แบบฝกึ ทกั ษะวทิ ยาศาสตร์
เร่ือง สง่ิ มีชวี ิตและส่งิ แวดล้อม : โครงสรา้ งและ
ลกั ษณะของสิง่ มชี วี ิตในแหลง่ ทีอ่ ยู่ เลม่ 1
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 5
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ศนู ย์พัฒนาคุณภาพการศกึ ษาท่ี 13
(ท่าวัด ละหานนา ทา่ นางแนว)
สานกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาขอนแกน่ เขต 3
ก
คานา
แบบฝึกทักษะวิทยาศาสตร์เรื่อง ส่ิงมีชีวิตและส่ิงแวดล้อม : โครงสร้างและ
ลักษณะของสิ่งมีชีวิตในแหล่งที่อยู่ เล่มท่ี 1 สาหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 5
มีจุดประสงค์เพื่อประกอบกิจกรรม การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ช้ันประถมศึกษาปีที่ 5
โดยมีเน้ือหาเกีย่ วกับการเรียนรสู้ ิ่งมีชวี ิตและส่ิงแวดลอ้ ม
สง่ิ มีชวี ิตและส่ิงแวดล้อม แบบฝึกทักษะวิทยาศาสตร์ช่วยกระตุ้น ความสนใจ
สนุกในการเรยี น ใหผ้ เู้ รียนได้เรียนรู้ตามความสามารถของตน มีเจตคติ ต่อการเรียน
วิทยาศาสตร์และเพิ่มผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และ
เทคโนโลยี ให้สูงขน้ึ
ขอขอบคุณผู้เช่ียวชาญศึกษานิเทศก์ ดร.ยุพาพร หรเสริฐ และคณะครูศูนย์
พฒั นาการศึกษาท่ี 13 นางสาวกหุ ลาบ คาศรี นางเมธยา ป้ันศรี นางสาวนภาภรณ์
บุญคง นางสาวชลธิชา ทุมวงศ์ นางสาวสุรีพร ชาวโพธิสะ ท่ีให้คาแนะนาแก้ไข
ปรับปรุงท่ี บกพร่องในแบบฝึกทักษะวิทยาศาสตร์น้ีให้ดีย่ิงขึ้นและขอขอบคุณผู้ท่ีมี
ส่วนเก่ียวข้องทาให้แบบฝึกทักษะวิทยาศาสตร์ชุดน้ีสาเร็จลุล่วงด้วยดีเป็นประโยชน์
ต่อนักเรยี นและการศึกษาสบื ไป
ศูนยพ์ ฒั นาคุณภาพการศกึ ษาท่ี 13
(ทา่ วดั ละหานนา ทา่ นางแนว)
ข
สารบญั
เรอื่ ง หนา้
คานา ก
สารบัญ ข
สารบญั ภาพ ง
สว่ นประกอบของแบบฝกึ ทกั ษะวิทยาศาสตร์ 1
คาช้ีแจง 2
คู่มือครู 3
บทบาทผสู้ อน 4
คูม่ ือนักเรียน 5
สาระ มาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ช้ีวัดและจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 6
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 7
แบบทดสอบกอ่ นเรียน 8
โครงสร้างและลักษณะของสิง่ มชี วี ิตในแหล่งที่อยอู่ าศยั 11
สรุปแนวความคดิ 15
แหลง่ ข้อมลู 17
ใบกจิ กรรมท่ี 1 18
ใบกจิ กรรมท่ี 2 19
ใบกจิ กรรมที่ 3 20
สารบัญ(ต่อ) ค
เรือ่ ง หนา้
21
ใบกจิ กรรมที่ 4 22
เฉลยใบกิจกรรมที่ 1 23
เฉลยใบกิจกรรมท่ี 2 25
เฉลยใบกิจกรรมที่ 3 และ 4 26
แบบทดสอบหลงั เรยี น 29
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน 30
เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น
สารบญั ภาพ ง
ภาพ หนา้
11
ภาพผกั ตบชวา 11
ภาพผกั กะเฉดนา้ 12
ภาพกบ 12
ภาพหมขี ั้วโลก 13
ภาพต้นกระบองเพชร 13
ภาพอฐู 13
ภาพต้นโกงกาง 13
ภาพปลาตนี
1
ส่วนประกอบของแบบฝึกทักษะวิทยาศาสตร์
แบบฝึกทักษะวิทยาศาสตร์ เรอ่ื งสิง่ มีชวี ิตและสงิ่ แวดลอ้ ม เลม่ ท่ี 1
ประกอบดว้ ย
1. ส่วนประกอบตน้ มีดงั นี้
ปก
คานา
สารบัญ
สว่ นประกอบของแบบฝกึ ทักษะวิทยาศาสตร์
คาชี้แจง
2. 2. คูม่ ือครู มีดังนี้
คาชี้แจง สาหรับครูผสู้ อน
3. 3. คู่มือนักเรยี น มีดงั นี้
คาชีแ้ จงสาหรับนักเรียน
จุดประสงค์การเรยี นรู้
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
เนอื้ หา
แบบฝกึ ทกั ษะ
แบบทดสอบหลงั เรยี น
บรรณานกุ รม
ภาคผนวก
2
คาชี้แจง
แบบฝกึ ทักษะวิทยาศาสตรเ์ ร่ืองสิ่งมชี ีวติ และส่ิงแวดล้อม ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี
5 น้ี มที ้ังหมด 3 เร่อื ง ประกอบดว้ ย
เร่อื งที่ 1 โครงสรา้ งและลกั ษณะของสงิ่ มชี ีวติ ในแหล่งทอี่ ยู่
เรือ่ งท่ี 2 ความสมั พันธ์ระหวา่ งสง่ิ มีชีวติ กับสง่ิ มีชีวิต
เร่อื งท่ี 3 ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งสิง่ มีชวี ติ กบั ส่ิงไมม่ ีชวี ติ
โดยมลี าดับข้นั ตอน ดงั นี้
ทาแบบทดสอบก่อนเรียน
ศกึ ษาจุดประสงคก์ ารเรยี นรูแ้ ละเน้ือหาตามลาดบั ขนั้ ตอน ให้เข้าใจ
ศกึ ษาเอกสารประกอบการเรยี นแตล่ ะเลม่ ตามลาดบั ให้ ทาต่อเนือ่ งกัน
หากมี ข้อสงสัยหรอื พบปญั หา ครูเปน็ ผแู้ นะนา
เมอ่ื ศกึ ษาเน้อื หาและทากิจกรรมครบแลว้ ใหท้ าแบบทดสอบหลังเรียน
และตรวจคาตอบกบั เฉลย
นกั เรยี นต้องซื่อสตั ย์ต่อตนเอง ไม่ดเู ฉลยแนวคาตอบก่อนตอบ คาถาม
