เรื่อง ลูกหมูสามตัว นงนุช ปรีชาว่องไวกุล ผู้แต่ง เสนอ นายอดิศักดิ์ ทองสุข จัดทำ โดย เด็กชายณัฐสิทธิ์ สิริวงศ์วรพัฒน์ เด็กชายศรัณย์ภัทร ปละสี รายงานนีเป็นส่วนหนึ่งของวิชา อิเล็กทรอนิกส์ โรงเรียนไตรเขตสามัคคีรัชมังคลาภิเษก ภาคเรียนศึกษาปีการศึกษา2565 สำ นักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาน่าน PLAY W PLAY OW! COFFEE COFFEE PLEASE PLEASE
นิทานเรื่องลูกหมู 3 ตัว จะมีเนื้อ หาให้ความเพลิดเพลินแก่ผู้อ่าน โดยจะมีการแทรกเนื้อ ข้อคิด คติสอนใจในนิทานเรื่องนั้น ๆ การนำ เอานิทาน ไปเล่าเรื่องประกอบคำ สอนให้เด็ก ๆ ได้ฟังย่อมจะเป็นเครื่องทำ ให้เพลิดเพลินและเสริมความ รู้ แบ่งเบาภาระที่จะต้องสอนเนื้อหาอย่างเดียว โดยอาศัย บุคลาธิษฐานเป็นตัวอย่างประกอบ นอกจากนี้นิทานเรื่อง ลูกหมูสามตัวยังให้ช่วยในการพัฒนาทักษะด้านการอ่าน การเขียน การใช้ภาษาที่ถูกต้อง เป็นการเพิ่มทักษะในด้านการเห็น การ ฟัง หากเกิดความผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ โอกาสนี้ คำ นำ
สารบัญ 1.หมาป่า 2.ลูกหมู 3.แม่หมู หน้าที่ 5 7 8
และทั้ง 3 พี่น้องก็แบกของกลับบ้าน พอถึงชายป่าต่างคนก็ต่างแยก ย้ายมาสร้างบ้านของใครของมันลูกหมูตัวที่หนึ่งสร้างบ้านด้วยฟางใช้เวลาไม่นานนักก็เสร็จ ส่วนลูกหมูตัวที่สองสร้างบ้านด้วยเศษไม้ใช้เวลาไม่นานก็สร้างบ้านเสร็จและทั้งสองไปดูน้องเล็กสร้างบ้าน ซึ่งยังไม่เสร็จน้องเล็กต้องค่อย ๆ ก่ออิฐทีละก้อนทีละอันกว่าจะสร้างเสร็จก็อีกหลายวัน เพราะอยากได้บ้านที่แข็งแรงและปลอดภัยน้องเล็กจึงไม่เชื่อพี่ ๆ ทั้งสอง ที่บอกให้เปลี่ยนมาใช้ฟางกับ เศษไม้ เนื้อหา กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีลูกหมูสามตัวเป็นพี่น้องกันพวกมันออกเดินทางเพื่อจะหาที่ สร้างบ้านคนละหลังและเดินทางมาถึงชายป่าแห่งหนึ่ง พวกมันตัดสินใจจะสร้างบ้านบริเวณนี้ใกล้ ๆ กัน และเดินทางไปตลาดเพื่อซื้อของสร้างบ้าน พี่ใหญ่ซื้อฟางไปสร้างบ้านจะได้ไม่เหนื่อยและไม่หนักด้วยพี่รองซื้อเศษไม้ไปสร้างบ้านตอกตะปูไม่ กี่ทีก็เสร็จแล้วน้องเล็ก ซื้ออิฐมาสร้างบ้าน พี่ใหญ่พี่รองเห็นหัวเราะและบอกว่าทำ ไมเจ้าโง่อย่างนี กว่าจะแบกไป กว่าจะสร้างบ้านเสร็จก็ใช้เวลานานแต่ถ้าเราใช้อิฐสร้างบ้าน มันก็จะแข็งแรงและ ทนทานกว่านะพี่ใช้ฟางกับเศษไม้จะไม่ปลอดภัยนะพี่ 1
