในการคิด
จำนวน จำนวน/ร้อยละของนกั เรยี นตามระดบั คณุ ภาพ
ดี ผา่ น
ระดับชนั้ นกั เรียน ดเี ยี่ยม ไม่ผา่ น
จำนวน รอ้ ยละ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน ร้อยละ
มธั ยมศึกษาปีที่ ๑ ทงั้ หมด จำนวน รอ้ ยละ ๓๔ ๒๑.๗๙ ๒๔ ๑๕.๓๘
มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๒ ๒๔ ๑๗.๑๔ ๔ ๒.๘๖ ๐ ๐.๐๐
มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ๑๖๘ ๙๘ ๖๒.๘๒ ๓๐ ๑๘.๖๓ ๘ ๔.๙๗ ๐ ๐.๐๐
มธั ยมศึกษาปีที่ ๔ ๒๔ ๒๔.๐๐ ๘ ๘.๐๐ ๐ ๐.๐๐
มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๕ ๑๔๐ ๑๑๒ ๘๐.๐๐ ๑๓ ๑๔.๑๓ ๔ ๔.๓๕ ๐ ๐.๐๐
มัธยมศึกษาปที ่ี ๖ ๑๓ ๑๒.๕๐ ๓ ๒.๘๘ ๐ ๐.๐๐
รวม/เฉลย่ี รอ้ ยละ ๑๑๑ ๑๒๓ ๗๖.๔๐ ๑๓๘ ๑๘.๐๓ ๕๑ ๖.๔๑ ๐ ๐.๐๐
๐ ๐.๐๐
๗๙ ๖๘ ๖๘.๐๐
๘๓ ๗๕ ๘๑.๕๒
๗๑ ๘๘ ๘๔.๖๒
๖๕๒ ๕๖๔ ๗๕.๕๖
๙๑
๓) ดา้ นความสามารถในการแกป้ ัญหา
จำนวน จำนวน/ร้อยละของนกั เรยี นตามระดับคุณภาพ
ระดับชั้น นกั เรยี น ดีเย่ยี ม ดี ผา่ น ไมผ่ ่าน
จำนวน รอ้ ยละ
ทัง้ หมด จำนวน ร้อยละ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน ร้อยละ
๐ ๐.๐๐
มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ๑๖๘ ๑๓๑ ๘๓.๙๗ ๒๒ ๑๔.๑๐ ๓ ๑.๙๒ ๐ ๐.๐๐
๐ ๐.๐๐
มัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๑๔๐ ๑๐๘ ๗๗.๑๔ ๑๗ ๑๒.๑๔ ๑๕ ๑๐.๗๑ ๐ ๐.๐๐
๐ ๐.๐๐
มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓ ๑๑๑ ๑๒๒ ๗๕.๗๘ ๒๑ ๑๓.๐๔ ๑๘ ๑๑.๑๘ ๐ ๐.๐๐
๐ ๐.๐๐
มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๔ ๗๙ ๗๗ ๗๗.๐๐ ๒๐ ๒๐.๐๐ ๓ ๓.๐๐
มัธยมศึกษาปที ่ี ๕ ๘๓ ๗๑ ๗๗.๑๗ ๑๕ ๑๖.๓๐ ๖ ๖.๕๒
มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๖ ๗๑ ๗๙ ๗๕.๙๖ ๑๘ ๑๗.๓๑ ๗ ๖.๗๓
รวม/เฉลีย่ ร้อยละ ๖๕๒ ๕๘๘ ๗๗.๘๔ ๑๑๓ ๑๕.๔๘ ๕๒ ๖.๖๘
๔) ดา้ นความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
จำนวน จำนวน/ร้อยละของนกั เรียนตามระดับคณุ ภาพ
ระดับชั้น นักเรียน ดเี ยีย่ ม ดี ผ่าน ไม่ผ่าน
จำนวน ร้อยละ
มธั ยมศึกษาปีที่ ๑ ทงั้ หมด จำนวน ร้อยละ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน ร้อยละ
มธั ยมศึกษาปที ่ี ๒ ๐ ๐.๐๐
มัธยมศึกษาปีที่ ๓ ๑๖๘ ๑๒๔ ๗๓.๘๑ ๑๘ ๑๑.๕๔ ๑๔ ๘.๙๗ ๐ ๐.๐๐
มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ๐ ๐.๐๐
มธั ยมศึกษาปที ี่ ๕ ๑๔๐ ๑๒๒ ๘๗.๑๔ ๑๔ ๑๐.๐๐ ๔ ๒.๘๖ ๐ ๐.๐๐
มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๖ ๐ ๐.๐๐
๑๑๑ ๑๑๘ ๗๓.๒๙ ๒๗ ๑๖.๗๗ ๑๖ ๙.๙๔ ๐ ๐.๐๐
รวม ๐ ๐.๐๐
๗๙ ๗๙ ๗๙.๐๐ ๑๗ ๑๗.๐๐ ๔ ๔.๐๐
๘๓ ๗๐ ๗๖.๐๙ ๑๕ ๑๖.๓๐ ๗ ๗.๖๑
๗๑ ๘๐ ๗๖.๙๒ ๑๗ ๑๖.๓๕ ๗ ๖.๗๓
๖๕๒ ๕๙๓ ๔๖๖ ๑๐๘ ๘๘ ๕๒ ๔๐
๕) ด้านความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
จำนวน จำนวน/ร้อยละของนกั เรยี นตามระดบั คณุ ภาพ
ระดบั ช้ัน นักเรยี น ดีเยยี่ ม ดี ผ่าน ไมผ่ า่ น
จำนวน ร้อยละ
มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ท้งั หมด จำนวน รอ้ ยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน รอ้ ยละ
มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๒ ๐ ๐.๐๐
มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๓ ๑๖๘ ๑๓๓ ๘๕.๒๖ ๑๓ ๘.๓๓ ๑๐ ๖.๔๑ ๐ ๐.๐๐
มธั ยมศึกษาปที ่ี ๔ ๐ ๐.๐๐
มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๕ ๑๔๐ ๑๒๔ ๘๘.๕๗ ๑๐ ๗.๑๔ ๖ ๔.๒๙ ๐ ๐.๐๐
มัธยมศึกษาปที ่ี ๖ ๐ ๐.๐๐
๑๑๑ ๑๓๗ ๘๕.๐๙ ๑๔ ๘.๗๐ ๑๐ ๖.๒๑ ๐ ๐.๐๐
รวม ๐ ๐.๐๐
๗๙ ๘๘ ๘๘.๐๐ ๙ ๙.๐๐ ๓ ๓.๐๐
๘๓ ๘๒ ๘๙.๑๓ ๘ ๘.๗๐ ๒ ๒.๑๗
๗๑ ๙๓ ๘๙.๔๒ ๘ ๗.๖๙ ๓ ๒.๘๘
๖๕๒ ๖๕๗ ๘๗.๕๘ ๖๒ ๘.๒๖ ๓๔ ๔.๑๖
๙๒
ภาคผนวก ช เกยี รติบตั ร