เม่อื ทาผิดหรอื ไมเ่ ขา้ ใจควรยอ้ นกลับไปศึกษาเน้ือหาใหมอ่ ีกคร้งั
3
คู่มือครู
คาชแ้ี จงสาหรับผ้สู อน แบบฝึกทกั ษะวิทยาศาสตร์เรื่องสง่ิ มชี วี ิตและ
สง่ิ แวดล้อม ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ไดแ้ บง่ ข้ันตอน ดงั นี้
ขั้นท่ี1 การทดสอบกอ่ นใช้แบบฝึกทกั ษะวิทยาศาสตร์เร่ืองสิง่ มีชีวิตและ
สงิ่ แวดล้อม โดยนาแบบทดสอบกอ่ นเรียนวัดผลการเรียนรู้ซ่งึ เป็นแบบปรนัย
จานวน เรอื่ งละ 10 ขอ้
ขั้นท่ี2 การใหค้ วามรกู้ บั นักเรียน เปน็ ขนั้ ทค่ี รูจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ ใหม้ ี
ความเขา้ ใจในเนือ้ หา
ขั้นท่ี3 แบบฝึกทกั ษะวิทยาศาสตรเ์ ร่ืองสง่ิ มีชวี ิตละสิ่งแวดล้อม มาใชใ้ นการ
สรา้ งความเขา้ ใจในเน้ือหาในแต่ละเรื่อง
ขัน้ ท่ี4 ใหน้ กั เรยี นอ่านศกึ ษาและให้นกั เรียนทากจิ กรรมในแตล่ ะเร่อื ง
ข้นั ที่5 การทดสอบหลังเรียนของทกุ เรื่อง เป็นการวดั ผลสัมฤทธกิ์ ารเรยี นรู้
ของนักเรยี นในแตล่ ะเรอื่ ง
4
บทบาทผู้สอน
1. ทดสอบแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์นิ กั เรียนก่อนเรยี น โดยการใชแ้ บบฝกึ
ทักษะ วทิ ยาศาสตรเ์ รอ่ื งสิ่งมีชวี ติ ละสิ่งแวดลอ้ ม ดว้ ยขอ้ สอบปรนยั จานวน 10 ขอ้
2. เตรยี มแบบฝึกทกั ษะวทิ ยาศาสตร์ เรอื่ ง สง่ิ มีชีวิตละสิ่งแวดลอ้ ม
ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 5 ให้ผูเ้ รยี นซง่ึ ประกอบไปด้วยคมู่ อื นักเรยี น ดงั นี้ คาชแี้ จง
สาหรบั ผู้เรยี น เนือ้ หา กิจกรรม แบบทดสอบก่อนเรยี นและ แบบทดสอบหลัง
เรียนของแตล่ ะเร่อื ง
3. นกั เรยี นใช้แบบฝกึ ทกั ษะวิทยาศาสตรเ์ รอ่ื ง ส่ิงมีชวี ิตละสงิ่ แวดล้อม
ผสู้ อน คอยดแู ลชแ้ี นะ และใหค้ าปรึกษา สงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบุคคล
การทางานกลุ่มเพอ่ื เสนอแนะและปรับปรงุ การทางานให้ดขี นึ้
4. ผ้สู อนเกบ็ คะแนนจากการทากจิ กรรมและการทดสอบ กอ่ นเรยี นและ
หลังเรียน แตล่ ะเลม่ ตรวจผลงานนกั เรยี นและประเมินผล
5. ใหน้ ักเรยี นทาแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์หลงั เรยี นแบบฝึกทกั ษะ
วทิ ยาศาสตร์ เร่อื ง สง่ิ มีชวี ติ ละสง่ิ แวดลอ้ ม ดว้ ยขอ้ สอบปรนัย จานวน 10 ข้อ
ใช้เวลา 15 นาที
5
คูม่ อื นกั เรียน
นักเรียนปฏบิ ัติ ดงั นี้
1. ทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี นเป็นรายบคุ คลจานวน 10 ขอ้ ลงในกระดาษคาตอบ
2. ศกึ ษาเน้อื หาเลม่ ที่ 2 สิง่ มชี ีวติ ละส่ิงแวดล้อม
3. ทากจิ กรรมให้ครบทกุ ฉบบั
4. ตรวจคาตอบกจิ กรรมจากเฉลย
5. นาผลการ ทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน-หลังเรียน มาบันทึกลง ในตาราง เพอ่ื ให้
ทราบผลการเรยี นและการพฒั นา
6
สาระ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวดั และจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
สาระท่ี 1 วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ
มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่าง
ส่ิงไม่มีชีวิตกับส่ิงมีชีวิตและความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับส่ิงมีชีวิตต่าง ๆ ใน
ระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปล่ียนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ
ความหมายของประชากรปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหา
ส่งิ แวดลอ้ มรวมทั้งนาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
ตัวชีว้ ดั
ว 1.1 ป 5/1 บรรยายโครงสรา้ งและลกั ษณะของสิ่งมีชีวิตที่เหมาะสม
กับการดารงชวี ิตซง่ึ เปน็ ผลมาจากการปรบั ตัวของสง่ิ มีชวี ติ ในแต่ละแหลง่ ทอ่ี ยู่
ว 1.1 ป 5/2 อธบิ ายความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และ
ความสัมพนั ธ์ระหว่างสิ่งมีชวี ิตกบั สง่ิ ไม่มีชีวติ
ว 1.1 ป 5/3 เขียนโซ่อาหารและระบุบทบาทหน้าท่ีของส่ิงมีชีวิตที่
เป็นผผู้ ลิตและผ้บู ริโภคในโซอ่ าหาร
ว 1.1 ป 5/4 ตระหนักในคุณค่าของส่ิงแวดล้อมท่ีมีต่อ การดารงชีวิต
ของสิง่ มีชีวติ โดยมีส่วนรว่ ม ในการดแู ลรกั ษาสิ่งแวดลอ้ ม
7
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. ด้านความรู้
1.1 บรรยายโครงสร้างและลักษณะของส่ิงมีชวี ิตทเี่ หมาะสมกบั การดารงชวี ติ
ซึ่งเปน็ ผลมาจากการปรบั ตวั ของส่งิ มชี ีวิตในแต่ละแหล่งทีอ่ ยู่