และไปบ้านลูกหมูที่สร้างบ้านด้วยฟางก่อน พอมันมาถึงประตู มันก็พูดขึ้นว่า ...เจ้าลูกหมูน้อยออกมาให้ข้ากินดีกว่านะ ไม่ฉันไม่เปิดประตูให้แกหรอก ไป๊ไปให้พ้นนะไม่เปิดไม่เป็นไร บ้านฟางแบบนี้ข้าเป่าก็พังแล้ว แย่แล้ว บ้านฟางของฉันพังหมดแล้วมามะมาให้พี่หมาป่ากินดีกว่า ลูกหมูทั้งสองจึงออกไปวิ่งเล่นว่ายน้าส่วนน้องเล็กก็ตั้งหน้าตั้งตาสร้างบ้านจนเสร็จตกดึกทั้งสามตัวก็ เข้านอนบ้านใครบ้านมันจนกระทั่งคืนหนึ่งมีเจ้าหมาป่ามาซุ่มดูหวังจะมาจับลูกหมูทั้ง 3 ตัวมาเป็น อาหาร เจ้าลูกหมูรีบวิ่งไปหาน้องรองที่สร้างบ้านด้วยเศษไม้ และเจ้าหมาป่าก็มาเคาะที่ประตูแล้วบอกให้เปิดลูกหมูบอก ...ไม่มีทางข้าไม่ยอมเปิดประตูให้หมาป่าใจร้ายเด็ดขาด ...อ๋อเหรอ บ้านไม้ที่ไม่แข็งแรงแบบนี้แค่ข้ากระโดดกระแทกประตูสองที มันก็พังแล้วล่ะเอาล่ะนะ 1 2 3 แล้วเจ้า หมาป่าก็พังประตูเข้ามาได้ เจ้าหมูทั้งสองรีบวิ่งไปบ้านอิฐของน้องเล็ก โดยที่มีเจ้าหมาป่าวิ่งมาติด ๆและเล่าให้น้องเล็กฟังว่าบ้านทั้งสองหลังถูก หมาป่าพังไปแล้ว 2
เจ้าหมาป่าก็มาถึงบ้านน้องเล็ก และเคาะประตู แล้วพูดขึ้นว่า .... เปิดให้ข้าเข้าไปกินเดี๋ยวนี้นะ ไม่เปิดจะพังบ้านอีกหลังนะ น้องเล็กตะโกนบอก กลับไปเจ้าหมาป่า เจ้าไม่มีทางพังบ้านหลังนี้ได้หรอกเดี๋ยวจะเป่าให้บ้านพังไปเลย หมาป่ารวบรวมลมเป่า แต่บ้านก็ไม่ยอมพัง ได้ข้าจะกระโดดกระแทกให้บ้านพังไปเลย1 2 3 โอ๊ย ใครก็ได้ช่วยหมาป่าด้วย เจ้าหมาป่ากระโดดกระแทกกับประตูบ้านอิฐอย่างแรงแต่ด้วยความที่เป็นบ้านแข็งแรงมาก มันจึงเจ็บ จนเป็นลมสลบไป ส่วนเจ้าหมูทั้งสามตัวต่างก็ปลอดภัยในบ้านอิฐของน้องเล็ก รุ่งเช้าพวกมันทั้งสามตัวก็ไปตลาดเพื่อซื้ออิฐมาสร้างบ้าน 3
มีแม่หมูกับลูกหมูสามตัว อาศัยอยู่ในป่าแห่งหนึ่ง ลูกหมูที่เป็นพี่ใหญ่ เป็นหมูที่เกียจคร้านเป็นอย่างมาก มักจะแอบไปหาที่หลบหลับนอนตลอดเวลา ส่วนลูกหมูตัวที่สองเป็นหมูจอมตะกละ ไม่ชอบทำ งาน แม้เวลางานก็มักจะหาเรื่องพักและกินอาหารที่แอบ นำ มาด้วยเสมอส่วนลูกหมูตัวที่สามนั้น เป็นหมูที่ขยันขันแข็ง และชอบทำ งานเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าลูกหมูตัวสุดท้องจะขยันขันแข็งทำ งานอย่างไรก็ตาม แต่อาหารที่หามาได้ก็ต้องหมดไปในไม่ช้า เหตุเพราะที่บ้านของเขานั้นมีหมูจอมขี้เกียจ กับหมูจอมตะกละอยู่ตั้งสองตัวนั่นเองวันหนึ่งแม่หมูจึงพูดกับ ลูกหมูทั้งสามว่า“พวกลูกๆโตเกินกว่าจะอยู่ในบ้านหลังน้อยของแม่แล้ว ถึงเวลาที่ลูกๆจะต้องมีบ้านเป็นของตัวเองได้แล้วล่ะจ้ะ”น้องหมูตัวสุดท้องเมื่อได้ฟังแม่หมูพูดเช่นนั้น… ก็เกิดปิติยินดีเป็นอย่างมาก ที่จะมีบ้านเป็นของตนเอง “เราจะสร้างบ้านแบบไหน แล้วจะเอาอะไรมาสร้างเป็นบ้านดีนะ” 4