1.2 อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงมีชีวิตกับส่ิงมีชีวิต และความสัมพันธ์
ระหวา่ งสิ่งมชี ีวิตกับสงิ่ ไมม่ ีชีวิต
1.3 เขยี นโซ่อาหารและระบุบทบาทหน้าท่ขี องส่ิงมีชีวิตทีเ่ ป็นผู้ผลิตและ
ผบู้ รโิ ภคในโซอ่ าหาร
1.4 ตระหนกั ในคณุ คา่ ของสิ่งแวดลอ้ มทม่ี ีตอ่ การดารงชีวติ ของสิ่งมชี ีวิต
โดยมีส่วนร่วม ในการดแู ลรักษาสิ่งแวดล้อม
2. ด้านทกั ษะกระบวนการ
2.1 ทกั ษะกระบวนการทางานกลุ่ม
2.2 ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
3. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
3.1 การมีวินยั
3.2 ใฝ่เรียนรู้
3.3 มุ่งมั่นในการทางาน
สาระสาคัญ
สิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ล้วนต้องปรับตัวด้านโครงสร้างและลักษณะให้เหมาะสมกับ
สง่ิ แวดลอ้ มและแหลง่ ที่อยู่อาศัย เพ่ือให้สามารถดารงชีวิตและอยู่รอดได้ในแต่ละแหล่งท่ีอยู่
สิ่งมีชีวิตจะมีความสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตด้วยกันเอง และความสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตกับ
ส่ิงไม่มีชีวิต ความสาคัญของส่ิงมีชีวิตรูปแบบหนึ่ง ได้แก่ การกินอาหารต่อกันเป็นทอดๆ
และถ่ายทอดพลงั งานจากผู้ผลติ ไปแยังบผบู้บรทโิ ภดคสในอรบปู แกบอ่ บนขอเงรโยีซ่อนาหารและสายใยอาหาร
แบบทดสอบกอ่ นเรียน 8
เรื่อง โครงสร้างและลกั ษณะของสิง่ มีชวี ติ ในแหล่งทอี่ ยอู่ าศัย
1. ตน้ ไมเ้ ม่อื ปลูกในทม่ี ดื ลำต้นจะเอนเข้ำหำแสง เมือ่ นำออกมำไว้ในที่มีแสง
ลำต้นจะต้ังตรง จำกขอ้ มลู ทก่ี ำหนดให้ นักเรียนจะสรุปอย่ำงไร
ก. แสงทำใหพ้ ชื เกิดกำรเปล่ียนแปลง
ข. อำหำรทำใหพ้ ชื เกดิ กำรเปล่ยี นแปลง
ค. ควำมช้ืนทำใหพ้ ืชเกิดกำรเปล่ียนแปลง
ง. อุณหภูมิทำให้พืชเกดิ กำรเปลี่ยนแปลง
2. กำรปรับตวั ของส่งิ มชี ีวติ ใด แตกต่ำงจำกข้ออ่ืน
ก. กบจำศีล
ข. นกอพยพชว่ งหน้ำหนำว
ค. กระบองเพชรลำตน้ หนำ ใบเปล่ียนเปน็ หนำม
ง. กระรอกทะเลทรำยออกหำกินในเวลำกลำงคืนเพ่ือหลกี เล่ยี งควำมร้อน
3. ข้อใดจับค่คู วำมสมั พนั ธ์ ของกำรปรับตัวไมถ่ กู ต้อง
ก. จง้ิ จก : เปลี่ยนสี
ข. งูจงอำง : หดตัว
ค. หมขี ้ัวโลก : ขนหนำฟู อุ้งเทำ้ หนำ
ง. ผกั ตบชวำ : ลำตน้ เปน็ โพรง ลอยน้ำได้
4. ตน้ กระบองเพชรปรบั ตัวเพ่อื ให้ดำรงชีวิตอยใู่ นทะเลทรำยไดอ้ ยำ่ งไร
ก. ลำตน้ มนี วมหุ้มคล้ำยฟองนำ้ ข. ปำกใบอยู่บรเิ วณหลังใบ
ค. ลำต้นกลวง มชี อ่ งว่ำงอำกำศมำก ง. ใบเปลย่ี นเปน็ หนำม
5. ผกั ตบชวำ บวั ผกั บุ้ง มีกำรปรับตัวให้มชี วี ิตอยู่ในนำ้ ไดต้ ำมข้อใด
ก. ลำตน้ ทึบ ตนั ข. ลำตน้ แข็ง หนำ
ค. ลำต้นอวบ กลวง ง. ลำตน้ ออ่ น บำง
6. ขอ้ ใดไม่ใช่กำรปรบั ตวั ของส่งิ มีชวี ิตให้เข้ำกบั ส่ิงแวดล้อม 9
ก. หมีขัว้ โลกมีชนั้ ไขมันหนำ
ข. กิ้งกอื ขดตวั เวลำถูกสัมผัส
ค. สุนัขเมืองหนำวมีขนที่หนำ
ง. สนุ ขั จิ้งจอกทะเลทรำยมีหขู นำดใหญ่
7. ข้อใดจัดเป็นกำรปรบั ตวั แบบชวั่ ครำว
ก. กำรเปลี่ยนสีของจ้ิงจก
ข. สนุ ัขเมอื งรอ้ นมขี นทสี่ ัน้ กว่ำ
ค. อูฐมีขนตำยำวเพ่อื ป้องกนั ทรำยเข้ำตำ
ง. สัตว์ในแถบหนำวจะมีหเู ล็ก, หำงส้นั เพอ่ื ให้สูญเสียควำมรอ้ นนอ้ ย
8. ข้อใดไมใ่ ช่กำรปรบั ตวั ของสตั วน์ ำ้ ให้เขำ้ กบั สง่ิ แวดล้อม
ก. มีครบี สำหรบั ว่ำยน้ำ
ข. มีเหงอื กไว้หำยใจในน้ำ
ค. ถุงลมของปลำชว่ ยใหป้ ลำลอยตัวในระดบั ควำมลึกตำ่ งๆได้
ง. มีหวั ใจหลำยห้องชว่ ยให้หมุนเวยี นโลหติ ไดด้ ี
9. ข้อใดคือกำรปรบั ตัวของส่ิงมีชีวิตด้ำนสรีระ
ก. หมีจำศีลช่วงฤดูหนำว
ข. ตน้ กระบองเพชรเปลี่ยนใบเปน็ หนำม
ค. สิงโตทะเลมขี นและชั้นผวิ หนงั ท่ีหนำปกคลุมท่วั ทัง้ ตวั
ง. ตน้ โกงกำงมีรำกท่แี ตกแขนงออกมำจำกลำต้น เพอ่ื ชว่ ยค้ำจนุ
10. ข้อใดไมถ่ ูกต้อง
ก. กบจำศีลเพรำะมอี ำหำรปรมิ ำณมำก
ข. ตั๊กแตนใบไม้ปรับตวั ใหม้ รี ูปร่ำงคล้ำยใบไม้
ค. กบเปลี่ยนสีผิวคล้ำยฟำงขำ้ วเพือ่ ควำมอย่รู อด
ง. ผกั กระเฉดลอยนำ้ ได้เพรำะมนี วมสีขำวคล้ำยฟ้องน้ำหุม้ อยู่
10
กระดาษคาตอบก่อนเรียน วชิ าวิทยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 5
เร่ือง โครงสร้างและลักษณะของส่งิ มีชีวิตในแหล่งท่อี ยอู่ าศยั
ชอ่ื – สกุล.......................................................................................................... เลขท.ี่ ............
โรงเรยี น......................................................................................................................................
วนั ท่ีทำกำรทดสอบ........................................................................... ปกี ำรศึกษำ.....................
ข้อ ตวั เลอื ก ก ข ค ง
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
ใบความรู้ เรือ่ ง โครงสร้างและลักษณะ 11
ของสิง่ มชี วี ิตในแหลง่ ทอ่ี ยู่
บนโลกมีสตั วแ์ ละพืชอย่มู ากมายทอ่ี าศยั อยู่ตามแหลง่ ทอ่ี ยตู่ า่ ง ๆ
โดยท้งั สัตวแ์ ละพืชมีโครงสรา้ งและลักษณะแตกตา่ งกนั ซ่ึงมีความ
เหมาะสม ต่อการดารงชีวติ ของส่ิงมชี ีวิตในแหล่งทีอ่ ย่ทู อี่ าศยั ได้
ตวั อย่างเชน่ ในแหลง่ ํนา้ จะพบสัตวแ์ ละพืชชนิดตา่ ง ๆ ท่มี ีโครงสรา้ ง
และลักษณะ ท่เี หมาะสมกับการดารงชวี ติ เช่น ปลาและกบมี
โครงสร้างทีช่ ว่ ยใน การเคลอ่ื นท่ใี นํน้า โดยปลามีครบี และกบมพี ังผืดที่
เทา้ ซ่ึงมีลักษณะคลา้ ยใบพาย พชื ํน้าตา่ ง ๆ เช่น ผักตบชวามีก้าน ซึ่งมี
ชอ่ งอากาศอย่ภู ายในจานวนมากทชี่ ่วยในการลอยํน้า ผักกระเฉดมีนวม
หมุ้ ลาตน้ คลา้ ยฟองํน้าทาใหล้ อยํนา้ ได้
รูปผักตบชวา รปู ผักกะเฉดนา้
12
ใบความรู้
บริเวณข้ัวโลกทม่ี ีอากาศหนาวเย็นตลอดปี จะพบสตั ว์หลายชนดิ
ทมี่ โี ครงสร้าง และลกั ษณะทเี่ หมาะสมกับการดารงชีวติ เช่นกัน เช่น
หมีขั้วโลกมีขนเป็นสขี าว เพื่อให้เขา้ กับสภาพแวดลอ้ มที่อาศยั อยู่ มีขน
และช้นั ไขมนั ทหี่ นาปกคลมุ ร่างกาย เพ่ือใหค้ วามอบอนุ่ แกร่ ่างกาย
หมาปา่ ข้ัวโลกมีใบหูและจมูกที่สั้นเพอื่ ลด การระบายความร้อนใน
ร่างกาย หรือแม้แต่นกฮกู ที่อาศยั อยใู่ นบรเิ วณน้ี ก็มีขนดกแน่นท่อี ุ้งเทา้
เพอ่ื ใหส้ ามารถยืนอยูบ่ นกง่ิ ไม้ท่มี หี มิ ะปกคลุมได้
รปู กบ
รปู หมีข้วั โลก
ใบใบคคววาามมรรู้ ู้ 13
พืชที่อย่ใู นทะเลทราย เชน่ กระบองเพชร มีการปรับตวั โดย เปลย่ี นใบ
ใหม้ ขี นาดเล็ก แหลม แขง็ คล้ายหนามเพอ่ื ลดการสูญเสยี ํน้า
รูปต้นกระบองเพชร รูปอูฐ
ในป่าชายเลนจะพบสตั วแ์ ละพืชทม่ี ี โครงสรา้ งและลกั ษณะตา่ ง ๆ ที่
เหมาะสม กับการดารงชีวิตในแหล่งทีอ่ ยนู่ ี้ เช่น ปลาตนี จะมคี รีบอกที่
แข็งแรงจึงสามารถเคล่ือนที่ คลา้ ยกบั การเดินบนเลนได้ ตน้ โกงกางมี
ราก จานวนมากยน่ื ออกมาจากบรเิ วณลาต้น แลว้ ปกั ลงในเลนเพ่อื ชว่ ย
ํคา้ จุนลาต้น
รปู ตน้ โกงกาง รูปปลาตีน
ใบความรู้ 14
ส่ิงมีชีวติ ทพ่ี บในบริเวณต่าง ๆ ทก่ี ลา่ วมา มีโครงสร้างและลกั ษณะที่เหมาะสม
ต่อการดาํ รงชีวติ ในแหลง่ ท่ีอยนู่ ้นั ๆ ซ่ึงโครงสร้างและลกั ษณะต่าง ๆ ของ
สิ่งมีชีวติ เป็นผลมาจากการปรับตวั ของส่ิงมีชีวติ ต้งั แต่อดีต จนทาํ ใหส้ ่ิงมีชีวติ
สามารถดาํ รงชีวติ อยใู่ นปัจจุบนั ได้ แต่ถา้ แหลง่ ที่อยมู่ ีสภาพแวดลอ้ มท่ี
เปลย่ี นไป อาจส่งผลใหโ้ ครงสร้าง และลกั ษณะของส่ิงมีชีวติ ในแหลง่ ที่อยนู่ ้นั
ไม่เหมาะสมต่อการดาํ รงชีวติ สิ่งมีชีวติ อาจมีการปรับตวั ดา้ นโครงสร้างและ
ลกั ษณะหรือดา้ นอนื่ ๆ เช่น พฤติกรรม เพื่อใหด้ าํ รงชีวติ ต่อไปได้ หรือถา้
ปรับตวั ไม่ได้ ส่ิงมีชีวติ อาจสูญพนั ธุ์ หรืออพยพ ไปอยแู่ หลง่ ทอี่ ยอู่ ื่น
สรปุ แนวความคดิ 15
สง่ิ มชี ีวิตสมั พนั ธ์กบั สงิ่ แวดล้อมอยา่ งไร
กลุ่มส่ิงมีชวี ิตท่ีอำศยั อยู่ร่วมกนั ในระบบนเิ วศ นอกจำกจะมีควำมสัมพันธ์
ระหว่ำงกันแลว้ ยงั มีควำมสมั พันธ์กับสภำพแวดล้อมทำงกำยภำพ ดังน้ี
แสง เปน็ ปัจจยั สำคญั ในกำรสร้ำงอำหำรของพืชท่มี คี ลอโรฟลิ ล์ ทำให้พืชเจริญเตบิ โต