ส่วนพี่หมูตัวโตขี้เกียจได้ยินแม่หมูพูดเช่นนั้น ก็พูดบ่นทันทีด้วยไม่ชอบที่จะทำ งานอยู่แล้วจึงโดนแม่หมู “ไม่ได้น่ะ ลูกโตแล้ว ต้องรู้จักดูแลตัวเองได้แล้ว จะมัวทำ ตัวขี้เกียจต่อไปไม่ได้นะ”เมื่อพี่หมูตัวโตโดน แม่ดุ จึงต้องออกไปสร้างบ้านอย่างที่ไม่ค่อยเต็มใจนัก พี่หมูตัวโตจึงจำ ใจที่จะต้องออกไปสร้างบ้านแต่ก็ด้วยอย่างไม่ค่อยที่จะเต็มใจสักเท่าใดนัก… “อู๊ด อู๊ด..มันเป็นเรื่องที่น่าเบื่อรำ คาญเป็นอย่างมาก…แต่ว่าถ้าเป็นบ้านที่ทำ ด้วยฟางล่ะ.. ใช่สิ เราก็สามารถ ที่สร้างมันขึ้นมาได้อย่างง่าย ๆ และรวดเร็วอีกเสียด้วย..” เจ้าลูกหมูตัวโตคิดในใจ จากนั้นเจ้าลูกหมูตัวโตก็สร้างบ้านด้วยฟางใช้เวลาไม่นานนักก็เสร็จ พร้อมทั้งคุยโวอวดพวกน้องๆ หมู ว่า ” เห็นไหม ฉันสร้างบ้านได้ เสร็จรวดเร็วก่อนใคร ๆ พวกแกจงดูเอาฉันเป็นตัวอย่าง แล้วสร้างบ้าน ของพวกแก ให้เสร็จขึ้นเร็ว ๆ… ส่วนเจ้าตัวที่สองก็คิดว่า “บ้านที่ทำ ขึ้นมาจากฟางนี่น่ะ มันก็คงจะต้านทานลมที่พัดมาแรง ๆไม่ได้เสียน่ะสิ” ถ้า อย่างนั้นเห็นทีว่าเราจะสร้างบ้านของเราด้วยไม้ดีกว่า เพราะมันสามารถที่จะต้านลมที่พัดมาแรง ๆได้ อย่าง แน่นอน…” เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้วพี่หมูตัวที่สองก็รีบเข้าไปที่ในป่า แล้วได้เก็บรวบรวมเอาเศษ ไม้มาในทันทีทันใด ” ป๊อก ป๊อก !” แล้วก็ตอกตะปูลงไปอย่างนี้อีกหน่อย แค่นี้เอง..เราก็ได้บ้านที่ ทำ ขึ้นมาจากไม้แข็งแรง เห็นไหม สร้างได้เสร็จเป็นบ้านแล้ว…”จึงเป็นอันว่าพี่หมูตัวที่สองก็ได้ สร้างบ้านของตัวเองที่ทำ ขึ้นมาจากไม้ได้สำ เร็จเสร็จ ลงเช่นกัน 5
จนกระทั่งกลางดึกสงัดคืนนึง มีเจ้าหมาป่ามาซุ่มดูหวังจะมาจับลูกหมูทั้ง 3 ตัวมาเป็นอาหาร และเจ้าหมาป่าก็ตรงไปบ้านลูกหมูที่สร้างบ้านด้วยฟางก่อน เพราะมันเห็นว่าเป็นบ้านที่บอบบางที่สุด พอ มันมาถึงประตู มันก็พูดขึ้นว่า…“เจ้าลูกหมูน้อยออกมาให้ข้ากินดีๆ อย่าให้ข้าต้องใช้กำ ลังเลย” “ไม่ฉันไม่เปิดประตูให้แกหรอก ไป๊ไปให้พ้นนะ” ลูกหมูพี่ตัวโตร้องตะโกนไล่หมาป่าตัวนั้น “ไม่เปิดไม่เป็นไร บ้านฟางแบบนี้แค่ข้าเป่าก็พังแล้ว” เจ้าหมาป่าตะโกนสวนไปทันที จากนั้นมันก็เป่าลมออกมาเพื่อทำ ลายบ้านหลังนั้น ว่าแล้วมันก็พ่นลม ปากของมันเป่าใส่ “ฟู่…” บ้านที่ทำ ขึ้นมาจากฟางทั้งหลังก็มีอันได้พังลงไปทั้ง หลัง“จ๊าก..