น้า เป็นปจั จัยสำคัญในกำรดำรงชีวติ ของสิ่งมีชวี ติ ตำ่ งๆ และเป็นแหลง่ ทอ่ี ยอู่ ำศัย
และแหลง่ อำหำรของสตั ว์นำ้ และพืชนำ้
ดินและแร่ธาตุ เป็นปจั จัยสำคัญในกำรเจรญิ เติบโตของพืช เพรำะเป็นแหลง่ ของธำตุ
อำหำรทส่ี ำคัญของพชื และเปน็ ทอ่ี ยู่อำศยั และแหล่งอำหำรของสัตวบ์ ำงชนิด
อุณหภูมิ เป็นปัจจยั สำคัญในกำรดำรงชีวติ ของส่ิงมีชีวิต บรเิ วณท่ีมอี ุณหภูมิเหมำะสม
จะมีสงิ่ มีชีวติ อำศยั อยมู่ ำก
สรปุ แนวความคิด 16
การปรับตัวของสิ่งมีชีวิตในสง่ิ แวดล้อม
กำรปรับตัวของสิ่งมีชวี ิตในส่งิ แวดล้อม สภำพแวดลอ้ มของแตล่ ะแหล่งท่อี ยมู่ คี วำม
แตกตำ่ งกนั สิ่งมชี ีวติ จึงต้องมกี ำรปรับตวั ใหเ้ หมำะสมกบั แหลง่ ทีอ่ ยูน่ น้ั ๆ เพ่ือควำม
อยูร่ อด ดงั นี้
1. การปรบั ตัวด้านรูปรา่ งลักษณะ ( morphological adaptation )
เป็นกำรปรบั ตัวกำรปรบั ตวั ดำ้ นรูปรำ่ ง สผี ิว หรอื โครงสร้ำงของรำ่ งกำยใหก้ ลมกลนื
ไปกบั สภำพแวดล้อมของแหล่งท่ีอยู่ เพ่อื กำรดำรงชวี ิต หลบภัย และหำอำหำร เช่น
จิง้ จกเปลย่ี นสีผิวให้คล้ำยกับผนงั ท่เี กำะเพือ่ หำอำหำรและหลบศตั รู , กบเปล่ยี นสี
ผิวคล้ำยฟำงข้ำวเพ่อื ควำมอย่รู อด , หมีขว้ั โลกและสิงโตทะเลมขี นและช้นั ผิวหนังที่
หนำปกคลมุ ท่วั ทงั้ ตวั เพ่ือช่วยสร้ำงควำมอบอนุ่ ให้แก่รำ่ งกำยจำกกำรอำศยั อย่ใู น
พนื้ ท่ีท่มี ีอำกำศหนำวเย็นตลอดทั้งปี เป็นต้น
2. การปรับตวั ด้านสรรี ะ ( physiological adaptation ) เป็นกำรปรับตัว
ดำ้ นกลไกและหนำ้ ท่ขี องอวัยวะต่ำง ๆ เชน่ ตน้ กระบองเพชรเปลย่ี นใบ เปน็ หนำม
เพ่ือลดกำรสญู เสียนำ้ , อฐู มหี ลอดไตสว่ นต้น ที่อย่ใู นหนว่ ยไตยำวกว่ำสตั ว์ชนดิ อื่น
ส่งผลให้ไตของอฐู สำมำรถดูดน้ำกลับและรกั ษำร่ำงกำยไม่ใหอ้ ยู่ในภำวะขำดน้ำไดด้ ี
เป็นต้น
3. การปรับตัวด้านพฤตกิ รรม ( behavioral adaptation ) เป็นกำรปรบั
เปลย่ี นพฤตกิ รรมใหเ้ หมำะสมในกำรดำรงชวี ิตในแหลง่ ท่ีอยู่ ซึ่งอำจเปน็ กำรปรับตัว
ชวั่ ครำวหรอื ถำวรก็ได้ เชน่ กำรปรบั ตวั ของกบในฤดแู ลง้ เนอื่ งจำกขำดแคลนอำหำร
โดยกบจะอยนู่ ิง่ ๆ และหลบอยใู่ นรู เพอื่ ลดกำรใช้พลงั งำน ลดอัตรำกำรเผำผลำญ
อำหำรในร่ำงกำย , กำรอพยพของนกในแหลง่ ท่อี ย่ทู ี่มีอำกำศหนำวมำยงั แหล่งทีอ่ ยู่
ท่ี อำกำศอบอุน่ เพ่ือหำอำหำรและผสมพันธ์ุ
17
แหล่งข้อมูล
http://academic.obec.go.th/textbook/web/images/book/1560929630_example.pdf
https://sites.google.com/site/sciencenattapong/content01/content012
https://ngthai.com/science/31338/adaptation/
ใบกจิ กรรม ที่ 1 18
ช่ือ – สกลุ ................................................................................................. เลขที่............. ช้ัน ป.5
คาช้ีแจง : ใหน้ ักเรยี นนำพยญั ชนะที่อยู่ด้ำนหนำ้ รูปแบบกำรปรบั ตัวของส่งิ มชี วี ิตในสงิ่ แวดลอ้ ม
ไปเติมให้สัมพนั ธ์กับรูปแบบที่มกี ำรเปลยี่ นแปลงของสง่ิ มีชีวิต
ก. การปรับตวั ดา้ นรปู รา่ งลักษณะ ข. การปรบั ตวั ด้านสรีระ ค. การปรบั ตัวด้านพฤติกรรม
......... 1) ต้นกระบองเพชรเปลีย่ นใบเป็นหนาม ......... 2) หมขี ั้วโลกมขี นและชนั้ ผวิ หนัง
เพ่ือลดการคายนา้ ที่หนาปกคลมุ ทั่วตัว
......... 3) ต๊กั แตนก่ิงไมม้ ีรูปร่างและสีผิวคลา้ ยกิ่งไม้ ......... 4) กบจาศีล
เพื่อพรางตวั ใหร้ อดพ้นจากศัตรู
......... 5) อฐู มหี ลอดไตสว่ นต้นยาว ทาใหไ้ ตดูดน้ากลบั ......... 6) นกอพยพหนหี นาว
และรกั ษาร่างกายไม่ให้อยใู่ นภาวะขาดน้าได้ดี
ใบกจิ กรรม ที่ 2 19