ช่วยด้วย ….ช่วยด้วย..จ้า” เจ้าลูกหมูตัวโตร้องเสียงหลง เมื่อบ้านฟางนั้นพังลง เจ้าหมาป่าก็ตะโกนว่า “มามะมาเจ้าลูกหมูอ้วนมาให้พี่หมาป่ากินดีกว่า” “จ๊าก… ช่วยด้วย… ช่วยด้วย… จ้า” เจ้าลูกหมูตัวโตร้องเสียงหลงพร้อมวิ่งหนีไปยังบ้านของลูกหมูอีกตัว ที่สร้างด้วยไม้ ส่วนน้องเล็กนั้นซื้ออิฐมาสร้างบ้าน พี่ใหญ่พี่รองเห็นหัวเราะ และบอกว่า “ทำ ไมเจ้าโง่อย่างนี้ กว่าจะแบกไปกว่าจะสร้างบ้านเสร็จก็ใช้เวลานาน”น้องเล็กจึงพูดว่า” เราเพียงแต่ ต้องการที่จะสร้างบ้านของเราด้วยอิฐ ที่แข็งแรงไว้เป็นที่พักอาศัย เพราะมันจะได้ไม่พังลงมาได้อย่างง่าย ๆ แล้วยิ่งไปกว่านั้นแม้ว่าจะมีลมแรง ๆ พัดมาก็จะไม่เป็นอะไรทั้งสิ้น” ลูกหมูทั้งสองตัวที่สร้างบ้านเสร็จแล้วจึงออกไปวิ่งเล่นว่ายน้ำ อย่างสนุกสนาน ส่วนน้องเล็กก็ตั้งหน้าตั้ง ตาสร้างบ้านจนกว่าเสร็จก็ผ่านไปหลายวัน 6
จากนั้นไม่นาน เจ้าหมาป่าก็มาถึงบ้านน้องเล็ก มาเคาะประตู มันพูดขึ้นว่า “เปิดให้ข้าเข้าไปกินเดี๋ยวนี้นะ ไม่เปิดจะพังบ้านอีกหลังนะ” น้องเล็กตะโกนบอก “กลับไปเจ้าหมาป่า เจ้าไม่มีทางพังบ้านหลังนี้ได้หรอก”“เดี๋ยวจะเป่าให้บ้านพัง ไปเลย” หมาป่ากล่าว แล้วมันก็รวบรวมลมเป่า แต่บ้านก็ไม่ยอมพังหมาป่าพูดขึ้นว่า “ได้ข้าจะ กระโดดกระแทก ให้บ้านพังไปเลย 1 2 3…โอ๊ย… ใครก็ได้ช่วยหมาป่าด้วย เจ็บจังเลย”เจ้าหมาป่า กระโดดกระแทกกับประตูบ้านอิฐอย่างแรงแต่ด้วยความที่เป็นบ้านแข็งแรงมาก มันจึงเจ็บจนเป็นลม สลบไปด้วยความแข็งของอิฐ หมาป่าจึงได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นมันจำ ใจต้องถอยออกไป อย่างไม่ค่อยที่ จะเต็มใจสักเท่าใดนัก และเจ้าหมาป่าก็ตามมาโดยทันทีแล้วเคาะที่ประตูแล้วบอกให้เปิด ลูกหมูบอก “ไม่มีทางข้าไม่ยอมเปิดประตู ให้หมาป่าใจร้ายเด็ดขาด” “อ๋อเหรอ..บ้านไม้ที่ไม่แข็งแรงแบบนี้ แค่ข้ากระโดดกระแทกประตูที สองที มันก็พังแล้วหละ…เอาหละ นะ…1 2 3” หมาป่ากล่าวเมื่อเจ้าหมาป่าก็พังประตูเข้ามาได้หมูทั้งสองตัวตกใจอย่างแรงพร้อมทั้งรีบ วิ่งหนีไปบ้านของน้องเล็กโดยเร็วโดยมีเจ้าหมาป่าก็ได้วิ่งตามมาติดๆ “จะหนีไปไหน! กลับมาให้ข้ากิน เสียดีๆ” 7