ชอ่ื – สกุล................................................................................................. เลขท่.ี ............ ชัน้ ป.5
คาช้ีแจง : ให้นักเรยี นสืบคน้ ขอ้ มลู เกย่ี วกับกำรปรับตัวของสง่ิ มชี ีวติ ในสงิ่ แวดล้อม
พร้อมยกตัวอยำ่ งสงิ่ มีชวี ิตและระบุลักษณะกำรปรับตัวของส่งิ มีชีวิต
ท่ี ส่ิงมีชีวติ ลักษณะการปรบั ตัวของสิง่ มีชวี ิต
1 ตั๊กแตนกง่ิ ไม้ ( ตวั อยำ่ ง ) มรี ปู ร่ำงและสผี วิ คล้ำยกิ่งไม้เพ่อื พรำงตวั ใหร้ อดพน้
จำกศัตรู
20
ใบกิจกรรม ที่ 3
ชอ่ื – สกลุ ............................................................................................... เลขท.่ี ............ ชน้ั ป.5
สรุปเกย่ี วกบั โครงสรา้ งและลักษณะของสิ่งมีชีวติ กับการปรบั ตัว
ของสิ่งมชี วี ิต
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
21
ใบกจิ กรรม ท่ี 4
ชือ่ – สกุล............................................................................................. เลขที.่ ............ ชน้ั ป.5
เขียนเรอื่ งราวนิทานท่ีแสดงถงึ โครงสรา้ งและลักษณะของสิ่งมชี ีวติ ที่
เหมาะสมกับการดารงชีวติ ในแหล่งที่อยู่
……เร…ื่อ…ง……………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
เฉลยใบกิจกรรม ที่ 1 22
คาชแ้ี จง : ให้นักเรยี นนำพยญั ชนะท่อี ยดู่ ำ้ นหน้ำรปู แบบกำรปรบั ตัวของสิ่งมชี วี ิตในส่ิงแวดลอ้ ม
ไปเตมิ ใหส้ มั พันธ์กบั รูปแบบทมี่ ีกำรเปลยี่ นแปลงของสงิ่ มีชีวิต
ก. การปรับตวั ดา้ นรูปร่างลักษณะ ข. การปรับตัวด้านสรรี ะ ค. การปรับตัวดา้ นพฤติกรรม
...ข... 1) ตน้ กระบองเพชรเปลี่ยนใบเปน็ หนาม ...ก... 2) หมีขั้วโลกมีขนและชัน้ ผิวหนงั
เพ่ือลดการคายนา้ ท่ีหนาปกคลุมท่วั ตวั
...ก... 3) ต๊กั แตนกง่ิ ไม้มรี ูปร่างและสผี วิ คลา้ ยกงิ่ ไม้ ...ค... 4) กบจาศีล
เพ่อื พรางตวั ให้รอดพ้นจากศตั รู
...ข... 5) อูฐมหี ลอดไตส่วนต้นยาว ทาใหไ้ ตดดู น้ากลบั ...ค... 6) นกอพยพหนีหนาว
และรกั ษาร่างกายไมใ่ ห้อยูใ่ นภาวะขาดนา้ ได้ดี
เฉลยใบกจิ กรรม ท่ี 2 23
คาชีแ้ จง : ใหน้ ักเรียนช่วยกนั สบื ค้นข้อมลู เก่ียวกบั กำรปรบั ตัวของส่ิงมชี ีวิตในส่ิงแวดล้อม
พรอ้ มยกตัวอยำ่ งสงิ่ มชี วี ิตและระบุลักษณะกำรปรบั ตัวของสง่ิ มชี วี ิต
ท่ี สิ่งมีชวี ติ ลักษณะการปรบั ตัวของสงิ่ มชี วี ิต
1 ตัก๊ แตนกงิ่ ไม้ มีรปู ร่ำงและสีผิวคล้ำยก่งิ ไมเ้ พือ่ พรำงตัวใหร้ อด
พ้นจำกศัตรู
2 จิ้งจก เปลีย่ นสีผวิ ให้คล้ำยกบั ผนังท่ีเกำะเพือ่ หำอำหำร
และหลบศัตรู
3 กบ เปลย่ี นสผี วิ คล้ำยฟำงข้ำวเพ่อื ควำมอยูร่ อด
4 ตน้ กระบองเพชร เปล่ยี นใบเป็นหนำมเพือ่ ลดอัตรำกำรคำยนำ้
มลี ำต้นอวบเพ่ือกกั เกบ็ น้ำ
5 กบ ในฤดแู ล้ง เนือ่ งจำกขำดแคลนอำหำรโดยกบจะ
อยู่นงิ่ ๆ และหลบอย่ใู นรู เพ่ือลดกำรใชพ้ ลังงำน
ลดอัตรำกำรเผำผลำญอำหำรในร่ำงกำย
6 อูฐ มีหลอดไตส่วนต้นทอ่ี ย่ใู นหน่วยไตยำวกวำ่ สัตว์
ชนิดอน่ื ส่งผลใหไ้ ตของอูฐสำมำรถดูดน้ำกลับ
และรกั ษำรำ่ งกำยไมใ่ ห้อยู่ในภำวะขำดน้ำได้ดี
7 เพนกวนิ จักรพรรดิ สำมำรถลดอัตรำกำรเตน้ ของหัวใจตนเองให้ช้ำ
ลง ในขณะทด่ี ำลงใตน้ ำ้ ทำให้สำมำรถอยใู่ ต้นำ้
ได้นำน เพอ่ื เพิม่ เวลำในกำรหำอำหำรไปพรอ้ ม
กับกำรรักษำระดบั ออกซิเจนภำยในรำ่ งกำย
8 หมีข้วั โลกและสงิ โตทะเล มขี นและช้นั ผิวหนังทีห่ นำปกคลุมท่วั ท้งั ตัว เพ่ือ
ชว่ ยสร้ำงควำมอบอนุ่ ใหแ้ ก่ร่ำงกำย จำกกำร
อำศัยอยู่ในพนื้ ท่ีทีม่ ีอำกำศหนำวเยน็ ตลอดท้ังปี
9 กระรอกทะเลทรำยและสนุ ัขจิง้ จอก ออกหำกนิ ในเวลำกลำงคนื แทนกลำงวนั
ทะเลทรำย เพอื่ หลีกเล่ยี งควำมร้อน
24
10 ปลำ มรี ูปร่ำงเพรยี วยำวเพอ่ื ลดแรงต้ำน ของน้ำ
และมคี รีบเพือ่ ช่วยในกำรเคล่ือนท่ีในนำ้
11 เป็ด หงสห์ ำ่ น และสัตว์สะเทินน้ำ มีพงั ผืดยดึ ติดเป็นแผน่ บำงๆ ระหวำ่ งนวิ้ เทำ้ เพ่อื
สะเทินบก ชว่ ยพัดโบกนำ้ และช่วยในกำร เคล่อื นทีเ่ มื่ออยู่
ในน้ำ
12 ตน้ แสม มกี ำรพฒั นำรำกหำยใจโผล่พ้นเหนอื ดนิ เพอื่ รับ
แกส๊ ออกซเิ จน
13 มอสส์ มีอับสปอรท์ ่ีเกบ็ และปลอ่ ย สปอร์เพือ่ สบื พันธ์ุ
เมือ่ สภำพอำกำศเหมำะสม
14 ผักกระเฉด มีปลอกเป็นปุยสีขำวหุม้ ลำตน้ เรยี กว่ำ นวม
ภำยในมลี กั ษณะเปน็ รูพรนุ คล้ำยฟองน้ำซ่ึงช่วย
พยุงลำต้นให้ลอยน้ำได
15 ปูแสม อำศยั ในรูเพ่ือควำมอบอุน่ ของรำ่ งกำย
และแนวคำตอบอ่ืนๆอยู่ในดุลยพนิ จิ ของครผู ู้สอน
25
เฉลยใบกิจกรรม ที่ 3
และ ใบกิจกรรม ท่ี 4
คำตอบอยใู่ นดลุ ยพินจิ ของครผู ู้สอน
แบบทดสอบหลังเรยี น
เรื่อง โครงสรา้ งและลกั ษณะของส่ิงมชี วี ติ ในแหลง่ ทอ่ี ยู่อาศัย 26
1. ขอ้ ใดจับคู่ควำมสมั พนั ธ์ ของกำรปรับตัวไม่ถูกตอ้ ง
ก. จ้ิงจก : เปลยี่ นสี
ข. งูจงอำง : หดตัว
ค. หมขี ้ัวโลก : ขนหนำฟู อุ้งเท้ำหนำ
ง. ผักตบชวำ : ลำตน้ เป็นโพรง ลอยนำ้ ได้
2. ผักตบชวำ บัว ผกั บุง้ มีกำรปรับตัวให้มชี ีวิตอยู่ในนำ้ ไดต้ ำมขอ้ ใด
ก. ลำต้นทบึ ตนั ข. ลำต้นแขง็ หนำ
ค. ลำต้นอ่อน บำง ง. ลำตน้ อวบ กลวง
3. กำรปรับตัวของสง่ิ มชี ีวติ ใด แตกต่ำงจำกขอ้ อน่ื
ก. กบจำศีล
ข. นกอพยพชว่ งหน้ำหนำว
ค. กระบองเพชรลำตน้ หนำ ใบเปลี่ยนเป็นหนำม
ง. กระรอกทะเลทรำยออกหำกนิ ในเวลำกลำงคืนเพอื่ หลีกเลีย่ งควำมร้อน
4. ตน้ ไม้เมอื่ ปลกู ในทม่ี ืด ลำตน้ จะเอนเขำ้ หำแสง เมือ่ นำออกมำไว้ในที่มแี สง
ลำตน้ จะตั้งตรง จำกขอ้ มูลทกี่ ำหนดให้ นักเรียนจะสรุปอยำ่ งไร
ก. แสงทำให้พืชเกดิ กำรเปลี่ยนแปลง
ข. อำหำรทำให้พชื เกดิ กำรเปลย่ี นแปลง
ค. ควำมช้ืนทำให้พืชเกดิ กำรเปล่ียนแปลง
ง. อุณหภมู ิทำให้พชื เกดิ กำรเปลย่ี นแปลง
5. ต้นกระบองเพชรปรับตัวเพอ่ื ให้ดำรงชีวติ อยใู่ นทะเลทรำยไดอ้ ย่ำงไร
ก. ลำต้นมีนวมหุ้มคล้ำยฟองนำ้ ข. ปำกใบอยู่บริเวณหลงั ใบ
ค. ลำตน้ กลวง มชี อ่ งวำ่ งอำกำศมำก ง. ใบเปลี่ยนเปน็ หนำม
27
6. ข้อใดไม่ใช่กำรปรับตวั ของสัตวน์ ำ้ ให้เขำ้ กบั สิง่ แวดล้อม
ก. มีครีบสำหรบั ว่ำยน้ำ
ข. มีเหงอื กไว้หำยใจในนำ้
ค. มหี ัวใจหลำยหอ้ งชว่ ยให้หมนุ เวยี นโลหิตไดด้ ี
ง. ถุงลมของปลำชว่ ยใหป้ ลำลอยตัวในระดับควำมลกึ ตำ่ งๆได้
7. ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. กบจำศีลเพรำะมีอำหำรปริมำณมำก
ข. ต๊ักแตนใบไม้ปรบั ตวั ใหม้ รี ูปร่ำงคลำ้ ยใบไม้
ค. กบเปลี่ยนสผี ิวคล้ำยฟำงขำ้ วเพอ่ื ควำมอยรู่ อด
ง. ผักกระเฉดลอยน้ำได้เพรำะมีนวมสีขำวคล้ำยฟ้องน้ำหุ้มอยู่
8. ขอ้ ใดไมใ่ ช่กำรปรับตวั ของสิ่งมีชีวติ ให้เข้ำกบั สิง่ แวดล้อม
ก. หมีขั้วโลกมชี ั้นไขมนั หนำ
ข. ก้งิ กือขดตัวเวลำถูกสัมผสั
ค. สุนขั เมืองหนำวมขี นทหี่ นำ
ง. สนุ ัขจง้ิ จอกทะเลทรำยมีหูขนำดใหญ่
9. ขอ้ ใดจัดเป็นกำรปรบั ตัวแบบชัว่ ครำว
ก. กำรเปลยี่ นสีของจ้ิงจก
ข. สุนขั เมืองร้อนมีขนท่สี ัน้ กว่ำ
ค. อฐู มขี นตำยำวเพอ่ื ป้องกนั ทรำยเข้ำตำ
ง. สัตว์ในแถบหนำวจะมีหเู ลก็ , หำงส้ันเพ่ือใหส้ ญู เสยี ควำมรอ้ นน้อย
10. ขอ้ ใดคอื กำรปรบั ตวั ของสิ่งมีชีวติ ด้ำนสรีระ
ก. หมจี ำศีลช่วงฤดหู นำว
ข. ต้นกระบองเพชรเปล่ียนใบเปน็ หนำม
ค. สิงโตทะเลมีขนและชนั้ ผวิ หนงั ที่หนำปกคลุมทั่วทั้งตวั
ง. ต้นโกงกำงมรี ำกทแี่ ตกแขนงออกมำจำกลำตน้ เพ่อื ช่วยค้ำจุน
28
กระดาษคาตอบหลงั เรียน วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีที่ 5
เร่ือง โครงสร้างและลกั ษณะของส่งิ มีชีวติ ในแหลง่ ท่ีอยู่อาศัย
ชอ่ื – สกุล.......................................................................................................... เลขท่.ี ............
โรงเรยี น......................................................................................................................................
วนั ท่ีทำกำรทดสอบ........................................................................... ปีกำรศึกษำ.....................
ข้อ ตวั เลือก ก ข ค ง
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
29
เฉลยขอ้ สอบก่อนเรียน วิชาวิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 5
เร่อื ง โครงสร้างและลักษณะของสิง่ มชี ีวิตในแหล่งท่อี ยอู่ าศัย
ขอ้ ตัวเลือก ก ข ค ง
x
1x x
2x
3x
4
5x
6x
7x
8
9x
10 x
30
เฉลยขอ้ สอบหลงั เรียน วิชาวทิ ยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
เรื่อง โครงสร้างและลักษณะของสิ่งมชี ีวิตในแหลง่ ท่อี ยอู่ าศัย
ขอ้ ตัวเลอื ก ก ข ค ง
x
1x
x
2
3x
4x
5
6x
7x
8x
9x
10 x
คณะท่ปี รกึ ษา 31
1. ดร.สนอง สดุ สะอาด ผู้อานวยการ สพป. ขอนแกน่ เขต 3
2. นายดารสั ช่วยคูณ ประธานศูนย์พัฒนาคุณภาพการศึกษาที่ 13 ท่าวัด –ละหานนา-ทา่ นางแนว
3. นายประเสรฐิ อาพล ประธานชมรมครู กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ สพป.ขอนแก่น เขต 3
4. ดร.ยพุ าพร หรเสรฐิ ศึกษานเิ ทศก์ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ สพป.ขอนแก่น เขต 3
5. ดร.อดลุ ย์ วงศก์ อ้ ม ศกึ ษานเิ ทศก์ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ สพป.ขอนแกน่ เขต 3
6. นางภัทราภรณ์ เบจวัฒนานนท์ ศกึ ษานิเทศก์ กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์ สพป.ขอนแกน่ เขต 3
คณะทางาน
ครกู ลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 4 - 6
ศนู ย์พัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาท่ี 13
1. นางสาวกุหลาบ คาศรี ครูโรงเรียนบา้ นทา่ นางแนว
2. นางวรนุช ศรที วน ครโู รงเรยี นบ้านหนองแวงท่าวัด
3. นางเมธยา ป้นั ศรี ครูโรงเรียนบา้ นหนองแวงท่าวัด
4. นางสาวนภาภรณ์ บุญคง ครโู รงเรยี นบ้านห้วยทรายทุ่งมน
5. นางสาวเกวลี กล้าหาญ ครโู รงเรยี นบา้ นห้วยทรายทงุ่ มน
6. นางสาวชลธิชา ทุมวงศ์ ครโู รงเรียนบ้านละหานนา
7. นางสาวสรุ พี ร ชาวโพธสิ ะ ครโู รงเรียนบา้ นละหานนา
8. นางสาววัลลา แพงวงษ์ ครโู รงเรยี นบา้ นหนองสะแบงศรีชมุ พร
9. นายรงั สรรค์ สุภพร ครโู รงเรยี นบา้ นหนองสะแบงศรชี ุมพร
10. นายแสงจันทร์ ศรีมนตรสี งา่ ครูโรงเรยี นบา้ นรวงโนนไทโนนโจด
11. นางสาวเสง่ียม คาศรี ครูโรงเรียนบ้านรวงโนนไทโนนโจด
12. นางสาวสพุ ตั รา พลหงษา ครูโรงเรียนบ้านโนนเขวาประชาศกึ ษา
13. นางสาวนริ ชา ชัยวงศ์ ครโู รงเรยี นบ้านหนองดปู่ ระชาสรรค์
1. ดร.ยพุ าพร หรเสริฐ คณะบรรณาธิการ
2. นางสาวกหุ ลาบ คาศรี
3. นางเมธยา ปน้ั ศรี ศึกษานเิ ทศก์ กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์
4. นางสาวนภาภรณ์ บุญคง ครโู รงเรียนบา้ นท่านางแนว
5. นางสาวชลธิชา ทุมวงศ์ ครโู รงเรยี นบ้านหนองแวงทา่ วดั
6. นางสาวสุรพี ร ชาวโพธสิ ะ ครูโรงเรยี นบา้ นห้วยทรายทุง่ มน
ครโู รงเรยี นบา้ นละหานนา
ครโู รงเรียนบา้ นละหานนา